ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างติดอยู่ในกระท่อมต้นแบบนั้น ญาณินและติณห์ต่างแอบสังเกตกัน แต่พออีกฝ่ายเห็นก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจ จนคุณหลวงที่คอยลุ้นทั้งคู่อยู่เข้าไปพูดข้างติณห์อย่างขัดใจว่า

“เฮ้ย ไอ้ติณห์เอ๊ย...ได้อยู่กะสาวสวยสองต่อสองในกระท่อมเปลี่ยวแบบนี้ ชายฉกรรจ์อย่างหลาน...ควรทำอะไร”

ติณห์มองญาณิน บอกว่า เธอเจ็บขาให้อยู่ในนี้ รอไปก่อน ส่วนตนจะออกไปดูไอ้สัตว์ประหลาดนั่นว่ายังอยู่ไหม

“นายไม่ต้องอวดเก่งคิดทำอะไรเด็ดขาด อยู่ในนี้ รอจนฟ้าสางแล้วมนต์ที่ปลุกเสกไอ้ควายธนูมันก็จะเสื่อม ไปเอง”

ติณห์ไม่ยอมอยู่ขยับจะออกไป ญาณินไปยืนกั้นประตูไว้ “ไม่ได้นะ! ห้ามออกไป”

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกน่ะ”

“มัน ไม่ใช่สัตว์ป่า มันคือควายธนู เป็นควายผีที่ถูกหมอผีชั่วร้ายส่งมา มันอันตรายมาก และมันจะไม่หยุด จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น หรือไม่ก็จนกว่านายจะตาย...หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ให้นายออกไป”

ทนญาณินขอร้องไม่ได้ ติณห์จึงยอมอย่างเสียไม่ได้ ทำให้คุณหลวงพอใจมากนึกในใจว่า

“ไม่ต้องออกไปน่ะดีที่สุดแล้ว ข้างนอกมันนรก แต่ข้างในนี่สิ...สวรรค์รำไรๆ”

ooooooo

ขณะ ป้าออกับทนายสมชาติกำลังเป็นห่วงติณห์กับญาณินอยู่นั้น เพนนีที่ตามหาติณห์ให้ควั่กก็มาคาดคั้นเอากับป้าออว่าติณห์อยู่ไหน ป้าออไม่ตอบแต่หันไปพูดกับทนายสมชาติว่า

“คุณสมชาติฉันกลัว ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี...ถ้าคุณติณห์จับคุณหนูไปขังไว้จะทำยังไง”

เพนนีแทบจะคลั่ง กลัวติณห์จะเสียท่าญาณิน พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือป้าออ ป้าดีใจมากรีบรับสาย

เป็นสายจากสุคนธรส โทร.มาบอกป้าออว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนได้ข่าวญาณินจากกุมาริกาแล้ว เล่าว่า

“มีคนส่งควายธนูมาทำร้ายยัยนินกับคุณติณห์ค่ะ แต่ยัยนินมียันต์ของหนูเลยปลอดภัยดี แต่ตอนนี้ทั้งสองต้องหลบอยู่ภายในสถานที่ปิด ที่มีผ้ายันต์คุ้มกันค่ะยังออกมาไม่ได้ ป้าออไม่ต้องห่วงนะคะ แล้วก็ไม่ต้องออกตามหาด้วย เดี๋ยวจะเป็นอันตราย เข้าใจไหมคะ”

ป้าออถาม ว่าญาณินต้องหลบอยู่นานแค่ไหน สุคนธรสบอกว่ารอจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น ทำให้ป้าออเป็นห่วงขึ้นมาอีก แต่คราวนี้กลัวเธอจะไม่รอดจากติณห์

กรรัมภาจะไปช่วยญาณิน กรรณาบอกไม่ต้องเพราะควายธนูจะหมดฤทธิ์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว

เพนนีหูผึ่ง พอรู้ว่าญาณินอยู่กับติณห์จริงๆก็แทบจะคลั่ง รีบออกตามหา

ooooooo

เพราะญาณินยืนขวางประตูไม่ให้ติณห์ออกไปนอกกระท่อมต้นแบบ เขาจึงออกอุบาย เอาอุปกรณ์การทำงานมีทั้งจอบ เสียม ท่อนเหล็ก ประแจ เกรียง โยนไป นอกหน้าต่าง แล้วทำเป็นมองเห็นอะไรบางอย่างที่ชายป่า หลอกให้ญาณินมาดูแล้วเขาก็วิ่งพรวดออกไป

ทั้งคุณหลวงและญาณินตกใจ ตะโกนเรียกให้เขารีบกลับมา ติณห์ออกไปแล้วก็เอาอุปกรณ์ที่โยนลงไปนั้นมาขัดประตูจากด้านนอก ญาณินจึงถูกขังอยู่ข้างใน เขาตะโกนบอกเธอว่า

“ผมจะไล่มันไปให้ เราจะได้กลับบ้าน ไม่ต้องมานอนตากน้ำค้างที่นี่”

คุณหลวงเป็นห่วงติณห์ ถามญาณินว่าจะทำอย่างไรดี เธอพยายามกระชากประตูแต่เปิดไม่ได้ คุณหลวงเร่งให้เธอรีบไปช่วยติณห์ก่อนจะถูกควายธนูขวิดตาย

ญาณินกระชากประตูจนผ้ายันต์หลุดตกลงมา เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างครุ่นคิด

ส่วน ติณห์ถือเสียมเป็นอาวุธเดินไปตามทางอย่างระแวดระวัง โดยหารู้ไม่ว่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความอาฆาตของควายธนูจ้องตามเขาอยู่ทุกฝีก้าว

เพนนี เกณฑ์คนงานที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทถือไฟฉายออกตามหาติณห์ ทนายสมชาติพยายามบอกเธอว่าจะไม่ปลอดภัย เธอกลับหาว่าเป็นแผนของทนายสมชาติกับป้าออสมคบกับญาณินเพื่อจะรวบหัวรวบหาง ติณห์ในคืนนี้

เมื่อห้ามไม่ฟัง ป้าออบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อย่ามาว่าตนไม่เตือนก็แล้วกัน

ooooooo

คุณ หลวงร่ำร้องให้ญาณินไปช่วยติณห์ด้วย เธอตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างวิ่งตามไป เป็นจังหวะที่ควายธนูพุ่งเข้าหาติณห์พอดี เธอถือผ้ายันต์โผเข้ากอดเขาไว้ ต่างกอดอีกฝ่ายไว้อย่างปกป้อง

ควายธนูพุ่งเข้ามาปะทะผ้ายันต์ถึงกับ กระเด็นออกไป ติณห์ตะโกนให้หนี ญาณินรีบห้ามเขาบอกว่าตราบใดที่เราไม่ผละจากกันมันก็ทำอะไรเราไม่ได้ พลางเธอยื่นผ้ายันต์ออกไปทำให้ควายธนูไม่กล้าเข้ามา ติณห์เชื่อ กอดเธอไว้แนบแน่นบอกเธออย่างเป็นห่วงว่า

“อยู่กับผม...อย่าห่างผมนะ”

แม้จะอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ความห่วงใย สัมผัสที่อบอุ่นก็ทำให้ญาณินรู้สึกปิ๊งปั๊งในหัวใจ เธอยิ้ม แอบมองหน้าติณห์ด้วยความประทับใจในความเป็นคนจิตใจดีของเขา

ทั้งสองกอดกันกลับเข้ากระท่อมต้นแบบ ญาณินรีบเอาผ้ายันต์แปะตรงประตูทันที แล้วต่างก็ทิ้งตัวนอนแผ่เอาหัวชนกันอย่างหมดแรงอยู่กลางห้อง คุณหลวงโล่งใจที่ทั้งสองปลอดภัย

หมอผีสมคิดแค้นใจมากที่มีผู้บังอาจกล้ามาต่อกรประลองอาคมกับตน ด่าว่าอวดดีเกินไปแล้วอย่าให้รู้แล้วกันว่ามันคือใคร

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ว้าวุ่นใจมากที่ไม่ได้ไปพัทยา ถูกลูกข่างโทร.มาด่าทอต่อว่าที่ทำให้งานเสีย ใบหม่อนก็โกรธที่เธอไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะมาหาในวันนี้อีก
เนตรสิตางศุ์รับปากกับลูกข่างว่าพรุ่งนี้จะไป ใบหม่อนได้ยินพึมพำอย่างอาฆาตว่า

“ถ้าพรุ่งนี้เธอผิดคำพูดอีก ฉันจะจัดการเอง”

แต่แล้วเนตรสิตางศุ์ก็ต้องกลุ้มหนัก เมื่อสุคนธรสมาบอกว่า พรุ่งนี้พวกเราจะไปเยี่ยมญาณินกันห้ามเธอเบี้ยวเด็ดขาด

จากความจริงที่ญาณินแก้ปัญหาเกี่ยวกับควายธนูได้สำเร็จ ทำให้ติณห์เริ่มเชื่อถือเธอโดยไม่รู้ตัว เริ่มสนใจถามเรื่องที่เธอจะพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับการตายของคุณหลวง ถามว่า ถ้าคุณตาไม่ได้ฆ่าตัวตายก็ต้องเป็นการฆาตกรรมใช่ไหม

ทั้งสองเริ่มคุยกันรู้เรื่องขึ้น ปรึกษากันแล้ววางแผนจะสืบจากคนเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่โดยดูตามรายชื่อในบัญชีของคุณหลวง

คุณหลวงขัดใจนักที่ลุ้นให้ทั้งสองหันมาปิ๊งปั๊งกันไม่สำเร็จ คิดสร้างบรรยากาศ แกล้งทำตุ๊กแกหล่นใส่ญาณิน เธอตกใจกระโดดไปหาติณห์ แต่ไฟอารมณ์ก็ยังไม่สปาร์ก เลยแกล้งทำจิ้งจกตกใส่เท้าติณห์ คราวนี้ติณห์ กระโดดพรวดเดียวถึงตัวญาณินเลย

ทั้งสองต่างขำอีกฝ่ายที่กลัวตุ๊กแกกับจิ้งจก เลยหลอกกันเอง และกลัวกันเองจนญาณินวิ่งหนีขึ้นเตียง เท่านั้นยังไม่พอ คุณหลวงแกล้งทำให้ข้าวของหล่นใส่จนติณห์ต้องหลบขึ้นเตียงไปอีกคน คุณหลวงกระหยิ่มว่าคราวนี้สำเร็จแน่แล้ว

แต่จนแล้วจนรอดไฟสวาทก็ยังจุดไม่ติดอยู่ดี จนสุดท้ายคุณหลวงต้องเป็นฝ่ายตัดใจยอมแพ้ไปเอง บ่นงึมงำ

“ไอ้หลานนอกคอก แกมันไม่ได้เชื้อฉันไปเลยจริงๆ”

ooooooo

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของหมอผีสมคิด เพราะหลังจากไฟไหม้ตลาด เจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญก็ไปที่สำนัก หมอผีสมคิดบอกว่าไฟไหม้ตลาดเพราะวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรที่อาฆาตเสี่ยจำเริญกับลูกชายเลยไปลงที่ตลาด

ในที่สุดหมอผีสมคิดก็แนะนำให้เจ๊หญิงอัญเชิญวัตถุมงคลไปบูชาที่ตลาดทั้งสี่มุมให้คุ้มครองรอบด้าน และให้เอาวันเดือนปีเกิดของไตรรัตน์กับสุคนธรสที่จะแต่งงานกันมาให้ด้วยแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย

ไตรรัตน์ถูกพวกสาวๆที่มารุมตอมพากันมาต่อว่าด่าทอที่หน้าบ้านหาว่าหลอกลวงพวกตน พอพวกตนหลวมตัวก็ทิ้งแล้วหาใหม่เหมือนที่ทำกับเคทีแฟนเก่าของเขา ทำให้ไตรรัตน์ที่ยังมีบาดแผลในใจเรื่องนี้ถึงกับเครียด

“ลื้อยังไม่เคยลืมแม่ฝรั่งคนนั้นใช่ไหม เรื่องมันก็ผ่านไปหลายปีแล้วไม่ใช่เหรออาตี๋” อาม่าถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเขาพยายามกลบเกลื่อน อาม่าหว่านล้อมอ่อนโยนว่า “อาตี๋...อาม่าเป็นห่วงนะ ถ้าอาตี๋ไม่ลืมอดีต อาตี๋จะเดินหน้าต่อไปได้ยังไง ลืมนะ แล้วเริ่มต้นใหม่ เชื่ออาม่า”

ไตรรัตน์มองอาม่าอย่างซาบซึ้ง เสี่ยจำเริญบอกว่าถ้าเขาลืมไม่ได้จริงๆ ก็ต้องใช้ตัวช่วย แล้วหันไปยิ้มอย่างมีเลศนัยกับเจ๊หญิง ทำให้ไตรรัตน์ยิ่งเครียด

ooooooo

ติณห์นอนหนุนตักญาณินจนหลับไป ส่วนญาณินนั่งหลับพิงหัวเตียง พอเขาตื่นขึ้น ถามอย่างตกใจว่าเรานอนกันอย่างนี้ทั้งคืนเลยหรือ เธอทนได้ยังไง ขาไม่เป็นตะคริวหรือ

ญาณินยังหลับอยู่ หัวเธอไหลจากหัวเตียงลงไปนอนราบที่เตียง ติณห์ทำท่าจะปลุกเพื่อจะชวนกลับ

เพราะเช้าแล้ว พอเห็นเธอหลับลึกก็มองอย่างอดนึกชมไม่ได้ว่าหุบปากหลับตาแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ

ขณะติณห์เริ่มมีอารมณ์หวั่นไหวนั่นเอง เสียงทุบประตูปึงปังทำให้เขาสะดุ้งนึกว่าควายธนูมาอีกแล้ว แต่พอประตูถูกถีบเปิดออก กลายเป็นเพนนี เธอแผดเสียงกรี๊ดเมื่อเห็นทั้งสองนอนอยู่บนเตียง!

ป้าออที่ตามเพนนีมารีบโทร.บอกสาวๆ ที่ซิกซ์เซ้นส์ สุคนธรสถามอย่างตื่นเต้นว่า ญาณินปลอดภัยใช่ไหม ฟังป้าออแล้วเธอหันบอกเพื่อนๆว่า “เห็นไหมคะว่าถ้าแม่หมอรสบอกว่าเอาอยู่ก็แปลว่าเอาอยู่จริงๆไม่มั่ว”

“ค่ะ...เอาผีอยู่ แต่ท่าทางจะเอาคนไม่อยู่มังคะ” ป้าออพูดอย่างหนักใจ

เพนนีอาละวาดเข้าตบญาณินหาว่าวางแผนแย่งติณห์ไปจากตน ทนายสมชาติกับป้าออพยายามช่วยชี้แจงก็ถูกด่าเปิงจนญาณินยืนยันว่าตนกับติณห์ไม่มีอะไรเกินเลยกัน เราไม่ทำอะไรต่ำๆอย่างที่เธอคิด เลยถูกเพนนีตบอีกเพียะ

ติณห์จ้องหน้าเพนนีอย่างไม่พอใจ ยืนยันเช่นเดียวกับญาณินว่าตนไม่มีอะไรเกินเลยกัน แต่เพนนีไม่เชื่อจะให้เขามีให้ได้ ติณห์เลยคว้าญาณินไปจูบให้ดูเสียเลย ถามว่า “อย่างนี้เป็นไง พอใจรึยัง”

เพนนีจะกระโจนไปแยกติณห์ออก ถูกทนายสมชาติดึงไว้ เธอดิ้นจนทนายปล่อย เพนนีเสียหลักถลาล้มคะมำไป

ป้าออกับทนายสมชาติมองเพนนีอย่างสมเพช ทนายบอกป้าออว่า

“คุณออครับ...ถ้ามีลูกสอนลูก ถ้ามีหลานสอนหลาน ให้รู้ว่าการทำตัวแบบนี้น่ะมันเสื่อม”

ooooooo

สุคนธรสได้รับรายงานจากป้าออทางโทรศัพท์ เธอถามป้าว่าติณห์ทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ ด่าว่า เลวที่สุด เกลียดผู้ชายทุกคนเลย แต่พอหันมาเห็นเจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญมายืนรออยู่ เธอสะดุ้งรีบเก็บโทรศัพท์ยกมือไหว้สวัสดีลนๆ

เจ๊กับเสี่ยทักทายสุคนธรสอย่างยิ้มแย้ม แล้วเจ๊ก็พูดออกตัวว่าที่จริงตนไม่อยากมารบกวนเธอหรอก แต่มีคนคนหนึ่งรบเร้าให้พามาเพราะมีเรื่องสำคัญบางอย่างจะบอกเธอ

คนคนนั้นคือไตรรัตน์นั่นเอง เขาโผล่จากหลังเจ๊กับเสี่ยทำหน้าปูเลี่ยนๆ กระบิดกระบวนพูดไม่เต็มปากเต็มคำว่าจะมาขอเธอแต่งงาน พอสุคนธรสตกใจเขาตะคอก “จะแต่งไม่แต่ง”

“ใครจะแต่งกะคุณ คนเลว คนทุเรศ บ้ากาม วิตถาร เนรคุณ อกตัญญู เสือผู้หญิง มารสังคม ไปตายซะไป๊!!”

พวกที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงพากันวิ่งออกมาดูเห็นสุคนธรสกำลังซ้อมไตรรัตน์อย่างเมามันทั้งหมัดเท้าเข่าศอกกัดจิกโดยมีเจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญยืนมองตาค้างอยู่

เมื่อศึกสงบเข้าไปแยกกลุ่มคุยกันในบริษัท เจ๊กับเสี่ยด่าไตรรัตน์ว่าแสดงออกว่าไม่จริงใจไม่อยากแต่งจริงเลยโดนแบบนี้ เจ๊ถึงกับไม่ให้มาเรียกตนว่าแม่อีก เสี่ยก็จะไล่ออกจากบ้านไม่ต้องมาช่วยทำตลาด และจะตัดจากกองมรดกด้วย

ฝั่งพวกสุคนธรสที่อยู่อีกมุมหนึ่งก็กระซิบกระซาบกัน เนตรสิตางศุ์เสนอว่า

“แต่จะว่าไป การแต่งงานมันก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”

กรรัมภาเสนอให้เรียกค่าเสียหายให้คุ้ม เขกค่าสินสอดทองหมั้นหลายๆล้านเอาให้หมดตัวเลย กรรณาก็ยุให้จัดงานแต่งให้ยิ่งใหญ่อลังการด้วย เพื่อนๆทุกคนยุและวางแผนกันอย่างบรรเจิด

“โอเค...ๆๆๆ ผมยอมแล้วครับ ผมยอม” ไตรรัตน์โพล่งออกมาอย่างสุดทนกับการกดดันบีบคั้นของเจ๊กับเสี่ย

ส่วนสุคนธรส ฟังเพื่อนๆแล้วดีดตัวออกมาพูด ขึงขังว่า

“แต่พ่อแม่ของฉันไม่มีวันยอม คนที่เห็นฉันเป็นของเล่น จะต้องถูกพ่อแม่ฉันอัดให้จมดิน!!”

ooooooo

ไตรรัตน์กับสุคนธรสยืนจ้องกันอยู่คนละมุมห้อง พอจะพูดก็พูดพร้อมกัน ไตรรัตน์ให้เธอพูดก่อน

“เราต่างก็ไม่อยากแต่งงานใช่ไหม ฉันจะบอกทุกคนว่าเรื่องที่ทุกคนคิดหรือบังเอิญได้ยิน มันไม่จริง มันไม่เคยเกิดขึ้น เราไม่มีอะไรกัน ทุกคนเข้าใจผิดไปเอง”

ไตรรัตน์บอกว่าเราก็ไม่มีอะไรกันจริงๆอยู่แล้ว แต่บอกแล้วพวกเขาจะเชื่อหรือ สุคนธรสรับรองว่าเชื่อ ตนจะบอกเองว่าตนแกล้งหลอกทุกคนเล่นเท่านั้น ไตรรัตน์ติงว่ามันทำให้เธอเสียหาย

“ไม่เป็นไร เสียหายแค่นี้ยังพอใส่ตะกร้าล้างน้ำได้ แต่ถ้าถึงกับต้องแต่งงานกัน ฉันคงจะเสียหายกว่านี้อีกมาก”

ไตรรัตน์ทำหน้าดูถูกบอกว่าที่แท้เธอก็เป็นผู้หญิงแบบนี้เอง มีอะไรกับผู้ชายแค่คืนเดียวเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น สุคนธรสสวนไปทันทีเสียงดังมากว่า

“อีตาบ้า...ใครบอกยะ ยังกะนอนกะคุณแล้วสนุกสนานตายล่ะ”

เสี่ยกับเจ๊ตาโตตกใจบอกกันว่าเพราะอาตี๋เราไม่เอาไหนแบบนี้นี่เอง ไม่มีน้ำยาแบบนี้ทำให้พ่อแม่เสียหน้ามาก

ไตรรัตน์ขอให้ทุกคนฟังแผนของตนบ้าง เขาชวนสุคนธรสไปหาพ่อแม่เธอกันแล้วถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานให้ทุกคนดูว่าตนไปกราบพ่อแม่เธอแล้วแต่พ่อแม่เธอไม่ยอมยกเธอให้เพราะตนเลว แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง พ่อแม่ตนก็ไม่โกรธตนและเธอก็ดูดี ส่วนค่าเสียหายเธอจะเรียกกี่ล้านก็ว่ามา ตนยินดีแลกแทนการแต่งงานกับเธอ

ทั้งสองโต้เถียงกันอยู่นาน จนไตรรัตน์พูดประชดว่าเห็นทีเขาต้องตายไปเธอจึงจะยอมใช่ไหม พลางถอดพระรอดวางไว้บนโต๊ะ ทันใดนั้นเกิดลมพัดอื้ออึงจนทุกคนตกใจ สุคนธรสคว้าสร้อยโดดไปคล้องคอให้เขาบอกว่า

“คุณจะมาตายเพราะเหตุผลนี้ไม่ได้ ไม่งั้นนายหมอผีสมคิดก็จะชนะฉันน่ะสิ”

พอสุคนธรสคล้องสร้อยให้เท่านั้น ลมที่พัดอื้ออึงก็สงบลงทันที ไตรรัตน์มองหน้าเธอถามอย่างไม่ไว้ใจว่า

“ตกลง...คุณกะหมอผีสมคิดไม่ได้ฮั้วกันแน่นะ” พอเธอยืนยัน เขาลดเสียงลงบอกว่า “หมอผีสมคิด คือคนที่บอกพ่อแม่ว่าเราต้องแต่งงานกันถึงจะดี แล้วก็...บอกให้เอาดวงคุณไปให้ เพราะเขาจะทำพิธีเสริมชะตาให้เราสองคน หรืออะไรประมาณนี้แหละ”

สุคนธรสตาวาวโรจน์ ไตรรัตน์พยักเพยิดแบบว่า เขาก็อยากหาความจริงเกี่ยวกับหมอสมคิดเหมือนกัน

เจ๊กับเสี่ย และพรรคพวกของสุคนธรสที่อยู่กันคนละมุมห้อง ต่างมองทั้งสองอย่างสงสัยว่ากระซิบอะไรกัน...

ooooooo

เจ๊หญิงเอากระดาษจดวันเดือนปีเกิดของไตรรัตน์กับสุคนธรสไปให้หมอผีสมคิด ขอร้องให้ช่วยทำพิธีให้เดี๋ยวนั้นเลย ตนจะได้สบายใจ

หมอผีสมคิดทำพิธีทันที แต่ทำไม่สำเร็จ หมอผีหน้าเครียดพึมพำอย่างแค้นใจ

“มันให้วันเดือนปีเกิดปลอมมา หน็อย...อีนังสุคนธรส!”

เวลาเดียวกัน ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ สุคนธรสกำลังหัวเราะร่าพูดอย่างสะใจกับเพื่อนๆว่า

“ไอ้หมอผี...อย่าหวังเลยว่าจะได้ดวงฉันไปทำมิดีมิร้าย ฉันเป็นแม่หมอจอมขมังเวทย์ผู้ศึกษาไสยขาว...

คนเล่นของ ใครเขาบอกวันเดือนปีเกิดจริงๆกัน...ไม่มี...

หลวงลุงบอกฉันมาตลอดว่า ห้ามให้คนแปลกหน้ารู้วันเดือนปีเกิดจริงๆเด็ดขาด มันอันตรายถึงชีวิต”

ก๊องมองหน้ากรรัมภาที่หัวเราะร่าเตือนว่า “พี่แก้มๆ ระวังๆๆ ร่องแก้มลึกแล้วๆ”

กรรัมภาหยุดหัวเราะกึกคว้ากระเป๋าบอกก๊องว่าไม่ต้องมาหัวเราะเยาะเลย เย็นนี้จะกลับมาหน้าสวยตึงเปรี๊ยะกว่าเดิมอีก คอยดูแล้วกัน กรรณาบ่นก๊องว่าเอาแต่แกล้งแก้มกับเนตรที่ไม่สู้คน แน่จริงลองแกล้งรสดูสิ

พูดถึงเนตรสิตางศุ์ทุกคนก็เอะใจว่าหายไปไหน พอนึกได้ก็ร้องพร้อมกัน “พัทยา!!”

จริงอย่างที่คาด เพราะเนตรสิตางศุ์ซ้อนมอเตอร์ไซค์หมอวรวรรธกำลังบ่ายหน้าไปพัทยา เธอเร่งหมอให้บิดไปเร็วๆ เพราะต้องไปถึงพัทยาก่อนเที่ยงไม่งั้นมีเรื่อง

ooooooo

กรรัมภาตรงไปสถานเสริมความงาม รุทธ์คลินิกทันที เจอหมอรุทธ์ที่หน้าหล่อตี๋เกาหลีก็โดนใจแทบเพ้อ เข้าไปคอยคิวจนลาภผู้ช่วยหมอรุทธ์มาเรียก บอกว่ามีปัญหาอะไรบอกคุณหมอได้เลย

เธอแนะนำชื่อเล่นชื่อจริงแล้วบอกหมอว่า “แก้มอยากให้คุณหมอช่วยดูร่องแก้มค่ะ” พลางยื่นหน้าเอียงแก้มให้ดู “มีคนทักว่ามันเริ่มลึกแล้ว”

“อ๋อ...ฉีดฟิลเลอร์นิดเดียวก็เรียบร้อยครับ” ลาภตอบแทน ส่วนหมอรุทธ์ยังมองหน้ากรรัมภาเพลิน จนลาภเรียกจึงรู้สึกตัวรีบบอกว่าใช่...ใช่

กรรัมภาถามอย่างกังวลว่าหน้าตนมีอะไรไม่ดีใช่ไหม มันคือริ้วรอยเจ็ดประการใช่ไหม ขอให้หมอรักษาให้ด้วย หมอบอกว่าหน้าเธอไม่มีอะไรผิดปกติเลย ออกจะลงตัวและสมส่วนด้วยซ้ำ พอเธอทำหน้างงๆหมอบอกว่า

“คือผมขออนุญาตพูดตรงๆนะครับ ผมชอบรูปหน้าของคุณแก้มมาก เห็นแล้วอยากเอามีดกรีด”

กรรัมภาตกใจ ลาภรีบชี้แจงว่า หมอหมายถึงถ้าได้เจาะตรงนี้นิดตรงนั้นหน่อยรับรองว่าสวยระดับนางเอกเลยล่ะ หมอรุทธ์เห็นด้วย แต่กรรัมภาขอแต่สวยซอฟต์ๆ แบบหนุ่มเกาหลีรักเกาหลีหลงก็พอแล้วไม่ต้องสวยถึงขั้นนางเอกหรอก

พูดแล้วกรรัมภาหัวเราะคิกคักส่งสายตาวิบวิ้งกับหมอรุทธ์ไปมา ลาภมองทั้งคู่ยิ้มๆ

ooooooo

เนตรสิตางศุ์รอหมอวรวรรธที่จอดรถลงไปยิงกระต่ายข้างทางอย่างร้อนใจ เธอได้รับโทรศัพท์เร่งจากลูกข่าง ใบหม่อนติดตามการเคลื่อนไหวอยู่ พึมพำอย่างไม่พอใจว่า

“เนตรสิตางศุ์ เธอหลอกฉัน...ไม่มีใครสนใจคิดช่วยฉันจริงๆสักคน”

จู่ๆปาณัทก็เดินเข้ามาในโรงละคร ใบหม่อนมอง ปาณัทอย่างหลงใหลพึมพำ “คุณปาณัท...ปาณัทของใบหม่อน”

ปรากฏว่าปาณัทเดินผ่านใบหม่อนไปรู้สึกเหมือนมีอะไรวูบๆแต่ไม่ได้เอะใจอะไร จู่ๆน้องออนซ์ก็เริงร่าโผมาหาคล้องแขนหมับบอกว่ามีปัญหาการแสดง อยากจะขอปรึกษา แล้วควงแขนลากเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที

ที่แท้น้องออนซ์หาข้ออ้างเพื่อพบปาณัท พอถูกเขาบ่น เธอก็อ้อนว่าถ้าไม่บอกอย่างนั้นเขาก็ไม่มีเวลาให้ เธออ่อยยั่วยวนเขา จนใบหม่อนที่ตามเข้ามาคำรามอย่างแค้นใจ “อย่ายุ่งกับคุณปาณัทของฉัน!!”

ปาณัทเหมือนได้ยินแว่วๆ รีบผลักน้องออนซ์ออก บอกให้รีบไปเตรียมตัวแสดงเถอะ แต่ถูกน้องออนซ์กดเขาลงบนโซฟาไม่ยอมให้ลุก ถามว่าเขากลัวผีใบหม่อนหรือ

“น้องออนซ์...อย่าหาว่าผมประสาทหลอนไปเองเลยนะ ผู้รู้สึกได้ว่า ใบหม่อนเขายังอยู่ที่นี่”

น้องออนซ์ทำเป็นมองหาใบหม่อน ท้าว่าตนจะทำให้เห็นว่าเล่นบทนางเอกได้ดีกว่าเธอทั้งในบทและนอกบท บอกปาณัทว่า “คุณเคยทำยังไงกับพี่ใบหม่อนในห้องนี้...น้องออนซ์ก็อยากทำแบบนั้นค่ะ” ว่าแล้วก็ยั่วยวนสุดฤทธิ์

“นังออนซ์...แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ต้องเป็นแก...แกฆ่าฉัน...แกต้องตาย!! กรี๊ด!!!” สิ้นเสียง ร่างใบหม่อนแผ่พลังความแค้นความอาฆาตออกมา เกิดลมพัดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ พริบตานั้น ใบหม่อนพุ่งเข้าหาน้องออนซ์อย่างเร็ว น้องออนซ์ผวาเฮือก ฟุบลงทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกที แววตาก็เปลี่ยนไป เธอถูกใบหม่อนเข้าสิงแล้ว!

หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์มาถึงโรงละครพอดี เขาบอกเธอว่าจะไปเก็บตัวอย่างของใช้ส่วนตัวใบหม่อน อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันจะได้กลับ เนตรสิตางศุ์ต่อรองว่าตนขอหนึ่งชั่วโมงแล้ววิ่งออกไปเลย หมอวรวรรธบอกว่าไม่ได้พลางวิ่งตามไป

เนตรสิตางศุ์วิ่งไปทางหลังเวทีเพื่อไปหาลูกข่าง เจอพวกทีมงานวิ่งหน้าตาตื่นไปทางบันได บอกกันอย่างตระหนกว่า “ผีเข้าน้องออนซ์...ผีเข้าน้องออนซ์!” ทั้งเนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธเลยวิ่งตามพวกทีมงานไป

ooooooo

วิ่งขึ้นไปถึงดาดฟ้า เห็นน้องออนซ์ไปยืนที่ขอบระเบียง ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ ปาณัทหว่านล้อมให้เธอลงมา แต่เธอยิ่งก้าวออกไปจนทุกคนพากันหวาดเสียว

เนตรสิตางศุ์วิ่งขึ้นมาถึง เธอถอดแว่นออกจึงเห็นว่า ใบหม่อนยืนสะกดน้องออนซ์อยู่ข้างหลัง พอดีหมอรุทธ์ซึ่งเป็นหมอศัลยกรรมประจำโรงละครขึ้นมากับลาภ มายืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆปาณัท

น้องออนซ์ในสภาพตาไร้แววเคลื่อนไหวเหมือนหุ่นเชิด ขยับจะโดดลงไป เนตรสิตางศุ์ตะโกนสุดเสียง

“คุณใบหม่อนอย่า!!”

ทุกคนหันมองเธอเป็นตาเดียว เนตรสิตางศุ์จะเข้า ไปหาน้องออนซ์ หมอวรวรรธร้องห้าม แต่เธอก็เดินเข้าไปจนใกล้ในระยะที่พูดได้ยินกันสองคน ขอร้องใบหม่อนอย่าทำอย่างนี้ ให้พาน้องออนซ์กลับเข้าไปแล้วมาช่วยตนกับหมอวรวรรธหาตัวคนที่ฆ่าเธอให้เร็วที่สุดดีกว่า

“ถ้าเธอทำให้ฉันผิดหวังอีกครั้ง ฉันจะฆ่าพวกมันทุกคน” ใบหม่อนย้ำก่อนพุ่งออกจากร่างน้องออนซ์

ทุกคนถอนใจโล่งอกเมื่อช่วยน้องออนซ์พ้นอันตรายมาได้ แต่เนตรสิตางศุ์ก็ถูกหมอรุทธ์และลาภจับตามองตลอดเวลา

ปาณัทถามเนตรสิตางศุ์อย่างรู้กันว่า “เธอใช่ไหม” เนตรสิตางศุ์บอกว่าใช่ แนะนำให้เขาหาพระให้น้องออนซ์ใส่เสีย ปาณัทผละไปทันที ส่วนเนตรสิตางศุ์ถูกทุกสายตาจับจ้องอย่างพิศวงจนเธอรู้สึกเจ็บปวดกับสายตาเหล่านั้น หมอวรวรรธจึงชวนกลับกันดีกว่า

ลาภจ้องเนตรสิตางศุ์ที่กำลังเดินไปตาแทบลุกเป็นไฟ มือสั่นเล็กน้อย บอกกับตัวเองว่าต้องทำอะไรสักอย่างให้เธอรู้ว่ากำลังเข้าใจผิด

ooooooo

เมื่อเริ่มพูดคุยกันรู้เรื่องขึ้น ญาณินเอารายชื่อในสมุดบัญชีคุณหลวงมาถามติณห์ว่ารู้จักใครบ้างไหม แต่เขาเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง พลันก็ทำหน้าตกใจสุดขีดคว้าปืนไปบอกว่าควายธนูมาอีกแล้ว ญาณินตามไปดู ที่แท้มันคือแสงไฟหน้ารถนั่นเอง เธอบอกให้เขาเก็บปืนแล้วมานั่ง ตนมีอะไรจะให้ดู

เมื่อเธอเอารายชื่อที่คัดออกมาให้เขาดูว่ารู้จักใครบ้าง เขาบอกว่าอ่านภาษาไทยไม่เก่งบอกให้ไปถามกำนันพงษ์ดีกว่า ญาณินติงว่าก็คุณหลวงบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าไว้ใจกำนันพงษ์

ติณห์มีท่าทีเบื่อหน่ายกับการจะสืบเรื่องโกงชาติของคุณหลวงอีก ญาณินจึงชี้ให้เห็นอย่างอดทนว่า

“ในฐานะที่คุณมีสายเลือดของคุณหลวงอยู่ในตัวคุณ คุณเชื่อจริงๆเหรอว่า คุณหลวงจะทำอย่างที่คนอื่นเขาพูด”

“คุณบอกผมเองไม่ใช่เหรอว่า ความอยากมันไม่ เข้าใครออกใคร ตอนนั้นแกรนด์ปาของผมอาจจะมีความอยากมากกว่าที่คุณคิดก็ได้” ติณห์สวนกลับ ทำเอาญาณินพูดไม่ออก

ooooooo

หมอวรวรรธบ่นเนตรสิตางศุ์ว่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้ถ้าเธอเป็นอะไรไปมีหวังตนถูกณัฐเดชฆ่าตายแน่ เธอเลยย้อนถามว่าถ้าเขาเจอเหตุการณ์อย่างเมื่อครู่นี้จะทำอย่างไร หมอวรวรรธตอบเสียงอ่อยๆว่าก็คงต้องทำอย่างที่เธอทำเหมือนกัน

“แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงต้องเรียกชื่อคุณใบหม่อน” หมอถาม

เนตรสิตางศุ์บอกว่าถึงบอกไปเขาก็ไม่เชื่อ เพราะขนาดบอกให้ไปทำบุญให้วิญญาณที่ตามเขามา เขาก็ยังไม่ทำเลย

ระหว่างนั้น เธอเห็นใบหม่อนยืนอยู่ข้างหลังเขา ใบหม่อนบอกเธอว่า “หมอรุทธ์” พอเธอหันไปเห็น หมอรุทธ์ ถามว่า เธอคือนักศึกษาฝึกงานที่เขาพูดถึงกันใช่ไหม

เนตรสิตางศุ์อึกอัก หมอวรวรรธเลยอ้างว่า “แฟนผมครับ เธอมาไกลผมเป็นห่วงเลยตามมาดูแลครับ แล้วคุณคือ...”

ลาภโผล่มาตอบแทนว่า “นี่คือคุณหมอรุทธ์ เป็นหมอศัลยกรรมชื่อดัง นักแสดงที่นี่เป็นคนไข้ของหมอแทบทุกคน”

ระหว่างนั้นใบหม่อนบ่นว่ามัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ เนตรสิตางศุ์จึงตัดบทว่าเราต้องรีบแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว หมอวรวรรธเห็นด้วยแล้วขอตัวไป หมอรุทธ์มองตามไปตาไม่กะพริบ

ooooooo

ใบหม่อนบอกเนตรสิตางศุ์ให้ไปค้นห้องของน้องออนซ์ เธอแอบเข้าไปค้นก็ไม่เจอหลักฐานอะไร

ส่วนหมอวรวรรธไปค้นหาหลักฐานในห้องแต่งตัวของใบหม่อน ลูกข่างมาเห็นทักว่า ดีที่ยัยออนซ์ไม่ตกตึกตายไปอีกคน ไม่อย่างนั้นมีหวังหมอได้ชันสูตรศพ

ซิลิโคนแตกอีกรายแน่ หมอวรวรรธงงๆ ลูกข่างจีบปาก จีบคออธิบายว่า

“เจ๊ไม่อยากจะเม้าท์ เมื่อก่อนชีหน้าแบนเป็นปลาบู่ชนเขื่อน นี่ชีศัลยกรรมมาหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคน  น้อง ใบหม่อนก็เหมือนกัน ทุกคนในโรงละครนี้เป็นลูกค้า...เอ๊ย... คนไข้ของคุณหมอรุทธ์กันทั้งนั้น หมอรุทธ์หล่อๆที่มาวันนี้น่ะค่ะ แม้แต่คุณปาณัทก็ยังฉีดโบทอกซ์กะหมอ ส่วนของพี่ คุณหมอทายสิคะว่าพี่น่ะฉีดอะไรตรงไหนบ้าง” พลางแอ่นอกสะอิ้งกายให้ดู
หมอวรวรรธได้แต่หัวเราะแหะ แต่ไม่กล้ามองความลับเกือบแตก เมื่อณัฐเดชมาที่โรงละคร

ฟังน้องออนซ์ที่เพิ่งรู้สึกตัวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง บอกว่าโชคดีที่ตนไม่ตกตึกเพราะเนตรช่วยจับไว้

ณัฐเดชเอะใจ โทร.เข้ามือถือเนตรสิตางศุ์ เธอรับสาย คุยกันอยู่ห่างกันแค่มุมตึกคั่น โชคดีที่หมอวรวรรธมาเจอและลากเธอหลบไปทัน ณัฐเดชถามว่าเธออยู่ไหน เธอปดว่า อยู่ออฟฟิศ ณัฐเดชเชื่อสนิทบ่นตัวเอง “ประสาทจริงๆเลยเรา”

เพราะกลัวจะสับหลีกกับณัฐเดชไม่ทัน เนตรสิตางศุ์ จึงขออนุญาตพี่ชายคืนนี้จะนอนค้างที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ แล้วรีบชวนหมอวรวรรธกลับ กลัวพี่ชายจะไปหาที่บริษัทแล้วไม่เจอ
พอจะกลับ ปรากฏว่ารถเสียจำเป็นต้องซ่อม

หมอวรวรรธบอกว่าเราต้องพักค้างคืนที่นี่กัน เพราะจะปล่อย เธอนั่งรถประจำทางกลับไปคนเดียวเกรงจะไม่ปลอดภัย เขาพาเธอไปหาป้าสุดใจขอค้างที่นี่สักคืน

กว่าจะได้พัก นอกจากหมอจะถูกเนตรสิตางศุ์เข้าใจผิดแล้ว ยังถูกป้าสุดใจตำหนิติเตียนที่พาสาวมานอน อบรมอยู่นานกว่าจะจัดห้องให้ ซ้ำยังใส่กุญแจดอกใหญ่คล้องประตูห้องเนตรสิตางศุ์ไว้ด้วย ทำเอาหมอวรวรรธเหนื่อยใจ

กรรัมภากลับมาพร้อมลุคใหม่แต่งตัวหวานแหวว บอกเพื่อนๆที่มองทึ่งว่าตนเสิร์จในเน็ตรู้ว่าสเปกของหมอรุทธ์ชอบผู้หญิงหวานๆ เลยอยากตอบโจทย์ให้คุณหมอนิดหนึ่ง สุคนธรสถามว่าทำแบบนี้แล้วเอาณัฐเดชไปไว้ไหน

ไม่ทันสิ้นเสียง ณัฐเดชก็มาถึงพอดีพร้อมอาหารเช้า พอมาถึงก็ถามหาเนตรสิตางศุ์ทันที เพื่อนๆบอกว่ายังไม่ตื่น

ครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงร้องเพลงจากห้องน้ำ คิดว่าน้องตื่นแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ร้องเรียก “ยัยเนตร...ยัยเนตร...”

ขณะสถานการณ์กำลังตึงเครียดนั่นเอง มือถือของณัฐเดชดังขึ้น เขารับสาย

“ครับๆ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ...” วางสายแล้วเขาบอกสาวๆ “พี่ต้องรีบไปประชุม บอกเนตรโทร.หาพี่ด้วยนะ”

“ค่ะ” สามสาวรีบรับปากอย่างโล่งใจ

ooooooo

ที่บ้านตาพุ่ม...เจ้าตัวกำลังนั่งครวญเพลง “นกเขาขันคู” อยู่อย่างมีความสุข ญาณินกับติณห์และทนายสมชาติก็มาหา เพื่อถามถึงบุคคลในบัญชีของคุณหลวง

“พ่อครับ...ตกลงรู้จักคนที่คุณณินถามไหมครับ”

ตาพุ่มบอกว่ากำลังทบทวนความจำอยู่ แล้วก็ครวญเพลงต่อ ติณห์กระซิบกับญาณินว่า

“ผมบอกแล้วว่าเสียเวลาเปล่า คุณยอมรับซะเถอะ แกรนด์ปาผมฆ่าตัวตาย”

“ฆ่า! นึกออกแล้ว พี่สังข์ถูกคุณหลวงฆ่า” ตาพุ่ม

โพล่งออกมา ญาณินรีบถามว่าจำได้ไหมว่าตอนที่นายสังข์ถูกฆ่าตาย มันเกิดอะไรขึ้น “พี่สังข์ถูกผีคุณหลวงหลอกตาย เพราะคุณหลวงรักพี่สังข์มาก ถึงอยากจะเอาไปรับใช้ด้วย คือว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้...”

แล้วตาพุ่มก็เล่าเป็นตุเป็นตะว่า วันหนึ่งตาสังข์ได้ยินคุณหลวงมาร้องเรียกจึงรีบไปหาด้วยความดีใจว่าคุณหลวงยังไม่ตาย ถามว่ามีอะไรจะให้ตนรับใช้หรือ นายสังข์เห็นคุณหลวงกวักมือเรียกอยู่ไกลๆจึงเดินไปหา

เล่าถึงตรงนี้แล้วตาพุ่มมองไปข้างหน้าพูดเศร้าๆว่า “หลังจากนั้นพี่สังข์ก็ไม่กลับมาอีกเลย กว่าจะมีคนพบศพอีกทีก็ลอยอืดไปไกลแล้ว”

สมชาติบอกว่าตาสังข์กินเหล้าแทนน้ำจึงเป็นไปได้ว่าจะเมาพลัดตกน้ำไปเองมากกว่า ญาณินถามถึงคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ ตาพุ่มจำได้ว่ามีลำดวน ขณะกำลังจะเล่าถึง ลำดวนนั่นเอง กำนันพงษ์ก็เข้ามาทักว่ามีงานอะไรกันหรือแขกเต็มบ้านเชียว

สมชาติบอกว่าเรามาเยี่ยมตาพุ่ม ถามกำนันว่ามาทำอะไร กำนันบอกว่าพอดีกล้วยไข่ที่บ้านสุกเลยเอามาฝากเพราะตาพุ่มชอบกินกล้วยไข่ สมชาติพึมพำงงๆ ว่าตนไม่เคยรู้เลยว่าพ่อชอบกินกล้วยไข่ตั้งแต่เมื่อไหร่

“คุณสมชาติคงต้องแบ่งเวลาทำงานให้คุณติณห์มาให้กับตาพุ่มมากขึ้นแล้วล่ะครับ” พูดแล้วกำนันหันบอกตาพุ่มให้กินกล้วยไข่เยอะๆ จะได้แข็งแรง

“ฉันชอบกล้วยไข่ เพราะมันไม่มีกระดูก” ตาพุ่มร้องเพลงขึ้นมา กำนันพงษ์ยิ้ม แต่ปรายตามองญาณินกันติณห์อย่างไม่ไว้ใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:31 น.