ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ใบหม่อนพุ่งทะลุห้องคอสตูมตรงเข้าจับมือคนร้ายที่จะจ้วงแทง เนตรสิตางศุ์ง้างไว้ การยื้อยุดกันทำให้ไม้แขวนเสื้อทั้งอันลอยมากระแทกหัวคนร้ายจนมีดหลุดลื่น ไถลไปทางมุมห้อง มันคว้ากรรไกรแถวนั้นแทน

แม้เนตรสิตางศุ์จะตั้งตัวได้ แต่ก็ถูกคนร้ายเข้ามาล็อกไว้อีก แม้แต่ใบหม่อนก็ช่วยเธอไม่ได้จึงจะไปตามหมอวรวรรธให้มาช่วย ไปเจอแองเจโล่กับมาริโอ้เมานอนเขละอยู่ จึงเข้าสิงร่างมาริโอ้ เผลอพุ่งเข้ากำแพงแต่คราวนี้ไม่ทะลุ มาริโอ้เลยหงายลงไปกองกับพื้น แองเจโล่โงหัวขึ้นมาถามว่า “เล่นอะไรของแกวะ ยังไม่หายเมารึไง”

ใบหม่อน ในร่างมาริโอ้เข้าไปช่วยเนตรสิตางศุ์ต่อสู้กับคนร้าย คนร้ายถูกกระจกที่แตกแทงแขนบาดเจ็บ ส่วนมาริโอ้ก็ถูกคนร้ายใช้กรรไกรแทงที่ต้นแขน แองเจโล่ตามเข้ามามองคนร้ายงงๆ ว่าเป็นใคร และมองมาริโอ้ที่กิริยาท่าทางผิดแผกไปจากเดิม แต่ทุกคนก็รุมกันเข้าต่อสู้กับชายลึกลับที่แข็งแรง

หมอวรวรรธได้ยินเสียง อึกทึกครึกโครมในห้องคอสตูม วิ่งเข้าถีบคนร้ายจนกรรไกรที่มันกำลังจะจ้วงแทงเนตรสิตางศุ์หลุดมือ ในที่สุดมันวิ่งหนีออกจากห้องไป ใบหม่อนจึงออกจากร่างมาริโอ้

คนร้ายวิ่ง ออกไปเจอปาณัท หมอวรวรรธวิ่งตามมาร้องบอกปาณัทให้ช่วยจับคนร้ายไว้มันทำร้ายเนตรสิตางศุ์ แต่ปาณัทก็ถูกมันชกคว่ำเสียก่อน เห็นคนร้ายวิ่งหนี ปาณัทตะโกน “ใครอยู่แถวนี้บ้าง มาช่วยที!!”

แต่ในที่สุดคนร้ายก็กระโดดพุ่งทะลุ หน้าต่างกระจกออกไป หมอวรวรรธวิ่งตามมาชะโงกดูเห็นมันวิ่งกะเผลกๆ ไป เขาได้แต่มองตามเพราะอันตรายเกินไปที่จะกระโดดตาม

เมื่อคนร้ายหนีไปแล้ว หมอวรวรรธถามเนตรสิตางศุ์ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าไม่เป็นไรแต่พูดไม่ทันจบ มาริโอ้ก็โวยวายว่าตนถูกแทงเลือดออกจะหมดตัวแล้ว หมอจึงรีบไปดู เนตรสิตางศุ์มองอย่างอดน้อยใจไม่ได้

ใบหม่อนอ่านสายตาเนตรสิตางศุ์ออก มองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอ

ooooooo

เพนนีเอาดอกไม้ที่ติณห์ซื้อกลับไปอวดเปรมกับเตี่ยที่บ้าน พูดอย่างลำพองใจว่า

“พี่ เปรมเตรียมตัดสูทชุดใหม่เพื่อมาร่วมงานแต่งงานเพนนีได้เลย ส่วนเตี่ย ก็เตรียมเงินก้อนโต เพื่อซื้อที่ดินของติณห์ได้ ไม่เกินสัปดาห์หน้าเตี่ยเตรียมทำสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินทั้งหมดมาเป็นของ เตี่ยได้เลยค่ะ ฮ่ะๆๆ”

ติณ ห์กลับมาที่บ้านแล้วก็หงุดหงิดงุ่นง่านร่ำร้องถามหาแต่เพนนี แต่พอเห็นหน้าญาณินกลับแสดงความเบื่อหน่ายห่างเหิน เย็นชา คว้าโทรศัพท์โทร.หาเพนนี พร่ำไม่หยุดปากให้เธอรับสาย...จนคุณหลวงบ่นว่า “เป็นอะไรของเอ็งวะ”

แต่แล้วจู่ๆ เพนนีก็ถลาเข้ามาหาเขา ติณห์กอดเธอไว้ด้วยความหลงใหล จนญาณินช็อก คุณหลวงอึ้งเหวอ มองตาค้าง

ท่าที ที่เปลี่ยนแปลงไปของติณห์ที่หลงใหลเพนนีกระทั่งให้เพนนีตัดสินใจงานทุกอย่าง แทนตน เท่านี้ไม่พอ วันนี้ยังสั่งญาณินให้ไปหาที่สระว่ายน้ำ เพื่อให้เป็นกรรมการการแข่งขันโปโลน้ำกับคนในครอบครัว มีเพนนี เปรม และเสี่ยปิง เมื่อเธอไม่พอใจ ก็ถูกเปรมจับอุ้มโยนน้ำ ป้าออตกใจรีบกระโดดลงไปช่วยญาณิน ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างขบขันของติณห์และพวกเพนนี เธอกลับไปอาบน้ำที่บ้านน้ำตาไหลพรากอย่างแค้นใจ ช้ำใจ

คุณหลวงสะเทือนใจ ที่ญาณินต้องเสียน้ำตา ส่วนกุมาริกาประกาศว่า “แค้นนี้ต้องชำระ” แล้วคู่หูต่างวัยก็ยกมือประสานกันอย่างพร้อมจะลุยไปด้วยกัน

ooooooo

ปาณัทเอากล้องวงจรปิดมาดูหน้าคนร้ายที่พยายามจะฆ่าเนตรสิตางศุ์ แต่ไม่เห็นหน้าเพราะมันใส่หมวกไหมพรม ปาณัทบอกว่าจะแจ้งผู้กองณัฐเดชเพราะเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการตายของใบ หม่อนก็ได้ หมอวรวรรธรีบท้วงติงว่าเดี๋ยวผู้กองก็มา เอาไว้แจ้งตอนนั้นก็ได้

ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ต่างก็วิเคราะห์ไปต่างๆ นานา แองเจโล่เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือใบหม่อน ปาณัทเชื่อว่ามันต้องเป็นคน หัวตนถึงได้โนขนาดนี้ ซึ่งหมอวรวรรธก็เห็นด้วย

“หรือว่าใบหม่อนจะเข้าสิงคน แล้วก็มาฆ่าน้องเนตร ต้องใช่แน่ๆ มันถึงได้จับเนื้อต้องตัวพวกเราได้” มาริโอ้เอะใจ

ปาณัทคัดค้านทุกประเด็นที่จะเอาใบหม่อนมาเกี่ยวข้องด้วย บอกว่าตนรู้จักใบหม่อนดี

“เชื่อผมเถอะ คนร้ายเป็นคน ไม่เกี่ยวกับใบหม่อน” หมอวรวรรธยืนยันอีกคน แต่แล้วหมอก็ตกใจเมื่อมองไปรอบๆไม่เห็นเนตรสิตางศุ์

ที่แท้ เนตรสิตางศุ์ไปนั่งจับเจ่าอยู่ที่มุมบันได เธอกำลังคุยกับใบหม่อน ใบหม่อนบอกว่าตนมั่นใจว่าคนร้ายรายนี้ต้องเป็นคนเดียวกับที่ฆ่าตน เนตรสิตางศุ์เห็นด้วย

“คราวหน้าเธอต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะ ฉันอาจจะช่วยเธอไม่ทันเหมือนคราวนี้ก็ได้ เธอคงต้องให้คุณหมอนั่นประกบเธอตลอด ดูเขาชอบเธอมากนะ”

หมอวรวรรธตามมา เจอ เขาขอโทษที่ไม่ได้ดูแลเธอดีจนถูกทำร้าย เนตรสิตางศุ์ยังไม่หายน้อยใจ หมอชี้แจงว่า ที่ตนวิ่งไล่จับคนร้ายไม่ใช่เพราะเก่งหรือกล้า แต่เพราะเป็นห่วงเธอ หมอขอโทษและสัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เนตรสิตางศุ์จึงใจอ่อนให้โอกาสเขาแก้ตัว

พลันเนตรสิตางศุ์ก็ร้องกรี๊ด เมื่อเห็นวิญญาณเร่ร่อนที่ตามหมอมารายล้อมรอบตัวหมอ เธอรีบเอาแว่นใส่ หมอถามว่าวิญญาณเหล่านั้นมีเท่าไร เธอบอกว่าไม่ถึงโหล หมอกลืนน้ำลายเอื๊อก เนตรสิตางศุ์จึงอธิบายถึงวิญญาณเหล่านั้นว่า

“พวกเขาก็ไม่อยากจะอยู่แบบ นี้หรอกค่ะ ทุกคน ...ก็อยากไปสู่สุคติ หรือที่เขาชอบพูดกันว่า ไปที่ชอบๆ แต่คนเราเลือกที่จะตายแบบไหนไม่ได้นี่คะ ใครทำอะไรต้องได้สิ่งนั้นแน่ๆ ต่อรองไม่ได้ค่ะ กรรมแก้ไม่ได้ นอกจากไม่ทำกรรมเสียแต่แรก นี่ก็เป็นผลจากกรรมที่เขาทำกันมานั่นเอง พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้ อยากไปก็ไปไม่ได้ ดังนั้น หมอทำงานอยู่กับศพอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้อย่าป๊อดสิคะ”

“แล้วตอนนี้คุณเห็นไหม”

“ไม่ค่ะ แว่นอันนี้มีอาคมของแม่หมอสุคนธรสช่วยสะกดเซ้นส์ของเนตรไว้ เนตรเลยมองไม่เห็นวิญญาณค่ะ” หมอถามว่าแล้วทำไมเธอถึงเดี๋ยวเห็นเดี๋ยวไม่เห็นล่ะ
“เซ้นส์ของเนตร จะแรงหรืออ่อนขึ้นอยู่กับพระจันทร์ค่ะ ถ้าเป็นคืนเดือนหงายเซ้นส์ก็จะแรงมาก มองเห็นวิญญาณทั่วไปหมด แล้วเซ้นส์ก็จะอ่อนลงไปเรื่อยๆ จนถึงคืนเดือนดับที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย มันก็จะวนเวียนแบบนี้ไปค่ะ เนตรถึงต้องพกแว่นอันนี้ติดตัวตลอดเวลาไงคะ”

“มันไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าใส่แว่นดำแล้วหรือ”

“จริงๆ มันก็มีวิธีค่ะ เนตรเคยปรึกษายัยรส แล้วยัยรสก็ให้ของขลังมาอย่างนึง บอกให้เอามาให้หมอ แล้วเนตรก็จะมองไม่เห็นวิญญาณรอบๆตัวหมออีก แต่...เนตรไม่แน่ใจว่าหมอจะโอเคไหม”

พอเธอเอาสายรัดข้อมือหวานแหววออกมา ให้ดู หมอส่ายหน้าดิกบอกว่ายังไงตนก็ไม่ใส่ แต่พอพากันเดินกลับไปที่รถ เนตรสิตางศุ์เหลือบเห็นเขาใส่สายรัดข้อมือเส้นนั้นแล้ว เธอแอบยิ้มสบายใจ

หมอวรวรรธถามว่าจะบอกณัฐเดชเรื่องคนร้ายชุดดำอย่างไรดีที่จะไม่ให้รู้ว่าตนพาเธอมาที่พัทยา เนตร-สิตางศุ์บอกว่าถ้าพี่ชายรู้มีหวังเราโดนหนักกว่าเดิมแน่

“แต่ผมกับเขาต้องหาทางจับมันให้ได้นะครับ เราต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือใคร เพราะมัน...อาจจะเป็นผู้ร้ายที่ฆ่าใบหม่อนนะครับ”

“แต่ที่แน่ๆ คือเราต้องรีบกลับนะคะหมอ ก่อนที่พี่ณัฐจะจับคุณแทน” เธอเร่ง แล้วก็รีบพากันไปที่รถ

หลังเสร็จจากจับไอ้เบิ้มค้ายาแล้ว ณัฐเดชก็ไปที่ห้องทำงานของหมอวรวรรธทันที  ถามเจ้าหน้าที่ว่าหมออยู่ไหน เจ้าหน้าที่บอกว่าคงอยู่ข้างใน อาจจะชันสูตรศพอยู่ห้องไหนห้องหนึ่งก็ได้

“ห้องไหน พาฉันไป” ณัฐเดชสั่งอย่างฉุนเฉียวจี้พนักงานให้พาไปเดี๋ยวนี้

ooooooo

ส่วนที่บ้านติณห์ ทั้งเขาและเพนนีกำลังสำเริงสำราญกันเต็มที่ เสี่ยปิงกับเปรมขอกลับก่อน ปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง

ติณห์ชวนเพนนีไปอาบน้ำด้วยกัน คุณหลวงกับกุมาริกามองหน้ากันตาโต คุณหลวงบอกกุมาริกาว่าเราต้องจัดการให้นังปากแดงออกไปจากบ้านนี้ กุมาริกาตอบรับอย่างแข็งขัน

ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำ ทั้งติณห์และเพนนีถูกกุมาริกาแกล้งเอาน้ำราดพื้นลื่นหกล้ม หมุนเก้าอี้ขวางทาง ทั้งติณห์และเพนนีหกล้มฟกช้ำดำเขียวตกอกตกใจกันจนหมดอารมณ์อาบน้ำ เลยพากันเข้าห้องนอนแทน

พอเข้าห้องนอน ทั้งติณห์และเพนนีก็ทำอะไรไม่ได้ จะจูบกันก็จูบไม่ถึง จะกอดก็กอดไม่ได้ เพราะถูกทั้งคุณหลวงและกุมาริกาช่วยกันฉุดไว้

“ให้ตาย...วันนี้ยังไงผมก็ต้องอาบน้ำกับคุณให้ได้ อะไรก็ขวางผม มันต้องตาย!! ฮ่าๆๆ” ติณห์หัวเสีย

“ถึงขั้นจะพังบ้านเลยเหรอวะ เอ็งบ้าไปแล้ว” คุณหลวงฉุนขาด คว้าไม้กอล์ฟหวดลูกกอล์ฟไปเต็มแรง ลูกกอล์ฟลอยวนกระเด็นกระดอนไปชนโน่นชนนี่โครมครามก่อนพุ่งใส่หัวติณห์อย่างแรง ติณห์ล้มสลบคาที่

“ติณห์ๆ ตื่นสิคะ อะไรกันเนี่ย...ตื่น...ติณห์ๆ ตื่น!!” เพนนีพยายามปลุกอย่างไรติณห์ก็ไม่ตื่น เธอร้องโวยวายแผดเสียงกรี๊ดๆ ดังออกไปนอกห้อง

ooooooo

ที่โรงพยาบาล พอเสี่ยจำเริญเริ่มรู้สึกตัวก็ร้องเรียกเจ๊สมหญิง แต่อาอี๊เสาวภาเดินเข้ามาแทน อาอี๊น้ำตาคลอถามเสี่ยว่าเจ็บมากไหม กุมมือเสี่ยขอให้อดทนไว้ ตนให้กำลังใจอยู่ตรงนี้
เจ๊หญิงเปิดประตูเห็นภาพบาดตานั้นถึงกับชะงักพยายามข่มอารมณ์

ไตรรัตน์โทร.หาสุคนธรส แต่ต่างกำลังโทร.หากันอยู่กลายเป็นสายไม่ว่าง เลยต่างคิดว่าทิ้งไว้เดี๋ยวคงโทร.กลับมาเอง เขาเดินเข้าไปทางห้องพักคนป่วย เห็นแม่ยืนอยู่ถามว่า มายืนทำอะไรตรงนี้

อาอี๊ได้ยินเสียงรีบปล่อยมือผละจากเสี่ย เมื่อเจ๊หญิงกับไตรรัตน์เดินเข้ามา อาอี๊บอกว่าคืนนี้ตนจะเฝ้าเสี่ยเอง เจ๊หญิงบอกว่าตนเฝ้าเองได้ อาอี๊อ้างว่าเจ๊ต้องไปดูแลตลาด อาม่าก็อยู่คนเดียว ให้เจ๊ไปดูตลาดและอาม่าดีกว่าไม่ต้องห่วงเฮีย

เสี่ยจำเริญเพ้อเรียก “เสาวภา...เสาวภา...อั๊วกลัว อย่าทิ้งอั๊ว...” อาอี๊จึงรูดม่านปิด บอกว่าจะเช็ดตัวให้

ทั้งเจ๊หญิงและไตรรัตน์ต่างมองอึ้ง พูดไม่ออก

ooooooo

หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์รีบกลับ ก่อนที่จะถูกณัฐเดชจับได้ว่าหนีไปพัทยาด้วยกัน ระหว่างทางเจอเด็กแว้นและสก๊อยก่อกวน ท้าแข่ง หมอวรวรรธพยายามเตือนสติให้คิดถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงดูกว่าจะโตแทนที่จะทำตัวดีๆ ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ กลับมาเป็นเด็กแว้นสร้างปัญหาให้สังคม ถูกเด็กแว้นกับสก๊อยพากันหัวเราะขำ แล้วบิดรถเสียงแสบแก้วหูตะบึงไป

ครู่เดียวก็มีเสียงโครมๆ บึ้ม! หมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์ต่างช็อก เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น!

เมื่อไปถึงทางโค้งที่เกิดเหตุ เห็นสภาพที่เด็กแว้นและสก๊อยนอนร้องครวญครางกันแล้ว หมอวรวรรธรีบโทร.แจ้งตำรวจ  จากนั้นพยายามช่วยผู้บาดเจ็บเท่าที่สามารถทำได้

มีผีสก๊อยตนหนึ่งเดินหัวเราะร่ามาหาเนตรสิตางศุ์พูดอย่างสะใจ

“ฮ่ะๆๆๆ มาอยู่ด้วยกันให้หมด มาอยู่ด้วยกัน พวกตั้งตนอยู่ในความประมาท ไม่รักพ่อไม่รักแม่ไม่รักชีวิต ไม่สนใจอนาคต ก็อย่ามีอนาคตมันเลย ฮ่ะๆๆ”

หมอวรวรรธพยายามช่วยยื้อชีวิตเด็กแว้นด้วยการเอามืออุดแผลที่ท้องเพื่อไม่ให้เลือดไหลจนหมดตัว แต่เสียงสก๊อยที่นอนอยู่ข้างๆ ครวญครางเหมือนกำลังจะสิ้นใจ เขาบอกให้เนตรสิตางศุ์มาช่วยอุดแผลให้เด็กแว้นเพื่อตนจะไปช่วยสก๊อย

เนตรสิตางศุ์หน้าซีดเผือดกับภาพสยดสยองนั้นไม่กล้าเข้าไป จนหมอต้องเสียงเข้มสั่งและปลอบว่า

“ตั้งสติ เอามือกดไว้ เรากำลังช่วยชีวิตคนอยู่ ชีวิตเด็ก คนนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว”

เนตรสิตางศุ์ต้องต่อสู้กับความหวาดเสียวที่เห็นและความกลัวบรรดาผีแว้นผีสก๊อยที่มาชุมนุมรับน้องใหม่กันอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อเจอผีสก๊อยจะมาเอาชีวิตเด็กแว้นที่นอนหายใจงาบๆ อยู่ เธอตัดสินใจพูดกับผีสก๊อยตนนั้นว่า

“ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ปล่อยพวกเขาไปเถอะ อย่าสร้างเวรสร้างกรรมให้กับตัวเองอีกเลย...ถึงเขาจะทำตัวไม่ดีนัก แต่เขาก็ควรได้มีโอกาสกลับตัวกลับใจ”

ผีสก๊อยจะไม่ยอม เนตรสิตางศุ์อ้อนวอน ขอร้อง ต่อรองอีก “ฉันขอตั้งจิตอธิษฐานให้ผลบุญที่ฉันได้ทำมาในอดีต ปัจจุบัน รวมถึงอนาคต ได้แผ่ให้พวกคุณและเด็กพวกนี้”

ผีสก๊อยลังเล ก็พอดีรถพยาบาลมาถึง พยาบาลรีบเอาตัว เด็กแว้นคนนั้นกับสก๊อยขึ้นรถพยาบาลไป เนตรสิตางศุ์ยังขวัญหนีดีฝ่อกับเหตุการณ์ เธอยืนร้องไห้สะอึกสะอื้น จนหมอวรวรรธเข้ามาปลอบ

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีอะไรแล้วนะ พวกเขาอยู่ในความดูแลของหมอแล้ว”

ooooooo

ขณะหมอผีสมคิดกับไอ้หาญไอ้กล้ากำลังเชิญชวนชาวบ้านที่มาสำนักให้ทำบุญกันอยู่นั้น ไอ้กล้าก็เข้ามารายงานหมอผีสมคิดพร้อมถือโทรศัพท์เข้ามาว่า โทรศัพท์สายตรงจากสาวปากแดงเมืองกาญจน์

เพนนีโทร.มาขอบคุณ พูดอย่างร่าเริงบันเทิงใจว่า ตอนนี้ทุกอย่างเริ่ดมาก ติณห์กำลังคลั่งไคล้ตนสุดๆ

หมอผีสมคิดบอกให้ใจเย็นๆ ถึงตอนนี้จะสมหวังแต่ใช่ว่าจะสมหวังตลอดไป ของแบบนี้มีเวลาเสื่อม เมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม แล้วแนะว่า หากจะให้เหมือนเดิมก็ไม่ยาก เพียงแต่...

“คุณเพนนีต้องหาเวลามาให้อาจารย์ลงอาคมซ้ำทุกเดือน เดือนละดอก รับรองจะไม่มีวันเสื่อมอีกตลอดไป”

วางสายจากเพนนีแล้วหมอผีสมคิดหัวเราะร่า ไอ้กล้า ถามว่าอาคมระดับอาจารย์ไม่เคยต้องลงซ้ำไม่ใช่หรือ

“ก็ใช่น่ะสิ แต่สวยๆ แบบนี้ ไม่ซ้ำไม่ได้เว้ย ฮ่ะๆๆ ข้าล่ะชอบจริงๆ นังพวกที่อยากให้ผัวรักผัวหลง มันหลงอยู่ในกิเลส หลอกง่ายดีว่ะ”

แล้วอยู่ๆ เจ๊หญิงก็เดินฝ่าเข้ามา หมอผีสมคิดมองขวับนึกกระหยิ่ม “หึๆ กำลังรออยู่เลย”

เจ๊หญิงมาให้ช่วยดูว่าจะทำอย่างไรที่บ้านตนจึงจะไม่ต้องรับเคราะห์รับกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรอีกต่อไป เพราะตนทนไม่ไหวแล้ว หมอผีสมคิดพูดเอาใจว่าเจ๊อุปถัมภ์ค้ำชูสำนักตนตลอดมามีหรือตนจะไม่ช่วย แต่เรื่องรถชนเสี่ยนั้นเหลือกำลังจริงๆ ทำได้แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบา ถามว่า “แล้วนี่เสี่ยไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม”

เจ๊พูดประชดว่าคงไม่เป็นอะไรมากเพราะมีคนดูแลดี หมอผีฟังแล้วรู้อารมณ์ของเจ๊ บอกว่า ตอนนี้เคราะห์ของเจ๊ยังไม่หมดเท่านี้ ควรอยู่ใกล้เสี่ยเอาไว้ให้มาก เพราะดวงเจ๊ช่วงนี้มีเกณฑ์จะเสียของรัก เจ๊หน้าเสียถามว่าหมายถึงเสี่ยจำเริญหรือ

“ไม่ใช่ เสี่ยจำเริญน่าจะปลอดภัย แต่ตัวเจ๊นั่นแหละจะมีเรื่องให้ช้ำใจหนัก ต้องเสียของรักอันเนื่องจากคนใกล้ชิด ฉันก็ไม่แน่ใจนักว่าของรักคืออะไร คนใกล้ชิดคือใคร แต่มันจะเป็นเหมือนหอกข้างแคร่ เป็นบุคคลที่ สามที่ทำให้ครอบครัวเจ๊วิบัติ มีปัญหาใหญ่ มันมืด ฉันยังไม่เห็นหน้าเขา ยังไงเจ๊ก็ระวังตัวให้ดีแล้วกัน”

เจ๊ฉุกคิดอะไรบางอย่าง พรวดพราดรีบกลับ หมอผีมองตามหัวเราะ พูดอย่างสมใจ

“หึๆ ไอ้ไตรรัตน์ ถึงจะมีคนคุ้มครองอยู่ แต่ครอบครัวมึงไม่มีใคร...หึๆ แล้วมึงจะเสียใจที่มาเล่นกับกู ฮ่าๆๆ”

ooooooo

หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์กลับ ยังไม่ถึงกรุงเทพฯ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากณัฐเดช อารามตกใจ เธอเผลอกดตัดสาย ถามหมอว่าจะทำอย่างไรดี หมอบอกว่าอย่าตัดสาย เพราะสายสืบอย่างณัฐเดชต้องสงสัยแน่ เรารีบเข้ากรุงเทพฯ อีกไม่ไกลก็ถึงบริษัท บอกให้เธอรับสายแล้วบอกว่าอยู่บริษัท ถ้าอยากคุยอะไรให้ไปคุยที่บ้าน

เจ้ากรรม! พอโทร.กลับบอกพี่ชายว่าตนอยู่บริษัท ณัฐเดชพูดอย่างยินดีว่า ดีแล้วเพราะตนกำลังจะถึงบริษัทพอดี!

เนตรสิตางศุ์จะร้องไห้กลัวถูกพี่ชายจับได้ หมอวรวรรธเองก็ไม่สบายใจ บอกว่าขืนถูกจับได้มีหวังตายหมู่แน่ เร่งให้รีบขึ้นรถ เราต้องกลับไปให้ถึงบริษัทก่อนพี่ณัฐให้ได้

เพื่อกันเหนียวไว้ก่อน เนตรสิตางศุ์โทรศัพท์ไปบอกเพื่อนๆที่บริษัทให้ช่วยกันรับมือถ่วงเวลาณัฐเดชจนกว่าตนจะกลับไปถึง สุคนธรส กรรัมภา และกรรณา จึงแบ่งหน้าที่กันเป็นด่านๆ
ด่านแรก กรรัมภาทำเป็นรถเสียอยู่ก่อนถึงซอยเข้าบริษัท โทร.ขอความช่วยเหลือณัฐเดช เขาไปช่วยดู

แต่พอขึ้นสตาร์ตรถก็ติดทันที ณัฐเดชจึงกลับขึ้นรถตัวเองขับออกไป กรรัมภารีบโทร.บอกกรรณาที่ดักเป็นด่านที่สองว่าด่านแรกถูกตีแตกแล้ว

กรรณาชะเง้อรอรถณัฐเดชอยู่ พอเห็นรถเขาขับมาก็แกล้งทำถุงส้มหล่น ส้มกลิ้งเกลื่อนถนน ณัฐเดชจึงลงไปช่วยเก็บ ระหว่างนั้นเขาถามว่าเนตรสิตางศุ์อยู่บริษัทหรือเปล่า กรรณาอึกอักโกหกไม่สนิท ณัฐเดชจับพิรุธได้รีบขึ้นรถขับตะบึงไป

“ด่านสองโดนทะลวงแล้ว” กรรณารีบโทร.แจ้งสุคนธรสที่รับผิดชอบด่านที่ 3

หมอวรวรรธทำเวลาเต็มที่ เมื่อรถบนถนนติดก็ขึ้นวิ่งบนฟุตปาท โชคไม่ดีถูกตำรวจเรียกตักเตือนทำให้เสียเวลาไปอีก แต่พอมาถึงซอยเข้าบริษัท หมอวรวรรธเห็นท้ายรถของณัฐเดชกำลังเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบริษัทพอดี

“พี่ณัฐถึงแล้ว!! เสร็จแน่...” เนตรสิตางศุ์ทำหน้าจะร้องไห้

ณัฐเดชเจอดีอีกจนได้ ถูกเจ้าที่ใช้คาถานะจังงังบังตา จนเห็นบริษัทซิกซ์เซ้นส์กลายเป็นที่รกร้าง เลยคิดว่าตัวเองเข้าผิดซอย แต่ขณะกำลังจะย้อนกลับไป เห็นลูกหมาวิ่งออกมาจากที่รกร้างและมีเสียงก๊องจุ๊ปากเรียก ลูกหมาหันกลับวิ่งเข้าไปในที่รกร้าง

“เฮ้ย...หมาหายตัวไปได้ยังไง หรือว่าฝีมือยัยรส?” เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในที่รกร้าง พอผ่านเข้าไปกลายเป็นไปยืนอยู่ในบริษัทซิกซ์เซ้นส์แล้ว เห็นสุคนธรสกำลังเล่นงานก๊องที่ทำเสียแผนอยู่

เจ้าที่ซึ่งเป็นตัวการใช้คาถาบังตาณัฐเดช ถึงกับเหนื่อยหอบเพราะใช้พลังไปมาก ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ขอไปจำศีลก่อน

ณัฐเดชจับได้ว่าตนถูกพวกสาวๆรวมหัวกันหลอก ถามว่าเนตรสิตางศุ์ไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่ไหม พลางบุกเข้าไปค้นหาในบ้าน สุคนธรสตามไปขอร้องให้ฟังพวกตนก่อน เขาไม่ฟัง คาดคั้นว่าตกลงเนตรสิตางศุ์ไปพัทยากับหมอวรวรรธใช่ไหม!

ขณะสถานการณ์กำลังเขม็งเกลียวเต็มที่นั่นเอง เนตรสิตางศุ์ก็ร้องเรียก “พี่ณัฐ...” พอพี่ชายหันมา เธอตัดพ้อต่อว่า “เนตรบอกแล้วไงคะว่ามีอะไรให้กลับไปคุยกันที่บ้าน ทำไมต้องมาอาละวาดที่บริษัทด้วย เพื่อนๆ เนตรเอือมกันหมดแล้ว”

เธอปดว่าเมื่อกี้ตนอยู่ในครัวกำลังทำสลัดสูตรใหม่ให้เพื่อนๆชิม แม้ณัฐเดชจะไม่เชื่อแต่ก็เอาผิดน้องไม่ได้

ooooooo

วันนี้เนตรสิตางศุ์พยศเต็มที่ ทั้งตอบโต้และต่อต้าน พี่ชายให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ ทั้งยังท้าทายว่าตนจะไม่ยอมให้บังคับอีกต่อไปแล้ว ถ้ายังบังคับกันอีกก็จะหนีไปให้ไกลแสนไกล จะทำตัวใจแตกเหลวแหลกจะมีลูกก่อนวัย จะร้ายจะแรงตบตีแย่งผัวชาวบ้านให้ยิ่งกว่าในละครเสียอีก พูดแล้วเดินปึงปังผละไป

พอพ้นหน้าพี่ชาย เธอนึกขยะแขยงตัวเองว่าพูดอะไรไปแบบนั้น พลันก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกเบาๆ มองไปเห็นหมอวรวรรธซุ่มอยู่บอกว่าเป็นห่วงเธอ ถามว่าพี่ณัฐจับไม่ได้ใช่ไหมว่าเราหนีไปพัทยา

“จับไม่ได้ หนีไปเร็ว” เนตรสิตางศุ์ตกใจมาก

มือถือของหมอวรวรรธสั่นขึ้น เขาหยิบดูเป็นสายจากสุพิชชา เขากดรับสายฟังแล้วตกใจบอกให้เธอใจเย็นๆ ตนจะไปเดี๋ยวนี้ แล้วผลุนผลันไปไม่ได้บอกลาเนตรสิตางศุ์แม้แต่คำเดียว เธอมองอึ้ง ความน้อยใจตื้อขึ้นมาจนลำคอตีบ

ทันใดนั้น ณัฐเดชเดินเข้ามาบอกว่าจะให้เธอทำงานต่อก็ได้ แต่ต้องรับปากว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหมอวรวรรธอีก พูดแล้วเห็นน้องสาวยืนนิ่งน้ำตาไหล เขาตกใจถามว่าร้องไห้ทำไม เป็นอะไร

“อ๋อ...เปล่าค่ะ เนตรดีใจที่พี่ณัฐไม่บังคับเนตรแล้วค่ะ” เธอเฉไฉ

“โถ...ดีใจขนาดนี้เลยเหรอ นี่พี่คงเข้มงวดกับเรามากไปจริงๆสินะ” ณัฐเดชงึมงำงงๆ

ooooooo

ที่บ้านไตรรัตน์ เกิดทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างเจ๊หญิงกับอาอี๊เพราะความหึงหวงเสี่ยจำเริญ เจ๊หญิงไล่อาอี๊ออกจากบ้าน ขนข้าวของเครื่องใช้ของอาอี๊โยนไปนอกบ้าน อาม่าเสียใจจนเป็นลม

ไตรรัตน์กลุ้มใจ ส่งมิสคอลหาสุคนธรสถึงสามสิบครั้ง ทนไม่ไหวไปหาเธอถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ขอให้ช่วยตนด้วย ตนกลุ้มใจไม่รู้จะปรึกษาใคร ต้องการใครสักคนที่คุยด้วยได้ สุคนธรสไล่ให้ไปคุยกับแฟนตัวเองดีกว่า

“คุณเป็นคนที่ผมคิดถึงเป็นคนแรกเสมอ เพราะไม่มีใครที่จะเป็นที่ปรึกษาให้ผมเรื่องหมอสมคิดเหมือนคุณอีกแล้ว หมอสมคิดเจาะจงเล่นครอบครัวผมแบบกัดไม่ปล่อยแน่ๆแล้ว”
ไตรรัตน์บอกว่าตนอยากแจ้งความ  แต่กว่าจะใช้กฎหมายเล่นงานได้ไม่รู้จะทันกับการกอบกู้ครอบครัวหรือเปล่า อ้อนวอนให้ช่วยด้วย ขอให้ “เห็นแก่ที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้เสียกันนะ”

“ฉันจะไม่ช่วยก็เพราะคำพูดนายนี่แหละ” สุคนธรสชักสีหน้าฉุนกึก

ooooooo

ติณห์ยังคงคลั่งไคล้ใหลหลงเพนนีเป็นบ้าเป็นหลัง จนญาณินบอกป้าออกับสมชาติว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว แต่ทนายสมชาติกลับตั้งข้อสังเกตว่าติณห์อาจจะกำลังแกล้งดึงความสนใจของเพนนี เพื่อให้ญาณินได้เร่งสร้างรีสอร์ตให้เสร็จโดยไม่มีอุปสรรคก็ได้

แต่จากความจริงที่เห็นคือ ติณห์ไม่ได้มีแผนอะไรเลยนอกจากความเพ้อเจ้อหมกมุ่นอยู่แต่กับเพนนี หลงจนโงหัวไม่ขึ้น มิหนำซ้ำยังทำร้ายจิตใจญาณิน  ด้วยการบังคับให้นั่งรถไปกับตนและเพนนีอ้างว่าจะไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางทั้งสองก็จู๋จี๋อี๋อ๋อกัน ทำราวกับไม่มีญาณินอยู่ในรถด้วย

เมื่อไปถึงบ้านพักญาณิน เธอลงจากรถ ถูกเพนนีเรียกไว้ พูดเย้ยว่า

“หวังว่าวันนี้เธอจะได้เข้าใจอะไรๆถูกต้องแล้วนะ ว่าติณห์เป็นของใคร แล้วก็อย่ามาเจ๋ออีกเข้าใจ๋!” ติณห์เสนอหน้าออกไปย้ำว่า “เข้าใจ๋??” แล้วหันไปหัวเราะกับเพนนีคิกคัก ญาณินได้แต่มองตามรถไปด้วยความชอกช้ำใจ...

ooooooo

วันนี้ กรรัมภาตื่นเต้นมากที่จู่ๆหมอรุทธ์ก็โทร.มานัดไปทานข้าว เธอขอลางานกับสุคนธรสหนึ่งวัน พลันก็ชักสีหน้าใส่เมื่อกรรณามาขอไปด้วยคน กรรัมภาทำท่าขัดข้องเลยถูกเพื่อนอ้างว่า

“แกคิดว่าอยู่ๆหมอรุทธ์เขาจะโทร.มาหาแกเองงั้นเหรอ ฝีมือฉันจ้ะ” เห็นกรรัมภาทำหน้าสงสัย จึงชี้แจงว่า “หมอรุทธ์เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย และไม่มีที่ไหนที่เราจะสืบหาหลักฐานได้ดีเท่ากับการไปที่บ้านของเขา”

กรรัมภาหงุดหงิดมากเมื่อเพื่อนรักยังสงสัยหมอรุทธ์ว่าเป็นฆาตกร บ่นว่ากัดไม่ปล่อยแบบนี้มันมากไปแล้ว

“ฉันก็ไม่อยากตามกัดแบบนี้หรอก แต่ในเมื่อยังไม่มีอะไรยืนยันว่าหมอรุทธ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคุณใบหม่อนจริงๆ ฉันก็ต้องทำแบบนี้แหละ แล้วถ้าแกมั่นใจในความบริสุทธิ์ของหมอรุทธ์ขนาดนั้น แกจะกลัวอะไร ก็ให้ฉันไปด้วยสิ สืบให้รู้จะได้ไม่ต้องกล่าวหาใครลอยๆแบบนี้”

สุคนธรสเห็นด้วยที่จะให้กรรณาไปเป็นเพื่อนจะได้อุ่นใจ ถูกกรรัมภาพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตนอยากทานข้าวกับหมอรุทธ์สองต่อสอง

ในที่สุดกรรัมภาก็ต้องยอมให้กรรณาไปด้วย แต่มีข้อแม้มากมาย ห้ามยุ่ง ห้ามอ่อย ห้ามให้ท่า ห้ามมองตา และให้ประกาศว่ามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย กรรณาหมั่นไส้ถามประชดว่าจะให้บอกว่ามีลูกสามคนด้วยดีไหม คำตอบคือ “ดี!!”

กรรัมภาสงสัยว่ากรรณาโทร.ไปบอกหมอรุทธ์อย่างไรถึงได้ยอมให้มาหาที่บ้านได้ กรรณายิ้มอำๆ ไม่บอก ให้ไปหาคำตอบเอาเองตอนพบหมอรุทธ์แล้วกัน

ooooooo

หมอรุทธ์แปลกใจที่กรรณามากับกรรัมภา เธอบอกหมอว่ากรรณาอยู่บริษัทคนเดียว สงสารเลยต้องพามาด้วย หมอพูดอย่างมารยาทดีว่าเดี๋ยวทานข้าวด้วยกันก็ได้ ตนก็อยากรู้จักเพื่อนของเธอเหมือนกัน

“เอาเป็นว่าเชิญคุณหมอกับคุณเพื่อนตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวกรรณเดินเล่นแถวๆนี้ รับรองจะไม่ส่งเสียง รบกวนเลยสักแอะ” กรรณาพูดแล้วเดินไปแต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็อุทาน “โอ๊ววว...คุณหมอเลี้ยงปลาด้วยเหรอ”

ที่ทำให้กรรณาชะงักอึ้งคือ เธอได้ยินเสียงร้องไห้เย็นยะเยือกลอยมาจากมุมต่างๆในบ้านจนจับทิศทางไม่ได้ เธอขนลุกเกรียว พอดีลาภมาเชิญให้ไปอีกด้านหนึ่ง แนะนำว่าเธอเดินเล่นริมหาดได้ เดินได้ไกลถึงโขดหินตรงนั้นมีร้านขนมหวานเจ้าอร่อยด้วย แต่กรรณาขอนั่งเล่นที่ระเบียงดีกว่า บอกว่าตนอาจจะงีบสักพักไม่ต้องห่วง เชิญตามสบาย

พอลาภไปแล้ว กรรณาเงี่ยหูฟังเสียงวิญญาณที่ร้องไห้ระงมในบ้านอย่างสงสัย อยากเข้าไปค้นหา

ระหว่างหมอรุทธ์กับกรรัมภาทานอาหารและคุยกันนั้น กรรัมภาจึงรู้ว่ากรรณาโทร.มาบอกหมอรุทธ์ว่า

เธอจะมาทำหน้า เธอเครียดขึ้นมาจนกินไม่ลง เผลอมือปัดแก้วน้ำล้มน้ำหกเลอะ เธอบอกหมอว่าไม่เป็นไร เพราะแค่เปื้อนถุงมือ หมอจึงให้เธอถอดถุงมือออก พูดหยอกทีเล่นทีจริงว่า

“ถอดถุงมือออกสิครับ ใส่ทั้งชื้นๆแบบนี้มันไม่ดีนะครับ...เฮ้อ...จะว่าไป ตั้งแต่รู้จักคุณมาผมยังไม่เคยเห็นมือคุณแก้มแบบเต็มๆเลยนะครับ เจอทีไรก็สวมถุงมือตลอด...มีความลับที่นิ้วนางซ้ายรึเปล่า...”

กรรัมภาบอกว่าไม่มีตนยังโสด หมอพูดยิ้มๆ ว่าไม่เชื่อ เธอจึงถอดถุงมือออกให้ดู หมอยิ้มอย่างพอใจ

กรรัมภาจะใส่ถุงมืออีก หมอติงว่าใส่ทำไมมันยังชื้นอยู่ ให้วางไว้เดี๋ยวก็แห้ง แล้วชวนทานข้าวกัน

หมอรุทธ์ชูแก้วชวนดื่มเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของเรา แต่พอกรรัมภายกแก้วขึ้น ก็เห็นภาพหมอรุทธ์กำลังนั่งทานอาหารกับใบหม่อนตามลำพัง ใบหม่อนในชุดดำ ทานข้าวไปร้องไห้ไป กรรัมภาตกใจปล่อยแก้วตกแตก ลุกพรวดขึ้น

“คุณเป็นอะไรไปครับคุณแก้ม” หมอรุทธ์ถามงงๆ เธอพูดไม่ออกพยายามระงับอาการตอบอ้อมแอ้มว่าไม่มีอะไร...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:30 น.