ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เรื่องราวของ 5 สาวเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัย ที่บังเอิญเกิดวัน เดือน ปี เดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเท่านั้นทั้ง 5 สาวตกลงใจเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน...อันมี ญาณิน เนตรสิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา และสุคนธรส

ทั้ง 5 สาวจึงผูกพันอยู่ในชะตากรรมเดียวกันอย่างแกะกันไม่หลุด

ooooooo

ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ใจกลางกรุง...ญาณิน สาวหน้าสวยดวงตาใสแป๋วน่ารัก เธอมีความสามารถพิเศษสื่อสารกับจิตวิญญาณ เธอยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านและการจราจรที่สับสนวุ่นวาย เธอรำพึงอย่างตระหนักในตัวเองว่า

“สัมผัสที่หกไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะมีก็มีได้ มันคือพรสวรรค์ที่จัดสรรมา สู่บุคคลที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้น แม้เราจะไม่ต้องการและพยายามปฏิเสธมันสักเท่าใด

ก็ไม่สามารถจะหนีพ้น...มันมา...พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่แท้แล้ว พวกเรา...คือผู้รับใช้...และผู้เสียสละ...มิใช่ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์อันใดทั้งนั้น มีหน้าที่ในการช่วยเหลือ ปลดปล่อย นำพาพวกเขาให้พ้นทุกข์เป็นอิสระจากบ่วงพันธนาการใดๆในโลกนี้ เพื่อไปสู่โลกหน้าอันสุขสงบ”

ooooooo

ที่ห้องเรียนทำอาหาร เนตรสิตางศุ์ น้องเล็กสุดในกลุ่ม 5 สาว อยู่ในชุดหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตาแก้วที่เปราะบางกำลังทำซอสพาสต้า เธอมองหามีดจะผ่ามะเขือเทศ ในสายตาเห็นอะไรผ่านแว้บๆ พอหันมองเห็นหลังเด็กชายคนหนึ่งถือมีดวิ่งออกไปจากห้อง เธอตกใจรีบวิ่งตาม ร้องบอก

“เอามีดมานะ!! มันอันตราย!!”

เธอวิ่งไล่ตามพลางร้องบอกให้คนที่เดินสวนมาช่วยจับเด็กคนนั้นไว้ด้วย คนเหล่านั้นกลับมองเธองงๆ เธอจึงวิ่งกวดไปดักเด็กทันสั่งให้เอามีดคืนมา เด็กไม่ยอมคืนถอยไปจนชนกำแพง

“ไม่มีทางไปแล้ว ขอมีดคืนนะคะ” เนตรสิตางศุ์ก้าวเข้าจะแย่งมีด แต่ไม่ทันถึงตัว เด็กก็ถอยทะลุหายไปในกำแพงแล้ว เหลือแต่มีดตกที่พื้น!

เนตรสิตางศุ์ผงะ อึ้ง หันกลับมาเห็นคนแถวนั้นมองอยู่ด้วยสายตาประหลาด งงๆ

ooooooo

ที่ตลาดนัดข้างถนนใกล้ตึกออฟฟิศกลางเมือง ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าข้างถนนกันขวักไขว่ พ่อค้าขายซีดีกำลังเปิดเพลงเสียงดังเร้าใจ

กรรณากำลังยกลังหนังสือหนักอึ้งเทใส่แผงเป็นหนังสือมือสองกองๆไว้ เธอยกมือปาดเหงื่อท่าทางหนื่อยๆ พลันก็มีเสียงหวีดแหลมดังแทรกเข้ามาจนเธอเฮือกเล็กน้อย รู้ว่าเป็นเสียงอะไร เธอร้องบอกพ่อค้าขายซีดีให้เปิดเสียงดังอีก แล้วหันยกลังหนังสือเทใส่แผงใหม่

หนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งมายืนเลือกหนังสือ ปากเขาขยับเหมือนถามอะไร แต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงคลื่นแทรกซ่าๆ สลับกับเสียงหวีดแหลม

กรรณาเอามือปิดหูแบบไม่ไหวแล้ว หนุ่มออฟฟิศพยายามถามว่าหนังสือนี่ลดกี่เปอร์เซ็นต์ เธอตะโกนตอบ

“หา...ค่า...ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

ระหว่างที่หนุ่มออฟฟิศเดินเลือกหนังสือกองโน้นกองนี้อยู่นั้น กรรณามองตามเหมือนมีเสียงกระซิบบอกอะไรเกี่ยวกับหนุ่มคนนี้อยู่ข้างหู เมื่อเขามาจ่ายเงิน เธอชี้หน้าจ้องตาเป๋งบอกเขาว่า

“เพ่...เพ่ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ...พ่อของเพ่เขาอยากเห็นเพ่เป็นฝั่งเป็นฝา...กับคุณ...เหม่เหม...

แฟนของเพ่น่ะ...แล้วเขาก็ไม่โอ...ที่เพ่จะซื้อบ้านแถวรามอินทรา เขาอยากให้เพ่กลับไปดูแลบ้านที่เพ่เกิดที่เชียงใหม่มากกว่า...ช่าย...”

“พ่อ...” หนุ่มคนนั้นทิ้งหนังสือลงบนแผง จ้องหน้ากรรณา “คุณ...รู้ได้ยังไง...บ้า...บ้าชัดๆ” เขาจ้องหน้าเธออย่างรังเกียจแล้วเดินหนีไป คนอื่นๆที่เลือกหนังสืออยู่ก็พากันวางหนังสือเดินหนีไปกันจนหมด

กรรณากอดอกยักไหล่ พูดกับตัวเองเซ็งๆ

“กระซิบกันจัง...กระซิบแต่เรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทีรางวัลที่หนึ่งที่เหนิ่งเจ็ดตัวตรงๆ อ่ะ...เคยมากระซิบกันบ้างป่าว เฮ้อ...”

ooooooo

ที่โรงเรียนสอนเต้นเกาหลี...กรรัมภาหรือแก้ม ผู้หลงใหลศิลปินเกาหลีถึงกับไปเรียนเต้นกับครูสอนชายชาวเกาหลี เมื่อเธอเต้นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเด่น ครูชมว่า

“ดีมาก...ทุกคนเต้นได้ดีมาก ดีกว่าต้นฉบับเสียอีก”

ครูชมแก้มว่าเต้นได้เริ่ดที่สุด แล้วชวน “เพื่อนครูเป็นโคลีโอกราฟเฟอร์ให้หนังมิวสิเคิลเกาหลีอยู่ เธอสนใจอยากไปลองออดิชั่นไหม”

กรรัมภาตอบรับทันที เธอตื่นเต้นดีใจจนจับมือครูขอบคุณ ชมว่าครูเป็นคนดีมากเลย พลันเธอก็เห็นภาพอีกมิติหนึ่งเป็นภาพครูสอนเต้นใช้มือนั้นผลักหญิงสาวลงไปที่เตียง หญิงสาวขัดขืน ครูตบหน้า เห็นมือครูตบๆๆๆ แต่ละตบก็เปลี่ยนหน้าหญิงสาวไม่ซ้ำกัน เป็นสิบๆคน

กรรัมภาผงะตกใจ ตบหน้าครู ด่า “ไอ้ซาดิสต์!!!”

เป็นเพราะกรรัมภาสัมผัสสิ่งใดแล้วจะสามารถเห็นอดีตที่เกี่ยวพันกับสิ่งนั้นๆทันทีนั่นเอง!

ooooooo

ที่ไซต์ก่อสร้าง...สุคนธรส ได้กลิ่นอะไรบางอย่างเธอเดินตามกลิ่นนั้นไปพลางนึกในใจ “ซวยแล้วดิ”

ขณะสุคนธรสเดินตามกลิ่นไปนั้น จู่ๆเจ้านายก็มาขวางถามว่าจะไปไหน ลูกค้ามารอเพื่อให้แก้ไขแบบบ้านนานแล้ว สุคนธรสพูดลนๆว่าให้รอไปก่อนตนมีเรื่องด่วน เรื่องคอขาดบาดตายด้วย พูดแล้วก็จ้ำพรวดๆไปเลย เจ้านายสงสัยจึงตามไป

สุคนธรสรู้ว่ามีน็อตตัวหนึ่งในเขตก่อสร้างกำลังคลายเกลียว แต่มีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินไปทางนั้น เธอพยายามเรียกเพื่อบอกเขา แต่ลูกค้าคนนั้นไม่ได้ยิน เธอรีบก้มเก็บหินเล็กๆปาโดนหัวลูกค้า เขาหยุดกึกหันมองตาขวาง

เป็นจังหวะที่น็อตคลายเกลียวจนไม้หล่นลงมาเฉียดหัวลูกค้าไปเส้นยาแดงเดียว เสียงไม้หล่นโครม ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว

ลูกค้าช็อกกับเหตุการณ์เฉียดตายนั้น ส่วนสุคนธรสกระโดดร้องด้วยความดีใจ “เยสสสส”

ทุกคนบริเวณนั้นช็อก มองสุคนธรสด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาเจ้าตัวหยุดกึก ยิ้มเจื่อนๆทำหน้าไม่ถูก

ooooooo

ญาณินได้งานเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ของร้านเครื่อง ประดับหรูในโรงแรมของพร วันนี้ขณะเธอกำลังจัดเครื่องประดับเข้าตู้โชว์นั้น อยู่ๆก็มีเสียงเด็กผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือแว่วมา เธอมองไปเห็นเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัว ร้องครวญครางอย่างทรมาน

“ช่วยผมด้วย...แม่ผม...แม่”

ณ อีกที่หนึ่ง มีซองเสนอราคายื่นมาตรงหน้าคุณหญิงที่เป็นแม่ของเด็กชายคนนั้น คุณหญิงหยิบซองเปิดดู ชายที่ยื่นซองพูดว่า ถ้าคุณหญิงช่วยให้บริษัทตนชนะการประมูลราคาสร้างถนนเส้นนั้นรับรองจะไม่ทำให้คุณหญิงผิดหวัง

“อืม...ไม่น่ามีปัญหาอะไร” คุณหญิงเห็นเช็คลงตัวเลข 20 ล้านในซองแล้ว ตอบรับเบาๆ

ขณะญาณินกำลังอยู่ในภวังค์ที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงเรียกจากคุณหญิง พอเธอเห็นหน้าคุณหญิงก็ถึงกับผงะมองคุณหญิงที่แต่งชุดดำอย่างตกใจ คุณหญิงตกใจกับสีหน้าของญาณิน ถามว่าได้ยินที่ตนถามไหมว่าคุณพรเจ้านายเธออยู่ไหมให้ไปตามมาพบที

คุณพรเจ้าของร้านถลาออกจากด้านใน ยกมือไหว้คุณหญิงบอกว่านี่คือญาณินเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ แต่เครื่องเพชรคอลเลกชั่นที่สั่งรูปไปให้คุณหญิงดูนั้น

ไม่ใช่ฝีมือของคนนี้ เป็นดีไซน์จากยุโรป แล้วขอตัวไปเอามาให้ชม

ญาณินยังมองคุณหญิงอยู่อย่างชั่งใจ จนคุณหญิงถามว่าจ้องหน้าตนทำไม เธอลังเลนิดหนึ่งจึงตัดสินใจพูด

“เอ่อ...คุณหญิงมีลูก...ลูกชายอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี เขาเพิ่งเสียชีวิตไป...” พอขึ้นต้นได้ คำพูดก็หลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ คุณหญิงฟังแล้วหน้าเผือดลงทุกที ถามปากคอสั่น...

“นี่...นี่...ทะ...เธอ...”

ญาณินหลับตาลง จิตของเธอวืดออกจากร่าง ทะลุผ่านคุณหญิงไปยืนดูเด็กชายคนนั้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตา แล้วเธอก็ถอยวืดกลับมาที่เดิม จับมือคุณหญิง มองอย่างขอร้องขณะพูด

“คุณหญิงคะ...ลูกชายคุณหญิงเขาอยากให้คุณหญิงหยุดทำบุญให้เขา เพราะเงินที่คุณหญิงหามาได้จากการโกงกินหรือคอรัปชัน มันเป็นเงินบาป ไม่บริสุทธิ์ เงินที่คุณหญิงใช้ทำบุญไปให้กับลูกชาย มันจึงร้อนดั่งไฟ ประลัยกัลป์ เผาผลาญเขาให้ทุกข์ทรมานไม่รู้จักจบจักสิ้น”

ญาณินพูดไม่ทันจบ ก็ถูกคุณหญิงตบหน้าฉาด จ้องเธอตาแดงก่ำ ด่า “แก...นังปีศาจ...แกไม่ใช่คน!!”

คุณหญิงถอยไปอย่างหวาดกลัวแล้ววิ่งหนีออกไปเลย คุณพรถือถาดเครื่องเพชรออกมาพอดี เห็นคุณหญิงตบญาณินแล้ววิ่งออกไป ก็ตวาดอย่างโกรธจัด

“แก...แกไปพูดอะไรกับคุณหญิง แกรู้ไหมว่าเขากำลังจะซื้อเครื่องเพชรราคาสิบล้าน แกเป็นบ้าอะไรหา!”

ooooooo

5 สาวนัดพบกันที่คาเฟ่ บาร์แอนด์เรสเตอรองต์ ญาณินกับสุคนธรสมาถึงก่อน ต่างปรับทุกข์กันเรื่องถูกไล่ออกจากงาน

ครู่หนึ่งเนตรสิตางศุ์กับแก้มเดินเข้ามา แก้มถือถุงช็อปปิ้งมาเพียบ ยิ้มร่าเริงเข้ามาร่วมโต๊ะ เนตรสิตางศุ์บอกเพื่อนทั้งสองว่าตนต้องเปลี่ยนที่เรียนทำอาหารอีกแล้ว พอรู้ว่าญาณินกับสุคนธรสถูกไล่ออกจากงาน เธอร้องอ้าว ต่างมองกันเศร้าๆ

“พวกหล่อนเลิกเล่นเกมใครน่าสงสารที่สุดเสียทีได้ไหมยะ ใครจะมองเรายังไงก็ช่าง อย่าได้แคร์ เริ่ดๆ เชิดๆ เข้าไว้” แก้มเท้าสะเอวใส่เพื่อนๆ อย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร

ขณะนั้นเอง กรรณาลากตะกร้ารถเข็นที่มีถุงปุ๋ยลายสายรุ้งแบบแม่ค้าเข้ามาได้ยินพอดีเลยบ่นแก้มว่า “ใครจะเก่งเท่ายัยแก้มลูกคุณหนูไฮโซเซเลบริตี้ อยากได้อะไรก็รูดปื๊ด...รูดปื๊ดแล้วให้พ่อแม่จ่าย”

แก้มบ่นว่าให้เลิกดูถูกคนรวยเสียทีได้ไหม ถึงตนจะรวยตนก็คนเหมือนกัน ขณะทั้งสองกำลังต่อปากต่อคำกันนั้น พนักงานเข้ามาบอกกรรณาว่าห้ามขายของในนี้ ญาณินบอกว่าพวกตน 5 คนเป็นเพื่อนกัน แก้มเลยเกทับสั่งน้ำส้มคั้น 5 แก้ว

ดื่มน้ำส้มพอหายเซ็งบ้างแล้ว 5 สาวก็ปรึกษากันว่า ในเมื่อเราทำงานกับคนอื่นแล้วมีปัญหา เราก็มาทำกับคนกันเองที่เข้าใจกันจะได้ไม่มีปัญหา แต่จะทำอะไร ต่างก็นิ่งคิด

เนตรสิตางศุ์คิดออกก่อนเพื่อน เสนอให้ทำร้านอาหาร เสียงแตกทันทีมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กรรณาเสนอว่าต้องทำในสิ่งที่พวกเราทุกคนสนใจและมีความรู้

“บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน” ญาณินเสนอ ได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ ทุกคนดีใจเสียงดังกันจนแขกในร้านหันมองด้วยสายตาที่ทั้งสงสัยและตำหนิ 5 สาวกวาดตามองไปรอบตัว ถามพร้อมกันเหมือนมีจิตวิญญาณเดียวกันว่า

“มองอะไรคะ...มีปัญหาไรป่ะ....อะไรไม่ทราบ???”

6 เดือนผ่านไป 5 สาวตั้ง “บริษัทซิกซ์เซ้นซ์อินทีเรีย” รับออกแบบตกแต่งภายใน แต่ลูกค้าที่โทร.เข้ามาไม่มีใครติดต่อให้ไปตกแต่งภายในเลย มีแต่เรื่องให้ช่วยพาวิญญาณลูกชายที่จมน้ำตายให้กลับบ้านบ้าง ให้ช่วยไล่ผีสิงออกจากเพชรบ้าง และให้ไล่ผีเมียหลวงไปผุดไปเกิดเสียทีจะได้ไม่ต้องมารังควานตนที่จะมีเมียใหม่บ้าง

5 สาวรับสายอย่างหัวเสีย ต่างเสียงแข็งกร้าวยืนยันว่า ไม่รับงานปราบผี!

ooooooo

ที่เมืองกาญจนบุรี...ที่ดินริมน้ำที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่ามานาน กำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ต โดยติณห์หลานตาของคุณหลวงพิชัยภักดีที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก

แต่การก่อสร้างมีอุปสรรคน่าสยอง เมื่อผู้รับเหมาทิ้งงานหนีไปแล้วถึง 4 รายเพราะถูกผีเฮี้ยนหลอกหลอน เล่าลือกันไปทั่วเมืองกาญจน์ จนกำนันพงษ์ลูกหลานคนเก่าแก่ของคุณตาติณห์บอกว่าไม่มีใครในจังหวัดยอมรับงานนี้แล้ว

ติณห์ไม่เชื่อ บอกเพนนีหญิงสาวคนสนิทที่พ่อมีรีสอร์ตติดกับที่ดินของติณห์ว่า ถ้าผีมีจริง ทำไมสองเดือนกว่าที่ตนกลับมาอยู่ที่นี่ไม่เคยเจอเลย เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ

กำนันพงษ์เสนอให้ติณห์หาหมอผีมาก่อนดีไหมเพราะไม่มีใครยอมรับงานอีกแล้ว พยายามหว่านล้อมติณห์ว่า

“ผมไม่ได้งมงายนะครับคุณติณห์ แต่...วิญญาณคุณหลวงพิชัยภักดี...คุณตาคุณติณห์...ท่านหวงที่ของท่านจริงๆ”

“ว้อท!!! คุณตาเหรอ ไม่! ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับคุณ มันคือการสะกดจิตหมู่ มันเป็นเรื่องไซโคโลจี้ทั้งนั้น” ติณห์ฉุนของขึ้นจนทุกคนเงียบ

ติณห์ไม่เพียงไม่เชื่อหากยังท้าทายผีคุณตาให้ออกมา กำนันใจคอไม่ดีเตือนว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่

“ผมต้องการพิสูจน์ความจริง” ติณห์เสียงแข็งแล้วก้าวขึ้นไปบนเรือนทันที

เพนนีตามขึ้นไปยกมือพนมบอกกล่าว “หลวงพิชัยภักดี...เพนนีขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ที่มีประวัติว่าท่าน...โกงเงินของกองทัพญี่ปุ่นตอนสงครามโลก เพนนีไม่เชื่อหรอกนะคะ” เธอพูดกับติณห์ว่าคงเป็นเพราะท่านทำธุรกิจเก่งมากมีคนอิจฉาจึงหาเรื่องท่าน บอกเขาว่า “ติณห์อย่าซีเรียสเลยนะ”

กำนันพงษ์บอกอีกว่าเขาใส่ร้ายกันถึงขนาดว่าท่านไม่ได้โกงแค่ญี่ปุ่นแต่โกงเงินของชาติไทยด้วย พอถูกจับได้ท่านก็เลย...เพนนีขัดขึ้นไม่ให้กำนันพูดต่อ กำนันจึงเลี่ยงเป็นพูดว่า

“ผมเห็นใจไงครับ เพราะเรื่องมัวหมองนี้ ก็เลยทำให้ครอบครัวของคุณติณห์ทุกคนต้องหนีไปอยู่เมืองนอก ไม่ติดต่อไม่รับข่าวสาร แล้วก็ไม่เคยมีใครกลับมาอีกเลย ที่ดินริมน้ำทั้งหมดก็ถูกทิ้งร้าง เพิ่งจะมีคุณติณห์นี่แหละที่กล้าหาญ กลับมาพัฒนาไม่สนคำนินทาใคร แจ๋วจริงเลย”

ติณห์บอกว่าอย่าคิดมาก เรื่องทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องธรรมดาโลก ขอให้ลูกหลานมั่นใจเข้าไว้สักวันคนก็ลืม คนไทยลืมง่ายจะตาย

สิ้นเสียงติณห์ หน้าต่างปิดกระแทกปึงปังเสียงดังลั่นทั้งที่ไม่มีลม เพนนีสะดุ้งเฮือก กำนันเสนอว่าเพื่อความปลอดภัยเรากลับกันก่อนดีกว่า แต่ติณห์ไม่เชื่อ บอกว่าผีเกิดจากความคิดเราเองทั้งนั้น ถ้าไม่มีจินตนาการก็ไม่มีผี

“คุณติณห์...คนงานทุกคนที่เคยทำงานที่นี่ เขาพูดกันว่า ผีคุณหลวงท่านหวงที่ ท่านขู่อาฆาตทุกคนที่คิดจะรื้อทำลายบ้านของท่าน แค่จะปลดรูปท่านลงจากผนัง ยังไม่มีใครทำได้เลย” สิ้นเสียงกำนัน ลมพัดหวิวหวูเข้ามา กำนันรีบขอตัวไปก่อน บอกติณห์ว่ามีอะไรก็ให้โทร.หาตนได้ ว่าแล้วกำนันก็เดินอ้าวออกไป

“โอเค้...งั้นผมปลดรูปคุณตาออกเอง จะได้ไม่ต้องมีใครเดือดร้อนอีก” ติณห์เดินไปปลดภาพลง

ทันใดนั้น เกิดลมพัดอื้ออึง ประตูหน้าต่างกระแทกปึงปัง ผ้าม่านเก่าถูกลมพัดมาคลุมหน้าเพนนีจนเธอเสียหลักเซไปชนติณห์ล้มไปด้วยกัน เธอดิ้นล้มลุกคลุกคลาน ผ้าม่านสะบัดไปฟาดผนังกระจกแตก เศษแก้วบาดมือติณห์ที่ยกมือปิดหน้าตัวเองจนเลือดไหลหยดติ๋งๆน่าสยอง

“กรี๊ด...ติณห์! ไปค่ะ ไปจากตรงนี้ก่อนเถอะ ไปๆๆ”

ทั้งสองพากันวิ่งออกไปเนื้อตัวถลอกปอกเปิก ข้างหลังพวกเขา สายตาของใครคนหนึ่งจ้องตามไปไม่กะพริบ!

ooooooo

เพราะตั้งบริษัทมา 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีงานที่ตรงกับความต้องการสักชิ้น ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์มาเป็นปึ๊ง ทั้ง 5 สาวนั่งมองหน้ากันเซ็งๆ

กุมารทองที่มาอยู่ด้วย แกล้งเข้าไปจี้เอวป้าออจนแกตกใจเป็นลม กุมารทองพูดอย่างคะนองว่า

“เฮ้อ...ป้าคนนี้นี่เมื่อไหร่จะชินเสียทีนะ รู้จักกันมาตั้งเป็นเดือน หนูแหย่เล่นทีไรเป็นลมทุกที”

กรรณซึ่งมีสัมผัสพิเศษทางการได้ยิน ดุกุมารทองว่า “ยัยตัวแสบเอาอีกแล้ว ฉันได้ยินนะ ว่าเธออยู่ตรงนั้น”

กุมารทองแกล้งป้าออแม่บ้านเก่าแก่จนเป็นลม แล้วก็ก่อกวน 5 สาว จนญาณินขอให้หยุดเสียทีพวกตนยิ่งปวดหัวอยู่ แล้วบอกสุคนธรสให้จัดการสมุนของเธอที

สุคนธรสต้องเอาตุ๊กตาแมวคิตตี้รุ่นล่าสุดแบบเปลี่ยนชุดได้มาล่อกุมารทองว่า ถ้าเอาให้แล้วต้องหายไปสามวันสามคืนไม่ต้องโผล่มาอีก กุมารทองอยากได้จึงรับปากแล้วหายตัวไป 5 สาวจึงประชุมต่อได้

กรรัมภาซึ่งทางบ้านฐานะดีขอออกค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ให้ก่อน แล้วเดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่ กรรณา เชอะใส่หาว่าคนรวยก็เป็นแบบนี้แหละความอดทนต่ำ กรรัมภาถามว่าทำไมเพื่อนๆต้องรังเกียจความรวยของตนด้วย

“พวกเราไม่มีใครสนใจเงินเธอหรอกแก้ม จะรวยจะจนเราก็เป็นเพื่อนกัน เกิดวันเดือนปีเดียวกัน มีชะตากรรมเดียวกันที่ต้องมาเป็นแบบนี้”

ระหว่างนั่งคุยกันอยู่นั้น เนตรสิตางศุ์หายไป ทันใดก็เกิดเสียงบึ้มมาจากห้องครัว ควันพุ่งโขมง ทุกคนตกใจ อึดใจเดียวเนตรสิตางศุ์ก็วิ่งฝ่าควันไฟออกมายิ้มระรื่นบอกว่า เค้กโกโก้อบภูเขาไฟเสร็จแล้ว น่ากินมาก

ญาณินบ่นว่าเงินยิ่งไม่มียังมาทำห้องครัวระเบิดอีก บ่นไม่ทันขาดคำก็มีน้ำหยดติ๋งๆจากชั้นบนลงมา อึดใจเดียวก็มีเสียงท่อน้ำแตกที่ชั้นบน ทุกคนเลยต้องวิ่งขึ้นไปแก้ปัญหากัน เหลือแต่เนตรสิตางศุ์ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

ณัฐเดชผู้กองหนุ่มไฟแรงพี่ชายของเนตรสิตางศุ์เป็นเพื่อนของติณห์ เขาได้รับโทรศัพท์จากติณห์บอกว่าต้องการความช่วยเหลือ เล่าอย่างตึงเครียดว่า

“มีเรื่องบ้าบอคอแตกเกิดขึ้นที่นี่ เอ่อ...ฉันก็อธิบายไม่ถูก เอาเป็นว่า เรามีปัญหากับผี...ผีแกรนด์ปา” แล้วถามว่าพอจะรู้จักผู้รับเหมาบ้างไหม ช่วยหามาออกแบบตกแต่งภายในรีสอร์ตให้หน่อย ย้ำว่า “แต่ต้องพวกที่

สติแข็งๆไม่เชื่อเรื่องผีไร้สาระงี่เง่า มีมั่งไหม”

“ผู้รับเหมาตกแต่งภายในงั้นเหรอ....” ณัฐเดชทวนคำปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที

ตกเย็น ณัฐเดชไปหา 5 สาวที่บริษัทซิกธ์เซ้นซ์ไปถึงไม่ทันพูดเรื่องงาน ก็ถูกพวกสาวๆรุมกันเข้ามากอด มาเกาะมาลูบคลำกล้ามแน่นๆไม่เว้นแม้แต่ป้าออที่อยู่กับสาวๆเหล่านี้จนพลอยเปลี่ยวเหงาไปด้วย

ญาณินดีใจมาก บอกณัฐเดชว่านี่เป็นงานชิ้นแรกที่ได้หลังจากก่อตั้งบริษัทมาครึ่งปี เนตรสิตางศุ์ดีใจกับทุกคนด้วยถูกพี่ชายขัดคอว่าไม่ต้องดีใจเลย เพราะงานนี้ตนไม่ได้ไปดูแล แปลว่าพ่อกับแม่ไม่มีทางให้เธอไปแน่ๆ

ญาณินถามว่าจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่ ณัฐเดชบอกว่าเย็นนี้เพื่อนเจ้าของโครงการจะเข้ากรุงเทพฯ คงถึงตอนค่ำๆ ถ้าว่างก็อยากให้นัดพบและคุยกันเลย ทั้ง 5 สาวตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าว่าง

ขณะติณห์จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯนั้น เพนนีอ้อนขอตามมาด้วย เขาขัดไม่ได้จึงตามใจ แต่พอติณห์ออกรถ ก็มีชายฉกรรจ์ 4 คน ขี่มอเตอร์ไซค์ 2 คัน ตามไปห่างๆ

ooooooo

ป้าออยกอาหารออกมา เรียกทุกคนให้มากินกันก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปกินข้างนอกกัน ณัฐเดชถามว่าฝีมือป้าออหรือ ชมว่าน่าทานจัง แต่พอเนตรสิตางศุ์บอกว่าฝีมือตนเท่านั้น วงแตกทันที ถูกเธอสั่งให้ทุกคนต้องชิม เพราะนี่เป็นสูตรใหม่ที่ตนเพิ่งทดลองทำ

ญาณินที่กำลังดูดวงอยู่บ่นเสียงดังว่า “ทุกทีเล้ย...ทุกทีเลย” ทุกคนเลยออกมาทักทาย ญาณินบ่นว่าเปิดไพ่ทีไรเจอเดอะเดธทุกที ณัฐเดชถามว่าชะตากรรมของเธอมันต้องเกี่ยวข้องกับวิญญาณยังไม่ชินอีกหรือ

ระหว่างที่กำลังวุ่นวายกับเรื่องไพ่ดูดวงอยู่นั่นเอง มีเสียงคนมาร้องขอความช่วยเหลืออยู่หน้าบ้าน ป้าออออกไปดู เจอพ่อแม่ชาวบ้านคู่หนึ่งพาลูกสาวที่อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งเข้ามา ญาณินกับสุคนธรสฟันธงว่าอาการแบบนี้มัน “ผีเข้าชัดๆ”

สุคนธรสบอกให้พาไปหาหมอผี เพราะที่นี่ไม่รับจ้างไล่ผี ป้าออขอร้องให้ช่วยลูกเพื่อนด้วยเถอะ ขณะสุคนธรสลังเลนั้น ญาณินบอกว่า “ช่วยได้ก็ช่วยไปเถอะรส ทำบุญ”

แต่พอพ่อแม่กับป้าออจะพาเด็กสาวเข้าบ้าน เธอหวีดร้องอย่างเจ็บปวด ดีดตัวออกไปดิ้นเร่าๆ ผลักทุกคนกระเด็น ตะโกน “กูไม่เข้า...ปล่อยกู”

ทั้งนี้ เพราะรอบรั้วบริษัทมีสายสิญจน์ที่สุคนธรสลงอาคมป้องกันผีล้อมไว้ เมื่อเนตรสิตางศุ์เอาสายสิญจน์มา ณัฐเดชช่วยจับหญิงสาวคนนั้นไว้

สุคนธรสเข้าไปท่องคาถาบทสวด แล้วเอาสายสิญจน์พันรอบตัวหญิงสาว เธอดิ้นเร่าๆ อึดใจเดียวก็ร้องโหยหวน ออกมาเป็นเสียงผู้ชาย “อ๊ากกกกก!!” แต่ผีรั้นยังไม่ยอมออก สุคนธรสจึงให้เอาเข็มมาแทงปลายนิ้วตัวเองจนเลือดออกมาหยดหนึ่ง เธอเอานิ้วนั้นจิ้มไปที่หน้าผากหญิงสาวทันที

พริบตานั้น หญิงสาวอ้วกออกมาเป็นของเหลวสีอิฐแล้วทรุดกองกับพื้น ทุกคนผงะอย่างสยอง เห็นควันสีดำลอยออกจากร่างหญิงสาวเป็นชายรูปร่างกำยำ

น่าเกลียดน่ากลัวแล้ววิ่งหนีออกไปสุดชีวิต

เนตรสิตางศุ์ร้องกรี๊ดแล้วเป็นลมไป ณัฐเดชถลาเข้าประคองน้องไว้อย่างห่วงใย

ooooooo

กรรณาเอาน้ำมนต์ของหลวงตาให้หญิงสาวคนนั้นดื่ม ญาณินถามว่าพอจะเล่าให้พวกเราฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมา ทำไมถึงไปถูกคนทำของใส่อย่างนี้ ป้าออถามว่าไปมีปัญหาอะไรกับใครเขาหรือเปล่า

หญิงสาวบอกว่าตนไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร สุคนธรสยืนยันว่า

“ต้องมีแน่ แต่คุณอาจจะไม่รู้ตัว คุณรู้หรือเปล่าว่าไอ้วิญญาณตนนั้น มันถูกส่งมาให้เล่นงานคุณถึงตายเลยนะ”

กรรณาสงสัยจะเป็นเรื่องธุรกิจ กรรัมภาคาดว่าเรื่องหัวใจไปแย่งสามีใครเขาเข้ารึเปล่า ผู้เป็นแม่ตอบแทนว่าพวกตนทำมาหากินกันตัวเป็นเกลียว ไม่มีเวลาไปแย่งผัวใครหรอก

“คุณเคยไปข้องเกี่ยวกับพวกเล่นของบ้างหรือเปล่า หรือมีใครที่คุณรู้จักมีความรู้เรื่องไสยศาสตร์บ้างไหม” ณัฐเดชถาม

“อืม...มีแต่ไปผูกดวงมา” ผู้เป็นแม่บอก ลูกสาวจึงเล่าให้ฟังว่า

ตนอยากให้กิจการเจริญรุ่งเรือง เพื่อนแนะนำให้ไปสะเดาะเคราะห์ ตนจึงไปทำ ผ่านไปสี่ห้าเดือนก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พอตนจะเลิกร่างทรงบอกเลิกไม่ได้ เพราะตนมีวิญญาณร้ายอาฆาตอยู่ ถ้าจะเลิกก็ต้องบูชาเครื่องรางราคาเหยียบแสน พอตนไม่เชื่อก็ถูกขู่อาฆาตว่าจะต้องซมซานกลับไปอีก


“ปล่อยผีมาเล่นคุณ เพื่อให้คุณกลับไปบูชาเครื่องรางของเขา สำนักไหนเนี่ย” ญาณินเสียงเข้ม

พ่อของหญิงสาวบอกว่าสำนักทรงหมอสมคิด เนตรสิตางศุ์ยุให้ณัฐเดชไปจับเลย ถูกพี่ชายติงว่าเรื่องไสยศาสตร์ ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ ทำได้อย่างมากก็แค่ฐานหลอกลวงต้มตุ๋น แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน

“งั้นก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วล่ะ” สุคนธรสสีหน้าจริงจัง

จึงมีปัญหาว่า แล้วที่นัดเพื่อนณัฐเดชเรื่องตกแต่ง รีสอร์ตที่เมืองกาญจน์ไว้จะทำอย่างไร ณัฐเดชรีบกัน

น้องสาวไว้บอกว่า พอดีตนถูกเรียกตัวกลับไปสำนักงานเดี๋ยวนี้ เมื่อตนไปไม่ได้เนตรสิตางศุ์ก็ไปไม่ได้ สุคนธรสเสนอให้ไปคุยงานรีสอร์ตแทน ณัฐเดชก็ไม่ยอมอีก ถามว่าจะให้น้องไปคนเดียวได้ไง

“โอ๊ย...พี่ชายคนนี้เขาหวงน้องสาวจริงจริ๊ง...งั้นเนตรก็ไปกับเจ๊ณินแล้วกัน เจ๊กับเนตรไปคุยงาน ส่วนพวกเราสามคนจะไปกำจัดมารสังคม ตกลงตามนี้นะ” กรรณารวบรัดตัดบทแล้วพากันไปเลย

“ฉันยังไม่ได้บอกตกลงเล้ย!!!” ญาณินบ่นตามหลัง

ooooooo

ญาณินขับรถโดยมีเนตรสิตางศุ์บอกทาง ทั้งสองรู้สึกถนนโล่งผิดปกติ ญาณินบอกว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่างานของเราคราวนี้ต้องประสบความสำเร็จ แล้วเอานิ้วก้อยเกี่ยวกันร้อง “รวยๆๆๆๆ” อย่างร่าเริง

ติณห์ขับรถมา เพนนีนั่งเล่นไอแพด พอเงยหน้าขึ้นเห็นรถมอเตอร์ไซค์สองคันนั้นปาดหน้าซ้ายขวา ทำให้ติณห์ต้องหักหลบอย่างแรง จนรถหมุนคว้างกลางถนนก่อนจะหยุดนิ่ง

ญาณินขับรถถามมาติดๆเห็นเหตุการณ์ข้างหน้าหยุดไม่ทันชนเฉี่ยวท้ายรถติณห์ เธอลงไปด่าว่ามาดริฟต์กลางถนนสาธารณะได้ไง แต่พอติณห์เปิดประตูรถลงมา ญาณินก็ถึงกับอึ้งในความหล่อ อึกอักติดอ่างในทันที ด่าก็ด่าไม่ออก เพนนีเห็นยืนอึ้งกันอยู่จึงลงจากรถมาจัดการเอง

ระหว่างนั้น เนตรสิตางศุ์ดูนาฬิกาแล้วเร่งญาณินให้รีบไปเดี๋ยวไม่ทันนัดจะไม่ได้งาน เพนนีไม่ยอมให้ไปสั่งให้เรียกประกันมาเลย ญาณินตกใจเพราะรถไม่มีประกัน ตัดบทว่า แค่นี้เอง แล้วชวนเนตรสิตางศุ์ขึ้นรถไปเลย

“นี่...ชนแล้วจะหนีเหรอ กลับมาเดี๋ยวนี้นะพวกเธอ...อย่าหนีนะ” เพนนีตะโกนปาวๆ แต่ทำอะไรไม่ได้

ที่ซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง มอเตอร์ไซค์สองคันนั้นเข้าไปจอดข้างๆรถโฟร์วีลติดฟิล์มมืดคันหนึ่งที่จอดรถอยู่ข้างตึกร้าง รายงานว่าจัดการตามที่นายสั่งแล้ว ชายในรถยื่นซองเงินออกมาให้ ซองหนาประมาณหนึ่งหมื่นบาท รับเงินแล้วมันบอกว่า

“จะให้ผมเล่นมันอีกเมื่อไหร่ โทร.มานะครับนาย...ผมจะรอ” แล้วต่างคนก็ต่างไปกัน

ooooooo

ญาณินกับเนตรสิตางศุ์ไปถึง “ตลาดหญิงจำเริญ” ก็กวาดตาหาเป้าหมาย อารามรีบทำให้ชนชายคนหนึ่งที่หน้าตาหมองคล้ำถือกล่องพระมาด้วย กรรัมภาขอโทษและถลาไปรับกล่องไว้ทันก่อนตกกระแทกพื้น

เพียงสุคนธรสสัมผัสกล่อง ทำให้เธอได้กลิ่นบางอย่าง เธอมองในกล่องปราดเดียวก็รู้ว่าในนั้นเป็นพระปลอม เซียนพระคนนี้รีบจะมาเอากล่องคืน ด่าว่า

“ไอ้เด็กซุ่มซ่าม ถ้าพระเครื่องราคาเป็นล้านของฉันเสียหาย พวกเธอมีปัญญาจ่ายไหม”

กรรณาปากไวสวนไปทันทีว่า ก็คนไม่เห็นแล้วก็ขอโทษแล้วด้วย ญาณินสะกิดให้เบาๆ เพราะคนมองกันใหญ่แล้ว

“แต่ฉันได้กลิ่นของความชั่วร้ายจากกล่องพระเครื่องปลอมๆของอีตานั่นนะ” สุคนธรสจ้องจิกชายคนนั้น ย้ำกับเพื่อนว่า “กลิ่นของความชั่วร้ายด้วย!!”

ooooooo

สามสาวตามเซียนพระเข้านั่งในร้านกาแฟโบราณตกแต่งเก๋ๆ เห็นเซียนพระคนนั้นเอาพระสมเด็จวัดระฆังมาให้เสี่ยจำเริญดู คุยโวว่าเป็นของแท้ล้านเปอร์เซ็นต์ ถ้าเช่ากันในตลาดองค์ละล้าน แต่ตนจะปล่อยให้เสี่ยแค่ 5 แสน

เซียนพระเห็นเสี่ยส่องกล้องดูพระอย่างพินิจพิจารณาก็รีบลดให้พิเศษเหลือ 3 แสนขาดตัว เสี่ยทำท่าจะตกลง พลันก็ถูกสุคนธสรสเดินกรีดกรายส่ายสะโพกเข้ามาทำเป็นขอดูพระบ้าง ว่าแล้วคว้าพระในมือเสี่ยไปดู ทำเอาเซียนพระตกใจ

สุคนธรสสะอิ้งกายส่ายสะโพกร้อง “ว้าว...พระสมเด็จ วัดระฆังเสียด้วย...เฮ่อ...แต่เสียดายที่มันเป็นของปลอม!”

เซียนพระโวยวายว่าถูกใส่ร้าย เสี่ยหน้าตาตื่นถามว่าหนูรู้ได้ไงว่าเป็นของปลอม

กรรัมภาคุยโวว่า สุคนธรสเป็นลูกของเซียนป๋องที่ออกทีวีบ่อยๆ พลันกรรัมภาก็จับหมับเข้าที่บ่าของเซียนพระไวปานสายฟ้าแลบ ภาพที่เซียนพระก่อกรรมทำเข็ญ ปรากฏมากมายให้เห็น โดยเฉพาะตอนเซียนพระขึ้นไปขโมยพระบนบ้านใหญ่หลังหนึ่ง กรรัมภาโพล่งออกไปว่า

“พระนี่ก็ไม่ใช่ของพี่ แต่เป็นของบ้านหลังใหญ่ที่มีรูปปั้นสิงโต 2 ตัวอยู่หน้าบ้าน พี่ไปจิ๊กของชาวบ้านมา จริงป่ะ”

เซียนพระทำเป็นเสียวฟันยกมืออุดหู กรรณาทำเสียงสยองว่า

“อึ๋ยยย...แล้วตอนนี้กำลังมีเจ้ากรรมนายเวรยืนรอจองเวรอยู่รอบๆ นี่เพียบเลย รอวันเอาคืนเพราะนายเคยไปปล้นฆ่าเขามาเยอะ”

เสี่ยตกใจพูดปากคอสั่น “พวกแก...พวกแกมันปีศาจชัดๆ” ส่วนเซียนพระหน้าซีดเป็นไก่ต้มลุกขึ้นได้ก็โกยแน่บเตลิดออกไปเลย เสี่ยจึงเชื่อ มองพระปลอมในมือพึมพำใจหายว่า “อั๊วเกือบเสร็จมันหรือเนี่ย”

เสี่ยเล่าให้ฟังว่าเพราะตนอยากได้พระให้ลูกชายเลยเกือบทำให้ถูกต้ม ขอบใจสามสาวที่ช่วยตนไว้ เล่าอย่างละเอียดว่า

“เมียอั๊วอีไปดูดวงให้ลูกชายมา หมอสมคิดทักว่าอาตี๋น้อยลูกชายอั๊วกำลังมีเคราะห์ อั๊วเลยอยากได้พระหนึ่งในเบญจภาคีให้อาตี๋ไว้ป้องกันตัว”

พอได้ยินพระหนึ่งในเบญจภาคี กรรัมภากับกรรณา ก็มองหน้ากัน สุคนธรสชะงัก คิดถึงอดีตเมื่อ 4 ปีก่อนทันที...

เวลานั้นเธอยังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลาย หลวงปู่บุญที่เคารพนับถือได้มอบพระเครื่องพระรอด กรุมหาวันเมืองลำพูนให้องค์หนึ่งก่อนที่ท่านจะนั่งละสังขารแบบเข้าสมาธิ หลวงปู่สั่งว่า

“พระรอด กรุวัดมหาวัน เมืองลำพูน หนึ่งในเบญจภาคีที่เซียนพระเขานิยมกันนัก เชื่อกันว่า ป้องกันให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงได้ดี เอ็งเก็บไว้ให้เจ้าของเขาแทนข้าด้วย”

เวลานั้นเธอถามว่าเขาคนนั้นคือใคร หลวงปู่บอกว่า “พอถึงเวลานั้น เอ็งก็จะรู้เอง”

สุคนธรสดิ่งลึกสู่ภวังค์จนกรรัมภาถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า เธอจึงปลดสร้อยคอที่เป็นเส้นเชือกสวยๆแบบแฟชั่นออกมายื่นให้เสี่ยจำเริญ

“นี่เป็นพระรอดกรุวัดมหาวันเมืองลำพูน ฉันให้เสี่ยค่ะ” เสี่ยตกใจถามว่าให้ฟรีหรือว่า...“ฟรีค่ะ มันอาจจะเป็นวาสนาของอาตี๋น้อยๆของเสี่ยก็ได้ ที่ทำให้รสได้มาช่วยเสี่ยในวันนี้ รับไปเถอะค่ะ แล้วให้อาตี๋น้อยแกแขวนติดตัวไว้ตลอดเวลา ห้ามถอดเด็ดขาด ใครจะคิดไม่ดี ใครจะมาทำร้ายแกก็จะทำไม่ได้ ฉันรับรอง”

เสี่ยปลื้มปีติจนน้ำตาคลอไม่รู้จะตอบแทนเธออย่างไร สุคนธรสบอกว่าตนช่วยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน อวยพรให้เสี่ยโชคดีแล้วจะเดินไป เสี่ยนึกได้รีบขอเบอร์ติดต่อไว้เผื่อวันหลังจะได้ตอบแทนบ้าง

เมื่อญาณินเจอกับติณห์แล้ว ต่างมองกันตะลึงเพราะที่แท้คือคู่กรณีที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่นี้เอง ติณห์ปฏิเสธงานทันที ญาณินไม่แยแสคุยโวว่าที่จริงไม่อยากรับงานนี้เลยเพราะเวลานี้มีงานล้นมือจนทำไม่ไหวแล้ว

ติณห์โมโหแต่เพราะไปอยู่เมืองนอกนาน เวลาด่าก็ด่าผิดๆถูกๆ ญาณินเร่งเนตรสิตางศุ์ให้รีบไปกันเถิดเพราะนัดงานโครงการ 200 ล้านไว้ พลางควักเงิน 500 บาท ยัดใส่มือเพนนีให้จ่ายค่าน้ำบนโต๊ะนี้ด้วย ที่เหลือไม่ต้องทอน ว่าแล้วเดินเชิดไปเลย

หลังจากนั้น ติณห์โทร.เข้ามือถือณัฐเดช เขาถามอย่างตื่นเต้นว่าคุยเรื่องตกแต่งรีสอร์ตกับคนที่ตนนัดไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ถูกติณห์ด่าเปิงว่า ผู้หญิงพวกนั้นเป็นพวกร้ายกาจที่สุดในโลก

ณัฐเดชเห็นท่าเพื่อนจะคุยยาว บอกว่าตนไปทำงานก่อนแล้วค่อยคุยกัน ติณห์ยังอุตส่าห์ย้ำว่า

“คุยกะแกน่ะคุยได้ แต่ไงๆฉันก็ไม่เอายัยญาณินอะไรนั่นมาทำงานแน่ๆ” พูดแล้ววางสายเลย

“ไอ้บ้าเอ้ย...ตะโกนมาได้...เฮ้อ...ยัยญาณินไปก่อเรื่องอะไรอีกเนี่ย...” ณัฐเดชบ่น

ooooooo

ที่สำนักหมอสมคิด ไตรรัตน์เพื่อนของณัฐเดชไปสืบสภาพในสำนัก เจอกับสามสาวที่มาสืบสภาพเช่นกัน แม้ไม่รู้จักกันแต่ก็มองกันอย่างสนใจ เพราะบุคลิกแตกต่างกับพวกที่มาหาหมอผีเพื่อไล่ผี

พอกรรณาเข้าไปในสำนัก หูก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนเซ็งแซ่หลายภาษา กรรณาบอกเพื่อนทั้งสองว่า

“ฉันได้ยินเสียง...คนหลายชาติหลายภาษาแย่งพูดกันดังเอะอะโหวกเหวกโวยวายมาจากข้างใน!!” ระหว่างนั้นเส้นของกลิ่นเน่าๆหลายเส้นลอยเป็นเกลียวเข้าจมูกสุคนธรส เธอสูดกลิ่นพูดอย่างสยอง

“เออ...จริงด้วยแฮะ กลิ่นความทุกข์ทรมานของดวงวิญญาณหลายชนิดหึ่งเลยอ่ะ”

ไตรรัตน์จับตามองสามสาวอยู่ทุกอิริยาบถ นึกในใจว่าทั้งสามคงมาให้หมอทำเสน่ห์ หรือไม่ก็มาดูหมอหาเนื้อคู่

ในสำนักมีหาญ กล้า และสมุนของสมคิดคอยดูแลบรรดาผู้ที่มาหาหมอผี สั่งทุกคนก่อนเข้าไปข้างในให้ล้างหน้าล้างมือด้วยควันสีแดง สุคนธรสเร่งเพื่อนทั้งสองที่กลัวๆกล้าๆละล้าละลังเลยไปชนเอาไตรรัตน์เข้าแต่ไม่ได้หันมอง

กรรณาเดินเข้าไปช้าๆท่ามกลางเสียงหวีดร้องของวิญญาณต่างๆจนต้องเอาไอแพดมาครอบหูไว้

สามสาวสังเกตพฤติกรรมของหมอผีสมคิด ระหว่างนั่งรอเห็นชายแก่คนหนึ่งถูกหิ้วปีกออกจากห้องชั้นบน สมุนสมคิดบอกลูกสาวชายคนนั้นว่าพ่อเธอถูกผีเข้า แต่อาจารย์ไล่ออกแล้ว ชายที่มาด้วยให้เงินไป 3 หมื่นเป็นค่าไล่ผี

สามสาวเข้าไปอยู่ในห้อง กรรณาถูกเสียงร้องโหยหวนของบรรดาวิญญาณรบกวนจนต้องเอาไอแพดครอบหูสุคนธรสก็ได้กลิ่นมากมายคละคลุ้งจนต้องเอาผ้าปิดจมูก ส่วนกรรัมภาได้แต่นั่งบีบมือไปมาอย่างอึดอัด

ระหว่างนั้นมีเศรษฐีนีคนหนึ่งเข้าไปในสภาพหน้าซีดคล้ำ แต่พอออกมากลับหน้าตาผ่องใส

เศรษฐีนีเซ็นเช็คให้ 1 แสนบาทฝากไว้ให้อาจารย์สมคิดด้วย

ณัฐเดชตามไตรรัตน์เข้ามาเห็นพอดี เขาถามงงๆ ว่าค่าไล่ผีอะไรตั้งแสนนึง พลันทุกคนก็ชะงักเงียบกริบเมื่อหาญประกาศว่า “อาจารย์สมคิดมาแล้ว!”

ooooooo

สามสาวสังเกตและสืบสภาพของสำนักหมอผีสมคิด สุคนธรสเห็นความพิลึกพิลั่นบางอย่างของหมอผีแล้วก็อดขำไม่ได้หัวเราะออกมาถูกสมุนของหมอผีมองขวับ เพื่อนๆเลยต้องทำเป็นว่าเธอถูกผีเข้า

ณัฐเดชเพิ่งเห็นสามสาว บ่นอย่างเป็นห่วงว่า “กรรม แล้วไง ยัยแก้ม ยัยกรรณ ยัยรส หาเรื่องอีกแล้ว!”

หมอผีสมคิดเรียกสุคนธรสไปหาอย่างไม่พอใจ ไตรรัตน์หาทางช่วยเธอ แกล้งโวยวายว่าเธอแซงคิว จนคนแถวนั้นพากันโวยวาย ไตรรัตน์กระซิบบอกให้สามสาวรีบออกไปเสีย ดังนั้น เมื่อเหตุการณ์สงบ หมอผีสมคิดก็ไม่เห็นสามสาวแล้ว

พอสามสาวเดินออกไป ไตรรัตน์ตามไปทวงคำขอบคุณที่ตนช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้รอดออกมาได้กัน

สุคนธรสลอยหน้าสวนไปว่า “ขอบคุณทำไมฉันไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย เจ๋อเอง!”

เลยปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอ พอดีณัฐเดชตามออกมา เขารีบเข้าไปหย่าศึกบ่นว่าทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้

ณัฐเดชแนะนำว่า ไตรรัตน์เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของตน แต่แยกไปเรียนมหาวิทยาลัยที่แอลเอ สุคนธรสเบ้หน้าบอกว่าไม่ได้อยากรู้จัก แล้วชวนเพื่อนกลับ

ooooooo

ไตรรัตน์คุยกับณัฐเดชเสนอว่าให้นำกำลังตำรวจบุกทลายสำนักหมอผีสมคิดเสียเลยไม่ดีหรือ ณัฐเดชถามว่าแล้วจะตั้งข้อหาอะไรมีหลักฐานอะไร และเราก็คงไม่สามารถเข้าไปในสำนักนี้ได้อีกแล้วเพราะถูกกล้องวงจรปิดจับภาพไว้หมดแล้ว

ทั้งสองเถียงกันว่าผีมีจริงหรือไม่ ไตรรัตน์ตัดบทว่า “ฉันไม่สนใจเรื่องผีหรอก ฉันสนเรื่องไอ้หมอสมคิด ฉันจะแฉมันเอามันเข้าคุกให้ได้” พูดแล้วเดินไปเลย

เมื่อ 5 สาวกลับมาเจอกัน สามสาวที่ไปสำนักหมอผีผิดหวังมากที่ญาณินกับเนตรสิตางศุ์ไม่ได้งาน ญาณินพูดอย่างยโสว่าไม่ใช่เขาไม่จ้างตนไม่ง้อเขาต่างหาก แล้วทั้ง 5 สาวก็นั่งหน้าเหี่ยวหน้าแห้งกันต่อไป

คืนนี้ ติณห์นัดคุยกับณัฐเดช เพนนีเดินตามมา ติณห์แนะนำให้รู้จักกัน พอเพนนีรู้ว่าณัฐเดชเป็นคนแนะนำญาณินมาทำงานก็โวยวายว่า

“คุณแนะนำใครให้มาตกแต่งรีสอร์ตของติณห์เหรอคะ แย่มาก!!”

ติณห์ขอให้เพนนีกลับไปก่อนตนจะคุยกับณัฐเดช พรุ่งนี้เช้าค่อยมารับกลับ เธอรับกุญแจรถแล้วเดินออกไปงอนๆ พอออกไปแล้วเธอจิกตาพึมพำ

“ชิ! เพื่อนคนนี้มายุ่งทำไมก็ไม่รู้ ปล่อยให้รีสอร์ตสร้างไม่สำเร็จน่ะดีแล้ว ติณห์จะได้ยอมขายๆเสียที”

ณัฐเดชไปคุยกับติณห์ที่คอนโดฯหรูของเขา ณัฐเดชบอกติณห์ว่า เพราะรีสอร์ตของเขามีผี จึงต้องจ้างญาณินมาทำงาน ติณห์ถามว่าทำไม ณัฐเดชอธิบายว่า

“คือยัยญาณินเขาประสาทแข็ง ไม่กลัวเรื่องผีสาง แล้วก็มีฝีมือในการออกแบบมาก” เสนอลองให้โอกาสบริษัทน้องสาวตนสักครั้งให้ทำดูก่อน ชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน

“โอเค...ฉันจะลองให้โอกาสยัยแม่มดนั่นอีกสักครั้ง”

“ยัยแม่มด...ฮ่ะๆๆ” ณัฐเดชหัวเราะขำฉายาของญาณินที่ติณห์ตั้งให้

เสี่ยจำเริญเอาพระพร้อมสร้อยที่ได้จากสุคนธรสไปบังคับคล้องคอให้ตี๋น้อยที่บ้าน ปรากฏว่าตี๋น้อยของเสี่ยคือไตรรัตน์นั่นเอง เสี่ยบอกว่าจะชวนสุคนธรสที่มีแก่ใจให้พระมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ ไตรรัตน์ลุกเดินไปอย่างหงุดหงิด

ระหว่างที่เสี่ยหลอกล่อจนคล้องสร้อยให้อาตี๋สำเร็จนั้น มีมือดำของผีร้ายปรากฏที่ไหล่ของไตรรัตน์ ลอยผ่านทั้งสามขึ้นไปชั้นบน โดยไม่มีใครเห็น

เสี่ยจำเริญโทร.ไปหาสุคนธรสทันที ถามว่าวันอาทิตย์ว่างไหม เมียตนอยากชวนมากินข้าวขอบคุณสักมื้อ

“หนูว่างเหรอ” เสี่ยดีใจ “ดีๆเสี่ยจะสั่งทำเป็ดย่างหมูหันไว้เลี้ยง อย่าลืมชวนเพื่อนมาด้วยนะ มากันเยอะๆเลย อั๊วจะได้แนะนำหนูให้รู้จักกับตี๋น้อยของอั๊วด้วย ฮ่ะๆๆ” เสี่ยหัวเราะอารมณ์ดีมาก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:35 น.