ข่าว

วิดีโอ



แรงเงา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

มุนินทร์สบายใจมากขึ้นหลังเหตุการณ์ช่วยชีวิตรินลดา ปมในอดีตเรื่องมุตตาจางลง เหลือแค่ความ แคลงใจเรื่องวีกิจ เธอคิดถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออกแต่ต้องตัดใจเพราะเชื่อว่าเขายังรักมุตตา

ขณะที่มุนินทร์พยายามหักใจ...วีกิจไม่ท้อเรื่องง้อหญิงสาว เขาเชื่อว่าความรักแท้และความจริงใจจะทำให้เธอใจอ่อนลงสักวัน

ลูก ศรกับณัฐดนัยเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์เย็นวันนั้น สองหนุ่มสาวเช็กอินที่โรงแรมเดียวกับวีกิจ พูดคุยหยอกล้อกันเหมือนคนรัก มุนินทร์รอรับที่ล็อบบี้ ยื่นกุญแจห้องให้เจ้านายหนุ่มและชวนลูกศรไปค้างที่บ้าน ลูกศรแซวเพื่อน เรื่องวีกิจเพราะรู้ว่าชายหนุ่มตามง้อถึงบ้าน มุนินทร์ทำเป็นไม่สนใจ โบกมือเรียกหมอบีที่ตามมาทานข้าวเย็นด้วย

เจนภพกับกลุ่มขาเม้าท์ ประจำกระทรวงมาถึง โรงแรมเดียวกันไล่เลี่ยกับลูกศรและณัฐดนัย ไสวรินทร์มองเจนภพที่มาเช็กอินที่เคาน์เตอร์อย่างตื่นตะลึง ตาเคลิ้มเหมือนเจอหนุ่มในฝัน เจนภพวูบวาบเพราะความเคยชินแต่พยายามระงับไว้ เสถามถึงห้องพักที่จองในชื่อวีกิจ ไสวรินทร์ได้สติ ยื่นเอกสารให้กรอก เจนภพแจกกุญแจห้องให้ลูกน้อง วีกิจมารับที่ล็อบบี้ ชวนทั้งหมดไปทานมื้อค่ำ

หลัง มื้อค่ำ...มุนินทร์กับลูกศรมาส่งณัฐดนัยที่ห้องพัก เจอกลุ่มปริมที่หน้าลิฟต์ มุนินทร์เงยหน้าทั้งผมปรกหน้า กลุ่มปริมขวัญผวา คิดว่าเจอผีมุตตา ส่งเสียงกรี๊ดและหนีกระเจิง มุนินทร์กับลูกศรมองตามขำๆ

ขณะ ที่กลุ่มปริมหนีผีมุตตาไปรวมกันที่ห้องแจงจิต ... ไสวรินทร์นำตะกร้าผลไม้ไปหาเจนภพที่ห้อง อ้างว่าเป็นบริการพิเศษของโรงแรม ชวนคุยอย่างอ้อยอิ่ง

“ถ้าต้องการอะไรพิเศษ โทร.ลงไปนะคะ ดิฉันอยู่เวรทั้งคืนค่ะ”

เจนภพมองท่าทีเอียงอายแต่เชิญชวนอย่างรู้ทัน พยายามหักห้ามใจอย่างสุดความสามารถ...

ขณะ ที่เจนภพข่มใจตัวเองอย่างหนัก มุนินทร์พาลูกศรกลับบ้านเพราะคิดว่าเพื่อนคงเหนื่อยจากการเดินทางแต่ลูกศร นอนไม่หลับ ผุดลุกผุดนั่ง กังวลว่าณัฐดนัยจะโกรธที่เธอแกล้งจีบหมอบีในช่วงมื้อค่ำ

“ฉันเป็นห่วงบอส กลัวหิวกลางดึก กลัวเขาไม่จีบฉันด้วย”

“กลัวอะไร เธอบอกฉันเองว่าเธอกับบอสเป็นคู่แท้ไม่ใช่หรือ”

“แหมยายนิน...ใครบอกว่าคู่แท้มีคนเดียวล่ะยะ”

“อ้าว...นี่ทางพุทธพูดเรื่องนี้ไว้ด้วยหรือ”

“คนเราเวียนว่ายตายเกิดและมีคู่มาเป็นแสนชาติ เกิดมาคู่กันอีกก็มี ไปคู่กับคนอื่นก็มาก เมียหลวงเมียน้อย ชู้และกิ๊ก ส่วนหนึ่งคือคู่จากอดีตมาเจอกันในชาติเดียว ความรู้สึกแรงจนห้ามใจไม่ได้...ที่ข่มใจได้ต้องมีสติมากๆ”

“แน่ใจนะศร...ว่าเธอไม่ได้แต่งขึ้นเอง”

“ว่ากันว่าย่ะ เห็นยายพนักงานเคาน์เตอร์ไหม สวยยังกับดารา เกิดบอสเห็นนานๆ อาจลืมคู่แท้อย่างฉันก็ได้”

“โถ...ขอให้บอสเกิดดวงตาเห็นธรรมเถอะ!”

มุนินทร์แกล้งยกมืออธิษฐาน ลูกศรมองตาเขียวปัด...

ooooooo

มุนินทร์ส่งเพื่อนเข้านอนแล้วไปหาพ่อแม่ที่ห้องโถง แปลกนั่งตรวจหนังสือแจกงานศพ พิณนินทาลูกศรเพราะไม่ชอบใจท่าทางกระโดกกระเดก มุนินทร์รู้นิสัยแม่ที่ชอบตัดสินคนจากภายนอก โม้เรื่องฐานะบ้านเพื่อนว่า รวยเป็นพันล้าน เป็นถึงลูกสาวอดีตรัฐมนตรีกับศาสตราจารย์หญิงชื่อดัง พิณตาโต เปลี่ยนทัศนคติทันที

“มิน่าล่ะ...เขาถึงมีรัศมีเปล่งประกายผิดจากพวกเรา แปลกจริง...คนเหมือนกันแต่ทำไมต่างกันนัก”

“กรรมไงเล่า กรรมแยกคนให้ปราณีต เลวทรามแตกต่างกัน” แปลกอธิบายเสียงอ่อน

“พูดถึงกรรม...เขาว่าคนฆ่าตัวตาย ต้องฆ่าตัวตายไปอีกห้าร้อยชาติ”

มุนินทร์ฟังแม่แล้วนึกเคือง ถามแม่เสียงขุ่นว่าไปเอาความเชื่อพวกนี้มาจากไหน พิณบอกว่าจากหมอดูที่เคยตรวจดวงชะตาฝาแฝดสมัยเด็ก มุนินทร์ถอนใจหนักๆ เจ็บจี๊ดเมื่อพูดถึงอดีตฝังใจ

“คำทำนายนั่นไม่แม่นหรอกค่ะ ถ้าเราทุกคนเอาใจใส่ตามากกว่านี้ หนูเชื่อเรื่องกรรม การเวียนว่ายตายเกิด แต่หนูไม่เชื่อเรื่องลูกหมาห้าร้อยชาติ หรือคนพิการห้าร้อยชาติ”

“แล้วแกเชื่ออะไรยายนิน”

“เชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากปัจจัยต่างหากค่ะ กรรมอยู่ที่เจตนาเรา วันไหนเราคิดได้ เรารู้ เราตื่น ก็จะพ้นทุกข์”

พิณไม่ค่อยเข้าใจ แปลกมองลูกสาวอย่างภูมิใจ มุนินทร์มองไปข้างหน้า เอ่ยเสียงเศร้า

“ถึงตาเป็นดวงวิญญาณ แต่ถ้าจิตของตาคิดได้ ตาก็หลุดพ้นได้เหมือนกัน ถ้าแม่อยากเชื่อเรื่องห้าร้อยชาตินั่น ก็ให้เชื่อว่านี่คือชาติที่ห้าร้อยของตา...ต่อไปตาจะหมดเวรแล้ว”

มุนินทร์ยกมือแม่มาจูบ พิณน้ำตาเอ่อ มองลูกอย่างตื้นตัน...ลูกสาวเธอช่างเป็นคนดีจริงๆ

ooooooo

งานฌาปนกิจศพมุตตาถูกจัดในวันรุ่งขึ้น แปลกกับพิณเดินถือรูปมุตตานำหน้าโลงศพที่มีมุนินทร์ หมอบี เจนภพ และวีกิจขนาบข้าง ตามมาด้วยลูกศร ณัฐดนัยและกลุ่มขาเม้าท์ประจำกระทรวง เจนภพรู้สึกโหวงในอก กำช่อดอกลิลลี่ในมือแน่น ส่งใจไปหามุตตาเพื่อขออโหสิกรรมอีกครั้ง

เมื่อถึงหน้าเมรุ...เจ้าหน้าที่มารับช่วงยกโลงแต่เจนภพ วีกิจ แปลก และหมอบีอาสาแบกเอง เพื่อส่งร่างและดวงวิญญาณของมุตตาเป็นครั้งสุดท้าย เจนภพส่งสายตาลุแก่โทษและก้มศีรษะให้ครอบครัวมุนินทร์ แปลกกับมุนินทร์ค้อมศีรษะตอบ ขาเม้าท์ร้องไห้กันระงม เสียใจไม่ได้บอกลาหรือขอโทษมุตตาที่ล่วงเกินก่อนหน้านี้

แปลกกับพิณวางดอกไม้จันทน์ลงที่ฐานโลงในช่วงพิธีเผาหลอก ตามด้วยคนอื่นๆ เจนภพคุกเข่าหน้าโลงศพนิ่ง ไม่ขยับไปไหน น้ำตาลูกผู้ชายหยดลงบนช่อดอกลิลลี่ แปลกมองด้วยความสงสัย สังหรณ์ว่าจะเป็นเจ้านายคู่กรณีของมุตตา เอียงหน้าถามมุนินทร์

“เขาหรือนิน”

“พ่อจะให้อภัยเขาไหมคะ”

“ตาต่างหากที่จะเป็นคนตัดสิน...ว่าจะให้อภัยเขาหรือไม่”

เจนภพลุกขึ้น มุนินทร์ก้าวไปยืนข้างๆ มองที่ช่อลิลลี่ในมือหนุ่มใหญ่

“คุณวางก่อนเถอะค่ะ...คุณคือคนสำคัญที่สุดของตา”

“ผมรู้...ผมหวังไว้ว่าชาติหน้า ผมจะได้พบเขาอีก ขอให้จำกันได้ทันที...และมีโอกาสทดแทนตาให้หมด”

“ตาคงได้ยินสิ่งที่คุณพูด”

เจนภพวางช่อลิลลี่ลง ดึงดอกหนึ่งออกและวางแยกไว้

“ตา...ช่อนี่ดอกไม้ของผม ส่วนอีกดอก...ของนภา เขาขออโหสิกรรม...ตาอโหสิให้นภาด้วย”

เจนภพก้มศีรษะอย่างต่ำแล้วถอยไป มุนินทร์วางดอกไม้จันทน์พร้อมกับวีกิจ ชายหนุ่มพยายามส่งสายตาง้องอนแต่หญิงสาวทำเมิน

หลังจากนั้นคือช่วงเผาจริง แปลกประคองพิณที่ร้องไห้จนหมดสติ มุนินทร์และคนอื่นๆ มองควันสีเทาที่พวยพุ่งจากปล่องเมรุน้ำตาเอ่อ ส่งจิตถึงมุตตาเป็นครั้งสุดท้าย ...ขอให้ไปสู่สุคติ อย่าได้เจอคนใจร้ายอีกเลยในภพหน้า...

เจนภพและคนอื่นๆ แยกย้ายไปเก็บของกลับกรุงเทพฯ เมื่อเสร็จงานเผา วีกิจตัดสินใจไม่กลับแต่ไปหามุนินทร์ที่บ้านเพื่อปรับความเข้าใจ

“ผมยังไม่กลับ ถ้าไม่ได้สารภาพความจริงกับคุณ...

วันนั้นผมโกหกคุณ โกหกตัวเองว่าไม่ได้รักคุณ ทั้งๆที่ความจริง...ผมรักคุณยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก”

“คุณรักคนที่คุณไม่เคยรู้จักได้ยังไงคะ”

“แล้วคุณสนิทกับผมได้ยังไง...คุณแทบไม่รู้จักผมเหมือนกัน”

“นั่นมันแค่มารยาสาไถยของฉันต่างหากล่ะคะ”

“ผมแยกออกว่าอะไรคือมายา...อะไรคือความจริง”

“ความจริงก็คือ คุณรักตา...ไม่ได้รักฉัน”

มุนินทร์น้ำตาคลออย่างเจ็บปวด วีกิจเพิ่งรู้ว่าอะไรคือเรื่องคาใจหญิงสาว อธิบายเสียงอ่อน

“เมื่อตาปฏิเสธผม ผมไม่รู้สึกอะไร...แต่วันที่คุณปรากฏตัวแทนตา ความรู้สึกผมก็เปลี่ยนไป มันค่อยๆ ก่อตัว...ผมรักมุตตาที่เข้มแข็ง และเพราะคุณไม่ใช่มุตตา...ผมหลงรักมุนินทร์ ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่ามีคนชื่อมุนินทร์ในโลก”

มุนินทร์หวั่นไหวแต่ข่มไว้ วีกิจถือโอกาสสารภาพความในใจแบบหมดเปลือก

“เมื่ออยู่ใกล้คุณ ผมจะพูดผิด ทำผิด คิดผิดตลอด มีแต่ความหวั่นไหว หวงแหน...ยิ่งผมรักคุณแค่ไหน พอเข้าใจผิด ผมก็ยิ่งเกลียดคุณมากแค่นั้น แต่ไม่ว่าจะเกลียดแค่ไหน ความรักต่อคุณก็ดูจะเข้มข้นกว่านั้น”

มุนินทร์ตัวชา แอบดีใจแต่ฝืนตัดสัมพันธ์ วีกิจหน้าเจื่อนแต่ยังไม่ถอดใจ...

ooooooo

เจนภพออกจากงานเผาศพมาเก็บของที่โรงแรม ไสวรินทร์แต่งตัวสวยไปเคาะประตูห้อง ตั้งใจชวนหนุ่มใหญ่ในฝันไปเที่ยวชมเมืองเพื่อสานสัมพันธ์

“คุณจะกลับแล้วหรือ ตอนนี้ฉันออกเวรแล้วนะคะ”

“ครับ...ผมก็อยากออกจากเวรเหมือนกัน”

เจนภพอ่านท่าทีพนักงานสาวหน้าหวานออก ตั้งสติ ข่มอารมณ์วูบวาบอย่างเต็มกำลัง ไสวรินทร์ไม่ยอมแพ้ ตื๊อให้อยู่ต่อ ส่งสายตาเชิญชวนเป็นนัยที่หนุ่มใหญ่คุ้นเคยดี

“เห็นคุณครั้งแรก ฉันก็รู้เลยว่าคุณคือคนที่ใช่”

“ผมก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน”

ไสวรินทร์โผเข้ากอดเจนภพ เข้าใจอีกทางว่าเขามีใจ เจนภพสงสารแต่แข็งใจพูดตัดรอน ค่อยๆผละออก

“ผมขอโทษ...ผมต้องกลับแล้ว”

“ทำไมล่ะคะ อยู่ต่ออีกวันเถอะนะคะ พรุ่งนี้วันหยุด ฉันพาเที่ยวได้ทั้งวัน”

“ที่ๆ ผมควรไปคือบ้าน...ภรรยาที่ซื่อสัตย์รอผมอยู่ หมดเวลาท่องเที่ยวของผมแล้ว ขอบคุณมากที่กรุณา”

เจนภพคว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กออกจากห้อง ไสวรินทร์หน้าม้าน น้ำตาไหลริน ทรุดฮวบลงกลางห้อง...

วีกิจไม่หมดหวังเรื่องมุนินทร์ เปลี่ยนใจกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้เวลากับหญิงสาว เขาไปหาเธอที่บ้านเช้าวันถัดมาเพื่อบอกลา มุนินทร์รู้สึกอาลัยอาวรณ์แต่พยายามข่มไว้ ไม่แสดงออกให้เขารู้

“นิน...คุณจะไม่มีวันให้อภัยผมจริงๆหรือ”

“ฉันให้อภัยคุณค่ะ แต่ฉันคงรับคุณกลับมาไม่ได้”

“ทำไมครับ...คุณไม่รักผมเลย หรือว่าผมทำผิดจนคุณจบสิ้นทุกอย่างกับผม”

“เพราะมันเป็นไปไม่ได้ต่างหากค่ะ คุณก็รู้ว่าฉันทำอะไรไปบ้าง นึกถึงแม่ หลาน และอาสะใภ้ของคุณสิคะ ...ฉันไม่ขอเป็นตัวปัญหาในชีวิตคุณหรอก”

“ผมยินดีย้ายไปอยู่ซีกโลกไหนก็ได้ ยินดีแยกจากญาติๆทั้งหมดของผม”

“คุณแม่มีคุณคนเดียวนะคะ...ฉันไม่มีค่ามากพอที่จะแลกด้วยหรอกค่ะ”

มุนินทร์เจ็บลึกในอก ทุกคำที่พูดไม่ตรงกับใจแม้แต่น้อย วีกิจสะเทือนใจแต่ไม่ยอมแพ้

“ถ้าคุณให้เหตุผล คุณก็ชนะเสมอ แต่ความรักของผม ไม่มีเหตุผล มันคืออารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี”

“แค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น...ไม่นานมันก็จะจางลง”

“ไม่มีวัน...ไม่มีวันจาง ไม่ว่าคุณจะให้เหตุผลยังไง คุณก็ไม่มีวันหักล้างความรู้สึกผม...ทั้งตอนนี้และตลอดไป”

“สำหรับฉัน...ชีวิตเป็นแค่ความฝัน เรื่องนี้เป็นแค่ฝันร้าย เมื่อฉันตื่นในวันพรุ่งนี้...ฉันจะลืมมันให้หมด”

“คนใจแข็งอย่างคุณคงลืมได้ แต่ผมจะจำตลอดไป ต่อให้ชาติหน้า ผมก็จะจำว่ารักคุณ...รักตลอดไป”

วีกิจหมุนตัวเดินจากไป มุนินทร์ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง มองตามชายหนุ่มน้ำตานองหน้า

“ฉันก็รักคุณค่ะ...วีกิจ ฉันรักคุณ”

ooooooo

พิณมองท่าทีเซื่องซึมของลูกสาวอย่างเป็นห่วง พยายามซักไซ้ไล่เรียง แต่มุนินทร์บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเล่า บอกแค่ชายหนุ่มเป็นเพื่อนมุตตาและมาลากลับกรุงเทพฯ พิณไม่เชื่อแต่รู้ว่าคงง้างปากลูกสาวไม่สำเร็จ แปลกถือกระถางต้นลิลลี่ของมุตตาที่เพิ่งออกดอกเข้ามา มุนินทร์มองดอกตูมๆ แล้วนึกถึงเรื่องตัวเอง...ใจชื้นขึ้นนิดหน่อย

มุนินทร์ถือกระถางลิลลี่มาวางบนโต๊ะในห้องนอน มองรอบห้องแล้วขมวดคิ้ว ของในห้องดูผิดที่ผิดทาง มีกล่องใส่ของแยกประเภทเรียงราย นึกรู้ว่าคงไม่แคล้วฝีมือลูกศร ส่ายหน้าเบาๆ กับความเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อนรัก เธอเหลือบเห็นกองจดหมายวางปะปนกับข้าวของ ฉบับบนสุดมีลายมือมุตตาจ่าหน้าซองถึงเธอ มุนินทร์เบิกตากว้าง รีบเปิดอ่านดู

“พี่นิน...หนูขอโทษที่ไม่ได้อยู่รอรับพี่กลับบ้าน ที่ผ่านมาเราไม่ใช่พี่น้องที่ดีต่อกันนัก หนูเคยทำไม่ดีกับพี่นินมากมาย หนูขอให้พี่อโหสิกรรมให้หนูด้วยนะจ๊ะ... ส่วนหนูก็ขออโหสิกรรมกับทุกคน”

มุนินทร์ตะลึงลาน ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ความรู้สึกผิดประดังประเด...นี่เธอทำอะไรลงไป!

“ตา...ทำไมพี่โง่เหลือเกิน ตาฉลาดกว่าพี่มากมายนัก”

มุนินทร์ร้องไห้ฟูมฟายอย่างหมดอาย ให้กับการพลัดพรากและสูญเสียทั้งหมด ทั้งของแฝดน้อง วีกิจ และให้กับตัวเองที่โง่เขลานัก...ปล่อยให้ความแค้นครอบงำจนก่อเรื่องมากมาย!

วีกิจกลับถึงบ้านช่วงบ่ายวันนั้น...เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องจัดการเรื่องมุนินทร์ให้สำเร็จ เริ่มต้นด้วยทำความเข้าใจกับสร้อยคำเรื่องหญิงสาว สร้อยคำรับฟังด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ

“ตากิจ...แกกำลังผิดสัญญานะ แกสัญญาแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนี้อีก”

“ผมสัญญากับแม่ว่าจะไม่เอามุตตามาเป็นสะใภ้ต่างหากครับ...นี่คนละคนกัน...คนที่ผมรักชื่อมุนินทร์”

“เขาร้ายจะตายไปไม่ใช่เหรอ คิดแก้แค้นได้ขนาดนั้น”

“รู้ไหมครับ ทำไมผมถึงรักผู้หญิงคนนี้มาก...เพราะเขาเป็นคนแกร่ง เข้มแข็ง และสู้ชีวิตเหมือนแม่ของผม”

สร้อยคำอึ้ง น้ำตารื้นด้วยความชื่นใจ จนด้วยเหตุผลมาแย้ง ส่ายหน้าช้าๆอย่างอ่อนใจ...ในที่สุดก็แพ้ทางลูก!

ooooooo

ขณะที่ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย...เนตรนภิศเหมือนอยู่ในขุมนรก ทุกคนรอบตัวโดยเฉพาะนภางค์ หันหลังให้เธออย่างเด็ดขาด เธอจำใจมาพบรัชนกตามนัด มองใบหน้าที่ตกแต่งเข้มขึ้นและท่าทางร่าเริงเกินเหตุของอดีตสายลับอย่างแปลกใจ รัชนกเห็นสภาพทรุดโทรมของเนตรนภิศก็เดาได้ว่าความลับคงแตกแล้ว แสร้งตีหน้าเห็นอกเห็นใจ

“นกตกงานไม่มีเงินเลย เมื่อไหร่คุณนภิศจะจ่ายค่าทำคลิปให้สักที...คลิปที่ทำให้พี่สาวคุณเป็นอัมพาตไงคะ”

“นี่...เลิกเล่นบทลูกเมียน้อยยากจนข้นแค้นสักที พี่เขยฉันสืบมาหมดแล้ว แกมันลูกแม่เล้าแถวชายแดน พ่อเลี้ยงเป็นเจ้าของบ่อน ไอ้พี่ชายก็ลูกติดพ่อเลี้ยง...เล่นจ้ำจี้กับแกมาตั้งแต่เด็ก”

รัชนกยิ้มรับ ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ตอกกลับเสียงซื่อ

“แหม...สืบละเอียดดีจัง ตกลงฉันก็เปลืองตัวให้คุณฟรีๆ แต่ไหนๆ ก็ฟรีแล้ว...ฉันแถมให้หมดหน้าตักเลย”

เนตรนภิศเลิกคิ้ว สังหรณ์ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี รัชนกยื่นไอแพดส่งให้ บอกว่าเป็นคลิปของอมรกับพงศกรที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล เนตรนภิศตาโต มองภาพกอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบหวาดเสียวของผัวกับคู่ขาที่เข้าใจว่าเป็นเพื่อนซี้กันมาตลอดอย่างสะอิดสะเอียน รัชนกตอกย้ำแววตาสะใจ

“รู้หรือยังคะ...ว่าทำไมสามีคุณไม่แลหญิงอื่น...แล้วอย่าคิดว่าคุณพงศ์เป็นน้อยนะคะ เขารักกันตั้งแต่สมัยเรียน”

เนตรนภิศอ้าปากค้าง น้ำตาไหลไม่หยุดด้วยความแค้นใจ รัชนกยิ้มหยัน ดึงไอแพดคืนมา

“อ้อ...ฉันขอแนะนำว่าอย่าทำกระโตกกระตาก ถ้าคุณอาละวาด สามีทิ้งคุณแน่...แล้วคุณจะไม่เหลืออะไรเลย!”

เนตรนภิศหน้าชา ความจริงเกี่ยวกับสามีที่สาวแบ๊วนำมาเปิดเผยเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงใจ ความผิดหวังถาโถมยิ่งกว่าตอนที่ถูกแม่ประณาม ความภูมิใจอย่างเดียวที่คิดว่าเหนือกว่านพนภา...ตอนนี้กลับแย่ยิ่งกว่า!

แม้มีหลักฐานแน่นหนา แต่เนตรนภิศอยากเห็นด้วยตาตัวเอง เธอตรงกลับบ้านทันทีด้วยความร้อนใจ จดๆ จ้องๆ ที่หน้าประตูห้องนอนแล้วแง้มออกแผ่วเบา ภาพที่เห็นคืออมรกับพงศกรนัวเนียกันอยู่บนเตียง เนตรนภิศเซพิงผนังอย่างหมดแรง ยกมือปิดปากไม่ให้กรีดร้อง...รวดร้าวในอกเหมือนใจจะหลุดออกมา

หลังเสร็จสมอารมณ์หมาย...อมรกับพงศกรลงมาข้างล่าง ชะงักเมื่อเห็นเนตรนภิศนั่งเหม่อที่โซฟาหน้าทีวี สองหนุ่มระแวงว่าหญิงสาวจะรู้ความลับ แต่พอเห็นท่าทางเป็นปกติก็วางใจ ดูฟุตบอลนัดสำคัญกันอย่างสนุกสนาน

เนตรนภิศมองสองหนุ่มกอดคอหยอกล้อกันอย่างกระอัก กระอ่วนใจ หลบไปสงบสติอารมณ์บนห้องคนเดียว

ขณะที่เนตรนภิศกำลังตกนรก...วีกิจร่วมมือกับลูกศรและณัฐดนัยวางแผนง้อมุนินทร์ ชายหนุ่มกว้านซื้อดอกไม้มากมายประดับทั่วห้องทำงานหญิงสาว ส่วนตัวเองยืนถือช่อดอกลิลลี่รออยู่ มุนินทร์มองชายหนุ่มในชุดที่เธอซื้อให้ทั้งตัวอย่างตื่นตะลึง ใจอ่อนลงจนแทบไม่เหลือความโกรธแค้น วีกิจมองมาอย่างอ้อนวอน คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ

“ยกโทษให้ผมหมดทุกข้อได้ไหมครับ”

มุนินทร์ไม่อาจฝืนหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป พยักหน้ารับ วีกิจส่งช่อดอกลิลลี่ให้ มุนินทร์เขินจัด

“เกสรมันมีพิษนะคะ”

“ไม่มีพิษอะไรสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว”

วีกิจดึงมุนินทร์มากอดไว้ ลูกศรกับณัฐดนัยปรบมือเกรียวด้วยความยินดี...

ooooooo

นพนภาพักรักษาตัวที่บ้าน เรื่องราวมากมายทำให้คิดได้และปลงตก ความแค้นไม่ให้อะไรกับเธอและครอบครัวนอกจากความพินาศและความร้าวฉาน วีกิจพามุนินทร์มาพบเธอที่บ้าน เสียงซีดีพระเทศน์ดังกังวานไปทั่วห้องโถง นพนภานอนหลับตาฟังที่กลางห้องด้วยท่าทีสงบ

“การให้ธรรมทานถือว่าเป็นทานสูงสุด แต่บางตำรากล่าวว่า อภัยทานต่างหากที่คือทานสูงสุด การอโหสิกรรมอย่างแท้จริงนั้นเป็นสิ่งทำได้ยาก”

นพนภาตื่นมาเห็นมุนินทร์ถือดอกลิลลี่คุกเข่าอยู่ข้างๆ และยิ้มให้อย่างอ่อนโยน กราบลงที่มือเธอบนตัก วีกิจ เจนภพ ลูกๆทั้งสาม และทุกคนในบ้านมองอย่างตื่นตะลึงระคนยินดี

“ฉัน...มุนินทร์ มาขออโหสิกรรมจากคุณค่ะ คุณนพนภา”

นพนภาน้ำตาไหล ค่อยๆกระดิกมือ กะพริบตาช้าๆ เหมือนตอบรับ มุนินทร์ยิ้มกับทุกคนอย่างยินดี

“และฉันขอให้ทุกคน...อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ที่เคยล่วงเกินไปทั้งหมด”

สร้อยคำก้าวมาบอกอโหสิกรรมและดึงมุนินทร์มากอดไว้ วีกิจมองด้วยความตื้นตันที่แม่ยอมรับ ทุกคนในบ้านยินดีที่ทุกอย่างคลี่คลาย ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข...

ขณะที่ครอบครัวเจนภพเข้าใจกัน...สรรค์กับแอ๋ว ยังวิ่งไล่จับกันเหมือนเดิม สรรค์ไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้และชอบเที่ยว ส่วนแอ๋วก็ตามจับผิดผัวอย่างไม่ลดละ

ด้านรัชนกกับศักดิ์ชาย...กลับไปช่วยงานพ่อที่คาสิโนแถบชายแดน รัชนกแต่งตัวเซ็กซี่ เดินนวยนาดไปทั่วคาสิโน ประพงส์หนีมากบดานแถวนี้ มองอดีตสายลับแอ๊บแบ๊วด้วยแววตากะลิ้มกะเหลี่ย รัชนกทิ้งสายตาเชิญชวน ศักดิ์ชายส่ายหน้าน้อยๆ อ่อนใจกับสันดานชอบยั่วให้หลงแล้วหลอกให้หมดตัวของน้องสาวนอกไส้คนนี้จริงๆ

วีกิจกับมุนินทร์กลับไปเพชรบูรณ์อีกครั้ง สองหนุ่มสาวนอนอิงแอบดูดาวบนพื้นชานเรือน วีกิจเย้าเรื่องแต่งงาน แววตาพราวระยับ มุนินทร์เขินหน้าแดงจัด เสทุบชายหนุ่มดังพลั่ก

“ฮึ! ฉันจะให้คุณรออีกนานเลยล่ะ”

“นานแค่ไหนผมก็รอได้...เพราะผมวางมัดจำไว้แล้ว”

“ฉันเบื่อเหลือเกิน เวลาใครบอกว่าคุณเรียบร้อยแสนดี...ที่จริงคุณร้ายจะตาย”

วีกิจยกมือมุนินทร์ขึ้นจูบ มองตาหญิงสาวอย่างอ่อนหวานลึกซึ้ง

“เราผ่านอะไรกันมาเยอะจัง...เหมือนตาเป็นแม่สื่อให้เราได้พบกัน”

“ตาคงอยู่บนดาวดวงไหนสักดวงนะคะ และเฝ้ามองเราสองคนอยู่”

“และผมขอสัญญากับตา...ว่าผมจะดูแลพี่สาวของตาทุกลมหายใจเข้าออก...ให้พี่สาวตามีแต่ความสุขตลอดไป”

มุนินทร์มองวีกิจตาหวานฉ่ำ วีกิจกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ชี้ชวนกันดูดาวอย่างมีความสุข

ooooooo

-อวสาน-


ละครแรงเงา ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านแรงเงา ติดตามแรงเงา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 20 พ.ย. 2555 09:27 2012-11-22T01:07:47+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ