ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

จ่าจ้อยบิดมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องขึ้นไปจะตีคู่กับรถของอัศวิน แต่ทันใดนั้นมีรถพุ่งสวนมาเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ของเขาเสียหลักล้มลง คนขี่ไปทางหนึ่ง มอเตอร์ไซค์กลิ้งไปอีกทางหนึ่ง คนขับรถที่ชนจ่าจ้อยจอดมองผลงานของตัวเอง คนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนคือ นายขำ สมุนของอัศวินนั่นเอง...

ขณะที่จ่าจ้อยนอนแน่นิ่งอยู่ริมถนน อัศวินเลี้ยวรถเข้ามาในถนนสายเปลี่ยว จ่าฉ่ำมองไปรอบๆ อดถามไม่ได้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า เขาพยักหน้า อ้างมีสายอยู่แถวนี้แล้วจอดรถ จ่าฉ่ำไม่ได้เอะใจเปิดรถเดินลงไป อัศวินเดินตามพอสบโอกาสเหมาะดึงปืนไปจากเอวเขา จ่าฉ่ำหันกลับมา เห็นสารวัตรชั่วจ้องปืนอยู่ก็มองงงๆ

“ถือว่าซวยนะจ่าฉ่ำ”

กว่าจ่าฉ่ำจะรู้ตัวว่าไว้ใจคนผิดก็เป็นตอนที่กระสุนเจาะร่างฟุบลงไปจมกองเลือด อัศวินหยิบจดหมายจากผู้การคำรณที่จ่าฉ่ำมอบให้มาเผาทิ้งเหลือแค่ขี้เถ้าก่อนจะผละจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ในเวลาเดียวกัน กานดาได้หมอที่จะทำแท้งให้จำปาแล้ว และนัดกันพรุ่งนี้ค่ำๆ จำปาเผลอลูบท้องน้อยตัวเอง รู้สึกผิดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...

ลุงแบนกับบุญตากำลังเร่ขายยาอยู่ริมทางเท้า ผู้คนที่สนใจพากันมามุงดูแน่นขนัด แต่อยู่ๆคนดูต่างพากันสลายตัว ลุงแบนเงยหน้าขึ้นมองถึงได้รู้เหตุผล ที่แท้เป็นเพราะบวรกับสมุนเดินเข้ามาหานั่นเอง บวรทักทายผู้เคยเป็นอาจารย์หมัดมวยแต่ไม่ยกมือไหว้ ลุงแบนมองไม่พอใจ

“มือเอ็งเป็นอะไร ไหว้ใครไม่เป็นแล้วหรือ”

บวรออกตัวว่าไม่ได้มาหาเรื่องแค่จะมาถามบุญตาว่าเห็นจำปาบ้างไหม เขาไปที่บ้านเช่าก็ไม่เจอ ตนเจอ จำปาเมื่อหลายวันก่อน จะให้ตนพาไปทำแท็งก์ ทั้งบวรและลุงแบนต่างตกใจ หญิงสาวงงพูดเรื่องนี้เมื่อไหร่ทำไมทุกคนต้องทำท่าทางตื่นเต้นด้วย ลุงแบนสงสัยเธอไปรู้จักที่แบบนั้นได้อย่างไร

“ก็ลุงเคยพาไป...” บุญตาเห็นลุงแบนและบวรมองด้วยสายตาแปลกๆก็นึกเอะใจ “ไม่...ไม่จริง จำปาคง ไม่ได้...ฉันพาไปร้านทำแท็งก์น้ำ แล้วจำปาก็แยกจากไปไม่พูดอะไร”

ลุงแบนมองบวรที่ออกอาการเป็นห่วงเป็นใยจำปาอย่างออกนอกหน้า ถามว่าตกลงลูกในท้องเธอเป็นลูกใคร เขาไม่ตอบเดินหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว สองลุงหลานมองตามพอจะเดาเรื่องราวได้เลาๆ...

ขณะอัศวินกำลังทำความสะอาดปืนอยู่ นายขำเข้ามารายงานว่าตามคุ้มครองเขาตามคำสั่ง วันนี้ตนเห็นตำรวจนายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามรถของเขา ตนก็เลยจัดหนักไป แต่ไม่ได้เอาถึงตายเห็นเจ้านายไม่ได้สั่ง อัศวินพยักหน้ารับรู้ แล้วส่งปืนของจ่าฉ่ำให้ บ่นพึมพำว่าคนดีไม่น่าอายุสั้น

“เป็นอะไรตาย”

“ตายในหน้าที่” อัศวินยิ้มเหี้ยมไม่สะทกสะท้านใดๆ

ooooooo

สัวกิมไม่ได้ใหญ่เฉพาะในวงนักเลง แม้ติดคุกผู้คุมยังให้ความยำเกรงเดินผ่านต้องค้อมหัวให้ งอบนักเลงหางแถวที่เดินตามรับใช้สัวกิมในคุก คอยประจบ ประแจงถามไถ่จะเอาโน่นนี่นั่นไหม เขาส่ายหน้าแล้วเอาบุหรี่สี่ห้าตัวยื่นให้ไปสูบเล่นกัน พวกนักโทษพากันแย่งบุหรี่อุตลุด

เจ้าพ่อโรงฝิ่นมองเลยเข้าไปในห้องขังห้องหนึ่งเห็นนักโทษหัวเกรียนนั่งหันหลังให้กำลังออกกำลังกายอยู่ แผ่นหลังของเขามีรอยสักเป็นปื้นๆ แต่ถ้าพิจารณาดีๆ จะเห็นแผนที่ซ่อนอยู่ นักโทษคนนั้นไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“โดนคดีอะไรไม่เคยเห็นมันสุงสิงกับใคร”

“สัวอย่าไปยุ่งกับพี่เขาเลย กับผู้คุมมันยังไม่กลัว” งอบรายงาน สัวกิมชักจะสนใจถามว่าชื่ออะไร พอรู้ว่านักโทษคนนั้นคือเวิ้ง นาครเกษม ยิ่งสนใจมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ...

ด้านบุญตาเก็บกวาดรื้ออุปกรณ์ของลุงแบนออกมาทำความสะอาด กล่องใส่แผนที่หล่นลงมาพร้อมกุญแจ เธอมองซ้ายมองขวาไม่เห็นลุงแบนอยู่แถวนั้นรีบไขกล่องออกดู เห็นแผนที่ขาดครึ่งก็มองสนใจ ลุงแบนเข้ามาเห็นจะคว้าคืน แต่เธอเอาไปแอบไว้ด้านหลัง ซักไซ้ทำไมแผนที่มีครึ่งเดียว

“เอามา แค่นั้นเอ็งคิดว่าข้าแย่งกลับมาไม่ได้เหรอ”

บุญตาเอาแผนที่ยัดใส่อกเสื้อตัวเอง ขู่ให้บอกว่าแผนที่อะไรไม่อย่างนั้นจะทำให้เหงื่อชุ่มมันจะได้เปื่อยยุ่ยไปเลยแล้ววิดพื้นทันที ลุงแบนยอมแพ้รับปากจะบอกความจริงให้รู้เธอถึงได้หยุดออกกำลัง...

สัวกิมอยากเจอเวิ้ง จึงวานให้งอบไปติดต่อ แต่เขาไม่อยากเจอใครทั้งนั้น สั่งห้ามมายุ่ง เขากำลังจะพ้นโทษไม่อยากเตะปากเจ้าพ่อ มีคนเดียวที่เขาอยากคุยด้วยก็คือเปี๊ยก ซัมมิท

ooooooo

บุญตานำเรื่องที่ลุงแบนเล่าให้ฟังไปบอกจอมอีกทอดหนึ่งว่าลุงแบนคือเปี๊ยก ซัมมิท จอมเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่เปี๊ยกหายตัวไปเกือบยี่สิบปีแล้ว เมื่อก่อนดังคู่มากับเวิ้ง นาครเกษม

“ถูก...คนนี้แหละที่ลุงแบนบอกว่ามีแผนที่อยู่อีกครึ่งหนึ่ง”

จอมชักจะสนใจ ซักเป็นการใหญ่ว่าเปี๊ยกกับเวิ้งหักกันด้วยเรื่องอะไร แล้วสมบัติขุนโจรอะแวสะดอทาเละอะไรที่บุญตาพูดถึงมีจริงหรือ บุญตาส่ายหน้า น่าจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อของลุงแบนมากกว่า...

ขณะที่บุญตาไม่เชื่อเรื่องที่ลุงแบนเล่าถึงขุมทรัพย์ สัวกิมกลับเชื่อหมดใจว่ามีอยู่จริง บุกมาหาเวิ้งถึงห้องขังเพื่อสอบถามเรื่องนี้ เขาไม่อยากคุยด้วยไล่ตะเพิดไปให้พ้น ชูด้ามแปรงสีฟันที่ฝนจนแหลมขึ้นมาขู่

“ด้ามแปรงนี่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว”

“ก็ตามใจ แต่ฉันหาเปี๊ยก ซัมมิท ให้นายได้นะ” สัวกิมยังไม่ยอมแพ้แม้จะถูกไล่ “ได้ยินว่า เวิ้ง นาครเกษม มีลูกสาว ไปอยู่ไหนนะ” คำพูดจี้ใจดำทำเอาเวิ้งกำแปรงด้านที่คมไว้แน่นจนเลือดไหล บอกว่าเด็กนั่นเป็นลูกชู้...

ก่อนจะไปหากานดาให้พาไปทำแท้ง จำปาแวะทำสังฆทานให้เด็กในท้องจึงทำให้ไปถึงซ่องช้า กานดาบ่นอุบเดี๋ยวกลับมาเปิดซ่องไม่ทัน เริงจะขอตามไปด้วย

“อยู่นี่แหละ ไม่ต้องไป เกะกะ ดูทำความสะอาดห้องตัวเองด้วย ไป” สั่งเสร็จกานดาเดินนำจำปาออกไป ไม่นานนักทั้งคู่มาถึงคลินิกรับทำแท้ง ระหว่างนั่งรอคิวจำปามองไปรอบๆห้องสีหน้าหวั่นใจ ยิ่งเห็นพยาบาลเอาถุงใส่ซากทารกเดินผ่านหน้าเธอถึงกับเบือนหน้าหนี กานดาสั่งให้เธอเอาเงินค่าทำแท้งมา จำปาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร แม่เล้าตัวแสบคว้ากระเป๋าของเธอไปจัดการล้วงเงินออกมาเอง

มีเสียงหวีดร้องดังมาจากห้องด้านใน ทำให้จำปายิ่งเครียด ขณะที่กานดามองเธอสมน้ำหน้า...

บวรบึ่งมอเตอร์ไซค์มาถึงซ่องของกานดา สอบถามเริงว่าจำปามาที่นี่หรือเปล่าแล้วแม่เล้าไปไหน พอรู้ว่า ออกไปด้วยกันก็เดาได้ทันทีว่าต้องไปทำแท้ง สั่งให้เริงบอกที่อยู่คลินิกทำแท้ง เธอลีลาท่ามากกว่าจะบอกได้ บวรต้องตบตีไปหลายที...

ไม่กี่อึดใจก็ถึงคิวของจำปาซึ่งถูกพาไปนอนบนเตียงที่มีขาหยั่ง กานดาขอดูด้วย เพราะต้องการเห็นความเจ็บปวดของจำปา ทีแรกหมอจะห้ามเธอเข้า แต่สุดท้ายก็อนุญาต...

กว่าบวรจะหาคลินิกเจอ พบว่าประตูด้านหน้าคล้องกุญแจไว้แล้ว เขาร้อนใจมากชักขึ้นมายิงกุญแจกระจุยแล้วเปิดเข้าไปในร้าน เห็นสภาพห้องทำแท้งที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ถึงกับตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง

ooooooo

อัศวินมาถึงสถานีตำรวจเห็นจ่าจ้อยใส่เฝือกที่แขนร้องทักว่าเมื่อวานไม่มาเข้าเวรใช่ไหมแล้วแขนไปโดนอะไรมา เขาประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่

“ระวังตัวหน่อยแล้วกัน” พูดจบ อัศวินเดินไปนั่งที่โต๊ะทำเป็นตรวจโน่นดูนี่

จ่าจ้อยเดินไปถามจ่าเวรว่าเห็นจ่าฉ่ำบ้างไหม ได้ความว่าไปตามสืบเรื่องจอมที่บ้านสัวกิม เขามีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะลงจากสถานีตำรวจ อัศวินมองตามยิ้มพอใจ...

บวรตามมาที่ซ่องกานดาแต่เช้าเพื่อซักถามแม่เล้าว่าจำปาอยู่ไหน เธอไม่รู้ไม่เคยถามถึงที่อยู่แห่งใหม่ เขาไม่พอใจพยักพเยิดให้นัทจัดการแทน สมุนมือซ้ายชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ ถามซ้ำว่าจำปาอยู่ไหน กานดาส่ายหน้าไม่รู้ แทนที่นัทจะซ้อมเธอเพื่อให้คายความจริง กลับหันไปตบตีเริงแทนหวังจะขู่ให้กานดากลัว แต่เธอยืนยันไม่รู้จริงๆว่าจำปาอยู่ไหน

“แกเป็นคนพาจำปาไปทำแท้ง” บวรเกรี้ยวกราดใส่พร้อมกับเอาปืนจ่อ กานดากลัวลนลาน

“เดี๋ยวๆๆๆ อย่าเพิ่งยิง มันไม่ได้ทำ ยังไม่ทันได้ทำแท้ง อยู่ๆมันก็ลุกวิ่งออกจากห้องทำแท้งไป”

บวรได้ยินข่าวดีถึงกับน้ำตาซึม...

ที่โรงแรมราคาถูกแห่งหนึ่ง จอมนั่งมองจำปาที่เอาแต่นั่งร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง ดีใจที่เธอตัดสินใจไม่ทำแท้ง จำปาตระหนักแล้วว่าไม่ใช่ความผิดของเด็กในท้องดังนั้นแกไม่ควรถูกฆ่า จอมจะให้คนมารับเธอไปอยู่ด้วย จำปาส่ายหน้าขืนทำอย่างนั้นเฉียดได้เอาเขาตายแน่ จอมจะบอกความจริงให้เฉียดรู้เอง

“ก็ไม่ต่างกัน ถ้าพี่เฉียดรู้ว่าเป็นบวร พี่เฉียดก็เสี่ยงตายอยู่ดี ตอนนี้ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆนะ พี่จอม ฉันขอโทษ” จำปาร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้น จอมหยิบเงินปึกหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ปลอบว่าไม่ต้องคิดมาก ให้เธออยู่ที่นี่ตามสบาย ตอนนี้เขาขอหาทางออกให้กับเรื่องนี้ก่อน

“ไม่มีหรอกพี่ เรื่องนี้มันไม่มีทางออกจริงๆ” คำพูดของจำปาทำให้จอมครุ่นคิดหนัก...

จอมออกจากโรงแรมมาขึ้นรถ ปอมยืนซื้อผลไม้อยู่ข้างถนนหันไปเห็นพอดีมองตามแปลกใจก่อนจะมองไปทางโรงแรมสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ด้านเฉียดหาตัวจำปาไม่เจอจึงแจกจ่ายรูปถ่ายให้เหล่าสมุนออกตามหา อึดใจปอมเข้ามารายงานว่าเจอจอมเดินออกจากโรงแรมนึกเอะใจก็เลยเข้าไปเช็กรายชื่อดู พบว่ามีชื่อจำปาเข้าพักอยู่ที่นั่น เฉียดของขึ้นทันทีโดดถีบยอดอกปอมหงายหลังตึงระบายแค้น

“ไอ้จอม อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้ว”...

อีกฟากหนึ่งของพระนคร ขณะจอมกำลังสาวคิวแทงสนุ้กอยู่ จ่าจ้อยเข้ามาถามหาจ่าฉ่ำเนื่องจากได้ข่าวว่าเมื่อวานมาหาเขาแล้วก็หายตัวไปไม่มีใครเจออีก จอมหันไปถามตองว่ามีตำรวจมาหรือเปล่า

“ไม่มีใครเขาอยากตายหรอก” ตองมองจ่าจ้อยสีหน้าเอาเรื่อง ฝ่ายหลังทำท่าเหมือนไม่เชื่อ

“ไม่มีจริงๆ อยากจะค้นไหมล่ะ หมายไม่ต้องไปที่บ้านผมเลยก็ได้” จอมยืนยันหนักแน่น

จ่าจ้อยมองจอมสลับกับตองก่อนจะเลื่อนมือไปที่ปืน ตองเองก็ทำแบบเดียวกัน จอมเห็นท่าไม่ดีขอร้องทั้งคู่อย่ามีเรื่องกัน พลันมีเสียงวิทยุสื่อสารที่เหน็บเอวจ่าจ้อยดังขึ้นว่าพบจ่าฉ่ำแล้ว เขาตอบได้แค่รับทราบเสียงวิทยุก็เงียบไป...

จ่าฉ่ำถูกพบเป็นศพลอยอืดอยู่ในคลองสายเปลี่ยว จ่าจ้อยเห็นสภาพของเขาแล้วถึงกับเข่าอ่อน อัศวินไม่วายเสี้ยมเป็นทำนองว่าจอมไม่น่าทำกันแบบนี้เลย ยิ่งทำให้จ่าจ้อยแค้นใจ

ooooooo

สิชลแวะไปเยี่ยมสัวกิมที่เรือนจำเพื่อฟ้องเรื่องจอมที่อ่อนปวกเปียกเกินไปทำตัวไม่สมกับเป็นเจ้าพ่อ ถ้าเราไม่ฆ่าแม่มัน ป่านนี้มันก็เป็นแค่เด็กช่างกลโดนไล่ออกคนหนึ่ง แล้วตัดพ้อต่อว่าว่าทำไมสัวกิมถึงไม่ให้เธอดูแลกิจการแทน เขาลูบแก้มเธอเบาๆ

“ไม่เอาน่า คนบางคนเหมาะจะเก็บไว้เป็นมิ่งขวัญกำลังใจมากกว่า อดทนทำงานให้สัวต่อไปนะ”

สัวกิมเห็นลุงแบนเดินผ่านไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่เรือนจำก็หลบวูบ ครุ่นคิดสงสัยเขามาที่นี่ทำไม...

เวิ้งแปลกใจมากที่เห็นลุงแบนมาเยี่ยม ไม่วายประชดเกือบยี่สิบปีแล้วเพิ่งคิดจะมาเยี่ยมหรือ ลุงแบนรู้ข่าวเขากำลังจะพ้นโทษกลัวออกไปแล้วจะหาตนไม่เจอ เขารับรองว่าจะทำทุกอย่างให้หาตัวลุงแบนเจอและจะแทงด้วยด้ามแปรงสีฟันจะค่อยๆแทงทีละแผลไม่ให้ตายทีเดียวแต่จะให้ตายช้าๆอย่างทรมาน

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเมียแก มันตรอมใจตายเองเพราะแก” ลุงแบนนิ่งไปอึดใจก่อนจะถามถึงแผนที่ ยังเก็บไว้หรือเปล่า เวิ้งหัวเราะฮึๆ แดกดันว่าที่มาเยี่ยมก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม นี่ถ้าแผนที่อยู่กับเขาทั้งสองส่วน เราคงไม่ได้เจอกัน ลุงแบนขอร้องให้เบาเสียงลงหน่อย ที่ตนทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของลูกเวิ้งเอง

“อย่าเอาลูกตัวเองมาอ้าง”

“ลูกของแก ฉันกับเมียแกไม่เคยมีอะไรกัน ถ้ามีคนรู้ว่าลายแทงสมบัตินั่นเป็นเรื่องจริง แกคิดว่าจะไม่มีคนมาทำร้ายฉัน ทำร้ายลูกของแกอย่างนั้นเหรอ”

“โกหกไปเรื่อยๆโกหกไป ฉันพ้นโทษแกตายให้ลูกแกเห็นแน่ๆ” เวิ้งขู่เสร็จลุกขึ้นเดินจากไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะจำปากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้องพักของโรงแรม มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอดีใจคิดว่าจอมมาหาจะได้มีเพื่อนกินข้าวลุกขึ้นไปเปิดรับ แต่กลับกลายเป็นเฉียดยืนอยู่ เขาเดินเข้ามาสำรวจภายในห้องเห็นเงินปึกหนึ่งวางอยู่ ตวาดลั่นใครวางไว้ จำปาละล่ำละลักว่าจอมทิ้งไว้ให้

“ชั่วคราว...เหมาคืน รายเดือนหรือว่าเป็นทีๆไป”

จำปารู้ดีว่าอธิบายไปเฉียดก็ไม่ฟังได้แต่ขอร้องอย่าพูดแบบนี้อีก ถ้าแค้นเธอมากอยากจะตบก็ตบได้เลย เฉียดเรียกให้ปอมกับสมุนเข้ามาลากตัวเธอออกไป ในเมื่อจอมพรากเธอไปจากเขา เขาก็จะพรากเธอไปจากมัน

จำปาพยายามดิ้นหนี ปอมเงื้อมือจะตบให้สงบแต่เห็นสายตากร้าวของเฉียดจำต้องลดมือลง แล้วลากเธอออกไป ครั้นอยู่เพียงลำพังในห้อง ท่าทางกร้าวของเฉียดก็เปลี่ยนไปทันที เขาทรุดฮวบกับพื้นร้องไห้โฮ...

ขณะที่จำปาถูกเฉียดลักพาตัวไป สัวกิมต้องการหาพวกจึงเล่าเรื่องสมบัติโจรอะแวสะดอทาเละให้งอบฟัง และยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไม่ใช่แค่นิทานในหมู่โจร วันนี้เปี๊ยก ซัมมิทมาหาเวิ้ง นาครเกษม

“มันทั้งคู่เคยอยู่ก๊กอะแวสะดอทาเละมาก่อน เอ็งยังคิดว่าเป็นเรื่องเล่าหลอกโจรก่อนนอนอีกเหรอ”...

กว่าจอมจะรู้ว่าจำปาถูกจับตัวไปก็มืดค่ำแล้ว พนักงานโรงแรมไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนที่มาเอาตัวเธอไปเพราะมันขู่ไม่ให้มองหน้า ใครเงยหน้ามองจะถูกด้ามปืนตบ จอมเป็นห่วงเธอมากไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน...

ทางฝ่ายพรพรรณทนไม่ได้ที่บวรไม่สนใจไยดี ร้องเพลงสุดท้ายจบเอาใบลาออกมายื่นให้ เขาฉีกทิ้งโดยไม่ได้เปิดอ่านด้วยซ้ำ ถ้าเธออยากออกก็ออกได้เลยไม่ต้องรอ ตอนมาเข้าทำงานก็ไม่ได้กรอกใบสมัครสักหน่อย

“นี่ ฉันมีเรื่องกลุ้มใจพออยู่แล้ว อย่าเพิ่งสร้างเรื่องได้ไหม ไม่มีเวลาง้อ”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเสียเวลาหรอกค่ะ” พรพรรณว่าแล้วเดินน้ำตาคลอจากไปด้วยความน้อยใจ...

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาหนาเม็ดขึ้น จอมซึ่งซุ่มรออยู่หน้าไนต์คลับเพราะคิดว่าบวรเอาตัวจำปาไป แต่กลับเห็นพรพรรณเดินปาดน้ำตาออกมา บวรเดินตามหลังหยุดคุยกับเตี้ยไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย จอมรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ลังเลจะเอาอย่างไรดี

พรพรรณเดินร้องไห้ตากฝนมาตามถนนเปลี่ยว ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไป จอมขับรถตามมาด้านหลังรีบจอดรถลงไปดู พยายามเขย่าตัวเรียกแต่เธอไม่ได้สติ รีบอุ้มขึ้นรถ...

ที่โกดังเก็บน้ำมันของเสี่ยเฮง จำปาร้องไห้จนหมดแรงหลับไปเอง ที่ขาของเธอถูกล่ามโซ่ติดกับเตียงเหล็ก เฉียดนั่งมองอยู่ห่างๆ พร้อมกับหมุนรังเพลิงปืนลูกโม่ในมือเล่น โดยมีลูกกระสุนหลายลูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า เป็นคำว่า “จอม”...

งอบซึ่งนอนอยู่ในห้องขังเดียวกับเวิ้ง อดรนทนไม่ไหวถามเพื่อนร่วมห้องว่าเรื่องสมบัติโจรเป็นเรื่องจริงใช่ไหม เวิ้งกลับเลี่ยงที่จะตอบคำถามไล่ให้เขาไปนอนได้แล้ว งอบเสนอตัวจะช่วย เวิ้งกำลังจะพ้นโทษในอีกไม่กี่วัน ถ้างอบมีปัญญาตามออกไปเจอกันข้างนอกตนจะให้ร่วมมือด้วยเพื่อช่วยหาแผนที่อีกครึ่งหนึ่ง

ooooooo

ไม่ได้มีแต่สัวกิม งอบและลุงแบนเท่านั้นที่สนใจสมบัติโจร อัศวินก็สนใจเช่นกัน เพราะตัวเองซึ่งเพิ่งเป็นตำรวจใหม่ๆก็อยู่ในทีมของขุนพันธ์ที่เข้ากวาดล้างขุนโจรอะแวสะดอทาเละ แม้เขาจะอยากได้เงินไว้ทำทุนในการลงเลือกตั้ง แต่ก็ไม่อยากออกหน้า จึงวางแผนจะให้ก๊กทั้งสามออกหน้าแทน...

วันนี้เรือนจำมีคิวให้นักโทษชั้นดีที่จะได้รับการปล่อยตัวในไม่กี่วันออกไปล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ งอบกับเวิ้งเป็นหนึ่งในนักโทษชั้นดี แต่สัวกิมไม่ใช่ งอบเดินเข้าไปซุบซิบกับผู้คุมซึ่งมองมาทางสัวกิมก่อนจะเรียกให้ขึ้นรถไปทำความสะอาดท่อระบายน้ำด้วย...

ก๊กแรกที่อัศวินแวะไปเจรจาต่อรองไม่พ้นก๊กของบวร ถามเขาว่าเคยได้ยินสมบัติโจรอะแวสะดอทาเละบ้างไหม เขาเคยได้ยินพ่อพูดกับเพื่อนในวงไพ่ อัศวินอาจจะต้องรบกวนคนของบวรหากได้ลายแทงสมบัติมา บวรตาโตตื่นเต้น นี่เป็นเรื่องจริงหรือ สารวัตรชั่วพยักหน้า

“ช่วยอาแล้วสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นของหลาน” อัศวินเห็นบวรลังเล จึงเพิ่มส่วนแบ่งให้เป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์

“หนึ่งในสี่แล้วกัน คิดง่ายๆผมก็ต้องมีค่าใช้จ่าย”

แม้จะไม่พอใจนัก แต่อัศวินไม่มีทางเลือกจำต้องรับปาก...

พรพรรณรู้สึกตัวตื่นขึ้น พบตัวเองนอนอยู่บนเตียงในบ้านใครก็ไม่รู้ สวมชุดนอนของผู้ชายอยู่ จอมเดินเข้ามาเห็นเธอตื่นแล้วก็ร้องทักทาย พรพรรณดีใจโผกอดเขาไว้ร้องไห้กระซิกๆ เขากอดตอบปลอบใจ

“ใจเย็นๆ เดี๋ยวอะไรๆก็ดีขึ้นเอง” จอมปล่อยมือจากพรพรรณแต่เธอกลับกอดเขาไว้แน่น

“ไม่...ไม่หรอก อะไรๆสำหรับพรไม่มีวันดีขึ้นมาได้อีกแล้ว จอมเองก็ยังไม่เหมือนเดิม พรอยากตาย พรรู้สึกตัวเองไม่มีค่าเลย ไม่มีใครอยากได้พร หรือจอมจะเถียงว่ามันไม่จริง” เธอไม่พูดเปล่าพยายามจะจูบเขา จอมรีบดันตัวออกห่างขอร้องอย่าทำแบบนี้ เธอก้มมองชุดนอนที่ตัวเองสวมอยู่ เขารีบออกตัว

“ชุดเมื่อวานเปียก พี่ให้แม่บ้านเปลี่ยนให้ พรไม่ต้องกลัวไปนะ”

“พรอยากให้จอมเป็นคนเปลี่ยนให้มากกว่า” พรพรรณ เห็นท่าทางเหินห่างของจอมก็ใจเสีย “พรไม่มีค่าในสายตาใครก็ได้ แต่พรกลัวว่าพรจะไม่มีค่าในสายตาจอม”

“พักผ่อนก่อน ไว้เราค่อยคุยกันนะคนดี” จอมหอมผมปลอบใจเสร็จขยับจะไป พรพรรณดึงมือไว้จะให้อยู่ต่อ เขากลับดึงมือกลับ แล้วเดินผละจากไป เธอได้แต่มองตามน้อยใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน สิชลทำเป็นยิ้มหวานเข้ามาหาตองที่กำลังซ้อมมวยอยู่ บอกว่าวันนี้สัวกิมมีงานให้ทำ เป็นงานช่วยคนแหกคุก ตองตกใจนี่เจ้านายคิดจะแหกคุกหรือ สิชลส่ายหน้า สัวกิมไม่ได้จะหนี แต่จะใช้วิธีวิ่งเต้นทางกระบวนการทางกฎหมาย ตองงงถ้าอย่างนั้นจะให้ช่วยใคร

“เอาน่า เดี๋ยวก็รู้เอง แต่เรื่องนี้สัวไม่ให้บอกจอม”

ตองลังเลก่อนจะรับปาก สิชลยิ้มพอใจ ยื่นซองคำสั่งสัวกิมให้เขา...

ทางด้านเวิ้งรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล สั่งห้าม งอบดึงตนไปเกี่ยวข้องด้วย เขาพยักหน้ารับคำ

ooooooo

จอมนั่งอยู่เบาะหลังรถซึ่งแล่นนำขบวนรถสมุนอีกสองคันมาตามถนน พร้อมกับอ่านจดหมายที่สัวกิมสั่งการออกมาจากในคุก

“โรงงานบางแห่งคิดแข็งข้อลองดีไม่จ่ายส่วยสาอากรเพราะเห็นว่าสัวเข้ามาอยู่ในคุกนี่ หรือไม่ก็อาจจะคิดลองของกับจอม ยังไงฝากจอมช่วยไปจัดระเบียบให้ทีสิ อย่าให้เป็นเยี่ยงอย่างกับเมืองขึ้นอื่นๆต่อไป” จอมอ่านเสร็จพับจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อ ถามสิชลว่าโรงงานแห่งนี้อยู่อีกไกลไหม ได้ความว่าอยู่ขอบๆพระนครฝั่งใต้ เจ้าพ่อหนุ่มสีหน้าหนักใจ นั่นเท่ากับติดเขตปกครองของเฉียด...

แม้ปากจะบอกว่าเกลียด แต่เฉียดแวะมาหาจำปาที่โกดังเก็บน้ำมันทุกวัน สายนี้ก็เช่นกัน เขาไม่ได้แวะมาหาเปล่าๆยังตั้งชื่อเด็กที่กำลังจะเกิดว่า “จอมปลอม” อีกด้วยเพราะพ่อมันชื่อจอม และสั่งให้เธอดูแลมันให้ดีเพราะเขาจะสอนให้มันฆ่าพ่อตัวเอง แล้วคว้าหน้าไม้พร้อมลูกธนูออกไป...

รถที่จอมนั่งแล่นผ่านกลุ่มนักโทษที่กำลังลอกท่อระบายน้ำเข้าไปในบริเวณตัวอาคารโรงงาน สัวกิมมองตามขบวนรถสีหน้าพอใจ สิชลมองกระจกส่องหลังไปยังกลุ่มนักโทษโดยที่จอมไม่ทันสังเกตเห็น...

เฉียดรู้จากสมุนว่าจอมกำลังไปที่โรงงานชายขอบพระนคร ดึงพลขับลงจากรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ปอมกับสมุนคนอื่นต้องโดดขึ้นรถอีกสองคันขับตามแทบไม่ทัน...

เป็นความบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่บุญตามาสมัครงานที่โรงงานแห่งนี้เช่นกัน นักโทษเห็นเธอเดินมากับ ลุงแบนพากันเป่าปากแซว เขาต้องพาหลานรักเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง เวิ้งออกจากข้างรถมาเห็นเข้าแทบจะถลาเข้าใส่ แต่ผู้คุมกระชากลูกเลื่อนปืนลูกซองเพื่อข่มขู่ เขาจึงชะงักเท้าไว้แค่นั้น

“ทำงานไป อย่าเสียงดัง”

สัวกิมนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่เบาะรถบัสบรรทุกนักโทษมีกุญแจมือล็อกติดไว้กับที่นั่ง เห็นเวิ้งฮึดฮัดใส่ลุงแบนกับบุญตาที่เดินไปทางตัวอาคารโรงงานก็ยิ้มพอใจ...

การเจรจาของจอมกับเจ้าของโรงงานดูเหมือนจะไม่ได้ผล เจ้าของกระด้างกระเดื่องไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองเพราะถือว่ามีพวกคนงานหนุนหลัง ยังไม่ทันที่จะมีใครทำอะไร เฉียดกับพวกกรูกันเข้ามาร่วมวงด้วย พวกสมุนของจอมขยับจะชักปืน จอมต้องยกมือห้าม อีกมุมหนึ่งนอกตัวอาคาร ลุงแบนทนไม่ไหวขอเข้าห้องน้ำก่อนบอกให้บุญตารออยู่ตรงนี้แล้วเดินเลี้ยวเข้ามุมตึกไป เธอขี้เกียจรอเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย

ooooooo

จอมเตือนเฉียดว่านี่เป็นเขตปกครองของสัวกิมเขาเป็นฝ่ายล้ำเขตเข้ามา เขาไม่สนใจว่าเขตของใคร นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับจอมแล้วด่าหยาบๆ คายๆ ตองไม่พอใจชักปืนจะเอาเรื่อง จอมปัดปืนตองลง เฉียดกลับเอาหน้าไม้จ่อหน้าตอง สิชลเอาปืนส่องเฉียด จอมจำต้องชักปืนใส่เธอสั่งให้ทุกคนหยุด

“นี่เป็นคำสั่ง คำเราเสมอคำสัวกิม จำไม่ได้เหรอ” จอมเสียงกร้าว ก่อนจะหันไปทางเฉียด “นายคงไม่อยากตายทั้งที่ยังไม่ได้แก้แค้นเราหรอกนะ” ว่าแล้วจอมค่อยๆเอาอีกมือหนึ่งจับหน้าไม้ของเฉียดมาจ่อหน้าตัวเอง ทันทีที่หน้าไม้พ้นหน้า ตองยกปืนขึ้นมาเล็งเฉียด จอมจึงต้องย้ายปืนจากสิชลมาเล็งตองแทน

ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น จอมหันมองตามเสียงเห็นปอมบิดแขนลากตัวบุญตาเข้ามา เฉียดยิ้มพอใจ ประกาศกร้าวว่าอะไรที่เป็นของจอม ตนจะเอาไปเป็นของตัวเองให้หมด จอมเป็นห่วงบุญตา ตัดสินใจท้าประลองกับเฉียด สั่งให้ตองเอามีดออกมา ตองปามีดปักที่พื้น

“เลือดใครตกถึงพื้นก่อน ต้องไม่มาเหยียบที่โรงงานนี้อีก”

“เราจะฝังนายไว้ที่นี่...จอม” เฉียดกร้าวใส่แล้วโยนหน้าไม้ทิ้ง ตรงเข้าต่อสู้กับเพื่อนเคยซี้ สองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร อีกมุมหนึ่งนอกรั้วโรงงาน สัวกิมรอแล้วรอเล่าทำไมไม่ถึงเงียบนัก บ่นกับงอบอุตส่าห์กำชับแล้วว่าเอาให้สนั่นกลับเงียบราวกับป่าช้า

สิชลเห็นล่วงเลยเวลามานานแล้วแอบเอาระเบิดที่ซุกมาในเสื้อถอดสลักแล้วโยนเข้าไปใต้รถเข็นที่คนงานปีนดูการต่อสู้ เป็นจังหวะเดียวกับจอมเพลี่ยงพล้ำ เฉียดเงื้อมีดจะแทง มีเสียงระเบิดดังตูมขึ้น รถเข็นถูกแรงระเบิดลอยขึ้นเหนือพื้น คนงานกระเด็นไปคนละทิศ
ละทาง สิชลยิงเจ้าของโรงงานโดนบ่า เขายิงตอบโต้ มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวยิงใส่กันไม่ยั้งไม่รู้ว่าพวกใครเป็นพวกใคร เฉียดกับจอมเด้งออกจากกันวิ่งเข้าหาที่กำบัง

ลุงแบนออกจากห้องน้ำได้ยินเสียงปืน แถมหลานสาวยังหายตัวไปรีบวิ่งไปยังต้นเสียง เฉียดพุ่งไปที่รถตัวเองหยิบระเบิดแท่งคล้ายประทัดยักษ์ขึ้นมาจุดแล้วโยนไปรอบๆอย่างบ้าคลั่ง เสียงระเบิดดังตูมตามติดๆกันจนพื้นสะเทือน คนงานบางส่วนวิ่งหนีตายออกมาที่ถนน

นักโทษเห็นความวุ่นวาย บางคนพยายามหนี ผู้คุมยิงใส่จนล้มคว่ำ ที่ด้านในอาคาร ลุงแบนเห็นปอมจับตัวบุญตาอยู่ก็เข้าไปช่วยเตะต่อยจนเขาต้องปล่อยเธอเป็นอิสระ บุญตายังไม่ทันจะขยับ เฉียดเข้ามาคว้าแขนลากตัวออกไป จอมเป็นห่วงเธอมากรีบวิ่งตามแต่ถูกยิงสกัดต้องถอยกลับเข้าที่กำบัง

ความวุ่นวายลามไปที่กลุ่มนักโทษ ผู้คุมถูกนักโทษเข้าแย่งปืน งอบสบช่องเอาด้ามแปรงสีฟันแทงผู้คุมคนหนึ่งที่กำลังเผลอล้มฟุบ ผู้คุมอีกคนหันปืนจะยิง งอบไว้กว่าคว้าปืนผู้คุมที่โดนแทงยิงใส่ได้ก่อน

ผู้คุมกระเสือกกระสนมาทางที่เวิ้งอยู่ มือเปื้อนเลือดป่ายไปตามตัวเขาเปรอะเลือดไปหมด จ่าจ้อยขับรถเข้ามากับตำรวจอีกนายหนึ่งเห็นนักโทษพยายามหลบหนี ชักปืนขู่ ตำรวจเห็นเวิ้งยืนตัวเปื้อนเลือดก็ยิงใส่ เขาจำใจคว้าปืนที่ตกอยู่ยิงสวน ตำรวจตายคาที่ แล้วเผ่นหนีตามงอบโดยมีจ่าจ้อยวิ่งไล่ไปติดๆ...

ขณะที่เวิ้งตกกระไดพลอยโจนไปกับงอบ เฉียดผลักบุญตาเข้าไปในรถตัวเอง เอากุญแจมือล็อกเธอไว้กับอุปกรณ์ภายในรถซึ่งเบาะหลังเต็มไปด้วยระเบิดทำเอง แล้ววิ่งมาที่นั่งคนขับยังไม่ทันสตาร์ตรถ ตองเข้ามากระชากตัว มือเขาปัดถูกเกียร์ไปตำแหน่งเกียร์ว่าง รถค่อยๆไหล ขณะที่ตองกับเฉียดยังต่อสู้กันอยู่ที่เดิม

ooooooo

รถที่บุญตาติดอยู่ค่อยๆไหลไปยังซุ้มไฟที่กำลังลุกไหม้ เธอพยายามดิ้นหนีแต่กุญแจล็อกแน่นไม่หลุด

“ช่วยด้วย...พี่จอม...ช่วยด้วย” บุญตาตะโกนแข่งกับเสียงปืนและเสียงระเบิด

จอมซึ่งหลบกระสุนอยู่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของบุญตาพยายามชะเง้อมอง เห็นเธอติดอยู่ในรถที่ไหลผ่านหน้า ตัดสินใจวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้าไปช่วยงัดกุญแจมือหลุดดึงเธอออกจากรถได้ทัน แล้วกอดเธอไว้อย่างปกป้อง อึดใจเสียงระเบิดดังสนั่น เธอซุกในอ้อมกอดจอมร้องไห้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่นี่ไม่ต้องร้อง บุญตาปลอดภัยแล้ว” จอมกระชับอ้อมกอดไว้แน่น...

ฝ่ายเฉียดเพลี่ยงพล้ำจะเสียทีให้ตอง แต่เหลือบเห็นปืนตกอยู่คว้าขึ้นมายิง ตองหลบทันโผล่ขึ้นมาอีกทีเฉียดหายไปแล้ว เสียงระเบิดจากซากรถของเฉียดยังดังต่อเนื่องเพราะในรถเต็มไปด้วยอาวุธ ปอมถูกลุงแบนอัด

ล้มคว่ำล้มหงายแล้วตามเข้าไปจะซ้ำ ปอมเจ้าเล่ห์เอาทรายซัดใส่จนตาพร่า ก่อนจะคว้าไม้ตีไม่ยั้งทรุดฮวบ ยังไม่หนําใจจะเข้าไปซ้ำให้ตาย เฉียดเข้ามาลากปอมออกไปเสียก่อน...

ไม่ห่างกันนัก เวิ้งถือปืนผู้คุมวิ่งหนีมาตามทาง จ่าจ้อยตามมาทันยิงปืนใส่ เขาชะงักหันกลับมา จ่าจ้อยสั่งให้วางปืนลงช้าๆ ทันใดนั้นงอบย่องมาด้านหลังเอาไม้ฟาดปืนร่วง แล้วใช้ด้ามแปรงสีฟันแทงซ้ำจนเขานอนฟุบจมกองเลือด ก่อนจะลากเวิ้งหนีไปด้วยกัน...

ทางฝ่ายนัทกับเต้ยขัดเคืองใจมากที่เฉียดกับจอมตีกันเละ แต่ก๊กของพวกตนไม่ได้ร่วมวงด้วยเพราะบวรไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เอาแต่ครุ่นคิดถึงจำปากับลูกในท้อง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อัศวินบุกเข้าไปต่อว่าสัวกิมถึงในคุกที่ทำอะไรไม่รู้จักไว้หน้ากันบ้าง และเตือนไม่ให้ทำแบบนี้อีกไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่ สัวกิมไม่พอใจต่อว่ากลับ เดี๋ยวนี้พูดแบบนี้กับตนแล้วหรือ อัศวินตบหน้าอดีตเจ้าพ่อเบาๆ ตนเป็นผู้รักษากฎหมาย พูดกับโจรแบบนี้ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้ว

“ที่มาเนี่ย มาเตือน ไม่ได้มาเยี่ยม” พูดจบอัศวินเดินจากไป สัวกิมมองตามขุ่นเคืองใจ...

จอมพาลุงแบนมานอนพักรักษาตัวที่บ้านของสัวกิม เพราะจะได้มีคนดูแล ทำให้บุญตาได้รู้ว่าพรพรรณก็อยู่ที่นี่ด้วย แถมนอนอยู่ในห้องของจอมอีกต่างหาก โดยไม่รู้ว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอแม้แต่น้อย ทำให้บุญตาน้อยใจเขามาก ขณะที่จอมมัวแต่เป็นห่วงลุงแบนจึงไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีของเธอ...

เฉียดแวะมาเยี่ยมจำปาเช่นเคย วันนี้เอายาบำรุงร่างกายติดมาด้วย เขาไม่วายประชดประชัน

“จอมยังมีชีวิตอยู่ในกรณีที่เธออยากรู้”

จำปาตัดสินใจสารภาพว่าจอมไม่ใช่พ่อของลูกในท้องแต่เป็นบวร นอกจากจะไม่เชื่อ เฉียดยังหาว่าเธอโกหกเพื่อปกป้องเขา และที่สำคัญ บวรเลวเกินกว่าที่เธอจะไปยุ่งด้วย ป่วยการที่จำปาจะอธิบายเพราะเฉียดหึงเธอกับจอมจนหน้ามืดตามัวไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ปอมฟังอยู่ด้วยถึงกับหูผึ่ง...

ด้วยความที่แค้นเฉียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปอมจึงคาบเรื่องที่ซ่อนตัวของจำปาไปบอกให้บวรรู้...

ขณะที่เวิ้งนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารข้างถนน งอบถือจานข้าวมานั่งข้างๆ เขาไม่วายบ่น อีกไม่กี่อาทิตย์จะพ้นโทษแล้วแท้ๆต้องมาติดร่างแหไปด้วย งอบปลอบบ่นไปก็เท่านั้นแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สู้มาคิดกันดีกว่าว่าจะเอาอย่างไรต่อไป เวิ้งจะต้องตามหาแผนที่สมบัติอีกครึ่งหนึ่งให้เจอแต่ไม่รู้จะไปตามหาเปี๊ยก ซัมมิทที่ไหน

“ฉันรู้ว่าเราจะไปเริ่มต้นกันที่ไหนดี” งอบยิ้มอย่างมีแผนการ

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 9 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 20 มิ.ย. 2560 09:01 2017-06-24T01:22:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ