ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

กานดามองขึ้นไปข้างบนได้ยินเสียงโครมครามก็ยิ้มสะใจ ครั้นหันกลับมาอีกทีต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นสิชลยืนอยู่ ถามว่าจะมาสมัครงานหรือ แล้วหันไปบอกจอมว่ายังไม่เปิด สิชลหมั่นไส้ตบซ้ายตบขวาสามชุดติดจนกานดาเซจะล้ม เริงเข้ามาจะเอาเรื่องก็เลยโดนหางเลขไปหนึ่งชุด มีเสียงขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างบน

“นี่บังคับขืนใจกันด้วยเหรอ” จอมโวยวาย

“อะไรกันนัก ซ่องนะไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน” ขาดคำสิชลเข้ามาตบซ้ำจะได้ไม่ต้องพูดมาก ขณะที่จอมวิ่งลิ่วขึ้นไปข้างบนโดยไม่รู้ว่าคนที่ขอให้ช่วยคือจำปา...

จอมกระแทกประตูห้องเปิดออกตามเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แมงดาคร่อมร่างจำปาอยู่ทำให้เห็นไม่ถนัดว่าเป็นใคร กระทั่งแมงดาผละจากเธอแล้วรี่เข้าหาแขกไม่ได้รับเชิญถึงทำให้เขาเห็นว่าผู้หญิงที่ต้องการความช่วยเหลือคือจำปานั่นเอง จอมยังไม่ทันจะพูดอะไรก็ถูกแมงดาระดมกำปั้นใส่ สองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด แมงดาฝีมือด้อยกว่าถูกจอมอัดสลบเหมือด เขาหันไปถามจำปาว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น

“พี่จอม...ฉันพลาดไปแล้ว” จำปาโผกอดจอมที่ยังตะลึงไม่หาย จากนั้นไม่นาน จอมพาจำปามานั่งคุยกันต่อที่สวนสาธารณะ เธอขอร้องเขาอย่าบอกเรื่องนี้ให้เฉียดรู้ และอย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอคงหาทางอื่นที่ดีกว่านี้ เขาอยากรู้ว่ามีใครระแคะระคายเรื่องนี้บ้าง จำปามั่นใจว่าทั้งพรพรรณและบุญตาไม่มีใครรู้ ครั้นเขาถามถึงบวรว่ารู้หรือเปล่า จำปาปล่อยโฮออกมาอย่างหมดความอดกลั้น

“นี่...หมายความว่า บวร...บวร”

“ฉันขอร้องล่ะอย่าถามอะไรฉันอีก” จำปายกมือไหว้ทั้งน้ำตา จอมโกรธมากที่บวรรู้ทั้งรู้ว่าจำปาเป็นแฟนเฉียดยังทำอย่างนี้ได้ลงคอ ช่างเลวเกินบรรยายจริงๆ จังหวะนั้นบวรขี่มอเตอร์ไซค์มีพรพรรณนั่งซ้อนท้ายผ่านมาพอดี เห็นจำปาร้องห่มร้องไห้ซบไหล่จอมอยู่ รีบจอดรถถามว่ามีอะไรหรือเปล่า จอมเห็นบวรแล้วอยากจะฆ่าให้ตายคามือ แต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้ อีกทั้งไม่อยากพูดคุยด้วยให้เป็นเสนียดปากเสนียดหู

“ดูท่าจะมีใครตีท้ายครัวเพื่อนนะเนี่ย” บวรให้ร้ายคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วตัวเอง จอมโกรธมากจะเข้าไปเอาเรื่อง พรพรรณขวางไว้

“พรเคยคิดว่าพรตัดสินใจผิดนะ แต่วันนี้จอมทำให้รู้แล้วว่าพรตัดสินใจถูก”

จอมไม่อยากอธิบายอะไรได้แต่นิ่งเงียบ ทำให้พรพรรณเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีก บวรร้องบอกเดี๋ยวเจอกันที่งานศพแล้วขี่รถพาพรพรรณจากไป จำปาไม่เข้าใจทำไมจอมถึงไม่บอกความจริงให้พรพรรณรู้ เขาไม่อยากพูดอะไรเพราะสงสารเฉียด จำปายิ่งสะอื้นหนัก ขณะที่จอมยังอึ้งไม่หายกับเรื่องราวที่เพิ่งได้รู้

ooooooo

อัศวินต้องการได้พันธมิตรมาร่วมลงทุนหาสมบัติขุนโจรอะแวสะดอทาเละจึงมาชวนสัวกิมถึงโรงยาฝิ่น เขาสนใจแต่กลับบอกว่าเป็นแค่เรื่องเล่า ตัวขุนโจรเองยังตายไปตัวเปล่าหรืออัศวินมีเบาะแสอะไร

“บางส่วน แต่ผมรู้ว่าสัวกิมรู้จักกับลูกน้องโจรก๊กนี้บางคนที่ยังมีชีวิตอยู่”

“ไม่มี ท่านอัศวินเอาอะไรมาพูด ผมไม่คบโจรมานานแล้ว” สัวกิมโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อน...

ลุงแบนหายตัวไปจากบ้านเช่าตั้งแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับ บุญตาตามหาจนทั่วถึงได้มาเจอแกกำลังกระดกเหล้าอยู่ที่ร้านขายเหล้าในตลาด เอาบิลค่าน้ำ ค่าไฟวางลงตรงหน้าเขาจะมาตัดน้ำตัดไฟเราแล้ว ลุงแบนบอกให้วางไว้อย่างนั้นเดี๋ยวจะจัดการเอง เธอต่อว่าทำไมทิ้งไว้ตั้งสองสามเดือน แกสารภาพว่าไม่มีเงินจะจ่าย

“แล้วมากินเหล้าแบบนี้ มันช่วยได้ไหม”

“จริงๆแล้ว เงินแค่นี้ขี้ปะติ๋วมาก ถ้า...” พูดได้แค่นั้น ลุงแบนโงนเงนก่อนจะหงายหลังตึง บุญตาตกใจเข้าไปเขย่าตัว แต่เขาเมาเกินกว่าจะลุกไหว เธอไม่รู้จะ ทำอย่างไร จึงไปตามจอมมาช่วยแบกแกกลับบ้านเขาแปลกใจทำไมลุงต้องเมาขนาดนี้ด้วย บุญตาเล่าว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา ถึงวันนี้เมื่อไหร่จะต้องเป็นแบบนี้ทุกที เหมือนประชดอะไรบางอย่าง ลุงแบนละเมอพูดถึงแผนที่ที่มีอยู่ครึ่งเดียว แถมยังเพ้อถึงลายแทงสมบัติอีกด้วย

“ข้าไม่เคยทรยศใคร ข้าไม่ หักหลัง เพื่อน”

จอมสรุปว่าคงฝันร้าย บุญตาเห็นแกฝันแบบนี้ตลอด แล้วนึกขึ้นได้วันนี้เผาศพแม่ไม่ใช่หรือ จอมดูนาฬิกาเห็นใกล้เวลาเผา ชวนบุญตาไปด้วยกันทีเดียวเลย ลุงแบน ละเมอเรียกชื่อขุนโจรอะแวสะดอทาเละออกมา...

ในเวลาต่อมาที่งานเผาศพแจ่ม เจิมยืนเป็นเจ้าภาพ อยู่ด้านหน้าเตาเผาขณะที่แขกเหรื่อต่างทยอยเอาดอกไม้จันทน์ไปวาง ส่วนจอมอยู่ด้านล่างคอยไหว้ขอบคุณแขกที่มาร่วมงานโดยเฉพาะสัวกิมที่ช่วยเหลือทุกอย่าง เขาตบบ่าจอมเป็นกำลังใจให้ เฉียดวางดอกไม้จันทน์เสร็จเดินนำหน้าบวรลงมา

“เสียใจด้วยนะจอม” ไม่พูดเปล่าบวรทำเป็น เกาพุงเพื่ออวดให้เห็นว่าพกปืนมาด้วย

จอมมองบวรอย่างชิงชัง แล้วมองเลยไปยังจำปา ที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาด้วย เฉียดหมั่นไส้บวรเป็นทุนเดิมอยู่แล้วดึงปืนจากเอวเขาไปอย่างรวดเร็ว

“ถ้างานนี้ใครมีเรื่องถือว่ามีกับเราด้วย” เฉียดพูดกับจอมแต่สายตาจับจ้องบวรก่อนจะตบหน้าเบาๆ

“นายอยากรู้อะไรไหมเฉียด...” บวรพูดไม่ทันจบ จอมซึ่งเดาเจตนาของเขาออกชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“บวร งานเผาศพแม่เราจะพูดอะไรก็คิดดีๆ”

จอมปราม เฉียดถอดกระสุนออกจากปืนของบวร แล้วคืนปืนให้เจ้าของ บวรถูกหักหน้าจึงพยายามเสี้ยมให้เฉียดกับจอมหมางใจกัน พูดยุแยงเป็นทำนองว่าจอมมีอะไรกับจำปา เฉียดชักไม่ไว้ใจ ถามเพื่อนเคยซี้ว่ามีอะไรที่ตนควรรู้ไหม

“มีแต่เรื่องที่นายไม่ควรรู้มากกว่า” คำพูดของจอมยิ่งทำให้เฉียดคลางแคลงใจต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

สัวกิมที่ยืนอยู่ห่างออกมามองบวรอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก สั่งให้ตองไปจัดการเอารองเท้าตบหน้าฝากไปถึงพ่อมันให้ที เขาจะจัดการให้แต่ขอเป็นนอกเขตวัด ด้วยเห็นแก่คนตาย...

ด้านบวรเจ็บใจที่เฉียดหักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย คิดจะเอาคืน ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.ตามพรรคพวกให้มาช่วย แล้วกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งพรพรรณนั่งรออยู่ บอกให้เธอกลับบ้านเอง เขามีธุระด่วนต้องไปจัดการ แล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว เธอได้แต่มองตามเป็นห่วง

ooooooo

ระหว่างขับรถไปส่งบุญตา เฉียดเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา สุดท้ายทนไม่ไหวโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดตกลงจำปามีอะไรกับจอมหรือเปล่า บุญตาถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่คนถูกถามก็ทำหน้าไม่ถูก พลันมีรถคันหนึ่งแล่นมาขวางหน้าไว้ เฉียดเหยียบเบรกตัวโก่ง ยังไม่ทันจะขยับ ห่ากระสุนพุ่งใส่ เขาคว้าปืนที่ซุกไว้ในคอนโซลหน้ารถยิงตอบโต้ สั่งให้สองสาวอยู่ในรถแล้วตัวเองเปิดประตูรถออกไปยิง

มีเสียงมอเตอร์ไซค์โฉบเข้ามา เฉียดหันขวับไปมอง เห็นบวรขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมกับยิงปืนใส่ เขาโดดหลบไปได้ทัน รถที่แล่นผ่านไปผ่านมาพากันหักพวงมาลัยหลบจ้าละหวั่น บางคันหลบไปชนกันเอง บวรบังคับมอเตอร์ไซค์ให้สไลด์ไปยังจุดที่รถของเตี้ยและนัทจอดขวางอยู่ แล้วช่วยกันระดมยิงใส่เฉียดจนโงหัวไม่ขึ้น...

ขณะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นกลางสี่แยก จ่าจ้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์จ่าฉ่ำมาถึงเมรุเผาศพแจ่ม ฝ่ายหลังบอกเขาว่าเผาศพเสร็จให้รอตรงนี้ก่อน ตนจะไปหาห้องน้ำเข้าแล้วบิดมอเตอร์ไซค์จากไป จ่าจ้อยเดินเข้าไปหาจอมที่นั่งอยู่ตีนบันไดเมรุ แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ของเขา จังหวะนั้นวิทยุสื่อสารตำรวจซึ่งเหน็บเอวจ่าจ้อยอยู่มีเสียงแจ้งเหตุปะทะกันที่บริเวณสี่แยก จ่าจ้อยเห็นไม่เหมาะก็เลยปิดเสียง จอมเอะใจ

“เกิดเหตุอะไรที่ไหนเหรอจ่า”

“เดี๋ยวนะ ขอฟังชัดๆก่อน” จ่าจ้อยหยิบวิทยุขึ้นมาปรับคลื่นให้ชัด...

เฉียดเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงคนรักกับบุญตาตัดสินใจเปิดประตูรถทั้งบานหน้าบานหลังค้างไว้เพื่อใช้เป็นโล่กำบังแล้วค่อยๆลัดเลาะไปที่กระโปรงท้าย หยิบระเบิดเขวี้ยงไปทางรถที่จอดขวางซึ่งเป็นจุดที่บวรกับพวกซุ่มยิงอยู่ ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไฟลุกท่วมรถ ทั้งสามคนโดดหลบ เปิดโอกาสให้เฉียดดึงจำปากับบุญตา หนีออกจากรถไปหลบยังที่ปลอดภัย แล้วคว้าระเบิดที่หยิบติดมือมาได้โยนใส่บวรกับพวกอีกสองลูก

ระเบิดดังสนั่นควันพวยพุ่งคลุ้งไปหมด เฉียดระดมยิงใส่บวรกับพวกพร้อมกับดาหน้าเข้าหา เตี้ยชะเง้อไปทางที่จำปากับบุญตาหลบอยู่พลางพยักพเยิดให้นัทอ้อมไปจัดการทั้งคู่ เฉียดตะโกนเย้ยบวรคงอายมากใช่ไหมที่โดนตบหน้า เขาตะโกนตอบโต้เรื่องของเฉียดน่าอายกว่าเยอะ เฉียดอยากรู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรแต่เขาไม่บอก

“อยากรู้ใช่ไหม ดี ตายไปพร้อมกับความอยากรู้นี่แหละทรมานดี” พูดจบบวรยิงใส่ เฉียดยังไม่ทันจะยิงสวน เตี้ยตะโกนให้หยุด เขาชะงักหันไปเห็นเตี้ยกับนัทจับจำปากับบุญตาเป็นตัวประกัน สั่งให้เขายอมแพ้ ถ้าไม่ทำตามจะยิงสองสาวทิ้ง ทันใดนั้นจอมขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาปล่อยแฮนด์สองมือยิงปืนคู่ใส่เตี้ยกับนัทหนีกระเจิงทำให้สองสาวหนีไปได้ พอตั้งหลักได้สมุนนายหัวจะยิงสวนแต่ถูกตองกับสิชลยิงสกัด

ทั้งคู่ต้องถอยร่นโดยมีตองกับสิชลไล่ตาม บวรตะโกนต่อว่าจอมว่าลำเอียง เขายืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แค่มาช่วยคนของตัวเอง บุญตาที่หลบอยู่แอบยิ้มดีใจ เฉียดเสนอให้ตัดสินกันให้จบวันนี้เลย ทั้งจอมและบวรเห็นดีด้วยต่างออกมายืนประจันหน้ากัน พลันมีเสียงรถหวอ ตำรวจดังแว่วเข้ามา ทั้งสามคนรู้ดีว่าวันนี้คงตัดสินอะไรไม่ได้ต่างแยกย้ายกันทางใครทางมัน

ooooooo

ผู้การคำรณหงุดหงิดมากเล่นงานจ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำที่กว่าจะไปถึงที่เกิดเหตุก็ไม่เหลือผู้ต้องสงสัยให้จับ จ่าจ้อยแก้ตัวว่ารอจ่าฉ่ำไปเข้าห้องน้ำทำให้ไประงับเหตุไม่ทัน แม้จะจับใครไม่ได้แต่จ่าจ้อยจะลองสืบจากรถที่ระเบิดในที่เกิดเหตุ

“ทำอะไรก็ได้ เราเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สันติของราษฎรน่ะเอากลับมาได้ไหม” ผู้การเสียงเครียด...

ขณะที่ช่วยจอมเก็บกระดูกแจ่มใส่โกศ ลุงแบนอดถามไม่ได้ว่ายังคิดจะเป็นใหญ่อีกหรือเปล่า เขายังคิดอยู่เพียงแต่ไม่ใช่เหตุผลเดิม เพราะถ้าเขาไม่ใหญ่ ทุกอย่างก็ไม่จบจะต้องมีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตายกันอีก บุญตาทักท้วงเขาไม่ใช่ตำรวจจึงไม่ใช่หน้าที่เขาสักหน่อย

“กฎหมายก็ไม่เห็นช่วยอะไรแม่ได้นี่” จอมเสียงกร้าว...

เหตุปะทะกับเฉียดเมื่อวานทำให้นายหัวบ้วนไม่พอใจมากเล่นงานบวรยกใหญ่ทั้งด่าว่าทั้งตบตี คราวนี้เขาไม่ยอมให้พ่อทำฝ่ายเดียวด่าคืนไปบ้างอย่างไม่ให้ความยำเกรง นายหัวโกรธจัดปรี่เข้าไปตบ บวรหลบทันทำให้ท่านเสียหลักล้มหน้าฟาดกับโต๊ะ นัทตกใจรีบประคองท่านขึ้นมาพบว่าปากเบี้ยวเริ่มพูดไม่ชัด อึดใจเดียวก็เริ่มชักกระตุก เตี้ยกับนัทต้องช่วยกันประคองไปนอนพัก...

เฉียดพาจำปาไปหาอะไรกินนอกบ้าน เธอเอาแต่นั่งกินมะดันจิ้มเกลือ ข้าวปลาไม่ยอมแตะ เขานึกว่าอร่อยดึงถุงมะดันไปจิ้มกินบ้าง คายออกแทบไม่ทันเพราะเปรี้ยวเข็ดฟัน...

แม้ตำรวจจะสืบได้ว่ารถคันที่ระเบิดเสียหายกลางสี่แยกวันก่อนเป็นรถของเสี่ยเฮง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาอ้างว่ารถโดนขโมยไปหลายวันแล้ว เสี่ยเฮงเตือนเฉียดให้เลิกคบกับลูกนายหัวบ้วนได้แล้ว คบกับลูกคนแบบนั้นระวังตัวเองจะมีลูกเหมือนมัน เฉียดรับรองไม่มีแน่นอนเพราะเป็นหมัน...

ระหว่างที่บุญตากำลังช่วยลุงแบนกรอกเกลือใส่ลูกบอลผ้าไว้สำหรับแสดงปาหี่ขายยาโดยมีจอมนั่งมองอย่างสนใจ เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมเวลาที่ลุงแบนนอนละเมอถึงพูดแต่เรื่องลายแทงกับแผนที่ นอกจากจะไม่ยอมตอบคำถาม ลุงแบนยังเดินหนีไปหน้าตาเฉยอีกด้วย บุญตาบ่นอุบถามทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที...

ในเวลาต่อมา ที่บ้านริมน้ำสถานที่ผลิตเฮโรอีน สัวกิมอยากให้จอมเอายาเสพติดไปส่ง ครั้งแรกที่ทำจะให้เขาลองทำเป็นระยะทางไม่ไกลแค่สองสามเสาไฟฟ้าเท่านั้น แล้วหยิบถุงผงขาวขนาดถุงน้ำตาลทราย เอามาให้ลองแค่ถุงเดียวก่อนว่าไหวหรือเปล่า ไว้คราวหน้า ค่อยรับผิดชอบลอตใหญ่

“สัวจะให้ผมเอาไปส่งที่ไหน” จอมมองสัวกิมอย่าง รอคำตอบ...

สายมากแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงาของนายหัวบ้วน นัทบอกให้บวรขึ้นไปปลุกท่านให้หน่อย เขาไม่ยอมไป เตี้ยจึงพยักหน้าให้นัทไปจัดการเองพลางบ่นกับบวรปกตินายไม่เคยตื่นสายขนาดนี้

“ไม่ต้องตื่นเลยจะดีมาก” บวรแช่งพ่อตัวเอง ฝ่ายนัทต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเขย่าตัวปลุกเจ้านายให้ตื่นแต่ท่านกลับนอนนิ่ง เสียงตะโกนเอะอะของเขาดังไปถึงชั้นล่าง บวรแหงนมองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ในขณะที่สัวกิมส่งจอมไปขนยาให้เป็นครั้งแรก เสี่ยเฮงส่งเฉียดไปรับยาเสพติดที่สัวกิมจะส่งมาบรรณาการตนเป็นครั้งแรกเช่นกัน

ooooooo

สัวกิมอยากรู้ว่าถ้าจอมตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจะเอาตัวรอดจากการส่งยาเสพติดครั้งแรกได้หรือเปล่า จึงสั่งให้สิชลโทร.แจ้งเบาะแสกับตำรวจ จ่าจ้อย เป็นคนรับสายของผู้หวังดีประสงค์ร้ายด้วยตัวเอง ชั่งใจว่าจะเชื่อดีหรือเปล่า เพราะกลัวจะเป็นแค่วัยรุ่นปากเปราะโทร.มาป่วนเล่น...

หมอตรวจร่างกายนายหัวบ้วนอย่างละเอียดแล้วพบว่าเส้นเลือดในสมองแตก แม้จะรับรู้สิ่งที่คนอื่นพูดได้ แต่ไม่สามารถพูดหรือขยับเขยื้อนแขนขา ทำได้แค่

กรอกตาไปมา บวรได้รับรายงานจากหมอก็รีบรุดมาเยี่ยม นายหัวบ้วนไม่อยากเห็นหน้าลูกเมินสายตาหนี เขาเข้าไปกระซิบข้างหูท่าน

“ไม่ว่าพ่อจะคิดอะไรอยู่ก็ตาม ต่อให้เกลียดผมขนาดไหน พ่อรับรู้ไว้เลยว่าทุกสิ่งที่พ่อทำมามันอยู่ในมือผมหมดแล้ว ไม่ว่าพ่อจะเต็มใจหรือไม่ ผมจะดำเนินการต่อเอง ในแบบของผม ผมนิ่งฟังพ่อมาตลอด รู้สึกอย่างไรที่ต้องเป็นฝ่ายนิ่งฟังบ้าง” บวรเห็นพ่อถลึงตาใส่แทบถลนออกนอกเบ้าก็ยิ้มพอใจ “เบาๆเดี๋ยวอาการทรุด ผมอยากให้พ่ออยู่ดูความสำเร็จของผมก่อนนะพ่อ” บวรสบตากับพ่ออย่างไม่หวั่นเกรงแล้วเดินออกจากห้องพักฟื้น

เตี้ยกับนัทจะเข้าไปเยี่ยม บวรเสียงกร้าวว่าไม่ต้อง ทั้งคู่มองหน้ากันไม่ค่อยพอใจกับน้ำเสียงของเขา

“ยังไงดี จะนอนเป็นหมอนข้างให้พ่อกอดหรือจะเดินตามนายหัวคนใหม่...ทำไงได้ ฟ้าสั่งให้ใหญ่”

สมุนนายหัวบ้วนยืนลังเลสักพักก็เดินตามบวรออกไป...

จอมมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงเอายาเสพติดที่อยู่ในห่อคล้ายถุงน้ำตาลทรายเอากรอกใส่ลูกบอลผ้าที่เหมือนกับลูกบอลผ้าของลุงแบนสำหรับเล่นปาหี่ไม่มีผิดเพี้ยน แล้วกรอกเกลือป่นใส่ลงไปในถุงนั้นแทนที่ จากนั้นเอาใส่กระเป๋าสะพายไว้กับตัว ส่วนลูกบอลผ้าที่ยัดยาเสพติด เขาทำตำหนิไว้แล้วเอาใส่ปะปนกับลูกบอลของลุงแบนและอาสาไปช่วยขายยากับสองลุงหลานอีกด้วย

ระหว่างที่ลุงแบนเล่นปาหี่ขายยาให้ชาวบ้านดู จอมหยิบลูกบอลผ้าสี่ลูกที่ทำตำหนิออกมาโยนเล่นฆ่าเวลา จ่าจ้อยและจ่าฉ่ำที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่าจอมจะขนยาเสพติดก็เดินเข้ามากลางวงขอตรวจค้น

“ผมทำการแสดงอยู่นะ ลูกค้าก็หายหมดสิ” ลุงแบนโวย

จ่าทั้งสองคนไม่สนใจเชิญเขาเล่นกลตามสบายแล้วคว้ากระเป๋าสะพายไปจากไหล่จอม ล้วงเอาถุงบรรจุผงสีขาวขนาดเท่าถุงน้ำตาลทรายออกมา ทุกคนตะลึงรวมทั้งเฉียดที่แฝงตัวอยู่กับพวกชาวบ้าน

“มีอะไรจะแก้ตัวไหม” จ่าจ้อยมองจอมสีหน้าผิดหวัง แต่พอเอามีดกรีดผงนั้นมาแตะที่ปากต้องถุยแทบไม่ทันเพราะเค็มปี๋เกลือทั้งนั้น ลุงแบนอธิบายว่าเกลือเอาไว้สำหรับใส่ลูกบอลผ้า จ่าจ้อยไม่สนใจสั่งให้จ่าฉ่ำค้นทุกลัง จอมมองไปยังฝูงชนเห็นปอมในมือถือมีดปะปนอยู่ พอเห็นตำรวจเขารีบเก็บมีดแล้วหลบออกไป จ่าจ้อยค้นทุกลังไม่มีของต้องสงสัยจึงหันมาขอโทษจอมก่อนจะพากันกลับ ลุงแบนบ่นอุบ

“วันนี้ฤกษ์ไม่ดีซะแล้ว ไป...บุญตาเก็บของกลับบ้าน”

“พี่ขอโทษด้วยเป็นเพราะพี่แท้ๆ” จอมยังคงถือลูกบอลผ้าสี่ลูกไว้ในมือ บุญตาไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวอะไรกับเขา รีบช่วยลุงแบนเก็บของ เฉียดสบตากับจอมแล้วพยักพเยิดให้ไปเจอกันด้านโน้น

ooooooo

ที่มุมลับตาคน จอมมอบลูกบอลผ้ายัดไส้เฮโรอีนให้เฉียด พลางบ่นพึมพำว่าโดนหักหลัง เฉียดคิดว่าน่าจะเป็นการโดนรับน้องมากกว่า แล้วเตือนให้ระวังตัว วันนี้ถ้าเขาพลาด สัวกิมตัดหางปล่อยวัดเขาแน่ จอมเตือนเฉียดให้ระวังเช่นกัน ตนเห็นคนที่เดินตามเสี่ยเฮงสะกดรอยตามเขามาห่างๆมีมีดด้วย แต่เฉียดไม่เชื่อ

ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเรียบร้อยพากันแยกย้าย ขณะเฉียดกลับไปที่รถของตัวเอง มีไอ้โม่งลอบเข้ามาทำร้ายด้วยมีด สองคนต่อสู้กันตรงลานจอดรถ ปอมในคราบไอ้โม่งสู้ไม่ได้วิ่งหนี เฉียดพยายามคว้าตัวไว้แต่ได้แค่ชายเสื้อไว้ดูต่างหน้า ส่วนไอ้โม่งหนีรอดไปได้...

จอมถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าสัวกิมเป็นคนสั่งให้สิชลโทร.ไปแจ้งตำรวจเรื่องที่จอมเอายาเสพติดไปส่ง อ้างว่าเป็นการสอบเลื่อนขั้นเขาอย่างหนึ่ง แล้วไล่ให้ไปพักผ่อนได้ มีงานใหญ่รออยู่ จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสี่ยเฮงโทร.มาขอบใจเรื่องของบรรณาการและจะมาแจ้งข่าวดีว่านายหัวบ้วนเส้นเลือดในสมองแตกนอนเป็นอัมพาตอยู่ที่โรงพยาบาล...

ด้านปอมใช้แผนยืมมือฆ่าคน โดยเอาเสื้อของเต้ยที่ตัวเองใส่ไปทำร้ายเฉียดมาตากโชว์ไว้ที่ราวตากผ้า ภายในบ้านเสี่ยเฮง เต้ยเห็นเสื้อตัวโปรดมีรอยขาดตรงชายเสื้อหยิบมาดูพึมพำไปโดนอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ เฉียดเห็นเขาถือเสื้อลายเดียวกับเศษเสื้อที่ตัวเองได้จากไอ้ลอบกัดคนนั้น มองตามสีหน้าเอาเรื่อง...

ทางด้านบวรไม่รอช้าเรียกประชุมคู่ค้าของพ่อ เพื่อเปิดตัวให้ทุกคนรู้ว่าเขาจะขึ้นมาแทนตำแหน่งของพ่อที่วางลงและขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนด้วย ไม่มีใครกล้าหือ เหลือเพียงเอเย่นต์คู่ค้าคนเดียวเท่านั้นที่ซักโน่นถามนี่ทำตัวมีปัญหา อัศวินเดินตบมือเข้ามาแสดงความยินดีกับบวร

“ถ้าใครไม่สนับสนุนหลานผมก็ถือว่าเป็นศัตรูกับผมด้วย หรือใครจะเอา”

ทุกคนก้มหน้าไม่มีใครกล้า ยกเว้นเอเย่นต์คนนั้นที่ทำยึกยักฟึดฟัด...

ลูกบอลผ้าที่หายไปทำให้ลุงแบนเดาได้ทันทีว่าที่ตำรวจเรียกตรวจค้นจอมเพื่อหายาเสพติดมีมูลความจริงจึงชวนบุญตาตามมาต่อว่าเขาที่เอาเครื่องมือทำมาหากินของตนไปใช้เป็นเครื่องบังหน้าเพื่อส่งยาเสพติด จอมรู้ดีว่าอธิบายไปลุงแบนก็ไม่เข้าใจเพราะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาผิด

“ดีนะที่แม่เอ็งตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงเสียใจ”

จอมเชื่อว่าถ้าแม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรท่านจะไม่เสียใจแน่นอน ลุงแบนผิดหวังในตัวเขามาก อยากพูดอะไร อยากทำอะไรก็เชิญตามสบายตนจะไม่ยุ่งอะไรอีกแล้วชวนบุญตาซึ่งเสียใจไม่แพ้กันกลับ...

ขณะที่บุญตาหมดศรัทธาในตัวผู้ชายที่เธอหลงรัก จำปาซึ่งเดินอยู่ในบ้านเช่าวิงเวียนหน้ามืดต้องหาที่ยึดไว้กลัวล้ม ค่อยๆเดินไปชงยาหอมมาดื่มแล้วล้มตัวลงนอนสีหน้าเป็นกังวลไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร...

ด้วยความร่วมมือกันของบวรและอัศวิน ใครที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตามต้องถูกกำจัด ดังนั้นเอเย่นต์ค้าข้าวของนายหัวบ้วนที่ค้านการขึ้นมาเป็นใหญ่ของบวรจึงถูกยิงตายกลางถนนเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง นั่นเท่ากับประกาศให้รู้ทั่วกันว่าใครขวางทางนายหัวคนใหม่จะมีจุดจบเยี่ยงใด

ooooooo

หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าพาดหัวข่าวตัวใหญ่สีดำปี๋ว่า “ล้มสัตยาบัน ไม่มีสัจจะในหมู่โจร” พร้อมด้วยรูปภาพชวนสยดสยองของเอเย่นต์คู่ค้าของนายหัวบ้วนถูกวางลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าผู้การคำรณ

“ไม่มียุคไหนในพระนคร แผ่นดินจะร้อนเท่านี้อีกแล้ว”

อัศวินเดินเข้ามาเสนอตัวจะดูแลเรื่องนี้ให้ถ้าผู้การคำรณแต่งตั้งเขากลับมาดำรงตำแหน่งเดิม ท่านก็น่าจะรู้ว่าพวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนี้เอาไม่อยู่ ไม่มีทางทำให้เสียงปืนเงียบได้ แต่ตนทำได้

“เราใช้กฎหมายดูแลได้ ถ้าผมยังอยู่ คุณไม่ได้กลับมาง่ายๆหรอกอัศวิน”

“ผมแค่เอาของดีมาเสนอ ผู้การไม่รับก็ไม่เป็นไร” พูดจบอัศวินเดินกร่างออกไป จ่าจ้อยอยากรู้ว่ากรรมการสอบสวนเรื่องอัศวินไปถึงไหนแล้ว ผู้การคำรณส่ายหน้าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาทุกอย่างก็เลยไม่ง่าย...

เต้ยสวมเสื้อตัวที่ชายขาดเนื่องจากปอมขโมยไปใส่สู้กับเฉียดขับรถพาปอมนั่งมาตามเส้นทางในพระนคร หัวข้อสนทนาของทั้งคู่ไม่พ้นเรื่องที่บวรประกาศศักดายิงคนที่ไม่ก้มหัวให้ตายกลางถนน เต้ยเตือนให้ปอมระวังตัว ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่รู้เลยว่าเฉียดขี่มอเตอร์ไซค์ดับไฟหน้าตามมาห่างๆเพื่อไม่ให้มีพิรุธ

ครั้นส่งปอมเข้าบ่อนเรียบร้อย เต้ยสตาร์ตรถจะกลับ แต่รถสตาร์ตไม่ติด เฉียดซึ่งสวมหมวกไอ้โม่งที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมารอจนเหลือรถของเต้ยอยู่บนถนนเพียงคันเดียว จึงหยิบพวงขวดน้ำมันขึ้นมาจุดไฟ แล้วขี่รถผ่านเต้ยที่กำลังซ่อมรถอยู่ จากนั้นโยนพวงขวดน้ำมันใส่ไฟลุกพรึ่บติดร่างเขา เฉียดจอดรถดูผลงานของตัวเองกระทั่งปอมกับพวกอีกสี่ห้าคนออกมาช่วยกันดับไฟ นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลถึงได้ขี่รถจากไป

ooooooo

เต้ยบาดเจ็บสาหัสต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เฉียดได้นั่งตำแหน่งมือขวาแทน เสี่ยเฮงไว้ใจเขามากกว่ามือขวาคนเดิมถึงขนาดประกาศต่อหน้าสมุนทุกคน

“นับจากนี้ไปคำพูดของอาเฉียดคือคำพูดของเสี่ย ถ้ามันไอ้อีคนไหนมีปัญหา อยากขึ้นมาอยู่ตรงที่เฉียดมันอยู่ก็พูดมา” เสี่ยเฮงกวาดตามองไม่มีใครกล้าหือกล้าอือ “...บอกให้รู้ไปถึงหุ้นส่วนทางธุรกิจของเราด้วย”

“ขอบคุณเสี่ยมากที่ไว้ใจครับ ผมจะไม่ทำให้เสี่ยผิดหวัง”...

ในเวลาต่อมา เฉียดแวะไปโรงพยาบาลเพื่อจะปิดงาน แต่พยาบาลไม่เปิดโอกาสให้เขาจัดการกับเต้ย เขาจึงได้เพียงขอบใจลูกพี่ที่ทำให้เขามีวันนี้ แล้วเอาเศษชายเสื้อยัดใส่มือเต้ยไว้ก่อนจะเดินจากมา...

ตั้งแต่ได้เลื่อนขึ้นเป็นมือขวาของเสี่ยเฮง เฉียดกร่างไปทั่ว ขนาดเดินเล่นในตลาดเจอจ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำเขายังแค่ทักทายด้วยการพยักหน้าให้

บวรเดินอยู่ที่ฝั่งของตลาดโดยมีนัทกับเตี้ยตามประกบ หันมาเจอเฉียดเดินยิ้มเข้าไปหา สองฝ่ายได้แต่แดกดันกันไปมาไม่กล้าใช้กำลังเพราะจ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำจ้องอยู่ บวรไม่วายถามถึงจำปาเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่ใช่เรื่อง ระวังพรพรรณให้ดี ทนไม่ได้จะกลับไปหาจอมมัน”

“คนที่ควรระวังจอมไม่ใช่ฉันนะ เห็นเขาปรับทุกข์กันบ่อยๆ” บวรเสี้ยมได้ถูกจุด เฉียดระแวงจอมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งระแวงมากขึ้น...

จอมมักจะแวะมาพูดคุยเป็นกำลังใจให้จำปาอยู่บ่อยครั้งเพราะรู้ดีว่าเธอไม่รู้จะปรับทุกข์เรื่องที่บวรมีอะไรกับเธอให้ใครฟัง วันนี้ก็เช่นกัน จอมแวะมาพูดคุยถามไถ่ หัวข้อสนทนายังคงเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ยังคาใจไม่หายทำไมบวรถึงไม่โพนทะนาเรื่องที่มีอะไรกับเธอให้เฉียดรู้สักที เธอตั้งข้อสังเกตหรือว่ามันคิดจะใส่ร้ายใครอยู่ จอมเหลือบเห็นยาหลายขนาดในถาด ถามว่าไม่สบายหรือ จำปาพยักหน้า สงสัยจะความดันต่ำหน้ามืดบ่อยๆ

“รักษาตัวด้วยนะ”

“ขอบคุณพี่จอมมากที่อุตส่าห์มาคุยด้วย ฉันพูดเรื่องนี้อะไรกับใครไม่ได้เลย” จำปาว่าแล้วลุกขึ้นจะไปส่งจอมแต่เกิดหน้ามืดจะเป็นลม เขาช่วยพยุงเอาไว้ เฉียดเปิดประตูผลัวะเข้ามาเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดกัน กอปรกับถูกบวรเสี้ยมมาแถมยังเมามาอีกต่างหากก็เลยไม่ฟังคำอธิบายใดๆคว้าปืนขึ้นเล็ง จอมซึ่งไม่ยอมเสียเปรียบชักปืนขึ้นมาเช่นกัน จำปาต้องวิ่งไปกั้นตรงกลาง ขอร้องให้วางปืนลงทั้งคู่ แต่ไม่มีใครขยับ เธอคว้ามีดจ่อคอตัวเอง

“ถ้าพี่ไม่วางปืน ฉันจะฆ่าตัวตาย” จำปากดปลายมีดกับเนื้อตัวเองจนเลือดซิบ

“ไปซะไอ้จอม ไปซะ แล้วอย่าให้เราเห็นหน้าอีก”

จอมค่อยๆถอยออกจากบ้านเช่า จำปาเครียดหนักเป็นลมหมดสติไปตรงนั้น...

ที่ห้องพักฟื้นของนายหัวบ้วน ขณะที่บวรกำลังอ่านข่าวคู่ค้าของพ่อที่ถูกยิงทิ้งกลางถนน อัศวินเข้าไปขอร้องให้บวรช่วยเหลือ เขาต้องการกำจัดผู้การคำรณไปให้พ้นทางเพื่อจะกลับมาคุมสถานีตำรวจอีกครั้ง

“ถ้าอามีอำนาจเมื่อไหร่ หลานก็ไม่ต้องกลัวใครอีกต่อไป”

“พ่อได้ยินไหม คิดว่าไง” บวรเอามือจับปากพ่อขยับพร้อมกับพากย์เสียงในฟิล์ม “เอาเลยลูกรัก”...

ขณะที่บวรหลงระเริงไปกับเส้นทางนักเลง จอมกลับวางแผนจะเคลียร์ตัวเองให้พ้นจากเส้นทางนี้โดยโทร.นัดแนะกับผู้การคำรณ เนื่องจากเขามีหลักฐานให้ทางการเอาผิดสัวกิมได้แบบคาหนังคาเขา เพื่อแลกกับการที่ผู้การคำรณต้องเป็นพยานว่าเขาเป็นฝ่ายตำรวจไม่ใช่ฝ่ายโจร

“มีคนคิดว่าผมเลวมากพอแล้ว ผมต้องการคนที่ทุกคนเชื่อถือได้ ไว้ป้องกันตัวเองจากความผิด”

ผู้การคำรณตกลงรับข้อเสนอของจอมเนื่องจากไม่มีอะไรต้องเสีย เขาขอร้องท่านอย่าให้ใครรู้ว่าเขาเป็นสายให้ตำรวจ เพราะเขาไม่ไว้ใจตำรวจที่โรงพักท้องที่นี้...

ตกค่ำสัวกิมประชุมสรุปเรื่องจะขนย้ายยาเสพติดลอตใหญ่วันพรุ่งนี้อีกครั้งโดยจะขนย้ายเฮโรอีนจากบ้านริมน้ำไปส่งให้ลูกค้าที่โกดังเป้าหมาย จอมจะเป็นคนดูแลการขนย้ายทั้งหมด สิชลจะคอยดูแลลูกค้า ส่วนตองจะรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย เธออยากเป็นคนดูแลการขนย้ายมากกว่า ขอท้าประลองวิชาการต่อสู้กับจอม ถ้าเขาแพ้ต้องแลกหน้าที่กัน จากนั้นสองคนเปิดฉากบู๊ใส่กัน

จอมแข็งแกร่งกว่าเดิมมากใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็ปราบสิชลได้ราบคาบ ทำให้เขาได้ดูแลการขนย้าย...

เสร็จจากประชุมกับสัวกิม จอมแวะมาหาโหน่งเพื่อวางแผนบุกทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดวันพรุ่งนี้นี่จะเป็นโอกาสให้พี่ใหญ่ของพวกจับกังได้แก้แค้นให้น้องชาย

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 7 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 15 มิ.ย. 2560 08:01 2017-06-17T00:41:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ