ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

เฉียดกับบวรต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เต้ยกับเตี้ยพยายามจะเข้าไปช่วยคนของตัวเลยกลายเป็นมวยอีกคู่หนึ่งไปโดยปริยาย นักเที่ยวกลางคืนออกมาเชียร์มวยกันเป็นที่สนุกสนาน จำปาได้ยินเสียงโหวกเหวกอยู่หน้าซ่องจะออกไปดูแต่กานดากันไว้ อ้างแค่คนเมาตีกันไม่มีอะไร

จำปาตัดสินใจคุยกับกานดาเรื่องที่จะเลิกอาชีพนี้เนื่องจากสงสารแฟน แม่เล้าตัวแสบหมั่นไส้ สงสารแฟนหรือกลัวแฟนจะรู้กันแน่ จำปาถึงกับอึ้งที่เธอพูดแทงใจดำ...

ขณะที่บวรกับเฉียดยังคงต่อยตีกันอยู่ จอมซ้อนมอเตอร์ไซค์ของตองฝ่าเข้ามากลางวง ไม่ได้คิดจะมาห้ามปรามทั้งคู่แต่อย่างใดแต่จะมาท้วงถามว่าใครเป็นคนส่งพวงหรีดไปให้แม่ของตน เสี่ยเฮงหรือนายหัวบ้วน แล้วโยนพวงหรีดที่มีชื่อแม่ติดอยู่ลงกับพื้น ทั้งเฉียดและบวรต่างส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง

“ทำยังไงกับเรา เราไม่เคยว่า แต่ว่าทำแบบนี้กับแม่เรา มันเกินไป ใครเป็นคนทำ” จอมตะโกนเสียงกร้าว เฉียดและบวรยักไหล่ไม่รู้เรื่อง ตองทำตัวเป็นบ่างช่างยุ จะถามทำไมให้เสียเวลาต้องหนึ่งในพวกมันแน่ แล้วขยับเข้าหา จอมร้องห้ามไว้ นี่เป็นเรื่องส่วนตัว จากนั้น จอมเปิดศึกสามเส้ากับเฉียดและบวร ต่อยกันไปเตะกันมา เริ่มเหนื่อยเปลี่ยนไปชักปืนขึ้นมาจ่อกันเอง เสียงหวอรถตำรวจดังแว่วเข้ามา แต่ทั้งสามคนไม่มีใครขยับ

“เรื่องแม่นาย ใครส่งพวงหรีดไปเราไม่รู้นะ” เฉียดออกตัว บวรเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน

“เราขาดกันตั้งแต่วันนี้” จอมประกาศกร้าว เสียงรถหวอใกล้เข้ามาเรื่อยๆทำให้เหล่าลิ่วล้อพากันสลายตัว จำปาโผล่ออกมาดูเห็นเฉียดเดินจากไปโดยไม่เห็นเธอ โชคร้ายที่บวรหันมาพอดีเหมือนจะจำได้ ขยับจะไปหา แต่ถูกเตี้ยลากขึ้นมอเตอร์ไซค์ออกไปเสียก่อน จอมมองหรีดที่กองอยู่กับพื้นแล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์ตองจากไป...

หลังส่งจอมที่โรงพยาบาล ตองกลับไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้สัวกิมรับทราบ เตือนว่าจอมน่ากลัวกว่าที่คิด สักวันหนึ่งเราจะเอาเขาไม่อยู่ สัวกิมห้ามตองเหมารวมตนเองเข้าไปด้วย

“ถ้าสัตว์เลี้ยงมันคิดจะขึ้นมาเทียบชั้นก็โดนยาเบื่อซะก็เท่านั้น เอาน่าไม่ต้องกังวล นี่สัวกิมนะไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืน”...

แม้พรพรรณจะหันไปชอบพอกับบวรแล้ว แต่จอมก็ไม่เคยคิดจะจีบบุญตาทั้งที่เธอเองก็มีใจให้ ไม่ว่าเธอจะดีกับเขาแค่ไหน เขาก็เห็นเธอเป็นแค่น้องสาว บุญตา ได้แต่น้อยใจ แต่ก็ไม่ท้อแม้จะรักเขาข้างเดียว

ooooooo

จำปาแต่งตัวสวยจะไปทำงาน เดินยังไม่ทันพ้นปากซอยถูกจิ๊กโก๋กระจอกสองคนเข้ามาแซว เธอพยายามเดินหนีไม่อยากยุ่งด้วย แต่สองคนนั้นตื๊อ

ไม่เลิกเธอหนีจนล้มเสื้อสวยเลอะเทอะ ชักจะไม่พอใจคว้ากรรไกรขึ้นมาถือไว้ในมือ จิ๊กโก๋ทำเป็นกลัวตัวสั่น เฉียดเดินหน้ากวนประสาทเข้ามา

“กลัวแล้วทำไมยังไม่ไป”

จิ๊กโก๋บ่นอุบนึกว่าเลิกกันแล้ว เฉียดรำคาญไล่ไปให้พ้นหน้า จิ๊กโก๋ไม่กล้าหือพากันเผ่นแน่บ เฉียดหันมาถามจำปาว่าจะไปเข้ากะทำงานใช่ไหมเดี๋ยวจะขับรถไปส่ง เธอโกหกว่ายังกลัวไม่หายไปทำงานไม่ไหว...

นับเป็นโชคดีที่จำปาไม่มาทำงาน เพราะบวรบุกมาที่ซ่องของกานดาเพื่อดูให้แน่ใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองเห็นเมื่อคืนใช่จำปาหรือเปล่า ถามกานดาว่ามีเด็กอยู่แค่นี้หรือ ที่ขึ้นห้องกับแขกมีอีกไหม เธอส่ายหน้า

“มีแค่นี้แหละค่า บางคนก็ลา บางคนก็ไปกับผัว”

“งั้นวันหลังจะมาใหม่” บวรว่าแล้วเดินลิ่วออกไป...

ในเมื่อไม่ได้ไปทำงาน เฉียดขับรถพาจำปาไปนั่งตากลมที่ริมทะเลบางแสน การที่เขาก้าวเข้าไปบนเส้นทางนักเลงเต็มตัวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เริ่มมีปัญหา เพราะเฉียดเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แถมยังพูดกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีกต่างหาก

ooooooo

วันรุ่งขึ้นสัวกิมพาจอมนั่งเรือหางยาวมาถึงบ้านเก่าริมคลองแห่งหนึ่ง เขารับรู้ได้ว่าที่นี่จะต้องไม่ใช่สถานที่ธรรมดา ครั้นเดินตัดสนามเข้ามาภายในพบว่ามีสภาพคล้ายเป็นโรงเก็บของที่มีการคุ้มกันแน่นหนา มีการ์ดอาวุธครบมือยืนเฝ้าระวังอยู่รอบบริเวณ

“ถ้าเดินดุ่ยๆเข้ามา ตายตั้งแต่จอดเรือแล้ว” สัวกิมอธิบาย

จอมมองไปรอบด้านเห็นมีคนกำลังสกัดยาจากฝิ่นอยู่ สัวกิมเล่าว่าสต๊อกฝิ่นที่ไม่ได้สำแดงกับทางการของตนอยู่ที่นี่ทั้งหมด อีกไม่นานสัมปทานฝิ่นจะกลายเป็นของผิดกฎหมาย จอมเห็นพนักงานกำลังบรรจุผงสีขาวลงลังพึมพำว่านั่นเฮโรอีนไม่ใช่หรือ สัวกิมพยักหน้า

“สกัดจากฝิ่นช้าเร็วก็ผิดอยู่ดี ชิงผิดมันซะก่อนเลย”

“สัวพาผมมาที่นี่เพื่อ...”

สัวกิมจะให้จอมกับตองช่วยกันดูแลเส้นทางลำเลียงเฮโรอีนนับต่อจากนี้ จอมหนักใจยังไม่พร้อมกับเรื่องนี้และที่สำคัญเฮโรอีนกับฝิ่นคนละเรื่องเดียวกัน ตองเอาปืนจ่อหัวจอม เคยเตือนนายแล้วว่าเขายังไม่พร้อม สิชลปัดมือตองแล้วแย่งปืนไป สัวกิมหว่านล้อมให้จอมเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่เขาควรจะไขว่คว้าไว้ ใครจะมายืนอยู่จุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บัลลังก์ที่สัวกิมนั่งอีกไม่นานก็ต้องปลดระวางหาคนอื่นมานั่งแทน

“ก็มีแต่พวกเราๆนี่แหละที่ฉันพอจะไว้ใจให้ดูแลผลประโยชน์...ว่าไง ไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้” พูดจบสัวกิมง้างนกปืนเสียงดังกริ๊ก ปืนอีกหลายสิบกระบอกที่เล็งมาจากพวกการ์ดที่คุมสถานีผลิตพากันง้างนกตาม

“ครับ ขอบคุณที่สัวไว้ใจ ผมยินดีครับ” จอมจำต้องทำตามที่สัวกิมต้องการ เขาโบกมือเป็นสัญญาณ ทำให้ทุกคนรอบๆพากันลดปืนลง สัวกิมตบบ่าจอมสีหน้าพอใจ

“มันต้องยังงี้สิ ฉันรู้แกจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆจอม”...

คืนนี้ประทีปนัดเจอกับอัศวินที่ไนต์คลับของนายหัวบ้วน โดยไม่รู้เลยว่าทั้งคู่ร่วมมือกัน เท่ากับเลือกที่ตายให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ส่วนอัศวินก็ไม่ล่วงรู้เลยว่าจ่าจ้อยลอบฟังโทรศัพท์ที่เขานัดแนะกับประทีป...

ทางด้านบวรหัวเราะชอบใจที่ประทีปนัดที่ไหนไม่นัดดันมานัดเจอกันที่ไนต์คลับแห่งนี้ นัทแนะให้ปิดบริการหนึ่งวันไปเลย บวรทักท้วงขืนทำอย่างนั้นจะเป็นพิรุธให้พวกมันจับได้

“คุยกับนายหัวไว้แล้ว ถ้าหลุดคดีนี้ ในพระนครอยากจะทำอะไรบอก”

บวรขอบคุณท่านมากแล้วยื่นมือไปให้จับ อัศวินต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเขาที่เป็นพยานเท็จให้ไม่อย่างนั้นคงโดนให้ออกจากราชการไปแล้ว บวรฝากเนื้อฝากตัวขอเป็นหลานของท่านสักคน

“ลูกรักต่างหาก” อัศวินไม่พูดเปล่าดึงบวรมากอด เขาคุยโอ้อวดข่มเตี้ยกับนัทที่ได้เป็นลูกรักของอัศวิน...

จอมมัวแต่วุ่นๆเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายใหม่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดพรพรรณ หยุดกินข้าวไข่เจียวที่บุญตาเพิ่งเจียวมาให้กินแล้วเดินลิ่วออกไปเลย บุญตาได้แต่มองตามน้อยใจ...

ooooooo

เสี่ยเฮงมีงานยิงหัวคนมาให้ทำ เป้าหมายเป็นลูกของผู้หลักผู้ใหญ่กรมป่าไม้ พ่อมันขวางประมูลตัดถนน เตือนไปหลายทีแล้วไม่ฟัง ต้องให้สำนึกเสียบ้าง ปอมอาสาจะจัดการเอง แต่เสี่ยเฮงกลับมอบหน้าที่นี้ให้เฉียด แล้วยื่นซองเอกสารให้ เขาขอบคุณเสี่ยที่ไว้ใจ

“เต้ย พามันไปชี้เป้าที ลูกไอ้ป่าไม้นั่นแหละ ไปได้แล้ว”

ในเวลาต่อมา ที่ร้านกาแฟริมถนน สุธรรมนั่งดื่มกาแฟท่าทางเคร่งเครียด ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู จะห้าโมงเย็นแล้ว สักพักประทีปเดินออกมาจากด้านในร้านพยักพเยิดให้เขาก่อนจะลุกออกจากร้านไปด้วยกัน

เต้ยชี้ไปที่สองคนนั้น เฉียดค่อยๆดึงรูปเป้าหมายจากในซองเอกสารขึ้นมาดู เป็นภาพของสุธรรมนั่นเอง เขาถอนใจ ลังเล เต้ยสะกิดให้เขารีบตามเป้าหมายไป เห็นทั้งคู่ขึ้นมอเตอร์ไซค์ออกไป

“ตามไป อย่าทำให้เสี่ยผิดหวัง”

เฉียดรับคำ สีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง...

ที่สถานีตำรวจ จ่าจ้อยเข้ามากระซิบกับจ่าฉ่ำว่าได้เวลาตามที่ดักฟังโทรศัพท์แล้ว ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเราจะไปที่นั่นตามนัด จ่าฉ่ำทักท้วงจะไม่ขอกำลังเสริมหน่อยหรือ จ่าจ้อยส่ายหน้าเราไม่รู้ว่ามีใครกินตามน้ำกับอัศวินบ้าง แต่ที่ตนบอกเขาเพราะเขาเพิ่งย้ายมาจากที่อื่น หรือถ้ากลัวจะถอนตัวก็ได้ จ่าฉ่ำส่ายหน้า เร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะไม่ทัน...

ใกล้ถึงเวลาตามนัด สุธรรมกับประทีปขับรถมาจอดที่ลานจอดรถหน้าไนต์คลับ เห็นนักเที่ยวเริ่มทยอยกันมา ทั้งคู่นั่งสังเกตการณ์สักพัก พยักพเยิดให้สมุนที่รายล้อมโดยรอบทยอยกันเข้าไปข้างใน เต้ยขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีเฉียดซ้อนท้ายมาจอดซุ่มอยู่ ก่อนจะพยักหน้าไปทางสุธรรมที่เพิ่งลงจากรถ เฉียดเดินลิ่วเข้าหากำปืนที่เอวเตรียมพร้อม แต่ต้องหลบวูบเมื่อเห็นจ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำเดินเลี้ยวหัวมุมเข้ามา

เต้ยเห็นเหตุการณ์เช่นกัน ส่งสัญญาณเป็นทำนองอย่าเพิ่งลงมือ เฉียดรีบเอาชายเสื้อบังด้ามปืนที่เอวไว้...

อีกมุมหนึ่งภายในห้องแต่งตัวนักร้อง พรพรรณอยู่ในชุดนักร้องเตรียมขึ้นเวที บวรเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกว่าคืนนี้ไม่ต้องขึ้นร้องเพลง แล้วขอให้กลับไปก่อนแต่เธอไม่ยอม วันนี้วันสำคัญไม่ร้องเพลงไม่ได้ บวรชะงัก

“ใครบอกอะไรพร”

“จะต้องมีใครบอก วันเกิดพรทำไมพรจะไม่รู้ ยังไง พรขอขึ้นเวทีร้องเพลงเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง”

บวรกำลังจะบอกเรื่องที่จะมีการยิงกัน แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากจ่าจ้อยเปิดประตูห้องชะโงกหน้าเข้ามา พอเห็นเป็นห้องแต่งตัวก็ขอโทษขอโพยยกใหญ่ อ้างจะไปเข้าห้องน้ำแต่ดันเดินหลง เขาสอดส่ายสายตาสำรวจไปรอบๆ ไม่ยอมออกไปสักที ขณะที่พรพรรณออดอ้อนจะขอขึ้นร้องเพลงให้ได้ บวรหนีไม่ออก

“อือ ก็ต้องร้องสิ ตามปกตินั่นแหละ...อะไรล่ะคุณตำรวจ”

“เปล่าครับ เปล่า” จ่าจ้อยว่าแล้วถอยออกจากห้อง บวรมองตามสีหน้าหนักใจ

“วันนี้วันเกิดพร ไม่รู้ล่ะ บวรต้องหาอะไรมาให้พรประทับใจนะ” พรพรรณออดอ้อน

ooooooo

ที่ด้านหน้าทางเข้า จอมถือกล่องของขวัญห่อกระดาษสวยเข้ามาในคลับ เดินชนกับอัศวินที่กำลังจ้ำพรวดๆจะเข้าไปด้านใน จอมหันมาขอโทษ อัศวินจำเขาได้ทักว่ามาที่นี่ทำไม แล้วคนของสัวกิมมาหรือเปล่า เขามาคนเดียวมาธุระส่วนตัว อัศวินพยักหน้ารับรู้

“เสร็จธุระแล้วก็รีบกลับไปซะ ที่อโคจร อย่าอยู่นาน” อัศวินเดินต่อไปด้านใน เจอบวรเดินสวนออกมา

ทั้งคู่ซุบซิบบางอย่างกันก่อนจะชี้มาทางจอม บวรพยักหน้ารับรู้แล้วเดินมาถามจอมว่ามีธุระอะไร เขาเอาของขวัญมาให้พรพรรณ จะขอเจอสักครู่ บวรอ้างว่าเธอกำลังจะขึ้นร้องเพลงคงมาพบไม่ได้ จะฝากของขวัญให้ตน เอาไปให้ไหม จอมลังเลอยู่อึดใจ แล้วยื่นกล่องของขวัญให้ บวรรับไว้แล้วหันหลังกลับไป

จอมมองตาม สองจิตสองใจจะตามไปดีไหม แต่สุดท้ายเดินตามบวรเข้าไป...

แต่ละฝ่ายต่างยืนกันคนละมุมของคลับ จ่าจ้อยเห็นอัศวินกำลังจะเดินไปทางด้านหลังคลับ รีบหลบฉากกลัวเขาจะเห็น เฉียดจับตาดูสุธรรมไม่วางสายตา คอย หาจังหวะเหมาะ ส่วนบวรไม่ได้เอาของขวัญไปให้พรพรรณ แต่ถือเข้าห้องน้ำ มองมันอย่างชิงชังก่อนจะค่อยๆบรรจงแกะกระดาษห่อออก ข้างในเป็นตุ๊กตาหมี

“ถุย...กระจอก” บวรมองกล่องของขวัญขนาดเท่ากล่องกระดาษทิชชูด้วยความสนใจ...

เฉียดกำลังเดินไปหาสุธรรมแต่เจอพรพรรณเดินสวนมาเสียก่อน ทั้งคู่ทักทายกัน โดยเขาไม่ลืมอวยพรวันเกิดให้เธอ จอมพยายามชะเง้อคอยาวมองหาเจ้าของวันเกิดแต่หาไม่เจอเนื่องจากวันนี้ผู้คนพลุกพล่าน...

อึดใจบวรกลับออกมาพร้อมกล่องของขวัญที่ห่อกลับคืนในสภาพเรียบร้อย เจออัศวินก็ร้องถามว่าเจอไหม เขาส่ายหน้า ทันใดนั้นมีปากกระบอกปืนยื่นออกมาจากหลังประตูจ่อเอวอัศวินไว้ บวรหันไปมองเจ้าของปืน ถึงกับนิ่วหน้าแปลกใจ

“สุธรรม นี่แกเองเหรอ”

“นี่ไม่ใช่เรื่องระหว่างเรานะบวร” สุธรรมว่าแล้วจ่ออีกกระบอกหนึ่งที่เอวบวร ถามอัศวินว่าเตรียมเงินค่าไถ่เอกสารสำคัญมาหรือเปล่า เขาเอาเงินมาตามที่สุธรรมต้องการครบถ้วน สุธรรมพยักพเยิดให้สมุนปลดอาวุธทั้งคู่ให้หมดได้ปืนจากสองคนถึงสี่กระบอก

“ไป...ไปตกลงกันได้แล้ว” สุธรรมใช้ปืนดันหลังทั้งคู่ให้เดินไปอีกด้านหนึ่ง...

เฉียดเดินหาสุธรรมมาถึงบริเวณที่เป็นฟลอร์เต้นรำ เจอจอมเดินมาจากอีกทางหนึ่งต่างฝ่ายต่างชะงัก จอม รีบออกตัวไม่มามีเรื่องกับใครแค่จะมาอวยพรวันเกิดให้พรพรรณ เฉียดเองก็มาธุระ ถ้าอย่างนั้นเรื่องพวงหรีดที่ยังค้างคาอยู่ไว้วันหลังค่อยเคลียร์ พรพรรณกำลังจะขึ้น เวทีร้องเพลงเห็นทั้งคู่ก็เข้ามาทักทาย จอมอวยพรให้เธอมีความสุขในวันเกิด ส่วนของขวัญเขาฝากไว้ที่บวร เฉียดต้องไปตามหาเป้าหมายก็เลยขอตัว แล้วเดินแยกไป

“พรต้องขึ้นร้องแล้ว ขอตัวก่อน” พูดจบพรพรรณเดินขึ้นเวที

ทางฝ่ายเต้ยไม่ทันมองทางชนเด็กเสิร์ฟที่ถือถาดใส่แก้วเหล้าหกใส่เตี้ยที่นั่งหันหลังอยู่ เขาหันมาเห็นเต้ยก็เอาเรื่องทันที สองคนซัดกันอุตลุด นัทเข้ามาช่วยเตี้ยรุมเต้ย เฉียดเห็นลูกพี่ถูกรุมวิ่งฝ่านักเที่ยวเข้าไปพร้อมกับ ชักปืนขึ้นมา นัทปัดปืนหล่นแล้วชกต่อยกับเฉียดอย่างดุเดือด สองคู่ลากกันมาต่อยกลางฟลอร์

จ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำเข้าห้องน้ำอยู่ได้ยินเสียงเอะอะ วิ่งออกมาดู เห็นมวยสองคู่ฟัดกันอยู่กลางฟลอร์ชักปืนวิ่งเข้าไปห้าม นักท่องราตรีเห็นปืนพากันตกใจแตกฮือวิ่งหนีออกจากคลับ คู่ฟัดสองคู่ต่อยกันไปต่อยกันมาเซเข้าหาตำรวจทั้งสองนาย ชนจนปืนกระเด็น ประทีปซึ่งแอบอยู่ใกล้กับเวทีดึงพรพรรณมาเป็นโล่มนุษย์

จ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำโดนมือดีที่ไหนไม่รู้ฟาดด้วยขวดสลบเหมือด จอมเห็นเฉียดจะถูกนัทแทงเข้าไปช่วย โดนมีดบาดแขนเลือดอาบ มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด พวกที่ตีกันกลางฟลอร์หยุดกึกหันมองไปยังทิศทางของเสียงปืน เห็นสุธรรมดันอัศวินกับบวรเข้ามาบนฟลอร์ ประทีปเห็นปลอดภัยผลักพรพรรณล้มเข้าไปเผชิญหน้ากับอัศวิน

“ไม่เห็นต้องให้มันเอิกเกริกขนาดนี้เลย” ว่าแล้วประทีปเดินเข้าไปหาบวรที่ยังคงถือกล่องของขวัญอยู่ “ลูกนายหัวบ้วน...สั่งลูกน้องแกวางปืนซะ เร็ว เราไม่ได้มีเรื่องอะไรกัน”

“คงไม่ได้” บวรว่าพลางยกกล่องของขวัญขึ้นช้าๆ ประทีปหันไปแดกดันอัศวินที่มาคบเด็กเมื่อวานซืน หันกลับมาอีกทีบวรยกกล่องของขวัญขึ้นมาเสมอใบหน้าพอดี ทันใดนั้นกล่องของขวัญระเบิดกระสุนใส่หน้าเขาเต็มๆกล่องกระจุยเผยให้เห็นมือที่ถือปืนของบวรอยู่ด้านใน สิ้นเสียงปืน เกิดการยิงกันดังสนั่นหวั่นไหว พวกที่อยู่กลางฟลอร์ทิ้งตัวราบกับพื้น สมุนที่คุมเชิงอยู่รอบๆต่างยิงใส่กันหูดับตับไหม้

อัศวินมองประทีปที่นอนหงายหน้าเละอยู่กับพื้นด้วยความสยอง ก่อนจะรีบคลานเข้าไปเก็บหลักฐานสำคัญ ขณะที่สุธรรมเห็นท่าไม่ดีเผ่นแน่บออกจากร้านโดยมีเฉียดวิ่งฝ่าดงกระสุนตาม จอมจะเข้าไปปกป้องพรพรรณ บวรไม่พอใจพุ่งใส่ สองคนปะทะกันทั้งหมัดทั้งเข่าถลาเข้าไปฟัดกันต่อในห้องครัวด้านหลัง

สุธรรมหนีตายไปที่รถของตัวเอง สมุนของเขาเห็นเฉียดไล่ตาม ก็เข้ามายิงสกัดถูกขาแต่เฉียดยิงสวนตายสนิท แล้วลากขาตามสุธรรมที่เข้ารถไปแล้ว เขาสตาร์ตเครื่องรถเหยียบคันเร่งเข้าหา เฉียดปักหลักยิงปืนใส่รถแฉลบพุ่งเข้าข้างทางชนรถคันอื่นควันโขมง แล้วลากขาเข้าไปกราดกระสุนใส่สุธรรมซ้ำร่างพรุน เต้ยขี่มอเตอร์ไซค์มารับ เฉียดโดดซ้อนท้ายพลางร้องตะโกนขึ้นสุดเสียงด้วยความสะใจ...

ทางด้านจอมยังคงต่อสู้กับบวรอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีพรพรรณตามเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่รู้ว่าห่วงใคร จังหวะหนึ่งบวรคว้ามีดจะแทง แต่จอมปัดมีดกระเด็นไปทางพรพรรณ สองหนุ่มต่างตะโกนให้เธอส่งมีดให้ เธอลังเลไม่รู้จะส่งมีดให้ใคร ก่อนจะหลับตาเอาเท้าเขี่ยมีดไถลไปตามพื้นเข้ามือบวรซึ่งคว้ามีดจ้วงแทงจอมทันที จอมจับมีดด้วยมือเปล่าไม่ให้แทงเข้าพุงตนเอง แล้วถีบบวรสุดแรง มองหน้าพรพรรณแล้ววิ่งหนี

บวรจะตามแต่มีสมุนของสุธรรมพรวดพราดเข้ามาในครัว เขาจึงหันไปจัดการมันก่อน อัศวินเข้ามาช่วยยิงซ้ำ บวรขอให้ท่านช่วยตามล่าจอม แล้วพากันวิ่งออกไปด้านหลังไนต์คลับ

ด้านจอมวิ่งหนีมาด้วยความเสียใจมาถึงกลางถนน ไม่ทันมองทางถูกรถเฉี่ยวกระเด็น คนขับลากเขากลับขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว อัศวินกับบวรที่ตามออกมาเห็นเพียงท้ายรถบรรทุกที่แล่นหายไปในความมืด

ooooooo

ที่สถานีตำรวจ ผู้การคำรณถึงกับบ่นอุบ ลงใต้ไป พบท่านขุนพันธ์ไม่กี่วันกลับมาถึงก็เกิดเรื่องขนาดนี้เลยหรือ อัศวินโบ้ยให้ท่านไปถามจ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำเอาเองดีกว่าเพราะตนอยู่ในระหว่างถูกพักราชการไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ท่านคำรณหันมองจ่าทั้งสองคนที่ยืนก้มหน้าอยู่

ทั้งคู่รู้แค่ว่าเข้าไประงับเหตุแล้วเกิดปะทะกับคนร้ายแต่สลบไปก่อนก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านคำรณเล่าว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบซึ่งเป็นคนของตนโดนยิงตายโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครเพราะพยานไม่มีใครกล้าให้ปากคำ แล้วโยนรูปประทีปลงบนโต๊ะ อัศวินชำเลืองมองแอบตกใจแต่เก็บอาการไว้

“เขาตามคดีบางอย่างอยู่ แล้วก็ขาดการติดต่อไป”

จ่าจ้อยขอรับผิดชอบคดีนี้เองเพื่อเป็นการแก้ตัว ในเมื่ออัศวินไม่มีอำนาจจะแต่งตั้งใครตอนนี้ ผู้การคำรณ จึงแต่งตั้งให้จ่าจ้อยรับผิดชอบคดีนี้และรายงานตรงต่อตน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะไม่ใช่มีแค่ตำรวจตาย แต่ยังมีลูกชายของป่าไม้จังหวัดอีกคนหนึ่งที่โดนยิง ดังนั้นต้องมีคนรับผิดชอบ...

งานฆ่าคนครั้งแรกของเฉียดได้รับคำชื่นชมจากเสี่ยเฮง ยิ่งได้รู้ว่าเขาลั่นกระสุนใส่เป้าหมายไม่มีการลังเลก็ยิ่งชอบใจ แต่เตือนให้เขาเก็บๆตัวหน่อยช่วงนี้อย่าเพิ่งทำตัวห้าวให้มากนัก...

ขณะที่เฉียดได้รับคำเยินยอจากเจ้านาย บวรกลับถูกพ่อตัวเองเล่นงานตบซ้ายตบขวาฐานเสนอหน้าไปยิงประทีปด้วยตัวเอง เท่านั้นไม่พอท่านยังไปชื่นชมจอมอีกต่างหาก...

จอมรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าถูกจับมัดมือมัดเท้าเอาไว้ในโกดังร้าง เห็นโหน่งพี่ใหญ่ของพวกจับกังยืนอยู่จำได้ว่าเมื่อคืนถูกเขาขับเฉี่ยวแล้วลากตัวขึ้นรถ ก็โวยวายเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันทำไมต้องจับตนไว้ด้วย

“น้องชายฉันก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรกับพวกแก แต่ก็โดนยิงตายอย่างหมา”

“พาล...นี่เหรอคนที่จับกังทั้งพระนครยกให้เป็นหัวหน้า ใช้แต่อารมณ์แบบนี้จะปกครองคนอื่นเขาได้อย่างไร” จอมพยายามยั่วอารมณ์โหน่งเพื่อเอาตัวรอด “ถ้าแน่จริงกล้าวัดกันไหม หรือว่าจะให้จับกังทั้งพระนครพูดกันว่าเดินตามผิดคน” คำพูดของจอมทำให้โหน่งหนีไม่ออกจำต้องประลองฝีมือกัน

ทั้งคู่ใช้เคียวเกี่ยวข้าวเป็นอาวุธต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่กี่อึดใจโหน่งเสียท่าเคียวหลุดจากมือ จอมเงื้อเคียวขึ้นจะจัดการแต่เปลี่ยนใจโยนทิ้ง ยืนยันว่าการตายของน้องชายโหน่งไม่เกี่ยวกับตน ได้ยินว่าเสี่ยเฮงอยู่เบื้องหลัง โหน่งมองจอมที่ไว้ชีวิตตนเองก่อนเตือนอย่าคิดว่าจะมีบุญคุณต่อกัน จอมส่ายหน้า

“หายกันกับที่ช่วยเราเมื่อคืนนี้”

โหน่งขอบใจจอม แล้วไล่ตะเพิดจะไปไหนก็ไป เขาพยักหน้าให้ก่อนจะผละจากมา...

บวรชวนพรพรรณมาดูลิเกที่แสดงเรื่องจันทโครพ ดูไปดูมาเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางโมราอย่างไรก็ไม่รู้ ระหว่างนั้น เฉียดพาจำปาเข้ามาเห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ก็ไม่ค่อยจะพอใจนักเพราะรู้ว่าจอมรักใคร่ชอบพอกับพรพรรณมาก่อนจนเกือบจะมีเรื่องกันอีก จำปาต้องดึงเฉียดออกไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน บุญตาแวะมาเยี่ยมแจ่มที่โรงพยาบาล เจอจอมก็อดถามไม่ได้ว่าเมื่อวานเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่อยากพูดถึงเพราะตระหนักแล้วว่าพรพรรณไม่เหลือเยื่อใยให้ นอกจากจะเสียคนรักให้กับคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อน เขายังต้องเสียแม่ไปอีกด้วย แม้แจ่มจะฟื้นคืนสติขึ้นมาจนมีโอกาสได้สั่งเสียลูกเป็นครั้งสุดท้าย

“อย่า...เป็นคน...เลวนะลูก แม่ขอร้อง...อย่าทำให้...คนอื่น ...เดือดร้อน อย่า...ทำให้แม่...ผิด...หวัง” พูดได้แค่นั้นสติของแจ่มก็ดับวูบ...

ใกล้เที่ยงคืนแล้ว จำปาตัดสินใจบอกกานดาว่าพรุ่งนี้จะไม่มาทำงานที่นี่อีก หนี้ที่เหลืออีกไม่เท่าไหร่เธอจะหามาปิดให้ กานดามีข้อแม้ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เธอต้องอยู่จนร้านปิด เริงทักท้วงจะเที่ยงคืนแล้ว อย่างมากก็ได้อีกแค่คนเดียว กานดาได้ลูกค้าเพิ่มอีกคนก็ยังดีกว่าไม่ได้ จำปาเห็นนักเลงคุมซ่องจ้องอยู่จำต้องทำตามที่แม่เล้าต้องการ แต่นับเป็นโชคร้ายที่คนสุดท้ายของจำปาคือบวรนั่นเอง

ooooooo

หลังจากได้หลับนอนกับจำปาเมื่อคืน บวรตระเวนหาตัวเฉียดจนเจอว่ากำลังทวงหนี้ให้เสี่ยเฮงอยู่ที่หน้าโรงรับจำนำ รีบขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามามองกวนประสาททำเป็นเลียปากแล้วพูดขึ้นลอยๆว่าของเขาดีจริงๆ เฉียดไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร รู้แต่ว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีจะเข้าไปลุย แต่จ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำเดินเข้ามาเสียก่อน

ทั้งสองฝ่ายไม่อยากมีปัญหากับตำรวจจึงพากันแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง...

ด้านจำปากลุ้มใจกับเรื่องเมื่อคืนนี้ ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ตัดสินใจผูกคอตายกับขื่อบ้าน แต่เธอยังไม่ถึงคาด เฉียดกลับมาช่วยชีวิตไว้ทัน และขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก เธอพยักหน้ารับคำ...

เจิมเสียใจที่แจ่มต้องมาตายจากไป โทษว่าเป็นความผิดของจอมเอาปืนส่องไปทางเขา จอมไม่ต้องการให้พ่อต้องติดคุก ขอให้ส่งปืนมาให้ ถ้าท่านคิดว่าเขาผิดเขาก็ขอใช้หนี้ให้ท่าน แล้วเอาปืนจ่อใต้คางตัวเองลั่นไกทันทีดังแชะ ปืนไม่มีลูก เจิมจะถือว่าเขาตายจากตนไปแล้ว เราอยู่กันคนละโลกแล้ว แล้วลุกขึ้นเดินโซเซจะไป จอมรีบเข้าไปประคองไว้ เจิมสะบัดหนี พึมพำทั้งน้ำตาว่าเขาตายจากไปแล้ว

“ฉันเพิ่งเกิดใหม่ต่างหาก” จอมตั้งใจมั่นจะทำความดีเพื่อให้แม่ที่อยู่บนสวรรค์พอใจ...

จอมวางแผนจะใช้โหน่งกับพวกจับกังเป็นเครื่องมือ จึงแวะไปหาที่โกดังร้างชวนให้แก้แค้นเสี่ยเฮงซึ่งอยู่เบื้องหลังการตายของน้องชายโหน่ง ถ้าอยากเห็นเขากระอักเลือดตายจะต้องทำลายธุรกิจค้ายาเสพติด

“ถ้าทำลายธุรกิจเถื่อนตรงนี้ของมันได้ มันกระอักเลือดตายแน่ๆ น้องนายคงนอนตายตาหลับ”

โหน่งอยากรู้โรงงานผลิตยาเสพติดกับโกดังที่ว่าอยู่ไหน จอมเฉลยว่าอยู่ริมน้ำ ถ้าเขาเอาด้วยตนจะได้บอกรายละเอียดให้ ส่วนจะลุยเมื่อไหร่เวลาไหนไว้จะบอกอีกที...

จอมเล่าให้บุญตาฟังถึงความตั้งใจมั่นที่จะขึ้นเป็นใหญ่ ไม่ใช่เพื่ออำนาจหรือเงินทองแต่เพื่อหยุดเสียงปืนให้ได้ ปืนจากกระบอกของเขาต้องเสียงดังที่สุดเพื่อที่จะกลบเสียงปืนของคนอื่น บุญตาไม่เข้าใจที่เขาพูด

“พี่เต็มใจโกหกเต็มใจทำผิดทุกอย่างถ้ามันจะทำให้ความต้องการของแม่เป็นจริงให้ได้ พี่จะไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน พี่จะทำดีถึงไม่มีใครเห็น พี่เชื่อว่าแม่พี่จะเห็น แม่มองลงมาแม่จะเห็นว่าพี่ทำได้ พี่ต้องเป็นใหญ่เท่านั้นจึงจะสำเร็จ” สีหน้ามุ่งมั่นของจอมทำให้บุญตาหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก...

งานศพแจ่มจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแม้จะเป็นเพียงแม่ค้าขายของแต่ก็มีแขกมาร่วมงานหนาตา อัศวินก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่จุดประสงค์ที่มาไม่ใช่แค่เคารพศพ แต่ ต้องการคุยกับเจิมเรื่องสมบัติโจรอะแวสะดอทาเละ เขาส่ายหัวไม่รู้เรื่องด้วย อัศวินเชื่อว่าการที่ท่านคำรณลงไปพบขุนพันธ์ที่นครศรีธรรมราชจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เจิมไม่เข้าใจทำไมอัศวินจะมาร้อนสมบัติโจรเอาตอนนี้ เขาโดนพักราชการ อนาคตเริ่มไม่แน่นอน ถ้าจะลงเล่นการเมืองก็ต้องใช้เงิน หนทางเดียวที่โจรจะสั่งย้ายนายตำรวจใหญ่ๆได้ ก็ต้องเป็นนักการเมืองเท่านั้น...

นอกจากอัศวินที่มาร่วมงานแล้ว ยังมีลุงแบน พรพรรณกับบุญตา ทั้งสามคนอยู่ในศาลาไม่ได้ลงมาวุ่นวายกับเฉียดและจำปา รวมทั้งบวรที่นั่งฟังพระสวดอยู่ข้างนอก แต่ทั้งเฉียดและบวรไม่ได้มาเพียงลำพัง

เสี่ยเฮงส่งเต้ยกับปอมมาประกบเฉียด ส่วนนายหัวบ้วนส่งเตี้ยและนัทมาคุ้มกันบวร สัวกิมก็ไม่ยอมน้อยหน้าส่งสิชล กับตองมาคอยช่วยจอมเช่นกัน ทั้งตอง เตี้ย เต้ย นัทกับปอมและสิชลทำท่าฮึ่มๆใส่กัน จอมต้องเสียงกร้าวใส่

“ใครมีเรื่องกันวันนี้ ถือว่ามีเรื่องกับเรา”...

แม้บวรจะคอยแซวจำปาอยู่เป็นระยะๆแต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้เฉียดสงสัย งานศพจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น

ooooooo

สัวกิมยังคงทำตัวเป็นเจ้านายที่ดีมีเมตตา นอกจากจะเป็นเจ้าภาพงานศพแจ่มให้หลายคืนแล้ว ยังเสนอกับจอมหากขาดเหลืออะไรก็ให้บอก แล้วแกล้งถามว่ารู้ตัวคนที่ทำร้ายแจ่มหรือยัง จอมยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าเป็นพวกไหน สิชลอยากรู้ถ้าจอมรู้ว่าใครทำจะจัดการอย่างไร เขาส่ายหน้า ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อนค่อยคิด

“แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันมีงานให้เราทำหน่อย”...

กานดาแปลกใจที่เห็นจำปามา คิดว่าเปลี่ยนใจจะกลับมาทำงานอีก เธอแค่จะมาเก็บของพวกหนังสือเรียนกับเอกสารสำคัญ แล้วขยับจะขึ้นข้างบน กานดายืนขวางไว้ จำปาขอร้องในเมื่อเธอทำตามที่กานดาต้องการไปแล้ว ให้ช่วยรักษาสัญญากับเธอด้วย แม่เล้าตัวแสบจำต้องหลีกทางให้

“ขี่หลังเสือนึกจะลงมันไม่ง่ายนะ” กานดาขู่กลายๆ จำปาไม่สนใจเดินลิ่วขึ้นไปเก็บข้าวของ...

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายกันแน่ งานที่สัวกิมสั่งให้จอมไปทำคือมาทวงเงินกู้ที่ซ่องแห่งนี้ เนื่องจากแม่เล้าที่นี่เริ่มมีคนมีสีมาหนุนหลังก็เลยคิดจะหักกับสัวกิม จอมงงยังมีคนกล้าท้ารบกับสัวกิมนอกจากเสี่ยเฮงกับนายหัวบ้วนอีกหรือ สิชลอธิบายว่าหักเงินต้นหักดอกเบี้ยไม่มีไม่หนีไม่จ่าย แค่ชักดาบไม่ได้คิดจะรบด้วย...

กานดาเลวได้ใจเห็นจำปาจะไปจริงๆก็ส่งแมงดาคุมซ่องขึ้นไปเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 6 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 12 มิ.ย. 2560 08:55 2017-06-14T02:00:13+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ