ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

การทุ่มเทให้กับเจ้านายตัวเองครั้งนี้ทำให้จอมได้ใจสัวกิมไปเต็มๆ ถึงขนาดวางตัวให้เขาเป็นมือซ้ายเพราะมีตองเป็นมือขวาอยู่ก่อนแล้ว และสั่งให้ตองฝึกเขาให้หนักมากขึ้น...

เฉียดเองก็ได้ใจเสี่ยเฮงเช่นกันเพราะเห็นเขายอมรับกระสุนแทนเพื่อน เต้ยอดถามเจ้านายไม่ได้ว่าตกลงเราจะร่วมมือกับสัวกิมจริงๆหรือ เสี่ยเฮงส่ายหน้าสัวกิมมีแต่บ่อนกระจอกอีกไม่นานโรงฝิ่นก็ต้องถูกปิด

“ตอนนี้มันยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างก็เอาๆไปก่อนดีกว่าให้มันไปฮั้วกับไอ้บ้วน” เสี่ยเฮงเห็นเฉียดถอนใจดังเฮือก หันมอง “ไม่ต้องห่วง วันร้ายๆของลื้อหมดไปแล้ว จากนี้ไป ถ้าอั๊วหันมา ต้องเจอลื้อเข้าใจไหมเฉียด”

“ครับเสี่ย” เฉียดรับคำสีหน้าหนักใจ ขณะที่เต้ยกับปอมเผลอสบตากันโดยมิได้นัดหมาย...

ทางฝ่ายผู้การคำรณนัดมาเจอกับประทีปเพื่อจะแจ้งให้รู้ว่าตนจะลงไปนครศรีธรรมราชไปพบกับท่าน ขุนพันธ์รอง ผบ.ตำรวจภูธรเขต 8 ช่วงนี้จะติดต่อตนได้ลำบาก นี่ถ้าพระนครมีตำรวจอย่างท่าน โจรคงไม่ครองเมืองแบบนี้ ตนอยากจะไปนั่งคุยกับท่านสักหน่อยว่าตำรวจที่ดีควรจะทำตัวอย่างไร แล้วถามประทีปว่าอยากรู้ไหม เขาส่ายหน้าคุยอวดว่าตัวเองเป็นตำรวจดีอยู่แล้ว เพียงแต่เขามีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากรู้ ผู้การคำรณดักคอ

“เรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนสมัยที่หัวหน้าโจรอะแวสะดอ– ทาเละตระเวนปล้นอยู่ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของมันที่ปล้นได้เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน ก่อนที่จะถูกท่านขุนพันธ์จับได้ ขุมทรัพย์ของมันก็ยังคงเป็นความลับอยู่จนทุกวันนี้ ลายแทงขุมทรัพย์หายไปพร้อมกับลูกน้องโจรที่รอดไปได้ในวันนั้น”

“ลายแทงบนแผ่นหนังของอะแวสะดอทาเละที่ว่าอยู่ยงคงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า”

“ไม่มีใครเคยเห็นหรอกว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่าแม้แต่ตัวท่านขุนพันธ์เอง อะแวสะดอทาเละไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้กับใครจนถึงวันตาย” ผู้การคำรณไม่ล่วงรู้เลยว่าแผ่นหนังลายแทงสมบัติที่ว่า อยู่ที่ลุงแบนส่วนหนึ่ง อีกส่วนที่ขาดหายไปยังเป็นปริศนาอยู่

ooooooo

ความลับไม่มีในโลก จอมอุตส่าห์ปิดพ่อกับแม่แทบตายว่ายังเรียนหนังสืออยู่ แต่อาจารย์ของเขาดันมาตัดผมที่ร้านของพ่อ ความลับก็เลยแตก แจ่มเสียใจมากที่ลูกทำให้ผิดหวัง หันหลังจะเดินหนีเข้าข้างใน จอมตามไปขอร้องอย่าเพิ่งสิ้นหวังในตัวเขา แจ่มไม่แม้แต่จะมองหน้าลูก ยังคงเดินต่อไป จอมวิ่งมาดักหน้า

“มองผมแม่ มองผม อย่าเมินผมอีกคน แม่อย่าส่ายหน้ากับผม ขอเวลาผมพิสูจน์”

เจิมเข้ามากระชากจอมออก พยายามดันตัวไปนอกบ้าน “ถ้าเลวแล้วเลี้ยงให้ดีไม่ได้ก็ไปเป็นโจรให้มันได้ดีก็แล้วกัน...บ้านนี้ไม่มีลูกชั่วๆ” ด่าจบเจิมปิดประตูใส่หน้า จอมทั้งทุบทั้งชกทั้งร้องเรียกแม่แต่ไม่มีใครเปิดรับ

“แม่...ผมขอโทษ...ผมขอโทษ” จอมทรุดลงแปะกับพื้นร้องไห้อย่างไม่อายใคร...

ขณะที่จอมถูกอัปเปหิออกจากบ้าน เสี่ยเฮงต้องการให้เฉียดเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเพื่อจะเรียกใช้ได้สะดวก ปอมถึงกับตัดพ้อ ตนกับพี่เต้ยอยู่กับเสี่ยมานาน ยังไม่เคยได้นอนร่วมรั้วเดียวกันกับเสี่ยด้วยซ้ำ

“ลื้ออยากล้างรถเหรอ อยากล้างส้วมเหรอ บอกสิ” เสี่ยเฮงส่ายหน้าระอาใจแล้วหันไปถามเต้ยว่าลูกศิษย์ของเขาออกงานได้หรือยัง เต้ยยอมรับว่าเฉียดกระดูกแข็งใช้ได้ทีเดียว เสี่ยเฮงให้เฉียดลองสอบเลื่อนชั้นกับปอมดูก่อน ทีแรกปอมไม่ยอมปะทะด้วย พยักหน้าให้ลูกน้องหางแถวจัดการ เสี่ยเฮงไม่พอใจ

“ปอม...ต้องให้พูดอีกทีไหม” เจอไม้นี้เข้าไปปอมไม่กล้าหือจำต้องทดสอบฝีมือให้เฉียด...

สัวกิมรู้เรื่องที่จอมถูกพ่อกับแม่ตัดหางปล่อยวัด ไม่มีที่ให้ไปก็ยินดีจะรับมาอยู่ด้วย แต่มีข้อแม้ต้องสอบให้ผ่านก่อน โดยเขาต้องเอาชนะสิชลให้ได้เขาถึงจะมีที่อยู่ที่กิน เธอไม่วายปรามาสเอาแค่เสมอให้ได้ก็พอแล้ว

“เขาดูถูกเราอยู่นะเนี่ย” สัวกิมทำหน้าล้อจอม

“ผมโดนดูถูกมามากพอแล้วครับ” พูดจบจอมปรี่เข้าหาสิชล จากนั้นสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กัน...

ทั้งจอมและเฉียดต่างต่อสู้เพื่อเอาชัยชนะที่จะได้ขึ้นมาอยู่เคียงข้างระดับเจ้าพ่ออย่างไม่ย่อท้อ จะต่างกันก็ตรงที่จอมสู้เพราะไม่มีที่ไป แต่เฉียดสู้เพราะอยากก้าวหน้า ผิดกับบวรที่ต้องต่อสู้กับนัทเพื่อเอาใจพ่อและพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าตัวเองก็มีค่าคู่ควรที่จะอยู่ข้างกายท่าน ไปไหนต่อไหนกับท่านได้

เฉียดกับจอมต่างเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แม้จะต้องแลกด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ แต่บวรไม่เป็นอย่างนั้น ถูกนัทถลุงอยู่ฝ่ายเดียวหน้าแตกยับเยิน ทรงกายแทบไม่อยู่ นัทไม่อยากทำร้ายนายน้อยของตัวเองจะหยุดแค่นั้น แต่บ้วนไม่ยอมชักปืนขู่ถ้าไม่จัดการให้เด็ดขาด จะยิงเขาทิ้ง นัทจำใจสะบัดเท้าใส่ปลายคางบวรที่ยืนมึนอยู่ถึงกับเลือดกบปากลงไปนอนหงายเงิบ บ้วนเข้าไปจ้องหน้าลูกรักลูกชังของตัวเอง

“รู้เหตุผลแล้วรึยัง ออกไปแกก็ตายเปล่า”

ooooooo

ที่สถานีตำรวจ จ่าจ้อยเห็นอัศวินนั่งมองโทรศัพท์ท่าทางลุกลี้ลุกลน ร้องถามว่ารอโทรศัพท์ใครอยู่หรือ เห็นนั่งจ้องมันอยู่นานสองนาน อัศวินส่ายหน้า

“ผมไม่ได้รอโทรศัพท์สักหน่อย”

ครั้นมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อัศวินผวาไปคว้าโทรศัพท์ทันทียิ่งทำให้จ่าจ้อยสงสัยแต่ท่านยืนยันว่าไม่ได้รอโทรศัพท์ จ่าฉ่ำเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับนำเอกสารส่งตัวมาวางตรงหน้า

“จ่าฉ่ำรายงานตัวครับ เพิ่งรับคำสั่งย้ายมาจากต่างจังหวัดครับ”

อัศวินโบกมือไล่ ขณะที่จ่าจ้อยมองผู้มาใหม่อย่างเป็นมิตร และขอต้อนรับเขาสู่พระนคร...

ประทีปไม่มีกำลังเสริมหรือใครที่ไหนจึงติดต่อสุธรรมกับชวนให้มาร่วมมือกันแบล็กเมล์อัศวิน พอชวนรู้ว่าเป็นอัศวินคนเดียวกับสารวัตรอัศวินก็ร้องเอะอะบ้าหรือเปล่า มันคบอยู่กับพวกรุ่นใหญ่ อยากตายหรือ

“ไม่อยากขึ้นชื่อขึ้นชั้นบ้างเหรอ อยากเป็นอันธพาลก๊อกแก๊กอยู่รึไง”

“ไหน เรื่องนี้เกี่ยวกับสารวัตรอัศวินยังไง” สุธรรมสนใจ ประทีปคุยว่ามีหลักฐานการเก็บส่วยที่จะเอาผิดอัศวินให้เด้งไปอยู่ในคุกได้ ชวนไม่เข้าใจแล้วจะไปสร้างศัตรูทำไม ประทีปไม่คิดจะสร้างศัตรูถึงไม่ได้เอาเอกสารเหล่านี้ให้ตำรวจ แค่จะเล่นงานอัศวินเท่านั้น แต่งานนี้ต้องรอบคอบจึงต้องการให้สุธรรมกับพวกช่วยเหลือ

“กะว่าจะแบล็กเมล์มันเท่าไหร่” สุธรรมมองว่าที่หุ้นส่วนใหม่อย่างรอคำตอบ

ประทีปจะเอาเงินส่วยครึ่งหนึ่งหรือไม่ก็เกือบทั้งหมดที่อัศวินรีดมาได้ ชวนพยายามทัดทานไม่ให้สุธรรมเข้าไปมีเอี่ยวด้วยแต่เขาโลภเกินกว่าจะปล่อยวางได้ ตกลงกับประทีปจะหาคนมาช่วยแต่ต้องขอส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งที่ได้จากอัศวิน ทีแรกประทีปยึกยัก สุดท้ายก็ยอมตามที่สุธรรมเรียกร้อง...

การที่เฉียดจะย้ายเข้าไปอยู่กับเสี่ยเฮงทำให้ทะเลาะกับจำปา เนื่องจากเขาอยากก้าวหน้าไปเป็นขาใหญ่ไม่ใช่นักเลงต๊อกต๋อยเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องลำบาก แต่เธอแค่อยากมีเขาอยู่ใกล้ๆ ได้เจอหน้ากันทุกเช้าตอนตื่นนอน ไม่ได้อยากเป็นเมียขาใหญ่ เฉียดส่ายหน้าหงุดหงิด

“อะไร แทนที่คนกลับมาบอกข่าวจะได้เห็นรอยยิ้มเห็นความดีใจ นี่พี่กลับมาทำไม...จำปารู้ไหม พี่เจออะไรมาบ้าง” พูดจบเฉียดชี้แผลตามใบหน้าเนื้อตัวให้ดู

“แล้วพี่รู้ไหมฉันเจออะไรมาบ้าง” จำปาร้องไห้โฮ เฉียดยืนกรานถึงอย่างไรก็ต้องไปอยู่กับเสี่ยเฮง...

ไม่ใช่แต่เฉียดที่มีปัญหากับการย้ายเข้าไปอยู่กับเจ้าพ่อ จอมเองก็โดนลุงแบนเล่นงานเช่นกัน อยู่บ้านตัวเองไม่ได้ทำไมไม่มาอยู่กับตนที่นี่ จอมโพล่งขึ้นอย่างอัดอั้นว่าที่นี่ไม่มีอนาคต พอรู้สึกตัวว่าพลั้งปากก็ขอโทษ

“ลุงเข้าใจฉันนะ บุญตาเข้าใจพี่ไหม พี่ไม่ได้หมายความอย่างที่พี่พูด คือ...”

“เอ็งไม่ต้องพูดหรอก มันก็จริง ที่นี่มันไม่มีอนาคต อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครมองเห็นอนาคตหรอก มันอยู่ที่นี่ในนี้” ลุงแบนจิ้มที่อกข้างซ้ายตัวเอง จอมยังดื้อแพ่ง ถามว่าไหนอนาคต ถ้าที่นี่มี ทำไมไม่มีใครเห็น ลุงแบนอธิบายว่าอนาคตก็เหมือนวันพรุ่งนี้ ถึงไม่มีใครเคยเห็นแต่ทุกคนก็รู้ว่ามันมีอยู่จริง

“วันที่เราอยู่นี่ เมื่อวานมันก็เคยเป็นพรุ่งนี้ อนาคตมันมีนะแค่เราไม่เห็น...อย่าบอกว่าอยู่อย่างคนดีแล้วไม่มีอนาคต” ลุงแบนเสียงเข้ม จอมส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่ไม่รู้จะเถียงอย่างไร

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัวในไนต์คลับ ขณะที่พรพรรณแต้มยาให้บวร เพื่อนๆนักร้องเปลี่ยนชุดกันเสร็จเรียบร้อยเตรียมกลับบ้าน เธอได้แต่ปลอบเขาว่าพ่อของเขาคงไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้ ถึงอย่างไรก็เป็นพ่อลูกกัน

“อย่าบอกใครนะ พี่เก็บพ่อมาเลี้ยงเองแหละ”

“พี่ก็พูดเป็นเล่นไปเรื่อย เจ็บมากไหมล่ะ”

พรพรรณว่าแล้วขยับเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่าใกล้ไป จะถอยห่างบวรจับมือไว้ ขอร้องอย่าให้เขาต้องเจ็บมากกว่านี้เลย พรพรรณพูดติดตลกแก้เก้อว่าตัวเองอยู่ใกล้เขาแล้วมันจะหายเจ็บได้อย่างไร

“ถ้าพรอยู่ห่าง พี่ก็คงต้องไปใกล้จอม”

“ฉันกับจอมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

พรพรรณหน้าตึงทันที บวรอยากรู้แล้วเธอเป็นอะไรกับเขาหรือเปล่า เธอไล่เขาไปเคลียร์กับจอมให้ได้ก่อน บวรกระเซ้าไหนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วทำไมต้องให้ไปเคลียร์

“ผู้ชาย ร้อยทั้งร้อย เพื่อนกับผู้หญิง เดี๋ยวก็เลือกเพื่อน”

“แต่ถ้าไม่ใช่เพื่อนก็อีกเรื่อง”

พรพรรณหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เข้าใจในสิ่งที่บวรพูด...ระหว่างมาที่มอเตอร์ไซค์ซึ่งจอดอยู่หน้าไนต์คลับ บวรเจ็บซี่โครงจี๊ดถึงกับเดินเซ พรพรรณเข้าไปช่วยพยุง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ จอมเดินมาจากอีกทางหนึ่งเห็นเข้ารีบหลบมุมแอบมอง เห็นทั้งคู่หัวเราะหัวใคร่กันสนิทสนม เจ็บแปลบหัวใจ ยิ่งเห็นบวรชวนให้เธอหัดขับมอเตอร์ไซค์โดยให้นั่งซ้อนด้านหน้า แล้วคลอเคลียเธออยู่ด้านหลัง แถมตอนเธอบิดคั่นเร่งทำให้รถกระชากแก้มเธอสัมผัสกับริมฝีปากเขา จอมหัวใจแทบสลาย

ooooooo

จอมกลายเป็นคนสนิทเบอร์สองของสัวกิมตามประกบด้านซ้าย โดยมีตองอยู่ด้านขวา การแต่งเนื้อแต่งตัวของเขาก็เปลี่ยนไปด้วย ไม่ใช่เด็กช่างกลกะโปโลอีกต่อไป และเพื่อความสมบูรณ์แบบสัวกิมถอดแว่นตาดำของตัวเองสวมใส่ให้เขาอีกด้วย ตองชำเลืองมองแว้บหนึ่งแล้วเมินไปทางอื่น

จ่าจ้อยขับรถผ่านมาเห็นจอมในมาดใหม่ ได้แต่ส่ายหน้า เสียดายแทน นอกจากนี้สัวกิมยังพาจอมไปหัดยิงปืนและมอบปืนให้หนึ่งกระบอก

“เก็บดีๆ ยังไม่ได้ตีทะเบียน ของใหม่ยังไม่มีผีสิง” สัวกิมเห็นจอมลังเล จับปืนยัดใส่มือ...

ขณะที่จอมกลายเป็นสมุนเจ้าพ่อโรงฝิ่นเต็มตัว เฉียดก็มีสภาพไม่ต่างกัน ติดสอยห้อยตามเสี่ยเฮงไปทุกที่ เสี่ยเฮงย้ายปอมไปเป็นพลขับ แล้วเลื่อนให้เฉียดเป็นสมุนมือซ้ายแทนที่ เสี่ยเฮงนิยมระเบิดมากกว่าปืน ดังนั้นนอกจากเฉียดจะเรียนวิชาหมัดๆมวยๆจากเต้ยแล้ว ต้องเรียนรู้เรื่องระเบิดอีกด้วย

ปอมไม่พอใจนักที่เสี่ยเฮงสนับสนุนเฉียดมากกว่าตัวเองแต่ไม่กล้าพูดอะไร...

ในระหว่างที่จอมกับเฉียดเลื่อนขั้นจากนักเลงต๊อกต๋อยไปเป็นมือซ้ายของเจ้าพ่อ แต่บวรยังคงย่ำต๊อกอยู่กับที่เดินตามหลังบ้วนที่มีเตี้ยเป็นสมุนมือขวาและมีนัทเป็นสมุนมือซ้าย ไปยังรถซึ่งจอดอยู่กลางลานตากข้าว นัทกับเตี้ยนั่งประจำที่ด้านหน้า บ้วนขึ้นนั่งเบาะหลังบวรจะตามแต่ท่านดึงประตูปิดเสียก่อน

“ไปเปลี่ยนผ้าอ้อมก่อน” บ้วนตะโกนออกมาจากรถ บวรเสียหน้าต่อหน้าสมุนของพ่ออีกครั้ง สร้างความขุ่นเคืองแค้นมากขึ้น...

หลังจากระดมสมองที่มีน้อยนิดวางแผนแบล็กเมล์อัศวินได้แล้ว ประทีปเขียนจดหมายถึงอัศวินแล้วเอาไปเสียบไว้ที่หูช้างรถข้างคนขับ ซุ่มดูอยู่เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้อ่านจดหมายฉบับนั้น ในจดหมายมีใจความว่าต้องการเงินค่าไถ่คืนเอกสารสำคัญเป็นเงินสองล้านบาท

“ไม่อย่างนั้นหลักฐานส่วยสินบนทั้งหลายที่สารวัตรเรียกเก็บจากพวกนอกกฎหมายถึงมือกองปราบกับหนังสือพิมพ์แน่ๆ ทำตามที่บอก เอาเงินสดมาทิ้งไว้ในโรงหนัง ตามรอบและวันเวลาที่บอกในจดหมาย อย่าตุกติก ห้ามพกอาวุธ ทำตามนี้แล้วเราต่างคนต่างไป ไม่มีปัญหาต่อกัน”

อัศวินอ่านจบถึงกับกุมขมับเงินสองล้านบาทไม่ใช่จำนวนน้อยๆ...

แม้จะต้องติดสอยห้อยตามเจ้าพ่อ แต่จอมก็ยังหาเวลาว่างมาซุ่มดูแม่ขายของที่ตลาด ตัดสินใจจะเข้าไปหาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพรพรรณเดินมาจากอีกด้านหนึ่งเข้าไปทักทายแม่ และถามถึงจอมว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“จอมมันเลือกทางเดินของตัวเองไปแล้ว มัน...ไม่ใช่ลูกน้าอีกต่อไปแล้ว จอมลูกของน้าคนเดิมไม่มีแล้ว”

จอมเสียใจมากหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตา...

เฉียดเคี้ยวก้านไม้ขีดไฟไปพลางนั่งมองระเบิดแบบประทัดลูกใหญ่ในมือตัวเองไปด้วย เต้ยดึงระเบิดมาถือไว้ สอนว่าระเบิดก็เหมือนหมาไม่กลัวมันก็ไม่กัด แล้วจุดชนวนไฟฟู่ที่เป็นสายยาวเพื่อวัดใจลูกศิษย์ ปอมที่นั่งอยู่ห่างๆ ขยับถอยห่างออกไปอีก เฉียดมองไฟวิ่งตามสายชนวนสีหน้าเรียบเฉย เต้ยมองเขาอย่างพอใจ ก่อนจะเอานิ้วบี้ไฟที่สายชนวนให้ดับ ปอมเห็นชนวนดับแล้วถึงได้ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ไม่วายปากเสีย

“เด็กมันขี้เต็มกางเกงแล้วมั้ง”

เฉียดยิ้มเยือกเย็นให้ปอม แล้วหยิบระเบิดลูกเดิมมาจากมือเต้ย เด็ดสายชนวนให้สั้นลงแล้วเอาไม้ขีดไฟที่คาบอยู่มาจุดวัดใจคนปากเสีย พอสายชนวนลามเกือบจะถึงตัวระเบิดปอมเผ่นหนี เฉียดหัวเราะเยาะแล้วถ่มน้ำลายใส่ชนวนจนดับ เต้ยต่อว่าว่าใครเขาถุยน้ำลายใส่ระเบิดกัน เฉียดปรายตามองปอม

“ใครบอกว่าผมถุยน้ำลายใส่ระเบิด” พูดจบเฉียดลุกออกไป เต้ยพยักหน้าให้กับความใจถึงของลูกศิษย์...

จอมตัดสินใจจะกลับไปเรียนหนังสือเพื่อให้แม่สบายใจ จึงไปขออนุญาตจากสัวกิมซึ่งอนุญาตดิบดีแถมเสนอจะฝากเข้าโรงเรียนที่จอมอยากไปเรียนให้อีกด้วย เขาขอบคุณสัวกิมแล้วส่งปืนคืน

“เก็บไว้ก่อนยังไม่ต้อง เอาไว้ได้ที่เรียนมีที่ไปแน่ๆแล้วค่อยเอามาคืน”

“ผมจะไม่ลืมบุญคุณของสัวเลยครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้...”

“ไม่ต้อง คนเรามันต้องเลือกทางเดินเองน่ะถูกแล้ว ฉันชื่นชมนะ” สัวกิมลุกขึ้นตบบ่าจอมเบาๆ แต่ภายใต้หน้ากากเจ้าสัวผู้เมตตากลับวางแผนจะกำจัดแม่ของจอมเพื่อที่เขาจะได้อยู่กับตนเองต่อไป...

อัศวินขับรถมาจอดที่หน้าโรงหนังเป้าหมายซึ่งตอนนี้เงียบเชียบ มีเพียงคนดูแลเก็บกวาดทำความสะอาดเอาถังขยะเอามาวางที่เดิมแล้วผละจากไป เขามองไปรอบๆบริเวณที่มืดสลัวจนแน่ใจว่าไม่มีใครอีกแล้ว จึงลงจากรถพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบใหญ่อัดแน่นไปด้วยอาวุธปืน ตรงไปที่ถังขยะ หย่อนปืนลงไปหนึ่งกระบอก แล้วเดินไปหย่อนอีกกระบอกในกระถางต้นไม้ริมทางเดินหน้าโรงหนัง

จากนั้นอัศวินเข้ามาในห้องน้ำของโรงหนัง เอาปืนซ่อนไว้ใต้อ่างล้างมือ อีกกระบอกหนึ่งไว้บนฝ้าแล้วงัดประตูเข้าไปในตัวโรงหนัง เอาปืนซ่อนไว้ใต้เบาะที่นั่ง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถขับออกไปอย่างสบายใจ

ooooooo

รุ่งขึ้นจอมนัดบุญตามาเจอกันที่ร้านขายข้าวเพื่อแจ้งข่าวดีว่าจะกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง บุญตาตื่นเต้นดีใจกับเขาด้วยแล้วนึกขึ้นได้พวกนักเลงไม่ว่าอะไรหรือที่เขาจะทิ้งมา เขาคุยว่าสัวกิมใจดีไม่ใช่นักเลงอย่างเราเข้าใจ บุญตาเชื่อว่าถ้าพรพรรณรู้เข้าต้องดีใจแน่ๆ แล้วได้บอกกันหรือยัง จอมส่ายหน้า

“เขาไม่อยากรับรู้เรื่องพี่แล้วล่ะ” จอมหน้าสลด

“เอาน่า ถึงใครไม่ดีใจ แต่ถ้าแม่พี่รู้ แม่พี่ต้องดีใจแน่ๆ” บุญตามองจอมอย่างเป็นกำลังใจให้...

ในเวลาเดียวกันที่ตลาดสด แจ่มขายของเสร็จเตรียมเก็บร้านจะกลับบ้าน มัวแต่ง่วนอยู่กับข้าวของตรงหน้าจึงไม่รู้ว่าถูกสิชลจับตามองอยู่อย่างมาดร้ายหมายชีวิต...

ขณะกำลังเดินซื้อของอยู่ริมถนน บวรเห็นว่าหนังเอลวิสเข้าใหม่ก็เลยชวนพรพรรณไปดูด้วยกัน เธอขอชวนจำปากับบุญตาไปด้วย ดูกันหลายคนสนุกดี แล้วนึกขึ้นได้ถ้าไปดูหนังจะกลับไปร้องเพลงทันหรือเปล่า เขาขอให้เธอหยุดพักสักวัน เจ้าของไนต์คลับคงไม่ไล่ออก พรพรรณหัวเราะชอบใจ ชวนเขาไปเลือกซื้อของต่อ...

ก่อนงานใหญ่จะเริ่ม ประทีปเรียกทุกคนมาประชุมเพื่อสรุปแผนอีกครั้ง ชวนไม่เข้าใจทำไมต้องนัดส่งมอบเงินที่โรงหนังด้วย ประทีปเห็นว่าเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน แต่ไม่สว่าง อัศวินจะได้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่เรารู้ว่าใครเป็นมัน สุธรรมเห็นดีด้วยเพราะอัศวินยังไม่เคยเห็นหน้าเราสักคน

“นัดหนังรอบเย็น พอสารวัตรอัศวินมันแล่นรถเข้ามาจอด ชวน แกก็เป็นคนไปตรวจค้นอาวุธ”

ชวนทักท้วงทำไมต้องเป็นตนเองด้วย ประทีปสวนทันทีจะเอาเงินหรือเปล่า เขาซักไม่เลิกแล้วถ้าอัศวินไม่ได้เอาเงินสดมาจะทำอย่างไร ประทีปขอให้เดินตามแผนเดิมไปก่อนแล้วค่อยดูว่ามันจะต่อรองอะไร แต่ถึงอย่างไรก็ต้องระวังอย่าให้มันเอาอาวุธติดตัวเข้าไปในโรงหนังเป็นอันขาด ส่วนสุธรรมมีหน้าที่คอยตามประกบอัศวินเข้าไปในโรงหนัง สุธรรมสงสัยแล้วไอ้พวกสมุนที่ประทีปให้ตนหามาจะให้ทำอะไร

“กระจายกันอยู่รอบๆ อาวุธครบมือถ้ามีอะไรผิดพลาด ยังไงสารวัตรอัศวินต้องไม่มีชีวิตกลับไป ไม่อย่างนั้นพวกเราเดือดร้อนแน่”

“สุดท้ายทุกคนมีหน้าที่กันหมด แล้วแกล่ะ” ชวนว่าแล้วมองประทีปอย่างรอคำตอบ

“ฉันมีหน้าที่ล้วงคองูเห่าเอง” พูดไปแล้ว ประทีปอดหวั่นใจไม่ได้...

ทุกอย่างราบรื่นเป็นไปตามแผน ชวนค้นตัวอัศวินตั้งแต่ลงจากรถ ไม่พบอาวุธใดๆ ตอนที่เขาไปซื้อตั๋วหนัง สุธรรมคอยตามไม่ห่างเพื่อให้รู้ว่านั่งตรงไหนจะได้นั่งประกบหลังเอาไว้ อัศวินเจ้าเล่ห์เลือกที่นั่งตรงจุดที่ตัวเองเอาปืนไปซ่อนโดยที่ประทีปกับพวกไม่ได้ระแคะระคายแม้แต่น้อย

จากนั้นไม่นาน ประทีปเข้ามานั่งที่เบาะข้างๆอัศวินถามว่าเงินอยู่ไหน เขาทำจุ๊ปากให้เงียบเสียง ถามว่ารีบหรือ เพิ่งจะฉายหนังตัวอย่างเอง ประทีปขู่อย่าตุกติกไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่เตือน แล้วถามซ้ำว่าเงินอยู่ไหน

“ระหว่างทาง” อัศวินยียวน ประทีปไม่กล้าหือเพราะเกรงกลัวบารมีของเขา

ooooooo

อีกด้านหนึ่งหน้าโรงหนัง พรพรรณยืนรออยู่อย่างกระวนกระวายใจ บวรชวนยิกๆให้ไปซื้อตั๋วได้แล้วเดี๋ยวไม่ทันดูตอนต้นเรื่อง เธอขอให้รอสักครู่หนึ่งก่อน เพิ่งจะฉายหนังตัวอย่างเอง แล้วเหลือบไปเห็นบุญตาจูงจอมวิ่งเข้ามา ขอโทษขอโพยยกใหญ่ที่ปล่อยให้รอ กว่าจะลากพี่จอมมาได้เสียเวลาอยู่นาน

“ทำไมล่ะจอม ไม่อยากดูหนังเหรอ”

จอมแค่ยุ่งๆก็เลยไม่อยากมา ระหว่างนั้นเฉียดกับจำปาตามมาสมทบ เหมือนน้ำมันกับไฟแช็ก บวรกับเฉียดฮึ่มๆใส่กัน จอมต้องเข้าไปขวางไว้ พวกสาวๆ

เห็นท่าไม่ดีรีบดึงคนของตัวเองไปห้องขายตั๋ว อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จ่าจ้อยเดินเตร่ลานตระเวนผ่านมาเห็นจอมกับพวกก็หยุดกึก จ่าฉ่ำ ร้องทักมีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มี แค่เจอคนคุ้นเคยน่ะ”...

ซื้อตั๋วเสร็จจอมขอเข้าห้องน้ำก่อนเข้าไปดูหนัง ระหว่างกำลังทำธุระส่วนตัว จ่าจ้อยเข้ามายืนข้างๆ ชวนคุยโน่นคุยนี่ สุดท้ายวกกลับมาพูดเรื่องที่เขากลายไปเป็นมือซ้ายของสัวกิม พยายามยุให้เขาล้มเลิกการเดินบนถนนสายนักเลง แต่เขาไม่ฟัง รีบตัดบทขอตัวก่อนเดี๋ยวดูหนังไม่ทัน...

ภายในโรงหนัง ประทีปซักจนอัศวินยอมบอกว่าเงินอยู่ในรถ จึงสั่งให้สมุนที่ตามประกบชักปืนออกมาคุมตัวเขาไว้ให้ค่อยๆลุกเดินออกไปอย่าโวยวาย อัศวินเจ้าเล่ห์ขอผูกเชือกรองเท้าก่อน

“ฉันมือเปล่า คนของแกก็ค้นหมดแล้วยันถุงเท้าไม่เจออาวุธ จะกลัวอะไร”

ประทีปสั่งให้อัศวินเร่งมือ แล้วเดินนำออกไปจากโรงหนัง สุธรรมเดินตามทิ้งให้สมุนถือปืนประกบสารวัตรชั่วตามลำพัง เขาก้มลงเหมือนจะผูกเชือกรองเท้า แต่กลับล้วงเอาปืนที่ซ่อนไว้ขึ้นมายิงใส่สมุนที่ไม่ทันตั้งตัวตายสนิท สมุนที่ยืนอยู่ตรงทางออกยังไม่ทันชักปืนก็ถูกสารวัตรชั่วยิงตาย จอม เฉียดและบวรกับพวกสาวๆ พากันก้มหลบ เสียงกรีดร้องดังแข่งกับเสียงปืน ประทีปกับสุธรรมรู้ทันทีว่าแผนแตกรีบวิ่งหนี

อัศวินไล่ตามประทีปออกมาด้านนอก เจอสมุนพร้อมอาวุธกรูกันเข้าหา เขาฝีมือเหนือกว่ายิงพวกนั้นตายเป็นใบไม้ร่วง ประทีปหนีตายออกมาเจอชวนก็ต่อว่าว่าค้นตัวอย่างไร อัศวินถึงได้มีอาวุธ เป็นจังหวะเดียวกับสารวัตรชั่วไล่ตามมาทัน เล็งปืนจะยิงแต่กระสุนหมด เขาโยนปืนทิ้ง สุธรรมตะโกนสั่งสมุน

“จัดการ กระสุนมันหมดแล้ว”

สมุนจะเข้าไปจัดการ แต่อัศวินคว้าปืนในกระถางต้นไม้ยิงใส่หงายหลัง สุธรรมเก็บปืนจากศพสมุนยิงต่อสู้กับอัศวิน โดยมีชวนช่วยยิงสกัด สารวัตรชั่วยิงจนกระสุนหมดจึงต้องถอยเข้าไปในห้องน้ำ สุธรรม ประทีป ชวนและสมุนหลงคิดว่าคราวนี้เขาคงกระสุนหมดจริงๆ พากันรุกไล่เข้าหา...

เฉียดชมชอบความรุนแรงพรวดพราดออกไป บวรไม่ยอมให้เขาสนุกคนเดียวตามไปด้วย พรพรรณเป็นห่วงบวรวานจอมไปดูให้ด้วย เขาจำต้องตามทั้งคู่ไป

ชวนย่ามใจคิดว่าอัศวินหมดพิษสงเดินตามสมุนเข้าห้องน้ำ กลับถูกเขาเอาปืนที่ซ่อนไว้ใต้อ่างล้างมือยิงสมุนตายคาที่ ส่วนชวนถูกยิงขาลากวิ่งหนีเลือดไหลเป็นทางออกมา ประทีปกับสุธรรมต่างหนีตายกันกระเจิง

จ่าจ้อยกับจ่าฉ่ำวิ่งสวนเข้ามาในโรงหนัง ชนเข้ากับเฉียดที่วิ่งออกมา จ่าจ้อยจะชักปืน เฉียดปัดปืนกระเด็น แล้วเข้าคลุกวงใน สองคนฟัดกันอุตลุด จ่าฉ่ำจะยิงก็ไม่กล้ากลัวโดนเพื่อนตำรวจด้วยกัน บวรตามออกมาเห็นเฉียดฟัดกับตำรวจ ไม่อยากยุ่งด้วยวิ่งเลยออกไป จอมพยายามจะแยกเฉียดที่ต่อยจ่าจ้อยไม่หยุดออก เขากลับหันมาเล่นงานคนห้ามแทน จ่าจ้อยเป็นอิสระหยิบปืนขึ้นมาเล็งใส่ทั้งคู่ สั่งให้หยุดได้แล้ว เฉียดได้สติหยุดชก

“บ้าเลือดอะไรขึ้นมา” จอมต่อว่าเฉียดไปพลางเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเองไปด้วย

ooooooo

ประทีปกับสุธรรมวิ่งหนีการไล่ล่าของอัศวินมาตามถนนโดยมีชวนลากขาที่โชกไปด้วยเลือดตามหลังพลางร้องเรียกให้รอด้วย สุธรรมจะย้อนกลับมาช่วยแต่ประทีปทักท้วงขืนหิ้วเขามาด้วยจะพลอยตายกันหมด ตัดสินใจหันไปยิงขาชวนอีกข้างเพื่อซื้อเวลาให้ตัวเอง แล้ววิ่งหนี

สุธรรมเห็นอัศวินเลี้ยวหัวมุมตามมาไกลๆจำใจทิ้งเพื่อน รีบวิ่งตามประทีป ชวนหันไปเห็นความตายใกล้เข้ามาพยายามลากขาหนี อัศวินหยิบปืนที่ซ่อนไว้ตามทางแล้วไล่ตามชวนจนทัน ยืนคร่อมหัวเอาปืนขู่ให้บอกว่าพวกมันเป็นใคร ชวนส่ายหน้าดิกไม่รู้ไม่เห็น ยกมือไหว้ร้องขอชีวิต อัศวินเหี้ยมเกินคนยิงทิ้งหน้าตาเฉย

บวรวิ่งมาด้านหลัง สารวัตรชั่วหันขวับเอาปืนจ่อ บวรรีบแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกชายนายหัวบ้วน เขาถึงได้ลดปืนลง บวรมองร่างไร้วิญญาณของชวน นี่ต้องเอาถึงตายเลยหรือ เขาอ้างมันขัดขืนต่อสู้เจ้าพนักงาน

“ไม่มีปืน” ว่าแล้วบวรหยิบปืนที่เหน็บเอวตัวเองยัดใส่มือชวนเป็นจังหวะเดียวกับจ่าจ้อยและจ่าฉ่ำวิ่งมาทันตะโกนเตือนให้วางอาวุธ ครั้นจ่าจ้อยเห็นเต็มตาว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของตัวเองถึงกับตะลึง

“สารวัตร...นี่มันอะไรกัน” จ่าจ้อยมองชวนที่นอนจมกองเลือด บวรช่วยเป็นพยานเท็จให้อัศวิน

“ผมเห็นคาตาเลย มันพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ”...

จอมกับเฉียดถูกจับมาขังไว้บนโรงพัก แทนที่จะสำนึก เฉียดกลับหาเรื่องชกต่อยกับอันธพาลที่ถูกขังในห้องขังเดียวกันจนอีกฝ่ายสลบคาเท้า แล้วหยิบไม้ขีดไฟคาบมุมปากเดินมานั่งไม่ไกลจากเพื่อนเคยซี้นัก จอมเห็นเพื่อนเปลี่ยนไปเป็นคนเลือดร้อน มุทะลุดุดันก็พยายามเตือนแต่เขาไม่สนใจ จังหวะนั้น จำปากับบุญตาเข้ามาเยี่ยม จอมชะเง้อมองไปด้านหลัง บุญตารู้เท่าทันความคิดของเขา

“เขาไม่มาหรอก พรพรรณใช่ไหม” บุญตาเห็นสีหน้าสลดของจอมก็ได้แต่มองสงสาร...

ด้านอัศวินพยายามจะใช้ตำแหน่งสารวัตรบีบให้คดีที่จ่าจ้อยเป็นเจ้าของคดีกลายเป็นการขัดขืนการจับกุม แต่จ่าจ้อยไม่ยอมเนื่องจากมีคนตายมากเกินไป เขาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว บวรลูกนายหัวบ้วนเป็นพยานให้ได้ จ่าฉ่ำอดซักไม่ได้ว่าเขาไปจับอะไรแถวนั้นตามลำพัง เขาไม่ยอมตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น

ooooooo

เนื่องจากคนเกี่ยวข้องกับคดีเป็นถึงตำรวจมียศตำแหน่งสูง ผู้การคำรณจึงลงมาสอบสวนด้วยตัวเอง อัศวินอ้างว่ารู้จากสายว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดก็เลยเข้าขอตรวจค้นทำการจับกุมแต่ผู้ต้องหาขัดขืนจึงเกิดยิงปะทะกันขึ้น เขาแค่ต่อสู้ป้องกันตัวเอง ถ้าไม่เชื่อถามลูกชายนายหัวบ้วนซึ่งยินดีเป็นพยานให้

แม้อัศวินจะแก้ต่างได้เป็นฉากๆ แต่ผู้การคำรณต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะมีประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่โดนลูกหลงไปด้วย อัศวินไม่พอใจอยากจะสอบสวนอะไรก็เชิญตามสบาย...

สืบสวนเบื้องต้นไม่พบว่าเฉียดกับจอมมีส่วนเกี่ยวข้อง จ่าจ้อยจึงปล่อยตัวไป แต่ไม่วายเตือนจอมถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าเดินตามสัวกิมเลย จอมตัดสินใจบอกข่าวดีกับจ่าจ้อยว่าตนกำลังจะกลับไปเรียน เขาดีใจกับจอมด้วย จ่าฉ่ำกระเซ้านี่ติดคุกคืนเดียวสำนึกเลยหรือ

“ผมไม่อยากทำให้แม่เสียใจมากกว่า”

ในเวลาเดียวกัน แจ่มออกไปหลังบ้านเตรียมตัวจะไปขายของ ถูกสิชลลอบเข้ามาทางด้านหลังล็อกแขนแล้วจับกดน้ำในตุ่ม เธอพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดแต่สู้แรงคนสาวไม่ได้ สิชลต้องชะงักเมื่อมีเสียงเรียกแจ่มดังขึ้น เจิมหาแว่นตาไม่เจอร้องถามเมียรักว่าเห็นบ้างหรือเปล่า

เสียงเจิมดังใกล้เข้ามาทำให้สิชลดึงหัวแจ่มขึ้นจากน้ำกระแทกกับขอบตุ่มสามสี่ทีจนเลือดอาบหน้า

เจิมเดินพ้นประตูหลังบ้านมาเห็นเมียรักนอนจมกองเลือดร่างเปียกน้ำชุ่มไปหมดก็ตกใจรีบเข้ามาประคอง...

ขณะที่แจ่มถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จอมชวนบุญตาไปช่วยเลือกซื้อชุดนักเรียนช่างกลชุดใหม่ เขาพยายามปีนหยิบเสื้อขาวจากชั้นในร้านขายเสื้อ แต่เอื้อมไม่ถึง ต้องเอาเก้าอี้มาต่อ เก้าอี้เจ้ากรรมดันขาเกทำให้เขาเสียหลักพาลดึงเสื้อตัวอื่นร่วงลงมาจากชั้นเป็นแถบๆ...

แจ่มอาการหนักหนาสาหัส สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงนานเกินไปทำให้สมองตาย โดยหลักการหมอถือว่าเสียชีวิตไปแล้วที่อยู่ได้ก็ด้วยเครื่องช่วยหายใจ

เจิมถึงกับพูดไม่ออก แขนขาหมดเรี่ยวแรงนั่งแปะกับเก้าอี้...

ทางฝ่ายประทีปยังไม่ละความพยายามที่จะรีดเงินจากอัศวิน สุธรรมเตือนเห็นความโหดเหี้ยมของเขาเมื่อวานนี้แล้วยังไม่เข็ดอีกหรือ ประทีปไม่เข็ดเงินตั้งมากมายจะทำให้เราสบายไปทั้งชาติ...

การเทียวไล้เทียวขื่อตามรับตามส่งพรพรรณของบวรสัมฤทธิผลจนได้ เธอใจอ่อนตกลงใจจะคบหาดูใจกับเขา แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะกระทบกับความเป็นเพื่อนของเขากับจอม บวรไม่คิดว่าจะมีอะไรกระทบเพราะแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย...

ทางด้านจอมกลับเข้าบ้านพร้อมด้วยชุดนักเรียนในมือหวังจะอวดแม่ให้ได้ชื่นใจ กลับเจอพ่อนั่งดื่มเหล้าตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนัก เขาถามถึงแม่ไปไหนหลับแล้วหรือ เจิมพยักหน้า แจ่มหลับแล้วไม่รู้จะตื่นขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ จอมใจคอไม่ดีพ่อพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เจิมระเบิดอารมณ์ใส่

“หมายถึง...เพราะไอ้ลูกชั่วๆอย่างเอ็งน่ะสิที่ทำให้แม่เอ็งต้องเป็นอย่างนี้ไอ้จอม เอ็งกลับมาทำไม...ทำไมไม่ตายๆไปซะ เอ็งกลับมาทำไม” เจิมตบตีลูกไม่ยั้ง จอมใจเสียถามว่าแม่เป็นอะไร ใครทำอะไรท่าน

“แม่เอ็งไม่อยู่ที่นี่แล้ว เข้าใจไหมไอ้สารเลว”...

หลังจากเยี่ยมแม่แล้ว จอมไปหาสัวกิมที่บ้านเพื่อขอกลับมาทำงานอย่างเดิมเนื่องจากไม่มีใครให้ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ส่วนเรื่องเรียนก็คงต้องพับฐานไปเพราะไม่รู้จะเรียนไปเพื่อใคร สัวกิมทำตัวเป็นเจ้านายผู้แสนดีอาสาจะออกค่ารักษาพยาบาลแจ่มให้เอง

“เรื่องแม่เรา ฉันว่าไม่ไอ้นายหัวบ้วนก็เสี่ยเฮง” สัวกิมเลวได้ใจ กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องยังเที่ยวโยนความผิดให้คนอื่นอีก ตองมองหน้าเจ้านายเหมือนจะเดาอะไรออก...

ที่บ้านเสี่ยเฮง เฉียดรู้เรื่องที่แม่ของจอมถูกทำร้ายอาการโคม่า ก็ตาขวางชี้หน้ากราดปอมกับเต้ยคิดว่าเป็นคนทำ เสี่ยเฮงต้องตบมือเขาลงเตือนว่าเรื่องไร้สาระ เขาจะไปยุ่งเรื่องนี้ทำไม สู้มาสนใจว่าสัวกิมจะฮั้วกับเราซัดนายหัวบ้วนไปถึงไหนแล้วไม่ดีกว่าหรือ ปรากฏว่าทางนั้นยังเงียบ เสี่ยเฮงสั่งให้เต้ยไปสะกิดให้คิดเร็วๆ

“ช้านักเดี๋ยวเสี่ยก็ไปจับกะไอ้บ้วนซัดมันซะหรอก”...

เต้ยกับปอมติดใจรสสวาทของจำปาหรือที่เรียกกันในซ่องว่ากระดังงา แวะมาเที่ยวซ่องหวังจะขึ้นห้องพร้อมกันสองคน แต่อัศวินมาฉกเธอตัดหน้าไปเสียก่อน สองหนุ่มถึงกับเซ็ง

ooooooo

เป็นอย่างที่ตองคาดเดาไม่มีผิดเพี้ยน สัวกิมยอมรับว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังการที่แจ่มถูกทำร้าย อ้างว่ามือดีๆอย่างจอมหายาก ถ้าได้ไว้ใช้งานก็วางใจได้ จึงไม่อาจปล่อยไปได้ สิชลขอโทษด้วยที่จัดการไม่ได้คาที่

“แบบนี้แหละดีแล้ว...แล้วได้ส่งดอกไม้ไปรึยัง”

สิชลยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำตามสั่งเรียบร้อยแล้ว ตองมองอย่างสนใจว่าทั้งคู่คิดจะทำอะไรกันแน่...

เฉียดกับบวรใจตรงกันมาเยี่ยมแม่ของจอมพร้อมกัน ทั้งคู่ยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเหมือนเดิม จอมต้องคอยกันๆ เอาไว้ อีกทั้งยังขอร้องทั้งคู่อย่าตีกันเลย อย่างน้อยก็ให้เห็นแก่แม่ของตน เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา เฉียดกับบวรก็ขอตัวกลับ จอมเดินมาส่งทั้งคู่ถึงลานจอดรถ บวรเห็นเฉียดเดินไปไขกุญแจรถเก๋งก็แดกดันทันที

“อื้อฮือ เสี่ยเฮงเลี้ยงดีนี่หว่า อาหารเม็ดหรืออาหารกระป๋อง”

เฉียดเดินกลับมาหาอย่างเอาเรื่อง จอมต้องเข้าไปกันตรงกลางไว้ สองคนยังคงฮึ่มๆใส่กันจะฟัดกันให้ได้ บวรไม่วายถามเฉียดจะเอาอย่างไรดี

“คราวหน้าดีไหม เจอกันตรงไหนไม่ต้องพูดใส่กันเลย”

“ตามนั้นเพื่อน...จอม ขอให้น้าแจ่มฟื้นนะ” บวรขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ จอมพยักหน้าก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน บวรโบกมือให้แล้วเร่งเครื่องออกไป เฉียดขอให้จอมดูแลแม่ดีๆ คนที่ทำร้ายท่านคงไม่ทิ้งไว้อย่างนี้แน่ จอมขอบใจเขามากที่เป็นห่วง เฉียดยิ้มๆ แล้วขึ้นรถขับออกไป บุญตาเดินสวนเข้ามาพอดีถามว่านั่นเฉียดใช่ไหม จอมพยักหน้า จากนั้นพาเธอไปเยี่ยมแม่ด้วยกัน...

ครั้นจอมกับบุญตามาถึงหน้าห้องพักฟื้นผู้ป่วยรวม เจิมเดินหน้าเครียดออกมาต่อว่าว่ายังไม่พออีกหรือต้องให้แม่ขาดใจตายไปต่อหน้าใช่ไหม จอมงงไม่เข้าใจพ่อพูดเรื่องอะไร เจิมอธิบายว่ามีคนรู้จักกับจอมส่งดอกไม้มาให้ แล้วชี้ไปที่เตียงผู้ป่วยของแม่ ปรากฏว่าไม่ใช่กระเช้าดอกไม้แต่เป็นพวงหรีด แถมไม่มีใครเห็นว่าใครเป็นคนเอามาส่ง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ จอมแค้นมาก ตั้งใจมั่นจะต้องเอาตัวคนทำร้ายแม่มาลงโทษให้ได้...

ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวน อัศวินถูกสั่ง พักราชการ ขณะกำลังเก็บของใช้บางส่วนใส่ลัง ประทีปโทร.มานัดแนะส่งมอบเงินแลกกับเอกสารสำคัญอีกครั้ง ส่วนเมื่อไหร่ที่ไหนจะแจ้งไปอีกที...

คนอย่างอัศวินไม่ให้ใครมาล้วงคอง่ายๆ ตัดสินใจไปหานายหัวบ้วน นอกจากจะมาขอบใจที่บวรให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีของตนแล้ว ยังมาขอความช่วยเหลือด้านกำลังคนจากเขาอีกด้วย รับปากว่าหากเสร็จงานนี้เมื่อไหร่ เขาอยากให้ตนทำอะไรจะทำให้ทุกอย่าง คนอย่างตนใครทำอะไรไว้ให้จะจำไม่ลืม นายหัวบ้วน ยินดีให้ความช่วยเหลือ อัศวินต้องการคนกี่คนให้บอกมาได้เลย

“มันต้องอย่างนี้สินายหัว ผมเลือกขาไม่ผิดจริงๆ แล้วนี่ลูกชายไปไหน”

นายหัวบ้วนหันมองนัทอย่างรอคำตอบ ได้ความว่าจะไปเที่ยวผู้หญิงกับเตี้ย...

บวรกับเฉียดเกิดใจตรงกันไปเที่ยวซ่องของกานดาเหมือนกัน ทันทีที่เจอหน้า ทั้งคู่ตะโกนทักทายยกมือยกไม้ ให้อย่างดิบดี จากนั้นต่างกำหมัดพุ่งเข้าใส่กันราวกับโกรธมาแต่ชาติปางก่อน

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 5 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 9 มิ.ย. 2560 08:40 2017-06-12T01:53:42+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ