ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

เฉียดพาจำปามาที่ร้านทองที่มีทองรูปพรรณให้เลือกละลานตา เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักถามเขาว่ามีเงินหรือถึงได้พามาที่นี่ เขาจะได้งานพิเศษทำแล้ว อีกไม่นานคงซื้อให้เธอได้ แต่ขอให้เลือกแบบไว้ก่อน จำปาไม่อยากได้ ไม่อยากให้ต้องลำบากหาเงินมาซื้อให้ ชวนเขากลับ เฉียดยื้อไว้

“เอาน่า สมมติเฉยๆ อยากได้วงไหน”

จำปาไม่อยากขัดใจเฉียด ดูในตู้ทองอยู่อึดใจชี้แหวนวงที่ตัวเองชอบ จากนั้นทั้งคู่พากันกลับออกมา...

ด้านตองยังคงทำหน้าที่ฝึกจอมอยู่ที่ลานหน้าบ้านสัวกิม เขาสมาธิหลุดเมื่อเห็นสิชลเดินเข้ามากับเจ้านาย จอมเห็นสายตาที่เหมือนหมามองเครื่องบินของเขาก็รู้สึกเห็นใจแต่ก็ทำได้แค่เป็นกำลังใจให้ สัวกิมจะมาแจ้งให้รู้ว่าพรุ่งนี้อัศวินนัดกินข้าวที่เหลา ให้จอมไปด้วยก็ได้ถ้าไม่ติดเรียน ชายหนุ่มไม่ได้ไปไหนยินดีไปด้วย

“บอกพี่น้องเราให้พร้อม ตื่นตัวด้วย” สัวกิมสั่งเสียงกร้าว

ตองไม่คิดว่าจะมีใครกล้า ในเมื่ออัศวินออกหน้าเป็นเจ้ามือเอง สัวกิมไม่ไว้ใจ ระวังตัวไว้ก่อนดีที่สุด...

ตกค่ำ ซ่องของกานดาคึกคักเป็นพิเศษเพียงแต่ไม่ค่อยมีพวกกระเป๋าหนัก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกลิ่วล้อ เต้ยกับปอมก็เป็นหนึ่งในนั้น เริงระริกระรี้อยากได้ กานดาไม่สนับสนุนเพราะอยากให้เธอได้กับพวกเงินถุงเงินถัง เหลือบไปเห็นจำปาเดินมาส่งลูกค้าจัดแจงหันไปพูดกับเต้ยว่ามีใครประจำหรือเปล่า

“ไม่มีเพิ่งมาครั้งแรก”

กานดาจึงยัดเยียดทั้งเต้ยและปอมให้จำปาโดยไม่สนใจว่าเธอจะรับแขกไปแล้วสามรอบ เนื่องจากไม่ได้เป็นคนโปรดอีกแล้วเธอก็เลยไม่กล้าขัดคำสั่ง...

ฝ่ายเฉียดซ้อมมวยกับหุ่นไม้อย่างเอาจริงเอาจังเพราะต้องการจะเดินบนเส้นทางนี้เต็มตัว ซ้อมจนเหนื่อยหอบแทบหมดแรงก็หยุดพัก หยิบกล่องใส่แหวนทองวงที่จำปาชี้ขึ้นมาเปิดดูพร้อมกับยิ้มภูมิใจ เป็นจังหวะเดียวกับเต้ยและปอมกลับจากเที่ยวซ่องเข้ามาเห็นแหวนในมือเขา ร้องทักว่าเงินที่เบิกเสี่ยล่วงหน้าเอาไปซื้อแหวนวงนี้หรือ ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ เต้ยกระเซ้าผู้หญิงที่ไหนโชคดีจริงๆ

“ผมต่างหากที่โชคดี” เฉียดนึกถึงจำปาก็อดยิ้มไม่ได้ ปอมเตือนเบิกเงินไปแล้วพรุ่งนี้ห้ามเบี้ยว ออกงานครั้งแรกด้วย เต้ยไม่คิดว่าจะมีอะไรเพราะนัดกินข้าวกันที่เหลาแค่ระวังตัวไว้ก็พอ...

ในเวลาต่อมา เฉียดเอาแหวนวงนี้สวมนิ้วให้จำปาซึ่งมองอย่างตื้นตันดีใจแม้จะไม่เห็นด้วยนัก แล้วขอตัวไปอาบน้ำก่อน เขาเห็นเธอเดินกะเผลกๆ ถามว่าเป็นอะไร เธอโกหกว่าก้าวขึ้นบันไดพลาดกล้ามเนื้อก็เลยเจ็บทั้งที่เกิดจากรับแขกมากเกินไป ครั้นเข้าห้องน้ำปิดประตูรอยยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นน้ำตาท่วม จำปาตักน้ำในตุ่มราดตัวเองทั้งที่สวมเสื้อผ้า เอาสบู่ถูๆๆๆรังเกียจคราบคาวบนเรือนร่างตัวเอง

ooooooo

จอมสวมชุดช่างกลออกจากบ้านโดยไม่ลืมเอาเสื้อผ้าชุดอื่นยัดใส่เป้ไว้ด้วย เขาต้องแสร้งว่าตัวเองไปเรียนหนังสือเพื่อไม่ให้พ่อกับแม่สงสัย...

เมื่อถึงเวลานัดหมาย มีเพียงเสี่ยเฮงเท่านั้นที่นั่งอยู่ตรงหน้าอัศวิน และทำท่าจะไม่รอขอสั่งอาหารมากินก่อนเนื่องจากมั่นใจว่าไม่มีใครกล้ามาสู้หน้ากับตน อัศวินต้องขอร้องให้รอกินพร้อมๆกัน

อีกมุมหนึ่งที่ลานจอดรถหลังร้านอาหาร คณะของบ้วนมาถึงแล้ว แต่ยังจัดขบวนกันอยู่ มีพ่อครัวยกเข่งผักออกมา บวรชักปืนขู่พ่อครัวตกใจถอยกรูกลับเข้าข้างใน บ้วนตบกบาลลูกชายหน้าคะมำ ด่าซ้ำใครใช้ให้เอาปืนมา เจตนาของอัศวินไม่ต้องการให้พระนครมีเสียงดัง ไล่ให้เอาปืนไปเก็บในรถ...

ขณะผู้การคำรณกำลังนั่งทำงานอยู่ ประทีปโทรศัพท์จากโรงแรมที่พักมาเตือนว่าวันนี้เป็นวันที่อัศวินนัดเจ้าพ่อทั้งสามก๊กไปกินข้าวที่เหลาแห่งหนึ่ง ท่านตั้งข้อสังเกตนัดกันครบหน้าขนาดนี้ไม่น่าจะนัดแค่กินข้าวเท่านั้น ประทีปขอกำลังสนับสนุนเพราะลำพังตัวเองคงไม่มีปัญญาไปทำอะไรได้

“อย่าเพิ่ง ผมต้องการหลักฐานจัดการกับอัศวินแล้วก็รวบพวกตัวใหญ่ๆมากกว่า”

ประทีปบ่นอุบทำแบบนี้เท่ากับส่งเขาไปตาย ผู้การคำรณดักคอ ก่อนมาเป็นตำรวจเราก็สาบานตนแล้วไม่ใช่หรือ หากผิดคำสาบาน ทรยศต่อน้ำพิพัฒน์สัตยาไม่ตายดีแน่

“เบียดเข้าไปให้ได้ หาให้เจอ อะไรพอที่จะเป็นหลักฐานมัดตัวพวกมันได้”...

คณะของบ้วนยกกันเข้ามาในร้านทำเอาลูกค้ารายอื่นพากันแตกตื่นรีบเช็กบิล ครั้นมาถึงโต๊ะจัดเลี้ยง บวรเห็นเฉียดยืนอยู่ด้านหลังเสี่ยเฮงก็พยักหน้าให้ เขาพยักหน้าตอบตามมารยาท อัศวินเชิญบ้วนนั่งเก้าอี้ด้านซ้ายของตัวเอง โดยที่เสี่ยเฮงนั่งรอท่าอยู่ทางด้านขวาแล้ว สองเจ้าพ่อแขวะกันข้ามหัวอัศวินไปมา คนอยู่ตรงกลางได้แต่ส่ายหน้าเซ็ง...

เฉียดอยู่ที่อ่างล้างมือ ตอนที่บวรเดินตรงไปที่ช่องปัสสาวะพลางเตือนว่าเลือกทางดีแล้วหรือถึงได้ไปเข้าพวกกับเสี่ยเฮงซึ่งอาจจะทำให้เราสองคนไม่ลงรอยกันได้ เฉียดจะพยายามไม่ไปก้าวก่ายงานของเขา บวรออกตัวถนนสายนักเลงแคบมาก ตนกลัวจะไปเหยียบเท้าเฉียดเข้า

“ไม่ต้องห่วงเรายกเท้าสูง ระวังจะเหยียบหน้ากันดีกว่า” เฉียดไม่วายยียวน

“อยากรู้เหมือนกันนะ ถ้าเล่าเรื่องนี้ให้จอมฟังมันจะว่ายังไง”...

คนที่บวรพูดถึงเดินนำหน้าสิชลกับตองเข้ามาในเหลาโดยมีสัวกิมอยู่กลางวงสมุนราวกับไข่ในหิน อัศวินถอนใจโล่งอกในที่สุดก็มากันครบสักที ยังไม่ทันจะอ้าปากเจรจา เจ้าพ่อทั้งสามก๊กเปิดฉากกระแนะกระแหนกันไปมาเสียงขรมไปหมด อัศวินทนไม่ไหวสั่งให้เงียบ

“เชิญทุกท่านนั่งลงกินข้าวกันให้ใจเย็นก่อน แล้วค่อยคุยกันหลังมื้ออาหารดีไหม”

สามเจ้าพ่อสงบปากสงบคำกันได้ จอมมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง พลันสายตาไปปะกับเฉียดและบวรที่เพิ่งออกจากห้องน้ำต่างฝ่ายต่างแปลกใจ จากนั้นต่างแยกย้ายไปยืนอยู่ด้านหลังเจ้านายของตน

ooooooo

ประทีปเฝ้าดูอยู่ด้านหลังเหลาแห่งนี้สักพักก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเล็ดลอดเข้าไปด้านในจนได้ โดยแฝงตัวมาให้คราบบ๋อยยกอาหารออกมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะของอัศวิน อยู่ๆสัวกิมร้องทักกินเลี้ยงทั้งทีน่าจะมีโชว์ดีๆให้ดูกัน ถ้าอัศวินไม่ว่าพวกเราสามก๊กจะมีโชว์เล็กๆน้อยๆเป็นของขวัญให้

“อ่ะๆๆ เอายังไงก็เอา”

สัวกิมพยักพเยิดให้ตองออกไปร่ายรำมวยด้วยท่วงท่าสวยงามแต่แฝงไปด้วยความดุดัน เสี่ยเฮงเองก็ส่งสัญญาณให้เต้ยออกไปแสดงท่าร่ายรำดุดันไม่แพ้เพลงมวยของตองเช่นกัน ร่ายรำไปร่ายรำมากระทบกระทั่งมีเรื่องท้าตีท้าต่อยกันจนได้ จังหวะหนึ่งทั้งคู่เซเข้าหาบ้วนหวิดจะโดนลูกหลง โชคดีที่เตี้ยกันเอาไว้ทัน เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า ก๊กของบ้วนส่งเตี้ยเข้าประลองฝีมือด้วย

ทุกคนมัวแต่สนใจการประลองสามเส้า เปิดโอกาสให้ประทีปทำทีวางจานอาหาร แต่พอตอนชักมือออกเขี่ยกุญแจรถของอัศวินหล่นจากโต๊ะ เขาเอารองเท้ารับไว้ทันแล้วเดินลากขาเขี่ยกุญแจรถของอัศวินออกไปด้วย จากนั้นตรงไปยังลานจอดรถด้านหลังเอากุญแจลองไขรถอยู่สองสามคันก็เจอคันเป้าหมาย ประทีปรื้อค้นในรถไปพลางคอยชะเง้อมองไปที่ประตูร้านเป็นระยะๆกลัวใครจะมาเห็น

อัศวินปล่อยให้ตีกันพอหอมปากหอมคอก็เอาช้อนเคาะกับขวดเป็นสัญญาณให้หยุดต่อสู้ มากินอาหารกันดีกว่าเดี๋ยวจะเย็นชืดหมด เสี่ยเฮงแปลกใจหรือว่าโชว์ไม่สนุก อัศวินสนุกแต่ออกจะรุนแรงเกินไปหน่อย

“รุ่นใหญ่ตีกันมันก็ต้องมีถึงเลือดถึงเนื้อกันบ้าง” สัวกิมออกตัว เสี่ยเฮงเสนอให้ส่งรุ่นเล็กสุดออกมาประลองกัน สัวกิมส่งจอมเข้าประกวด ส่วนเสี่ยเฮงส่งเฉียดขณะที่บ้วนมอบหน้าที่นี้ให้บวร เพื่อนซี้สามคนออกมายืนเป็นสามเหลี่ยมอยู่กลางเหลาเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน จอมขอให้เฉียดถอยออกมา เขาทำไม่ได้รับเงินเสี่ยเฮงมาแล้ว บวรไม่อยากทำให้พ่อผิดหวังจึงถอยไม่ได้ จอมอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

“เราก็ไม่เหลือทางให้เลือกเดินแล้วเหมือนกัน”

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชม สัวกิมโยนมีดดาบตัดส่วนปลายหัวออกลงไปกลางวง เป็นมีดเล่มเดียวกับที่เขาโยนให้จอมกับเฉียดตอนที่จับตัวทั้งคู่ไว้ สามหนุ่มสามก๊กยังไม่ทันจะห้ำหั่นกัน มีเสียงประทัดแตกดังหูดับตับไหม้ขึ้นกลางวง ทั้งสามคนต่างโดดหนี โหน่งเดินเมากรึ่มเข้ามาพร้อมกับลูกน้องจับกัง ตะโกนเรียกเด็กเสิร์ฟมารับออเดอร์ สัวกิมหันมองสิชลประมาณว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เธอส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง

“น้อง วันนี้ที่นี่เขามีจัดเลี้ยงกัน” อัศวินพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ แต่โหน่งไม่เย็นด้วย ชี้หน้ากล่าวหาเฉียดว่ายิงลูกน้องของตนตายจะต้องชดใช้ เสี่ยเฮงรำคาญสั่งให้สมุนลากตัวป่วนนี่ออกไป เต้ยกับปอมยังไม่ทันถึงตัว โหน่งเปิดเสื้อออกเผยให้เห็นระเบิดทีเอ็นทีแท่งใหญ่เรียงไว้เต็มตัวรวมกับประทัดยักษ์

“ประทัดตับเมื่อครู่นี้คงดังไม่พอ สนใจตับนี้ไหม”

อัศวินพยายามขอร้องให้พูดจากันดีๆอย่าทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต โหน่งแค่ต้องการเฉียดเท่านั้นแล้วจุดไฟแช็กทำท่าจะจุดชนวนระเบิด เฉียดไม่อยากให้คนอื่นต้องเจ็บตัวจึงท้าประลองหมัดมวยกับโหน่งตัวต่อตัว จากนั้นสองหนุ่มพุ่งเข้าหากัน แลกหมัดกันอุตลุด ทีแรกเฉียดเพลี่ยงพล้ำถูกโหน่งอัดลงไปกอง แต่ด้วยฝีมือที่ด้อยกว่า สุดท้ายกลายเป็นโหน่งที่เป็นฝ่ายโดนเฉียดเล่นงานหมดสภาพ

“พาลูกพี่แกออกไปเล่นกันข้างนอกไป...ในนี้พวกผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”

ooooooo

ประทีปยังคงค้นในรถของอัศวินให้คว่ักในที่สุดเจอเอกสารปึกใหญ่ซุกอยู่ใต้เบาะรถด้านหลังโดยไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไรบ้าง รู้แค่ว่าต้องสำคัญมาก เจ้าของถึงซ่อนไว้มิดชิดขนาดนี้...

ขณะที่ประทีปได้สิ่งที่ต้องการเรียบร้อย ที่ด้านหน้าเหลา เตี้ย นัทกับบวร ตอง สิชลและจอมรวมทั้งเต้ย ปอมกับเฉียดเดินออกมารออย่างสงบและเป็นระเบียบ ราวกับสุนัขโดเบอร์แมนรอคำสั่งเจ้านาย ระหว่างที่เจ้านายทั้งสามกำลังเจรจาความอยู่กับอัศวิน...

ภายในเหลา เจ้าพ่อทั้งสามกำลังนั่งผึ่งพุงหลังจากกินอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญ บ๋อยทยอยยกจานอาหารออกจากโต๊ะ ประทีปในคราบบ๋อยทำทีเข้ามายกจานที่อยู่ใกล้ๆอัศวินแล้วแกล้งทำช้อนหล่น ตอนก้มเก็บช้อนเขาเอากุญแจรถของอัศวินวางไว้กับพื้น แล้วยกจานออกมา อัศวินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“ทำไมไม่อยู่กันอย่างสงบเหมือนแต่ก่อน ใครใคร่ค้าอะไรก็ค้ากันไป ไหนๆก็กินข้าวร่วมโต๊ะกันแล้วพูดคุยกันดีๆ ไม่ดีกว่าหรือ” อัศวินพูดยังไม่ทันขาดคำ สามเจ้าพ่อก็ฮึ่มๆ ใส่กันอีก

นายตำรวจใหญ่ต้องขอร้องให้ฟังก่อน ใครเป็นคนเริ่มเขาไม่รู้ แต่ถ้าพวกเราไม่ไว้ใจกันเรื่องก็ไม่จบ แล้วเอาปืนสามกระบอกสามชนิดวางลงบนโต๊ะจีน ผลักให้โต๊ะหมุน เจ้าพ่อแต่ละคนคว้าปืนไปคนละกระบอก ครั้นวางกระสุนไว้อย่างละหนึ่งนัด ต่างก็คว้ากระสุนแต่ไม่ตรงกับปืนที่ตัวเองได้ อัศวินเปรียบเปรยให้ฟังว่าหากต่างคนต่างอยู่ปืนกับกระสุนที่ตัวเองถือไว้ก็ไร้ประโยชน์เอาไปทำอะไรไม่ได้

“แต่ถ้าเราฮั้วกันแลกกระสุนกันใครที่ไม่เอาด้วยก็ตายเปล่า สามัคคีคือพลังไม่เข้าใจเหรอ กลับไปคิดดูกันนะ ใครไม่เอาด้วยกับผมแล้วจะหาว่าไม่เตือน ผมไม่ยอมถูกย้ายจากอู่ข้าวอู่น้ำของผมเด็ดขาด อย่าบังคับให้ผมต้องเลือกข้าง พวกเราควรจะเป็นข้างเดียวกัน” พูดจบอัศวินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองหากุญแจรถบนโต๊ะแต่ไม่เห็น รีบก้มดูพบมันตกอยู่ใต้โต๊ะ รู้สึกแปลกใจชอบกล

สามเจ้าพ่อต่างมองปืนกับกระสุนในมือตัวเอง บ้วนได้ปืนลูกซองแต่ได้กระสุนแม็กนั่ม เสี่ยเฮงได้ปืนลูกโม่แต่ได้กระสุนลูกซอง ส่วนสัวกิมได้ปืนแม็กนั่มแต่กลับได้กระสุนลูกโม่

ooooooo

สัวกิมนั่งมองกระสุนลูกโม่ที่ได้มาจากอัศวินเมื่อวานนี้แต่ปืนที่ได้กลับเป็นปืนแม็กนั่ม ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรกับมันดี สุดท้ายตัดสินใจมอบกระสุนนัดนั้นให้จอม

“หาทางเอาไปให้เสี่ยเฮงอย่างสันตินะ คนอย่างเสี่ยเฮงมันรู้ความหมายดี...ตอง ฝากดูแลเด็กมันด้วย”

เสี่ยเฮงเองก็นั่งมองปืนลูกโม่ในมือตัวเองกับกระสุนลูกซองที่ได้มาจากอัศวิน บ่นอุบปืนกับกระสุนที่เข้ากันไม่ได้ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี เหลือบเห็นเฉียดในชุดนักเรียนช่างกลเดินเข้ามา ขอบใจเขามากที่เมื่อวานไม่ทำให้ตนเสียหน้า แล้วซักว่าไปยิงน้องมันตอนไหน เมื่อไหร่ แม้จะจำได้แต่เฉียดกลับโกหกว่าไม่แน่ใจ

“ใช่ตอนที่ไอ้พวกบุกมาเผาน้ำมันหรือเปล่า” ปอมตั้งข้อสังเกต เฉียดส่ายหน้าทันทีว่าไม่ใช่ เสี่ยเฮงแนะให้เฉียดลาออกจากโรงเรียนแล้วมาอยู่กับตนสบายกว่าเยอะ ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ เสี่ยเฮงมองปืนในมืออีกครั้งก่อนจะเอายัดใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาล...

ด้วยความที่ต้องแฝงตัวเป็นคนชั่วมานาน ประทีปเริ่มแยกแยะความดีความชั่วไม่ออก แทนที่จะเอาหลักฐานที่ได้จากในรถอัศวินมอบให้ผู้การคำรณกลับบอกว่าไม่เจอหลักฐานอะไรหวังจะเก็บไว้แบล็กเมล์...ฝ่ายอัศวินเพิ่งจะเอะใจ ลองค้นรถดูถึงได้พบว่าเอกสารสำคัญหายไปถึงกับใจเสีย...

ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เฉียด จอมและบวรมาเจอกันโดยบังเอิญ บวรต่อว่าเพื่อนทั้งสองคนที่รู้ทั้งรู้ว่าตนเป็นลูกของบ้วนหนึ่งในเจ้าพ่อก็ยังไปเข้ากับฝ่ายคู่แข่ง เฉียดระบายความอัดอั้นใจให้ฟังว่าตนยิงน้องของจับกังคนนั้นตายขณะที่มันใส่เสื้อช็อปของจอมอยู่ ตนไม่ได้บอกเสี่ยเฮงเพราะกลัวจอมจะพลอยซวยไปด้วย จอมยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องการเผาน้ำมัน เสื้อช็อปนั่นหายไปหลายวันแล้ว

“ไม่รู้เรื่องเหมือนที่นายไปยืนอยู่ข้างหลังสัวกิมน่ะเหรอ” บวรแดกดัน

“บวร เรานึกย้อนกลับไปเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราไปยืนอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร”

บวรตัดสินใจเด็ดขาดขอเลิกคบเป็นเพื่อนกับจอมและเฉียด ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่ไม่อยากเป็นเพื่อนกันจนวันหนึ่งเราเกลียดกัน ถ้าจะเกลียดกัน ตนขอเกลียดอย่างศัตรูมากกว่าเกลียดอย่างเพื่อน ตอนนี้ขอเป็นแค่คนรู้จักกันไปก่อนก็แล้วกัน แล้วมองเพื่อนทั้งสองอึดใจก่อนจะผละจากไป จอมตะโกนไล่หลัง

“เราก็เคยเป็นคนรู้จักกันก่อนที่จะมาเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”...

ตกค่ำ บุญตาแต่งหน้าจัดมาดูพรพรรณร้องเพลงที่ไนต์คลับ จำปาที่มาเป็นเพื่อนเห็นเธอใสซื่อเกินกว่าจะถูกดึงให้มาสถานที่แบบนี้พยายามพูดเตือนแต่เธอไม่ฟังเพราะเห็นพรพรรณได้แต่งตัวสวยก็อยากจะแต่งบ้างเผื่อจอมจะหันมาสนใจ บวรเห็นบุญตาสวยผิดหูผิดตาเข้ามาทำก้อร่อก้อติกด้วย จำปาไม่ชอบใจนักชวนบุญตากลับ บวรอาสาจะไปส่งเธอเอง จำปากลัวบุญตาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมบวร กล่อมเธอกลับบ้านด้วยกันจนได้

ooooooo

จอมใช้วิธีง่ายๆไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองเดินดุ่มๆ เข้าไปกดกริ่งหน้าบ้านเพื่อขอพบเสี่ยเฮง อ้างมีของจากสัวกิมมาฝาก ครั้นเต้ย เฉียดและปอมเห็นเขาเอากระสุนมาให้คิดว่ามาป่วนจึงจับทั้งจอมและตองมัดมือพาไปพบเสี่ยเฮงซึ่งมองกระสุนปืนลูกโม่ที่ได้จากจอมด้วยความสนใจ

“มันแสดงความจริงใจอยากร่วมมือกับอั๊วะ ถึงกับ ส่งคนสนิทมาเป็นบรรณาการ” ว่าแล้วเสี่ยเฮงเอากระสุนใส่รังเพลิงปืนลูกโม่ที่ได้จากอัศวินแล้วยัดกลับเข้าไปในถุงกระดาษสีน้ำตาลอย่างเดิม แต่เสี่ยนึกสนุกขึ้นมายกปืนที่มีถุงกระดาษครอบไว้มาจ่อหัวจอมซึ่งไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อยทำให้เสี่ยชอบใจ

“ไอ้นี่ถ้ารอดไปได้มันเป็นใหญ่แน่ ดูตามันสิ ปืนจ่อหัวแท้ๆนี่มันแววตาของคนไม่มีอะไรจะเสียจริงๆ ส่วนจะได้ขึ้นมาเป็นใหญ่ไหม ให้ฟ้าเป็นคนตัดสินแล้วกัน” เสี่ยเฮงใช้อีกมือหนึ่งหมุนลูกโม่เสี่ยงดวง แล้วเอาจ่อหัวจอมจะลั่นไก เฉียดปรี่เข้าไปทรุดตัวลงตรงหน้าเจ้านาย จะขอชดใช้ให้จอมเพราะเคยเป็นหนี้ชีวิตกันมาก่อน เสี่ยเฮงทึ่งมากที่เขากล้ารับกระสุนแทนเพื่อน ในเมื่อขอมาตนยินดีจัดให้ เฉียดมองหน้าจอม

“พ้นวันนี้ เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกนะเพื่อน”

เสี่ยเฮงลั่นไกดังแชะ แม้เฉียดจะรับกระสุนแทนจอมไปแล้ว แต่เสี่ยเฮงยืนกรานจะให้ฟ้าเป็นคนพิสูจน์ว่าจอมคู่ควรมีชีวิตต่อไปไหม แล้วเหนี่ยวไกอีกครั้งมีเสียงดังแชะ ทั้งจอม ตอง และเฉียดพากันถอนใจโล่งอก...

ทางด้านประทีปโทร.ติดต่ออัศวินเพื่อแจ้งว่าตัวเองมีของสำคัญของเขาอยู่ในมือ ถ้าอยากได้คืนให้เตรียมเงินไว้ อัศวินร้อนใจให้มาคุยตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย เขาไม่ไว้ใจ วันหลังจะติดต่อกลับไปอีกทีแล้ววางสายไปเลย อัศวินเจ็บใจที่มีคนกล้ามาลูบคม...

จอมแวะมาหาลุงแบน พบว่าไม่สบายไอแคกๆ อาสาจะพาไปหาหมอ เขาสงสัยทำไมยังไม่ไปโรงเรียนอีก จอมโกหกว่าอาจารย์ให้ทำรายงานส่งไม่ต้องเข้าเรียน แล้วเร่งให้ไปหาหมอด้วยกัน ลุงแบนไม่ยอมไปอ้างแค่นี้ไม่ตายง่ายๆ จอมไม่ได้เป็นห่วงเขาแต่เป็นห่วงบุญตาถ้าเขาเป็นอะไรไปแล้วเธอจะอยู่กับใคร เจอไม้นี้เข้าไปลุงแบนถึงได้ยอมให้จอมพาไปหาหมอ...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของพรพรรณ บุญตาซึ่งสวมชุดวิบวับของเพื่อนและแต่งหน้าจัดยืนมองตัวเองในกระจกเงาอย่างพึงพอใจ พรพรรณเห็นเธอชมชอบก็เอ่ยปากยกชุดนี้ให้ เธอขอบใจเพื่อนมาก พยายามจะถอดชุดออกเพื่อเปลี่ยนชุดกลับบ้านแต่ซิปรูดไม่ได้ พรพรรณช่วยรูดซิปติดไม่ยอมลง

“ใส่ไปเลย ยังไงฉันก็ไม่ใส่อยู่แล้ว เธอเอาไปให้ร้านซ่อมซิปให้แล้วกัน”

ครู่ต่อมา บุญตาในชุดวิบวับเดินตากแดดมาตามถนนพร้อมกับใบหน้าที่แต่งจนเกินสวย ผ่านตลาดมีแต่คนร้องทักจะไปร้องเพลงที่ไหน เธอส่ายหน้าให้ร้องเพลงคงไม่ไหวแต่ถ้าให้เต้นพอได้ คนในตลาดที่คุ้นเคยกันก็เลยเปิดเพลงให้เธอเต้น บุญตาออกสเต็ปแค่พองามทำให้มีคนมามุงดูกันหนาตา ลุงแบนกับจอมหาหมอเรียบร้อยกำลังจะกลับเห็นคนมุงดูอะไรบางอย่างก็เข้าไปดู บุญตาหันมาเห็นลุงแบนก็หน้าเจื่อนทันที...

ลุงแบนเอ็ดหลานรักไปหลายกระบุง บุญตางงทำไมพรพรรณทำได้แต่พอเธอทำบ้างกลับถูกดุ จอมช่วยอธิบายว่าของบางอย่างเหมาะกับคนบางคน แต่สิ่งนี้ไม่เหมาะกับเธอ

“เอ็งมีดีมากกว่านั้นต่างหาก อย่าอ่อนแอไปเอาตามคนอื่นสิ ให้คนอื่นชักจูงทำไม จะดีจะชั่วคิดเองทำเองไม่ใช่ทำเพราะอยากเป็นอยากได้ อยากมีเหมือนคนอื่น จนลืมความเป็นตัวของตัวเอง จะบอกให้นะไม่มีใครหวังดีกับเราเท่าตัวเราเอง” คำสอนของลุงแบนทำให้จอมอดนึกถึงตัวเองไม่ได้...

ตกดึกจอมไปที่ไนต์คลับเพื่อจะรอรับพรพรรณกลับและจะได้คุยกันเรื่องบุญตา แต่เธอยังต้องร้องเพลงอีกสองรอบถึงจะกลับได้ จอมก็เลยต้องนั่งรอ ระหว่างนั้นเฉียดเข้ามาหา บวรกับเฉียดแขวะกันไปมาเหมือนเช่นที่เคย บังเอิญวัยรุ่นโต๊ะข้างๆส่งเสียงเอะอะ สามหนุ่มชวนไปคุยกันต่อนอกร้าน

คุยกันได้สักพัก พรพรรณตามมาสมทบ จอมรีบบอกว่าจะมารับเธอกลับ เธอสวนทันทีมีรถมาหรือ ถ้าไม่มีเธอกลับกับบวรสะดวกและเร็วกว่า จอมอยากคุยกับเธอเรื่องบุญตาด้วย ลุงแบนไม่สบายใจที่บุญตาอยากเป็นอย่างเธอ พรพรรณไม่สนใจถ้าเรื่องแค่นี้เป็นปัญหาก็เป็นปัญหาของบุญตาไม่ใช่ของเธอแล้วชวนบวรกลับ จอมได้แต่มองตามน้อยใจ เมื่อได้อยู่ตามลำพัง เฉียดเอากระสุนปืนลูกซองที่เสี่ยเฮงฝากให้สัวกิมมาให้

“เสี่ยฝากบอกสัวกิมด้วยว่าขอบใจสำหรับลูกกระสุน ยินดีร่วมมือกัน”

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 4 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 7 มิ.ย. 2560 08:59 2017-06-09T01:39:20+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ