ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

แม้หัวแถวจะเปิดแน่บกันไปหมดแล้วแต่เหล่าสมุนของแต่ละก๊กยังตะลุมบอนกันมั่วไปหมดไม่รู้ก๊กไหนเป็นก๊กไหนแค่ระวังอย่าตีกันเองเป็นพอ ไล่ตีไล่ต่อยจนมาเจอกันที่ลานหน้าชิงช้าสวรรค์ เฉียด เต้ย นัทต่อยตีกับเตี้ยและปอมมาจากด้านหนึ่ง ขณะที่ตอง โหน่งกับลุงแบนซัดกันนัวเซถลาเข้าไปที่ลานแห่งนี้เช่นกัน จอมลากสังขารมาเห็นเฉียดกับลุงแบนหันหลังชนกันต่อสู้กับสมุนสามก๊กอยู่กลางลานก็เข้าไปหา เฉียดต่อว่าบอกแล้วไม่ใช่หรือให้กลับไปก่อน จอมอ้างว่ารถหมด ลุงแบนส่ายหน้าระอาใจ

“ยังไงดี ใครพวกใคร”

จอมยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงรถหวอของรถตำรวจดังเข้ามา พวกที่ตีกันอยู่หยุดกึกอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะวิ่งหนีกันฝุ่นตลบ จอม เฉียดและลุงแบนโกยอ้าวเช่นกัน

ooooooo

เจิมไล่ตบตีลูกชายตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ฐานหาเรื่องใส่ตัวไม่เว้นแต่ละวันโดยมีแจ่มคอยขวางทางไว้ จอมไม่ตอบโต้ได้แต่หลบหลีกฝ่ามือท่านไปมา เจิมตีไม่ถูกก็ยิ่งโมโหผลักแจ่มที่เกะกะขวางทางจนเสียหลักล้ม แล้วจะหันมาเล่นงานลูก แต่คราวนี้จอมคว้าแขนพ่อไว้ เตือนว่าอย่าทำร้ายแม่อีก

“นี่เอ็งสู้เหรอ...ไอ้ลูกทรพี” เจิมใช้อีกมือหนึ่งฟาดหน้าลูกจอมจับแขนพ่อล็อก แล้วคว้าสายหนังสำหรับ

ลับมีดโกนมามัดมือไว้ไม่ให้ทำร้ายใครได้อีก เจิมสู้ลูกไม่ได้ด่าเปิดเปิงแถมไล่ตะเพิดอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก แจ่มขอร้องทั้งน้ำตาว่านั่นลูกเราจะไล่ไปไหน เจิมไม่สนใจในเมื่อมันไม่เคยเห็นตนเป็นพ่อก็อยู่ร่วมชายคาเดียวกันไม่ได้

แจ่มขอร้องให้ใจเย็นกว่านี้ก่อนค่อยคุยกันใหม่ เจิมเย็นไม่ไหวพยายามจะถีบลูกแต่ไม่ถึง เธอเห็นท่าไม่ดีขอให้ลูกออกจากบ้านไปก่อน จอมตัดใจยกมือไหว้ลาพ่อกับแม่แล้วจ้ำพรวดๆจากไป เสียงพ่อตะโกนด่าไล่หลังยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ท่านไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา ชายหนุ่มเก็บความเสียใจนี้ไปเล่าให้ลุงแบนกับบุญตาฟังถึงบ้านเช่า เธอไม่เข้าใจทำไมเขาไม่อธิบายท่านถึงเหตุผลที่ต้องขึ้นชก

“พ่อเขาไม่ฟังหรอก เขาอยากจะให้ทุกคนอยู่ใต้อำนาจเขาเท่านั้น”

ลุงแบนอดสงสัยไม่ได้ ใครกันที่จุดระเบิดก่อนกรรมการบนเวทีจะนับสิบ เท่ากับเมื่อวานจอมเจ็บตัวฟรีไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาไม่ยอมเจ็บฟรีแน่นอน ต้องไปทวงถามกับสุธรรม บุญตาเตือนหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ จอมยืนยัน ลูกผู้ชายถ้าไม่ถือสัจจะจะอยู่เป็นลูกผู้ชายได้หรือ...

ไม่ได้มีแต่จอมเท่านั้นที่คิดจะไปทวงถามเรื่องนี้จากสุธรรม เฉียดลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้าจะบุกไปคุยกับมันให้รู้เรื่องเช่นกัน เพราะรู้ดีถ้าเขาไม่ไปคุย จอมก็ต้องไป จำปาตามมาห้ามเขาก็ไม่ฟัง ทำให้เธอน้อยใจหันหลังให้

“แต่ถ้าพี่เกิดเป็นอะไรไปพี่เคยคิดบ้างไหมว่าจำปาจะอยู่ได้ยังไง พี่เคยเห็นจำปามีค่าสักครึ่งของเพื่อนพี่หรือเปล่า” จำปามัวแต่งอนหันหลังให้จึงไม่เห็นว่าเฉียดถูกคนตัวใหญ่เข้ามาล็อกตัวปิดปากเอากระสอบคลุมหัวลากขึ้นรถ พอเธอหันกลับมาอีกทีเฉียดหายไปแล้วเหลือแค่รองเท้าข้างเดียวหล่นอยู่...

ทางฝ่ายพรพรรณเปิดประตูรั้วออกจากบ้านกำลังจะไปหาจอม แต่บวรขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดตรงหน้าเสียก่อน ชวนเธอไปที่ไนต์คลับของเตี่ยเพื่อให้ผู้จัดการดูตัวและเทสต์เสียง พอดีนักร้องประจำโดนผัวลากกลับต่างจังหวัด ถ้าถูกใจผู้จัดการจะได้ทำงานคืนนี้เลย เธอกำลังจะไปดูจอมว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“มันอยู่บ้านซะที่ไหน เมื่อครู่นี้พี่ผ่านมาเห็นตาเจิมพ่อมันดื่มเหล้างอแงอยู่”

แม้จะเป็นห่วงจอม แต่พรพรรณอยากทำตามความฝันสุดท้ายตัดสินใจไปเทสต์เสียงกับบวร...

ที่บ้านสุธรรม ตะวันโด่งฟ้าแล้วสุธรรมเพิ่งตื่นนอนออกมาจากห้อง เห็นชวนนั่งโขกหมากรุกอยู่กับสมุน ถามว่าพ่อของตนไปทำงานแล้วใช่ไหม พอรู้ว่าท่านไม่อยู่กำชับทุกคนอย่าให้พ่อรู้เรื่องเมื่อคืนเด็ดขาด ห้ามใคร วิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย ระหว่างนั้นมีเสียงจอมตะโกนเรียกสุธรรมดังลั่นแถมด่าว่าไม่เป็นคนรักษาสัจจะ บุญตานั่งอยู่ในรถสับปะรังเคกับลุงแบนซึ่งจอดห่างออกมาไม่มาก ทักท้วงเขาจะไม่ห้ามหน่อยหรือ

“ห้ามอะไรล่ะ แค่จะลงไปด้วยมันยังไม่ให้ลง”

พลันประตูรั้วเปิดออก เผยให้เห็นสุธรรม ชวนกับสมุนอาวุธครบมือยืนหน้าสลอนอยู่ จอมไม่พูดพล่ามทวงถามเงินค่าคุ้มครองที่สุธรรมรับปากจะคืนพวกพ่อค้าแม่ค้า เขาอ้างว่ายังไม่แพ้จะคืนทำไม จอมท้าทายให้ต่อกันตรงนี้ให้จบ เขากลัวพ่อจะกลับมาเห็นชวนไปสู้กันที่อื่น แต่จอมไม่ยอมจะต้องจบตรงนี้เดี๋ยวนี้ หรือเขากลัว

“ได้...ไอ้จอม รนหาที่เองนะ” สุธรรมจำต้องรับคำท้าไม่อย่างนั้นจะเสียเชิงต่อหน้าสมุน...

ooooooo

เมื่อต้องต่อสู้กันแบบขาวสะอาด สุธรรมพ่ายแพ้ต่อจอมหมดรูป ยอมนำเงินทั้งหมดมาฝากให้หลวงพี่พักตร์เอาไปคืนพวกแม่ค้าพ่อค้าให้ด้วย ท่านอึกอักมองสุธรรมกับชวนแบบไม่แน่ใจนัก

“ไม่ต้องห่วงครับ สุธรรมเขาถือสัญญาเขาจะไม่มารบกวนใครที่นี่อีกแล้ว”

ลุงแบนเห็นคนถูกเอ่ยชื่อปิดปากเงียบ ถามกระทุ้งว่าเป็นอย่างที่จอมว่าใช่ไหม เขารับคำไม่มีอิดออด จอมขอบใจเขามากที่เลือกจะเป็นนักเลงไม่ใช่อันธพาลแล้วยื่นมือให้จับ สุธรรมจะยอมให้แค่เรื่องเรียกเก็บค่าคุ้มครองเท่านั้น จอมทักท้วงเรื่องบุญตาด้วย เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอีก

“ตอนนี้น่ะใช่ แต่วันหน้าไม่แน่” ไม่พูดเปล่าสุธรรมมองสบตากับบุญตาอีกด้วย เธอเบะปากใส่ ลุงแบนบอกให้ชวนพาลูกพี่กลับไปได้แล้ว ดูแลให้ดีๆด้วยอย่าไปล้มทับเท้าใครเข้าอีก ชวนฮึดฮัดจะเอาเรื่อง สุธรรมรีบยกมือห้าม ก่อนจะเดินนำออกไป สวนกับจำปาที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าไม่รู้พวกไหนจับตัวเฉียดไป ลุงแบนมองโลกในแง่ดี เขาอาจจะไปหาฝิ่นสูบหรือเปล่า จำปาคลี่ผ้าที่ห่อรองเท้าข้างที่เหลือของเฉียดให้ดู

“เฉียดเขาคงไม่ใส่รองเท้าไปข้างเดียวนะ”...

เฉียดไม่ได้ถูกอุ้มไปฆ่า แต่เต้ยอุ้มเอาไปเพื่อเลี้ยงโต๊ะจีนตอบแทนที่เขามาช่วยเอาไว้ตอนกำลังจะเสียท่าให้เตี้ย แล้วชวนให้มาร่วมก๊กด้วย เฉียดยังไม่ทันจะอ้าปากพูด ปอมขัดขึ้นเสียก่อนว่าจะไหวหรือพวกนี้มันพวกมวยวัด เฉียดลุกพรวดไม่พอใจที่ถูกดูแคลนปอมสั่งให้นั่งลงอย่างเดิม

“ไม่นั่ง ทำไมเหรอ มวยวัดแล้วยังไง มีครูนะโว้ย” โวยจบเฉียดพุ่งเข้าหาปอม สมุนจะรุมเขาแต่เต้ยโบกมือห้ามไว้ ปล่อยให้สองคนสู้กันตัวต่อตัว เฉียดสู้ไม่ได้ถูกปอมสอนเชิงแพ้หมดสภาพลงไปนอนกองกับพื้นแถมยังถูกอีกฝ่ายเอาเท้าเหยียบยอดอก ยัดอาหารใส่ปากเล่นเป็นที่สนุกสนาน เต้ยเข้ามานั่งข้างๆยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“อยากแก้แค้นไหม สอนให้ได้นะถ้าต้องการ”

ปอมหยิบปีกไก่กิน แล้วเอาเศษกระดูกทิ้งใส่หน้าเฉียดอย่างดูแคลน เขายอมให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้จึงตกลงใจให้เต้ยสอนเชิงมวยให้ แต่มวยของเต้ยไม่ใช่แม่ไม้มวยไทยเหมือนอย่างที่ลุงแบนสอน แต่เป็นมวยจีน...

ทางด้านจอมยืนชะเง้ออยู่หน้าประตูรั้วบ้านพรพรรณ จะกดกริ่งก็ไม่กล้า ระหว่างที่เขายืนลังเล มีเสียงมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามา บวรขี่รถมาส่งพรพรรณเห็นจอมยืนอยู่หน้าบ้านก็ร้องทักว่ามาหาพรพรรณหรือ ตนเพิ่งพาไปเทสต์เสียงนักร้องมา นี่กลับมาอาบน้ำเพราะเธอได้งานร้องเพลงที่ไนต์คลับแล้ว จอมแสดงความยินดีกับเธอด้วย บวรรีบออกตัวหวังว่าเขาคงไม่โกรธที่ตนพาเธอไปร้องเพลง

“ไม่หรอก พรเขาลำดับความสำคัญเองได้อยู่แล้ว”

“ก็เห็นจอมมีคนดูแลอยู่แล้ว”

บวรเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนเรื่องพูดถามถึงเฉียดไม่มาด้วยหรือ จอมเพิ่งนึกขึ้นได้ที่มานี่ก็จะถามพรพรรณเรื่องเฉียดว่าเห็นบ้างหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ บวรถึงกับร้องอ้าวแล้วตกลงเฉียดหายไปไหน

ooooooo

จอมไม่รู้จะไปตามหาเฉียดที่ไหนตัดสินใจลองไปดูที่โรงฝิ่น ตองกำลังอารมณ์ไม่ดีที่โดนสิชลยั่วประสาทก็เลยพาลจะเล่นงานเขาระบายอารมณ์ แต่สัวกิมเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ถามจอมว่าต้องการอะไร เขามาตามหาเพื่อนไม่รู้ว่าหลงมาแถวนี้หรือเปล่า สัวกิมหัวเราะอารมณ์ดี

“จะถามว่าโดนจับมานี่รึเปล่าก็ถามมาตรงๆเหอะ เพื่อนคนไหนชื่ออะไรล่ะ”

“เฉียดครับ”

สัวกิมหันมองตองกับสิชล ต่างพากันส่ายหน้า ในเมื่อเฉียดได้อยู่ที่นี่จอมจึงขอตัวกลับ สัวกิมถามอีกครั้งว่าสนใจจะมาทำงานด้วยกันไหม ตนเห็นฝีมือเขาบนเวทีเมื่อคืน เขาต้องเรียนหนังสือคงมาทำงานด้วยไม่ได้ สัวกิมจะให้เขาเรียนไปก่อน แต่ถ้าสนใจจะเตรียมความพร้อมเผื่ออนาคต ตนจะให้ตองช่วยสอนการต่อสู้ให้ แล้วหันบอกตองถ้าจอมเอาชนะสิชลไม่ได้ภายในหนึ่งเดือน ตนจะถือว่าเขาไม่ใส่ใจคำสั่ง ตองยึกยัก

“ถ้าไม่สอน ฉันสอนเองนะ” สิชลไม่วายยิ้มยั่วตองซึ่งรีบรับปากจะเป็นคนสอนการต่อสู้ให้จอมเอง

“ว่าไงจอม โอกาสเปิดแล้วนะ อยากพัฒนาตัวเองไหมล่ะ” สัวกิมมองจอมอย่างรอคำตอบ...

คืนนี้ที่ไนต์คลับมีคนมาเที่ยวคึกคักหนาตา ชวนมองสุธรรมที่ดื่มเหล้าราวกับน้ำ เสียใจที่พ่ายแพ้ให้จอมจนเมามายโดยไม่รู้จะปลอบอย่างไร ครั้นมองขึ้นไปบนเวทีเห็นพรพรรณกำลังร้องเพลงอยู่ สะกิดให้เขาดูว่านักร้องคนนี้เชียร์มวยอยู่มุมของจอม สุธรรมไม่สนใจเอาแต่ดื่มเหล้าดับความกลัดกลุ้ม

บวรดูนาฬิกาเห็นสมควรแก่เวลาหันไปบอกผู้จัดการว่าวันนี้กลับก่อน ดึกมาหลายคืนแล้ว วานเขาดูแลส่งพรพรรณ ให้ถึงบ้านด้วย ห้ามใครแตะเด็ดขาด...

ในเวลาต่อมา บวรกลับถึงบ้าน เห็นเตี่ยกำลังนั่งทุบเกาลัดกินโดยมีเตี้ยเอามือแทงทรายสำหรับคั่วเม็ดเกาลัดอยู่บนเตา เขาไม่อยากปะทะกับเตี่ย จะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่เถ้าแก่บ้วนหันมาเห็นเสียก่อน เอาเม็ดเกาลัดขว้างใส่ สองพ่อลูกคุยกันได้ไม่กี่คำก็ทะเลาะกัน แถมเถ้าแก่บ้วนเป็นฝ่ายหาเรื่องด่าลูกตัวเองอีกต่างหากว่าไม่เคยทำอะไรให้ภูมิใจ วันๆ ดีแต่เตร็ดเตร่ไปกับพวกไม่มีอนาคต

“ฝึกฉันสิ เตี่ยไม่ฝึกแล้วก็เอาแต่ด่าๆๆ เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้างไหม”

“ได้...เตี้ย ฝึกมันเอาให้หนัก เอาชนะไอ้นัทได้เมื่อไหร่ ค่อยมาของานทำ ถุย...ไม่เข้าท่า” สั่งเสร็จ เถ้าแก่บ้วนเดินเข้าบ้าน บวรมองตามแค้นใจ เตี้ยหยิบเกาลัดขึ้นมาหนึ่งลูก ขบเปลือกบุบเป็นรอย เอาเกาลัดเม็ดนั้นใส่กลับลงไปในกระทะทราย แล้วเอามือเปล่าคุ้ยกลบ

“หาเกาลัดลูกนั้นให้เจอ แล้วค่อยมาคุยกัน”...

ที่ไนต์คลับ พรพรรณร้องเพลงจบ เสียงปรบมือดังสนั่น มีคนมาคล้องมาลัยให้หลายราย เธอกลายเป็นดาวเด่นขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ขณะที่พรพรรณได้รับเสียงปรบมือชื่นชม จำปาเป็นได้แค่เครื่องบำบัดความใคร่ให้กับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าอยู่ในซ่องของกานดา...

ที่บ้านเช่าของลุงแบน บุญตานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ลุงแบนเดินผ่านหน้าห้องที่ประตูเปิดค้างอยู่เห็นผ้าห่มหล่นอยู่ที่พื้น เข้ามาจะห่มผ้าให้ เห็นเธอถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ เขาค่อยๆ หยิบออกมาดูเป็นรูปถ่ายของจอม เบียดและบวร ลุงแบนถอนใจ พลางพึมพำกับตัวเอง

“ไม่มีใครฝืนชะตากรรมได้จริงๆเหรอ หรือรอยเกวียนมันกำลังจะเวียนซ้ำรอยกรรมอีกรอบ เส้นทางนี้ ถ้าพลัดหลงเข้ามาแล้ว มันยากที่จะออกไปได้จริงๆ...อย่าเลย อย่าหลงเข้าไปเลย”

ดูเหมือนคำภาวนาของลุงแบนจะเป็นหมัน เพราะทั้งจอม เฉียดและบวรกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางนักเลง

ooooooo

เฉียดกลับมาถึงบ้านเช่าในเช้าของวันถัดมา จำปาร้องไห้โฮโผกอดเขาด้วยความดีใจ ซักเป็นการใหญ่หายไปไหนมา ใครทำอะไรหรือเปล่า เขาว่าไม่มีอะไรไม่ต้องร้องไห้ ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง

“อย่าหายไปอีกนะ เฉียดหายไป จำปาไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”

“อือๆ ไปเข้าบ้าน ขอนอนสักตื่น”

จำปาเดินกอดแขนเฉียดไปอย่างแสนรักแสนหลงใหล...

มีข่าวร้ายมาเยือนสัวกิม อีกไม่เกินหกเดือน ทางการจะประกาศให้ฝิ่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โรงฝิ่นทั่วพระนครจะต้องถูกทยอยปิดไปเรื่อยๆ เขาไม่ยอมเดือดร้อนคนเดียวแน่ ตั้งใจมั่นจะทำให้ทั้งเสี่ยเฮงกับเถ้าแก่บ้วนเดือดร้อนไปกับเขาด้วย...

แม้จะดีใจที่สัวกิมโดนตัดมือตัดเท้า แต่อีกใจหนึ่งก็อดเป็นกังวลไม่ได้เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเจ้าพ่อโรงฝิ่นไม่ยอมเป็นหมาเน่าคนเดียวต้องดิ้นรนเฮือกสุดท้าย และที่เขาหมายตาไว้คงไม่พ้นเส้นทางน้ำมันเถื่อนของตน คิดได้ดังนั้นสั่งให้เต้ยกับปอมเฝ้าระวังให้มากขึ้น เต้ยบอกนายว่าไม่ต้องเป็นกังวลตนมีคนมาเสริมให้แล้ว...

การที่สมุนมือขวาของเสี่ยเฮงอุ้มเฉียดไปเลี้ยงโต๊ะจีนตอบแทนที่เขาช่วยเหลือ ยิ่งทำให้เขากับบวรไม่ลงรอยกันมากขึ้น...

ด้านเถ้าแก่บ้วนอารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อทราบข่าวโรงฝิ่นทั่วพระนครจะถูกปิดภายในหกเดือน นั่นเท่ากับ อำนาจต่อรองของสัวกิมลดลงไปด้วย เตี้ยเตือนยิ่งมันลำบากเท่าไร ก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น เถ้าแก่บ้วนไม่กลัว ถึงอย่างไรกฎหมายก็อยู่ข้างเรา เตี้ยไม่คิดว่าเสือบาดเจ็บจะสนใจกฎหมาย นัทเห็นด้วย

“ที่ผ่านมาเกรงกฎหมายยังล่อกันนัว”

เถ้าแก่บ้วนยืนกรานว่าไม่กลัว หากจะมีเรื่องก็ตีให้ราบไปทั้งพระนครกันเลย

ooooooo

ถึงเวลาเรียนแม่ไม้มวยไทย จอม เฉียดและบวรต่างอบอุ่นร่างกายเตรียมพร้อมกับวิชาที่ลุงแบนจะถ่ายทอดให้ ทีแรกแกจะสอนกระบวนท่าใหม่แต่จอมทักท้วงของเก่ายังจำไม่ค่อยได้เลย

ลุงแบนจึงให้ทบทวนของเก่าก่อนโดยให้เฉียดกับบวรเป็นคู่ซ้อมให้กันและกัน จอมหวั่นใจจะต่อยกันจริงๆ ก็เลยอาสาจะเป็นคู่ซ้อมให้บวรแทน แต่ลุงแบนยืนยันคำเดิม

เป็นอย่างที่จอมหวั่นใจ แรกๆทั้งเฉียดและบวรต่างใช้แม่ไม้มวยไทยต่อสู้กัน แต่พอสู้กันไปสู้กันมา บวรลืมตัวออกท่าที่ใช้นิ้วจ้วงทรายร้อนๆที่เตี้ยสอน

ขณะที่เฉียดเองก็เผลอเอาวิชาต่อสู้ที่เต้ยถ่ายทอดให้มาใช้ ทั้งคู่ต่อสู้กันหนักขึ้นโดยไม่ใช้แม่ไม้มวยไทยที่ลุงแบนพร่ำสอน ลุงแบนเห็นท่าไม่ดีหันไปทางจอม

“ไปแยกมันทีไป มั่วใหญ่แล้ว มวยอะไรนั่น”

จอมเข้าไปแทรกกลางวงหวังจะให้เพื่อนทั้งสองยุติการต่อสู้แต่ไม่เป็นผล เขาจึงต้องใช้แม่ไม้มวยไทยหยุดเพื่อนๆ สุดท้ายกลายเป็นต่อยตีกันสามคน จอมเองก็เผลอใช้วิชามวยที่ตองสอนเพิ่มเติมให้ ลุงแบนทนไม่ไหวโดดเข้าไปกลางวงใช้วิชาหมัดมวยของตัวเองสยบลูกศิษย์ทั้งสามไว้ได้ พลางตัดพ้อตนคงเป็นอาจารย์ที่ดีไม่ได้ใช่ไหม ทั้งสามคนถึงไปใช้วิชาหมัดมวยของใครก็ไม่รู้

“มวยพวกเอ็งมันเต็มไปด้วยโทสะ มันไม่ใช่ที่ข้าสอน ข้าคงหยุดพวกเอ็งเอาไว้ไม่ได้แล้วจริงๆ” พูดจบ ลุงแบนถอนใจ หนักใจเดินจากไป ทั้งจอม เฉียดและบวรต่างมองหน้ากันไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำผิดหรือถูก...

ฝ่ายสัวกิมเริ่มแผนป่วนเสี่ยเฮงเป็นรายแรก ด้วยการส่งสิชลไปปั่นหัวโหน่งให้พาพวกประท้วงขอขึ้นค่าแรง ครั้นเห็นเขาลังเลก็เดินตามแผนขั้นต่อไปโดยให้ตองกับสมุนสวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้าและใช้อาวุธประจำกายเหมือนที่เตี้ยกับนัทใช้ ไปดักทำร้ายหนุ่มสะบักสะบอมเพื่อให้เข้าใจผิดว่าฝ่ายเสี่ยเฮงทำ...

ในขณะที่แผนชั่วของสัวกิมขั้นแรกลุล่วงไปด้วยดี จอมเริ่มนำกระบวนท่าที่ตองสอนมาใช้ กวาดลานวัดไปพลางร่ายรำกระบวนท่านั้นไปด้วย เฉียดเองก็ไม่ต่างกันร่ายรำท่าทางที่เต้ยสอนได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนบวรยังคงฝึกหนักด้วยการใช้นิ้วจ้วงแทงลงไปในทรายร้อนสำหรับคั่วเกาลัด และสุดท้ายเขาก็เจอลูกเกาลัดที่เตี้ยทำเครื่องหมายไว้ได้ดั่งตั้งใจ

ooooooo

โหน่งกำลังขนกระสอบข้าวสารลงจากรถบรรทุก หนุ่มในสภาพถูกซ้อมยับเยินเดินโซเซมาล้มลงตรงหน้า โหน่งรีบเข้ามาประคองถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอย่างนี้

“ไอ้...ไอ้...คนของ...เถ้าแก่” พูดได้แค่นั้น หนุ่มสลบไป โหน่งมองภาพตรงหน้าแค้นใจที่สุด...

ตั้งแต่เกิดเรื่องกันเมื่อวาน สามหนุ่มจอม เฉียดและบวรไม่มีใครพูดคุยกัน เจอที่โรงเรียนก็พยักหน้าให้กันแค่นั้น ทั้งที่อยากคุยกันแทบแย่แต่ก็ไว้ฟอร์ม ขณะเรียนวิชาช่างกลึง เกิดอุบัติเหตุกับเครื่องกลึงที่บวรใช้ ทั้งจอมและเฉียดวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง เห็นเพื่อนปลอดภัยต่างยิ้มให้กันเขินๆ ทันใดนั้น มีนักเรียนคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าพวกจับกังรวมกลุ่มกันกำลังยกพวกไปถล่มบ้านเถ้าแก่บ้วน...

สิ่งที่นักเรียนคนนั้นรายงานเป็นความจริง โหน่งเดินนำกลุ่มจับกังตรงไปยังท่าข้าวเพื่อทวงถามเรื่องที่หนุ่มถูกทำร้าย โดยมีเตี้ยกับนัทและเหล่าคนงานเข้ามายืนประจันหน้า จอม เฉียดและบวรยังวิ่งไม่ทันจะถึงที่หมาย โหน่งก็แหกปากสั่งลุย ก่อนที่สองฝ่ายจะตะลุมบอนกัน มีเสียงปืนยิงขึ้นฟ้าดังเปรี้ยง ทุกคนหยุดกึกรวมทั้งสามหนุ่มด้วยรีบหลบมุมดูเหตุการณ์

เถ้าแก่บ้วนลดปืนลงพร้อมกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น โหน่งมาทวงถามความยุติธรรมให้หนุ่มซึ่งโดนเตี้ยกับนัทรุมทำร้าย เถ้าแก่อยากรู้ว่าใครบอกว่าเป็นสองคนนี่ โหน่งได้จากคำบอกเล่าของคนเจ็บซึ่งจำอาวุธประจำกายของทั้งคู่ได้ คนเจ็บไม่เห็นหน้าคนร้ายเพราะพวกมันใส่หมวกไอ้โม่ง เถ้าแก่บ้วนรู้ทันทีว่าโดนใส่ความ

“ปกติฉันไม่ลงมาคุยกับใครแบบนี้หรอกนะ เห็นว่ายังไงน้ำก็ต้องพึ่งเรือ เสือก็ต้องพึ่งป่า ถามคำ ถ้าฉันส่งคนไปทำเด็กของโหน่ง ฉันได้อะไรนอกจากจะเสียเวลาในการขนข้าวถึงมือลูกค้า ไปคิดดูดีๆ”

โหน่งไม่อยากมาเสียเที่ยวจึงขอค่าแรงเพิ่ม เตี้ยโวยวายที่แท้สร้างเรื่องขึ้นมาเพราะอยากขึ้นค่าแรง โหน่งฮึดฮัดไม่พอใจ เถ้าแก่บ้วนให้หยุดฮึมๆใส่กันแล้วมาคุยกันด้วยเหตุผลจะดีกว่า แต่ต้องให้อารมณ์เย็นกันก่อน

“ได้ แต่อย่าช้านะ ไม่งั้นกรรมกรทั้งพระนครจะไม่ขายแรงงานให้เถ้าแก่”

เถ้าแก่บ้วนเห็นเตี้ยฮึมๆ รีบตัดบท “ไป แยกย้าย ใครมีงานตรงไหนก็ไปทำ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะทบทวนดูเองว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร” สิ้นเสียงเถ้าแก่บ้วน ทุกคนต่างแยกย้ายสลายตัว จอมตั้งข้อสังเกตคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่พ้นสัวกิมหรือไม่ก็เสี่ยเฮง...

เพิ่งจะกลับมาพูดคุยกันเมื่อตอนบ่าย ตกเย็นเฉียดกับบวรท้าตีท้าต่อยกันเสียแล้ว จอมพยายามห้ามก็ไม่ฟัง จับมือจะประลองกำลังกันให้เห็นดำเห็นแดง แถมกรรมการไม่ต้อง ชกกันยกเดียวพอไม่น็อกไม่เลิก

“เล่นกันเป็นเด็กอมมือเลย” จอมต่อว่ายังไม่ทันขาดคำ แจ่มเดินเข้ามาขอคุยกับลูกตามลำพัง จากนั้นสองแม่ลูกเดินแยกไป แจ่มขอร้องให้ลูกกลับไปนอนบ้าน พ่อไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น เขามีเรื่องผิดหวังในชีวิตมาเยอะ ขอลูกอย่าถือสา จอมไม่สนใจว่าพ่อจะเจออะไรมาบ้างแต่ท่านไม่มีสิทธิ์มาลงกับครอบครัว

“เขาไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา ถ้าแม่อยากให้กลับผมก็จะกลับ แต่ผมบอกแม่ไว้ก่อนเลยผมจะต้องอยู่สูงกว่าจุดที่พ่ออยู่ให้เขาเห็นผมอยู่ในสายตาให้ได้ วันหนึ่งลูกที่เขาไม่เห็นค่าจะมีความสำคัญขึ้นมาเหนือทุกคน”

ooooooo

สัวกิมทั้งเจ็บใจทั้งเสียดาย อีกนิดเดียวพวกจับกังกับเถ้าแก่บ้วนจะหักกันอยู่แล้ว ตองเสนอตัวจะไปป่วนให้อีกครั้ง สัวกิมส่ายหน้าขืนทำอย่างเดิมพวกมันจะจับทางได้

“เรื่องปั่นหัวผู้ชายให้เจ็บตัวกันแล้วล่ะก็ ขอให้เป็นหน้าที่ทางนี้เอง” สิชลอาสา สัวกิมเชื่อมือจึงยกหน้าที่เสี้ยมผู้ชายให้ตีกันเป็นของเธอ...

จอมกับเฉียดเดินคุยกันมาตามถนนในพระนครโดยมีบุญตาเดินอารมณ์ดีเลียน้ำตาลปั้นรูปคู่รักชายหญิงตามมาด้านหลัง จอมอดถามไม่ได้ว่าตกลงนัดต่อยกับบวรจริงหรือ เฉียดพยักหน้ารับคำ พรุ่งนี้เย็นหลังเลิกเรียนหน้าห้องน้ำชาย จอมพยายามขอร้องให้ล้มเลิกการชกต่อยครั้งนี้แต่ไม่สำเร็จ

จากนั้นไม่นาน ทั้งสามคนมาถึงหน้าร้านตัดผมของเจิม บุญตาไล่จอมเข้าบ้านได้แล้ว เขาไม่วายบ่นไม่เห็นต้องตามมาส่ง เธอกลัวไม่ส่งถึงที่จะหนีไปอีก เขารับปากแม่แล้วว่าจะกลับ แล้วฝากเฉียดส่งบุญตาให้ถึงบ้านด้วย ไม่ลืมสั่งให้เธอแปรงฟัง กินน้ำตาลมากฟันผุ บุญตา

ยื่นตุ๊กตาให้เขาเลือกเอาไปหนึ่งตัว ทีแรกจอมอิดออดไม่อยากได้ สุดท้ายเขาเลือกตัวผู้หญิงไว้ คืนตัวผู้ชายให้เธอ

ระหว่างทางกลับบ้าน เฉียดมองบุญตาที่เอาแต่จ้องน้ำตาลปั้นรูปผู้ชายในมือพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอคิดอะไรกับจอม แม้เธอจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไรด้วยก็ตาม...

หลังส่งบุญตากลับบ้านอย่างปลอดภัย เฉียดแวะไปหาเต้ยเพื่อให้ช่วยฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับวันประลองกำปั้นกับบวรพรุ่งนี้

ไม่ได้มีแต่เฉียดเท่านั้นที่ฝึกการต่อสู้เพิ่มเติม บวรก็วานเตี้ยช่วยฝึกฝีมือให้เช่นกัน

ooooooo

จอมแต่งตัวจะไปโรงเรียนเจอพ่อยืนเช็ดกระจกอยู่ ทำเมินไม่สนใจ ร้องบอกแม่ที่กำลังทำความสะอาดบ้านว่าไปโรงเรียนแล้ว อยู่ๆเจิมพูดขึ้นลอยๆว่าเรียนสูงแค่ไหนก็เป็นได้แค่ขี้ข้าคนอื่นอยู่ดี จอมหันขวับ

“ผมจะไม่เป็นขี้ข้าใคร ผมจะเป็นเจ้าคนนายคนสักวัน”

“ถุย ข้าก็เคยคิดแบบนั้น เอาเหอะ ร้านตัดผมนี่ยังไงก็คงพอเลี้ยงหรอก”...

คำพูดดูแคลนของพ่อทำให้จอมคิดมากไม่เป็นอันเรียนเหม่อใจลอยออกไปนอกหน้าต่างห้อง อาจารย์เรียกให้ตอบคำถามก็ไม่ได้ยิน ท่านต้องตะโกนเสียงดังจนเฉียดกับบวรที่นั่งสัปหงกสะดุ้งตื่น

การไม่สนใจเรียนเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาจารย์กักตัวจอมไว้หลังโรงเรียนเลิก เขาเหลือบมองนาฬิกาเห็นบอกเวลาบ่ายสามโมงยิ่งกระวนกระวายใจเพราะเป็นเวลานัดประลองฝีมือระหว่างเฉียดกับบวร พวกนักเรียนทยอยกันไปที่ห้องน้ำชายเพื่อดูการประลองครั้งนี้

จอมได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างห้องไม่ได้ยินสิ่งที่อาจารย์พูดแม้แต่น้อย อาจารย์เองก็เอาแต่พูดไม่ได้สนใจว่าลูกศิษย์ฟังหรือเปล่า...

การประลองฝีมือเริ่มขึ้น กะลาเจาะรูถูกเอามาวางลงในอ่างล้างหน้าที่มีน้ำเต็ม พร้อมกับการประกาศเริ่มต้นยกที่หนึ่ง บวรยกมือห้าม เดินไปที่กะลาเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวอุดรูที่ก้นกะลา แล้วหันบอกทุกคนว่ากะลาจมเมื่อไหร่ค่อยหมดยก พวกนักเรียนส่งเสียงฮือฮาชอบใจ และแล้วยกที่หนึ่งก็เริ่มต้นขึ้น

ทั้งสองฝ่ายเดินเข้าหากันประเคนทั้งหมัดเข่าทั้งศอกไม่มียั้งราวกับไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อน ทั้งคู่เริ่มการชกด้วยแม่ไม้มวยไทยแต่พอต่อยไปเริ่มใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาเป็นพิเศษ เฉียดถูกกรงเล็บของบวรเฉี่ยวหน้าจนได้เลือด บวรก็ถูกหมัดของเฉียดเลือดกบปากเช่นกัน...

นักเรียนช่างกลที่กรูกันเข้าไปดูการชกเพิ่มมากขึ้น จอมมองลงมาจากหน้าต่างห้องพักครูเริ่มทนไม่ไหวขอตัวไปก่อน อาจารย์ไม่ให้ไป เขาไม่สนใจเชิญท่านตัดคะแนนได้เลย แล้วพรวดไปที่ประตูเปิดผลัวะออกไปต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเจอพ่อกับแม่ยืนอยู่ อาจารย์เชิญทั้งคู่มาเนื่องจากเวลาเรียนของจอมไม่พอ ท่านต้องการให้เขาสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวเองให้สมกับที่ทางโรงเรียนเมตตาให้เขามีสิทธิ์สอบ

จอมไม่ได้ฟัง ใจจดจ่ออยู่กับห้องน้ำชาย ความเป็นห่วงเพื่อนทำให้นั่งฟังอาจารย์ต่อไปไม่ไหวขอโทษอาจารย์กับแม่แล้วลุกพรวดออกจากห้องไปเลย เป้าหมายคือห้องน้ำชาย แต่พอมาถึงกลับไม่พบใครอยู่ที่นั่น มีเพียงรอยคราบเลือดกับกะลามะพร้าวที่ถูกหมากฝรั่งอุดรูไว้...

ขณะที่โหน่งกำลังกินบะหมี่อยู่กับหนุ่มซึ่งยังคงมีร่องรอยบอบช้ำ สิชลโซเซเข้ามาในสภาพยับเยิน ที่น่องมีเลือดไหลเป็นทางก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถูกพวกเสี่ยเฮงทำร้าย เขาจะพาไปแจ้งความ เธอส่ายหน้า

“กฎหมายทำอะไร พวกมันไม่ได้หรอก” พูดได้แค่นั้นสิชลเป็นลมหมดสติ โหน่งเห็นสภาพหญิงสาวที่ตัวมีใจให้ก็โกรธมาก คิดหาทางแก้แค้นเสี่ยเฮง...

ทางด้านเฉียดกลับถึงบ้านในสภาพสะบักสะบอมมีทั้งรอยแผลแตก ฟันกรามหัก ใบหน้าบวมปูด จำปาทิ้งเขาไปทำงานไม่ได้ก็เลยต้องลาหยุด

บวรเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน อาการจะหนักกว่าด้วยซ้ำเพราะมีแผลฉีกบริเวณชายโครง เตี้ยทำหน้าที่หมอจำเป็นเย็บแผลให้

ooooooo

เสี่ยเฮงมีกิจการน้ำมันเถื่อนทำให้โหน่งกับพวกไม่อาจใช้แค่มือเปล่าเล่นงานได้ จึงลงมือปล้นร้านปืนเพื่อเอามาแก้แค้นให้สิชล โดยวางแผนจะทำลายรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนของเขา...

ที่ร้านกาแฟริมถนน ด้วยความรีบร้อน จอมลืมเสื้อช็อปวางไว้ที่โต๊ะได้แต่คว้าไม้ที ย่ามสะพายกับหนังสือเรียนแล้วผลุนผลันออกไป หนุ่มเดินผ่านโต๊ะที่จอมเคยนั่งเห็นเสื้อช็อปวางลืมไว้ มองซ้ายมองขวาไม่มีใครสนใจ เขาหยิบมาสวมแล้วเดินตามพวกจับกังไปยังโกดังร้างซึ่งใช้เป็นที่ประชุมใหญ่ โหน่งเอาปืนที่ปล้นได้มาวาง

“ไม่มีการบังคับใจกันทั้งสิ้น ใครที่ตัดสินใจแล้ว หยิบปืนขึ้นมา”

จับกังต่างมองหน้ากัน หนุ่มเดินไปหยิบปืนเป็นคนแรก ตามด้วยจับกังคนอื่นจนปืนที่ปล้นมาหมด...

ถึงเวลาต้องมาเรียนแม่ไม้มวยไทย เย็นนี้มีเพียงจอมเท่านั้นที่มาฝึก ลุงแบนไม่วายต่อว่ามวยไทยมีดีมากมายดันไปหัดมวยต่างชาติมาให้แปดเปื้อน ตนอุตส่าห์ให้เรียนมวยไว้เพื่อป้องกันตัว หนักไปทางสอนรับ แต่มวยที่จอมกับพวกไปหัดมา หนักไปทางรุก เพื่อเตรียมไว้ทำร้ายคนอื่น จอมไม่เห็นด้วย คนเราเอาแต่ตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้อะไรขึ้นมา ลุงแบนไม่พอใจสั่งให้เขาต่อยมา จอมขออนุญาตไม่ฝึก

“ข้าไม่ได้ให้เอ็งฝึก ข้าให้เอ็งต่อยข้า” ไม่พูดเปล่าลุงแบนตบกบาลจอมยั่วยุอีกด้วย

ทีแรกชายหนุ่มไม่ยอมต่อย แต่ถูกยั่วประสาทจนทนไม่ไหวต่อยลุงแบนไม่ยั้ง ฝ่ายถูกต่อยไม่ตอบโต้ได้แต่ตั้งรับ จอมต่อยไม่ถูกสักหมัดเดียว ต่อยจนหมดแรงลงไปนั่งแปะกับพื้น

“ตั้งรับไอ้จอม ไม่ใช่ว่าเอ็งทำใครได้แล้วเอ็งจะชนะเสมอไป แต่ถ้าเอ็งตั้งรับได้ยังไงเอ็งก็ไม่แพ้”

“แล้วเมื่อไหร่จะชนะ” จอมโต้ไม่ยอมแพ้ ลุงแบนย้อนถาม แล้วตอนนี้ระหว่างตนกับจอม ดูเหมือนใครกันที่ชนะ ชายหนุ่มแหงนหน้ามองลุงแบนที่ยืนตระหง่านค้ำหัวตัวเองอยู่ถึงได้ตระหนักความจริง

“อย่าให้ด้านมืดดึงเอ็งไปมากกว่านี้เลยว่ะ จอม”...

เฉียดไปที่ฝึกมวยไม่เจอเต้ยกับปอมก็เลยตามมาที่ลานขนถ่ายสินค้าซึ่งทั้งคู่กำลังคุมคนงานให้ขนถ่ายน้ำมันเถื่อนจากรถบรรทุกคันใหญ่ไปยังรถบรรทุกขนาดย่อม ขณะเต้ยกำลังสอนงานให้เฉียดอยู่ โหน่ง หนุ่มกับพวกพร้อมอาวุธครบมือโอบล้อมสถานที่ไว้หมด รถบรรทุกทยอยแล่นออกไปเหลือเพียงรถบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กจอดอยู่เพียงคันเดียว โดยไม่คาดคิดโหน่งกับพวกเปิดฉากยิงใส่

ถังน้ำมันหลายใบที่วางเรียงไว้ถูกยิงพรุนน้ำมันไหลนอง เต้ยส่งปืนให้เฉียดหนึ่งกระบอก แล้วสั่งให้ลูกน้องเอาของกลางหนีไปก่อน ลูกน้องขับรถน้ำมันที่รั่วเป็นทางออกไป โหน่งย่องไปจุดไฟใส่น้ำมันที่เรี่ยราดจากรถบรรทุก ไฟวิ่งตามไปที่รถอึดใจเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว สมุนฝ่ายน้ำมันเถื่อนยกกำลังมาเสริมทำให้โหน่งกับพวกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หนุ่มบอกให้โหน่งหนีไปก่อน พวกมันมากันเยอะแล้ว แล้วช่วยยิงสกัดให้

โหน่งกับพวกบางส่วนหนีรอดไปได้แต่หนุ่มไม่โชคดีอย่างนั้นโดนยิงร่างพรุน โหน่งหันมาเห็นเฉียดถือปืนในมือก็คิดว่าเป็นคนยิงหนุ่มจึงหมายหัวไว้

ไม่นานเสียงปืนสงบ เต้ย ปอม เฉียดกับสมุนออกมาเคลียร์พื้นที่ เห็นศพหนุ่มนอนตายอยู่ เฉียดถึงกับตะลึงจำเสื้อช็อปที่เขาสวมอยู่ได้ว่าเป็นของจอม...

เสี่ยเฮงรู้ข่าวว่าน้ำมันบางส่วนเสียหายเพราะถูกใครบางคนโจมตีก็โกรธมาก สั่งให้เต้ยไปสืบให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...

โหน่งเสียใจกับการสูญเสียหนุ่มลูกน้องคนสนิทได้แต่นั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา สิชลปลอบว่าทำดีที่สุดแล้วอย่าโทษตัวเอง เขาพร่ำพรรณนาว่าสงสารหนุ่มที่ต้องถูกยิงตายอย่างหมา

“แต่พี่ก็ทำให้พวกมันเสียหายไม่ใช่น้อย พี่ประกาศความเป็นคนให้โลกเห็น พี่ไม่ควรหยุดแค่นี้ ขี่หลังเสือแล้ว ถ้าพี่ลงตอนนี้ก็มีแต่จะโดนเสือกัด” สิชลยุส่ง โหน่งอ่อนล้าเต็มทีตัดสินใจอะไรไม่ถูก...

ทางด้านเฉียดรีบไปหาจอมที่บ้าน อยากจะถามตรงๆว่าเสื้อช็อปของเขาไปอยู่บนตัวพวกที่มาถล่มลานขนถ่ายน้ำมันได้อย่างไรและรู้เรื่องน้ำมันเถื่อนของเสี่ยเฮงถูกทำลายเสียหายหรือเปล่าแต่ก็ไม่กล้า จอมเห็น

เพื่อนรักท่าทางแปลกๆถามว่ามีอะไรในใจหรือเปล่า เขาปฏิเสธว่าไม่มี

ooooooo

ไม่ได้มีแต่เฉียดเท่านั้นที่มาหาจอม บวรแวะมาหาเขาเช่นกันและยังเอ่ยถึงเรื่องที่น้ำมันเถื่อนของเสี่ยเฮงโดนยำเละ เฉียดช่วยเสริมเห็นว่ามีคนตายด้วย บวรสงสัยรู้ได้อย่างไร เฉียดโกหกว่าอ่านจากหนังสือพิมพ์ บวรมองเขาอย่างจับผิด หนังสือพิมพ์ยังไม่ออกสักหน่อย ที่ตนรู้เพราะคนของพ่อ เฉียดแถกสีข้างไปเรื่อย

“ก็นายบอกว่าโดนยำ มือขนาดนั้นเขาก็ต้องเอากันถึงตายอยู่แล้ว”

จอมดักคอไม่ได้ไปร่วมกับเขาใช่ไหม เฉียดปฏิเสธทันทีว่าเปล่าแล้วย้อนถามจอมด้วยคำถามเดียวกัน เขาออกตัวไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว พูดยังไม่ทันขาดคำตองเข้ามาบอกจอมว่าสัวกิมให้มาตามตัวไปพบ เฉียดต่อว่าไหนว่าไม่ยุ่งแล้วนี่หมายความว่าอย่างไร

“เราก็ไม่รู้มันเข้ามาตอนไหน”

ตองเห็นจอมชักช้า เร่งให้รีบไปสัวกิมรออยู่ แล้วเข้ามาดึงแขน เฉียดกับบวรจะขวางแต่ถูกตองชักปืนขู่ จอมกลัวจะมีเรื่องรีบออกไปกับเขา ทิ้งให้บวรอยู่กับเฉียดซึ่งมองหน้ากันไม่ค่อยจะสนิทใจนัก...

ที่โรงสูบฝิ่น สัวกิมชมสิชลทำดีมาก เสี่ยเฮงโกรธจนไฟลุกไม่แพ้น้ำมันที่ถูกเผา และที่สำคัญมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกไหนเป็นคนทำ ระหว่างนั้นตองพาจอมเข้ามา สัวกิมขอโทษเขาด้วยที่เชิญมาในลักษณะนี้ พอดีตนได้ข่าวมาว่าทางโรงเรียนช่างกลกำลังจะไล่เขาออก เขาอยากจะมาทำงานกับตนไหม จอมลังเล

“ฉันไม่เคยเอ่ยปากชวนใครบ่อยๆแบบนี้นะ”

จอมเลี่ยงที่จะตอบตกลง ได้แต่ถามว่าจะให้ตนทำอะไร สัวกิมจะให้จอมไปฝึกงานกับตองก่อน โดยงานแรกที่จะให้ทำก็คือตามทวงหนี้...

บุญตาปลื้มใจไปกับเพื่อนด้วยที่ได้งานเป็นนักร้องในไนต์คลับได้มีเสื้อผ้าสวยๆใส่ จำปาเตือนของเหล่านี้เป็นของนอกกาย อย่าไปหลงกับเปลือกเป็นตัวของบุญตาเองดีที่สุดแล้ว คนถูกเตือนมองงงๆหันไปทางพรพรรณจะขอไปดูเพื่อนร้องเพลงที่ไนต์คลับบ้างได้ไหม

“เอาสิไว้จะขอผู้จัดการให้นะ จำปาไปด้วยกันไหม”

“ฉันต้องเป็นแคชเชียร์กะกลางคืนที่ร้านอาหาร”

สามสาวนั่งรวมกันที่หน้ากระจกเงาต่างมองกัน และกัน บุญตาเอ่ยปากอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นักทำไมตัวเองถึงได้หน้าตาแย่กว่าเพื่อน พรพรรณปลอบคนเราเลือกเกิดไม่ได้อย่าไปคิดมาก แล้วถามบุญตาอยากลองแต่งหน้าดูบ้างไหม เธอหยิบลิปสติกสีแดงแจ๊ดขึ้นมา จำปาตีมือไม่อยากให้บุญตาแต่งหน้า

“อย่า เกรงใจเจ้าของเขา”

“เอาเถอะไม่เป็นไร มา...ฉันแต่งให้มา” พรพรรณจับใบหน้าบุญตามาแต่งแต้มสีสัน

ooooooo

ข่าวน้ำมันเถื่อนระเบิดตูมตามดังไปทั้งพระนครแต่กลับจับมือใครดมไม่ได้ทำให้ผู้การคำรณร้อนใจมากต้องบุกมาหาอัศวินถึงโรงพักเจ้าของท้องที่เพื่อทวงถามเรื่องนี้ เขาอ้างกำลังตามเรื่องอยู่

“ผมรู้ว่าสารวัตรเส้นสายดีแต่ถ้าเกิดเสียงดังขนาดนี้ สารวัตรอาจจะโดนเด้งจากอู่ข้าวอู่น้ำของตัวเองก็ได้”

“ท่านพูดเรื่องอะไรครับ” ท่านอัศวินเฉไฉ ผู้การคำรณคุยว่าตนได้เลื่อนยศมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะจับสลากมาได้ ดังนั้นจัดการเรื่องนี้ให้ด้วย อัศวินรับคำหน้าเครียด ขณะที่จ่าจ้อยแอบยิ้มสะใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ตองพาจอมเดินลัดเลาะมาตามตรอกซอกซอยพร้อมกับเล่าถึงประวัติโชกโชนของประทีปคนที่จะมาตามทวงหนี้ว่ายืมเงินบ่อนไปแล้วไม่ใช้ ส่งเด็กมาทวงก็ถูกตบฟันหัก แล้วส่งปืนให้จอมซึ่งโบกมือโบกไม้ไม่เอาไม่ถนัด คุยอวดพอจะป้องกันตนเองได้

“ไม่ได้ให้ไว้คุ้มกันตัวเอง เอาไว้ป้องกันนี่” ว่าแล้วตองชี้นิ้วมาที่ตัวเอง จอมลังเลอึดใจก่อนจะรับปืนเหน็บเอวไว้ แล้วเดินลึกเข้าไปในซอยค่อนข้างแคบ เจอจิ๊กโก๋สามคนจับกลุ่มคุยกันอยู่ ตองปรี่ไปถามว่าเห็นประทีปบ้างไหม จิ๊กโก๋ยียวนกวนประสาทนอกจากไม่มีคำตอบให้ยังชักมีดขึ้นกวัดแกว่งไปมา

ตองสั่งจอมไปถามที่อยู่ของลูกหนี้มาให้ได้ เขาเข้าไปถามจิ๊กโก๋ว่าบ้านประทีปไปทางไหน ไม่ถามเปล่า ทำเป็นเกาพุงเปิดเสื้อให้เห็นด้ามปืนที่เหน็บไว้ คราวนี้จิ๊กโก๋บอกทางไปบ้านเป้าหมายละเอียดยิบ จอมเดินนำไปยังทิศทางนั้น แต่ชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงตุ้บตั้บด้านหลัง หันมองอีกทีพวกจิ๊กโก๋ลงไปนอนกุมคอหอยร้องไม่ออก ส่วนคนที่ถือมีดมีมีดปักหลังมือติดกับโต๊ะ จอมไม่เข้าใจทำร้ายกันทำไมในเมื่อมันบอกแล้ว

“ช้าไง” พูดจบตองเดินแซงจอมไป...

ตามทวงหนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ประทีปไหวตัวทันปีนหน้าต่างหนี ตองกับจอมต้องวิ่งไล่ ประทีปแอบตรงหัวมุมตึกถือท่อนไม้ในมือเตรียมพร้อม ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งดังเข้ามาก็ฟาดไม้เต็มแรง ตองสไลด์หลบทัน แต่จอมอ่อนหัดถูกฟาดหน้าเต็มๆเลือดกบปาก ประทีปเห็นปืนเหน็บที่เอวเขาคว้าขึ้นมาเล็งใส่

“บอกว่ายังไม่มีไง ไม่รู้เรื่องเหรอ”

“เป็นหนี้ก็ต้องใช้” ตองเดินเข้าหาไม่เกรงกลัว คนถือปืนต้องเป็นฝ่ายถอย

จอมเป็นห่วงร้องเรียกอาจารย์เสียงลั่น เป็นจังหวะเดียวกับประทีปลั่นไกเสียงดังแชะ ปืนไม่มีกระสุน ตองจับมือเขาบิดอย่างแรงแล้วกระทืบซ้ำ ในที่สุดเขายอมควักเงินในกระเป๋าให้ ตองแค้นใจที่ประทีปกล้าเหนี่ยวไกเตะเสยปลายคางสลบคาเท้า จอมยังอกสั่นไม่หายที่ตองให้ปืนไม่มีลูก ตองไม่วายถามว่าเมื่อครู่นี้เรียกตนว่าอะไร เขาเรียกว่าอาจารย์ ตองว่าเขายังไม่คู่ควรจะเรียกตนอย่างนั้นแล้วถือปืนกับเงินเดินจากไป

ooooooo

อัศวินจำต้องนัดเจ้าพ่อของทั้งสามก๊กมาพูดคุยเจรจากันเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตัวเอง เสี่ยเฮงเป็นคนแรกที่ท่านไปพบ ทีแรกเขาไม่ยอมรับคำเชิญ เนื่องจากคราวก่อนที่เจอกันยังหาตัวการจัดการให้พวกตนไปนองเลือดกันยังไม่ได้

“แต่คราวนี้ผมออกหน้าเป็นเจ้าภาพรับรองจะไม่มีการนองเลือดเด็ดขาด หรือเสี่ยจะยืนอยู่คนละข้างกับผมอย่างสิ้นเชิง” เจอไม้นี้ของอัศวินเข้าไป เสี่ยเฮงจำต้องรับ

คำเชิญ แต่มีข้อแม้จะต้องเจอกันในที่สาธารณะเป็นกลางไม่หลบๆซ่อนๆ และต้องมีสื่อมวลชนเข้าร่วมด้วย...ในเมื่อผู้เสียหายยอมมานั่งโต๊ะเจรจาอีกสองก๊ก ที่เหลือก็ไม่มีปัญหา ยินดีมาตามคำเชิญ...

แม้จะยังไม่รับจอมเป็นลูกศิษย์ แต่ตองก็ให้เขาสอบผ่านเมื่อสัวกิมถามว่าการทำงานครั้งแรกของเขาเป็นอย่างไร จอมดีใจคาดไม่ถึงว่าตองจะใจดีขนาดนี้...

ดึกคืนเดียวกันผู้การคำรณนัดแนะให้ประทีปมาพบที่สวนสาธารณะ เขาไม่ใช่ผีพนัน ไอ้ขี้ยาหรือนักเลงเร่ร่อน แต่เป็นตำรวจกองปราบฯที่ผู้การคำรณส่งเข้าไปแฝงตัวเพื่อหาหลักฐานมัดตัวอัศวิน แต่ยังไม่ได้อะไรคืบหน้าเพราะอัศวินไม่คุยกับลิ่วล้อ มีอะไรเขาจะคุยกับพวกเจ้าพ่อโดยตรง

“งั้นเราก็เข้าให้ถึงระดับหัวหน้าแก๊ง”

“แค่ลิ่วล้อผมยังโดนขนาดนี้ ถ้าเป็นระดับเถ้าแก่ เจ้าสัว เสี่ยใหญ่ ผมโดนเผาหมกป่าแน่ ผมขอกลับไปประจำอยู่กองปราบฯ”

ผู้การคำรณเอาเงินปึกหนึ่งยัดใส่มือประทีป สั่งให้ไปหาหมอแล้วอย่าเพิ่งคิดมากไม่อย่างนั้นหลายปีที่ ผ่านมานี่เราจะเสียเวลาเปล่า

ooooooo

จอมถูกผู้อำนวยการโรงเรียนช่างกลเรียกไปพบเพื่อแจ้งให้ทราบว่าทางโรงเรียนจำเป็นต้องให้เขาพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่นักเรียนคนอื่นๆต่อไป

แม้จะถูกไล่ออกจากโรงเรียนแต่จอมตั้งใจจะไม่บอกเรื่องนี้กับแม่เพราะไม่อยากทำให้ท่านช้ำใจ และที่สำคัญไม่อยากให้พ่อดูถูกเขามากไปกว่านี้...

บ่ายวันเดียวกัน ขณะกานดาพาเริงเด็กปั้นในสังกัดคนใหม่ไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาด มองออกไปอีกทางหนึ่งเห็นจำปายืนเตร่อยู่สักพัก เฉียดเข้ามาหาสองคนท่าทางสนิทสนมกันไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าถึงไหน

“อย่างนี้นี่เอง มีผัวแมงดางานการไม่สนใจ” กานดามองตามทั้งคู่ที่เดินเคลียคลอกันไปหมั่นไส้...

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าจะโดนไล่ออก แต่พอโดนเข้าจริงๆจอมกลับคิดมากอยากจะระบายกับใครสักคน ตัดสินใจไปหาพรพรรณที่บ้านเห็นเธอแต่งหน้าจัดเต็มหอบชุดนักร้องรีบร้อนออกจากบ้าน ร้องทักว่าจะไปร้องเพลงหรือ เธอพยักหน้าแต่สายตามองไปทางปากซอยเหมือนรออะไรสักอย่าง

“เรามีเรื่องอยากคุยด้วย”

“ได้นะได้ๆ เอาสิ...จอมเห็นใครมารับเราหรือยัง”

ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย แต่ก็อยากจะระบายยังไม่ทันอ้าปากเล่า บวรขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดเสียก่อน เธอรีบบอกจอมว่าไว้ค่อยคุยกันวันหลัง วันนี้รีบเพราะผู้จัดการไนต์คลับสั่งให้เข้าเร็วหน่อย บวรจัดแจงจะเป็นคนบอกเรื่องที่จอมถูกไล่ออก แต่เจ้าตัวรีบตัดบท

“ไม่มีอะไรหรอกไว้ค่อยคุยกัน”

“นะๆ...ขอไปร้องเพลงก่อนนะ” พรพรรณเองก็ไม่ได้ใส่ใจจอมเพราะใจจดจ่อจะไปไนต์คลับ เร่งให้บวรออกรถ จอมได้แต่มองตามน้อยใจ...


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 3 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 3 มิ.ย. 2560 08:13 2017-06-06T02:49:30+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ