ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

พรพรรณเห็นบวรนั่งบรรจุกระสุนลงในรังเพลิงปืน อดถามไม่ได้ว่าจะต้องจบอย่างไรหรือเขาถึงจะพอใจ เขาตอบโดยไม่ต้องคิดว่าเฉียดฆ่าพ่อของเขา ส่วนจอมทำให้ลูกของเขาไม่มีโอกาสลืมตาดูโลก แล้วจะให้เขาหลับตาลงได้อย่างไรในเมื่อพวกมันยังลอยนวลอยู่ เธอทักท้วงแล้วชีวิตลุงแบนไม่พอชดใช้หรือ

“ถึงพี่เลิก พวกมันจะยอมเหรอ จอมมันคงจะปล่อยพี่ไปหรอก”

“แล้วฉันล่ะ ฉันต้องอยู่คนเดียวอีกใช่ไหม” พรพรรณตัดพ้อน้ำตาคลอเบ้า

“พี่ขอโทษ มันไม่มีทางอื่นหรอก” บวรเสียใจไม่แพ้เธอเช่นกัน...

เฉียดรีบมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ได้รับแจ้งข่าวร้าย น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มเมื่อเห็นสภาพของหญิงคนรักที่นอนนิ่งไม่ได้สติ มีสายน้ำเกลือกับสายสำหรับให้เลือดระโยงระยางเต็มไปหมด อีกทั้งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจประคองชีวิตเอาไว้ เสียงหมอรายงานอาการของเธอให้ฟังยังคงดังก้องอยู่ในหัวเขา

“โอกาสฟื้นของคนไข้แทบจะเป็นศูนย์ ถึงรู้สึกตัวก็ทำอะไรไม่ได้ ยิ้มยังไม่ไหว ไร้ความรู้สึก ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ เต็มที่แค่กะพริบตา ยังไม่รวมกว่าจะถึงมือหมอ สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ไม่รู้ว่าจะจำอะไรได้หรือเปล่า ถึงเธอจะยังไม่ตายจากไป ก็เหมือนกับทุกคนตายจากเธอไปแล้ว”

เฉียดพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ทำได้ยากลำบากเหลือเกิน หยิบแหวนออกจากกล่อง สวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของจำปา เป็นจังหวะเดียวกับพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว เขารีบปาดน้ำตาทิ้ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในกุฏิหลวงพี่พักตร์ หนานคำเอาปืนหลายสิบกระบอกมาเช็กความพร้อมเพื่อเตรียมรับการมาเยือนของเฉียด ขณะที่จอมเอาแต่นั่งหน้าเศร้าโทษตัวเองที่ทำให้จำปาบาดเจ็บหนัก

“เรายิงจำปา เราต้องยอมรับความจริง”

“เราถึงรักน้ำใจนายไง อยากสารภาพ เราจะไปด้วย” หนานคำพูดจบโยนปืนให้จอมแล้วเอาปืนที่เหลือใส่กระเป๋าใบใหญ่ จากนั้นพากันออกจากกุฏิ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชายฉกรรจ์ออกันเต็มด้านหน้าพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งจอมและหนานคำกระชับปืนในมือเตรียมพร้อม
หนึ่งในชายฉกรรจ์ก้าวมายืนตรงหน้าจอม

“พี่จอม พวกเราไม่มีที่ไป พวกเราเคยอยู่กับสัวกิม ตอนนี้ขอเดินตามพี่จอม”

จอมกับหนานคำค่อยๆลดปืนในมือลง พวกสมุนพากันคุกเข่าก้มหน้ารอฟังคำสั่งจากจอม...

ขณะที่จอมได้สมุนมาเสริมทัพ บวรรวบรวมลูกน้องที่กระจัดกระจายกลับมาได้จำนวนหนึ่ง

“ฉันขอบใจพวกแกที่ยังเห็นแก่บุญคุณนายหัวบ้วน ฉันสัญญาว่าถ้าเสร็จงานครั้งนี้แล้ว ฉันกลับมาได้อีกพวกเราทุกคนจะไม่ลำบากอีกต่อไป” สิ้นเสียงบวร เหล่าลูกน้องพากันชูอาวุธในมืออย่างฮึกเหิม...

ไม่ได้มีแค่บวรกับจอมที่พร้อมเปิดศึก เฉียดซึ่งมีแค้นที่ต้องชำระระดมเหล่าสมุนของตัวเองเตรียมรับมือกับทั้งจอมและบวรเช่นกัน ประกาศลั่นจะต้องหาตัวคนที่ยิงจำปามาชำระโทษให้ได้ แต่ก่อนที่จะลงสนามรบ เฉียดเข้าไปเสพยาเสพติดย้อมใจ

ooooooo

สามก๊กมาจากสามทิศทาง ก่อนจะมาหยุดเผชิญหน้ากันที่ลานกว้าง จอม เฉียดและบวรอยู่ในกลุ่มของตัวเองด้วย จอมพยายามจะสารภาพกับเฉียดเรื่องจำปาแต่เขาไม่ฟัง ให้รอเขายิงบวรก่อนแล้วจะยิงจอมทีหลัง จอมจะขอสารภาพให้ได้ เฉียดรำคาญยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด

“หุบปาก วันนี้เราไม่มีอะไรจะคุยกับใคร”

จอมตัดพ้อ เฉียดไม่เคยฟังอะไรเลยตั้งแต่สมัยเรียนยันถึงตอนนี้ เขาไม่สนใจฟังอะไรทั้งสิ้น วันนี้ต้องเป็นวันตัดสินว่าใครจะอยู่ใครจะไป บวรเห็นสองคนมัวแต่คุยกันชักปืนจะยิงจอม หนานคำระวังตัวอยู่แล้ว กระแทกเพื่อนซี้ล้มลงทำให้กระสุนพลาดเป้า เฉียดจะยิงบวรแต่ถูกพ่อบ้านใจ๋ดึงตัวหลบเนื่องจากฝ่ายนั้นยิงสวนมาเสียก่อน

จากนั้นสามก๊กเปิดศึกยิงกันสนั่นหวั่นไหวไม่รู้ว่าพวกไหนเป็นพวกไหน ใครหลบกระสุนไม่ทันก็กลายเป็นผีเฝ้าลานกว้าง ทั้งสามฝ่ายต่างหวังจะเผด็จศึกกันให้เสร็จสิ้นในวันนี้ จ่าจ้อยจมูกไว ได้รับการแจ้งเหตุยิงกันรีบยกกำลังไปยังที่เกิดเหตุ หนานคำได้ยินเสียงหวอรถตำรวจรีบลากจอมหลบ

เฉียดยังบ้าดีเดือดไม่เลิกทั้งที่ตำรวจใกล้เข้ามาทุกขณะ พ่อบ้านใจ๋ต้องพาเขาหนี บวรเห็นทั้งจอมและเฉียดพากันหนีตำรวจก็หลบไปเช่นกัน เมื่อตำรวจมาถึงพบเพียงศพของเหล่าสมุนนอนตายเกลื่อน...

เมื่อหนีตำรวจมาได้ เฉียดตรงไปหาจำปาที่ห้องไอซียูขอโทษเธอที่ฆ่าจอมกับบวรไม่สำเร็จ จังหวะนั้น พยาบาลเข้ามาแจ้งว่ามีโทรศัพท์ถึงญาติคนเจ็บ เขาพยักหน้ารับรู้เดินตามพยาบาลออกไปรับสายที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า จอมโทร.มาสารภาพกับเขาว่าเป็นคนยิงจำปาเอง เขาอยากรู้ยิงไปกี่นัด

“นัดเดียว...ฟังเราก่อนนะเฉียด...”

“นายไม่ต้องบอกเหตุผลเราหรอก นายรู้ใช่ไหมจากนี้จะเป็นอย่างไร เราจะตามฆ่าบุญตา เราจะไม่ใช้ปืน เราจะใช้มีดเล่มที่ทื่อที่สุดเชือดอกบุญตา ควักหัวใจออกมาทั้งเป็นจนกว่าจะตาย แล้วเราจะถ่ายภาพส่งไปให้นายก่อนที่เราจะฆ่านายด้วยมีดเล่มเดียวกัน”

“เฉียด บุญตาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”

“เราจะกินหัวใจคนที่นายรัก ดูสิว่านายจะรู้สึกเหมือนเราตอนนี้ไหม” พูดไปเฉียดน้ำตาไหลไปด้วย จอมพยายามขอร้องไม่ให้เขาไปยุ่งกับบุญตาแต่ไร้ผล เขายืนกรานจะล้างแค้นที่จอมยิงจำปาด้วยวิธีนี้ จอม

วางสายหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก หนานคำเห็นสีหน้าของเพื่อนซี้ก็ต่อว่าว่าเตือนแล้วไม่ฟังไปสารภาพทำไม จอมทนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่ไหว ถึงอย่างไรก็ต้องบอกให้เฉียดรับรู้ หนานคำอยากรู้แล้วนี่จะทำอย่างไรต่อไป

“นายช่วยพาบุญตาหลบไปไหนก่อนได้ไหม”

“ยังกับจะยอมนี่”

“ยังไงเราก็ต้องเจอกับเฉียดแน่ๆ”

หนานคำไม่วายต่อว่าจอมว่าอยู่ดีไม่ว่าดีทำให้เป็นเรื่องขึ้นมาจนได้

ooooooo

บวรรู้สึกผิดต่อลุงแบนอยู่ไม่น้อย วันนี้จึงแวะมาเคารพอัฐิแกที่เก็บอยู่ในเจดีย์หลังวัด มีเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา เขารีบไปหลบมุมแอบดู เห็นบุญตาเอาดอกไม้มาไหว้อัฐิลุงแบนเช่นกัน อึดใจพ่อบ้านใจ๋กับสมุนปรี่เข้าหายังไม่ทันจะถึงตัวเธอ หนานคำออกจากที่ซ่อนขวางหน้าไว้ พ่อบ้านใจ๋ชักปืนยิง เขาไวทายาดคว้าสมุนคนหนึ่งมาเป็นโล่รอดคมกระสุนมาได้ ส่วนจอมรีบคว้าตัวบุญตาไปหลบหลังเจดีย์ หญิงสาวงงนี่มันเรื่องอะไรกัน

“บุญตาไม่ปลอดภัยมากับพี่เร็ว” จอมพูดจบคว้าแขนบุญตาจะพาหนี บวรโผล่พรวดออกมาจะยิง แต่เขาดึงบุญตาหลบทัน บวรตามเข้าไปจะซ้ำ ถูกพ่อบ้านใจ๋ยิงใส่เสียก่อนต้องพุ่งตัวหลบ หนานคำเข้ามาช่วยพาจอมกับบุญตาหนี บวรจะตามแต่ถูกสมุนของเฉียดยิงสกัด ขณะที่พ่อบ้านใจ๋ไล่ตามจอมกับพวกไป

จอมต้องคอยปกป้องบุญตาทำให้ยิงต่อสู้กับพ่อบ้านใจ๋ที่ใช้ปืนกลยิงกราดไม่ค่อยจะสะดวก หนานคำเป็นห่วงทั้งคู่สั่งให้หนีกันไปก่อน จอมพยักหน้ารับรู้ รีบพาบุญตาหนี พ่อบ้านใจ๋ไม่ยอมรามือ ไล่ตาม หนานคำที่ซุ่มรออยู่โดดใส่ สองคนเปิดฉากบู๊ใส่กันด้วยมือเปล่าผลัดกันรุกผลัดกันรับ...

ในเวลาต่อมา จอมดึงบุญตาที่หอบเหนื่อยน้ำตานองหน้ามาหลบตรงกำแพงวัด เธอละล่ำละลักถามว่าพวกนั้นจะฆ่าเธอทำไม เธอไปทำอะไรให้ เขาปลอบว่าไม่มีใครทำอะไรเธอได้ แล้วเช็กดูกระสุนปืนพบว่าหมดเกลี้ยง ทันใดนั้นมีกระสุนพุ่งมาเฉียดหัวเขาไปกระทบกับกำแพง จอมมองไปยังทิศทางของกระสุนพบบวรกำลังวิ่งมาทางที่ตัวเองอยู่พร้อมกับสาดกระสุนใส่ เขาฉุดมือบุญตาหนีอีกครั้ง

“พี่จอมหนีไป อย่าให้บุญตาเป็นตัวถ่วง”

“ไม่มีบุญตา พี่ตายซะดีกว่า” จอมเร่งฝีเท้าพาบุญตาวิ่งหนี...

ขณะที่จอมกับบุญตาหนีการไล่ล่าของบวรอย่างสุดชีวิต อัศวินในสภาพโทรมสุดขีดเดินขากะเผลกๆเนื่องจากบาดเจ็บด้วยคมกระสุนของจอม จะเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแต่เห็นตำรวจเดินเตร่อยู่ รวมทั้งจ่าจ้อยด้วย สารวัตรชั่วไม่กล้าเข้าไป รีบเดินลากขาออกไป...

ด้านหนานคำยังคงต่อสู้กับพ่อบ้านใจ๋อย่างเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายเขาสู้พลังหนุ่มของหนานคำไม่ไหวถูกฆ่าตายคามือ...

ฝ่ายบวรวิ่งเลี้ยวหัวมุมออกจากซอยเพื่อขึ้นถนนใหญ่ คลาดกับจอมและบุญตาไปอย่างน่าเจ็บใจ เขาเก็บปืนไว้ที่เอวอย่างหงุดหงิด หันไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังตีสั่งสอนลูกอายุไม่ถึงสี่ขวบอยู่ ของขึ้นทันที ปรี่เข้าไปต่อยชายคนนั้นหงายเงิบ แล้วหันไปทางเด็กน้อย

“โตขึ้นอย่าเสียคนนะลูก” บวรขยี้หัวเด็กน้อยเบาๆก่อนจะเดินจากไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พรพรรณเดินซื้อของอยู่ในตลาด ถูกสมุนของเฉียดจับตัวไป

ooooooo

อัศวินไม่เหลือเค้าของสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่ที่เหล่าเจ้าพ่อนับหน้าถือตา ตอนนี้กลายสภาพเป็นขอทานดีๆนี่เอง ทั้งบาดเจ็บ ทั้งหนีการไล่ล่าของตำรวจไม่มีแม้แต่เงินจะซื้ออะไรกิน ต้องขโมยไก่ที่แขวนอยู่ในตู้ของร้านอาหารข้างถนน วิ่งลากขาไปหลบที่ลานจอดรถของตลาดก่อนจะหยิบไก่มากัดกินอย่างหิวโหย

กินไปได้ไม่กี่คำก้มมองสภาพตัวเองแล้วทนไม่ได้ โยนไก่ทิ้งหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น จ่าจ้อยเข้ามาพร้อมกับชักปืนขู่ สั่งให้มอบตัว เขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว อัศวินสมเพชตัวเองยิ่งนัก

“จะจับผมทั้งทีให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม ขนมากันแค่เนี่ย จ่าดูผมสิ ยังไม่ทำความเคารพอีกเหรอ”

“ตามผมไปโรงพักดีๆ”

อัศวินไม่ยอมติดคุก หยิบปืนขึ้นมาทำท่าจะยิงต่อสู้ก็เลยถูกจ่าจ้อยกับพวกตำรวจยิงร่างพรุน จ่าจ้อยรีบเข้าไปหยิบปืนออกจากร่างที่เลือดท่วมของเขา ปรากฏว่าปืนไม่มีกระสุน

“พระนครคงเงียบแล้วล่ะจ่า ไม่เหลือกระสุนสักนัดสินะ” อัศวินหัวเราะให้กับชะตากรรมของตัวเอง ก่อนจะตาค้างสิ้นใจ จ่าจ้อยมองอย่างสมเพช สารวัตรที่เคยยิ่งใหญ่นอนตายในสภาพไม่ต่างจากหมาข้างถนน...

ค่ำแล้วเฉียดยังนั่งเฝ้าจำปาที่นอนนิ่งไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะเอียงหูเข้าไปหาเหมือนเธอพูดอะไรบางอย่างด้วยทั้งที่เธอหลับไม่รู้เรื่อง

“หือ...จำปาว่าอะไรนะ” เฉียดนิ่งไปอึดใจก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พรุ่งนี้ไม่ต้องทำกับข้าวนะ ไว้พี่ซื้อเข้ามาเอง” พูดจบเขาเดินออกจากห้อง ขณะผ่านเคาน์เตอร์พยาบาลประจำวอร์ด พยาบาลเวรร้องเรียกไว้

“ประทานโทษนะคะ มีคนฝากซองไว้ให้ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” เฉียดรับซองมาเปิดอ่านก่อนจะเดินต่อไป

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น เฉียดกำลังนั่งเสพยาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องนอน พลันมีเสียงกุกกักดังมาจากในตู้เสื้อผ้า เขาเดินไปเปิดดูแล้วเอานิ้วชี้แตะปากเป็นทำนองให้พรพรรณที่ถูกมัดมือ เท้าและปากอยู่เงียบๆ

“ยังขาดบุญตาอีกคน รอนะ...กับพรพรรณเราไม่มีอะไร แค่ไม่อยากให้บวรมันขวางทางปืนเรากับจอมไม่คิดเหมือนกันว่าบวรมันจะมีอารมณ์นี้กับใครได้”

มีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เฉียดเหลือบดูนาฬิกาก่อนจะหันกลับมาบอกกับพรพรรณว่าไม่ต้องห่วง เขาไม่คิดจะทำอะไรเธอแล้วปิดประตูตู้เสื้อผ้าไว้อย่างเดิม จากนั้นเดินไปรับสาย

“ฮัลโหล อ๋อ...เออใช่เราเองแหละ ว่างไหมล่ะมากินข้าวกัน แต่งตัวดีๆนะไม่งั้นเขาไม่ให้เข้าร้านไม่รู้ด้วยนะ” พูดจบเฉียดวางสาย ขณะที่พรพรรณซึ่งอยู่ในตู้เงี่ยหูฟังว่าเขาพูดอะไรอยู่...

ในเวลาต่อมา ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง จอมในชุดหล่อ มีเสื้อสูทพาดอยู่บนพนักเก้าอี้นั่งมองนาฬิกาพลางชะเง้อคอยาวไปทางประตูหน้าร้านเหมือนรอใครบางคน ไม่กี่อึดใจ เฉียดในชุดสูทหล่อไม่แพ้กันเดินเข้ามานั่ง

“นึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว”

เฉียดยกนิ้วชี้แตะปากให้จอมเป็นทำนองอย่าเพิ่งพูดอะไร แล้วเรียกบ๋อยมาสั่งอาหารและเครื่องดื่ม เสร็จเรียบร้อยถึงได้หันไปชมจอมว่าเข้าใจเลือกร้านอาหาร...

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ซองที่จอมฝากให้เฉียดถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียง จำปานอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มมีอาการเปลือกตากระตุก นิ้วขยับอีกด้วย พยาบาลที่กำลังเช็กสายน้ำเกลืออยู่รีบวิ่งออกไปตามหมอ จำปาค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เห็นจดหมายที่อยู่บนโต๊ะหัวเตียง หยิบมาอ่าน ตกใจ รีบยันตัวลุกขึ้น ดึงเข็มน้ำเกลือออกจากแขน โซเซไปหยิบเสื้อมาสวม กัดฟันเดินออกจากห้อง...

ระหว่างรออาหาร บ๋อยยกแชมเปญที่เฉียดสั่งเข้ามาจะเปิดให้ดื่มฆ่าเวลา เฉียดยกมือห้ามอ้างยังไม่ถึงเวลา บ๋อยวางแชมเปญไว้แล้วผละจากไป จอมทนไม่ไหวถามเขาเสียงเครียดว่า จะเอาอย่างไรกันแน่

“เราบอกไปแล้ว เราจะให้นายรับรู้รสชาติการตายของคนที่นายรักก่อน พอนายรับรู้รสชาตินั้นแล้ว เราถึงจะฆ่านาย ถ้านายตายตอนนี้ นายก็จะไม่ได้เจอกับสิ่งเดียวที่เราเจอสิ” เฉียดยิ้มยียวน...

ขณะที่การพบกันของสองเจ้าพ่อหนุ่มค่อยๆเพิ่มความเครียดขึ้นเรื่อยๆ บุญตาไหว้พระในโบสถ์เสร็จกำลังจะเดินออกมาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหนานคำแบกกระเป๋าใส่สัมภาระใบใหญ่เดินผ่าน เธอจะเรียกแต่ยั้งปากไว้ ก่อนจะแอบสะกดรอยตามไปห่างๆ...

ที่ร้านอาหารหรู จอมยังคุยกับเฉียดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าเสียใจเรื่องจำปา ถ้าเฉียดรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับบุญตา ตนจะเอาปืนออกมายิงตัวเองต่อหน้าเขาตอนนี้เลย บ๋อยเอาอาหารเข้ามาเสิร์ฟ สองหนุ่มจึงต้องยั้งปากเอาไว้ รอจนบ๋อยไปแล้ว เฉียดจึงส่ายหน้า ชีวิตจอมแลกกับชีวิตจำปาไม่คุ้มค่า ต้องแลกด้วยชีวิตบุญตาก่อนแล้วค่อยส่งเขาตามไป แถมยืนยันว่าบุญตาจะต้องไม่รอดอีกทั้งต้องตายอย่างทรมาน

“นายบ้าไปแล้วเหรอ”

“บ้า?...นายพรากความหวังไปจากเรา จำปาคือทุกอย่างที่เรามี นายว่าเราบ้าเหรอ”

จอมพยายามต่อรองจะยกทุกอย่างที่มีให้เฉียด แต่ต้องละเว้นบุญตาไว้ เฉียดไม่ต้องการในเมื่อหญิงคนรักของตนไม่มีโอกาสกลับคืนมาเหมือนเดิม แม้แต่ยิ้มให้ตนยังทำไม่ได้ ดังนั้นตนจะทำให้จอมไม่มีวันยิ้มได้อีกตลอดชีวิต จอมเหนื่อยใจที่จะต่อรองด้วย ขอตัวไปเข้าห้องนํ้าเผื่อจะหาทางออกอะไรขึ้นมาได้บ้าง

“นายยังกล้ามองหน้าตัวเองในกระจกอีกเหรอ” คำพูดแดกดันของเฉียดทำให้จอมยิ่งรู้สึกผิดต่อจำปา คว้าเสื้อสูทเดินเข้าห้องน้ำไปด้วย คล้อยหลังไม่นาน บวรเดินเข้ามาในร้าน เห็นเฉียดนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดปรี่เข้าไปหาโดยถือหนังสือพิมพ์ซึ่งซ่อนปืนเอาไว้มาด้วย แต่ไม่พ้นสายตาเหยี่ยวของเฉียด

“อ้าว บวรทำไมมาช้า...แต่งตัวดีๆเป็นนี่”

“ช่วยบอกหน่อยสิ ทำไมเราไม่ยิงนายทิ้งซะตอนนี้”

เฉียดยิ้มเหี้ยม ขืนบวรยิงตนก็จะทำให้ไม่รู้ที่ซ่อนของพรพรรณซึ่งอาจจะหิวตายอยู่ในตู้โบกี้รถไฟร้างที่ไหนก็ได้ บวรจำต้องทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก เตือนว่าเรื่องนี้พรพรรณไม่เกี่ยว เฉียดเปลี่ยนเรื่องสนทนา นี่ถ้าบวรไม่โทร.ไปหา ตนคงไม่รู้จะติดต่อเขาได้อย่างไร แล้วชวนกินอะไรด้วยกันก่อน

“เราไม่หิว บอกมาว่าพรพรรณอยู่ไหน” บวรเสียงกร้าว...

คนที่บวรถามหากระแทกประตูตู้เสื้อผ้าเปิด ดิ้นรนจนเชือกที่มัดหลุดแล้วรีบหลบออกไปทันที

ooooooo

เฉียดเหมือนหมดอาลัยตายอยากเพราะคิดว่าจำปาจะไม่ฟื้นคืนมาเหมือนเดิม พอบวรทวงถามทำไมต้องฆ่าพ่อของตน เขาจึงรับสมอ้างว่าเป็นคนฆ่าเอง บวรยกหนังสือพิมพ์ที่ภายในซ่อนปืนไว้ขึ้นมา เป็นจังหวะที่บ๋อยเอาอาหารมาเสิร์ฟ เฉียดรีบบอกให้เขาเอาปืนลงก่อน บวรจำใจทำตาม...

ทางด้านหนานคำเหมือนจะไหวตัวทันว่าถูกสะกดรอยตาม แอบหนีไปจนได้ บุญตาเลี้ยวหัวมุมตึกก็ไม่เห็นเขาแล้ว ขณะกำลังยืนงงจะไปทางไหนดี จำปาเดินโซเซมาล้มลงตรงหน้าบุญตาพอดี พยายามเตือนเรื่องเฉียดกับจอม บุญตาตื่นเต้น นี่เธอรู้หรือว่าทั้งคู่อยู่ไหน จำปาพยักหน้า แล้วส่งจดหมายที่หยิบติดมาจากห้องพักฟื้นผู้ป่วยให้ดู...

เฉียดรู้ว่าจอมกำลังจะกลับมาที่โต๊ะ แกล้งบอกบวรว่าตัวเองมีปืนอีกกระบอกหนึ่งที่ข้อเท้า ถ้าเขาจะยึดไปก่อนก็ทำได้เลย บวรก้มลงไปใต้โต๊ะปลดปืนจากข้อเท้าเฉียด จังหวะที่จอมกลับมานั่งที่โต๊ะ บวรหยิบปืนเสร็จเอี้ยวตัวขึ้นมาพอดี สองคนเผชิญหน้ากันต่างจะชักปืนใส่ เฉียดตบมือบวรให้คาอยู่ใต้โต๊ะ ส่วนอีกมือหนึ่งกดมือจอมไว้กับเสื้อสูทที่มีปืนอยู่ในนั้น เตือนทั้งคู่จะทำอะไรให้เกรงใจกันบ้าง จอมอยากรู้ว่าทำไมบวรต้องยิงลุงแบน

“แล้วมีอะไรไหม” บวรลอยหน้าไม่เกรงกลัว จอมขอร้องให้เฉียดปล่อย นี่เป็นเรื่องของตนกับบวร เฉียดโวยกลับตนเองก็มีเรื่องกับจอมเช่นกัน บวรจะเอาเรื่องทั้งคู่ให้ได้ในเมื่อคนหนึ่งฆ่าพ่อของตนส่วนอีกคนก็ฆ่าลูก

“อ้าว...ลูกในท้องจำปาของนาย” เฉียดมองบวรอย่างไม่ใส่ใจนัก “เรื่องมันแล้วไปแล้ว แต่โทษนะ เราให้นายฆ่าจอมไม่ได้ มันต้องอยู่ดูบุญตาตายก่อน หรือใครจะมีปัญหากับเรา” ว่าแล้วเฉียดหยิบปืนมาวางบนโต๊ะ

ลูกค้าของร้านที่นั่งโต๊ะใกล้ๆพากันกลัวหัวหด ทยอยลุกหนี บ๋อยจะเอาอาหารมาเสิร์ฟเห็นปืนวางอยู่หันหลังกลับแทบไม่ทัน บวรไม่รู้ว่าทั้งคู่มีเรื่องอะไรกัน แต่เรื่องของตน ตนไม่ยอมแน่ แล้วชักปืนส่องจอมกระบอกหนึ่ง ส่องเฉียดอีกกระบอกหนึ่ง จอมเองก็ทำแบบเดียวกัน เพื่อนเคยซี้ทั้งสามคนต่างส่องปืนใส่กันเป็นวงกลม

ผู้คนในร้านแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางคนวิ่งชนรถเข็นอาหารที่เตรียมมาจุดไฟทำให้ลุกท่วม จอมขอร้องอย่าเป็นแบบนี้ไม่ได้หรือ เฉียดอยากรู้ว่าเขายิงจำปาทำไม จอมไม่ได้ตั้งใจจะยิง บวรเองก็ตะโกนต่อว่าเฉียดเสียงลั่นแข่งกับความวุ่นวายรอบๆว่าทำไมต้องฆ่าพ่อของตนด้วย ท่านไม่เกี่ยวอะไรสักหน่อย

ทันใดนั้น หนานคำวิ่งสวนผู้คนที่วิ่งหนีตายเข้ามาในร้าน เปิดฉากยิงใส่บวรซึ่งหงายหลังหลบ สามเจ้าพ่อหนุ่มยิงใส่กันไม่ยั้ง อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก พรพรรณวิ่งมาหมดแรงล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับบุญตาประคองจำปามาจากอีกทางหนึ่ง สามสาวมองหน้ากันใจคอไม่ดีเพราะเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากร้านอาหาร

ooooooo

ขณะบวรถูกยิงหงายหลังก็ลั่นกระสุนใส่เฉียดโดนไหล่ถึงจะล้มแต่เขายังยิงถูกหนานคำเข้าเต็มบ่าหงายหลังหัวฟาดขอบโต๊ะหมดสติ บวรจะยิงเฉียดซ้ำ จอมร้องห้ามลั่นแต่เขาไม่สนใจยิงเฉียดกระเด็นแต่ไม่เข้าจุดตาย จอมจำใจยิงบวรถูกเต็มท้องถึงกับทรุด เฉียดพุ่งใส่จอมล้มกลิ้งไปด้วยกันแล้วพยายามจะคว้าปืนที่ตกอยู่

จอมต้องล็อกคอเฉียดไว้ไม่ให้เอื้อมถึงปืน ส่วนบวรที่หายใจรวยรินพยายามจะหยิบปืนเช่นกัน

“เฉียดทำไม...ทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนี้”

“มันสายไปแล้วจอม” เฉียดยังพยายามจะหยิบปืนทั้งที่ถูกจอมล็อกคอไว้ เขาไม่มีทางเลือกจำใจยิงเฉียดที่คว้าปืนมาได้แล้ว หนานคำเพิ่งได้สติ เห็นเฉียดกับบวรนอนจมกองเลือดได้แต่มองอยู่ห่างๆ ฝ่ายจอมเห็นสภาพเพื่อนทั้งสองคนแล้วสลดใจ รีบประคองร่างเฉียดไว้ จะพาไปส่งโรงพยาบาล

เฉียดสารภาพกับบวรว่าไม่ได้ฆ่าพ่อของเขา ไม่ได้คิดจะทำร้ายพรพรรณซึ่งตนขังไว้ที่บ้าน และไม่ได้จะทำร้ายบุญตาเช่นกัน แค่ต้องการขู่เท่านั้นจอมเองก็สารภาพว่าไม่ตั้งใจจะยิงจำปาและไม่คิดทำร้ายลูกของบวรแม้แต่น้อย บวรพยักหน้ารับรู้ จอมยังรู้สึกผิดต่อเพื่อน จึงเอาปืนยัดใส่มือเฉียด ถ้าต้องการให้ชดใช้ตนยินดี เฉียดส่ายหน้า

“พวกเราก็เป็นกันซะแบบนี้” เฉียดพูดจบก็กระอักเลือด

บุญตา จำปาและพรพรรณเปิดประตูเข้ามาในร้าน ต่างวิ่งไปหาผู้ชายของตัวเอง จำปาทันได้รํ่าลาเฉียดเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่พรพรรณได้สารภาพความในใจที่มีต่อบวรแม้จะสายเกินไปตาม ไม่กี่อึดใจเขาตายไปในอ้อมกอดเธอ ตำรวจยกกำลังเข้ามาเคลียร์พื้นที่โดยมีจ่าจ้อยรวมอยู่ในนั้นด้วย เพื่อนเคยซี้ทั้งสามคนเหลือรอดแค่จอมคนเดียว แต่ก็ถูกตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ รวมทั้งหนานคำด้วย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น บุญตาเอาอาหารใส่ปิ่นโตมาเยี่ยมจอมที่ห้องขังบนโรงพัก เขารู้ตัวดีว่าทำความผิดไว้มาก คงหนีไม่พ้นต้องถูกลงโทษ ขอร้องบุญตาไม่ต้องรอเขาออกจากคุก เธอยืนกรานจะรอไม่ว่าจะนานแค่ไหน

“รอคนอย่างพี่ บุญตาก็จะมีแต่เสียเวลาเปล่า อย่าหยุดอยู่กับที่ ชีวิตบุญตาต้องวิ่งไปข้างหน้า”

“บุญตาจะวิ่งนะ เคยมีคนบอกว่าถ้าเราวิ่งไปข้างหน้าแล้วคราบน้ำตาจะไหลไปข้างหลังเอง...โลกมันกลมพี่จอม ถ้าบุญตาวิ่งไม่หยุด ยังไงบุญตาก็จะต้องกลับมาพบพี่ใช่ไหม”

จอมตระหนักแล้วว่าหนทางของเจ้าพ่อไม่เคยทำให้ใครพบจุดจบที่ดี เขาควรจะรู้ตั้งนานแล้ว บุญตาปลอบใจเราเริ่มต้นใหม่ได้ อะไรที่แล้วก็ให้แล้วกันไป ขอแค่อย่าทำผิดซ้ำอีก สัญญาว่าจะรอจนเขาออกจากคุก

“ขอบใจนะบุญตา ขอบใจ” จอมมองหญิงคนรักอย่างซาบซึ้งใจ...

ในที่สุดศาลพิพากษาจำคุกจอมและหนานคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนักโทษทั้งสองคนมาส่งมอบให้กับเรือนจำ บุญตา พรพรรณและจำปานั่งรถมาส่งถึงที่โดยมีจ่าจ้อยซึ่งตอนนี้ติดยศร้อยตรีกลายเป็นหมวดจ้อยขับรถให้ จอมหันมาเห็นพวกสาวๆ เข้ามาขอโทษพรพรรณกับจำปา สองสาวไม่ถือโทษโกรธอะไรเขา

“จากนี้ไปก็เดินทางใหม่ให้มันถูกก็แล้วกัน มีอะไรให้ช่วยก็บอก” หมวดจ้อยยิ้มให้อย่างมีไมตรี

“ครับ ร้อยตรีจ้อย ผมขอชดใช้กรรมก่อนดีกว่าครับ จากนี้ไป พอกันที ผมไม่สร้างเวรสร้างกรรมอะไรกับใครอีกแล้ว อะไรที่มันจบในชาตินี้ก็ให้มันจบในชาตินี้ เส้นทางไปสู่อำนาจมันไม่ยั่งยืนหรอกครับ” จอมว่าแล้วหันไปขอบคุณและขอให้สามสาวอโหสิกรรมให้ ทุกคนยิ้มให้กันอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจต่อกัน

“ขอให้ทุกอย่างมันจบลงตรงนี้นะ ผมชดใช้ให้หมดแล้วนะครับ” จอมมองสบตากับบุญตาและทุกคนอย่างเข้าใจ จากนั้นเขากับหนานคำเดินตามผู้คุมเข้าไปในเรือนจำ พร้อมจะชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อ

ooooooo

-อวสาน-


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 16 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 17 ก.ค. 2560 07:44 2017-07-18T01:04:34+00:00 ไทยรัฐ