ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

จอมกับบุญตากลับถึงบ้านพักของลุงแบนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักที่รู้ว่าอัศวินรอดกลับมาได้แถมยังรู้จากจ่าจ้อยว่าสัวกิมได้ประกันตัวออกมาสู้คดีอีกด้วย จอมมองหญิงคนรักด้วยความเป็นห่วง

“บุญตาเองก็ไม่ปลอดภัยแล้วตอนนี้ ยังไงสารวัตรอัศวินมันต้องตามมาเอาคืนแน่”

“บุญตาไม่กลัวนะ พี่จอมว่าไงบุญตาก็ว่าตามนั้น” บุญตาพยายามข่มความกลัวไว้ไม่อยากทำให้จอมเป็นกังวล ระหว่างนั้นจำปาพาหนานคำเข้ามาเห็นบุญตาในสภาพครบสามสิบสองก็โผกอดด้วยความดีใจ ฝ่ายหลังเห็นเพื่อนปลอดภัยกอดตอบด้วยความรู้สึกเดียวกัน ขณะที่จอมกับหนานคำต่างจับมือตบไหล่กันและกันดีใจไม่แพ้พวกสาวๆ หนานคำส่งสร้อยข้อมือตับเหล็กคืนให้จอมซึ่งส่ายหน้าบอกให้เขาเก็บไว้

“นี่ ของดีนะ”

“มีเพื่อนดี มันดีกว่าของทั้งโลก” จอมยิ้มให้หนานคำอย่างจริงใจ...

ในเวลาต่อมา จอมพาหนานคำไปพบกับสัวกิมที่บ้านเพื่อขอถอนตัวจากวงการนักเลงเพื่อกลับไปดูแลพ่อซึ่งแก่มากแล้ว สัวกิมไม่ค่อยจะพอใจนัก ถามเป็นเชิงขู่ว่าคิดดีแล้วหรือ หนานคำไม่พอใจสวนทันที

“ถามดีแล้วเหรอ”

“อั๊วไม่ได้พูดกับลื้อ” สัวกิมตวาดลั่น หนานคำปรี่เข้าหา ขณะที่ตองจำใจออกมาขวางไว้ จอมไม่อยากให้มีเรื่องกัน สะกิดหนานคำพลางส่ายหน้าแล้วหันไปขอโทษสัวกิมแทนเพื่อนของตนด้วย เจ้าพ่อใหญ่ทักท้วงจอมคิดดีแล้วหรือ กลับไปดูแลพ่อไม่เห็นต้องลงจากหลังเสือ จอมอยากบวชให้พ่อ แม่ไม่ได้เห็นชายผ้าเหลืองของตนไปคนหนึ่งแล้ว อย่างน้อยถ้าแม่มองลงมาจะได้สบายใจ สัวกิมรีบเปลี่ยนท่าทีจะบวชก็ไม่บอก

“ฉันเองก็พุทธมามกะถ้าห้ามก็บาปแย่ ยังไงขอเป็นโยมอุปัฏฐากเกาะชายผ้าเหลืองไปด้วยนะ”

จอมยังไม่ได้กำหนดวันบวชเลย เพราะมีหลายเรื่องต้องทำให้เสร็จเสียก่อน สัวกิมทำตัวเป็นเจ้าพ่อผู้มีเมตตา เสนอตัวถ้าจะให้ช่วยอะไรก็ขอให้บอก จอมขอบคุณเขามากที่เข้าใจยกมือไหว้แล้วขอตัวกลับก่อน พอเขาเดินพ้นสายตาไปกับหนานคำ สัวกิมเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหี้ยมเกรียมทันที ตองได้แต่มองตามเป็นห่วงจอม

ooooooo

หนานคำเห็นสีหน้าไม่สบายใจของจอมก็นิ่วหน้าแปลกใจในเมื่อสัวกิมเข้าใจอะไรง่ายๆแบบนี้ไม่เห็นมีอะไรต้องเป็นกังวล เขาเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาคิดจะกลับตัว เขาต้องสูญเสียแม่ไป

“อ้าว...เหรอ มันคงไม่เกี่ยวกันหรอกมั้ง”

“เราก็หวังว่าคราวนี้พ่อเราคงได้อยู่เห็นชายผ้าเหลืองลูกจริงๆนะ”...

ที่บ้านนายหัวบ้วน บวรกับพรพรรณกำลังนั่งกินมื้อค่ำด้วยกันเงียบๆมาพักใหญ่ ก่อนเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบว่าขอบใจเธอมากที่อุตส่าห์มากินข้าวตามคำชวน เธอออกตัวว่าเธอเองก็ไม่ได้มีคนชวนกินข้าวแบบนี้บ่อยๆ บวรยื่นข้อเสนอ อยากจะกลับไปร้องเพลงที่ไนต์คลับไหม

“ยังหรอก ตอนนี้พรยังไม่รู้เลยว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร”

“ถ้าถามเรา ตอนนี้ก็แค่อยากให้พ่อฟื้นขึ้นมาก็พอ อย่างน้อยบ้านจะได้ไม่กว้างเกินไป” บวรว่าแล้วแหงนหน้ามองบ้านที่เงียบเหงา แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อไป มีเสียงโทรศัพท์ภายในบ้านดังขึ้น บวรถือถ้วยข้าวต้มลุกขึ้นไปรับสาย ทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งข่าวร้ายเรื่องที่นายหัวบ้วนตาย เขาถึงกับทำถ้วยข้าวร่วงจากมือ...

จากนั้นไม่นาน บวรกับพรพรรณมาถึงห้องพักฟื้นของนายหัวบ้วน จ่าจ้อยกำลังเก็บหลักฐานอยู่หันมาเห็นเขาก็แสดงความเสียใจด้วย บวรแค้นใจมากหันไปชกประตูห้องระบายอารมณ์ จ่าจ้อยแปลกใจเขารู้เรื่องที่

พ่อตายได้อย่างไร ได้ความว่าทางโรงพยาบาลโทร.ไปแจ้ง บวรถามเสียงเครียดว่าฝีมือใคร

“ไม่มีพยานรู้เห็นเลย ในที่เกิดเหตุคนร้ายทำสิ่งนี้หล่นไว้” จ่าจ้อยยกถุงพลาสติกใส่สร้อยเขี้ยวหมูตันให้ดู บวรจำได้แม่นว่าสร้อยเส้นนี้ห้อยคอเฉียดตอนที่เจอกันในถ้ำซ่อนสมบัติ จ่าจ้อยเห็นสีหน้าแววตาของเขาก็รู้ทันทีว่าเขารู้แล้วว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของใคร ขอร้องอย่าทำอะไรวู่วามปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า

“คนหนึ่งฆ่าลูก คนหนึ่งฆ่าพ่อ แล้วยังคิดว่าผมจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจอีกเหรอ”

จ่าจ้อยมองบวรงง ไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไร...

คนที่ถูกสัวกิมใส่ความกำลังนั่งให้จำปาใส่ยาแผลที่คอซึ่งถูกตองกระชากสร้อยไป เธอบ่นอุบทำไมพวกนั้นไม่ยอมเลิกรากันสักที ต้องการอะไรกันแน่ เฉียดกร้าวใส่จะต้องการอะไรนอกจากจะต้องตายกันไปข้างหนึ่ง จำปาไม่อยากให้มีเรื่องขอให้ลืมๆมันไปได้ไหม

“พี่พยายามอยู่ แล้วดูสิ่งที่มันเกิดกับพี่สิ พวกมันยอมเลิกราไหม”

“เพื่อนพี่อาจจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยก็ได้”

ยิ่งจำปาพยายามจะไกล่เกลี่ยกลับยิ่งทำให้เฉียดเคืองแค้นหาว่าเธอเข้าข้างฝ่ายตรงข้าม จำปาอึดอัดใจมากคิดว่าเธอกับเขาจะปรับความเข้าใจกันได้แล้วเสียอีก แต่กลับต้องมากินแหนงแคลงใจกันอีก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น จอม บุญตาและหนานคำไปหาหลวงพี่พักตร์ที่กุฏิเพื่อให้ช่วยเตรียมตัวจอมสำหรับการบวชที่จะมีขึ้น หลวงพี่จะให้เขาพักที่กุฏิแห่งนี้เพื่อทำให้ใจสงบก่อน และจะได้ท่องคำขอขมาลาบวชให้ขึ้นใจเสียก่อน

“ถ้าเป็นไปได้ ช่วงนี้ก็อย่าออกไปไหน คนจะบวชเขาว่ามันมักจะมีมารผจญ”

“ผมจะพยายามครับหลวงพี่”

“สะดวกบวชเมื่อไหร่ก็ตามแต่ใจนะ” หลวงพี่พักตร์มองบุญตาแล้วหนักใจแทนจอม ก่อนจะผละจากไป จอมปลอบเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะต้องตามลุงแบนให้เจอก่อนถึงจะบวช บุญตาไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็นมารผจญทำให้เขาไม่ได้บวช ในเมื่อเขาตั้งใจจะบวชก็ดีแล้วถึงลุงแบนอยู่ก็คงจะเห็นดีเห็นงามไปกับเขา

“ยังไงพี่ก็ทิ้งลุงแบนไม่ได้”

หนานคำเห็นท่าทางเป็นกังวลของจอมเชื่อว่าเขาไม่มีทางได้บวช เขาเองก็อดหวั่นใจไม่ได้...

สัวกิมยังคงเดินตามแผนกำจัดเจ้าพ่อหนุ่มทั้งสามคนให้สิ้นซาก โดยจะใช้แผนยืมมือฆ่าคนเชิญอัศวินมากินข้าวที่บ้านเพื่อขอความร่วมมือให้เขาเลิกถือหางบวรเพื่อที่ตนจะได้ทำให้พวกมันฆ่ากันเอง อัศวินอยากรู้ถ้าทำอย่างนั้นแล้วจะได้อะไรตอบแทน สัวกิมจะส่งเฉียดให้เขา อัศวินสีหน้าครุ่นคิดหนัก...

ฝ่ายเฉียดก็หมกมุ่นถึงการแก้แค้นทั้งบวรและจอมไม่เลิกไม่แล้ว ด้วยความเครียดที่ถาโถมเข้าใส่ทำให้เขาต้องหันไปพึ่งยาเสพติดเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำน้ำใจจนติดงอมแงม...

หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายตลบ อัศวินตกลงจะร่วมมือกับสัวกิม แต่ต้องใช้วิธีของตนเท่านั้น สัวกิมสวนทันทีถ้าเขาไม่ยอมทำตามจะเกิดอะไรขึ้นแล้วชักปืนขึ้นเล็งฝ่ายตรงข้าม สารวัตรชั่วไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เอามือล้วงเข้าไปในชามผัดหมี่ที่ตัวเองซื้อติดมือมาเป็นของฝากสัวกิม หยิบปืนขึ้นส่องกลับ ตองกับสิชลต่างตั้งการ์ดเตรียมสู้กับปอมและขำที่เตรียมพร้อมรับมือ สัวกิมเจ้าเล่ห์ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน

“นี่ไง มิตรภาพ นี่...แบบนี้เขาถึงจะเรียกว่าความผูกพัน” สัวกิมหันไปสอนตองกับสิชล “อ่ะ หมดเวลาของเด็กๆแล้ว ผู้ใหญ่เขาจะทำงานกัน” สัวกิมว่าแล้วลดปืนลง อัศวินถึงได้ทำตามแล้วยิ้มให้ทั้งที่ยังระแวงอยู่

“ทำตามวิธีของสารวัตรก็ได้” สัวกิมยิ้มตอบแต่ในใจซ่อนมีดเอาไว้พร้อมจะแทงอัศวินได้ทุกเมื่อ...

บุญตาเดินกลับจากวัดโดยมีหนานคำตามประกบราวกับเป็นบอดี้การ์ด เธอทักท้วงเขาน่าจะอยู่เป็นเพื่อนจอมมากกว่าจะมาเดินตามเธอ หนานคำกลับเห็นตรงข้าม ในเมื่อจอมเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ ตนก็จะอยู่ดูแลเธอเพื่อให้เขาสบายใจ ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันสังเกตเห็นพ่อบ้านใจ๋แอบสะกดรอยตาม...

ขณะที่จอมพยายามท่องบทคำขอขมาลาบวชอยู่ในกุฏิหลวงพี่พักตร์ สัวกิมสั่งให้สิชลเอาถังสังฆทานที่วางตรงหน้าตนเองไปอนุโมทนาบุญร่วมกับพ่อของจอมสักชุด สิชลเปิดผ้าไตรจีวรที่วางคลุมถังสังฆทานอยู่ เห็นระเบิดอยู่ในนั้นก็ชะงัก

“เหมือนคราวแม่มัน เดี๋ยวมันก็ต้องกลับมาทำงานให้เราจนได้”

“สัวจะเก็บจอมมันไว้ทำไม”

“ม้าฝีเท้าดี พยศทุกตัวแหละ เลี้ยงไปก่อน เผื่อมันเชื่อง” สัวกิมยิ้มเหี้ยม ขณะที่สิชลอุ้มถังสังฆทานออกไป

ooooooo

สัวกิมสั่งให้ตองไปป่วนเฉียดที่กำลังเดินกร่างอยู่ในซอย ทั้งสองตรงเข้าต่อสู้กัน เฉียดซึ่งตอนนี้อ่อนแอไปมากเพราะเสพยา จึงต้านตองได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

“ผู้หญิงของแกไม่ได้สะอาดอย่างที่เข้าใจหรอกนะ ถ้าอยากกินเดนจากคนอื่นก็ตามไป” ว่าแล้วตองขยำกระดาษโยนให้ เฉียดมองปืนที่ตัวเองทำหล่น กลิ้งตัวไปคว้าขึ้นมาจะยิงแต่ตองหายไปแล้ว เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาคลี่ดู เป็นแผนที่เขียนไว้หยาบๆด้วยความเป็นห่วงจำปาไม่ทันคิดให้รอบคอบก่อน วิ่งออกไปทันที...

ระหว่างที่เฉียดมุ่งหน้าไปตามแผนที่ที่ตองทิ้งไว้ให้ อัศวินพาบวรกับลุงแบนที่ถูกมัดมือมัดปากมีปอมกับขำคอยประกบมายังจุดเปลี่ยวที่เดียวกับแผนที่ในมือเฉียด แล้วแก้มัดมือมัดปากส่งพลั่วให้ลุงแบนขุดหลุมเพื่อจะฝังศพตัวเอง ลุงแบนพยายามเตือนบวรว่ากำลังจะตกเป็นหุ่นให้อัศวินเชิด แต่เขาไม่ฟังยังคงมุ่งมั่นจะแก้แค้นจอมกับเฉียดให้ได้ อัศวินรำคาญสั่งให้ลุงแบนขุดหลุม เขายืนเฉยไม่ยอมทำตาม

“ถ้าแกขุด ฉันสัญญาจะไม่ยุ่งกับหลานสาวแก” สารวัตรชั่วขู่ ลุงแบนไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามสั่ง...

ทางด้านสัวกิมนั่งยิ้มสบายใจกับแผนยืมมือฆ่าคนของตัวเอง ตองที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ไม่ห่างอดใจไม่ไหว ถามว่าทำแบบนั้นมันใช่แล้วหรือ สัวกิมชักสีหน้าไม่พอใจ เดี๋ยวนี้หัดตั้งคำถามกับตนหรือ ลืมไปแล้วใช่ไหมในวันที่ตองไม่มีใคร มีแต่ตนเท่านั้นที่ยื่นมือช่วยเหลือ เขารู้สึกผิดรีบก้มหน้าขอโทษเจ้านายที่ไม่ระวังปาก

“อย่าตั้งคำถามอะไรกับอั๊วอีก แล้วอีกอย่าง การที่อั๊วบอกว่าจะส่งเฉียดให้กับสารวัตรอัศวิน อั๊วไม่ได้บอกว่าจะมัดไปให้หรือส่งไปให้แบบเป็นๆ” สัวกิมหัวเราะชอบใจ ขณะที่ตองได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรอีก...

กว่าลุงแบนจะขุดหลุมได้ลึกและกว้างพอฝังคนได้ พระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว บวรหันไปเห็นอัศวินเอาแต่ชะเง้อคอยาวพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็ร้องถามว่ารออะไรอยู่หรือ

“มีของขวัญจะมาส่งให้อีกชิ้น”

เฉียดซึ่งมาตามแผนที่ที่ตองให้ไว้ เห็นอัศวินกับพวกและลุงแบนที่อยู่ในหลุมก็ยิงปืนใส่กลุ่มของอัศวินเพราะคิดว่าจับตัวจำปามาแต่ไม่โดนใคร ทุกคนพากันโดดเข้าที่กำบัง เฉียดระดมยิงใส่พลางคืบคลานเข้าหา ลุงแบนสบโอกาสเหมาะจะปีนขึ้นจากหลุมแต่ถูกอัศวินยิงขาเดี้ยง กระสุนจากเฉียดยังพุ่งมาไม่หยุด

“เราโดนไอ้สัวกิมหักหลังแล้ว” อัศวินบ่นอุบ เฉียดบรรจุลูกกระสุนชุดใหม่เสร็จก็ตะโกนลั่น

“ไอ้บวร...ตาย”

บวรด่าสวนหยาบๆคายๆพร้อมกับท้าทายให้ออกมาสู้กันตัวต่อตัว ลุงแบนแม้จะบาดเจ็บแต่พยายามตะโกนห้ามไม่ให้เพื่อนต้องมาฆ่ากันเองเพราะถูกเสี้ยมแต่ไม่มีใครฟัง อัศวินครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนจะบอกให้ปอมกับขำหลบออกไปก่อน ปล่อยให้พวกมันฆ่ากันเอง แล้วยิงเปิดทางวิ่งนำทั้งคู่ขึ้นรถขับหนี เฉียดวิ่งมาขวางระดมยิงใส่แต่ไม่อาจหยุดสารวัตรชั่วได้ บวรได้แต่มองอัศวินที่ทิ้งตัวเองด้วยความแค้น

“พวกไม่อยู่แล้ว บวร”

“กลัวเหรอ” พูดจบบวรออกจากที่กำบัง ยิงใส่เฉียดที่ไม่ทันตั้งตัวก่อนจะโดดหลบไปอีกทางหนึ่ง...

เหมือนมีลางร้ายส่งถึงกัน จอมที่นั่งท่องบทสวดอยู่บนกุฏิหลวงพี่พักตร์ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อลมพัดหน้าต่างปิดดังปัง รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เฉียดกับบวรยังคงซุ่มดูเชิงกันอยู่ที่เดิม บวรต้องการจะยั่วประสาทเฉียดจึงตะโกนแหย่ ครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนฆ่าคนแก่ที่นอนอยู่บนเตียงใช่ไหม เฉียดงงไม่รู้ว่าพูดอะไร ตะโกนสวนอยากพล่ามอะไรก็เชิญตามสบาย บวรรู้ว่าจุดอ่อนของอีกฝ่ายอยู่ที่จำปาก็เลยขุดเอาเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงหากินในซ่องของกานดาขึ้นมาพูด

“จำปาหรือกระดังงามันก็กะหรี่หนีซ่องนี่เอง”

ได้ผลตามคาด เฉียดคุมสติไม่อยู่ออกจากที่กำบังสาดกระสุนใส่ บวรบ้าได้ใจลุกขึ้นยิงโต้ตอบพร้อมกับวิ่งเข้าหา ลุงแบนไม่อยากให้เพื่อนฆ่ากันเองวิ่งไปขวางตรงกลางจับกระบอกปืนทั้งคู่เอาไว้

“เอ็งสองคน...กำลัง...หลงทาง”

ทั้งบวรและเฉียดสั่งให้ลุงแบนหลบไป แต่เขาไม่หลบถ้าจะยิงกันก็ให้ยิงเขาได้เลย พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงปืนดังปัง เฉียดตาโตตกใจที่เห็นควันลอยจากปากกระบอกปืนของบวรซึ่งตะลึงกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน

“ลุง...ลุงแบน” เฉียดตะโกนลั่นหันไปยิงใส่บวรแต่กระสุนหมด ร่างลุงแบนทรุดฮวบ เฉียดรีบประคองไว้ บวรเหนี่ยวไกยิงเพื่อนเคยรักแต่กระสุนหมดเช่นกัน ครั้นได้สติมองร่างไร้วิญญาณของลุงแบนแล้วมองปืนในมือตัวเอง ก่อนจะวิ่งเตลิดออกไป เฉียดยังคงประคองร่างลุงแบนไว้ ทำอะไรไม่ถูก

บวรวิ่งกระเซอะกระเซิงเหมือนพยายามหนีตัวเอง ลื่นล้มก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งต่อไป

“พวกมันสมควรตาย...พวกมันสมควรตายกันทุกคน สมควรตาย” บวรวิ่งไปร้องไห้ไปท่ามกลางสายฝน

ooooooo

ทั้งเฉียดและบวรกลับถึงบ้านของตนในสภาพเปียกปอนและเปื้อนโคลน เฉียดยังช็อกกับการเห็นลุงแบนถูกบวรยิงตายต่อหน้า แต่อาการไม่หนักเท่าบวรซึ่งเอาแต่พร่ำเพ้อกับพรพรรณ

“เราทำถูกแล้ว พวกมันฆ่าพ่อฆ่าลูกเราก่อน เราทำถูกแล้ว” บวรว่าแล้วล้มตัวลงนอนคุดคู้ พรพรรณได้แต่มองด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

หลังได้รับแจ้งจากจ่าจ้อยว่าลุงแบนถูกยิงตาย จอมรีบออกจากกุฏิหลวงพี่พักตร์ตรงไปรับบุญตากับหนานคำที่บ้านเช่าแล้วไปรับศพที่โรงพยาบาล จ่าจ้อยเล่าให้ฟังว่ามีคนงานในไร่ไปพบศพลุงแบนนอนคว่ำหน้าอยู่มีร่องรอยการต่อสู้และมีหลุมที่ถูกขุดรอไว้แล้ว จอม เห็นมือลุงแบนที่เต็มไปด้วยโคลนก็พอเดาเหตุการณ์ออก

“ลุงแบนเป็นคนขุดหลุมเองใช่ไหม”

“ร่องรอยในที่เกิดเหตุบ่งบอกว่าเป็นอย่างนั้น”

บุญตาร้องไห้โฮไม่เข้าใจทำไมจะต้องทำกันถึงขนาดนี้ ลุงแบนไม่เคยคิดร้ายกับใคร จอมพยายามคาดคั้นให้จ่าจ้อยบอกว่าเป็นฝีมือใคร แต่เขาไม่พูดอะไร หนานคำเตือนจอมว่ากำลังจะบวชอย่าทำอะไรที่ต้องเสียใจทีหลัง บุญตาก็พยายามจะห้ามปรามไม่ให้เขาไปแก้แค้นให้ลุงแบน ถ้าท่านรู้ท่านก็ไม่อยากให้เขาทำในสิ่งที่คิดจะทำ จ่าจ้อยขอร้องให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ

“ฟังบุญตาแหละ ถ้ากฎหมายเอาไม่อยู่ ปล่อยหนานคำเอง”

“นะ บุญตาขอร้อง อย่าให้ลุงแบนเป็นมารผ้าเหลืองเลย”

“พี่จะพยายามนะ พี่จะพยายาม...ผมจะพยายามนะครับลุง” จอมมองศพลุงแบนด้วยน้ำตานองหน้า...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อัศวินบ่นอุบเมื่อรู้ข่าวว่ามีเพียงลุงแบนเท่านั้นที่สังเวยชีวิต ไม่คุ้มเลยที่ต้องออกหน้า ขำเสนอตัวเอาหน้าเจ้านาย อยากให้ใครตายบ้าง ตนยินดีจะตามไปเก็บให้

“ข้าไม่ต้องการให้เป็นคดี ถ้าพวกมันยิงกันเองเรื่องมันก็ง่ายเข้าใจไหม”

“สัวกิมนี่ร้ายนะ ปล่อยไอ้เฉียดมาแบบนั้นได้อย่างไร” ปอมแค้นแทนเจ้านาย แม้จะเห็นด้วยกับเขา แต่อัศวินก็โทษตัวเองที่ไม่รอบคอบ สัวกิมไม่ได้บอกว่าจะมัดเฉียดมาให้หรือปล่อยให้เดินมาเอง...

ด้านสัวกิมยืนดูปลากัดสีสวยงามที่กำลังกัดกัน

อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในขวดโหล พลางถามตองรู้ไหมทำไมปลากัดถึงได้กัดกัน เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

สัวกิมอธิบายว่าปลากัดกัดกันเพราะรักษาเขตแดนของตัวเอง ถ้าต่างตัวต่างอยู่มันก็ไม่กัดกัน ตองแนะให้แยกโหลจะได้ไม่กัดกัน สัวกิมตวาดลั่นสอนว่าอย่างไร

“อย่าตั้งคำถามครับ”

“เกิดเป็นปลากัดมันก็ต้องกัดเพื่อความสะใจของสัวกิม ตอนนี้ปลาหลายตัวข้ามเส้นแบ่งเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว มันต้องกัดกันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง” สัวกิมมองปลากัดที่ฟัดกันจนหางขาดเกล็ดแหว่งด้วยสีหน้าสะใจ ขณะที่ตองรู้สึกผิดที่ตนเองปล่อยวางไม่ทำอะไรเลย...

เฉียดนั่งมองจำปาที่นอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสายตาทั้งรักทั้งแค้น พยายามจะให้อภัยกับสิ่งที่เธอทำ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ เพราะถ้าเธอเป็นอย่างที่บวรว่า

ก็เท่ากับหลับนอนกับผู้ชายไปทั่วพระนคร ทนดูต่อไปไม่ไหวจะลุกหนี แต่แล้วภาพในอดีตตอนหวานชื่นก็ผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขาทำให้หัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง

จำปารู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นเห็นเฉียดนั่งมองอยู่

รีบลุกพรวดขึ้นนั่ง ขอโทษที่เผลอหลับไป เขาหิวหรือยัง

จะได้ไปทำอะไรให้กิน เขากินแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ให้เธอนอนต่อได้เลยเขามีงานต้องทำ จำปารับรู้ถึงความผิดปกติ

“พี่เฉียด มีใครมาพูดอะไรอีกหรือเปล่าเนี่ย”

“มีคนชั่วๆมันมาโกหกพี่ พี่เกือบหลงเชื่อมันไปแล้ว มันโกหก...มันโกหกพี่จริงๆน่ะ”

หญิงสาวอยากรู้ว่าใครโกหกเฉียดเรื่องอะไร แต่เขาไม่บอก ได้แต่บอกให้เธอนอนต่ออย่าไปใส่ใจเรื่องไม่จริง แล้วเดินออกจากห้อง จำปามองตามไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรไปอีก จากนั้นเฉียดเดินอย่างสับสนในหัวใจมาที่ห้องโถง เจอพ่อบ้านใจ๋ยืนมองอยู่ ก่อนจะตัดสินใจแนะว่าถ้าเป็นตนเองจะไม่ปล่อยให้ความสงสัยคาใจ เฉียดทำไก๋ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร

“ลื้อกำลังสับสนเรื่องอะไรอยู่ล่ะ เป็นอั๊วไม่ว่าจะเรื่องอะไร อั๊วจะไปสืบถามต้นตอจากคนที่รู้ความจริงแน่ๆ”

“เรื่องของอั๊ว ปล่อยให้อั๊วจัดการเอง อั๊วมีเรื่องหนึ่งอยากให้ลื้อไปช่วยตามดูที”

ooooooo

พ่อบ้านใจ๋มาซุ่มดูอยู่นอกศาลาสวดศพลุงแบน แต่ไม่พ้นสายตาเหยี่ยวของหนานคำ ซึ่งมาดักหน้าถามว่ามาซุ่มดูพวกเราแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่

“อยากรู้ก็ต้องใช้ฝีมือหน่อย”

ในเมื่อถูกท้าทายมีรึหนานคำจะไม่รับคำท้า

สองคนเปิดศึกกำปั้นกัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร ตีกันตั้งแต่ท้ายวัดยันไปถึงในโบสถ์ ยังไม่ทันจะรู้แพ้รู้ชนะ จ่าจ้อยจะมาคุยธุระกับจอมประสบเหตุพอดีจึงเข้ามาขวางเสียก่อน ถามว่าทะเลาะวิวาทกันหรือ พ่อบ้านใจ๋อ้างกำลังสอนเชิงมวยกันอยู่ หนานคำไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจจึงรับสมอ้าง ในเมื่อไม่มีผู้เสียหาย จ่าจ้อยก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องปล่อยทั้งคู่ไป...

ฝ่ายเฉียดทำตามที่พ่อบ้านใจ๋แนะนำ ตามไปสอบถามกานดาแม่เล้าเจ้าของซ่องว่าจำปาเคยทำงานด้วยหรือเปล่า เป็นอย่างที่บวรว่า เธอใช้ชื่อว่ากระดังงาตอนอยู่ในซ่อง เฉียดเสียใจมากผละจากไปทั้งน้ำตา

ครั้นมาถึงถนนใหญ่ เขาเห็นภาพหลอนผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างถนนกับผู้ชายเป็นจำปาไปหมด ทำให้ดูเหมือนเธอควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า สร้างความแค้นใจให้เฉียด ผู้ชายบางคนถูกเขากระชากมาต่อยโดยไม่รู้เรื่องอะไรด้วย...

ความกลัดกลุ้มทำให้เฉียดหันไปพึ่งยาเสพติดหวังจะให้ลืมเรื่องเลวร้าย แต่ยิ่งเสพก็ทำให้ตัวเองยิ่งตกต่ำ แถมยังขาดสติอีกต่างหาก...

ขณะที่เฉียดใช้ยาเสพติดเป็นที่พึ่ง บวรนั่งโยกตัว มองปืนในมือด้วยน้ำตานองหน้า เสียงปืนตอนที่ยิงลุงแบนยังดังก้องอยู่ในหัว เขาพยายามสะบัดหัวไล่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีออกไป มองรูปพ่อตัวเองที่วางอยู่ข้างแก้วเหล้า ก่อนจะหยิบเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว แล้วยิ้มเหี้ยมออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สมอะไรอีก...

แม้จะอยู่ในกุฏิหลวงพี่พักตร์มีหนังสือสวดมนต์วางอยู่ข้างๆใกล้กับอุปกรณ์ในการบวชก็ไม่อาจทำให้ความแค้นที่อยู่ในใจคลายลงได้ จอมบรรจุกระสุนใส่รังเพลิงปืนหลายกระบอกวางเรียงเป็นตับ ตั้งใจมั่นจะต้องแก้แค้นให้ลุงแบนให้ได้...

ในเวลาเดียวกัน จ่าจ้อยขี่มอเตอร์ไซค์มายังบริเวณที่พบศพลุงแบน เดินสำรวจไปรอบๆอีกครั้งเผื่อจะเจอเบาะแส แล้วก็สะดุดกับอะไรบางอย่าง ลองเอามือปัดเศษโคลนออกเผยให้เห็นกรงเล็บเสือขนาดใหญ่ เขาหยิบขึ้นมาพิจารณาสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

บวรเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากรงเล็บเสือหายไปพยายามรื้อดูในตะกร้าผ้าสำหรับซักก็ไม่เจอ สอบถามจากพรพรรณที่มาอยู่ปรนนิบัติใกล้ชิดก็ไม่เห็นตั้งแต่วันที่เขากลับบ้านตอนเช้าแล้ว บวรถึงกับหน้าเสีย...

จ่าจ้อยนำกรงเล็บเสือมาให้จอมดูถึงกุฏิหลวงพี่พักตร์ เขาจำได้ทันทีว่าเป็นของบวร แต่ปดว่าไม่เคยเห็นมาก่อนไม่รู้ว่าเป็นของใคร จ่าจ้อยตั้งข้อสังเกต นายหัวบ้วนตายก็มีเขี้ยวหมูตันหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ

“นี่ลุงแบนตายก็มีเล็บเสือตกอยู่ ของป่าแบบนี้อยู่ๆมาเจอในเมืองถ้าไม่ใช่เป็นพวกที่เพิ่งออกจากป่ามา...” จ่าจ้อยว่าแล้วมองจอมสลับกับมองหนานคำเป็นทำนองคาดคั้น

“ผมคงไม่ถูกสงสัยว่าเป็นคนฆ่าลุงแบนใช่ไหม”

“หลวงพี่พักตร์เป็นพยานยืนยันได้ว่าเราอยู่ในวัดคืนที่เกิดเหตุ ขาดก็แต่เฉียดกับบวร ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหน”

จอมนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆก่อนจะผละจากไป...

พรพรรณเจอบุญตาที่ตลาดโดยมีหนานคำคอยหิ้วตะกร้าใส่ของให้ สังเกตเห็นเพื่อนสวมชุดดำแถมมีสีหน้าเศร้าๆถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร ได้ความว่า ลุงแบนถูกยิงตาย เธอโผกอดบุญตาไว้อย่างปลอบใจ...

จำปาก็ตกใจไม่แพ้พรพรรณเมื่อรู้จากจ่าจ้อยว่าลุงแบนตายแล้วถึงกับเซจะล้มต้องจับโต๊ะพยุงตัวไว้

ooooooo

จอมนั่งอยู่หน้าโลงศพลุงแบนโดยสะพายย่ามพระสีเหลืองที่บ่า บุญตาถือถาดใส่อาหารสำหรับไหว้ศพขึ้นมาเห็นเขา ยื่นหนังสือบทสวดมนต์ที่เขาลืมไว้ให้ จอมอาสาจะเอาอาหารไปให้ลุงแบนเอง

“เคาะโลงสามทีนะพี่ ของโปรดของลุงแกทั้งนั้น” พูดได้แค่นั้นบุญตาก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว จอมปลอบเธอว่าอย่าร้องไห้แต่ตัวเองกลับน้ำตาคลอ เธอพยักหน้ารับคำ ปาดน้ำตาทิ้งแล้วเดินลงจากศาลา จอมยกถาดใส่อาหารมาวางข้างโลงศพ ล้วงปืนจากในย่ามขึ้นมาเคาะโลงสามครั้ง

“ลุงได้ยินใช่ไหม อย่าห้ามผมเลยนะ กินนะลุงนะ ของชอบทั้งนั้น อิ่มแล้วไม่ต้องล้างนะ ผมกำลังจะส่งพวกมันไปตามรับใช้ลุงแล้ว” พูดจบจอมลงจากศาลา ภายในใจตอนนี้มีแต่ความแค้นที่รอสะสาง...

เฉียดติดยาเสพติดอย่างหนักคล้ายซากศพเข้าไปทุกวัน พ่อบ้านใจ๋เห็นสภาพของเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะรายงานว่าหนานคำไปอยู่กับจอมอย่างที่คิดเอาไว้ คอยดูแลบุญตา เฉียดสั่งระดมคนที่มีอยู่ถ้าไม่พอให้จ้างมือปืนมาเพิ่ม พ่อบ้านใจ๋สงสัยจะระดมคนไปทำอะไร

“บอกให้ทำก็ไปทำเถอะน่า” เฉียดตวาดลั่น พ่อบ้านใจ๋รับคำแล้วผละจากไป สวนกับจำปาที่เดินเข้ามาพอดี ฝากเธอช่วยดูแลเฉียดด้วย เธอมองเขาอย่างพิจารณาก่อนจะถามว่ามีอะไรในใจหรือเปล่าทำไมไม่พูดออกมา เขาส่ายหน้าไม่พูดอะไร เธอหยิบถุงยาเสพติดขึ้นมาขว้างลงพื้น ต่อว่าเขาเรื่องใช้ยาเสพติด

“พี่ทำไมทำแบบนี้ พี่เมาแล้วมันช่วยอะไรพี่ได้ มันช่วยให้พี่ลืมอะไรได้งั้นเหรอ”

“มันไม่ได้ช่วยให้พี่ลืม มันช่วยให้พี่เปลี่ยนวิธีจำ”

“พี่อยากลืมว่ารักจำปา” พูดพลางจำปาน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ เฉียดแค่อยากจำว่าเธอรักเขามาก

แค่ไหนต่างหาก พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเฉียด ตอนนั้นจำปาล่อเสือสมิงให้ไปหาตัวเองเพื่อจะช่วยชีวิตเขาและเขาเองก็พยายามดึงความสนใจเสือสมิงเพื่อให้เธอปลอดภัย นั่นทำให้ทั้งคู่ตระหนักว่ายังรักกันมากขนาดตายแทนกันได้ เฉียดตื่นจากภวังค์ให้คำมั่นกับจำปาถึงจะตายเขาก็จะไม่ลืมความรู้สึกนั้น

จำปากอดเขาไว้แน่นด้วยความซาบซึ้งใจตัดสินใจจะสารภาพความจริงแต่เขาห้ามไว้ เธอดีใจนี่เขายกโทษให้เธอแล้วใช่ไหม เฉียดไม่เคยโกรธเธอ แต่เขาจะไม่มีวันยกโทษให้คนที่มันเคยทำอะไรไว้กับเธอ...

อัศวินหน้าด้านได้ใจมาก ขนาดทิ้งให้บวรต้องผจญกรรมกับเฉียดตามลำพังยังอุตส่าห์แวะมาหาเขาที่โรงสีเพื่อเจรจาธุรกิจด้วย อ้างที่ต้องทิ้งเขาไว้อย่างนั้นเนื่องจากฉุกละหุก แล้วชวนเขาไปนั่งคุยกันข้างใน บวรไม่สนิทใจด้วยอีกแล้ว แต่ก็เดินนำสารวัตรชั่วเข้าไป

“เอาของลงไปด้วย” อัศวินหันไปสั่งปอมกับขำ แล้วเดินตามบวร สองสมุนต่างช่วยกันแบกลังหลังรถลง...

ทางด้านตองเป็นห่วงจอมจึงแวะไปหาที่กุฏิร้องเรียกอยู่หลายครั้งไม่เห็นเขาโผล่หน้า ก็เลยขึ้นไปดู กลับเจอหนานคำซุ่มทำร้ายต้องพุ่งหนีออกมาแทบไม่ทัน พลางตะโกนลั่นว่ามาดี ถ้ามาร้ายจะเรียกก่อนทำไม

“แล้วนี่จอมไปไหน ฉันได้ยินมาว่าลุงแบนตายแล้ว”

“รู้ด้วยว่าใครทำ” หนานคำพูดไปพูดมาก็นึกเป็นห่วงจอมขึ้นมาทันที ชวนตองให้ไปด้วยกัน...

คนที่ตองถามหาเดินสะพายย่ามพระ พร้อมกับเข็นรถมีถังใส่อาหารมาด้วย แถมมีตาลปัตรเหน็บข้างรถเข็น เหมือนเด็กวัดเข็นรถตามหลวงพ่อตอนเช้า เพียงแต่เขามาคนเดียวไม่ได้เดินตามพระที่ไหน

ooooooo

บวรเห็นอาวุธในลังที่ปอมกับขำยกเข้ามาก็ปฏิเสธทันทีว่าพ่อของตนขายข้าวไม่ได้ค้าอาวุธ อัศวินส่ายหน้า มีหลายอย่างที่ตนกับนายหัวบ้วนทำด้วยกันแต่บวรไม่รู้ เขาเข็ดแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อัศวินทิ้งเขาไว้ ดังนั้นเรื่องค้าอาวุธเขาคงไม่เอาด้วย อัศวินแก้ตัวน้ำขุ่นๆที่ต้องทิ้งเขาเป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

“แม่รักลูกมากแค่ไหน นั่งข้างๆกันเนี่ย ลองเอาฟืนติดไฟโยนใส่ตักทั้งคู่ แม่ก็ต้องปัดฟืนจากตักตัวเองก่อน”

“ผมได้ยินมาบ่อยแล้ว ไม่ต้องพูดดีกว่า”

จังหวะนั้น พรพรรณในชุดดำเดินออกมาจากข้างใน ชะงักที่เห็นอัศวินกับพวก อัศวินร้องเอะอะนี่ตนตกข่าวอะไรหรือเปล่า บวรไม่ตอบอะไรหันไปถามพรพรรณว่าจะไปข้างนอกหรือ เธอจะไปวัดเขาไม่ต้องไปเป็นเพื่อนก็ได้อยู่คุยธุระตามสบาย แล้วขอตัวไปก่อน อัศวินหันมาแหย่ มีข่าวดีเมื่อไหร่อย่าลืมบอกด้วย

“อาเคยทำกับพ่ออย่างไรบ้าง” บวรมองลังอาวุธสีหน้าเคร่งเครียด...

ก่อนจะยกพวกบุกไปที่โรงสีข้าวของบวร เฉียดแวะสอบถามกานดาเพื่อความแน่ใจว่าใครเป็นลูกค้าของกระดังงาบ้าง ได้ความว่านอกจากบวร อัศวินกับผู้ชายเกือบทั้งพระนครแล้ว ยังมีคนชื่อจอมด้วยแต่ไม่รู้ว่าจอมไหน เฉียดแค้นใจมากพาลคิดว่าเป็นจอมอดีตเพื่อนรัก สั่งให้พ่อบ้านใจ๋ตรงไปยังโรงสีข้าวทันที

แต่ช้ากว่าจอมซึ่งบุกเดี่ยวเข้าไปในโรงสีข้าวของบวร ยิงทุกคนที่เข้ามาขวางทาง ปืนกระบอกแล้วกระบอกเล่าถูกหยิบขึ้นมาจากรถเข็นใส่ถังอาหารที่ถูกผลักนำหน้า ไปก่อน เขาสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง สมุนของบวรตายเกลื่อน ปอมกับขำวิ่งออกมาจากด้านในพอเห็นจอมโยนระเบิดมาทางตัวเองพากันโดดหนี

ระเบิดควันลูกหนึ่งถูกโยนเข้ามาทางหน้าต่าง อัศวินกับบวรโดดหลบไปที่ลังอาวุธเป็นจังหวะที่ปอมกับขำหนีระเบิดเข้ามา สารวัตรชั่วร้องถามว่าใครบุกเข้ามา พอรู้ว่าเป็นจอม บวรอดหวั่นใจไม่ได้ ควันจากระเบิดจางลงเหลือเพียงรถเข็นที่ยังไหลมาอย่างต่อเนื่อง สมุนพยายามเพ่งมอง จอมโผล่มาจากมุมหนึ่งสาดกระสุนใส่ อัศวินออกมาจากตัวโรงสีเห็นจอมวิ่งมือเปล่าไปที่รถเข็น ก่อนจะสไลด์ตัวคว้าปืนจากถังในรถยิงใส่

บวรยังหลบอยู่ด้านใน ได้ยินเสียงปืนผสมกับเสียงตะโกนเรียกของจอมให้ออกมา คว้าปืนกลจากในลังอาวุธออกมายิงกราดมั่วไปหมด อัศวิน ปอมกับขำพากันโดดหลบเข้าที่กำบังกันอลหม่าน

“ไอ้จอม...ออกมาสิมา”

“บวร...นายฆ่าลุงแบนใช่ไหม” จอมตะโกนลั่น ก่อนบวรจะตะโกนตอบ

“เออ มีอะไรไหม เราจะฆ่าทุกคนที่มันทำกับเรา เราจะเอาคืนรวมทั้งนายด้วย”

อัศวินพยักพเยิดให้ปอมกับขำแยกกันโอบล้อมผู้บุกรุกไว้ จอมขอบใจบวรที่ยังเป็นลูกผู้ชายพอที่ทำแล้วยอมรับ ตนจะได้ฆ่าไม่ผิดตัว บวรทวงถามจอมเองก็ฆ่าลูกของเขาทำให้จำปาต้องแท้งจำได้หรือเปล่า

“ลุงแบนเกี่ยวอะไรด้วย” จอมมองถังบนรถเข็น ที่ไหลไปไกลจากตัวเอง จะวิ่งไปหยิบปืนก็โดนบวรยิงใส่จนต้องถอยกลับมาหลบอย่างเดิม บวรไม่รู้จะแก้ตัวเรื่องลุงแบนอย่างไร โทษว่าเขาอยู่ผิดที่ผิดทางเอง จอมแค้นมากด่าลั่นว่าไอ้คนเนรคุณ แล้วโผล่ออกไปยิงใส่กระสุนดันหมด

อัศวินเห็นพอดี ยิ้มเหี้ยม ลุกขึ้นสาดกระสุนใส่จอมไม่ยั้ง เขาได้แต่มองถังอาหารในรถเข็นไม่รู้จะไปเอาอาวุธที่อยู่ในนั้นได้อย่างไร...

ขณะที่จอมตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน จำปาเดินถือพวงหรีดขึ้นไปบนศาลาสวดศพลุงแบน แสดงความเสียใจกับบุญตาแล้วดึงเพื่อนมากอดปลอบใจ พรพรรณมาถึงพอดีเข้าไปกอด สองสาวร้องไห้ไปด้วยกัน

ooooooo

ปอมกับขำค่อยๆโอบล้อมจอมจากคนละด้าน ส่วนอัศวินคอยหลอกล่ออยู่ตรงกลางเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกระสุนหมด เดินยิ้มออกไปโค้งจนรอบทิศ

“ทุกคนกลัวแกใช่ไหมจอม แต่ไม่ใช่ฉัน ฉันคือสารวัตรอัศวินโว้ย” โม้จบอัศวินย่างสามขุมผ่านรถเข็นที่มีถังใส่อาหารถีบมันไปทางจอมอย่างเย้ยหยันโดยไม่รู้ว่าในนั้นเป็นคลังอาวุธดีๆนี่เอง “ไง...ไอ้จอม ออกมาสิ”

จอมมองลุ้นให้รถเข็นไหลมาหาตัวเองเร็วๆ ส่วนปอมกับขำปีนกันสาดเพื่อหาเหลี่ยมเหมาะๆจะยิงเขา แต่รถเข็นไปถึงจอมเสียก่อน เขาล้วงเข้าไปในถังหยิบปืนขึ้นมาจะยิงอัศวิน แต่เหลือบเห็นปอมส่องปืนมาทางตัวเองก็เลยต้องยิงลิ่วล้อของอัศวินก่อน จนร่วงลงมากองกับพื้น บวรรัวกระสุนเป็นชุดแต่ไม่โดนจอมสักนัด ขำรีบหลบเข้าที่กำบังเช่นเดียวกับอัศวิน ปอมไม่ยอมแพ้คลานไปหยิบปืนทั้งที่อัศวินร้องห้าม ก็เลยถูกยิงเต็มอก

“จอม...นายไม่รอดหรอก นายโดนล้อมไว้หมดแล้ว” บวรตะโกนลั่น

“สั่งลูกน้องตะลุยเข้าไปเลย มันไม่รอดแล้ว” อัศวินร้องบอกบวร

“พวกเรา ใครฆ่าจอมได้ จะได้รางวัลอย่างงาม... ฆ่ามัน” สิ้นเสียงบวรลูกสมุนต่างเฮโลเข้าหาจอมหวังเงินรางวัล แต่กลับถูกยิงร่วงเป็นใบไม้ จอมหันมองตามเสียงปืนเห็นตองกับหนานคำพาลูกน้องกลุ่มใหญ่เข้ามา พร้อมกับเปิดฉากยิงสนั่น สองฝ่ายยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ตองกับหนานคำวิ่งมาหลบข้างๆจอมพลางต่อว่าจะมาทำไมไม่บอกกันบ้าง จอมอ้างเป็นเรื่องส่วนตัวก็เลยไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนไปด้วย

“ทีหลังไม่เอาอย่างนี้นะ” หนานคำต่อว่าไปพลางเอามีดปาใส่สมุนของบวรไปด้วย

ขำกลับมาหาเจ้านายแนะให้ถอยกันก่อน อัศวินยังไม่ทันตอบ บวรชิงตวาดใส่ว่าไม่ พวกเรายังต้านไหว สองฝ่ายยังคงยิงต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ประตูรั้ว ทุกคนต่างชะงักหันมองเป็นตาเดียวกัน ครั้นควันจาง เห็นเฉียดเดินสาดกระสุนเข้ามาพร้อมกับสมุนและพ่อบ้านใจ๋

“ใครไม่มาด้วยกันกับเรา ฆ่ามันให้หมด”

กลายเป็นศึกสามเส้าไปทันที ต่างฝ่ายต่างยิงใส่กันไม่รู้ว่าพวกไหนเป็นพวกไหน เฉียดเสพยามาด้วยทำให้ไม่กลัวตาย ดาหน้าเข้าใส่ศัตรู สมุนคนหนึ่งวิ่งเข้าหา เฉียดยิงตายแล้วเอาตัวสมุนมาเป็นโล่มนุษย์จนร่างพรุนไปทั้งตัว พ่อบ้านใจ๋เห็นท่าไม่ดีพุ่งกระแทกเฉียดลากเข้าที่กำบัง ขำบอกให้อัศวินหนีกันก่อน

“เดี๋ยวตำรวจมาแน่ ของกลางอาวุธที่เราขนมาจะมัดตัวเรานะ”

อัศวินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วรีบลัดเลาะหลบหลีกไปหาบวรที่หลบไปอยู่อีกด้านหนึ่ง...

ด้านจ่าจ้อยนั่งฟังพระสวดในงานศพลุงแบนได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารตำรวจแจ้งเหตุยิงกันรีบหลบออกมา...

สามฝ่ายยังคงยิงใส่กันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีเสียงหวอรถตำรวจดังแว่วเข้ามา อัศวินสะกิดบวรให้ถอยก่อน ทีแรกเขาไม่ยอมทำตาม อัศวินต้องเตือนของกลางเต็มบ้านแถมศพเกลื่อนแบบนี้ได้เข้าคุกกันแน่ บวรจำต้องถอย เช่นเดียวกับจอม ตองและหนานคำต่างแยกย้ายกันหนี พ่อบ้านใจ๋เตือนเฉียดที่กำลังบ้าเลือดว่าตำรวจมาแล้วให้ถอยก่อน เขาไม่ยอมทำตาม พ่อบ้านใจ๋ต้องลากตัวเขาออกไป

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 14 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 11 ก.ค. 2560 07:26 2017-07-14T00:53:55+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ