ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

อัศวินเห็นทุกคนหน้าเครียดเพราะต้องค่อยๆเดินตามลุงแบนอย่างระแวดระวังด้วยกลัวเจอกับดักมาพักหนึ่งแล้วจึงสั่งให้หยุดสักพักกันก่อน ใครอยากจะทำธุระหนักหรือเบาก็ตามสบาย ขำหันไปสั่งลูกหาบเป็นภาษาพม่าให้พักเข้าส้วมได้ ลูกหาบพยักหน้ารับรู้รีบวางของลง ลุงแบนย้ำให้เดินดีๆอย่าแตกแถว

ขำตะโกนบอกลูกหาบซึ่งหันมาพยักหน้าแต่ขายังเดินต่อไปไม่หยุด สะดุดเชือกกับดักที่ขึงไว้จนได้ กับดักลากเขาขึ้นไปห้อยโตงเตงอยู่บนต้นไม้ ลุงแบนสั่งให้ทุกคนหลบ ไม่ทันขาดคำหลาวพุ่งมาจากไหนไม่รู้นับสิบเล่มเสียบลูกหาบตายอนาถ ไม่มีใครกล้าขยับไปไหนโดยไม่มีลุงแบนเดินนำอีกเลย...

มืดแล้ว คณะของจอมจึงต้องหยุดพักค้างแรม พรพรรณลงนอนข้างบุญตาภายในเต็นท์ที่พัก ก่อนจะสารภาพว่าเป็นคนทำเสน่ห์ใส่จอมเองโดยใช้ช้องงูเครื่องรางด้านเมตตามหานิยม บุญตาสงสัยมาบอกทำไม

“พี่จอมเขารักเธอนะ ผู้หญิงเราอะไรจะเจ็บไปกว่าคนที่นอนอยู่กับเราแต่ไปนึกถึงหน้าคนอื่น ฉันขอโทษจริงๆ ฉันเผาช้องงูทิ้งไปแล้วนะ”

“ขอบใจนะที่คืนพี่จอมให้ฉัน” บุญตามองพร–พรรณอย่างรู้สึกดีขึ้น เธอแค่เผาช้องงูทิ้ง ส่วนผู้ชายเป็นคนละเรื่องกัน พรพรรณยิ้มให้ก่อนจะล้มตัวลงนอน ปล่อยให้บุญตานิ่งอึ้งอยู่คนเดียว...

อีกมุมหนึ่งของป่า ระหว่างอัศวิน ลุงแบนกับปอมและขำนั่งล้อมวงกินมื้อค่ำกันรอบกองไฟ พุ่มไม้ใกล้ๆสั่นไหวเหมือนมีอะไรจะโผล่ออกมา ทุกคนต่างหยิบปืนขึ้นมากระชับในมือ แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นบวรเดินออกมา มองทุกคนตาขวาง อัศวินทำเป็นถามว่าหายไปไหนมา ย้อนกลับไปดูก็ไม่เห็นเขาแล้ว

“คิดว่าเป็นเด็กหกขวบเหรอ...ปอม จะเอาใจนายใหม่หรือ” พูดจบบวรก้มเก็บเศษกระดูกที่พื้นโยนไปทางปอม “ไปแทะเล่นก่อนไป๊”

ปอมเคืองแต่ไม่กล้าหือ อัศวินต้องขอร้องเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปไม่ดีกว่าหรือ ถึงอย่างไรกลับพระนครเราก็ต้องอาศัยกัน บวรขอให้พิสูจน์ความจริงใจแล้วแบมือขอปืน อัศวินพยักพเยิดให้ปอมส่งปืนให้บวรลั่นกระสุนใส่ขาปอมทันที “ทีหลัง ถ้าไม่กัด อย่าเห่า”

“ทำแผลให้มันทีไป๊” อัศวินตัดรำคาญไม่อยากมีเรื่องด้วย ขณะที่บวรมองทุกคนตาขวาง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะบวรนั่งหน้าบอกบุญไม่รับไม่สนใจใครอยู่หน้ากองไฟ อัศวินเข้ามาชวนคุย

“โชคดีนะ ดุ่มๆมาไม่เจอกับดักตาย”

ลุงแบนไม่คิดว่าเป็นเรื่องของโชค น่าจะเรียกว่าแคล้วคลาดมากกว่าแล้วพยักพเยิดให้อัศวินดูกรงเล็บเสือ ที่บวรห้อยเอวอยู่ เล็บเสือโคร่งใหญ่ขนาดนั้นน่าจะเป็นของตัวที่ตกลงไปในหลุมกับดัก ปอมไม่เชื่อถ้าขลังจริง อย่างที่ลุงแบนว่าทำไมไม่ลงไปงัดเอามาหรือคนที่ดักมันได้ทำไมไม่เลาะเอากรงเล็บมันไปให้หมด อัศวิน เออออไปกับปอมด้วย ไหนจะหนังหน้าผากเสือโคร่งอีกทำไมไม่เอาไปด้วย

“ของพวกนี้ มันต้องหลุดมาเองตามธรรมชาติหรือไม่ก็ได้จากสัตว์ที่ตายตามอายุขัยที่เรียกว่าตายพราย ไม่ใช่ไปฆ่าเขาไปพรากเอามา” ลุงแบนอธิบาย อัศวินแดกดันแคล้วคลาดจริงหรือฟลุกก็ไม่รู้ บวรไม่ได้สนใจ

“ไปกันได้หรือยัง”

“กลัวไม่ทันลูกคลอดเหรอ” ปอมไม่วายปากเสีย บวรหันขวับเตะคนปากเสียหงายเงิบ อัศวินด่าปอมซ้ำฐานไม่รู้จักสงบปากสงบคำ บวรบอกเสียงเครียดว่าจำปาแท้งลูกไปนานแล้ว จอมเป็นคนบอกเขาเอง ลุงแบนแนะให้เขากลับไปได้แล้ว จะมาเสี่ยงอันตรายอีกทำไม ในเมื่อ ไม่มีอะไรให้ตาม

“มีสิ...จากนี้ไป มีแต่ความอาฆาต มันฆ่าลูกพ่อ... พ่อต้องฆ่ามันให้หมด” บวรตาวาวด้วยความแค้น...

ที่หน้าปากถ้ำเก็บสมบัติ เวิ้งกับเฉียดกำลังดูปลายชนวนระเบิดที่มัดรวมกันแล้วใช้หินบังเอาไว้ เวิ้งกำชับถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ให้จุดชนวนได้เลย จำปาเดินนำลูกหาบเข้ามาสมทบ มองเข้าไปด้านในที่มืดมิด ก่อนจะถามว่าลึกมากไหม เวิ้งเองไม่รู้เหมือนกัน ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังแว่วเข้ามา ทุกคนหันมองตามเสียง...

หนานคำยังคงประทับปืนคาอยู่บนบ่า ตอนที่ตอง วิ่งนำจอมเข้ามาพร้อมด้วยสามสาวถามว่ายิงอะไร กวางหรือ

หนานคำไม่ตอบ จอมขอร้องพยายามอย่าใช้เสียงดัง หนานคำเก็บปืนแล้วหยิบชักมีดขึ้นมาแทนที่ ตองเตือนว่า อย่ามามัวเสียเวลา เราต้องรีบแกะรอยตามพวกนั้นไปเพราะรอยยังใหม่ๆอยู่ หนานคำพยักหน้า จากนั้นทั้งหมดพากันหันหลังกลับ จึงไม่เห็นขำที่มีรอยกระสุนถากแขนเลือดไหลเป็นทาง ค่อยๆวิ่งหลบไปอีกทางหนึ่ง

จอมไม่วายมองพรพรรณสลับกับบุญตาคิดไม่ตก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตองเข้ามากระซิบ ใครรักเรามากกว่า ตัวเองพิสูจน์ไม่ยากหรอก เขาหันมองคู่สนทนาด้วยความสนใจจะพิสูจน์อย่างไร

“อยากรู้จริงๆเหรอ แล้วอย่าโกรธกันนะ” พูดได้แค่นั้นตองผละจากไป จอมได้แต่มองตามสงสัย

ooooooo

เสียงปืนทำให้เวิ้งวิ่งนำเฉียดและจำปารวมทั้งพวกลูกหาบ มาหลบหลังแนวหินริมน้ำ แล้วสั่งให้ลูกหาบ ประจำที่ตามจุดที่กำหนดไว้ เฉียดปลุกเร้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งเท่าๆกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เวิ้งย้ำพวกลูกหาบให้เฝ้าแนวลำธารนี่ไว้ ยึดเป็นที่มั่น อย่าให้ใครข้ามไปยังปากถ้ำได้

“ถ้าพวกที่ตามมาผ่านพวกแกไปจนถึงปากถ้ำได้ พวกเราอาจไม่เหลืออะไรเลย” เฉียดว่าแล้วช่วยกันกับเวิ้งแจกอาวุธให้พวกลูกหาบ โดยไม่ลืมกำชับให้ทุกคน สู้ตายเพื่อสมบัติของพวกเรา จากนั้นเวิ้ง เฉียดและจำปาเดินย้อนกลับไปยังถ้ำซ่อนสมบัติ จำปาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนยิงปืน เฉียดส่ายหน้า

“อาจเป็นพวกไหนก็ได้ที่ตามเรามา”

เวิ้งเร่งทั้งคู่ให้รีบเข้าไปด้านในถ้ำ...

ขำวิ่งหน้าตั้งมาสมทบกับกลุ่มของอัศวิน หอบเหนื่อยหายใจแทบไม่ทัน สารวัตรชั่วถามว่าลาดตระเวนเจออะไรมาได้ยินเสียงปืน ขำชี้ที่แขนอาบเลือดของตัวเอง บวรอยากรู้ว่าเป็นพวกไหน ใช่จอมหรือเปล่า ขำพยักหน้า พวกนั้นแกะรอยหลงทางอยู่ อีกไม่นานคงจะจับทางได้ พวกนั้นมีกันทั้งหมด 6 คน ชาย 3 คนหญิง 3 คน บวรบอกให้อัศวินกับพวกล่วงหน้าไปก่อน ตนจะดักรอพวกมันตรงนี้เอง

“จอมมันเพื่อนเอ็งนะบวร” ลุงแบนพยายามเตือนสติ

“ไม่ใช่เรื่อง ไปด้วยกันเถอะ เกิดข้างหน้าต้องปะทะกับพวกไอ้เฉียดอีก ต้องการคน” อัศวินเห็นบวรนิ่ง ไม่หือไม่อือ รีบเสี้ยม “ใครที่มันตอแหลแกว่าลูกแกยังคงอยู่ในท้องมัน ใครที่มันหลอกแกให้มีความหวัง ทั้งที่มันเอาเด็กออกไปแล้ว” คำยุแยงของอัศวินได้ผล บวรเบนเข็มตามไปจัดการกับจำปาและเฉียดก่อน

“หาอะไรมามัดปากไอ้แก่นี่ไว้หน่อยสิ พูดมาก” สั่งเสร็จอัศวินรีบตามบวรไป...

ทางด้านคณะของจอมเดินตามมาถึงกับระเบิดที่ฝังอยู่โดยไม่มีใครสังเกตเห็น พรพรรณเดินเซจะล้ม จอมรีบคว้าตัวไว้ทัน บุญตาเห็นภาพบาดตาก็ขัดอกขัดใจเดินลิ่วแซงหน้าหนานคำซึ่งทำหน้าที่ไกด์นำทาง จอมตามไปคว้าแขนไว้ ขอร้องอย่างอน เธออ้างไม่ได้งอนแต่จะรีบไปช่วยลุงแบน แล้วสะบัดแขนเขาออกเดินไปได้แค่สองก้าว พรพรรณวิ่งตามมา พลันมีเสียงคลิกเบาๆที่มีเพียงหนานคำคนเดียวที่ได้ยิน ตะโกนลั่น

“บุญตากับระเบิด อยู่นิ่งๆ”

บุญตาหยุดกึก จอมรีบวิ่งไปดูที่เท้าของเธอเห็นอยู่บนขอบกับระเบิด สั่งให้เธอค่อยๆยกส้นเท้าขึ้น เขาจะกดระเบิดไว้เอง เธอไม่ยอมให้เขามาเสี่ยงชีวิต จอมไม่สนใจหันมองตองเป็นทำนองให้เคลียร์คนออกไปห่างๆ ตองสั่งให้ทุกคนถอยไปก่อน แต่แล้วก็ตะโกนขึ้นให้หยุดก่อน ทุกคนยืนตัวแข็ง สิชลตะโกนถามว่าคราวนี้ใคร ตองมองไปที่พรพรรณ ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากจอมกับบุญตานัก จอมสั่งให้พรพรรณอยู่นิ่งๆ

“ทุกคนถอยไปช้าๆระวังทุกก้าว”

ทุกคนถอยห่าง ทิ้งจอม บุญตาและพรพรรณไว้กลางลานกับระเบิด เจ้าพ่อหนุ่มคิดไม่ตกจะรอดไปได้อย่างไรในสภาพที่เป็นอยู่ พรพรรณสะอึกสะอื้นเรียกให้เขามาหา ขณะที่บุญตาพยายามไล่เขาไปห่างๆไปหลบหลังต้นไม้ยิ่งดีจะได้ปลอดภัย พรพรรณร้องเอะอะ ไม่ยอมให้เขาไปไหนให้มาช่วยเธอก่อน

“พรพรรณ แต่พี่จอมจะเป็นอันตรายนะ”

“ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัว” พรพรรณคร่ำครวญ บุญตาไม่ต้องการให้จอมมาเสี่ยงชีวิตด้วย สารภาพว่ารักเขามาก ตลอดเวลารู้ตัวดีว่าสร้างแต่เรื่องให้เขา อ้อนวอนให้เขาหลบไป ผิดกับพรพรรณที่เรียกร้องให้เขามาช่วยตัวเองออกจากกับระเบิด ตองฟังอยู่นานสุดท้ายออกจากที่กำบัง จอมแปลกใจร้องถามว่าออกมาทำไม

“รู้คำตอบแล้วใช่ไหม” ตองไม่พูดเปล่าเข้ามาอุ้มพรพรรณตัวลอย ปรากฏว่าใต้เท้าเธอไม่มีระเบิด ตนขอโทษที่โกหกเธอ บุญตามองจอมงงๆนี่หมายความว่าอย่างไร จอมรู้แล้วว่าใครรักเขามากกว่าชีวิตตัวเอง

“ถ้าพี่เป็นอะไรไป บุญตารับรู้ไว้ด้วยนะว่าพี่ก็รู้สึกเหมือนบุญตา มีชีวิตอยู่เพื่อพี่นะ”

“พี่ก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อฉันนะ”

จอมพยักหน้า แล้วบอกให้บุญตาค่อยๆยกเท้าออกจากรองเท้าโดยที่เขายังคงกดรองเท้าไว้เพื่อไม่ให้ระเบิดทำงาน ครั้นเธอยกเท้าพ้น เขาสั่งให้หลบไป บุญตา ย้ำกับเขาต้องรักษาสัญญาก่อนว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อเธอ เขาไม่รับปากแต่จะพยายาม เธอหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดก่อนจะวิ่งไปรวมกลุ่มกับตอง จอมรวบรวมพลังสูดลมหายใจเข้าแล้ววิ่งหนี แต่ไม่พ้นรัศมีระเบิดดังตูม เขากระเด็นขึ้นไปในอากาศก่อนจะตกลงมานอนแน่นิ่ง

ooooooo

อัศวินกับพวกมาถึงริมลำธารพอดีตอนที่ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น อดหวั่นใจไม่ได้ว่าเสียงใกล้ขนาดนี้อาจทำให้ตนเองกับพวกติดอยู่ตรงกลางและอาจต้องเปิดศึกสองด้าน ขำมองแผนที่ในมือแล้วมองไปรอบๆ

“ดูจากแผนที่ ลุยข้ามลำธารนี่ไปก็ถึงปากถ้ำแล้ว”

“ไปสิเร็ว” บวรพูดพลางดันหลังลุงแบนให้เดินตามอัศวินกับพวก ลุยลำธารไปได้แค่ครึ่งทางก็โดนลูกหาบของเฉียดกระหน่ำยิงน้ำกระจาย อัศวินกับพวกยิงโต้ตอบพลางหลบเข้าที่กำบัง...

เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังแว่วมาเป็นระยะๆ จอมยังคงนอนนิ่งอยู่บนตักบุญตาที่น้ำตานองหน้าเพราะไม่มีทีท่าจะฟื้น เธอเอาแต่พร่ำว่าเขาต้องไม่เป็นอะไรเพราะเขามีตับเหล็กปกป้อง หนานคำส่ายหน้า ต่อให้เนื้อเป็นทองแดง หนังเป็นกำแพงเหล็กแต่อวัยวะภายในไม่ได้แข็งขนาดนั้น อาจช้ำในตายได้ บุญตาร้องไห้โฮ

“ไม่นะ พี่จอม ฟื้นสิ...ฟื้นๆ พี่จอมต้องไม่เป็นอะไร พี่จอมยังไม่ได้บอกรักฉันเลย” บุญตาจับจอมให้นอนกับพื้นแล้วลงมือผายปอด อึดใจแต่เหมือนนานชั่วกัลป์ จอมก็หายใจเฮือกขึ้นมา เธอกอดเขาไว้แน่นด้วยความดีใจ พรพรรณมองอย่างคนพ่ายแพ้ที่ยอมรับความจริง เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง จอมรีบลุกพรวดขึ้นแต่เซ บุญตาต้องช่วยประคอง เขานึกถึงพรพรรณขึ้นมาได้ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ฉันไม่เป็นอะไร...จอม”

หนานคำเห็นทุกคนปลอดภัย สั่งให้เตรียมอาวุธให้พร้อม ตองฝากสิชลดูพวกผู้หญิงด้วย เธอกลับบอก

ให้ตัวใครตัวมันแล้วชักปืนขึ้นมากระชับในมือ จากนั้นกลุ่มของจอมค่อยๆลัดเลาะตามเสียงปืนไป...

เวิ้ง เฉียดกับจำปาที่เดินสำรวจถ้ำอยู่ได้ยินทั้งเสียงระเบิดและเสียงปืนยิงต่อสู้กัน ต่างเร่งฝีเท้าหวังจะหาสมบัติให้เจอกลับมาถึงทางตัน จำปาเสนอให้แยกกันหาแต่เฉียดไม่ยอม คว้ามือเธอมากุมไว้แล้วพากันเดินไปอีกทางหนึ่ง กระทั่งมาถึงตรงที่เจอโครงกระดูกเฉียดถึงกับส่ายหน้าเซ็งนั่นเท่ากับเราเดินวนกลับมาที่เดิม

“ใจเย็นๆ ถ้ำมันวนเวียน” ว่าแล้วเวิ้งเดินนำไปอีกทางหนึ่งที่ยังไม่เคยสำรวจโดยมีเฉียดกับจำปาเดินตาม...

อัศวินกับพวกยังคงยิงต่อสู้กับพวกลูกหาบของเฉียดอย่างดุเดือด พวกลูกหาบค่อยๆโดนสอยร่วงไปทีละคนสองคนเนื่องจากไม่ได้เป็นพวกจับปืนมืออาชีพ อัศวินสั่งให้ฝ่าขึ้นไปให้ได้

ooooooo

จอมวิ่งนำพวกตัวเองมาจากอีกด้านหนึ่ง พวกลูกหาบของเฉียดหันมาเห็นก็ตะโกนโหวกเหวก ก่อนที่บางส่วนจะหันมาสาดกระสุนใส่ศัตรูที่มาใหม่ อัศวินก็หันมายิงใส่จอมเช่นกัน โดยเฉพาะบวรยิงใส่อย่างบ้าคลั่ง

“มันฆ่าลูกพ่อ ตายๆๆๆ”

สามกลุ่มซัดกันนัว ปอม ขำยิงลูกหาบตายเกลี้ยง อัศวินรีบจ้ำขึ้นไปยังทิศทางที่พวกลูกหาบซ่อนตัวโดยเก็บอาวุธกับระเบิดที่ตกหล่นตามทางไปด้วย บวรยังคงปักหลักยิงใส่จอมไม่หยุด อัศวินต้องเตือนว่าอย่าเสียเวลาที่นี่อีกเลย ตามเฉียดไปดีกว่า เขาไม่สนใจสมบัติใครอยากได้ก็เชิญ จะอยู่ฆ่าจอมล้างแค้นให้ลูกก่อน อัศวินตบหน้าเขาเพื่อเรียกสติ ถ้าเขาตายตรงนี้ นั่นเท่ากับเฉียดและจำปาที่คอยปั่นหัวเขาก็จะมีความสุข

“ไม่ต้องคิดแล้ว ไป...ทำตามที่บอก” อัศวินตบหลังบวรให้เดินตามขำกับปอมที่กะเผลกๆขึ้นเนินไปทางถ้ำ ส่วนตัวเองยิงเปิดทางพร้อมกับขว้างระเบิดใส่ศัตรูเป็นระยะๆ

ไม่นานนัก อัศวิน บวรกับลุงแบน ขำและปอมก็มาถึงปากถ้ำซ่อนสมบัติ สารวัตรชั่วเตือนทุกคนให้ระวังตัว เจอใครที่ไม่ใช่พวกเรายิงทิ้งอย่าให้เหลือโดยเฉพาะเฉียด บวรไม่พูดอะไรได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความแค้น ผ่านไปสักพัก จอมวิ่งนำทุกคนมาถึงปากถ้ำ สั่งให้พวกสาวๆรออยู่ข้างนอก โดยฝากให้สิชลคอยดูแล บุญตาจะไปด้วย แต่จอมห้ามไว้ สัญญาจะพาลุงแบนกลับมาอย่างปลอดภัย เธอทำท่าจะไม่ยอมรอ หนานคำหันมาดุใส่

“ถูกแล้วล่ะ อย่าดื้อ ฉันไม่ได้รักเด็กเหมือนไอ้จอมนะ”

“อยู่ตรงนี้นะคนดี” จอมพูดกับบุญตาจบวิ่งนำตองกับหนานคำเข้าไปในถ้ำ ทิ้งสามสาวไว้ตรงนั้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในถ้ำซ่อนสมบัติที่ค่อนข้างมืด เฉียดเผลอปล่อยมือเพื่อเช็ดเหงื่อทำให้พลัดหลงกับจำปา ทั้งสองคนต่างร้องเรียกกันไปมาแต่หาไม่เจอเพราะเสียงสะท้อนทำให้หลงทิศ...

อัศวินกับพวกมาถึงจุดที่พบโครงกระดูกกับลังอาวุธ เขาถีบซากโครงกระดูกพ้นทางแล้วโยนอาวุธให้ทุกคน ทั้งอาวุธหนักทั้งระเบิด ลุงแบนสบช่องที่ทุกคนง่วนอยู่กับอาวุธถืบขาปอมข้างที่บาดเจ็บจนล้มแล้ววิ่งหนีไปตามซอกหลืบของถ้ำ อัศวินหันมายิงดักหน้าไว้ สั่งให้หยุด เขาจำต้องทำตาม

“เอาไว้ก็เป็นภาระ” อัศวินเหนี่ยวไกยิงลุงแบนทิ้ง แต่บวรปัดปืนได้ทัน กระสุนโดนผนังถ้ำถากลุงแบนไปนิดเดียว เขาไม่รอช้าวิ่งหนีไม่คิดชีวิต อัศวินเล่นงานบวรว่าเป็นบ้าอะไรเกิดจิตใจสูงส่งขึ้นมา

“ถือซะว่าไหว้ครูก็แล้วกัน”

“อย่าปัดกระบอกปืนกันอีก” อัศวินกร้าวใส่ บวรฮึดฮัดไม่พอใจแต่มีเสียงเรียกกันของเฉียดกับจำปาแว่วเข้ามาเสียก่อน บวรตาขวางขึ้นมาทันทีสั่งให้ทุกคนเงียบ อัศวินสรุปว่าทั้งคู่น่าจะหลงกัน บวรไม่รอช้าวิ่งไปตามทิศทางต้นเสียง อัศวินได้แต่ส่ายหน้า จำต้องปล่อยเขาไปเพราะสมบัติสำคัญกว่า...

ไม่ห่างกันนัก จอมที่ตามมาด้านหลังถึงทางแยกพอดี ได้ยินเสียงปืนแต่จับทิศทางไม่ได้เพราะเสียงสะท้อนก้องไปหมด ตัดสินใจเดินตรงเข้าช่องกลาง เดินไปไม่กี่อึดใจ เจออัศวินกับพวก สองฝ่ายเปิดฉากยิงกันอุตลุด อัศวินหยิบระเบิดขึ้นมาโยนใส่จอมกับพวกสองลูกติด จอม หนานคำและตองต้องโดดหลบกันไปคนละทิศละทาง แรงระเบิดทำให้ถ้ำสั่นไหว ปอมไม่วายปากเสีย

“จะถล่มไหมเนี่ย” พูดไม่ทันขาดคำฝ่ามือของอัศวินตวัดเพียะเต็มหน้าฐานปากมอมไม่เข้าเรื่อง...

เสียงระเบิดทำให้บุญตาทนรอไม่ไหววิ่งตามจอมเข้าไปในถ้ำ พรพรรณจะวิ่งตามแต่สิชลรั้งตัวไว้...

เวิ้งออกตามหาเฉียดกับจำปาแต่กลับเจอลุงแบนวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงเข้ามา ฝ่ายหลังพยายามจะอธิบายเรื่องราวในอดีต แต่ฝ่ายแรกไม่ฟังชักปืนจะยิง ลุงแบนรีบปัดปืนทิ้ง ทั้งคู่เปิดศึกกำปั้นกัน ต่อยไปพลางลุงแบนยังคงพยายามอธิบายเรื่องเมียและลูกของเวิ้งไปด้วย

แต่ดูจะไร้ผล

ooooooo

หนานคำและตองพลัดหลงกับจอมตอนที่ถูกอัศวินโยนระเบิดใส่ พยายามตามหาแต่ไม่เจอ ถ้ำยังคงสั่นไหวอย่างต่อเนื่องจากแรงระเบิดเมื่อครู่

ตองมองไปรอบๆสีหน้าหวั่นใจ บ่นอุบถ้ำนี่จะทนแรงสะเทือนได้แค่ไหน

“ถ้าไม่มีอาวุธหนักซ้ำ ก็ไม่น่าจะเป็น...” หนานคำพูดได้แค่นั้น ถ้ำโคลงเคลงหินก้อนใหญ่กลิ้งตกลงมา มีก้อนหนึ่งขนาดเท่ากำปั้นหล่นใส่ตองสลบเหมือด เขาพยายามร้องเรียกให้ตื่นแต่ไร้ผล เป็นจังหวะเดียวกับปอมและขำวิ่งหนีแรงสั่นสะเทือนเข้ามา ขำไร้อาวุธในมือ

แต่ปอมมีระเบิดทำท่าจะดึงสลัก

“เอาสิ ระเบิดให้ถ้ำมันถล่มลงมาตายอยู่ในนี้”

“ยิงมาก็ระเบิดตายกันหมดเนี่ย” ปอมจ้องปืนในมือหนานคำ ทั้งคู่ต่างวางอาวุธของตนแล้วตรงเข้าตะลุมบอนกัน แทนที่จะเป็นสองรุมหนึ่ง กลายเป็นหนึ่งรุมสองเพราะปอมยังบาดเจ็บที่ขาอยู่...

ทางฝ่ายจอมเดินลัดเลาะเข้ามาถึงลานกว้างกลางถ้ำ เห็นหีบสมบัติหลายใบตั้งอยู่ บางหีบถูกเปิดทำให้เห็นแก้วแหวนเงินทองอัดแน่นอยู่ในนั้น โดยด้านบนตรงลานมีลำแสงลอดลงมาทำให้ห้องดูสว่างขึ้น เฉียดตามหาจำปาเข้ามาจากอีกทางหนึ่งชะงักเมื่อเห็นจอม ต่างฝ่ายต่างถือปืนอยู่ในมือ

“ไอ้จอม ไอ้เพื่อนทรยศ อำนาจที่มียังไม่พอใช่ไหม ถึงตามมาเอาสมบัตินี่อีก”

“เรามาช่วยลุงแบน”

เฉียดหาว่าจอมโกหก เขายังไม่ทันจะอ้าปากอธิบาย บวรก้าวเข้ามาเสียก่อน อดีตเพื่อนซี้ทั้งสามคนต่างเอาปืนเล็งใส่กันเป็นสามมุมโดยมีหีบสมบัติวางตระหง่านอยู่ตรงกลาง จอมขอร้องให้วางปืนก่อนแล้วมาคุยกันดีๆ เฉียดเห็นตับเหล็กที่ข้อมือจอมก็ร้องทักว่าเล่นของหรือ เขาส่ายหน้ายังคงขอร้องให้คุยกันก่อน

“ถุย ไอ้จอม ไอ้หน้าตัวเมีย ทำผู้หญิงจนแท้ง ส่วนแก คิดว่าไอ้ที่ห้อยคออยู่จะช่วยได้หรือ” บวรมองเขี้ยวหมูตันที่คอเฉียดซึ่งจ้องกรงเล็บเสือที่อีกฝ่ายห้อยไว้ที่เอว บวรไม่สนใจใครจะมีของหรือไม่มีเปิดฉากยิงใส่ก่อน ของขลังของแต่ละคนทำให้กระสุนปืนไม่โดนใครสักคนกระทั่งกระสุนหมด ตาอยู่อย่างอัศวินก็ตามมาสมทบ ยิงปืนขู่เพื่อให้ทั้งสามคนหยุดต่อสู้กัน บวรจะเข้าไปหาแต่เขายิงปืนขู่อีกชุดห้ามใครขยับทั้งนั้น

“สารวัตร อย่าใช้อาวุธอีกจะดีกว่า” จอมเตือนอัศวินสั่งให้เขาหุบปาก เฉียดเตือนถ้าฆ่าพวกเรา อัศวินจะเอาสมบัติออกไปได้อย่างไร

“เรื่องใช้เงินไม่ยากหรอก” อัศวินมองสมบัติตรงหน้าอย่างหลงใหล ถ้ำส่งเสียงครืนๆขึ้นมาอีก จอมพยายามเตือน เขากลับสั่งให้หุบปากแล้วยิงกระสุนขู่อีกชุดหนึ่ง คราวนี้ถ้ำสั่นไปหมดจนแทบยืนไม่ติด หินบางส่วนร่วงลงมา อัศวินเซปืนในมือหล่น ก็เลยหยิบระเบิดขึ้นมาเขวี้ยงใส่เพราะนึกว่าทั้งสามคนจะรุมตนเอง แรงระเบิดทำให้ลานสมบัติสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเพดานถ้ำถล่ม ทั้งสี่คนโดดหนีกันไปคนละทาง...

หนานคำกับปอมและขำยังซัดกันอย่างดุเดือด แต่ยิ่งสู้ฝ่ายมีคนมากกว่ากลับยิ่งเสียเปรียบ ถูกหนานคำอัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ปอมมองหน้าขำก่อนจะพยักพเยิดให้กัน แล้ววิ่งหนีไปหน้าตาเฉย หนานคำจะไล่ตามแต่นึกขึ้นได้ว่าตองนอนหมดสติอยู่ รีบประคองออกจากถ้ำ เพราะถ้ำเริ่มสั่นไหวมากขึ้น...

ฝ่ายเฉียดหนีตายมาเจอจำปาโดยบังเอิญ ทั้งคู่โผกอดกันด้วยความดีใจ แรงสั่นสะเทือนทำให้เฉียดกับจำปาที่กอดกันอยู่เซร่วงลงไปในซอกหินหล่นหายไปในน้ำเบื้องล่าง

ooooooo

ลุงแบนกับเวิ้งยังคงต่อสู้กันไม่หยุดทั้งที่ถ้ำสั่นไหว จังหวะหนึ่งลุงแบนพลาดท่าถูกเวิ้งจับหน้ากดกับพื้น คว้าก้อนหินจะทุบหัว บุญตาตามมาทันพอดี ชักปืนขู่ให้เวิ้งปล่อย ลุงแบนร้องห้ามเธอเสียงหลงว่าอย่ายิง

ครั้นเวิ้งรู้ว่าเธอคือเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ย่างสามขุมเข้าหา ในเมื่อลุงแบนพรากคนรักของตนไป ตนก็จะทำให้เขาเจ็บเหมือนกัน ปัดปืนในมือบุญตาทิ้งล็อกคอจะเอาหินทุบหัว ลุงแบนตะโกนลั่น

“อย่า...บุญตาเป็นลูกเอ็ง เมียเอ็งกับข้าไม่มีอะไรกัน มันท้องมาตั้งแต่ก่อนเอ็งโดนจับ”

บุญตาถึงกับอึ้ง เวิ้งคลายมือออกเธอรีบถอยหนี ถ้ำสั่นอย่างรุนแรงหินด้านบนจะหล่นใส่บุญตา เวิ้งพุ่งกระแทกเธอพ้นทาง ตัวเองกลับโดนหินหล่นใส่บาดเจ็บเลือดอาบ แต่ยังปากแข็งไม่เชื่อว่าเธอเป็นลูก

“เอ็งรู้ เอ็งรู้อยู่ ถ้าเอ็งไม่เชื่อ เอ็งไม่ช่วยมันหรอก”

หญิงสาวมองเวิ้งซึ่งเพิ่งยอมเจ็บหนักแทนเธอพร้อมกับร้องเรียกว่า “พ่อ” เขาถึงกับน้ำตาซึม...

ด้านจอมหนีมาเจอหนานคำลากตองมาจากถ้ำอีกด้านหนึ่งก็เข้าไปช่วยประคองไปหาพรพรรณกับสิชลที่รออยู่ปากถ้ำ พอจอมรู้ว่าบุญตาเข้าไปในถ้ำก็เป็นห่วงจะตามไปช่วย พรพรรณกอดเอวไว้ไม่ให้ไปแถมเอากุญแจมือมาล็อกข้อมือเขาติดกับข้อมือตัวเอง ถ้าเขาจะเข้าไปช่วย บุญตาต้องเอาเธอไปด้วย หนานคำอาสาจะตามบุญตาให้เอง บอกให้ทั้งคู่รออยู่ตรงนี้ จอมถอดสร้อยตับเหล็กจากข้อมือโยนให้หนานคำ

“ต้องรอดกลับมานะ”

หนานคำพยักหน้ารับคำแล้ววิ่งกลับไปที่ถ้ำที่สั่นอย่างน่ากลัว...

บุญตากับลุงแบนประคองเวิ้งมาตามทางมุ่งสู่ปากถ้ำ เมื่อมาถึงบริเวณที่มีลังอาวุธ อัศวินกับพวกที่มุ่งหน้ามาจากลานวางหีบสมบัติเห็นทั้งสามคนก็ยิงปืนใส่ เวิ้งกับลุงแบนคว้าอาวุธจากลังยิงต่อสู้

อัศวินกับพวกเจออาวุธหนักที่สาดใส่จำต้องหลบเข้าที่กำบัง หนานคำตามมาสมทบ คอยยิงสกัดให้บุญตาพาลุงแบนกับเวิ้งออกไปก่อน เสียงปืนที่ดังต่อเนื่อง

ทำให้จอมเป็นห่วงบุญตา ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหว คว้าปืนมายิงโซ่กุญแจมือขาดออกจากกันแล้ววิ่งกลับเข้าถ้ำไปช่วยหญิงคนรัก...

หนานคำยิงต่อสู้กับพวกอัศวินไปพลางค่อยๆ

คืบคลานไปทางปากถ้ำ จังหวะหนึ่งถ้ำโคลงเคลงจนทำให้เขาเสียหลักพลัดตกซอกหินที่เฉียดกับจำปาหล่นลงไป ร่างหนานคำหมุนคว้างอยู่ใต้สายน้ำเชี่ยวจนหมดสติและถูกพัดออกไปด้านนอก บุญตาได้แต่มองไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะต้องคอยยิงปะทะกับพวกอัศวิน กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเจาะร่างเวิ้งที่พยายามกันบุญตาเอาไว้อย่างจัง เธอร้องเรียก “พ่อ” ลั่นรีบเข้าไปประคอง

“บุญตา...พ่อคงไม่รอด ให้พ่อทำหน้าที่สมกับที่ลูกเรียกสักครั้ง...ไป...หนีไปลูก”

“ไม่...เราต้องไปด้วยกัน” ลุงแบนพูดพลางยิงใส่พวกอัศวิน เวิ้งรู้ตัวดีว่าเจ็บหนักหนีได้ก็คงไม่รอด เปิดหินที่ปิดสายชนวนระเบิดไว้ เป็นจังหวะที่จอมตามมาช่วยพอดี ฝากให้เขาดูแลบุญตาให้ด้วย แล้วสั่งให้หนีไป ลุงแบนมองสบตาเวิ้ง พยักหน้าให้เหมือนเป็นการอำลา แล้วลากบุญตาออกไปพร้อมกับจอม บวรเห็นจอมกับพวกกำลังหนีจะวิ่งตาม เวิ้งกัดฟันลุกขึ้นยืนขวางทางไว้ พร้อมกับจุดชนวนระเบิด

ooooooo

จอม บุญตากับลุงเวิ้งวิ่งพ้นปากถ้ำมาได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างทั้งสามกระเด็นไปคนละทิศละทาง พรพรรณกับสิชลที่ยืนรออยู่ต่างตกตะลึงรีบวิ่งไปดู

แรงระเบิดทำให้ปากถ้ำปิด อัศวินกับพวกแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแต่ก็ไม่สามารถออกไปได้ บวรแค้นมากยิงปืนระบายอารมณ์

“เฮ้ยๆๆ อะไร เบาๆ ไม่แก้วหูแตกเดี๋ยวก็โดนกันเองจนได้” อัศวินต้องปราม แล้วเหลือบเห็นคบไฟที่พื้นขอไม้ขีดมาจุด บวรแปลกใจนั่นคิดจะไปไหน

เขาไม่รออยู่ตรงนี้ให้เสียเวลา ในเมื่อปากถ้ำออกไม่ได้ เราก็ต้องหาทางอื่น แล้วเดินย้อนกลับเข้าไปทางเก่า บวร ขำกับปอมจำต้องเดินตาม...

ไม่นานนัก จอมค่อยๆฟื้นคืนสติ เห็นบุญตากับลุงแบนนั่งมองอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง โดยมีตองและพรพรรณยืนลุ้นอยู่ไม่ห่าง ก็ดีใจมากดึงบุญตามากอดไว้แน่น ลุงแบนมองทั้งคู่กอดกันกลมด้วยความแปลกใจก่อนจะเข้าไปแงะหลานสาวออกห่าง จอมหันไปถามตองว่าปลอดภัยใช่ไหม เขาพยักหน้ารับคำ

“แล้วระเบิดปากถ้ำกันขนาดนี้ ได้สมบัติอะไรติดตัวกันมาบ้าง”

ตองต่อว่าสิชลคนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานดันมาถามเรื่องสมบัติ ไม่มีหัวจิตหัวใจบ้างหรือ ลุงแบนถอนใจที่แท้ก็เป็นแค่นิทานหลอกเด็ก จอมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงเพราะเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ตอนนี้ถ้ำคงถล่มฝังไปหมดแล้ว ลุงแบนดีใจนั่นเท่ากับตัวเองไม่ได้เลอะเทอะเพ้อเจ้อไปเอง

“บวร เฉียดกับจำปาแล้วพวกที่เหลือล่ะ” จอมมองไปที่ถ้ำอย่างใจเสีย ตองถอนใจส่ายหน้า จอมจะกลับไปที่ถ้ำเพื่อตามหา ลุงแบนห้ามไว้ถ้าจะเข้าไปข้างในคงต้องใช้รถตักดินขนาดใหญ่กับคนงานสักห้าสิบคน จอมได้แต่ถอนใจปลงคิดว่าเพื่อนๆตายอยู่ในถ้ำ...

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่จอมคิด เฉียดกับจำปารอดตายถูกน้ำพัดมาติดริมตลิ่ง แม้จะมีรอยฟกช้ำกับกินน้ำไปหลายอึกแต่ทั้งคู่ก็ปลอดภัย สองคนโผกอดกันกลม ต่างมองดูเนื้อตัวของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ครั้นเห็นไม่เป็นอะไรต่างโล่งใจ จำปามองไปรอบๆ ที่มีแต่ต้นไม้กับต้นไม้ บ่นอุบนี่เราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร

“ใจเย็นๆ อย่างน้อยเราก็ยังมีกันและกัน” เฉียดว่าแล้วกวาดตาไปเห็นร่างใครบางคนถูกน้ำซัดเข้ามา

จำปาจะเข้าไปดูแต่เฉียดห้ามไว้ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูหรือเปล่า เธอไม่สนใจในเมื่อเขายังไม่ตายเราอาจช่วยชีวิตเขาได้ ขอร้องให้เฉียดช่วยเขาด้วย เฉียดจำใจวิ่งตามไปดึงร่างชายคนนั้นขึ้นฝั่ง พอจับหงายหน้าขึ้นมาเห็นหนานคำมีบาดแผลแตกที่หน้าผากเลือดไหลเป็นทาง

“พวกไหน ไม่เคยเห็นหน้า”

จำปาไม่สนใจว่าพวกไหน ฉีกชายเสื้อตัวเองจะทำแผลให้ เฉียดคว้ามือไว้จะไม่ให้ช่วย เธอขอร้องช่วยลูกนกลูกกายังได้กุศล นี่คนทั้งคนกุศลอาจจะย้อนมาถึงเราก็ได้ เฉียดจำใจปล่อยให้เธอช่วยชายแปลกหน้า

ooooooo

บนโรงพักในพระนคร ขณะจ่าจ้อยกำลังนั่งบ่นทำไมถึงเงียบอย่างนี้ เจิมมาทันได้ยินพอดี กระเซ้าว่าทะเลก่อนมีพายุก็มักจะเป็นแบบนี้ จ่าจ้อยหันมาทักทายลมอะไรหอบมาถึงนี่ เขาแวะมาถามข่าวคราวของจอม จ่าหนุ่มส่ายหน้าไม่มีข่าวใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอัศวิน เฉียดรวมทั้งบวรด้วย

“ถ้าได้ข่าวมัน ช่วยบอกผมด้วยนะ...หรือบอกมันก็ได้ว่าผมยังไม่ตาย” เจิมว่าแล้วลงจากโรงพัก จ่าจ้อยมองภาพทะเลสงบในปฏิทินที่ข้างฝา หรือจะเป็นอย่างที่เจิมว่าพายุกำลังจะเข้าพระนครจริงๆ...

เป็นอย่างที่จ่าจ้อยหวั่นใจ จอมกับพวกชวนกันกลับไปตั้งหลักที่พระนครก่อน สิชลไม่วายบ่นมาเสียเที่ยว แล้วจะเอาหน้าที่ไหนไปรายงานสัวกิม ตองเตือนว่าเจ้านายไม่ได้ห่วงเธอเท่าคนที่ร่วมตายกันแถวนี้หรอก

“ใครใช้” สิชลเบ้ปากใส่ตอง แล้วเมินไปทางอื่น บุญตาไม่เห็นจะเสียเที่ยวตรงไหนในเมื่อจุดประสงค์ที่เรามาก็เพื่อช่วยลุงแบนและก็ทำสำเร็จแล้วจับมือจอมไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ ลุงแบนมองทั้งคู่ที่นั่งตัวติดกัน

“ข้าตกข่าวอะไรรึเปล่าวะ” ลุงแบนมองทุกคนแต่ไม่มีใครยอมพูดอะไร พรพรรณขอตัวไปนอนก่อน พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า จอมพยักหน้ารับรู้ เชิญทุกคนไปนอนได้เลย ตนจะอยู่เฝ้ายามเอง เหลือแค่พวกเราคงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว...

จอมคาดผิด อัศวินกับพวกยังอยู่กันครบ รวมทั้งบวรด้วย พยายามหาทางออกจากถ้ำ แต่ไปทางไหนก็เจอแต่ผนัง ปอมสงสัยว่าสมบัติมีจริงหรือ อัศวินบ่นอุบไม่มียังดีเสียกว่าไม่ต้องเจ็บใจที่เห็นสมบัติมากมายแต่เอาไม่ได้สักชิ้นเพราะถูกถ้ำถล่มใส่ บวรรำคาญแทนที่จะช่วยกันหาทางออกดันมาห่วงสมบัติกันอีก อัศวินมองเปลวไฟที่คบในมือก็เกิดปัญญา สั่งให้ทุกคนเงียบ

“เสียงลม เห็นไหม” อัศวินพยักพเยิดให้ดูคบไฟที่ไหวไปมา “มีทางลมเข้ามา ถ้ำถล่มคงทำให้เกิดร่อง ถ้าหาทางที่ลมเข้ามาได้ เราก็จะเจอทางออก”...

กว่าหนานคำจะรู้สึกตัวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว พอเห็นจำปากับเฉียดนั่งมองตัวเองอยู่ยกการ์ดขึ้นเตรียมต่อสู้ เฉียดถามว่าพูดไทยได้ไหม เขาไม่ตอบเอามือจับหน้าผากที่ได้รับบาดเจ็บพบว่ามีผ้าพันเอาไว้ มองชายผ้าที่ห้อยลงมาเห็นเป็นชิ้นเดียวกับชายเสื้อจำปาที่ขาด ถามว่าเป็นคนทำแผลให้หรือ เธอพยักหน้า อยากให้เขาช่วยพาออกจากป่า หนานคำมองเฉียดอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก

“ฉันก็ไม่ไว้ใจแกมากไปกว่าที่แกระแวงฉันหรอก” เฉียดว่าแล้วขยับตัวเตรียมพร้อม

จำปาเห็นท่าไม่ดีรีบกั้นกลางพร้อมบอกหนานคำว่าเฉียดเป็นคนช่วยเขาขึ้นจากน้ำ หนานคำมองจำปาแล้วล้มตัวลงนอนไม่พูดอะไรอีก เฉียดหาว่าเขาเป็นพวกคนป่า หนานคำลุกพรวดจะเอาเรื่องจำปารีบส่ายหน้าเป็นทำนองอย่ามีเรื่องกันเลย เขาเกรงใจเธอ จึงล้มตัวลงนอนต่อไปไม่สนใจเฉียดอีก

ooooooo

เจิมตักบาตรเสร็จเตรียมจะเข้าบ้าน สัวกิมโผล่พรวดเข้ามาถามหาจอมอยู่ที่นี่หรือเปล่า เจิมย้อนถามว่ามีธุระอะไรกับมัน เขาต้องมีธุระด้วยหรือถ้าอยากจะเจอคนของตัวเอง เจิมยังไม่ทันจะว่าอะไรอีก จ่าจ้อยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด พอเห็นสัวกิมเท่านั้นก็ชักปืนขึ้นมาเล็งพร้อมกับสั่งให้หยุด สัวกิมยกมือห้ามสมุน

“ดูท่าจ่าจะตกข่าวนะ”

จ่าจ้อยกับเจิมต่างมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ไม่รู้ว่าสัวกิมออกจากคุกมาได้อย่างไร...

ระหว่างรอนแรมอยู่กลางป่า ลุงแบนอดถามจอมไม่ได้ว่ากลับพระนครคราวนี้จะเอาอย่างไรกับชีวิต ในเมื่อสิ้นก๊กของนายหัวบ้วนกับเสี่ยเฮงแล้ว จอมคงจะวางมือกลับไปอยู่ดูแลพ่อ สิชลสวนทันทีแล้วถ้าเกิดพ่อตายตามแม่ไปอีกคนหนึ่งเขาจะทำอย่างไร ตองต้องเตือนให้เธอระวังปากไว้บ้างแล้วขอโทษจอมแทนเธอด้วย

“ไม่ได้แช่ง ก็ถามดู ขึ้นหลังเสือแล้วใช่ว่าจะลงกันได้ง่ายๆ” สิชลยังไม่ยอมสงบปากสงบคำ จอมยืนยันคำเดิมอยากกลับไปเป็นอย่างเก่าไม่อยากอยู่ในวังวนนี้อีก บุญตาเห็นดีด้วยกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ไม่ต้องใหญ่โตก็ได้ จอมก็คิดเช่นเดียวกันกับเธอ สิชลไม่วายหันไปถามพรพรรณว่าเหลืออะไรกับเขาบ้าง เธอไม่ตอบได้แต่ฝืนยิ้ม ตองเสนอตัวจะช่วยพูดกับสัวกิมให้จอมเอง

“ศพที่แล้วก็พูดกับสัวกิมแบบนี้” สิชลปากเสียอีกจนได้...

ขณะที่จอมกับพวกมุ่งหน้าสู่พระนคร สัวกิมเล่าให้เจิมกับจ่าจ้อยฟังว่าเกิดความผิดพลาดในกระบวนการ ยุติธรรม ศาลก็เลยให้รื้อฟื้นคดีใหม่ ตนจึงขอให้ทนายยื่นประกันตัวออกมาสู้คดี จ่าจ้อยแนะให้เขาอยู่ในคุกจะปลอดภัยกว่า สัวกิมคุยอวดขนาดระบบราชการยังไม่กลัวจะมากลัวอะไรกับตำรวจอย่างจ่าจ้อย แล้วหันไปบอกเจิมให้ช่วยตัดผมให้ไหนๆก็มาถึงที่

“อย่าเลยครับ ปิดกิจการแล้ว ใบมีดมันทื่อหมดคม”

“ฉันปรานีลูกชายเรานะ ป่านนี้มันก็คงเป็นแค่ช่างกระจอกๆในโรงงานถ้าแม่มันไม่ตาย”

เจิมของขึ้นทัน พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร สัวกิมแค่จะบอกให้เขารู้ว่าอนาคตของจอมอยู่ในมือของตน แล้วเดินกร่างออกไป เจิมจะตามไปเอาเรื่องแต่จ่าจ้อย ดึงตัวไว้...

ด้านอัศวิน บวรกับพวกหาทางออกจากถ้ำสมบัติจนได้ แม้จะทุลักทุเลอยู่บ้างแต่ทุกคนก็ปลอดภัย...

ด้วยความเกรงใจจำปาที่ช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ หนานคำจึงยอมเป็นไกด์นำทางทั้งคู่ออกจากป่า แม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเฉียดก็ตาม

ooooooo

คณะของจอมเดินทางกลับถึงพระนครในที่สุด ขณะนั่งกินมื้อค่ำกันอยู่ที่ร้านอาหารในตลาด จอมกับ บุญตาเอาแต่มองสบตากันแทบจะไม่แตะอาหาร ลุงแบน ต้องเอามือโบกผ่านหน้าจอมเพื่อให้หันมาสนใจ

ตนเอง ก่อนจะถามว่าจะกลับไปบ้านสัวกิมเลยหรือเปล่า เขาส่ายหน้า มองไปทางสิชลกับตอง

“ตองกับสิชลกลับไปก่อนแล้วกัน เราจะไปส่งลุงแบนกับบุญตาที่บ้าน”

สิชลแกล้งถามพรพรรณว่าจะเอาอย่างไร บุญตาชวนเธอไปนอนที่บ้านของตนด้วยกันก่อนจะได้มีเพื่อน พรพรรณส่ายหน้า ขอกลับไปนอนบ้านดีกว่า บุญตาทักท้วง กลับไปก็ไม่มีใครอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือ

“ที่ไหนๆฉันก็ไม่มีใครทั้งนั้นแหละ” พรพรรณมองจอมอย่างเหงาๆ บุญตาเป็นห่วงเพื่อนฝากให้จอมไปส่งเธอด้วย ตนกับลุงแบนกลับกันเองได้ พรพรรณเห็นเขาอึกอักรีบบอกว่าไม่เป็นไร เธอกลับเองได้ไม่ต้องห่วง...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับบุญตาและจอม ลุงแบนซักเป็นการใหญ่ว่าไปสนิทชิดเชื้อกันขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหน ทั้งคู่ได้แต่อึ้งไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไรดี ลุงแบนก็เลยสรุปให้ว่าตกลงรักกันแล้วใช่ไหม บุญตาอายม้วนตัวแทบจะเป็นเลขแปด บอกให้คุยกันเอาเอง

ส่วนเธอขอตัวเข้าบ้านก่อนแล้วเดินลิ่วไปเลย

ลุงแบนเห็นอาการของหลานรักก็ยิ่งมั่นใจ หันมากอดอกมองหน้าจอมมีอะไรจะแก้ตัวไหม

“ยอมรับทุกข้อกล่าวหาครับ”

“ดึกแล้ว ค้างด้วยกันซะที่นี่ไหม...แต่ว่านอนกับข้านะ อย่าทะลึ่ง” ลุงแบนกับจอมหัวเราะด้วยกันเป็นครั้งแรกหลังจากผ่านเรื่องร้ายมา เช่นเดียวกับบุญตาที่แอบฟังอยู่ในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...

ตั้งแต่ไปรอนแรมในป่ามาด้วยกันทำให้ตองรู้เช่นเห็นชาติสิชล ตัดสินใจขอความรักคืนจากเธอ ต่อแต่นี้ไปให้เธอดูแลตัวเอง เพราะจะไม่มีใครแอ่นอกยกแขนกันกระสุนให้เธออีกแล้ว สัวกิมเดินออกมาจากข้างในตบมือให้พร้อมกับกระเซ้าไม่คิดว่าตองจะมีอารมณ์นี้กับเขาด้วย ทั้งสองคนแปลกใจเจ้านายออกมาตั้งแต่

เมื่อไหร่ เขาออกมาสองสามคืนแล้ว แต่คดียังไม่สิ้นสุด สิชลยิ้มดีใจแบบนี้อะไรๆจะได้กลับไปเหมือนเดิมสักที

สัวกิมไม่เห็นจอมกลับมาด้วยก็ถามหา สิชลได้ทีเสี้ยมว่าเดี๋ยวนี้จอมไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“ไม่ต้องห่วง ก็อย่างที่บอกทุกอย่างกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมสักที” สัวกิมพึมพำเบาๆ

ooooooo

เฉียด จำปาและหนานคำถึงพระนครในเช้าวันถัดมา จำปาเห็นหนานคำยังไม่รู้จะเริ่มต้นตามหาเพื่อนได้ที่ไหน จึงชวนให้ไปตั้งหลักด้วยกันก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที หนานคำนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะพยักหน้ารับคำ...

บวรกับอัศวินและพวกก็ถึงพระนครไล่เลี่ยกันพวกเฉียด บวรตรงกลับบ้านทันที พบแต่บ้านว่างเปล่า ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว เขาเดินผ่านกระจกเงาหยุดมองตัวเอง

“ต่างกับหลงอยู่ในป่าตรงไหน...วู้ๆๆ” บวรฟังเสียงสะท้อนของตัวเองอย่างเหงาใจยิ่งนัก...

ฝ่ายจอมมาหยุดที่หน้าร้านตัดผมของพ่อ สภาพของร้านเหมือนไม่ได้เปิดมานาน เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปเห็นพ่อนอนหลับอยู่บนเก้าอี้ตัดผมที่ปรับเอนราบ มีขวดเหล้ากลิ้งอยู่ที่พื้น บนอกของท่านมีรูปถ่ายของแจ่มวางอยู่ จอมค่อยๆหยิบรูปออกมองพ่อด้วยความสงสารจับใจ...

เมื่อมาถึงบ้านเสี่ยเฮง พ่อบ้านใจ๋รอต้อนรับเฉียดอยู่ แต่ไม่ค่อยจะพอใจมารยาทของหนานคำนัก จนมีเรื่องกันถึงขนาดลงไม้ลงมือ จำปาขอร้องให้เฉียดห้ามทั้งคู่ไม่ให้วิวาทกันแต่เขากลับนิ่งเฉย ปล่อยให้ทั้งคู่ต่อสู้กันสักพักถึงเข้าไปแยก เฉียดเห็นหนานคำมีฝีมือก็ชวนให้อยู่ด้วยกัน แต่เขาไม่สนใจ...

ขณะที่หนานคำปะทะฝีมือกับพ่อบ้านใจ๋พอหอมปากหอมคอ ผิดกับลุงแบนที่มีคิวบู๊กับขำและปอม

อย่างเอาเป็นเอาตายกันไปข้างหนึ่ง แรกๆลุงแบนต้านไหวเพราะยังมีเรี่ยวแรง แต่สุดท้ายก็ถูกรุมกินโต๊ะจนล้มคว่ำ ก่อนจะโดนลากตัวออกไป...
บวรมากินข้าวเย็นที่ตลาดโต้รุ่งเพียงลำพัง เห็นพรพรรณนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งคนเดียว ก็ยกจานข้าวไปนั่งกินด้วย เธออึกอักไม่สะดวกใจ อยากจะหลบเลี่ยงแต่เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน

“อะไรที่มันอยู่ในป่าก็ให้มันจบในป่าเถอะ” พูดจบบวรตักข้าวกินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรพรรณแปลกใจทำไมถึงมานั่งกินข้าวคนเดียว เขาเบื่ออาหารในเหลา อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

“อยากเห็นคน...เธอคงไม่รู้ว่าการต้องอยู่คนเดียวมันเป็นอย่างไร” บวรหยุดกึกเมื่อเด็กเสิร์ฟเอาจานอาหารมาวางให้พรพรรณ รอจนเด็กเสิร์ฟไปแล้ว จึงระบายเพิ่มเติมว่า “มัน...มันเหมือนหัวใจเต้นช้าเกินกว่าจะก้าวไปไหนได้ แต่ในจังหวะเดียวกัน มันก็เหมือนเร็วเกินกว่าจะหลับลงได้ลำพัง เธอคงไม่เคยเป็นใช่ไหม”

แม้จะแทงใจดำเต็มๆ แต่พรพรรณกลับส่ายหน้า ก่อนจะชวนบวรให้อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนกัน...

ในขณะที่พรพรรณกับบวรกินข้าวกันอย่างเหงาๆ จอมกับบุญตาต่างเดินจูงมือกันไปคุยกันไปอย่างมีความสุข เขาตั้งใจจะเลิกเป็นเจ้าพ่อแล้วกลับไปดูแลพ่อซึ่งแก่มากแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่อยากให้มีเสียงปืนดัง ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก เฉียดกับบวรก็ไม่อยู่แล้ว สัวกิมก็ยังติดคุกจะเหลือเรื่องคาใจก็แค่ใครเป็นคนฆ่าแม่เท่านั้น บุญตาอยากรู้แล้วถ้าเกิดเขารู้ว่าใครฆ่าแม่ เขาจะไม่เป็นคนทำให้เสียงปืนดังขึ้นมาอีกหรือ

“นั่นสิ เรื่องบางเรื่องไม่รู้ก็จะดีกว่านะ”

“ฉันชอบที่พี่เป็นคนธรรมดาแบบนี้จัง” บุญตาว่าแล้วเดินคลอไปกับจอมสีหน้าเปี่ยมสุข...

การรอดตายกลับมาครั้งนี้ทำให้เฉียดกับจำปาปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด แม้เขาจะให้อภัยเธอแต่ยังไม่ยอมอโหสิกรรมให้คนที่มันทำอะไรไว้กับเธอ จำปาทักท้วงแล้วเขาจะมีความสุขได้อย่างไร

“ก็มีแค่มันที่ทำให้จำปาท้องคนเดียวนี่”

“ขอบคุณพี่ที่รับฉันได้” จำปาซุกหน้ากับอกเฉียดไม่กล้าสบตาด้วยกลัวเขาจะรู้ว่าตัวเองยังมีความลับบางอย่างที่ไม่กล้าเปิดเผยออกมา...

ทางด้านลุงแบนไม่เข้าใจอัศวินจะจับตนมาทำไม ตนไม่มีอะไรให้อีกแล้ว สารวัตรชั่วไม่ยอมตอบคำถามได้แต่บอกให้พักผ่อนก่อนอย่าเพิ่งตายเพราะเขายังต้องใช้งานลุงแบนอยู่

“ไอ้อัศวิน...แก...แกต้องชดใช้กรรม คนอย่างแกไม่ตายดีหรอก” ลุงแบนตะโกนได้แค่นั้นก็ถูกขำกับปอมซ้อมอีก อัศวินเหลียวมามองแวบหนึ่งก่อนจะเดินต่อไป ไม่สนใจ...

ไม่ได้มีแต่อัศวินเท่านั้นที่มีแผนชั่ว สัวกิมก็วางแผนเสี้ยมให้เฉียดกับบวรหักกันเองโดยส่งสมุนกับตองไปชิงสร้อยเขี้ยวหมูตันจากคอเฉียดมา แล้วส่งต่อให้สิชลลอบเอาไปยัดใส่มือนายหัวบ้วนที่ยังนอนเป็นผักอยู่ในห้องพักฟื้น ก่อนจะใช้หมอนหนุนกดหน้าให้ขาดอากาศหายใจ ทำให้เหมือนว่าเป็นฝีมือเฉียด...

ทั้งจอมและบุญตาใจคอไม่ดีที่ลุงแบนหายตัวไปรีบไปโรงพักเพื่อแจ้งความเกรงว่าแกจะประสบอุบัติเหตุ จ่าจ้อยท้วงทำไมถึงแน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องอื่นในเมื่อมีศัตรูเยอะขนาดนี้ จอมมั่นใจเพราะตอนนี้เขาไม่มีศัตรูแล้ว พูดไม่ทันขาดคำ อัศวินในชุดตำรวจเต็มยศเดินเข้ามาทัก จอมกับบุญตาถึงกับตะลึง...

ด้านจำปาเห็นหนานคำกำลังจะออกจากบ้านเข้ามาถามว่าจะไปไหนไม่กินอะไรลองท้องก่อน เขาอ้างว่า ที่นี่ไม่ใช่ปลายทาง ต้องไปตามหาเพื่อนให้เจอ เธอซักว่าเพื่อนที่จะไปหาชื่ออะไร พอรู้ว่าเป็นจอมก็ดีใจ

“พี่จอมออกมาจากถ้ำได้ใช่ไหม”

“ใช่...จะหาจอมได้ที่ไหน” หนานคำมองจำปาอย่างรอคำตอบ

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 13 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 6 ก.ค. 2560 07:35 2017-07-11T00:23:52+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ