ข่าว

วิดีโอ



มือเหนือเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

เช้าวันต่อมา จอมแปลกใจมากที่ขุนพันธ์ยอมให้เข้าพบ เพียงแต่มีข้อแม้เขาต้องไปลำพังคนเดียว ดังนั้น เขาจึงต้องให้ตอง สิชลและบุญตารออยู่ที่โรงแรมที่พัก สิชลทักท้วงจอมเป็นถึงเจ้าพ่อ แต่เดินเข้าไปหาตำรวจมือปราบแบบนี้ไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือ

“เรากำลังพูดถึงมือปราบอันดับหนึ่งของแผ่นดินอยู่นะ ท่านให้ความเมตตาเข้าพบก็ถือว่าเป็นลางที่ดีแล้ว”

บุญตาเป็นห่วงหวังว่าขุนพันธ์คงปรานีจอมไม่มากก็น้อย เขาเองก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่นานนัก จอมมายืนอยู่ตรงหน้ามือปราบอันดับหนึ่งของแผ่นดิน โดยมีดาบเล่มหนึ่งวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆ ท่านร้องทัก

“เหนื่อยไหม...จอม”

เจ้าพ่อหนุ่มงุนงงทำไมท่านถึงรู้จักเขา ท่านย้อนถามคิดว่าท่านจะยอมพบพวกนอกกฎหมายง่ายๆอย่างนั้นหรือ แล้วเล่าให้ฟังว่าก่อนผู้การคำรณจะเสียชีวิตได้ส่งจดหมายถึงท่าน จอมตาโตดีใจที่ท่านรู้เรื่องของเขา

“เจตนาเธอดี คราวนี้ต้องการรู้อะไรว่ามา” ขุนพันธ์มองจอมอย่างสนใจใคร่รู้...

อัศวินดูภาพลายแทงขาวดำที่ตัวเองถ่ายรูปไว้พร้อมกับหันมาบอกลุงแบนที่ถูกมัดว่ายี่สิบปีก่อน ตอนที่อะแวสะดอทาเละโดนจับไม่เห็นเคยเอ่ยถึงสมบัติที่ปล้นสะดมมาได้ว่าเอาไปซ่อนไว้ไหน

“งานนั้นลูกน้องตายเกลื่อน บางคนหนีรอดไปได้พร้อมขโมยแผนที่ลายแทงมาได้ครึ่งนึงใช่ไหมแบน”

ลุงแบนมองสารวัตรชั่วอย่างชิงชัง ไม่เห็นจะต้องมาถาม เขาเองก็เพิ่งบรรจุเป็นตำรวจอยู่ในหน่วยนั้นด้วย ระหว่างนั้นบวรนำขบวนสมุนมาถึง จะขอตามล่าสมบัติด้วย เนื่องจากเฉียดจับตัวผู้หญิงของตนไป พอรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือจำปา อัศวินกระชากตัวบวรออกมาคุยกันนอกรอบ

“รู้ไหมว่านังนั่นมีอาชีพอะไร...วันนั้นไม่อยากพูดให้เสียการใหญ่ ผู้หญิงคนนั้นเคย...”

บวรชิงตัดบทขอร้องไม่ต้องพูดอะไรอีก ตนไม่สนใจว่าเธอจะเป็นอะไรมาก่อน แต่เด็กในท้องเธอเป็นลูกของเขา ขำมองหน้าปอมจำได้ว่าเป็นพวกเสี่ยเฮงก็ร้องทัก เตี้ยรีบบอกว่ามันไม่เอาพวกนั้นแล้ว

“ไม่เอาพวกนั้นหรือพวกนั้นไม่เอามัน” คำพูดปรามาสของขำทำเอาปอมของขึ้นตรงเข้าต่อสู้กับขำแต่สู้ไม่ได้โดนอัดคว่ำ อัศวินรำคาญสั่งให้หยุดกัดกันเองแล้วเตรียมตัวออกเดินทาง...

หลังจากได้ฟังจอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ขุนพันธ์ไม่รู้เลยว่าสมบัติโจรมีจริงหรือเปล่าเพราะไม่มีใครเคยเห็น ส่วนคนที่เคยเห็นก็ถูกโจรร้ายฆ่าตายหมด แต่เท่าที่ท่านเคยได้ยินคำร่ำลือก็มีเพียงว่าสมบัติเหล่านั้นอยู่ชายป่าระนองติดพรมแดนพม่า จอมยกมือไหว้ขอบคุณท่านที่ให้เบาะแส ขุนพันธ์เตือนจอมอย่าให้ด้านมืดดึงเขาไปจนเสียคน ท่านไม่อยากเป็นคนต้องตามจับตายเขา จอมรับปากจะไม่มีวันให้เป็นอย่างนั้น

“หนทางป่ามันมีหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้...เหล็กน้ำพี้ตีหมื่นค้อน หวังว่าผู้การคำรณคงไม่ดูเธอผิดไปหรอกนะ รับไป” ขุนพันธ์ยื่นดาบให้ จอมก้มหัวรับมาด้วยสองมือก่อนจะเดินจากไป

ooooooo

ขณะที่ก๊กอื่นยังมาไม่ถึงระนอง เฉียด เวิ้ง จำปากับเหล่าสมุนและลูกหาบเข้าป่าเป้าหมายมาได้

สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความที่เพิ่งหายป่วย จำปาก็เลยเดินมากไม่ไหวต้องทรุดตัวลงนั่งพัก เวิ้งขอดูลายแทง สมบัติอีกรอบ แม้จะไม่ค่อยไว้ใจนักแต่เฉียดจำต้องให้ดู เวิ้งพิจารณาไปรอบบ่นพึมพำว่าป่าเปลี่ยนไป

“เล่ห์เหลี่ยมอะไรหรือเปล่า” เฉียดหรี่ตามองไม่ไว้ใจ

“ยี่สิบปีมาแล้วจะให้ทุกอย่างเหมือนเดิมรึ อีกหกสิบปีข้างหน้าป่าแถวนี้จะเป็นยังไง ให้เหมือนเดิมไหม”

เฉียดขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย อยากรู้อีกไกลไหม เวิ้งคาดว่าน่าจะเกินสี่วัน ทันใดนั้นมีเสียงร้องของจำปาดังขึ้น เฉียดตกใจรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเธอเอามือเท้าบนตัวอะไรก็ไม่รู้ เขายื่นหน้าไปดูพบว่าเป็นซากหมูป่า เวิ้งสนใจขึ้นมาทันที ร้องถามว่าตายเองไหม เฉียดชักปืนขึ้นมาขู่ไม่ให้เข้าใกล้ แล้วส่งปืนให้จำปาถือแทน สำรวจดูตัวหมูไม่พบร่องรอยถูกยิงหรือถูกกัด น่าจะแก่ตาย เวิ้งขอดูด้วยแต่จำปายกปืนขู่ไว้

“กะว่าจะถูกหวยล่ะสิ ไม่ต้องยุ่ง” เฉียดงัดเขี้ยวหมูป่าขึ้นมาสำรวจ ซี่แรกกลวงจึงโยนทิ้ง ซี่ที่สองเป็นเขี้ยวตันถึงกับฉีกยิ้มกว้าง ชูเขี้ยวหมูตันให้ทุกคนดู เวิ้งมองด้วยความเสียดาย เฉียดเห็นจำปาหอบเหนื่อยก็สั่งให้ตั้งเต็นท์พักแรมตรงนี้ เวิ้งบ่นอุบทำแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง

“ทำหน้าที่ของตัวเองไปก็พอ อยากได้ส่วนแบ่งหรืออยากตายอยู่ตรงนี้”

การสนทนาเป็นอันจบแค่นั้น เวิ้งสั่งลูกหาบว่าเราจะพักแรมกันตรงนี้ ให้ก่อไฟเตรียมอาหารได้เลย...

ด้านตองเห็นดาบเหล็กน้ำพี้ที่จอมได้มาจากขุนพันธ์ บอกให้เก็บไว้ให้ดีๆมันเป็นของวิเศษ จอมไม่สนใจของวิเศษอย่างอื่นเพราะสำหรับตัวเองของวิเศษที่สุดบนโลกใบนี้คือเพื่อน ดาบดีร้อยเล่มยังไม่เท่าเพื่อนแท้หนึ่งคน ตองรีบออกตัวว่าเราไม่ใช่เพื่อนกัน แล้วเดินเลี่ยงออกไป สวนกับบุญตาที่เข้ามาเตือนจอมให้นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องเข้าป่าที่ระนองไม่ใช่หรือ จอมไม่อยากให้เธอมาลำบากด้วยตัดสินใจจะส่งขึ้นรถบัสกลับกรุงเทพฯ

บุญตายืนกรานจะขอไปด้วย หากจอมยังดึงดันจะส่งกลับเธอก็จะตามไปอยู่ดี เพราะฉะนั้นให้เธอไปด้วยไม่ดีกว่าหรือ จอมส่ายหน้าอ่อนใจ บุญตาขอโทษด้วยที่ไม่อ่อนหวานเหมือนพรพรรณ พูดถึงผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจอมอดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างที่ต้องอยู่บ้านสัวกิมเพียงลำพัง

ooooooo

คนที่จอมคิดถึงกำลังพักแรมอยู่บริเวณชายป่าสุดถนนทางรถวิ่ง เห็นบวรนั่งเขย่าของเล่นเด็กในมือก็เดินเข้ามาหา ได้ยินมาว่าเขากำลังจะมีลูก เขาพยักหน้า จำปาท้องและเธอกำลังจะมีหลาน พรพรรณไม่รู้ว่าควรจะยินดีหรือสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาดี บวรไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร

“เธอใจร้ายมากนะ อะไรที่เธอไม่เอา เธอไม่เคยแม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ”

“เราเหมือนกันพรพรรณ ตอนที่เธอไม่เอาจอม เธอเคยชายตามองมันไหม ตอนที่ทิ้งมันมาหาฉันเพราะฉันมีโอกาสให้ในสิ่งที่เธออยากได้ นึกสิ...วันที่จอมมันไม่มีอะไรน่ะ วันนี้สำหรับพี่ เธอก็ไม่มีอะไรเลย”

พรพรรณโกรธจะตบบวร แต่เขาจับมือไว้ ย้ำอีกครั้งว่าเราสองคนเหมือนกัน พอไม่ได้ดั่งใจเราก็จะใช้กำลังเธอกระชากมือออกผละจากไปอย่างหัวเสีย อัศวินยืนมองอยู่ไกลๆส่ายหน้าเอือมระอา...

เฉียดเอาเชือกกระสอบร้อยเขี้ยวหมูตันแล้วคล้องคอให้จำปาไว้เป็นเครื่องรางป้องกันตัว เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาเชื่อเรื่องพรรค์นี้ด้วย เขาเชื่อเพราะตอนนี้เราอยู่ในป่า เธออดถามไม่ได้ว่าเขาจะเอาสมบัติไปทำไม

“ก็เหมือนหลายๆอย่างในชีวิต พี่เอาเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้”

“เหมือนจำปาใช่ไหม พี่ลากจำปามาด้วย ไม่ใช่เพราะอยากได้ พี่แค่ไม่อยากให้คนอื่นได้”

ทั้งสองคนมีปากเสียงกันอีก แต่จำปากลับรู้สึกว่าแม้เฉียดจะปากร้ายกับเธอแค่ไหนแต่เขายังรักเธอไม่เปลี่ยนนั่นยิ่งทำให้เธอเสียใจมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาถรรพณ์ของป่าหรือเป็นเพราะความเครียดที่ต้องแท้งลูก จำปาคว้าปืนของเฉียดขึ้นมาจ่อหัวตัวเอง ขอโทษที่ทำผิดต่อเขามามาก แต่ก็อยากจะรู้ว่าเขายังรักเธออยู่หรือเปล่า เฉียดนิ่งไม่ตอบ เธอง้างนกปืนดังคลิก สั่งให้ตอบคำถาม เขาจำใจสารภาพว่ายังรักเธออยู่

“ในวันที่พี่เกลียดจำปามากที่สุด มันก็ไม่ได้ทำให้ความรักของพี่ที่เคยมีน้อยลงเลย”

จำปาพยักหน้า ตื้นตันใจ ก่อนจะเอ่ยปากบอกลาแล้วเหนี่ยวไกปืน มีเสียงดังแชะกระสุนด้าน เวิ้งโผล่มาจากไหนไม่รู้แย่งปืนในมือเธอไป เฉียดเอ็ดเธอเสียงลั่นอย่าทำอย่างนี้อีกไม่อย่างนั้นจะล่ามเธอไว้

“สะใจพี่แล้วใช่ไหม ฉันจะตายยังตายไม่ได้เลย”

“ยังดีนะที่ปืนชื้น กระสุนคงด้าน”

เวิ้งไม่คิดอย่างนั้น หันปากกระบอกขึ้นฟ้าแล้วเหนี่ยวไก มีเสียงดังปังสะท้านไปทั้งป่าที่เงียบสงัด จากนั้นเขาส่งปืนคืนให้เฉียด ก่อนจะผละจากไป จำปาอดไม่ได้ที่จะเอามือจับเขี้ยวหมูตันที่อยู่บนคอตัวเอง...

อีกฟากหนึ่งของป่า อัศวินเห็นลุงแบนนั่งบริกรรมคาถาอยู่เข้ามาแดกดันให้เลิกเล่นปาหี่หลอกคนได้แล้ว เขาไม่ได้เล่นปาหี่ แต่ป่าแถบนี้มีอาถรรพณ์ไม่อย่างนั้นสมบัติโจรคงจะมีคนพบไปแล้ว อัศวินคุยว่าที่ไม่มีใครเจอสมบัติเพราะไม่มีแผนที่ลายแทงแบบที่เขามี แล้วชูภาพถ่ายในมือ ลุงแบนยังเชื่ออยู่ดีว่านี่เป็นอาถรรพณ์ ไม่อย่างนั้นยี่สิบปีผ่านไปทำไมเราถึงต้องเดินวนกลับมาที่เดิม

“สมบัติต่างหาก ยี่สิบปีก่อนถ้าฉันไม่ปล่อยแกไป แกก็โดนจับไปพร้อมกับอะแวสะดอทาเละแล้ว”

ลุงแบนมองแหวนโบราณที่นิ้วอัศวินแดกดันว่าไม่ใช่เพราะสมบัติโบราณที่ตนติดสินบนเขาหรือ อัศวินเสียดาย ถ้าตอนนั้นเขาเชื่อว่ามีสมบัติมากกว่าแหวนวงนี้คงสบายไปแล้ว ลุงแบนถือเป็นโชคดีของตัวเองที่ตำรวจชั้นประทวนในวันนั้นมีแค่อัศวินคนเดียวที่รู้เรื่อง เขาแย้งว่ายังมีอีกคนหนึ่ง ลุงแบนนิ่วหน้าแปลกใจ

ooooooo

ที่ร้านตัดผม ขณะเจิมนั่งเหม่อมองรูปถ่ายตัวเองในชุดตำรวจชั้นประทวนสมัยหนุ่มๆคู่กับอัศวิน จ่าจ้อยเข้ามาถามหาจอม เขาไปหาที่บ้านสัวกิมก็ไม่อยู่

“มันไปทำอะไรชั่วๆอีกเหรอ” ว่าแล้วเจิมเอารูปใบนั้นเสียบไว้ตรงกระจกเงาของร้าน จ่าจ้อยเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจอมทำอะไรอยู่ แล้วอดทักไม่ได้ว่านั่นอัศวินใช่ไหม เจิมพยักหน้ารับคำ รูปนั่นยี่สิบปีมาแล้ว ตอนนั้นตนตามขุนพันธ์ล่าอะแวสะดอทาเละอยู่แถวจังหวัดระนอง จ่าจ้อยอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงออกจากตำรวจ เจิมเล่าว่าถูกอัศวินใส่ร้ายว่ารับสินบนจากลูกน้องโจร จ่าจ้อยถึงบางอ้อที่แท้ก็เรื่องสมบัติโจรนี่เอง

“ผมก็อยากเห็นสักครั้งนะ มันมีจริงไหม”...

ขบวนของอัศวินตะลุยป่าตามเส้นทางที่แผนที่เขียนไว้กระทั่งมาถึงจุดที่เวิ้งฟันป่าเปิดทาง ลุงแบน ซึ่งทำหน้าที่ไกด์ตั้งข้อสังเกตว่ามีคนเดินนำเราไปไม่ต่ำกว่าวันสองวันแล้ว อัศวินถึงกับบ่นอุบนี่เวิ้งมีปัญญามาถึงที่นี่ด้วยหรือ ลุงแบนดูจากรอยเท้าแล้วมันไม่ได้มาคนเดียวแน่นอน บวรได้ยินจากคำบอกเล่าของปอมดูท่าจะเป็นจริง เฉียดคงลากเอาจำปามาด้วย อัศวินไม่สนใครจะเอาใครมาด้วย แต่เราต้องไปถึงก่อนพวกมัน

ลุงแบนมองบวรอย่างผิดหวังไม่คิดว่าจะมาลงเอยกับคนไม่ดีอย่างอัศวิน บวรไม่สนใจว่าลุงแบนจะคิดอย่างไรกับตัวเอง ขอแค่หาจำปาให้เจอเป็นพอ อัศวินทักท้วงหาสมบัติไม่ใช่หาคน

“เจอพวกมันก็เจอสมบัติไม่ใช่เหรอ” บวรยืนกราน ลุงแบนเห็นซากหมูป่าจึงเดินเข้าไปดู พบว่าเขี้ยวหายไปข้างหนึ่ง อีกข้างที่ทิ้งไว้เป็นเขี้ยวกลวง พึมพำว่ามีคนได้เขี้ยวหมูป่าตันของดีไป อัศวินไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้

จึงไม่ให้ความสนใจ ผิดกับบวรที่ซักเป็นการใหญ่ว่าเขี้ยวนั่นศักดิ์สิทธิ์อย่างไร

“แคล้วคลาด คงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า”

อัศวินรำคาญเรื่องไร้สาระเอาปืนกระทุ้งให้ลุงแบนเดินทางต่อไป...

คณะของเฉียดเจอเข้ากับงูจงอางตัวใหญ่ฉกลูกหาบตายไปหนึ่ง และยังชูหัวสูงท่วมตัวจำปาที่นั่งพักเหนื่อยอยู่ เฉียดบอกให้เธอนั่งนิ่งๆอย่าขยับ เวิ้งสั่งให้เธอว่าคาถาบทนี้ตามเขาช้าๆ เธอทำตามอย่างว่าง่าย อึดใจ งูใหญ่มองเขี้ยวตันที่ห้อยคอจำปาก่อนจะเลื้อยหนี

ทุกคนพากันถอนใจโล่งอกขณะที่จำปากลัวจนหมดสติ เฉียดต้องประคองเอาไว้ มองเวิ้งสีหน้าประหลาดใจ

“ของบางอย่างวิทยาศาสตร์มันก็พิสูจน์ไม่ได้หรอกนะ” เวิ้งว่าแล้วเดินเลี่ยงออกมา...

ขณะที่คณะของเฉียดบุกเข้าป่าไปอย่างเชื่องช้า จอมกับพวกเดินทางมาถึงสุดถนนรถวิ่งซึ่งเป็นเบาะแสที่ได้จากขุนพันธ์ จากนี้ไปต้องใช้วิธีเดินเท้าแกะรอยด้วยตัวเอง แล้วประกาศต่อหน้าทุกคน ใครที่จะร่วมเดินทางไปด้วยความสมัครใจตนก็ยินดี แต่ถ้าใครอยากกลับพระนครก็ไม่ว่ากัน

“หากแต่ใครไป ถ้าบังเอิญเจอสมบัติโจรระหว่างตามคน เราก็จะแบ่งให้กับทุกคนเท่าๆกัน”

สิชลขัดขึ้นทันที พูดแบบนี้ได้อย่างไร สัวกิม อนุญาตแล้วหรือ จอมหันขวับถ้าเธอจะไม่เอาส่วนแบ่งก็ไม่มีใครว่าอะไร ส่วนเรื่องสัวกิมเอาไว้กลับไปค่อยรายงานก็แล้วกัน แล้วขอให้ใครที่จะเอาด้วยยกมือขึ้น สมุนต่างยกมือกันพรึบรวมทั้งสิชลด้วย ตองสำรวจเส้นทางเสร็จกลับมาแจ้งว่ามีคนกลุ่มใหญ่เข้าป่าไปจากทางนี้

“คิดว่าใช่ลุงแบนไหม”

ตองไม่ตอบคำถามของจอมได้แต่แบมือให้ดูใบไม้แห้งที่ถูกห่อจนกลมคล้ายลูกบอล จอมรับเอามาลองโยนดูพบว่าทั้งสามลูกน้ำหนักเท่ากัน บุญตาที่ยืนดูอยู่ด้วยถึงกับยิ้มออกมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือลุงแบน

ooooooo

ขบวนคาราวานของอัศวินต้องเจอเรื่องประหลาดใจเมื่อมีพระธุดงค์แก่ๆรูปหนึ่งเดินเข้ามาหาตอนที่หยุดพักกินมื้อเที่ยง บวรสอบถามว่าเจอผู้หญิงที่โดนจับมาระหว่างเดินธุดงค์ไหม ท่านกลับบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมานานแล้ว บวรโวยวายทำไมไม่ตอบให้ตรงคำถาม ลุงแบนต้องปรามว่าพระเจ้าควรจะเว้นให้บ้าง

“ผมไม่ได้พูดกับลุง” บวรตวาดแว้ด

ลุงแบนขี้เกียจมีปัญหาด้วยหยิบผลไม้สามลูกออกจากย่ามเพื่อใส่บาตร ระหว่างพระสวดให้พร บวรไม่พอใจยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อกลบเสียงพระสวดกระทั่งท่านสวดจนจบ

เสียงปืนลอยไปตามลมถึงหูเฉียดที่ดูแลจำปาอยู่ เวิ้งเหลียวซ้ายมองขวาคาดเดาไม่ออกว่าเสียงปืนมาจากทิศไหน อาจจะห่างไปเป็นสิบๆกิโลเมตร แต่ถ้าเป็นทิศทางที่เราเดินมาก็ห่างประมาณสองวันได้ และถ้าให้เดาคงไม่พ้นพวกของอัศวิน เฉียดหันมองจำปาที่ยังนอนหมดสติสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

ด้านจ่าจ้อยหยุดงานเพื่อรักษาตัวไปนาน วันนี้กลับมาทำงานวันแรกไม่เห็นอัศวินอยู่บนโรงพักก็ถามเพื่อนตำรวจว่าท่านไปไหน ได้ความว่าไปราชการที่ระนองไม่มีกำหนด จ่าจ้อยสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่นอน...

จอมกับคณะตามรอยที่ลุงแบนทิ้งไว้เป็นระยะๆจนใกล้โพล้เพล้จึงสั่งให้ตั้งค่ายพักแรม และจากร่องรอยที่พบทำให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่ขบวนคาราวานของอัศวินที่มาหาสมบัติ ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งด้วย

ขณะที่ทุกคนพากันนอนหลับพักผ่อน จอมซึ่งเฝ้ายามอยู่เห็นบุญตาที่นอนอยู่ข้างๆกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายเข้ามาลูบผมปลอบโยน เธอจับแขนเขามากอดทั้งที่นอนหลับ เขาค่อยๆโน้มตัวจะดึงแขนออก กลับกลายเป็นถูกเธอฉุดลงไปนอนข้างๆแถมเอาเขา

มากอดแทนหมอนข้าง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ อยู่ๆเธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเจอจอมอยู่ตรงหน้า เห็นตัวเองเป็นฝ่ายกอดเขาก็อายมากหันหลังหนี

จอมค่อยๆลุกขึ้นกลับไปนั่งเฝ้ายามอย่างเดิม แต่อดหันมามองบุญตาไม่ได้ แต่แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังมองมาที่เขาท่ามกลางความเงียบสงัดของป่า รีบกระชับปืนในมือไว้พยายามเพ่งดูแต่ไม่เห็นอะไร ตองกระซิบว่าเป็นเสือ ตนเห็นรอยของมันได้สักพักแล้ว แต่ไม่อยากพูดอะไรให้ตกใจ จอมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

“อย่าอ่อนแอ ถ้ามันรู้ว่าเราแข็งแรง เดี๋ยวมันก็ไปหาเหยื่อที่อ่อนแอกว่าเอง ถ้ามันไม่หิวเกินไปนะ”

“แล้วถ้ามันหิวมากล่ะ”

ตองแนะให้เอาลูกปืนให้มันกินรองท้องไปก่อน จอมอดขำไม่ได้

ooooooo

จำปารู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองนอนหนุนแขนเฉียดอยู่ ค่อยๆลุกขึ้นไม่อยากทำให้เขาตื่น เวิ้งซึ่งยืนยามอยู่ บอกว่าเฉียดเป็นห่วงเธอมาก ตนไม่รู้ว่าทั้งคู่มีเรื่องอะไรกันมาแต่ถ้ามีโอกาสก็ควรจะทำดีใส่กันไว้จะดีกว่า เพราะตัวเขาหมดโอกาสไปนานแล้ว ติดคุกยี่สิบปี เมียหนีตามเพื่อนไปมีลูก เพื่อนทรยศที่ชื่อไอ้แบน

“ลุงแบนไม่มีลูกนี่นา”

“คนที่มันเที่ยวบอกใครต่อใครว่าเป็นหลานไง อีกไม่นานหรอก มันต้องชดใช้”...

ฝ่ายจอมกับพวกเดินมาตามทางในป่ากระทั่งเจอพระธุดงค์ชรารูปนั้นละสังขารอยู่ในกลดสภาพนั่งหลับ จอมจับตัวดูยังอุ่นๆอยู่แสดงว่าเพิ่งมรณภาพ ตองเห็นผลไม้ที่วางอยู่อดสะเทือนใจไม่ได้ ยังไม่ได้ฉันเช้าด้วยซ้ำ จอมหยิบผลไม้ขึ้นมาดูเห็นสลักชื่อแบนเอาไว้ บุญตายกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

“สุดท้ายเราก็ตามมาถูกทางจนได้”

จอมไม่อยากทิ้งร่างท่านไว้อย่างนี้ หากจะฝังก็กลัวเสือตัวที่ตามมาขุดซากท่านขึ้นมากิน จึงสั่งให้สมุนแบกร่างท่านไปยังลานหินกว้างกลางป่าทำที่เผาศพง่ายๆเพื่อปลงศพท่าน อย่างน้อยก็ตอบแทนที่ท่านได้บอกเราว่าเราตามลุงแบนมาถูกทางแล้ว...

ควันไฟทำให้อัศวินรู้ทันทีว่ามีคนตามมา กำชับกับสมุนถ้าเกิดอะไรขึ้นให้ยิงลุงแบนทิ้งก่อนเพื่อน เขากลับยิ้มไม่ได้เกรงกลัว รู้แก่ใจดีตราบใดที่อัศวินยังไม่ถึงจุดหมายไม่มีทางฆ่าตนแน่นอน สารวัตรชั่วมองลุงแบนเขม็ง

“จากนี้ไป พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยให้มากที่สุด อย่าให้รู้ว่ามีใครพยายามทิ้งรอยเอาไว้”...

เจิมกำลังคร่ำครวญถึงแจ่มที่จากไปพร้อมกับก๊งเหล้าไปด้วยตอนที่จ่าจ้อยเข้ามาบอกว่าจอมอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยสันนิษฐานจากการที่อัศวินอ้างว่าไปราชการที่ระนองถิ่นที่อะแวสะดอทาเละเคยตระเวนหากินอยู่ ส่วนบวรก็หายไป เฉียดเองก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน ขณะที่จอมก็ไร้ร่องรอย

“จอมมันไม่เชื่อเรื่องสมบัติโจรมาแต่ไหนแต่ไร”

“สมุนเก่าของอะแวสะดอทาเละเพิ่งแหกคุก เวิ้ง นาครเกษม น้าไม่อยากรู้เหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เจิมตาโตขึ้นมาทันที ถ้ามีเวิ้งร่วมด้วยมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเรื่องสมบัติโจร...

ขณะที่เจิมเริ่มให้ความสนใจกับสมบัติโจร ที่ป่าระนองฝนเทลงมาไม่ขาดสาย แม้ตองจะดีใจที่ร่องรอยเสือที่ตามคณะของพวกตนหายไป แต่ถ้าฝนยังตกไม่เลิกแบบนี้จะชะร่องรอยของลุงแบนไปหมด

ooooooo

เสือตัวนั้นเลิกตามจอมกับคณะแต่มาซุ่มดูเหยื่อที่ขบวนคาราวานของอัศวินแทนที่ ลุงแบนอาศัยจังหวะที่พวกสมุนของอัศวินมัวแต่พะวงว่าดินระเบิดจะเปียกฝนลอบหนีออกมา อัศวินสั่งให้ทุกคนไล่ล่าตัวเขามาให้ได้ ย้ำว่าต้องจับเป็นห้ามจับตายเด็ดขาด ทั้งบวร เตี้ย ขำกับนัทและงอบต่างคว้าปืนขึ้นมาแยกย้ายกันตามหา

ครั้นเห็นลุงแบนวิ่งหนีอยู่เบื้องหน้าพากันยิงสกัด เสียงปืนดังสนั่นป่าไปถึงหูเฉียดกับเวิ้งที่นั่งยามอยู่ เสียงปืนดังใกล้เข้ามาแบบนี้ เวิ้งคาดการณ์ถ้าเรายังชักช้า พรุ่งนี้มันอาจตามเราทัน เฉียดแปลกใจว่ามันยิงอะไรกัน

“ลักษณะน่าจะยิงไล่มากกว่า”...

จอมกับพวกได้ยินเสียงปืนเช่นกัน แต่คาดเดาอะไรไม่ได้เลยเพราะอยู่ใต้ลม...

ทางด้านลุงแบนหนีไม่พ้นถูกบวรกับพวกล้อมกรอบไว้ บวรหมั่นไส้เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคิดล้างครูขอประลองฝีมือกันดูสักตั้ง ลุงแบนต้านได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกบวรจับกดไว้กับพื้น ทันใดนั้นมีเสียงงอบที่ยืนดู

การต่อสู้อยู่ร้องโหยหวนขึ้น ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นเขาถูกลากหายไปในพงหญ้ารกพร้อมกับเสียงคำราม

“เสือ” บวรตะโกนเสียงเครียด

เตี้ย ขำและนัทต่างหันหลังล้อมบวรที่กดลุงแบนอยู่แล้วยิงกราดออกไปรอบทิศ เสียงปืนดังสนั่นป่าสักพักก็เงียบลง พร้อมกับต้นไม้หักระเนระนาด พลันมีเงาดำกระโจนผ่านไปพร้อมกับเสียงโฮกของเสือ บวรคว้าระเบิดจากกระเป๋าสะพายของเตี้ยดึงสลักโยนใส่ เสียงดังกึกก้องเปลวไฟสว่างวาบก่อนทุกอย่างจะเงียบสงบ...

ครั้นฟ้าแจ้ง อัศวินให้เตี้ยกับนัทออกตามหางอบ แต่คว้าน้ำเหลวไม่เจอแม้แต่ศพ พบเพียงรอยเลือดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร ไม่สามารถตามไหวก็เลยกลับ ทั้งคู่ลงความเห็นว่าน่าจะไม่ใช่เสือธรรมดาเพราะโดนทั้งปืนทั้งระเบิดยังเอาไม่อยู่ อัศวินหาว่าเลอะเทอะเสือก็แค่สัตว์จะเป็นอะไรได้

“เสือสมิง” ลุงแบนเสริม อัศวินเห็นเหล่าสมุนสีหน้าหวาดหวั่นสั่งห้ามเขาเล่นสงครามประสาท แล้วบอกให้ขำพาตัวพรพรรณมาตรงนี้ ก่อนจะสวมกุญแจมือติดกับมืออีกข้างของลุงแบน

“ถ้าเสือมันจะลากของคาวไปกิน จะได้มีของหวานตบท้าย...ไป ออกเดินทางต่อไปได้แล้ว อย่าช้า” อัศวินพูดจบลากแขนลุงแบนให้ลุกขึ้น...

จอมเห็นตองเดินหน้ายุ่งเข้ามาก็ร้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาออกสำรวจป่าเมื่อช่วงเช้า ฝนตกหนักเมื่อคืนทำให้ร่องรอยของพวกที่นำหน้าเราหายไปหมด บุญตาแปลกใจแล้วลุงแบนไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้บ้างเลยหรือ ตองส่ายหน้า ถึงจะทิ้งไว้คงไม่เหลือซากโดนฝนโดนน้ำลบไปหมด สิชลโพล่งขึ้นว่าไม่ใช่แค่นั้น เรายังเดินวนกลับมาที่เก่าอีกด้วย แล้วพยักพเยิดไปทางกลดพระธุดงค์ที่ปักอยู่

“ป่ามันเล่นงานเราเข้าแล้ว” ตองสีหน้าหนักใจ ขณะที่จอมเดินนำหน้าทุกคนออกไปยังเชิงตะกอนที่ปลงศพพระธุดงค์รูปนั้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยกมือไหว้

“ผมไม่ได้มีจิตใจอยากได้อยากดี ลบหลู่ผู้ใด ที่ล่วงล้ำเข้ามานี่ต้องการมาตามช่วยคน ถ้ากุศลจิตคิดดีที่ผมตั้งใจจะส่งผลช่วยเหลือในครั้งนี้ก็ขอบุญบารมีหลวงพ่อช่วยนำทางด้วยนะครับ” อธิษฐานจบจอมลุกขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างเป็นก้อนดำๆอยู่ในซากขี้เถ้าที่โดนฝนชะ ลองหยิบขึ้นมาดู

“ตับเหล็ก เกิดในเฉพาะคนที่มีบุญญาบารมีเท่านั้น ใครมีไว้ในครอบครองจะแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง” ตองอธิบาย บุญตากับสิชลเข้ามาฟังด้วย จอมยื่นตับเหล็กให้ตองซึ่งส่ายหน้าไม่ยอมรับ

“เก็บไว้ เขาเลือกที่จะอยู่กับใคร เขาเลือกเอง”

สิชลเสนอตัวถ้าไม่มีใครอยากได้ จะรับไว้ให้เอง ตองเตือนว่าบุญไม่ถึงเขาไม่เลือกก็อย่าไปขืนจะยิ่งเป็นกาลกิณี และตนเชื่อว่าที่เราเดินวนกลับมาที่นี่เพราะตับเหล็กต้องการให้จอมเป็นคนเจอ...

ฝ่ายเฉียดคิดจะมาล่าสมบัติแต่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอะแวสะดอทาเละแม้แต่น้อยจึงขอให้เวิ้ง

เล่าประวัติคร่าวๆของเขาให้ฟัง ได้ความว่าเขาเป็นคนโหดเหี้ยมมาก ใช้กริชโบราณเป็นอาวุธในการฆ่าคน บางรายโดนตัดหลอดลมทั้งที่ยังมีชีวิต บางรายโดนกริชคว้านท้องดึงไส้ออกมาทั้งที่เหยื่อยังหายใจ เฉียดสนใจใคร่รู้ว่าตอนนี้กริชอาถรรพณ์เล่มนั้นไปอยู่ที่ไหน เวิ้งรู้แค่ว่าสาบสูญไปพร้อมกับสมบัติในตำนาน

“รู้แล้ว สมบัติทั้งหมดของอะแวสะดอทาเละ ฉันอยากได้ชิ้นไหนมากที่สุด” เฉียดตาวาวเป็นประกาย

ooooooo

ลุงแบนก็เล่าประวัติจอมโจรคนนี้ให้ผู้ร่วมขบวนคาราวานฟังรวมทั้งบวรด้วย อัศวินสั่งให้หยุดเล่านิทานหลอกเด็กได้แล้ว กริชอาถรรพณ์ไม่มีอยู่จริง แล้วขยับจะลุก ทันใดนั้นมีห่ากระสุนพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ทุกคนพากันหลบเข้าที่กำบังพร้อมกับยิงตอบโต้ บวรสั่งให้สมุนฆ่าพวกมันให้หมด

นอกจากกระสุนแล้วยังมีระเบิดถูกโยนเข้ามาเป็นระยะๆอีกด้วย ทั้งบวรและอัศวินตระหนักในทันที นี่ต้องไม่ใช่พวกชาวบ้านธรรมดาเพราะมีอาวุธครบมือ...

เสียงปืนดังมาถึงจุดที่จอมกับพวกเดินงมทางอยู่ ตองดีใจมากถ้าเราตามเสียงปืนไปจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพวกที่เรากำลังตามอยู่แน่ๆ คิดได้ดังนั้นเร่งให้ทุกคนตามมาเร็วๆ

เฉียดกับพวกก็ได้ยินเสียงปืนเช่นกัน และชัดกว่าที่จอมได้ยินเพราะอยู่ใกล้กว่า ที่สำคัญครั้งนี้เป็นการยิงต่อสู้ไม่ใช่ยิงไล่ล่าแบบเมื่อคืน เฉียดมันเขี้ยวชวนเวิ้งกลับไปดู เขาส่ายหน้า

“เรามาเพื่อสมบัติ อย่าเสียเวลา ไปๆๆ” เวิ้งเร่งให้ลูกหาบรีบเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง...

ขบวนคาราวานของอัศวินอยู่ในสมรภูมิที่เป็นรองทำให้สมุนกับลูกหาบถูกยิงร่างพรุนร่วงเป็นใบไม้

อัศวินเห็นท่าไม่ดีโยนปืนออกมา บวรทำตามรวมทั้งเตี้ย ปอม นัทและคนอื่นๆ แต่อัศวินเจ้าเล่ห์หยิบปืนสำรองของตัวเองมาเตรียมไว้ ศัตรูตะโกนบอกให้ทุกคนออกมา มอบตัวให้หมดเป็นภาษาพม่า ลุงแบนต้องช่วยเป็นล่าม แปลให้ ครั้นทุกคนยอมจำนน ฝ่ายตรงข้ามจึงเผยตัวออกมา ต่างตกตะลึงที่เห็นว่าเป็นเสี่ยเฮงนั่นเอง...

ขณะที่จอมกับพวกวิ่งตามเสียงปืน อยู่ๆทุกอย่างก็เงียบไป พลันมีเสียงร้องกรี๊ดๆของบุญตาดังขึ้น จอมเป็นห่วงเธอมากรีบวิ่งไปดู เธอหลับหูหลับตาชี้ไปทางพงหญ้าที่ราบเป็นทาง เจอซากสยดสยองของงอบที่ถูกเสือลากมา ใบหน้าเหวอะหวะทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใครพวกไหน

“จำสภาพไม่ได้จริงๆ แต่อย่างน้อยเราก็รู้มันมาจากทางไหน” พูดจบตองเดินนำทุกคนตามรอยเลือดไป...

ทั้งอัศวิน บวร เตี้ยกับนัท รวมทั้งพรพรรณและลุงแบนถูกมัดต่อกันเป็นหางว่าว โดยมีเสี่ยเฮงคอยสั่งการ บวรแปลกใจคิดว่าหายไปไหนที่แท้ก็มากบดานอยู่กับชนกลุ่มน้อยที่ชายแดนนี่เอง

“โลกมันกลมจริงๆนะสารวัตร” เสี่ยเฮงพูดไป พลางมองภาพถ่ายแผนที่ขุมทรัพย์ไปด้วย อัศวินพยายามจะขอเป็นพวกเดียวกัน แต่เสี่ยเฮงไม่สนใจในเมื่ออัศวินเป็นมิตรกับศัตรูของตนโดยไปเข้าร่วมกับก๊กของนายหัวบ้วน ตนก็จะถือว่าเขาเป็นศัตรูเช่นกัน ปอมรีบเข้ามาเอาหน้า เสี่ยเฮงแปลกใจปอมมากับพวกนี้ได้อย่างไร

“มันจับผมมา”

“ถุย มันขายนายมาเข้ากับทางนี้เองต่างหาก” บวรพูดไปพลางแกะเชือกที่มัดมือตัวเองจนเชือกหลุด

ปอมแก้ตัวว่าเป็นเพราะเฉียดเปลี่ยนไปคิดจะฮุบทุกอย่างไปจากเสี่ยเฮง ตนทนไม่ได้ก็เลยต้องหนี บวรสบช่องเข้าแย่งมีดจากสมุนคนหนึ่งแทงจนตายแล้วพุ่งเข้าหาเสี่ยเฮง แต่เต้ยซึ่งใบหน้าด้านหนึ่งยังมีรอยไฟไหม้ ทะยานเข้ามาขวางไว้ ปอมเห็นลูกพี่หายเจ็บกลับมาทำงานได้อีกครั้งก็ร้องทักด้วยความดีใจ

เต้ยกับบวรเปิดฉากบู๊ใส่กันอุตลุด สมุนยกปืนจะยิงศัตรูแต่เสี่ยเฮงห้ามไว้แล้วพยักพเยิดให้ปอมเข้าไปช่วย บวรโดนรุม สู้ได้อีกไม่กี่หมัดก็ต้านไม่ไหวพ่ายแพ้ไป เสี่ยเฮงสั่งให้เอาอัศวินกับพวกไปที่ปาง ส่วนพรพรรณให้จับตัวแยกมาต่างหาก สารวัตรชั่วยังพยายามจะต่อรองแต่เสี่ยเฮงไม่สนใจ

ooooooo

เฉียดกับคณะเดินลุยป่ามาถึงห้างส่องสัตว์เห็นจำปาท่าทางเหนื่อยเต็มทีจึงสั่งให้พักแรมตรงนั้น เวิ้งสีหน้าเป็นกังวลแต่ก็ไม่ขัดอะไร ได้แต่บอกให้เธอขึ้นไปนอนบนห้างเพื่อความปลอดภัย

“ปลอดภัยจากอะไร” เฉียดมองเวิ้งอย่างรอคำตอบ เขากลับผละออกจากกลุ่มไม่พูดอะไร...

ทางด้านจอมออกหากระต่ายป่ากับตองไว้เป็นมื้อค่ำ แต่เจอแหวนเล็กๆวงหนึ่งใกล้กับคราบเลือด หยิบขึ้นมาปัดๆดู ถึงกับหน้าเครียดเพราะเป็นแหวนที่ตัวเองซื้อให้พรพรรณ

ตั้งแต่เจอแหวน จอมไม่เป็นอันทำอะไรเอาแต่เดินไปเดินมาเป็นห่วงพรพรรณ มั่นใจว่าจะโดนจับมาด้วย บุญตาปลอบอาจจะเป็นแหวนที่หน้าตาเหมือนกันก็ได้ เขาส่ายหน้านี่เป็นแหวนที่เขาซื้อให้พรพรรณเพราะมีชื่อเขากับเธอสลักอยู่ที่แหวน บุญตาฟังแล้วก็ยิ่งน้อยใจ ตองตั้งข้อสังเกตหรือเธอจงใจทิ้งแหวนไว้เป็นร่องรอย

“ไม่น่านะ น่าจะบังเอิญมากกว่า พรพรรณคงไม่ทิ้งแหวนที่...” จอมหยุดกึกไม่พูดอะไรอีก

บุญตาเห็นอาการของจอมแล้วหมดอารมณ์จะกินข้าววางช้อนแล้วลุกหนี ตองเห็นท่าทางของเธอแล้วยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ได้รู้สึกกับจอมแค่พี่น้อง...

ระหว่างจอมนั่งเฝ้ายามอยู่ข้างกองไฟ บุญตาเดินเข้ามาเอาตับเหล็กซึ่งใส่ไว้ในเชือกกระสอบที่ถักเป็นถุงสำหรับผูกข้อมือมาให้ เขาทักท้วงว่าให้เธอเก็บไว้เอามาคืนทำไม เธอคืนให้เผื่อเขาจะเอาไปให้พรพรรณ แล้วขยับจะไป จอมคว้ามือไว้ถามว่าเป็นอะไร เธอกลับบอกว่าเปล่าไม่มีอะไรทั้งที่น้อยใจน้ำตาจะไหล

“พรพรรณเขาโดนจับมาอยู่ในป่าข้างหน้าเราจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ มันใช่เรื่องไหมที่เราจะมางอน”

บุญตาไม่ได้งอนแต่หงุดหงิดเพราะมีประจำเดือน โกหกเสร็จก็ผละจากไป จอมไม่ได้สนใจอะไรเธออีกเพราะมัวแต่เป็นกังวลเรื่องพรพรรณ...

ตะวันตกดินไปนานแล้ว คณะของเสี่ยเฮงเพิ่งมาถึงหมู่บ้านกลางป่าซึ่งดูแล้วเหมือนชุมโจรมากกว่าเป็นหมู่บ้านธรรมดา บวรแอบกระซิบกับอัศวินว่ามันไม่เอาเราไว้เป็นเสี้ยนหนามแน่ เขากำลังหาทางออกอยู่ให้บวรใจเย็นๆก่อน จากนั้นพวกเชลยถูกต้อนไปที่ลานกว้างกลางหมู่บ้าน ส่วนอัศวินถูกเต้ยจับแยกมาขังเดี่ยว สารวัตรชั่วสบโอกาสเหมาะชวนเต้ยมาเป็นพวกแล้วจะล้างความผิดทั้งหมดให้ เขาไม่พูดอะไรได้แต่เดินจากไป

“คิดดีๆนะ ไม่ต้องรีบให้คำตอบก็ได้” อัศวินตะโกนไล่หลัง...

ที่บนห้างส่องสัตว์ เฉียดนั่งอยู่กับจำปาเพียงลำพัง พวกสมุนกับลูกหาบตั้งเต็นท์อยู่ด้านล่าง เขาไม่วายพูดจากระแนะกระแหนให้บาดหูบาดใจเธอตลอด จำปาได้แต่เก็บความน้อยใจเอาไว้...

เสี่ยเฮงนึกสนุก เห็นบวรปากดีไม่เลิกทั้งที่ถูกใส่โซ่ตรวน จึงสั่งให้ปล่อยตัวแล้วส่งเต้ยกับปอมไปจัดการ บวรถูกสองรุมหนึ่งจึงพลาดพลั้งถูกอัดล้มลงไปกองกับพื้น ปอมยืนค้ำหัวอยู่อดเยาะเย้ยไม่ได้

“ถามคำ มีใครไม่เคยนอนกับแม่ของลูกเอ็งมั่ง” ว่าแล้วปอมชี้ตัวเอง ชี้ไปที่เต้ยกับสมุนที่ยืนรายรอบอีกหลายคนรวมทั้งอัศวินก็เป็นขาประจำของจำปาเช่นกัน บวรแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้

เฉียดก็ถามจำปาคำถามเดียวกันกับที่ปอมถามบวร เธอทนฟังไม่ได้แอบถอดเขี้ยวหมูตันวางไว้แล้วปีนลงจากห้าง เฉียดทำเฉยไม่เรียก แต่พอหันไปเห็นเขี้ยวหมูตันวางอยู่หยิบขึ้นมามองหาเธอแต่ไม่เห็นแล้ว

ooooooo

เวิ้งกำลังเอากิ่งไม้ขีดพื้นบริกรรมคาถาอยู่รอบเต็นท์ หันไปเห็นจำปาเดินน้ำตานองหน้าเข้ามาตำหนิว่าลงจากห้างทำไม เธอพึมพำเสียงสั่นว่าเฉียดไม่อยากเห็นหน้าเธอ

“เข้าไปนอนในเต็นท์อย่าออกนอกเขตอาคม...เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”

จำปาพยักหน้ารับคำมุดเข้าเต็นท์ เวิ้งก้าวเข้าไปในเขตเส้นวงอาคมพร้อมกับท่องคาถาไปด้วย...

ขณะที่เสือสมิงป้วนเปี้ยนอยู่แถวค่ายพักแรมของเฉียด พรพรรณถูกขังในบ้านพักแยกต่างหากจากคนอื่นโดยถูกล่ามโซ่ไว้กับแคร่ หญิงบ้านป่าเอายาแดงมาทาตามข้อเท้า หัวเข่าให้เธอแล้วเดินออกไปไม่ได้เอาร่วมยาติดไปด้วย พรพรรณมองไปรอบๆอย่างหวั่นใจก่อนจะหยิบขวดยาแดงขึ้นมา...

อีกมุมหนึ่งกลางลานหมู่บ้าน บวรซึ่งโดนเต้ยกับปอมรุมจนหมดสภาพถูกลากตัวไปขังไว้ เสี่ยเฮงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะสั่งให้ทุกคนไปนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้เราจะออกไปตามลายแทงของอัศวิน ปอมเห็นเต้ยเอาแต่นั่งนิ่งถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้าไม่มีอะไร เสี่ยเฮงยิ้มอารมณ์ดีหันไปทางเต้ย

“คืนนี้มีของดีมาเสิร์ฟให้ถึงที่ คิดถึงพระนครเหมือนกันนะ เสร็จเรื่องแล้วเราคงได้กลับไปเจอแสงสีสักที”

เต้ยอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน เสี่ยเฮงก็ตอบไม่ได้เช่นกัน ขอให้เขาอดทนหน่อย แล้วขอตัวก่อน จากนั้นเดินตรงไปยังบ้านพักที่กักขังพรพรรณไว้ หวังจะได้ขึ้นสวรรค์กับสาวสวย...

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่เสี่ยเฮงหวัง พรพรรณเจ้าเล่ห์เอายาแดงมาทาตรงหว่างขาทำเหมือนมีประจำเดือน เสี่ยเฮงถึงกับส่ายหน้าเซ็ง...

ระหว่างที่พรพรรณรอดเงื้อมมือเสี่ยเฮงมาได้ จอมเข้ามาบอกให้ตองไปนอนได้แล้ว ตนจะอยู่เฝ้ายามต่อเอง เขามองตับเหล็กที่จอมผูกข้อมืออยู่ ชมว่าสวยดี จอมคุยอวด บุญตาเป็นคนถักให้

“ดีนะที่มีคนรัก”

จอมปฏิเสธทันทีว่าเป็นพี่น้องกัน บุญตาที่นอนหันหลังให้น้ำตาซึมน้อยใจที่เป็นได้แค่นั้นสำหรับเขา ตองมองออกว่าทั้งคู่มีใจให้กัน เพียงแต่จอมไม่ยอมรับความจริงก็เลยไม่พูดอะไรอีก พลันมีเสียงนกป่าบินกันพรึ่บพรั่บ จอมร้องทักนั่นเสียงอะไร ตองเตือนทีหน้าทีหลังได้ยินเสียงป่าอย่าไปร้องทัก แล้วท่องคาถาบูชาเหล็กไหลให้จอมท่องตาม บุญตาที่นอนหันหลังพึมพำเบาๆไปด้วย

“รู้ว่าไม่เชื่อ แต่ที่นี่มันป่าไม่ใช่พระนคร ฟังโบราณไว้มั่งก็ดี”

ชายหนุ่มยกมือไหว้ไปทางกองไฟ ท่องคาถาที่ตองให้อีกครั้ง ลมแรงพัดเกรียวเข้ามาจนหนาวสะท้าน...

ด้านเฉียดถูกเสือสมิงแปลงร่างเป็นจำปาล่อหลอกให้ลงจากห้าง พาเดินออกห่างจากเต็นท์ที่พักอ้างจะเข้าส้วม แล้วเดินหายเข้าไปในพงหญ้า เฉียดได้กลิ่นสาบเสือแต่ไม่ได้เอะใจอะไร พลันมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง หันไปดูเห็นจำปายืนอยู่นิ่วหน้าแปลกใจ เธอต่อว่าว่าเวิ้งสั่งห้ามไม่ให้ลงจากห้างไม่ใช่หรือ

“ก็จำปาให้พี่พามาส้วม” เฉียดพูดไม่ทันขาดคำเวิ้งตะโกนให้หลบ เขาพุ่งรวบตัวจำปานอนราบกับพื้น

เสือกระโจนข้ามหัวทั้งคู่ เวิ้งลั่นกระสุนใส่แต่ไม่โดน มันคำรามเสียงก้องก่อนจะหายไปในความมืด

ooooooo


ละครมือเหนือเมฆ ตอนที่ 11 อ่านมือเหนือเมฆติดตามละครมือเหนือเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล 28 มิ.ย. 2560 07:40 2017-07-02T00:30:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ