วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 8 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

ย่าเอมอรสบตากับปู่อัศนีมองกันอึ้ง ศรันย์ได้ยินเอมอรรำพึง “อัศนี” ก็ถามว่าเรียกใคร เข้าไปกระชากลอยจากเก้าอี้ อัศนีโมโหมากส่งพลังใส่ศรันย์ ข้าวของทุกอย่างในห้องลอยเข้ากระแทกศรันย์เหมือนคนเขวี้ยงใส่

“พี่อัศนี...” เอมอรทั้งตกใจและสะใจ

ศรันย์โงหัวขึ้นได้ก็ยิงใส่เอมอร อัศนีพุ่งเข้าจับเอมอรเบี่ยงหลบกระสุน ศรันย์งงเป็นไก่ตาแตกไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพ่งไปเห็นเงาร่างอัศนีค่อยชัดขึ้น...ชัดขึ้น! ผวาเฮือก ลนลานควักสร้อยพระเครื่องที่คอออกมาเป็นแผงยื่นไปข้างหน้า อัศนีผงะ

ฟ็อกซ์เห็นอคินยังแข็งขืนก็โทรศัพท์หาศรันย์แต่ไม่มีคนรับสายเพราะโทรศัพท์ศรันย์วางอยู่ที่เก้าอี้

ฟ็อกซ์กดอีกก็ไม่มีคนรับสาย แสยะยิ้มบอกอคินว่า

ศรันย์ไม่รับสายไม่รู้ว่าทำอะไรคุณย่าแสนรักของเขาไปแล้วหรือยัง พอดีลูกน้องลากริศาเข้ามา ฟ็อกซ์วางโทรศัพท์ลงที่เดิมที่ให้อคินเห็นจอได้เต็มตา พูดอย่างสะใจว่า

“ไม่เป็นไร ยังดีที่เรามีนังนี่อีกคน เปลี่ยนเส้นทางเดี๋ยวนี้ กัปตันอคินช่วยกับมาร์โคสองคน มาร์โครู้เส้นทางไปอาวีดี ไม่งั้น...อีนี่!”

ฟ็อกซ์จิกหัวริศาที่โดนทำร้ายจนยับเยินเงยขึ้น ริศามองอคินอย่างเสียใจที่ตนขึ้นมาทำให้เขาลำบากขึ้น

ส่วนฟ็อกซ์ก็ยิ่งคลั่งเอาปืนจ่อริศา สั่งอคินให้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นเกาะอาวี หรือไม่ก็ “อีนี่ตาย!”

ที่ห้องโดยสาร วีรนุชถูกใส่กุญแจมือและเอาเทปปิดปากนอนกลิ้งที่พื้นใกล้สเตฟานี่ ลูกน้องฟ็อกซ์ลากศพนักบินผู้ช่วยผ่านหน้าวีรนุชกับสเตฟานี่ไป สองสาวมองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง

ทันใดนั้นเครื่องบินเปลี่ยนทิศทาง ลดระดับลงเอียงวูบ สองสาวกลิ้งหลุนๆ สเตฟานี่พยายามจะบอกบางอย่างกับวีรนุช แต่ฝ่ายนั้นไม่เข้าใจ

ศรันย์ยิงอัศนีกระสุนทะลุผ่านไปหมด ศรันย์แค้นที่ทำอะไรอัศนีไม่ได้ก็หันยิงเอมอรแทน อัศนียื่นมือออกไปของมีคมในห้องก็พุ่งเข้าหาศรันย์ เขาหลบจนปืนหลุดจากมือกระเด็นไปอยู่ใกล้เท้าเอมอร เอมอรก้มเก็บ

ศรันย์ถามว่ายิงเป็นหรือเปล่า ทำปากกล้าท้าให้ยิงเลย

ที่แท้อัศนีในวัยหนุ่มเคยสอนให้อนงค์ในวัยสาวยิงปืนจนแม่นฉมัง เอมอรจับปืนอย่างถนัดมือยิงเฉียด

หูศรันย์ไปเส้นยาแดงเดียว ศรันย์โดดหนีแทบไม่ทัน

“ตายเสียเถอะไอ้เด็กชั่ว!” เอมอรยิงเปรี้ยงๆๆๆ จนศรันย์วิ่งเตลิดไปสุดชีวิต

เอมอรเหนื่อยหอบ นึกได้วิ่งไปที่โทรศัพท์ของศรันต์กดเฟซไทม์เบอร์เดิม จอกลายเป็นห้องนักบินทันที เอมอรเพ่งจอตาไม่กะพริบ เห็นอคินกำลังขับเครื่องบิน ริศาถูกฟ็อกซ์จิกหัวเอาปืนจ่อ ไอ้คิ้วขาดควบคุมเครื่องอยู่ด้วย เอมอรมองช็อกเรียกอัศนีมาดูด้วย พลันเอมอรก็แน่นหน้าอกจนทรุดลง พึมพำเสียงแผ่ว...

“อคิน...อคินต้องไม่เป็นอะไร เครื่องบินต้องไม่ตก เหมือนที่คุณพ่อของยายริศาเคยโดนนะหลาน...”

ขณะนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพยาบาลพังประตูเข้ามา

อัศนีประคองเอมอรอยู่ เธออ้อนวอน “พี่อัศนี...คุณจะช่วย...หลานๆของเราได้ไหม...หลานเรากำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าอคินเป็นอะไรไปฉันจะโกรธพี่ไปอีกสิบชาติ ไม่ต้องมาเจอกันอีก...ได้ยินไหม”

“ไม่ต้องบอกพี่ก็จะไปอยู่แล้ว...หลานเราทั้งสองคน”

“พี่ต้องกลับมาหาฉันนะ พาหลานกลับมาหาฉันด้วยนะพี่”

“พี่สัญญา” ร่างอัศนีค่อยๆเลือนหายไป

เอมอรมองน้ำตาไหล เจ้าหน้าที่พยาบาลเอาเปลมารับเอมอรไปโรงพยาบาล

ooooooo

ที่ท่าอากาศยานเมืองไทย เบนในชุดเครื่องแบบภาคสนามเข้ามาในบริเวณที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ ถาม

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

เจ้าหน้าที่บอกว่าติดต่อกัปตันอคินไม่ได้ เบนถามว่าแล้วสเตฟานี่ล่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าติดต่อใครไม่ได้เลย ที่สำคัญตอนนี้เครื่องบินกำลังออกนอกเส้นทางการบิน เสียงจากหอบังคับการบินเรียกบลูไคท์ 303 ที่กำลังบินออกนอกเส้นทางการบินให้รายงานด่วน แต่เรียกครั้งแล้วครั้งเล่าก็เงียบ ขณะเดียวกันฟ็อกซ์ก็ทั้งบีบคอและเอาปืนจ่อริศาสั่งอคิน

“จะทำอะไรก็คิดดีๆคุณนักบิน”

เบนไปหาย่าเอมอรที่โรงพยาบาล เขาผงะเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและอคินกับทุกคนบนเครื่องบินกำลังตกอยู่ในอันตราย

ทุกคนบนเครื่องบินแม้จะอยู่ในสภาพถูกใส่กุญแจมือและมีอาวุธจ่อ ก็ยังพยายามแก้ไขสถานการณ์ สเตฟานี่ซึ่งอยู่ใกล้วีรนุชพยายามส่งสัญญาณให้วีรนุชเอนหัวมาหาตน แล้วคีบกิ๊บติดผมของวีรนุชแงะกุญแจมือออกได้สำเร็จ แล้วนัดแนะวีรนุชกลิ้งตัวไปทางห้องนักบินเป้าหมายคือช่วยอคิน!

ฟ็อกซ์ที่คุมริศาอยู่ ได้ยินเสียงข้างนอกหันมอง ทำให้ริศาได้จังหวะพุ่งกระแทกจนผงะหงาย ลูกน้องฟ็อกซ์เข้าล็อกตัวริศาก็ถูกเธอข่วนหน้าและทุบตี อคินลุกขึ้นต่อยไอ้คิ้วขาดจนสลบแล้วกระโดดไปหาฟ็อกซ์ทันที ฟ็อกซ์ไม่ทันตั้งตัวถูกอคินพุ่งกระแทกกระเด็นออกไปที่ห้องผู้โดยสาร

ลูกน้องฟ็อกซ์ควักปืนออกมาจ่อใส่สเตฟานี่แต่ไม่กล้าลั่นไก สเตฟานี่โดดหลบแล้ววิ่งไปสุดฝีเท้า วีรนุชรีบวิ่งตาม ลูกน้องฟ็อกซ์วิ่งตามตะโกน “หยุด...กูบอกให้หยุด”

ฟ็อกซ์พลาดถูกอคินเตะจนมีดหลุดจากมือ แต่ก็ถูกลูกน้องฟ็อกซ์เอามีดเข้ามาจ่อคอทันที สเตฟานี่ก็ถูกลูกน้องฟ็อกซ์เล่นงานจนเลือดอาบหน้ารูดไปกองกับพื้น ริศาที่สู้กับลูกน้องฟ็อกซ์ก็ถูกมันเอาปืนจ่อจนต้องนิ่ง ฟ็อกซ์สั่งอคินให้ไปขับเครื่องบินต่อ อคินบอกว่าถ้าเครื่องบินชนทำเนียบพวกเขาก็ต้องตายหมดเหมือนกัน ฟ็อกซ์หัวเราะอย่างเป็นต่อ ทันใดลูกน้องก็เอาร่มชูชีพมาใส่ให้ ฟ็อกซ์สั่งอคินให้กลับไปขับเครื่องบินต่อ อคินประสานสายตากับฟ็อกซ์แข็งกร้าว

ทันใดนั้นไฟในห้องผู้โดยสารก็กะพริบติดๆดับๆ ฟ็อกซ์มองไปรอบๆงงๆ

“ปู่...” อคินพึมพำ ทันใดนั้นเครื่องบินก็เอียงวูบ อากาศในเครื่องแปรปรวนหนัก อคินเกาะที่นั่งนิ่ง ฟ็อกซ์ กับลูกน้องซวนเซตั้งตัวไม่ติด

“กลับไป...พาเครื่องบินกลับเมืองไทย” ปู่อัศนีบอก อคินรับคำแล้วรีบเดินกลับไปที่ห้องนักบิน

ooooooo

ฟ็อกซ์เกาะที่นั่งทรงตัวขึ้นมาได้ควักปืนยิงกลางหลังอคินทันที อคินผงะคว่ำไปแต่ไม่เป็นไรเพราะใส่เสื้อเกราะกันกระสุน ฟ็อกซ์คลุ้มคลั่งตะโกนว่าจะไม่มีใครกลับเมืองไทยได้ทั้งนั้นแล้วกระหน่ำยิงอคินอีก

อคินโดดหลบกระสุน กระสุนทะลุกระจกเครื่องบินเป็นรู อากาศระเบิดเป็นควันทึบลมพัดเหมือนระเบิดลงเพราะความดันเปลี่ยนกะทันหัน หน้ากากออกซิเจนหล่นลงมาจากเหนือที่นั่งทุกที่ สเตฟานี่รีบเอาหน้ากากใส่และครอบให้วีรนุชที่ตกใจจนสติแตกด้วย

ภาพภายนอก...เครื่องบินบลูไคท์บินอยู่มีเครื่องบินรบของประเทศอาวีสองลำบินประกบ

ปู่อัศนีบอกอคินให้รีบช่วยริศา อคินพาริศาเข้าไปในห้องนักบิน ฟ็อกซ์วิ่งตามไปถูกอคินถีบอย่างแรงจนกระเด็น แล้วพาริศาเข้าห้องนักบินไปนั่งที่นั่งผู้ช่วย เอาหน้ากากใส่ให้ริศาแล้วตัวเองวิ่งออกไปที่ห้องผู้โดยสาร เจอฟ็อกซ์ที่หน้าห้อง ถูกฟ็อกซ์บีบคอจนตาพร่าเลือน

“สติอคิน...มีสติ...หลานทำได้” ปู่อัศนีให้กำลังใจ

ฟ็อกซ์พยายามดึงหน้ากากมาใส่แต่ถูกอคินขัดขวางจนในที่สุดฟ็อกซ์ก็ตาเหลือกค่อยๆรูดลงไป เครื่องบินสั่นอย่างแรง อคินกลับไปนั่งที่นักบิน ปู่อัศนีพุ่งเข้าไปบอก

“อคิน...หลานต้องเอาเครื่องลงอย่างปลอดภัยให้ได้” พลันเสียงจากหอบังคับการบินก็บอกให้บินกลับเข้าเส้นทางเดิมเดี๋ยวนี้ ปู่บอกอคินว่า “อคิน...สาริศา...ปู่จะอยู่กับหลานทั้งสอง เราจะต้องปลอดภัย ตั้งสติ ใจเย็นๆ”

ทั้งอคินและริศามองหน้ากัน รับคำปู่อย่างมั่นใจ

เมื่ออคินสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ก็แจ้งหอบังคับการบินและลดระดับความสูงโดยด่วน เครื่องบินรบของประเทศอาวีก็บินดิ่งตามลงมาแล้วบินแยกไป

เย็นนี้เองที่สนามบินนานาชาติของไทย เบนไปหาเจ้าหน้าที่สนามบิน เจ้าหน้าที่แจ้งว่า

“กัปตันอคินติดต่อมาแล้วครับกำลังจะนำเครื่องลงพร้อมกับตัวคนร้าย”

“ดีมาก เก่งมากไอ้คิน” เบนดีใจมาก หันไปสั่งเจ้าหน้าที่ให้ออกไปประจำที่ตามแผน

ooooooo

อคินนำเครื่องปักหัวทิ้งดิ่งลงแล้วค่อยๆกลับมาอยู่ในแนวระนาบ บอกริศาให้มาช่วยตนเดี๋ยวจะบอกให้ว่าต้องทำยังไงบ้าง ริศาไม่มั่นใจ อคินบอกว่าเราช่วยกัน มันต้องทำได้ จู่ๆริศาก็คอพับวูบไป

ในความฝันของริศาได้เจอปู่อัศนี ปู่บอกให้ริศากลับไปเดี๋ยวนี้ ต้องไปช่วยอคิน ริศาบอกว่าเกินความสามารถของตนแล้ว

“ทำได้ หนูทำได้ทุกอย่าง ปู่จะคอยช่วยหนูอีกคน ไม่ต้องกลัว...เดี๋ยวเรามาช่วยกัน”

แล้วปู่อัศนีก็เข้าสิงริศา ช่วยจนอคินสามารถบินในระนาบปกติได้อีกครั้ง

“ไม่นึกเลยว่าจะได้มาขับเครื่องบินกับหลานตัวเอง” ปู่อัศนีมองอคินอย่างภาคภูมิใจ

ในที่สุดเครื่องบินของบลูไคท์ก็ลงแตะพื้นรันเวย์ควันโขมง รถดับเพลิงเข้าเตรียมพร้อมทันที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเครื่อง เจ้าหน้าที่พยาบาลประคองวีรนุชออกมาขึ้นรถพยาบาลและให้ออกซิเจน ใส่กุญแจมือฟ็อกซ์ที่ยังสลึมสลือพาเดินลงจากเครื่อง

อคินประคองริศาลงมาในสภาพที่แย่ไม่ต่างกัน เจ้าหน้าที่พยาบาลรีบพาไปปฐมพยาบาลทันที

พอฟ็อกซ์อาการดีขึ้น มองไปรอบๆเห็นธงชาติไทยปลิวไสว ก้มมองตัวเองเห็นถูกใส่กุญแจมือก็โวยวายให้ปล่อย ตนเป็นเจ้าชายเฟอร์ดินาน ซาลองยาน แห่งหมู่เกาะอาวี เบนบอกว่าไม่ต้องแนะนำตัวเพราะมีประวัติยาวเหยียดอยู่แล้ว และเวลานี้ท่านถูกจับกุม ฟ็อกซ์ถามว่าข้อหาอะไร เบนบอกว่า

“ผู้ก่อการร้าย ทางประเทศอาวีคงยินดีมากที่อินดาน่าและไทยร่วมมือกันจับตัวคุณกลับไปลงโทษได้สักที”

“ยังไม่รวมก่อวินาศกรรมบนเครื่องบินและฆาตกรรม แค่นี้ก็น่าจะพอให้ตายอยู่ในคุกแล้ว” อคินเสริม


ฟ็อกซ์แทบคลั่ง ผลักเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวพุ่งเข้าแย่งปืนจากเจ้าหน้าที่ทหารเล็งใส่อคินลั่นไกทันที ริศากระโดดผลักอคินพ้นวิถีกระสุน

แต่ที่แท้ขณะฟ็อกซ์ลั่นไกนั้น มีเสียงปังดังขึ้นก่อน คนที่ยิงคือเบนนั่นเอง ฟ็อกซ์เลือดทะลักจากอกล้มลงตายคาที่

เบนพุ่งเข้าหาอคินที่ประคองริศาขึ้นมามือสั่น อคินเอ่ยขอบคุณเบน ริศาบอกอคินว่าตนไม่เป็นอะไรและขอบคุณพี่เบนมาก

 “ไม่เป็นไรครับ ไอ้อคินมันเคยช่วยพี่ คราวนี้พี่ก็ช่วยมัน”

 “จบแล้วสาริศา เรื่องทั้งหมดมันจบแล้ว” อคินกอดริศาไว้แน่น

ooooooo

ที่บ้านปู่สันติ...คืนนี้ริศาไปยืนอยู่ริมน้ำคนเดียว อคินเดินไปหาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ริศาบอกว่ายังเวียนหัวอยู่เหมือนกัน อคินบอกว่าสภาวะอากาศแบบนั้นคนธรรมดาทนไม่ไหวหรอก เธอเก่งมาก

“ริศาทำได้เพราะมีพี่อคินและคุณปู่คอยช่วยต่างหากค่ะ”

“พี่หัวใจแทบหยุดเต้นเลยรู้ไหมตอนเห็นริศาเกือบถูกยิงพี่กลัวมาก ไม่เคยกลัวอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต มันทำให้พี่รู้ว่า...สิ่งที่พี่รักยิ่งกว่าชีวิตของพี่...ก็คือ...”

ริศาเอานิ้วแตะริมฝีปากอคิน สบตาอย่างเข้าใจกัน เดินเข้าไปโอบเอวอคิน บอกว่า

“ก็เหมือนที่ริศาเห็นพี่โดนยิงเหมือนกัน นึกว่าพี่ตายแล้ว เหมือนโลกดับไปต่อหน้า”

อคินค่อยๆนั่งคุกเข่าจับมือริศากุมไว้ มองซึ้งเอ่ย...“สาริศา...เอ่อ...”

“ยินดีค่ะ” ริศายิ้มเขิน พยักหน้าน้ำตาไหล

อคินลุกขึ้นกอดริศาไว้รักสุดชีวิต จูบอย่างทะนุถนอม

ปู่อัศนีมองอยู่ยิ้มกว้างดีใจกับหลานด้วย พึมพำ “เออ...ฉันทำตามสัญญาให้เธอแล้วนะอนงค์ หลานทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย” อัศนีชี้นิ้วไปที่ริมน้ำ จู่ๆฝูงหิ่งห้อยสีทองก็บินมาล้อมรอบร่างอคินและริศาไว้

อคินและริศามองไปรอบๆอย่างแปลกใจ กอดกันแนบชิด ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ปู่อัศนีมองภาพนั้นอย่างมีความสุขมาก...

ooooooo

ศรันย์ในสภาพมอมแมมเดินปะปนมากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าสนามบินนานาชาติของไทย เขาหยุดดูข่าวโทรทัศน์ที่กำลังรายงานเรื่องฟ็อกซ์ถูกวิสามัญฆาตกรรมกลางสนามบิน

“ไอ้อคิน มึงไม่มีสิทธิ์มีความสุข มึงไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ชนะ กู...ไม่ยอมเป็นผู้แพ้เด็ดขาด”

ศรันย์คำรามหน้าเหี้ยมราวปีศาจร้าย

ที่บ้านครูจันทรา...ครูจันทรา ป้านิด อคิน และ สาริศากำลังดูรายการย้อนหลังกันอยู่ในคลิปพิธีกรชื่อดังกำลังทำสัมภาษณ์อคินกับสาริศา มีเหรียญกล้าหาญและโล่วางอยู่ พิธีกรชื่นชมเหรียญกล้าหาญและโล่เชิดชูเกียรติที่กัปตันอคิน นภประสิทธ์กับสายการบินบลูไคท์ได้รับ

ป้านิดเอ่ยขึ้นว่า ไม่น่าเชื่อว่าเด็กแว้นในวันนั้นจะกลายเป็นฮีโร่ระดับอินเตอร์ในวันนี้ได้

พิธีกรยังกล่าวต่อไปว่า

“นักบินพาณิชย์คนหนึ่งกับแอร์โฮสเตสปลอมสองสาวต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายระดับพระกาฬที่ผ่านการฝึกมาแบบมืออาชีพแถมยังได้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติเอาไว้มากมายด้วย ที่สำคัญคือทางการของทั้งสามประเทศคือไทยอินดาน่าและอาวีก็พยายามสืบและตามตัวพวกเขาอยู่แต่ไม่เคยมีใครสามารถจับตัวเดอะฟ็อกซ์ได้ แต่เขาต้องพ่ายแพ้ด้วยฝีมือของคุณ แล้วแบบนี้พวกเราจะเรียกคุณว่าอะไรอีกนอกจาก...ฮีโร่”

ศรันย์กบดานอยู่ในโรงแรมราคาถูก ดูคลิปรายการจากคอมพ์แล้วคำราม

“วีรบุรุษ!! มึงเรียกไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อกูว่าฮีโร่ เรียกวีรบุรุษได้ไงวะ ไอ้โง่ มันคือฆาตกร”

อคินกล่าวแทรกในรายการว่า ตนต้องขอยกคำว่าฮีโร่ให้กับอีกหลายท่านทั้งผู้ช่วยนักบิน เจ้าหน้าที่ทหารของอินดาน่าที่ร่วมต่อสู้และพลีชีพบนเครื่องบิน คุณสเตฟานี่หน่วยสืบราชการลับอินดาน่า รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจไทยที่ร่วมอยู่ในการปฏิบัติการ อคินกล่าวเน้นในตอนสุดท้ายว่า

“และฮีโร่ท่านหนึ่งที่ท่านได้ช่วยป้องกันอันตรายให้ผม แล้วยังช่วยผมบินจนผมสามารถเอาเครื่องลงได้สำเร็จ” พิธีกรถามว่าใครหรือ นอกจากรายชื่อที่ตนมี “ท่านไม่ประสงค์จะออกนามครับ”

คำตอบของอคินทำให้พิธีกรยิ่งอยากรู้ อคินหันมองริศา เธอตอบแทนทันทีว่า

“ท่านเคยขับเครื่องบินรบเพื่อประเทศของเราและ จากไปในสมรภูมิรบเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่...คราวนี้ท่านกลับมาบินเพื่อพวกเรา ขอบพระคุณมากนะคะ”

“แหม...จะไม่บอกกันจริงๆหรือครับว่าท่านผู้นี้เป็นใคร” พิธีกรตัดพ้ออย่างเสียดาย

ป้านิดดูแล้วถามอคินว่าหมายถึงใครหรือ ริศาบอกว่าหมายถึงคุณปู่พี่อคิน ป้านิดเอะใจว่าท่านเสียไปนานแล้วไม่ใช่หรือ ริศากับอคินสบตากัน แล้วริศาก็เป็นฝ่ายตอบอย่างภูมิใจว่า...

“คือถึงท่านจะจากไป แต่ท่านยังอยู่เสมอค่ะ...”

“อ๋อ...หมายความว่า พออคินได้ทราบเรื่องราวของท่านก็เลยยึดท่านเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจใช่ไหม การที่ริศาขึ้นไปเสี่ยงก็ไม่ต่างจากหน่วยฝูงบินหิ่งห้อยขึ้นไปเสี่ยงหรอก จะได้กลับหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ แต่ก็ทำ ทั้งหมดนี้ก็คืออคินทำตามรอยคุณปู่นั่นเอง ครูพูดถูกไหม” ครูจันทราถามแทรกขึ้น

“ถูกเป๊ะเลยครับ”

ooooooo

ฝ่ายย่าเอมอรเอารูปที่อคินรับเหรียญและโล่ใส่กรอบวางโชว์ไว้อย่างภาคภูมิใจ ย่ามองรูปแล้วพูดเหมือนคุยกับใครอยู่

“พี่อัศนี...เหรียญกล้าหาญ รางวัลพวกนี้ก็เป็นของพี่ด้วยนะ พี่ช่วยฉัน พี่ช่วยหลาน พี่ทำความดีให้กับประเทศเราอีกแล้ว พี่รู้ไหม” ย่ามองรูปแล้วพูดต่อเมื่อนึกถึงอดีตว่า “ตอนที่พี่ไปรบนั้น มันเป็นภารกิจลับที่ให้ใครรู้ไม่ได้ ตอนนี้ เรื่องหลานจะบอกให้ใครรู้ว่าพี่คือคนสำคัญที่มาช่วย ก็ยังบอกไม่ได้อยู่ดี พี่นี่อาภัพจังนะ ทำความดีก็ให้คนรู้ไม่ได้ ยิ่งกว่าปิดทองหลังพระแบบนี้ต้องเรียกว่าปิดทองใต้ฐานพระ”

พูดแล้วย่าบ่นว่าทำไมเงียบจัง เงียบอย่างนี้มาหลายวันแล้ว ฝันก็ไม่ฝัน แล้วพูดเสียงดังเหวี่ยงๆว่า

“พี่อัศนี...พี่ยังอยู่แถวนี้หรือเปล่า อย่าทำแบบนั้นอีกนะ...ที่พี่ส่งฉันเข้าห้องคลอดแล้วพี่ก็ไปตาย นี่พี่ช่วยฉันช่วยหลานจนปลอดภัย แล้วพี่ก็หนีไปผุดไปเกิดงั้นเหรอ”

ooooooo

อคินกดเสิร์ชหาคลิปพลางบอกทุกคนที่นั่งอยู่หน้าจอว่ามาดูช่วงนี้กันดีกว่านางเอกผม ทุกคนดูต่อ เห็นพิธีกรกำลังถามริศาว่าพวกเธอขึ้นเครื่องบินลำนั้นทั้งที่ไม่ทราบเลยว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

ริศาบอกว่าพ่อตนตายอย่างไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้น อาจเพราะตนอยากรู้ตนจึงต้องยอมเสี่ยง อย่างน้อย ก่อนตายตนก็อาจจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อกันแน่

“แล้วคุณก็ได้ทราบ...”

“ค่ะ ฉันได้มีประสบการณ์เดียวกับท่าน ทำให้ได้ทราบว่า...ท่านยอมต่อสู้จนตัวตายไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายเอาเครื่องบินของประเทศไทยเราไปเป็นเครื่องมือสร้างความหายนะให้กับประเทศอื่น หลายคนเคยคิดว่าพ่อของฉันเป็นนักบินที่ทำการบินผิดพลาดหรือไม่ก็มีปัญหาสุขภาพจนทำให้เครื่องบินตก ฉันถึงต้องพิสูจน์เพื่อกลับมาประกาศให้ทุกคนได้รู้ค่ะ ว่าพ่อของสาริศา กัปตันสารัตถ์เป็นวีรบุรุษอย่างไร”

ดูคลิปแล้วทุกคนปรบมือให้ริศาอย่างชื่นชม

ครูจันทราเอ่ยขึ้นว่า ความเป็นฮีโร่ส่งต่อกันได้ไม่ใช่เพียงสายเลือดเท่านั้น แค่เรามองเห็นความดีของใครสักคนที่เขาทำเพื่อคนอื่น แล้วเราก็ทำบ้าง คนจะเห็นไม่เห็น จะมาให้เหรียญให้โล่หรือไม่ก็ไม่สำคัญ สรุปว่า

“ฮีโร่ไม่เคยต้องการรางวัล ฮีโร่ทำสิ่งที่เขาทำเพราะเขาต้องทำ ต่อให้ถูกห้ามหรือมีอุปสรรคขนาดไหน  เสี่ยงชีวิตสักแค่ไหน เขาก็จะทำ”

“ไม่ว่าอาจจะต้องสูญเสียอะไรเขาก็ทำ” ริศานึกถึงพ่อ

“ถ้าการเสียชีวิตของเขาจะส่งผลที่จะเป็นประโยชน์แก่สังคมต่อไป เขาก็จะไม่เสียดายชีวิตเลย” อคินคิดถึงปู่อัศนี ครูจันทราสรุปว่า...

“แม้การเสียชีวิตจะไม่มีใครรู้ ไม่มีการจารึกใดๆ ไม่มีใครรู้จักเขาทั้งนั้น เพราะเรื่องที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่จะตายไปกับตัวเขา”

ooooooo

ศรันย์กบดานอยู่ในห้องมืดๆโรงแรมราคาถูก เริ่มจิตหลุดกับความแค้นและพ่ายแพ้ ดื่มและออกกำลังอย่างบ้าคลั่งพึมพำไม่หยุด

“กูไม่ยอมให้มึงได้เชิดหน้าชูตาในสังคมหรอก ไอ้อคิน กูจะกระชากหน้ากากฮีโร่ของมึงออกมาเอง ไอ้ฆาตกร มึงฆ่าพ่อกู...ในเมื่อมึงมีผีเป็นตัวช่วย กูก็มีสิ่งที่ผีกลัวเป็นตัวช่วย” ศรันย์ลูบรอยสักที่กลางอกเอากริชออกมาชูขึ้น “พร้อมด้วยมีดหมอเล่มนี้!”

วันนี้อคินกับริศาอุ้มกระเช้าผลไม้ใบใหญ่มาหาย่าเอมอร ใจยังกลัวๆกล้าๆที่ต้องเผชิญหน้ากับย่า แต่ทุกอย่างผิดคาด ย่าเอมอรลุกขึ้นมากอดริศาเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“หนูริศา ให้อภัยย่านะ...ย่ามันเป็นคนแก่นิสัยไม่ดีไม่ยอมปล่อยวางเรื่องเก่าๆ พาลมาเกลียดไปถึงหนูที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ย่ามันแย่จริงๆ”

ริศาบอกว่าตนไม่เคยโกรธคุณย่า อคินก็ขอโทษคุณย่ากับพ่อ ที่ผ่านมาตนทำตัวเกเรเถียงกับย่าแรงๆ

อยุทธยิ้มปลื้มบอกว่าตอนนี้ก็ไม่น่าเกเรเหมือนเก่า แถมยังมีคนดีๆอย่างหนูริศามาช่วยดูแลตนก็เบาใจ

“มีหลานอยู่คนเดียวจะไปโกรธอะไรได้ ต่อไปเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ความโกรธความเกลียดมันไม่ดีเลยนะ มันทำให้ย่าต้องทรมานมาจนถึงตอนนี้”


“เรื่องของคุณย่ากับคุณปู่อัศนี เป็นเรื่องราวสุดวิเศษที่หลายคนไม่มีทางได้พบเจอ คุณย่าได้เจอคนที่คุณย่ารักและเขาก็รักคุณย่าเสมอแม้เหลือเพียงวิญญาณก็ตาม” ริศาเอ่ยซึ้งใจ

“มันก็ใช่นะ แต่พี่อัศนีก็หายไปอีกแล้ว ย่าอยากเจอเขาเหลือเกิน อยากเจออีกสักครั้ง...อยากบอกว่า...”

ย่าเอมอรร้องไห้พูดไม่ออก จับสร้อยที่คออย่างแสนอาลัย อคินกับริศามองหน้ากัน สงสารย่ามากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงดี ได้แต่จับมือย่ามากุมให้กำลังใจ

พออคินกับริศาขับรถออกมาก็เจออรนิภาแต่งตัวหรูตามเคยแต่ยืนร้องไห้มือถือหนังสือพิมพ์ ริศากับอคินเปิดประตูรถเดินไปหา ทั้งสองจับมือกันแน่นเมื่อเห็นอรนิภาเดินฉับๆเข้ามาท่าทางเอาเรื่อง

อรนิภาเอาหนังสือพิมพ์ที่ลงภาพและข่าวของอคินกับริศายื่นมาตรงหน้า บอกว่าดีจังได้เป็นฮีโร่ทั้งคู่ แล้วแสดงความยินดีกับความรักของทั้งสอง ทั้งขอโทษที่ผ่านมาตนทำตัวแย่ๆกับริศา ถามว่ายกโทษให้ตนได้ไหม ริศาบอกว่าตนไม่เคยโกรธเธอเลย

อรนิภาเข้าไปพนมมือไหว้แทบอกอคิน พูดอย่างคนเข้าใจทุกอย่างดีแล้วว่า

“พี่ชายของอร...อรต้องขอโทษพี่อคินด้วยนะคะ ที่ทำให้พี่อคินต้องอึดอัดกับความรู้สึกที่อรมีให้พี่ อรมันบ้า ทั้งๆที่เราเป็นญาติสายที่ชิดกันขนาดนี้ แต่อรก็ห้ามใจไม่ได้ แต่อรขอสัญญาว่าต่อจากนี้ไป อรจะรักพี่อคินแบบพี่ชาย พี่อคินจะให้อภัยรึเปล่าคะ”

“พี่จะโกรธยัยผมเปียที่วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็กได้ยังไงกันฮึ ยายอรน้องสาวของพี่”

อรนิภาทรุดนั่งยองๆร้องไห้โฮเหมือนเด็ก ริศาตกใจ เข้าไปประคองอคินเข้าไปประคองอีกข้างอย่างอ่อนโยน อรนิภามองทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ

ooooooo

วันนี้ย่าเอมอรเข้าไปในห้องหยิบกล่องขึ้นมา ในนั้นมีเศษกระดาษเหมือนของทิ้งแต่มีซองจดหมายซองหนึ่งเขียนที่หน้าซองว่า “ให้อนงค์” ย่าดีใจเปิดออกกลายเป็นเศษรูปของอัศนีที่ถูกฉีกทิ้งไว้ในซอง

มีเศษรูปหล่นลงมาเห็นเสี้ยวหน้าของอัศนี ย่าเอมอรเสียใจน้ำตาไหลล้วงสร้อยเปิดล็อกเกตออกเอามือลูบที่รูปหน้าอัศนีในล็อกเกต รำพึงทั้งคิดถึงและเจ็บปวด

“พี่อัศนี ไหนว่ารักฉันไง ไหนว่าไม่ลืมฉันเลย แล้วนี่จู่ๆพี่ก็หายไปแบบนี้ พี่ใจร้ายกับฉันอีกแล้ว...

ในที่สุดพี่ก็เป็นเหมือนเดิม พี่ทิ้งพวกเราไปเฉยๆ คำสั่งเสียสักคำก็ไม่มี ใจดำไม่เปลี่ยน ทั้งตอนเป็นคน ทั้งตอนเป็นผี!!” ย่ากำสร้อยร้องไห้ทั้งเสียใจผิดหวังที่อัศนีไม่มาพบตามที่ตนต้องการ เดินร้องไห้ออกจากห้องไป

นับแต่แม่กลับมา อยุทธก็เฝ้ามองอย่างเป็นห่วง เห็นแม่เดินเช็ดน้ำตามาก็เอ่ยอย่างเป็นห่วงว่าตั้งแต่แม่กลับจากอินดาน่าดูแม่แปลกไปมาก โดยเฉพาะเวลาพูดถึงพ่อเป็นผี เอมอรสวนไปทันทีว่า

“แกไม่เชื่อเรื่องที่อคินบอกเลยใช่ไหม”

อคินบอกว่าสิ่งที่ตนกับคุณย่าพูดเป็นความจริง คุณย่าก็ยืนยันว่า

“ถ้าเขาไม่มาช่วยชีวิตแม่ ลูกคิดหรือว่าแม่จะยอมให้อภัย”

อคินถามว่าหรือเมื่อภารกิจจบริศาส่งสร้อยเส้นนั้นถึงมือคุณย่าและคุณย่าให้อภัยแล้ว คุณปู่ก็เลยไปที่ชอบแล้ว

ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรอยุทธก็ไม่เชื่อเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ เพราะถ้าพ่อมีจริงอย่างที่พูดกันทำไมพ่อไม่มาหาตนที่เป็นลูกคนเดียวเลย พ่อไม่เคยแคร์ตนเลย พูดอย่างทำใจไม่ได้ว่า ถึงไม่มีพ่อตนไม่เห็นเป็นอะไร ตนอยู่กับแม่ได้อย่างดี พูดอย่างมีอารมณ์ว่า

“พ่อไม่ต้องมาหรอก ผมดูแลทุกคนด้วยตัวผมเอง ผมไม่เคยต้องการพ่อ ไม่เคยเลย ได้ยินไหมพ่อ!”

เสียงของอยุทธได้ยินไปถึงสวรรค์ที่อัศนีอยู่ เขามองมาด้วยความสับสน...

ooooooo

ฝ่ายริศาก็ไปยืนเรียกหาปู่อัศนีที่ริมน้ำตะโกนตัดพ้อว่า ว่าอยู่ด้วยกันตั้งหลายเดือนแล้วจู่ๆก็มาหายไป บ่นว่าปู่ให้ตนช่วยตามหาย่าแต่พอเจอแล้วก็ทิ้งตนไป

ริศายืนตะโกนเผลอลื่นตกน้ำ ร้องขอให้ปู่ช่วยด้วย แต่ปู่ไม่ทันมาอรนิภาก็ยื่นมือมาฉุดริศาขึ้นมา แล้วพากันเข้าครัวไปทำขนมที่อรนิภาเอาตำราเล่มใหม่มาให้

อรนิภาบอกป้านิ่มว่า วันนี้ตนจะทำขนมไปให้หนุ่มที่ตนแอบปิ๊ง

วีรนุชมาหาริศาเห็นอรนิภาอยู่ในครัวกับริศาอย่างสนิทสนมร่าเริงก็สงสัยว่านี่มันอะไรกัน? พอเข้าไปอรนิภาก็ชวนมาทำขนมกัน วีรนุชถามว่าทำตัวพิเศษแบบนี้หวังอะไร อรนิภาทำหน้าใสซื่อบอกว่าที่แล้วมาตนทำตัวไม่ดีแต่ตอนนี้คิดได้แล้วว่าเราไม่ควรเกลียดกันเราควรรักกัน วีรนุชไม่เชื่อไล่อรนิภาให้กลับไปดีกว่า

ริศาบอกว่าไม่ต้องไปไหน และขอโทษอรนิภาแทนวีรนุชด้วย หยอกว่ายัยวีก็เพี้ยนๆแบบนี้แหละ ซ้ำยังเสียงเข้มใส่วีรนุช วีรนุชลากริศาไปเตือนสติ แต่ริศาอ้างว่าวันนี้อรนิภาช่วยชีวิตตนไว้ ตนเชื่อว่าเขามีความจริงใจ วีรนุชเสียใจที่ต้องมาทะเลาะกับริศาเพราะอรนิภา ซ้ำยังบอกให้ตนกลับไปสงบสติอารมณ์อีก วีรนุชวิ่งไปขับรถออกไปทันที

วีรนุชเห็นอรนิภาขับรถออกจากบ้านริศาจึงเหยียบคันเร่งตามหมายลากมาตบให้สะใจ ตามไปถึงปั๊มน้ำมันเห็นอรนิภาเดินไปคุยกับศรันย์อย่างสนิทสนมก็สงสัยว่าสองคนคบคิดทำอะไรกัน

ศรันย์บอกอรนิภาว่าอยากปรับความเข้าใจกับริศา อรนิภาจึงพาไป แต่พอเจอริศา ศรันย์ก็เผยโฉมหน้าเข้ากอดปล้ำริศา มัดมือและเอากริชออกมา หันเห็นอรนิภาหันหลังเดินไปก็จับมามัดไว้อีกคน

ริศาแกล้งออดอ้อนศรันย์หาทางแก้ปัญหา เห็นวีรนุชหลบอยู่หลังพุ่มไม้ก็โบกมือไล่ไม่อยากให้ได้รับ อันตราย วีรนุชหยิบก้อนหินแถวนั้นวิ่งเข้าไปทุบหัวศรันย์แต่พลาดถูกศรันย์จับมัดไปอีกคน

ศรันย์อยู่ในสภาพคลั่ง จับริศามัดขึงไว้กับโต๊ะอาหารบอกว่าถึงเวลากินอาหารมื้อใหญ่แล้ว

แต่พอหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาก็ถูกอคินต่อยจนมีดกับส้อมกระเด็น ศรันย์สะใจมากที่เห็นอคินประกาศว่าเขาฆ่าพ่อตนแต่กลับเป็นฮีโร่ อคินบอกว่าตนไม่ได้ทำ ศรันย์อ้างว่ามิสเตอร์ฟ็อกซ์เป็นคนบอกตนด้วยตัวเอง ศรันย์เอากริชออกมาย่างสามขุมเข้าหาอคินยกกริชจะแทง

พริบตานั้นทุกอย่างก็หยุดนิ่งเหมือนถูกสาป

มือศรันย์เงื้อกริชจะแทงอคินถูกตรึงค้างกลางอากาศ อคินกับริศาเห็นปู่อัศนีในชุดขาวหน้าตาอิ่มเอิบกว่าปกติอุทานพร้อมกัน

“คุณปู่...”

ร่างอัศนีมีแสงเรืองๆออกมา ทันใดศรันย์ก็กระตุกแรงๆ แล้วอัศนีก็บันดาลให้เห็นภาพความเลวร้ายของตัวเองในอดีตปรากฏให้เห็น ศรันย์ช็อก แล้วอัศนีก็มอบศรันย์ให้ตำรวจจัดการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจเข้าจับกุมศรันย์ เขาตะโกนให้จับอคินเพราะเป็นคนฆ่าพ่อตน ตำรวจจึงบอกว่า ทางกองปราบไปพบศพของศรุตโดยบังเอิญเมื่อไปค้นห้องใต้ดินของฟ็อกซ์ พบศพของศรุตถูกแช่แข็งอยู่กับศพอื่นอีกสองศพ ตำรวจสรุปว่า เชื่อว่าเครื่องบลูไคท์ตกครั้งแรกศรุตน่าจะรู้เห็นด้วยเลยมีการฆ่าปิดปากกันขึ้น

ศรันต์น้ำตาไหลตะโกนซ้ำๆว่ามันหลอกผมให้ผมแก้แค้นอคิน แล้วหมดสติไป

เมื่อเหตุการณ์สงบ อรนิภาละอายใจกับสิ่งที่ตนเองทำ เดินร้องไห้ออกไปเงียบๆ

ooooooo

ช่วยอคินกับริศาพ้นอันตรายแล้ว อัศนีบอกอนงค์ว่าตั้งแต่สร้อยถึงมือเธอเขาก็จะให้ตนขึ้นไป...อัศนีมองขึ้นไปเบื้องบน อนงค์อนุโมทนาสาธุและขอให้ปลีกตัวจากนางฟ้าลงมาดูหลานบ้าง

แต่เพราะอยุทธยังไม่เคยมีประสบการณ์กับอัศนีเขาจึงไม่เชื่อและไม่มีความผูกพันกับพ่อที่ทิ้งเขากับแม่ไป จนอคินต้องขอให้อยุทธเปิดใจ อยุทธก็ยังเฉย กระทั่งป้านิ่มซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวของสารัตถ์เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง และอนงค์ก็เอาล็อกเกตรูปพ่อให้ดู อัศนีก็พาเขาไปสู่อดีตเห็นถึงความรักความห่วงใยของพ่อที่มีต่อแม่และลูกทั้งที่เสียชีวิตไปแล้วก็ยังเฝ้าติดตามจนเจอและมอบสร้อยกับล็อกเกตให้ถึงมืออนงค์

อยุทธซึ้งใจโผกอดพ่อและอนงค์ก็เข้าไปกอดด้วยอีกคน ป้านิ่มกับริศามองอย่างตื้นตันใจ ป้านิ่มถามว่า

“เขากอดกันทั้งบ้านใช่ไหมจ๊ะ”

“ใช่ค่ะ...คุณป้า”

อยุทธบอกว่าตนยังมีเรื่องอยากเล่าให้พ่อฟังอีกมาก อัศนีบอกว่าลูกเล่าได้เสมอ พ่ออยู่ในตัว ในใจลูก

อนงค์ขอบคุณอัศนีที่เกิดมาได้ใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ช่วงหนึ่ง

“คนเรา...มีช่วงเวลาที่มีความสุขกันคนละไม่นานหรอก อนงค์...ชีวิตนี้ไม่เที่ยงแต่ความตายนั้นเที่ยง แม้ตัวพี่จะตายไปแล้ว แต่ความรักของพี่ยังอยู่ อนงค์คงเคยเห็นผู้คนมากมายที่ชีวิตเขาอยู่ยืนยาวร่วมกัน แต่ความรัก...ตายไปนานแล้ว”

“ความรักของเรา...ก็จะยังอยู่ตลอดไป” อนงค์กับอัศนีมองหน้า...และเต้นรำกันอย่างมีความสุข

อคินกับสาริศาในชุดนักบินและชุดสวยเดินยิ้มแย้มมีความสุขด้วยกันในสนามบิน

“ในที่สุดบลูไคท์ที่พี่สารัตถ์สร้างมากับมือ ด้วยความรัก ด้วยความจริงใจ ก็รอดปากเหยี่ยวปากกาพ้นมรสุมและติดลมบนอย่างสวยงาม”

สาริศาขอบคุณอคินที่ทำงานหนักเพื่อบลูไคท์ตลอดมา ทำหน้าที่แทนพ่ออย่างเต็มที่ จนทำให้บลูไคท์กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

“ลูกเขยก็ต้องดูแลสมบัติล้ำค่าของพ่อตาให้ดีที่สุด...แต่สมบัติที่มีค่าที่สุดก็คือสาริศาภรรยาของพี่คนนี้”

“ส่วนริศาก็ต้องดูแลฮีโร่ของสาริศาคนนี้ให้ดีที่สุด” อคินถามว่าคำนี้อีกแล้วหรือ “ค่ะ...มายฮีโร่คนที่เป็นนักบินที่ตั้งใจฝึกนักบินรุ่นใหม่ให้เป็นนักอุดมคติ รักการบิน รักการงาน รักเครื่องบิน รักผู้โดยสารให้สายการบินของคนไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก”

“ถึงเราไม่ใช่นักบินรบแต่เราก็บินเพื่อชาติไทยได้เหมือนกันไง”

“ถึงเราจะเป็นใคร เราก็ทำหน้าที่ของเราเพื่อชาติได้ทั้งนั้นแหละค่ะแม้แต่ทำอาหารในร้านเล็กๆ”

“ด้วยการทำอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกไง”

ทั้งสองหัวเราะหยอกกันอย่างมีความสุขในสนามบินบลูไคท์ที่ร่วมกันต่อสู้กอบกู้กลับคืนมา...

ooooooo

–อวสาน–


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 8 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 01:25 2018-08-14T01:49:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ