วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 6 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

อคินหยิบอัลบั้มรูปของสันติขึ้นมาดู เป็นรูปสันติกลับมารับราชการที่กรุงเทพฯ ใส่เครื่องแบบทหารอากาศมีเหรียญตราประดับเต็มหน้าอกทั้งหล่อและเท่มาก เห็นแล้วคิดถึงตัวเอง บ่นกับผีอัศนีว่า

“อิจฉาน้องริศาจังที่มีรูปปู่เป็นฮีโร่ของประเทศแบบนี้ ผมสิ...ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าปู่ของตัวเองชื่ออะไร ทำงานที่ไหนกันแน่ รู้แค่ว่าปู่เป็นนักบินสมัยสงครามเวียดนามแค่นั้นเอง รูปถ่ายซักใบยังไม่เคยเห็นเลย”

ผีอัศนีอยากช่วยถามว่าปู่อยู่ฐานทัพไหน ตาคลี อุดร หรือสัตหีบ อคินบอกว่าไม่รู้ ถามว่าบินเครื่องอะไรก็ไม่รู้ ถามว่าย่าชื่ออะไร อคินบอกว่าชื่มเอมอร ผีอัศนีว่าไม่คุ้น ถามว่าแล้วรู้อะไรอีกบ้าง

“เป็นนักบินสมัยสงครามเวียดนามแค่นั้นแหละ... หรือปู่อาจจะเป็นหน่วยอะไรลับๆซักอย่าง...แบบเฮียนี่แหละ”

อคินถอนใจเฮือก ผีอัศนีก็เซ็ง เลยหันมาพูดเรื่องของตัวเองว่า การเป็นนักบินมันคงอยู่ในสายเลือด พอโตมาตนจึงไม่อยากเป็นอะไรเลยนอกจากนักบิน เมื่อไม่ได้เป็นทหารอากาศ เป็นอะไรก็ได้ขอแต่ได้อยู่บนฟ้า ผีอัศนีบอกว่าปู่เขาคงภูมิใจที่มีหลานเป็นนักบินเหมือนกัน

“ผมเป็นนักบินพาณิชย์...คงไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่แบบเฮียหรอก”

“นายเข้าใจคำว่าฮีโร่ผิดไปไกลแล้ว เราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ถ้ามีใจเสียสละเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือคนอื่น ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่”

อคินยิ้มให้ผีอัศนีอย่างประทับใจมาก ก็พอดีโทรศัพท์ดังขึ้น

“คร้าบพ่อครับ กลับเดี๋ยวนี้แหละครับ บอกย่าไม่ต้องห่วงด้วย”

ooooooo

เช้าวันต่อมา อคินมารับริศาจะพาไปกราบคุณย่าอยากให้คุณย่ารู้ว่าหญิงสาวที่ตนคอยดูแลจนไม่กลับบ้านน่าปกป้องแค่ไหน ริศาติงว่าจริงๆแล้วเขาไม่ต้องมาคอยดูแลตนตลอดก็ได้

“ได้ยังไง ริศาตกอยู่ในอันตรายแล้วจะให้พี่อยู่เฉยๆเหรอ พี่ถือว่ามันเป็นหน้าที่ของพี่ที่ต้องดูแลริศาแทนพี่สารัตถ์” ริศาติงว่าเขาไม่ต้องรูสึกผิดมากจนต้องรับผิดชอบตนทุกอย่าง ตนเข้าใจแล้วว่าพ่อตายเพราะอะไร มันไม่ใช่ความผิดของเขา “พี่ไม่มีวันปล่อยริศาไว้ลำพัง ถ้าพ่อริศารู้ว่าพวกมันยังตามเล่นงานเราอยู่ ท่านจะห่วงสักแค่ไหน”

อคินพูดจนริศาต้องยอมรับความจริงใจของเขา เห็นผีอัศนียืนมองอยู่จึงชวนไปเที่ยวบ้านอคินด้วยกัน อัศนีพูดลอยๆว่าเจ้าของบ้านเขาไม่ได้ชวน อคินเลยตัดบทว่าขอสักเรื่องนะนี่เป็นเรื่องในครอบครัว ผีอัศนีเลยหายตัวไปแบบงอนๆ อคินขำๆผีแก่ขี้งอนแล้วเปิดประตูรถให้ริศาขึ้นนั่ง

ooooooo

ก่อนไปบ้านคุณย่า อคินกับริศาไปซื้ออุปกรณ์เบเกอรีที่ร้านเก๋ๆตบแต่งสวยงามดูดี อคินบอกว่าอยากได้อุปกรณ์อะไรซื้อไปให้ครบเลยนะ ริศาถามว่าคุณย่าเขาชอบทานเค้กอะไร

คุณย่าชอบเค้กมะพร้าวอ่อน ทานกับน้ำชา อคินบอกย้ำว่าคุณย่ากำลังงอนตนอยู่ด้วย เค้กมะพร้าวอ่อนอาจทำให้ท่านใจอ่อนได้

ระหว่างเลือกซื้ออุปกรณ์ หนุ่มสาวก็หยอกล้อกันตามประสาคนมีใจต่อกัน แล้วอคินก็บอกรักริศา สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้ความรักของเราสมหวัง ทั้งสองช่วยกันหอบหิ้วอุปกรณ์เบเกอรีออกจากร้านด้วยหัวใจอิ่มเอม

เมื่อเข้าครัวก็ช่วยกันทำเค้กมะพร้าวอ่อนอย่างตั้งอกตั้งใจบรรยากาศกุ๊กกิ๊กหวานแหวว ทำไปหยอกล้อกันไป ริศาเชื่อว่าคุณย่าต้องหายงอนคุณปู่เพราะเค้กมะพร้าวอ่อนที่ชอบเหมือนกันนี่แน่เลย จึงรู้จากอคินว่าคุณปู่เสียไปนานแล้วแต่คุณย่ายังไม่ยอมให้อภัยท่านเลย

“เข้าใจแล้ว พี่อคินพยายามที่จะให้คุณย่ายอมอโหสิให้คุณปู่นี่เอง”

“คุณย่าไม่ยอมให้พี่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณปู่ทำอะไรผิด ไม่ยอมให้คนในบ้านนี้พูดถึงปู่ แล้วพี่ก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าปู่ชื่ออะไร”

“อ้าว??”

ริศางงแล้วงงอีก พอดีมีเสียงรถเข้ามา ริศาตื่นเต้นไม่รู้จะทำตัวยังไงดี อคินเลยจูบแก้มให้หายตื่นเต้น

เมื่อคุณย่าเข้ามานั่งห้องนั่งเล่นแล้ว อคินประคองริศาเข้าไปสวัสดีคุณย่า

ทันทีที่คุณย่าเห็นหน้าสาริศาก็สะดุดตารู้สึกคุ้นๆ ยิ้มเอ็นดู ชมว่าน่ารักกันจริง ยิ่งเมื่ออคินบอกว่าเค้กมะพร้าวอ่อนนี่ริศาลงมือทำที่บ้านเรานี่เอง ก็ชมว่าเก่ง อคินปะเหลาะป้อนเค้กให้คุณย่า คุณย่ากินเค้กไปก็มองริศาไปว่าคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

อยุทธชิมเค้กแล้วชมว่าอร่อยจริงๆด้วย ชมริศาว่าเก่งจริงๆ อคินผสมโรงอวดว่าริศาทำอาหารเก่งทุกอย่างเหมือนกับเชฟมือหนึ่งเลยทีเดียว คุณย่าถามริศาว่าพ่อเสียไปแล้วอยู่กับใคร ปู่ย่าตายายยังมีอยู่ไหม ริศาบอกว่ามีคุณป้าเหลืออยู่คนเดียวนอกนั้นเสียชีวิตหมดแล้ว อคินเลยทำหน้าที่เล่าต่อว่า

“ตระกูลของริศาเป็นนักบินกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ เท่มากๆ โดยเฉพาะปู่ของริศาเป็นนักบินรบในหน่วยบินลับที่อุดรฯ สมัยสงครามเวียดนามน่ะครับ”

อยุทธจิบชาอยู่แทบสำลัก คุณย่าที่กำลังตักเค้กกินก็ชะงักกึก จ้องหน้าริศาถามเสียงสั่น

“อ่อ...เหรอ...ปู่หนูชื่ออะไรล่ะ”

“ชื่อปู่สันติค่ะ คุณย่าชื่ออังคณา”

“นามสกุลอะไรนะ”

“พงศ์บุญยภาค่ะ ตามนามสกุลคุณปู่”

คุณย่าลุกพรวดทันทีมองริศาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาแล้วน้ำตาก็รื้นเต็มตา ทุกคนตกใจ อคินถามว่าคุณย่าเป็นอะไร

คุณย่าบอกว่าเวียนหัว ให้อคินพาขึ้นไปพัก อคินบอกให้ริศาช่วยประคอง คุณย่าเสียงแข็งทันทีว่า

“ไม่ต้อง ให้เขากลับไป กลับไปเดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก”

ริศาตกใจหน้าเสีย ก็พอดีอรนิภาเดินเฉิดฉายเข้ามาสวัสดีทุกคนแล้วถามว่าคุณย่าเป็นอะไรแล้วรีบเข้าไปช่วยประคองขึ้นชั้นบน

อคินคอยหันมองริศาอย่างเป็นห่วง ริศาน้อยใจ เศร้าใจ ทำตัวไม่ถูก น้ำตาค่อยๆไหล ทรุดนั่งที่โต๊ะอย่างเดียวดาย...

ooooooo

อรนิภาอยากรู้มากว่าเกิดอะไรขึ้น ลงมาเจอริศาก็ถามอย่างหาเรื่องทันทีว่าเธอทำอะไรคุณย่า ใส่อะไรให้คุณย่ากิน เลยเถิดกระทั่งว่า “การที่เธอจะฮุบพี่อคิน ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องวางยาคุณย่า”

ขณะริศากำลังงง อคินก็ตามมาบอกว่าเค้กนี่กินกันทุกคนไม่มีใครเป็นอะไรสักคน คุณย่าคงแค่เหนื่อยมากกว่า

อรนิภาก็ยังหาเรื่องว่าอาจจะมีส่วนประกอบบางอย่าง ที่คุณย่าแพ้ก็ได้ พออคินบอกว่าคุณย่าไม่เคยแพ้อะไร เธอก็ตะแบงไปจนได้ว่า

“ไม่งั้นคุณย่าก็คงไม่ชอบหน้าเธอที่มาตามจุกจิกวอแวพี่อคินของฉัน คุณย่าท่านมีมารยาท คงไม่อยากไล่เธอตรงๆก็เลยทำเป็นป่วยจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเธอ”

อคินสุดทนเลยชวนริศาไปกันดีกว่า อรนิภาถามว่าพี่อคินไม่อยู่ดูแลคุณย่าก่อนหรือ  เขามองเธออย่างเย็นชาแล้วจูงมือริศาออกไปเลย

เมื่อกลับไปถึงบ้านสันติ ทั้งป้านิ่ม วีรนุช กระทั่งผีอัศนีฟังอคินเล่าแล้ววิเคราะห์กันไปต่างๆนานา แต่อคินยืนยันว่าคุณย่าแค่รู้สึกไม่สบายกะทันหันเท่านั้นริศาตัดบทว่า


“พอเถอะค่ะทุกคน ถ้าทางครอบครัวพี่อคินไม่ชอบ ริศา ริศาก็ไม่ง้อหรอก ให้พี่อคินแต่งงานกับคุณอรนิภา นั่นแหละดีแล้ว ริศาก็อยู่ของริศาได้”

พูดแล้วลุกเดินงอนๆออกไป ผีอัศนีเดินไปปลอบว่าไม่ต้องแคร์พวกคนแก่หัวเก่าเอาแต่ใจ พวกผู้ดีแปดสาแหรกดูถูกคน ยุให้ทิ้งอคินเสีย ดูซิว่ายายแก่นั่นจะทนเห็นหลานตัวเองอกหักได้สักกี่น้ำ

อคินไม่พอใจที่ผีอัศนีเรียกคุณย่าตนว่ายายแก่ ผีอัศนียุริศาว่าเห็นไหมว่าอคินลำเอียงเข้าข้างย่าตัวเองแบบนี้เลิกเสียแต่ตอนนี้ดีกว่ามีปัญหาภายหลัง

ริศาเห็นผีกับคนทะเลาะกันเพราะตนก็บอกให้พอตนปวดหัว แล้วลุกไปปรามทั้งผีทั้งคนว่าอย่าตามมานะ ตนอยากอยู่คนเดียว

อคินบอกผีอัศนีว่าคุณย่าตนผ่านความเจ็บปวดมามาก ในชีวิตตนเห็นแต่พ่อที่ตามใจคุณย่าที่สุดเพราะพ่อกำพร้าอยู่ตามลำพังกับย่าเท่านั้น

ผีอัศนีคิดถึงตัวเองแล้วเศร้ารำพึงกับอคินว่า เชื่อว่าริศาต้องพยายามทำให้ย่าเขายอมรับแล้วเขาเองก็จะจับคนร้ายได้และแต่งงานกัน...

“ทิ้งให้ฉันถูกขังลืมในสร้อยเส้นนั้น ส่วนอนงค์ตอนนี้อาจจะตายไปแล้ว และวิญญาณก็ขึ้นสวรรค์หรือไปเกิดแล้ว แม่อนงค์ก็คงลืมฉันไปแล้ว” ผีอัศนีหน้าเศร้าเมื่อนึกถึงตัวเอง...

อคินมุ่งมั่นที่จะสืบค้นเรื่องปู่ให้ได้ เขาเข้าไปในห้องของอยุทธรื้อตู้เพื่อหารูปปู่ ถามอยุทธว่าพ่อไม่ได้เก็บรูปปู่ไว้บ้างหรือ อยุทธถามว่าเขาโตมากับพ่อกับย่าแล้วจะไปโหยหาคนอื่นทำไม อคินแย้งว่า

“ปู่เป็นฮีโร่นะพ่อ เขาเสียสละความสุขส่วนตัว แม้แต่ชีวิตเขาก็เสียสละได้”

“เออ...ฮีโร่มากเลยล่ะ หน้าที่มาก่อนทุกสิ่ง ทิ้งได้กระทั่งลูกเมีย ที่ไม่มีรูปปู่เพราะอะไรรู้ไหม ปู่แกเขาออกไปทำงานเพื่อชาติแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลยไง ฉันก็เป็นลูกไม่มีพ่อ ย่าก็ตกระกำลำบาก พวกเราไม่มีวันให้อภัยคนแบบนั้นหรอก”

อยุทธพูดเสียงสั่นด้วยความสะเทือนใจน้อยใจ อคินมองหน้าพ่ออึ้ง ทั้งสองเข้าไปในห้องเก็บของมีแต่รูปของอยุทธกับแม่ อยุทธเล่าอย่างเจ็บปวดว่า พอตนถามถึงพ่อทีไรก็โดนไม้เรียวจากแม่ พอฟาดจนพอใจแล้วก็ทิ้งไม้เรียวนั่งร้องไห้คนเดียวทุกที

อยุทธเล่าถึงความน้อยใจในยามเด็กที่เห็นคนอื่นมีพ่อจูงมือพามาโรงเรียน เล่าถึงความเจ็บปวดของแม่ที่ถูกครหาว่าท้องไม่มีพ่อ ได้แต่กล้ำกลืนและย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เปลี่ยนชื่อนามสกุล มุมานะทำงานเพื่อให้ตนได้ เรียนโรงเรียนดีๆมีความสุขสบาย ย้ำเตือนอคินว่า

“ย่าเก่งขนาดไหน ที่ทำทุกอย่างจนเรามีวันนี้ แกควรจะรักแต่ย่า เอาใจแต่ย่าคนเดียวก็พอ”

อคินถามว่าแล้วชื่อนามสกุลเดิมของย่าคืออะไร

“ไม่รู้สิ...พ่อลืมไปแล้ว เราจะไปสนใจอดีตเพื่ออะไร เราอยู่กับปัจจุบันเถอะอคิน”

ooooooo

อรนิภาเจ็บใจที่อคินจูงริศาไปต่อหน้าต่อตาทิ้งตนเหมือนไร้ตัวตน ก็ไปเป่าหูคุณย่าว่าริศาใส่ยาพิษอะไรในเค้กหรือเปล่า คุณย่าบอกว่าเปล่าและให้เลิกพูดมากเสียทีตนเวียนหัว

เมื่อเป่าหูเรื่องถูกริศาวางยาไม่สำเร็จ อรนิภาก็ยุว่าอคินไม่กลับมาดูแลคุณย่าเลยก็เพราะมัวแต่ไปวิ่งตามยัยนั่น ยุว่า “คุณย่าต้องจัดการมันนะคะ”

คุณย่าบอกว่าตนไม่ได้เกลียดริศาแต่ไม่อยากเห็นหน้าอีก มองอรนิภานิ่งแล้วถามว่าตอบมาสั้นๆว่าอยากเป็นหลานสะใภ้ตนหรือเปล่า อรนิภาตอบทันทีว่า “อยากค่ะ”

“ดี...งั้นต่อไปนี้ฉันจะสนับสนุนเธอ แต่ขอร้องล่ะ ช่วยทำตัวใหม่ให้อคินเขาเอ็นดู ไม่ใช่เป็นแบบนี้” อรนิภา ถามว่าแบบไหน นี่ตนก็สวยแล้วนะ “ใช่...แต่ไม่ใช่แบบที่อคินมันชอบ”

จากนั้นอรนิภาก็เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างขนานใหญ่ แต่งตัวชุดสวยน่ารัก ทำสลัดผลไม้มาเอาใจและจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย อ้างว่าคุณย่าไม่ค่อยสบาย ขอร้องให้ตนมาช่วยดูแลและตนก็จะได้ดูแลเขาด้วย เริ่มจากการทำกับข้าวต่างๆให้

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้ากี้เจ้าการเข้าไปจัดห้องนอนเปลี่ยนผ้าปูที่นอนม่าน หน้าต่าง บอกว่าจะแต่งให้สวยรอเป็นห้องหอของเราเลย อรนิภามัวแต่พูดเพ้อเจ้อหันมาอีกทีอคินหายไปแล้ว

อคินไปหาคุณย่าถามว่าให้อรนิภามาอยู่ที่นี่หรือ คุณย่าอ้างว่าตนเจ็บออดๆแอดๆ อรนิภาว่างพอดีมาช่วยดูแลย่าจะเป็นไรไป อคินบอกว่ากลัวริศาจะเข้าใจผิด ถูกคุณย่าประกาศิตว่าให้เลิกติดต่อกับสาริศาไม่ต้องเจอกันเลยยิ่งดี ตนไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีก ยื่นคำขาดว่า

“ถ้าไม่เข้าใจก็ออกไปจากบ้านนี้ ตัดย่าตัดหลาน... โอยยยย...”

คุณย่าทำท่าจะเป็นลม อรนิภารีบเข้ามาพาเข้าบ้าน อ้อนอคินให้ช่วยตนประคองคุณย่าด้วย แต่ทันใดนั้น โทรศัพท์อคินดังขึ้น เขาดูหน้าจอแล้วทักอย่างตื่นเต้น

“ไฮ...คุณสเตฟานี่...ว่าไงครับ”

ooooooo

บรรยากาศหน้าบริษัทบลูไคท์ พนักงานเดินกันขวักไขว่ สเตฟานี่ในชุดทางการเดินมาพร้อมกับอคิน ด้านหลังเป็นตำรวจในเครื่องแบบ พนักงานทุกคน แตกฮือไปจับกลุ่มซุบซิบกัน

นุชวิ่งหน้าตื่นออกมาอ้าปากจะพูด แต่สเตฟานี่ชูเอกสารให้ดูก็ชะงัก ได้แต่มองตามเธอก้าวฉับๆผ่านไป

“กัปตันอคินคะ นี่มันอะไร...”

“หมายค้น นุชทำงานใกล้ชิดท่านรองประธาน นุชไม่รู้หรือไงว่าเขาทำอะไรผิด เขาอยู่ไหน ให้ออกมามอบตัวดีกว่า”

ตำรวจเดินไปที่ห้องทำงานศรันย์ เคาะประตูแต่ไร้เสียงตอบรับ จึงหมุนลูกบิดปรากฏว่าห้องล็อก อคินขอกุญแจห้องจากนุชแต่เธอบอกว่าไม่มี ตำรวจถีบประตูทีเดียวสำเร็จ แต่ภายในห้องว่างเปล่าไร้ผู้คน

พนักงานอยากรู้อยากเห็นเข้ามามุงกันเต็มไปหมด พลางซุบซิบ นุชหันขวับมาตวาดไล่

“ไป...มายืนมุงอะไรกัน กลับไปทำงาน เดี๋ยวฟ้องท่านประธานเลย เออใช่ คุณศรุต” นุชนึกขึ้นได้วิ่งไปที่ห้องศรุต ขณะที่สเตฟานี่พูดกับอคินอย่างแปลกใจว่าหนีไปแล้วหรือ เป็นไปไม่ได้ เขาไม่น่าจะรู้ตัวก่อน

ศรุตออกมารับหน้าถามอคินว่าศรันย์ไปทำอะไรให้โกรธอีกถึงต้องเอาตำรวจมาจับ

“ไม่ใช่ครับคุณอา ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว นายศรันย์รับสินบนจากโรงงานผลิตเครื่องบินให้ซื้อเครื่องบินผูกขาดบริษัทพีพีวาย เป็นการทุจริตข้ามชาติ ทำให้บริษัทของเราเสียผลประโยชน์ไปหลายร้อยล้าน”

“หา! ไม่จริง...ไม่จริง เป็นไปไม่ได้...โอยยยย...” ศรุตช็อก เอามือกุมหัวใจเหมือนจะเป็นลม

นุชกับอคินต้องช่วยประคองเข้าไปในห้องทำงาน สเตฟานี่ตามเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับคดี ศรุตให้นุชออกไปและขอให้อคินอยู่เป็นเพื่อนตน

สเตฟานี่ถามศรุตว่ารับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการรับสินบนของศรันย์หรือไม่ ศรุตบอกว่าไม่รู้แล้วร้องไห้เสียใจที่ลูกชายทำแบบนี้ อคินถามว่ารู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ศรันย์อยู่ที่ไหน ศรุตบอกว่าไม่รู้แต่เช้ามายังไม่เห็นเลย คาดว่าคงหนีไปแล้ว หนีไปไหนก็ไม่รู้ จะค้นบ้านตนดูก็ได้ หรือจะให้ตนทำอะไรก็บอกมาเลย

“บอกทีมที่อยู่หน้าบ้านคุณศรันย์ให้เข้าตรวจค้นทันที” สเตฟานี่สั่งตำรวจ

นุชถูกสอบถามก็บอกว่ารู้ว่ารับเงินจากบริษัทผลิตเครื่องบินแล้วก็เปลี่ยนตัวเลขการจัดซื้อ ตนไม่ได้ทำอะไรเลย ศรันย์เป็นคนทำทั้งหมดและขอให้ตนอยู่เงียบๆเท่านั้น

“แล้วแกก็อยู่เงียบๆอย่างที่ไอ้ลูกชายฉันมันบอก รอให้บริษัทมันล่มจมรึไงนังนุช” ศรุตตวาดแล้วเอามือกุมหน้าอกทรุดนั่งหายใจหอบ ทำตัวน่าสงสารอีกครั้ง


เมื่อสเตฟานี่จะออกจากห้องทำงานของศรุต เขาขอร้องอย่าเพิ่งเอะอะโวยวายให้ข่าวใคร เกรงกระทบหุ้นบริษัท สเตฟานี่บอกว่าเรื่องตามหาศรันย์ตนจะให้ตำรวจจัดการเอง ส่วนเรื่องในบริษัทเขาก็ควรแสดงความรับผิดชอบ ศรุตน้ำตาคลอถามว่าตนจะรับผิดชอบยังไง แล้วทำท่าจะเป็นลมอีก ขอร้องอคินว่า

“อคิน...อาคงไม่ไหวแล้ว...อคินช่วยจัดการเรื่องทุกอย่างแทนอาทีนะ อคินเป็นคนดูแลหุ้นของสาริศาอยู่แล้ว รับหน้ากับปัญหาแทนอาหน่อย...อา...” ศรุตพูดได้แค่นั้นก็คอพับนิ่งไปเลย

ฝ่ายริศาเตรียมตัวไปทำงานที่บลูไคท์โดยมีวีรนุชเป็นเลขา ริศาไม่มั่นใจเพราะตนไม่มีความรู้เรื่องการบริหารอะไรเลย อคินให้กำลังใจว่าเธอต้องทำได้และตนจะคอยช่วยเอง ยิ่งศรุตกับศรันย์ไม่มาทำงานก็เป็นโอกาสดีในการสืบหาสาเหตุเครื่องบินตกที่ทำให้พี่สารัตถ์เสียชีวิต ผีอัศนีให้ไปเอาข้อมูลวันเกิดเหตุ เครื่องบินรุ่นไหน มีบันทึกการบินรวมทั้งกล้องวงจรปิดมา ตนจะช่วยวิเคราะห์ให้

อคินบอกว่าเสร็จงานนี้ตนจะหาอนงค์ให้เอง ตนกำลังสงสัยว่าผีอัศนีจะอยู่หน่วยเดียวกับปู่ตน

ผีอัศนีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที บอกว่าตนจะช่วยสืบเรื่องพ่อของริศา จะใช้ความเป็นผีของตัวเองให้เป็นประโยชน์ที่สุด

วีรนุชสงสัยว่าอคินคุยกับใคร พอหันไปเห็นเพียงเงาๆของผีอัศนี วีรนุชก็กรี๊ดความหล่อจนล้มตึงไปเลย

ooooooo

ที่แท้ศรันต์ซ่อนตัวอยู่ที่ห้องใต้ดินบ้านศรุต พอศรุตกลับไป ศรันย์อ้อนวอนพ่อให้ช่วยตนด้วย ศรุตตบหน้าลูกชายสุดแรงด่าว่าลูกทรพี โกงไปเป็นร้อยๆล้าน ล้างผลาญจนตนไม่มีที่ยืน

ศรันย์อ้างว่าพ่อล็อกไว้ทุกทางไม่ให้ตนเข้าถึงเงินบริษัทเลยถ้าตนไม่ใช้วิธีนี้ก็ไม่พอกิน อ้อนวอนพ่อให้อภัย ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆและโครงการนี้พ่อก็เป็นคนเซ็นอนุมัติเอง พ่อไม่รู้ว่ามันแพงผิดปกติ หรือโทษว่า

“คนที่ทำให้บริษัทเจ๊งไม่ใช่ผมคนเดียว พ่อก็ด้วย ทำไมผมจะไม่รู้ว่าพ่อเอาเงินไปถลุงกับการพนันหมดไปเท่าไหร่ แถมไอ้เครื่องบินที่ตกอีก เครื่องบินทั้งลำราคาเท่าไหร่ แต่พ่อก็ยอมให้ไอ้ฟ็อกซ์มันทำ”

ศรุตโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ตรงเข้าบีบคอศรันย์ ขณะที่ศรันย์กำลังตาเหลือกเหมือนจะตายนั้น มิสเตอร์ฟ็อกซ์ก็เข้ามาพูดเสียงเย็นว่า

“ทำอะไรแบบเดิมอีกแล้วศรุต พอโกรธแล้วก็พลั้งมือฆ่าคน ถ้าลูกชายคุณตายไปผมไม่ช่วยคุณทำความสะอาดเก็บกวาดศพแล้วนะคุณศรุต”

คำพูดของฟ็อกซ์ทำให้ศรุตหวนคิดถึงอดีตทันที...

ในบ่อนคืนนั้น...ศรุตเล่นเสียไปไม่ต่ำกว่าล้าน ศรุตหน้าเสียเดินออกจากโต๊ะ สาวคนหนึ่งเดินมาประกบแล้วออกไปด้วยกัน ทั้งสองไปนัวเนียกันในมุมมืดแล้วสาวก็โบกมือลาพร้อมกระเป๋าสตางค์ของเขา ศรุตโมโหด่า

“อีโสเภณี กูเสียจนหมดตัวแล้ว มึงยังคิดจะล้วงกระเป๋ากูอีกเหรอ อีตัวดี ความจงรักภักดีของมึงหายไปไหน ใครที่ไถ่ตัวมึงให้พ้นจากซ่องชายแดนหา! นังงูเห่า!!”

ศรุตกระชากหญิงสาวมาบีบคอจนตาย เขาตกใจสุดขีดวิ่งกระเซอะกระเซิงกลับไปเก็บเสื้อผ้าในโรงแรมเตรียมหนี ถูกฟ็อกซ์ตามไปเคาะประตู ศรุตแง้มประตูดู ฟ็อกซ์ยื่นโทรศัพท์มือถือเข้ามาเปิดคลิปที่เขาบีบคอหญิงสาวจนตายให้ดู พูดเลือดเย็นว่า ให้เปิดประตูคุยกันหน่อยอยู่ตรงนี้เดี๋ยวมีคนมาเห็นคลิปนี้พอดี

“คุณเป็นใคร” ศรุตถามเสียงตระหนก

“เป็นคนเดียวที่ช่วยคุณได้ตอนนี้ อ้อ...ไม่ต้องถามถึงศพนะ ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว” ศรุตจำต้องเปิดประตูให้ฟ็อกซ์เข้าไป ศรุตหงอเหมือนเหยื่อเบื้องหน้าพยัคฆ์ร้าย ฟ็อกซ์พูดเลือดเย็นว่า

“ผมช่วยคุณ คุณก็ช่วยผมหน่อย แล้วเราก็หายกัน แต่ถ้าคุณไม่ช่วยผม คลิปนี้จะถูกส่งตรงไปยังกรรมการบริหารบริษัทของคุณทุกคน แล้วก็...หลังจากนั้นคุณก็... จินตนาการเอาเองว่ามันจะเป็นยังไงต่อ”

ศรุตพาฟ็อกซ์ไปพบศรันย์ที่ห้องใต้ดิน ฟ็อกซ์บอกว่าตนต้องการเครื่องบิน ศรุตบอกว่าให้ไปแล้วแต่เขาทำพลาดให้เครื่องบินระเบิดเอง ศรันย์ถามว่าทำไมพ่อต้องตกเป็นทาสรับใช้เขาทุกอย่าง ถูกศรุตและฟ็อกซ์ตวาดว่าไม่ใช่เรื่องของเขา ฟ็อกซ์ยื่นคำขาดว่า

“แผนกู้ประเทศอาวียังไม่สำเร็จ คุณต้องยอมให้บริษัทบลูไคท์เอาเครื่องบินมาให้ผมใช้ก่อวินาศกรรมและอย่าให้นักบินคนไหนมาขวางแผนการอีก”

“ถ้าผมไม่ให้”

“งั้นคุณก็มีเรื่องต้องคุยกับตำรวจเยอะเชียวล่ะ ให้ผมโทร.หาตอนนี้เลยไหมล่ะ บอกว่าลูกคุณมันหลบอยู่ห้องใต้ดินบ้านคุณนี่แหละ ทั้งลูก ทั้งพ่อ มีแต่คดีใหญ่ๆติดตัวทั้งนั้น แต่ถ้าคุณช่วยผมให้กลับไปครองประเทศอาวีได้ คราวนี้ผมจะช่วยลูกคุณ ประเทศอาวีไม่มีกฎหมายส่งนักโทษข้ามแดน คุณศรันย์จะใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายที่ประเทศอาวีในฐานะอาคันตุกะของผมเลยล่ะ”

ศรุตกับศรันย์มองหน้ากันเหมือนเห็นแสงสว่างรำไรอยู่ข้างหน้าแล้ว...

ooooooo

วันนี้ขณะที่อคินกำลังกล่าวปลุกใจคนในบริษัทบลูไคท์ให้ร่วมกันลุกขึ้นมากอบกู้บริษัทอีกครั้ง พนักงานต่างขานรับกันแข็งขัน

เวลาเดียวกันกิตตินอนหลับหน้าตาอิดโรยอยู่ในห้องพักฟื้นโรงพยาบาล พยาบาลเข้ามาดูสัญญาณชีพ อย่างหมดหวัง แต่จู่ๆกิตติก็ลืมตาโพลงหายใจเฮือกใหญ่เหมือนคนเพิ่งตื่นจากความตาย กราฟหัวใจพุ่งทะยานรัว กิตติพยายามบอกพยาบาล “สา...ริ...ศา...”

อคินได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล บอกริศาว่ากิตติฟื้นแล้วและเรียกหาแต่เธอคนเดียว ริศาชวนรีบไปกันเลย นุชยืนอยู่มุมหนึ่งได้ยินพอดีรีบโทร.แจ้งเจ้านายทันทีเช่นกัน

อคินกับริศาและผีอัศนีวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาล ผ่านศรันย์ที่อำพรางตัวเข้าไป ศรันย์วิ่งตามไปพลางโทร. บอกศรุตว่าพวกนั้นถึงโรงพยาบาลแล้ว ศรุตบีบคั้นว่า

“แกต้องเก็บไอ้กิตติให้ได้ก่อนที่พวกมันจะได้ข้อมูลอะไร” ศรันย์ถามว่าตนจะทำได้ยังไง “นั่นก็เป็นเรื่อง ของแก ถ้าแกไม่แน่จริง ทุกอย่างก็จบ ยอมแพ้พวกมันไปเลยและพ่อคือคนที่ต้องตายก่อน”

ศรันย์ถูกกดดันมีชีวิตพ่อเป็นเดิมพันก็วิ่งสุดชีวิตเพื่อจะไปเก็บกิตติตามพ่อสั่ง

แต่หารู้ไม่ว่าฟ็อกซ์มาเหนือเมฆกว่า เขาปลอมเป็นหมอเข้าไปขวางพวกอคินที่จะเข้าไปห้องกิตติ บอกว่า

ผู้จะเข้าเยี่ยมต้องไปเซ็นชื่อที่เคาน์เตอร์ก่อน ฉวยโอกาสนั้นเข้าไปใช้ปืนเก็บเสียงยิงที่หน้าอกกิตติแล้วคลุมผ้าไว้ตามเดิม แต่ผีอัศนีที่ตามเข้าไปเห็นจะจะวิ่งออกมาเจออคินกับริศาพอดีร้องบอกให้จับฆาตกร มันฆ่ากิตติ อคินวิ่งตามฟ็อกซ์พลางร้องให้ตำรวจจับฆาตกร แต่ตำรวจงงเพราะฟ็อกซ์ใส่เสื้อกาวน์ปลอมเป็นหมอ

ริศารีบเข้าไปหากิตติ กิตติเห็นริศาก็ดีใจสุดขีดแต่ไม่ทันพูดอะไรก็คอพับไปเสียแล้ว

พอตำรวจรู้ว่าฟ็อกซ์เป็นหมอปลอมจึงปล่อยอคินและพากันวิ่งไล่ตามไป พอดีศรันย์มาเห็นสภาพความวุ่นวายนั้น เขาหลบดูเหตุการณ์ตะลึง

แม้ผีอัศนีจะพยายามช่วยจับฟ็อกซ์ด้วยการเข้าสิงคนป่วยที่พยาบาลเข็นผ่านมาแต่ก็ถูกฟ็อกซ์ยิงกราดเปิดทางหนีไปได้ ศรันย์ดูเหตุการณ์ตลอด เขาโทรศัพท์บอกศรุตว่ากิตติตายแล้ว ฟ็อกซ์จัดการเองฝีมือเขาแน่จริงๆ

“ฟ็อกซ์ทำได้ทุกอย่าง เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นเทพ แกรีบมาซะ ออกมาให้เร็วที่สุด” ศรุตสั่ง

แต่เพราะภารกิจยังไม่สำเร็จ แม้ตายไปแล้ววิญญาณกิตติก็ยังพยายามทำต่อ แต่สื่อสารกันไม่ได้จึงเข้าสิงร่างริศาพูดเป็นเสียงตัวเองบอกเล่าความจริงที่ตนรับรู้เรื่องที่ทำให้สารัตถ์ผู้มีพระคุณของตนตายและตนก็ยังโดนตามเก็บอีก ฝากก่อนออกจากร่างริศาไปว่า

“กรุณาแก้แค้นให้ผมและกัปตันสารัตถ์ด้วย...ผมต้องไปแล้ว ภารกิจผมสำเร็จแล้ว”

อคินกับผีอัศนีต่างตะลึงกับหลักฐานที่ได้จากกิตติ แต่ยังเป็นหลักฐานแค่ “ผีบอก” เราต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ก่อนจึงจะเล่นงานพวกนั้นได้ หลังจากปรึกษาและวิเคราะห์กันแล้ว อคินบอกว่ามันอยากได้เครื่องบินแต่ยังไม่ได้ตนจะจัดให้เอง คราวนี้ตนจะเป็นคนบินเอง! ทุกคนเป็นห่วงและไม่เห็นด้วย แต่ไม่รู้จะห้ามยังไง

เมื่ออคินปรึกษาเรื่องนี้กับคณะกรรมการบริหารของบลูไคท์บอกว่าเราต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสซึ่งคณะกรรมการก็เห็นด้วย นุชฟังแล้วคิดหาทางรายงานเจ้านายทันที

เมื่อฟ็อกซ์ได้รับรายงานจากศรุตและศรันย์ก็พอใจมาก พูดอย่างลำพองใจว่าตนจะเอาเครื่องบินนี้ไปถล่มทำเนียบประธานาธิบดีอาวีให้ราบ ให้สมกับที่มันทำให้ตนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ย้ำกับศรุตและศรันต์ว่าพวกเขาต้องหาเครื่องบินลำใหม่ให้ตนให้ได้

ศรันย์พ่วงท้ายว่าเก็บอคินแล้วพาริศามาให้ตนด้วย ตนไม่ยอมให้อคินได้ริศาไป พร้อมกับบอกฟ็อกซ์ว่า

“ผมขอเป็นสมุนคุณ ขอให้ผมสมหวังก็พอ”

ooooooo


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 6 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 12:32 2018-08-08T01:56:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ