วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 5 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

เสียงโทรศัพท์ดังรัวจนป้านิ่มสะดุ้งตื่น สงสัยว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อาหารบนโต๊ะก็ยังไม่ได้แตะต้องเลย แต่ไม่มีใครอยู่สักคน กวาดตามองหาสงสัยว่าหายไปไหนกันหมด

ที่ห้องโถงกลางบ้านปู่สันติ...อคิน ริศา ผีอัศนี กำลังดูภาพถ่ายของสันติในวัยหนุ่มอยู่ข้างรูปของอังคณาในวัยสาว ริศาพึมพำอย่างทำใจไม่ค่อยได้ว่า

“โลกนี้มันไม่เคยเป็นอย่างที่เราหวังเลยนะคะ หวังว่าเขาจะรักเขาก็ไม่รัก ย่าอังคณาคือคนที่น่าสงสารที่สุด ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก”

“ใช่ ในวันที่ฉันกำลังจะตาย ฉันฝากความหวังสุดท้ายไว้กับมัน แต่มันก็ทรยศฉันอย่างเลือดเย็น”

ริศาหงุดหงิดถามผีอัศนีว่าตนยังไม่เห็นปู่สันติทรยศเขายังไง ถ้ายังหาว่าปู่สันติเลวอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่มีหลักฐานตนไม่ยอมจริงๆด้วย อคินบอกว่าผีอัศนีคงยังมีเรื่องที่ไม่ได้เล่าอีกเยอะ ริศาบอกงั้นก็เล่ามาให้หมดเลย ป้านิ่มถือโทรศัพท์เดินมา เห็นริศากับอคินกำลังเถียงกับผีอัศนีอยู่ก็งงว่าสองคนพูดกับใคร?

“อ่ะ...โทรศัพท์ของอคิน ใครไม่รู้โทร.มารู้สึกว่าจะเป็นผู้หญิงนะ” ป้านิ่มสะบัดเสียงนิดๆเหมือนหึงแทน

อคินรับไปดูเห็นสายจากสเตฟานี่เขารีบรับสาย สเตฟานี่บอกว่าตนให้ทีมงานตามสืบจากข้อมูลที่เขาส่งมาทั้งหมดแล้วพบว่าเป็นการให้เงินสินบนจากบริษัทแม็กซิมัสแก่ผู้บริหารระดับสูงของบลูไคท์คือศรันย์

วิทยเศรษฐี ตนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อ สุดท้ายย้ำว่า

“ส่วนข้อมูลที่ฉันให้คุณ ก็หวังว่าคุณจะเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ จะดีมากนะถ้าคุณจะส่งเรื่องนี้ให้ภาครัฐของคุณจัดการด้วย”

“ขอบคุณมากครับ”

ริศากับป้านิ่มมองหน้าอคินอย่างร้อนใจเพราะได้ยินชื่อศรันย์ด้วย อยากรู้ว่าเรื่องอะไรกัน

เมื่อเข้าไปคุยกันเรื่องข้อมูลจาก USB ริศาเล่าว่าพักหลังได้ยินพ่อบ่นว่าเบื่องานและอยากลาออก ป้านิ่มถามว่าเรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้สารัตถ์ถูกฆ่า อคินติงว่าคนที่ต้องไปวันนั้นคือตน แล้วศรันย์จะฆ่าตนทำไม เครื่องบินใหม่ทั้งลำมันจะยอมสละขนาดนั้นทำไม ถ้าอยากเก็บอาสารัตถ์จ้างมือปืนถูกกว่าเยอะ

ทั้งสี่รวมทั้งผีอัศนีช่วยกันวิเคราะห์แง่มุมต่างๆที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้ อคินสรุปว่าเรายังไม่มีหลักฐานการฆ่าสารัตถ์อยู่ดี แต่การถล่มบ้านริศาน่าจะเป็นเรื่องเก็บคนที่รู้ความลับบริษัท และพวกนั้นก็ทำงานอย่างกับขบวนการกู้ชาติหรือผู้ก่อการร้ายสากลมากกว่า

“หนูจะไปหาหลักฐานเรื่องการตายของพ่อจากนายศรันย์” ริศาพูดอย่างมั่นใจ ทุกคนตกใจ อคินห้ามทันที แต่ริศาจะอาศัยที่ทุกคนมองว่าตนไม่มีพิษมีภัยแทรกเข้าไป ที่สำคัญตนไม่ได้ไปคนเดียวหากแต่มีผู้ช่วยสำคัญไปด้วย ขณะทุกคนมองงงๆ ผีอัศนีก็โพล่งขึ้นว่า

“ข้าไง ข้าจะตามหนูริศาไปทุกที่ แค่หนูริศาสวมสร้อยเส้นนี้ไว้เท่านั้น” ผีอัศนีชี้สร้อยที่คอริศา

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นริศากับวีรนุชทำหน้าแบ๊ว อะโนเนะ ยืนคู่กันเบื้องหน้าศรันย์ มีศรุตนั่งยิ้มเอ็นดูอยู่ใกล้ๆ

ริศาบอกว่าไปเที่ยวอินดาน่ามา คิดถึงพี่ศรันย์กับอาศรุตเลยเอาขนมมาฝาก

ศรันย์ถามว่าทำไมไม่บอกตนจะได้ตามไปดูแล ริศาบอกว่าตัดสินใจไปกะทันหันเพราะคิดถึงคุณพ่อมากอยากไปเห็นที่สุดท้ายก่อนคุณพ่อเสียชีวิต แล้วร้องไห้รำพึงรำพันถึงพ่อถามว่าคนดีๆทำไมต้องตาย

ศรุตแสดงความเสียใจที่เสียเพื่อนรักที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป กอดริศาคร่ำครวญแล้วล้มพับไป ศรันย์กับสองสาวจึงช่วยกันประคองไปห้องนอน

ไปถึงห้องนอนแล้วศรุตยังรำพึงรำพันถึงสารัตถ์แล้วถามริศาว่าตอนนี้พักที่ไหน กับใคร ริศาได้ทีบอกว่าอาศัยอยู่คอนโดกับวีรนุช ศรุตจึงชวนมาอยู่ด้วยขอให้ตนได้ดูแลหลานแทนเพื่อนรัก อย่าให้ตนรู้สึกผิดมากกว่านี้เลย ริศาขอให้วีรนุชมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย แล้วรีบไหว้ขอบคุณศรุตเลย

ฝ่ายอคินพอรู้ว่าสองสาวไปอยู่บ้านศรุตก็ขับรถไปตาม โทร.เรียกให้กลับเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นตนจะปีนรั้วเข้าไปเดี๋ยวนี้ บอกว่าเธอจะใช้แผนนี้ไม่ได้มันอันตราย ริศาบอกว่าตนยอมเสี่ยงถ้ามันทำให้รู้ว่าใครทำให้พ่อตาย

“กลับไปเสียคุณอคิน ฉันขอร้อง แล้วอีกอย่างปู่อัศนีก็อยู่กับฉัน คุณไม่ต้องห่วง”

ริศาหว่านล้อมจนอคินยอมกลับไป แต่บอกว่าตนจะหาโรงแรมอยู่แถวนี้ มีอะไรให้รีบโทร.บอกทันที

ฝ่ายศรันย์ กระหยิ่มยิ้มย่องที่ริศามาอยู่บ้านตน พอมาหาศรุตที่ห้องเห็นพ่อลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลย บอกศรันย์ว่า

“ตอนนี้ฉันว่าสาริศาเปลี่ยนไป เรื่องที่ไปอินดาน่า ฉันว่ามันไม่ได้แค่ไปเที่ยว มันต้องไปรู้เรื่องอะไรบางอย่างที่อินดาน่ามา แกไปทำอะไรไว้รึเปล่า?” ศรันย์เสียงสูงอย่างมีพิรุธว่าไม่ได้ทำอะไร “ทางเดียวที่จะคุมริศาไม่ให้ไปสืบเรื่องอะไรโง่ๆอีก คือทำให้มันเป็นเมียของแกซะ เป็นพวกเดียวกันแล้วมันคงไม่กล้าทำอะไรอีก”

ศรันย์กระเหี้ยนกระหือรือบอกว่าพ่อพูดได้ถูกใจมาก ถามว่าเมื่อไหร่

“ก็คืนนี้แหละ จัดการซะ เดี๋ยวพ่อจัดยาให้ ยังไงก็ไม่พลาด” ศรุตเปิดลิ้นชักหยิบยาให้

“ยาปลุกเซ็กซ์...พ่อ พ่อเป็นคนแบบนี้เหรอ?” ศรันย์ถามทึ่ง

ศรุตมองหน้าศรันย์แววตาเจ้าเล่ห์

ooooooo

คืนแรกที่มานอนบ้านศรุต สองสาวนั่งปรึกษากันว่า ศรันย์น่าจะเก็บเอกสารสำคัญไว้ที่ไหน ทางเข้าห้องต้องผ่านที่ไหนบ้าง

 วีรนุชบอกให้ริศาใช้ความเซ็กซี่หลอกศรันย์ออกไปนอกห้องนานๆ ตนจะได้ค้นห้องได้ละเอียด ผีอัศนีเสนอว่าตอนนี้ให้ตนเข้าไปดูลู่ทางก่อนว่ามันเก็บเอกสารไว้ที่ไหนเพราะยังไงมันก็ไม่เห็นตนอยู่แล้ว พูดจบผีอัศนีก็หายไปเลย

แต่พอผีอัศนีเดินไปถึงประตูจะเข้าไปก็ถูกถีบกระเด็นออกมา ลองเข้าไปใหม่ก็ถูกถีบออกมาอีก เอะใจมองสูงขึ้นไปถึงกับผงะเมื่อเห็นผ้ายันต์ติดอยู่ วีรนุชกับริศาถามว่ามีกล้องวงจรปิดไหม แต่มองสำรวจแล้วไม่มี

วีรนุชให้ริศาใช้ความเซ็กซี่ล่อศรันย์ ริศาบอกว่าตนพกยานอนหลับมาเป็นอาวุธ แล้ววางแผนเข้าครัวทำอาหารเพื่อวางยาศรันย์ ไม่นานศรันย์ก็มา ถามว่าตนได้รับเชิญมาปาร์ตี้ด้วยหรือเปล่า

ศรันย์เข้ามาทำท่าเซ็กซี่ให้สองสาว ผีอัศนีทนดูความทุเรศไม่ได้ขอออกไปรอข้างนอก

อคินแอบมาดูที่บ้านศรุต เจอผีอัศนีถามว่าออกมาทำไมไหนว่าจะอยู่คุ้มครองริศาไง อคินมองเข้าไปโวยวายว่า มันจะกอดริศาอยู่แล้ว รีบกลับเข้าไปเลย ตนจะหาทางเข้าบ้านก่อน

ooooooo

ริศาเอายานอนหลับที่บดละเอียดแล้วใส่ชามซุปคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเอาฝามาปิดไว้ชามหนึ่งย้ำกับวีรนุชว่าชามที่มีฝาปิดเป็นชามของศรันย์

ศรันย์ทำน้ำสลัดเอามาให้ริศาชิม ริศาบ่ายเบี่ยงบอกให้เขาไปรอที่โต๊ะก่อน ศรันย์ไม่ยอมไปจนกว่าริศาจะชิมน้ำสลัดของตน วีรนุชรำคาญเลยดึงชามน้ำสลัดไปซดคำโต ศรันย์เหวอรีบกระชากชามน้ำสลัดคืนมองหน้าวีรนุชสลับกับชามน้ำสลัดแล้วอยากร้องไห้

พอนั่งโต๊ะศรันย์ก็จัดแจงราดน้ำสลัดใส่จานผักให้ริศา วีรนุชยกชามซุปมาสามชาม พอมาถึงโต๊ะก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดร้อนวูบวาบจนต้องจับขอบโต๊ะพยุงตัวไว้ ริศาบอกว่าเราต้องเริ่มจากซุปก่อนบอกให้วีรนุชเอาชามที่มีฝาปิดมาก่อน ปรากฏว่ามีฝาปิดทุกชาม วีรนุชยิ้มหวานพูดเสียงยานๆว่า

“คือมันมีฝาปิดทุกชามจ้ะเพื่อนรัก...ไม่ต้องตกใจ มันต้องปิดไง จะได้ร้อนๆ ไม่มีอะไรตกลงไป”

วีรนุชเกิดอาการร้อนแรงสบตาศรันย์ทำท่าเซ็กซี่แล้วเลื่อนชามซุปให้ สลับไปมาจนตัวเองงง

ศรันย์รบเร้าให้ริศากินสลัดที่ตนคลุกให้ ส่วนริศาก็ให้ศรันย์กินซุปที่ตนปรุงพิเศษให้ อ้อนว่าถ้ากินไม่หมดตนงอนจริงๆด้วย ทันใดนั้นวีรนุชก็ร้อนวูบวาบบ่นว่าแอร์เสียหรือเปล่าทำไมร้อนจัง

ศรันย์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นร้องในใจ...ฉิบหายแล้ว!! ก็พอดีศรุตถือขวดแชมเปญเข้ามา

ปรากฏว่าริศาหลับกลางอากาศไปแล้ว ศรุตนึกว่ายาที่ให้ศรันย์มาออกฤทธิ์เร่ง ศรันย์ให้รีบพาน้องไปพักผ่อน ศรันย์อุ้มริศาออกไปเลย ฝ่ายวีรนุชก็ย้วยยั่วศรุตสุดๆเพราะฤทธิ์ยาในน้ำสลัดของศรันย์

ที่นอกบ้านอคินเห็นศรันย์อุ้มริศาไปก็แทบคลั่งกระโดดกระแทกกระจกก็เด้งออกมา จนผีอัศนีบอกให้ลองสะเดาะกลอนประตูดูแต่ก็ไม่สำเร็จ ซ้ำผีอัศนียังถูกดูดหายไปในตัวบ้านด้วย


ศรันย์อุ้มริศาที่หลับไม่รู้ตัวขึ้นห้องนอนแล้วถอดสร้อยเอาไปไว้ในพานสำหรับใส่พระเครื่องและเครื่องรางของขลังที่หัวเตียง ผีอัศนีที่ถูกดูดเข้ามาที่สร้อยก็หงายผลึ่งบนพาน ผีอัศนีพยายามลุกขึ้นแต่ถูกกำแพงใสๆกั้นไว้ มองออกไปเห็นศรันย์กำลังถอดเสื้อตัวเองมอง ริศาที่นอนไม่ได้สติบนเตียงหื่นจัด

ผีอัศนีกระโดดออกไปเต็มแรงแต่ก็เด้งกลับมาอย่างหมดท่าจึงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองคนดี ตนทำความดีมาตลอดชีวิต ถ้าท่านเห็นความดีของตนก็ขอให้ได้ออกไปช่วยริศาด้วย

แม้วีรนุชจะอยู่ในสภาพยาออกฤทธิ์เต็มที่แต่ก็ยังมีสติ ขณะกอดอ่อยศรุตเห็นอคินแว้บๆส่งสัญญาณให้เปิดหน้าต่างให้ ก็เอาตัวบังแล้วแอบถอดกลอนให้ กว่าศรุตจะรู้ตัวอคินก็พุ่งเข้าเล่นงานจนร่วงแล้ววิ่งออกไปขึ้นชั้นสองตรงไปห้องของศรันย์

เป็นเวลาที่ผีอัศนีกลิ้งออกมาจากพานเครื่องรางของขลังได้ ตรงเข้าไปหาศรันย์ที่กำลังหื่นหน้ามืดอยู่กับร่างของริศา อคินมาถึงพอดีศรันย์จะชกอคินแต่หมัดค้างกลางอากาศเพราะถูกผีอัศนียึดไว้ แล้วศรันย์ก็ถูกทั้งอคินที่เห็นตัวและผีอัศนีที่ไม่เห็นตัว รุมกันชกจนลงไปกองกับพื้น

ศรุตวิ่งขึ้นมาขอร้องอคินอย่าทำศรันย์อีกเลย จะให้ตนกราบก็ยอมแต่อย่าเอาเรื่องศรันย์เลย แต่ทั้งอคินและผีอัศนีก็ยังอัดไม่ยั้ง ศรุตหอบฮืดๆทำท่าเหมือนจะตาย อคินจึงหยุด ตะคอกใส่ศรันย์ว่า

“เห็นแก่พ่อมึงหรอกนะ ไม่งั้น...”

อคินคว้าผ้าห่มคลุมร่างริศาแล้วอุ้มออกจากห้อง ผีอัศนีร้องบอกให้เอาตนไปด้วยตะโกนบอกว่าสร้อย... สร้อย...อคินก้มมองเห็นสร้อยคอก็รีบเก็บแล้วเดินไป ท่ามกลางสายตาของศรุตกับศรันต์ที่มองอคินอุ้มริศาออกไปอย่างสุดแค้น

ลงมาถึงชั้นล่าง ผีอัศนีเห็นวีรนุชกำลังเต้นรูดเสาอยู่ก็บอกอคินให้เอาคนนั้นกลับไปด้วย วีรนุชหันเห็นอคิน ก็ถลาเข้าหาและวิ่งตามออกไป

ooooooo

กลับมาถึงบ้านสันติ ป้านิ่มเอาน้ำต้มรางจืดให้วีรนุชดื่มถอนพิษ ส่วนริศายังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง อคินเอาสร้อยมาสวมให้โดยมีผีอัศนียืนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง

อคินพรวดเข้าไปถามผีอัศนีว่าไหนว่าจะดูแลริศาให้เองแล้วเป็นยังไง ถ้าตนเข้าไปไม่ได้จะเป็นยังไง

ผีอัศนีบอกว่าตนก็มีข้อจำกัดเยอะ กว่าจะรวมพลังอัดศรันย์ได้ก็เหนื่อยแทบขาดใจ พอเจอพระเครื่องเข้าก็ง่อยอย่างที่เห็น ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างมีอารมณ์ พลันก็หยุดกึกเมื่อริศาตะโกนขึ้น

“โอย...หนวกหู ฉันยังไม่ตายสักหน่อย...ฉันรู้ว่าเป็นห่วงฉันกันทั้งผีทั้งคนไม่ต้องเถียงกันหรอก ฉันง่วง...” แล้วก็หลับตาลง

“ไม่ได้หรอกน้องริศา ก็ตาลุงนี่มันไม่รักษาสัญญา มันทำให้น้องต้องตกอยู่ในอันตราย”

“โว้ย...ไอ้หนุ่มนี่ คนเดียวที่ทะเลาะกับฉันเพราะเรื่องผู้หญิงก็มีไอ้สันติ ตายไปแล้ว แล้วก็นึกว่าจะไม่มีใครให้มาทะเลาะด้วยแล้ว นี่เป็นผีแล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกเหรอวะเนี่ย”

ผีอัศนีคำราม แล้วแววตาก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อนึกถึงเรื่องอดีต และบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ในห้องเต็มไปด้วยหมอกขาวปกคลุม เสียงปืนกล เสียงระเบิดดังแว่วขึ้น...

ริศากับอคินมาอยู่ในบรรยากาศสงคราม ริศาถามว่าที่นี่ที่ไหน อคินถามว่าพาพวกตนมารบกับใคร

“นี่แหละ...ที่ที่ฉันเอาชีวิตมาเสี่ยงทุกวัน”

พริบตานั้น บรรยากาศก็ตกอยู่ในภาวะสงคราม สันติกับอัศนีออกปฏิบัติภารกิจด้วยกัน เจอขบวนขนอาวุธ สันติบอกให้อัศนีกลับเข้าประจำหมู่เดี๋ยวนี้ แต่อัศนีปฏิเสธ

“อัศนี นายกำลังปฏิบัติการนอกเหนือคำสั่ง กลับเข้าประจำหมู่เดี๋ยวนี้ เราต้องกลับฐานแล้ว”

“เชิญ...ขอฉันจัดการไอ้ขบวนนี้ก่อน”

 อัศนีตอบอย่างมุ่งมั่น ตาจ้องผ่านระบบเล็งเป้ายิง เห็นขบวนรถก็กดปุ่มยิงจรวดใส่ทันที

“อัศนี...กลับเข้าประจำหมู่ เรากำลังจะกลับฐาน”

“รับทราบ”

เครื่องบินของอัศนีบินวนกลับเข้าประจำหมู่ เครื่องบินสองลำบินเคียงคู่กันไปบนท้องฟ้า ผ่านควันระเบิดที่ลอยอยู่บนพื้นข้างล่าง...

ooooooo

การปฏิบัติการนอกเหนือคำสั่งของอัศนีด้วยข้ออ้างว่าระเบิดมันเหลือ สันติถามว่าแล้วถ้าข้างล่างมันมีปืนต่อสู้อากาศยานยิงสวนขึ้นมาจะทำยังไง คิดถึงอนงค์บ้างหรือเปล่า

สันติตำหนิว่าอัศนีทำนอกเหนือคำสั่งถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง อัศนีตะแบงว่า “กูก็ตาย แค่นั้น”

สันติถามว่าเขาคิดถึงอนงค์บ้างไหมถ้าเขาเป็นอะไรไปอนงค์จะอยู่ยังไง ก็ถูกอัศนีประชดว่า เขาเป็นห่วงอนงค์ยิ่งกว่าตนอีก สันติโมโหสุดขีด กระชากคอเสื้ออัศนีจะชก

ชาร์ลีกับเดวิดเดินเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน ชาร์ลีปรามว่า

“คำสั่งคือคำสั่ง หลังจากนี้ห้ามทำอะไรนอกเหนือปฏิบัติการอีก เข้าใจรึยัง”

“ครับผม” ทั้งสองรับคำ มองหน้ากันเคืองๆ แล้วหันหลังเดินออกไปคนละทาง

ผีอัศนียืนอยู่กับริศาและอคินมองภาพในอดีตที่เพื่อนรักเดินหันหลังจากกันอย่างเจ็บปวด

อัศนีพยายามหัดสานปลาตะเพียนจากใบมะพร้าวเตรียมให้ลูกเล่น เพราะสานไม่เป็นปลาตะเพียนที่สานออกมาเป็นกองจึงบิดเบี้ยว เขาบอกอนงค์ว่าให้พี่ขับเครื่องบินไปทิ้งระเบิดสักร้อยรอบยังจะดีกว่า

อนงค์ขอร้องอย่าพูดถึงสงครามอีกเลย ทุกครั้งที่เขาขึ้นบินตนใจหายกลัวเขาจะไม่ได้กลับมา

อัศนีบอกว่ามันเป็นงาน และถ้าตนบินครบร้อยภารกิจ เราจะมีเงินเยอะมากเลย แล้วพี่ก็จะได้กลับไป

อนงค์ไม่อยากฟัง ถามว่ารู้ไหมว่าทุกครั้งที่เขาขึ้นบินตนใจหายแค่ไหน กลัวเขาจะไม่ได้กลับมาถามว่า

“ทำไมพี่ถึงภูมิใจนักกับการเป็นทหารรับจ้างพวกอเมริกา มันจ้างไปบินก็ไป จ้างให้ไปตายก็ไป พี่ขายชีวิตแลกเงินอย่างนั้นหรือ”

อัศนีชี้แจงว่าตนไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ทำเพื่อชาติเพื่อไม่ให้สงครามแบบนั้นข้ามพรมแดนมาในแผ่นดินของเรา

อนงค์ตัดพ้อว่าเขาพูดเหมือนไม่มีอะไรต้องห่วง ตนยอมมีผัวสานปลาตะเพียนขายใช้ชีวิตจนๆ ดีกว่าให้ผัวไปตายที่บ้านเมืองใครก็ไม่รู้ อนงค์ลุกไปนั่งที่อื่นงอนๆ

อัศนีตามไปอธิบายว่าตนเข้าใจเธอแต่ก็อยากให้เธอเข้าใจตนบ้าง ไม่อยากให้เรียกตนว่าเป็นทหารรับจ้าง ตนไปด้วยใจ ไม่อยากให้บ้านเมืองเราต้องฉิบหายเพราะไฟสงคราม อนงค์เข้าใจแต่ก็ขอให้เขาคิดถึงหัวอกตนบ้าง อัศนีบอกว่า

“คิดถึงตลอดเวลา”

“ถ้างั้นถ้าจะทำอะไรที่มันจะเสี่ยง ก่อนทำพี่ก็ช่วยนึกถึงลูกที่ยังไม่ลืมตามาดูโลกบ้าง ฉันอยากให้ลูกได้อยู่ดูหน้าพ่อ รู้ไหม”

“รู้ แล้วพี่ก็อยากเห็นลูกได้เล่นปลาตะเพียนสานฝีมือพี่ ตัวนี้ด้วย” อัศนีชูปลาตะเพียนสานบิดเบี้ยวให้อนงค์ดู เลยหัวเราะขำกอดกันด้วยความเข้าใจ แต่สีหน้าอนงค์ก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล

ooooooo

อนงค์เปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษพื้นฐานให้แก่บรรดาเมียเช่าและผู้หญิงที่ทำงานกับพวกทหารต่างชาติ ริศาดูแล้วทักว่าครูอนงค์ท้องแก่ขนาดนี้แล้วยังทำงานอีกหรือ


อัศนีบอกว่าห้ามแล้วก็ไม่ฟัง บอกว่าต้องช่วยตนหาเงินไว้เตรียมเลี้ยงลูก

ทันใดนั้นภาพที่ปรากฏคืออนงค์เจ็บท้องคลอด พวกนักเรียนจึงช่วยกันประคองส่งโรงพยาบาล ระหว่างนั้นอนงค์ขอให้ใครก็ได้ช่วยเรียกพี่อัศนีมาที บอกลูกว่า “อย่าเพิ่งออกมา รอพ่อจ๋าของหนูก่อน”

ที่ฐานทัพอเมริกันประจำจังหวัดอุดรฯ เดวิดบอกอัศนีทันทีที่เห็นเขาเดินเข้าไปในอาคารปฏิบัติงานว่าให้รีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ เมียเขาเจ็บท้องแล้ว อัศนีตื่นเต้นมากขอยืมมอเตอร์ไซค์ของเดวิดบิดไปอย่างเร็วทันที

อัศนีไปถึงโรงพยาบาลก็วิ่งฝ่าบรรดาเมียเช่าที่พาอนงค์มาโรงพยาบาล ร้องบอกตลอดทาง

“อนงค์...อนงค์...พี่มาแล้ว”

อนงค์ดีใจมาก บอกว่าลูกของเรากำลังจะคลอดแล้ว อัศนีร้อนใจถามว่าทำไมหมอยังไม่มา พอหมอมา หมอบอกว่าปากมดลูกของอนงค์ยังเปิดไม่เต็มที่ หมอยังทำคลอดไม่ได้ อัศนีจึงไปรอข้างนอก

“พี่อย่าไปไหนนะ พี่ต้องอยู่กับอนงค์จนกว่าอนงค์จะคลอด เราต้องอยู่ดูหน้าลูกพร้อมกันนะพี่ สัญญาสิ สัญญา...พี่อัศนี”

“พี่จะไม่ไปไหนอนงค์ พี่จะอยู่ตรงนี้ เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก”

ผีอัศนีดูเหตุการณ์วันนั้นอย่างขมขื่น

ooooooo

อนงค์เจ็บท้องคลอดแต่ยังไม่คลอด ทั้งกังวลทั้งกลัว แต่อัศนีก็เฝ้าปลอบว่าไม่ต้องกลัวอดทนนิดหนึ่งตนจะไปตามหมอ

 “พี่อัศนี ถ้าอนงค์ตายล่ะ ถ้าอนงค์เป็นอะไรไป แล้วลูก...ลูกของเรา พี่ต้องอยู่ดูแลลูกของเรานะ”

 “ไม่หรอก อนงค์ที่รักของพี่ อนงค์จะไม่เป็นไร แล้วเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ไงจ๊ะ”

 อนงค์กัดฟันพยักหน้าแต่เจ็บจนทนไม่ไหวร้องโอ๊ยๆ อัศนีรวบตัวอนงค์มากอดไว้แน่น

 เช้าตรู่วันต่อมาอนงค์ถูกเข็นออกจากห้องพักฟื้น อัศนีถลาเข้าไปกุมมืออนงค์ข้างเตียงไม่ปล่อย พร่ำบอก

 “อนงค์ ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะรออยู่ตรงนี้ อนงค์...พี่จะรอดูหน้าลูกของพี่ที่นี่”

 “สัญญานะ...สัญญา...”

 “สัญญา พี่เตรียมของไว้รับขวัญลูกเราด้วยอนงค์...นี่...”

อัศนีจะหยิบสร้อยออกมาให้ดูแต่ไม่ทัน อนงค์ร้องอย่างเจ็บปวด พยาบาลจึงรีบเข็นเตียงไปห้องคลอด

อัศนีมองตามไปอย่างเป็นห่วง แล้วมองสร้อยในมือ

ระหว่างที่อนงค์อยู่ในห้องคลอดนั่นเอง เดวิดก็เข้ามาบอกอัศนีอย่างเร่งรีบว่าเขาต้องกลับฐานเดี๋ยวนี้ อัศนีบอกว่าตอนนี้ตนไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นเพราะเมียจะคลอดลูกแล้ว

“อัศนี ชาร์ลีให้มาตาม มีภารกิจด่วนฉุกเฉินนายต้องตามฉันกลับฐานเดี๋ยวนี้” อัศนีถามว่าให้คนอื่นทำแทนไม่ได้หรือ “ไม่ได้ ชาร์ลีระบุรายชื่อคนที่จะต้องไปทำงานนี้มาแล้ว มาเร็ว”

“เดวิด...แต่ผมปล่อยเมียผมไว้คนเดียวอย่างนี้ไม่ได้”

อัศนีละล้าละลัง ลำบากใจมาก ทันใดสันติก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา บอกว่าตนเพิ่งกลับจากอบรมต่างจังหวัดได้ข่าวว่าอนงค์จะคลอดลูกเป็นยังไงบ้าง เดวิดบอกว่าสันติมาก็ดีแล้ว ให้เฝ้าอนงค์แทนอัศนีหน่อย เพราะอัศนีต้องไปทำภารกิจเดี๋ยวนี้

“งานอะไรเดวิด อนงค์กำลังจะคลอดลูก ให้อัศนีมันได้เห็นหน้าลูกก่อนไม่ได้รึไง”

เดวิดบอกว่าชาร์ลีย้ำว่าต้องเป็นนักบินมือดีที่สุดไปทำงานนี้ สันติจึงอาสาไปแทน เพราะชาร์ลีเคยบอกว่าเราสองคนเป็นนักบินมือดีที่สุด อัศนีไปไม่ได้ตนไปแทนเอง อัศนีติงว่าเขาไม่ต้องทำเพื่อตน

ตอนที่ 5      (ต่อจากวานนี้)

“ไม่ได้เว้ย อนงค์ต้องการนายมากกว่าฉัน นายต้องอยู่ ฉันไปเอง ไปเดวิด”

แต่พอสันติไปถึงสนามบิน ปรากฏว่าอัศนีตามมาติดๆบอกว่างานนี้เป็นงานของตน อีกอย่างเราปฏิบัติการคู่กันมาตลอดจะให้ตนมาทิ้งเขาไปคนเดียวแบบนี้ไม่ได้

สันติจะแย้ง อัศนีตัดบทว่า

“ภารกิจก็กำลังเดือดนะเว้ย เท่าที่ฉันรู้มา งานนี้ไม่ใช่ง่าย ฉันไม่มีทางปล่อยนายไปคนเดียว”

“เฮ้ย...ไม่ได้”

“สันติ...เราจะยืนเถียงกันอย่างนี้ หรือจะรีบไปทำภารกิจให้เสร็จก่อนอนงค์จะคลอด เร็วเว้ยเราได้กลับไปหาอนงค์พร้อมกันไง ฉันไปดูหน้าลูก นายก็จะได้ไปดูหน้าหลานพร้อมกัน เร็ว”

ริศาดูแล้วอินกับเรื่องราวที่ดำเนินไป ถามอัศนีว่า

“คุณอัศนี เมียคุณกำลังต้องการคุณที่สุด แต่คุณกลับทิ้งคุณอนงค์มาทำงานนี่นะ”

“ฉันรู้ว่าอนงค์ต้องการฉัน แต่ประเทศชาติก็ต้องการฉันเหมือนกัน ถ้าฉันไม่ทำงานนี้ มันอาจจะไม่เหลือแผ่นดินให้อนงค์ที่ฉันรักได้อาศัยอยู่ก็ได้”

ผีอัศนีตอบหนักแน่นชัดเจนจนอคินกับริศาอึ้งสนิท

ขณะนั้นเอง ลมพัดแรงขึ้นทุกที จนริศากับอคินต้องหลับตาและพื้นที่ยืนอยู่ก็สั่นสะเทือน...

ที่แท้ป้านิ่มกำลังเขย่าปลุกทั้งสองอย่างแรง บ่นว่าเขย่าจนบ้านจะพังแล้วยังไม่ยอมตื่น อคินค่อยๆตื่นมองไปเห็นริศาเห็นเพิ่งปรือตาขึ้น เสียงวีรนุชโวยวายว่า

“โอ๊ย...ตื่นซะที ยัยเจ้าหญิงนิทรากับเจ้าชายนิทรา เล่นหลับทั้งคู่แบบนี้ไม่มีใครจูบใครให้ตื่นเลย”

ริศาสบตาอคินถามว่าปู่ล่ะ ปู่ไปไหน แล้วคุณอัศนี ป้านิ่มงงถามว่าริศาโดนยาอะไรเข้าไปเพี้ยนหรือเปล่า

วีรนุชไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาขอบคุณอคินที่ช่วยพาตนออกมา ส่วนป้านิ่มถามว่าแผนเมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง ได้อะไรกลับมากันบ้าง

ต่อมาอคินเข้ามาในห้องทำงานของสันติ เดินดูรูปสันติในเครื่องแบบทหารอากาศหล่อ เท่มาก ผีอัศนีโผล่เข้ามา อคินถามว่าทำไมในฝันตนไม่เคยเห็นทั้งสองคนใส่เครื่องแบบอย่างนี้เลย ผีอัศนีเล่าหน้าขรึมว่า

“พวกเราจะต้องลาออกจากการเป็นทหารอากาศก่อนจะมาทำงานนี้” อธิบายว่า “กองบินหิ่งห้อย คือหน่วยลับสุดยอด อาสาสมัครที่เข้าร่วมในโปรเจกต์นี้ต้องลาออกจากราชการก่อน ไม่มีสังกัด ไม่มีตัวตน ถ้าหายไปในภารกิจจะไม่มีใครรู้ว่าศพนั้นเป็นใคร มาจากไหน เป็นวีรบุรุษนิรนามไงล่ะ”

“แล้วพวกคุณก็ยอมหรอ”

“ใช่สิ...เสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ”

ผีอัศนีพูดอย่างภูมิใจในหน้าที่ของตัวเอง อคินฟังแล้วทึ่งมาก มองผีอัศนีอย่างศรัทธา รู้สึกอยากเป็นแบบนั้นบ้าง

ooooooo


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 5 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 12:30 2018-08-07T00:12:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ