วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 4 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

อคินงงถามผีอัศนีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไปเกิดใหม่แล้วหรือ ผีอัศนีบอกว่าไม่ แต่ตอนนี้ริศาต้องการตน เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย อคินไล่ให้รีบไปช่วยริศาเลย เดี๋ยวตนตามไป

อคินโบกมือไปมา ร่างของผีอัศนีกำลังจางไป แต่...เสียงโทรศัพท์ของอคินดังขึ้นอีก เขารีบวิ่งไปเอาโทรศัพท์ที่อยู่ในรถ พอรับสายก็พูดทันที

“เออ...ว่าไง เมื่อกี๊กูเกือบตายว่ะไอ้เบน”

“ห๊า!! อะไรนะอคิน มันเกิดอะไรขึ้น” กลายเป็นเสียงคุณย่าถามอย่างตกใจ อคินเปลี่ยนเสียงทันทีบอกว่าไม่มีอะไร เป็นเสียงจากวิทยุในรถ แต่พอหันมาอีกทีเห็นผีอัศนีชัดแจ๋วมายืนอยู่ใกล้เกือบชนกัน “เฮ้ย...โผล่มาทำไมอีก ทำไมยังไม่ไปช่วยน้องริศา”

“ไม่รู้เหมือนกันว้อย...จู่ๆก็เหมือนมีพลังอะไรดูดฉันกลับมาหานายนี่แหละ”

“ไปสิ ไปได้แล้ว ไป...ชิ้วๆ” อคินโบกมือไล่ผีอัศนีแต่คราวนี้ไม่ได้ผล ไล่ตรงนี้ผีอัศนีก็ไปโผล่ทางโน้น

คุณย่าเอมอรได้ยินเสียงอคินไล่ก็ผงะนึกว่าหลานไล่ ตะโกนถาม “อคิน...แกกล้าไล่ฉันเหรอ!” อคินติดพันการไล่ผีอัศนี บอกคุณย่าว่าไม่ใช่เดี๋ยวตนโทร.กลับ

คุณย่าไม่ยอมสั่งห้ามวางสายเด็ดขาด อคินรับคำเสียงอ่อย แต่ขณะเดียวกันร่างของผีอัศนีก็ถูกดูดเข้ามาติดร่างอคินเหมือนถูกแม่เหล็กดูด พออคินพยายามแกะตัวเองออกมาได้ก็ถูกดูดหนึบเข้าไปติดกันอีก ทั้งสองมองหน้ากัน งงแล้วงงอีก

ฝ่ายริศากับวีรนุชวิ่งหนีเทพไปในย่านชุมชน เทพเห็นคนคล้ายริศาก็พุ่งเข้าไปกระชากหันมา ปรากฏว่าไม่ใช่ ซ้ำหญิงสาวยังตะโกนขอความช่วยเหลือ ชายใส่ชุดสูทสี่ห้าคนจะเดินมาช่วย เทพเห็นท่าไม่ดีเลยมุดหายไปในหมู่คน

ริศากับวีรนุชหนีพ้นจากเทพแล้ว ไปเดินในย่านการค้าหรู พอจะเปิดประตูก็ถูกอรนิภาผลักจากข้างในออกมา อย่างแรงจนวีรนุชกระเด็นไปไกล ริศารีบวิ่งไปดูเพื่อน

“พวกเธอ...นี่มาทำอะไรแถวนี้ยะ แล้วพี่อคินล่ะ อยู่ไหน”

ริศาจึงรู้ว่าอคินไม่ได้อยู่กับอรนิภา วีรนุชพูดใส่หน้าว่า

“นั่นไง บอกแล้วว่าเธอมันกระจอกน่าเบื่อ พี่อคินเลยเผ่น ฮ่ะๆๆ”

อรนิภากรี๊ด สั่งให้วีรนุชถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ ขณะนั้นเองเทพเดินหน้าตั้งมาชะโงกดูร้านนั้นร้านนี้ได้ยินเสียงสามสาวโวยวายกันหันมองก็ตาลุกชักปืนวิ่งมาทันที ริศาเห็นเทพก็ดึงวีรนุชวิ่งหนี

อรนิภาเห็นสองสาววิ่งหนีก็ร้องท้าว่าวิ่งหนีทำไม พอให้ถอนคำพูดก็หนีกันหน้าด้านๆเลยหรือ คนแถวนั้นเห็นเทพถือปืนก็กรี๊ดกันลั่นวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น

ริศาหันมาเห็นอรนิภายังยืนท้าเหยงๆก็ตะโกนให้รีบหนี แต่อรนิภาก็ไม่รู้สึกรู้สา ริศาจึงวิ่งย้อนไปดึงอรนิภาหนีไปด้วยกันถูกเทพยิงปืนไล่หลังแต่ไม่ถูก

แต่ขณะวิ่งหนี ริศาเห็นรถตำรวจอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามจะวิ่งไปหา ก็ถูกรถตู้สีขาวขับมาตัดหน้าแล้วจอร์จที่ยังอยู่ในชุดคนขับรถก็ลงมาอุ้มริศาขึ้นรถไปทันที

วีรนุชกับอรนิภาหันมาเห็นตะโกนขอความช่วยเหลือ วีรนุชวิ่งมาเก็บกระเป๋าถือของริศา จะวิ่งตามก็ถูกรถที่ขับมาอย่างเร็วตัดหน้า เธอตะโกนสุดเสียง

“ช่วยด้วยค่ะ...เพื่อนฉันถูกลักพาตัว!”

อคินขับรถกลับอย่างเร็วโดยมีผีอัศนีเกาะติดมาด้วย ในขณะที่คุณย่าเอมอรก็ยังอยู่ในสาย ระหว่างที่อคินตอบโต้กับผีอัศนีไล่ให้รีบไปช่วยริศา คุณย่าจึงเข้าใจว่าพูดกับตน จนคุณย่าเข้าใจผิดคิดว่าอคินไล่

อคินมัวแต่พูดโต้ตอบกับผีอัศนีและแก้ตัวกับคุณย่า พอเงยหน้าขึ้นก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นรถสิบล้อคันหนึ่งแล่นตัดหน้ามากระชั้นชิด อคินเหยียบเบรกมิดจนตัวเองหัวทิ่ม ฝ่ายรถสิบล้อก็เหยียบเบรกจมมิดเช่นกัน พออคินเงยหน้าขึ้นอีกทีก็พึมพำ...

“นึกว่าจะตายแล้ว”

ได้ยินเสียงคุณย่ายังตะโกนมาจากโทรศัพท์จึงควานหาหยิบขึ้นมา ได้ยินเสียงคุณย่าถามอย่างตระหนก

“อคิน...อคิน เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร ทนไม่ไหวแล้วนะ ทนไม่ไหวแล้ว แกอยากให้ฉันหัวใจวายตายใช่ไหม”

“ผู้หญิงคนนี้ใคร ขี้โวยวายเป็นบ้า” ผีอัศนีบ่นทำหน้าระอา

“ย่าครับ...ย่า...ไม่ได้ยินเลยครับ ฮัลโหลๆ...”

อคินแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงคุณย่าแล้วปิดโทรศัพท์เลย วางโทรศัพท์ถอนใจหนักๆ เอ่ยเบาๆ

“ขอโทษด้วยนะครับคุณย่า”

ooooooo

ขณะรถของอคินขับจากชานเมืองเข้าเมืองนั้น สวนกับรถตู้ของเทพที่เลนตรงกันข้าม ทันใดนั้น

แววตาผีอัศนีก็เป็นประกายวาบขึ้นทันที ร้องบอกอคินอย่างตื่นเต้น

“หนูริศาอยู่ในรถคันนั้นกับคนร้ายพร้อมปืน...เลี้ยวรถเลยเร็วๆ ตามมันไป”

อคินเลี้ยวรถกลางถนนแล้วตะบึงตามรถตู้ไปทันที คนขับรถตู้ที่เป็นคนพื้นเมืองบอกเทพว่ามีรถตามเรามา จอร์จหันไปดูจำได้ว่าเป็นรถสถานทูตคันนั้นก็หน้าซีด บอกเทพว่าไอ้นักบินขับรถผีสิงตามมา มันมีผีช่วย เอาไงดี

“จอดรถคุยกะมันหน่อย ให้มันดูว่าเราได้ตัวใครมา” เทพสั่งคนขับรถพลางหันไปยิ้มเย้ยริศา

 อคินเหยียบคันเร่งพอใกล้เทพที่ลงมายืนอยู่กับริศาก็หักพวงมาลัยโฉบโดนเทพคนเดียว เทพหันปืนยิงอคินพร้อมกับดึงริศาหลบไปทางรถตู้ที่จอดอยู่ อคินเปิดประตูรถที่แล่นอยู่พุ่งเข้ารวบตัวเทพ รถที่ไม่มีคนขับพุ่งลงข้างทาง ริศาเห็นอคินปล้ำกับเทพอยู่ก็ทั้งเป็นห่วงและดีใจ หันมาอีกทีเห็นจอร์จเล็งปืนใส่ตนก็ร้องกรี๊ด

ฉับพลันนั้นเกิดฟ้ามืดครึ้มลมแรงราวกับพายุและอุณหภูมิลดฮวบฮาบ จอร์จที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วตกใจตัวสั่นรีบถอย

คนขับรถของเทพเห็นเทพสู้กับอคินก็เปิดประตูรถลงมาจะไปช่วยเทพ พริบตานั้นผีอัศนีตวัดมือไปมาประตูรถก็เปิดปิดกระแทกหน้าคนขับรถอย่างแรงซ้ำๆจนเลือดกบปาก จอร์จมองอย่างสยอง ริศาเห็นปืนทำท่าจะไปหยิบ จอร์จพรวดเข้าไปเตะปืนไปใต้ท้องรถ แล้วรวบตัวริศากลิ้งไปกับพื้น

เสียงริศาร้องกรี๊ดทำให้อคินเสียสมาธิหันมอง เทพฉวยโอกาสเตะเข้าเต็มหน้าอคิน ผีอัศนีเป็นห่วงริศาจึงเข้าสิงอีกครั้ง ริศากลายเป็นหญิงสาวที่ทรงพลังทันที จับมือจอร์จบิดจนหักมันร้องจ๊าก แล้วอัดที่หว่างขาซ้ำๆจนจอร์จทรุดกุมเป้าหน้าเขียว

อคินเห็นริศาเล่นงานจอร์จจนหมอบ ถามผีอัศนีว่าสิงริศาอีกแล้วหรือ ผีอัศนีจึงออกจากร่างริศาถามอคินว่าจะให้ลองสิงบ้างไหมเผื่อจะได้ล้มหมอนั่นได้เร็วขึ้น อคินเย้ยว่านึกว่าตัวเองเก่งกว่าหรือ

เทพถามว่าคุยกับใคร อคินบอกว่าคุยกับผีแล้วรุกเทพทันที ฉวยจังหวะที่เทพเสียทีคว้าแขนริศาวิ่งออกไป เทพคว้าปืนยิงทั้งสองแต่ก็แค่เฉียดไปมา ผีอัศนีชี้นิ้วไปที่เทพเกิดพายุหมุนตรงหน้าเทพ ลมแรงจนเทพต้องยกมือป้องหน้าทำให้มองอะไรไม่เห็นเลยยิงปืนออกไปส่งเดช สบถหัวเสีย

“โธ่เว้ย!”

ที่สถานีตำรวจอินดาน่า อังคาร เอกอัครราชทูตอินดาน่าพ่อของอรนิภารีบมาที่สถานีตำรวจเมื่ออรนิภาบอกว่าอคินเพื่อนตนมีปัญหาให้พ่อช่วยด้วย วีรนุชจึงเอ่ยปากฝากริศาด้วย อรนิภาก็ขัดว่าพ่อไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจพี่อคินคนเดียวพอ

วีรนุชโกรธแทนริศาที่ช่วยอรนิภาแล้วยังไม่สำนึก กระโจนเข้าใส่จนตำรวจต้องเข้ามาขวาง

เมื่ออังคารรู้ว่าคนขับรถของสถานทูตถูกฆ่าตายก็ตกใจถามว่ามันฆ่าคนของเราด้วย พวกมันเป็นใคร? อรนิภาถามว่ามันเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบินบลูไคท์ตกใช่ไหม?

ooooooo

อคินกับริศามาถึงบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง ลักษณะเหมือนบ้านร้างอยู่ริมทะเลจึงพากันเข้าไปนั่งพักและแก้เชือกที่มัดริศาออก ทันใดก็ต้องวิ่งกันกระเจิงเมื่อถูกหมาตัวใหญ่กระโจนเข้ามาเห่ากระโชก

ทั้งสองวิ่งไปถึงบ้านพักตากอากาศหรูหลังหนึ่งแต่ดูร้างๆมืดสนิท คิดว่าบ้านนี้ไม่มีคนเฝ้าแน่ เมื่อเข้าไปเดินสำรวจดึงหน้าต่างทีละบาน โชคดีบานหนึ่งดึงเปิดได้จึงพากันเข้าไป โชคดีที่มีเทียนไข ปลากระป๋องกับมันฝรั่งและน้ำแร่แช่เย็นเจี๊ยบ จึงมานั่งจุดเทียนกินอาหารกัน

ที่ริมสระว่ายน้ำในบรรยากาศโรแมนติกทั้งที่เนื้อตัวมอมแมมและเหนื่อยล้า

เมื่ออคินชวนลงอาบน้ำในสระว่ายน้ำที่เขาลงไปว่ายก่อนแล้ว ริศาไม่ชอบลงน้ำเพราะเคยจมน้ำตอนเด็กๆ อคินถามว่าแล้วทำไมวันนั้นถึงได้กล้าพายเรือลงไปกลางบึงจนตนต้องไปงมขึ้นมาจากน้ำล่ะ

“ตอนนั้นอีตาผีปู่อัศนีเขาไปด้วยค่ะ เขาอยากให้ฉันไปเก็บสร้อยคอของเขาขึ้นมาจากสระก็เลยต้องใช้ฉันเป็นสื่อกลาง”

อคินไม่อยากพูดเรื่องผีให้เสียอารมณ์ ชวนริศาเล่นน้ำ บอกให้เกาะคอตนก็ได้ ตนตัวใหญ่ไม่จมแน่นอน หว่านล้อมจนริศามั่นใจยอมลงไปในสระน้ำ แต่ริศายังกลัว อคินให้จับมือตนไว้แน่นๆแล้วปล่อยตัวให้ลอยขึ้นมา

ทั้งสองสบตากันอย่างใกล้ชิดขณะสอนลงน้ำ ว่ายน้ำ แต่แล้วก็ต้องอารมณ์กระเจิงเมื่อมีไฟส่องเข้ามาที่หน้าทั้งสองสว่างจ้า อคินพาริศาขึ้นจากสระวิ่งหนี ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบตัวใหญ่วิ่งเร็วกว่าเข้ามาล็อกตัวทั้งสองกดกับพื้น พร้อมกับเสียงหมาเห่าลั่น

ทั้งสองถูกล็อกตัวหมดทางหนี ได้แต่มองกันด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว

 ooooooo

อคินกับริศาถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ เจออังคารที่นั่นต่างแนะนำตัวกัน อังคารแสดงความเสียใจกับริศาเรื่องพ่อ ให้ความมั่นใจว่าเวลานี้ทั้งสองอยู่ในความอารักขาของสถานทูตไทยอินดาน่าแล้ว กำชับว่าห้ามทั้งสองออกไปเพ่นพ่านที่นั่นที่นี่ อย่าทำอะไรตามลำพังตามใจชอบมันอันตราย อคินถามว่าอรนิภาบอกว่าคุณอามีข้อมูล...อังคารตัดบททันทีอย่างหงุดหงิดว่า


“ยัยอรนิภาก็เที่ยวไปพูดจาไร้สาระ แล้วไม่ยอมบอกอะไรสักคำ แค่บอกว่าจะมาเที่ยวสองสามวันขอรถไปใช้หน่อย อาก็พลาดที่ให้รถประจำตำแหน่งอาไป จนทำให้คนรถของอาถูกฆ่าตาย”

“ผมขอโทษครับคุณอา”

“ไม่ใช่ความผิดของอคิน ความผิดของลูกสาวอาเอง...เราสองคนปลอดภัยอาก็สบายใจขึ้นหน่อย เอาล่ะ อาจะช่วยเราเรื่องสืบคดีเครื่องบินตกเท่าที่สามารถจะทำได้ก็แล้วกันนะ จะได้ความแค่ไหนก็ไม่ทราบ แต่การที่มีขบวนการคนร้ายมาลงมือพยายามฆ่ากันขนาดนี้ ความเห็นของอา...อาว่ามันไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุหรือเรื่องนักบินมีความบกพร่องอะไรแล้วล่ะ”

อคินไหว้ขอบคุณอย่างมีความหวัง ริศาร้องไห้พนมมือขอบคุณที่คุณอาพูดว่า...

“ไม่ใช่เรื่องนักบินมีความบกพร่องค่ะ”

ทันใดก็มีเสียงเอะอะโวยวายที่หน้าห้อง และมีเสียงตะโกนว่า

“ซาลองยาน  ไอแคนดายฟอร์ซาลองยาน...อ๊ากกกกก”

มีเสียงร้องเจ็บปวดของคนตะโกนและเสียงตุ้บตั้บกระหน่ำไม่ยั้ง อคินกับริศามองหน้ากันแล้ววิ่งออกไปดู เห็นชายคนนั้นตะโกนในมือถือรูปเดอะฟ็อกซ์ในชุดกษัตริย์อาวี อังคารบอกว่านี่คือพวกลี้ภัยจากอาวีออกมาประท้วงให้เป็นข่าวเรียกร้องความเป็นธรรมให้เจ้าชายเฟอร์ดินานด์ ซาลองยานได้กลับไปปกครองประเทศอาวีอีก

ริศาเห็นรูปที่ชายคนนั้นถือรู้สึกคุ้นๆ

ที่คอนโดของเดอะฟ็อกซ์...มิสเตอร์เอฟหัวเสียมากเมื่อรู้ว่าเทพทำงานพลาด เมื่อเขามาขอโอกาสอีกครั้ง มิสเตอร์เอฟไล่ไปให้พ้น ต่อไปนี้ตนจะให้มือสังหารจากอาวีทำงานทุกอย่างแทน

มิสเตอร์เอฟเกรี้ยวกราดดุดันจนพวกเทพเผ่นกันแทบไม่ทัน

ooooooo

ขณะที่อคินกับริศาอยู่ที่สถานทูตนั้น สเตฟานี่ ผู้ตรวจสอบการทุจริตในองค์กรประจำประเทศอินดาน่าก็มาขอพบ และขอคุยเฉพาะกับอคินและริศาเท่านั้น อรนิภาที่เจ้ากี้เจ้าการเลยหน้าม้านออกไปอย่างไม่พอใจ

สเตฟานี่ต้องการมาตรวจสอบการทุจริตและให้สินบนของบริษัทผลิตเครื่องบินแก่บริษัทการบินโดยเฉพาะในไทย ทำให้บริษัทผลิตเครื่องยนต์อื่นเสียโอกาสในการเสนอราคาจึงร้องเรียนมา

“หรือว่า...นี่คือสิ่งที่พ่อเคยพูดว่าจะบอกพี่อคินก่อนที่ท่านจะ...เครื่องบินตก” ริศาฉุกคิด

“นี่คือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ดิฉันกำลังตามหาอยู่” สเตฟานี่กดแท็บเล็ตรูปผู้เกี่ยวข้องให้ดูมีรูปศรันย์ด้วย

ริศาติงว่าศรันย์คือลูกชายเจ้าของบลูไคท์ อคินบอกว่าคนพวกนั้นก็อยู่กับอาศรุต สเตฟานี่หัวเราะพูดอย่างสมใจว่า “คิดไม่ผิดจริงๆที่มาหาพวกคุณ ถ้าคุณจะกรุณาให้ความช่วยเหลือฉันบ้าง ฉันอาสาจะช่วยคุณในเรื่องเครื่องบินตกได้ ฉันพอจะรู้จักตำรวจที่ตามเรื่องนี้อยู่”

อคินกับริศาเชื่อมโยงเรื่องว่าถ้าพวกนี้รู้ว่าสารัตถ์รู้เรื่องทุจริตแล้วก็เลยฆ่าปิดปาก สเตฟานี่เสนอว่า

“เอาอย่างนี้ คุณสาริศาที่เวลานี้ได้ถือหุ้นแทนมิสเตอร์สารัตถ์แล้วเอาหลักฐานการโกงของนายศรันย์มาให้เรา เราจะหาข้อมูลของเครื่องบลูไคท์ที่ตกในวันนั้นว่าก่อนเครื่องขึ้นมันมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า แล้วเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ดีไหมคะ”

อคินกับริศามองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้น

วันต่อมาก็ประชุมเครียดกับวีรนุชและผีอัศนีเพื่อหาวิธีดำเนินการต่อไป ผ่านการแลกเปลี่ยนสรุปได้ว่า เราต้องแยกเป็นสองเรื่องคือหนึ่งเรื่องทุจริตของศรันย์ และเรื่องทำไมคนของศรุตกับชาวต่างชาติคนนั้นถึงมาตามฆ่ากิตติ อคินและริศา

ผีอัศนีเสนอเรื่องการตามหาเมียของตนและมันหมายถึงตามหาลูกชายของตนด้วย อคินจึงสรุปว่า

“คุณใช้ความเป็นผีช่วยชีวิตพวกเราไว้หลายครั้ง เราจะรวมเรื่องของคุณไว้ในภารกิจของเราด้วย แต่เราต้องกลับไปเอาหลักฐานการโกงของศรันย์มาก่อนถึงจะขยายผลต่อไปได้”

ooooooo

ริศากลับถึงบ้านได้ฟังฝันร้ายจากป้านิ่มที่ฝันว่าไฟไหม้บ้านหลังนี้ มีเครื่องบินทิ้งระเบิดและอคินกับริศาก็อยู่ในกองเพลิงด้วย ริศาปลอบป้านิ่มว่า

ฝันร้ายจะกลายเป็นดีแต่ป้านิ่มติงว่าฝันสามคืนติดกันไม่ดีแน่

ทันใดนั้นผีอัศนีก็พูดแทรกขึ้นว่าก่อนที่ตนจะเครื่องบินตกก็ฝันเห็นเครื่องบินตกมาก่อนสามคืนติดกัน ริศาฟังแล้วใจไม่ดีแต่ก็พยายามพูดปลอบใจป้านิ่มว่าอาจเพราะเรามีเรื่องร้อนใจก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจะเกิดขึ้นจริง

ป้านิ่มบอกว่าริศาไม่อยู่บ้านตนไม่สบายใจเลย ไหนจะเรื่องคนที่มันมายิงนายคนนั้นที่หน้าบ้าน แล้วพออยู่คนเดียวก็นอนสะดุ้งตลอดเวลา

“ก็จริงนะ คนร้ายทุกคนรู้ว่าสาริศาอยู่ที่นี่ บ้านนี้ ไอ้เจ้าศรันย์มันก็เคยเข้านอกออกใน” ผีอัศนีเห็นด้วย เลยทำให้ริศาคิดหนัก

ฝ่ายอคินพอกลับไปเจอคุณย่าก็อวดว่าตนกลับมาแล้วอย่างปลอดภัย ถูกคุณย่าจับโกหกทันทีว่าตาเขียวปากเจ่อมาแบบนี้หรือปลอดภัย แล้วเอาคลิปที่อรนิภาฟ้องเรื่องอคินไปสืบเรื่องเครื่องบินตกจนเกิดเรื่องราว คุณย่าเปิดคลิปให้ดูแล้วสั่งเด็ดขาดว่า

“ฉันออกคำสั่งให้แกเลิกสืบเรืองเครื่องบินตก ถอนตัวออกจากบลูไคท์แล้วปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างเป็นหน้าที่ของคนอื่น” อคินถามว่าคุณย่ามีเหตุผลอะไร “เหตุผลเหรอ เหตุผลคือฉันรักแก ฉันไม่อยากให้แกไปตายแล้วจากฉันไปอีกคน”

“ผมไม่จากย่าไปไหนหรอก ปู่เขาจากย่าไปยังไงเหรอครับ เขาไปขับเครื่องบินแล้วไม่กลับมาใช่ไหมย่าช่วยเล่าทุกอย่างให้ผมฟังที มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้ย่าเป็นคนไม่ปกติแบบนี้”

คุณย่าเสียงเขียวว่าหาว่าตนไม่ปกติเหรอ อยุทธให้อคินขอโทษคุณย่าเดี๋ยวนี้

“แต่คุณย่าแปลกจริงๆนี่ครับพ่อ พ่อคิดดูนะ เราโดนห้ามพูดถึงปู่กันเลย พ่อไม่สงสัยเหรอว่าปู่ผิดยังไง เลวร้ายยังไงถึงทำให้ย่าเป็นแบบนี้”

“หยุด” คุณย่าตวาด อคินสวนทันทีว่าไม่หยุด ตนอยากรู้เรื่องปู่ คุณย่าเลยด่า “แกมันเลว”

 “ใช่ ผมเลว ผมอยากเป็นนักบินรบผมก็เป็นไม่ได้ เพราะผมสอบเข้าเตรียมทหารไม่ติด ผมถึงต้องมาเป็นนักบินพาณิชย์ไง ตอนที่เพื่อนทุกคนที่บ้านครูจันทรามีเรื่องให้เขียนเรียงความว่าใครคือฮีโร่ ทุกคนมีฮีโร่ของเขา ผมเองก็อยากเขียนถึงปู่ เพราะผมคิดว่าคนที่ขับเครื่องบินรบได้จะต้องเก่งมาก แต่ผมก็เขียนไม่ถูก เพราะผมไม่รู้เรื่องของปู่เลย ทำไมครับย่า ปู่ทำอะไรที่มันเลวร้ายมากเหรอ ปู่ไปมีเมียน้อยซักโหลหรือไงย่าถึงห้ามใครๆเล่าเรื่องปู่ให้พวกเราฟัง”

คุณย่าเป็นลมไปทันที อยุทธรีบประคองย่าไป อคินทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยใจสุดๆ พึมพำปวดร้าว

“ย่า...ผมพยายามเข้าใจย่านะ แต่ย่าก็ต้องพยายามเข้าใจผมบ้างสิ...”

ตกเย็นริศาเรียกอคินไปหาที่บ้าน บอกว่าตนจะไปจากที่นี่สักพัก ป้านิ่มเอาของที่จำเป็นล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ตนไม่อยากรบกวนเขา พยายามจะทำเองแต่ก็ทำไม่ได้จริงๆ เธอชี้ไปที่เครื่องคอมพ์ของพ่อที่อคินรื้อเมื่อคราวที่แล้วบอกว่าอยากเอาของจำเป็นไปกับตัวไม่อยากทิ้งไว้ที่นี่ อคินจึงรีบจัดการให้

ผีอัศนีที่รู้สึกแปลกๆกับโมเดลเครื่องบินที่โต๊ะ

ก็ย้ำกับริศาให้เอาโมเดลเครื่องบินลำนี้ไปด้วย

แต่ไม่ทันได้ทำอะไร พวกเทพก็กระหน่ำยิงมาจากนอกบ้านหูดับตับไหม้ อคินกับริศาวิ่งออกจากบ้านแต่สะดุดล้ม โมเดลเครื่องบินที่ริศาถือมากระเด็นไปไกลเธอก็ยังพยายามควานหาจนเจอและหยิบไปด้วย

วิ่งไปเจอบึงน้ำขนาดใหญ่รอบบึงเป็นที่โล่ง อคินตัดสินใจเลื่อนตัวลงไปในบึง ริศาไม่กล้าลงน้ำ อคินต้องปลุกปลอบใจอยู่นานจึงยอมลง โดยมีผีอัศนีคอยลุ้นตลอดเวลา

แต่พอลงซ่อนตัวที่ตลิ่ง ผีอัศนีก็ทำเสียงคนว่ายน้ำหนีไป พวกเทพมาถึงหลงกลจึงยิงกราดไปกลางบึง

ooooooo

อคินกับริศาถูกปลอกกระสุนที่พวกเทพยิงหล่นใส่หัวราวกับห่าฝนทั้งเจ็บทั้งกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ พอพวกมันเห็นทุกอย่างเงียบ เทพส่งสัญญาณให้วิ่งอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของสระ

พอเสียงฝีเท้าพวกมันวิ่งห่างออกไป อคินก็พาริศาขึ้นจากสระแล้วไปหาครูจันทราที่บ้าน ครูถามว่าไปทำอะไรมาสภาพถึงเหมือนลูกหมาตกน้ำแบบนี้

“ครูจำเรื่องที่ผมสงสัยว่าเครื่องบินตกมันจะไม่ใช่อุบัติเหตุได้รึเปล่าครับ มันลงมือหนักขึ้นเรื่อยๆ อาจจะหมายความว่า...เรากำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที”

ริศาบอกว่าพวกมันมาถล่มบ้านตน อคินย้ำว่าด้วยอาวุธสงครามเลย ขณะนั้นเองผีอัศนีก็ถามริศาว่าเครื่องบินจำลองลำนั้นอยู่ไหน ริศานึกได้ถามอคิน อคินบอกสงสัยหายไปตอนลงไปในน้ำ ผีอัศนีบ่นว่าอุตส่าห์หยิบมาดันทำหายเสียได้ อคินถามว่ามีอะไรสำคัญหรือ

“ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างข้างในนั้น เซ้นส์แบบผีๆมั้ง”

อคินควักยูเอสบีสีฟ้าสดใสออกมาถามว่านี่หรือเปล่า ตนเห็นมันโผล่ออกมาจากหัวของโมเดลเครื่องบินเลยหยิบมา แต่เปียกน้ำขนาดนี้ไม่รู้จะใช้ได้หรือเปล่า ครูจันทราบอกว่าได้ ให้เอาไปใส่ไว้ในตุ่มข้าวสาร พอมันแห้งก็ใช้ได้เหมือนเดิม อคินกับริศามองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

ทีวีออกข่าวภาพที่บ้านริศาถูกถล่มยับเยินและพยายามสัมภาษณ์ริศากับอคิน แต่ทั้งสองปฏิเสธที่จะพูดและพากันรีบออกจากวงล้อมนักข่าว

ศรุตดูแล้วลุกพรวดโพล่งอย่างหัวเสียว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง แบบนี้ก็บรรลัยหมด พอเจอศรันย์ก็ตรงเข้าไปกระชากเข้ามาถามว่านั่นฝีมือเขาใช่ไหม โกรธที่ริศาไม่สนใจตัวเองเลยทำแบบนี้ ศรันย์ถามว่าพ่อบ้าหรือเปล่า ตนอยากได้ริศาจะตายจะทำแบบนี้ทำไม แล้วนึกเป็นห่วงริศาผละไปทันที


ศรุตหงุดหงิดหัวเสียที่เรื่องทั้งหมดดูจะบานปลายใหญ่โตไปทุกที

ฝ่ายมิสเตอร์เอฟก็พาลูกน้องสองคนบุกไปที่บ้านพักของเทพที่ตัวเทพเอง จอร์จและลูกน้องอีกสองคนกำลังทำแผลจากที่ไปลุยบ้านริศามา จอร์จถูกมิสเตอร์เอฟใช้ปืนเก็บเสียงยิงคว่ำตายคาที่ทันที ลูกน้องสองคนของมิสเตอร์เอฟลั่นไกใส่ลูกน้องสองคนของเทพทะลุกลางหน้าอกแม่นราวกับจับวาง

เทพกระโดดหลบเข้ามุมถามว่าทำไมท่านทำกับตนแบบนี้

“พวกแกทำเสียแผนทุกอย่าง ขอแก้ตัวมากี่ครั้งสำเร็จสักครั้งรึยัง ไอ้อคินตามไปถึงอินดาน่า ป่านนี้สืบรู้อะไรไปถึงไหนแล้ว แต่แกก็ไม่มีปัญญาจะฝังมันที่นั่น”

เทพอ้างว่าพวกมันมีผีช่วย มิสเตอร์เอฟถามว่าแล้วที่ถล่มบ้านลูกสาวกัปตันที่ตายไป บ้านพังยับแต่ทำไมคนรอด เทพบอกว่ามันมีผีช่วยจริงๆ

“แกทำงานพลาดแต่ละครั้งก็เหมือนลอกคราบขบวนการของเราออกทีละชั้น พวกเราต้องทำงานยากขึ้น ...พวกหน้าโง่แต่ขยันแบบนี้ไปอยู่กับผีเถอะไป๊”

เพียงมิสเตอร์เอฟพยักหน้าเทพก็ถูกยิงจมกองเลือด มิสเตอร์เอฟชักมีดออกมายิ้มเลือดเย็น

 “อย่า!! อย่า !!!” เทพร้องแทบไม่เป็นภาษา

ooooooo

เบนมาหาอคินที่บ้านครูจันทรา ครูจึงให้ไปที่ตุ่มข้าวสารบอกให้ช่วยดูนี่หน่อย พลางป้านิดก็งมไปในตุ่มหยิบยูเอสบีขึ้นมาบอกว่า

“นี่ไงคะ ไอ้เจ้านี่แหละค่ะที่อคินกับสาริศาคาดว่าจะเป็นข้อมูลไขคดีปริศนาของเรื่องราวทั้งหมด”

เมื่ออคินเสียบยูเอสบีเข้าเครื่องคอมพ์ ปรากฏข้อมูลการเช่าซื้อเครื่องบินที่แพงเกินจริง แถมการโอนเงินเข้าธนาคารยังมีข้อน่าสงสัยทั้งจำนวนเงินและธนาคารที่ทางบลูไคท์ไม่ได้ใช้ทำธุรกรรมเป็นหลักด้วย อคินจึงส่งข้อมูลให้สเตฟานี่ช่วยดู สเตฟานี่บอกว่าจะตรวจสอบกับข้อมูลที่ตนมีอีกครั้ง ได้เรื่องอย่างไรจะติดต่อกลับอีกทีและเตือนอคินให้ระวังตัวด้วยเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติอาจมีบางคนที่ไม่อยากให้เขาขุดคุ้ยต่อ

อคินขอบคุณที่เตือน แม้จะกังวลใจเรื่องนี้แต่ก็โล่งใจที่ส่งข้อมูลสำคัญให้สเตฟานี่แล้ว

เมื่ออคินกลับไทยแล้ว อรนิภาก็จะกลับ อ้างกับอังคารว่าต้องกลับไปดูแลกิจการที่เมืองไทย พูดแล้วบ่นว่าไม่ทันไรคนอินบ็อกซ์เข้ามาสั่งของอีกแล้วพลางหยิบโทรศัพท์ดู พอเห็นชื่อริศาก็บ่นอารมณ์เสีย

“โทร.มาอยู่ได้ ถามอยู่นั่นแหละว่ารู้จักคนที่นามสกุลเดียวกับเรารึเปล่า จะไปรู้ได้ไงล่ะยะ คนนามสกุลซ้ำกันตั้งเยอะตั้งแยะ” อังคารถามว่าเขาถามถึงใคร “อนงค์ สิริปัญญา ญาติๆเรามีใครชื่อนี้ด้วยเหรอคะ...”

อังคารอึ้งไปทันที อรนิภาตัดบทว่าพ่อไม่ต้องไปสนใจหรอก ตนจะบล็อกทิ้งไปเลยแล้วรีบไปกลัวตกเครื่อง อังคารยังพยายามรั้งไว้อีก คราวนี้อรนิภารับตรงๆว่าตนต้องรีบกลับไปชิงทำคะแนนคืนจากอคิน มัวอยู่ที่นี่เดี๋ยวเสียคะแนนหมดแล้วรีบไปเลย อังคารได้แต่มองตามลูกสาวไปอย่างหนักใจ

ริศาบอกผีอัศนีว่าไม่รู้จะตามหาอนงค์ให้ได้ที่ไหนอีก เพราะถามไปในโลกออนไลน์ก็ถูกบล็อกไปแล้ว ผีอัศนีบ่นว่าถามแค่นี้ก็ต้องตัดการติดต่อ ยัยนี่มันเป็นใครกัน ริศาเปิดโปรไฟล์ให้ดูก็ไม่เห็นหน้าเพราะเป็นรูปหญิงสาวทำโยคะเท่านั้น

ป้านิ่มเดินมาเห็นริศาพูดคนเดียวก็ตกใจเข้ามาถามหวาดๆว่าทำไมพูดคนเดียว สารัตถ์มาหาเหรอ? ริศาบอกว่าเปล่า ตนหงุดหงิดเพื่อนในเฟซบุ๊กใจร้ายมากถามอะไรก็ไม่ตอบ แล้วรีบกระซิบบอกผีอัศนีว่าไปก่อนนะแล้วค่อยคุยกัน

ooooooo

ฝ่ายอคินก็ยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณย่าที่หวงและห่วงหลานชายหัวแก้วหัวแหวนจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ และอคินก็ชอบแหย่คุณย่าให้หงุดหงิด

วันนี้เขาบอกคุณย่าว่าจะไปค้างบ้านเพื่อน จะไปนอนบ้านผู้หญิงที่ตนรัก ถูกคุณย่าประชดว่าคนอย่างเขารู้จักความรักหรือเปล่าว่ารักคืออะไร มีแต่เรื่องกิเลสตัณหาเท่านั้นแหละ

“ไม่ใช่เลยครับ ผู้หญิงคนนี้ดีงามไร้เดียงสาอ่อนหวานบอบบางต้องการคนปกป้อง ผมอยากจะดูแลเขาตลอดไป ย่าอยากรู้จักน้องเขาไหมครับ ผมอยากจะเปิดตัวเขาให้พ่อกับย่าได้รู้จัก”

คุณย่าทั้งงอนและหมั่นไส้ บอกอยุทธว่าไม่ต้องสนใจ มันจะขึ้นเขาลงห้วยอะไรก็ช่างมัน อคินบอกว่าเอาที่คุณย่าสบายใจก็แล้วกันแล้วไหว้ลาหอมแก้มคุณย่าเป็นพิธีอย่างที่เคยทำ บอกว่าอาจไปหลายวันแต่ไม่ต้องห่วงมีอะไรก็โทร.ไปได้เสมอ

พออคินออกไป อยุทธก็ได้รับโทรศัพท์จากอังคารถามว่าอคินได้เล่าอะไรให้ฟังหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่อินดาน่า อยุทธบอกว่าไม่ได้เล่า

อังคารคาดว่ามันคงไม่อยากให้ทางบ้านรู้ แล้วเล่าให้ฟังว่า

“มันมีปัญหากับขบวนการอาชญากรข้ามชาติอะไรสักอย่าง วันนี้ดูข่าวเมืองไทยก็เห็นว่าบ้านเด็กผู้หญิงที่เป็นลูกสาวกัปตันสารัตถ์สายการบินบลูไคท์ก็โดนถล่ม มันต้องเกี่ยวกันแน่ๆ”

“นายอย่าเล่าอะไรให้แม่ฉันฟังนะ เดี๋ยวตกใจไปใหญ่ ระยะนี้แม่ยิ่งมีอาการ...”

เอมอรถามขัดขึ้นว่าคุยกับใคร พอรู้ว่าอังคารโทร.มาก็บอกให้เอาโทรศัพท์มานี่ ถามทันทีว่าลูกสาวเขาหลอกอคินไปอินดาน่าด้วยกันตั้งสองวันสามคืนมีอะไรกันหรือเปล่า อังคารบอกว่ามีอีกสองสาวไปด้วยสวยๆทั้งนั้น แล้วเล่าให้ฟังว่า

“เอ่อ...คุณอาครับ ยัยอรมาบ่นว่ามีคนในเฟซบุ๊กอินบ็อกซ์มาถามยัยอรถึงคนชื่ออนงค์ สิริปัญญา น่ะครับ” เอมอรตกใจจนโทรศัพท์แทบหลุดมือ อยุทธถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เอมอรตอบเสียงปร่าว่าแม่ไม่เป็นไร ถามอังคารว่าแล้วยัยอรตอบไปว่ายังไง “ยัยอรจะไปรู้อะไร เด็กๆไม่มีใครเคยทราบหรอกว่าคุณอาเคยใช้ชื่ออนงค์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอมอร แต่มันก็นานมากแล้วตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ”

“ฉันเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลใหม่มาตั้งหลายสิบปีแล้ว ทำไมถึงมีคนถามหาอนงค์อีก” อังคารถามว่า “มีญาติพี่น้องฝั่งไหนของคุณอาที่ไม่รู้ว่าคุณอาเปลี่ยนชื่อรึเปล่าครับ”

“มีสิ...มีคนเดียวนั่นแหละที่ไม่รู้ว่าฉันเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลเพราะไม่อยากให้ใครตามตัวเจอ ไม่อยากนึกถึงอดีตอีกต่อไป...ดีแล้วอังคาร แกไม่ต้องบอกใครทั้งสิ้นว่าฉันเคยเปลี่ยนชื่อ อนงค์ สิริปัญญา ตายไปแล้วจากโลกนี้ ตอนนี้มีแต่เอมอร นภประสิทธิ์ เท่านั้น”

วางโทรศัพท์จากอังคารแล้วเอมอรพึมพำน้ำตาคลอ...

“ทำไม...ทำไมเรื่องในอดีตมันต้องตามมาหลอกหลอนฉันตลอด...ทำไมกัน???”

อยุทธกอดแม่อย่างสงสารเห็นใจ เอมอรกอดลูกชายร้องไห้คิดถึงอดีตที่ตัวเองฝังใจไม่เคยลืม...

ooooooo

ป้านิ่มเปิดโอกาสให้อคินกับริศาทำอาหารกันในห้องครัว ตัวเองออกไปซื้อมังคุดในสวนซอยใกล้ๆ แม้อคินกับริศาจะมีความรู้สึกดีๆต่อกันแต่ทั้งสองก็ไม่ชิงสุกก่อนห่ามอย่างที่ผู้ใหญ่สอน ช่วยกันทำอาหารกุ๊กกิ๊กๆไปตามประสาหนุ่มสาว

ผีอัศนีมาเห็นก็บ่นอย่างหมั่นไส้ เมื่อป้านิ่มกลับมา อคินทำน้ำจิ้มสำหรับปลานึ่งสมุนไพรที่ริศาเป็นคนทำ ป้านิ่มบอกว่าน้ำจิ้มนี่สูตรของคุณย่าริศาเลยนะ คุณอังคณาเป็นคนทำอาหารเก่งมาก เสน่ห์ปลายจวักเป็นที่หนึ่งในอำเภอเลย ริศาบอกว่าตนเคยเห็นแต่รูปของคุณย่าอังคณา

“ก็คุณย่าเสียไปตั้งแต่ก่อนหนูจะเกิด แต่ป้าจำได้แม่นเลย โดยเฉพาะวันแต่งงานของน้าสันติกับน้าอังคณา เพราะวันนั้นน้าอังคณาสวยมาก สวยจนใครๆก็ตะลึง”

ป้านิ่มเล่าถึงอดีตว่า น้าสันติตอนหนุ่มๆหล่อมาก ใครๆก็ไม่อยากเชื่อว่าน้าสันติจะสละโสด ทุกคนแปลกใจที่จู่ๆน้าสันติก็ลุกขึ้นมาประกาศแต่งงานทั้งที่คบกับน้าอังคณาได้แค่ไม่กี่เดือน เขาลือกันว่าน้าสันติอกหักจากสาวคนอื่นเลยมาลงเอยแต่งงานกับน้าอังคณา

“มันจะอกหักจากใครได้ถ้าไม่ใช่แม่อนงค์ของฉัน ไอ้เพื่อนทรยศ” ผีอัศนีโพล่งขึ้น แล้วก็สะกดจิตริศาให้เข้าสู่วันงานแต่งงานของตนในอดีต ส่วนป้านิ่มไม่รู้อีโหน่อีเหน่จู่ๆก็ฟุบหลับไปคาโต๊ะอาหาร

อคินกับริศาหลุดเข้าไปในโลกอดีต ทั้งสองอยู่ในชุดพื้นบ้านภูไทมาร่วมงานของอัศนีกับอนงค์ ผีอัศนีเล่าประกอบบรรยากาศว่า ในวันแต่งงานของตน สันติพาแฟนมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก งานจัดพิธีแบบอีสาน

อัศนีมีแม่มานั่งอยู่ แต่อนงค์มีหญิงวัยกลางคนนั่งข้างๆ เพราะคุณแม่เธอไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ทะเลาะกันรุนแรงจึงไม่มางาน อัศนีเล่าว่า

“อนงค์เป็นคนใจเด็ด ตัดสินใจอะไรแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนใจเธอได้”

สันติพาอังคณามาเปิดตัวในงานนี้แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเธอเลย สายตาและความสนใจจดจ่ออยู่กับอนงค์ตลอดเวลา จนอังคณาน้อยใจเดินหนี อัศนีบอกให้ตามไปก็บอกว่า “เดี๋ยวเขาก็กลับมาเองแหละ”

บรรยากาศงานครึกครื้นรื่นเริงด้วยประเพณีอีสานจนอคินกับริศาที่หลุดไปในโลกอดีตชวนกันออกไปเซิ้งกันสนุกสนาน

สันติดื่มจนเมาแล้วแต่งกลอนสดให้อัศนีในงานว่า

“เก็บดอกไม้ทั้งป่ามาโปรยปราย เก็บดาวรายทั้งฟ้ามาส่องแสง ในงานแต่งอนงค์-อัศนี นั่นสตรีในฝันนั่นก็เพื่อน ไม่ลืมเลือนสัญญาและหน้าที่ วันใดเพื่อนบินลับไปไม่ไยดี จะดูแลคนดีแทนเพื่อนเอย”

ด้นกลอนสดแล้วสันติก็หัวเราะเมาๆ อัศนีเข้าไปบอกว่าเมาแล้วไปพักก่อนไหม สันติกลับจับมืออัศนีกับอนงค์มากุมกันอวยพรให้ทั้งสองมีความสุข มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง อัศนีสาธุขอให้สมพรปาก ส่วนอนงค์ขอบคุณ และถ้าวันแต่งของสันติ ตนสองคนก็จะแต่งกลอนอวยพรเขาอย่างสาสมเช่นกัน

จากนั้นไม่นานอัศนีก็พาอนงค์ไปโรงพยาบาล พอออกจากห้องหมอ อัศนีก็กระโดดตะโกนว่าตนจะเป็นพ่อคนแล้วทั้งยังเชื่อว่าจะได้ลูกชาย บอกว่าถ้าเป็นลูกชายจริงตนจะสอนให้เป็นนักบินก่อนการตั้งไข่เลย

พอดีเจอสันติวิ่งหน้าตั้งมา อัศนีถามว่ามาได้ไงวันนี้มีบินไม่ใช่หรือ สันติบอกว่าเป็นห่วงอนงค์เลยแว่บมาก่อน อัศนีเหน็บขำๆว่านี่เมียเพื่อนนะห่วงยิ่งกว่าแฟนตัวเองอีก พอรู้ว่าอนงค์จะมีลูกแล้ว สันติก็กอดทั้งสอง

“โอ้...ดีใจกับแกด้วยอัศนี อย่างงี้ฉันก็ต้องรีบแต่งงานแล้วสิ ไม่สิ...ฉันต้องมีลูกให้ทันแก...ลูกเราจะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน”

“เออ...รีบเลยเพื่อน ตอนนี้ฉันนำหน้าแกไปแล้วหนึ่งคะแนน” อัศนีโอบอนงค์หัวเราะสดชื่น

แล้วก็มีเหตุทำให้อัศนีระแวงสันติ เมื่ออัศนีรีบกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงอนงค์เมื่อเสร็จการปฏิบัติภารกิจ แต่เมื่อไปถึงบ้านเจอสันติกำลังดูแลอนงค์ที่แพ้ท้องหนักอย่างใกล้ชิดแม้จะมีอังคณาอยู่ด้วย แต่เธอก็ดูแลอยู่ห่างๆ อัศนีบอกตัวเองว่า “ฉันน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่ามันคิดจะทรยศกัน ไอ้สันติ”

และเมื่อไปลอยกระทงในวันลอยกระทง กระทงของอัศนีกับอังคณาลงน้ำก็เอียงกระเท่เร่แล้วคว่ำไป อัศนีบ่นว่าลางไม่ดีเลย สันติติงว่าอย่างมงายไม่จริงหรอก บอกว่า

“ถ้าแกไม่สบายใจ อะ...งั้นเอางี้” สันติเอาไม้ยาวๆ เขี่ยกระทงของตัวเองคว่ำไป ถามอัศนีว่า “ล่มก็ล่มเป็นเพื่อนกันเว้ย โอเคยัง”

อัศนีหัวเราะเดินกอดคอสันติออกไป อนงค์กับอังคณาก็เดินควงแขนกันไปอย่างสนิทสนม...

ooooooo


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 4 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 12:29 2018-08-05T01:30:32+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ