วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 3 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

อคินขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาเกือบชนวีรนุชเพื่อนสนิทของริสาที่เพิ่งลงจากแท็กซี่มาหาริศาที่บ้าน ริศาออกมาเจออคินก็ของขึ้นถามว่าตามมาอีกทำไม ทำไมไม่รีบไป เดี๋ยวแฟนก็โทร.มาตามอีกหรอก

วีรนุชมองความหล่อของอคินเคลิ้ม ริศาแนะนำประชดว่าเขาชื่ออคินเป็นคนแลกไฟลท์กับพ่อตน แล้วชวนวีรนุชเข้าบ้านเลย

เมื่อเข้าไปในห้องของริศา วีรนุชเห็นสร้อยพร้อมจี้สวยแปลกวางอยู่ก็หยิบลองสวมดู ผีอัศนีไม่พอใจบอกว่า “อนงค์...ให้อนงค์เท่านั้นไม่ให้ใคร” ปรากฏว่าวีรนุชร้อนจนต้องรีบถอดออก ถามริศาว่าทำไมมันร้อนอย่างนี้ ริศาบอกว่าเมื่อกี๊กล่องสร้อยวางตากแดดอยู่ก็เลยร้อน ชวนวีรนุชว่ามาก็ดีแล้วคืนนี้นอนบ้านด้วยกันนะ

ฝ่ายอคินกลับถึงบ้านคุณย่า เจอทั้งคุณย่า อยุทธและอรนิภามองมาเป็นตาเดียว อคินยิ้มหวานไหว้คุณย่ากับพ่อทักร่าเริง “แหมอยู่กันครบเลย”

คุณย่าตำหนิว่าหายไปหนึ่งวันหนึ่งคืนทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไม่ได้นะ อคินปะเหลาะคุณย่าเอาขนมให้กินจะได้อารมณ์ดีขึ้น อรนิภาถามอคินเรื่องถูกพักงานและชวนไปทำงานกับตน ถูกคุณย่าขัดคอว่างานขายอาหารเสริมของเธอจะให้อคินที่เป็นนักบินช่วยยังไง อคินไม่ทำหรอก แล้วแนะนำให้ซื้อเครื่องบินให้ขับเล่นสักลำอคินถึงจะไปทำงานด้วย

อรนิภาทำเป็นนึกได้ว่าถึงเวลาต้องประชุมแล้ว จึงลากลับขอให้อคินเดินไปส่งที่รถด้วย แล้วอรนิภาก็ถาม อคินว่าเรื่องเครื่องบินตกเป็นอย่างไรบ้าง ทางประเทศอินดาน่าที่เป็นต้นทางเครื่องบินเขายังไม่เชื่อเลย ตอนนี้กำลังสืบกันวุ่น อคินสนใจทันทีถามว่าเธอสนใจเรื่องนี้ด้วยหรือ

อรนิภาบอกว่าพอตนได้ข่าวเครื่องบินตกก็ติดต่อไปทางคุณพ่อ อคินถามว่ามีข่าวคืบหน้าอะไรไหม

“มีค่ะ พรุ่งนี้พี่ไปรับอรที่บ้านสิคะ เดี๋ยวอรจะเล่าให้ฟังทุกอย่างเลย พี่อยากรู้อะไรอรจะถามพ่อให้แบบพิเศษเลย”

อคินสนใจมากเพราะเป็นเรื่องที่ตนมุ่งมั่นต้องเคลียร์ให้ได้

เมื่อกลับเข้าไป อคินเอารูปสันติให้อยุทธดู ถามว่าพ่อรู้จักเครื่องแบบนักบินแบบนี้ไหม ปู่เป็นนักบินหน่วยไหน อยุทธบอกว่าตนไม่สนใจเรื่องนี้ พออคินบอกว่าปู่ขึ้นบินในวันที่พ่อเกิดพอดี อยุทธปรามอคินว่าย่าห้ามเราคุยถึงปู่ ถ้าท่านได้ยินจะเป็นเรื่อง ตนไม่อยากให้ย่าเสียใจ

คุณย่าพอใจที่อคินถูกพักงานจะได้เปลี่ยนอาชีพ แต่อคินบอกว่าถึงตนไม่ได้บินที่บลูไคท์ก็จะไปบินที่อื่น เพราะเรื่องเครื่องบินตก มันเป็นฝีมือของคนด้วยกัน

ซึ่งตนจะต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง แล้วขอตัวไปนอนบ้านเพื่อน บอกพ่อว่าไม่ต้องโทร.ไปอีก เสร็จธุระเมื่อไหร่ตนก็จะกลับ

พออคินไป คุณย่าถามอยุทธว่าบอกอคินเรื่องที่ตนอ้อนวอนกระทั่งกราบกรานผู้ใหญ่ไม่ให้อคินสอบผ่านทั้งที่สอบได้อันดับที่ดีหรือเปล่า คุณย่าร้องไห้บอกว่าไม่อยากให้อคินเป็นทหาร ไม่อยากให้มีจุดจบเหมือนปู่

“แม่...แม่อย่าร้องไห้ แม่อย่ากลัวนะครับ พวกเรา ผมกับอคิน จะอยู่กับแม่ไม่ทิ้งแม่ไปเหมือนที่คนอื่นทำแน่นอนครับ ผมสัญญาครับแม่ อคินก็สัญญาครับ”

อยุทธกอดปลอบแม่ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

อคินไปที่บ้านเบน เบนกับอวัศยาเปิดแผนที่อินดาน่าในคอมพ์ให้ดู อธิบายที่ตั้งและปัญหาในประเทศนี้ให้ฟังซึ่งซับซ้อนและเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งทางศาสนาและชนเผ่า ส่วนหมู่เกาะอาวีที่เต็มไปด้วยน้ำมันก็กำลังขัดแย้งเรื่องราชวงศ์ซาลองยาน

อวัศยาบอกว่าอคินไม่ควรไปอินดาน่าเพราะอันตราย เชื่อว่าอรนิภาอาจหาทางหลอกให้อคินไปเพื่อเคลมเขามากกว่าจะช่วยสืบเสาะอะไร

แต่อคินมีเหตุผลสามข้อที่ต้องไป คือหนึ่ง ในใจของริศามีความคิดว่าตนเป็นคนทำให้พ่อเขาต้องตายตลอดเวลา สอง พวกผู้บริหารโยนความผิดว่าพี่สารัตถ์ สภาพร่างกายไม่พร้อมก่อนบิน ซึ่งตนจะต้องพิสูจน์ว่าไม่จริง และสาม พวกนั้นพยายามสร้างภาพว่ามีการจงใจทำให้เครื่องตก ตนคือผู้สมรู้ร่วมคิดถึงได้รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าและแลกไฟลท์กับพี่สารัตถ์ เพราะฉะนั้นตนจึงต้องรีบทำ

ผีอัศนีบอกริศาว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยตนพาเธอไปดูเรื่องราวของตนกับอนงค์ไม่สะดวก โทษว่าเพราะริศากำลังวุ่นวายใจเรื่องอคินจนลืมทุกอย่างแม้แต่เรื่องของตนกับเรื่องของปู่เธอ ประณามว่าเธอเห็นแก่ตัวเหมือนปู่

ริศาไม่พอใจที่มาว่าปู่ตน โต้ว่าปู่ตายไปแล้วไม่มีสิทธิ์มาแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เขาจะพูดอะไรก็ได้ ผีอัศนีจึงพาเธอไปดูสภาพของสันติที่ไปดื่มเมาจนไม่ได้สติ

ตนต้องไปหิ้วปีกกลับทั้งที่สันติเป็นคนไม่ค่อยดื่ม สาเหตุเพราะอกหัก สันติยอมรับว่าตนรักอนงค์แต่อนงค์กลับรักอัศนี ยิ่งเมื่ออัศนีบอกว่าตนจะแต่งงานกับอนงค์ สันติแสดงความยินดีด้วยที่เขาชนะ รำพึงรำพันว่า

“แกมันชนะฉันทุกอย่าง ชนะมาตลอด แกไม่ควรจะมีชีวิตอยู่เลย น่าจะตายๆไปซะให้รู้แล้วรู้รอด..ถ้ามึงตายไปซะ อนงค์ก็ต้องรักกู”

สันติทำท่ายิงและทำเสียงปังแล้วหัวเราะราวกับเสียสติบอกว่าล้อเล่น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องจริง กล่องของขวัญที่เขียนว่า “ผมชอบ” ก็ตั้งใจจะเอาไปให้ยัยแอ๋วที่บาร์จินนี่พรุ่งนี้ ริศาถามว่าหยอกกันแบบนี้เลยหรือ

“ไปบอกปู่เธอโน่น...ปู่เธอมันตัวการ” ผีอัศนีโยนกล่องเสียงขุ่น

ooooooo

ริศาถือที่ร่อนแป้งเดินคุยกับผีอัศนีมาในซอยเข้าบ้านเลยดูเหมือนเดินพูดคนเดียว อคินขับรถมาเจอคิดว่าเธอละเมอเดินออกนอกบ้าน เป็นห่วงบอกเธอน่าจะไปพบแพทย์

ป้านิ่มกับวีรนุชออกตามหาริศาเจออยู่กับอคิน

วีรนุชถามว่าริศาออกมาเคลียร์กับอคินหรือ ส่วนอคินบอกป้านิ่มจริงจังว่า อาการริศาน่าเป็นห่วงควรพาไปพบแพทย์

ริศาเลยพาลโทษผีอัศนีที่ทำให้ตนเกือบถูกอคินจับส่งโรงพยาบาลบ้าเพราะเห็นเดินพูดคนเดียว

วันเดียวกันศรันย์จะไปรับริศามาประชุมที่บริษัทเพื่อเซ็นรับโอนหุ้นของสารัตถ์ ฝันฟุ้งว่าต่อไปตนแต่งงานกับเธอแล้วหุ้นก็จะเป็นของเราทั้งหมด บอกศรุตว่าคนนี้ตนชอบให้พ่อช่วยจัดการให้ด้วย

ศรุตบอกว่าสิ่งแรกที่เขาควรทำคือประชุมเรื่องบัญชีกับพ่อด่วน พ่อต้องการดูเอกสารเรื่องการจัดซื้อ ย้อนหลังหน่อย ศรันย์หน้าเสียถามว่าพ่อให้ตนดูแลการเงินของบริษัทแล้วทำไมต้องมาเช็กโน่นเช็กนี่ซ้ำซ้อนให้มันวุ่นวายอีก แล้วลูกน้องจะมองตนยังไง

ศรุตบอกว่าแผนกบัญชีของเขามีปัญหา ศรันย์ทำหน้าตายถามว่าจริงหรือ ตนจะเช็กเองไม่ต้องถึงมือทีมงานวัยเกษียณอย่างพ่อหรอก

ศรันย์กลัวถูกสาวไส้ คิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายสั่งนุชให้ทำลายหลักฐานการจัดซื้อย้อนหลังสามเดือนให้หมด ถ้าใครมาถามอะไรไม่ต้องตอบ เข้าใจแล้วให้รีบทำเลย เสร็จแล้วไปหาริศาที่บ้านอดคิดไม่ได้ว่าวันนี้อาสารัตถ์คงไม่เฮี้ยนเหมือนวันก่อน

หารู้ไม่ว่าผีอัศนีเตรียมต้อนรับอยู่แล้ว เมื่อศรันย์ไปถึงก็แกล้งเอามือลูบหลังจนศรันย์เสียววาบแต่แข็งใจเดินเข้าบ้านก็ถูกผีอัศนีขัดขาหน้าคะมำ ตั้งหลักได้ก็เดินคอแข็งทำเท่เข้าไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ป้านิ่มกำลังจะไปตลาด ผีอัศนีดลใจป้านิ่มให้รีบเข้าไปเฝ้าริศา ป้านิ่มตัดสินใจเดินย้อนกลับไปเฝ้าริศา

ศรันย์จู่โจมเข้าไปยืนข้างหลังริศาที่กำลังดูเตาอบจนริศาหันมาเกือบชนกัน เขาบอกริศาว่าจะมารับไปโอนหุ้น ป้านิ่มเดินฉับๆเข้ามาบอกว่าเรื่องหุ้นเรามีทนายจะเข้าไปเจรจาไม่ใช่หน้าที่ของริศา ริศาผสมโรงว่าใช่ ศรันย์ติงว่าจะจ้างทนายอีกทำไมให้เปลืองใช้ทนายของบริษัทเราเองนี่แหละ เร่งให้รีบไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่บริษัทจะบอบช้ำมากกว่าที่เป็นอยู่

พอดีวีรนุชเข้ามาบอกริศาว่าถ้าเพื่อนไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ศรันย์มองวีรนุชตาขวางบอกว่าตนเป็นรองประธานบริษัท แล้วเธอล่ะเป็นใคร ผีอัศนีกระซิบริศาทันทีให้บอกว่าเป็นทนายของเธอ

ทั้งริศา ป้านิ่มและวีรนุชเล่นละครประสานกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย วีรนุชอ้างว่าจะเปิดพินัยกรรมที่มันซับซ้อนกว่าทุกคนคิด ริศาขอให้ศรันย์กลับไปก่อนเพราะนี่เป็นความลับของครอบครัว ศรันย์ทำท่าจะไม่ยอมกลับ ถูกผีอัศนีแกล้งโดดขี่คอจนเข่าอ่อนทรุด มีเสียงแว่วข้างหูว่า “ไปเดี๋ยวนี้” ศรันย์กลัวเจอเฮี้ยนอีกเลยรีบไป

ริศากับวีรนุชไปเดินห้างกัน วีรนุชชวนถ่ายเซลฟี่กันเพื่อให้อารมณ์ดีขึ้น บังเอิญติดอคินที่อยู่อีกฝั่งพอดีริศาว่าบังเอิญเจออย่าไปสนใจเลย แต่วีรนุชอยากไปทักทาย ลากริศาไปด้วยกัน แต่ไปไม่ทันถึงก็ถูกอรนิภาตัดหน้าไปควงอคินหมับ สองสาวหยุดกึก ริศาฟันธงว่าอคินมาห้างแถวนี้เพราะต้องการโชว์แฟน จงใจเย้ยเรา

ขณะสองสาวชะเง้อมองอคินกับอรนิภานั้น ศรันย์ก็ร้องทักเสียงดัง

“น้องริศา จับได้แล้ว” แล้วตรงเข้าคว้ามือริศาไปกุมทันที กลายเป็นอคินควงกับอรนิภาและศรันย์กุมมือริศามองกันอยู่ ริศาตัดสินใจชวนศรันย์ไปบริษัทบลูไคท์กันเดี๋ยวนี้เลย ศรันย์มองวีรนุชถามว่าแล้วทนายล่ะ

“ให้เขาไปฟังการประชุมของเราที่บริษัทด้วยดีกว่าค่ะ”

วีรนุชหันมองอคินตาขวางแล้วตามริศาไป อคินมองตามริศาที่ไปกับศรันย์อย่างเป็นห่วง

ooooooo

วันนี้กิตติปลอมเป็นคนส่งของหอบช่อดอกไม้ไปที่บริษัทบลูไคท์ แลกบัตรกับพนักงานแล้วรีบเข้าไปที่ห้องน้ำตามแผน พอเข้าห้องน้ำก็รีบพ่นสีสเปรย์ที่ผนังห้องน้ำอย่างเร็ว อึดใจเดียวตัวอักษรสีแดงก็เต็มผนัง

ศรันย์พาริศาเข้าบริษัทโอบเอวพาเข้าห้องประชุม บอกว่าตนจะไปเตรียมเอกสาร ให้ริศาเข้าไปเก็บของในห้องอาสารัตถ์เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล้ว

ริศายังทำใจไม่ได้เรื่องพ่อ เธอเดินไปอีกทาง ศรันย์จะตามก็ถูกวีรนุชมาขวางด่าว่าพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นกับริศาได้ยังไง ศรันย์ผลักวีรนุชให้พ้นทาง ก็ถูกกิตติที่นั่งดูอยู่หยิบปากกาปาใส่หัวโป๊กแล้ววิ่งตามริศาออกไป

กิตติวิ่งไปบอกริศาว่าพ่อเธอไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ มีคนในบริษัทวางแผนปล้นเครื่องบิน พวกที่ปล้นนี่แหละที่ทำให้พ่อของเธอตาย ริศาถามว่ารู้ได้ไง ใครเป็นคนทำ ก็พอดีกิตติเห็นศรันย์เดินมาจึงรีบหนีไป

ศรันย์มาขอโทษริศาสัญญาว่าจะไม่พูดถึงพ่อน้องอีกแล้ว น้องยังทำใจไม่ได้ก็ไม่บอก แล้วพาริศากลับไปห้องประชุม จัดแจงเอาใบเซ็นรับโอนหุ้นให้เซ็น แล้วยังเอาใบเซ็นแต่งตั้งตนเป็นผู้ดูแลแทนอ้างว่าริศายังต้องใช้เวลาเรียนรู้งานอีกมาก วีรนุชขัดขึ้นว่าเรื่องนี้ให้ริศาคิดเองดีกว่า

ศรันย์อ้างว่าริศายังไม่มีประสบการณ์อะไร ตนมาช่วยดูแลให้ไม่ดีตรงไหน

“มันไม่ดีตรงที่สาริศาเขามีคนทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบชีวิตของเขาอยู่แล้วน่ะสิครับ คุณศรันย์”

ศรันย์หันด่าอคินถามว่าใครเชิญมา เขาไม่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบบลูไคท์อีกแล้ว อคินเลยไหว้กรรมการทุกคนบอกว่าตนอยากคุยกับทนายของบลูไคท์เหมือนกันว่าที่นี่มีสิทธิ์อะไรสั่งพักงานตนไม่มีกำหนด

ทนายบอกว่าตนเปล่า ทางฝ่ายกฎหมายของบลูไคท์ ไม่ได้เป็นคนบอกว่า...ทนายพูดไม่ทันจบนุชก็วิ่งหน้าตื่นตกใจเข้ามาบอกศรันย์ว่า

 “คุณศรันย์คะแย่แล้วค่ะ คุณศรุตกำลังช็อก!”


ooooooo

ศรันย์วิ่งไปที่ห้องน้ำชายเห็นพนักงานมุงกันเต็ม เขาตกใจแทบเสียสติร้องเรียกถามว่าพ่อเป็นอะไร...ศรุตพยายามยกมือชี้ไปที่ผนังและกระจกห้องน้ำชายถาม

“ใคร...ใครมันกล้าทำแบบนี้ มันเป็นใคร”

ศรันย์มองไปเห็นข้อความพ่นไว้เต็มห้อง “ไม่ใช่อุบัติเหต”, “มีคนร้ายปล้นเครื่องบิน”, “จับฆาตกรให้ได้” และ “เครื่องบินตกไม่ใช่ความผิดของนักบิน” และพนักงานรวมทั้งนุชด้วยก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตื่นตระหนก

อคินเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปตัวหนังสือเหล่านั้นทันที ถูกศรันย์กรากเข้ากระชากมือสั่งให้ลบรูปทิ้งให้หมด อคินปฏิเสธก็ถูกแย่งโทรศัพท์ปาและกระทืบซ้ำ ศรุตพยายามขอร้องว่าอย่ามีเรื่องกับอคิน

อคินถลันเข้าใส่ ศรันย์ท้าให้เอาเลย จากพักงานจะได้ไล่ออกแทน ริศาถลาเข้าจับแขนอคินบอกว่าอย่ามีคดีอะไรติดตัวอีกเพราะตนต้องพึ่งเขาอีกนาน อคินจึงได้สติชะงักและถอยออกมา

ศรันย์สั่งแม่บ้านให้ปิดห้องน้ำและไล่พนักงานที่มามุงดูกลับไปทำงานให้หมด ศรุตสั่งให้ดูกล้องวงจรปิด ขณะกำลังวุ่นวายกันนั้นริศาดึงอคินและวีรนุชออกไป

ศรันย์ปรี่เข้ามาขวางบอกริศาว่าเดี๋ยวตนจะไปส่ง ตนไม่ยอมปล่อยให้น้องไปกับไอ้อคินเด็ดขาด

ศรุตบอกให้ศรันย์เลิกยุ่งกับคนอื่นตนหายใจไม่ออกแล้ว กระนั้นศรันย์ยังละล้าละลัง มองอคินที่เดินออกไปกับริศาและวีรนุชอย่างหงุดหงิด

ทั้งสามเดินมาถึงสวนสาธารณะ อคินพยายามกู้โทรศัพท์แม้หน้าจอจะแตกแต่ภาพทั้งหมดยังโอเค ริศาบอกว่าผู้ชายคนนั้นชื่อกิตติ เป็นพนักงานที่นี่ เชื่อว่ากิตติต้องเป็นคนพ่นสีในห้องน้ำและพยายามบอกเรื่องพ่อกับตน แต่บอกไม่ทัน

อคินเสนอว่าเราสองคนต้องร่วมมือกัน วีรนุชขอร่วมด้วย ริศายอมรับว่าลำพังตนไม่สามารถทำอะไรได้ต้องพึ่งอคินเพราะเป็นคนที่พ่อไว้ใจและตนก็ไว้ใจ ยืนยันว่าเราจะไม่แตะเรื่องส่วนตัวกัน

อคินเสนอว่าเราต้องพยายามหาตัวกิตติและต้นทางที่เครื่องบินลำนั้นขึ้นบินคืออินดาน่า ถามว่าริศาจะไปค้นหาความจริงกับตนไหม ริศาชะงักสะบัดเสียงว่า “แฟนพี่คงไม่ชอบหรอกค่ะ”

อคินอึ้งนึกในใจว่า...อีกแล้วเหรอ? เขาอ่อนใจที่จะพูดเรื่องนี้อีก วีรนุชได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ที

ooooooo

รุ่งขึ้นอคินสืบค้นเรื่องที่บริษัทบลูไคท์อย่างจริงจัง เขาดูภาพถ่ายมาสะดุดใจคำว่า “ฆาตกร”จากสเปรย์ที่ผนัง ขณะกำลังคิดเครียด อรนิภาก็มาขัดจังหวะ แต่โชคดีที่เบนกับพัสกรมาแกล้งเล่นมุกเกย์ยั่วจนเธอทนไม่ได้หนีกลับไป ทั้งสองจึงช่วยกันค้นหากิตติ กุญแจสำคัญที่จะไขปัญหาคำว่า “ฆาตกร” ให้ได้

ฝ่ายศรันย์เช็กจากกล้องวงจรปิดแล้วบอกศรุตว่าเป็นฝีมือของกิตติแน่นอน จะช่วยตามหากิตติให้ ศรุตบอกว่าเขาไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ อย่าทำให้เสียเรื่อง ศรันย์ตัดพ้อว่าพ่อไม่เชื่อฝีมือตนอีกแล้ว ตนไม่ยุ่งกับพ่ออีกก็ได้ แต่จะไปล่าไอ้กิตติให้ได้

“อย่า ศรันย์พ่อขอร้องล่ะ” ศรุตร้องห้ามแต่ศรันย์พรวดไปแล้ว ศรุตทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง สิ้นหวัง

ฝ่ายอคิน เบนกับพัสกรร่วมกันคิดหาทางที่จะตามกิตติให้เจอ เบนพาเพื่อนไปตามที่ระบุในบัตรประชาชน เจอกิตติจริงๆ อคินแสดงตัวว่าเป็นน้องรักของสารัตถ์ ต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนเครื่องกันแน่

“จริงเหรอ คุณไม่ได้รู้ล่วงหน้าเหรอว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณถึงแลกให้คุณสารัตถ์ไปบินแทนไง”

เบนก้าวเข้าไปถามว่าไหนว่ารู้จริง ถ้ารู้จริงทำไมพูดแบบนี้ โม้หรือเปล่าหรือเที่ยวคุยมั่วไปเรื่อย กิตติท่าทีเปลี่ยนทันทีบอกว่าใช่ ตนมั่วเล่นโม้ไปเรื่อย ไม่รู้อะไรทั้งนั้น พัสกรหว่านล้อมว่าไม่ต้องกลัว เพราะกิตติกับอคินตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือถูกไล่ออกจากบริษัท ดังนั้นเขาควรร่วมมือกับเรา

กิตติท่าทีอ่อนลงแต่พอถามว่าพวกอคินรู้ได้ไงว่าตนอยู่ที่นี่ พออคินบอกว่าดูจากบัตรประชาชน กิตติก็ระแวงขึ้นมาว่าพวกนั้นก็ต้องรู้ที่อยู่ของตนเหมือนกันเพราะตนได้แลกบัตรที่ประตูทางเข้า แม้เบนบอกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้ กิตติก็ไม่สนใจ หาจังหวะโดดระเบียงหนีไปต่อหน้าต่อตา เบนจะตาม อคินบอกว่าอย่าเลยไม่คุ้ม

เบนเสนอให้คนมาเฝ้าที่นี่เพราะยังไงกิตติก็ต้องกลับมา แต่ดูๆแล้วกิตติเหมือนจะเป็นโรคจิตที่ทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจ อคินถามว่าความสนใจจากใคร ริศาหรือ พอเอ่ยถึงริศา อคินก็ขอตัวไปบอกว่าเป็นห่วงริศา พวกเราค่อยนัดกันใหม่แล้วกัน

“มันเป็นแบบนี้ทุกทีที่พูดถึงสาริศา” เบนส่ายหน้า งึมงำ

กิตติหนีไปจนหิว เจอร้านก๋วยเตี๋ยวจึงแวะกิน แต่เจอลูกน้องของเดอะฟ็อกซ์เข้าพอดีจึงมุดโต๊ะหนี  ลูกน้อง เดอะฟ็อกซ์ตามไปแต่ตลาดมีผู้คนพลุกพล่าน กิตติมุดหายไปในหมู่คนจนพวกนั้นถอยไป

กิตติซ้อนมอเตอร์ไซค์วินไปที่บ้านริศา เจอเธอพอดีรีบบอกว่าพวกมันกำลังตามล่าตน ไม่แน่ใจว่ามันอาจจะตามล่าคุณหนูเหมือนกัน ริศาถามว่าพวกไหน ใคร

“พวกที่วางแผนปล้นเครื่องบินไง” กิตติโพล่งออกไป แต่พอจะบอกว่าเป็นใคร อคินก็ขับรถเข้ามาจอดพรืด เห็นกิตติก็โพล่งว่านึกแล้วว่ามันต้องมาที่นี่ บอกกิตติว่ารู้อะไรมาบอกตนก็ได้  แต่อย่ายุ่งกับริศา กิตติเห็นอคินก็วิ่งหนีไป ริศาจะปั่นจักรยานตามก็มีรถตู้เข้ามาจอดยื่นกระบอกปืนออกมายิงใส่หัวกิตติทันที

กิตติล้มคว่ำไปท่ามกลางความตกตะลึงของริศาและอคิน มือปืนในรถหันกระบอกปืนใส่ริศากับอคิน ทั้งสอง ทิ้งตัวกับพื้น พริบตานั้นผีอัศนีปรากฏเป็นหมอกควันขวางหน้ามือปืน ลมฟ้าแปรปรวนเกิดฝนตกหนักจนมือปืนตกใจเพ่งมองไปเห็นร่างริศากับอคินเพียงเงาๆ มันลั่นปืนใส่ทันที ผีอัศนีพุ่งเข้าเอาตัวทับบังร่างริศากับอคินไว้ มือปืนมองไปเห็นแต่ร่างกิตตินอนคว่ำหน้าอยู่ แต่ริศากับอคินหายไปแล้ว มันจึงกลับไป

ooooooo

พอคนร้ายไป ทั้งอคินและผีอัศนีต่างประคองริศาขึ้นถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า มือผีอัศนีสัมผัสกับมือของอคินโดยบังเอิญ เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงทันที!

อคินเห็นร่างผีอัศนีเลือนรางแต่มองออกว่าเป็นรูปร่างคน ทั้งอคินและผีอัศนีต่างมองกันตะลึง

อคินกับผีอัศนีสื่อถึงกันได้ต่างระดมถามริศาว่าเป็นอะไรไหม ริศาขอบคุณมึนๆว่า

“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง คุณอัศนี...คุณอคิน” อคินถามว่าใครคืออัศนี สิ่งนั้นใช่ไหม? ริศาตกใจถามว่า “คุณ...คุณเห็นเขาด้วยเหรอ เห็นได้ยังไง...ก็เขาเป็น...”

ริศากำลังจะบอกก็พอดีป้านิ่มถือร่มออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชี้ไปที่ร่างกิตติถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ตายหรือเปล่า พอป้านิ่มออกมาผีอัศนีก็หายไปทันที

ริศากับอคินรีบไปพลิกร่างกิตติขึ้นมา ป้านิ่มเห็นหน้าก็อุทาน

“กิตติ...นี่มันลูกนายจวนคนขับรถเก่าของพ่อหนูนี่ แล้วนั่น เขาตายแล้วใช่ไหม ใครทำเขา!”

เมื่อพากิตติไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าโชคดีที่กระสุนไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตแต่ก็ทำให้สมองเสียหายบางส่วน คงต้องใช้เวลาในการรักษาพอสมควร ริศาถามว่า หมายความว่าเขาพูดไม่ได้ใช่ไหม หมอบอกว่าตอนนี้เขาเหมือนเจ้าชายนิทราไม่มีการตอบสนองอะไรเลย ริศาน้ำตาไหลพึมพำใจเสีย...

“เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องคนปล้นเครื่องบินพ่อ เป็นคนเดียวที่บอกได้ว่าใครทำให้พ่อตาย แต่ตอนนี้เขาจะบอกอะไรเราอีกไม่ได้แล้ว”

อคินบอกว่ามันมายิงกิตติถึงหน้าบ้าน ริศาก็ไม่ปลอดภัยแล้ว ริศาสีหน้าเข้มแข็งขึ้นทันทีบอกอคินว่า

“ริศาว่า...เราสรุปได้แล้วล่ะค่ะว่าเครื่องที่ตกไม่ใช่ อุบัติเหตุ มันมีขบวนการอะไรก็ไม่รู้อยู่เบื้องหลัง  ไม่ใช่ความบกพร่องของกัปตัน ไม่ใช่ปัญหาเครื่องยนต์หรืออะไรขัดข้อง และไม่ใช่เหตุสุดวิสัยด้วย”

“ใช่...และถ้าย่าพี่ไม่เกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลวันนั้น คนที่จะต้องไปเผชิญกับเรื่องราวบนเครื่องบินลำนั้น...ก็ต้องเป็นพี่เอง”

เมื่อพาริศากลับบ้าน พอลงจากรถริศาก็ขอบคุณและบาย...แต่อคินยังข้องใจถามว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็น ผ.ผึ้งใช่ไหม ทันใดนั้นผีอัศนีก็ปรากฏเป็นร่างโปร่งแสงข้างหลังริศาบอกว่าผี...ใช่ฉันเองแล้วทำผีหลอก

อคินตกใจปลอบใจตัวเองว่าผีไม่มีในโลกแต่โดดกอดริศาเต็มมือ ผีอัศนีด่าว่าไปกอดผู้หญิงทำไม แต่อคินกลัวจนเป็นลมไปแล้ว

เมื่อพาอคินเข้าไปในห้องรับแขกแล้ว ริศาติงผีอัศนีว่าเล่นแรงไปไหม เล่นจนเขาเป็นลมไปแล้ว

พออคินรู้สึกตัวขึ้นมา ถามริศาว่านี่เป็นความจริงใช่ไหม ผีอัศนีพูดอย่างสมเพชว่า นึกว่าแน่ที่แท้ก็ขี้ขลาดเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจริงๆ แบบนี้ต้องหลอกให้สนุก

“พอแล้วค่ะคุณปู่”

อคินได้ยินริศาเรียกปู่ก็พึมพำ...ปู่เหรอ?

“ใช่ ถ้าจะนับว่าปู่เขาเป็นเพื่อนกะข้า เราสนิทกันมาก ไปเที่ยวด้วยกันทุกคืน เขาไม่ปอดแหกอย่างเอ็ง”

อคินเตือนริศาว่าอย่าเข้าใกล้ผี อันตราย ผีอัศนีบอกว่าริศาไม่อยากให้ตนไปไหนเพราะเขารับปากแล้วว่าจะช่วยตน ตีขลุมว่า

“ไหนๆเอ็งเห็นข้าแล้ว มาช่วยริศาเขาอีกแรงก็อาจจะทำให้ข้าได้เจอเมียข้าเร็วขึ้น” พูดจบผีอัศนีก็วาดมือ ไปที่หน้าจอโทรทัศน์

จอโทรทัศน์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพทหารจีไอเฮฮากันอยู่รอบสังเวียนที่สันติกำลังชกมวยกับอัศนี อคินเอะใจจำได้ ริศาบอกว่า

“ใช่ค่ะ นั่นน่ะเป็นคน เป็นคุณอัศนีในอดีต ก็เรากำลังดูชีวิตอัศนีในอดีตไงคุณอคิน”

“ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย” ผีอัศนีโอบอคิน พาย้อนไปดูอดีตของตน

เป็นการชกมวยระหว่างสันติกับอัศนี สันติขึ้นชกเพื่อหาเงินช่วยอัศนีแต่งงาน จู่ๆอนงค์ก็เข้ามาบอกสันติว่าเดวิดให้มาตาม เตรียมประชุมภารกิจของวันพรุ่งนี้


อคินดูอดีตของผีอัศนีทั้งเรื่องชกมวย ทั้งเรื่องสงครามเวียดนาม ทั้งเรื่องเครื่องบินที่อัศนีขับ บ่นว่า

“ทั้งหมดนี่ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายถึงมาตามหลอกหลอนน้องสาริศา”

“คนรุ่นใหม่นี่มันใจร้อนจริงๆ...อะ งั้นข้ามไปวันที่ฉันตายเลยก็ได้” ผีอัศนีวาดมือไปในอากาศเหมือนดึงอคินกับริศาออกไปอีกโลกหนึ่ง...แต่ทันใดนั้นเสียงป้านิ่มก็ร้องเรียก

“ยัยริศา...ยัยริศา...คุณอคิน”

ooooooo

ป้านิ่มร้องเรียกริศากับอคินแล้วเข้ามาปลุกถามว่าทำไมมานอนอยู่บนโซฟาอย่างนี้ ตำหนิริศา ว่ามันไม่งามยังไงก็ควรไว้ตัวด้วย ตำหนิอคินว่าควรเกรงใจสารัตถ์กับตนบ้าง ตนไม่ได้กีดกันอะไรแต่อย่าชิงสุกก่อนห่าม

ริศากับอคินถูกปลุกจากดินแดนมหัศจรรย์ เห็นว่านอนอิงหลับกันอยู่ อคินรีบขอโทษ ริศาได้แต่รับคำ

พอป้านิ่มไปทั้งสองมองกันงงๆสงสัยว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หลับได้ยังไง อคินโทษว่าเพราะผีนักบินโบราณนั่นเชียว ต่อว่าผีอัศนีว่าให้ริศาไปดูความรักของตัวเองในอดีต หวังจะให้ริศาซาบซึ้งไปด้วยหรือไง

“ใช่ เขาจะได้ตามหาอนงค์ถูก แล้วก็เอาของบางอย่างไปให้อนงค์ด้วย” อคินบ่นว่าห้าหกสิบปีแล้วป่านนี้ยายอนงค์คนสวยมิแก่เป็นย่าเป็นยาย หรืออาจตายไปแล้วหรือ

“เฮ้ย...ไอ้ปากเสีย”  

ผีอัศนีโมโหผลักอกอคินแต่มือทะลุร่างเขาไป ริศา ขอร้องอย่าตีกันเลย บอกอคินว่าตนสัญญากับอัศนีแล้วว่าจะเอาสร้อยไปให้ภรรยาเขาให้ได้ ผีอัศนีปรามาสว่า

“ผีนักบินยุคซิกซ์ตี้อย่างข้านี่แหละที่จะช่วยหนูริศาเขาตามหาความจริงเรื่องเครื่องบินพ่อเขาตกให้ได้ก่อนเอ็งแน่นอน”

เมื่ออคินกลับถึงบ้านคุณย่า ถูกคุณย่าประชดว่ายังสนใจฉันอยู่อีกหรือ  ถ้าอยู่บ้านนี้แล้วไม่มีความสุข อยากไปอยู่ที่อื่นก็ไปเลย อยุทธติงแม่ว่าก็หลานมันมาแล้วนี่ครับ คุณย่าพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“ที่ฉันห่วงใยแก ไม่อยากให้แกเป็นนักบิน เพราะฉันไม่อยากให้แกมีจุดจบเหมือนคนตระบัดสัตย์ไม่รักษาคำพูดคนนั้น” อคินถามว่าปู่หรือ “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้พูดถึงคนคนนั้นต่อหน้าฉัน!! อยุทธ พาแม่ไปจากตรงนี้ แม่จะไปนอน แม่ง่วง พาแม่ขึ้นบ้านเดี๋ยวนี้”

อคินได้แต่ถอนใจเซ็ง

รุ่งขึ้นริศาพาอคินไปที่บลูไคท์ ศรันย์เข้ามาโอ๋ แล้ว ก็ผงะเมื่อริศาบอกว่าตนมาแต่งตั้งให้อคินเป็นคนดูแลผลประโยชน์ทั้งหมดแทนตน เมื่อเข้าที่ประชุมศรันย์ค้านหัวชนฝาว่าทำอย่างนั้นไม่ได้

ศรุตปรามศรันย์ให้พอแล้ว ขณะเดียวกันอคินก็พูดในที่ประชุมว่า

“เวลานี้หุ้นของสาริศา ซึ่งเคยเป็นของพี่สารัตถ์มีจำนวนเปอร์เซ็นต์มากพอที่ทำให้ผมซึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการแทนต้องเข้ามาร่วมรับทราบการทำงานของทุกท่านด้วย...ต้องขอฝากตัวด้วยนะครับ”

ศรันย์แค้นแทบคลั่งที่อคินเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารบริษัทบลูไคท์ แล้วริศากับอคินก็เจอปัญหาเมื่อเข้าไปเก็บข้าวของในห้องทำงานสารัตถ์ เปิดคอมพ์ดู แต่ปรากฏว่าจู่ๆไฟก็ดับและข้อมูลในเครื่องก็ถูกลบทั้งหมด! ริศาบอกอคินว่าที่ตนหาในแฟ้มก็ไม่มีอะไร บ่นอย่างสิ้นหวังว่าเอาเข้าจริงเราก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน  กิตติก็ถูกยิงพิการ  แถมยังมาไล่ยิงพวกเราอีก ถ้าเราไม่มีผีช่วยเราก็คงต้องตายแล้วเหมือนกัน

อคินมองริศาอย่างสงสาร พลันก็นึกได้ร้องดีใจ

“เออ ใช่แล้ว ใช่แล้ว โอ๊ย  โง่จริงๆ...บ้าน...เราต้องกลับบ้านกันเดี๋ยวนี้”

 ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้านริศา อคินตรงไปเปิดคอมพ์ที่ห้องทำงานสารัตถ์แต่เปิดไม่ได้เพราะไม่รู้รหัสผ่าน ผีอัศนีโผล่หน้าออกจากจอคอมพ์ทำเอาอคินผงะ เลยถามรหัสผ่านของคอมพ์ ผีอัศนีบอกว่าไม่รู้

อคินตัดสินใจรื้อคอมพ์เพื่อถอดฮาร์ดแวร์เอาไปเสียบกับเครื่องของริศาคาดว่าน่าจะได้ผลกว่า ผีอัศนีเท้าแขนบนโต๊ะที่มีโมเดลเครื่องบินที่สารัตถ์ใส่แฟลชไดรฟ์ไว้รู้สึกมีอะไรแปลกๆ พยายามจะหยิบเครื่องบินขึ้นมาดูแต่หยิบไม่ได้ จึงเรียกริศา บอกว่าเครื่องบินโมเดลอันนี้มันมีอะไรแปลกบางอย่าง

ทันใดนั้นอคินก็ได้รับโทรศัพท์จากเบนเร่งให้รีบมาโรงพยาบาลเพราะกิตติพยานเอกของเขาอาการวิกฤติ ริศาบอกผีอัศนีว่ามีอะไรค่อยคุยได้ไหม  ตนมีเรื่องด่วนต้องไปเดี๋ยวนี้ แล้วอคินกับริศาก็รีบออกไปเลย

ที่หน้าห้องไอซียู เบนกำลังดูหมอและพยาบาลช่วยชีวิตกิตติกันอย่างตึงเครียด ขณะนั้นเทพกับจอร์จ ลูกน้องเดอะฟ็อกซ์ก็ถือกระเช้าอ้างว่าเป็นเพื่อนจะมาเยี่ยมกิตติ เบนผิดสังเกตเพราะตนเป็นคนบอกพยาบาลไว้เองว่าไม่ต้องแจ้งใครทั้งสิ้น พอคาดคั้นถาม เทพกับจอร์จจวนตัวก็เผยตัวต่อสู้กับเบนและอติศักดิ์เพื่อนของเบนที่อยู่ด้วยจนลุยเข้าไปในห้องไอซียูได้เอาปืนจ่อกิตติทันที

ริศาวิ่งมาเห็นเทพเอาปืนจ่อกิตติตกใจร้องกรี๊ด เทพหันมองต่างจำกันได้ว่าเคยเจอกันในงานที่บ้านศรุต ขณะเทพจะหันเล่นงานริศานั่นเอง ผีอัศนีก็จับริศาเหวี่ยงหลบไป อคินวิ่งเข้ามาแท็กเทพล้มลงปืนกระเด็น จอร์จคลานไปหยิบปืนจะยิงอคิน ผีอัศนีพุ่งเข้าบังอคินไว้

เทพแย่งปืนจากจอร์จจะยิงกิตติ ผีอัศนีจ้องไฟในห้องโบกมือไปมา ทันใดไฟในห้องก็วูบวาบไปมา อคินพุ่งเข้าปัดปืนทำให้กระสุนพลาดเป้า จอร์จงงตกใจสุดท้ายหนีเอาตัวรอดไป

จังหวะหนึ่งริศาถูกเทพจับเป็นตัวประกัน อัศนีจึงเข้าสิงริศา สาวร่างบอบบางกลายเป็นมีพลังมหาศาลจนเทพตะลึง สุดท้ายสู้แรงริศาไม่ได้โดดตึกหนีไป

เบนงงมากกับเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง โดยเฉพาะริศาที่มีกำลังมหาศาลต่อสู้กับเทพจนเทพต้องวิ่งหนีไป ถามว่ามันคืออะไร ริศากับอคินรู้แก่ใจว่าเป็นฝีมือของผีอัศนีแต่ก็ช่วยกันปกปิดกลบเกลื่อน

จากเหตุการณ์นี้อคินกับริศาสรุปได้ว่าคนพวกนี้เป็นคนของบลูไคท์และพยายามฆ่ากิตติเพราะกิตติรู้เรื่องเครื่องบินตก

กิตติอาการวิกฤติวิญญาณออกจากร่าง ผีอัศนีเห็นบอกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน  ตนสื่อกับริศาได้  มีอะไรบอกมา ตนจะบอกริศาเอง กิตติอ้าปากพะงาบๆ พยายามบอกแต่คุยกันไม่รู้เรื่องพอดีอคินกับริศามาวิญญาณกิตติก็หายไป

ผีอัศนีบอกว่าถึงตนจะเป็นผีแต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ผีอย่างตนเป็นผีสัมภเวสีที่ต้องการความช่วยเหลือ อคินสัญญาว่าจะช่วยตามหาเมียเขาให้อีกแรงแต่เขาก็ต้องรวบรวมพลังใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยพวกตนเท่าที่จะทำได้บ้าง ผีอัศนีฟังแล้วโอเคทันที

ooooooo

เมื่อเทพกับจอร์จกลับมาที่บ้านศรุต ถูกศรุตตำหนิว่างานนี้นอกจากพลาดฆ่ากิตติไม่ได้แล้วยังถูกยึดปืนและถูกริศาเห็นหน้าเต็มๆอีกด้วย

ศรุตบอกว่าพวกนั้นคงระวังตัวมากขึ้นเราคงเข้าถึงตัวกิตติไม่ได้อีกแล้ว และถ้ามันฟื้นขึ้นมาบอกตำรวจ  ตำรวจก็ต้องสืบมาถึงตนแน่ โทษว่าพวกเทพ ทำให้เดอะฟ็อกซ์กับพวกตนเดือดร้อนกันหมด สั่งให้ออกนอกประเทศไปให้เร็วที่สุด

ริศาพยายามตามหาอนงค์ให้ผีอัศนี  ส่งเฟซบุ๊กไปถามอรนิภาที่นามสกุลเดียวกับอนงค์คือ สิริปัญญา ถามว่ารู้จักคนชื่ออนงค์พร้อมกับส่งรูปที่ถ่ายจากล็อกเกตไปให้ดู อรนิภาไม่รู้จักและไม่สนใจลบทิ้ง แม้จะยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย แต่ผีอัศนีก็มีความหวังว่า “เราจะได้มอบสร้อยเส้นนั้นให้กับเขาได้สักวัน”

แล้วริศาก็ตัดสินใจไปสืบเรื่องเครื่องบินตกกับอคินที่อินดาน่า แต่เป็นไฟลท์เดียวกับเดอะฟ็อกซ์ให้พวกเทพเดินทางไปกบดานต่างประเทศ เมื่อรู้ว่าริศากับอคินไปเที่ยวบินเดียวกัน เดอะฟ็อกซ์ก็สั่งให้เทพเก็บพวกเขาเสียที่นั่นอย่าให้เหลือ

แต่เที่ยวบินนี้อรนิภาบินไปด้วย เธอแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอคินจนริศาจะไม่เดินทางด้วย แต่วีรนุชกับผีอัศนีเตือนสติให้นึกถึงงานที่จะไปทำ เธอจึงยอมไปด้วย แต่พอขึ้นเครื่องก็เกิดอาการหึงหวงระหอง ระแหงกันอีก จนริศาประกาศว่าถ้าเรื่องพ่อจบเมื่อไหร่ตนกับอคินก็ไม่ต้องเจอกันอีก

เมื่อไปถึงอินดาน่า อรนิภาก็ฉกอคินไปเข้าโรงแรมระดับห้าดาวอ้างว่าคุณพ่อต้องการพบเขาด่วน แต่พอไปถึงก็แต่งชุดว่ายน้ำล่อแหลมชวนไปเล่นน้ำ อ้างว่าพ่อเลิกงานแล้ว อคินจึงตัดสินใจจะไปหาพ่อของเธอเอง 

ขึ้นรถสถานทูตไป ปรากฏว่าคนรถสถานทูตถูกจอร์จเล่นงานแล้วปลอมตัวเป็นคนขับรถแทน

ฝ่ายริศากับวีรนุชไปพักที่เกสต์เฮาส์เล็กๆ ตบแต่งสไตล์กระท่อมน่าอยู่ ตกเย็นก็คุยกันว่าจะเริ่มจากไหนดี ริศาเล่าว่าพ่อเคยบอกว่าออฟฟิศใหญ่ที่นี่เป็นฐานจอดหลักและเป็นสถานีซ่อมเครื่องบินของบลูไคท์ทั้งหมด ผีอัศนี

ฟังแล้วบอกว่าน่าสนใจ จึงชวนกันไป แต่ก็งงอีกเพราะไม่รู้ว่าออฟฟิศหลักของบลูไคท์อยู่ตรงไหน

ฝ่ายอคินให้คนขับรถพาไปสถานทูต แต่จอร์จที่ปลอมตัวมาขับรถไปแอบเอามือล้วงปืนในกระเป๋า พอดีเบนโทร.มาถามอคินว่าถึงไหนแล้ว อคินถามคนขับรถว่าที่นี่ที่ไหน เบนบอกว่าอย่าเพิ่งวางสายถามว่ามีอะไรหรือเปล่า คนขับรถให้อคินบอกลาปลายสายและวางโทรศัพท์เสีย อคินจ้องตากับคนขับรถอย่างรู้สึกผิดปกติ

ฝ่ายผีอัศนีกับริศาและวีรนุชเดินวนหาสำนักงานใหญ่บลูไคท์สามรอบแล้วแต่ยังไม่เจอ จู่ๆผีอัศนีก็เหมือนถูกกระชากหายไป ปรากฏตัวอีกทีก็ไปนั่งบนตักอคินในรถแล้ว!

เบนเห็นอคินเงียบไปตะโกนมาในโทรศัพท์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเงียบไป

ผีอัศนีแปลกใจว่าทำไมอคินจึงดึงตนมาได้ อคินบอกว่าไม่รู้ แต่ตอนนี้ช่วยกันก่อนดีไหม

จอร์จขับรถอยู่งงมากที่ได้ยินเสียงอคินพูดคนเดียว เพราะผีอัศนีนั่งตักอคินบังอยู่ พอผีอัศนีเลื่อนลงไปนั่งที่เบาะจึงเห็นอคิน คนขับรถยิ่งแปลกใจ ซ้ำยังถูกผีอัศนีหลอกหลอนบังตัวอคินไว้ให้เห็นแต่หัวบ้าง บังหัวไว้ให้เห็นแต่ตัวบ้าง เพลงก็โหยหวน ไฟก็ติดๆดับๆ กระจกเลื่อนขึ้นลงได้เอง ซ้ำเสียงสัญญาณกันขโมยก็กระหึ่ม

คนขับรถขวัญกระเจิงพยายามตะกายออกจากรถ ผีอัศนีเลยยิ่งทำผีหลอกจนจอร์จลมสว้านตีขึ้น จุกเหมือนจะตาย ตะกายออกจากรถแล้วทรุดกับพื้น อคินลงจากรถไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาจึงเห็นว่าที่แท้คือจอร์จ ตะคอกถามว่าใครส่งแกมา จอร์จพยายามจะหนีและเอาปืนออกมายิง อคินหมอบหลบ กระสุนเลยพุ่งผ่านร่างผีอัศนีไปสองนัด

พออคินเงยหน้าขึ้นจอร์จก็หายไปแล้ว ถามผีอัศนีว่าทำไมไม่ช่วยกันจับมันไว้ โดนยิงหรือเปล่า

“หมด หมดแรงแล้วโว้ย ไม่เกี่ยวกับกระสุน แต่...ทำไมไม่รู้” พูดแล้วผีอัศนีก็หน้าซีดลง...ซีดลงเหมือนกำลังจะหายไป อคินก้มมองร่างตนเองก็แปลกใจ

ที่ย่านธุรกิจในเมืองอินดาน่า ริศากับวีรนุชเดินดูของและซื้อเครื่องดื่มที่แผง หน้ารถเป็นกระจก เงยหน้าเห็นเงาของเทพสะท้อนในกระจกแม้จะปลอมตัวมาแต่ริศาก็จำได้กระซิบบอกวีรนุช

“นั่น...ผู้ชายที่ฆ่านายกิตติที่โรงพยาบาล” วีรนุชหันมองเห็นเทพชักปืนออกมา ริศาตกใจคว้ามือวีรนุชทิ้งแก้ว เครื่องดื่มเดินอ้าวไป หันดูเห็นเทพตามมาก็ฉุดมือวีรนุชวิ่งสุดชีวิต วีรนุชถามว่าจะวิ่งไปไหน ผีเข้าหรือ

“ถ้าผีอยู่ก็ดีสิ คุณอัศนีคุณอยู่ไหน...ปู่...ปู่...ช่วยฉันด้วย”

ริศาลากวีรนุชวิ่งหนีสุดชีวิต ในขณะที่เทพถือปืนไล่ตามมาหมายชีวิตเช่นกัน

ooooooo


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 3 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 12:33 2018-08-02T01:14:39+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ