วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้ปีกปักษา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 2 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทิพย์สุดา

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต

การนำเครื่องบินมาไทยครั้งนี้ต้องบินอ้อมเพราะสถานการณ์หมู่เกาะประเทศอาวีกำลังระอุจากการก่อกบฏ ถ้าบินผ่านจะเสี่ยงเกินไป

แต่พอจะเปลี่ยนเส้นทางการบินก็เกิดเสียง Fire warning system ดังลั่นห้องนักบิน สัญญาณเตือนกะพริบทั่วห้อง ช่างเครื่องออกไปดูพักใหญ่สัญญาณก็ดังอยู่ตลอด สารัตถ์บอกวิสสุตให้โทร.หาช่างก็ไม่รับโทรศัพท์ ที่แท้ช่างถูกฆ่าไปแล้ว ครู่หนึ่งมีเสียงเคาะประตูนักบิน สารัตถ์นึกว่าเป็นช่างเครื่องจึงกดปุ่มเปิดให้

ทันใดนั้นผู้ก่อการร้ายพุ่งเข้ามาเอาปืนจ่อหัวยิงวิสสุตทันที มันดึงร่างวิสสุตออกมาแล้วไปนั่งแทน

ทำงานอย่างคล่องแคล่ว สารัตถ์ตกใจเห็นท่าไม่ดีตัดสินใจแย่งปืน เครื่องบินเริ่มเสียการควบคุม เสียงปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่งกระสุนทะลุกระจกห้องนักบินทำให้ความดันภายในห้องเปลี่ยนแปลง เครื่องบินเริ่มดิ่งหัวลงมหาสมุทร

“เครื่องกำลังจะตก” ผู้ก่อการร้ายร้อง ยิ้มเหี้ยมแล้วดึงปุ่มระเบิดออกมา สารัตถ์ร้องสุดเสียง

“อย่า!!!”

ที่เบื้องล่างเด็กชาวต่างชาติคนหนึ่งขี่จักรยานเล่นอยู่ เด็กหยุดมองไปบนท้องฟ้า เห็นเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ เศษซากเครื่องบินกระจายราวกับพลุไฟ!!

ooooooo

หลังจากคุณย่าผ่าตัดและรู้สึกตัวแล้ว อคินป้อนอาหารให้ คุณย่าบ่นว่าแกงชืดกินไม่ลงให้ไปอุ่นก่อน ขณะอคินเอาแกงไปอุ่นเสียงโทรศัพท์และไลน์ดัง

ไม่หยุด จนเขาต้องหยิบมาดู 

ไลน์กลุ่ม จากเบน อิสระ โขง และพัสกร ถามมาเขียวเป็นพรืด

“เฮ้ย ปลอดภัยหรือเปล่า อยู่ไหน”/“เครื่องแกรึเปล่าวะที่ระเบิด ตอบกลับมาเร็วๆ” / “อคิน อยู่ที่ไหนตอบด้วย” และ “แกไม่ได้บินใช่ไหมๆๆๆๆ”

อคินตกใจปลอบใจตัวเองว่าไม่นะ ขอให้ไม่ใช่ คาดว่าต้องเป็นข่าวมั่ว ใครมาป่วนแน่ๆ จึงโทร.ถามคุณนุชพีอาร์ของบลูไคท์ว่าจริงหรือเปล่า เครื่องอะไร ใครขับ พอรู้จากคุณนุช อคินช็อก ถาม

“อะไรนะ ผู้ก่อการร้ายงั้นเหรอ”

อคินวิ่งกลับไปที่ห้องคุณย่าทันที หยิบรีโมตมากดหาช่องที่มีข่าวนี้ เห็นศรันย์กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวและแสดงความเสียใจกับญาติของนักบินที่เสียชีวิตคือกัปตันสารัตถ์กับกัปตันวิสสุต อคินช็อกอุทาน

“สาริศา!!!” โยนรีโมตวิ่งออกไปทันที ท่ามกลางความงุนงงของคุณย่า

ริศาทำไก่งวงอบเกาลัดสุดฝีมือ เสร็จแล้วเอาไก่งวงวางที่โต๊ะอาหารบอกป้านิ่มว่า

“รอคุณพ่อมาลงมีดเจ้าไก่ตัวนี้เป็นคนแรก”

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ริศาดูนาฬิกาพึมพำว่าทำไมคุณพ่อกลับไวจัง ป้านิ่มบอกว่าจะไปดูให้ อึดใจเดียว ป้านิ่มกลับมายืนหน้าเศร้าไม่กล้าพูดอะไร ศรุตเดินตามเข้ามาแจ้งข่าวร้ายให้ริสาด้วยสีหน้าเศร้า หนักใจ

ริศาตกใจมองหน้าศรุตเหมือนไม่เข้าใจว่าพูดอะไร จนกระทั่งศรุตบอกว่าไม่ต้องห่วง หนูริศาก็เหมือนลูกสาวของตนอีกคน ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด กุมมือริศาบอกว่า

“หนูยังมีอาอยู่อีกคนนะ”

ริศาไม่เชื่อว่าเป็นความจริง บอกศรุตทั้งที่น้ำตาค่อยๆไหลออกมาว่า

“หนูจะรอพ่อนะคะ หนูจะรอพ่อกลับมาเป็นคนลงมีดหั่นไก่ตัวนี้เป็นคนแรกเลย”

ริศายังเฝ้ารอพ่ออยู่อย่างใจจดจ่อ เมื่อเสียงกริ่งประตูดังขึ้นอีก เธอถามป้านิ่มว่าพ่อมาแล้วใช่ไหม แต่กลายเป็นอคินมาแจ้งข่าวร้าย เขาขอโทษริศารับว่าเป็นความผิดของตนเองที่ให้สารัตถ์ไปแทน ริศาร้องไห้เหมือนคนคลุ้มคลั่ง คว้ามีดหั่นไก่งวงชี้มีดไปที่อคินอย่างเจ็บแค้น


“ใช่...ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณ ถ้าพี่อคินไม่ขอให้พ่อไปงานแทน คนตายก็จะต้องเป็นพี่อคิน

พ่อของริศาก็ไม่ต้องตาย เพราะคุณคนเดียว คุณต้องชดใช้... เอาพ่อของริศาคืนมา”

ริศาจ้วงแทงอคินทันทีแต่เขาหลบจับมือเธอบิดจนมีดร่วง

“ริศา พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ หลังจากนี้พี่จะดูแลน้องเอง พี่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้เอง”

“ไม่เอา...ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ฮือ...เอาพ่อริศากลับคืนมา”

ริศาร้องไห้จนหมดสติไป อคินรู้สึกตัวเองผิดเต็มหัวใจ กอดริศาไว้ท่ามกลางผักสดที่เละเทะไปทั้งครัว

กิตติอยู่ที่ห้องพัก หน้าซีดเผือดเมื่อดูข่าวเครื่องบินตกและสารัตถ์เสียชีวิต เขาคิดถึงอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน

กิตติถูกให้ออกจากงานเพราะแฮ็กเข้าไปอ่านเมสเสจของลูกสาวเจ้าของบริษัทเพราะเห็นคบกับผู้ชายหลายคน และสารัตถ์เป็นคนช่วยฝากงานที่บลูไคท์ให้เพราะเห็นแก่นายจวนผู้เป็นพ่อที่เป็นคนขับรถที่ซื่อสัตย์รับใช้ครอบครัวตนอย่างดีมาตลอด

กิตติคิดถึงที่ถูกศรันย์จะเรียกตำรวจจับเพราะหยิบนาฬิกาของเขามาและสารัตถ์ช่วยไว้...คิดถึงที่ได้ยินเดอะฟ็อกซ์พูดเรื่องจะส่งคนขึ้นไปไฮแจ็กตอนศรุตให้คนไปรับเครื่องบินใหม่...

กิตติตกใจเมื่อแผนที่ตนได้ยินวันนั้นเป็นจริงในวันนี้ สงสัยว่าแล้วทำไมอคินถึงให้สารัตถ์ไปแทน

“ทำไมคนดีๆต้องตาย...กัปตันสารัตถ์ครับ ผมจะไม่ยอมให้กัปตันตายฟรี ทุกคนจะต้องรู้ว่าการตายของกัปตันมันมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ผมสัญญา” กิตติยกมือท่วมหัวน้ำตานองหน้า

ooooooo

อคินอุ้มริศาที่หมดสติตามป้านิ่มขึ้นไปที่ห้องนอนเธอ พอวางร่างริศาลงป้านิ่มก็ขอให้เขาออกไป บอกว่าริศาแค่เป็นลม พักสักครู่ก็คงหาย

อคินบอกว่าพี่สารัตถ์สั่งตนไว้ก่อนไปบินว่ามีไฟล์เอกสารสำคัญอยากให้ตนดู ขอเปิดคอมพ์ของพี่

สารัตถ์ดูหน่อยได้ไหม ป้านิ่มบอกว่าจะทำอะไรก็รีบทำแล้วก็รีบกลับไปเสีย แต่อคินไม่รู้รหัสของเครื่อง ถามป้านิ่มก็บอกว่าตนไม่ทราบ หนูริศาอาจจะทราบ แต่...

“ครับๆไม่เป็นไร คงไม่ใช่เรื่องด่วนมาก ไว้ผมจะมาใหม่” อคินปิดคอมพ์แล้วเดินออกไปบอกป้านิ่มว่า “ถ้ามีอะไรหรือต้องการอะไร โทร.หาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ผมจะรีบจัดให้ทุกอย่าง”


ป้านิ่มมองอย่างรับรู้แล้วปิดประตูใส่หน้าทันที อคินกลับไปด้วยความเป็นห่วง เขาไปหาศรุตที่สำนักงานใหญ่บลูไคท์ แต่ถูกศรันย์มาขวาง พออคินบอกว่าตนอยากพบท่านประธาน ศรันย์บอกว่ามีอะไรคุยกับตนที่เป็นรองประธานก็ได้เพราะคุณพ่อท่านเสียใจมาก

ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น

อคินบอกว่าตนอยากได้คำตอบว่าเรื่องผู้ก่อการร้ายมันคืออะไร ศรันย์บอกว่ากำลังตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานอยู่ ต้องรอกล่องบันทึกข้อมูลการบินก่อนตามระเบียบ ครั้นอคินขอไปรับกล่องบันทึกข้อมูลการบิน

ศรันย์ตัดบทว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา ตอกย้ำว่า

ความจริงหน้าที่ของเขาคือการไปรับเครื่องบินลำนี้ ทำไมถึงแลกไฟลท์กับอาสารัตถ์ เป็นการแลกไฟลท์ กันเองโดยพละการ ฝ่าฝืนกฎบริษัท และสั่งพักงานไม่มีกำหนดในฐานะรักษาการแทนท่านประธาน อคินไม่ยอมรับ

คำสั่งนี้เพราะยังไม่มีการแต่งตั้งเป็นทางการ

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนผลักอกกัน คุณนุชเข้ามาแยกขอร้องให้อคินกลับไปก่อน

ooooooo

ริศาในภาวะจิตใจที่สับสนเสียใจรับความจริงที่สูญเสียพ่อไม่ได้ เฝ้าบอกตัวเองว่าพ่อยังอยู่เดี๋ยวพ่อก็กลับมา ศรันย์ถือโอกาสนี้เข้าใกล้ชิดรับปากว่าจะเป็นผู้ดูแลริศาต่อไป วันนี้ก็มารับริศาไปงานศพพ่อ

ส่วนอคินถูกมองว่าเป็นคนทำให้สารัตถ์เสียชีวิต ทุกสายตามองว่าเขาเป็นคนผิด แม้แต่ไปงานศพของ

สารัตถ์กับวิสสุต ก็ถูกภรรยาของวิสสุตตอกหน้าเมื่อเข้าแสดงความเสียใจ อคินได้แต่เสียใจบอกภรรยาวิสสุตว่า

“ผมสัญญาว่าจะหาความจริงให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบนเครื่อง”

กิตติไปงานอย่างมีเป้าหมาย เขาได้เห็นได้ยินปฏิกิริยาของภรรยาวิสสุตและการซุบซิบกันของลูกเรือ

อย่างไม่สบายใจ

อคินยังถูกศรุตขอร้องให้กลับไป บอกว่าเขาไม่ควรมาร่วมพิธีศพนี้ และยืนยันการสั่งพักงานเขาเรื่องที่แลกไฟลท์กันเองตามใจชอบทั้งๆที่กัปตันสารัตถ์ไม่พร้อม แล้วเอาใบรับรองแพทย์เรื่องสารัตถ์เป็นโรคหัวใจมายืนยัน ย้ำว่าช่วงนี้ให้เขาพักงานเพื่อทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นไปก่อน

กิตติแอบฟังทั้งหมด สงสัยว่าหรืออคินจะเกี่ยวข้องด้วยถึงได้ไม่ไปบิน?

อคินรู้สึกผิดสังเกตกิตติที่ตามติดตนตลอดเวลา แต่พอจะเข้าไปคุยด้วยกิตติก็วิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา ซ้ำร้ายอคินยังถูกตำรวจเชิญตัวไปเพราะมีบางคนไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนตัวนักบินกะทันหันเป็นแค่ความบังเอิญ อคินถามว่าบางคนนั้นหมายถึงนายศรันย์ใช่ไหม ตำรวจไม่ตอบ

ในหมู่เพื่อนนักบิน บางคนบอกอคินว่าเข้าใจเขาดี บางคนก็บอกว่าหลายคนข้องใจเขามาก บางคนก็สะท้อนเสียงซุบซิบรุนแรงว่า “เขาบอกว่าพี่ไม่สมควรจะเป็นนักบินอีกต่อไป” กระทั่งแอร์บางคนบอกว่าผู้บริหารยังส่งหนังสือเวียนไปบริษัทอื่นว่า “ให้ระวังอย่ารับพี่ไปบินดีกว่าเพราะเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า พี่เป็นคนไม่รับผิดชอบ” นักบินคนหนึ่งเสริมว่า “เขาพูดกันว่านายไม่เหมาะสมที่จะบินอีก ไม่ว่ากรณีใดๆ”

“ไม่เหมาะสมที่จะบินอีก ไม่ว่ากรณีใดๆ” อคินพึมพำแค้นเมื่อเพื่อนขอตัวไป


วันต่อมาทีวีก็สรุปข่าวเครื่องบินของบลูไคท์ตกว่า

“สรุปแล้วรองประธานสายการบินบลูไคท์ นายศรันย์ วิทยเศรษฐี ยอมรับความผิดของนักบิน ขึ้นบินในสภาพไม่พร้อม สุขภาพไม่แข็งแรงทำให้การบินผิดพลาด นักบินที่สองไม่สามารถแก้สถานการณ์ได้ ทำให้เครื่องบินเกิดระเบิดกลางอากาศ บริษัทไม่ได้รับเงินประกัน แต่ทำใจยอมรับได้ ผู้บริหารยืนยันให้บริการเหมือนเดิม”

“บ้าไปแล้ว พี่สารัตถ์เนี่ยนะสภาพไม่พร้อม ทำการบินผิดพลาด พี่วิสสุตแก้สถานการณ์ไม่ได้ ไม่จริงไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้หลักฐานคืออะไรวะ”

อคินโวยวายคับแค้นใจแล้วคว้าโทรศัพท์กดเบอร์ที่เมมไว้แต่ไม่มีคนรับสาย เอะใจว่าบริษัทบลูไคท์ไม่มีใครรับโทรศัพท์เลยหรือ แล้วพรวดออกไปเลย ตรงไปหาศรันย์ที่ห้องทำงาน บอกว่าตนจะทำเรื่องให้สืบคดีนี้ใหม่ ศรันย์ตราหน้าว่าเพราะอคินมีชนักติดหลังถ้าเรื่องกลายเป็นว่ามีอย่างอื่นอยู่เบื้องหลังเขานั่นแหละเป็นตัวการเพราะรู้ว่าเครื่องบินจะตกล่วงหน้าเลยไม่ยอมไป “คุณมันตัวอันตรายของวงการบิน ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ”

“พวกแกใช่ไหมที่เป็นฆาตกรตัวจริง” อคินตะคอก

“กัปตันอย่าหมิ่นประมาทกันซึ่งหน้าแบบนี้สิ อยากเจอของจริงหรือไง”

ศรันย์เรียกลูกน้องเข้ามารุมอคินจนสะบักสะบอม ครู่เดียวนุชก็เดินนำ รปภ.หลายคนเข้ามา ศรันย์สั่ง

“จับมัน”

ooooooo

เย็นนี้อคินไปหาครูจันทราในสภาพหน้าตาบวมปูด เมื่อเล่าให้ครูจันทราฟัง ครูบ่นว่า

“อคิน เธอจะเดินเข้าไปตัวเปล่าแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งรู้ว่ามันมีขบวนการอะไรอยู่เบื้องหลังก็ยิ่งต้องสุขุมให้สมกับเป็นนักบินที่เก่ง ฉลาด มีความรับผิดชอบ มีความเป็นผู้นำ ไม่ใช่บ้าบิ่น ไม่ดูตาม้าตาเรือ”

พัสกรเชื่อว่าพวกมันวางแผนกันอย่างดีแผนเดิมของพวกมันคือจงใจให้อคินตายไปกับเครื่อง เบนเชื่อว่า มันลงทุนทำลายเครื่องเพื่ออะไรสักอย่าง อคินจึงขอให้เบนช่วยสืบอีกที เตชัสขอรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องตนจะลองไปถามพรรคพวกให้อีกทีว่าช่วยอะไรได้บ้าง

อคินเรียกเพื่อนๆมาร่วมกันคิดอย่างจริงจัง

ooooooo

ศรันย์เกาะติดริศา วันนี้ก็ไปที่บ้าน บอกว่าตอนนี้หุ้นของอาสารัตถ์ก็โอนเป็นของริศาแล้วอีกไม่นาน เราก็จะได้ดูแลบริษัทบลูไคท์ด้วยกัน แล้วประคองริศา ไปนั่งที่โซฟา

ริศามองไปที่อีกด้านหนึ่งของห้องได้ยินเสียงเรียก “ริศา...” เธอผวาที่ได้ยินเสียงนั้นอีกแล้วทนไม่ได้ลุกวิ่งหนีออกไป ศรันย์วิ่งตามไปกอดไว้ถามว่าได้ยินเสียงอะไรหรือ ริศาตะโกนไล่อย่างขวัญเสีย จนป้านิ่มวิ่งมาถามว่าเป็นอะไร

ศรันย์ถามมั่วว่ากลัวเสียงหมาหอนในทีวีหรือ คว้ารีโมตมากดปิด แต่กดอย่างไรก็ปิดไม่ได้ แต่ทีวีเปลี่ยนช่องเองจนมั่วไปหมด ซ้ำสัญญาณกันขโมยที่รถของศรันย์ก็ดังลั่นขึ้นมาอีก

“เฮ้ย...อะไรวะเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้น โอ๊ยยยย...อะไรจะเฮี้ยนขนาดนี้ อาสารัตถ์”

ศรันย์กลัวจนหนีกลับไป ป้านิ่มเอายาคลายเครียดมาให้ริศากินจะได้พักผ่อนหายเครียด

แต่พอริศาหลับชายคนนั้นซึ่งก็คือวิญญาณของอัศนีที่ยังห่วงใยสัญญาที่ให้ไว้กับอนงค์ผู้เป็นภรรยาจึงยังวนเวียนอยู่ในบ้านสันติ มาปรากฏขอให้ริศาช่วย

ริศาเหมือนถูกสะกดจิต ลุกขึ้นไปขับรถชวนป้านิ่มไปบ้านสวนกัน โดยมีอัศนีนั่งที่ข้างหลังไปด้วย

คืนนี้เองกิตติมาที่บ้านริศาเพื่อจะบอกว่าพ่อเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่กดกริ่งแล้วบ้านเงียบจึงปีนกระถางเกาะรั้วเรียก อคินก็มาหาริศาเห็นเข้าพอดีนึกว่าขโมยตะโกนให้หยุด แต่กิตติกลับโกยแน่บ อคินเป็นห่วงริสา กดกริ่งก็แล้วตะโกนก็แล้วไม่มีเสียงตอบรับจึงโทร.เข้าไปแต่ก็ไม่มีคนรับสาย ไม่รู้ว่าไปไหนรถก็ไม่อยู่

เช้าตรู่ริศาก็ขับรถมาถึงบ้านสวน อัศนีไปยืนที่สระบัวมองไปที่สร้อยกับจี้ที่ปริ่มอยู่ผิวโคลนก้นสระด้วยสายตาเศร้าอยากได้สร้อยคืนแล้วหันมองไปที่บ้านสวน

ริศาสะดุ้งตื่นงงๆเมื่อรู้ว่าตนอยู่ที่บ้านสวน ทันใดนั้นประตูเปิดออก ริศาเห็นเงาคนแว้บๆผ่านห้องไปนึกว่าป้านิ่ม ลุกไปเปิดประตูเห็นอัศนียืนอยู่จ้องหน้าเธอเขม็ง

ริศาเดินตามอัศนีไปเหมือนคนถูกสะกดจิต พาไปลงเรือที่สระบัว พลันฟ้ามืดลมพัดแรง พอริศาลงเรือเรือก็เลื่อนออกไปเอง

ป้านิ่มมาเรียกริศา เปิดประตูห้องเข้าไปไม่เจอตัว รองเท้าก็อยู่ รถก็อยู่ จึงโทร.หา ปรากฏว่าโทรศัพท์ดังอยู่ในห้องวางอยู่ที่หัวเตียง จึงโทร.หาอคินก็พอดีเขามาถึงเพราะสังหรณ์ใจว่าริศาจะมาหาความสงบที่บ้านสวน ป้านิ่มเอะใจว่าริศาจะไปที่สระน้ำ บอกว่ามันคือสระผีสิง ตอนเด็กๆริศาเคยตกไปเกือบตาย ผีมันจะมาเอาไป

ทั้งสองรีบไปที่สระบัว เห็นริศายืนตัวแข็งเกร็งอยู่ในเรือพอเห็นอคินเธอก็ตะโกน

“พี่อคินช่วยด้วย ริศากลัว ริศาว่ายน้ำไม่เป็น”

ริศาผวาจะไปหา ทำให้เรือเอียงวูบร่างริศาตกน้ำไป อคินกระโดดลงไปช่วยทันที แต่ถูกทั้งสาหร่ายและสายบัวพันไปไม่ถึงริศาสักที ริศาพยายามตะกายมาหาอคิน แต่สำลักน้ำหมดสติไปเสียก่อน

อัศนีที่อยู่ข้างริศาช่วยจับมือเธอยื่นไปหาอคิน อคินคว้ามือริศาไว้ มือทั้งสามเกาะเกี่ยวกันไว้

ooooooo

ณ ดินแดนหลังความตาย...ริศาได้พบกับสารัตถ์ที่หน้าตาอิ่มเอิบใส่ชุดสูทหล่อเท่ ริศาดีใจร้องไห้วิ่งไปหาพ่อ สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรัก ห่วงหา

“โอ๋...ลูกรัก อย่าร้องไห้ อย่าเสียใจเลยนะลูก ตอนนี้พ่อได้ไปอยู่ที่ที่ดีมาก ได้เจอทุกคนที่พ่อรัก ทั้งคุณแม่และคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของลูก หนูไม่ต้องห่วงพ่อแล้วนะลูก” ริศาถามว่าไม่มีพ่อแล้วตนจะอยู่ได้ยังไง “อยู่ได้สิคนเก่งของพ่อ พ่อจะอยู่ดูแลลูกจากตรงนี้เสมอ ไม่ไปไหน สาริศา ลูกรักของพ่อ”

แล้วร่างของสารัตถ์ก็ค่อยๆเลือนหายไปกลายเป็นใบไม้หลากสีลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสวยงาม ริศาร้องไห้ขอพ่ออย่าทิ้งตนไป ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามา...อัศนีนั่นเอง อัศนียื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าริศา

“ริศา ช่วยเอาของไปให้อนงค์ด้วย” ริศาถอยบอกว่าตนไม่รู้จักเขา “เอาของไปให้อนงค์ เธอต้องไปสาริศา”

อัศนีก้าวเข้าหาริศาใกล้เข้าทุกที ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยง!!

ooooooo

อคินอุ้มริศาเข้ามาในบ้านตัวเปียกโชกทั้งคู่ เมื่อริศายังไม่ฟื้นอคินก้มลงจะผายปอด ผีอัศนีร้องลั่น “เฮ้ย ไม่ต้องๆ” แล้วใช้ปลายนิ้วกดไปที่ร่างริศา ริศาสำลักน้ำออกมาน้ำเกือบพุ่งใส่หน้าอคิน

พอรู้สึกตัว ริศาถามเหม่อๆว่าอคินคือใคร...

แล้วของล่ะ ของอยู่ไหน จะให้เอาของไปให้อนงค์ ริศาลุกเดินวุ่นมือกำแน่นเดินไปมาเหมือนไม่มีสติ อคินบอกให้ป้านิ่มพาน้องไปอาบน้ำก่อนเผื่อจะดีขึ้น ป้านิ่มก็บอกให้อคินไปอาบน้ำและเอาเสื้อผ้าของสารัตถ์มาเปลี่ยนก่อน

ริศาอาบน้ำแล้วสงบขึ้น เธอมองมือตัวเองสงสัยว่ากำอะไรอยู่ พอคลายนิ้วออกดูเห็นสร้อยคอทองคำห้อยล็อกเกตทองรูปไข่ แม้จะเลอะโคลนแต่ทองยังสุกปลั่ง เมื่อลูบโคลนออกเห็นลายนกฟีนิกซ์กางปีกอ่อนช้อย เธอพึมพำกับป้านิ่ม...

“สร้อยเส้นนี้คือเส้นที่หนูเคยเจอตอนเป็นเด็กนี่นา” ป้านิ่มถามว่าแล้วหนูไปเอามาจากไหน “มันเหมือนติดมือหนูขึ้นมาจากใต้น้ำ”

เมื่อริศาพลิกล็อกเกตดูเจอที่เปิด พอเปิดดูข้างในด้านหนึ่งเป็นรูปของอัศนีตอนหนุ่มดูหล่อเท่ อีกฝั่งเป็นรูปหญิงสาวผมสั้นสวยเก๋ ริศาอุทานจำอัศนีได้ แต่พอป้านิ่มถามเธอตัดสินใจไม่เล่าให้ฟัง

ฝ่ายอคินใส่เสื้อผ้าของสารัตถ์แล้วเอาชุดเก่าออกมาที่ซักล้าง เหมือนสารัตถ์จนป้านิ่มทักผิด รำพึงเศร้า

“ถ้าคุณมาทำหน้าที่แทนคุณผู้ชายได้ทุกอย่างจริงๆก็คงดี” พออคินถามว่าอะไรนะ ป้านิ่มบอกว่าไม่มีอะไร บอกให้ไปพักผ่อนเสียเดี๋ยวจะเตรียมทำอาหารไว้ให้ แต่พอเข้าครัวข้าวสารหมด ป้านิ่มจึงออกไปซื้อฝากอคินให้ดูแลริศาด้วย

ริศามาเห็นอคินใส่เสื้อผ้าของพ่อก็ไม่พอใจสั่งให้ถอด อคินบอกว่าชุดเก่าของตนยังปั่นอยู่ในเครื่อง เลยพูดไม่ออก พาลถามว่าแล้วเขามาที่นี่ทำไม พออคินเล่าให้ฟังว่าเธอจมน้ำและตนไปช่วยขึ้นมา เธอจ้องหน้าเขาแล้วหันเดินอ้าวออกไปที่หน้าบ้านร้องเรียกป้านิ่ม พอรู้ว่าป้านิ่มไปตลาดก็จะออกไปตาม

อคินถามว่าทำไมดื้ออย่างนี้ ทีอยู่กับพี่สารัตถ์ไม่เห็นจะดื้อเลย เธอหันขวับแว้ดใส่ทันที

“หยุดพูดถึงพ่อฉันเดี๋ยวนี้ คุณไม่มีสิทธิ์จะเรียกชื่อพ่อฉันด้วยซ้ำ คุณเป็นคนทำให้พ่อต้องตาย” ว่าแล้วกระแทกไหล่เขาออกไปเลย

อคินตามไปด้วยความเป็นห่วง จนถึงสะพานเห็นลูกหมาสีน้ำตาลอ่อนนอนเลือดท่วมตัวอยู่ที่ริมตลิ่ง

อคินวิ่งลงไปอุ้มลูกหมาขึ้นมาจนเสื้อเขาเปื้อนเลือด

ความสงสารลูกหมาทำให้ทั้งสองมีอารมณ์ร่วมช่วยกันพาลูกหมาไปคลินิกรักษาสัตว์ ริศาเป็นห่วงร้องไห้กลัวลูกหมาจะเป็นอะไรไป อคินกอดปลอบว่าไม่ต้องห่วงเพราะถึงมือหมอแล้ว

เมื่อหมอแจ้งว่าผ่าตัดลูกหมาเรียบร้อยแล้วเจ้าน้ำตาลปลอดภัย อคินฝากให้หมอช่วยดูแลด้วย ตนจะดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างเอง ต่างก็เอามือลูบเจ้าน้ำตาลอย่างเอ็นดู มือโดนกันโดยไม่ตั้งใจ อคินตัดสินใจกุมมือเธอไว้ เอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“วันนี้น้องสาริศาช่วยชีวิตไว้ได้หนึ่งชีวิตแล้วนะครับ เก่งมากเลย”

“ไม่ใช่แค่ฉันหรอก เราก็ช่วยมันกันทั้งสองคนแหละค่ะ”

ต่างมองกันด้วยความประทับใจเหมือนวันเก่าๆอีกครั้ง และเมื่อกลับถึงบ้านตอนบ่ายเสื้อผ้าอคินยังไม่แห้ง ริศาบอกว่าถ้าไม่มีอะไรจะใส่ก็ใส่ไปก่อนก็ได้ ทำเอาอคินยิ้มหน้าบาน

ooooooo

ป้านิ่มทำอาหารเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเป็นสุกี้หม้อไฟ พอนั่งโต๊ะอคินเตรียมเททุกอย่างลงไปต้มในคราวเดียวกัน ริศาจึงแนะนำวิธีกินสุกี้ให้อร่อยและสาธิตให้ดู อคินฟังและทำตามทั้งทำให้ริศาและกินเอง

ความสัมพันธ์ที่กลับมาเป็นปกติเพราะเจ้าน้ำตาลทำให้หนุ่มสาวคุยกันอย่างเพลิดเพลิน

ผีอัศนีนั่งร่วมโต๊ะเท้าคางมองทั้งสองอย่างหมั่นไส้

ตกเย็นอคินช่วยตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ระหว่างนั้นเขาคุยถึงความสัมพันธ์กับสารัตถ์ที่เป็นทั้งพี่ เพื่อนและครูอย่างซาบซึ้งใจ แต่ริศาได้ฟังเรื่องพ่อแล้วความไม่พอใจก็ปะทุขึ้นมาอีก ทนไม่ได้ลุกวิ่งหนีไปขึ้นห้องนอน ป้านิ่มตามไปก็ถูกปิดประตูใส่หน้าแล้วเก็บตัวเงียบ


อคินงงว่าตนพูดอะไรผิด ผีอัศนีที่ยืนอยู่ข้างๆอคินหัวเราะพูดใส่หน้าว่า “โง่จริงๆ ไม่ได้โง่เล่นๆ”

พอเริ่มค่ำอคินเตรียมตัวกลับ ป้านิ่มขอร้องให้อยู่ค้างที่นี่เพราะกลัวขโมยหรืออะไรที่ไม่ใช่คน อคินจึงค้างที่บ้านสวน และคืนนี้เขาเข้าไปในห้องพักของสารัตถ์เห็นรูปของสารัตถ์แล้วยิ่งเศร้า ยิ่งรู้สึกผิด พึมพำ...

“ผมไม่เชื่อว่าที่เครื่องบินตกเป็นเพราะพี่อยู่ในสภาพไม่พร้อมบิน ผมจะต้องหาข้อมูลมายืนยันความบริสุทธิ์ของพี่ให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้พี่ต้องเสียชื่อเสียงเด็ดขาด”

อคินโทร.ไปสอบถามความคืบหน้าของการสืบสวนเรื่องเครื่องบินตกจากนุชก็ได้รับการปฏิเสธที่จะพูด จึงนึกได้ว่านุชเป็นพวกเดียวกับศรันย์ คิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆนึกถึงกิตติที่สารัตถ์ช่วยให้เข้าทำงานที่บลูไคท์ เห็นกิตติปีนรั้วบ้านริศาคืนก่อน ฉุกคิดว่ากิตติต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบินตก

ฝ่ายริศานอนอยู่ดีๆสร้อยกับจี้ที่วางอยู่ข้างรูปพ่อจู่ๆก็หล่นลงมา และผีอัศนีก็ปรากฏให้เห็นอีก ขอร้องให้ริศาเอาสร้อยไปให้อนงค์ ริศาตกใจจะวิ่งหนี แต่ถูกอัศนีจูงไปดูตนในอดีต...

“อุดรธานี พ.ศ.2510” อัศนีบอกว่านี่คือที่เริ่มต้นเรื่องราวของตนกับอนงค์...บอกริศาว่าเธอยังไม่ตายนะ แต่เธออยู่ในความฝัน...

ในปี พ.ศ.2510 นั้น อุดรธานีเต็มไปด้วย GI ทั้งฝรั่งและผิวสี มีคลับบาร์ราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน และมีผู้หญิงกลางคืนมากมายที่แต่งตัวล่อแหลมจัดจ้านรอรับนักท่องเที่ยว

อัศนีพาริศาไปที่สนามบินลับ ชวนสันติขึ้นบินผาดแผลงโดยพลการจนถูกชาลีหัวหน้าปฏิบัติการฝึกบินของนักบินไทยลงโทษวิ่งรอบสนามพร้อมเครื่องสนามห้าสิบรอบ อัศนียังคึกท้าสันติว่าใครหมดแรงก่อนแพ้ต้องเป็นเจ้ามือคืนนี้

เมื่อเข้าไปในบาร์ที่เต็มไปด้วยจีไอ ผีอัศนีกับริศาที่ยืนมองอดีตอยู่เห็นจีไอตัวโตคนหนึ่งกำลังกอดจริยาเด็กสาวอยู่ อนงค์เดินตรงไปบอกจริยาว่าพ่อกับแม่ให้มาตาม

จริยาเป็นลูกศิษย์ของอนงค์ รีบบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรแค่มาเที่ยวเท่านั้น จีไอคนนั้นไม่ยอมให้จริยาไป หากจริยาไปอนงค์ก็ต้องมาแทน ดึงอนงค์ไปกอดตะปบสะโพกอย่างเมามัน สันติทนเห็นจีไอลวนลามอนงค์ไม่ได้ เข้าไปช่วยอนงค์เลยถูกพวกมันกรูกันเข้ามารุม อัศนีพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อน เลยเกิดตะลุมบอนกันขึ้น อนงค์ตกใจตะโกนหลอกว่าสารวัตรทหารมา

การตะลุมบอนหยุดทันที แต่พอมองไปเห็นยามยืนอยู่ก็ลุยกันต่อ อึดใจเดียวสารวัตรทหารตัวจริงก็มา พวกนักตะลุมบอนเลยวิ่งกันตัวใครตัวมัน อัศนีคว้ามืออนงค์กับสันติวิ่งอ้าวออกไปขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป

อนงค์พาไปที่บ้านพักครูของตน ขอบคุณทั้งสองที่ช่วย อัศนีในสภาพหน้าบวมปูดเลือดกบปากแต่พอเห็นความงามของอนงค์ก็ตกอยู่ในภวังค์ สันติเรียกจึงรู้สึกตัว อนงค์เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดที่หน้าให้อัศนีเบาๆ ต่างมองกันเขินตามอารมณ์ของหนุ่มสาว

หลังจากนั้นทั้งสามก็นัดเที่ยวพักผ่อนด้วยกันทั้งภูเขาและน้ำตก วันนี้นัดไปไหว้พระในวัดด้วยกัน ขณะอัศนีกับอนงค์เดินผ่านต้นลั่นทมที่ดอกเพิ่งร่วงลงมา อัศนีหยิบดอกลั่นทมทำใจกล้าส่งให้อนงค์ อนงค์มองอึ้งแล้วเอียงหน้าให้เขาเอาทัดหูให้แทน ต่างมองกันนิ่งซึ้งด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกัน...ใจตรงกัน...

สันติเดินพ้นมุมอาคารมาเห็น เขามองอึ้ง หยุดกับที่ไม่กล้าเดินเข้าไป ตกกลางคืนเมื่อมาเดินเล่นที่ท่าน้ำริมคลอง อัศนีตัดสินใจจะบอกรักอนงค์ แต่ใจยังไม่กล้าพอ อนงค์รู้ใจค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปจนใกล้ กระซิบ

“พี่ไม่ต้องพูดก็ได้...”

อัศนีใจฟุ้งก้มจูบอนงค์เบาๆ ผีอัศนีที่ยืนดูอดีตกับริศาบอกเธอว่า

“มันเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต”

แต่ที่อีกมุมหนึ่งสันติเดินถือกล่องของขวัญน่ารักมาก เห็นภาพนั้นยืนขาตาย เอากล่องที่เขียนข้อความสั้นๆ แต่เป็นความรู้สึกทั้งหมดจากหัวใจว่า “ผมชอบคุณ” ซ่อนไว้ข้างหลัง

ผีอัศนีบอกริศาที่ยืนดูอดีตด้วยกันว่า “เพื่อนรัก เพื่อนทรยศ” อัศนีหันขวับมองริศาหน้าบึ้งตึง แต่ไม่ทันพูดอะไรก็รู้สึกโลกสั่นไหวแล้วทุกอย่างรอบข้างก็กลายเป็นฝุ่นควัน พลันอัศนีก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง

ริศาตื่นจากความฝันบอกอัศนีว่าเขาควรเล่าต่อว่าสันติไปทำอะไรเขา พลันอัศนีก็เหมือนถูกพลังบางอย่างกระชากออกไปจากห้องริศา แล้วร่างอัศนีก็กลายเป็นควันฟุ้งลอยไปปรากฏต่อหน้าอคินโดยไร้สาเหตุ อคินกำลังคุยกับคุณย่าที่โทร.มาตามวางหูโทรศัพท์พอดี

อัศนีแปลกใจว่าอคินเป็นใคร คุยกับใคร ทำไมถึงมีแรงดึงดูดตนได้ พอดีอคินมองมาจึงลองถามว่า

“นายเห็นฉันนี่ นายได้ยินฉันใช่ไหม” อคินเอื้อมมือออกมาเหมือนจะจับอัศนีแต่มือก็ทะลุผ่านไป แล้วเขาก็คว้าหมอนมากอดนอนต่อ อัศนียิ่งงง “ทำไม...เกิดอะไรขึ้น ไอ้ทึ่มนี่มันเป็นใครกันแน่”

ผีอัศนีพยายามปลุกอคินให้ขึ้นมาคุยกันว่าเขาเป็นใคร ทำไมตนจึงถูกดูดออกมาจากฝันของริศามาหาเขาได้ แต่อคินก็นอนนิ่ง ผีอัศนีจึงจะทำแบบเดียวกับทำกับริศา ทำเสียงเย็นๆเนิบๆ เรียก อคินนนน...แต่ก็ไม่ได้ผลเลยเปลี่ยนเป็นโน้มตัวเข้าไปหาตะโกน

“ไอ้ทึ่ม ตื่นเดี๋ยวนี้เว้ยยยย”

ooooooo

ริศาอยู่ที่ห้องนอน เปิดตู้เก็บของดึงกล่องออกมาวาง เจออัลบั้มและหนังสือเก่าๆ เปิดอัลบั้มเห็นรูปสันติในวัยหนุ่มใส่ชุดนักบิน พลิกดูด้านหลังเขียนว่า “สันติ พงศ์บุญยภา พ.ศ.2511”

“คุณปู่สันติคือเพื่อนสนิทของนายอัศนีแล้วมีเรื่องรักสามเส้าด้วย...มิน่า อีตาผีอัศนีถึงได้ตามหลอกหลอนเราอยู่ได้ แล้วสร้อยคอเส้นนั้นก็เจอที่นี่...บ้านของปู่...

หรือว่า????” ริศามีคำถามเต็มไปหมด

ขณะที่ผีอัศนีพยายามวิธีสุดท้ายจะเข้าสิงร่างอคิน พอโน้มตัวลงไปจะทับร่างอคิน ริศาก็ผลักประตูเข้ามาเห็นพอดี ตกใจร้องลั่น “เย้ย...นั่นคุณจะทำอะไรพี่อคินน่ะ!”

ริศาคิดว่าผีอัศนีจะทำมิดีมิร้ายอคิน เธอบอกว่าอย่าทำอะไร อคินเป็นคนดี รับปากว่าตนจะช่วยให้เขาได้ไปผุดไปเกิดให้ได้

ริศาพูดเสียงดังกับผีอัศนีจนอคินตื่น เขางงว่าเธอพูดอะไรคนเดียว ริศาชะงักปดว่ายุงมารบกวน อคินซึ้งที่เธออุตส่าห์ตื่นมาไล่ยุงให้ ริศาเห็นอัศนียังพยายามจะสิงอคิน ห้ามก็ไม่ฟังจึงตบผีอัศนีบนหน้าอคินเพียะ!

อคินงุนงงว่าตบหน้าตนทำไม ริศาอ้างว่าตบยุง อคินตกใจถามว่าน้องริศาไม่สบายหรือเปล่าทำไมพูดแปลกๆ ฝ่ายผีอัศนีก็พยายามจับมือริศาไว้ จึงเห็นรูปของสันติชัดๆถึงกับเซไป ริศาสงสัยว่าทำไมผีอัศนีเห็นรูปแล้วมีอาการแปลกๆ พลิกรูปสันติให้ดูบอกว่า

“นี่รูปปู่ฉัน...สันติ เพื่อนคู่หูของคุณที่คุณให้ฉันเห็นในฝัน เหมือนคุณกับปู่สันติและผู้หญิงคนนั้น...”

อคินงงแล้วงงอีก มองเลิ่กลั่กว่าริศาพูดกับใคร

ฝ่ายผีอัศนีอารมณ์เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด

หน้าหล่อๆกลายเป็นผีน่ากลัว ริศาถามผีอัศนีว่าปู่ตนไปแย่งแฟนเขาหรือ

“สันติเป็นปู่ของเธอนี่เอง มิน่าล่ะ เพราะมันคือตัวต้นเหตุ ทำให้ฉันไม่ได้ไปผุดไปเกิด เพราะมันทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ไอ้สันติ แกทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง...ทำไม...ทำไม!”

ริศาตกใจกลัวมาก อคินที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ปลอบไปตามประสานักบินว่าอากาศแปรปรวนกะทันหันเท่านั้น แต่ผีอัศนีตะโกนอย่างโกรธแค้นขึ้น

“ฉันไว้ใจมัน แต่มันทรยศฉัน...ไอ้เพื่อนชั่ว!!!”

ริศากลัวตัวสั่น ในขณะที่อคินก็ยังปลอบว่าเป็นธรรมชาติ...ไม่มีอะไร ไม่ต้องกลัว ตนอยู่ตรงนี้...

ริศากอดอคินขอร้องเขาอย่าทิ้งตนไปไหน อคินจึงประคองเธอเข้าห้องนอน ปลอบว่าไม่ต้องกลัวตนจะนอนเฝ้าอยู่หน้าห้อง ริศาขอร้องอย่าไป อยู่กับตนก่อนแล้วในคืนที่ฟ้าคำรามฝนกระหน่ำลมกระโชกนี่เอง อคินอยู่ปลอบริศาจนเผลอใจจูบเธอ ริศาอยู่ในความอบอุ่นรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ แต่พอได้สติก็บอกอคินว่าออกไปก่อนดีกว่าตนอยู่คนเดียวได้ พออคินออกไปริศาก็เอาหมอนมากอดปิดหน้าถามตัวเอง

“โอ๊ย...ทำอะไรลงไปเนี่ย”

ฝ่ายอคินเมื่อออกไปเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดก็เดินไปปิดบ่นงึมงำว่าลมฟ้าอากาศมันแปรปรวนจริงๆ... พิลึก แล้วตบปากตัวเองเบาๆ ด่าตัวเองว่าไปจูบน้องเขาได้ยังไง นิสัยไม่ดี เดินไปพูดกับรูปสารัตถ์อย่างรู้สึกผิด

“พี่สารัตถ์ครับ ผมขอโทษครับที่ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ไปจูบน้องริศาแบบนั้น ผมสัญญาครับว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด... จนกว่า...จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมครับ...”

พูดแล้วอคินเขิน ทวนเบาๆ

“จนกว่าจะถึงเวลา นี่แสดงว่าเรารอให้ถึงเวลานั้นอยู่ใช่ไหมล่ะ...ตาย ตาย ไอ้คิน”

ooooooo

อคินคิดแล้วขำตัวเอง เห็นรูปตกอยู่หยิบขึ้นมาดู นึกได้ว่าริศาบอกว่าเป็นรูปปู่สันติ พึมพำสงสัยว่าคุณพ่อของพี่สารัตถ์ก็เป็นนักบินรบด้วยหรือ สงสัยว่าเครื่องแบบไม่มีสัญลักษณ์แล้วจะรู้ได้ไงว่าเป็นนักบินอะไร อคินพลิกดูด้านหลังภาพ เขียนว่า “สันติ พงศ์บุญยภา พ.ศ.2511” อคินคิดทบทวนว่า

“2511...ก็สมัยสงครามเวียดนามสินะ ปีเดียวกับปีเกิดของพ่อเราเลย ปู่สันติ...ปู่ของริศายังมีรูปให้ดูแต่ปู่เราสิไม่มีอะไรเลย ปู่ไปบินแล้วก็หายไปในวันที่พ่อเกิด...แค่นี้เองที่รู้ นอกนั้นเราไม่มีสิทธิ์รู้อะไรเลย”

รุ่งเช้าอคินกับป้านิ่มใส่บาตรเสร็จ อคินบอกว่าดีจังได้ใส่บาตรตอนเช้าแบบนี้ด้วย ป้านิ่มบอกว่า

ถ้ามาค้างที่นี่ตนกับริศาก็ต้องตื่นมาใส่บาตรทุกที แต่พอมองหา เห็นริศาไปนั่งกรวดน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไกลๆ

ริศากรวดน้ำแผ่กุศลไปถึงผีอัศนีที่ยืนอยู่ใกล้ๆด้วย ทำให้ผีอัศนีได้รับส่วนกุศล ใบหน้าที่หม่นหมองก็สดใสหล่อเหลา อารมณ์ดีขึ้นทันที ริศาเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่า

“ในฝัน ปู่สันติท่าทางเหมือนจะเป็นคนพ่ายรักในกรณีรักสามเส้าไม่ใช่เหรอคะ ปู่ฉันเป็นคนที่อกหักเป็นคนที่แพ้นี่คะ แล้วทำไมคุณมาโกรธปู่ คุณว่าปู่เป็นต้นเหตุให้คุณไม่ได้ไปผุดไปเกิด มันคืออะไรคะ”

“ถ้าไอ้ส่วนเกินมันกลับไป แล้วจะบอก” ผีอัศนีมองไปทางอคินอย่างรังเกียจ ริศาถามว่าจะให้ตนไล่เขากลับไปหรือ “ถ้าไอ้ทึ่มอยู่ มันก็จะคอยดึงพลังไปจากฉัน ทำให้ฉันพาเธอเข้าไปในฝันไม่ได้”

ริศาถามว่าทำไม ผีอัศนีบอกว่าไม่รู้เหมือนกันแล้วร่างก็จางหายไป

“เดี๋ยวสิคะ จะรีบไปไหน”  ริศาถามแล้วบ่นเซ็งๆ “แต่ปู่ฉันเป็นคนดี ปู่ฉันไม่มีวันทรยศเพื่อนหรอก”

ริศากลับมาที่ห้องหารูปปู่ที่ทำหล่นเมื่อคืน ถามอคินเขาทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าไม่เห็น ริศาจึงหาไปตามใต้โต๊ะ อคินหยิบรูปจากกระเป๋าออกมาดูแล้วตัดสินใจเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม

ริศากับอคินมีความรู้สึกดีๆต่อกัน อคินบอกว่าตนจะกลับไปหาคุณย่าก่อน ค่ำๆจะกลับมา จับมือริศาบอกว่าที่ตนพูดว่าจะดูแลริศานั้นตนพูดจริงเพราะตนรักและห่วงมาก ขาดเหลืออะไรขอให้คิดถึงตนก่อนคนอื่น ริศามองอย่างซาบซึ้ง เคลิ้ม กำลังจะรับคำ พลันเสียงโทรศัพท์ของอคินก็ดังขึ้น ริศาใกล้กว่าจึงเดินไปหยิบ

อคินบอกว่าสงสัยคุณย่าโทร.มา แต่บนจอโทรศัพท์ที่ริศาหยิบขึ้นมาเป็นรูปอคินกับหญิงสาวสวยถ่ายกันอย่างแนบชิด ดูก็รู้ว่าเป็นแฟนกัน ริศาหน้าตึงทันที อคิน

พยายามจะชี้แจงว่าเธอเข้าใจผิด แต่ริศาตัดบทว่าไม่ผิดตนเข้าใจแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง เชิญให้รีบกลับไปเสียคนหลอกลวง

ที่บ้านคุณย่า ขณะคุณย่ารออคินอย่างกระวน กระวายนั้น อรนิภาญาติผู้น้องที่หลงรักอคินก็มากดกริ่งหน้าบ้าน คุณย่าดีใจนึกว่อคินกลับมาแล้ว แต่พอเห็นเป็นอรนิภาคุณย่าก็เซ็ง

ooooooo


ละครใต้ปีกปักษา ตอนที่ 2 อ่านใต้ปีกปักษาติดตามละครใต้ปีกปักษา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ สก๊อต, มทิรา ตันติประสุต 18 ส.ค. 2561 12:33 2018-07-31T01:54:14+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ