ตอนที่ 7
อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'
งามยิ่งครุ่นคิดถึงวันที่ศตายุเกิด...ตอนนั้น เจริญรุ่งใส่ชุดดำนั่งเศร้าอยู่มุมหนึ่งในบ้าน กิจจาถามภรรยาว่าทำไมไม่รับหลานกลับมาอยู่บ้าน ตนอยากเห็นหน้าหลานเร็วๆ เธอตอบว่า
“เรื่องตาหนูเดี๋ยวฉันดูแลให้ คุณควรจะอยู่ทางนี้ ช่วยเจ้ารุ่งจัดการเรื่องงานศพไปก่อน ตอนนี้เจ้ารุ่งก็เอาแต่เสียใจที่เมียตาย จนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว”...กิจจามองลูกชายที่ดูเสียใจมาก
งามยิ่งเล่าให้เมฆพัดฟังว่า “ตอนที่แฟนพี่รุ่งคลอดไอ้โต คุณแม่ไม่ยอมให้ใครไปเยี่ยมหลานที่โรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ ขนาดคุณพ่อยังไม่ได้ไปเลย แกว่ามันน่าแปลกไหมล่ะ”
“แล้วคุณแม่จะปิดคุณพ่อไปเพื่ออะไร” เมฆพัดครุ่นคิด
งามยิ่งย้อนถามจำได้ไหมว่าตอนนั้นบริษัทกำลังแย่ เมฆพัดเศร้าเป็นเพราะตน งามยิ่งรีบเปลี่ยนเรื่อง “มีซินแสมาทักว่าจะมีผู้ชายนำโชคมาให้ คุณพ่อก็เลยหวังกับหลานคนนี้เอาไว้มาก”
เมฆพัดเสริม “คุณแม่ก็อาจจะทำอะไร เพราะไม่อยากให้คุณพ่อผิดหวัง”
“ใช่...ถ้าไอ้โตไม่ใช่ลูกของพี่รุ่ง ไม่ใช่หลานของคุณพ่อ คุณพ่อก็คงไม่รักไอ้โตขนาดนี้ ตำแหน่งในบริษัทก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้”
เมฆพัดจึงคิดจะสืบเรื่องนี้ให้ได้ เผื่อศตายุจะกระเด็นออกจากบริษัท งามยิ่งเห็นด้วย...
ในขณะที่ศตายุ บุรี เก็ท ไมเคิล พิมพ์พรรณและธราดลยังอยู่ในงานวันเกิดพบูบนห้องพัก พบูกับมธุรสออกมาคุยกันริมระเบียงตามประสาแม่ลูก มธุรสส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้ พบูแปลกใจรับมาเปิดดู เห็นเป็นการ์ด
วันเกิดถึงตัวเองหลายใบที่มธุรสเขียนให้ตนทุกปีตั้งแต่เด็กจนโต เป็นคำอวยพรทุกวัย พบูถึงกับน้ำตาปริ่ม “หนูคิดว่าแม่จะลืมหนูแล้วซะอีก”
“แม่จะลืมลูกได้ยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูอาจจะลืมแม่ เกลียดแม่ เข้าใจว่าแม่ทิ้งหนูไป แต่จริงๆแล้ว
แม่ไม่เคยทิ้งหนูไปไหนเลยนะ แม่แอบดูหนูอยู่ตลอดเวลา แต่แม่ก็ไม่กล้าเข้าไปหาหนู เพราะกลัวว่าหนูจะไม่อยาก เจอแม่”
พบูพูดไม่ออกโผกอดมธุรส มธุรสเหลือบไปในห้องเห็นศตายุกำลังคุยอยู่กับไมเคิลก็เปรย “แม่ว่าคุณโตเขาต้องมีใจให้หนู ปกติเขาไม่มางานแบบนี้หรอก ตั้งแต่หนูมาทำงานกับเขา คุณโตก็ดูเปลี่ยนไป” พบูติงว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว มธุรสโน้มน้าว “แต่คุณโตเขาโอเคเลยนะลูก ทั้งนิสัยใจคอ หน้าที่การงาน รูปร่างหน้าตา ผู้ชายแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ”
พบูย้ำว่าศตายุไม่ได้คิดอะไรกับตน มธุรสสวนแล้วถ้าเขาคิด เธอจะคิดด้วยไหม พบูชะงัก
“ตอนนี้หนูไม่คิดเรื่องอะไรทั้งนั้นล่ะค่ะ หนูสนใจแต่ว่าหนูจะทำยังไงเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อกับยัยการเกดเห็นว่า หนูสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวหนูเอง”
“แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ท้าทายดี คุณโตจะได้รู้ว่าลูกสาวแม่ไม่ใช่หญิงเห็นแก่เงิน”
พบูอึ้งไปกับความคิดของแม่ ธราดลเดินเข้ามาโวย “ไอ้พี่โตมันจีบพี่เฟลอร์เหรอ”
พบูตกใจปรามให้เบาๆ ธราดลหาว่าศตายุเป็นเกย์ “จริงๆนะ ผมน่ะสงสัยมานานแล้ว อาเมฆ อางามก็สงสัยแต่ไม่มีใครกล้าพูด หรือมันจะจีบพี่เฟลอร์เอาไว้บังหน้า มีลูกไว้เอาใจคุณปู่”
“พอเลย ดล..พูดอะไรเป็นคุ้งเป็นแคว เฟลอร์อย่าไปเชื่อน้องนะ คนเป็นเกย์เขาต้องเนี้ยบ ออกท่าทางอะไรมากกว่านี้”
“นั่นมันเกย์โบราณตามนิยามของแม่ค่ะ เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว บางคนอาการไม่ออก ไม่รู้ตัวก็มีเยอะแยะค่ะ” พบูเหล่มองไปทางเก็ทในห้อง
ด้านเก็ทรู้สึกว้าวุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้บุรี จนทนไม่ไหวลุกหนี...พบูเข้าครัวมาผสมเครื่องดื่มตามยูทูบในมือถือ เก็ทเดินเข้ามาสีหน้าสับสน พบูเห็นถามเป็นอะไร เก็ทลังเลที่จะปรึกษา
“ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ว่ะ รู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก มันวูบวาบๆ”
พบูย้อนถามตอนอยู่ใกล้บางคนหรือเปล่า เก็ทชะงักมองหน้าพบู เธอบอกยิ้มๆว่าเขาชอบบุรี...เก็ทโวย จะบ้าหรือตนเป็นผู้ชาย พบูพูดหน้าตาเฉยว่า “ก็ฉันเห็นผู้ชายชอบผู้ชายเยอะแยะ”
“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้” เก็ทรับไม่ได้
“แกมีอาการแบบนี้เวลาอยู่ใกล้คุณบุรีรึเปล่าล่ะ รู้สึกใจเต้น หน้าร้อนๆ สยิวๆ ขนลุกๆ”
เก็ทคิดตามแล้วพยักหน้า พบูเสริมว่าเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีความสุขเมื่ออยู่ใกล้คนคนนั้น คิดถึงเขาตลอดเวลา...เก็ทเครียดหนัก ชักจะยอมรับ พบูถอนใจ
“ฉันสงสัยมานานแล้ว เมื่อก่อนแกมีแฟนแต่ก็คบได้ไม่นาน พอแกเลิก แกก็ไม่ได้เสียใจ แล้วแกก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนอีก แกไม่ชอบมองผู้หญิง แต่แกกลับชอบมองผู้ชาย ที่สำคัญแกรู้สึกดีเวลาอยู่กับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง...ฉันตงิดๆตั้งแต่ครั้งแรกที่แกเจอคุณบุรีแล้ว”
พบูแจกแจงแต่ละครั้งที่เก็ทเจอบุรีมีลักษณะอย่างไร เก็ทคิดตามแล้วยิ่งเครียด พบูปลอบว่าไม่แปลกถ้าจะชอบบุรี ความรักไม่ได้ไปทำร้ายใคร ทันใดบุรีเดินเข้ามากอดคอเก็ทดูเครื่องดื่มที่พบูผสม เก็ทยิ่งทำตัวไม่ถูกส่งแก้วให้เขาแล้วเดินหนี พบูขำตบไหล่บุรีแรงๆจนเขาสำลักงงๆ
โถงอาคารศศิวงศ์ พบูเดินลงมาส่งทุกคน เธอยิ้มแย้มมีความสุขกับงานวันเกิดคืนนี้มาก แต่พอหันกลับจะขึ้นห้องพัก ก็ต้องหุบยิ้มเพราะเจอเจมี่ยืนหน้าบึ้งอยู่ เธอปั้นหน้าดุถามวันนี้ไปไหนมากับศตายุ ตนโทร.เข้ามาถึงรู้ว่าเขาออกไปฉลองวันเกิดกับเธอ
พบูมองนิ่งๆไม่ตอบ เจมี่โกรธขู่ “ถ้าเธอไม่หยุดยุ่งกับพี่โต อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”
เห็นพบูขำ เจมี่งงถามขำอะไร พบูตอบว่าขำที่เธอปั้นหน้าเป็นนางร้าย ทำหน้าดุอย่างไรก็ไม่น่ากลัว เจมี่โวย “ฉันพูดจริงนะ ฉันไม่มีทางยอมแพ้เธอหรอก ยังไงฉันต้องทำให้พี่โตกลับมารักฉันให้ได้”
พบูอ่อนใจทำท่าชี้ที่ปากแล้วบอกว่า “ดูปากพบูให้ดีนะคะ ฉัน...ไม่ได้...ชอบ...คุณ...ศตายุ และคุณศตายุก็ไม่ได้ชอบฉัน ชัดเจน เคลียร์นะ”
เจมี่เถียงว่าสิ่งที่พบูทำมันสวนทางกับที่พูด เพราะเธอยังอยู่ห้องของศตายุ ถ้าไม่คิดอะไรกันจริงๆก็ต้องย้ายออกไปจากห้องเขา...พบูเห็นสายตาเจมี่เป็นเชิงขอร้อง จึงรู้สึกสงสาร
ooooooo
วันต่อมา เจมี่เล่าให้บุรีฟัง เขากุมขมับต่อว่า ตนบอกให้ไปเคลียร์ไม่ได้ให้ไปหาเรื่องกับพบู เจมี่เถียงก็เขาเป็นคนบอกให้เผชิญหน้า สู้กับมัน คุยกันให้รู้เรื่อง ตนก็ทำ บุรีถอนใจ
“ผมหมายถึงให้คุณเลิกหนีปัญหา คุยกับคุณศตายุให้รู้เรื่อง สู้ของผมหมายถึง เอาความเสียใจมาเป็นพลังบวกเปลี่ยนแปลงให้ตัวเองดีขึ้น”
“ก็ฉันโมโหนี่ ฉันทำทุกอย่างเพื่อพี่โตมาตั้งกี่ปี แต่พี่โตยังไม่เคยพาฉันไปเที่ยวแบบคุณพบูเลย” เจมี่เริ่มจะร้องไห้ บุรีรีบปลอบ
“เอาน่า วันนี้เขาไม่รักก็ไม่ได้หมายความว่าเขา เกลียดซะหน่อย คุณก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดี หน้าตาก็น่ารัก ถ้าคุณผอมกว่านี้อีกนิด สูงกว่านี้อีกหน่อย ผมว่าคุณก็น่ารักไม่แพ้คุณพบูหรอก”
เจมี่มีกำลังใจขึ้น มุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ เอาให้ดีกว่าพบู พอดีศตายุโทร.เข้ามือถือ เจมี่มองไม่กดรับ บุรีจึงถามยังไม่ได้คุยกันเลยหรือ เธอส่ายหน้า บุรีดึงมือถือมากดรับแล้วยื่นให้คุยกันให้เคลียร์ เจมี่หน้าเสียจำต้องรับมือถือมาคุย
ศตายุดีใจที่เจมี่ยอมมาพบที่ห้องทำงาน ถามยังไม่หายโกรธตนหรือ แล้วขอโทษที่ตนปล่อยให้เธอเข้าใจผิดมานาน ตนเห็นเธอเป็นน้องจริงๆ เจมี่รีบบอกว่าไม่ต้องขอโทษ ตนไม่เคยโกรธเขา ตนผิดเองที่ไม่เคยถามความรู้สึกเขา กลับคิดเองเออเอง ศตายุตั้งใจฟัง เธอกล่าวต่อ
“ก่อนหน้านี้เจมี่อาจจะหลอกตัวเองมาตลอด แต่ต่อไปนี้เจมี่จะไม่หลอกตัวเองแล้ว เจมี่คิดได้แล้วค่ะว่าควรทำยังไงดี...ถึงพี่โตจะไม่ชอบเจมี่ก็ไม่เป็นไร แต่เจมี่จะชอบพี่โตไปเรื่อยๆค่ะ พี่โตคงไม่ว่าอะไรเจมี่นะคะ” สีหน้าเจมี่มุ่งมั่น ศตายุกุมขมับที่สุดท้ายเธอก็กลับมาเหมือนเดิม
ในขณะเดียวกัน พบูกับเก็ทมาติดต่อเจ้าหน้าที่ขอจองห้องพักคอนโดพนักงาน แต่ไม่มีห้องว่างเลย เก็ทสงสัยถามพบูทำไมต้องย้ายออกมาไหนบอกว่า
ไม่แคร์เสียงลือ พบูยอมรับว่าไม่แคร์ แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ตนย้ายออกมาจะดีกว่า เก็ทแย็บเพราะเจมี่ใช่ไหม
“ก็นิดนึง ฉันสงสารเจมี่น่ะ” แล้วพบูเห็นเก็ทมีท่าทางแปลกๆจึงถามเป็นอะไร
เก็ทหวั่นใจจะเจอบุรีที่นี่ ไม่ทันไรบุรีเดินมาทัก เก็ทสะดุ้งทำตัวไม่ถูกยืนหลบข้างพบู บุรีถามทั้งสองมาทำอะไร เก็ททนไม่ไหวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ บุรีเกรงจะไปไม่ถูกจึงพาไปเอง เก็ทยิ่งอึกอักเดินขาแทบขวิด พบูมองขำๆ...ในห้องน้ำบุรีมายืนโถฉี่ข้างเก็ท ทำให้เขาอายรีบออกตัวว่า
“นึกได้ว่าจะปล่อยหนักด้วย” ว่าแล้วเก็ทก็เข้ามาตั้งสติอยู่ในห้องส้วม บุรีตะโกนถามว่าเขามาทำอะไรกับพบู เก็ทบอกไปตามตรงว่าพบูจะย้ายมาอยู่คอนโดพนักงานนี้
บุรีรีบบอก “ไม่มีห้องว่างหรอก คนส่วนใหญ่เขาไม่ย้ายออกกันเพราะมันถูก ถึงจะย้ายออกเขาก็จองสิทธิ์เอาไว้ขายสิทธิ์คนอื่นอยู่ดี”
“มีงี้ด้วยเหรอ” เก็ทเปรยออกมาดังๆ
“ที่จริงบริษัทมีกฎห้าม แต่เขาก็ไปตกลงกันเองตามความพอใจ ถ้าไม่ใช่พรรคพวกกัน ก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ามีห้องว่าง”
เก็ทเดินออกมาจากห้องส้วมขอให้บุรีช่วยถามให้ที บุรีฉุกคิด จริงๆตัวเองก็ทำให้ห้องว่างได้ คิดแล้วก็ดีใจกระโดดเข้ากอดเก็ทที่ทำให้คิดได้...เก็ทหน้าแดงยืนล้างมือนิ่งนาน
จากนั้นพบู เก็ทและไมเคิลก็มานั่งปรึกษากัน พบูเปิดหาห้องพักในไอแพดแล้วบ่นว่าห้องเล็กเท่ารูหนูทำไมแพงขนาดนี้ เก็ทว่ามันอยู่ใจกลางเมืองก็ราคาอย่างนี้ ไมเคิลคิดว่าพบูควรอยู่ที่เดิมต่อไปหรือไม่ก็กลับไปอยู่บ้านกับพ่อ พบูส่ายหน้าไม่อยากกลับไปทะเลาะกับแม่เลี้ยงอีก เก็ทเสนอให้ไปอยู่กับตนแต่พบูเกรงใจ คิดว่าจะรอจนกว่าคอนโดพนักงานมีห้องว่าง...ทันใดเจ้าหน้าที่โทร.มาบอกพบูว่ามีห้องว่างให้เข้าไปดู พบูดีใจแต่เก็ทสงสัยทำไมเร็วแบบนี้
หลังเลิกงาน พบูกับเก็ทมาดูห้องที่คอนโดพนักงาน เจอต๋อยทำท่าตื่นเต้นที่พบูเป็นคนมาเช่าห้องต่อจากตน พบูถามทำไมถึงจะย้ายออก เขาอึกอัก บุรีโผล่ออกมาจากห้องข้างๆทำทีทัก
“อ้าวคุณ! คุณพบูจะมาเช่าห้องแกเหรอต๋อย บังเอิญจริงๆนะ”
ต๋อยแอบเบ้ปาก นึกถึงที่จู่ๆบุรีก็มาเก็บของในห้องตนยัดใส่ตู้ให้ดูเรียบร้อย แล้วบอกให้ย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับเขา โดยไม่คิดค่าเช่า เพียงเดือนเดียวค่อยย้ายไปอยู่ห้องนิคที่จะย้ายออก ตอนแรกต๋อยอิดออด แต่โดนบุรีทวงบุญคุณสารพัดจนต้องยอม
“พอๆไม่ต้องพูดมากแล้ว พี่ชอบคุณพบูใช่ไหม”
บุรีพยักหน้าและอ้อนวอน “ถ้าคุณพบูย้ายมาอยู่ห้องนี้ ฉันจะได้มีโอกาสทำคะแนน นะ...ฉันให้แกอยู่ฟรีกินฟรี นอนบนเตียงแถมจะซักผ้าให้ด้วย”...
เสียงพบูถามย้ำว่าทำไมต๋อยถึงย้ายออก บุรีตอบ แทนว่าต๋อยมีปัญหาเรื่องเงิน จึงมาหารค่าห้องกับตน และพอดีเรามีโปรเจกต์ที่ต้องทำงานด้วยกัน...ว่าแล้วบุรีก็ชวนพบูให้เข้าไปดูห้อง เขานำเสนอจุดดีมากมาย พบูไม่รู้สึกถึงความสบายอย่างที่บุรีเสนอเลย แต่ไม่มีทางเลือกจึงขอจองห้องนี้ไว้ก่อน เก็ทท้วงไม่คิดดูอีกรอบหรือ บุรีมองเก็ทเคืองๆ พบูเดินสำรวจห้องเผลอเปิดประตูตู้ ทันใดข้าวของก็หล่นโครมออกมาเป็นพวกหนังสือโป๊ กางเกงบ็อกเซอร์ ต๋อยกับบุรีหน้าเสีย
ooooooo
ค่ำนั้นมธุรสเอ่ยถามศตายุว่าจะมีใครมาอยู่ที่คอนโดหรือถึงให้พบูย้ายไปคอนโดพนักงาน เขาแปลกใจยังไม่รู้เรื่องนี้เลย และรับรองจะไม่ให้พบูไปพักที่อื่นเด็ดขาด มธุรสโล่งอกและดีใจ
รุ่งเช้า ศตายุมาตรวจงานคอนโดที่กำลังสร้างใหม่ด้วยตัวเอง แล้วเอ่ยถามพิมพ์พรรณเรื่องพบูจะย้ายไปอยู่คอนโดพนักงาน เธอตกใจเพราะปกติแล้วที่นั่นไม่เคยมีห้องว่าง ฉุกคิดสงสัยบุรีเป็นคนช่วย ศตายุได้ยินเช่นนั้นยิ่งไม่พอใจจะคุยกับพบูเองว่าไม่ต้องย้ายไปไหนทั้งนั้น
สายวันนั้น ศตายุนัดพบูที่ร้านกาแฟเพื่อคุยเรื่องห้องพัก เขาพยายามพูดให้เธอหวาดกลัวว่าที่คอนโด พนักงานมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับเธอ ไหนจะ หนุ่มๆที่มักจับกลุ่มดื่มกินหลังเลิกงาน ทำให้เกิดเสียงดังรบกวน และที่สำคัญห้องน้ำไม่สะอาดแถมมีแมลงสาบ พบูจินตนาการตามไปด้วยจนทนไม่ไหวบอกให้เขาพอได้แล้ว ศตายุสรุปให้เชื่อตน พักห้องเดิมต่อไป อ้างว่าเพื่อความสบายใจของมธุรส แล้วขอโทษที่ถือวิสาสะไปเอาเงินมัดจำมาคืนให้
ระหว่างนั้นงามยิ่งกับเมฆพัดเดินผ่านมา งามยิ่งเหน็บว่าตั้งแต่พบูเข้ามาทำงาน ท่านประธานก็เปลี่ยนไป “เมื่อก่อนบ้างานเป็นบ้าเป็นหลัง เดี๋ยวนี้เริ่มสนใจผู้หญิงมากกว่างานซะแล้ว”
ศตายุตอบนิ่งๆ “ถึงผมจะสนใจเรื่องอื่น แต่ผมก็ไม่เคยทิ้งงานที่บริษัทเลยนะครับ ไม่เหมือนอางามที่สนใจเรื่องคนอื่นเสมอต้นเสมอปลาย” พูดจบเขาก็ลุกเดินนำพบูออกไป
งามยิ่งมองตามด้วยความเจ็บใจ แต่เมฆพัดแอบกระซิบถามพบูถึงเรื่องที่ตนเคยเสนอ เธอมองอย่างเหยียดๆ พร้อมกล่าว ตนตอบชัดเจนตั้งแต่วันนั้นแล้ว งามยิ่งแปลกใจน้องชายคุยอะไร
ในขณะเดียวกัน บุรีกับเจมี่กำลังชนกระป๋องน้ำอัดลมดีใจที่ความพยายามของทั้งคู่จะสมหวัง ไม่ทันไรต๋อยเข้ามาขัดจังหวะความสุขของทั้งคู่ “เฮียทำไมคุณพบูมาเอาเงินมัดจำคืนล่ะ”
ทั้งสองฝันสลาย ต๋อยรีบบอกอีกว่าเจ้าหน้าที่คอนโดโทร.มาบอกว่าพิมพ์พรรณเป็นคนมาเอาเงินมัดจำ บุรีกับเจมี่รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร บุรีบ่นว่าศตายุ เจมี่โมโหปกป้อง
“อย่ามาโทษพี่โตของฉันคนเดียวนะ เขาอาจจำเป็นต้องให้อยู่ตามมารยาทเพราะต้องการรักษาน้ำใจก็ได้ ถ้าคุณพบูของคุณไม่อยู่ซะอย่าง จะบังคับได้ยังไง ผิดที่คุณพบูของคุณนั่นแหละ”
บุรีโวยจะเพราะใครก็ช่าง ตนจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ...บุรีมาหาพบูที่โต๊ะทำงาน ทำเนียนถามว่าเจ้านายไม่ยอมให้ย้ายออกหรือ เธอตอบว่าทั้งแม่และศตายุเลย แต่ตนฝากบอกต๋อยอย่าเพิ่งปล่อยห้องให้ใคร บุรีแอบยิ้มแต่ก็ขู่ว่าอย่านาน ถ้าใครให้ราคาดีกว่าก็ห้ามไม่ได้ พบูว่าเขาเค็ม แล้วถามมีธุระแค่นี้ใช่ไหม บุรีเอาแบบเมนูวางให้ พบูมองอย่างชื่นชมที่เขาทำได้รวดเร็วและสวย บุรีโอ้อวดว่าเวลางานออฟฟิศว่างตนก็รีบทำให้เลย
“อย่าไปพูดแบบนี้ให้หัวหน้าคุณได้ยินล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าคุณไม่ตั้งใจทำงาน” เสียงศตายุดังมาด้านหลัง บุรีสะดุ้งหันมอง แต่ก็สวนไปอย่างสุภาพ
“ไม่หรอกครับ หัวหน้าน่าจะชื่นชมผมมากกว่า ขนาดผมว่างก็ยังทำงานพิเศษให้บริษัท”
ศตายุมองงานออกแบบของบุรีแล้วถามปกติทำงานเร็วแบบนี้ หรือแล้วแต่ว่าใครสั่ง พิมพ์พรรณลุ้นว่าบุรีจะตอบอย่างไร บุรีบอกถ้าตนไม่ทำงานเร็ว หัวหน้าคงไม่แนะนำให้มาช่วยงานที่ร้าน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครสั่ง ถ้าพบูขอร้อง ตนไม่กล้าปฏิเสธแน่...พบูอ้าปากจะพูด
ศตายุแทรก “นั่นสินะ ขนาดห้องพักที่คอนโด ผมเป็นเจ้าของตึกเองยังหาห้องให้คุณพบูอยู่ไม่ได้เลย แต่คุณคงรู้ใช่ไหมว่าคุณพบูตกลงไม่เช่าห้องนั้นแล้ว”
พบูอ้าปากจะพูดแต่โดนบุรีแย่งตอบกวนๆว่า
เช่าไม่เช่าเดี๋ยวก็รู้...พบูทนไม่ไหวตัดบท ชวนไปหาไมเคิลกับเก็ทที่ร้าน จะได้ช่วยกันดูแบบเมนู ศตายุถามต้องให้บุรีไปด้วยหรือ พบูมองทำนองแล้วทำไม...เขารีบออกตัว เกรงหัวหน้าบุรีจะเรียกหาแล้วทำให้เสียงาน
บุรียิ้มกวนแกมประชด “ผมไม่ทำให้เสียงานหรอก ครับ คุณศตายุจ่ายเงินพิเศษสำหรับงานที่ร้านอาหารแล้วด้วย ผมก็ต้องทำให้คุ้มค่าจ้างหน่อย ถ้าคุณศตายุว่างก็ไปด้วยกันสิครับ”
ศตายุปฏิเสธตนไม่ว่างขนาดนั้น มีประชุม แล้วหันมาบอกพบูว่าไว้เจอกัน พบูยิ้มแห้งๆก่อนจะรีบลากบุรีออกไป พิมพ์พรรณแอบยิ้มขำเจ้านายที่ออกอาการไม่พอใจชัดเจน
ออกมาได้พบูก็ตำหนิบุรีอยากตกงานหรือถึงพูดจาแบบนั้นกับเจ้านาย บุรียืดโอ่ว่าระดับตนมีแต่คนชวนไปทำงาน เจ้านายต้องคอยจับตาดูว่ามีใครจะมาซื้อตัวหรือเปล่า พบูเบ้หน้าใส่ บุรีว่าศตายุตั้งใจพูดทิ้งท้ายมีนัย พบูไม่เข้าใจ บุรีเลียนเสียงศตายุ พูดวางอำนาจขยายความ
“นี่ถ้าแกไม่เก่งจริงนะ ป่านนี้ฉันไสหัวแกออกจากบริษัทไปแล้ว โทษฐานที่แกคิดจะ...”
พบูรอฟังคิดจะอะไร แต่แล้วบุรีก็หัวเราะแก้เก้อบอกไม่รู้คิดไม่ออก พบูสงสัยทำไมศตายุจะต้องวางท่าแปลกๆกับบุรี เขาตอบกวนๆ “สงสัยหงุดหงิดเรื่องอื่นแล้วมาพาลเอากับพนักงานมั้ง เป็นเจ้าของบริษัทก็ดีแบบนี้แหละ”
หญิงสาวส่ายหน้าไม่อยากเชื่อแล้วเดินไป...ห่างออกมามีมอเตอร์ไซค์จอดซุ่มอยู่ คนร้ายโทร.แจ้งว่า เจอเป้าหมายแล้ว
ในขณะเดียวกัน เมฆพัดกำลังคุยงานกับชัชชัย เขาเลี่ยงมาคุยโทรศัพท์ “ดี ถ้าได้จังหวะแล้วค่อยจัดการตามแผน” พูดจบก็เดินกลับมาหาชัชชัยที่นั่งดูเอกสาร
ชัชชัยกล่าวกับเมฆพัดว่า คอนโดที่เมฆพัดเสนอมาน่าสนใจ แต่ตนได้ยินมาว่าที่ดินตรงนั้นกิจจากับศตายุสร้างเป็นร้านอาหาร ตนไม่อยากผิดใจกับทั้งสองคน เมฆพัดปั้นหน้ายิ้มเข้าใจ
“ส่วนเรื่องคอนโดที่ผมจะลงทุนกับศศิวงศ์ ผมเห็นไอเดียของคุณแล้ว น่าสนใจมาก”
“ไอเดียของผมนอกจากดีไซน์จะแปลกใหม่แล้วยังประหยัดงบด้วยนะครับ คอนโดแบบนี้จะสร้างกำไรให้กับคุณชัชชัยมากกว่าเดิมแน่นอน” เมฆพัดหว่านล้อมให้ชัชชัยช่วยเสนอให้ตนรับผิดชอบโครงการนี้ โดยอ้างเจมี่เพิ่งมีปัญหากับศตายุ ถ้าเขาดีลงานกับตนจะได้ไม่อึดอัดใจ ชัชชัยบอกจะลองคิดดู เมฆพัดยิ้มอย่างมีหวัง
ooooooo
พิมพ์พรรณชื่นชมศตายุที่แยกสมาธิเก่ง กลับมาประชุมได้ เป็นตนจิตใจคงไปอยู่ที่ร้านแล้ว ศตายุเหล่มองก่อนจะหันมาบอกเริ่มประชุมได้
พนักงานคนหนึ่งรายงานเรื่องเมฆพัดพยายามวิ่งวุ่นจะเป็นโปรเจกต์เมเนเจอร์โครงการของชัชชัยให้ได้ ถึงกับให้แผนกออกแบบทำแบบไปเสนอเรียบร้อยแล้ว ศตายุอึ้ง
ขณะที่พบูกับบุรีมาถึงร้าน มีโทรศัพท์เข้ามา พบูจึงให้บุรีเข้าไปในร้านก่อน เธอกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเจมี่โทร.มาโวยที่ยังไม่ย้ายออกจากห้องของศตายุ พบูให้ไปถามเขาเองว่าทำไม แต่เจมี่กลับขู่ ถ้ายังเลือกที่จะอยู่ต่อ ตนจะโทร.จิกอยู่แบบนี้ให้รำคาญไม่มีความสุข พบูติง
“ถ้าเธอจะโทร.มาพูดเรื่องซ้ำซากพวกนี้ ฉันจะวางแล้วนะ ฉันมีงานต้องทำ แค่นี้นะ”
พอวางสาย เจมี่หันมาบอกเมฆพัดว่าพบูไม่ยอมฟังตน เมฆพัดทำทีเปลี่ยนเรื่องชวนเจมี่ไปทานข้าว แต่เธอกลับบอกว่ายังทำงานไม่เสร็จ แล้วขอตัวเดินไป เมฆพัดทำหน้าเซ็ง...
ที่ร้าน ไมเคิลภูมิใจเสนอเมนูอาหารใหม่พิเศษสำหรับร้านนี้โดยเฉพาะ เป็นไก่อบฮันนีมูน เก็ทลืมตัวตักให้บุรีชิม พบูต้องกระแอมปราม ทุกคนชิมแล้วยกนิ้วชมว่าอร่อยจริง พบูเป็นปลื้มถึงกับมโนภาพว่าร้านอาหารโด่งดังจนมีลูกค้ามายืนเข้าแถวรอเข้ามารับประทาน และมีนักข่าวมาสัมภาษณ์มากมายหลายฉบับ...เก็ทรู้ทันสะกิดให้เลิกเพ้อฝัน ไมเคิลเอ่ยยังไม่มีเด็กเสิร์ฟเลย พบูรีบบอกว่ารับสมัครไว้แล้วให้เขาเป็นคนคัดเลือกเอง ไมเคิลขออีกเรื่อง
“ไอขอผู้ช่วยเชฟเพิ่มด้วยนะ จะมาช่วยเสิร์ฟด้วย ไอเลือกไว้แล้วล่ะ เดี๋ยวก็คงมา...นั่นไงมานั่นแล้ว”
ทุกคนหันมอง พบูตกใจที่เป็นบูรณาน้องสาว รีบโวยไม่เอากลัวการเกดมาวุ่นวาย บูรณารับรองจะไม่ให้แม่รู้เด็ดขาด ไมเคิลบอกว่าบูรณาได้พิสูจน์ฝีมือให้ตนเห็นแล้วว่ามีความสามารถในหน้าที่นี้ พบูจำต้องยอม แต่มีข้อแม้ถ้าการเกดมาวุ่นวายเธอต้องลาออกไป
บูรณามีวิธีให้แม่ไม่รู้ว่าตนมาทำงานที่นี่โดยมีมนูคอยช่วยเหลือ...มนูบอกกับการเกดว่าบูรณาไปฝึกงานแต่ไม่อยากให้เธอรบกวนจึงไม่บอกว่าไปที่ไหน
ooooooo
ตกค่ำ บุรีเดินมาส่งพบูที่หน้าอาคารศศิวงศ์แล้วเขาก็เดินกลับคอนโดพนักงาน เสียงมือถือพบูดังขึ้น เธอรับสายแต่ไม่มีคนพูด ทันใดมีเงาคนพาดมา พบูคิดว่าเป็นบุรีจึงหันมอง ปรากฏว่าเป็นชายสวมหน้ากากอนามัย ใส่แว่นดำ ในมือมีขวดทำท่าจะสาด เธอจึงร้องกรี๊ดขึ้น
บุรีเข้ามาดึงมือคนร้ายไว้ได้ทัน เกิดการยื้อยุดจนน้ำกรดราดโดนแขนคนร้ายเอง มันโกรธชักมีดมาแทงเฉียดแขนบุรีก่อนจะวิ่งหนีไป พบูมองที่พื้นควันโฉ่ สีหน้าตกใจเอามือลูบคลำใบหน้าอย่างอกสั่นขวัญแขวน
มธุรสกับศตายุรู้เรื่องรีบแล่นมาที่โรงพยาบาล พอเห็นพบูไม่เป็นอะไรก็โล่งอก พบูรีบบอกว่าบุรีเป็นคนช่วยตนไว้ มธุรสถามเขาเป็นอะไรหรือเปล่า พบูตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก
“รู้ได้ยังไงว่าผมไม่เป็นอะไร” บุรีเดินมามีผ้าพันแผลที่แขน พยายามยกมือไหว้มธุรส
ศตายุเขม่นนิดๆเมื่อเห็นว่าบุรีเจ็บตัวเพราะช่วยพบู มธุรสกล่าวขอบใจที่ช่วยลูกสาวไว้ เก็ทมาถึงถลาเข้าหาบุรีอย่างห่วงใย พบูต้องกระแอมปราม เขาจึงถอยออก...บุรีเล่าว่าตนส่งพบูแล้วเดินมาเห็นมีมอเตอร์ไซค์จอดหลบๆไม่มีป้ายทะเบียนจึงเอะใจย้อนกลับไปหา จึงเห็นมีคนร้ายซุ่มจ้องมองเธออยู่...พบูขอบคุณ ถ้าเขาไม่ไวเป็นลิง ตนคงแย่ไปแล้ว
“ซึ้งใช่ไหมล่ะที่ผมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องคุณขนาดนั้น” บุรีตั้งใจอวดศตายุ
ศตายุถามสงสัยใครบ้าง หรือว่าช่วงนี้มีเรื่องกับใคร เก็ทรีบบอกว่ามีเจมี่โทร.มาขู่ แต่พบูไม่คิดว่าเป็นเธอ
ศตายุเสนอให้ไปแจ้งความ พบูไม่อยากวุ่นวายและตนก็ไม่ได้เป็นอะไรด้วย
บุรีฉวยโอกาสอ้อน “ก็ผมรับเคราะห์แทนคุณไปเต็มๆเลยนี่ ถ้าผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมา คุณต้องรับผิดชอบผมไปทั้งชีวิตด้วย”
พบูจึงบอกว่าจะจ่ายค่ารักษาให้ ศตายุไม่พอใจพยายามเก็บอาการบอกไม่ต้องจ่ายเพราะบุรีเบิกค่ารักษากับบริษัทได้ ว่าแล้วก็ชวนพบูกลับ เก็ทแอบขำสองหนุ่มที่เขม่นใส่กัน...
พอเมฆพัดรู้ว่าคนที่ตนจ้างทำงานไม่สำเร็จก็หงุดหงิด ลูกตาลเข้ามาปลอบใจ เมฆพัดพาลใส่ถามงานของเธอไปถึงไหนแล้ว ได้รหัสเซฟมาหรือยัง ลูกตาลโอดครวญ
“ขนาดคุณเป็นลูก คุณพ่อท่านยังไม่ไว้ใจ แล้วคิดว่าท่านจะหลุดให้ฉันเห็นได้ง่ายๆเหรอคะ แค่หยิบของเล็กๆน้อยๆไปขายได้ก็บุญแล้ว”
“งั้นตอนนี้อะไรที่เธออ้อนขอจากคุณพ่อได้ก็ทำซะ คุณพ่อกำลังหลงเธอ รักเธอมากกว่าฉันซะอีก เข้าใจไหม”
ลูกตาลรับคำกอดออเซาะ พลันแม่บ้านเคาะประตูบอกกิจจาเรียกหา ทั้งสองสะดุ้ง เมฆพัดรีบตะโกนกลับว่าเดี๋ยวจะลงไป แล้วเขาก็ทำหน้าแปลกใจว่าพ่อมีเรื่องอะไร
พอลงมาที่ห้องนั่งเล่น กิจจาก็เปิดฉากถามไปคุยกับชัชชัยเรื่องโครงการคอนโดมาหรือ เมฆพัดหน้าเสียแก้ตัวว่าแค่เอาไอเดียไปเสนอเท่านั้น กิจจาขัดขึ้นตนจะให้โอกาสเขาทำโครงการนี้ ให้ตั้งใจทำงาน เมฆพัดดีใจมากที่พ่อไว้ใจ ยกมือไหว้ขอบคุณรับปากจะทำงานนี้ให้ดีที่สุด
กิจจาพยักหน้าเอ่ยนิ่งๆว่า “ถ้าจะขอบคุณก็ไปขอบคุณโตเถอะ โตเป็นคนมาพูดกับฉันว่าจะให้แกทำ” เมฆพัดชะงักถามย้ำเพราะศตายุหรือ กิจจาพยักหน้ายิ้มชื่นชม “ใช่...ขนาดแกไม่ค่อยชอบมัน มันยังใจกว้างขนาดนี้ แกก็หัดทำตัวเป็นอาที่ดีของมันบ้าง แกก็ตั้งใจทำงานให้ดีอย่าให้เจ๊งอีกล่ะ ถ้างานนี้เจ๊งอีก แกก็พิจารณาตัวเองได้เลยว่าแกมันเป็นอย่างที่หมอดูว่าจริงไหม”
“คุณพ่อคิดว่าบริษัทคุณพ่อขาดทุนเป็นเพราะผมเกิดมาจริงๆเหรอครับ คุณพ่อถึงได้เกลียดผมนัก” เห็นพ่อไม่ตอบจึงโพล่งออกมา “หรือว่าเป็นเพราะคุณแม่ผมนอกใจคุณพ่อ”
“วันนี้ฉันอุตส่าห์อารมณ์ดี แกอย่ามาทำให้ฉันหงุดหงิดหน่อยเลย” กิจจาหงุดหงิดเดินไป เมฆพัดกำหมัดแน่น อารมณ์ผิดหวังน้อยใจเสียใจประดังเข้ามา
ooooooo
มธุรสและเก็ทตามมาอยู่เป็นเพื่อนพบูที่ห้องพัก ต่างถกกันว่าใครส่งคนมาทำร้าย พบูครุ่นคิดว่า
ที่ผ่านมามีปัญหากับใครบ้าง...ก็มีคนงานทาสีที่เธอเอ็ดให้ตั้งใจทำงาน และมีคนส่งของที่ส่งล่าช้าจึงโดนเธอเหวี่ยงใส่ จากนั้นก็มีเจมี่และเมฆพัดที่ขู่ให้ตนเลิกทำงานกับศตายุ
พบูสงสัยเมฆพัดที่สุด มธุรสเครียด พบูขอร้องทั้งสองคนอย่าบอกเรื่องนี้กับใครอีกโดยเฉพาะพ่อของตน ไม่ทันไรบูรณาโทร.เข้ามาถามไถ่เรื่องที่เกิดขึ้น พบูมองหน้าเก็ท เขายิ้มแหยๆเพราะได้อัพเรื่องราวลงเฟซบุ๊กไปก่อนหน้านี้แล้ว...พบูห้ามบูรณาบอกพ่อ แต่สายไปอีกเพราะมนูได้ยินจึงดึงโทรศัพท์มาถามเอง “เกิดอะไรขึ้นเฟลอร์ สั่งน้องปิดบังอะไรพ่อ”
พบูตกใจแถไปว่าไม่มีอะไรแล้วตัดบทวางสาย มนูจึงหันมาคาดคั้นถามบูรณา...
รุ่งเช้า มธุรสคุยกับศตายุเรื่องพบู กลัวคนร้ายจะกลับมาทำร้ายเธออีก ศตายุรับรองจะดูแลความปลอดภัยให้เธอเอง ธราดลได้ยินเรื่องราวบ่นขำๆ สมัยนี้ยังมีการสาดน้ำกรดกันอีก
ด้านบุรีมาต่อว่าเจมี่คิดว่าส่งคนไปทำร้ายพบู เจมี่ตกใจปนน้อยใจ “คุณคิดว่าฉันใจร้ายขนาดส่งคนไปทำร้ายคุณพบูเลยเหรอ นี่แปลว่าที่ผ่านมา คุณไม่รู้จักฉันเลยสินะ”
บุรีเห็นเจมี่จะร้องไห้ก็หน้าเสียรีบขอโทษ เจมี่ถามพบูเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรแต่ตนฟาดเคราะห์แทนเต็มๆ เจมี่มองแผลที่แขนเขาแล้วคิดได้ แนะนำให้เขาใช้แผลนี้เรียกร้องความสนใจจากพบูให้ป้อนข้าวป้อนน้ำ ไม่แน่อาจเกิดเป็นความรักเลยก็ได้ บุรีวาดฝันตามจะใช้โอกาสนี้ทำคะแนนกับพบูให้มาก
พบูยังไม่หายหวาดกลัวถ้าตัวเองต้องหน้าเละขึ้นมาจริงๆ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น มนูเค้นความจริงจากบูรณาแล้วรีบโทร.มาขอร้องให้พบูกลับไปอยู่บ้าน หว่านล้อมว่าถ้าโดนน้ำกรดขึ้นมา ต่อให้ทำศัลยกรรมอย่างไรก็มีแผลเป็นอยู่ดี จะทนได้หรือ ตนจะให้คนขับรถไปรับกลับบ้านเดี๋ยวนี้ พบูตั้งสติได้ ปฏิเสธและรับรองจะดูแลตัวเองอย่างดี
หลังจากนั้นพบูแต่งตัวมิดชิด สวมแว่นตาอันโตปิดหน้า ถือกระเป๋าใบใหญ่ใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวไว้มากมาย พอเดินออกจากอาคารรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามก็หวาดผวาหันมาเอากระเป๋าฟาดใส่ไม่ยั้ง เสียงคนร้องลั่นน้ำเสียงคุ้นๆจึงชะงัก เป็นบุรีที่ห่วงตามคุ้มกัน เขาโอดครวญ
“แผลเก่ายังไม่หาย แผลใหม่มาอีกแล้ว ดูสิผมเสี่ยงตายช่วยคุณแท้ๆ จะโทร.มาถามไถ่บ้างก็ไม่มี...ใจดำ”
“เมื่อคืนฉันมัวแต่ตกใจกลัวนี่ งั้นต่อไปนี้ฉันจะเทกแคร์ดูแลคุณอย่างดีเลย จะโทร.หาทุกวันเลย พอใจยัง”
“ก็ดีนะ คุณควรสนใจผมมากกว่างานคุณโตด้วยซ้ำ ดูสิคุณทำงานให้เขางกๆ คุณเจอเรื่องมาทั้งที เขาไม่เห็นจะทำอะไรช่วยคุณเลย” บุรีพยายามใส่ไฟ
แต่พอทั้งสองมาถึงร้าน ต้องแปลกใจที่มี รปภ. ยืนเฝ้าหลายมุมและคนงานกำลังติดกล้องวงจรปิดทั่วร้าน ไมเคิลบอกว่าศตายุส่งคนมาดูแลความปลอดภัยคงเป็นห่วงพบู บุรีจ๋อยหาทางเรียกร้องความสนใจจากพบู ด้วยการร้องโอ๊ย...ทำท่าเจ็บแผล เก็ทถลาเข้าดูแลทั้งที่รู้ว่าเขาสำออย พบูจึงบอกบุรีว่าเจ็บตรงไหนก็บอกเก็ทแล้วกัน ว่าแล้วก็เดินไป บุรียิ้มแห้งๆอย่างผิดหวัง
ภาพทั้งหมดปรากฏบนจอที่ห้องทำงานศตายุ พิมพ์พรรณอธิบายว่า ตนได้ให้เชื่อมต่อสัญญาณออนไลน์ให้เขาสามารถดูภาพจากร้านผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือได้ ศตายุยิ้มพอใจ พิมพ์พรรณอดแซวไม่ได้ว่า อย่ามัวเฝ้าพบูเพลินจนลืมทำงาน เขาเหล่มองดุๆ เธอรีบเดินไป
ศตายุเห็นพบูกำลังโทรศัพท์หาใครบางคน แล้วมือถือเขาดังขึ้น เธอโทร.มาเพื่อขอบคุณที่ทำทุกอย่างให้ ศตายุยิ้มปลื้มแต่ก็อ้างไปว่าเพื่อความสบายใจของมธุรส แล้วเอ่ยถามว่าเกิดเรื่องขนาดนี้เธอยังคิดจะย้ายห้องอีกไหม พบูลังเล ก็พอดีบุรีเดินมาเรียกให้ไปช่วยดูต้นไม้ที่จะลงหลังร้าน เธอโบกมือทำนองเดี๋ยวตามไป ศตายุเห็นภาพในจอเผลอบอกให้เธอไปดูงานก่อน พบูงง
“ไม่ต้องงงหรอก ผมเห็นคุณจากกล้องที่อยู่ขวามือคุณน่ะ”
พบูหันมอง บ่นว่าเขาเป็นพวกถ้ำมองแล้วทำหน้าทะเล้นใส่โวยเล็กๆว่าต่อไปนี้ตนทำอะไรเขาก็เห็นหมด แบบนี้พวกถ้ำมองชัดๆ ทันใดเสียงบุรีร้องโอ๊ยขึ้น พบูตกใจรีบขอตัววางสายแล้ววิ่งไปดูบุรี ศตายุมองภาพจากกล้องด้วยความหงุดหงิดที่พบูดูเป็นห่วงเป็นใยบุรีมากไป
ooooooo
งามยิ่งมาบ่นให้เมฆพัดฟังว่าศตายุคงหลงพบูมากถึงขนาดติดกล้องวงจรปิดทั่วร้านจนถึงที่บริษัท แล้วสงสัยว่าเป็นเจมี่ที่ทำร้ายพบู เมฆพัดบอกไม่ใช่ งามยิ่งเอะใจถามฝีมือเขาอีกแล้วหรือ เมฆพัดนิ่งงามยิ่งเอ็ดให้เลิกทำอะไรรุนแรงเสียที ตนกำลังสืบข้อมูลการเกิดของศตายุอยู่...
วันนี้ที่ร้านจะมีเด็กเสิร์ฟมาให้สัมภาษณ์ เป็นวัยรุ่นหนุ่มชื่อจอร์จ ท่าทางไฮเปอร์บ้าพลังไมเคิลเห็นแล้ว
ไม่อยากเชื่อว่าคือคนที่ตัวเองเลือก จอร์จพยายามพรีเซนต์ตัวเองมากมายจนพบูต้องบอกให้พอและตกลงรับเขาไว้ จอร์จรีบขอบคุณคุณผู้จัดการ พบูชอบใจคำที่เขาเรียกตน ไมเคิลกระซิบถาม รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ให้โอกาสคน พบูยอมรับว่ามันมีความสุขแบบนี้นี่เอง
จู่ๆเจมี่ก็เปลี่ยนการแต่งตัวให้เหมือนพบู มาหาศตายุที่บริษัท เพื่อเคลียร์ว่าถึงตนจะไม่ชอบพบูแค่ไหนก็ไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอ แค่มดสักตัวตนยังไม่อยากฆ่า ศตายุเชื่อและชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวย เจมี่ตาวาวดีใจหลุดปากว่าตนจะแต่งตัวแบบพบูตลอดไปถ้าเขาชอบ
“เจมี่ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อพี่หรอก พี่ว่าเจมี่แต่งตัวเหมือนเดิมก็น่ารักดีออก”
“แต่พี่โตไม่ชอบไงคะ...ตอนนี้เจมี่พยายามฟิตร่างกาย ตั้งใจทำงาน เจมี่อยากจะเป็นว่าที่ภรรยาที่ดีของพี่โตจริงๆ พี่โตอดทนรอเจมี่ก่อนนะคะ” เจมี่เป็นปลื้มที่ทำเพื่อศตายุ เขายิ้มแห้งๆ
ooooooo
เย็นวันนั้น กิจจาหานาฬิกากับแหวนไม่เจอ ถามลูกตาลเธอก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น เมฆพัดผ่านมาได้ยิน รู้ว่าลูกตาลเป็นคนเอาไปแน่ จึงโยงเรื่องให้กิจจาสงสัยในตัวธราดล ว่าเมื่อหลายวันก่อน ธราดลขโมยของในบ้านแต่ศตายุจับได้เสียก่อนจึงมีเรื่องกัน ศตายุบาดเจ็บเย็บไปหลายเข็ม
กิจจาโวยทำไมตนไม่รู้เรื่องนี้ เมฆพัดอ้างศตายุกลัวพ่อโมโหธราดล...กิจจาโกรธมากมาโวยวายใส่ธราดล เขาปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เชื่อ ธราดลถามศตายุเป็นคนฟ้องหรือ กิจจาเลี่ยงตอบ
“จะใครฟ้องก็ช่าง แต่ปัญหาอยู่ที่แกเป็นคนทำจริง...ที่แกทำตัวเกเรเหลวไหล ไม่เรียนหนังสือหรือไปตีกับใคร ฉันก็พยายามไม่สนใจ ปล่อยๆไป แต่นี่แกเล่นลงมือกับคนในบ้านถึงขนาดเลือดตกยางออก...”
ธราดลสวนด้วยความน้อยใจว่าที่แท้ปู่โกรธที่หลานรักเจ็บตัว เมฆพัดทำทีบอกให้ธราดลรับผิดเสีย เขาโวยว่าตนไม่ได้ขโมย กิจจาถามแล้วครั้งก่อนคิดจะขโมยจริงไหม เขาเถียงไม่ออก เจริญรุ่งกลับมาพร้อมมธุรส ได้ยินรีบเข้ามาช่วยลูก แต่กลับกลายเป็นการประชดประชันจนกิจจาโกรธมากขึ้น ด่าว่าแทนที่เขาจะห่วงสมบัติ น่าจะสนใจลูกที่ทำตัวเป็นไอ้ขี้ขโมยมากกว่า ธราดลทั้งโกรธและน้อยใจผลุนผลันออกจากบ้าน เมฆพัดกับลูกตาลแอบส่งยิ้มให้กันอย่างสมใจ
ศตายุสวนกับธราดลหน้าบ้านถามจะไปไหน เขาตะคอกกลับ “ไม่ต้องมาพูดดี ผมอุตส่าห์มองพี่ในแง่ดีขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้ายพี่ก็เป็นไอ้ขี้ฟ้องชอบเอาหน้ากับคุณปู่ ผมไม่น่าหลงเชื่อพี่เลย”
ศตายุงงพูดเรื่องอะไร ธราดลผลักเขาออกแล้วเดินออกจากบ้านไป...มธุรสเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ศตายุแปลกใจเพราะตนไม่ได้บอกกิจจาเลย มธุรสเป็นห่วงลูกมาก ศตายุรับปากจะตามหาให้ แต่ที่น่ากังวลตอนนี้คือ ในบ้านมีขโมย เขาสงสัยลูกตาลเป็นคนแรก
ธราดลหลบมาอยู่บ้านต้นแต่ไม่ให้บอกใคร ต้นชวนให้นอนค้างที่บ้านแต่เขารู้ว่าบ้านต้นก็มีปัญหามากมายไม่อยากเครียดมากขึ้น จึงคิดจะไปที่ที่หนึ่ง...
เก็ทมาส่งพบูที่อาคารศศิวงศ์ ทันใดมีมือหนึ่งมาสะกิดข้างหลัง พบูตกใจยกกระเป๋าฟาด ธราดลร้องห้าม ทั้งพบูและเก็ทแปลกใจ ธราดลอ้างว่าเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นจึงมาเยี่ยมและแกล้งซื้อหน้ากากมาฝากเผื่อต้องใช้ พบูค้อนขวับเดินไปลิฟต์ ธราดลตามติดทำทีขอขึ้นไปเข้าห้องน้ำ พอพบูบอกว่าชั้นนี้ก็มีห้องน้ำ เขาก็ขอขึ้นไปกินกาแฟ เธอบอกร้านกาแฟอยู่ใต้ดิน ธราดลยื้อกดลิฟต์ไว้ไม่ให้ปิด พบูเหลืออดถามมีอะไรก็พูดมา เขายังวางฟอร์ม
“ไม่คิดจะชวนแขกขึ้นบ้านเหรอ ห้องก็ห้องพี่ผมแท้ๆ ผมไม่อยากเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วก็ไม่อยากเสียเงินซื้อน้ำด้วย” พูดจบก็เดินเข้าลิฟต์หน้าตาเฉย
เก็ทกับพบูมองหน้ากันงงๆ พอขึ้นมาบนห้อง ธราดลได้กินกาแฟและเข้าห้องน้ำเรียบร้อย แต่ยังนั่งเล่นดูทีวีอย่างไม่เกรงใจ แล้วโพล่งขึ้นว่า “พี่โตเขาจีบพี่จริงป่ะ”
พบูตอบทันควันว่าไม่จริง ธราดลถอนใจบอกว่าดีแล้วเพราะเขาชอบผู้ชาย ก่อนหน้านี้คงหาตัวเองไม่เจอ เก็ทสะอึกฟังต่ออย่างเนียนๆ ธราดลพูดต่อว่า ตนไม่เคยเห็นศตายุชอบผู้หญิงคนไหนเลย พวกสับสนตัวเองก็แบบนี้... เก็ทชักร้อนตัวกระชากถุงขนมจากมือธราดล แก้ต่างให้
“ถ้าคุณโตชอบผู้ชายแล้วมันแปลกตรงไหนเหรอ ชอบผู้ชายแล้วเป็นคนไม่ดีรึไง เรื่องความรู้สึกมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกิดขึ้นกับใครก็ได้ วันดีคืนดีนายเองก็อาจจะรู้สึกดีกับผู้ชายแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ใครจะรู้” พูดจบเก็ทก็สะบัดหน้าเดินไป
ธราดลงงถามพบูว่าเพื่อนพี่เป็นอะไร พบูยักไหล่แล้วถามจะกลับบ้านได้หรือยัง ธราดลอ้างแม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อน พบูจะโทร.ไปถาม เขารีบห้ามแล้วสารภาพว่าทะเลาะกับที่บ้าน พบูมองน้องชายอย่างสงสาร...แล้วเธอก็หลบมาโทรศัพท์คุยกับมธุรสว่าธราดลอยู่กับตน มธุรสสบายใจขึ้นและหมดห่วงที่ลูกทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนกัน พบูวางสายมองมาที่เก็ทและธราดลอย่างอ่อนใจกับความวุ่นวายในชีวิตแบบนี้
ด้านศตายุพยายามอธิบายให้กิจจาเข้าใจว่าธราดลไม่ได้ขโมยอะไรไปเลย ทุกอย่างเป็นเพราะน้องยังเด็กไม่ทันคิด กิจจาชื่นชมความจิตใจดีของหลานรัก ศตายุลองถามเล่นๆว่าถ้าเกิดเขาทำอะไรให้ปู่เสียใจโดยไม่ได้ตั้งใจ ปู่จะยังรักเขาแบบนี้ไหม กิจจายักไหล่
“ไม่รู้สินะ แต่ปู่ว่าคงไม่มีวันนั้นหรอก โตไม่มีทางทำให้ปู่เสียใจอยู่แล้ว”
ศตายุเองก็มั่นใจว่าคงไม่มีวันนั้นเช่นกัน...ในขณะเดียวกัน งามยิ่งเดินออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง สีหน้าตื่นเต้นโทร.หาเมฆพัดว่า ตนมาสืบเรื่องศตายุกับเพื่อนสนิทเจริญรุ่ง เขาบอกว่าหลังจากงานศพเมีย เจริญรุ่งก็มาเมาอยู่ที่บ้านเขา พูดจาแปลกๆว่าตัวเองได้ลูกสาวไม่ใช่ลูกชาย
เมฆพัดตื่นเต้น งามยิ่งบอกอีกว่า “แต่เขาก็ไม่แน่ใจ เพราะพี่รุ่งเมามาก...พี่จ้างนักสืบเอกชนตามสืบเรื่องนี้ต่อ เรารู้โรงพยาบาลกับวันที่คลอด คงตามสืบได้ไม่ยาก”
เมฆพัดยิ้มย่อง ถ้าความจริงศตายุไม่ใช่หลานแท้ๆ ตนคงมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทั้งหมด
ooooooo










