สมาชิก

ใต้เงาจันทร์

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'




ตอนเย็น บุรีกลับเข้าออฟฟิศ ถูกนัท ต๋อยและเพื่อน ร่วมงานซักถามเรื่องพบูเป็นอีหนูของศตายุ เขาทุบโต๊ะปังไม่เชื่อ และเถียงแทนว่าเป็นเพียงข่าวลือ ไม่เป็นความจริง แต่ในใจก็หวาดหวั่นว่าศตายุจะชอบพบูจริง

มธุรสมาหาพบูที่ห้องอยากรู้เรื่องข่าวลือแต่ไม่กล้าถาม พบูรู้ทันถามแม่เป็นขาเม้าท์กับเขาด้วยหรือ มธุรสจึงหันมาตั้งใจถามว่าลูกเป็นอย่างข่าวลือหรือไม่ พบูปฏิเสธเสียงเข้ม เธอผิดหวัง

“เสียดาย แม่อุตส่าห์ดีใจ”

“แทนที่แม่จะดีใจที่ข่าวลือไม่เป็นความจริง แม่กลับผิดหวังเนี่ยนะคะ”

“ก็คุณโตเขาเป็นคนดีนี่ลูก แม่มาคิดดูจะว่าไปเขาก็ดูมีท่าทีสนใจหนูเหมือนกันนะ สัญชาตญาณแม่ไม่เคยพลาด”

พบูปรามให้เลิกพูดเรื่องนี้ แล้วหันมาถามถึงธราดล เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเช้าเขาโทร.ยืมเงินตนบอกว่าทำเงินค่าเรียนพิเศษหาย มธุรสตกใจรีบถามแล้วให้ไปหรือเปล่า

“หนูก็ไม่ค่อยมีเลยโอนไปให้นิดหน่อย...มีอะไรรึเปล่าคะ”

มธุรสหน้าเครียดเล่าเรื่องที่ธราดลพาเพื่อนไปขโมย ของในบ้านแล้วโดนศตายุจับได้ ทะเลาะกันจนทำกระจกแตกบาดใส่ศตายุ เย็บไปเป็นสิบเข็ม โชคดีที่เขาไม่เอาเรื่อง...พบูนึกได้แผลที่แขนเขาวันก่อนมาจากเหตุนี้เอง ชักอยากรู้ว่าธราดลจะเอาเงินไปทำอะไร มธุรสขอให้ช่วยคุยกับธราดลที กลัวจะเอาเงินไปทำเรื่องไม่ดี พบูครุ่นคิด

วันต่อมา พบูเอาเรื่องธราดลมาปรึกษาเก็ทกับไมเคิล ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆนานา ไมเคิลให้คำแนะนำ ว่า โรงเรียนเป็นบ้านที่สอง ถ้าลองไปสืบข้อมูลที่นั่นจะต้องได้อะไรมาแน่...เที่ยงวันนั้น พบูกับเก็ทปลอมตัวเป็นคุณครูเข้ามาเดินในโรงเรียน มองหาธราดล
เก็ทโวยเล็กๆที่ต้องให้ตนมาแต่งตัวเชยๆแบบนี้ด้วย พบูย้อนไม่แต่งเป็นครูแล้วอยากแต่งเป็นนักเรียนหรือ

ทั้งสองกวาดตามองหาทั่วโรงอาหาร แม้กระทั่งห้องน้ำชาย พลันพบูได้ยินเสียงนักเรียนชายวิ่งหน้าตื่นมาคุยกันว่า ธราดลกำลังโดนเชดซ้อมที่โรงยิม เธอตกใจรีบเข้าไปถามว่าโรงยิมอยู่ไหน เพื่อนธราดลเห็นพบูก็จำได้ ทำหน้างงตามๆกัน

เผอิญศตายุมีความคิดเดียวกัน เข้ามาคุยกับครูประจำชั้นของธราดล ให้ช่วยดูแลสอดส่อง ทันใดเขามองไปเห็นพบูเดินอยู่ในกลุ่มเด็ก แต่ไม่แน่ใจว่าใช่เธอเพราะเธออยู่ในชุดคุณครูเชยๆ

ธราดลกับต้นกำลังโดนเชดและพวกซ้อม เก็ทจะถลาเข้าช่วยแต่พบูรั้งไว้แล้วหยิบมือถือมาถ่ายคลิปเก็บเป็นหลักฐาน พอดีเพื่อนเชดเห็น เข้ามาบังกล้อง พบูกับเก็ทผงะ พบูตั้งสติทันวางฟอร์มเป็นครูดุๆ เอ็ดกลับ “ฉันต้องถามพวกเธอมากกว่าว่ามาทำอะไรในนี้ จดชื่อมาให้หมดเลยนะ ห้องอะไร ชั้นอะไร ฉันจะไปแจ้งครูประจำชั้นเธอ”

เพื่อนเชดย้อนถามเป็นครูสอนวิชาอะไรไม่เคยเห็น พบูบอกชื่อวิชายุคสมัยเธอ กพอ. สลน. สปช. เพื่อนเชด ทำหน้างง ธราดล เชดและต้นหันมามอง ต้นตกใจอุทาน “เฮ้ย! พี่แกนี่หว่า”

ความแตก ทุกคนหันมองพบู พบูจึงเดินมาขู่เชดว่าได้ถ่ายคลิปไว้แล้ว ถ้าเขาทำอะไรธราดลอีก จะเอาคลิปนี้ลงยูทูบ เฟซบุ๊กให้หมด เชดสั่งให้ลบทิ้ง เพื่อน

เชดกรูเข้าแย่งมือถือพบูปาทิ้ง เกิดความชุลมุน...เสียงรปภ.เป่านกหวีดปรี๊ด...และตะโกนให้หยุดไม่อย่างนั้นจะแจ้งครู พวกเชดตกใจวิ่งหนี พบู ธราดลและต้นหันมองเห็นศตายุมากับ รปภ. ทุกคนต่างแปลกใจไม่แพ้กัน

ศตายุกับพบูแยกมาคุยกันที่อัฒจันทร์ ต่างถามเหมือนกันว่ามาทำอะไรที่นี่ แล้วก็ได้รู้ว่าคิดเหมือนกันคือมาสืบเรื่องธราดล พบูหัวเราะหาว่าศตายุเป็นเด็กเนิร์ด ตอนเด็กๆคงขี้ฟ้องถึงเข้ามาถามครู เขารู้สึกอายๆ ก่อนจะย้อนว่า ต้องปลอมตัวมาแบบเธอหรือถึงจะเรียกว่าไม่ใช่เด็กเนิร์ด

พบูหยุดขำหันมาคุยจริงจัง ศตายุถามรู้หรือยังว่าธราดลมีปัญหาอะไร พบูสาธยายว่าเพื่อนสนิทธราดลติดพนันบอล โดนโต๊ะบอลตาม เขาเลยอยากช่วยเพื่อนหาเงินกลัวเพื่อนโดนทำร้าย ศตายุโล่งใจที่ธราดลไม่ได้เล่นเอง พบูจึงตำหนิ

“ถ้าคุณคุยกับน้อง ถามน้องให้รู้เรื่องตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน ก็คงรู้เรื่องไปนานแล้วล่ะค่ะ”

ศตายุติง ผิดที่ตนไม่ถามใช่ไหม พบูพยักหน้าและกำชับกลับบ้านไปก็อย่าว่าน้องอีก เขาถอนใจที่ทำทุกอย่างเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้น้องเดินทางผิด ตนมีน้องคนเดียวอยากให้เขาได้สิ่งที่ดีที่สุด...ธราดลเดินมาได้ยินที่ศตายุพูดทั้งหมด รู้สึกดีใจแต่ยังมีฟอร์ม ศตายุบ่นว่าตนให้น้องเรียนโรงเรียนดีๆยังเกิดเรื่องพวกนี้อีก

“การเรียนที่โรงเรียนดีๆก็แค่ช่วยให้น้องคุณมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือครอบครัว ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ผลักภาระไปให้โรงเรียนอย่างเดียว” พบูเห็นศตายุจ๋อยรู้สึกผิด จึงยื่นมือถือตัวเองที่พังให้บอกขอเคลมด้วยเพราะหล่นขณะปฏิบัติหน้าที่

ศตายุหัวเราะทำนองอีกแล้วหรือ...หลังจากคุยกัน ศตายุก็เอาเงินมาให้ต้นเอาไปใช้หนี้และกำชับอย่ากลับไปเล่นอีก ไม่อย่างนั้นตนจะแจ้งตำรวจจับ ต้นรับปากแข็งขัน ธราดลรู้สึกซาบซึ้งแต่ยังวางฟอร์ม เดินกลับเข้าไปเรียน ศตายุหันมาขอบคุณพบูที่เป็นห่วงน้องตน พบูย้อนน้องเขาก็น้องตนด้วยเหมือนกัน ศตายุยิ้มขำๆแล้วเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงข่าวลือว่าเธอยังโอเคไหม

“ผมไม่เคยมีข่าวลือกับใครมาก่อน พอมีเรื่องคุณ ทุกคนก็เลยสนใจเป็นพิเศษ”

“คนอื่นฉันไม่ค่อยสนใจหรอกค่ะ ห่วงแต่คุณเจมี่ ถ้าเขารู้เรื่อง ชีวิตฉันต้องวุ่นวายแน่ๆ”

ศตายุครุ่นคิด เก็ทมีสีหน้ากังวลไม่แพ้พบู

ooooooo

คืนนั้น เจมี่กลับจากต่างจังหวัด นั่งห่อของที่ซื้อมาฝากศตายุสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี เขียนการ์ดกำกับว่าซื้อของอร่อยๆมาฝากจากเชียงใหม่ และวาดรูปหัวใจประกอบ ในขณะเดียวกัน ที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ มีคนกำลังอัพโหลดภาพพบูกับศตายุลงเฟซบุ๊ก เข้ากลุ่มบริษัทศศิวงศ์

รุ่งเช้า ทุกคนในบริษัทมุงดูภาพในคอมพิวเตอร์ ซุบซิบฮือฮากันทั่วบริษัท...บุรีหนักใจเพราะมามีเรื่องวันที่เจมี่จะกลับมาทำงานเสียด้วย ไม่ทันไรเจมี่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาว่า ซื้อขนมมาฝากทุกคน บุรีตกใจรีบปิดคอมพ์ เจมี่รู้สึกผิดปกติ ต๋อยอ้างว่าพวกตนกำลังดูรูปประเภทปลุกใจเสือป่าอยู่ เจมี่ไม่เชื่อยื้อเปิดเครื่องดู แล้วต้องหน้าซีดกับภาพบาดตาบาดใจของพบูกับศตายุ

งามยิ่งเปิดประตูห้องทำงานเมฆพัดเข้ามาต่อว่า เป็นฝีมือเขาใช่ไหม พอเมฆพัดพยักหน้ายอมรับก็โวย ทำไมไม่บอกกันก่อน ปล่อยให้ตนบ้าสืบอยู่ได้ตั้งนาน เขาตอบว่าถ้าบอกเธอก็จะตื่นตูมทำแผนเสีย ตนรอจังหวะดีๆที่จะลงภาพเหล่านี้ และวันนี้เจมี่กลับมาต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

โต๊ะทำงานพบูหน้าห้องศตายุ พบูกำลังมองรูปตัวเองด้วยความกังวลใจ ไม่ทันไรเจมี่ก็เดินหน้าตาแดงก่ำเข้ามาโวยวายแบบเด็กๆ บุรีตามมารั้งไว้ เธอสะบัดออกอยากถามให้รู้เรื่อง พิมพ์พรรณเข้ามาช่วยขวาง แต่เจมี่ฟูมฟายต่อว่าพบู

“ทำไมทุกคนถึงได้หลอกเจมี่ ทำกับเจมี่แบบนี้ เธอก็รู้ว่าฉันรักพี่โตมาก รักมานาน เธอเองก็บอกว่าไม่คิดอะไรกับพี่โต แล้วภาพที่เธอขึ้นห้องไปกับพี่โต ข่าวลือทั้งหมดที่เธออยู่กินกับพี่โตที่ห้องมันหมายความว่าไง” เจมี่จ้องหน้าพบูรอคำตอบ พบูรู้สึกสงสารเจมี่

พิมพ์พรรณช่วยอธิบายว่าภาพนั้นจริงๆมีเก็ท ไมเคิล ธราดลและตนอยู่ด้วย เพราะธราดลเมามากจึงช่วยกันพามาพักบนห้อง พบูเสริม “ฉันกับคุณโตไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ส่วนเรื่องห้อง คุณโตก็เป็นคนขอร้องให้ฉันอยู่เอง แล้วคุณโตก็ไม่เคยขึ้นไปที่ห้องฉันเลยด้วยซ้ำ”

“ไม่จริง! พี่โตระวังตัวจะตาย ไม่มีทางให้ใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งรู้จักมาอยู่ห้องตัวเองแน่ เธอให้ท่าพี่โตใช่ไหม” เจมี่เข้าเขย่าตัวพบูไปมา

ไม่คาดคิด ศตายุเข้ามาจับมือเจมี่ดึงออกจากพบู บอกให้เธอพอได้แล้วและขอให้เข้าไปคุยในห้องทำงานตน แต่เจมี่ยืนยันจะคุยตรงนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ด้วย...

ศตายุมองสายตาพนักงานที่มายืนมุง ครุ่นคิดก่อนตัดสินใจพูดอย่างตรงไปตรงมา

“อย่างที่คุณพบูพูด พี่เป็นคนขอร้องให้คุณพบูมาอยู่ที่นี่เอง” เจมี่อึ้งทำไมต้องขอร้อง ศตายุอึกอักกลัวเจมี่จะเสียใจ พบูทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“ก็เพื่อขอร้องให้ฉันช่วยกันเธอออกจากเขา ทำให้เธอรู้ไงว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ...เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คุณควรพูดตรงๆได้แล้วนะคะ” พบูหันมาติงศตายุ

เจมี่ถามศตายุหลอกตนหรือ เขาอธิบาย “พี่พยายามแสดงออกและบอกเจมี่หลายรอบแล้ว ว่าพี่เห็นเจมี่เป็นแค่น้องสาว แต่เจมี่ก็ไม่เคยสนใจสิ่งที่พี่พยายามบอกเลย ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่เอง พี่ควรจะพูดกับเจมี่ตรงๆตั้งนานแล้ว พี่ขอโทษ”

เจมี่ช็อกพูดไม่ออก เสียใจมาก แล้วหันมาพาลว่าพบูคิดจะจับศตายุ ถึงได้ยุและเป่าหูเขาให้ทำแบบนี้ ศตายุรีบปกป้องพบู “งั้นผมก็ขอพูดไว้ตรงนี้ให้ทุกคนรับรู้เลยจะได้ไม่มีใครเข้าใจอะไรผิดๆ แล้วเอาคุณพบูไปพูดเสียหายอีก...คุณพบูไม่เคยมีท่าทีว่าจะชอบผมเลย ถ้าจะเกิดเรื่องอย่างข่าวลือจริง ก็คงเป็นเพราะผมมากกว่า ที่พยายามทำให้มันเกิดขึ้น แล้วถ้าใครพูดถึงคุณพบูในทางไม่ดี ผมจะไล่ออกให้หมด”

ทุกคนอึ้งกับคำกึ่งสารภาพว่าชอบพบูของศตายุ ...หลังจากนั้นทุกแผนกก็จับกลุ่มคุยถึงเรื่องนี้ แต่ด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่าทั้งสองเหมาะสมกัน มีเพียงบุรีกับเจมี่ที่หงุดหงิดไม่อยากฟัง

ด้านเมฆพัดกับงามยิ่งก็หงุดหงิดที่เรื่องกลับกลายเป็นดีที่ศตายุจะชอบพบู งามยิ่งให้เมฆพัดฉวยโอกาสปลอบใจเจมี่ เขาฉุกคิดเกรงเจมี่จะเสียใจไปฆ่าตัวตายเสียก่อน

ooooooo

ศตายุพยายามโทร.เข้ามือถือเจมี่แต่เธอไม่รับสาย เดินเศร้าอยู่ในสวนสาธารณะแถวบริษัท บุรีเองก็เดินผ่อนคลายอารมณ์อยู่แถวนั้น เห็นเจมี่ท่าทางแปลกๆก็จับตามอง จู่ๆเธอถอดรองเท้ายืนมองไปในสระน้ำ เขาตกใจคิดว่าเธอจะฆ่าตัวตาย จึงถลาเข้ามาดึงเธอไว้

เจมี่ตกใจสะบัดแขนออกแล้วผลักบุรีกระเด็น เขาเสียหลักตกไปในสระน้ำเสียเอง เจมี่หน้าเสียทำอะไร ไม่ถูก...พอบุรีขึ้นมาจากน้ำได้ มานั่งหงุดหงิดให้ตัวแห้งอยู่มุมหนึ่ง เจมี่รู้สึกผิดเอาผ้าเช็ดหน้าให้เขาเช็ด บุรีบ่นเป็นชุดจนเจมี่เถียงไม่ทัน

“ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะคิดสั้นแบบนี้...ผมรู้ว่าคุณใส แบ๊ว เซนซิทีฟแต่ก็ไม่น่าอ่อนไหวถึงขนาดฆ่าตัวตายเพราะผู้ชายคนเดียว...ถ้าไม่รักตัวเองก็น่าจะนึกถึงพ่อคุณบ้าง”

เจมี่อ้าปากค้างมาหลายหนจนทนไม่ไหวโวย “จะฟังฉันได้ยัง ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย...ฉันแค่มาระลึกความหลังที่เคยมีกับพี่โต”

บุรีเหวอ เจมี่เล่าถึงตอนเด็ก ศตายุเคยช่วยตนจากการจมน้ำ แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา บุรีพยายามปลอบ เจมี่รำพันว่าเขาไม่เข้าใจ ศตายุเป็นฮีโร่ของตน ตนชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่จู่ๆก็มีใครไม่รู้มางาบเขาไปต่อหน้าต่อตา เจมี่ฟูมฟาย บุรีทำอะไรไม่ถูกบอกเธอว่าอาจเข้าใจผิด

“เข้าใจผิดยังไง พี่โตพูดออกมาชัดเจนขนาดนั้น”

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณพบูจะคิดอะไรกับพี่โตของคุณซะหน่อย” บุรีเจ็บจี๊ดเช่นกัน

เจมี่ย้อนถามถ้าพบูไม่คิดอะไรจะยอมอยู่ห้องเขาทำไม บุรีอึ้งไม่รู้เหตุผลเช่นกัน...

ในขณะที่ศตายุกำลังเซ็นเอกสารงาน พิมพ์พรรณยืนจ้องอยากถาม ศตายุสั่งงานไปเซ็นไป พอเงยหน้ามาเจอสายตาเธอจึงถามว่ามีอะไร พิมพ์พรรณได้โอกาสเปิดฉากถาม

“ที่คุณโตพูดต่อหน้าทุกคน หมายความว่าไงคะ”

ศตายุอึกอักก่อนจะตอบไปว่า ไม่ได้หมายความว่าอะไร ที่พูดไปเพราะไม่อยากให้พบูเสียหาย พิมพ์พรรณคาดคั้น แค่นั้นจริงๆหรือ เขาไม่รู้สึกแบบที่พูดเลยหรือ ศตายุนิ่งไม่ตอบ เธอจึงบอกเขาว่า “ไม่ต้องบอกพิมพ์ก็ได้ค่ะ แต่คุณโตควรไปอธิบายกับคุณพบูให้เคลียร์นะคะป่านนี้คุณพบูคงสับสนแย่แล้ว”

ศตายุครุ่นคิดตาม...ด้านพบูเดินพล่านอยู่ในห้องน้ำหญิง พอเห็นไม่มีใครก็มองหน้าตัวเองในกระจก รู้สึกสับสนกับคำพูดของศตายุ ถ้าเป็นการแสดงของเขาก็เรียกได้ว่าระดับออสการ์ อดรนทนไม่ไหว โทร.ไปเล่าให้เก็ทฟัง เก็ทฟังแล้วรู้ว่าเพื่อนกำลังสับสนมากจึงย้อนถาม
“แล้วถ้าคุณโตเขาชอบแกขึ้นมาจริงๆแกจะว่าไงล่ะ”

พบูอึ้งคิดไม่ตก “ไม่รู้สิ ฉันก็คงทำตัวไม่ถูก”

“ถ้ากลัวคำตอบก็ไม่ต้องถาม แต่ถ้าคาใจอยากรู้จนทำอะไรไม่ได้ก็ถามให้เคลียร์ไปเลย”

พบูกลับมานั่งครุ่นคิดที่โต๊ะทำงาน ศตายุอยู่ในห้องทำงานก็คอยชำเลืองมองมาที่เธอ พิมพ์พรรณเห็นท่าทีของทั้งสองคนแล้วแอบยิ้ม ระหว่างนั้นพบูก็พิมพ์ข้อความส่งไปหาเก็ท ว่าศตายุไม่เห็นจะมาอธิบายอะไรกับตนเลย เก็ทส่งสติกเกอร์ท่าทางก็ไม่รู้สิกลับมาให้

สักพักศตายุส่งข้อความเข้ามือถือพบูว่า...คุณมีอะไรอยากพูดกับผมไหม...พบูเบ้ปาก ส่งข้อความกลับไปว่า...ไม่มีอะไร ไม่นานเขาก็ส่งข้อความกลับมาว่า...แต่ผมมี มาเจอกันที่ระเบียงตึก...พบูอมยิ้มดีใจ ชำเลืองมองไปที่ห้องศตายุ เห็นเขาวางฟอร์มก้มหน้าทำงานนิ่ง

ooooooo

พบูเดินออกมาที่ระเบียงตึก มองหน้าศตายุแล้วมโนภาพเองว่า เขาขออธิบายเรื่องที่พูด ว่าเขาหมายความตามนั้น เธอย้อนถามหมายความว่าอะไร เขาอึกอัก เธอเร่งให้ตอบว่าชอบตนหรือเขาพยักหน้า “ผมคิดว่าผมชอบคุณ...ผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเริ่มรู้สึกดีกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ผมก็ชอบคุณไปแล้ว”

พบูอึ้งกับคำสารภาพจู่โจมของเขา ทันใดเสียงศตายุปลุกเธอตื่นจากภวังค์

“คุณ...คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

พบูชะงักตั้งสติถามเขาเรียกตนออกมาทำไม ศตายุตอบว่าอยากอธิบายเรื่องที่ตนพูดไป...พบูเอามือปิดปากตกใจที่เหมือนในมโน หวั่นใจจะเจอคำสารภาพรักของเขา พอศตายุกล่าว

“ความจริงแล้วที่ผมพูดกับคุณไปแบบนั้นก็เพราะว่า...”

พบูตัดบทไม่ต้องพูดต่อ ตนเข้าใจ ศตายุแปลกใจเข้าใจอะไร พบูบอกว่าเขาต้องการจะจบเรื่อง เพราะไม่อยาก ให้ใครเข้าใจตนผิด ศตายุพยักหน้าบอกก็ประมาณนั้น

“โล่งอก ฉันก็นึกว่าคุณคิดอย่างที่พูดจริงๆ ถ้าคุณคิดแบบนั้นกับฉัน ฉันคงทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำงานกับคุณยังไงเหมือนกัน” พบูดักคอโดยไม่ได้ตั้งใจ

ศตายุต้องเออออ “ดีครับที่คุณเข้าใจ ผมก็สบายใจ ส่วนเรื่องห้องคุณก็ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอกนะครับ...ยังไงเรื่องเจมี่ ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วย ผมไม่คิดว่าเขาจะมาว่าคุณแบบนั้น”

พบูไม่โกรธแต่กลับกังวลว่าธุรกิจของเขากับชัชชวาลจะมีปัญหาหรือเปล่า ศตายุบอกว่าได้โทร.ไปอธิบายกับเขาแล้ว ท่านเข้าใจและดีใจที่พูดตรงๆเพื่อลูกสาวจะได้ตัดใจเสียที พบูโล่งอก ศตายุขอบคุณที่เป็นห่วง ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างห่วงใยกันและกัน

ตกค่ำ ชัชชวาลรอปลอบใจลูกสาว เจมี่เข้าบ้านมาทำยิ้มแย้มไม่มีอะไร แต่พอถูกพ่อกอดก็น้ำตาพรั่งพรูออกมา ขอโทษที่ไม่เชื่อฟังคำเตือนของพ่อ ชัชชวาลปลอบไม่เป็นไร ไม่มีใครรักลูกแต่ตนรักลูกเสมอ เจมี่จึงเข้าใจแล้วว่าผู้ชายที่รักตนจริงคือพ่อนั่นเอง

ด้านบุรีเศร้าใจ ออกมาขี่จักรยานกลางดึก แล้วจอดในมุมสงบกดโทรศัพท์ไปหาโยธกา อ้อนว่าคิดถึง โยธกาแกล้งแซวโดนสาวหักอกมาหรือ เขาชะงักแม่รู้ได้อย่างไร

“โดนทิ้งจริงๆใช่ไหม แม่แก้มแดงคนนั้นน่ะเหรอ ดีแล้วแหละ จะได้อยู่กับแม่ไปนานๆ”

บุรีแก้ตัวไม่มีอะไร ที่โทร.มาเพราะคิดถึงจริงๆ โยธกาจึงบอกว่าดึกแล้วให้ไปนอนเสีย บุรีรับคำแล้วอ้อนว่ารักแม่จุ๊บๆก่อนจะวางสาย

ooooooo

เช้านี้ กิจจาบังคับทุกคนในบ้านให้ลุกมาร่วมโต๊ะอาหาร มธุรสเอ่ยว่าเป็นแบบนี้ทุกเช้าก็ดี งามยิ่งเหน็บ ก่อนจะให้ทุกคนมากินพร้อมหน้า จัดการสามีตัวเองให้ได้ก่อน นี่ถ้าไม่ได้เพิ่งกลับจากบ่อนก็คงยังไม่ตื่น เจริญรุ่งโกรธสวน ถ้ามาเจอเรื่องกวนประสาทแบบนี้ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

กิจจาปรามให้เลิกเถียงกัน เมฆพัดถือโอกาสเปิดประเด็นเรื่องศตายุกับพบูว่าพ่อรู้หรือยัง เจริญรุ่งงงยังไม่รู้อะไร งามยิ่งเหน็บต่อ จะได้ลูกเลี้ยงเป็นลูกสะใภ้ยังไม่รู้อีก ธราดลโพล่งขึ้น

“พี่โตชอบพี่เฟลอร์เหรอ”

กิจจาหันมาบอกว่าจะถามเรื่องนี้อยู่พอดี ศตายุเกรงงามยิ่งเอาไปพูดไม่ดีจึงตอบอย่างระมัดระวังว่าเป็นเพียงการเข้าใจผิด กิจจารู้ทันหลานคงอาย บอกไม่ต้องพูดแต่ทิ้งท้ายไว้ว่า ตนชอบพบู ยินดีรับเป็นหลานสะใภ้ มธุรสยิ้มปลื้ม งามยิ่งและเมฆพัดรู้สึกหมั่นไส้

จากนั้นศตายุจะไปทำงานเห็นเจริญรุ่งไม่ไป จึงเตือนว่าเป็นถึงระดับหัวหน้าไม่ค่อยเข้าบริษัท คนอื่นจะมองไม่ดี เจริญรุ่งสวน ตำแหน่งตนไม่ได้มีความสำคัญตั้งขึ้นมาลอยๆจะต้องไปเหนื่อยกับมันทำไม ศตายุกล่าวนุ่มนวล “แต่คุณพ่อก็ควรคิดเองได้นะครับว่าควรทำอะไร”
เจริญรุ่งไม่แคร์เดินเข้าห้อง ศตายุอ่อนใจ พลันมองไปเห็นลูกตาลเดินลับๆล่อๆออกมาจากห้องกิจจา แต่ไม่ติดใจสงสัย

ในบริษัทยังคงถกกันเรื่องพบูกับศตายุ หลายคนเห็นดีด้วยเพราะศตายุเป็นถึงผู้บริหารหนุ่มหล่อและรวย ใครไม่เอาก็โง่แล้ว บุรีออกอาการหงุดหงิดจนเพื่อนร่วมงานงง นัทเตือนสายแล้วยังไม่เข้าประชุมอีกหรือ เพื่อนคนหนึ่งแซว ทำงานร่วมกับพบูระวังเจ้านายจะหึง บุรีประชด

“เขาจะมาหึงอะไรผม คนไม่หล่อพ่อไม่รวย นิสัยแย่แถมเป็นแค่สถาปนิก ไม่กล้าไปเทียบกับเขาหรอก” พูดจบก็เดินน้อยใจออกไป

มาถึงห้องประชุม บุรีเห็นพบูนั่งคุยกับศตายุท่าทางสนิทสนมก็ยิ่งหงุดหงิดใจ ศตายุเอ่ยชมโลโก้ร้านที่เขาออกแบบว่าสวยถูกใจจะเสนอขึ้นเงินเดือนให้ เพราะรู้ว่าเขาต้องทำงานเพิ่มขึ้น พบูแสดงความยินดีด้วย แล้วเริ่มประชุมเรื่องรายการอาหาร...เสร็จจากการประชุม พบูเดินออกมากับบุรีที่ท่าทางมึนตึง พบูไม่ทันสังเกตขอติดรถเขาไปร้านด้วย แต่บุรีปัดว่าต้องไปทำธุระ

แต่แล้วเขากลับมาถึงร้านไล่เลี่ยกับพบู บุรีออกตัวว่าธุระเสร็จเร็ว ไมเคิลสังเกตเห็นท่าทีมึนตึงของบุรี จึงถามสาเหตุจากเก็ท...เก็ทเข้าไปเตือนบุรีว่าเขาอึดอัดก็ทำให้คนอื่นอึดอัดไปด้วย ทำไมไม่เผชิญหน้ามัวแต่หนีปัญหา บางทีอะไรๆอาจไม่แย่อย่างที่คิด ระหว่างคุยกับบุรี เก็ทเกิดอาการสปาร์กบางอย่าง รีบเฟดตัวออกมา ไมเคิลเห็นถามเป็นอะไร เก็ทอธิบายไม่ถูก รู้สึกขนลุก สยิวกิ้วชอบกล ไมเคิลงง วันนี้ที่ร้านมีแต่คนประหลาดๆ

พบูเห็นบุรีขยันทำงานก็เปรยกับไมเคิลว่าเขาช่างตั้งใจทำงานดีจริงๆ ไมเคิลเตือนเป็นนัยๆ “นี่ยูไม่รู้เลยหรือว่าบุรีเป็นอะไร...เขาไม่ถามก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากรู้ซะหน่อย เขาอาจจะกำลังรอให้ยูเล่าว่าเกิดอะไรระหว่างยูกับบอสของยู”

พบูแปลกใจว่าบุรีบอกหรือ ไมเคิลส่ายหน้า ตนคิดเอง พบูย้อนถามว่าควรพูดกับบุรีเรื่องนี้หรือ ไมเคิลพยักหน้านิดๆ...พบูจึงเข้ามาหาบุรี ชิงพูดก่อนที่เขาจะเหน็บ

“ฉันขอบคุณคุณมากนะ คุณไม่ถามเรื่องข่าวลือระหว่างฉันกับคุณโตให้ฉันรู้สึกแย่เลย...นาทีที่ฉันกำลังเจอแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่คนเข้าใจฉันผิด ก็มีคุณที่เป็นเพื่อนที่ดีมาก ที่เชื่อใจฉันไม่ถามอะไรซักคำเลย ถ้าคุณเข้าใจฉันผิดแบบคนอื่น คิดว่าฉันเป็นแฟนคุณโต ฉันคงผิดหวัง”

บุรียิ้มออก ถามเนียนไปว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนกับศตายุจริงหรือ แต่เล่นไปอยู่ห้องเขาแบบนั้น ใครก็ต้องเข้าใจผิด พบูแย้งว่าไม่ทันคิดเพราะเห็นเป็นลูกเลี้ยงของแม่ก็รู้สึกเหมือนนอนบ้านญาติ บุรีถามจี้จุดว่าศตายุอาจจีบเธออยู่ก็ได้ พบูตอบว่าได้คุยกับเขาเคลียร์แล้ว เขาไม่ได้คิดอะไรกับตนเหมือนกัน และขอร้องบุรีให้เลิกพูดเรื่องนี้อีก เคลียร์นะ...บุรีเสียใจที่เคยอารมณ์เสียใส่เธอ

ooooooo

ถึงอย่างไรศตายุก็ยังเป็นห่วงเจมี่ สั่งพิมพ์-พรรณว่าถ้าเจมี่เข้ามาทำงานให้บอกตนด้วย...ด้านเจมี่เดินงุ่นง่านอยู่โถงอาคารไม่ยอมขึ้นตึก จนเมฆ-พัดลงมาส่งลูกค้าเจอเข้า ทำทีเข้าไปคุยว่าเห็นชัชชัยโทร.มาลาหยุดให้แล้วเธอมาทำไม เจมี่อ้างมาเอาของ

เมฆพัดชวนอย่าขึ้นไปเลย ไปทานข้าว ฟังเพลงจิบไวน์ให้สบายใจกับตนดีกว่า เจมี่ลังเลแต่เขาคะยั้นคะยอจึงตกลง เมฆพัดขอขึ้นไปสั่งงานสักครู่ เขาแอบโทร.ไปสั่งลูกน้องที่ร้านว่าให้เคลียร์ร้าน ตนจะพาคนพิเศษเข้าไป แล้วเขาก็หยิบขวดยาในลิ้นชัก สีหน้าหมายมั่นจะมอมยาเจมี่

ขณะที่เจมี่ยืนรอ บุรีเดินมากับต๋อย พอเห็นเจมี่ก็ถามไถ่ทำไมไม่มาทำงานหลายวัน เธอแปลกใจที่ทั้งสองยังไม่เลิกงาน บุรีอ้างว่าไม่มีเด็กฝึกงานช่วยตัดแบบงานเลยล่าช้า เจมี่รู้สึกผิดจะรีบไปช่วย พอเมฆพัดกลับลงมา เธอจึงขอโทษขอโพยที่ไปด้วยไม่ได้ ต้องไปช่วยงานบุรี เมฆพัดเจ็บใจที่ถูกขัดจังหวะ

ระหว่างช่วยตัดแบบให้ บุรีก็เอ่ยถามเจมี่สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง เธอตอบยังทำใจไม่ได้ ไม่อยากเห็นหน้าใคร แล้วย้อนถามเขาทำใจได้แล้วหรือ บุรีอึกอักทำทีไม่เข้าใจ เจมี่เหน็บ

“ไม่ต้องมาแอ๊บหรอก ฉันรู้นานแล้วว่าคุณชอบคุณพบู ฉันสัมผัสได้”

ต๋อยตาโพลง “นี่พี่กั่นชอบคุณพบูเหรอ ว่าแล้ว...ผมก็สงสัยอยู่ มิน่าล่ะ”

เจมี่ให้เขายอมรับไม่ใช่เรื่องผิด บุรีอ้ำอึ้ง ต๋อยดักคอท่าแบบนี้ไม่ต้องตอบก็รู้ บุรีชี้หน้าต๋อยให้ปิดปากสนิทไม่อย่างนั้นจะโดนตนเหยียบมิด ต๋อยทำท่ารูดซิปปาก...บุรีหันมาเตือนเจมี่ให้เลิกนอยด์ หลบหน้าหลบตาไม่มาทำงานได้แล้ว และเอาคำพูดของเก็ทมาใช้ ว่าการหนีปัญหาก็ไม่ช่วยอะไร ลองเผชิญหน้าสู้กับมัน คุยให้รู้เรื่องไปเลย บางทีอะไรๆอาจไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้ แล้วย้ำว่า คิดบวกโลกสวย เธอถนัดไม่ใช่หรือ เจมี่พยักหน้ารับจะเผชิญหน้าแล้วถามบุรี เรื่องของเขาจะทำอย่างไรต่อไป ต๋อยยุให้จีบพบู

“ฉันจะไปสู้อะไรคุณโตได้” บุรีตัดพ้อ

“สู้ได้สิ พี่กั่นออกจะนิสัยดี อารมณ์ดี ใจดี...คุณโตเขาก็แค่รวยกว่าพี่ เก่งกว่าพี่”

เจมี่เสริม...หล่อกว่า สุภาพกว่า บุรีหุบยิ้ม ต๋อยให้กำลังใจอีก “เอ่อ...พี่ก็อายุน้อยกว่าไง ได้ทำงานใกล้ชิดคุณพบูมากกว่า มีโอกาสทำคะแนนมากกว่า ส่วนเรื่องหน้าตา คุณพบูอาจจะชอบหน้าลิงแบบพี่ก็ได้ ผมเชียร์พี่นะ”

เจมี่ก็เชียร์ให้บุรีจีบพบู บุรีรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา ตั้งมั่นจะต้องจีบพบูไม่ยอมแพ้ศตายุ เจมี่ก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ เจริญรุ่งกำลังตัดแต่งกิ่งกุหลาบอยู่กับธราดล ศตายุแอบมองอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกเศร้าที่พ่อไม่เคยให้ความสนิทสนมกับตนแบบนี้บ้างเลย งามยิ่งเห็นเข้ามาตอกย้ำ สวนกุหลาบมีอะไรนักหนา เจริญรุ่งถึงรักมากขนาดลูกก็เข้าไปยุ่งไม่ได้

ศตายุบอกว่าเป็นสวนที่แม่รัก งามยิ่งแกล้งพูดให้เขาสงสัยว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น ศตายุไม่สนใจเดินเลี่ยงไปทำงาน เมฆพัดเข้ามาบอกงามยิ่งว่าตนจะไปร้าน เธออยากไปด้วยไหม

“ก็ดีนะ ฉันอยากเห็นว่าร้านมันคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว...แล้วแกนึกไงถึงอยากไป”

“ผมมีธุระจะคุยกับคุณพบูซักหน่อย” ท่าทางเมฆพัดยิ้มย่องมีแผนอะไรในใจ

ที่ร้าน พบูกำลังตรวจเช็กงาน ดุคนงานเร่งทาสีหลังร้านให้เสร็จ แล้วเธอก็มองรอบร้านอย่างภูมิใจ เก็ทเดินเข้ามา เธอเปรยไม่คิดว่าถึงปัญหาจะมากแต่ตนก็สามารถทำร้านโทรมๆให้กลายเป็นแบบนี้ได้ เก็ทเตือนอย่าเพิ่งดีใจไป นี่เพิ่งเริ่มต้นยังต้องเจออะไรอีกเยอะ

ขาดคำ งามยิ่งกับเมฆพัดเดินเข้ามา พบู เก็ทและไมเคิลมองหน้ากันอย่างอึดอัด

ทั้งงามยิ่งและเมฆพัดกวาดตามองไม่คิดว่าร้านจะเสร็จเร็วขนาดนี้ พบูได้ทีเน้นว่าอาหารยังอร่อยด้วย เมฆพัดให้เธอพาชมทั่วร้าน พบูจึงพาเดินไปมุมอื่น จนมาถึงมุมหนึ่ง เธออธิบาย

“บริเวณนี้ฉันตั้งใจจะจัดเป็นมุมเสริมค่ะ วิวตรงนี้จะได้บรรยากาศอีกแบบ เผื่อว่ามีลูกค้าอยากจัดงานวันเกิด งานเลี้ยงอะไร เราจะได้โยกย้ายโต๊ะได้ตามความเหมาะสม”

เมฆพัดพยักหน้ากลายๆ ก่อนจะตัดบทพูดขึ้นว่า ได้ยินมาว่าเธอหนีออกจากบ้านแล้วมาทำงานนี้เป็นงานแรก ไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลย คงจะลำบากมาก พบูแปลกใจแต่ก็ยอมรับไม่คิดว่าการทำงานเลี้ยงตัวเองจะลำบากขนาดนี้ แต่ตนก็ภูมิใจ แล้วถามเขาตรงๆว่kต้องการพูดอะไร

“เข้าเรื่องเลยก็ได้ ผมอยากให้คุณเลิกทำร้านนี้ซะ แล้วผมจะให้เงินคุณมากกว่าที่โตให้คุณเป็นสองเท่า”

“คุณจะเอาเงินซื้อฉันเหรอคะ”

“เรียกว่ายื่นข้อเสนอดีกว่า คุณก็น่าจะรู้ว่าทำร้านอาหารมันไม่ใช่ง่ายๆ”

“ถึงฉันไม่ทำร้านนี้ คุณโตเขาก็จ้างคนอื่นได้อยู่ดี แล้วคุณจะเอาเงินฟาดหัวคนอื่นแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอคะ หรือว่า...ก่อนหน้านี้คุณก็ทำแบบนี้เหมือนกัน”

เมฆพัดหน้าเสียปัดไม่ใช่เรื่องของเธอ พบูจึงพูดแทงใจว่า ตนไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรกับศตายุ ถึงได้ลอบกัดลับหลังแบบนี้ ตนว่าเขาน่าเอาเวลาไปใส่ใจงานของตัวเองจะดีกว่า เมฆพัดโกรธขู่ “ผมถือว่าผมเตือนคุณไปแล้วนะ คุณกำลังจะเอาตัวเองเข้ามาเดือดร้อนเพราะเรื่องไอ้โต”

พบูเบ้ปากไม่แคร์...พองามยิ่งรู้เรื่องจากเมฆพัดว่าพบูไม่เล่นด้วย ก็หวั่นใจว่าเธอจะเอาเรื่องไปเล่าให้มธุรสฟัง เมฆพัดไม่ห่วงเพราะมธุรสไม่กล้ามีปากเสียงอะไรในบ้าน งามยิ่งเตือนให้ถอดใจจากการเอาที่ดินร้านไปสร้างคอนโดเสีย แต่เมฆพัดกลับบอกว่าตนไม่ได้อยากได้แค่นั้น ตนอยากทำลายทุกอย่างที่เป็นของรักของศตายุ รวมถึงพบูด้วย

ในขณะที่พบูเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ไมเคิลกับเก็ทฟัง ทั้งสองเตือนให้เธอระวังตัวอยู่ให้ห่างเมฆพัดเข้าไว้ เก็ทแกล้งถามไม่เสียดายเงินที่เขาเสนอหรือ เธอเสียงอ่อย เสียดายมาก ใครบ้างไม่อยากได้เงิน

เก็ทถามจะเล่าให้ศตายุฟังไหม พบูคิดว่าไม่เล่าเกรงเขาคิดมาก

ตกบ่าย บุรีมาถึงร้านเห็นเก็ทกำลังเช็กของที่ส่งเข้ามาก็เข้าไปช่วย เก็ทปัดให้ไปช่วยพบู แต่บุรีเห็นว่าเธอมีไมเคิลช่วยแล้ว เก็ทรู้สึกวูบวาบไม่อยากอยู่ใกล้บุรี จึงส่งสมุดให้เขาเช็กไปคนเดียว บุรีเอ่ยขอบคุณเรื่องเมื่อวานกับคำปลอบใจที่ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง เก็ทอึกอักจะเลี่ยงหนี พอดีพบูมาบอกว่าจะออกไปทานข้าวกับพ่อ ฝากร้านด้วย บุรีเสียดายโอกาสจะได้ใกล้ชิดเธอ

ooooooo

ขณะที่พบูนั่งรอมนูในร้านอาหาร มีหนุ่มโต๊ะข้างๆพยายามจะจีบ มนูเดินมากับบูรณาทำหน้าดุใส่หนุ่มๆเหล่านั้นอย่างหวงลูกสาว เขาอดห่วงไม่ได้บอกลูกให้กลับไปอยู่บ้านเสียที พบูบอกพ่อว่าตนโตแล้วดูแลตัวเองได้ มนูบ่น ลูกก็เป็นเด็กสำหรับพ่อวันยังค่ำ

บูรณาเสนอถ้าพ่อห่วงพี่ก็ให้ตนไปทำงานที่ร้านกับพี่จะได้ช่วยเป็นหูเป็นตา พบูปรามไม่อยากปวดหัวกับแม่เธอ บูรณาจ๋อย พบูหันมาถามมนูว่านัดตนมาทานข้าวเนื่องจากอะไร

“ก็มาสุขสันต์วันเกิดลูกล่วงหน้าไง”

พบูดีใจที่พ่อจำได้ มนูบอกว่า ตนจำวันแรกที่เห็นหน้าลูกได้เสมอ พบูตื้นตันแบมือขอของขวัญ มนูหัวเราะบอกว่าวันนี้ยอมให้เธอช็อปปิ้งของขวัญได้เต็มที่ ป๋าทุ่มสุดตัว บูรณารีบบอกให้รูดเผื่อตนด้วย มนูโยกหัวลูกสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู แล้วเผลอหลุดพูดไปว่าพรุ่งนี้จะจัดงานวันเกิดกับเพื่อนๆหรือเห็นเก็ทโทร.มาถามว่าว่างไหม บูรณาสะกิด มนูสะดุ้ง พบูยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้ว่าจะมีการจัดงานเซอร์ไพรส์วันเกิด ตนจะทำเป็นไม่รู้มาก่อน

พบูเก็บไปฝันว่า ไมเคิล เก็ทและบุรีบุกมาทำเซอร์ไพรส์วันเกิดถึงเตียงนอนแต่เช้าตรู่ ทำเอาเธอตกใจตื่นแต่ปลื้มปริ่ม เก็ทให้อธิษฐานก่อนเป่าเค้ก แล้วก็แกล้งกดหัวเธอหน้าทิ่มเค้ก เธอโมโหลุกจากเตียงจะวิ่งไล่ สะดุดผ้าห่มหน้าคะมำ สะดุ้งตื่น จึงรู้ว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ไม่ทันไร เก็ทโทร.เข้ามาถามว่าจะไปถึงร้านกี่โมง ให้รีบหน่อยเพราะมีของมาส่งแต่เช้า พบูยิ้มกริ่มคิดว่าเพื่อนต้องแอบทำเซอร์ไพรส์วันเกิดแน่...จึงแต่งตัว

แต่งหน้าจัดเต็ม พอมาถึงร้านก็ทำเป็นโทร.เข้าไปบอกเก็ทว่าตนมาถึงแล้ว แต่พอเดินเข้ามากลับไม่เห็นว่าร้านจัดแต่งอะไร ทุกคนก้มหน้าทำงานและหันมาทักทายปกติ พบูพยายามขยี้ตาว่าเป็นภาพมโนหรือไม่ บุรีแซว

“แต่งตัวอะไรมาเนี่ยคุณ จะไปเดินแฟชั่นเหรอ เก็ทโทร.บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าวันนี้ของมาส่ง งานบานเลย”

พบูอึกอักอยากถามไม่ได้จัดงานหรือ เก็ทถามจัดอะไร ให้รีบทำงานเพราะของที่ส่งมานี่ผิดหมดเลย พบูแย็บถามลืมอะไรไปหรือเปล่า เก็ทส่ายหน้าไม่ลืม เธอถามอีกวันนี้วันที่เท่าไหร่ บุรีตอบแทน วันที่สิบสอง พบูหน้าเสียถามเก็ทแล้วโทร.หาพ่อตนทำไม เก็ทอ้างว่าจะชวนมาชิมอาหารฝีมือไมเคิล พบูทำหน้าจะร้องไห้กำลังจะบอกว่าวันนี้วันอะไร ไมเคิลกลัวเสียเรื่องรีบเรียกเก็ทกับบุรีมาช่วยงานในครัว เก็ทจึงให้พบูเช็กของตรงนี้ให้เรียบร้อย พบูเศร้าที่เพื่อนลืมวันเกิด

ทั้งสามหัวเราะคิกในครัว สงสารพบูคงเสียใจน่าดู แต่บุรีชอบใจที่ได้เอาคืนกันบ้าง ไม่ทันไร เสียงศตายุดังเข้ามา “สุขสันต์วันเกิดครับ...อ้าว วันนี้วันเกิดคุณไม่ใช่เหรอ”

พบูยืนตะลึงน้ำตาปริ่ม “คุณจำได้ด้วยเหรอ เพื่อนฉันทุกคนลืมกันหมดเลย คุณเป็นคนแรกที่จำได้”

บุรีแอบมองจ๋อยที่โดนศตายุปาดหน้าทำคะแนนไปอีก...ศตายุบอกพบูว่าเขาเห็นในใบสมัครของเธอก็จำได้แม่น เลยมาชวนไปทำบุญวันเกิด พบูมองงานที่เกลื่อนอยู่ ศตายุบอกไม่เป็นไรตนอนุญาตให้เธอหยุดวันเกิดหนึ่งวัน พบูยิ้มเดินตามเขาออกไป บุรีหน้าเจื่อนเจ็บใจ

ศตายุพาพบูมาเลี้ยงอาหารบ้านเด็กกำพร้า เพราะได้ยินมาจากมธุรสว่าเธออยากทำแบบนี้ พบูยืนมองป้ายอวยพรวันเกิดและมุมขนมหลากหลายที่จัดไว้แจกเด็กๆ

รวมทั้งลูกโป่งที่ตกแต่งสถานที่น่ารักๆอย่างประทับใจ...

ทั้งสองช่วยกันแจกขนม และศตายุยังบิดลูกโป่งเป็นรูปต่างๆแจกเด็ก เด็กๆชวนเล่นเกมเหยียบลูกโป่ง พบูถอดรองเท้าลงไปลุย เป็นครั้งแรกที่เห็นศตายุถอดสูทลงไปร่วมเล่นอย่างสนุกสนาน ลืมเรื่องราวความทุกข์ในชีวิต

หลังเสร็จงาน พบูมานั่งเล่นที่ชิงช้าสนามเด็กเล่น กล่าวขอบคุณศตายุที่ทำให้วันเกิดปีนี้ของตนมีความสุขมากเหมือนได้ย้อนไปเป็นเด็กอีกครั้ง เขายอมรับว่าตัวเองก็มีความสุขเช่นกัน จู่ๆพบูก็บอกให้เขาแกว่งชิงช้าให้เขาชะงักทำหน้าดุว่าตนเป็นเจ้านายนะ
“แต่วันนี้วันเกิดฉันนะ” พบูทำหน้าบึ้งไม่ยอม

ศตายุบ่นพึมมีแบบนี้ด้วย แต่ก็ยอมแกว่งให้ พบูเปรยว่าตอนเด็กๆตนชอบให้ย่าแกว่งชิงช้าให้ ศตายุแซว “ผมเป็นพ่อ แล้วยังต้องเป็นคุณย่าให้คุณอีกเหรอ”

พบูค้อนขวับ ศตายุยิ้มขำๆถามทำไมย่าถึงแกว่งชิงช้าให้ เธอเล่าว่าเวลาที่เธอเศร้าหรืออารมณ์ไม่ดี เพราะ มักจะโดนเพื่อนล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ ย่าจะกอดปลอบอธิบายว่าพ่อกับแม่ต้องไปทำงาน แต่ตนรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่รักกันแล้ว และไม่อยากอยู่กับตน ย่าจะบอกว่าไม่จริง ที่พ่อกับแม่ทำไปเพราะรักไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น แล้วย้อนถามว่าอยู่กับย่าไม่มีความสุขหรือ ตนจะกระโดดกอดย่าบอกตนรักย่าที่สุด รักเท่าฟ้า...พบูอดคิดถึงย่าไม่ได้ บอกกับศตายุว่า

“ถึงจะมีอารมณ์รู้สึกแย่บ้างตามภาษาเด็ก แต่คุณย่าก็สอนฉัน ให้ความรักฉัน ทำให้ฉันไม่รู้สึกขาดหรือมีปมด้อยเลย...จนคุณย่าเสีย ฉันถึงได้รู้สึกเหมือนเสียทั้งพ่อทั้งแม่ในเวลาเดียวกัน รู้สึกเหมือนตัวคนเดียวในโลก ฉันต้องไปอยู่กับครอบครัวพ่อ เหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า”

ศตายุยิ้มเศร้าๆเพราะชีวิตตนก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอ โดนล้อว่าไม่มีแม่ พ่อก็ไม่รัก คนในบ้านไม่มีใครรัก มีเพียงปู่คนเดียวที่ให้ทุกอย่าง...พบูเข้าใจจึงตัดบทให้เลิกเศร้า หันมายิ้มให้กัน

เย็นย่ำ ศตายุมาส่งพบูที่อาคารศศิวงศ์ เห็นเธอเดินกะเผลกเพราะเล่นกับเด็กๆจนขาเคล็ด เขาจึงให้เธอนั่งและขอดู พบูหดขาหนีเกรงใจแต่เขาดึงมานวดคลึงแล้วขยับกระดูกเสียงดับกร็อบ เธอร้องลั่น แต่แล้วก็รู้สึกว่าไม่เจ็บอีกเลย...เจมี่ยืนมองภาพทั้งสองอย่างสะเทือนใจ เมฆพัดเดินมาเห็นพยายามกล่อมให้เจมี่ตัดใจจากศตายุ แต่เธอกลับไม่ฟังและเดินเชิดกลับไป

พบูขึ้นมาบนห้อง แปลกใจที่เปิดไฟไม่ติด จึงใช้มือถือส่องทาง ก็ยิ่งใจเสียเมื่อเห็นห้องเหมือนถูกรื้อกระจัด กระจาย จะรีบหนีแต่ประตูกลับเปิดไม่ออก หันมาเห็นเงาคนเดินตะคุ่มๆเข้ามา ก็คว้าของใกล้ตัวหวดใส่ ไฟห้องสว่างขึ้นพร้อมเสียงดึงพลุสายรุ้ง เสียงหัวเราะสนุกสนาน ธราดลถ่ายคลิปพี่สาวท่าทางกลัวสุดขีดเอาไว้ บุรีโวยที่โดนพบูทำร้าย เก็ทลืมตัวปรี่เข้าไปดูแล

หลังจากนั้นก็เป็นการให้พบูเป่าเค้ก เธอหลับตาอธิษฐานนานมาก จนบุรีแซวว่าเทียนจะหมดเล่มแล้ว เธอค้อนขวับก่อนเป่าเค้ก ทุกคนเข้ามาอวยพรและมอบของขวัญ ธราดลออกตัวว่าไม่มีของขวัญแต่อวยพรให้พี่ผอมสมใจ บุรีมอบของขวัญห่อใหญ่มาก พบูจึงแกะออกดู เป็นขวดโหลไข่หยอดเหรียญที่เธออยากได้ตอนไปเดินซื้อของแต่งร้าน

“ผมจำได้ว่าคุณชอบ คุณบอกว่าคุณชอบขอเงินคุณย่าไปเล่นบ่อยๆ แต่คุณย่าไม่ให้” บุรีให้พบูลองเล่น เธอจึงหยอดเหรียญหมุน และแกะไข่เจอกระดาษข้อความอวยพรต่างๆนานา บุรีให้หยอดอีกเพราะเขาได้แอบใส่แหวนไว้ในไข่ แต่พบูหยอดหลายครั้งก็เป็นข้อความอวยพร บุรีแปลกใจตนเรียงไว้แล้ว เก็ทกับไมเคิลแอบขำเพราะเขาทั้งสองเป็นคนแกล้งเขย่าสับเปลี่ยน

ระหว่างนั้นเสียงกริ่งดังขึ้น พิมพ์พรรณเดินไปเปิดประตูเป็นศตายุเอาของที่พบูลืมไว้ในรถมาให้ ไมเคิลจึงชวนให้อยู่ฉลองวันเกิดพบู บุรีเซ็ง พิมพ์พรรณเหล่มองอย่างรู้ใจทั้งสองคน จนค่ำ กิจจาเป็นห่วงที่ศตายุยังไม่กลับก็เข้าไปถามลูกๆ เจริญรุ่งคุยอยู่กับเมฆพัดทั้งสองส่ายหน้าไม่ทราบ แล้วเมฆพัดก็ชวนคุยเรื่องงานคอนโดของชัชชัย ขอตนเป็นคนดูแลเอง แต่กลับโดนกิจจาตอกกลับ ถ้าชัชชัยไม่อยากให้ศตายุดูแลคงจะแจ้งมาแล้ว และโปรเจกต์ใหญ่ขนาดนั้นตนไม่ไว้ใจให้เขาดูแล เมฆพัดน้อยใจถามโพล่งขึ้นว่าเพราะคำทำนายใช่ไหม กิจจานิ่งไม่ตอบ เจริญรุ่งช่วยพูดว่า แค่คำทำนายไม่น่าเอามาตัดสินชีวิตเมฆพัดเลย กิจจาย้อน มันก็เหมือนที่เขาเอาอดีตมาตัดสินชีวิตศตายุ เจริญรุ่งสะอึก เมฆพัดยิ่งสงสัยว่ามันมีอะไรในอดีต

ลูกตาลแอบเข้ามาปลอบใจเมฆพัดในห้องนอน งามยิ่งเข้ามาพอดี ลูกตาลทำทีว่าเอาของมาให้ เมฆพัดรับมุกขอบใจ งามยิ่งมาถามเรื่องที่โดนพ่อดุด่า เมฆพัดจึงขอให้เล่าเรื่องศตายุให้ฟัง

ooooooo

ใต้เงาจันทร์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด