ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ใต้เงาจันทร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'




มธุรสเป็นห่วงพบูจึงโทรศัพท์ถามไถ่กลับถึงที่พักหรือยัง เธอตอบว่าถึงแล้วแต่ออกมาเดินหาของกินใกล้ๆ พอวางสาย จู่ๆส้นรองเท้าเธอก็ติดซี่เหล็กฝาท่อ เธอกระชากอยู่สักพักจนหักเป๊าะ...ถึงกับเซ็ง จึงคิดหักส้นอีกข้างแต่หักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ มองระยะทางเดินกลับอีกตั้งไกล

พบูยืนรอรถแท็กซี่แต่ไม่มีมาสักคัน จำต้องเดินโขยกเขยกกลับที่พัก ไม่นาน มีเสียงทัก

“แม่ปลาบู่ทอง...”

พบูสะดุ้งหันมอง เห็นบุรีนั่งยองๆข้างจักรยาน ป้อนลูกชิ้นปิ้งสุนัขอยู่ จึงถามมาทำอะไรตรงนี้ บุรีลุกยืนตอบขำๆว่า เมื่อวันก่อนเห็นใครไม่รู้เอาลูกชิ้นมาให้สุนัขแล้วกระโดดโลดเต้น เลยลองดูบ้าง...พบูสวน ว่างมากหรือถึงมาสะกดรอยตามกัน บุรีว่าเธอสำคัญตัวมากไป แล้วถามขาเจ็บหรือถึงเดินแบบนั้น พอมองอีกทีก็หัวเราะออกมา พบูโวย

“ถ้าจะมาเยาะเย้ยก็หลีกไปเลย”

“อะไรกันคนอุตส่าห์เป็นห่วงเห็นเดินขาเป๋มาตั้งไกล สนใจให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะน้องสาว”

พบูโต้แค่ส้นรองเท้าหัก ไล่เขามาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย บุรียักไหล่ขี่จักรยานไปเลย พบูมองอึ้งๆที่เขาไปจริง สักพักบุรีก็ขี่จักรยานกลับมาพร้อมถุงรองเท้าแตะที่ไปหาซื้อมาฝาก พบูแอบดีใจ แต่พอหยิบรองเท้าออกมา เป็นแตะฟองน้ำคู่เบ้อเริ่ม ก็รู้ว่าเขาแกล้งแต่จำต้องใส่

“แนวดีนะ แล้วนี่คุณจะไปไหน” บุรีแอบหัวเราะ

พบูตอบว่าจะไปหาของกินหิวจะแย่ บุรีจึงตบที่เบาะหลังให้เธอซ้อนท้าย พบูนิ่วหน้าจำใจขึ้นซ้อน บุรีไม่วายแกล้งออกรถแรง ทำให้เธอแทบหงายทุบหลังเขายกใหญ่ เขาอมยิ้มสุขใจ...บุรีพาพบูมานั่งร้านบะหมี่ข้างทาง เธอทำหน้าเบ้บ่นถ้าไม่หิวจริงไม่กินหรอก บุรีทำทีไม่สนใจ คีบบะหมี่จะเข้าปาก พบูถามขึ้นว่าบ้าน

เขาอยู่แถวนี้หรือปั่นจักรยานมาถึงนี่ บุรีคีบบะหมี่ค้างตอบว่าใช่ ตนอยู่คอนโดพนักงานหลังบริษัท พอจะเอาบะหมี่เข้าปาก เธอก็ถามอีก

“แล้วเรื่องร้านคุณออกแบบถึงไหนแล้ว ไม่เห็นบอกฉันเลย”

“แล้วจะให้ผมติดต่อคุณยังไงล่ะ เบอร์ก็ไม่มีหรือว่าจะให้จุดธูปบอก” บุรียังคีบบะหมี่ค้าง

พบูติงทำไมไม่ถามพิมพ์พรรณ บุรีหงุดหงิด

วางตะเกียบบ่น จะได้กินไหม ว่าแล้วก็หยิบมือถือเธอมากดเบอร์ตัวเองลงไปแล้วบอกเธอว่านี่เบอร์ตน พบูจึงเซฟไว้และพิมพ์ชื่อบุรี เขาแทรกเรียกตนว่ากั๋น...ก็ได้ พบูสบถ...กรรม

“กั๋น ไม่ใช่กรรม”

“ฉันหมายถึงกรรมที่ต้องมาเจอคุณ”

บุรีเหวอก้มหน้ากินบะหมี่ไม่อยากสนใจเธอแล้ว พบูค่อยๆกินตามพอเข้าปากก็รู้ว่าอร่อยจึงทานอย่างรวดเร็ว ทันใด ศตายุโทร.เข้ามา เธอรับสายแล้วบอกเขาว่าทานบะหมี่คุยงานกับบุรีอยู่แถวบริษัท ศตายุแปลกใจทำไมถึงอยู่กับบุรีได้ บุรีเองก็แปลกใจทำไมศตายุถึง

โทร.หาพบูค่ำมืดแบบนี้...พอวางสาย พบูก็บอกบุรีว่า พรุ่งนี้กิจจานัดเจอเราทั้งสองตอนเที่ยง บุรียิ่งข้องใจ

ooooooo

สายวันต่อมา กิจจาเรียกผู้บริหารทุกคนเข้าประชุมมีเพียงเจริญยิ่งที่ยังไม่มาทำงาน เพื่อประกาศยกตำแหน่งประธานบริษัทให้แก่ศตายุ งามยิ่งกับเมฆพัดมองหน้ากันอย่างไม่พอใจ...เสร็จจากประชุม งามยิ่งกับเมฆพัดตามมาที่ห้องชุดของกิจจาเพื่อต่อว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร

“ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อสองปีมานี้ ไอ้โตมันทำงานแทนฉันทุกอย่าง...แกจะมาโวยทำไม ฉันไม่ได้ไล่พวกแกออกซะหน่อย”

“แต่ทำแบบนี้คนอื่นเขาคงคิดว่าพวกเราไม่มีความสามารถ” งามยิ่งแย้ง

กิจจาหัวเราะ “ก็มันจริงนี่ ใครๆก็รู้ว่าเจ้ารุ่งมันไม่ได้เรื่อง ดูสิป่านนี้ก็ยังไม่เข้าบริษัทเลย ส่วนแกก็

ไม่ถนัดงานบริหาร” เมฆพัดแทรกแล้วตนล่ะ กิจจาปรายตา มอง “แกเอางานตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” งามยิ่งจะเถียง เสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น กิจจาจึงบอกให้ทั้งสองกลับไปตนมีนัด

สาวสวยเชอรี่เข้าประตูมา เดินกรีดกรายไม่สนใจงามยิ่งกับเมฆพัดเลย กิจจาเอ่ยให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้เลย เชอรี่กรี๊ดกร๊าด “คุณท่านยกห้องนี้ให้หนูจริงๆเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ นี่...รางวัลสำหรับเด็กดี” กิจจาส่งกุญแจรถเบนซ์ให้อีกด้วย เชอรี่โผกอดขอบคุณ

เมฆพัดแทบไม่อยากเชื่อถามย้ำ “คุณพ่อให้ห้องเพนท์เฮาส์กับรถเบนซ์เขาเหรอครับ”

กิจจาพยักหน้าไม่แยแส งามยิ่งโวยทันที “ทีลูกๆคุณพ่อไม่เห็นเคยให้อะไร แต่กับผู้หญิงของคุณพ่อ คุณพ่อกลับให้ทั้งห้องทั้งรถ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ”

กิจจาเสียงเขียว ตนจะซื้ออะไรให้ใครมันก็เป็นเรื่องของตน เงินของตนอย่ามายุ่ง พูดจบกิจจาโอบเชอรี่พาชมห้องไม่สนใจลูกทั้งสอง...เมฆพัดแค้นใจมาก ครุ่นคิดจะทำให้พ่อรู้สึกว่า การสูญเสียเป็นอย่างไร งามยิ่งหวั่นใจว่าน้องจะทำอะไร

พอเจมี่รู้จากชัชชัยว่าศตายุได้รับตำแหน่งประธานบริษัทแล้วก็ดีใจรีบแต่งตัวจะไปแสดงความยินดีไม่ฟังเสียงห้ามปรามของพ่อแม้แต่น้อย

ในขณะที่พบูเดินซื้อของร้านสะดวกซื้อไปคุยโทรศัพท์กับมนูไปว่าตนได้งานทำเป็นผู้จัดการร้านอาหาร แล้วจริงๆ ช่วงนี้งานยุ่งมากแล้วทำทีว่าเจ้านายเรียกต้องรีบวางสาย พอหันมาเจอบุรียืนฟังยิ้มๆอยู่ก็ผงะ บุรีแหย่ ขนาดพ่อเธอยังไม่เชื่อเลยว่าเธอจะทำงานนี้ได้ ฉะนั้นควรยอมแพ้ไปเสียก่อนดีกว่า พบูโวย

“แล้วทำไมฉันต้องมาเจอคุณแอบฟังโทรศัพท์ที่นี่ทุกครั้งด้วยคุณกรร”

บุรีแย้งว่าตนชื่อกั๋น...พบูเหยียดปากเดินหนี บุรีเดินตามถามแสดงความยินดีกับศตายุหรือยังที่ได้เป็นประธานบริษัทแล้ว พบูชะงักหันมาดีใจ บุรีเย้าเมื่อคืนที่ศตายุโทร.มาไม่ได้บอกเรื่องนี้หรือ เธอตอบตามจริงว่าไม่ได้บอก บอกแต่เรื่องนัดกิจจาเที่ยงนี้

พอถึงเวลานัดหมาย ศตายุแนะนำให้กิจจารู้จักบุรีสถาปนิก เขามองอย่างชื่นชมเพราะได้ยินกิตติศัพท์มานานว่าเก่ง บุรียกมือไหว้ขอบคุณกับคำชม แล้ว

ศตายุก็แนะนำพบูว่าเป็นผู้จัดการร้าน กิจจาจำได้ว่าเธอคือลูกค้าในร้านที่โดนเด็กเสิร์ฟทำอาหารหกใส่แต่

ไม่โกรธกลับสอนเสียอีก ยิ่งรู้ว่าเป็นลูกสาวมธุรสก็ยิ่งถูกชะตา...ศตายุให้เริ่มคุยเรื่องงาน แต่กิจจากลับยกมือปราม

“ไม่ต้องหรอก โตตัดสินใจไปเลย ตอนนี้ปู่ไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว ปู่แค่อยากมาทักทายคนที่จะมาทำร้านให้ปู่แค่นั้นแหละ” กิจจายิ้มๆ บุรีแปลกใจความสัมพันธ์ของพบูกับครอบครัวนี้

เสร็จจากประชุมศตายุจะพาพบูกับบุรีออกไปทานกลางวัน พิมพ์พรรณแซวเขาไม่เคยออกไปทานข้าวกับพนักงานมาก่อน ศตายุชะงักลืมไปจริงๆ ไม่ทันไร เสียงเจมี่สดใสเบิกบานเข้ามาพร้อมกับร่างตุ้ยนุ้ยมา

เกาะแขนแสดงความยินดี และถามเขากำลังจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปทานกลางวันก็ขอไปด้วยหน้าตาเฉย เจมี่เหล่มองพบูแบบหวั่นใจจะมาเป็นคู่แข่งแย่งศตายุไปจากตน เขาจึงรีบแนะนำว่าพบูเป็นลูกสาวมธุรส บุรีได้ยินทำหน้าแปลกใจ

ศตายุเลือกร้านอาหารที่เป็นบุฟเฟ่ต์เพราะเจมี่ชอบ บุรีเห็นพบูตักน้อยก็แซวว่าตักแค่นี้เอาไปเซ่นเจ้าที่หรือ เธอสวน ใครจะตักพูนจานเอาไปถมที่อย่างเขา...

บุรีขำ นึกได้ถามว่าเธอเป็นลูกสาวมธุรสที่เป็นภรรยาเจริญรุ่งใช่ไหม พบูตอบอย่างขัดเคืองว่าใช่เพราะคิดว่าเขาจะดูถูกว่าเล่นเส้นสายเข้ามา จึงประกาศกร้าวว่าตนจะใช้ความสามารถในการทำงาน อย่าเพิ่งดูถูกกัน

“อีกอย่างถึงแม่ฉันจะเป็นแม่เลี้ยงคุณโต แต่ฉันกับเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เพราะฉะนั้นไม่ต้องมานับญาติ ลำดับพี่น้องให้ฉันกับเขา ฉันก็เป็น พนักงานบริษัทเหมือนกับคุณนั่นแหละ เข้าใจชัดเจน เคลียร์นะ” พูดจบพบูเดินไปนั่งอย่างโกรธๆ บุรีมองตามอมยิ้มดีใจ

ตลอดเวลาที่ทานอาหาร พบูต้องรับมือกับเจมี่ ช่วยกันเธอออกจากศตายุจนเขาชอบใจ บุรีก็แอบขำ... กลับเข้าบริษัท พิมพ์พรรณรีบบอกพบูว่ามีคนมารอพบ เธอแปลกใจ พอเจอหน้าก็ดีใจโผกอดเพื่อนชายจนทั้งศตายุและบุรีมองงงๆ พอรู้สึกตัวพบูหันมาแนะนำให้

ทั้งสองรู้จักเก็ท...เพื่อนสนิทแต่เด็ก เก็ทมองบุรีอย่างพอใจ พบูขออนุญาตไปคุยกับเก็ท

ทั้งสองมานั่งร้านกาแฟคุยกันถึงชีวิตที่ผ่านมา เก็ทไปหาเธอที่บ้านถึงรู้เรื่องจากมนู และมนูก็ให้มาดูว่าเธออยู่ดีมีสุขจริงหรือเปล่า พบูนึกได้ให้เก็ทช่วยหาเชฟฝีมือดีสักคน เก็ทต่อรอง

“เรื่องเชฟไม่มีปัญหา จะจัดการให้ แต่ตอนนี้แกควรกลับบ้านไปหาพ่อก่อน พ่อเขาเป็นห่วงแกมากนะ”

พบูเมินไม่อยากฟัง...แต่แล้วเย็นวันนั้น มนูคิดถึงพบูมากจึงเข้ามานั่งมองรูปลูกในห้องนอนเศร้าๆรำพึงลูกไม่อยู่ บ้านดูเงียบเหงา เสียงพบูดัง “คุณพ่อจะได้รู้ซะทีไงคะว่าหนูสำคัญ”

มนูตกใจหันมองไม่เห็นใคร คิดว่าตัวเองหูแว่ว เดินคอตกออกจากห้อง พบูโผล่มากอดและหอมแก้มฟอดใหญ่ มนูตาโพลงกอดตอบด้วยความดีใจ “พ่อคิดถึงหนูมากเลยรู้ไหม”

“หนูก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ แต่คุณพ่อปล่อยหนูก่อนนะคะ หนูหายใจไม่ออก”

มนูรีบคลายอ้อมกอด ถามลูกยอมกลับมาอยู่บ้านแล้วใช่ไหม เธอส่ายหน้า ที่มาเพื่อจะบอกว่าตนได้งานและที่พักแล้ว ไม่ต้องห่วง พบูยื่นนามบัตรให้เป็นการยืนยัน บูรณาเข้ามายินดีด้วยแต่พบูมองน้องอย่างไม่เชื่อใจ

เก็ทช่วยยืนยันว่าที่พบูพูดเป็นความจริงทุกอย่าง ไม่ทันไรการเกดกลับจากช็อปปิ้ง พอเจอพบูก็แขวะคงหมดทางไปจึงกลับมา และของที่หอบไปมากมายคงจะขายกินหมดแล้วสิท่า บูรณาสะกิดห้ามแม่ พบูเบ้ปากใส่หันมาบอกมนู

“หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่าค่ะ วันนี้หนูว่าหนูเลือก เวลาดีแล้วเชียว ไม่น่าซวยเลย”

เก็ทปราม การเกดแว้ดไล่ให้รีบกลับไป ตอนนี้ที่บ้านสงบสุขดี พบูโกรธเดินเข้าพูดตรงหน้าการเกด “คุณน้าก็น่าจะอยู่สงบหรอกนะคะ เพราะหนูสวดมนต์แผ่เมตตาให้ทุกคืน”

การเกดเต้นผางจะเอาเรื่อง มนูกับบูรณาช่วยกันดึงไว้ เก็ทลากพบูให้กลับ

ค่ำวันเดียวกัน ศตายุกลับถึงบ้าน เจริญรุ่งดักรอเพื่อพูดจาถากถางให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจว่าได้รับตำแหน่ง ประธานบริษัทไปแล้ว ก็ให้ตั้งใจทำงานให้สมกับที่เหยียบหัวตนขึ้นไป พูดจบก็เดินไป ศตายุเสียใจ กิจจาได้ยินทุกอย่างเข้ามาปลอบใจหลาน

“อย่าไปสนใจเลย ใครจะคิดอะไรก็ช่าง โตเตรียมตัวเป็นประธานบริษัทให้ดีก็พอ”

ศตายุฝืนยิ้มรับคำทั้งที่สะเทือนใจกับคำพูดของพ่ออย่างมาก...ขณะเดียวกัน ธราดลนั่งดูบอลและเอ่ยปากขอเงินมธุรส เธอติงเมื่อวานเพิ่งให้ไปหยกๆ เขาสวนอยากไม่ให้ตนไปเรียนต่อเมืองนอกก็จะอยู่ผลาญเงินแบบนี้ มธุรสเตือนให้ทำตัวดีๆอย่างพี่บ้าง ตอนนี้พี่ได้เป็นประธานบริษัทแล้ว ธราดลหงุดหงิดทันที

“ผมไม่มีปัญญาเป็นแบบเขาได้หรอก ถึงทำได้ผมก็ไม่ทำ แม่เองก็เลิกประจบคุณปู่ได้แล้ว ยังไงพวกเราก็ไม่อยู่ในสายตาเขาหรอก” พูดจบธราดลเดินออกปิดประตูโครม มธุรสอ่อนใจ

ooooooo

วันต่อมา พบูมาสำรวจร้านอาหาร หลับตาจินตนาการว่าจะออกมารูปร่างหน้าตาอย่างไร เผอิญบุรีใจตรงกันแวะมา พบูเคลิ้มค่อยๆลืมตาขึ้นต้องตกใจเมื่อเห็นบุรียืนอยู่ตรงหน้า เขาเยาะ

“ฝันกลางวันเหรอคุณปลาบู่”

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน คุณนั่นแหละมาทำอะไร” พบูสวนอายๆ บุรีบอกว่ามาเช็กขนาดประตูหน้าต่าง แล้วเลยใช้ให้เธอช่วยจับตลับเมตร เขาแกล้งให้เธอขยับซ้ายทีขวาทีจนเธอบ่นไม่ใช่ลูกมือแล้วแกล้งปล่อยสายวัดดีดใส่หน้าเขา บุรีขู่ถ้าเธอไม่ช่วยเขาจะรายงานศตายุว่าเธอมีปัญหา พบูชะงักเกรงถูกปลดจำต้องยอมทำตามคำสั่งบุรี พลันมือถือบุรีดังขึ้น เขาเห็นว่าแม่โทร.มาจึงเลี่ยงมารับสายหน้าร้าน

แม่โทร.มาคุยเรื่องแต่งงานจะหาผู้หญิงและหาฤกษ์ไว้ให้ เขาแกล้งบอกแม่อ้อนๆว่า ถ้าเขาแต่งงานก็คงรักแม่น้อยลง ไม่มีเวลาให้แม่เหมือนก่อน แม่ห้ามน้อยใจ แม่รีบยอมจำนนไม่เร่งรัดให้เขาแต่งงานอีก บุรียิ้มอ้อนตนรักแม่นะและทำเสียงจ๊วบใส่มือถือก่อนวางสาย

เสียงพบูหัวเราะ บุรีเขินถามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอตอบขำๆว่าตั้งแต่เขาบอกว่ามีเมียแล้วรักแม่น้อยลง บุรีต่อว่า ได้ทีเอาคืนเลยนะ เธอย้อนทีเขายังแอบฟังตนตั้งหลายครั้ง แล้วแซว

“เครียดอะดิ โดนบังคับให้แต่งงาน”

“เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” บุรีสวนแล้วเดินหนีไปอย่างอายๆ

ในขณะที่ศตายุทำงานไปชำเลืองมองไปว่าทำไมพบูยังไม่มาทำงาน พิมพ์พรรณรายงานเรื่องสัญญาโครงการหมู่บ้านกับชัชชัยเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ตั้งใจฟัง เธอบอกว่าบริษัทให้ฝ่ายธุรการจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ให้ เขาก็ไม่สนใจ พิมพ์พรรณรู้ว่าเขากังวลเรื่องพบู จึงบอกว่าพบูไปดูงานที่ร้านเดี๋ยวมา ศตายุทำวางหน้านิ่งๆ พิมพ์พรรณนึกได้

“คุณโตคะ สงสัยเราต้องหาที่พักใหม่ให้คุณพบูแล้วค่ะ ลูกค้าเจ้าของห้องใกล้จะกลับมา”

ศตายุตอบว่าตนรู้แล้วและคิดไว้แล้วว่าจะให้พบูไปพักที่ไหน...

พบูกับบุรีจะแยกย้ายกันกลับไปเจอกันที่บริษัท ทันใดพบูก็ต้องร้องกรี๊ดด้วยความตกใจเมื่อพบว่ารถหรูตัวเองโดนกรีด แถมลมยางถูกปล่อยสองเส้น บุรีเข้ามาดูถามเธอไปมีปัญหากับใครหรือเปล่า พบูคิดนึกได้ว่าคงเป็นพวกเด็กแว้นที่มาจีบแล้วโดนตนปาดเกือบล้มเมื่อเช้า แต่ไม่กล้าเล่าให้บุรีฟัง บอกไปไม่เค้ยไม่เคยมีปัญหากับใคร...บุรีจึงต้องช่วยถอดล้อเอาไปที่ปั๊มเติมลม

กว่าจะมาถึงบริษัทก็เที่ยง ศตายุและพิมพ์พรรณ พาพบูขึ้นมาห้องเพนต์เฮ้าส์ชั้น 31 บอกเธอว่าห้องเดิมมีปัญหา ต้องย้ายมาอยู่ห้องนี้ พบูตาโพลงเพราะมันหรูเลิศอลังการมาก ศตายุยอมรับว่าเป็นห้องประจำตำแหน่งตน ทิ้งไว้เฉยๆไม่ได้พักเพราะบ้านอยู่ไม่ไกล พบูลังเล พิมพ์พรรณช่วยพูด ไม่ต้องคิดมาก คิดเสียว่ามาช่วยดูแลห้องให้ ศตายุนึกบางอย่างได้เสนอไปว่า

“ถ้าไม่อยากพักห้องนี้ฟรีๆก็ทำงานแลก ผมมี จ๊อบพิเศษให้คุณ...ผมอยากให้คุณช่วยเป็นกันชนเจมี่ให้ผม แบบตอนที่ไปกินข้าวด้วยกันคราวก่อน” ศตายุออกตัว “ผมไม่ได้รังเกียจเขาหรอกนะ แต่ผมเห็นเขาเป็นแค่น้องสาว ผมว่าผมก็แสดงท่าทีชัดเจน แต่เหมือนเขาไม่สนใจเลย ที่สำคัญพ่อเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของศศิวงศ์”

“ก็เลยจะให้ฉันแกล้งเล่นละครเป็นแฟนคุณน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก”

“ผมพูดตอนไหนว่าให้แกล้งเป็นแฟน” พบูร้องอ้าว..ศตายุเกือบหลุดคำว่าเห็นเธอกะล่อนออกไปแต่ชะงักทัน “...มีความสามารถในการเอาตัวรอดเก่งเลยคิดว่าคุณน่าจะทำหน้าที่นี้ได้”

“จะถือว่าเป็นคำชม...แต่มันจะดีเหรอคะ”

“คุณแค่ช่วยผมเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกัน แต่ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไรผมจะได้หาห้องใหม่...”

พบูสวนห้องนี้ดีแล้ว อ้างไม่อยากให้เขาลำบากต้องหาห้องใหม่ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเก็บของย้ายเลย ศตายุขำท่าทีของเธอ...พอมธุรสรู้เรื่องก็โทร.มาขอบคุณศตายุแต่ก็กังวลใจกลัวเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา เขาบอกไม่ต้องห่วงตนเป็นเจ้าของมีสิทธิ์ มีอะไรจะรับผิดชอบเอง พอวางสาย
พิมพ์พรรณเข้ามาบอกว่าเคลียร์ห้องเรียบร้อยแล้ว และแอบแซว

“ถ้าพิมพ์ไม่รู้จักคุณโต พิมพ์คงคิดว่าคุณโตทำอย่างนี้เพราะอยากใกล้ชิดคุณพบูแน่ๆ”

ศตายุชะงักรีบแก้ตัว คิดถูกแล้วที่ตนทำเพราะเห็นว่าพบูเป็นลูกสาวแม่เลี้ยงตนต่างหาก พิมพ์พรรณเหล่มองเห็นเขาเขินก้มหน้าเซ็นเอกสารก็อมยิ้ม

ตกค่ำ พิมพ์พรรณมาช่วยพบูขนของย้ายห้อง ศตายุยืนมองทึ่งกับจำนวนกล่องรองเท้าและข้าวของเครื่องใช้มากมายของเธอ ถึงกับแซวว่าขนรองเท้ามาหมดบ้านเลยหรือ พบูสวนก็เหมือนผู้ชายชอบดูบอลนั่นแหละ เขาถามใส่ครบทุกคู่ในหนึ่งเดือนหรือไม่

“พ่อฉันก็พูดแบบคุณเหมือนกัน โลกของผู้หญิง ผู้ชายอย่างคุณไม่เข้าใจหรอก...เรามาคุยเงื่อนไขที่คุณจะให้ฉันช่วยดีกว่า นี่เงื่อนไขสัญญาระหว่างฉันกับคุณ” พบูกดมือถือส่งข้อความ

ศตายุกดดูข้อความในมือถือที่พบูส่งมา ทึ่งที่เธอถึงกับทำสัญญา เขาถามไม่ไว้ใจตนหรือ เธอยิ้มเจื่อน “งั้นเอาเป็นแค่สัญญาใจก็ได้ แต่ถามจริงเถอะคุณไม่เสียดายเหรอ คุณเจมี่ทั้งสวยทั้งรวย ทั้งรักคุณมากซะขนาดนั้น แค่นั้นยังไม่พอนะ พ่อคุณเจมี่ยังเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อีกตะหาก อีกหน่อยคุณเจมี่ก็ต้องมารับช่วงบริษัทต่อจากพ่อเขา คุณสองคนคบกันก็ดีอยู่แล้ว เงินต่อเงินรวยเป็นบ้าไปเลย”

“ผมยังไม่อยากบ้า เพราะมีคนคิดแบบคุณไง

ผมเลยต้องรักษาระยะห่างไว้หน่อย...ผมไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจว่าผมคบกับเจมี่เพราะหวังผลประโยชน์ ถ้าผมทำงานสำเร็จมันก็ต้องเป็นเพราะความสามารถของผมเอง”

“เหตุผลฟังดูดี๊ดีนะคะ พระเอกม้ากมาก” พบูลากเสียงยาว เห็นสีหน้าศตายุอายๆดูน่ารัก

ด้านเจมี่ พอรู้ว่าจะมีงานเลี้ยงแสดงความยินดีตำแหน่งประธานบริษัทให้ศตายุ ก็เตรียมตัวจะไปร่วมงาน ชัชชัยพยายามเตือนลูกไม่ควรไปเพราะเป็นเรื่องของครอบครัวและคนในบริษัทเขา เจมี่โวยว่าพ่อทำไมไม่สนับสนุนให้ตนเป็นแฟนกับศตายุ ทั้งที่จะเป็นประโยชน์ต่อพ่อ ชัชชัยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ศตายุเห็นลูกเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น เจมี่สวน

“คุณพ่อจะรู้อะไร พี่โตเขาก็ต้องมีฟอร์ม มีใจแต่ไม่แสดงออกแบบพระเอกในซีรีส์เกาหลีไงคะพ่อ”...ชัชชัยอ่อนใจมองเจมี่ที่ตื่นเต้นเลือกเสื้อผ้าต่อไป

กลางดึก เมฆพัดแอบนัดชายคนหนึ่ง จ่ายเงินค่าจ้างให้และกำชับ อีกสองวันจะมีงานเลี้ยง จัดการทำตามที่สั่ง อย่าให้พลาดเด็ดขาด...สีหน้าเมฆพัดนิ่ง เย็นชาดูน่ากลัว

ooooooo

งานเลี้ยงจัดขึ้นในสวนหย่อมของบริษัทศศิวงศ์ ธีมงานเป็นยุคซิกตี้ พนักงานแต่งตัวสีสันสดใสย้อนยุค... เจริญรุ่ง มธุรส งามยิ่งและเมฆพัดยืนคุยกับแขกในงาน กิจจาเดินดูงานโดยมีศตายุเดินตามเทกแคร์ กิจจาชมเชยว่าจัดงานได้ถูกใจมาก ทำให้คิดถึงตอนหนุ่มๆ

“ผมเห็นคุณปู่ชอบพูดถึงวันที่ก่อตั้งบริษัท ผมเลยจัดธีมนี้มาเพื่อคุณปู่ไงครับ”

“โตนี่รู้ใจปู่ทุกอย่างจริงๆ ต่อไปนี้บริษัทก็เป็นของโตเต็มตัวแล้วนะ ตั้งใจทำงานให้ดี อย่าให้ปู่ผิดหวังล่ะ”

ศตายุยิ้มรับ พิมพ์พรรณเข้ามาแสดงความยินดีและรายงานว่าชัชชัยโทร.มาฝากยินดีด้วย ขอโทษที่มาไม่ได้ ศตายุดีใจแสดงว่าเจมี่ไม่มา พิมพ์พรรณรีบแทรก... ชัชชัยส่งเจมี่มาแทน เขาหุบยิ้มหน้าเสีย ไม่ทันขาดคำ เจมี่ในชุดสวยเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ เดินยิ้มแย้มส่งเสียงทักเข้ามา

“คุณพ่อติดธุระค่ะ เลยฝากเจมี่มาแสดงความยินดีกับพี่โต...ยินดีด้วยค่ะ” เจมี่ยื่นดอกไม้

ศตายุรับยิ้มแห้งๆ เจมี่ยิ้มหวานบอกเองเสร็จสรรพว่าเลิกงานแล้วไปเลี้ยงฉลองกันต่อสองคน เขายิ้มแหยๆ แบ่งรับแบ่งสู้มองหาว่าพบูอยู่ตรงไหน ไม่มาช่วยตน

ด้านพบูอยู่ในชุดย้อนยุคเก๋ไก๋น่ามอง ยืนจดๆ จ้องๆ มองขนมเค้ก น้ำพุช็อกโกแลตฟองดูว์น่ารับประทานแต่สะกดใจเพราะกลัวอ้วนที่ออกกำลังกายมาจะเสียเปล่า บุรีแอบมองขำๆ อดไม่ได้ที่จะแหย่ แกล้งตะโกนเรียกเสียงดัง “คุณปลาบู่...”

พบูสะดุ้งหันมองเห็นสายตาหลายคู่จ้องมาที่ตน นึกโกรธบุรีขยับเข้าไปต่อว่า จะเรียกเสียงดังทำไม เขาไม่หวั่นกวนต่อ “ดูท่าแม่ปลาบู่ทองจะอยากกินขนม กินไปเถอะแค่นี้ไม่ทำให้อ้วนหรอก” ว่าแล้วก็หยิบขนมกินยั่ว

พบูค้อนที่รู้ทัน “คุณเป็นผู้ชายจะเข้าใจอะไร ยั่วฉันไม่ขึ้นหรอกย่ะ” พบูเดินหนี บุรียิ้มมีความสุขที่ได้แหย่

บนเวที กิจจาขึ้นกล่าวประกาศแต่งตั้งศตายุขึ้นเป็นประธานคนใหม่อย่างเป็นทางการ พนักงานปรบมือเกรียวกราว กิจจาแซว

“ถูกใจสาวๆล่ะสิ...ผมจะไม่พูดอะไรมาก เพราะรายละเอียดก็อยู่ในเมมโมแล้ว ไปอ่านเอาเองก็แล้วกัน... หลานชายขึ้นมากล่าวอะไรหน่อยสิ” กิจจาหันไปเรียกศตายุ

ทุกคนปรบมือ ศตายุขึ้นกล่าวขอบคุณกิจจาที่ไว้ใจตนและขอบคุณพนักงานทุกคนที่ช่วยทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว ตนสัญญาจะดูแลบริษัทและพนักงานทุกคนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างครอบครัว เสียงปรบมือล้นหลาม เมฆพัดเห็นสายตาศตายุที่มองไปยังพบู และสายตาเจมี่ที่มองไปยังศตายุ เขายิ้มเหยียดรู้ทันว่าศตายุต้องสนใจพบูแน่

เมฆพัดคิดจะดึงเจมี่มาเป็นพวก ด้วยความที่เขาอายุห่างจากศตายุไม่กี่ปีจึงพยายามตีสนิทเจมี่ เห็นเธอกำลังเซลฟี่ตัวเองกับบรรดาขนมหวาน ก็เข้าไปอาสาถ่ายรูปให้แล้วชวนคุยยั่วยุให้ไม่ไว้ใจพบู อย่าคิดว่าพบูกับศตายุจะคิดกันแบบพี่น้อง ทำให้เจมี่เริ่มกังวลมากขึ้น

เจมี่เดินตามหาศตายุทั่วงาน เจอกับบุรีจึงถามเห็นศตายุไหม เขาส่ายหน้าและถามบ้างเห็นพบูไหม เจมี่นึกๆ ไม่อยู่ในงานทั้งคู่ เริ่มสงสัยว่าทั้งสองหายไปไหน

ในขณะที่พบูเดินออกมานอกงาน เห็นธราดลจึงเข้ามาชวนคุยแล้วได้กลิ่นบุหรี่ในตัวเขาก็ทำเป็นพูดลอยๆ ไม่ต่อว่ารุนแรง ว่าบุหรี่มีแต่จะทำให้ตายเร็ว เลิกได้ก็ควรเลิกเสีย ธราดลสวนทีผู้หญิงยังชอบทาปาก พบูชะงักก่อนจะตอบโต้ “ลิปสติกมันไม่ได้ทำลายสุขภาพ”

“เดือนหนึ่งกินลิปสติกเป็นแท่งๆเนี่ยนะ”

พบูสะอึกเมื่อโดนย้อน จึงปล่อยชีวิตใครชีวิตมันอยากเป็นมะเร็งตายก็ตามใจ ธราดลฟังแล้วสะอึกเช่นกัน แต่ก็รู้สึกดีที่พบูไม่กดดันตนเหมือนศตายุ พบูยังเตือนอย่าให้ศตายุเห็นจะเป็นเรื่อง ขาดคำศตายุเดินมาพอดี พบูรีบดันธราดลให้หลบไปแต่เขาไม่ยอมหลบ อ้างไม่กลัว

“นายไม่กลัวแต่เวลานายทะเลาะกับคุณโต แม่เขาเครียดเข้าใจไหม” พบูถอนใจที่ต้องอธิบาย เกรงศตายุมาเจอจะมีเรื่องจึงรีบเดินไปรับหน้า

ศตายุเดินคุยมือถือสั่งคนเอารถมาให้หน้าบริษัท พบูวิ่งเข้ามาดักหน้าพอรู้ว่าเขาจะกลับก็จะเดินไปส่ง แล้วชี้โน่นนี่ให้เขาดู ไม่มองไปทางธราดล ศตายุบอกพบูให้กลับเข้าไปในงาน ตนรอรถคนเดียวได้ พบูบอกว่าไม่เป็นไรแต่อยากรู้ทำไมเขาถึงรีบกลับทั้งที่งานนี้เป็นงานของเขา

“ฉลองตำแหน่งที่ทำให้คนในบ้านยิ่งเกลียดผมน่ะเหรอครับ” ศตายุเผลอระบายเศร้าๆ

“แต่มันก็มีอีกหลายคนนะคะที่เขารักคุณ และอยากให้คุณอยู่ในตำแหน่งนี้ ฉันเองก็หนึ่งในนั้นค่ะ” พบูมองด้วยความจริงใจ

ศตายุรู้สึกดีขึ้น ไม่ทันไรเสียงเจมี่ขัดขึ้น “พี่โตมาทำอะไรตรงนี้คะ เจมี่หาซะทั่ว”

ศตายุอ้ำอึ้ง เจมี่เหล่มองพบูอย่างไม่พอใจ พอดีคนรถเอารถมาจอดและส่งกุญแจให้ เจมี่เข้าใจว่าเขาเตรียมรถจะพาตนไปฉลองต่อตามที่ตกลงไว้ เขาอึกอักมองพบูเชิงขอความช่วยเหลือพบูพยายามคิดวิธีช่วย

ไม่คาดคิดก็แกล้งเป็นลมล้มพับใส่ ศตายุตกใจเขย่าเธอ พบูกระซิบเบาๆให้พาตนไปหาหมอ เขารับมุกอุ้มเธอขึ้นรถไม่ทันระวังทำหัวเธอโขกประตู เจมี่หน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก บุรีเดินมาเห็นศตายุอุ้มพบูขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา รู้สึกใจหายชอบกล

สุดท้าย บุรีกับเจมี่ต่างมานั่งถอนใจหันหลังให้กันอย่างไม่รู้ตัว แต่พอบ่นรำพึงออกมาต่างสะดุ้งหันมามองกัน เจมี่ถามโพล่งขึ้นว่าเขาชอบพบูหรือ บุรีอึ้งตอบไม่ถูก

ooooooo

ศตายุขับรถมาจอดในสวนสาธารณะ พบูเผลอนอนหลับ เขาปลุกและแซวเล่นเสียเนียนเลย เธอลุกพรวดคลำหัวป้อยๆ ศตายุขำๆ บอกทนมาได้นานขนาดนี้คงไม่เป็นอะไรมาก เธอค้อนขวับ เขายิ้มๆ ชวนเธอเดินเล่นไหนๆ ก็ออกจากงานมาแล้ว เธอทำหน้าครุ่นคิด

มุมหนึ่งในงาน กิจจาเห็นเมฆพัดดื่มหนักก็เข้ามาเตือนเดี๋ยวจะเมา เขาย้อนถามสนใจด้วยหรือ กิจจารู้ทันถาม “น้อยใจที่ฉันไม่ยกบริษัทให้แกรึไง”

“ลูกเมียน้อยอย่างผมมีสิทธิ์น้อยใจคุณพ่อด้วยเหรอครับ... ผมก็แค่อยากรู้ว่าผมทำอะไรไม่ดีคุณพ่อถึงไม่เคยให้โอกาสผมเลย” เมฆพัดจ้องหน้ารอฟังคำตอบ

กิจจาถอนใจไม่ทันตอบมือถือดังขึ้น เขารับสายแล้วคุยกับเชอรี่ยิ้มแย้มไม่สนใจเมฆพัดอีกเลย ยิ่งสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้เขามากขึ้น กิจจาจะเดินไป เขาถามพ่อจะไปไหน กิจจาตอบอย่างไม่สนใจว่าคุยอะไรค้างอยู่ บอกจะไปดริ๊งก์กับเชอรี่...เมฆพัดเจ็บแค้นหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออกหาใครบางคน

ผ่านเวลาไปเล็กน้อย ชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกถือไม้เบสบอลหลบอยู่แถวลานจอดรถ พอมีเงาคนเดินมาเขาก็ฟาดหัวเลือดสาดแล้วหลบหนีไป...

ด้านศตายุพาพบูเดินเล่นในสวนสาธารณะ เธอตื่นตาไม่คิดว่าเขาจะรู้จักที่สวยๆแบบนี้

“จะว่าไปคุณก็ดูเข้ากับชุดนี้เหมือนกันนะ ยิ่งมาเดินที่แบบนี้ด้วย เหมือนหลุดออกมาจากอีกยุค”

“แล้วสวยไหมล่ะคะ”

“ก็ดีนะ...เหมือนคุณย่าผมเลย”

“พูดงี้ ต่อไปฉันจะไม่ช่วยคุณหนีคุณเจมี่แล้ว” พบูหุบยิ้มทำหน้างอนๆ

“ใจเย็นสิคุณ ผมชมจริงๆนะ คุณย่าผมตอนสาวๆ สวยมากนะครับ”

พบูค้อนเล็กๆ ก่อนจะเอ่ย “ดูท่าคุณจะกลัวคุณเจมี่มากเลยนะคะ”

ศตายุตอบเกรงใจมากกว่า พบูข้องใจทำไมเจมี่ถึงหลงใหลเขามากขนาดนี้ เขาวิเคราะห์อาจมาจากตอนเด็กตนเคยช่วยเธอจากการจมน้ำ พบูถามอีกเคยบอกเธอบ้างไหมว่าเขาคิดอย่างไร

“เคยสิ ตอนนั้นเจมี่เสียใจร้องไห้ ไม่เป็นอันกินอันนอนไปหลายวัน ผมเกรงใจคุณชัชชัยมาก ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ก็เลยปล่อยเลยตามเลย”

“ฟังแล้วเครียดแทนเลยนะคะ คุณก็คิดซะว่ามีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดก็แล้วกัน” พบูแนะ

“แต่บางทีคนเราก็ต้องการความพอดี ถ้าคุณทำให้เจมี่เลิกชอบผมได้ จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอม” พบูถามย้ำแน่ใจหรือ เขาพยักหน้ารับ ทั้งสองยิ้มให้กัน

ทันใดมีคนโทร.เข้ามือถือศตายุ ท่าทางเขาฟังแล้วตกใจ...ศตายุพาพบูไปที่โรงพยาบาล เห็นกิจจาเดินอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ทั้งสองรีบเข้ามาถามเรื่องราว พบูยกมือไหว้ กิจจายิ้มให้

“ปู่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่เชอรี่นี่สิ อาการโคม่า...เชอรี่เขาโดนจี้ โจรมันขโมยรถไป แต่ปู่ให้ตำรวจสกัดจับแล้ว”

ศตายุตกใจมากเมื่อรู้ว่าโดนจี้ที่ลานจอดรถบริษัท กิจจาฝากเขาดูแลทุกอย่างและให้เงินทำขวัญแก่เชอรี่ด้วย ศตายุอึ้งย้อนถาม “ปู่จะเลิกคบกับเขาเลยเหรอครับ”

“จะเรียกว่าเลิกได้ยังไง ปู่กับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”

พลันลูกตาลสาวสวยเดินถือน้ำมาส่งให้กิจจา เขาแนะนำว่าลูกตาลเป็นคนช่วยเชอรี่ ศตายุเห็นสายตาเจ้าชู้ของปู่ที่มองเธอ กิจจาไม่สนใจจะรอดูอาการเชอรี่แต่อย่างใด บอกว่าจะไปส่งลูกตาลแล้วพากันเดินไป ศตายุรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของปู่ที่ดูออกจะใจดำกับเชอรี่ พบูเห็นแล้วพอจะเดาความรู้สึกของศตายุออก

ooooooo

ภายในห้องนั่งเล่นบ้านกิจจา งามยิ่งวางสายโทรศัพท์แล้วหันมาบอกเมฆพัดอย่างตื่นเต้นว่าเชอรี่โดนจี้ชิงรถ ตอนนี้อาการโคม่า ท่าทางเมฆพัดไม่ประหลาดใจกลับบอกว่าแค่เสียโฉมไม่ได้พิการ พ่อยังไม่เอา ทำให้งามยิ่งรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือเขา

ด้านศตายุเดินออกมาส่งพบูหน้าโรงพยาบาลเพราะต้องคอยดูแลเชอรี่ พบูเข้าใจและโทร.เรียกเก็ทมารับ ศตายุรู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นทั้งสองสนิทสนมกัน

เก็ทขึ้นมาบนห้องพักพบู เห็นความหรูหราใหญ่โต แต่ข้าวของพบูก็วางเรียงเต็มไปหมด จึงแซวว่าเธอสร้างแลนด์มาร์คได้เร็วมาก เธอยิ้มอย่างภูมิใจ เก็ทแย็บ

“แน่ใจนะว่าคุณโตเขาไม่ได้คิดอะไรกับแก ถึงได้มาอยู่ห้องหรูซะขนาดนี้”

“ฉันได้มาอยู่ฟรีที่ไหนล่ะ ก็ต้องทำงานแลกตามเงื่อนไขที่บอก”

“ระวังเถอะจะรักกันจริง”

“ไม่หรอก ถึงฉันจะสวยแต่ฉันก็มั่นใจว่าคุณโตเขาเห็นฉันเป็นแค่น้อง แม่ฉันเป็นแม่เลี้ยงเขา เขาไม่คิดอะไรเน่าๆแบบที่แกคิดหรอก”

“แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆซะหน่อย คนละพ่อคนละแม่” เก็ทปักใจ

“แต่ก็มีน้องคนเดียวกัน เคลียร์นะเพื่อนเลิฟ...ถามเยอะแบบนี้จะเอาไปรายงานพ่อรึไง”

ไม่ทันไรศตายุโทร.มา เก็ทแซว “เห็นไหมพอพูดถึงก็โทร.มาเลย ฉันกลับก่อนดีกว่า แกจะได้คุยโทรศัพท์สะดวกๆ”

พบูกดรับสาย ศตายุถามอย่างห่วงใยว่าเธอกลับถึงที่พักหรือยัง พบูจึงถามอาการของเชอรี่ เขาตอบว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว พบูรีบบอกว่ามีอะไรให้ตนช่วยบอกได้เลย เขารู้สึกดีเพราะไม่เคยมีใครถามแบบนี้ จึงกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

รุ่งเช้าเก็ทตามพบูมาดูร้านอาหารที่เธอมาดูคนงานทาสี พบูเหน็บว่าเขาเป็นพวก...สคพ คือสายสืบคุณพ่อ เก็ทมองรอบๆชมว่าร้านออกแบบได้ดูวินเทจดี ยิ่งรู้ว่าบุรีเป็นคนออกแบบก็ยิ่งชื่นชม ซักถามประวัติและนิสัยใจคอเขายกใหญ่ พบูเหล่มอง

“ซักเยอะแบบนี้ หวงฉันอะดิ กลัวฉันไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าแกรึไง...อย่าน้อยใจไปเลยนะ ยังไงฉันก็รักแกที่สุดอยู่แล้ว” ว่าแล้วพบูก็เข้าไปกอดเก็ทตามประสาเพื่อนรักที่สนิทกัน

ศตายุกับบุรีเดินเข้ามาหยุดมองอึ้งปนตกใจ พิมพ์พรรณเอ่ย...ดูท่าจะเข้ามาผิดจังหวะ เก็ทเหลือบเห็นรีบสะกิดเตือน พบูหันมาทักทายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกคนนั่งคุยกัน พบูออกตัวว่าเก็ทตามมาดูร้านเพราะชอบฝีมือการออกแบบของบุรี บุรีกล่าวขอบคุณแล้วหันมาถามพบูเป็นอย่างไรบ้างเห็นเมื่อวานเป็นลม พบูตาโพลง ศตายุช่วยแถให้ว่าเธอพักผ่อนน้อย แล้วให้ทุกคนคุยเรื่องงานจะดีกว่า พบูเปิดฉาก

“ฉันว่าจะเปลี่ยนชื่อร้านอาหารเป็น...ฟูลมูน คุณว่าเป็นยังไงคะ”

ศตายุชอบเพราะความหมายเดียวกับนามสกุลตน พบูบรรยายต่อว่าบรรยากาศร้านจะตกแต่งแนวอบอุ่น ท่ามกลางแสงจันทร์ จัดมุมสำหรับให้ลูกค้าถ่ายรูปเล่นมากๆ เพื่อพวกเขาเอาไปลงไอจี เป็นการโปรโมตร้านไปในตัว ทุกคนเห็นชอบ บุรีเหน็บว่าสนองความต้องการตัวเอง

“เรื่องตกแต่งผมไม่ห่วงเท่าไหร่ ห่วงแต่เรื่องเชฟ ตกลงคุณหาเชฟได้รึยัง เห็นว่ามีในใจแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ศตายุถามแทรก

“นั่นสิ อย่างที่ผมเคยบอก ถึงตกแต่งสวย แต่อาหารไม่อร่อยมันก็ช่วยอะไรไม่ได้” บุรีเสริม ทั้งศตายุ พิมพ์พรรณและเก็ทมองไปยังพบู เธออึกอักตอบไม่ได้

ooooooo

ช่วงพักเที่ยง พบูแยกมาทานกับเก็ท เธอร้อนใจจะหาเชฟจากไหนดี เก็ทเสนอไมเคิล เชฟร้านที่เธอเคยทำงานด้วยในอเมริกา ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว พบูดีใจเพราะรู้จักฝีมือเขาดี แต่กลับขอร้องให้เก็ทไปเจรจาให้ไมเคิลตบโต๊ะเปรี้ยง ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับพบู เพราะเข็ดขยาดไม่หาย เก็ทพยายามอธิบายว่าตอนนี้นิสัยพบูเปลี่ยนไปแล้ว เธอตั้งใจกับการทำร้านนี้มาก ไม่จับจดเหมือนก่อน แต่ไมเคิลยืนกรานอย่างเดิม...เก็ทกลับมาบอกพบู เธอหน้าเสียยอมรับว่าเมื่อก่อนมีปัญหากับเขา

“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เชฟกับคนรับออเดอร์ชอบทะเลาะกัน...ฉันก็แค่รับออเดอร์ผิดเล็กๆน้อยๆเอง” พบูเล่ายิ้มๆว่าตนฟังผิดเพราะตอนนั้นภาษายังไม่แตกฉานดีและที่ร้ายแรงสุดคือตนฟังผิดทำให้ไมเคิลทำอาหารพลาด ลูกค้าแพ้อาหาร เขาเลยลาออกแสดงความรับผิดชอบ

เก็ทพยักหน้าเข้าใจแล้วแย็บว่าไมเคิลไม่เอากระทะฟาดหัวเธอก็บุญโขแล้ว เก็ทแนะนำให้พบูไปขอโทษและแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นนิวเฟลอร์แล้ว พบูหนักใจ เก็ทบีบมือให้กำลังใจ

หลังจากนั้น พบูกลับเข้าบริษัท เจมี่ถือถุงขนมยืนรอลิฟต์คุยโทรศัพท์กับชัชชัยว่าตนแวะเอาขนมมาให้ศตายุ พอดีบุรีมายืนข้างๆแซวว่าเธอเช้าถึงเย็นถึงจริงๆ เจมี่หันมอง ลิฟต์เปิดออก ทั้งสองก้าวเข้าไป บุรีเห็นพบูวิ่งมาจึงกดลิฟต์รอ พอเจมี่เห็นเป็นพบูเข้ามาก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“เสียเวลาจริงๆ รีบๆ กดปิดสิ ฉันจะรีบขึ้นไปหาพี่โต...คราวที่แล้วก็ทีนึงแล้ว ทำฉันอดไปกินข้าวกับพี่โต”

พบูหมั่นไส้คิดหาทางแกล้ง ทำเป็นขอออกชั้นถัดไปแล้วหันมาอวยพรเจมี่ ขอให้เจอพี่โตสมใจ เจมี่รู้สึกพบูยิ้มแปลกๆ พอประตูลิฟต์ปิด ทั้งเจมี่และบุรีก็เห็นว่าพบูกดลิฟต์ไว้ทุกชั้น เจมี่หันมาโวยบุรีเพราะเขาที่กดลิฟต์รอพบู เขาสวนเลิกพาลคนอื่นเสียที แค่เจอช้าไปหน่อยไม่ตายหรอก เจมี่ตวาดกลับ “แต่ตนตาย...”

บุรีถอนใจ “วันๆเอาแต่ตามคุณโต ถามจริง ไม่เรียนหนังสือหนังหารึไง”

“ฉันอยู่ปีสี่แล้ว ไม่มีเรียน”

“งั้นก็ไปฝึกงานสิ หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยไม่ใช่วิ่งไล่ตามผู้ชายแบบนี้ ไร้สาระ”

เจมี่ปรี๊ดที่โดนบุรีสั่งสอน...ในขณะที่พบูรีบโทรศัพท์ไปเตือนศตายุว่าเจมี่กำลังขึ้นไปหาทำให้หลบหลีกได้ทัน...หลังจากนั้น เจมี่ก็คิดถึงคำพูดของบุรี จึงมาขอร้องชัชชัยให้ช่วยฝากตนเข้าไปฝึกงานในบริษัทศศิวงศ์

เช้าวันใหม่งามยิ่งจึงพาเจมี่มาฝากบุรีเป็นพี่เลี้ยงสอนงานออกแบบแก่เธอ เจมี่ยักคิ้วกวนๆให้ บุรีอึ้งพูดไม่ออก พองามยิ่งกลับออกไป เจมี่ก็กระเซ้า

“คุณไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้”

“แน่ใจเหรอว่าจะมาฝึกงานที่นี่”

“ก็คุณเป็นคนแนะนำให้ฉันฝึกงานเองนะ เพราะฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบ...ถ้าฉันฝึกงานที่นี่ ฉันก็จะได้เจอพี่โตทุกวัน พี่โตก็จะได้เห็นว่าฉันเป็นคนขยันด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ขอบคุณคุณมากนะที่ให้ไอเดียฉันมา”

บุรีพูดไม่ออก รู้ว่าต่อไปชีวิตตนต้องวุ่นวายเพราะเจมี่แน่นอน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี
17 พ.ค. 2564

12:00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:16 น.