ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ใต้เงาจันทร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'




ศตายุกำลังเซ็นเอกสารโดยมีพิมพ์พรรณยืนส่งเอกสารให้ เขาเอ่ยถามหาผู้จัดการร้านให้ตนได้หรือยัง พิมพ์พรรณเปิดรายชื่อผู้สมัครในไอแพดให้เขาดู เขาเลื่อนผ่านๆจึงไม่ทันเห็นพบู

ศตายุคิดว่าไม่อยากได้คนนอก “คุณพอมีใครแนะนำเป็นพิเศษไหม รับคนนอกที่ไม่รู้จักมามันเสี่ยงไป เราไม่รู้ว่าเขาจะทำงานเราครึ่งๆกลางๆอีกรึเปล่า”

“ค่ะ ยังไงพิมพ์จะถามรุ่นน้องให้นะคะ” พิมพ์พรรณรับปากแล้วนึกได้ “อ้อ เมื่อกี้พิมพ์ลงไปแผนกธุรการมา เห็นคุณเจมี่มากับคุณชัชชัย เดี๋ยวคงขึ้นมาหาคุณโตแน่”

ศตายุชะงัก เก็บปากกาหยิบมือถือคว้าสูทจะออกจากห้องทำงานและบอกว่าจะกลับมาตอนบ่ายๆ พิมพ์–พรรณแอบขำที่เขากลัวเจอเจมี่มากขนาดนี้...ศตายุรีบกดลิฟต์มองซ้ายขวากลัวเจมี่จะมาเจอก่อน พอลิฟต์มาก็รีบเข้าไป ทันใดเจมี่วิ่งมาร้องเรียก เขาทำเป็นไม่เห็น ประตูลิฟต์ปิดเจมี่พยายามกดรอลิฟต์อีกตัวแล้วตามลงไป ศตายุรู้ว่าหลบออกไปไม่ทันแน่ จึงเข้าไปหลบในร้านเบเกอรี่ นั่งโต๊ะที่อยู่หลังเสา หยิบเมนูมาปิดหน้า ไม่ทันมองว่ามีคนนั่งอยู่ก่อน

“ใครอนุญาตให้คุณนั่ง” เสียงพบูถามขึ้น

ศตายุสะดุ้งเงยหน้ามอง แต่ไม่อาจลุกไปได้เพราะเจมี่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าร้าน พบูมองตามสายตาเขาพอเห็นก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงแกล้งแหย่ว่าเพื่อนเขาอยู่หน้าร้าน ตนจะเรียกให้ ว่าแล้วก็กวักมือเรียก ศตายุรีบดึงมือเธอและเอามือปิดปากเธอ ขอร้อง

“ถ้าจะเอาคืนผม เอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ผมขอลี้ภัยตรงนี้ก่อน”

เสียงมือถือศตายุดังหน้าจอขึ้นชื่อเจมี่ เขาไม่รับสาย พบูถามถ้าไม่ชอบแล้วทำไมไม่บอกตรงๆ ยังซื้อกระเป๋าให้เขามีความหวังอีก ศตายุอ่อนใจจะอธิบาย ถ้าทำได้ตนทำไปนานแล้ว พอดีพบูเห็นบุรียืนรอเพื่อนอยู่หน้าร้านใกล้ๆกับเจมี่ จึงบอกศตายุว่า “สนใจให้ฉันช่วยคุณไหม”

ศตายุแปลกใจเธอจะทำอย่างไร พบูหลิ่วตาให้รอดู พบูลุกเดินไปคุยกับพนักงานเก็บเงินแล้วออกไปทักทายบุรีอย่างเป็นมิตร ทำเอาบุรีแปลกใจเพราะเมื่อคืนเพิ่งแกล้งเธอ จึงถาม

“ส้นสูงพลิก ล้มหัวฟาดพื้นรึเปล่าคุณ”

พบูทำเป็นยิ้มหวานเตือนว่าเขาดวงกำลังตก แล้วแอบบีบก้นเจมี่ก่อนจะเดินไป เธอหันขวับมามองบุรีแล้วโวยลั่น “ไอ้บ้ากาม! แกจับก้นฉัน ช่วย...”

บุรีตกใจเอามือปิดปากเจมี่รู้ทันทีฝีมือพบู “ผมไม่ได้ทำ ผมยืนอยู่ตรงนี้จะไปจับได้ไง”

เจมี่ผละออกโวยว่าตนรู้สึกมีคนบีบก้นนิ่มๆของตน เขาล่วงละเมิดทางเพศตน บุรีหน้าเหวอปฏิเสธพัลวัน

ต๋อยวิ่งมาถึงถามเกิดอะไรขึ้น...พบูส่งสัญญาณบอกศตายุให้ออกจากร้านได้ พอเขาลุกพนักงานก็เอาบิลมาเก็บเงินบอกว่าพบูให้เก็บกับเขา ศตายุอึ้งปนขำความแสบของพบู

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุอารมณ์ดี กลับมานั่งทำงานแล้วเปิดดูรูปผู้สมัครงานในไอแพด พลันเห็นรูปพบูก็แปลกใจ รีบเปิดดูประวัติเธออย่างสนใจ

ในขณะที่พบูไปสมัครงานที่ไหนก็มีแต่บอกว่าแล้วจะติดต่อกลับไป เธอรู้สึกหงุดหงิดทำไมไม่พูดตรงๆว่าไม่รับ...บ่ายคล้อยเริ่มเหนื่อย พบูแวะซื้อน้ำ ขนมก่อนขึ้นห้องพัก บุรีเห็นเดินจ้ำเข้ามาโวยทันที ว่าตนเดือดร้อนแค่ไหนกว่าจะเคลียร์กับเจมี่รู้เรื่อง พบูเหนื่อยจนไม่อยากเถียงกล่าวขอโทษดื้อๆ บุรีงง พบูจึงบอกอีกว่า วันหลังค่อยมาเอาเรื่อง ขอแปะไว้ก่อน ตนเหนื่อย

ทันใดมนูโทร.เข้ามา พบูรับสายได้ยินเสียงอบอุ่นของพ่อ “วันนี้ลูกจะกลับบ้านรึยัง อยู่ที่ไหนเดี๋ยวพ่อให้คนไปรับ”

พบูอยากกลับมากแต่ใจแข็งปฏิเสธ มนูอ้อนวอนให้เลิกงอน พบูเสียงแข็ง “หนูไม่ได้งอนค่ะ แต่หนูอยากพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าหนูอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินพ่อ หนูจะกลับก็ต่อเมื่อหนูประสบความสำเร็จ เคลียร์นะคะพ่อ”

บุรียืนฟังข้างๆแซวออกมาลอยๆ “ที่แท้ก็เด็กหนีออกจากบ้าน”

พบูหันมาจิกตาใส่ ได้ยินเสียงพ่อบอกว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีให้สองหมื่น พอใช้หรือเปล่า พบูรีบถามโอนมาที่ไหน มนูตอบว่าบัญชีที่เธอมีเอทีเอ็ม พบูหน้าเสียเพราะหักบัตรทิ้งไปหมดแล้ว รวมทั้งเอทีเอ็มด้วย จึงทำปากแข็งว่าตนไม่กดเพราะหักบัตรทิ้งไปแล้ว มนูให้ไปทำบัตรใหม่ตนจะได้โอนเงินให้ทุกเดือน ด้วยความที่ยังน้อยใจพบูโพล่งออกไป

“ไม่ต้องโอนมาหรอกค่ะ เพราะหนูจะไม่แบมือขอเงินพ่อใช้อีกแล้ว แค่นี้นะคะคุณพ่อ”

พอวางสาย พบูก็หันมาถามบุรีทันทีว่าสถานีตำรวจอยู่ไหน เขาย้อนถามจะทำไม เธอตอบหน้าเครียดว่า จะไปแจ้งความว่าบัตรเอทีเอ็มกับสมุดบัญชีหาย บุรีหลุดหัวเราะออกมากับความฟอร์มจัดของเธอ พบูจิกตามองเจ็บใจ

ooooooo

สร้อยทิพย์รายงานเจริญรุ่งว่าเอกสารที่ส่งให้ศตายุไม่ผ่าน เขาขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายร้านอาหารทั้งหมดภายในวันนี้ เจริญรุ่งให้เธอจัดไปเขียนอะไรมั่วๆ ก็ได้ตามถนัด สร้อยทิพย์กลอกตาเบื่อหน่าย ที่เจ้านาย เอาแต่เล่นเกมแข่งม้าในคอมพ์ ไม่สนใจการงาน

พอสร้อยทิพย์เอาเอกสารมาให้ศตายุรอลุ้นว่าจะผ่านไหม ศตายุรู้ทันให้เธอนั่งเช็กตัวเลขทั้งหมดในห้องเขาเป็นการดัดนิสัยการทำงานสุกเอาเผากินของเธอ

ความวุ่นวายกำลังจะมาถึงสร้อยทิพย์อีก เมื่อพบูใช้คีย์การ์ดที่เธอให้ไปห้องฟิตเนส พนักงานมัวคุยกันไม่ทันมองหน้าจอว่าบัตรเออเร่อใช้ไม่ได้...พบูวิ่งลู่ออกกำลังกายอยู่ไม่เห็นว่าบุรีวิ่งลู่ข้างๆ เขาทักทายเสียงดัง “เจอกันอีกแล้วนะคุณ”

พบูหันมองเชิดๆไม่คุยด้วย บุรีจึงถามว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ทั้งที่ไม่ใช่พนักงานบริษัท หรือเป็นคนนอกแอบมาพัก พบูหันขวับมามองทำนองจะมายุ่งอะไรกับตนนักหนา

“แปลว่าข่าวลือที่คุณสร้อยทิพย์แอบให้คนนอกมาพักท่าจะเป็นจริง”

พบูแย้งว่าตนเข้าพักถูกต้อง บุรีไม่เชื่อเตือนว่าตอนนี้ศตายุเข้มงวดเรื่องนี้มาก พบูไม่อยากฟังย้ายเครื่องวิ่ง สวมหูฟังเพลงกดเครื่องวิ่งเร็วขึ้น บุรีอยากเอาชนะกดเครื่องวิ่งเร็วกว่า พบูกดเพิ่มแข่งกับเขา แต่แล้วเธอวิ่งไม่ทันไหลตกลงมาก้นกระแทก ทั้งเจ็บทั้งอายเลยแกล้งเป็นลม บุรีตกใจหยุดวิ่งมาอุ้มเธอ พนักงานรีบมาดูแลเอาบัตรไปเช็กเพื่อแจ้งญาติ บุรีหวั่นใจกลัวถูกจับได้

พอเช็กบัตรก็เป็นปัญหาทันที...พบูทำทีว่ารู้สึกตัวขึ้นมา บุรีรีบถามอย่างห่วงใยเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบกวนว่ายังไม่ตาย ไม่ทันไรพนักงานเข้ามาถามเรื่องบัตรว่าเอามาจากไหน พบูโกรธที่พูดจาไม่สุภาพจึงบอกไปว่าคงเก็บได้จากข้างถนน

“งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาใช้บริการที่นี่”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ฉันพักอยู่ห้อง 2407”

“คุณจะพักห้องนี้ได้ไง ห้องนี้มันเป็นของคุณสมิทพนักงานบริษัทที เอสกรุ๊ป”

พบูเถียงเสียงแข็งว่าสร้อยทิพย์เป็นคนจัดการให้ มีอะไรต้องคุยกับเธอเองว่าแล้วพบูก็โทรศัพท์ฟ้องมธุรส ในขณะที่พนักงานโทร.ถามสร้อยทิพย์

ระหว่างนั้นสร้อยทิพย์เพิ่งแก้ไขงานให้ศตายุเสร็จ พิมพ์พรรณโผล่หน้าเข้ามาบอกว่า คนที่ห้องฟิตเนสโทร.มาบอกว่ามีคนแอบเอาคีย์การ์ดห้องพักลูกค้ามาใช้บริการ...สร้อยทิพย์หน้าซีดเหลือบมองศตายุ สบตาเขาเข้าอย่างจัง พิมพ์พรรณจะสาธยายต่อ สร้อยทิพย์ตัดบท คงเป็นการเข้าใจผิดเดี๋ยวตนจะไปจัดการ ว่าแล้วก็รีบดันพิมพ์พรรณออกไปไม่ให้พูดมาก

สร้อยทิพย์มาถึงห้องฟิตเนส ดึงพนักงานมาต่อว่าโทร.ไปโต๊ะพิมพ์พรรณทำไม แล้วสั่งถ้าใครถามให้บอกไปว่า ข้อมูลคีย์การ์ดผิดพลาดคนที่มาใช้เป็นลูกค้าทั่วไปไม่ได้อยู่ตึกนี้ เรื่องอื่นตนจัดการเอง พนักงานรับคำเสียงอ่อย บุรียืนมองอย่างสงสัยอยากรู้ว่าพบูเป็นใครกันแน่

พบูกลับเข้าห้องพัก เก็บของใส่กระเป๋าพร้อมกับโวยสร้อยทิพย์ที่เอาห้องพักใครมาให้ตน ถ้าไม่มีห้องว่างก็น่าจะบอกกันตรงๆ สร้อยทิพย์รีบอธิบายว่าตนเคลียร์ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จะไปใช้ห้องฟิตเนสอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พบูเห็นว่าไม่ถูกต้อง เก็บของอย่างวุ่นวายจะย้ายให้ได้

มธุรสมาถึงต่อว่าสร้อยฟ้าทำไมไม่เตือนพบูว่าห้ามใช้ฟิตเนส พบูได้ยินพาลโกรธแม่ที่รู้เรื่องนี้ดี มธุรสรีบแก้ตัวว่า “แม่ทำไปเพราะอยากช่วยหนูนะจ๊ะ”

สร้อยทิพย์ตกใจเมื่อรู้ว่าสองคนเป็นแม่ลูกกันไม่ใช่น้าหลาน มธุรสเอ็ดเรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัน เอาเรื่องห้องพักก่อน สร้อยทิพย์ขอให้พักที่นี่ต่อไปรับรองจะไม่มีปัญหาอีก อ้างพนักงานตื่นตูมไปเองดันโทร.ไปที่ห้องศตายุ มธุรสตกใจทำท่าจะเป็นลมเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้ถึงหูลูกเลี้ยงตนแล้ว

ไม่ทันไร พิมพ์พรรณโผล่เข้ามาบอกสร้อยทิพย์ว่า ศตายุให้ไปรายงานเรื่องนี้กับเจริญรุ่งแล้วทำรายงานชี้แจงมาให้เขาพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง มธุรสตื่นตกใจไม่แพ้สร้อยทิพย์ บอกตนจะไปคุยกับศตายุเอง หันมาบอกพบูให้รออยู่ก่อน พบูถอนใจเฮือกเซ็งๆ

หลังจากศตายุสอบถามเรื่องราวจากพนักงานจนพอรู้เรื่องคร่าวๆ ก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน มธุรสเคาะประตูเข้ามาขอคุยด้วยสักครู่ เธอบอกว่า หลานสาวเพิ่งกลับจากเมืองนอก มีปัญหากับพ่อเลยออกจากบ้านปุบปับ ตนเลยให้การช่วยเหลือหาที่พักให้ ศตายุตำหนิทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง บริษัทเรามีห้องพักไว้ให้ผู้บริหารอยู่แล้ว พ่อเป็นคนดูแลเรื่องนี้ ทำไมไม่ขอให้พ่อช่วย

“มันไม่มีห้องว่างเลย แล้วน้าก็เป็นแค่สะใภ้ไม่อยากทำตัวให้วุ่นวาย คุณสร้อยรับปากว่าไม่มีปัญหา”

“แล้วไม่คิดบ้างหรือครับว่ามันจะทำให้วุ่นวายกว่าเดิม เราเป็นเจ้าของตึกมีบริษัทตั้งเยอะมาเช่าพื้นที่ เรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก แต่คนของเรากลับแอบให้คนนอกเข้าไปพักห้องลูกค้า ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป ใครเขาจะเชื่อถือเราอีก”

มธุรสรู้สึกผิดถามตนควรทำอย่างไร ศตายุติงควรถามตนก่อนที่จะทำอะไรแบบนี้ เจริญรุ่งเปิดประตูพรวดเข้ามา ตะคอกใส่มธุรสด้วยความโมโห “เธอนี่ ยิ่งแก่ยิ่งสมองกลวง...ฉันอยากรู้นักว่าหลานสาวเธอน่ะ หลานคนไหน ลูกผัวเก่าสิไม่ว่า ไหนบอกว่าผัวเก่ารวยนักหนาไม่ใช่เหรอ เที่ยวปล่อยลูกสาวมาร่อนเร่หาที่อยู่ทำไม” มธุรสจะเถียง เจริญรุ่งตวาดสวน...ไม่ต้องพูด

ศตายุสงสารแม่เลี้ยงจึงเถียงแทน “คุณน้าทำไม่ถูกก็จริง แต่คนที่เป็นต้นเหตุก็คือคนของคุณพ่อ ถ้าคุณ สร้อยทิพย์ไม่เสนอความคิดนี้ คุณน้าจะทำได้ยังไง”

เจริญรุ่งหันมาถามจะให้ตนทำอย่างไร ศตายุ ตอบว่า คืนนี้ให้กลับไปคิดแล้วพรุ่งนี้เขียนรายงานให้ตน เจริญรุ่งโกรธ “ทำไมฉันต้องรายงานแก แกไม่ใช่เจ้านายฉันนะ เจ้านายฉันมีคนเดียวคือปู่แก”

ศตายุกล่าวเสียงเรียบๆ งั้นให้พ่อเก็บไปรายงานปู่เอง พูดจบเดินออกจากห้องไป เจริญรุ่งโกรธมากหันมาจ้องมธุรสที่เป็นต้นเหตุ เธอหลบตาด้วยรู้สึกผิด

ooooooo

เวลาผ่านไป พบูครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับชีวิตดี รอไม่ไหวตัดสินใจลากกระเป๋าออกจากห้อง ลิฟต์ เปิดออกก็ก้มหน้าลากกระเป๋าเข้าไปอย่างทุลักทุเล เผอิญศตายุอยู่ในลิฟต์ เอ่ยขึ้น

“คุณเองน่ะเหรอที่แอบเข้ามาพัก”

พบูหันขวับมามอง พอเห็นเป็นศตายุก็ตกใจ เถียงกลับว่าตนไม่ได้แอบแต่ไม่รู้ ศตายุแกล้งแหย่ “งั้นที่คุณช่วยผมครั้งที่แล้วเพราะอย่างงี้นี่เอง รู้สึกผิดที่มาแอบอยู่ตึกผมล่ะสิ”

พบูปฏิเสธทันควันว่าบอกแล้วตนไม่รู้ ศตายุรุก พอรู้ โดนจับได้เลยคิดขนของหนี หญิงสาวเริ่มโกรธ “ฉันไม่ได้หนี ทำไม...คุณจะเรียกตำรวจมาจับฉันรึไง”

“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ” เห็นพบูหน้าซีดอึ้งๆ ศตายุแอบยิ้ม “แค่พูดขอโทษ ผมก็...”

พบูสวนทันที ยื่นมือให้สองข้างบอกจับตนไปเลย ศตายุผงะไม่คิดว่าเธอจะรั้น พบูพรั่งพรูความอัดอั้นที่ประสบมาทั้งวัน “ฉันไม่กลัวหรอก โดนตำรวจจับไปนอนในคุกก็ดี ไม่ต้องเสียตังแถมมีข้าวให้กิน ดีกว่าต้องกลับบ้านไปให้นังโบท็อกซ์เยาะเย้ย ไหนๆชีวิตฉันก็เจอแต่เรื่องแย่ๆอยู่แล้ว ต้องออกจากบ้าน หางานทำก็ไม่มีที่ไหนรับ แถมยังว่าฉันเรียนไม่จบ กลับมาที่พักก็เจอเรื่องทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดฉัน” พบูหันหน้าเข้าผนังตั้งสติเงียบๆ

ศตายุอึ้งทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าพบูจะซีเรียสขนาดนี้ เขาเสียงอ่อนลงว่าล้อเล่น เขาเอื้อมมืออยากจับไหล่ปลอบเธอแต่ไม่กล้า เผอิญลิฟต์มาถึงชั้นล่าง พบูรวบกระเป๋าจะลากออกจากลิฟต์ แต่ศตายุกลับกดปิดลิฟต์แล้วกดไปชั้น 24 ตามเดิม พบูมองงงๆ

ศตายุช่วยลากกระเป๋าพบูกลับมาที่ห้องพัก อธิบาย ว่าตนตั้งใจจะมาบอกให้พักที่นี่ต่อไปไม่คิดว่าจะเก็บของเร็วขนาดนี้ พบูเหล่มองมันง่ายเกินไปมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า เขาหัวเราะ

“ความจริงคุณก็มีสิทธิ์พักในอาคารนี้เพราะยังไงคุณก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว”

“ฉันไปเป็นสมาชิกบ้านคุณตอนไหน”

“คุณก็เป็นพี่สาวของน้องชายผม เป็นลูกแม่เลี้ยงผม คุณก็เหมือนน้องสาวผมเหมือนกัน...ถ้าคุณหาที่อยู่ใหม่ได้แล้วก็ค่อยย้ายออกไป วันนี้ดึกมากแล้ว คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน” ศตายุจะออกไป

พบูมองตามคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงเรียกเขาไว้และยื่นข้อเสนอ “คุณกำลังหาผู้จัดการร้านอาหารอยู่ไม่ใช่เหรอ ไหนๆเราก็นับญาติกันแล้ว ทำไมไม่จ้างฉันเป็นผู้จัดการร้านล่ะ”

ศตายุฟังนิ่งๆ พบูขอแลกกับที่พัก ส่วนเงินเดือนแล้วแต่เขาจะให้ ตนไม่เรื่องมากแถมยังเรียกใช้ตนได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ศตายุกล่าวได้อ่านประวัติเธอแล้ว

ไม่น่าสนใจเลย พูดจบเดินจากไป พบูเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ

คืนนั้น มธุรสมาขอบคุณศตายุที่ช่วยเหลือลูกสาว พอดีธราดลกลับมาในชุดนักเรียนพร้อมกลิ่นบุหรี่คลุ้ง ศตายุจึงตำหนิ มีเงินเหลือพอซื้อบุหรี่มาสูบทำร้ายตัวเอง ตนคงต้องตัดค่าขนมลงบ้าง ธราดลโวยตนจะเป็นจะตายก็เรื่องของตน มธุรสปรามอย่าก้าวร้าวพี่แล้วหันมาขอโทษแทน ศตายุมองเซ็งๆที่น้องชายทำตัวไม่ดี

ooooooo

เช้าวันใหม่ พบูนอนเกลือกกลิ้งบนเตียงอย่างมีความสุข ทันใดมือถือดังขึ้น จึงกดรับสายอย่างงัวเงีย เสียงศตายุดังออกมา “วันนี้ตอนบ่ายจะมีนัดสัมภาษณ์ผู้จัดการร้าน ถ้าคุณสนใจผมจะให้โอกาส ถ้าคุณสมบัติคุณผ่าน ผมจะรับข้อเสนอที่คุณบอกผมเมื่อวานนี้” พูดจบก็วางสายไป

พบูตาโพลง มองมือถือว่ามีเบอร์แปลกปลอมโทร.เข้ามาจริงหรือเปล่า พอเห็นก็รู้ว่าไม่ได้ฝันไปรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวโดยเร็ว

แผนกออกแบบ ต๋อยมาเล่าให้บุรีฟังว่าเมื่อวาน มีเรื่องห้องพักแขกที่สร้อยทิพย์เอาไปให้คนนอกพักโดนศตายุจับได้ ตอนนี้เธอโดนไล่ออกไปแล้ว บุรีตกใจ...

ในขณะที่เจริญรุ่งเพิ่งกลับเข้าบ้านรู้เรื่องสร้อยฟ้าโดนไล่ออก จากงามยิ่งและเมฆพัด และถูกเป่าหูว่าตำแหน่งผู้อำนวยการของเขาคงมีไว้แค่ลอยๆไม่ได้สำคัญอะไรเลย ถ้าเขาไม่ใช่พ่อป่านนี้คงโดนไล่ออกไปด้วยอีกคน

เจริญรุ่งโกรธมากมาต่อว่าศตายุที่ห้องทำงาน ว่าข้ามหัวตนไปไล่คนของตนออกไม่เห็นหัวกันบ้าง ศตายุพยายามข่มอารมณ์พูดด้วยความเป็นห่วง

“ผมก็ไม่อยากไปก้าวก่ายงานคุณพ่อหรอกนะครับ ถ้าคุณพ่อตั้งใจทำงานบ้าง ไม่ใช่วันๆอยู่แต่ในบ่อนไม่ดูแลงานบริษัทจนคนในบริษัทเขาเอือมระอากันหมดแล้ว...”

“ฉันเป็นพ่อแก แกไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน จำไว้” เจริญรุ่งสวนแล้วชี้หน้าท้า “มองหน้าฉันแบบนี้ จะไล่ฉันอีกคนรึไง เอาสิ”

ศตายุย้อนถาม ตนมีสิทธิ์ไล่พ่อออกได้ด้วยหรือ แล้วพูดต่อว่าต่อไปตนจะไม่กวนใจเขาอีกเพราะกนกคนที่มาทำงานแทนสร้อยทิพย์จะเป็นคนมารายงานตนโดยตรง เจริญรุ่งยิ่งปรี๊ด

“แล้วแกจะให้ฉันมานั่งหัวโด่ทำอะไร อยากให้ฉันเป็นไอ้งั่งในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะกับปู่แกใช่ไหม แค่นี้เขาก็แทบยกแกไว้บนหิ้งแล้ว ยังไม่พอใจอีกเหรอ เพราะแกทำตัวยังงี้ไง คนในบ้านเขาถึงเกลียดขี้หน้าแกกันหมด” เจริญรุ่งจะเดินไป ศตายุโพล่งขึ้น

“แล้วต้องให้ผมทำตัวยังไงครับ ทำตัวเอื่อยเฉื่อยไม่เอางานเอาการ ใครจะทำอะไรก็ปล่อยไป แบบนี้เหรอครับคุณพ่อถึงจะรักผม ทุกคนในบ้านถึงจะพอใจ”

เจริญรุ่งฟังแล้วกำลูกบิดประตูแน่น ก่อนจะเปิดผางออกไปอย่างแรง ศตายุนั่งลงอย่างเหนื่อยใจปนเศร้า...พบูเดินสวนกับเจริญรุ่ง สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึดอัด เข้ามา บอกพิมพ์พรรณว่า ศตายุนัดมาสัมภาษณ์งาน เธอจึงพาไปนั่งรอในห้องที่มีผู้สมัครหลายคนนั่งรออยู่ รวมทั้งเจมี่ที่มองมาอย่างเหยียดๆ พบูเบ้ปากเดินไปหาที่นั่ง กวาดตา มองประเมินคู่แข่งว่าตนคงสู้ทุกคนไม่ได้แน่ ยกเว้นเจมี่สาวตุ้ยนุ้ยคนเดียว จึงคิดวิธีสกัดคู่แข่ง พอดีมธุรสโทร.เข้ามา พบูได้โอกาส

“หนูมาสัมภาษณ์งานค่ะ งานร้านอาหารของศศิวงศ์ไงคะ...”

มธุรสดีใจรีบบอกว่าดีมากเพราะศตายุใจดีและให้สวัสดิการพนักงานดีมาก พบูยิ้มเจ้าเล่ห์กล่าวเสียงดังให้คนอื่นๆได้ยินว่า “สวัสดิการที่นี่แย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะเจ้านายโหดใช้งานหนักด้วยเหรอคะ อ๋อ หนูก็ได้ยินมา เหมือนกันค่ะว่าผู้จัดการร้านต้องคุมทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้างเลย...ดีนะคะที่หนูยังไม่แต่งงานไม่งั้นคงลำบากแย่ ทำงานหนักไม่มีเวลาให้แฟน แฟนคงนอกใจไปมีกิ๊กแน่ ทำไงได้ล่ะคะ ถ้าหนูมีทางเลือกไม่ตกงานจริงๆ หนูก็คงไม่มาสมัครงานนี้หรอกค่ะ”

มธุรสแปลกใจทำไมลูกพูดตรงข้ามกับที่ตนบอก...

พบูมองคู่แข่งยิ้มๆเพราะแต่ละคนดูลังเลเสียขวัญไม่มั่นใจกันแล้ว พอถึงคิวพบูเข้าสัมภาษณ์ บรรยากาศตึงเครียด

ศตายุนั่งฟังนิ่งๆ

“ฉันเรียนการตลาดมาสองเทอม การโรงแรมอีกหนึ่งปี เคยเทกคอร์สเชฟสคูล กราฟฟิกดีไซน์แล้วก็แฟชั่นดีไซน์ด้วยค่ะ...คุณอาจจะมองว่าประวัติการศึกษาฉันดูไม่ค่อยดี เรียนไม่จบสักอย่าง แต่ฉันคิดว่ายอมเสียเวลาหาสิ่งที่ใช่ดีกว่าจะเรียนไปให้จบๆเพื่อเอาใบปริญญา”

ศตายุแทรก ตนไม่ตัดสินเรื่องแค่นั้น พบูโล่งใจสาธยายความสามารถตัวเองต่อ ว่าตนเป็นคนชอบทำอาหาร เวลาว่างมักคิดเมนูใหม่ๆ ศตายุรู้ทันขัดขึ้นขอให้พูดความจริง ลักษณะท่าทางอย่างเธอ ดูก็รู้ว่าทำกับข้าวไม่เป็น อย่าว่าแต่เจียวไข่เลยตอกไข่เป็นหรือเปล่า...พบูหน้าเสียที่รู้ทัน

“โอเค ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง ไม่มีประสบการณ์แถมยังเรียนไม่จบ ที่สำคัญฉันอยากทำงานที่นี่เพราะเงิน เพราะความอยู่รอด...จบ...ชัดเจน... เคลียร์ไหม”

ศตายุหัวเราะ พบูรู้สึกผ่อนคลายที่ได้สารภาพ ถามอยากรู้อะไรอีก ศตายุถามทำไมต้องเลือกเธอมาทำงาน พบูชูนิ้ว “ข้อแรก เพราะฉันเคยทำงานร้านอาหารสมัยเรียนที่อเมริกา เคยเรียนเชฟสคูลกับการโรงแรม” ศตายุแทรก...

แต่เรียนไม่จบ พบูนิ่วหน้าบอกข้อสองต่อไป

ตนเป็นคนที่เขาไว้ใจได้ อย่างน้อยก็เหมือนญาติห่างๆ ข้อสามเพราะคุณสมบัติตนเหมาะสมที่สุดในบรรดาคนที่มาสมัครวันนี้ น้องตุ้ยนุ้ยตัดทิ้งไปได้ ดูก็รู้ว่ามาสมัครเพราะ จะตามติดหนึบเขา ศตายุตกใจนิดๆเมื่อรู้ว่าเจมี่มา พบูพยักหน้าอย่างเป็นต่อสาธยายว่า ส่วนคนอื่นมีครอบครัวแล้ว ลำบากถ้าเขาจะเรียกใช้ตลอดเวลา มีเพียงตน ที่เขาจะเรียกได้ ชายหนุ่มเริ่มสนใจ

พบูบอกข้อสุดท้าย “...เพราะฉันตกอับจนตรอกและร้านนี้เป็นความหวังเดียวที่ฉันจะพิสูจน์ฝีมือให้ครอบครัวและแม่เลี้ยงเห็น เพราะฉะนั้นฉันต้องทำทุกทางเพื่อให้ร้านนี้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าร้านนี้ไม่รอด ชีวิตฉันก็จบเหมือนกัน...เคลียร์ไหมคะ”

ศตายุตอบยิ้มๆว่าชัดเจนดี พบูดีใจเข้าใจว่าเขารับตนแล้ว เขานิ่งไม่ตอบอะไรให้รอก่อน พบูเดินหน้าเครียดกลับออกมา ถามพิมพ์พรรณว่าสร้อยทิพย์เป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าโดนไล่ออกไปแล้วก็ตกใจ รีบโทร.นัดพบสร้อยทิพย์ในเย็นวันนั้น

พบูขอโทษสร้อยทิพย์ที่เป็นต้นเหตุทำให้เดือดร้อน สร้อยทิพย์รีบบอกว่าอย่าคิดมากเลย ศตายุเป็นเจ้านาย ที่ดีมาก เขาให้ตนออกเพราะตนทำผิดจริง แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งกลับหางานบริษัทอื่นให้ทำ ตนรู้สึกสบายใจกว่าทำงานกับเจริญรุ่งมาก...พบูทึ่งไม่คิดว่าศตายุก็เป็นคนดีเหมือนกัน

แยกกับสร้อยทิพย์ พบูมาเดินซื้อหนังสือเกี่ยวกับร้านอาหาร ไม่วายต้องมาเจอคนแย่งเล่มเดียวกันอีกคือบุรี...บุรีแค่เพียงแหย่เพราะอยากคุยด้วยว่าเธอพักอาศัยอยู่ในตึกศศิวงศ์ใช่ไหม เธอไม่ตอบแต่ยื้อแย่งหนังสือจนบิดเบี้ยวเกือบขาด แล้วเธอก็ปล่อยยกให้เขา บุรียิ้มแหยๆ เพราะโดนพนักงานยืนจ้องทำนองต้องจ่ายเงิน พบูเดินหนีไปดื้อๆ บุรีเจ็บใจต้องเอาคืนให้ได้สักวัน

ค่ำนั้น พบูออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะ ใกล้บริษัท เห็นสุนัขจรจัดก็ซื้อลูกชิ้นปิ้งให้มันกิน และคุยกับมันว่า ถ้าตนได้งานทำเมื่อไหร่จะซื้อให้เป็นสิบไม้ ขาดคำ...ศตายุก็โทร.เข้ามาว่า ถ้ายังอยากทำงานร้านอาหาร พรุ่งนี้ให้เข้ามาหาตนแต่เช้า พบูดีใจกระโดดโลดเต้นยกใหญ่

ooooooo

รุ่งเช้า พบูแต่งตัวสวยเก๋มาพบศตายุ พอเจอหน้าเขาก็ถามย้ำว่าตนได้งานเป็นผู้จัดการร้านแล้วใช่ไหม เขารับว่าใช่ เธอถามเรื่องที่พัก เขาก็บอกให้พักที่เดิมต่อได้ ส่วนเงินเดือนจะพิจารณาตามมาตรฐาน เธอรับทราบยืนยัน ตนเป็นคนเรียบง่าย นิสัยดี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่มีปัญหา

ศตายุอธิบายงานว่าเธอต้องทำร่วมกับสถาปนิกของเขา ไม่ทันไรพิมพ์พรรณเดินนำบุรีเข้ามา ศตายุไม่ทันแนะนำ ทั้งสองก็ชี้หน้ากันอึ้งๆ เขาจึงถามรู้จักกันแล้วหรือ พบูรับคำแต่บุรีตอบ...ไม่เชิง พบูกลัวบุรีสกัดอนาคต จึงรีบปั้นยิ้มเล่นละคร

“เราเคยเจอกันสองสามครั้งค่ะ คุณบุรีเป็นคนน่ารักนิสัยดี เราถูกชะตากันตั้งแต่เจอครั้งแรกแล้วค่ะ รับรองว่าเราทำงานเข้าขากันได้ไม่มีปัญหาแน่นอน... ใช่ไหมคะคุณบุรี”

บุรีมองเหวอๆรับคำยิ้มแหยๆ ศตายุดีใจที่สองคนทำงานร่วมกันได้ ร้านจะได้เสร็จเร็วๆ...ศตายุบอกบุรีจะนัดคุยงานอีกที วันนี้จะพาพบูไปดูสถานที่จริงเผื่อมีไอเดียมาคุยกับเขา แล้วขอตัวโทรศัพท์สั่งงานสักครู่...ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานศตายุ บุรีถามพบูทันที เราไปสนิทกันเมื่อไหร่ พบูรีบแนะนำชื่อตัวเองแถมบอกแปลว่าดอกไม้ บุรีจึงแกล้งเรียกเธอ...คุณดอกไม้

“ที่ลงทุนทำขนาดนี้เพราะกลัวไม่ได้งานล่ะสิ” บุรีเยาะ

“ฉันก็แค่อยากให้คุณโตสบายใจว่าเราสามารถทำงานด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ถึงดูท่าแล้วจะไปกันไม่รอดก็เหอะ” พบูเหยียดปาก

บุรีพยักหน้าเห็นจริง เตือนให้เธอถอนตัวเสียก่อนจะมีปัญหามากกว่านี้ หญิงสาวยืนกรานจะต้องทำงานนี้ให้ได้ บุรีเยาะถ้าเห็นสภาพร้านแล้วจะหนาว พบูชักหวั่นใจ...

พอมายืนอยู่กลางร้านอาหารโล่งๆ สภาพเละเทะฝุ่นกรัง กำแพงมีแต่รอยเพนต์สีเลอะเทอะก็ชักเข่าอ่อน ศตายุเอ่ยถามเป็นอย่างไรบ้าง เธอรีบปั้นหน้ายิ้มว่าดี

“คุณเคยบอกผมเองว่างานนี้เหมาะกับคนอึดถึก ทนและมีเวลา ผมก็เลยเลือกคุณ...คุณจะต้องดูแลร้านตั้งแต่ขั้นตอนการปรับปรุงตกแต่งจนทุกอย่างเรียบร้อย”

“ฉันไม่คิดว่ามันจะเริ่มจากศูนย์แบบนี้” พบูพึมพำเบาๆ

เผอิญศตายุได้ยิน “ก็ไม่ถึงกับศูนย์หรอก อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเสียเวลาสร้างตึกใหม่”

พบูประชด ขอบคุณที่ยังเหลือซาก เขาจึงถามจะถอนตัวยังทัน หญิงสาวสวนไม่มีวัน ตนจะทำ งานแค่นี้ท้าทายดี ศตายุยิ้มอย่างพอใจ

ทางบริษัท เจมี่ถือถุงขนมมาฝากศตายุ จึงรู้จากพิมพ์พรรณว่าเขาไม่อยู่พาผู้จัดการร้านคนใหม่ไปดูร้าน เจมี่ถามเป็นชุดว่าผู้หญิงผู้ชาย อายุเท่าไหร่ สวยเท่าตนไหม พิมพ์พรรณหัวเราะหึๆให้รอเจอเองดีกว่า เจมี่ครุ่นคิดเป็นกังวล เดินออกมาอย่างหงุดหงิดทิ้งถุงขนมลงถังขยะ บุรีมองส่ายหน้ากับความเป็นเด็กเอาแต่ใจของเธอ

ในขณะที่พบูเดินสำรวจและถ่ายรูปทุกซอกมุม เอ่ยถามศตายุว่าทำไมร้านถึงเจ๊ง ทั้งที่ทำเลก็ดี เขาตอบนั่นสิ...พบูถามอย่างสงสัย ทำไมจะต้องทำร้านนี้ขึ้นมาใหม่อีก

“คุณปู่ผมรักร้านนี้มาก เพราะเป็นกิจการแรกของท่าน เมื่อก่อนคุณย่าเป็นคนดูแลร้านนี้ ครอบครัวผมจะมากินข้าวที่นี่กันทุกอาทิตย์ เรียกว่าเป็นสถานที่ในความทรงจำน่ะ”

พบูเห็นแววตาเศร้าๆของศตายุเหมือนมีปมอดีต เขาเล่าต่อว่า ตนอยากให้ร้านนี้เสร็จโดยเร็ว เพราะทั้งพ่อ อาทั้งสองพยายามจะเอาที่ตรงนี้มาสร้างคอนโด ถ้าร้านเสร็จจะได้ไม่มีข้ออ้าง...พบูรับปากจะทำให้เสร็จทันใจ ศตายุขอหนึ่งเดือน เธอโวยไม่ใช่เล่นเกมเรสเทอรองต์ซิตี้ที่จะจิ้มกดแล้วทุกอย่างก็ผุดขึ้น ศตายุยักไหล่ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แล้วจะเดินไป พบูรีบขวางหน้า

“ใจเย็นสิคุณ ฉันก็แค่บ่นพอเป็นพิธีเผื่อคุณจะเพิ่มเงินให้เท่านั้นเอง เดือนเดียวสบายมาก”

ศตายุหัวเราะอย่างพอใจบอกเรื่องตกแต่งไม่ต้องห่วงเพราะเรามีบริษัทที่ดีลกันไว้ จะหนักก็แค่งานวางระบบเท่านั้น พบูยิ้มรับตนพร้อมสู้สุดชีวิต จะไม่ยอมให้ใครเอาร้านไปทำคอนโดได้

ooooooo

บ่ายวันนั้น เมฆพัดกำลังเสนอที่ดินร้านอาหาร นั้นกับชัชชัยให้มาร่วมลงทุนทำคอนโดด้วยกัน โดยย้ำว่าจะเกลี้ยกล่อมกิจจาให้สำเร็จ ชัชชัยจึงบอกว่าถ้ากิจจากับศตายุยอมตนพร้อมจะลงทุนด้วยเต็มที่ เมฆพัดยิ้มกริ่มคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้เต็มๆ... แต่งามยิ่งหวั่นใจจะไม่สำเร็จ

ค่ำนั้น มธุรสซื้อหนังสือคู่มือเปิดร้านอาหารมาให้พบูหลายเล่ม เธอดีใจเพราะกำลังตันอยู่พอดี มธุรสถามถึงคนที่จะร่วมงานกัน พบูเล่าเรื่องบุรีให้ฟังและมั่นใจว่าจะกำราบเขาได้

เช้าวันใหม่ พบูซื้อขนมหวานมาผูกมิตรกับบุรี แต่เขาแกล้งเยาะ “ที่แท้ก็กลัวตกงาน เลยติดสินบน ผมไม่ใช่เจ้าที่ ไม่ต้องเอาขนมหวานมาเซ่นหรอก เก็บขนมคุณกลับไปเถอะ”

“ฉันอุตส่าห์เอามาให้ดีๆไม่รับ งั้นฉันทำบุญกรวดน้ำไปให้แทนก็แล้วกัน” พบูปรี๊ด กินขนมเย้ยแล้วกลับออกไป

บุรีอมยิ้มที่ได้แหย่ให้เธอโกรธ ต๋อยกับนัทแอบมองอย่างสงสัย แซวที่ได้ทำงานร่วมกับสาวสวย บุรีทำเป็นไม่สะทกสะท้าน แต่ในใจอิ่มเอม

พบูมานั่งร้านกาแฟในตัวอาคาร ขีดเขียนใส่แบบร้านที่ได้จากพิมพ์พรรณ เป็นการระบายอารมณ์ ติทุกอย่างที่บุรีออกแบบไว้...ศตายุเดินผ่านมา เข้าใจว่าพบูไฟแรงตั้งใจทำงาน จึงจัดแจงหาโต๊ะทำงานให้เธอไว้ในห้องเดียวกับพิมพ์พรรณ...พิมพ์พรรณรู้สึกว่าศตายุสนใจพบูและผู้หญิงอย่างพบูดูจะเหมาะกับเขา จึงตั้งโต๊ะให้อยู่ตำแหน่งที่ศตายุมองออกมาจากห้องทำงานเห็นถนัดๆ

ลูกน้องมารายงานงามยิ่งว่า ศตายุได้ผู้จัดการร้านคนใหม่แล้ว โดยเป็นคนสัมภาษณ์และรับเอง งามยิ่งโกรธที่โดนข้ามหน้าข้ามตา...

บ่ายวันเดียวกัน พบูและบุรีเข้าประชุมกับศตายุ บุรีหวั่นใจว่าพบูจะล้างแค้นด้วยการติติงงาน และเธอก็ติทุกอย่างจริงๆ แต่ก็ติอย่างมีเหตุผล ศตายุพอใจในแบบของบุรีหลายอย่างและก็ฟังคำเสนอแนะของพบูอย่างทึ่งๆ พบูบอกว่าได้ติดต่อเชฟมือหนึ่งไว้แล้ว ส่วนการจัดการได้เขียนรายละเอียดไว้ให้แล้ว อีกเรื่องที่อยากขอเปลี่ยนแปลงคือชื่อร้านศศิวงศ์โภชนา...มันโบราณมาก ศตายุแอบขำแต่ก็ชื่นชมที่เธอทำงานเป็นระบบและเร็ว พบูยืดตัว

“แน่นอน ฉันเคยบอกคุณแล้วไงว่าอย่าตัดสินฉันที่วุฒิการศึกษา ความจริงถ้าฉันตั้งใจจะเรียนให้จบ หรือทำงาน ฉันก็ทำได้แต่ฉันไม่อยากทำต่างหาก”

บุรีหลุดปาก “ขี้โม้...ถ่อมตนหน่อยก็ได้มั้ง”

พบูหันขวับมาใส่ มันเรื่องจริงจะถ่อมตัวทำไม ศตายุมองสองคนชักหวั่นๆ จะรอดไหม...เสร็จจากประชุม พิมพ์พรรณพาพบูมานั่งโต๊ะทำงาน และมอบบัตรพนักงานและนามบัตรไว้เผื่อติดต่อดีลงานกับใครๆ พบูปลาบปลื้ม มากที่ได้เป็นพนักงานเต็มตัว

ไม่ทันไรงามยิ่งเดินเข้ามาหยุดมองหน้าพบู นี่หรือผู้จัดการร้านคนใหม่ เหน็บสวยแบบนี้นี่เองศตายุถึงรับโดยเร็ว ศตายุเดินเข้ามาเถียงแทน “คงสวยเหมือนคุณน้ามธุรสมั้งครับ”

งามยิ่งฟังแล้วงง ศตายุจึงแนะนำว่าพบูเป็นลูกสาวมธุรส ตนเห็นว่าเป็นญาติกันไว้ใจได้ ปัญหาแบบเก่าๆจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก งามยิ่งหน้าเสียหลบตา พบูรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของเธอ...งามยิ่งมาบอกเมฆพัดว่าเรื่องที่เขาจะทำคงยาก เมฆพัดแค้นใจจะไม่ยอมให้ร้านนั้นเปิดได้เด็ดขาด

ooooooo

หลังเลิกงาน พบูมานวดหน้าอยู่กับมธุรส ระหว่างนอนมาร์กหน้า พบูก็เล่าถึงงามยิ่งให้แม่ฟัง มธุรสเตือนให้ระวังตัวและเล่าถึงแต่ละคนในบ้านว่าเป็นเพราะกิจจารักหลานอย่างศตายุมากจนทำให้ลูกๆอิจฉา รวมทั้งเจริญรุ่งสามีตนด้วย แต่เขาคงไม่มีปัญหากับพบูมากนัก

“คุณเจริญรุ่งพ่อคุณโตเป็นผู้อำนวยการแผนกธุรการ แต่เขาไม่ค่อยยุ่งกับใคร วันๆสนใจแต่เรื่องการพนัน งานบริษัทยังไม่ค่อยสนใจ จนทุกคนระอาไปหมด...คนที่สองคือคุณงามยิ่ง เป็นลูกสาว แต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ลูกและสามีทนความจู้จี้ไม่ไหว หนีไปอยู่เมืองนอก คุณงามยิ่งชอบวุ่นวายเรื่องคนนั้นคนนี้ไปทั่วบริษัท มีหูตามากมาย แถมยังขี้อิจฉาเห็นใครได้ดีกว่าเป็นไม่ได้หนูต้องระวังคนนี้เป็นพิเศษ...ส่วนคนสุดท้าย คุณเมฆพัดเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดจากอีหนูของคุณกิจจา ท่านก็เลยไม่ค่อยรัก”

พบูรู้สึกสงสาร มธุรสเล่าอีกว่าเมฆพัดอายุต่างจากศตายุไม่มาก งามยิ่งเลี้ยงมาเหมือนแม่กับลูก นิสัยดูเป็นคนหลายบุคลิก ดูไม่ค่อยออก บางครั้งเหมือนมีน้ำใจ บางครั้งร้ายน่าดู ทางที่ดีควรเลี่ยงจากทั้งสามคนนี้ เพราะทั้งสามคนไม่ชอบศตายุ พบูสบถ...กรรม

“หนูเป็นคนของคุณโตก็อาจจะโดนเขม่นไปด้วย ยังไงก็ต้องระวังโดยเฉพาะคุณงามยิ่ง”

“หนูคิดว่าหนูออกจากบ้านมาแล้วจะไม่ต้องเจอมนุษย์ป้าอย่างน้าเกด ที่ไหนได้พอเห็นคุณงาม หนูก็รู้ทันทีเลยค่ะว่ามีมนุษย์ป้าอีกเบอร์กำลังจ้องเขมือบหนูอยู่”

มธุรสแย้งไม่ขนาดนั้นหรอก พบูถามถึงธราดลทำไมไม่ชอบพี่ชาย มธุรสถอนใจสาเหตุเกเรตามประสาวัยรุ่น กำลังจะเล่าก็มีโทรศัพท์เข้ามาขัดจังหวะ พอเธอรับสายก็มีสีหน้าตกใจแล้วผลุนผลันออกไป พบูอาสาขับรถให้...มธุรสโทรศัพท์หาเจริญรุ่งเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย จึงโทร.หาศตายุ เขากำลังจะออกไปคุยงาน จึงสั่งพิมพ์พรรณให้เลื่อนไปก่อน

ธราดลถูกตำรวจจับพร้อมเพื่อนๆข้อหามั่วสุมยาเสพติด ศตายุพาทนายความมาจัดการประกันตัวให้ พบูตามมธุรสเข้าไปหาธราดลในห้องขัง จึงเห็นท่าทางก้าวร้าวของเขาที่มีต่อแม่ ทำนองอายเพื่อนๆที่มีแม่มาร้องไห้เสียใจ พบูทนไม่ได้สวนแทน

“ถ้าอายจะกล้ามาเหรอ นี่มันโรงพักนะ ไม่จำเป็นไม่มีใครเขาอยากมานักหรอก”

ธราดลอึ้งมองพบูอย่างจำได้ว่าเคยเจอกันในลิฟต์ ถามเธอเป็นใครเกี่ยวอะไรด้วย พบูตอบดื้อๆว่าไม่เกี่ยวแค่มาเป็นเพื่อนแม่ ยิ่งทำให้ธราดลงง มธุรสตัดบท อย่าเพิ่งถือสากันเลย รอออกจากที่นี่ก่อนค่อยคุยกัน พบูถลึงตาใส่ธราดลก่อนจะกลับออกไป

เห็นศตายุนั่งอยู่มุมหนึ่ง พบูเข้ามาถามเรื่องราว เขาเล่าว่าคงมั่วสุมเสียงดัง ห้องข้างๆจึงโทร.แจ้งตำรวจ “ผมนึกอยู่แล้วว่าซักวันต้องเป็นแบบนี้ หนังสือหนังหาไม่ยอมเรียน ตั้งหน้าแต่จะไปเรียนเมืองนอก อยู่เมืองไทยยังขนาดนี้ ขืนปล่อยให้ไปนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง”

“แต่มีพ่อแม่ตั้งเยอะนะคะที่คิดไม่เหมือนคุณ มีลูกเกเรกลัวเสียคนเขาก็ส่งไปเรียนเมืองนอกทั้งนั้น จะได้หัดช่วยเหลือตัวเอง แล้วก็มีหลายคนนะคะที่กลับมาแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคน”

ศตายุแอบแขวะว่ามีหลายคนที่ไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมา พบูแว้ด แบบตนเรียกลิมิเต็ด อีดิชั่น มีไม่กี่คนบนโลก ศตายุขำยกมือยอม “โอเค...ผมไม่เถียง แต่ผมอยากให้เขาเรียนจบมอหกก่อน...ผมเข้มงวดกับน้องไปใช่ไหม”

พบูแย้งตนก็มีน้องสาวเป็นลูกแม่เลี้ยงชื่อแบม เรียบร้อยจนตนหมั่นไส้ ตนเลยชอบหาเรื่องแกล้ง ตนแย่กว่าอีก...ศตายุหัวเราะออกมาได้ สรุปเราเป็นพี่ที่แย่พอกัน พบูเสริมเราเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่พร้อมจะมีปัญหาบ้างจะเป็นไรไป เขาพยักหน้าเหตุผลน่าฟัง พบูคิดถ้าเราสลับน้องกันได้คงจะมีความสุขมาก เพราะตนจะไม่สนใจน้องอย่างธราดลเลย ศตายุย้อนถามขนาดนั้นเลย

พบูพยักหน้า “ที่สำคัญต้องเปลี่ยนแม่ด้วย ให้ดลมาเจอแม่เลี้ยงฉัน รับรองต้องตายกันไปข้าง ฉันว่าบางทีแม่ฉันก็อ่อนแอไปหน่อย ดลเลยไม่กลัว...เป็นแม่ก็ยากเหมือนกันนะคะ แข็งไปลูกก็แหย อ่อนไปลูกก็ก้าวร้าวอีก”

เสร็จเรื่องประกันตัว มธุรสแยกกลับกับศตายุและธราดล พบูลาแม่บอกไม่ต้องห่วงตน ธราดลแย็บไม่ทันทำความรู้จักพี่สาวคนสวยเลย พบูเหล่สงสัยเมาค้าง...

มธุรสกล่าวขอบคุณศตายุที่ช่วยธราดลและบอกให้ธราดลขอบคุณศตายุ แต่ธราดลกลับหาว่าที่เขาทำเพื่อเอาหน้ากับปู่

ศตายุเหลืออด “หยุดทำตัวก้าวร้าวซะทีเถอะ ที่แกไปมั่วสุมเสพยา ปีนขึ้นไปเดินเล่นบนระเบียงจนชาวบ้านตกใจโทร.เรียกตำรวจ พี่ยัง...”

มธุรสตกใจถาม ไหนบอกว่าเขาแค่ทำเสียงดังรบกวนคนอื่น แล้วหันมาเอ็ดธราดล ถ้าตกลงมาจะทำอย่างไร ธราดลแผดเสียงใส่ให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ศตายุเสียงเข้ม

“จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่รีบเคลียร์มีหวังป่านนี้นายได้ลงข่าวหน้าหนึ่งแน่ อย่าลืมว่าตัวเองนามสกุลอะไร คิดบ้างไหมว่าคุณปู่จะรู้สึกยังไง”

“ที่แท้ก็กลัวเสียชื่อ นึกแล้วไม่มีผิด เห็นไหมครับคุณแม่ เขาไม่ได้เป็นพี่ที่แสนดีอย่างที่คุณแม่คิด เขาก็คิดถึงแต่ตัวเอง คิดแต่จะเอาหน้ากับคุณปู่”...ศตายุกำหมัดข่มอารมณ์โกรธ

มธุรสตัดบทขอโทษศตายุแทนลูก กิจจานั่งดูทีวีอยู่ เห็นหลานชายสองคนกลับบ้านพร้อมกันก็แปลกใจ ศตายุบอกว่าผ่านไปแถวโรงเรียนธราดลจึงแวะรับ กิจจาเห็นหน้าธราดลจึงถามทำไมถึงโทรม มธุรสแก้ตัวว่าธราดลเอาแต่เล่นเกมจนดึกดื่นห้ามก็ไม่ฟัง กิจจาถอนใจบ่น

“เด็กสมัยนี้ไม่มีอะไรทำ เกิดมารวยไม่ต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินเหมือนเด็กสมัยก่อน มีตัวอย่างดีๆ

ให้ดูกลับไม่สนใจ ฉันจะบอกให้นะไอ้ดล ถ้าแกหัดทำตัวเป็นลูกไม้หล่นไกลต้นบ้าง อนาคตแกจะดีกว่านี้รู้ไหม”

เจริญรุ่งเดินผ่านมาได้ยิน ไม่พอใจโพล่งขึ้น “ลูกผมก็แบบนี้แหละครับ แต่ก็น่าประหลาดนะครับที่ผมมีลูกอย่างไอ้โตได้ คุณพ่อไม่เคยสงสัยบ้างเหรอครับ ว่าทำไมมันถึงได้ดีผิดกับพ่อแม่แบบนั้น”

กิจจาสวน คงเป็นบุญของศตายุถึงได้ไม่เหมือนเขา เจริญรุ่งยิ่งแค้นจ้องหน้ากิจจาเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างในใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:42 น.