ข่าว

วิดีโอ



ใต้เงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ตฤณณา

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราศี บาเล็นซิเอก้า

อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'

พบูขับรถเอากุญแจบ้านสวนตามไปให้มธุรส ใกล้ถึงก็โทร.หาแต่ต้องแปลกใจที่มธุรสไม่รับสายจนมาจอดรถหน้าบ้าน ลงจากรถมองไปรอบๆแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นศตายุเดินเข้ามา

“ผมให้แม่คุณช่วยเรียกคุณมาที่นี่เองแหละ” พบูงอนจะเดินหนี เขาเข้าไปดักหน้า “บุรีเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว ผมขอโทษนะที่เข้าใจคุณผิดไม่เชื่อใจคุณ พูดจาไม่ดีกับคุณทำให้คุณเสียใจ...อย่าโกรธผมเลยนะ” ศตายุเดินตามง้อพบู

“จะไม่ให้โกรธได้ไง เดตกันยังไม่ทันผ่านช่วงโปรโมชั่นเลยก็เข้าใจผิดกันแล้ว” พบูโวยแล้วหันกลับเดินหนี แต่แอบอมยิ้มที่ได้แกล้งกลับบ้าง

เผอิญศตายุเห็นหน้าเธอจากกระจกรถ จึงเล่นละครซ้อนแกล้งพูดเศร้าๆ “ดูท่าผมทำยังไงคุณก็คงไม่หายโกรธ งั้นผมไปก็ได้ ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”

พบูตกใจเห็นศตายุหันหลังเดินหนี จึงรีบร้องบอกว่าหายโกรธไม่งอนแล้ว ศตายุยิ้มร่า พบูกล่าวทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวอีก เขาพยักหน้ารับ พบูเห็นแผลบนใบหน้าเขาก็ห่วงถามเจ็บมากไหม เขารีบอ้อนทันทีว่าเจ็บมาก บุรีต่อยเต็มแรงแถมไม่มีใครทำแผลให้เลย พบูลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความห่วงใย หลังจากใส่ยาให้แล้ว ทั้งสองก็เดินคุยกัน

พบูเอ่ยถามถึงเรื่องครอบครัวเขา ศตายุตอบว่าผมทำใจได้แล้วแหละ เมื่อก่อนผมเคยแอบรู้สึกผิดเหมือนกัน ว่าเป็นเพราะผมทำให้แม่ต้องตาย คุณพ่อก็เลยเกลียดผม แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่ มาคิดๆดูตั้งแต่เด็กจนโต พ่อไม่เคยกอดผมไม่เคยสนใจผมเลยด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเขาเป็นคนเฉยชา จนดลเกิดผมถึงได้รู้ว่าคุณพ่อไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเป็นพ่อที่รักลูกมาก ผมพยายามทำดีทุกอย่าง เพื่อให้คุณพ่อและทุกคนพอใจ ไม่ว่าจะตำแหน่งประธาน รถ คอนโดหรู ไม่เคยมีอะไรทำให้ผมมีความสุขเลย...”

พบูบีบมือให้กำลังใจ ศตายุมองหน้าซึ้งๆ “จนผมได้มาเจอคุณ ผมถึงเริ่มอยากทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมมีความสุขเวลาที่อยู่กับคุณ อยากใช้เวลาอยู่กับคุณทุกวัน” ศตายุดึงหญิงสาวเข้ามากระซิบข้างหู “แต่งงานกับผมเถอะนะ ถ้าคุณไม่ปฏิเสธผมจะถือว่าคุณตอบรับนะ”

พบูช็อกยืนนิ่ง ศตายุโน้มหน้ามาจะจูบ หญิงสาวเผยอปากรอ...เสียงศตายุถามเธอเป็นอะไร พบูสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอมโนไปเองว่าศตายุขอแต่งงานและกำลังจะจูบ เธอกะพริบตาถี่ๆ มองศตายุถามว่า ไม่ได้ฟังที่ตนพูดเลยหรือ เธอจึงถามอึกอักๆ เขาพูดว่าอะไร

“ผมบอกว่ารอคุณทำร้านอาหารประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจก่อน เราแต่งงานกันนะ”

พบูหลุดปากพึมพำเบาๆ ว่า “แต่งเลยไม่ได้เหรอ”

ศตายุถามเธอพูดอะไร พบูรีบปัดไม่มีอะไร เขาจึงสรุปถ้าเธอไม่ปฏิเสธตนขอมัดจำไว้ก่อน ว่าแล้วก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ พบูคิดว่าตัวเองมโนไปอีก ยื่นแก้มอีกข้างให้ ศตายุงงที่เธอไม่เขินอายใดๆ จึงถาม “ไม่เขิน ไม่เล่นตัวหน่อยเหรอ”

“เขินทำไมก็แค่มโน”

ศตายุงงถามมโนอะไร พบูเริ่มรู้สึกตัวนี่ไม่ได้เป็นภาพมโน ชายหนุ่มบอกว่าเรื่องจริงแล้วหอมแก้มเธออีกข้างพิสูจน์ พบูหน้าแดงไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจริง ศตายุจึงหอมอีกสองฟอด ถามชัดเจนหรือยัง หญิงสาวอายสุดๆ แต่แกล้งวางฟอร์ม ทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ในใจเบ่งบานมีความสุข

ตกดึก พบูนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยิ้มเขินอายไม่อยากเช็ดเครื่องสำอางบริเวณแก้ม เกรงรอยจูบของศตายุจะหายไป พลันเก็ทเฟซไทม์เข้ามาแบบเห็นหน้าตากันเพื่อให้เห็นว่าเขากับธราดลมาถึงห้องพักในอเมริกาแล้วพบูดีใจรีบบอกว่ากำลังคิดถึงอยู่พอดี เก็ทแปลกใจ

ธราดลเห็นหน้าพบูเป็นดวงตรงแก้มจึงถามเป็นเกลื้อนหรือ พบูหุบยิ้มโวย “จะบ้าเหรอ เกลื้อนอะไรแลนด์มาร์คแห่งความรักตะหาก”

เก็ทเห็นพบูอายม้วนต้วน สงสัยจะคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงฝากให้บอกมธุรสว่าพวกตนถึงแล้วไม่ต้องห่วง แล้วตบท้ายว่าอย่าเพี้ยนให้มากนัก พบูรับคำหน้าตากรุ้มกริ่ม เก็ทวางสายขำๆ

ooooooo

ภายในบ้านศศิวงศ์ กิจจา เจริญรุ่ง มธุรสงามยิ่งและศตายุนั่งทานอาหารค่ำร่วมกัน ศตายุบอกทุกคนว่า ตนจะรอให้พบูทำร้านให้สำเร็จอย่างที่เธอตั้งใจก่อน แล้วตนจะขอเธอแต่งงาน กิจจากับมธุรสดีใจ ศตายุถามมธุรสว่าคงไม่ขัดข้องอะไรใช่ไหม

“ไม่เลยค่ะ น้าดีใจด้วยซ้ำที่เฟลอร์ได้ลงเอยกับผู้ชายดีๆอย่างคุณโต” มธุรสน้ำตาปริ่ม

“ปู่ดีใจมาก ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย งานแต่งเราต้องจัดให้ยิ่งใหญ่ไปเลย แล้วเราอยากได้อะไรเป็นของขวัญแต่งงาน หรืออยากจะสร้างเรือนหอที่ไหน ปู่อนุมัติทุกโครงการ”

“ถ้าเป็นได้ ผมอยากลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท แล้วมาดูร้านอาหารกับคุณพบู ได้ไหมครับคุณปู่”

งามยิ่งไม่อยากเชื่อ หาว่าเขามีแผนเอาใจปู่ ศตายุเน้น ตนอยากทำจริงๆ ที่ผ่านมาตนทำทุกอย่างเพื่อคุณปู่ เพื่อบริษัทมาตลอด ยังไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเองเลย “จากนี้ไปผมอยากทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมอยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ดูแลคนที่ผมรักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“โตคงไม่อยากเป็นแบบปู่ล่ะสิ ดูแลบริษัทจนลืมหันมามองครอบครัวตัวเอง” กิจจาเศร้า

ศตายุยิ้มรับไม่อยากโกหก เจริญรุ่งบอกศตายุว่าเขาสามารถทำทั้งสองอย่างได้ แต่ศตายุกลับบอกว่า ไม่นานธราดลก็เรียนจบกลับมา คงช่วยดูแลได้ “ส่วนตอนนี้ก็มีอาเมฆ คุณพ่อ อางามอยู่ ความจริงยกบริษัทนี้ให้อาเมฆดูแลตอนนี้ก็ยังได้นะครับ”

งามยิ่งอึ้งเมื่อได้ยินศตายุไม่โกรธเคืองเมฆพัดเลย แถมยกบริษัทให้เขาอีก กิจจาครุ่นคิดแล้วยอมตามที่ศตายุต้องการ เจริญรุ่งเสียดายที่เมฆพัดไม่อยู่ ถ้าได้ยินคงดีใจมาก งามยิ่งอึ้งรู้สึกผิดที่ตัวเองเลี้ยงน้องมาผิดๆ ศตายุยิ้มยืนยันว่าตนไม่ต้องการอะไรเลยจริงๆ

ooooooo

ในขณะที่เมฆพัดเอาสมุดบัญชีมาอัพบุ๊กแล้วต้องตกใจเมื่อพบว่าลูกตาลได้ถอนเงินหลายสิบล้านออกไปเหลือไว้แค่หนึ่งร้อยบาท จึงรีบกดโทรศัพท์ไปหา แต่ลูกตาลไม่รับสาย

เมฆพัดหงุดหงิดมากรีบขับรถไปที่คอนโด พอเปิดประตูเข้าไป เห็นลูกตาลกำลังเก็บข้าวของเตรียมหนี เขาโยนสมุดบัญชีลงตรงหน้าเธอ ถามเงินหายไปไหนหมด ลูกตาลตาเหลือกถอยหนีชนกำแพง บอกใช้เงินหมดแล้ว เมฆพัดมองกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วกราดเกรี้ยว

“แกเอาเงินไปจนหมดแล้วแกคิดจะหนีใช่ไหม แกทำแบบนี้กับฉันได้ไง พอเห็นว่าฉันจนตรอก แกเลยคิดจะหักหลังฉันใช่ไหม” เมฆพัดโมโหบีบคอลูกตาลแน่น

ลูกตาลดิ้นรนพยายามสู้แรงเมฆพัด มือควานไปเจอนาฬิกาก็คว้ามาฟาดหัวเขาเต็มแรง เขาล้มลงมึนๆ ลูกตาลชี้หน้าด่า “แกมันไม่ได้เรื่อง เป็นไอ้ลูกแหง่ สมควรแล้วที่คุณโตจะได้ทุกอย่างไป ยังไงแกก็สู้คุณโตไม่ได้หรอก”

ลูกตาลเหยียดปากใส่หันไปคว้ากระเป๋าจะเดินออกจากห้อง เมฆพัดโดนจี้ใจยิ่งโมโหคุมอารมณ์ไม่อยู่เข้าไปคว้ามีดปอกผลไม้มาแทงลูกตาลเข้าที่ด้านหลัง เห็นเธอล้มลงขาดใจ เขายืนตะลึงมองมือที่เปื้อนเลือด สติแตกรีบวิ่งหนีออกไป...พอขึ้นมานั่งตั้งสติในรถ เลขาที่บริษัทโทร.มาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ ชัชชัยสืบจนรู้ว่าเขาโกงการสั่งของจนทำให้เกิดตึกถล่ม เตรียมฟ้องเขา เมฆพัดมือไม้สั่นด้วยความกลัว พาลหาว่าศตายุเป็นคนฟ้อง ไม่ฟังเลขาอธิบายต่อตัดสายทิ้ง

“เพราะแก แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ทำให้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้” เมฆพัดสบถเคียดแค้น

ด้านชัชชัยไม่ฟังกิจจาและศตายุขอร้องหรือยื่นข้อเสนอใดๆ ประกาศจะฟ้องเอาผิดเมฆพัดให้ถึงที่สุด ศตายุและกิจจาเครียดไม่รู้จะช่วยเมฆพัดอย่างไรดี

ไม่ทันไรเมฆพัดบุกมาที่บริษัทในสภาพทรุดโทรม แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น พบูเดินคุยโทรศัพท์กับศตายุว่าตนมาถึงแล้วกำลังจะขึ้นไป พอวางสายก็เห็นเมฆพัดท่าทางดูน่ากลัวเข้าลิฟต์ก็ตกใจ รีบกดลิฟต์รัวจะตามขึ้นไป

กิจจา ศตายุ และงามยิ่งเดินคุยกันมาตามทางสีหน้าเครียด จะทำอย่างไรให้ชัชชัยใจเย็นลง กิจจาหงุดหงิดที่ใครๆก็ห่วงเมฆพัด แต่เจ้าตัวหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ไม่ทันขาดคำ เมฆพัดเข้ามาขวางหน้า ศตายุรีบถามอย่างห่วงใยว่าเขาหายไปไหนมา เมฆพัดตวาดสวน “หุบปาก!”

เมฆพัดยกปืนขึ้นเล็งไปทางศตายุ งามยิ่งตกใจถามจะทำอะไร เขาตอบว่าจะฆ่าคนที่ทำให้ชีวิตตนตกต่ำ กิจจาเข้าบังศตายุ เอ็ดลูกชาย “ต้องให้ตายกันไปข้างหนึ่งใช่ไหมแกถึงจะพอใจ”

“ใช่ ถ้ามันตายผมถึงจะพอใจ...ตั้งแต่มันเกิด มันก็แย่งทุกอย่างของผมไป ทั้งความรักจากคุณพ่อ ทุกอย่างในบริษัท ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีกว่ามัน แต่คุณพ่อก็ไม่เคยสนเลย ขนาดมันไม่ใช่หลานคุณพ่อก็ไม่แคร์ แต่ผมเป็นลูกแท้ๆ คุณพ่อกลับเลี้ยงผมเหมือนหมูเหมือนหมา...”

“ผมไม่เคยคิดแย่งอะไรอาเลยนะครับ” ศตายุแทรก

“แกทำตัวแกเองทั้งนั้น แกอยากให้ฉันรัก ฉันสนใจ แล้วแกเคยทำอะไรดีๆบ้างนอกจากอิจฉาไอ้โตมัน”

“ใช่ ผมอิจฉา ผมมันสันดานเลว แต่เลือดชั่วๆผมก็มาจากคุณพ่อทั้งนั้น...ถ้าเกลียดผมนัก แล้วทำให้ผมเกิดมาทำไม” เมฆพัดพรั่งพรูความเจ็บช้ำน้ำใจ

กิจจารู้สึกผิดบอกให้เมฆพัดฆ่าตนแทน ถ้าคิดว่าจะทำให้สบายใจขึ้นก็ยิงเลย ตนเป็นคนผิด ศตายุไม่เกี่ยว ...เมฆพัดยิ่งช้ำใจที่พ่อยอมแลกชีวิต รักหลานมากกว่าตน ระหว่างนั้นศตายุเข้ากอดกิจจาหมุนเอาตัวบังเขาไว้ แต่กิจจากลับผลักศตายุออก ไล่ให้ไปเขาไม่เกี่ยว

“ปืนจ่อหัวขนาดนี้ คุณพ่อยังห่วงมันมากกว่าตัวเองอีกเหรอ งั้นก็ตายไปด้วยกันเลย”

เมฆพัดกำลังจะเหนี่ยวไก วินาทีนั้นพบูกระโดดมาเกาะหลังเมฆพัดและกัดเขาอย่างแรง เมฆพัดร้องลั่น พบูฮึดสู้เพื่อปกป้องศตายุแบบไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง...บุรีวิ่งมาเห็น คิดไม่ถึงว่าเธอจะรักศตายุจนกล้าขนาดนี้ ทุกคนตกใจกับความบ้าไม่กลัวตายของเธอเช่นกัน สุดท้ายพบูก็โดนเมฆพัดเหวี่ยงจนหัวฟาดกำแพงร่วงลงหมดสติไป

ooooooo

บ่ายวันนั้น พบูนอนเข้าเฝือกแขนอยู่บนเตียง เล่าวีรกรรมตัวเองให้ไมเคิลฟังอย่างออกรส มนู บูรณาและการเกดเดินเข้ามา ไมเคิลยกมือไหว้แล้วเลี่ยงออกไปปล่อยให้ครอบครัวได้คุยกัน มนูจะตำหนิ พบูชิงพูดก่อน “หนูโอเคค่ะไม่ได้เป็นอะไร คุณพ่อไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกค่ะ”

มนูเหน็บตั้งแต่ออกจากบ้านมาเข้าโรงพยาบาลกี่ครั้งแล้ว พบูเสียงอ่อยว่ายังไม่ถึงห้าครั้ง มนูตัดบทขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ให้กลับไปอยู่บ้านเสียที ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ตัวเองพอแล้ว บูรณาเสริมว่าตนเหงาคิดถึงพี่ พบูมองหน้าการเกดว่าจะว่าอย่างไร การเกดเอ่ยอย่างมีฟอร์ม

“อยากกลับอยากไปก็ตามใจเธอเถอะ ฉันเบื่อจะฟังพ่อเธอบ่นคิดถึงเธอแล้ว”

พบูกระซิบถามบูรณาว่าการเกดไปกินอะไรผิดสำแดงมา หรือโบท็อกซ์ขึ้นสมอง มนูมองยิ้มๆนึกถึงเมื่อวันก่อนที่คุยกัน...

มนูเปรยว่าจะให้พบูกลับมาอยู่บ้าน การเกดบ่นว่าเจ้าตัวไม่เห็นกระตือรือร้นอยากกลับ จะไปง้อให้กลับทำไม มนูกล่อมถึงพบูจะทำให้บ้านวุ่นวายแต่ก็เป็นสีสันของบ้าน เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการกระทบกระทั่งกัน ตนรู้ว่าเธอก็เหงา การเกดปัดว่าไม่เหงา มนูรู้ทันว่าเธอโกหก แนะให้ดูครอบครัวศตายุเป็นตัวอย่าง อยากให้บ้านเรามีปัญหาแบบนั้นหรือ เมื่อมีโอกาส ทำไมเราไม่กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน การเกดคิดตาม...

เสียงการเกดถามจะกระซิบกันอีกนานไหม บูรณาผละออกจากพบู แล้วยืนยันว่าแม่เหงาไม่มีใครให้บ่นจนซึมไปเลย การเกดแก้ตัว

“ที่ฉันยอมเพราะเห็นว่าเธอเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้วหรอกนะ แค่ยอมให้กลับบ้าน ไม่ได้หมายความว่าจะญาติดีกับเธอ และถ้าเธอทำตัวแย่ๆแบบเดิมก็เตรียมไฟต์กับฉันได้เลย”

มนูกับบูรณาดีใจ การเกดแขวะหาว่าพบูอาจไม่อยากกลับเพราะติดผู้ชาย ใจแตกจนลืมพ่อ พบูสวนว่าตนจะกลับบ้าน ที่ยอมกลับไม่ใช่เพราะไม่มีที่ไป แต่เพราะสงสารการเกด กลัวไม่มีใครให้บ่นจนปากตีบเล็กเท่ารูเข็ม...พบูทำปากล้อ การเกดปรี๊ดแตก มนูกับบูรณาสบตากันทำนองยังไม่ทันกลับบ้านก็ทำท่าจะรบกันเสียแล้ว

ooooooo

เมฆพัดนั่งเงียบอยู่ในห้องขัง กิจจายืนเกาะลูกกรง ผิดหวังเสียใจปนสงสาร ถึงกับออกปาก “ทำไมแกถึงไม่ยอมหยุดซะที แกจะสร้างปัญหาให้บ้านเราไปถึงไหน ทำไมบ้านเราถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้”

เมฆพัดสวนกลับทั้งน้ำตา “ที่บ้านเราเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อนั่นแหละ คุณพ่อสร้างบริษัทจนใหญ่โต ย้ำกับพนักงานตลอดว่าให้สร้างบ้านด้วยความใส่ใจ สร้างความสุขให้บ้านคนอื่นแล้วบ้านตัวเองล่ะ คุณพ่อเคยใส่ใจบ้างไหม”

กิจจาถึงกับสะอึก เมฆพัดพรั่งพรูว่าพ่อเย็นชาไม่เคยใช้ความรัก ไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนในบ้าน

พอวางมือจากงานก็เอาแต่หาความสุขกับอีหนู กิจจาคิดว่าตัวเองทำงานหาเงินให้ทุกคนใช้อย่างสุขสบายก็น่าจะพอ เมฆพัดจ้องหน้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมไม่ได้ต้องการเงิน ผมอยากให้พ่อรักผมบ้าง หันมาสนใจผมบ้าง ถ้าพ่อให้ผมบ้าง ผมก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก”

กิจจาน้ำตารื้น มองเมฆพัดนั่งฟุบหน้าร้องไห้ตัวสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ...

ศตายุยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าโรงพักพอเห็นกิจจาเดินออกมาก็วางสายเดินเข้าไปหา กิจจากล่าว

“เมฆโดนหลายคดี ทั้งคดีของคุณชัชชัยแล้วยังพลั้งมือฆ่าลูกตาลอีก งานนี้ท่าจะรอดยาก”

“ยากแค่ไหนผมก็จะหาทางช่วยอาเมฆให้ได้ครับ ยังไงอาเมฆก็เป็นอาของผม”

กิจจาขอบใจที่ยังอภัยให้ แล้วรำพึงเมฆพัดจะรู้บ้างไหมว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครดีและห่วงเราเท่าคน ในครอบครัว กิจจาบีบไหล่ซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของศตายุ

งามยิ่งเข้าเยี่ยมเมฆพัดด้วยท่าทางเศร้าเสียใจรู้สึกผิดที่เลี้ยงเขามาให้โกรธเกลียดศตายุ เมฆพัดย้อนว่าเธอไม่ผิด ถึงอย่างไรตนก็เกลียด เพราะตั้งแต่ศตายุเกิดมาชีวิตตนก็ตกต่ำลง

“โตไม่เคยกดเราให้ต่ำลงหรอก มีแต่ตัวเราที่กดตัวเราเองให้ต่ำลง...เมื่อคืนโตบอกคุณพ่อว่าจะยกทุกอย่างให้เมฆ เขาไม่อยากได้อะไรเลยด้วยซ้ำ” งามยิ่งเล่าทั้งน้ำตา แต่เมฆพัดไม่เชื่อ งามยิ่งบอกอีกว่าตอนนี้ศตายุกำลังหาทางช่วย ทั้งที่เราทำกับเขาขนาดนั้นเขายังอภัยให้ “บางทีเพราะความอิจฉาอาจทำให้เราหน้ามืดตามัว จนทำให้ไม่เห็นเจตนาดีๆของโตเขาก็ได้นะเมฆ”

เมฆพัดฟังแล้วรู้สึกสับสน ละอายใจในความผิดที่ตัวเองกระทำลงไปแล้วศตายุยังคิดช่วย

ข่าววีรกรรมของพบูเป็นที่เล่าขานกันทั่วบริษัท บุรียอมรับกับเจมี่ว่าพบูรักศตายุมากจนตนยอมถอย เจมี่เองก็ยอมถอยเพราะไม่เคยเห็นศตายุรักใครมาก่อน ดูเขามีความสุขมาก

“มาคิดๆดู บางทีฉันอาจจะไม่ได้รักพี่โตหรอก ฉันแค่ปลื้มพี่โตมากกว่า...ฉันคิดว่าฉันชอบคนอื่นไปแล้ว” เจมี่ชะงักเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหลุดปากออกไป

บุรีรีบถามว่าเธอชอบใคร ทำไมตนไม่รู้ เจมี่หน้าแดงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป บุรีบอกว่าตนยอมปล่อยพบู...

คืนนั้นพบูคุยโทรศัพท์กับศตายุไม่ต้องห่วงตน ให้เขาจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อย พอวางสาย บุรีมาเคาะประตู เขามาพร้อมกีตาร์และถุงขนม บอกว่าเป็นของเยี่ยมพร้อมโปรโมชั่นโชว์ลีลาการโซโลกีตาร์ พบูรู้สึกว่าวันนี้เขามาแปลก...บุรีเล่นเพลงพิเศษให้เธอ เป็นการขอบคุณความรู้สึกดีๆระหว่างเรา เขาดีใจที่รู้จักเธอและได้ชอบเธอ เขาจะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลย

เช้าวันใหม่ ศตายุมาหาเมฆพัดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้สารภาพความผิดจะได้ลดหย่อนโทษลง แต่เมฆพัดนิ่งไม่พูด ถามกลับว่าจะมาช่วยตนทำไม ตนติดคุกน่าจะดีใจ ศตายุสวน

“เพราะอาเป็นคนในครอบครัวผมไงครับ จำได้ไหมครับตอนที่ดลติดคุก อาเมฆเคยถามทำไมผมต้องช่วยดลด้วย ผมบอกอาว่าถ้าอามีปัญหา ผมก็จะช่วยสุดความสามารถเหมือนกัน”

“ต่อให้แกทำดีกับฉันแค่ไหน ฉันก็ยังเกลียดแกอยู่ดี” เมฆพัดละอายใจพูดเสียงแข็ง

“อาจะเกลียดผมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าปฏิเสธความช่วยเหลือจากผมเลยนะครับ”

“ถึงฉันได้ออกจากคุก ได้กลับไปอยู่ที่บ้าน ฉันก็คงไม่มีความสุขอยู่ดี ถ้าแกเห็นแก่ฉันก็ปล่อยให้ฉันอยู่ในคุกเถอะ” เมฆพัดพูดอย่างจริงใจเพราะไม่อาจออกไปสู้หน้าใครได้อีก

ศตายุอ่อนใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับเมฆพัดอีก

ooooooo

สายวันเดียวกัน พบูพยายามใช้แขนข้างเดียวแต่งหน้าอย่างยากลำบาก ให้สวยแบบคนป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากศตายุ พอเขามาพบูก็รีบโดดขึ้นนอนบนโซฟาทำท่าไม่สบาย ไมเคิลสบตาบูรณาอึ้งๆ พบูโบกมือให้บูรณาไปเปิดประตู

ศตายุเข้ามาถามไถ่อาการพบูอย่างห่วงใย เธอทำเสียงแหบพร่าว่ายังปวดแขนอยู่ เขาต้องรับผิดชอบป้อนอาหารที่เขาซื้อมาฝาก ศตายุย้อน “มือเจ็บข้างเดียวไม่ใช่เหรอ อีกข้างก็ว่างอยู่นี่”

พบูเอื้อมมือไปจับมือศตายุไว้แล้วบอกเขาว่า มือไม่ว่างแล้ว ศตายุขำยอมป้อนอาหารพบูโดยไม่แคร์สายตาไมเคิลและบูรณา

หลังทานอาหารเสร็จ พบูลงมาส่งศตายุกลับไปทำงาน เธอยืดอกบอกเขา “คุณควรภูมิใจนะที่มีแฟนแกร่งและแมนขนาดนี้”

“ให้ผมสร้างอนุสาวรีย์ให้เลยไหม” ศตายุกระเซ้า พบูค้อนเล็กๆแล้วโบกมือส่งเขา

พอหันมาเจอต๋อยต่อว่าว่าเธอมีความสุขในขณะที่บุรีเสียใจจนลาออกจากงานกลับบ้านไปแล้ว พบูตกใจ เจมี่ผ่านมาได้ยินใจหายรีบถาม “ลาออกเหรอ ทำไมเขาถึงไม่บอกฉัน”

ต๋อยกับพบูแปลกใจที่เจมี่ร้องไห้ออกมา เจมี่เองก็แปลกใจตัวเอง ทำไมแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอบุรีอีกแล้วใจหายขนาดนี้ เจมี่พลั้งปาก “หรือว่าฉันจะแอบชอบเขา!”

พบูรีบถามแล้วพี่โตของเธอล่ะ เจมี่ร้องไห้โฮออกมา “ฉันยกให้เธอแล้วไง...นี่ฉันชอบบุรีจริงๆเหรอ ใจมันเสียวแปล๊บๆยังไงก็ไม่รู้”

พบูฝืนยิ้มทั้งที่ช็อกเล็กๆ พยายามปลอบและให้กำลังใจเจมี่ ต๋อยบอกให้เจมี่ไปตามบุรีกลับมา พบูเห็นด้วยและบอกทางไปบ้านที่ลพบุรีให้ เจมี่ยิ้มอย่างมีความหวัง...

บ้านสวนร่มรื่นที่ลพบุรี โยธกามองท่าทางลูกชายก็รู้ว่าต้องอกหักกลับมา จึงปลอบใจให้รู้ว่าไม่มีใครรักเขามากเท่าแม่ บุรียอมรับตั้งใจจะอยู่กับแม่ตลอดไป ไม่ทันไรรถเจมี่แล่นมาจอด บุรีแปลกใจมาได้อย่างไร โยธกามองเจมี่ที่แต่งตัวจัดเต็มกว่าคราวพบู รู้สึกหวงลูกชายตงิดๆ เจมี่สวัสดีและแนะนำตัวเองกับโยธกาเสร็จสรรพ บุรีหวั่นใจเกรงแม่จะแกล้งอะไรเธอ

แล้วโยธกาก็แกล้งให้เจมี่สอยมะม่วง แต่เธอกลับสนุกสอยเสียหมดต้นโดยมีลูกชุบคอยสอน ค่ำวันนั้น บุรีจึงปอกมะม่วงให้เจมี่ทาน เจมี่อัดอั้นมานานถามเขาเป็นชุด ทำไมถึงลาออกจากงานหนีมาโดยไม่บอกตน ตนใจหายขนาดไหนตอนที่รู้ว่าเขาไม่อยู่แล้ว

“นี่คุณ มีคนอกหักที่ไหนเขาป่าวประกาศให้โลกรู้บ้าง เขาก็หนีมาเงียบๆทั้งนั้นแหละ”

“แต่เราเป็นเพื่อนกัน คุณก็น่าจะบอกอะไรฉันบ้าง ฉันอกหักดราม่าร้องไห้ น้ำหนักเพิ่มขีดเดียวฉันยังบอกคุณเลย”

บุรีแย้งว่าไม่ใช่แฟนกันถึงต้องคอยรายงานทุกเรื่อง เจมี่สวนก็ตนอยากรู้ทุกเรื่อง บุรีจึงบอกให้มาเป็นแฟนกันก่อน เจมี่ช็อกค้าง บุรีแย็บอยากเป็นไหม

เจมี่หลบตาเขินๆ บุรีบอกว่า ตนรู้จากต๋อยหมดแล้วว่าเธอชอบตน เจมี่อายที่หลุดปากออกไปตอนนั้น บุรีกล่าวจริงจัง

“ไม่ชอบก็ไม่ชอบ งั้นไว้ผมทำใจเรื่องคุณพบูได้เมื่อไหร่ ผมจะจีบคุณเองก็แล้วกัน”

เจมี่เหวอ บุรีบอกอีกว่าความจริงตนไม่ได้ลาออกแค่ลาพักร้อนเท่านั้นแต่ก็ดีที่ทำให้ได้รู้ว่าตนยังมีความสำคัญกับใครบางคนอยู่...เจมี่ม้วนต้วนด้วยความอาย

ooooooo

หลายปีผ่านไป ธราดลเรียนจบกลับมามอบใบปริญญาให้กิจจา สองปู่หลานกอดกันด้วยความรักและภูมิใจ กิจจาเปรยว่าเขาเรียนจบมาศตายุจะได้แต่งงานเสียที ธราดลแซวป่านนี้พบูรอจนเฉาไปแล้ว ขาดคำพบูก็โทร.เข้ามาพอดี ครอบครัวศศิวงศ์หัวเราะบรรยากาศมีความสุขทุกคน

ศตายุมาหาพบูที่ร้านลามูน พบูปลาบปลื้มที่ร้านได้รับรางวัลมากมาย ออกรายการทีวีจนเซเลบมาเป็นลูกค้าเพียบ พบูแย็บถามศตายุไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหรือ เขารู้ว่าเธอรอการขอแต่งงานแต่แกล้งทำเป็นชมเชยว่าเธอเก่งมาก พบูอดรนทนไม่ไหวเอ่ยปากเอง

“จำได้ไหมคุณเคยบอกว่าถ้าฉันทำร้านนี้ประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกัน วันนี้ร้านเราก็คืนทุนแล้ว มีชื่อเสียงโด่งดัง ทีนี้คุณจะแต่งงานกับฉันได้ยัง” พบูคุกเข่าลงกล่าว “แต่งงานกับฉันเถอะนะ ตอนนี้ดลก็กลับมาแล้ว ฉันอยากเป็นเจ้าสาว อยากใส่ชุดแต่งงานแล้ว ยิ่งรอนานฉันก็ยิ่งแก่ขึ้นทุกวัน เริ่มมีย้วยมีหย่อนใส่ชุดเจ้าสาวไม่สวยขึ้นมาคุณต้องรับผิดชอบนะ”

ศตายุขำ พบูไม่ยอมลุกจนกว่าเขาจะตอบตกลง “แต่งก็แต่ง แต่ลุกขึ้นก่อนเถอะ ยังไงผมก็ต้องแต่งงานกับคุณอยู่แล้วล่ะ เพราะผมรู้ว่าคุณจะปกป้องผมได้ไปตลอดชีวิต...คุณไม่น่าตัดหน้าผมเลย” ศตายุถอดเสื้อนอกออกเผยให้เห็นเสื้อยืดข้อความช้างเท้าหน้าที่พบูให้ “นี่ไงผมตั้งใจใส่เสื้อตัวนี้มาขอเป็นช้างเท้าหน้าให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ คุณล่ะพร้อมจะเป็นควาญช้างรึยัง”

“เป็นควาญช้างเหรอ ดูไม่โรแมนติกเลยนะ แต่ได้แต่งก็โอเคละ ต่อไปนี้ควาญช้างคนนี้จะปกป้องช้างตัวนี้เอง” พบูหัวเราะกอดคอศตายุแบบแมนๆ แล้วแอบหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง

เวลาผ่านไปถึงวันแต่งงาน พบูแต่งตัวเสร็จยืนมองศตายุแล้วมโนไปว่า ศตายุเป็นเจ้าสาว ตัวเองแต่งเป็นเจ้าบ่าว เธอหัวเราะคิกคัก...เสียงศตายุถามหัวเราะอะไร พบูสะดุ้งกะพริบตาถี่ๆมองเห็นศตายุยืนถามว่าเจ้าสาวพร้อมหรือยัง เธอรีบตอบ “พร้อมนานแล้วค่ะคุณเจ้าบ่าว”

งานแต่งงานจัดแบบเรียบเก๋ มีแต่บุคคลสำคัญในชีวิตของทั้งสองคนมาร่วมงาน รวมทั้งบุรีที่ควงคู่มากับเจมี่ บุรีกระซิบบอกเจมี่ว่าต้องคอยรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวให้ได้ เจมี่อายม้วน

สองบ่าวสาวขึ้นกล่าวบนเวที ต่างชื่นชมชีวิตที่ผ่านมาของพวกตน ที่แม้ไม่ราบรื่นแต่ก็ประคองกันมาจนประสบความสำเร็จ พวกตนจะสร้างครอบครัวให้มีความสุขสมบูรณ์ที่สุด

แท้จริงแล้วการแต่งงานเป็นเพียงการเริ่มต้น ทางข้างหน้าจะต้องเจอะเจออะไรอีกมากมาย แต่ทั้งสองก็จะก้าวผ่านไปด้วยกันให้ได้ตลอดกาล

ooooooo

–อวสาน–


ละครใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านใต้เงาจันทร์ ติดตามใต้เงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราศี บาเล็นซิเอก้า 13 ส.ค. 2558 08:56 2015-08-15T01:11:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ