ข่าว

วิดีโอ



สวยซ่อนคม

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: คุณชาย / พรพิชชา

กำกับการแสดงโดย: สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศรัณย์ ศิริลักษณ์, รมิดา ธีรพัฒน์, กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

ซุนหลิงรู้แก่ใจว่าสิ่งที่เจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมพูดถึงสุ้ยไถ่เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ อารมณ์เดือดดาลที่เคยเก็บกดไว้พลุ่งพล่านอีกครั้งแหวใส่หน้า

“พี่เคยพูดว่าชาตินี้พี่จะไม่แต่งงานกับใครนอกจากพี่ส่งไห้แล้วพี่ก็เปลี่ยนใจ ป่านนี้พี่ส่งไห้จะลำบากที่ไหนก็ไม่รู้”

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน ใจคนเรามันบังคับกันได้ที่ไหน”

เจียอิงโต้ทันควัน ท่าทางร้อนรนตามประสาพวกมีชนักติดหลัง เหลาไท่ดูออกแต่ไม่อยากให้เจียอิงไหวตัวตอนนี้รีบพูดแก้สถานการณ์

“ถูกของอ้ายผิง รู้ว่าไม่รักก็เลิกกันเสีย ดีกว่าแต่งแล้วไปนั่งทะเลาะกันทีหลัง แต่ฉันก็ดีใจนะที่ยังไงเธอก็ยังจะได้เป็นสะใภ้ตระกูลปึง อย่าคิดมากทำใจให้สบาย ฉันไม่เคยโทษว่าเป็นความผิดของเธอ”

คำพูดของเหลาไท่ทำให้เจียอิงหรืออ้ายผิง

ตัวปลอมกระหยิ่มใจ หันไปเย้ยซุนหลิงบ้าง

“ได้ยินที่เหลาไท่พูดแล้วใช่ไหมซุนหลิง คราวนี้ฉันจะยกให้แต่คราวหน้ามาพูดอย่างนี้อีกฉันจะจัดการเธอแน่”

“ใช่สิ! พี่จัดการมาหลายคนแล้วนี่ เพิ่มฉันไปอีกคนจะเป็นไรไป”

ซุนหลิงเดือดจัดสวนอย่างไม่ยอมแพ้ เจียอิงอ้าปากค้าง เสียวสันหลังวาบเพราะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ซุนหลิงพูดเหมือนล่วงรู้ความลับบางอย่างของเธอ เหลาไท่เห็นท่าไม่ดีรีบพูดแก้สถานการณ์อีกรอบ

“อ้ายผิง...อย่าไปทะเลาะกับน้องให้เสียอารมณ์ มีอีกหลายเรื่องต้องจัดการเกี่ยวกับงานแต่ง ไปปรึกษาหารือกับสุ้ยไถ่ ฉันเองก็จะทำให้ถูกตามธรรมเนียม วันสองวันนี้ฉันจะไปสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราว สินสอดเท่าไหร่ฉันก็ไม่เกี่ยง”

ได้ผล! เจียอิงลืมเอาเรื่องซุนหลิงชั่วขณะ

เบิกตาโตเมื่อได้ยินคำว่าสินสอดไม่อั้น

“หลานขอบคุณเหลาไท่มากค่ะ หลานจะรีบไปบอกม้าให้เตรียมตัว จะตกลงกับพี่สุ้ยไถ่แล้วมาเรียนเหลาไท่ค่ะ”

จบคำก็ขอตัวกลับทันที ทิ้งให้ซุนหลิงมองตามด้วยความคับแค้นใจเพราะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้และทันทีที่ลับร่างเจียอิงเด็กสาวก็หันไปตัดพ้อเหลาไท่

“เหลาไท่เหมือนจะยินดีกับพี่เจียอิงเหลือเกิน พี่อ้ายผิงตัวจริงยังนอนตายตัวอุ่นอยู่เลย”

“ถ้าหนูมองเห็นอย่างนั้นแสดงว่าเจียอิงก็คงไม่สงสัย เรื่องส่งไห้และฟังเสียนเราชิงพูดก่อนดีกว่าให้เขาคิดสงสัยว่าทำไมเราไม่พูด ส่วนสุ้ยไถ่...เขาขอเป็นผู้เสียสละเอง ย่าต้องตัดใจยอมเสียเขาซึ่งเป็นหลานชายคนหนึ่งแลกกับความสงบของครอบครัวที่กำลังอยู่ในภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด มันก็คุ้มไม่ใช่หรือ”

เหตุผลของเหลาไท่ทำให้ซุนหลิงตาแดงก่ำเสียใจที่สุดแต่ช่วยอะไรไม่ได้ เหลาไท่เข้าใจดีเอ่ยเสียงอ่อน


“สุ้ยไถ่คือนายคนใหญ่เขาจึงต้องทำหน้าที่นั้น แม้ว่ามันคือสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะทำ...หลานเข้าใจใช่ไหม”

ooooooo

เจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมสาแก่ใจมากที่เหลาไท่เห็นดีเห็นงามเรื่องแต่งงาน พานคิดถึงซุนหลิงอย่างเย้ยหยัน

“พี่สุ้ยไถ่เป็นของฉันและกำลังจะแต่งงานกัน อย่างแกไม่มีวันเสียล่ะ ไม่มีทางแม้แต่จะคิด...นังซุนหลิง!”

แผนการทุกอย่างใกล้สำเร็จตามหวัง เจียอิงลำพองใจมากและยิ้มกว้างเมื่อเห็นสายเรียกเข้าสุ้ยไถ่

“พี่สุ้ยไถ่...พี่อยู่ไหนคะ ออกไปไหนไม่ยอมบอกน้อง ให้น้องเป็นห่วงเที่ยวตามหา”

“พี่ขอโทษ เหลาไท่เรียกตัวพี่ด่วนมาดูโรงสี อีกสักพักก็เสร็จแล้ว พี่จะรีบกลับนะ”

“ค่ะ รู้ไหมค่ะว่าเรามีหลายเรื่องต้องรีบคุยกัน”

พูดจบก็วางสายและรีบกลับบ้านอันซิน เจียอิงอารมณ์ดีมากแต่กลับถึงบ้านก็หัวเสียเมื่อพบว่าป้อเจ๊แม่บ้านเก่าแก่พยุงเซียะเนี้ยลงมาจากข้างบน

“คิดจะทำอะไรน่ะป้อเจ๊!”

“คุณหนูใหญ่”

“ฉันถามว่าจะทำอะไร จะพาอาม้าฉันไปไหน”

“เปล่าค่ะ...คือคุณนายใหญ่สั่งให้พาลงมาท่านอยากลงไปเยี่ยมเจ้าสัว”

เซียะเนี้ยจับสังเกตท่าทางเกรี้ยวกราดของลูกสาวคนโต ก่อนออกตัวยอมรับตามที่ป้อเจ๊บอกว่าอยากมาเจอเจ้าสัวฟังบ้าง เจียอิงตาลุก ลืมตัวปราดไปยืนประจันหน้าเซียะเนี้ย

“แต่ม้าไม่สบาย ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”

ตวาดจบก็ร้องสั่งให้พาเซียะเนี้ยกลับห้องป้อเจ๊ลนลานทำตามสั่ง เจียอิงตามไปคุมถึงห้องนอนชั้นสองแล้วถือโอกาสขู่กำชับแม่บ้านเก่าแก่

“ฟังนะป้อเจ๊ ต่อไปนี้ถ้าฉันไม่สั่งอย่าทำแบบนี้ เกิดม้าฉันเป็นอะไรไปจะรับผิดชอบไหวไหม”

ป้อเจ๊รับคำแล้วรีบออกจากห้อง เซียะเนี้ยมองลูกสาวคนโตอย่างจับสังเกตแล้วแกล้งพูด

“อ้ายผิง...ม้าดีขึ้นมากแล้วจริงๆนะ ม้าไม่รู้สึกเหนื่อยๆเหมือนเก่าแล้ว”

“ไม่จริงค่ะ อาการม้ายังไม่ดีขึ้นเลย ลงไปหาอาปาเดี๋ยวก็เอาเชื้อโรคไปติดอาปาอีก แทนที่อาปาจะหายจะกลายเป็นหนักขึ้นไปอีก หนูจะบอกอาม้าเองว่าม้าควรไปตอนไหน”

“ม้ารู้ตัวดีว่าค่อยยังชั่วแล้ว ทำไมม้าจะต้องคอยฟังหนูว่าจะให้ลงไปหาอาปาเมื่อไหร่”

“ก็เพราะหนูสั่งไงคะ”

“เดี๋ยวนี้หนูสั่งม้าได้แล้วหรืออ้ายผิง”

เซียะเนี้ยย้อนถามเสียงเรียบ เจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมชะงัก มองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง ความร้อนตัวเข้าจู่โจมจนเกิดพิรุธ เซียะเนี้ยสัมผัสได้แต่ยัง

ไม่กระโตกกระตาก

“ม้าเจ็บคราวนี้ดูเหมือนอะไรในบ้านเปลี่ยนแปลงไป ฟังเสียนหายไปไหน อาไฉล่ะ แล้วอาเน้ยอีก ทำไมม้าถึงฝันเห็นแต่อาเน้ย อาเสียนด้วย”


“พี่เสียนไปคุมงานที่ตรัง หนูบอกม้าไปกี่รอบแล้ว แล้วพี่ไฉ...”

“นั่นสิ ไฉล่ะ ปกติเขาต้องแวะมาคุยกับม้า แต่นี่ทำไมเขาไม่มาหาม้าเลย ไปเรียกเขามาหาม้าหน่อยสิ”

เจียอิงพยายามจะปั้นหน้าเล่นละครต่อ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจโพล่งอย่างเหลืออด

“อยู่ในคุกนู่นค่ะ พี่ไฉติดคุกเพราะไปฆ่าคนตาย!”

เซียะเนี้ยผงะ ส่ายหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ เจียอิงสะใจมากสำทับด้วยความสะใจ

“อยากรู้ไหมล่ะคะว่าทำไมเขาถึงต้องฆ่า

คนคนนั้น เพราะว่าคนนั้นมาทำให้อาเน้ยท้องแล้ว

ไม่ยอมรับจนอาเน้ยต้องฆ่าตัวตาย กรีดข้อมือตายที่ห้องน้ำในบ้านหลังนี้แหละ พี่ไฉเลยตามไปยิงผู้ชายคนนั้นตายคาที่แล้วเข้ามอบตัว ส่วนพี่เสียนเห็นว่าออกไปกับเรือแล้วหายสาบสูญยังไม่มีใครพบจนป่านนี้”

เซียะเนี้ยช็อกมาก ใบหน้าซีดเผือดและเกิด

อาการชักอย่างรุนแรง เจียอิงยิ้มเยาะด้วยความสาแก่ใจและคงปล่อยให้คุณนายใหญ่บ้านอันซินขาดใจตายไปแล้วหากสุ้ยไถ่จะไม่มาถึง!

ooooooo

เสียงกรีดร้องของเซียะเนี้ยทำให้สุ้ยไถ่ที่เพิ่งมาถึงบ้านอันซินตกใจมากรีบวิ่งไปดูด้วยความเป็นห่วง เจียอิงหน้าเสียเมื่อเห็นหน้าสุ้ยไถ่รีบแก้ตัวแบบขอไปที

“อาม้าซักน้องเรื่องอาเน้ย น้องเห็นอาการม้าดีขึ้นก็เลยบอกความจริง ม้าก็เลยเป็นอย่างที่เห็น...น้องไม่ควรเลย”

สุ้ยไถ่ดูออกว่าเป็นเรื่องโกหก หญิงสาวต้องเป็นคนทำให้คุณนายใหญ่คลุ้มคลั่งแน่ แต่เพื่อความสำเร็จของแผนสละตัวทำให้เขาต้องระงับอารมณ์แล้วรีบพาเซียะเนี้ยไปโรงพยาบาล

เหลาไท่รู้เรื่องเซียะเนี้ยช็อกและต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังจากนั้นเพราะสุ้ยไถ่โทร.บอก หลานชายคนโตคิดแผนตั้งรับเสร็จสรรพว่าจะย้ายไปอยู่บ้านอันซินชั่วคราวเพื่อกันเจียอิงออกจากเซียะเนี้ย

ซุนหลิงได้ยินบทสนทนาระหว่างย่ากับหลานชายคนโตตลอด อดใจไม่ไหวโพล่งถามทันทีที่เหลาไท่วางสาย

“คุณแม่ใหญ่เป็นอะไรหรือคะเหลาไท่”

“ยังไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันแต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว สุ้ยไถ่จะให้คุณนายใหญ่นอนที่โรงพยาบาลไปก่อนแล้วตัวเขาจะยังไม่กลับบ้านแต่จะอยู่กับเจียอิงเพื่อทางเราจะได้จัดการทำศพอ้ายผิงสะดวกขึ้น

จากนั้นเขาจะรีบแต่งงานให้เร็วที่สุด พวกเราต้องเคารพการตัดสินใจของเขา”

เหลาไท่เอ่ยเสียงเครียด ซุนหลิงใจหายวาบเพราะไม่คิดว่าเรื่องแต่งงานจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ฟานซึ่งเพิ่งรู้เรื่องอ้ายผิงตัวจริงและเรื่องแผนของสุ้ยไถ่อดใจไม่ไหวโพล่งอย่างเหลืออด

“การเสียสละของนายคนใหญ่ทุกคนเคารพค่ะ แต่การแต่งงานกับนังหญิงแพศยานั้นรับไม่ได้จริงๆค่ะเหลาไท่”


ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับฟานเรื่องนี้ แม้แต่สุ้ยไถ่ที่ต้องรับศึกหนักจากเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมที่ออกอาการไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเขาสั่งป้อเจ๊มาเฝ้า

เซียะเนี้ยที่โรงพยาบาล

เจียอิงยังไม่รู้ตัวว่าแผนของตนแตกแล้ว ดึงดันไม่ยอมให้ป้อเจ๊เฝ้าเซียะเนี้ย สุ้ยไถ่ต้องกล่อมอย่างใจเย็น ทั้งเรื่องความปลอดภัยของคุณนายใหญ่และเรื่องเตรียมงานแต่ง เจียอิงถึงอ่อนลงยอมให้เขาแบบเสียไม่ได้

ooooooo

ข่าวงานแต่งระหว่างทายาทสองตระกูลดังของเมืองไทย ปึงสุ้ยไถ่และฟังอ้ายผิงกลายเป็นข่าวใหญ่ จีซานเห็นข่าวแล้วอดไม่ได้รีบเอาไปให้หมอโซวเพื่อนรักดู

หมอโซวมองข่าวงานแต่งงานด้วยแววตาเงียบสงบ แม้จะใจแกว่งเล็กน้อยแต่พยายามข่มใจจัดการเรื่องสำคัญกว่าคือคุยกับทนายความให้จัดการเรื่องทรัพย์สมบัติของเขาที่ฮ่องกงมอบให้หลินลู่หลานทั้งหมด

จีซานไม่รู้ความคิดเพื่อน ชี้ชวนให้ดูข่าวงานแต่งอีกรอบ หมอโซวแกล้งพูด

“ฉันควรไปอวยพรแสดงความยินดีกับเขาสินะ”

“เลิกแล้วต่อกันเถอะวะ ไหนๆเขาก็เคยเป็นคนที่แกรักจะเป็นจะตาย”

“เพราะอย่างนั้นฉันถึงอยากแสดงสปิริตเป็นครั้งสุดท้ายไงล่ะ”

พูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาแล้วผละไป ทิ้งจีซานให้มองตามด้วยความสงสัย...หรือเพื่อนรักจะมีแผนล้างแค้น

ขณะที่สุ้ยไถ่ช่วยเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมเตรียมงานแต่ง เหลาไท่กับซุนหลิงช่วยกันจัดงานศพให้อ้ายผิงตัวจริง หงกับซุนเหมยมาร่วมงานศพนี้ด้วย สามแม่ลูกกอดคอกันร้องไห้เป็นที่น่าเวทนา เหลาไท่สงสารจับใจแต่ก็อยากให้กำลังใจซุนหลิงซึ่งจะกลายเป็นกำลังสำคัญของตระกูลฟังต่อไป

“ย่าเชื่อว่าอ้ายผิงคงอุ่นใจแล้วที่ได้เห็นว่า

คุณหนูใหญ่ตระกูลฟังคนใหม่คนนี้เข้มแข็ง จะเป็นหลักให้กับทุกคนในบ้านอันซินต่อไปแทนเขาได้ เธอเข้าใจใช่ไหมซุนหลิง”

ซุนหลิงเข้าใจดี แม้ไม่พร้อมแต่เพื่อครอบครัวที่เหลือเธอก็ต้องเข้มแข็งให้ได้ เด็กสาวกวาดตามองรอบงานเห็นส่งไห้มาร่วมงานด้วยสีหน้าเศร้าโศกพลันก็อดคิดถึงสุ้ยไถ่...ผู้ชายอีกคนที่รักอ้ายผิงสุดหัวใจไม่ได้

“เหลาไท่คะ...แล้วนายคนใหญ่จะมีโอกาสมาลาพี่อ้ายผิงสักครั้งไหมคะ”

สุ้ยไถ่แทบไม่มีเวลาของตัวเอง เขาทำตามที่บอกทุกอย่างคือเสียสละตัวเองกันเจียอิงจากทุกคน เจียอิงไม่รู้เรื่องแกล้งป่วยเรียกร้องความสนใจไม่อยากให้เขาไปเยี่ยมเซียะเนี้ยที่โรงพยาบาล แต่สุ้ยไถ่รู้ทันและยกเรื่องนัดกับเหลาไท่จะคุยเรื่องสู่ขอกับเซียะเนี้ยมาอ้าง เจียอิงเลยต้องยอมให้เขาไปโรงพยาบาลแต่โดยดี


เหลาไท่มาเยี่ยมเซียะเนี้ยที่โรงพยาบาลพร้อมสุ้ยไถ่ คุณนายใหญ่ตระกูลฟังสีหน้าเลื่อนลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อตัวเพราะยังทำใจไม่ได้เรื่องลูกๆ เมื่อเห็นหน้าเหลาไท่ก็โผหา ร้องไห้โฮอย่างคนหมดที่พึ่ง

“ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ตระกูลฟังไม่เหลือใครแล้วค่ะ”

“ฉันรู้ แต่เธอยังมีอีกหลายคนที่ยังอยู่นะเซียะเนี้ย”

เซียะเนี้ยนิ่วหน้าก่อนเบิกตาโตเมื่อคิดถึง

ลูกสาวคนโต

“อ้ายผิง...แล้วอ้ายผิงเป็นยังไง อ้ายผิงหายไปไหน”

สุ้ยไถ่สะเทือนใจมากแต่ก็ต้องกัดฟันโกหก

“น้องเครียดจนไม่สบายครับ ตอนนี้นอนพักอยู่ที่บ้าน เซียะเนี้ยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมดูแลน้องอยู่”

“โถอ้ายผิง...ขอบใจเธอมากนะสุ้ยไถ่ อ้ายผิงเขาไม่มีใครแล้ว เธออย่าทิ้งเขาไปนะ”

เหลาไท่เห็นว่าได้โอกาสจะพูดเรื่องแต่งงานระหว่างสุ้ยไถ่กับอ้ายผิง

“ฉันมาวันนี้ก็อยากจะมาคุยกับเซียะเนี้ย...เรื่องของสองคนนี้”

เซียะเนี้ยดีใจมาก ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของสุ้ยไถ่

“ผมจะแต่งงานกับอ้ายผิงครับ”

ooooooo

เจียอิงเจ็บใจที่รั้งสุ้ยไถ่อยู่บ้านด้วยไม่ได้ พาลลงกับเจ้าสัวฟัง ผสมยากล่อมประสาทในเครื่องดื่มจะบังคับกรอกปาก เจ้าสัวฟังตาเหลือกเมื่อเห็นหน้าลูกสาวคนโต อะไรบางอย่างในตัวกระซิบบอกเขาว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ตัวจริง

อาการของเจ้าสัวฟังทำให้เจียอิงสะใจ ยิ้มเยาะ

“ไม่ได้เจอกันเลยนะคะอาปา ไงคะ...คิดถึงหนูมากเลยล่ะสิ ดูซิ ดีใจจนตัวสั่น น้ำหูน้ำตาไหล”

เจ้าสัวฟังพยายามส่งเสียงอ้อแอ้ขอความช่วยเหลือ เจียอิงไม่สนคว้าแก้วเครื่องดื่มผสมยามากรอกปาก

“เดี๋ยววันนี้ฉันจะช่วยนะ ไม่ต้องร้อง อาปารู้แล้วใช่ไหม...นังคุณนายใหญ่มันช็อกจนเสียสติเข้าไปนอนโรงบาลแล้ว คือฉันบอกมันไปว่าที่ลูกๆมันหายหน้าหายตากันไปเพราะมันไปเฝ้ายมบาลกันหมดแล้ว”

เจียอิงลำพองใจมาก ยิ่งเห็นอาการทุรนทุรายของเจ้าสัวฟังยิ่งสาแก่ใจ

“อาการอีแก่มันเหมือนกับแกตอนนี้ล่ะ ดังนั้นบ้านนี้จะเหลือแกคนเดียว มันไม่ยุติธรรมฉันเลยจะมาจับแกส่งยมบาลตามพวกลูกโง่ๆทั้งสี่คนของแกไป กิน กินเข้าไป!”

จบคำก็บังคับกรอกยา เจ้าสัวฟังดิ้นพล่าน รวบรวมแรงขัดขืน หวิดจะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหวหากเก้าจะไม่โผล่มาเพราะได้ยินเสียงตึงตังจากห้องเจ้าสัว

“เจ้าสัวๆ เป็นอะไรหรือเปล่า...ลื้อทำอะไรเจ้าสัว!”

เก้าโกรธมากกระชากเสียงถามคุณหนูใหญ่ของบ้านที่เขารู้ดีว่าเป็นตัวปลอม เจียอิงเสียงเขียวสวนกลับ

“นี่แกพูดกับฉันอย่างนี้แล้วเหรออาเก้า”

“อั๊วถามว่าลื้อทำอะไรเจ้าสัว อั๊วจะฟ้องนายคนใหญ่”


แววตาของเก้าทำให้เจียอิงแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขู่แต่จะทำจริง เริ่มกลัวแต่ยังแถกลบเกลื่อน

“แกจะบ้าหรืออาเก้า ฉันไม่ได้ทำอะไรฉันป้อนยาอาปา อาปาดื้อไม่กิน ไม่เห็นเหรอ”

“แต่นายคนใหญ่สั่งไว้แล้วว่าเจ้าสัวต้องกินยาของซินแสเท่านั้น ห้ามไม่ให้เอายาอย่างอื่นให้”

“ฉันไม่รู้ ฉันแค่อยากให้อาปากินยาบำรุงที่ฉันเอามาจากฮ่องกงก็เท่านั้น ฉันเป็นลูกฉันก็หวังดีเป็นห่วงเขา แกนั่นแหละที่ไม่เข้าใจ คร่ำครึโบราณ ที่อาปายังไม่หายก็เพราะแกไม่ใช่ฉัน!”

ooooooo

เก้ารายงานทุกอย่างให้สุ้ยไถ่รู้อย่างละเอียด เจียอิงร้อนรนมากแต่ทำมึนไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่

ตัวเองทำ สุ้ยไถ่ต้องข่มความไม่พอใจตีหน้านิ่งถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“น้องลงไปข้างล่างมาหรือ”

เจียอิงหน้าเจื่อน แกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง

“ใครบอกพี่ อาเก้าใช่ไหม ทำไมคะ น้องแค่เป็นห่วง ลงไปเยี่ยมอาปามันผิดมากนักหรือคะ ทำไมถึงต้องมาจับผิดน้องกันด้วย น้องมันเลวนักใช่ไหมที่ทำให้ม้าต้องเข้าโรงพยาบาล น้องมันไม่ดีใช่ไหม”

เจียอิงก็ตีอกชกตัว บีบน้ำตาร่ำไห้พร่ำโทษตัวเอง สุ้ยไถ่รู้ทันแต่ต้องทำเป็นไม่รู้

“ไม่เอาๆอ้ายผิง ไม่ใช่อย่างนั้น พี่เข้าใจน้องดีทุกอย่าง น้องไม่ต้องคิดมาก พี่อธิบายให้อาเก้าเข้าใจไปหมดแล้วว่าตอนนี้น้องกำลังเครียด อาเก้าคงเข้าใจผิด เจ้าสัวก็ไม่ได้เป็นอะไร”

สุ้ยไถ่ฝืนใจโอบกอดปลอบประโลม เจียอิงลอบถอนใจโล่งอก ก่อนยิ้มหน้าบานเมื่อเขาพูดเรื่องแต่งงาน

“รู้ไหมตอนนี้ผู้ใหญ่คุยตกลงเรื่องของเรากันแล้ว ท่านให้พี่รีบจัดงานแต่งขึ้นมาโดยเร็ว”

“เมื่อไหร่คะ”

“เร็วที่สุด พี่อยากให้เป็นวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ”

เจียอิงหน้าแดงก่ำ ทั้งเขินทั้งปลื้มที่เขาหลงใหลในตัวเธอ “พี่สุ้ยไถ่ใจร้อนจัง”

สุ้ยไถ่สะอิดสะเอียนสิ่งที่ตัวเองทำมากแต่ต้องแกล้งพูดเอาใจเจียอิง “ตอนนี้พี่อยากทิ้งทุกอย่างทั้งหมด พาน้องไปฮันนีมูนไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนไกลๆจะได้ไม่ต้องมีเรื่องใครต่อใครเข้ามาอีก”

เจียอิงไม่รู้แผนการเขา ชื่นใจมากที่เขาอยากใช้เวลากับเธอ “การได้อยู่กับพี่เป็นความฝันของน้องมานานแล้ว น้องดีใจที่น้องกำลังจะมีวันนี้ ชีวิตน้องไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้เป็นภรรยาของพี่”

อาการปลื้มอกปลื้มใจของเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมทำให้สุ้ยไถ่ลอบถอนใจเหนื่อยหน่าย กระนั้นเพื่อความสำเร็จของแผนสละตนและดึงเจียอิงออกจากทุกคนจึงต้องแกล้งหยั่งเชิง

“แล้วเราก็จะไม่กลับมาที่นี่อีก...ดีไหม”

เจียอิงอึ้งอึดใจ ยินดีมากแต่อดห่วงทรัพย์สมบัติที่ตนแย่งมาไม่ได้ สุ้ยไถ่รู้ใจรีบบอก

“ปล่อยให้คนอื่นเขาดูแลไป เราจะไปเที่ยวรอบโลก ไปทุกประเทศ ไม่ต้องคิดกังวลถึงอะไรทั้งสิ้น ตกลงไหม”


“ค่ะพี่สุ้ยไถ่ เราจะไปด้วยกัน”

ooooooo

สุ้ยไถ่ต้องเล่นละครให้สมบทบาทพะเน้า-พะนอเอาใจเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมก่อน

วันแต่งงาน หวังให้เธอตายใจและไม่ไหวตัวก่อนแผนจะสำเร็จ ซุนหลิงช้ำใจอยู่แล้ว เมื่อเห็นสุ้ยไถ่กอดจูบนัวเนียเจียอิงก็แทบคลั่ง อยากกระชากทั้งสองจากกันแต่ก็ทำไม่ได้เพราะรู้ดีว่าสุ้ยไถ่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อทุกคน

ซุนหลิงแวะมาหาเจ้าสัวฟังที่บ้านอันซินเหมือนเคย เก้าผ่านมาเห็นเด็กสาวทำท่าซึมๆก็อดทักไม่ได้

“ทำไมไม่เข้าไปเยี่ยมเจ้าสัวล่ะ”

“ไม่กล้า กลัวอาปาจับได้ พรุ่งนี้แล้วอาเก้า”

“งานฝังศพคุณหนูอ้ายผิงใช่ไหม”

คำตอบของซุนหลิงคือการพยักหน้า น้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจสุดขีด

“อาปาไม่รู้ คุณแม่ใหญ่ก็ไม่รู้ นายคนใหญ่ก็ไปไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”

“นายคนใหญ่มาอยู่นี่ มาทำให้คนคนนั้นไม่คลั่งจนเป็นบ้า คุณหนูรู้ใช่ไหม”

เก้าหมายถึงเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมที่เชิดหน้า ชูคอด้วยความภาคภูมิใจจะได้แต่งงานกับสุ้ยไถ่ ซุนหลิง เข้าใจเจตนาสุ้ยไถ่ดีแต่ก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้

“แต่มันไม่ยุติธรรม อย่างน้อยนายคนใหญ่ก็ควรได้ไปที่นั่น นายคนใหญ่รักพี่อ้ายผิงมาก เขาทำเพื่อพวกเรามากเหลือเกินนะอาเก้า...ฉันสงสารเขา พี่เจียอิงเหมือนคนบ้าแต่นายคนใหญ่ต้องดูแลเขาตลอดไม่มีใครช่วยได้เลยสักคน”

“นายคนใหญ่คงไม่ต้องการให้ใครช่วย ไม่งั้นเขาก็คงไม่ทำ เขาทำให้ผู้หญิงคนนั้นเกรงใจ แม้แต่ซินแสมาเขาก็ไม่ขัดขวาง อั๊วดีใจที่คุณนายไปอยู่โรงพยาบาล คุณหนูก็อย่าคิดมาก ต้องเข้มแข็งทุกอย่างลิขิตไว้แล้วใครก็ห้ามกันไม่ได้ เราต้องอยู่อย่างมีความหวัง อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ทุกอย่างมันก็เหมือนฤดูร้อนแล้วหนาว มีร้ายก็ต้องมีดี”

ซุนหลิงพยักหน้ารับรู้ ยิ้มบางๆให้พ่อบ้านเก่าแก่

“ถูกแล้ว ขอบใจที่เตือนอาเก้า ฉันจะไม่อ่อนแออีก เพราะต่อจากนี้ตระกูลฟังไม่มีใครอีกแล้ว พวกเราที่เหลืออยู่ต้องช่วยกัน อาเก้าไปนอนเถอะนะ ฉันจะกลับละ”

พูดจบก็หมุนตัวจะออกจากบ้านทางรั้วด้านหลังเหมือนเคย สุ้ยไถ่รออยู่แล้วปรี่มาดักหน้า ซุนหลิงตกใจมาก แต่ประหลาดใจมากกว่าที่เห็นเขามายืนรอตอนนี้

สุ้ยไถ่เข้าใจความสงสัยของเธอว่าคงอยากถามเรื่องเจียอิง

“เขาหลับแล้ว ซุนหลิง...ฉันต้องการบอกเธอว่าลาอ้ายผิงให้ฉันด้วย ขอโทษเขาแทนฉันที่ไม่ได้ไป”

“พี่เขาต้องเข้าใจแต่ฉันจะบอกให้อีกครั้ง ฉันสัญญา”

“ขอบใจนะ”

ซุนหลิงส่ายหน้าก่อนคุกเข่า “ไม่ใช่ค่ะ เราต่างหากที่ต้องขอบคุณ พวกเราตระกูลฟังเป็นหนี้บุญคุณนายคนใหญ่จนชั่วชีวิตก็ไม่อาจทดแทนได้หมด นาย


คนใหญ่ทำให้ความหวังของพี่อ้ายผิงเป็นความจริงที่ได้กลับมาหานายน้อยจนได้จากไปอย่างสงบ ฉันรู้นายคนใหญ่ต้องทรมานใจมากแค่ไหน”

“ฉันไม่เป็นไร ลุกขึ้นเถอะ เธอควรรีบกลับบ้านเพราะดึกมากแล้ว”

“นายคนใหญ่ก็ควรรีบขึ้นตึกเหมือนกัน”

“เป็นว่าต่างคนต่างห่วง ฉันดีใจนะที่เธอเข้มแข็งขึ้นแล้ว ถึงต่อไปฉันไม่อยู่เธอก็จะเข้มแข็งอย่างนี้ตลอดไป”

“ค่ะ ฉันจะไม่ทำให้นายคนใหญ่ผิดหวัง”

รับคำแล้วก็ทำท่าจะกลับจริงๆ สุ้ยไถ่มองตาม อดใจไม่ไหวคว้ามือเธอมาบีบแน่น ความอบอุ่นไหลผ่าน มือเขาถึงหัวใจเธอ ซุนหลิงสะเทือนใจ อยากกุมมือเขา แบบนี้ตลอดไปแต่จำต้องปล่อยเพราะทั้งเขาและเธอต่างมีภาระและหน้าที่สำคัญต้องดูแลครอบครัว

ooooooo

เช้าวันต่อมาพิธีฝังศพอ้ายผิงตัวจริงก็เริ่มขึ้น ทุกคนยกเว้นสุ้ยไถ่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ซุนหลิงเสียใจมากต้องพยายามหักห้ามใจและนำดอกไม้ช่อใหญ่จากสุ้ยไถ่ไปวางบนหลุมศพพี่สาวคนละแม่

“นายคนใหญ่ฝากมาให้พี่อ้ายผิงค่ะ”

กระซิบบอกพี่สาวหน้าหลุมศพเบาๆแล้วถอยไปสมทบคนอื่น เหลาไท่เดินนำไปขึ้นรถ ส่งไห้ตามมาและบอกแผนการของตนจะเก็บตัวเงียบๆในโรงแรมเพราะยังไม่อยากให้เจียอิงไหวตัว

ซุนหลิงจะก้าวตามเหลาไท่ ส่งไห้ปรี่ไปขวางและฝากบอกเรื่องสำคัญ

“สุ้ยไถ่คงแวะมาหาเหลาไท่ บอกเขาด้วยว่าฉันอยากพบเขาให้ได้ก่อนที่เขาจะแต่งงาน เรามีเรื่องต้องพูดกันนิดหน่อย  ช่วยบอกให้เขามาหาฉัน

ที่โรงแรมด้วย”

สั่งจบก็หมุนตัวขึ้นรถที่มีฟู่กุ้ยรออยู่ในฐานะคนขับ ซุนหลิงได้แต่มองตามนิ่งๆ กระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่านายน้อยตระกูลปึงมีอะไรกับพี่ชายฝาแฝดกันแน่...

ระหว่างที่ทางเมืองไทยเตรียมแผนดึงเจียอิงจากทุกคน ฝั่งฮ่องกงหมอโซวก็จัดการทรัพย์สมบัติตัวเองทั้งหมดมอบให้หลินลู่หลานอดีตแฟนสาวโดยมอบหมายให้ทนายความนำเอกสารและจดหมายสั่งเสียไปมอบให้เธอ

หลินลู่หลานงงมากแต่ก็เปิดจดหมายของอดีตแฟนหนุ่มอ่านแต่โดยดี

“สวัสดีลู่หลาน...ทันทีที่เธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้นั่นหมายความว่าฉันได้ไปจากฮ่องกงแล้วและฉันคงไม่มีวันได้กลับมาอีก สิ่งที่ฉันอยากจะทำเป็นสิ่งสุดท้ายก็คือยกทรัพย์สินทุกอย่างของฉันที่นี่ให้กับเธอ”

แค่ย่อหน้าแรกก็ทำให้อดีตพยาบาลสาวตกใจมากแล้ว แต่ที่ทำให้เธอสะเทือนใจกว่าคือประโยคทิ้งท้ายของเขาที่อยากให้เธอเลือกก้าวไปข้างหน้า อย่าจมปลักกับคนเลวๆอย่างเขา

“ฉันไปแล้วก็อย่าเสียใจเพราะฉันได้เลือกทางเดิน ของฉันด้วยความเต็มใจ เธอต้องไม่ทำให้ฉันห่วง ทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล  จงอย่าปิดกลั้นตัวเอง


ถ้าจะทำให้วิญญาณฉันมีความสุข...หมอโซว”

หลังจัดการทุกอย่างที่ฮ่องกง หมอโซวก็เก็บกระเป๋าเดินทางสู่เมืองไทยเพื่อภารกิจสุดท้าย หมอหนุ่มไม่ยี่หระอีกต่อไปว่าตนเองจะมีจุดจบเช่นไร มุ่งหน้าร้านตัดชุดสูทอย่างดีและติดต่อซื้อปืนเถื่อนจากตลาดมืด ก่อนรออย่างใจเย็นเพื่อทำภารกิจสุดท้ายในงานแต่งระหว่างสุ้ยไถ่กับเจียอิง!

ooooooo

เจียอิงไม่รู้ตัวเลยว่าหมอโซวยังมีชีวิตและเดินทางมาประเทศไทย หมกมุ่นจัดงานแต่งของตัวเองกับสุ้ยไถ่และเช้าวันนี้เธอก็โทร.หาบาทหลวงเพื่อขอกำหนดวันแต่งที่แน่นอน

“พี่สุ้ยไถ่คิดว่ายังไงคะ วันจันทร์หน้าเราจะเตรียมตัวทันไหมหรือว่ารอเดือนหน้าน้องจะได้บอกท่านบาทหลวง”

สุ้ยไถ่เบือนหน้าหนี หลบสายตาที่หวั่นไหวเพราะงานแต่งใกล้เข้ามาทุกที กระนั้นก็ตัดใจตอบตกลงตามแผน

“ทุกอย่างพร้อมแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมเราจะต้องรอให้นานไปอีก”

“วันจันทร์มันไม่เร็วไปหรือคะ”

เจียอิงหัวใจพองโตด้วยความตื่นเต้นกระนั้นก็ต้องข่มอารมณ์แสร้งยื่นปฏิทินให้เขาดู สุ้ยไถ่รู้ทันแต่ทำเป็นไม่สนใจ ยืนยันตามวันที่เธอเสนอเพราะต้องการจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

“ช้าไปด้วยซ้ำ ตกลงนะ...พี่จะได้ให้อาเหลียงจองตั๋วเครื่องบินเที่ยววันจันทร์เลย”

สุ้ยไถ่คิดไกลขนาดให้เหลียงจองตั๋วเครื่องบินพาเจียอิงออกนอกประเทศเร็วที่สุดแต่ว่าที่เจ้าสาวไม่รู้เรื่อง แววตาเป็นประกายเมื่อคิดว่าจะได้เที่ยวรอบโลกกับเขา

ท่าทางกระตือรือร้นของเจียอิงหรืออ้ายผิง

ตัวปลอมไม่ได้ทำให้สุ้ยไถ่ปลื้มใจ ตรงกันข้ามขมขื่นใจหนักหนาที่ต้องฝืนใจตัวเองทำแบบนี้ กระนั้นก็ต้องข่มใจบอกเธอให้แต่งตัวสวยออกไปข้างนอกด้วยกัน

“เราจะไปไหนกันคะ”

“พี่จะพาเจ้าสาวของพี่ไปซื้อแหวนแต่งงานไงล่ะ เหลาไท่ไม่ให้ใช้ของเก่าเพราะกลัวว่ามันโบราณน้องจะไม่ชอบ พี่เลยคิดว่าพาน้องไปเลือกเองดีกว่าจะได้ถูกใจ”

จบคำบอกของสุ้ยไถ่เจียอิงก็กระโดดกอดคอเขา ด้วยความดีใจสุดขีด ในที่สุดความฝันและความหวังของเธอก็จะเป็นจริงหลังจากที่ต้องอดทนมานานแสนนาน

ooooooo

เจ้าสัวฟังอาการดีขึ้นมากเพราะซินแสช่วยดูแลสม่ำเสมอกระนั้นเขาก็ฝันร้ายถึงลูกสาวคนโตจนคนเฝ้าใจเสีย สุ้ยไถ่แวะมาเยี่ยมเหมือนเคย เจอเก้ากับซินแสกำลังนั่งปรึกษาเรื่องอาการของเจ้าสัวฟัง

“ต้องขอบใจนายคนใหญ่ที่พูดกับคุณหนูใหญ่จนได้ซินแสกลับมารักษาเจ้าสัว”

ซินแสรีบสนับสนุนคำพูดของเก้า “เพราะคุณหนูซุนหลิงด้วยที่ไม่ยอมแพ้รักษาเจ้าสัวอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน ผมมาต่อก็เลยง่ายเข้า ได้ยินว่านายคนใหญ่กำลังจะแต่งงานกับคุณหนูใหญ่”


สุ้ยไถ่พยักหน้ารับขื่นๆ “วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เสร็จแล้วเราก็จะไปต่างประเทศกันเลย คงอีกนานกว่าจะได้กลับมา ทางนี้คงต้องฝากให้อาเก้ากับซินแสดูแลแทนด้วย”

เก้ามองสุ้ยไถ่ทึ่งๆ ไม่คิดว่าเขาจะเสียสละ

ตัวเองขนาดนี้ ซินแสก็อึ้งไม่แพ้กันแต่ก็รีบรับปาก

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทิ้งเจ้าสัวแน่ เจ้าสัวหายผมจะได้ยุให้เปิดบ้านอันซินรักษาคนไข้อย่างเดิม ได้บุญดี”

สุ้ยไถ่เห็นดีเห็นงามด้วย “ก็ดีครับ”

ซินแสยินดีมาก ก่อนถามถึงเซียะเนี้ยด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน

“แล้วคุณนายล่ะนายคนใหญ่ เมื่อไหร่จะกลับจากโรงพยาบาล”

“อีกสักพักครับ จนกว่าจะหายเครียด แล้วเหลาไท่อาจเอาตัวไปอยู่บ้านโน้นเพราะจะได้ดูแลง่ายหน่อย แต่ถ้าไม่ไปคงต้องขอแรงซุนหลิงช่วยดูแลที่นี่”

เก้าหัวเราะหึ แกล้งถาม “เมียนายคนใหญ่จะยอมหรือ”

สุ้ยไถ่รู้ดีว่าพ่อบ้านเก่าแก่หมายถึงเจียอิง

ถอนใจยาวเหนื่อยหน่าย “ต้องยอมครับ”

ซินแสกับเก้ามองหน้ากันยิ้มๆ รู้ดีว่าหากเป็นแบบนั้นเรื่องคงไม่ง่าย กระนั้นก็ไม่กังวลเพราะเชื่อว่าสุ้ยไถ่จะควบคุมสถานการณ์และจัดการเจียอิงได้อยู่หมัดเหมือนที่เป็นมาตลอด

สุ้ยไถ่จะออกจากห้อง เก้าเพิ่งนึกได้รั้งไว้เพราะซุนหลิงฝากข้อความถึงเขา

“คุณหนูซุนหลิงฝากบอกไว้ มีคนอยากพบนายคนใหญ่ที่โรงแรมเช้าวันแต่งงาน เขาจะรออยู่”

“ใครกันหรืออาเก้า”

“อั๊วก็ไม่รู้เหมือนกันซินแส คุณหนูซุนหลิงบอกนายคนใหญ่จะเข้าใจ”

เก้าหันไปมองด้วยความอยากรู้ สุ้ยไถ่พยักหน้าขรึมๆ

“ฉันเข้าใจ”

จบคำก็หมุนตัวออกจากห้อง ไม่ได้ตอบ

คำถามหรือขยายความให้ซินแสกับเก้าฟังแต่พึมพำถึงซุนหลิงแทน

“ซุนหลิง...เธอคงดีใจ พอฉันพาเจียอิงไปแล้วเธอจะได้พาแม่พาน้องมาเยี่ยมพ่อเธอได้สะดวกขึ้น บ้านอันซินก็จะค่อยๆคืนสู่ปกติ ตอนนั้นมาถึงเธอยังจะจำนายคนใหญ่คนนี้ได้อยู่ไหม”

ooooooo

ซุนหลิงเข้าใจเจตนาของสุ้ยไถ่ รู้ดีว่าเขาสละตัวเองเพื่อเธอและสมาชิกครอบครัวคนอื่น ฟานก็เข้าใจแต่ยังทำใจไม่ได้ที่นายคนใหญ่ตระกูลปึงต้องแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจอย่างเจียอิง

“วันจันทร์หน้านี้แล้วน่ะสินะงานแต่งนายคนใหญ่ กับแม่นั่น ทำไมต้องรีบต้องด่วนปุบปับกันขนาดนี้ด้วย”

“อ้าวเหรอ นายใหญ่เขาก็มีเหตุผลแหละเจ๊”

“เหตุผลอะไร จนป่านนี้ฉันยังไม่เห็นจะเข้าใจเหตุผลนายคนใหญ่ที่จะต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเลย ให้ตาย...ไม่อยากจะคิดหรอกนะ รีบแต่งแบบนี้เนี่ยหรือจะไปพลาดท่าทำแม่นั่น...”

ฟานหุบปากฉับเมื่อคิดได้ว่ากำลังพูดเรื่องไม่ควร ซุนหลิงไม่ได้ว่าอะไรแต่สีหน้าเจื่อนลงจนแม่บ้านเก่าแก่รู้สึกผิด รีบขอตัวไปทำงานอย่างอื่น ทิ้งเด็กสาว ให้นั่งอ่านหนังสือในห้องตามลำพัง ไม่รู้ตัวกันเลยว่าเหลาไท่แอบเห็นและได้ยินทุกอย่าง ละเหี่ยใจไม่ต่างจากซุนหลิงกับฟานแต่ก็ห้ามหลานชายคนโตไม่ได้...


เจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมไม่สนใจใครทั้งนั้น มีความสุขมากที่แผนทุกอย่างสำเร็จด้วยดีและ

วันพรุ่งนี้ก็คือวันสำคัญ...วันแต่งงานของเธอกับสุ้ยไถ่ หญิงสาวคว้ารูปเหมยมากอด รำพึงรำพันถึง

“พรุ่งนี้แล้วนะ เจียอิงลูกสาวม้าจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวยืนในโบสถ์ต่อหน้าเขา...คนที่หนูใฝ่ฝันและต้องการมาตลอดไงม้า นายคนใหญ่ตระกูลปึง...หนูกำลังจะเป็นภรรยาของเขาแล้ว”

พลันรอยยิ้มสุขสมกลายเป็นใบหน้าบูดเบี้ยวเมื่อคิดถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อน

“เราเคยอยู่ในบ้านหลังนี้ฐานะไม่ต่างกับ

คนรับใช้ ถูกพวกมันดูถูกโขกสับ ยืนตาละห้อยมองดูพวกมันมีความสุข แต่วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกมันรวมทั้งชายคนนี้ที่หนูหลงรักตกมาอยู่ในกำมือหนูคนเดียวแล้ว  แต่ทำไม...ทำไมแม่ถึงไม่อยู่กับหนู 

หนูคิดถึงม้า ม้าได้ยินใช่ไหม หนูรักม้า”

เจียอิงตะโกนบอกเหมย แม่ผู้ล่วงลับอย่างบ้าคลั่ง อารมณ์ผันผวนอย่างหนัก จากร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจกลายเป็นรอยยิ้มดีใจอีกครั้ง

“ม้ารับปากแล้วนะ ไปนะม้า...ไปดูเจียอิง

ที่สวยที่สุดในชีวิตต่อหน้าพวกมันตระกูลฟัง!”

ooooooo

แม้จะมั่นใจว่าพรุ่งนี้ตนจะได้ครอบครองสุ้ยไถ่อย่างชอบธรรม กระนั้นเจียอิงก็อดระแวงไม่ได้ ตัดสินใจนำน้ำหอมไปมอบให้เขาใช้ตอนทำพิธี สุ้ยไถ่ตอบรับแบบขอไปที ไม่ปฏิเสธเพราะไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่

คืนก่อนแต่งงานของสุ้ยไถ่กับเจียอิง ส่งไห้เรียกเหลียงมาพบขอให้ทำเรื่องสำคัญคือพาสุ้ยไถ่มาพบเขาที่โรงแรมก่อนพิธีจะเริ่มตอนเช้าเพื่อที่เขาจะได้สลับตัวกับพี่ชายฝาแฝด

เหลียงตะลึงกับแผนการแต่ก็อยากรู้เหตุผลของส่งไห้

“ทำไมล่ะครับนายน้อย”

“พี่ใหญ่ทำเพื่อฉันมามากแล้ว ในเมื่อตอนนี้ฉันก็ไม่มีใคร อ้ายผิงตายไปแล้ว ทำไมฉันจะทดแทนให้เขาไม่ได้ ชีวิตเขาควรได้สมหวังกับคนที่เขารักแทนที่จะจมปลักกับผู้หญิงชั่วๆคนหนึ่ง”

“ใครหรือครับ”

“ถึงเขาไม่พูดแต่ฉันรู้ว่าสุ้ยไถ่รักซุนหลิง”

คำตอบของส่งไห้ทำให้เหลียงอึ้งไม่น้อย ส่งไห้ไม่สนโพล่งสิ่งที่คิดมาตลอด

“หากเจียอิงทำซุนหลิงเจ็บ สุ้ยไถ่ย่อมเจ็บปวดไปด้วย”

“ทำแบบนี้แล้วนายน้อยคิดว่าคุณเจียอิงจะไม่ทราบหรือว่าใครเป็นใคร”

ส่งไห้ไม่ได้ตอบคำถามเหลียงแต่ยิ้มมีเลศนัยราวจะบอกให้รอดูพรุ่งนี้ เขากับสุ้ยไถ่เป็นแฝดที่หน้าตาเหมือนกันมาก หากไม่ใช่คนใกล้ชิดคงแยกไม่ออกและเขาก็เชื่อว่าเจียอิงคงแยกพวกเขาออกจากกันไม่ได้แน่

ในที่สุดเช้าวันแต่งงานก็มาถึง เจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอมตื่นมาแต่งหน้าทำผมแต่เช้า เช่นเดียวกับสุ้ยไถ่ที่ตรวจดูความเรียบร้อยทุกอย่างก่อนขอตัวล่วงหน้าไปรอที่โบสถ์

เจียอิงในชุดแต่งงานแสนสวยไม่ได้รั้งเขาไว้แต่ทิ้งท้ายอย่างอ่อนหวาน

“น้องอยากบอกว่าน้องมีความสุขที่สุดที่เรามีวันนี้ น้องจะเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์  ไม่ทำให้พี่ต้องผิดหวังเป็นอันขาด เราจะมีกันและกันไปจนตาย”

สุ้ยไถ่ได้แต่พยักหน้ารับ ปวดร้าวในอกเหลือจะกล่าวเพราะใกล้เวลาหมดอิสรภาพเข้ามาทุกที ชายหนุ่มฉีดน้ำหอมที่เจียอิงให้ไว้เมื่อคืนแล้วแวะไปอำลาเหลาไท่ที่บ้านเทียนซั่งเป็นครั้งสุดท้าย

เหลาไท่กอดหลานชายคนโตแน่น เศร้ามากแต่ก็ภาคภูมิใจในตัวเขาด้วย

“ย่าจะไม่ถามว่ามันคุ้มหรือไม่ เพราะรู้ว่าหลานตั้งใจทำและคงไม่มีใครเปลี่ยนใจหลานได้”

“ผมถือโอกาสมาลาเหลาไท่เพราะที่งานเราอาจไม่มีโอกาสได้พูดกัน เสร็จพิธีแล้วผมจะไปสนามบินเลยครับ”

“ย่าขอให้เธอโชคดีและมีความสุข”

สุ้ยไถ่ก้มกราบย่าด้วยความรักและอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เสียงเซียวหรือขลุ่ยจีนจะลอยเข้าหู เหลาไท่ยิ้มบางๆแล้วบอกว่าคงเป็นซุนหลิง สุ้ยไถ่ไม่รอช้าเดินตามเสียงขลุ่ยไปหาทันที

ซุนหลิงเพิ่งให้หงแต่งตัวและแต่งหน้าเสร็จจึงออกมาเป่าขลุ่ยเล่น สุ้ยไถ่ตะลึงในความสวยสดงดงามของเด็กสาวแต่ที่ทำได้ก็แค่เอ่ยชมฝีมือเป่าขลุ่ยของเธอ

“เธอเป่าเก่งขึ้นมาก”

“ฉันจะต้องเก่งกว่านี้ เก่งทุกอย่าง...ในทางที่ดี”

น้ำเสียงสั่นๆสื่อความหมายได้หลายอย่าง สุ้ยไถ่อดใจไม่ไหวเดินไปประจันหน้าเด็กสาว

“เธอจะทำให้ฉันชื่นใจ”

“นายคนใหญ่...ฉันขออวยพรคุณตรงนี้นะคะ”

“ขอบใจ เธอเข้าใจฉันใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ ฉันยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมนายคนใหญ่ต้องทำเช่นนั้น แต่ฉันเชื่อว่านายคนใหญ่คิดรอบคอบแล้ว”

สุ้ยไถ่ถอนใจยาวก่อนเอ่ยถึงสภาพจิตใจของเจียอิงที่มีปัญหาเกินจะเยียวยา

“เขาเหมือนแก้วที่พร่องน้ำและฉันพยายามเติมน้ำให้พอดี ไม่หกล้มทำความเปรอะเปื้อนให้สิ่งที่รองรับ มันอาจจะผิดหรือถูกไม่รู้ได้ แต่ถ้าเป็นเธอมีคนวิ่งมาหกล้มตรงหน้าเธอก็คงต้องช่วยเหมือนกันใช่ไหม”

“แต่หากคนคนนั้นหกล้มจากการฉกชิงวิ่งราวเราสมควรช่วยด้วยหรือคะ”

“ซุนหลิง...พอถึงเวลานั้นฉันเชื่อว่าเธอก็คงจะลืมทุกเรื่องและช่วยเขาอยู่ดี”

“ฉันรู้อย่างเดียว นายคนใหญ่ทำเพื่อเราทุกคน ในความโชคร้ายของเขา...เขาก็ยังโชคดี”

ซุนหลิงหมายถึงการที่เจียอิงได้ครอบครองเขาสมใจ สุ้ยไถ่สะเทือนใจมากอยากปลอบแต่เธอก็โพล่งตัดหน้า

“ขอบคุณค่ะนายคนใหญ่ สำหรับทุกอย่าง”

พูดจบก็ก้มตัวคำนับเขาเป็นครั้งสุดท้าย สุ้ยไถ่อึ้งมาก อยากดึงตัวมากอดแต่รู้ดีว่าทำไม่ได้ ได้แต่ผละจากไปแบบไม่เหลียวหลัง กลัวใจตัวเองจะอ่อนและยกเลิกเรื่องทั้งหมด

ooooooo

เหลียงมาทำหน้าที่รับส่งสุ้ยไถ่ตามคำสั่งส่งไห้ สุ้ยไถ่แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นหน้าคนสนิทแต่ไม่พูดอะไรนอกจากถามถึงส่งไห้ เหลียงไม่ได้บอกอะไรมากนอกจากพาเจ้านายคนใหญ่ไปหาเจ้านายคนเล็กอึดใจต่อมา

ฟู่กุ้ยมารอรับสุ้ยไถ่หน้าโรงแรม เหลียงจึงเลี่ยงไม่ไปข้างบนห้องด้วยเพราะรู้ดีว่าส่งไห้มีแผนสลับตัวกับสุ้ยไถ่ สุ้ยไถ่ไม่ติดใจสงสัย รีบไปพบส่งไห้น้องชายฝาแฝดเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องสำคัญ

 ส่งไห้ยืนถือไม้เท้าอันใหม่ของหลินลู่หลานรออยู่แล้ว สุ้ยไถ่ยิ้มบางๆเมื่อเห็นสภาพดีขึ้นมากของน้องชายฝาแฝด ไม่ทรุดโทรมเหมือนไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เชื่อว่าอีกฝ่ายจะดูแลเหลาไท่และบริษัทในเครือทั้งหมดของตระกูลได้ดี ส่งไห้แค่พยักหน้ารับรู้พอเป็นพิธีแล้วเปิดไวน์ที่เตรียมมาเป็นพิเศษฉลองให้พี่ชายฝาแฝด

สุ้ยไถ่รับแก้วไวน์มาจิบก่อนอวยพรน้องชายฝาแฝด

“ฉันเชื่อว่านายต้องทำได้”

ส่งไห้ไม่ตอบรับแต่พูดเรื่องพี่ชายฝาแฝดแทน “นายก็ส่งข่าวมาบ้าง หวังว่านายคงไม่ไปจนสุดหล้า

ฟ้าเขียว ฉันดีใจที่นายจะแต่งงาน แต่ฉันก็ยังคิดว่านายควรแต่งกับคนที่นายรัก”

“ความรักระหว่างหญิงชายมันก็แค่ความฝันอันแสนหวานที่ไม่จีรัง”

“อยากหลอกตัวเองอย่างนั้นก็ตามใจ ไหนๆนายก็จะเป็นฝั่งเป็นฝา วันนี้แขกเหรื่อและคนที่บริษัทคงมาอวยพรกันมากมาย เสียดายที่ฉันไม่ได้ไปด้วยเพราะถ้าเจ้าสาวของนายเห็นฉันยังอยู่เขาอาจตกใจจนเป็นบ้า แต่ช่างเหอะ...ขอให้ฉันได้อวยพรนายที่นี่ก็แล้วกัน”

จบคำก็ยื่นแก้วไวน์ไปชนแก้วของพี่ชาย สุ้ยไถ่ชนด้วย ในใจวูบหวิวด้วยความเสียดายที่คงไม่มีช่วงเวลาแบบนี้อีกนาน ส่งไห้มองออกถึงความทุกข์ใจของพี่ชายฝาแฝด รีบเข้าเรื่องสำคัญ

“ขอบใจนะที่พาอ้ายผิงกลับมาพบฉัน บุญคุณของนายฉันจะไม่มีวันลืม”

“พูดบ้าๆ ระหว่างเรายังจะมีอะไรที่เป็นบุญคุณกันอีก นายก็น้อง อ้ายผิงก็น้อง”

“นายก็รักอ้ายผิงแต่นายเสียสละให้ฉัน ช่วยฉันทุกอย่าง นายทำหน้าที่พี่ที่ดีแล้วแต่ฉันยังไม่ได้ทำหน้าที่น้องเลย”

“อะไรของนาย นายไม่เคยพูดเพราะอย่างนี้เลย ฉันไปนายก็อยู่ดูแลเหลาไท่และทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด”

ส่งไห้ไม่ตอบแต่ชนแก้วให้สุ้ยไถ่ดื่มไวน์อีกครั้ง ก่อนแกล้งแหย่

“รวมทั้งซุนหลิงด้วย สุ้ยไถ่...นายรักซุนหลิง ใช่ไหม”

สุ้ยไถ่ชะงัก อยากพูดปฏิเสธเหมือนเคยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะฤทธิ์ยานอนหลับของส่งไห้ทำงานแล้ว!

ร่างของสุ้ยไถ่ทรุดกับพื้น ฟู่กุ้ยโผล่มาช่วยประคองหลังจากนั้น จัดที่จัดทางในห้องให้เรียบร้อย ส่วนส่งไห้ก็สวมรอยเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวทุกอย่างของพี่ชายฝาแฝดไปเป็นเจ้าบ่าวของเจียอิงแทน

“นายทำให้ฉันมามากแล้ว ขอให้ฉันได้ตอบแทนนายบ้างเถอะ”

ooooooo

บรรยากาศภายในงานแต่งงานของสุ้ยไถ่กับอ้ายผิงเต็มไปด้วยความแช่มชื่น โดยเฉพาะเจ้าสาวที่ใบหน้ามีแต่รอยยิ้มเพราะทุกอย่างที่เธอปรารถนาเป็นจริงแล้ววันนี้

หมอโซวแฝงตัวมาร่วมงานด้วย โชคดีไม่มีใครเห็นเขา แม้แต่ซุนหลิงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาอย่างบอกไม่ถูกก็จำเขาไม่ได้ หมอหนุ่มเลือกนั่งแถวหลังเฝ้าจับตาเจียอิงในชุดเจ้าสาวเงียบๆ ในหัวมโนภาพงานแต่งระหว่างเธอกับเขา น้ำตาลูกผู้ชายไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ พลันภาพมโนก็เลือนหายพร้อมเสียงเพลงบอกว่าพิธีกำลังจะเริ่ม

ส่งไห้ในคราบสุ้ยไถ่ถือไม้เท้าเข้ามาในงานเมื่อถึงกำหนดเริ่มพิธี เจียอิงนิ่วหน้ามองมาด้วยความสงสัยเพราะจำได้ว่าสุ้ยไถ่ไม่เคยใช้ไม้เท้า กระนั้นก็ไม่มีโอกาสถามเพราะบาทหลวงเริ่มพิธีก่อน

พิธีดำเนินจนเกือบเรียบร้อย บ่าวสาวกล่าวคำสาบานเพื่อเป็นสามีภรรยาแต่จู่ๆหมอโซวก็ปรากฏตัวและขอคัดค้านงานแต่งของทั้งคู่พร้อมแฉความจริงเกี่ยวกับเจ้าสาว

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ฟังอ้ายผิงแต่เป็นจูเจียอิง เป็นเมียของหมอเฉินโซวที่หมอเฉินโซวผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าให้”

เจียอิงช็อกมาก นอกจากหมอโซวจะยังมีชีวิตยังโผล่มาทำลายความฝันของเธอทั้งหมด หญิงสาวกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง แขกเหรื่อแตกตื่นเพราะหมอโซวไม่ใช่แค่แฉเจ้าสาวแต่ควักปืนเล็งที่เธอด้วย

“เจียอิง...ผมจะมาตายกับคุณ”

ขาดคำก็ลั่นกระสุนใส่เจียอิงก่อนจบชีวิตตัวเองตายตาม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่มีใครตั้งตัวทัน เพียงเสี้ยวนาทีงานแต่งงานสวยหรูก็กลายเป็นฝันร้ายที่ทุกคนในตระกูลฟังกับตระกูลปึงจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต...

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายเดือนหลังโศกนาฏ-กรรมในงานแต่งระหว่างสุ้ยไถ่กับเจียอิงหรืออ้ายผิงตัวปลอม เจียอิงตายพร้อมหมอโซวในงานกลายเป็นภาพติดตาและเป็นข่าวใหญ่อยู่หลายวัน แผนของทุกคนถูกเปิดเผยแต่ไม่มีใครพูดถึงนอกจากพยายามลืมอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่

บ้านอันซินของตระกูลฟังกลับมามีชีวิตชีวา เซียะเนี้ยอาการดีขึ้น หลังออกจากโรงพยาบาลก็ละทิฐิให้หงกับซุนเหมยกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง รวมทั้งเม่ยหลานกับซันที่เธอให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันในฐานะทายาทคนเดียวของเสียนซึ่งตายจากการถูกลียิงตกทะเลเมื่อหลายเดือนก่อน

ซุนเหมยสอบชิงทุนไปเรียนที่อังกฤษได้ต้องไปเรียนภาษาล่วงหน้าหลายเดือน เซียะเนี้ยยินดีด้วยแต่ไม่วายเป็นห่วงซุนหลิงที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนต่อด้านไหน หงก็ไม่รู้เรื่อง รู้แค่ว่าลูกสาวคนโตอยากไปเรียนต่อที่เมืองจีน

“เขาขาดเหลืออะไรก็บอกฉันนะ ถ้าตอนนี้เขาไม่ได้ไปอยู่กับเหลาไท่ฉันก็อยากจะส่งเสียเขา”

หงดีใจมากที่เซียะเนี้ยเอ็นดูลูกสาวทั้งสอง เหลาไท่ก็เช่นกัน หมดห่วงเรื่องซุนหลิงแต่ก็ลุ้นอยากให้สุ้ยไถ่เปิดใจอย่างจริงจังกับเด็กสาวเพราะดูออกว่าทั้งสองมีใจให้กัน

สุ้ยไถ่บ่ายเบี่ยงเพราะเขินและไม่อยากตัดอนาคตซุนหลิง ส่งไห้รำคาญความฟอร์มจัดของพี่ชายฝาแฝดมากยุให้สารภาพก่อนซุนหลิงไปเรียนต่อแต่สุ้ยไถ่ก็ไม่ยอมทำ

ส่งไห้ปล่อยให้เรื่องหัวใจของสุ้ยไถ่พี่ชายฝาแฝดเป็นไปตามธรรมชาติ ส่วนตัวเองตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหลินลู่หลาน อดีตพยาบาลสาวที่ดูแลเขาด้วยความห่วงใยจากใจจริงมาตลอด เขาเดินทางไปฮ่องกงไม่นานหลังจากนั้นเพื่อสานสัมพันธ์กับเธอ

หลินลู่หลานอึ้งมากและตั้งตัวไม่ติด อยากปฏิเสธเพราะยังตัดใจลืมหมอโซวไม่ได้ แต่พลันข้อความในจดหมายของอดีตแฟนหนุ่มก็ผุดในหัว หมอโซวอยากให้เธอเริ่มต้นใหม่หากอยากให้เขามีความสุข หลินลู่หลานลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมเสี่ยงอีกครั้งเปิดโอกาสให้ส่งไห้ได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของเธอบ้าง

ooooooo

ส่งไห้ไม่ได้อยู่เมืองไทยวันที่ซุนหลิงเดินทางไปเรียนต่อที่เมืองจีิน หงไปส่งลูกสาวคนโตโดยมีเหลาไท่กับสุ้ยไถ่ตามมาส่งด้วย หลังจากร่ำลาแม่แล้วเด็กสาวก็เดินมากราบลาเหลาไท่

“ตั้งใจเรียนนะ แล้วรีบกลับมา ฉันจะรอวันกลับมาของเธอ”

“หนูขอบพระคุณเหลาไท่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ แล้วหนูฝากม้าด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องห่วง ฉันกับนายคนใหญ่จะช่วยดูแลครอบครัวหนูอย่างดี มีเวลาก็โทร.หาฉันบ้าง”

พูดจบก็บุ้ยใบ้ไปทางสุ้ยไถ่ที่ยืนรอหน้านิ่งไม่ไกลกันนั้น ทันทีที่ซุนหลิงเดินมาใกล้สุ้ยไถ่ก็จับมือเธอพาเดินไปส่งถึงบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง

“ฉันส่งเธอได้แค่นี้”

“ขอบคุณค่ะนายคนใหญ่”

ซุนหลิงน้ำตาคลอ พนมมือไหว้ลาเขาแล้วคว้าหนังสือเดินทางมาถือไว้ สุ้ยไถ่มองตามตาละห้อย ก่อนอดใจไม่ไหวขยับไปขวางเธอไว้แล้วถอดแว่นกันแดดที่ตนสวมไว้ตลอดให้เธอเห็นความรู้สึกที่อยู่ในใจ

“ฉันอยากบอกเธอว่าในวันที่เธอกลับมา ไม่ว่าจะนานกี่เดือนกี่ปี เธอจะกลับมาคนเดียวหรือมีใครมาด้วย ฉันก็จะมายืนอยู่ตรงนี้...รอเธอ”

คำสารภาพง่ายๆแต่กินใจของเขาทำให้ซุนหลิงหัวใจพองโต อยากโถมตัวกอดเขาใจแทบขาดแล้วบอกว่าเธอจะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเขาแต่ก็หักห้ามใจไว้แล้วมองเขาหมุนตัวกลับออกไปด้วยแววตาอาลัยสุดหัวใจ...

วันเวลาผ่านไปอีกห้าปี ซุนเหมยเรียนจบและกลับมาบริหารกิจการตระกูลฟังเต็มตัว ซันลูกชายของเสียนก็โตพอจะเข้าโรงเรียนได้แล้ว เซียะเนี้ยเปลี่ยนไปมาก ไม่ใจร้ายเหมือนเดิมแต่ช่วยกันกับหงดูแลเจ้าสัวฟังและทุกอย่างในบ้านอันซินให้รุ่งเรืองอีกครั้งเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

ซุนหลิงเพิ่งเรียนจบและกลับมาเมืองไทยเร็วกว่ากำหนด ระยะเวลาห้าปีทำให้เด็กสาวโตขึ้นมาก  กลายเป็นหญิงสาวที่สวยและงดงามทั้งร่างกายและจิตใจโดยมีสุ้ยไถ่เฝ้าดูด้วยความชื่นชมและเป็นห่วงตลอด

ทั้งเซียะเนี้ยและเหลาไท่อยากให้สุ้ยไถ่กับซุนหลิงลงเอยกันสักที เช่นเดียวกับส่งไห้ที่เวลานี้กลายเป็นคุณพ่อลูกสองเพราะแต่งงานกับหลินลู่หลานเมื่อหลายปีก่อน

สุ้ยไถ่ก็ไม่อยากรออีกต่อไป ทันทีที่รู้ข่าวว่าซุนหลิงกลับถึงเมืองไทยก็วางแผนร่วมกับทุกคนไปเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกับเธอที่คลินิกเดิมของเจ้าสัวฟังเพราะซุนหลิงเรียนจบแพทย์เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อ

ซุนหลิงตกใจมากเมื่อเห็นสุ้ยไถ่ยืนถือดอกไม้ช่อโตรอเธอด้านหน้าคลินิก

“สำหรับคุณหมอซุนหลิงคนเก่ง”

ไม่ใช่แค่สุ้ยไถ่แต่สมาชิกตระกูลฟังกับตระกูลปึงก็มารวมตัวเป็นพยานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สุ้ยไถ่จึงถือโอกาสนี้คุกเข่าถือแหวนขอซุนหลิงแต่งงาน

“อยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตนะ ได้โปรด...แต่งงานกับพี่ได้แล้วนะครับ”

ซุนหลิงหน้าแดงก่ำแต่ก็ตอบตกลงแต่งงานกับเขา กองเชียร์สองตระกูลชอบใจมากร้องเชียร์ให้จูบเพื่อยืนยัน สุ้ยไถ่ทำตามด้วยความเต็มใจพร้อมกระซิบบอกว่าที่เจ้าสาว

“ฉันรักเธอ...ดวงใจของพี่”

เสียงปรบมือดังลั่นหลังจากนั้น สุ้ยไถ่กับซุนหลิงสบตากันเขินๆ หัวใจเปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะในที่สุดความรักซึมลึกที่รอมานานก็สมหวังสักที

ooooooo

–อวสาน–


ละครสวยซ่อนคม ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านสวยซ่อนคม ติดตามสวยซ่อนคม ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศรัณย์ ศิริลักษณ์, รมิดา ธีรพัฒน์, กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า 10 ส.ค. 2562 09:44 2019-08-13T03:08:02+00:00 ไทยรัฐ