ตอนที่ 3
หนึ่งแวะซื้อยากับสำลีมาทำแผลให้ยิ่งยวด อดถามเขาไม่ได้ทำไมถึงไม่หนีทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ เขาอยากให้เธอรู้ว่าเขาดูแลเธอได้ เธอขอโทษแทนเพื่อนด้วย สินธพเป็นเพื่อนของเธอตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แล้วตัดสินใจเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสินธพให้ฟัง เขายกมือห้ามไว้
“ช่างเถอะ ผมเคยบอกคุณแล้วไง ผมไม่สนใจว่าอดีตคุณเป็นอย่างไร”
“แต่ถ้าคุณรู้ คุณอาจไม่อยากเจอฉันอีก”
ยิ่งยวดจับมือหนึ่งไว้ “ผมก็มีอดีตไม่ดีนักหรอก ที่ผมหย่าไม่ใช่ที่บ้านของเราเข้ากันไม่ได้ แต่เรื่องบนเตียงเราไม่แมตช์กัน ไม่ใช่ว่าผมติดเซ็กซ์
แต่มันก็เป็นเรื่องจำเป็น ผมอยากได้เมียไม่ใช่แม่ ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากพูดถึงมันอีก ขอให้เชื่อใจผม ...ผมรักคุณที่เป็นคุณ อะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจลืมให้หมดเราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน” พูดจบเขาจูงมือเธอไปหยุดที่มุมสวยมุมหนึ่งของสวนสาธารณะ หยิบกล่องแหวนเพชรมาเปิดตรงหน้าเธอ
“คืนนี้ผมตั้งใจจะชวนคุณไปดื่มต่อร้านที่เราเจอกันครั้งแรก กะจะคุกเข่าขอแต่งงานตอนเพลงรักเพราะๆ แต่หน้าผมเยิน ผิดแผนซะก่อน”
“ไม่เอา...กลับเถอะ” หนึ่งเขินไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ยิ่งยวดจับมือเธอไว้
“หลังจากเราอยู่ด้วยกันทั้งคืน ตื่นเช้าไปใส่บาตร ผมกลับไปนอนคิดทั้งวันว่าผมเจอแล้วใช่ไหม คุณคือคนที่ผมอยากให้เป็นแม่ของลูก คนที่ผมจะอยู่ด้วยจนลมหายใจสุดท้าย...แต่งงานกับผมนะครับ” ยิ่งยวดคุกเข่าลงตรงหน้า หนึ่งน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ ก่อนจะพยักหน้ารับคำ เขาค่อยสวมแหวนเพชรให้ เธอมองแหวนที่นิ้ว ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีช่วงเวลาแบบนี้ ยิ่งยวดสวมกอดเธอไว้ สองคนกอดกันอย่างมีความสุข
ooooooo
คุณน้อยตื่นเต้นมากเมื่อสองเล่าให้ฟังว่าศานต์จะขอแต่งงาน แบบนี้ต้องโทร.บอกคุณพ่อกับคุณแม่ให้ลงมางานเปิดแกลเลอรีของสองให้ได้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาพวกท่าน สองร้องห้ามไว้
“คุณน้อยอย่าโทร.บอกเรื่องแต่งงานนะ พี่เคยบอกคุณน้อยแล้วไง พี่ไม่ได้คิดอะไรกับศานต์”
คุณใหญ่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ต่อว่าสองว่าตกลงเป็นคนอย่างไรกันแน่ เห็นไปมาหาสู่กับศานต์ แล้วจะมาพูดว่าไม่ชอบเขาได้อย่างไร แบบนี้โลเลชัดๆ เธอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้โลเล ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอวางตัวกับศานต์อย่างเพื่อนไม่เคยทำตัวให้เสียหาย แต่ใครจะคิดอย่างไร เธอคงห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้
“นี่เธอกำลังว่าฉันเข้าใจผิดคิดไปเองหรือฉันสาระแนเรื่องเธองั้นสิ”
“ถ้าสองพูดจาให้คุณใหญ่เข้าใจผิด สองขอโทษนะคะ” ว่าแล้วสองยกมือไหว้










