ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิงฟ้าแปลกใจเมื่อเห็นเมฆเป็นห่วงเป็นใยตะวันฉาย ถึงขนาดผละจากเธอไปดูแลที่เดินชนประตู แถมยังจะพาไปใส่ยาด้วยตัวเอง จนเธอต้องมายืนขวาง

“เธอไปหายาใส่เองได้ไหม”

ตะวันฉายตอบว่าได้ครับ แต่เมฆไม่ยอม โอบไหล่เธอพาเดินไป อิงฟ้าโกรธสุดๆ โวยจะบ้าหรือนั่นก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก เมฆไม่สนใจพาตะวันฉายมาที่ห้องรับแขกหายาหม่องมาทาหัวที่ปูด

“ฟ้าว่าให้ซันทายาเองก็ได้” อิงฟ้าไม่พอใจอย่างมาก

“ไม่ได้หรอก ผมต้องดูแลซันให้เหมือนกับที่เขาดูแลหมอกอย่างดี คนอย่างผมใครดีต้องดีตอบ ถ้าใครไม่ดีผมจะไม่ดีด้วย”

อิงฟ้ารู้ว่าโดนเหน็บ สะบัดหน้าเดินไป เมฆวางมือจากการทายา ตะวันฉายร้องอ้าว...กำลังเพลิน สีหน้าเมฆเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ว่าเธออย่าทะลึ่ง

“อ้าว...คุณเมฆอารมณ์ไม่ดีมาว่าผมซะงั้น”

“ใครบอกว่าฉันอารมณ์ไม่ดี”

“ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ครับ”

เมฆขัดใจเอามะเหงกเขกหัวเบาๆแต่ตะวันฉายร้องลั่น เขายิ้มกวนประสาทใส่ก่อนจะเดินไป เธอสบถแล้วรีบปิดปากตัวเอง เกรงเขาได้ยินว่าทำเสียงผู้หญิงอีก...จากนั้น เมฆล็อกห้องซ้อมดนตรีตลอดวัน อิงฟ้าเคาะเรียกเท่าไหร่ เขาก็ไม่สนใจ จนเธอรามือไปเอง

เนื่องจากเก่งมีร่างเตี้ยแคระ ปีนบันไดเพื่อตัดต้นไม้ จึงดูยักแย่ยักยัน ตะวันฉายเข้ามาช่วยแล้วทั้งสองแกล้งโยนเศษกิ่งไม้ใส่กัน เผอิญอิงฟ้าเดินมา ก็โดนเศษกิ่งไม้ที่ตะวันฉายปาใส่เก่ง ทั้งสองตกใจรีบขอโทษ...อิงฟ้าโวยเล็กน้อยก่อนจะถามเก่งว่าเมฆมีแฟนใหม่หรือยัง เก่งตอบละเอียดยิบว่าไม่เคยเห็นมีใคร เช้าไปทำงาน เย็นดูแลลูก ค่ำๆก็ไปเล่นดนตรี เธอพอใจเดินกลับไป

ตะวันฉายบ่น “เจ้านายเราเขามีดีอะไร คุณอิงฟ้าถึงต้องกลับมา ถ้าเป็นผมนะ หาคนอื่นดีกว่า ผู้ชายแบบนี้ไม่เห็นน่าสนใจตรงไหน”

“เอ็งพูดอย่างกับเอ็งเป็นผู้หญิงงั้นแหละ”

ตะวันฉายนึกได้รีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร เห็นว่าอิงฟ้าสวย น่าจะหาแฟนใหม่ดีๆไปเลย...เอาตัวรอดมาได้ ตะวันฉายหลบมานั่งพักในห้อง เห็นมือถือมีข้อความจากยุทธการ จึงโทร.กลับไปหา ยุทธการบอกว่า กำลังไปหาที่คอนโดฯพร้อมพ่อกับแม่ เธอตาเหลือกมือถือหล่นจากมือ

“ซัน...ซัน เสียงอะไรน่ะ ซันอยู่หรือเปล่า”

ตะวันฉายเก็บมือถือขึ้นมาคุยต่อ “พี่ยุทธ...คือ พี่ยุทธกับคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งมาหาซันที่คอนโดฯได้ไหม”

ยุทธการถามทำไม เธออ้างว่าห้องรกมาก อายไม่อยากให้เห็น เขาหัวเราะบอกเธอแค่จะรับไปทานข้าวกับพ่อแม่ ตะวันฉายถอนใจอ้างตนยังไม่แน่ใจว่าว่างหรือเปล่า เขาจึงบอกทำงานให้เสร็จ ตัวเขาจะหาที่เดินเล่นรอ

ooooooo

บ่ายมากแล้ว  เมฆออกมาจากห้อง อิงฟ้าปรี่เข้า หาชวนออกไปทานข้าวนอกบ้าน เขาปฏิเสธจะไปรับหมอกแล้วต้องไปเล่นดนตรีอีก เธอจึงขอไปด้วย

“อย่าเลยฟ้า ผมไม่อยากเห็นฟ้าเวลาผมเล่นดนตรีอีก”

เมฆจะเดินหนี อิงฟ้าโผกอดโน้มคอเข้ามาใกล้ กระซิบ...ตนรู้ว่าเขายังรักตน เมฆพยายามดันเธอออกและบอกเธอเข้าใจผิด เธอให้เขาสบตา อิงฟ้าลูบไล้ใบหน้าเมฆจนเขาเกือบเคลิ้ม เผอิญตะวันฉายเดินมาร้องอุ๊ย... อิงฟ้าโกรธมากที่มาขัดจังหวะอีก เธอรีบขอโทษจะเดินไป

“เดี๋ยวสิ เข้ามามีอะไร” เมฆผละจากอิงฟ้า เรียกตะวันฉายไว้

“เอ่อ...คือ ผมปวดหัวครับ เลยจะมาขอไปหาหมอ สงสัยจะกระทบกระเทือนจากที่ชนเมื่อกลางวัน  แล้ว...แล้วตอนนี้ผมก็รู้สึกมีไข้นิดๆ ไม่รู้เป็นผลจากการชนหรือเปล่า”

“มันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เรื่องแบบนี้ทำเป็นเล่นไม่ได้นะครับ อาจจะมีเลือดคั่งก็ได้ ผมเลยจะมาขอไปหาหมอไงครับ” ตะวันฉายพยายามหาข้ออ้าง

อิงฟ้าหมั่นไส้ไล่ให้รีบไปๆเสีย แต่เมฆกลับบอกว่าจะพาไปเองแล้วดึงมือเดินไป อิงฟ้าฉุนในขณะที่ตะวันฉายตกใจปลิวไปตามแรงดึงของเมฆ

ระหว่างนั่งมาในรถ  ตะวันฉายพยายามหาทางออก บอกเมฆว่าตนหายแล้วขอกลับบ้าน แต่เมฆเหมือนรู้ทัน “ไหนๆก็ออกมาแล้ว นายไปรับหมอกกับฉันดีกว่า วันนี้ฉันอยากพาหมอกไปเดินเล่น นายไปด้วยนะ”

ตะวันฉายอึดอัดใจจะทำอย่างไรดี ถึงจะแยกจากเมฆกลับไปรับหน้ายุทธการที่คอนโดฯได้  พอรับหมอกจากโรงเรียนมา เมฆก็แวะร้านอาหารแห่งหนึ่ง  ตะวันฉายร้อนใจรีบป้อนข้าวหมอกให้เสร็จเร็วๆ หมอกร้องว่าตนทานเองได้ เมฆให้เธอทานของเธอไป พลันมือถือตะวันฉายดังขึ้น เธอสะดุ้งหยิบมาดูเห็นชื่อยุทธการ ไม่กล้ารับตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่องไปเลย เมฆมองอย่างสงสัย เธอโกหกว่าพวกขายประกันโทร.มาตื๊อ เมฆดักคอนึกว่ากลัวใครตาม ตะวันฉายแอบมองค้อน

ยุทธการเซ็งที่ตะวันฉายปิดเครื่องหนีอีก จึงโทร.บอกพ่อกับแม่ว่าตัวเองติดราชการ ขอเลื่อนนัดที่จะพาตะวันฉายไปทานข้าวด้วย จากนั้น เขาก็มาปรับทุกข์กับเอวาและนิคที่โรงเรียนดนตรี นิคปลอบว่าเดี๋ยวตะวันฉายก็โทร.กลับมาเอง ยุทธการรู้แต่ก็ข้ามไปอีกวัน เอวาสงสารจึงบอกว่าจะพยายามติดต่อให้แล้วรีบรายงาน

“ขอบใจนะ เอวากับนิคต้องไปเล่นดนตรีแล้วสิ งั้นพี่ไม่กวนล่ะ” ยุทธการจะกลับ

“แล้วพี่ยุทธจะไปไหนล่ะคะ ก็พี่บอกคุณแม่ว่าติดธุระไม่ใช่เหรอคะ”

ยุทธการนิ่งคิด เอวาชวนไปฟังพวกตนเล่นดนตรีที่ผับ...ขณะเดียวกัน ตะวันฉายพยายามแยกตัวจากเมฆ แต่เขากลับหาว่าเธอจะหนีเที่ยว เธอปฏิเสธเสียหลงว่ากลับบ้านจริงๆ

“ฉันว่าในฐานะพี่เลี้ยง นายควรจะไปดูแลหมอกที่ผับด้วยนะ” เมฆลากตะวันฉายขึ้นรถจนได้

พอรถเมฆแล่นมาจอดหน้าผับ ทั้งสามลงจากรถ ทันใด รถยุทธการแล่นมาจอดข้างๆ ตะวันฉายตกใจรีบหันหลังให้ ยุทธการลงจากรถมายืนรอรถเอวา เกิดเมฆเรียกซันให้ยกกระเป๋าลงด้วย ยุทธการสะดุดหูหันมามอง เธอรีบหันหนี มุดหน้าเข้ารถทันที

“พี่เอวามาแล้ว...” หมอกชี้

พลัน เอวาเบรกรถจนนิคหัวทิ่ม เมื่อเห็นตะวันฉายมากับเมฆ “ทำไงดีล่ะแก...”

“แกเข้าไปจอดก่อน เดี๋ยวฉันไปประกบพี่เมฆกับไอ้ซันเอง แกก็ไปหาพี่ยุทธ” นิคแนะนำ

พอรถจอด นิครีบลงจากรถมายืนบังตะวันฉายไว้ไม่ให้ยุทธการเห็น เมฆถามนิคว่าเอวามีเพื่อนมาด้วยหรือ เขาตอบว่าใช่ เป็นรุ่นพี่มาทานข้าว ส่วนเอวาก็บอกยุทธการว่า เมฆเป็นรุ่นพี่ในวง ต่างพากันเดินเข้าผับ... ยุทธการอดถามเอวาไม่ได้ ว่าเขาได้ยินเมฆเรียกชื่อซัน เอวาสะดุ้ง

“เอ่อ...ค่ะ แต่ซันคนนี้เขาเป็นผู้ชายนะคะ เป็นพี่เลี้ยงลูกของรุ่นพี่เอวาค่ะ”

“เป็นผู้ชายเหรอ เขาดูตัวเล็กบางๆเหมือนผู้หญิง ตอนแรกพี่เห็นแวบๆนึกว่าเป็นซันเลย”

“โห พี่ยุทธ นี่คิดถึงซันจนมองผู้ชายเป็นมันไปแล้วเหรอคะ” เอวาหัวเราะกลบเกลื่อน

ยุทธการพลอยหัวเราะไปด้วย กำชับอย่าไปบอกตะวันฉาย เอวาลอบเป่าปากโล่งใจ...ด้านเมฆอยากเทกแคร์เพื่อนน้อง จึงบอกนิคว่า ตนไม่ค่อยได้ใช้สิทธิ์ส่วนลดให้ใคร ตนจะไปบอกเอวาให้ใช้สิทธิ์ตนกับเพื่อนเธอ นิคจะห้ามแต่ไม่ทัน เมฆเดินลิ่วออกไป ตะวันฉายเครียด

“อีตานี่ก็จุ้นเหมือนกันนะ...แกว่าสองคนนั่นจะคุยอะไรกันวะ”

“ไม่รู้ว่ะ แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่อยากให้สองคนนั่นรู้จักกันเลย”

ตะวันฉายชักเห็นด้วย นิคแนะให้เธอรีบหาข้อมูลธีรภพไวๆ ก่อนที่ความจะแตก

ooooooo

อิงฟ้าพยายามกดโทรศัพท์หาเมฆ แต่เขาปิดเครื่อง เธอหงุดหงิดมาถามเก่งว่าเมฆมักจะพาหมอกไปที่ผับด้วยหรือ เก่งตอบว่าเฉพาะเวลาไม่มีพี่เลี้ยง แต่วันนี้คงหาหมอแล้วเลยพากันไปหมด อิงฟ้าเจ็บใจเข้ามาเดินสำรวจห้องนอนเมฆ เข่นเขี้ยว อีกไม่นานตนจะย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้

ยุทธการทานข้าวเสร็จ เอวารีบถามว่าเขาจะกลับบ้านเลยหรือ เขากลับบอกว่าจะไปดูตะวันฉายที่คอนโดฯ คิดว่าน่าจะกลับมาแล้ว เอวาฝืนยิ้มอวยพรให้ขับรถดีๆ แล้วรีบเดินมาหาตะวันฉาย บอกให้โทร.หายุทธการก่อนที่เขาจะไปถึงคอนโดฯเธอ ตะวันฉายบ่น

“ตอนไหนล่ะ แกก็เห็นนี่นา นายนั่นประกบฉันติดตลอดเวลาเลย”

เอวาแนะให้ไปโทร.ในห้องนํ้า ตะวันฉายไม่เอา กลัวเมฆตามไปดึงเข้าห้องนํ้าชายอีก เอวาจึงช่วยด้วยการไปเล่นกับหมอกข้างหน้าเมฆ เพื่อให้เพื่อนแยกตัวไป

แต่ยุทธการก็ไปถึงคอนโดฯของตะวันฉายเสียก่อน พนักงานบอกว่าเธอไม่กลับมาหลายวันแล้ว และได้ทิ้งกุญแจห้องไว้ให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด เขายิ่งข้องใจ ก็พอดีตะวันฉายโทร.เข้ามา เขารีบถามว่าเธออยู่ที่ไหน เสร็จธุระหรือยัง

ตะวันฉายเสียงอ่อย “พี่ยุทธ เอ่อ...คือ...ซัน... ต้องขอโทษพี่ยุทธจริงๆ ซันยังติดงานอยู่เลย”

แต่พอยุทธการถามเรื่องที่พนักงานบอกว่าเธอไม่กลับมาหลายวัน และทิ้งกุญแจไว้ให้ทำความสะอาด ตะวันฉายรีบแก้ตัวว่า ตนมีกุญแจสองชุด ฝากไว้ให้แม่บ้านทำความสะอาดชุดหนึ่ง

“พี่เข้าใจแล้ว แล้วพี่จะได้เจอซันหรือเปล่า”

“ไว้ซันเสร็จธุระ ซันจะรีบโทร.เรียกพี่ยุทธมาเลี้ยงข้าวเลยนะ”

ยุทธการยิ้มอย่างมีความหวังอีกครั้ง...ตะวันฉายวางสาย หันมาต้องสะดุ้งเมื่อเจอเมฆยืนอยู่ เขาถามว่าคุยกับกิ๊กหรือ แล้วเอวารู้ไหม เธอรีบปฏิเสธ

“เอาล่ะๆ ฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ ถ้านายจะมีแฟน แต่นายไม่ควรทิ้งหมอกออกมาอย่างนี้”

“ผมเห็นว่าคุณเมฆยังไม่ขึ้นเล่น คงจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหมอกได้ก่อน”

“นายก็เลยสบโอกาส”

ตะวันฉายยืนยันไม่ได้คุยกับแฟนจริงๆ เขาจึงแกล้งถามคุยกับสายโจรหรือ เธอเริ่มโกรธ ประชดคราวหลังถ้าตนคุยกับแฟนหรือโจร จะเปิดสปีกเกอร์–โฟนให้ได้ยิน เมฆว่าพูดแล้วต้องทำ

ooooooo

กลับถึงบ้าน ยุทธการเจอพ่อกับแม่ตำหนิเอาแต่ทำงานจนผิดนัดกับตะวันฉาย ระวังเธอจะไม่รัก เขายิ่งสะเทือนใจไม่รู้จะบอกท่านทั้งสองอย่างไรดี

ด้านตะวันฉายถึงบ้าน เมฆอุ้มหมอกขึ้นห้องให้เธอเตรียมที่นอน เธอพยายามปลุกหมอกไปอาบน้ำแปรงฟัน ก่อน เมฆเห็นลูกหลับสนิทจึงบอกว่าไม่อาบวันเดียวไม่เป็นไร แต่ถึงอย่างไรตะวันฉายก็ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หมอก เมฆรู้สึกดีที่ดูเธอจะห่วงใยลูกเขาอย่างจริงใจ

เมฆเข้าห้องจะอาบน้ำ อิงฟ้าตามเข้ามายั่วยวน เขาพยายามผลักดันเธอออกไปจากห้อง แล้วล็อกประตู อิงฟ้าโกรธ ปฏิญาณจะไม่ละความพยายาม

วันรุ่งขึ้น อิงฟ้าเห็นเมฆนั่งแต่งเพลงอยู่กับเปียโน จึงเข้ามาเล้าโลมลูบไล้กระซิบถาม

“เมฆไม่ไปทำงานเหรอ”

เมฆบอกว่าตนกำลังทำอยู่ เธอหมายถึงงานบริษัท เขาจึงตอบว่าให้วิวัฒน์ดูแลทั้งหมด

“ให้พี่วัฒน์ดูแล เมฆ...ฟ้าไม่เห็นด้วยเลยนะ ฟ้าว่าเมฆกลับไปทำงานเถอะ ให้ฟ้าไปช่วยก็ได้” เมฆสวนไม่จำเป็น อิงฟ้าไม่พอใจ “เมฆ...พี่ธีเป็นคนสร้างบริษัทนี้ขึ้นมานะ จะไปให้หุ้นส่วนที่เล็กกว่าอย่างพี่วัฒน์ดูแลได้ไง”

“พี่ธีสร้างขึ้นมา ฟ้าทำพังและผมกอบกู้ เพราะฉะนั้นฟ้าไม่มีสิทธิ์อะไรอีกแล้ว”

“แต่อย่างน้อยฟ้าก็เป็น...”

“ฟ้าแค่เคยเป็นคนในครอบครัวนี้ เรื่องในบริษัทผมกับพี่ๆที่แทรเวลทีจะดูแลกันเอง”

“เมฆ เราค่อยๆคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่านะ ที่ฟ้า พูดว่าจะช่วยดูแลเพราะฟ้าเป็นห่วง อย่างน้อยให้ฟ้าไปนั่งที่บริษัท แล้วเมฆจะอยู่ที่บ้านก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเมฆพาฟ้าไปบริษัทนะ”

เมฆแกะมืออิงฟ้าที่รั้งแขนออก บอกว่าตนไม่ไปไหนทั้งนั้น เขาลุกเดินหนี...ตะวันฉายกำลังถูบ้านอยู่แถวนั้น เธอยืนงงกับสิ่งที่ได้ยิน พลันคิดได้รีบวิ่งเข้าห้องไปโทรศัพท์นัดเอวากับนิคมาเจอกัน แล้วคว้าดินน้ำมันที่ปั๊มกุญแจไว้แล้วใส่กระเป๋าเสื้อมาด้วย เพราะเข้าใจว่าเมฆเก็บตัวอยู่ในห้อง แต่พอออกมาหน้าบ้านต้องเบรกหัวทิ่ม เจอเมฆยืนอยู่ข้างรถ ถามเสียงเขียวจะไปไหน เธอต้องโกหกว่าไปซื้อกับข้าว เมฆขอไปด้วย

“ก็ไหนคุณเมฆบอกคุณอิงฟ้าเมื่อเช้าว่าจะไม่ไปไหน”

เมฆเอ็ดที่แอบฟัง ตะวันฉายแก้ตัวบังเอิญได้ยิน เขาจึงอธิบายว่าที่บอกไม่ไปคือบริษัท แต่นี่มีนัดอีกแห่ง “เอ...ฉันต้องมาแจงให้นายฟังทำไมวะ ตกลงฉันไปด้วยนะ”

ตะวันฉายพยายามหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไปเอง เมฆเห็นกระเป๋าเสื้อเธอตุงๆจึงจ้องมอง ตะวันฉายตกใจเอามือปิดหน้าอก เขาจึงถามว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เธอนึกได้

“อ๋อ...ดินน้ำมันคุณหมอกครับ ผมเผลอหยิบติดมือมา” ตะวันฉายชูให้เขาดูแล้วรีบเก็บ

เมฆขึ้นรถขับออกไป ตะวันฉายมองจนเห็นรถเขาเลี้ยวพ้นสายตา ก็รีบปิดประตูบ้านออกมาโบกแท็กซี่ หารู้ไม่ว่าเมฆย้อนกลับมาดู แล้วสะกดรอยตาม...ตะวันฉายนัดเอวากับนิคที่ห้างใกล้ๆ พอเจอกันก็รีบเล่าเรื่องที่ได้ยินให้เพื่อนทั้งสองฟัง สองคนข้องใจทำไมต้องสนใจเรื่องของเมฆ ไหนบอกว่าจะเข้าไปสืบเรื่องธีรภพ

“ฉันแค่สงสัยว่านายปากเป็ดนั่นจะต้องทำอะไรพี่ธี จนพี่ธีต้องทิ้งบริษัทไป”

“เฮ้ย...เยอะไปป่ะแก ฉันว่ามันคงไม่โยงกันยุ่งเหมือนนิยายแกหรอก” นิคค่อนขอด

“ว่าไม่ได้นะ พี่ธีก็ไม่อยู่หายสาบสูญแบบนี้ทะเลาะกันแหงๆ นี่เมียอีก กลับมาทั้งทีตานี่ดูไม่อยากให้อยู่บ้านเลยอ่ะ” เห็นเพื่อนเฉย “พวกแกไม่เชื่อฉันใช่ไหม คอยดูสิ ฉันเคยดูคนผิดเหรอ”

“ประจำ!” เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกัน

ตะวันฉายหน้าเสีย เปลี่ยนเรื่องให้นิคเอาดินน้ำมันที่ปั๊มกุญแจมาไปจัดการ แล้วชวนเอวาเดินช็อปปิ้ง เพราะไม่ได้ทำมานาน...สองสาวเข้าร้านเสื้อผ้า เลือกชุดสวยมาจะเข้าห้องลอง พนักงานรีบขัด เข้าได้ทีละคน เอวาให้ตะวันฉายเข้าไปก่อน พนักงานบอกอีกว่านี่ชุด ผู้หญิง เอวาเข้าใจจึงบอกเพื่อนแปลงร่างให้เขาดูหน่อย ตะวันฉายถอดแว่นและวิกผมสั้นออก เอวา

ถามพนักงานยิ้มๆว่า เข้าลองได้แล้วใช่ไหม พนักงานพยักหน้าเหวอๆ

ระหว่างที่เอวานั่งรอ เมฆเข้ามาสะกิด เธอตกใจเผลอถามว่าเขามาทำไม

“ที่นี่มันแถวบ้านพี่ พี่น่าจะต้องถามเอวามากกว่า ว่ามาทำอะไรแถวนี้”

“อ๋อ...พอดีเอวาอยากได้เสื้อตัวนึง เขาบอกว่ามีที่สาขานี้ ก็เลยต้องมาถึงที่นี่ไงคะ แต่พอมาเห็นของจริงแล้ว ไม่ชอบอ่ะค่ะ เอวาไปก่อนนะคะพี่เมฆ”

“แล้วเมื่อกี้พี่เห็นคุยอยู่กับใคร มากับเพื่อนไม่ใช่เหรอ”

เอวานึกได้เกือบทิ้งตะวันฉายเสียแล้ว รีบโกหกว่านิคลองชุดอยู่ ไม่ทันไร นิควิ่งชูกุญแจเข้ามาว่าได้แล้ว เมฆหันขวับไปมอง ต่างชะงัก เมฆถามไหนบอกว่านิคลองชุดอยู่

“นี่มันร้านเสื้อผ้าผู้หญิง นิคจะลองเสื้อได้ยังไงล่ะคะพี่เมฆ” เอวาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

ทันใด ตะวันฉายออกมาจากห้องลอง ในชุดสวยปล่อยผมยาวสยายบ่นเสียงดัง “โอ๊ย...ไม่ได้เป็นตัวเองมาตั้งนาน อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”

เอวากำลังแก้ตัวเรื่องนิค ได้ยินเสียงเพื่อนก็รีบดึงตัวเมฆให้หันไปอีกทาง ตะวันฉายเห็นด้านหลังเมฆจำได้ คว้าถุงใส่เสื้อผ้าเก่าจะวิ่งออกไป พนักงานมาขวางขอค่าชุด เธอนึกได้รีบส่งเงินให้และบอกว่าไม่ต้องทอน นิคกับเอวาเห็นว่ารอดแล้วรีบลากลับ สองคนแยกจากเมฆมาได้ถอนใจหวังว่าตะวันฉายจะเอาตัวรอดได้เหมือนกัน พลันเอวานึกได้ วิ่งกลับเข้าไปในร้านเพื่อเก็บวิกผมกับแว่นของตะวันฉาย จากนั้นโทร.บอกให้เธอไปเจอกันที่รถ

ไม่วาย ตะวันฉายรีบร้อนเดินชนกับเมฆเข้าอย่างจัง เธอหันกลับมาโวยวายตามนิสัยปกติ

“เดินยังไงเนี่ย ซุ่มซ่ามจริงๆเลย ไม่เห็นคนหรือไง”

เมฆเอ่ยปากขอโทษ แต่พอเห็นหน้าตะวันฉายก็ตกใจชี้หน้า “นี่เธอ! ยัยผู้จัดการรีสอร์ทตัวแสบ ตามมารังควานฉันถึงนี่เลยเหรอ”

สองคนเถียงกันยกใหญ่ ตะวันฉายต่อว่าชนแล้วไม่ขอโทษ เขาโต้ทันที

“ขอโทษไปแล้วตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้รู้ว่าเป็นเธอ ฉันขอเอาคืนดีกว่า น่าจะชนให้แรงกว่านี้ด้วย ให้ตีลังกาซัมเมอร์ซอล์ทไปซักสามตลบเลย”

“อี...อี...อีปากเน่า ปากเหม็น ปากเป็ด”

“อ้าวๆๆ ด่าไม่ทันเลย คิดไม่ออกเหรอ สมองกระทบ กระเทือนด้วยหรือเปล่า นี่ยังน้อยไปนะ อย่าคิดนะว่าฉันจะลืมว่าคราวก่อนเธอทำฉันแสบขนาดไหน ไฟช็อตกระตุกไปตั้งหลายวัน”

ตะวันฉายสมน้ำหน้า เห็นเขาจะเอาเรื่องจึงร้องตะโกนให้คนช่วยว่าโดนลวนลาม เขาตกใจหันไปปฏิเสธกับคนรอบๆ เธอฉวยโอกาสเอาถุงฟาดเขาล้มลงแล้ววิ่งหนี...มาถึงรถได้ เอวากับนิคยืนรออยู่ ตะวันฉายรีบเล่าเรื่องเมฆ ทั้งสองตกใจกลัวความแตก เธอรับรองว่าเมฆจำไม่ได้ เพราะยังเรียกตนว่าผู้จัดการตัวแสบ ทั้งสามพากันขึ้นรถออกไป เมฆยืนอยู่หลังเสาสีหน้าเครียด

ooooooo

เมฆเอาเดโมมาให้จอมสยามที่ห้องอัด ทีมงานนั่งฟังเพลงของเขา ยิ้มอย่างพอใจ แต่ตัวเมฆกลับหน้าเครียด จนจอมสยามต้องชวนมาคุยส่วนตัว...พอรู้เรื่องตะวันฉายคือซันก็ตกใจ คิดไปต่างๆนานาว่าเธอจะมาแก้แค้น ทำให้เมฆเดือดร้อน จึงแนะนำให้ตรวจสอบประวัติ

เมฆลองโทร.ไปที่รีสอร์ท ขอพูดกับผู้จัดการ พนักงานคิดว่าจะโดนตำหนิการทำงานจากลูกค้า จึงรีบส่งสายต่อให้อ้อรับหน้า เมฆจำเสียงอ้อได้จึงโกหกว่า

“ผมแค่อยากรู้ชื่อของผู้จัดการคุณเท่านั้น พอดีผมมีของขวัญที่อยากส่งไปขอบคุณที่บริการผมได้ดีมากๆน่ะ แต่ผมจำชื่อเธอไม่ได้”

“อ๋อ...ผู้จัดการตอนนี้เธอลาพักร้อนค่ะ ยังไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

“นี่รีสอร์ทคุณยอมให้พนักงานลางานได้นานยังงั้นเลยเหรอ”

“อูย...ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ก็คุณตะวันฉายน่ะเป็นพนักงานธรรมดาซะที่ไหนล่ะคะ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณเกริกไกรกับคุณสายรุ้งเจ้าของที่นี่ค่ะ”

เมฆถึงกับเหวอ จอมสยามพลอยอึ้งไปด้วย เมฆเจ็บใจตัวเองที่ไม่เฉลียวใจบ้างเลย ชื่อรีสอร์ทก็ซันไรส์บีชรีสอร์ท น่าจะฉุกคิดบ้าง จอมสยามเตือนสติ

“ที่ผ่านมาแล้ว ช่างมันเถอะ พี่ว่าตอนนี้มาคิดดีกว่า ว่าระดับลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทสุดหรูมาเลี้ยงลูกชายนายทำไม”

เมฆครุ่นคิดแล้วยิ้มๆอย่างเจ้าเล่ห์ “มันมีวิธีเดียว มายังไงก็ไปยังงั้น”...

บังเอิญเกริกไกรมีสัมมนาที่กรุงเทพฯ จึงชวนสายรุ้งไปด้วยกัน เธอเห็นดีเพราะถือโอกาสได้เยี่ยมลูกสาว ทั้งสองตกลงว่าจะไปเซอร์ไพรส์ลูกหลังจากเสร็จสัมมนา สายรุ้งข้องใจก่อนหน้านั้นจะนอนที่ไหน เกริกไกรยิ้มกริ่ม จะไปนอนพักที่บ้านเกี๊ยงเพื่อนรัก พ่อของยุทธการ...

ทางด้านยุทธการกำลังปฏิบัติหน้าที่สืบเรื่องบ้านพักที่คนร้ายเคยอาศัยอยู่ ชื่อเจ้าของบ้านคืออินฤดี สุรพรพงษ์ หญิงสูงวัยแต่เธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว สอบถามจากป้าอดีตเจ้าของบ้าน เธอว่าได้ขายบ้านให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่ง ตอนหลังมารู้ว่าเธอออกหน้าให้ชาวต่างชาติชื่อเฮลมุท

ขณะเดียวกัน เฮลมุทซึ่งอยู่ที่เยอรมัน รู้ข่าวว่าตำรวจบุกสอบถามเจ้าของบ้านคนเดิม ชักหวั่นใจจึงตัดสินใจเดินทางไปเมืองไทย

ooooooo

บ่ายคล้อย เมฆรับหมอกกลับจากโรงเรียนตะวัน- ฉายรีบมาช่วยถือของที่รถ เก่งให้หมอกขี่คอเข้าบ้าน เมฆหันมาจ้องตะวันฉายถามกลับมานานแล้วหรือ เธอพยักหน้าและบอกว่าได้ซื้ออาหารไว้ให้หมอก เรียบร้อย เมฆยิ้มๆอย่างมีเลศนัย แถมชมว่าดี...น่ารักมาก เธอยืนอึ้ง

เมฆเข้าบ้านมาเจออิงฟ้าเล้าโลม เขาถึงกับมือไม้สั่น พยายามเลี่ยงหนี แต่กลับกลายเป็นเงอะงะทำอะไรไม่ถูก อิงฟ้ายิ่งมั่นใจว่าเมฆยังไม่ลืมตน จึงตั้งใจจะทำให้กลับมารักกันอย่างเดิม เขารีบผละหนีเข้าห้องทำงาน...พอดีหมอกโยเยจะเอาลูกบอลสีส้มเข้าไปเล่นในอ่างอาบน้ำด้วยแต่ลืมไว้ในห้องทำงานพ่อ ให้ตะวันฉายไปเอามาให้ก่อนถึงจะยอมอาบน้ำ

ตะวันฉายจำต้องลงมาเอา พอเปิดประตูห้องทำงาน เมฆเข้าใจว่าอิงฟ้าตามมา จึงเสียงเข้ม

“ฟ้า...ผมขอร้อง คุณดูแลหมอกอย่างเดียวเถอะ ผมไม่อยากกลับไปรื้อฟื้นอดีตอีกแล้ว” เมฆเห็นเงียบๆจึงหันไปมอง เจอตะวันฉายยืนเหวอ “เข้ามาทำไมไม่เคาะ ประตู เสียมารยาท”

“ผมน่ะเหรอเสียมารยาท ผมก็นึกว่าคุณเมฆขึ้นไปอาบน้ำแล้ว ใครจะไปคิดล่ะครับว่าจะได้ยินความในใจที่คุณจะบอกคุณฟ้า”

“นายเงียบไปเลยนะ ไม่งั้น...” เมฆเห็นตะวันฉายหัวเราะจึงเข้ามาจ้องหน้า

ตะวันฉายถอยกรูดจนชนกำแพง เมฆก้าวเข้าประชิด ทำเสียงหายใจหื่นๆ เธอหน้าตื่นตระหนก รีบบอกว่าไม่ได้ตั้งใจยุ่งเรื่องชาวบ้าน ที่ลงมาเพราะมาเอาลูกบอลให้หมอก เมฆเอื้อมหยิบบอลมาแกล้งปาใส่หัวเธอ ตะวันฉายข่ม อารมณ์โกรธ เมฆอดขำไม่ได้ สะใจที่ได้แกล้ง

ถือบอลหน้าหงิกออกมา เจอเก่งถามว่าเป็นอะไร ตะวันฉายบอกตนไม่ได้เป็นอะไร แต่เจ้านายเขานั่นแหละที่เป็น เก่งตกใจจะรีบเข้าไปดูแล เธอรั้งเขาไว้พร้อมบอกว่า เมฆเป็นตุ๊ดให้ระวังตัวไว้ ทำเอาเก่งเกาหัวงงๆ

หลังจากนั้น ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังป้อนข้าว หมอก อิงฟ้าแต่งตัวสวยลงมา หมอกเอ่ยปากชมแม่ เธอยิ้มเข้ามาดึงข้าวไปป้อนให้หมอกเอง ตะวันฉายเห็นอย่างนั้นก็จะเลี่ยงไปทำอย่างอื่น เธอกลับเรียกไว้และบอกว่าเดี๋ยวเมฆมาจะออกไปข้างนอก พอดีเมฆลงมาอิงฟ้ารีบลุกขึ้น

“ฟ้ากำลังปรับตัวกับลูก หมอกน่ารักนะเมฆ ไม่ดื้อกับฟ้าเลย”

เมฆพยักหน้า “หมอกครับ พ่อไปทำงานนะ เดี๋ยวหมอกทำการบ้านแล้วรีบนอนนะครับ”

“ฟ้าแต่งตัวแล้ว ให้ฟ้าไปด้วยนะ ฟ้าอยากจะ ทลายกำแพงในใจเมฆ ให้ฟ้าไปเถอะนะ”

อิงฟ้าเข้าเกาะแขน เมฆสบตาตะวันฉาย แกะมืออิงฟ้าออกแล้วเปรยว่า “ฟ้าปรับตัวกับลูกได้ดีนี่ งั้นทำไมฟ้าไม่อยู่กับหมอกทั้งคืนล่ะ ทำหน้าที่แม่ที่กำลังไปได้ดี ผมเอาใจช่วยนะ”

อิงฟ้าจะแย้ง เมฆหันมาดึงตะวันฉายบอกให้ไปกับตน อิงฟ้ามองเมฆจูงมือตะวันฉายก็ขัดใจ จะตามไปแต่หมอกเรียกไว้ให้ป้อนข้าว เธอจึงชะงักได้แต่หงุดหงิดใจ

มาถึงลานจอดรถหน้าผับ ตะวันฉายทนไม่ไหวถามเมฆจะลากตนมาทำไม ไม่ห่วงหมอกบ้างหรือ เมฆตอบว่าแม่แท้ๆเขาอยู่ด้วยจะห่วงทำไม เธอแอบบ่นไม่ถามตนสักคำว่าอยากมาไหม จู่ๆเมฆก็โพล่งขึ้นว่า ต่อไปนี้เธอต้องเป็นพี่เลี้ยงดูแลตน

“ผมมาเป็นพี่เลี้ยงคุณหมอกนะครับ ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงคุณเมฆ”

“ถ้าไม่รับงานนี้ฉันก็คงไม่จ้างนาย เดี๋ยวให้เอวารับนายกลับไปเลย” เมฆจะเดินไปตะวันฉายเจ็บใจรีบรับปากเพราะต้องการสืบเรื่องธีรภพ เมฆอมยิ้มยื่นมือให้เธอจับ ตะวันฉายจำใจจับ เขาบีบมือเธอและจ้องจนเธอต้องหลบสายตา

“นายคิดถูกแล้ว ฉันรู้ว่าบ้านนายจนมาก ลำบากมาก แร้นแค้นมาก การทำงานกับฉันเป็นสิ่งที่นายต้องการที่สุด” เมฆประชด แต่ตะวันฉายไม่รู้ตัว ได้แต่ทำหน้างงๆ

พอมีโอกาส ตะวันฉายบอกเรื่องที่ต้องเป็นพี่เลี้ยงเมฆให้เอวากับนิคฟัง นิคคิดว่าเมฆคงต้องการให้เธอเป็นไม้กันหมา ตะวันฉายก็คิดอย่างนั้น แต่ดูๆเมฆก็ยังรักเมียทำไมต้องหนี เอวาบอกว่าช่างเถอะ เพราะได้ใกล้ชิดเมฆยิ่งจะทำให้สืบเรื่องธีรภพง่ายขึ้น ตะวันฉายถอนใจ...เมฆเดินเข้ามา ทั้งสามวงแตก เอวาทำทีชมเสื้อที่ตะวันฉายใส่ เมฆดักคอ

“เสื้อตัวนี้ซันใส่ตั้งแต่วันที่เอวากับนิคพามาบ้านพี่วันแรกไงจำกันไม่ได้เหรอ แปลกนะ”

ทั้งสามหน้าม้าน...ระหว่างที่เมฆ เอวา และนิคเล่นดนตรีบนเวที ตะวันฉายเผลอยิ้มมองเมฆเคลิ้มไปกับลีลาของเขา

ooooooo

ในขณะที่ยุทธการตั้งอกตั้งใจทำการ์ดวันเกิดไว้ให้ตะวันฉาย พอพ่อกับแม่มาก็เปลี่ยนหน้าจอคอมเป็นข่าวการเมือง พงษ์พัฒน์กับมยุรีเห็นแล้วเซ็งที่ลูกชายเอาแต่เคร่งเครียดแต่งาน จึงบอกว่า วันเกิดตะวันฉายปีนี้จะมีเซอร์ไพรส์ให้

หลังผับเลิก เมฆ ตะวันฉาย เอวา และนิค มานั่งทานข้าวร้านอาหารริมถนน นิคชมว่าวันนี้เมฆจัดหนักจนคนดูชอบใจกันใหญ่ เอวาว่าถ้าเมฆเล่นแบบนี้ทุกคืน มีหวังเจ้าของร้านรักตาย

“เฮ้ย...พี่ก็เล่นเต็มที่ของพี่อย่างนี้ทุกคืนนะ”

“แต่วันนี้พี่เมฆดูมีความสุขเป็นพิเศษนะคะ”

“งั้นเหรอ พี่ก็ปกตินะ มาเล่นดนตรีเสร็จแล้วก็กลับไปดูนายหมอกนอนหลับ นี่ล่ะความสุขของพี่”

นิคหลุดปาก นึกว่ากลับไปหาแม่ของหมอก ทุกคนชะงัก ตะวันฉายสบตาเมฆอึ้งๆ...ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้าน ตะวันฉายคอยเหลือบมองเมฆแต่ไม่กล้าพูดอะไร เมฆขับรถมาจอดริมแม่นํ้า เธอแปลกใจถามมาที่นี่ทำไม

“วันนี้ขี้เกียจกลับบ้าน ไปเดินเล่นไหม”

“ตอนนี้น่ะเหรอครับ”

“ที่ฉันพูดน่ะ หมายถึงเมื่อวานนี้มั้ง” เมฆเดินไป ตะวันฉายโกรธตีลมตีแล้งอย่างขัดใจ พอได้สติเริ่มกลัวจึงคิดจะไปนั่งในรถ แต่ได้ยินเสียงล็อก หันขวับไปมอง เห็นเมฆกดรีโมตยิ้มกวนๆ “อุ๊ย...ลืมล็อกรถ”

ตะวันฉายจำต้องเดินตามเมฆไปเรื่อยๆ เห็นเขาหยุดยืนนิ่งมองวิว เธอจึงเอ่ยขึ้น “ถ้าคุณเมฆโกรธผม จะด่าว่าอะไรผมก็ได้นะครับ”

เมฆย้อนถามว่าเรื่องอะไร ตะวันฉายอ้อมแอ้มเรื่องที่ตนพูดถึงอิงฟ้าให้นิคกับเอวาฟัง ท่าทางเมฆไม่โกรธ เธอแปลกใจทั้งที่มันเป็นความลับของเขา เมฆกลับเปลี่ยนเรื่อง

“ตรงโน้นสวยดีนะ จะว่าไปเดินเล่นกลางคืนก็ดี ฉันน่าจะจัดโปรแกรมทัวร์ให้แขกที่เจ็ทแลค มาเดินเล่นตอนกลางคืน”

“กลัวจะเป็นโปรแกรมให้แขกมาโดนจี้ล่ะไม่ว่า ถ้าผมเป็นลูกทัวร์ ต่อให้เจ็ทแลคตลอดโปรแกรม ก็ไม่ยอมมาเดินแบบนี้หรอกครับ”

“รู้เหรอว่า เจ็ทแลคคืออะไร”

ตะวันฉายอึกอัก ปัดไปว่าเห็นเขาพูดก็พูดตาม เมฆยิ้มๆแล้ววกมาคุยเรื่องที่เอวากับนิครู้เรื่องอิงฟ้า ตะวันฉายโวยจะเปลี่ยนเรื่องไม่เปิดไฟเลี้ยว ตนตามไม่ทัน

“คนเราทุกคนมีความลับกันทั้งนั้น ใช่ไหม...มันเป็นเรื่องปกติ คนอื่นอยากรู้ความลับฉัน ฉันก็อยากรู้ความลับคนอื่น มันขึ้นอยู่ว่าใครจะเก็บได้เก่งกว่ากัน และใครจะหาเจอก่อนกัน”

“คุณเมฆพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”

เมฆหัวเราะบอกเธอว่า ไม่ต้องเข้าใจทุกอย่าง เอาเป็นว่าไม่ได้ชวนมาทำความเข้าใจอะไร แค่ชวนมาเดินเล่น เมฆเดินต่อไปยิ้มๆ ตะวันฉายยิ่งแปลกใจ เขาเป็นอะไรของเขา

ooooooo

แม้จะกลับถึงบ้านดึกดื่น ตะวันฉายเฝ้ารอให้เมฆเข้านอนเพื่อมาไขลิ้นชักห้องทำงาน แต่เห็นเขายังนั่งทำงานอยู่ เธอหงุดหงิด พลันเห็นอิงฟ้าในชุดนอนวาบหวิวมาเคาะประตูเรียกเมฆว่ามีเรื่องคุยด้วย ตะวันฉาย รีบหลบเดินกลับไป อิงฟ้าเห็นหลังไวๆชักไม่พอใจ

รุ่งขึ้น ตะวันฉายเข้ามาปลุกหมอกอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน แต่หมอกแกล้งดิ้น เกิดพลาดเตะโดนก้านคอเธอเข้าถึงกับคอเคล็ด พอเดินออกมาจากห้อง เมฆเห็นอาการแปลกๆหมอกสารภาพว่าทำให้ตะวันฉายเจ็บ เมฆได้ทีคิดแก้แค้น สั่งเก่งเอาน้ำมันมวยมาทาให้ ไม่หนำใจลงมือทาเอง เทยาเสียมากมายจนเธอร้อนร้องโวยวายใส่ยาขนาดนี้ร้อนจนลวกคอแล้ว เก่งหัวเราะชอบใจ ตะวันฉายโกรธแกล้งเดินกระแทกเก่งตกสระน้ำ เมฆหมั่นไส้ จูงหมอกเดินเฉียดตะวันฉายตกตามลงไป เธอร้องโวยวายโมโหอยู่ในสระน้ำ

วัน​ต่อ​มา ตะวัน​ฉาย​อาสา​เก่ง​ทำ​ความ​สะอาดบ้าน​ทั้งหมด​ให้ เพราะ​อยาก​เข้าไป​ค้น​ใน​ห้อง​ทำ​งาน แต่​แล้ว​ห้อง​ทำ​งาน​เกิด​ล็อก เธอ​หงุดหงิด ปลด​กิ๊บ​บน​หัว​มา​ไข​ประตู​แต่​ไม่​สำเร็จ อิง​ฟ้า​ผ่าน​มา​เห็น​รีบ​ไป​ฟ้อง​เมฆ

“ฟ้า​เห็น​ซั​นพ​ยา​ยาม​จะ​เปิด​ประ​ตูห้อง​ทำ​งาน​ของ​เมฆ แต่​เข้า​ไม่ได้”

เมฆ​นิ่ง​ฟัง​อึ้งๆ อิง​ฟ้า​ยุ​ให้​ไล่​เธอ​ออก เขา​จะตัดสินใจ ​เอง...เมฆ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ทำ​งาน มอง​ไป​รอบๆว่า​มี​อะไร​ที่​ตะวัน​ฉาย​ต้องการ จึง​ลอง​หยั่ง​เชิง เอา​เอกสาร​สำคัญ​ของ​บริษัท​มา​วาง​ล่อ​ไว้ พอ​ตะวัน​ฉาย​เข้า​มา​ทำ​ความสะอาด เธอ​กลับ​ไม่​สนใจ แต่​มา​มอง​เนื้อเพลง​ที่​เขา​กำลัง​แต่ง

“คุณ​เมฆ​จะ​ใช้​คำ​นี้​เหรอ​ครับ...ฟัง​เพลง​รัก​มา​มากมาย ฟัง​ด้วย​ความ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่ ไม่​รู้สึก​เหมือน​ได้​อยู่​ใกล้​เธอ...ผม​ว่า​ไม่​ดี​นะ​ครับ”

“เก่ง​มา​จาก​ไหน ถึง​มา​ติ​งาน​ฉัน”

“ถ้า​เนื้อ​เป็น​ว่า...ฟัง​เพลง​รัก​มา​มากมาย ฟัง​ใจ​ความ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่...มัน​น่า​จะ​ดี​กว่า​นะ​ครับ เพราะ​ฟัง​ด้วย​ความ​ซึ้ง​มัน​เหมือน​เรา​มี​ความรู้สึก​มา​ก่อน​ที่​จะ​ฟัง แต่ถ้า​ฟัง​ใจความ​ซึ้ง มัน​หมาย​ถึง​ว่า เรา​มา​ฟัง​เพลง​ที่​มี​ความซึ้ง ซึ่ง​ไม่​ว่า​เพลง​นั้น​จะ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่ มัน​ก็​ไม่​ดี​เท่า​ได้​ฟัง​กับเธอ”

เมฆ​ตะลึง​กับ​ความ​คิด​ของ​เธอ ตะวัน​ฉาย​ให้​เขา​ลอง​ร้อง​ดู เมฆ​อ้าง​ว่า​ร้องเพลง​ไม่​เป็น ชอบ​แต่ง​กับ​เล่น​เท่านั้น เธอ​แปลก​ใจ ให้​เขา​เล่น​ตน​จะ​ร้อง​ให้​ฟัง​เอง แต่​แล้ว​ตะวัน​ฉาย​ร้อง​ได้​เสียงหลง​จน​เมฆ​อด​ขำ​ไม่ได้ อิงฟ้า ​เดิน​ผ่าน​มา​เห็น​ความ​สนิทสนม​ของ​สอง​คน​ก็​ไม่​พอใจ

อิง​ฟ้า​มา​ซัก​ถาม​เก่ง​ว่า เมฆ​กับ​ซัน​สนิท​กัน​หรือ เก่ง​รีบ​บอก​ว่า สอง​คน​ไม่​ถูก​กัน เถียง​กัน​แทบ​ทุก​วัน อิง​ฟ้า​ไม่​อยาก​เชื่อ...

เมฆ​มา​ที่​ห้อง​อัด เล่า​ให้​จอม​สยาม​ฟัง​ว่า ตะวันฉาย​ไม่​สนใจ​เอกสาร​สำคัญ​ของ​บริษัท​เลย กลับ​มา​สนใจ​แก้​เนื้อเพลง​ของ​ตน​และ​ทำได้​ดี​ด้วย จอม​สยาม​ชัก​อยาก​ได้​มา​เป็น​นัก​แต่ง​เพลง​ของ​บริษัท เมฆ​โวย​ไม่​อยาก​รู้​แล้ว​หรือ​ว่า​เธอ​มา​ทำ​อะไร​บ้าน​ตน จอม​สยาม​ตอบ​เอาใจ​ว่า​อยาก พอดี​เลขา​โทร.​มา​รายงาน​ว่า เกริก​ไกร​กับ​สายรุ้ง ​จะ​​แวะ​มาเยี่ยม​ที่​บริษัท เมฆ​ยิ้มกริ่ม จอม​สยาม​สงสัย ทั้งสอง​อาจ​มา​ติดตาม​ดู​ผล​งาน​ของ​ลูก เมฆ​ไม่​อยาก​มอง​ไป​ทาง​ร้าย แต่​จะ​ให้​พ่อ​แม่​ลูก​เจอ​กัน

ยิ่ง​ใกล้​วัน​เกิด​ตะวัน​ฉาย แต่​ตัว​เอง​มัว​วุ่น​กับ​การ​หา​ข้อมูล​จน​ลืม ยุทธการ​มา​เป็น​เพื่อน​เอ​วา​หา​ซื้อ​ของขวัญ เขา​จึง​ได้​รู้​ว่าตะวัน​ฉาย​ชอบ​เครื่องประดับ​แบบ​ไหน เอวา​แอบ​สะเทือนใจ​เล็กๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.