ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อเอวาแยกไป เมฆจะพาไปซ่อมรองเท้า ตะวันฉายรีบตอบว่าไปดูมาแล้วราคามันแพงจึงคิดจะซ่อมเอง คนจนอย่างตนต้องทำให้เป็นทุกอย่าง เมฆทึ่ง แล้วเลยพาเธอไปเลือกซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต

ตะวันฉายเดินหยิบผัก กุ้ง แฮม และอื่นๆ ดูคล่องแคล่วล้วนแล้วแต่ของดีมีราคาจนเขาแปลกใจ อดถามไม่ได้ว่าจะทำอะไรให้หมอกกิน

“ซีซ่าสลัดพาม่าแฮม กับสปาเกตตีเพสโต้กุ้งดีไหมครับ ผมว่าเด็กๆน่าจะชอบ”

เมฆอึ้ง มองตะวันฉายเลือกของจนเธอรู้สึกตัว หันมาถามว่ามีอะไร

“นายนี่เดินซุปเปอร์มาร์เกตคล่องดีนะ มาบ่อยเหรอ”

“อือ...คุณ เอวาเธอให้ผมมาช่วยหิ้วของบ่อยๆน่ะครับ ก็เลยคล่อง พอรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน แล้วซุปเปอร์นี้มันก็สาขาเดียวกับแถวบ้านคุณเอวาด้วย การวางของก็ไม่ต่างกันครับ”

“แต่เมื่อกี้เอวาบอกว่านายไม่เคยเดินห้าง ตั้งแต่มาจากต่างจังหวัดก็อยู่แต่ที่บ้าน”

ตะวัน ฉายนิ่วหน้าพึมพำแย่แล้ว เมฆเค้นจะบอกความจริงได้หรือยัง เธอยิ่งตกใจ เขาจ้องหน้าจนเธอเริ่มหวั่น เมฆมองไปรอบๆแล้วบอกว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุยกัน กลับไปบ้านต้องคุยกันยาว เธอถึงกับกลืนน้ำลายไม่คล่องคอ...

ในห้องทำงาน ตะวันฉายยืนกระสับกระส่ายต่อหน้าเมฆที่มองอย่างจับผิด เธอทนไม่ไหวจึงถามว่าจะคุยอะไร แต่พอเขาโพล่งคำถามออกมา

“นายปิดบังตัวตนของนายอยู่ใช่ไหม”

เธอถึงกับประหม่า “ตะ...ตัวตนของผมเหรอ...”

“จะยอมรับเองหรือจะให้ฉันพูดให้หมด”

“คุณรู้แล้ว!”

เมฆ พยักหน้า “นายกับเอวาอาจจะคิดว่าหลอกฉันให้ไขว้เขวได้ แต่เสียใจนะที่ฉันได้รู้ความจริงแล้ว” เมฆเข้ามาจ้องหน้า “นายกับเอวา...กิ๊กกันใช่ไหม”

“หา!...” ตะวันฉายที่หลบตาตัวเกร็ง เงยหน้าจ้องตาเขาทันที

“ก็ ใช่น่ะสิ ตอนแรกฉันเกือบคิดว่า นายเป็นตุ๊ดซะอีก เห็นตัวบางๆผิวเนียนๆ แต่พอนายบอกว่า มาเดินห้างกับเอวาบ่อยๆ ในขณะที่เอวากลับบอกว่านายไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลย ฉันก็รู้ทันที เป็นไงฉันเดาถูกใช่ไหม”

ตะวันฉายกลั้นไม่อยู่หัวเราะออกมา เมฆเอ็ดให้เลิกแกล้งหัวเราะแบบผู้หญิง เพราะตนไม่เชื่อ ตะวันฉายหยุดกึก รู้สึกว่าเขาเข้าใจไปอีกทาง

“ตกลงจะตอบฉันได้หรือยังว่านายกับเอวาเป็นแฟนกันหรือเปล่า”

ตะวันฉายปฏิเสธ แต่เขาไม่เชื่อแถมว่าวันนี้

เธอแอบนัดกับเอวา เธอยืนกรานว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ในเมื่อเขาไม่เชื่อก็ตามใจ ว่าแล้วก็เอาของที่ซื้อไปเก็บ เมฆมองตามยิ้มๆ

“ที่แท้ก็เป็นแฟนทอมของเอวานี่เอง บอกตรงๆก็ได้ ไม่รู้จะโกหกให้มันเยอะไปทำไม...แต่ทำไมรู้สึกคุ้นๆหน้าไอ้ซัน เหมือนเคยเจอกันมาก่อน”

ด้าน ตะวันฉายออกมาได้ก็หัวเราะกับความเข้าใจของเมฆ คิดได้อย่างไรว่าตนเป็นแฟนกับเอวา พลัน ยุทธการโทร.เข้ามา เธอรีบเข้าห้องกดรับสาย เขาต่อว่าทันทีที่ขาดการติดต่อ

“ตกลงกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทำไมต้องปิดบัง รู้ไหมว่าพี่ต้องโกหกอาเกริกกับอารุ้ง”

ตะวัน ฉายขอบคุณและสัญญาว่าวันหนึ่งจะเล่าให้ฟัง แต่เขาไม่ยอม และไม่อยากโกหกอีก ตะวันฉายอึ้งนิ่งไป เขาตกใจรีบขอโทษที่บีบบังคับแต่เพราะเป็นห่วง เธอถอนใจก่อนจะนัดเขามาเจอกันที่คอนโดฯคืนนี้ แต่ขอดึกหน่อยอ้างว่าทำธุระอยู่ เท่านี้ยุทธการก็ดีใจสุดๆ

ooooooo

คืน นั้น พอเมฆกลับจากเล่นดนตรี เก่งรายงานว่าหมอกเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม ซันจึงไปนอนที่ห้องตัวเอง เมฆพยักหน้าแล้วขึ้นห้อง เก่งปิดบ้านปิดไฟเข้านอน ตะวันฉายโผล่ออกมาจากที่ซ่อน แอบหยิบกุญแจบ้านไว้ ออกมายืนหน้าบ้าน มองห้องเมฆ คอยจนกว่าไฟจะดับ

พอเมฆอาบน้ำเสร็จปิดไฟจะนอน ตะวันฉายเห็นเช่นนั้นรีบย่องออกจากบ้าน เผอิญเมฆนึกได้ว่าลืมมือถือไว้ในรถ จึงลงมาเอา จังหวะนั้นเขาได้เห็นตะวันฉายกำลังย่องออกจากบ้าน เขารีบตามออกไปดู เห็นเธอขึ้นรถแท็กซี่ออกไป คิดจะตาม วิ่งมาเอากุญแจบ้านจะเอารถออกแต่ไม่มี เขานึกเจ็บใจ...

ขณะเดียวกัน เอวากับนิคนั่งทานบะหมี่ข้างทางอยู่ด้วยกัน ทั้งสองมองกันออกว่าต่างก็มีเรื่องทุกข์ใจ นิคยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องที่บ้าน แต่ไม่บอกเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเธอและสัญญาจะโยนความทุกข์ทิ้งไป เอวาดีใจที่เพื่อนกลับเป็นคนเดิม พลันมีข้อความส่งมาหาเอวา เธอกดดูแล้วหน้าเจื่อนลง นิคถามว่ามีอะไร

“พี่ยุทธบอกว่ารอซันอยู่ที่คอนโด เขาขอบใจฉันที่ช่วยทำให้ซันมันยอมมาพบเขาน่ะ”

“แล้วแกคิดไง”

“เอ้า...ก็ดีใจน่ะสิ กินเสร็จยัง ฉันง่วงแล้ว จะได้กลับไปนอน” เอวาลุกขึ้น นิครู้ว่าเพื่อนฝืนยิ้ม

นิคแยกกลับบ้าน เอวาขึ้นห้องบนคอนโดฯ นั่งมองภาพถ่ายสมัยเป็นนักศึกษาที่ถ่ายร่วมกันกับยุทธการด้วย นึกรำพึงจะบอกใครได้อย่างไร ว่าใจตนคิดอะไรอยู่...
และแล้ว ตะวันฉายก็แต่งตัวเป็นหญิง สวมวิกผมยาวลงมาหายุทธการที่ล็อบบี้ เขาตำหนิ

“ซันนี่ชอบทำอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลยนะ โดย เฉพาะช่วงนี้มีอะไรปิดบังพี่อยู่หรือเปล่า”

ตะวันฉายปฏิเสธ เขายังถามแล้วหายไปไหนมา เธออ้างว่ากำลังหาข้อมูลเขียนนิยาย เขามองอย่างคาดคั้น ถ้าจริงจะช่วยหาเหมือนสมัยเรียนที่ตนช่วยหาข้อมูลทำรายงาน

“แหม...นั่นมันสมัยเรียน ซันทำเอาคะแนน แต่ตอนนี้มันเป็นงานของซัน ซันต้องทำเอง”

“ซัน พี่ขอถามตรงๆนะ ที่ซันหายไปน่ะ เรื่องงานหรือว่า...ซันมีใคร”

ตะวันฉายโอดโอยว่าตนทำงานจริงๆ ยุทธการโล่งใจบอกเธอว่าพ่อกับแม่ตนให้นัดไปทานข้าว เธอขอเวลาแล้วจะติดต่อไป เขาถอนใจที่ต้องรออีก เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร...

หลังจากนั้น ตะวันฉายก็ค่อยๆไขกุญแจบ้าน เดินย่องเข้าตัวบ้าน แล้วต้องตกใจร้องเสียงหลงเมื่อเมฆโผล่พรวดออกมา เขาเองก็ตกใจไปด้วย “ทำไมเสียงนายเหมือนผู้หญิงอีกแล้ว”

“ก็ผมบอกแล้วไง เวลาตกใจมันก็เป็นแบบนี้ แล้วคุณมาหลบทำไมอยู่นี่ล่ะครับ”

เมฆย้อนว่าเธอต่างหากที่หลบไปไหนมา ตะวันฉายโกหกว่ามือถือเงินหมดจึงออกไปโทร.หาพ่อแม่ เขาแขวะต้องนั่งแท็กซี่ไปด้วยหรือ เธอตาโพลงอึกอักหาข้อแก้ตัว
“เอ่อ...ผมหิว เลยไปหาก๋วยเตี๋ยวทานด้วยครับ”

เมฆเห็นเธอซ่อนถุงอะไรไว้ข้างหลัง จึงถามว่าถืออะไรมา ตะวันฉายรีบกำถุงแน่น บอกว่าเป็นขนมแล้วพยายามเลี่ยงขอตัวไปนอน ถ้าเขาไม่มีอะไรจะใช้ตน

เมฆมองไล่หลัง “มันจะเยอะไปไหน ก็แค่บอกว่าจะไปหาแฟนหนู เอ๊ยแฟนผมก็จบ”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายจัดการแต่งตัวให้หมอกไปโรงเรียน หมอกไปเคาะเรียกเมฆ เขาเปิดประตูออกมาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ตะวันฉายสะดุ้งหันหน้าหนีทันที เมฆให้หมอกลงไปทานข้าวก่อนเดี๋ยวตามลงไป แต่หมอกจะรอลงไปพร้อมพ่อ

เมฆจับไหล่ตะวันฉาย เธอตกใจเบี่ยงออก เขาบอกให้เธอเข้ามารอในห้อง เธอลังเลก่อนจะเดินตามหมอกเข้าไป เมฆวานเธอหยิบกางเกงยีนส์ตัวไหนก็ได้ในตู้ให้ที เธอแอบเบ้ปากแต่พอเปิดตู้เห็นลิ้นชักก็นึกได้ ลองดึงดูไม่มีชั้นไหนเปิดได้เลยยิ่งข้องใจ...เมฆเร่ง เธอหยิบกางเกงส่งให้ตัวหนึ่ง เขาปลดผ้าเช็ดตัวออกเหลือบ็อกเซอร์

ตะวันฉายตกใจ เขาส่งผ้าให้เอาไปตาก เธอรับมาหน้าแดงเขินทำอะไรไม่ถูก เมฆใส่กางเกงเสร็จก็ไปล็อกตู้เอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกง จูงลูกลงไปทานข้าว ตะวันฉายเข่นเขี้ยวทำไมต้องล็อก

พอเมฆขับรถไปส่งหมอก ตะวันฉายก็มาเลียบเคียงถามเก่งว่า ทำไมเมฆถึงต้องล็อกกุญแจตู้ในห้อง เก่งบอกไปอย่างที่คิดว่า คงมีเอกสารสำคัญพวกโฉนดที่ดิน หรือเงินทอง

“ก็คงจะจริงนะพี่ ไม่เคยเห็นแกวางกุญแจทิ้งไว้ที่ไหนเลย ผมเองยังเพิ่งเห็นไอ้กุญแจนี่เมื่อเช้านี้เอง”

“โอ๊ย...ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก เวลาคุณเมฆเล่นดนตรีเพลินๆ พี่ก็เคยเห็นแกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานประจำ”

ตะวันฉายเริ่มมีความหวัง หาดินน้ำมันมาเตรียมไว้แอบปั๊มกุญแจ...เผอิญ บก.หนังสือโทร.มาถามว่านิยายที่ให้กลับมาแก้ไข เรียบร้อยหรือยัง ตนจะต้องส่งให้กรรมการอ่าน เธอดีใจที่ยังได้โอกาสรับปากแข็งขันจะรีบส่งไปให้... แต่แล้วมานั่งเครียดที่ทุกอย่างประดังมาพร้อมกัน

สุดท้ายก็เดือดร้อนเอวาอีกจนได้ ตะวันฉายให้เอวาไปเอาโน้ตบุ๊ก ผ้าอนามัย และยาแก้ปวดท้องที่คอนโดฯมาให้ ทั้งสองนัดเจอกันแถวบ้านเมฆ เอวาข้องใจว่าเพื่อนคิดจะอยู่ยาวเลยหรือ

“ตอนนี้ฉันจะเสียเวลาไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องเริ่มแก้งาน”

“แต่แกยังไม่เจอพี่ธีเลยนี่”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันกำลังจะได้ข้อมูลพี่ธีแล้ว”

เอวาตื่นเต้นไปด้วยอดถามไม่ได้ว่าด้วยวิธีไหน ตะวันฉายตอบว่า วิธีโจรอย่างที่เพื่อนเคยแนะนำ เอวาถึงกับอึ้ง...สองคนแยกกันกลับ ตะวันฉายแอบเอาโน้ตบุ๊กเก็บในห้อง แล้วเดินตัวงอจะไปเข้าห้องน้ำ เมฆเดินมาพอดี เธอรีบซ่อนผ้าอนามัยในเสื้อ เมฆถามเป็นอะไร เธอตอบเขาว่าปวดท้องแล้วตรงไปเคาะประตูห้องน้ำ ซึ่งเก่งอาบน้ำอยู่ เก่งเปิดประตูพันผ้าเช็ดตัวหัวหูยังเปียกออกมา เธอรีบสวนเข้าไปโดยไม่สนใจว่าเขายังอาบไม่เสร็จ

เมฆตามมาเห็นแปลกใจ จึงยืนรอจนเธอออกมา เธอตกใจรีบซ่อนห่อผ้าอนามัย

“คุณเมฆทำไมมาอยู่นี่ครับ”

“ก็ตามนายมาน่ะสิ เห็นแปลกๆ”

ตะวันฉายโกหกว่าท้องเสีย แต่เขายังสงสัยทำไมเข้าเดี๋ยวเดียว เธอแก้ตัวว่าเป็นไม่มาก เขาจะพาไปหาหมอ เธอรีบบอกว่าซื้อยามาแล้ว เขาขอดูว่าซื้อมามั่วหรือเปล่า เธอชักหงุดหงิดบอกว่าไม่มั่วเพราะกินยานี้ประจำ แล้วตัดบทขอตัวไปนอนพัก เก่งมองด้วยความงงว่าอาการแปลกๆ เมฆพึมพำเหมือนจะรู้ว่าเธอเป็นอะไร

ooooooo

ระหว่างวัน เมฆเล่นดนตรีเพลินอยู่ วางพวงกุญแจทิ้งไว้บนโต๊ะ เก่งเข้ามาดูดฝุ่น เขาจึงหยุดเล่นแล้วเดินไปดูตะวันฉาย เพราะเห็นว่าเงียบอยู่ในห้อง

ตะวันฉายนอนหลับ แผงยาแก้ปวดประจำเดือนยังวางอยู่กับแก้วน้ำ เสียงเคาะประตูปลุกเธอสะดุ้งตื่นรีบคว้าแว่นมาใส่ไปเปิดประตู เมฆถามว่าอยากทานอะไรจะให้เก่งไปซื้อ แล้วเสนอข้าวต้ม เธอพยักหน้าเพลียๆ เมฆให้นอนต่อ เขาเดินตามเข้าไปดูว่าเธอทานยาอะไร

“นี่มันยาแก้ปวดประจำเดือนนี่”

ตะวันฉายหน้าเจื่อน เมฆแขวะไม่เคยเห็นแฟนกินบ้างหรือ เธอส่ายหน้า เขาถอนใจถามตอนซื้อบอกคนขายว่าอย่างไร เธอบอกไปว่าปวดท้อง

“สงสัยคนขายคงเห็นว่านายเหมือนผู้หญิงมั้ง” เมฆขำ

“ตกลงว่าไม่ใช่ยาแก้ปวดท้องเสียหรือครับ” ตะวันฉายกลบเกลื่อน

เมฆย้อนถามแล้วหายไหม เธอพยักหน้า เขาจึงแกล้งว่าแปลกนะ ท้องเสียกินยาแก้ปวดประจำเดือนแล้วหายได้ ตะวันฉายทำหน้ากระอักกระอ่วนไม่น่าพลาด... เมฆออกมาสั่งเก่งไปซื้อข้าวต้ม เก่งถามถึงอาการซัน เมฆตอบว่าไม่น่าห่วงเพราะเป็นอยู่ทุกเดือน เก่งฟังแล้วงง

เวลาผ่านไป อาการปวดท้องของตะวันฉายยังไม่หายดี มีคนมาเคาะประตู เธอคิดว่าคงเป็นเมฆอีกจึงหงุดหงิดลุกมาเปิด แต่กลายเป็นหมอกยืนถือดอกไม้ดอกหนึ่ง บอกว่ามาเยี่ยมและจะช่วยให้หาย หมอกทำท่าเสกคาถาเป่าเพี้ยง เธอเล่นด้วยทำตัวสั่นแล้วบอกว่าหายแล้ว เขาดีใจ

“ไชโย พี่ซันหายแล้ว งั้นหมอกออกไปข้างนอกกับพ่อก่อนนะครับ”

ตะวันฉายก้มกอดเด็กน้อยอย่างเอ็นดู...ตกเย็น ตะวันฉายเดินลงมาในครัวเห็นเก่งกำลังทานข้าว เก่งชวนทานด้วยกัน บอกว่าเมฆซื้อเป็ดมาฝาก เธอลงมือทาน เก่งเปรย

“คุณเมฆนี่เก่งยังกับหมอนะ บอกว่าเอ็งป่วยไม่นานจะหาย นี่ก็หายจริงๆ ไม่ต้องหาหมอ”

ตะวันฉายชักกังวล...ทานข้าวเสร็จ เธอเข้ามาดูแลหมอก เจอเมฆอาบน้ำแต่งตัวให้หมอกเรียบร้อย เขาบอกให้เธอพักผ่อนค่อยทำงานพรุ่งนี้ก็ได้

“ผมไม่เป็นไรแล้ว ทำงานดีกว่าครับ”

“หมอก งั้นตอนพ่อไม่อยู่คืนนี้ อย่าดื้ออย่าซนนะครับ พี่ซันไม่สบาย อยากเล่นอะไรต้องรอพี่ซันหายก่อนนะ”  หมอกรับปาก เมฆให้ตะวันฉายพาหมอกลงไปทานข้าว ตนจะแต่งตัวไปทำงาน ก่อนจะเดินไป เมฆอดเย้าไม่ได้ “ลืมบอกไป นายเป็นผู้ชายแล้วทานยานั่นหาย วันหลังฉันท้องเสียจะขอลองบ้างนะ”

ทำเอาตะวันฉายยิ้มรับเจื่อนๆ

ooooooo

ครั้งก่อนที่ยุทธการออกปฏิบัติงาน เขาได้ยินพวกคนร้ายพูดถึงเปเปอร์ เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ครั้งนี้วางแผนกับจ่าสม ปลอมเป็นคนซื้อยามารับของจากคนดำที่รออยู่หน้าร้านขายของชำ พอยื่นหมูยื่นแมว เขาก็เอ่ยว่า “นายบอกให้ถามเรื่องเปเปอร์”

คนดำชะงักย้อนถามว่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ ยุทธการพยักหน้าก่อนจะถามว่าเท่าไหร่ คนดำดึงของกลับแล้วถีบเขาล้มทันที วิ่งหนีไปพร้อมกับเป่าปาก มีคนดำอีกคนถือไม้มาตีจ่าสม ยุทธการจะตามคนร้ายต้องหันมาช่วยจ่าสม คนร้ายทั้งสองวิ่งหนีขึ้นรถกระบะไป

ระหว่างที่จ่าสมทำแผล เขาได้บอกยุทธการว่าอย่าเพิ่งส่งรายงานเพราะมีเบาะแสเพิ่มเติม จ่าสมยื่นกระดาษเป็นแผนที่ที่อยู่ของคนร้าย ตรวจสอบแล้วเจ้าของบ้านชื่ออินฤดี สุรพรพงษ์ แต่ยังหาตัวไม่เจอ ยุทธการสันนิษฐานงานนี้คงเป็นขบวนการใหญ่...

เย็นวันนั้น เอวากับนิคกำลังจะออกไปทานข้าว ยุทธการโทร.เข้ามามีเรื่องอยากคุยด้วย นิครีบปลีกตัวอ้างไปทำธุระแล้วเจอกันที่ผับ เอวาเคืองแต่ก็เดินจ้ำไป นิคหันกลับมามองเศร้าๆ

สองคนมาพบกันที่สวนสาธารณะ ยุทธการบอกเรื่องที่เขาได้พบตะวันฉายแล้ว แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสนใจตน ตนรู้สึกว่าเราห่างเหินกันยิ่งกว่าตอนที่เธออยู่เกาะเสียอีก

“คงไม่มั้งคะ ซันมันกำลังสนใจแต่เรื่องงาน เห็นว่า บก.เขาก็เร่งอยากให้ส่งเร็วๆน่ะค่ะ...เอวาว่า ถ้าซันเสร็จงานเมื่อไหร่ คงมีเวลาให้พี่ยุทธมากขึ้น”

“ไม่เป็นไร แต่ช่วงนี้พี่คงต้องกวนเอวาบ่อยหน่อย นะ พี่ไม่อยากจะคุยเรื่องซันกับเพื่อนคนอื่น นอกจากนิคกับเอวา”

เอวากระเซ้าขอคิดค่าปรึกษา ยุทธการยิ้มๆและว่าตอนนี้เลี้ยงไอศกรีมก่อนแล้วกัน เขาเดินไปซื้อ เธอมองตามแล้วถอนใจ

ooooooo

วันต่อมา อิงฟ้ามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิให้รถลีมูซีนไปส่งที่บริษัท แทรเวล ที อิงฟ้าเข้ามาพบวิวัฒน์ เขาประหลาดใจสีหน้าไม่ค่อยต้อนรับ เธอมองไปรอบๆเห็นความยิ่งใหญ่แล้วเปรยว่า นี่คงเป็นฝีมือของเมฆ...ธีไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆ

“คุณคงคิดว่ามันจะล้มไม่เป็นท่าไปพร้อมกับการจากไปของไอ้ธีหรือ”

“อย่าพูดถึงอดีตเลยค่ะ เมฆอยู่ไหมคะ”

วิวัฒน์ตอบห้วนๆว่าไม่อยู่ และปฏิเสธที่จะโทร.ตาม “พี่บอกได้แค่นี้แหละ แล้วทางที่ดีพี่ว่าคุณอย่ามายุ่งกับบริษัทของพี่อีกเลยจะดีกว่า”

“นี่พี่วัฒน์กำลังไล่ฟ้านะคะ”

“ถ้าทราบอย่างนั้น คุณจะยังอยู่ทำไมล่ะครับ”

“แต่ฟ้าเป็นภรรยาพี่ธี”

“อดีตภรรยาครับ”

“ถึงยังงั้นพี่วัฒน์ก็ควรให้เกียรติฟ้าบ้าง”

“ฟ้ายังมีเกียรติเหลือให้คนที่นี่นึกถึงอีกเหรอ”

อิงฟ้าเถียงไม่ออก เชิดหน้าสะบัดกลับไป วิวัฒน์รีบโทร.ไปเตือนเมฆ ขณะนั้นเขากำลังเล่นบอลอยู่กับลูกชาย หมอกจะให้ตะวันฉายเล่นด้วยแต่เธอปฏิเสธ เมฆจึงแกล้งปาบอลใส่หัวเธอแล้วบอกไม่ได้ตั้งใจ หมอกหัวเราะชอบใจพยายามเตะบอลใส่เธอบ้าง พอดีเมฆรับสายวิวัฒน์ยืนอึ้ง ตะวันฉายจึงแกล้งมายืนหน้าเขา พอหมอกเตะบอลใส่ เธอหลบ บอลกระแทกหัวเขาอย่างจัง เธอร้องว่ารับพลาด เมฆรู้ว่าเธอแกล้งจึงปาบอลอัด ตะวันฉายงอนเดินปึ่งเข้าบ้านอ้างไปเอาน้ำ

ไม่ทันไร มีรถลีมูซีนมาจอดหน้าบ้าน เสียงออดทำให้เมฆรู้ว่าเป็นใครมา เขาบอกเก่งให้เล่นกับหมอกไปก่อน เขาเดินมาเปิดประตูแล้วยืนอึ้ง ตะวันฉายถือถาดน้ำออกมาเห็นเมฆอยู่กับสาวสวย ถามเก่งและหมอกว่าใคร ทั้งสองคนส่ายหน้า

เมฆกับอิงฟ้ายืนประจันหน้ากัน อิงฟ้าสวมสร้อยที่เมฆซื้อให้ เขาทำเป็นไม่สนใจ อิงฟ้ายิ้มหวานโผเข้ากอด “เมฆ ฟ้ากลับมาแล้วค่ะ”

ทั้งตะวันฉาย เก่ง และหมอกเห็นแล้วตาโพลง เมฆแกะมืออิงฟ้าออก หมอกวิ่งเข้ามาถามว่าใครครับพ่อ...อิงฟ้าหันมามองหมอกแล้วทำตัวไม่ถูก “เมฆ... เด็กคนนี้คือ...”

เมฆดึงอิงฟ้ากลับไปขึ้นรถลีมูซีน บอกเธอว่าไปคุยกันที่อื่น แล้วร้องบอกตะวันฉายฝากดูแลหมอกด้วย... ระหว่างนั่งมาในรถ เมฆนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา อิงฟ้าตั้งสติได้ กุมมือเขาอ้อน

“เมฆจะพาฟ้าไปไหน ไปร้านประจำของเรานะฟ้าจำได้ ลงมาจากเชียงใหม่ทีไร เมฆชอบพาฟ้าไปร้านนั้นทุกที แหมนึกถึงเมนูแล้วหิวเลย”

เมฆดึงมือออก บอกเธอว่าไปแถวนี้ อิงฟ้าว่าไม่ เจอกันตั้งนานน่าจะทำอะไรให้คิดถึงอดีต เมฆสวนทันควัน อดีตของเรามันไม่น่าจดจำขนาดนั้น อิงฟ้าหน้าเจื่อน...

มาที่สวนสาธารณะ เมฆยืนคุยสีหน้าเครียด อิงฟ้าพยายามร่าเริงบอกว่าตนติดตามข่าวเขาเสมอ ที่บริหารบริษัทจนติดอันดับบริหารจัดการดีเด่นด้านธุรกิจการท่องเที่ยว

“ธุระของฟ้ามีแค่นี้ใช่ไหม” เมฆตัดบท

“เมฆ...เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ฟ้ารู้ว่าฟ้าทำผิดกับเมฆไว้เยอะ แต่ตลอดเวลาฟ้าไม่เคยลืมเมฆเลย เมฆจำสร้อยเส้นนี้ได้ใช่ไหม มันยังมีค่าเสมอ” อิงฟ้าดึงมือเมฆมาแตะที่สร้อยคอ

“ไม่จริงหรอก ฟ้าไม่เคยเห็นค่าคนจากการกระทำเท่ากับเงินทองหรอก...ยินดีด้วยนะ ในที่สุดฟ้าก็หาจี้ราคาแพงมาใส่กับสร้อยจนได้ ดูแล้วคงจะแพงกว่าสร้อยมาก”

อิงฟ้าจ๋อย เมฆขอตัวกลับ เธอโพล่งขึ้นว่าขอไปอยู่ที่บ้านเขา อยากอยู่กับลูก เมฆปฏิเสธว่าหมอกไม่ใช่ลูกเธอ เรามีกันสองคนพ่อลูกเท่านั้น

“เมฆ...เมฆจะเกลียดฟ้าก็ได้ แต่ขอว่าอย่าให้ลูกต้องเกลียดฟ้าไปด้วยเลยนะ อย่างน้อยฟ้าก็อยากแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดกับเขาไว้”

เมฆนิ่งไปสักครู่ ตัดสินใจหันหลังเดินจากไป อิงฟ้าตะโกนไล่หลัง “ลูกของฟ้าไม่เกี่ยวอะไรกับปมในใจของเมฆนะ”

เมฆหันขวับมา “ฟ้าพูดอะไร...”

“ฟ้าพูดความจริงไง แต่เมฆล่ะยอมรับและจะอยู่กับมันได้หรือเปล่า” อิงฟ้าเดินเข้ามากุมมือเขา “ฟ้าต้องการลูก และลูกก็ต้องการฟ้า”

เมฆอึ้งก่อนจะดึงมือออก แล้วหันหลังเดินกลับ

ooooooo

ตะวันฉายฉวยโอกาสที่หมอกเล่นเกมอยู่กับเก่ง และเมฆออกไปข้างนอก ขึ้นไปค้นหากุญแจบนห้องนอนเมฆ แล้วเธอก็เจอพวงกุญแจวางอยู่บนโต๊ะ เธอดีใจรีบเอามาไขเปิดลิ้นชักต่างๆ แต่ไม่พบอะไรเกี่ยวข้องกับธีรภพเลย มีแต่โฉนดที่ดินและโน้ตเพลง เธอวางมันคืนที่เดิม

แต่แล้วนึกได้ว่ามีกุญแจเกินมาสองดอก มันเป็นของตู้ใบไหนอีก คิดแล้วสงสัยว่าจะเป็นลิ้นชักในห้องทำงาน เธอจึงย่องลงมา ลองไขลิ้นชักที่ใส่กุญแจดู ปรากฏว่าเปิดได้ เห็นอัลบั้มจึงหยิบขึ้นมาเปิดดู แล้วต้องตกใจ ในนั้นมีแต่ภาพคู่ของเมฆกับอิงฟ้า บางรูปกำลังหอมแก้มกัน มีการ์ดสอดอยู่ใบหนึ่ง เธอดึงมาอ่าน...ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่เมฆมีให้ฟ้ามาตลอด ฟ้ารู้ว่าเราจะรักกันตลอดไป...

“ไม่ธรรมดาแล้วงานนี้...ที่แท้ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นเมียนายปากเป็ดนี่เอง เอ...ทำไมไม่มีรูปแต่งงานเลย หรือว่าอยู่กันเฉยๆ” ตะวันฉายรื้อของในลิ้นชักต่อ เห็นซองใหญ่สีน้ำตาล กำลังจะเปิดออกดู เสียงเมฆกลับมาเธอตกใจรีบเก็บของ

“เอ๊ย...ตาบ้านี่ชอบอ่านนิยาย ดูละครหรือเปล่าเนี่ย นางเอกจะเจอความลับทีไรดันกลับมาทุกทีเลย” ตะวันฉายจะเอาซองไปด้วยก็ไม่รู้จะซ่อนออกไปได้อย่างไร ตัดใจไว้มาดูใหม่

หมอกวิ่งมากอดเมฆที่เดินเข้าบ้านมา เมฆถามเก่งว่าใครอยู่ในห้องทำงานเห็นไฟเปิด เก่งทำท่าสยองสงสัยจะผี เพราะตะวันฉายเอาเสื้อผ้าไปเก็บบนห้องเมฆ ขณะที่ตะวันฉายกำลังย่องขึ้นข้างบน เมฆอุ้มหมอกมาเจอกันเสียก่อน เขาจึงถามว่าเธอเข้าไปในห้องทำงานหรือเปล่า เธอรับว่าใช่เข้าไปหาหนังสือนิทาน

เมฆฉงน “ตอนนี้ก็รู้แล้วสิว่า ห้องนั้นไม่มีหนังสือนิทาน”

ตะวันฉายพยักหน้า เมฆให้พาหมอกไปอาบน้ำแต่เธออยากเอากุญแจไปเก็บ จึงย้อนถามว่าเขาไม่ไปเล่นดนตรีหรือ เมฆตอบว่าตนหยุดวันอาทิตย์

“วันอาทิตย์ทั้งที คุณเมฆไม่อยากพาคุณหมอกไปแปรงฟันเหรอครับ”

“หมอกอยากแปรงฟันกับพ่อครับ”

ตะวันฉายได้ทีรีบบอกว่าตนจะไปเตรียมที่นอนให้หมอก หมอกร้องว่าตนยังไม่ง่วง เมฆยิ้มกวนๆไม่ต้องมาโยนงานให้กันแล้วนะ...ตะวันฉายเซ็ง กลัวเมฆรู้ว่า กุญแจหาย เธอเหม่อลอยตลอดเวลาที่ทำอะไรให้หมอก

ในขณะเดียวกัน เมฆนั่งครุ่นคิดเรื่องอิงฟ้าอยู่ในห้อง สักพักก็ลุกเดินออกจากห้อง ตะวันฉายได้ยินเสียงรีบแง้มประตูดู เห็นเขาเข้าไปในห้องธีรภพ จึงอยากถือ โอกาสเอากุญแจไปคืนที่ แต่หมอกโยเยให้อ่านนิทาน ไม่ยอมให้ไปไหน

เมฆมายืนมองรูปพี่ชาย คิดถึงอดีตที่เขามีความสุขกับอิงฟ้า สัญญาจะแต่งงานกันทันทีที่เรียนจบ เธอยังย้ำว่า เขาต้องทำงานเลี้ยงเธอ และต้องรวยด้วย ไม่อย่างนั้น ไม่แต่ง...แต่แล้วทุกอย่างก็สลายไป มาตอนนี้อิงฟ้าจะทวงลูกคืน ตนจะทำอย่างไรดี

พอหมอกหลับ ตะวันฉายย่องออกจากห้อง เห็นเมฆกลับเข้าห้องตัวเอง เธอจึงต้องคอยแอบดู เห็นเหมือนเขากำลังค้นหาบางอย่าง เขาออกจากห้องเดินมองไปตามพื้น ลงไปข้างล่าง ตะวันฉายรีบเอาพวงกุญแจไปวางที่  แล้วนึก อะไรได้ปั๊มกุญแจดอกหนึ่งกับดินน้ำมันไว้ แล้วเปลี่ยนที่วางใหม่...เมฆกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ถอนใจที่หากุญแจไม่เจอ แต่แล้วมองไปเห็นพวงกุญแจหล่นอยู่ข้างถังขยะ เขาแปลกใจมันมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายเปิดประตูบ้านให้รถเมฆ ออกไปส่งหมอกที่โรงเรียน เธอเห็นมีรถลีมูซีนของอิงฟ้า จอดซุ่มอยู่ แล้วตามรถเมฆไป เธอแปลกใจว่าสองคนนี้เล่นอะไรกัน...

อิงฟ้าตามมาพบเมฆกับหมอกที่หน้าโรงเรียน เธอพยายามจะแสดงตัวกับหมอก แต่เด็กถูกสอนไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า หมอกจึงวิ่งเข้าโรงเรียนไปหาเพื่อนๆ เมฆยืนมองนิ่งๆ

“แกน่ารักจังเลยนะ...เมฆ อย่าบังคับให้ฟ้าต้องทำอะไรรุนแรงเลย”

“หมายความว่ายังไง”

“ถ้าเมฆไม่ต้องการฟ้าแล้ว ฟ้าก็จะไป แต่ฟ้าจะขอเอาหมอกไปด้วย”

เมฆขบกรามแน่นด้วยความโกรธ อิงฟ้าขู่ อย่าให้เราต้องตั้งทนายคุยกันเลย...เมฆกลับบ้านด้วยความเครียด ไม่เป็นอันทำงานแต่งเพลงได้

ตะวันฉายเห็นเก่งนั่งเล่นไม่สนใจทำอาหารกลางวันให้เมฆ จึงเข้ามาเตือน เก่งบอกว่าวันนี้เมฆไม่กิน เธอเป็นห่วงเพราะเห็นว่าเมื่อเช้าก็ไม่ได้ทานอะไร จึงมาแอบมองหน้าห้อง เมฆหันมาเห็นเรียกให้เข้ามา

“คือผมจะมาถามว่าวันนี้คุณเมฆยังไม่ทานข้าวเลยเหรอครับ”

“ทำไม เกี่ยวอะไรกับนาย เป็นห่วงฉันเหรอ” เมฆเดินมาจ้องหน้า

ตะวันฉายหัวเราะกลบเกลื่อน “ผมไม่ได้ห่วงอะไรหรอกครับ แต่ที่ถามก็เพื่อความแน่ใจ เพราะว่าผมจะเอาเป็ดย่างที่เตรียมไว้ให้คุณเมฆ ทานกับพี่เก่ง”

ระหว่างที่เมฆแกล้งจ้องหน้า มือถือดังขึ้น เขาหยิบมาดูอย่างแปลกใจเบอร์ไม่คุ้น พอรับสายก็เครียดทันที ตะวันฉายหมั่นไส้ทำท่าตบหัวเมฆอยู่ข้างหลังอย่างสะใจ พอจะเดินไปได้ยินเขาพูดเสียงเข้ม

“เอาเบอร์ผมมาจากไหน คุณไม่ควรโทร.มาอีกนะฟ้า...ไม่ว่าจะต้องตั้งกี่ทนาย จะฟ้องกันกี่ศาล ผมก็ไม่ยอมให้คุณใกล้หมอก” เมฆกดวางสายอารมณ์เสีย

ตะวันฉายตัดสินใจหันกลับมาคุย “คุณผู้หญิงนั่นเป็นแม่คุณหมอกเหรอครับ”

เมฆไล่ให้ไปกินข้าว เธอสวนกลับหาว่าเขาเห็นแก่ตัว เมฆฉุนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนนอก

“แล้วใครอีกครับที่คุณเมฆไม่อยากให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณหมอกเหรอครับ ผมเพิ่งทราบว่า แม่กับลูกไม่ควรจะเกี่ยวข้องกัน”

“ที่ฉันทำก็เพราะหวังดีกับหมอก”

“คุณหมอกขอคุณแล้วเหรอครับ ผู้ใหญ่มีปัญหากัน แต่เด็กต้องรับผลของปัญหาเพียงเพราะผู้ใหญ่อ้างว่าหวังดี เปลี่ยนคำว่าหวังดีเป็นทำดีต่อกัน มันไม่ดูจะเป็นการให้ความหวังที่ดีกับคุณหมอกเหรอครับ”

“ซัน...ถ้านายไม่อยากไปจากที่นี่ ก็อย่าล้ำเส้นฉัน”

“ผมขอโทษครับ ผมแค่อยากให้คุณคิดถึงความรู้สึกคุณหมอก ไม่ใช่เอาแต่คิดถึงความรู้สึกตัวเองโดยอ้างความหวังดีบังหน้า” พูดจบตะวันฉายเดินไป เมฆเครียดครุ่นคิด...

ตกเย็น พอเมฆรับหมอกกลับมา ตะวันฉายเปิดประตูให้ เห็นรถลีมูซีนของอิงฟ้าแล่นตามมาจอดข้างรั้ว เธอบ่น...เขาจะพรากลูกพรากแม่ไปถึงไหน

ตะวันฉายวิ่งมาเอากระเป๋าหมอกลงจากรถแล้วจะพาแกไปอาบน้ำเพื่อทานข้าวเย็น เมฆเรียกไว้ “ซัน... เดี๋ยวฉันขอคุยกับคุณหมอกหน่อยนะ”

ตะวันฉายยืนงงๆ เมฆจูงหมอกมาที่โต๊ะสนาม แล้วหันมาเรียกตะวันฉายให้ตามมาฟัง เห็นชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน เธอค้อนขวับก่อนจะเดินตามมา...เมฆนั่งยองๆ ข้างลูก ถามเขาว่ารู้ใช่ไหมว่าตนรักเขามากแค่ไหน หมอกพยักหน้ารับ

“ทุกอย่างที่พ่อทำ เพื่อหมอกนะครับ แต่บางทีพ่อก็ลืมที่จะถามหมอกไปเหมือนกัน ว่าสิ่งที่พ่อเลือกให้ หมอกต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า หมอกอายุเท่าไหร่แล้วครับ”

หมอกยกนิ้วสี่ขวบ เมฆขอให้หมอกสัญญาว่า

ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรืออึดอัดใจ ต้องบอกพ่อทุกครั้ง หมอกรับคำ เขาจึงตั้งคำถาม

“ถ้าสมมติว่าวันนี้ แม่ของหมอกมาที่นี่ หมอกจะดีใจไหม”

“แต่พ่อบอกหมอกว่าแม่อยู่สวรรค์”

“พ่อขอโทษที่เคยบอกอย่างนั้น แต่ถ้าวันนี้แม่เขามาหาหมอก แล้วหมอกอยากเจอเขาไหมครับ” หมอกพยักหน้า “โอเคลูก แต่หมอกอย่าลืมสัญญาของเรานะครับ มีอะไรหมอกต้องบอกพ่อนะครับ”

หมอกรับคำ เมฆให้ตะวันฉายพาหมอกไปอาบน้ำ เขาโทร.เรียกอิงฟ้าเข้ามา...พอหมอกอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มาที่ห้องนั่งเล่น เมฆแนะนำว่าอิงฟ้าคือแม่ หมอกยืนอึ้ง เก่งกระซิบถามตะวันฉายว่านี่ผู้หญิงคนเมื่อวานนี่ เธอจุ๊ปากให้เงียบๆ...อิงฟ้าเข้ากอดลูก หมอกให้กอดแป๊บเดียวก็ผละออกเพราะยังไม่คุ้น อิงฟ้าหน้าเสียเล็กน้อย สั่งเก่งยกกระเป๋าตนไปไว้ห้องเมฆ เขาแย้งให้เอาไปไว้ห้องพี่ธี อิงฟ้าไม่พอใจแต่ต้องสะกดกลั้นไว้

พอเข้ามาในห้อง อิงฟ้าเจอรูปธีรภพที่วางอยู่ เธอรำพึง “อย่าโกรธที่ฟ้าทำแบบนี้เลยนะคะพี่ธี เพราะตอนนี้ฟ้ารู้แล้วว่าเมฆคือผู้ชายที่น่าจะดีที่สุดสำหรับฟ้า เมฆ หมอกแล้วก็ฟ้าจะต้องเป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่สุด ขอโทษด้วยนะคะ” อิงฟ้าคว่ำรูปเขาลง

เก่งออกมาคุยกับตะวันฉายว่าแฟนเมฆสวยแต่ดูแปลก ทำไมเมฆถึงไม่มีรูปเธอติดไว้ในบ้านเลย เมฆผ่านมาได้ยินถามว่าแปลกอย่างไร เก่งรีบโบ้ยว่าตะวันฉายชอบนินทาเจ้านาย เมฆไม่อยากสนใจ เขามาบอกตะวันฉายให้ทำอาหารเย็น ตนจะเป็นคนอาบน้ำหมอกเอง

คืนนั้น อิงฟ้าได้ยินเสียงเมฆเล่นดนตรีในห้อง จึงเข้ามายั่วยวน เมฆผลักเธอออกและบอกว่าที่เขายอมให้อยู่ที่นี่ก็เพื่อหมอกเท่านั้น เมฆเดินหนีออกจากห้อง อิงฟ้าเข่นเขี้ยว จะใจแข็งไปได้นานแค่ไหน

ตะวันฉายโทร.เล่าเรื่องอิงฟ้าให้เอวาฟัง เธอตกใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ตะวันฉายยังบอกเรื่องซองน้ำตาลที่ค้นเจอแต่ยังไม่ทันเปิดดู เอวาย้อนถามไม่สืบเรื่องธีรภพแล้วหรือ

“แหม...สืบสิเรื่องนั้นน่ะเรื่องใหญ่ แต่เรื่องนี้ฉันถือว่าเป็นเกร็ดความรู้แล้วกัน”

“เอาเหอะ ยังไงก็อย่ามัวแต่ตามเกร็ดความรู้จนทำงานไม่ทันส่งแล้วกัน” เอวาเตือน

ตะวันฉายกดวางสายหันมาเครียดกับนิยายของตน ที่ยังหาข้อมูลพระเอกไม่ได้ มีแต่ข้อมูลผู้ร้าย แล้วนึกวาดภาพหน้าเมฆเป็นผู้ร้าย เธอหัวเราะสะใจ

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายทำอาหารอยู่ในครัว อิงฟ้าเข้ามาถามว่าทำอะไรให้เมฆกิน เธอตอบว่าเมฆทานกาแฟอย่างเดียว อิงฟ้าจึงสั่งให้ทำข้าวต้มกุ้งแล้วให้บอกว่าตนเป็นคนทำ ตะวันฉายอึ้ง...พอหมอกลงมา อิงฟ้าเอาใจจะป้อนอาหารลูก แต่หมอกกลับบอกว่า อยากให้พ่อป้อน ตะวันฉายยกชามข้าวต้มมาวางให้เมฆ อิงฟ้ารีบบอกว่าตนทำให้

“ทีหลังไม่ต้อง...ผมต้องการให้ฟ้าดูแลหมอกคนเดียว”

อิงฟ้าจ๋อย ตะวันฉายมองอย่างสงสัย...ตลอดเวลาที่เมฆกับอิงฟ้าไปส่งหมอกที่โรงเรียน เมฆไม่สนใจไยดีเธอเลย กระทั่งกลับถึงบ้าน อิงฟ้าโผเข้ากอดเขากลางห้องรับแขก ตะวันฉายเดินมาเห็นตกใจ ผลุนผลันออกไป เผอิญชนประตูร้องโอ๊ย...เมฆสลัดอิงฟ้าวิ่งมาดูแล อิงฟ้ายืนงง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.