ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตะวันฉายจะแยกไปรับหมอกที่โรงเรียน เอวากับนิคอาสาไปส่ง แต่เธอห้ามไว้เกรงหมอกเห็นจะเป็นเรื่อง ดังนั้นเอวาจึงเตือนอย่าลืมโทร.หายุทธการ

ตะวันฉายตาโตนึกได้ เอวาย้ำให้โทร.เดี๋ยวนี้  เธอรับปากว่า รถแล่นออกไปปุ๊บจะโทร.ปั๊บ นิคมองๆ อย่างสะเทือนใจ

พอรถเอวาแล่นออกไป ตะวันฉายก็โทร.หา ยุทธการ เขาดีใจมากแต่อดต่อว่าด้วยความน้อยใจไม่ได้ที่กว่าเธอจะโทร.กลับมา เธอขอโทษและสัญญาจะไม่ทำให้เป็นห่วงอีก

“แล้วนี่ซันอยู่ไหน ทานกลางวันหรือยัง พี่ไปรับนะ”

“ก็ ดีนะ” แต่แล้วนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพผู้ชาย “อุ๊ย...ไม่ได้แล้วพี่ยุทธ เอ่อ คือซันมีธุระน่ะ ไว้คราวหน้าแล้วกัน ตอนนี้ซันสายแล้ว แค่นี้นะคะ” ตะวันฉายตัดสายทิ้ง สีหน้าหนักใจที่เสียมารยาทกับเขา

ยุทธการแปลกใจจะ โทร.กลับ พอดีจ่าสมมารายงานว่าพบคนร้ายที่น่าสงสัย จึงรีบออกไป ด้านเอวา นั่งขับรถเงียบไม่พูดจาตลอดทางจนมาถึงโรงเรียน นิคเอ่ยถาม

“ตกลงแกเป็นอะไร แกปกติตอนคุยเรื่องไอ้ซันกับพี่ธี แต่แกไม่ปกติหลังจากที่แกบอกให้ไอ้ซันมันโทร.หาพี่ยุทธ”

“นี่ไอ้นิค...ตกลงแกจะคิดให้ได้ใช่ไหม ว่าฉันชอบพี่ยุทธ”

“ก็แค่สงสัย”

“งั้นก็เป็นปัญหาของแกแล้ว ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับแกอีก” เอวาเดินหงุดหงิดไป...

ในขณะที่เมฆนั่งฟังไกด์รายงานรูปแบบการนำเที่ยวทิเบต ฟังแล้วเขาเห็นดีด้วย เสนอแนะแก้ไขบางจุดแล้วสั่งเลขาทำรายงานเสนอกรรมการ...เมื่อเห็นว่างานใน บริษัทเข้าที่เข้าทางแล้ว เมฆจึงขอคุยกับวิวัฒน์อีกเรื่อง

“ตอนนี้บริษัทเราก็โอเคแล้ว พี่วัฒน์จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะแบ่งเวลาไปทำเพลง”

วิวัฒน์ ตบไหล่ยิ้มๆ “เมฆ...นายเสียสละทิ้งงานที่นายรักมาช่วยพี่กับหุ้นส่วนคนอื่นๆตั้งหลายปี ทั้งๆที่บริษัทนี้ก็เป็นของไอ้ธีมัน ตอนนี้นายจะกลับไปทำงานของนาย พี่กับทุกคนต้องยินดีกับนายสิ ไว้มีประชุมสำคัญๆ นายค่อยเข้ามาก็ได้”

“ขอบคุณครับพี่วัฒน์”

“ไว้พวกพี่ทำเจ๊งอีก เราก็จะไปเชิญท่านประธานเมฆกลับมาช่วยนะครับ” ทั้งสองหัวเราะ

เมฆ มาบอกเลขาเรื่องที่ให้ช่วยหาพี่เลี้ยงเด็ก ได้ เมื่อไหร่ก็ส่งไปที่บ้านเลย เธอบอกอีกสองสามวันน่าจะได้...จากนั้น เมฆก็โทร.เข้าบ้าน เก่งกำลังทึ่งที่ตะวันฉายทำความสะอาดบ้านได้เอี่ยมอ่องไม่มีที่ติ พอรับสาย เมฆให้บอกซันว่าไม่ต้องไปรับหมอกแล้วเขาจะรับเอง เก่งบอกว่าซันออกไปตั้งนานแล้ว เห็นว่าจะทำธุระก่อน

เมฆเห็นว่าตัวเอง อยู่ใกล้โรงเรียนลูก จึงแวะเข้าไป พอดีเห็นตะวันฉายลงจากแท็กซี่ลักษณะท่าทางเหมือนผู้หญิง จึงจับตามองไม่เข้าไปทัก เธอเข้าไปนั่งรอรวมกับผู้ปกครอง ไขว่ห้างอ่านแมกกาซีนผู้หญิงๆ พอเสียงกริ่งเลิกเรียน เด็กวิ่งกรูออกมา ตะวันฉายก็ลุกขึ้นสะพายเป้เก๊กแมนทันที หมอกวิ่งมาหา เธอจูงเดินคุยออกไป เมฆแอบมองหลังเสาครุ่นคิด

“ที่แท้ก็เป็นตุ๊ด สังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียว”

ooooooo

กลับ ถึงบ้าน หมอกเห็นเก่งรดน้ำต้นไม้อยู่ ก็วิ่งเข้าไปแหย่อย่างสนุกสนาน เก่งถามตะวันฉายว่าเมฆไปไหน เธองงก็เขาไปทำงาน เก่งบอกเรื่องที่เมฆโทร.มาว่าจะไปรับหมอกเอง ตะวันฉายหน้าซีดเป็นกังวลว่าเขาจะเห็นพฤติกรรมของตน

ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังรบกับหมอกเพื่อเอาตัวไปอาบน้ำ เมฆกลับมาถึงเข้ามาหาในห้อง หมอกรีบฟ้องว่าตะวันฉายแกล้ง

“ผมอยากให้คุณหมอกอาบน้ำ ทานข้าวและทำการบ้านก่อน ถึงค่อยดูทีวีครับ”

“พี่ ซันเขาก็ทำตามที่พ่อสั่งไงครับ หมอกต้องไม่ดื้อกับพี่ซันนะครับ ถ้าหมอกทำตัวไม่น่ารัก อีกหน่อยจะไม่มีใครมาดูแลหมอกนะครับ” เห็นหมอกหน้าบึ้ง เมฆดึงมากอด

หมอกอ้อนให้เมฆอาบน้ำให้ เขาจึงสั่งตะวันฉายไปผสมน้ำไว้ เมฆอุ้มหมอกตามเข้ามา สองพ่อลูกวักน้ำใส่กัน เมฆถอดเสื้อออกแล้วบอกตะวันฉายให้ถอดเสื้อถอดแว่นมาช่วยกันอาบน้ำหมอก เธอหน้าเหวอ หมอกกับเมฆแกล้งวักน้ำใส่จนเธอเปียกไปด้วย ตะวันฉายเริ่มอายที่เสื้อเปียกแนบเนื้อ รีบหันหลังตวาดสองพ่อลูกให้หยุด ทั้งสองชะงัก หันมองเธออึ้งๆ

“ผมจะไปทำกับข้าวให้คุณหมอก...ครับ” ตะวันฉายเสียงเครียดก่อนจะเดินออกไป

พ้น ออกมาได้ ตะวันฉายรีบเข้าห้องเปลี่ยนเสื้ออย่างหงุดหงิด “ไอ้ลามก จู่ๆจะมาให้ฉันถอดเสื้อเหรอ บ้าจริงๆ แต่นายนั่นไม่รู้ว่าเราเป็นผู้หญิงนี่ หรือว่า...นายนั่นจะเป็นผู้ชายเจี๊ยวจ๊าว”

ตะวันฉายคิดเลยเถิดไปถึงวันที่เธอถามถึงแม่ของหมอกแล้วเขาไม่พอใจ แสดงว่าคงไม่แมนจริง คิดแล้วขยะแขยง

เปลี่ยนเสื้อเสร็จ ตะวันฉายลงมาทำอาหารเย็น เมฆตามเข้ามาดูแล้วหยั่งเชิงถามว่า วันนี้ไปรับหมอกลำบากไหม เธอตอบว่าไม่

“ถือเป้ใบใหญ่ขนาดนั้นยังไม่ลำบากอีกเหรอ”

“คุณเมฆอยู่ที่โรงเรียนเหรอครับ...” ตะวันฉายชะงัก

เมฆ พยักหน้ารับ “แล้วยังเห็นนายนั่งอ่านแมกกาซีนผู้หญิงเลย...ที่ฉันแอบดูนาย เพราะฉันก็แค่อยาก จะรู้ให้แน่ว่านายเป็นใคร แล้วตอนนี้ฉันก็รู้แล้ว”

“คุณรู้!”

“เมฆหัวเราะฮึๆ จ้องหน้าตะวันฉาย เธอถอยหนีอย่างหวั่นใจ เขาเข้ากระซิบ

“นาย ก็คือ...ตุ๊ด ไม่ต้องตกใจหรอก นายจะเป็นอะไรฉันไม่ว่า ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน” เมฆดึงตะวันฉายมาโอบไหล่แน่นๆ “จำไว้นะ เป็นอะไรก็เป็น แต่ต้องเป็นคนดี”

ตะวันฉายหน้าเหวอมองเมฆเดินไป “นี่เราหล่อกระชากใจเกย์เหรอเนี่ย...ขนลุก”

ไม่ เพียงแค่นี้ เย็นวันนั้น สองพ่อลูกเล่นดนตรีร้องเพลงร่วมกันดูมีความสุข ตะวันฉายตั้งโต๊ะเสร็จ เมฆบอกลูกว่าให้ทานข้าวกับพี่ซัน ตนต้องไปทำงาน หมอกอ้อนไม่อยากให้ไป

“ถ้าหมอกขอร้องแบบนี้ พ่อก็มีข่าวดีจะบอก จากวันพรุ่งนี้ไป พ่อจะไปทำงานแค่ตอนเย็น แล้วเวลาที่เหลือก็จะอยู่บ้านทั้งวันเลยดีไหม”

หมอกร้องเย้...ดีใจกระโดดโลดเต้น ตะวันฉายตกใจที่เขาจะไม่ไปทำงานแล้ว

“ใช่ ฉันทุ่มเทให้กับงานจนห่างลูกมาหลายปีแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะทำงานที่ผับ รวมไปกลับไม่เกินสี่ชั่วโมง นอกจากนั้นจะอยู่บ้านวันละยี่สิบชั่วโมงกับลูก...นายว่าดีไหม”

ตะวันฉายฝืนยิ้ม มองพ่อลูกดีใจกอดกัน แล้วตัวเองจะทำอย่างไรดี

ooooooo

คืน นั้น ตะวันฉายโทร.ไปโวยวายให้เอวากับนิคฟัง โดยทางนั้นเปิดเสียงสปีกเกอร์โฟน ตนจะบ้าตายอยู่แล้ว จะเอาเวลาไหนมาค้นหาข้อมูลของธีรภพ เอวาสงสัยเมฆจะไหวตัวทัน ตะวันฉายไม่เชื่อเพราะเมื่อกี้ยังพูดกับตนทำนองเข้าใจว่าตนเป็นตุ๊ด และตนก็คิดว่าเขาเป็นเกย์

“หา! พี่เมฆเป็นเกย์” เอวากับนิคร้องพร้อมกัน

“โอ๊ย...พวกแกไม่ต้องหาแล้ว ฉันหาให้แล้วไง มาช่วยฉันคิดดีกว่าว่าทำไง ฉันจะได้เรื่องของพี่ธี”

เอ วาแนะว่ายังทำอะไรไม่ได้ ให้อยู่ไปเรื่อยๆก่อน ตะวันฉายร้องหา...นิคเหน็บไม่ต้องหาเหมือนกัน เอวาพูดถูก ถ้าไม่อยู่ที่นั่นแล้วจะสืบเรื่องพี่ธีจากที่ไหน

ตะวันฉายเสียงอ่อยไม่มีแผนดีกว่านี้หรือ เอวาย้อนว่า แผนปลอมตัวนี่มันเริ่มมาจากเธอนะ ตะวันฉายหนักใจ แล้วถ้าศูนย์ส่งคนมาก่อนที่สืบได้จะทำอย่างไรดี เอวาว่านั่นขึ้นอยู่กับจะทำงานได้เร็วแค่ไหน

ตะวันฉายวางสายแล้วมาอ่าน นิทานก่อนนอนให้ หมอกฟัง แต่หมอกโยเยผิดปกติ จู่ๆก็อาเจียนออกมา เธอตกใจจับตัวหมอกถึงรู้ว่าตัวร้อนจัด จึงเรียกเก่งมาช่วยกันพาหมอกไปหาหมอ

ระหว่างรอตรวจ ตะวันฉายให้เก่งโทร.บอกเมฆแต่เก่งจำเบอร์ไม่ได้ เธอจึงส่งข้อความไปถึงเอวา เพราะรู้ว่าคงเล่นดนตรีอยู่กับเมฆ...

หลัง เล่นดนตรีเสร็จ นิคชวนเมฆไปหาอะไรกินกัน เมฆอยากกลับไปดูลูก นิคโอดโอย พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องทำงานเช้า และป่านนี้หมอกคงหลับแล้วด้วย เมฆเห็นจริงจึงตกลง

“สุดยอดครับพี่ ไปแล้วเป็นเจ้ามือด้วยนะครับ”

“เฮ้ย...เจ้าเล่ห์นี่หว่า ปะ...ไปกันเถอะพี่หิวแล้ว”

ไม่ทัน ไร เอวาหน้าตื่นมาบอกว่าหมอกเข้าโรงพยาบาล เมฆตกใจรีบพากันไป...หมอกกำลังโยเยไม่ยอมให้หมอเจาะเลือดไปตรวจ ร้องจะหาพ่ออย่างเดียว

เมฆมาถึงหมอกกางแขน “พ่อค๊าบ หมอกหนาวครับพ่อ”

“พ่ออยู่นี่แล้วนะครับคนเก่ง” เมฆกอดหมอก ไม่ทันไร หมอกก็หมดสติไป เมฆตกใจมาก

หมอเชิญทุกคนออกไปก่อน แต่เมฆขออยู่กับลูก ตะวันฉาย เอวา นิค และเก่ง ออกมายืนรอฟังอาการของหมอกอย่างร้อนใจ

ooooooo

คืนเดียวกัน ยุทธการพยายามโทร.หาตะวันฉายแต่ไม่ได้ ไม่ทันไร เกริกไกรโทร.สวนเข้ามาถามว่าเจอตะวันฉายบ้างไหม เขาอึกอักก่อนจะตอบไปว่าเจอบ้างเพื่อไม่ให้เป็นห่วง เกริกไกรโล่งใจฝากดูแลลูกสาวด้วยแล้วมาบอกสายรุ้งว่า ยุทธการจะบอกลูกให้โทร.กลับมาหา

ในขณะที่ทุกคนกำลังเครียดอยู่หน้าห้องตรวจ เอวาเห็นเพื่อนเศร้าจึงจับมือปลอบใจ

ตะวันฉายบ่น “เพราะฉันไม่เคยใส่ใจที่จะดูแลน้องหมอกอย่างจริงจัง น้องหมอกถึงป่วย”

“ตอนนี้หมอกอยู่ในมือหมอแล้วยังไงก็ต้องดีขึ้น”

“ฉันเห็นแก่ตัวมาก ฉันไม่ควรมาเป็นพี่เลี้ยงน้องเขาแต่แรก”

“นี่แกจะลาออกเหรอ”

“ถ้าเป็นแกทำลูกเขาป่วย จะกล้าอยู่ต่อไหมอ่ะ”

เอวาอึ้งสักครู่ “ก็ดีนะ ให้มืออาชีพเขามาเลี้ยงเถอะ แล้วเราค่อยหาวิธีสืบทางอื่นเอา”...

ภายในห้องคนไข้ เมฆยืนข้างเตียงฟังหมอบอกอาการหมอก ที่สลบไปเพราะไข้สูงจึงหมดแรงจากการร้องไห้มาก ตอนนี้ให้ยาลดไข้แล้ว แต่เกรงว่าจะเป็นไข้เลือดออก ต้องรอผลตรวจเลือดพรุ่งนี้ หมอกับพยาบาลออกไป เมฆเดินมาบอกตะวันฉายกับเก่ง

“ขอบใจมากนะ ที่พาหมอกมาโรงพยาบาล เดี๋ยวเราสองคนกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ นิค เอวา พี่ฝากส่งซันกับเก่งด้วยนะ”

“ให้ผมอยู่เฝ้าคุณหมอกเถอะนะครับ มันเป็นหน้าที่ผม” ตะวันฉายรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไร นายไปพักผ่อนเถอะ”

ตะวันฉายเดินคอตกตามคนอื่นๆไป พอถึงบ้าน  เก่งเดินเข้าบ้านไปก่อน นิคถามตะวันฉายว่าตกลงพรุ่งนี้จะลาออกเลยไหม เธอพยักหน้า เอวาจึงบอกว่าจะมารับ ตะวันฉายโบกมือลาท่าทางเศร้าๆ มองเพื่อนขับรถออกไป แล้วเดินเข้าบ้านมาหยุดนิ่งคิด

วันรุ่งขึ้น เมฆฟุบหน้าอยู่ข้างเตียงหมอก ซึ่งนอนหลับมีสายน้ำเกลือเสียบที่มือ พยาบาลเปิดประตูเข้ามา เมฆสะดุ้งตื่น พยาบาลทัก

“อรุณสวัสดิ์ ขอวัดไข้น้องหน่อยนะคะ” สักพักเธอก็บอกว่า “ไข้ลดลงแล้วนะคะ”

“แล้วเรื่องไข้เลือดออกล่ะครับ”

“ผลเลือดคงออกเช้านี้เลยค่ะ เพราะเมื่อคืนคุณหมอก็โทร.มากำชับที่แล็บว่าขอผลด่วน ถ้าไงคุณหมอมาแล้วคงจะรีบแจ้งคุณพ่อนะคะ”

เมฆดีใจ หมอกขยับตัวตื่น เห็นพ่อก็ร้องบอกว่าตนไม่หนาวแล้ว พยาบาลยิ้ม

“แบบนี้แสดงว่าเดี๋ยวก็หายแล้วนะครับคนเก่ง งั้นพี่ขอเช็ดตัวน้องหมอกหน่อยนะคะ”

หมอกยินยอมไม่ได้แสดงอาการดื้อ เมฆเลี่ยงออกมานอกห้อง เห็นคนนั่งฟุบหน้ากับเข่าอยู่จึงเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะสงสัยว่าเป็นซัน ตะวันฉายเงยหน้าขึ้นสบตาพอดี ต่างนิ่งอึ้ง

“เอ้อ เห็นว่านายฟุบอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า ก็เลยจะดูให้ชัดๆ”

“คุณหมอกเป็นไงบ้างครับ เห็นพยาบาลที่เข้าไปวัดไข้เมื่อตีสาม บอกว่าไข้ลดลงแล้ว”

“นี่เมื่อคืนนายกลับมาที่นี่เหรอ”

“อยู่บ้านผมก็นอนไม่หลับ เลยมานั่งรอผลที่นี่ดีกว่าครับ”

เมฆทึ่ง...ทั้งสองลงมาซื้อกาแฟกับแซนด์วิช ระหว่างเดิน เมฆถามทำไมถึงกลับมา

“คือผมรู้สึกผิดกับคุณหมอก ถ้าผมดูแลแกดี แกอาจจะไม่ป่วยก็ได้”

“ไม่หรอก บางทีอาจจะเป็นเพราะเล่นน้ำกับฉันก็ได้”

“แต่ถ้าคุณหมอกมีพี่เลี้ยงที่เป็นมืออาชีพก็คงจะดีกว่านี้ คุณเมฆครับ คือผมคิดว่า...ผมจะขอลาออก”

เมฆตกใจ ขอร้องให้อยู่จนกว่าจะได้พี่เลี้ยงคนใหม่ก่อน คงอีกไม่กี่วัน ตะวันฉายนิ่งคิดก่อนจะตกลง

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงตะวันฉาย ยุทธการโทร.หาเอวาขณะที่เธอกำลังนอน ปกติจะตื่นเที่ยง เธอจึงหงุดหงิดขึ้นมารับสาย แต่พอรู้ว่าเป็นยุทธการ ก็ตาสว่าง เขาขอให้เธอลงมาพบที่ร้านกาแฟใต้คอนโดฯของเธอ พอเจอหน้าเขาก็ถามทันที

“เอวา...บอกพี่มาตรงๆเถอะว่าซันกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อเช้าพี่ไปที่คอนโดฯ รีเซปชั่นบอกว่า ซันไม่ได้กลับมาหลายวันแล้ว”

เอวาตกใจ แก้ตัวแทนว่าตะวันฉายมีธุระ แต่พอเขาย้อนกลับมาว่า ธุระที่แม้แต่พ่อแม่ก็รู้ไม่ได้หรือ เธอหน้าซีดปากสั่นถามว่าเขาไปคุยกับพ่อแม่ตะวันฉายมาหรือ เขาตอบว่าเปล่า แต่ท่านโทร.มาเพราะติดต่อตะวันฉาย ไม่ได้เหมือนกัน เอวารีบถามว่าบอกอะไรไปบ้าง

“พี่ก็บอกว่าพี่เจอซัน ไม่ต้องห่วง แล้วตกลงจะบอกพี่ได้หรือยังว่าซันอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เพราะพี่คงช่วยปิดผู้ใหญ่แบบนี้ได้อีกไม่นาน”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พี่ยุทธคงได้เจอซันเร็วๆนี้ค่ะ”

ยุทธการดีใจ พอดีนิคถือโน้ตเพลงเข้ามาฝากพนักงานไว้ให้เอวา พนักงานบอกว่าเอวาอยู่ร้านกาแฟ เขาแปลกใจทำไมตื่นเช้าได้ จึงตามเข้าไป พอเห็นเธออยู่กับยุทธการจึงหลบ รอจนยุทธการกลับไปก่อน ค่อยออกมาหาทำทีไม่รู้อะไร เอวาท่าทางมีความสุขบอกเขาว่า มาช้าไปนิดเดียว เพิ่งทานข้าวกับยุทธการ

“พี่ยุทธเขามาปรึกษาเรื่องซันน่ะ ตอนนี้อาเกริกกับอารุ้งเริ่มตามหาตัวไอ้ซันแล้วนะ แต่ถ้าซันมันลาออกจากบ้านพี่เมฆวันนี้ ต่อไปเราก็ไม่ต้องโกหกพี่ยุทธอีกแล้ว”

“แกดีใจไหมที่พี่ยุทธจะได้เจอซัน”

เอวาชะงัก ต่อว่านิคอย่าคิดแบบนี้อีก เขาน้อยใจขอตัวไปโรงเรียนก่อน เอวางงทำไมนิคต้องเป็นอย่างนี้...

ขณะที่นิคกำลังเซ็งๆอยู่ แม่โทร.เข้ามาขอเงินให้พี่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวสามหมื่น

“อีกแล้วเหรอ คราวที่แล้วแม่ก็เอาผมไปสองหมื่นบอกพี่นาทจะขายเสื้อผ้า คราวนี้พี่นุ๊กอีก ผมไม่มีหรอกครับ”

“ไอ้นิค แกเรียนสูงกว่าพี่ๆ พอได้ดีแล้วจะทิ้งแม่ทิ้งพี่เหรอ”

“แม่...แต่ที่ผมได้เรียน ผมก็ชิงทุนเองนะ”

“แล้วไง ได้ทุนแล้วเขาสอนให้เนรคุณพ่อแม่เหรอ ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปไม่ต้องกลับมาบ้านแล้วนะ แม่กับพี่ๆก็จะอยู่กันอย่างจนๆต่อไป” แม่ร้องไห้ฟูมฟาย

นิคถอนใจ เปิดสมุดบัญชีดูแล้วบอกแม่ว่าตอนนี้ตนมีอยู่สองหมื่น จะโอนไปให้หนึ่งหมื่น แต่แม่จะเอาทั้งหมด เขาย้อนถามแล้วตนจะเอาอะไรกิน แม่กลับบอกว่าที่ผับมีข้าวให้กินไม่ใช่หรือ ห่อกลับมากินด้วยก็ได้ ก่อนวางสายแม่ยังบอกอีกว่า ร้านเสื้อของพี่นาทจะปิดให้ช่วยส่งเงินมาลงทุนใหม่ด้วย นิคมึนงง นึกสมเพชตัวเองผู้ชายที่มีแต่ตัวอย่างเขา ใครจะมอง

ooooooo

บ่ายนี้หมออนุญาตให้หมอกกลับบ้านได้ เมฆฟังรายงานจากหมอว่า ไม่มีไข้เลือดออก แต่ที่เป็นไข้เพราะเล่นน้ำนานเกินไป เมฆรับว่าตนผิดเองที่ไม่ระวัง หมอยิ้มๆย้ำให้ทานยาให้ครบ
พอหมอออกไป หมอกก็กระโดดเล่นบนเตียง เมฆปรามระวังตก ขาดคำก็ลื่น ทั้งเมฆและตะวันฉายพุ่งเข้าไปรับ ตัวชนกันอย่างจัง หมอกกอดคอทั้งสองคนไว้ ตะวันฉายตาเหลือกเพราะหน้าอกตัวเองแนบติดกับตัวเมฆ เธอค่อยๆถอยห่างออกอย่างไม่กระโตกกระตาก เมฆถามหมอกว่าเจ็บตรงไหนบ้าง หมอกตอบว่าไม่ เพราะพ่อชนพี่ซันไม่ได้ชนตน ตะวันฉายหลบตา

จากนั้น เมฆจูงหมอกเดินไปตามทาง ตะวันฉายถือถุงยาของหมอก อีกมือจับคอเสื้อตัวเองหน้าบูดบึ้งเดินทิ้งระยะห่าง พอใกล้ถึงรถ เมฆเกิดหยุดกะทันหันแล้วหันมา ตะวันฉายตกใจยกมือบังอก เมฆทำหน้างงถามเป็นอะไร

“เอ่อ...ปะ เปล่าครับ คุณเมฆหยุดทำไม”

“ฉันพิ่งนึกได้ว่า เรื่องยาของหมอก นายต้องดูอย่าให้ขาดนะ” พูดจบเมฆหันกลับไป

ตะวันฉายบ่นอุบ หยุดเพื่อบอกแค่นี้นะ หมอกวิ่งปรู๊ดไปนั่งเบาะหลัง ตะวันฉายรีบถามทำไมไม่นั่งข้างหน้า หมอกบอกว่าอยากนอน เธอจึงขึ้นไปนั่งกับหมอก เมฆให้มานั่งหน้าด้วยกัน แต่เธอไม่ยอมอ้างว่าไม่อยากตีเสมอเจ้านาย

“อ้าว...แต่คราวก่อนนายก็นั่งข้างหน้ากับฉันนี่ ไปนั่งข้างหน้าไป”

“ไม่...คือ คือวันนี้ผมเวียนหัวน่ะครับ ขอนั่งข้างหลังนะครับ”

เมฆงงมันเกี่ยวกันตรงไหน...ระหว่างขับรถไป เมฆคุยหยอกเย้ากับหมอกหัวเราะคิกคักว่าวันเกิดปีนี้จะจัดกินที่บ้านหรือออกไปทานข้างนอก ตะวันฉายแอบมองเมฆเคืองๆคิดในใจ

“ตาบ้า ดันมาโดนจุดยุทธศาสตร์เราได้ เอ...แต่ทำไมนายปากเป็ดไม่เห็นแสดงท่าทางอะไรเลย หรือว่าจะเป็นอย่างที่ไอ้นิคมันว่าเราจอแบน  เขาเลยไม่รู้สึกอะไร โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งโมโห”
ตะวันฉายทำท่าอยากจะแพ่นกะบาลเมฆ แต่ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งฮึดฮัด เมฆมองผ่านกระจก

“เป็นอะไรหรือเปล่าซัน จมูกบานเชียว”

“เอ่อ...เปล่าครับ คือผมเวียนหัว คลื่นไส้ คงเมารถ ขอนอนพักนะครับ” ตะวันฉายเอนนอน

เมฆงง...จนมาถึงบ้าน เก่งรีบมารับหมอกเข้าบ้านด้วยความดีใจ เมฆหันมาจ้องตะวันฉาย เธอเริ่มกลัวถอยหนี เขาก้าวตามเข้าจับบ่าเธอ ตะวันฉายตกใจสะบัดออก

“คุณเมฆมีอะไรอีกครับ”

“ฉันแค่จะบอกว่าขอบใจนะสำหรับทุกอย่าง” เมฆยิ้มให้แล้วผละเดินเข้าบ้าน

“ตาบ้าเอ๊ย...วันนี้ฉันหัวใจจะวายสามทีแล้วนะ” ตะวันฉายโล่งอก

พอเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  ตะวันฉายก็โทร.ระบายความหงุดหงิดกับเอวา เอวาจึงบอกเรื่องที่พ่อกับแม่โทร.หายุทธการ และเขาได้แก้ตัวแทนให้เรียบร้อย แต่ให้โทร.กลับไปหาพ่อแม่บ้าง เอวายังย้ำให้โทร.หายุทธการด้วย ตะวันฉายรับปากแข็งขัน วางสายแล้วอดนึกเข่นเขี้ยวเมฆไม่ได้ นับจากนี้อย่าหวังว่าจะได้เข้าใกล้ตนเกินสามเมตร

หลังจากนั้น ตะวันฉายมาดูแลให้หมอกกินยา แต่ หมอกงอแงไม่ยอมกิน วิ่งหนี เมฆเข้ามาปรามบอกให้เชื่อฟังพี่เขา ถ้าดื้อจะไม่มีใครอยู่ด้วย หมอกจึงยอมกินแต่ก็ร้องขมๆ เมฆกับตะวันฉายหันไปหยิบแก้วน้ำพร้อมกัน เมฆจึงจับบนมือเธอ ตะวันฉายสะดุ้งชักมือออก แก้เก้อยกถาดยาจะเดินออกไป เมฆร้องทัก หมอกต้องนอนกลางวันไม่ใช่หรือ

“คุณหมอกอยากนอนกับใครครับ  คุณพ่อหรือพี่ซัน” ตะวันฉายถาม

หมอกตอบจะนอนกับพ่อ เธอรีบเดินออกไปทันที เมฆมองตามงงๆ...พอหมอกหลับ เมฆจึงตามออกมาดูตะวันฉายว่าเป็นอะไร ท่าทางแปลกๆคอยหลบหลีกจนเขาหมั่นไส้ จับมือเธอลากเข้ามาคุยในบ้าน เก่งตาโพลงมองเจ้านายจับมือผู้ชายด้วยกัน

เมฆลากตะวันฉายเข้ามาในห้องทำงาน ให้นั่งเก้าอี้ข้างๆ แต่เธอไม่ยอมนั่ง เมฆข้องใจถามทำไมต้องคอย หลบหน้าหลบตา ทำอะไรผิดหรือ ตะวันฉายปฏิเสธย้อนถามมีอะไรจะใช้ตน

“ฉันเห็นนายโทร.หาเอวาเรื่องหมอก เลยนึกได้ว่า เรายังไม่มีเบอร์กัน เอาเบอร์นายมาหน่อย ต่อไปนี้เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน” เมฆหยิบมือถือออกมาเตรียมกด แต่ตะวันฉายนิ่งเฉย เมฆถามย้ำ เธอจึงบอกไม่จำเป็นเพราะอยู่อีกไม่กี่วัน แถมมือถือเก่าเงินเติมก็ไม่มี คิดว่าจะเลิกใช้พอดี เมฆรำคาญข้ออ้างของเธอ จึงไล่จะไปทำอะไรก็ไปแต่อดสงสัยไม่ได้

ooooooo

กับสารพัดปัญหาที่นิคต้องเจอ ทั้งเรื่องทางบ้านและยังความรู้สึกที่มีต่อเอวา ทำให้น้อยเนื้อต่ำใจ พอพักจากการสอนร้องเพลง เขาจึงเข้ามานั่งในห้องพักครู เอวาเข้ามาเห็นแปลกใจ ปกตินิคจะต้องนั่งในห้องของตน จึงซักถามว่าเป็นอะไร

“ฉันอยู่ห้องพักครูก็เพราะฉันเป็นลูกจ้างแก ฉันก็ควรจะอยู่ที่นั่น”

“อะไรของแกวะนิค แกไม่เคยเป็นแบบนี้ เอางี้ แกรอฉันเดี๋ยว ฉันไปเอากระเป๋าก่อน ไปหาอะไรกินกันจะได้คุยกันด้วย”

“ไม่ต้องหรอก ฉันอยากอยู่คนเดียว เดี๋ยวไปเจอกันที่ผับเลยแล้วกัน”

“ไอ้นิค อย่ามาติสท์แตกกับฉัน ฉันไม่รับมุกแกนะ รออยู่นี่แหละ” เอวาชี้นิ้วแกมสั่ง

หลังจากนั้น ทั้งสองก็มาที่ห้างสรรพสินค้า นิคยังคงนิ่งเฉย เอวาบ่นว่าหิว แต่เขากลับบอกว่ายังไม่หิว เธอจึงโวย ปกติก็กินเวลานี้ด้วยกันอย่าเรื่องมาก แล้วถามงอนเรื่องอะไร นิคไม่ตอบ เอวาชวนเข้าร้านร้านหนึ่ง เขากลับบอกให้เธอเข้าไปทานคนเดียว ตนไม่มีเงิน เอวาเสนอจะเลี้ยงเอง

“อย่าเลย ฉันขี้เกียจหาตังค์มาคืนแก”

“ได้ ถ้าแกไม่กินฉันก็ไม่กิน อดก็อดด้วยกัน”

“แกจะทำแบบนี้ทำไมวะ”

“ก็แกยังติสท์แตกไม่มีเหตุผล ฉันก็จะงี่เง่าแบบนี้แหละ”

นิคอ่อนใจยอมกินข้าวด้วยแต่ไม่ใช่ร้านนี้ เขาพาเอวามากินที่ฟู้ดคอร์ท...

ในขณะเดียวกัน เมฆเอาใจหมอกสั่งพิซซ่ามาให้ทานพร้อมสลัด หมอกท่าทางมีความสุข แต่พอเห็นเมฆจะออกไปทำงานที่ผับก็เริ่มอ้อนไม่อยากให้พ่อไป อยากให้อยู่เล่านิทานก่อนนอน เมฆนิ่วหน้าเดินเลี่ยงเข้ามาในห้องทำงาน ตะวันฉายตามเข้ามา

“คุณเมฆครับ ผมว่าคุณเมฆน่าจะยอมลางานสักวันนะครับ” เมฆอ้าปากจะพูดแต่ตะวันฉายสวนขึ้นอีก “ผมรู้ว่าคุณเป็นนักดนตรี คุณก็รักดนตรี แต่นี่ลูกคุณนะครับ เขาน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดมากกว่าอะไรทั้งสิ้นไม่ใช่เหรอครับ” เมฆอ้าปากจะพูดก็ไม่ทันอีก “ถ้าคุณไปทำงานคืนนี้ พรุ่งนี้คุณหมอกก็คงเกเรไม่ไปโรงเรียน สุดท้ายผลเสีย ตกที่คุณหมอก เฮ้อ...น่าสงสารนะครับ”

เมฆทนไม่ไหวทุบโต๊ะเปรี้ยง “พอแล้ว ใครบอกว่าฉันจะไปเล่นดนตรีล่ะ”

“อ้าว...ก็คุณเดินหนีมาที่นี่”

“ฉันจะหาคนไปเล่นแทน” ว่าแล้วเมฆก็โทร.ไปหาจอมสยาม ขอให้ไปเล่นดนตรีแทน

ตะวันฉายหน้าแตก รีบเลี่ยงออกไป...จากนั้นเมฆก็ โทร.แจ้งกับนิค เอวากังวลว่าเมฆจะสงสัยในตัวตะวันฉาย ถึงอยู่จับผิด นิคขำท่าทางของเธอ หาว่าเป็นโรควิตกจริต

“แหม...ได้กัดฉันละยิ้มออกเลยนะ หายงอนละสิ”

นิคหุบยิ้มทันที “นายหมอกมันอ้อนพี่เมฆ อยากอยู่กับพ่อ”

เอวาเหวอทำไมไม่บอก นิคสวนก็แทรกเข้ามาก่อนเอง เอวายิ้มๆถามเขาเลิกงอนแล้วหรือ ตกลงงอนเรื่องอะไร นิคชะงักนึกถึงตอนที่เห็นเอวาใกล้ชิดกับยุทธการเมื่อเช้า แล้วตัดใจ

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่พยายามเตรียมใจไว้ว่าชีวิตนี้คงต้องอยู่คนเดียว”

“ที่แท้แกอกหักเลยพาลที่ฉัน แรงนะแก ตกลงแกชอบใคร อ๋อ...ไอ้ซันใช่ไหม โอ้ว รักแท้แพ้ใกล้ชิด”

“นี่แกอย่าเพ้อเจ้อได้ไหม ฉันไม่เคยชอบไอ้ซัน”

เอวารีบถามว่าใคร นิคกลบเกลื่อนว่าคนมีแต่ตัว อย่างตนใครจะชอบ เธอตีแขนเย้า ถ้าใครมาดูถูกเพื่อนตนเรื่องจนรวย ตนจะด่าให้ คนเหมือนกันเอาเงินมาวัดได้อย่างไร นิคอมยิ้มชอบใจ เอวาถามอีกตกลงใคร คนที่หอพักหรือน้องในออฟฟิศ เขาส่ายหน้าขำๆ

“ไม่ใช่เรื่องแฟนแน่นะ ดีเหมือนกัน ฉันก็ไม่อยากให้แกมีแฟน”

“จริงเหรอ...” นิคดีใจเริ่มมีความหวัง

“บ้าน่า...ฉันล้อแกเล่น แกจะรักใครก็เรื่องของแก มันเป็นความสุขของแก แต่ถ้ามีใครทำแกเจ็บ เจ๊เอวาเอาตาย”

“เอาเป็นว่าฉันไม่เศร้าก็ได้ อย่างน้อยก็รู้ว่าแกยังเป็นเพื่อนรักของฉัน”

“มันต้องอย่างนี้สินิคเพื่อนเจ๊ ไป...งั้นเราไปกันเถอะ เดี๋ยวรถติด” เอวาเดินนำ นิคยิ้มเศร้าๆ

ooooooo

และแล้วคืนนี้ ตะวันฉายรีบเตรียมเครื่องนอนของหมอกให้เรียบร้อย แล้วเลี่ยงออกมาเพราะกลัวเมฆจะชวนนอนกับหมอกด้วยกัน

พอได้อยู่ในห้อง ตะวันฉายก็เป็นตัวของตัวเอง อาบน้ำใส่ชุดนอน มีหมวกคลุมผมเตรียมล้างหน้า แต่นึกได้ ปิดไฟต่อสไกป์จากมือถือคุยกับพ่อแม่ ที่ต้องปิดไฟเพื่อไม่ให้เห็นสภาพห้องว่าไม่ใช่ที่คอนโดฯ แล้วโกหกว่าไฟที่คอนโดฯดับ เธอตั้งใจบอกพ่อกับแม่ว่าคราวหลังตนจะติดต่อมาเองไม่ต้องรบกวนยุทธการ เกริกไกรเข้าใจว่าลูกเขินจึงถามตรงๆ จะแต่งงานกันเมื่อไหร่

“พ่อ ซันบอกแล้วไงว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่ยุทธ”

“ไม่ต้องอายหรอก เอาละพ่อไม่แซวแล้ว แต่ตกลงแต่งงานกันเมื่อไหร่บอกพ่อกับแม่นะ พ่อจะยกขันหมากไปขอเจ้ายุทธทันทีเลย”

ระหว่างคุยกัน เมฆเคาะประตูเรียก เกริกไกรแปลกใจว่าเสียงผู้ชายที่ไหน เธอรีบตัดสายพ่อ แล้วปิดปากเงียบทำทีนอนหลับ เมฆเคาะถามอีกว่าได้ยินเสียงคุยยังไม่นอนใช่ไหม ตนมีธุระ เธอรีบหยิบแว่นมาสวมก่อนไปเปิดประตู เมฆตะลึงเห็นใส่หมวกคลุมอาบน้ำเหมือนผู้หญิง เธอนึกได้ดึงออกอ้างว่า ผมแห้งสระบ่อยไม่ได้ เมฆถามคุยกับใคร เธออึกอักก่อนจะชูมือถือว่าฟังละครวิทยุ เมฆยิ่งข้องใจเพราะมือถือรุ่นนี้ราคาแพง ตะวันฉายเหวอเก็บมือถือโกหกว่าเอวาให้ แล้วถามว่าเขามีอะไร เมฆจึงบอกว่าหาตารางสอนของหมอกไม่เจอ จะจัดกระเป๋านักเรียน

ตะวันฉายรีบไปจัดการแทน ระหว่างนั้น เมฆอดซักไม่ได้ว่า เธอคงสนิทกับเอวามากถึงขนาดให้โทรศัพท์ ราคาแพง เธอแก้ตัวว่า เอวาได้มาจากไหนไม่รู้เลยให้ ตนใช้ฟังวิทยุกับเป็นนาฬิกาปลุก เมฆแกล้งบอกว่าน่าเสียดาย ของดีๆตนขอซื้อต่อ เธอรีบปฏิเสธเกรงเอวาไม่พอใจ

“ถ้าขายก็บอกกันนะ ฉันอยากฟังละครวิทยุ” เมฆพูดจบเดินไป

ตะวันฉายรู้สึกแปลกๆ ทำไมเขาพูดแบบนั้น...เมฆเองก็กลับมานั่งคิดปะติดปะต่อเรื่องราวในคืนเดียวกัน หลังจากที่เอวากับนิคเล่นดนตรีเสร็จ เดินออกมาส่งจอมสยามที่มาเล่นแทนเมฆเจอยุทธการ เอวาดีใจคิดว่าเขามาฟังพวกตน แต่ความจริงเขามาบอกว่าตะวันฉายยังไม่โทร.หา เธอจึงรับปากจะย้ำกับตะวันฉายให้ พอยุทธการกลับไป นิคแขวะ ดีใจไหมถ้าตะวันฉายโทร.หายุทธการ เอวายิ้มๆตอบว่าดีใจ นิคพึมพำ...ดีใจแต่หงุดหงิด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายพบว่าชุดชั้นในของตัวเองหมด จะซักก็ไม่ได้เพราะไม่รู้จะตากที่ไหน จึงโทร.ปลุกเอวาให้ช่วยมาเอาของเก่าไปซักที เอวาเหวอ ปลุกแต่เช้าเพื่อเรื่องนี้ ทั้งสองนัดเจอกันที่ซุปเปอร์มาร์เกตใกล้ๆบ้านเมฆ

ตะวันฉายหาข้ออ้างกับเมฆว่าจะออกไปซื้อของไว้ทำอาหารให้หมอก เมฆเห็นหมอกหลับจึงจะขับรถพาไป เธอรีบบอกว่าไม่ต้องเพราะตนจะเอารองเท้าไปหาที่ซ่อมด้วย เมฆเห็นเธอสะพายเป้ไป ก็ขอดูรองเท้าที่พัง จะได้พาไปซ่อมถูกร้าน

“ไม่ต้องครับ ของส่วนตัวผม จัดการเองได้” ตะวันฉายหงุดหงิดจำต้องยอมให้เขาพาไป

มาถึงซุปเปอร์มาร์เกต ตะวันฉายอยากจะโทร.บอกเอวา จึงขอไปเข้าห้องน้ำ เมฆกลับบอกว่าตนก็อยากเข้าพอดี แล้วเดินนำไปเข้าห้องน้ำชาย เธอชะงักยืนลังเล เมฆเร่งให้รีบเข้าไป เธอจำต้องเดินตามเขา พอเห็นผู้ชายยืนปัสสาวะอยู่ก็อายรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ สักครู่ เมฆร้องบอกว่าจะไปรอข้างนอก ตะวันฉายจึงได้โอกาสโทร.บอกเอวา แล้วขอให้เธอช่วย

ตะวันฉายเดินยิ้มออกมาตรงที่เมฆยืนรอ บอกเขาว่า คนในห้องน้ำคุยกันว่ามีละครมาถ่ายที่ชั้นบน ตนขอขึ้นไปดู เขากลับตามไปอีก เธอชักหงุดหงิดที่สลัดไม่หลุดเสียที พอขึ้นมาเห็นคนมุงดูกองถ่าย เธอจึงวิ่งเข้าไปในฝูงคนทำให้เมฆตามไม่ทัน แล้วหลบไปหาเอวา เอวายื่นถุงให้

“อ่ะ ชุดชั้นในใหม่น่ะสิ แกส่งนี่ให้ฉันซักแล้วจะไปเดินซื้อใหม่กับพี่เมฆหรือไง”

“อ๊าย...เพื่อนฉันนี่ฉลาดล้ำจริงๆเลยนะ มามะมาให้ป๋าจูบุ๊...จูบุ๊หน่อยสิ” ตะวันฉายโน้มคอเพื่อนมาหอมแก้ม

“บ้า แกนี่เล่นบ้าๆ  นี่ไหนๆก็เจอกันแล้ว ฉันต้องเฉ่งแกอีกเรื่อง”

ตะวันฉายทำหน้างง เอวาต่อว่าที่ไม่โทร.หายุทธการ ตะวันฉายหงุดหงิดทันที เพราะเมื่อคืนตั้งใจจะโทร. แต่เมฆมาขัดจังหวะเสียก่อน เอวาจึงบอกว่า ยุทธการจะสืบหาว่าเธออยู่ไหน ถ้ายังไม่ได้รับการติดต่อ เธอถอนใจที่เขาเยอะขึ้นทุกวัน

“ซัน ฉันถามจริงๆนะ แกไม่ชอบเหรอมีคนดีๆ อย่างพี่ยุทธมาคอยเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้ ฉันว่าดีออก”

“พูดแบบนี้แสดงว่าอยากมีแฟนแล้วล่ะสิ” ตะวันฉายซักไซ้แอบชอบใครที่ไหน

เอวาปฏิเสธพลันเห็นเมฆเดินมา จึงผลักตะวันฉายล้มเข้าไปในร้านข้างๆ เธอตกใจแต่พอเห็นเมฆก็รีบหลบ เอวาทำทีทักทายว่ามากับหมอกหรือ เขาตอบว่ามากับซัน กำลังตามหาว่าหลงไปไหน แล้วถามว่าเธอมาทำไม เอวาโกหกว่ามาซื้อเสื้อผ้า เขาแปลกใจมาไกลถึงที่นี่ เธออ้างว่าผู้หญิงให้ไกลแค่ไหนก็มาได้ถ้ามันลดราคา เอวาดึงเมฆชวนคุยเดินไปอีกทาง ว่าซันคงหลงทางเพราะไม่เคยเดินห้าง มากรุงเทพฯก็ทำแต่งานส่งเงินให้ทางบ้าน

สักพัก ตะวันฉายวิ่งมา เมฆรีบถามหายไปไหนมา เธออ้างว่ายืนดูดาราอยู่หันมาไม่เห็นเขาเลยเดินตามหา เอวาปลีกตัวจะกลับ เมฆถามไม่ทักทายกับซันบ้างหรือเพิ่งจะเจอกัน ทั้งสองจึงหันมาทักกันพอเป็นพิธี เมฆมองอย่างสงสัย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.