ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันต่อมา หมอกเล่นซ่อนแอบกับตะวันฉาย วิ่งไปแอบแถวบ้านพักของเฮลมุท ถูกสมุนไล่ให้ออกห่างๆหมอกวิ่งหนีชนเข้ากับเฮลมุทอย่างจัง เขามองถมึงทึง จนหมอกกลัววิ่งกลับไป

ยุทธการเดินเข้ามาบริเวณลอบบี้ เกริกไกรกับสายรุ้งเห็นทักทายล้อๆว่าคิดถึงตะวันฉายมากหรือ กลับไปเดี๋ยวเดียวก็มาอีก เขายิ้มเขินๆไม่อยากบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอ เกริกไกรพายุทธการมาที่มุมเขียนหนังสือของตะวันฉาย

“มีแขกคนสำคัญจะขอเช็กอินครับคุณตะวันฉาย”

พอตะวันฉายเงยหน้ามามอง “แขกคนนี้คงต้องเช็กอินกับพ่อมั้งคะ”

“แต่ถ้าจะเช็กอินตลอดชีวิตน่ะ ต้องเช็กอินกับคุณตะวันฉายเท่านั้น”

ตะวันฉายเคืองหันมองแม่ สายรุ้งส่ายหน้า ตนไม่เกี่ยวห้ามไม่ทัน ยุทธการบอกตะวันฉายว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ทั้งเกริกไกรและสายรุ้งช่วยกันดันยุทธการเข้าไปหาลูกสาวแล้วขอตัวไปทำงานต่อ เหมือนเปิดทางให้...ยุทธการเปิดฉากถามทันทีว่า วันก่อนที่ตนโทร.มา เหมือนได้ยินเสียงเมฆ ไม่ทันที่เธอจะตอบ หมอกวิ่งเข้ามากอดตะวันฉายแล้วทัก

“อายุทธพี่ชายพี่ซันใช่ไหมครับ”

ยุทธการมองหน้าตะวันฉาย เธอส่ายหน้าอย่างร้อนรน จังหวะนั้น เมฆวิ่งเข้ามาอีกคน

“นั่นสิ...ใช่จริงๆด้วย มาที่นี่ได้ไงเนี่ย แหม...ดูเหมือนจะเจอไปทุกที่เลยนะครับ”

ตะวันฉายหน้าเสีย ขยิบตาให้ยุทธการรับมุก “อ้าว นายยุทธรู้จักกับคุณเมฆด้วยเหรอ”

ยุทธการตอบรับงงๆ เมฆยิ้มกริ่มแกล้งถามถึงซัน มาด้วยหรือเปล่า หมอกได้ยินชื่อซันก็ดีใจมองหา ยุทธการเริ่มเข้าใจสถานการณ์ รีบบอกว่าซันอยู่ช่วยงานที่บ้าน เมฆถามแล้วเขามาทำอะไรที่นี่ ตะวันฉายแทรกตอบแทนว่าเป็นพนักงานที่นี่

“งั้นดีเลย ผมมีงานให้ทำ ไม่รู้ทางรีสอร์ทจะว่าอะไรหรือเปล่า”

ตะวันฉายเออออ แต่ก็แอบมองว่าเมฆคิดอะไรอยู่...เมฆแกล้งให้ยุทธการเป็นคนเล่นน้ำทะเลกับหมอก ตะวันฉายยืนมองยิ้มๆ เมฆแซว

“ดูคุณจะมีความสุขเหลือเกินนะ ดูลูกผมเล่นน้ำเนี่ย ถูกใจอะไรนักหนา”

“ฉันชอบเห็นคนมีความสุขนี่คะ หรือว่าคุณไม่”

“ถ้าไม่ใช่นายยุทธ เธอจะมีความสุขอย่างนี้หรือเปล่าล่ะ”

ตะวันฉายอึ้ง พยายามข่มอารมณ์ไม่ต่อปากต่อคำ เมฆกลับยิ่งได้ใจ เธอหมั่นไส้จะวิ่งไปเล่นกับหมอก แต่พลาดเหยียบก้อนหินล้มเลือดไหล เมฆตกใจเข้าไปอุ้มเธอกลับมานั่งเก้าอี้ ยุทธการตามมา เห็นถึงความห่วงใยของเมฆ เขาล้างแผลเธอด้วยน้ำเปล่าแล้วหันมาขอให้ไปเอายาที ตะวันฉายมองความร้อนรนห่วงใยของเมฆอย่างซึ้งใจ

ooooooo

ด้านอิงฟ้า หงุดหงิดที่ติดต่อเมฆไม่ได้ ไม่รู้ว่าพาลูกไปไหนกลับเมื่อไหร่ ถามเก่งก็ตอบว่าถ้าเมฆไปไหนแล้วมีความสุขหรือสนุก จะลืมหมดทุกอย่าง อิงฟ้ายิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม เธอโทร.เรียกบริการแท็กซี่มารับ โดยไม่รู้ว่าจ่าสมสะกดรอยตามไม่ห่าง

เมื่อเมฆเห็นยุทธการแย่งใส่ยาที่แผลให้ตะวันฉาย ก็หมั่นไส้เดินหนีไปอย่างโกรธๆ ตะวันฉายงงทำไมเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ยุทธการพอเข้าใจ

“นายเมฆนั่น เขาดูเป็นห่วงซันนะ”

“ทำไมพี่ยุทธคิดอย่างนั้นล่ะคะ ซันไม่เห็นรู้สึกเลย เขาชอบกวนประสาทซันตลอดเวลา”

“ไม่รู้สิ ก็พี่เห็นสายตาท่าทีเขาแล้ว มันมีบางอย่างที่มากกว่าธรรมดา แน่ใจเหรอว่าเขาจำซันไม่ได้”

ตะวันฉายนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า เมฆคงจำตนไม่ได้ เพราะถ้าจำได้คงพูดออกมาแล้ว...เวลาผ่านไป ตะวันฉายกับยุทธการมาดูแลหมอกวาดภาพเล่น เมฆแกล้งใช้ยุทธการให้ไปเอาขนมกับน้ำ ตะวันฉายอาสาไปเอง แต่ยุทธการขัดว่าไม่เป็นไร

พอยุทธการไปแล้ว เมฆก็เล่นกีตาร์เพลงที่ตะวันฉายแต่งกับเขา แล้วเปรยว่า เพลงนี้มีคนช่วยตนแต่งจนเสร็จ ตะวันฉายแกล้งถามว่า ดูเขาจะชื่นชมคนแต่งเพลงนี้เหลือเกิน

“ใช่ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ผมไม่รู้จะทำยังไงให้เขากลับมา...พรุ่งนี้ผมก็ต้องกลับแล้ว คุณอยู่เป็นเพื่อนผมจนกว่าผมจะกลับกรุงเทพฯได้ไหม ตะวันฉาย”

สองคนเผลอสบตากันซึ้งๆ ตะวันฉายเรียกสติตัวเองกลับมาไม่ให้หวั่นไหว เผอิญหมอกเข้ามายื่นรูปที่วาดให้ดู สองคนชะงัก หันมาสนใจหมอก

“หมอกวาดรูปพ่อ หมอกแล้วก็พี่ตะวันฉายด้วยครับ สวยไหม”

ตะวันฉายมองแล้วน้ำตาคลอ ชมเขาวาดเก่งมาก เธอหอมแก้มหมอก จังหวะเดียวกับที่เมฆหอมหมอกเช่นกัน ยุทธการถือถาดเข้ามาเห็นภาพนั้นคาตา เขาสะเทือนใจหันหลังกลับไป

ตกเย็น หมอกยังคงวิ่งเล่น เมฆประคองตะวันฉายเดินตาม หมอกร้องให้เธอมาเล่นด้วย

“พี่ซันเขาเจ็บเท้าลูก หมอกอย่าวิ่งเดี๋ยวหกล้ม” ตะวันฉายสะดุ้ง เมฆนึกได้ว่าหลุดปาก“เออ...โทษที ชื่อมันติดปากผมน่ะ ซันเป็นพี่เลี้ยงนายหมอก คนที่ช่วยผมแต่งเพลงนี้แหละ”

ตะวันฉายสะกิดใจ เข้าใจว่าเขาเป็นเกย์เข้าไปใหญ่ เมฆเล่าถึงตอนที่ซันอยู่ ตนชอบชวนทะเลาะ แต่พอไม่อยู่ ตนก็รู้ว่าต้องการเขามากแค่ไหน ตะวันฉายเผลอสบตาเมฆเหมือนอยู่ในภวังค์ เมฆยื่นหน้าเข้าใกล้ พลันหมอกวิ่งมาชน ตะวันฉายหน้าทิ่มไปจุ๊บปากเมฆ เธอผงะหน้าแดงเป็นลูกตำลึง รีบขอตัวเดินหนีไปทันที เมฆอมยิ้มรู้สึกมีความสุข

ตะวันฉายยิ้มเขินเดินมาเจออ้อ อ้อถามทำไมหน้าแดงไม่สบายหรือเปล่า เธออึกอักอ้างตากแดดมากไป อ้อแปลกท่าทีขวยเขินของตะวันฉาย

ขณะเดียวกัน เอวาพอรู้ว่านิคมีใจให้ก็คอยหลบหน้าหลบตาจนนิคอึดอัดใจ ขอลาออก เอวาใจหายหันมาจับเข่า คุยกัน นิคสารภาพว่า ตนรู้มาตลอดว่าเอวารักยุทธการ ตนพยายามไม่คิดอะไร แต่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ทางที่ดีที่สุด อย่าเจอกันอีกเลยดีกว่า

“แล้วแกคิดว่า แกไปแล้วฉันจะมีความสุข กินอร่อย เที่ยวสนุก ชีวิตดีขึ้นกว่าตอนแกอยู่รึไงหา...แกเห็นแก่ตัวมากเลยนะนิค ฉันเองก็รักพี่ยุทธ แต่ฉันยังไม่เคยคิดจะหนีหน้าเขาไปไหนเลย สำหรับฉัน การรักใครซักคนมันคือการอยากเห็นคนที่ฉันรักมีความสุข แต่กับแก แกบอกว่ารักฉัน แต่กลับเลือกที่จะทิ้งฉันไป นี่มันรักภาษาอะไรของแกหา”

“ฉันขอโทษ ฉันคิดว่าฉันทำให้แกอึดอัดใจ”

“ฉันจะอึดอัดมากถ้าแกเปลี่ยนไป อีกอย่างเดี๋ยวแกก็ต้องไปเมืองนอกแล้ว ให้ฉันได้ทำงานกับเพื่อนรักของฉันจนกว่าจะถึงวันนั้นได้ไหม”

นิคสบตาเอวาก่อนจะยิ้มออกมา “เพื่อนรักขอมาขนาดนี้ ฉันจะปฏิเสธยังไงได้วะ”

เอวาโอบไหล่นิคด้วยความดีใจ บรรยากาศดูคลี่คลายไปในทางที่ดี

ooooooo

คืนนี้ ที่รีสอร์ทมีงานเลี้ยงพนักงาน เกริกไกรชวนเมฆกับลูกมาร่วมงานด้วย ตะวันฉายต้องเป็นคนดูแล อ้อดี๊ด๊าขอให้เมฆขึ้นร้องเพลงบนเวที ตะวันฉายทำทีบ่น

“ช่วยบอกล่วงหน้าด้วยนะคะ จะได้เตรียมสำลีมาอุดหูทัน”

เมฆหมั่นไส้ ทำท่าอยากเขกหัวเธอ...เมฆขึ้นเตรียมพร้อมบนเวที ก่อนเริ่มบรรเลงกีตาร์ เขาเกริ่น เพลงที่จะเล่นเป็นเพลงที่ตนแต่งร่วมกับใครคนหนึ่ง ถ้าไม่ไพเราะช่วยทนฟังกันหน่อย ตะวันฉายทำเป็นไม่สนใจ เดินเลี่ยงไปจุดลับตาคน ฟังเพลงที่เมฆเล่นอย่างปลาบปลื้ม เกริกไกรกับสายรุ้งมองอากัปกิริยาของลูกสาวอย่างสงสัย สายรุ้งถอนใจเสียดายที่เมฆมีครอบครัวแล้ว

หลังจบงาน หมอกตามตะวันฉายมาที่มุมทำงานของเธอ นั่งเล่นอะไรอยู่คนเดียว เมฆเกากีตาร์ร้องเพลงเหมือนบอกความในใจ ตะวันฉายฟังแล้วไม่อาจเก็บความในใจไว้ได้น้ำตาคลอ เมฆวางกีตาร์หันมากอดเธอและซับน้ำตาให้ ทั้งสองสบตากันโดยไม่พูดจา แต่เข้าใจถึงความรู้สึกของกันและกันชัดเจน ยุทธการผ่านมาเห็นภาพบาดตา เขาสะเทือนใจอย่างมาก
เห็นว่าดึกมากแล้ว ตะวันฉายไล่ให้เมฆกลับ แต่เขาเดินตามมาส่งเธอถึงหน้าบ้าน

“ผมก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก แค่จะมาบอกว่า ที่ผมรู้ว่าคุณเขียนนิยายก็เพราะพ่อแม่คุณเล่าให้ฟัง หายคาใจแล้วใช่ไหม”

“ไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันหรอก”

“ที่ผมมาส่งคุณก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ กลัวคุณจะโดนงูทะเลกัดน่ะ”

“แต่ดันเจอผีทะเลอย่างคุณไง”

เมฆเห็นดอกไม้ร่วงมาติดผมเธอ จึงเอื้อมมือไปจะหยิบออก ตะวันฉายหลบคิดว่าเขาจะทำอะไร แต่พอเห็นดอกไม้ในมือเขา เธอก็อึ้งหยิบดอกไม้ในมือเขา เมฆรีบกุมมือเธอแล้วจ้องตาซึ้งๆ ตะวันฉายไม่อาจละสายตาจากเขาได้

“ฉันทำอะไรแย่ๆกับคุณไว้ตั้งเยอะ คุณคงไม่อยากกลับมาที่นี่อีกใช่ไหม”

“ถ้าใช่...แล้วคุณจะทำยังไงให้ผมกลับมาอีกล่ะ” เมฆขยับเข้าประชิด โน้มหน้าเข้าใกล้

ตะวันฉายนิ่งอึ้ง ทันใด เสียงหมอกอ้อแอ้ว่าง่วงนอน ทั้งสองผละออกจากกัน ตะวันฉายขวยเขิน เมฆอุ้มหมอกขอตัวพาไปนอน เธอยิ้มให้เขาเก้อๆ แต่ในใจ อิ่มเอมไปด้วยความสุข

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อ้อเห็นยุทธการถือกระเป๋าจะกลับกรุงเทพฯ ก็จะไปตามตะวันฉายมาส่ง แต่เขาห้ามไว้ และฝากลาเกริกไกรกับสายรุ้งให้ด้วย ไม่ทันไร อ้อเดินมาเจอตะวันฉายปลอบหมอกที่โยเยไม่อยากกลับอยู่ จึงรีบบอกว่ายุทธการกลับไปแล้ว หน้าตาดูหมองๆ เหมือนน้องหมอกตอนนี้

หมอกให้รูปที่วาดไว้เป็นที่ระลึก ตะวันฉายมองน้ำตาไหลไม่รู้ตัว เมินหน้าเดินหนี เมฆฝากหมอกไว้กับอ้อแล้วเดินตามเธอไป เมฆบอกเธอว่าหมอกมีความสุขมากและคงคิดถึงเธอ

“ฉันก็คงคิดถึงคุณหมอกมากเหมือนกัน”

“แล้วไม่คิดถึงคนอื่นบ้างเหรอ”

“ฉันมีงานต้องทำเยอะแยะ ไม่มีเวลาคิดถึงใครหรอก”

“แต่ผมจะคิดถึงที่นี่มากเลยนะ มีคนคนนึงเข้ามาในชีวิตผม บางทีก็กวนประสาทเหลือเกิน แต่บางทีเขาก็ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตมีค่ามากแค่ไหน แล้วเขาก็จากไปโดยที่ผมไม่มีโอกาสได้บอกลาด้วยซ้ำ ผมเคยคิดว่าผมเข้มแข็งพอแล้วนะ แต่วันนึงผมถึงได้รู้ว่า ผมอ่อนแอยิ่งกว่าเดิมซะอีก เพราะความสุขความสดใสที่เคยอยู่ข้างๆผมมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว”
“แต่สำหรับฉัน ความสุขมันไม่ใช่แค่การได้อยู่ใกล้คนที่เรารักนะคะ แต่มันเกิดจากการที่ได้เห็นว่า ความเป็นจริงอยู่ตรงหน้ามันสวยงามยิ่งกว่าความฝันซะอีก”

“ผมอยากให้ความฝันมันเป็นความจริงได้ไหม”

“ฉันกลัวว่าความเป็นจริงจะทำลายความสุขที่มันมีอยู่ในตอนนี้”

“ไม่เป็นไร งั้นผมก็จะฝันมันต่อไป แต่ผมหวังว่า เมื่อผมตื่นขึ้นมา ผมจะพบกับความสดใสของผมอีกครั้ง ผมขออะไรหน่อยได้ไหม” เมฆดึงเธอเข้ามากอด ซึมซับความรู้สึกที่มีต่อกัน ก่อนจะผละออก แล้วเดินกลับไป ปล่อยตะวันฉายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น...

เมื่อทุกคนกลับไปหมด ตะวันฉายลงมือเขียนหนังสือเรื่องใหม่ พิมพ์ชื่อเรื่องว่า...ตะวันฉายในม่านเมฆ... เธอนั่งมองหน้าจอ นึกลำดับความ แล้วหยิบดอกไม้แห้งมาดูเศร้าๆ เกริกไกรกับสายรุ้งเข้ามาชะโงกมอง เธอรีบเก็บ ดอกไม้ในสมุดไดอารี่

เกริกไกรแซว เห็นไปอยู่กรุงเทพฯตั้งนาน ทำไมเขียนไม่ได้สักตัว ตะวันฉายตอบว่าเรื่องเดิมที่เขียนส่งประกวดมันไม่ทันแล้ว ตนจึงเปลี่ยนมาเขียนเรื่องใหม่

“ตกลงจะได้เห็นหน้าปกนิยายลูกสาวพ่อสักเรื่องไหมเนี่ย”

“ต้องได้เห็นแน่นอนค่ะพ่อ เพียงแต่ตอนนี้ซันต้องหาแรงบันดาลใจก่อน”

สายรุ้งหยั่งเชิงให้ลองคิดถึงเมฆ ตะวันฉายตกใจกลบเกลื่อนทำไมต้องคิดถึงเขา แล้วเดินเลี่ยงหนีไป สายรุ้งถอนใจสงสารลูกเพราะคิดว่า ลูกคงพยายามตัดใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เมฆต้องประหลาดใจ เมื่ออิงฟ้ามาบอกว่าจะย้ายไปอยู่บ้านธีรภพ ฝากเขาดูแลหมอกสักพัก สัญญาจะกลับมาหาลูกและไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนอีก อิงฟ้าถอดสร้อยที่ใส่ให้เมฆเก็บไว้ให้หมอก และขออย่าบอกใครว่าตนอยู่ที่ไหน

“แล้วคุณจะบอกผมได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ขอให้ฟ้าเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้จบเสียก่อนนะคะ แล้วฟ้าจะบอกคุณ”

เมฆจะไปส่งวันพรุ่งนี้ แต่เธอขอไปคืนนี้และเดี๋ยวนี้ เมฆสงสัยมองอิงฟ้ากอดล่ำลาหมอกก่อนจะขึ้นรถ ด้านนอกบ้าน จ่าสมส่องกล้องมองภาพนั้นน้ำตาคลอ ตื้นตันที่ได้เห็นหลานตา...เมฆขับรถมาส่งอิงฟ้าและช่วยขนกระเป๋าเข้าบ้าน จ่าสมขับรถตามมาจอดห่างๆ เขาโทร.รายงาน

“สารวัตรครับ ผมคิดว่าคุณเมฆคงพาอิงฟ้ามาหาที่หลบไอ้พวกนั้นนะครับ...”

เมฆพยายามถามอิงฟ้าว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตอบแต่ว่าไม่มีอะไรและเร่งให้เขากลับไปและไม่ต้องมาหาตนอีก เมฆเข้าใจว่าเธอกำลังจะทิ้งลูกไปอีกครั้ง จึงพูดทิ้งท้ายไว้

“ถ้าได้ที่หมายใหม่แล้วก็หาทางส่งกุญแจบ้านคืนผมด้วยแล้วกัน”

อิงฟ้าหลบตากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ พอเมฆเดินออกไป เธอก็ทรุดลงร้องไห้สะอึกสะอื้น ภาพอดีตความสุขของเธอกับธีรภพปรากฏขึ้นทุกจุดในบ้าน ธีรภพสัญญาจะดูแลเธอและลูก

“ฟ้ารู้ว่าพี่ธีจำคำสัญญาได้เหมือนกับฟ้า พี่ธีต้องดูแลหมอกกับฟ้าให้ปลอดภัยนะคะ”

นอกบ้าน จ่าสมยังอยู่ในรถเฝ้ามองมาที่บ้านธีรภพ เขาโทร.รายงานยุทธการว่า อิงฟ้าเก็บตัวปิดไฟเงียบอยู่ในบ้าน ยุทธการบอกว่าพรุ่งนี้จะส่งคนไปเปลี่ยนเวร แต่จ่าสมขอเป็นคนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ยุทธการแปลกใจ แต่ไม่เอะใจสงสัย...

วันต่อมา เมฆต้องพาหมอกมาซ้อมดนตรีที่ผับด้วย เขาบอกเอวาช่วยตามซันกลับมาดูแลหมอกระหว่างอิงฟ้าไม่อยู่ที นิคเสนอให้หาพี่เลี้ยงคนใหม่ไปเลย แต่เมฆอ้างว่าหมอกเข้ากับซันได้ดี เอวาไม่รับปากว่าซันจะกลับมา เพราะได้งานทำที่บ้านแล้ว

หลังจากนั้น เอวาก็โทร.บอกตะวันฉาย เธอตกใจที่อิงฟ้าทิ้งไป แต่อดน้อยใจไม่ได้

“นี่ถ้าเขาบอกฉันตรงๆนะว่าอยากให้ฉันกลับไป ฉันก็คงไม่ปฏิเสธหรอก”

“ตกลงว่าเธอจะกลับมาเพราะพ่อหรือเพราะลูกเนี่ย”

“ฉันสงสารน้องหมอกย่ะ ฉันไม่มีทางไปหลงรักผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ชายหรอกนะ”

เอวาว่าจะลองเชื่อ แต่เธอจะหาวิธีบอกพ่อแม่อย่างไร ตะวันฉายชักหวั่นใจ...คิดหาข้ออ้างมาบอกพ่อกับแม่ว่า อยากกลับไปหาข้อมูลสำหรับเรื่องใหม่ สองคนรู้ว่ารั้งลูกไว้ไม่อยู่แน่

ooooooo

ในขณะที่เอวากับนิคนั่งคุยกันเรื่องที่ตะวันฉายจะกลับมาเป็นซัน อยู่บ้านเมฆอีกครั้ง ทั้งสองเชื่อว่าเพราะตะวันฉายรักเมฆ ยุทธการเข้ามาได้ยินพอดี เขาโพล่งขึ้นว่าทำไมไม่บอกตน  ทั้งนิคและเอวาตกตะลึง

“พี่ยุทธคะ คือว่าเราสองคนไม่ได้ตั้งใจจะปิดพี่ยุทธนะคะ”

“แต่ว่าความจริงก็คือความจริงที่พี่ต้องยอมรับมันใช่ไหม ที่จริงพี่ก็รู้สึกมาสักพักแล้วล่ะ”

สองคนนิ่งพูดไม่ออก ทั้งสามคนย้ายมานั่งริมน้ำ เอวามองยุทธการด้วยความสงสาร

“เอวาเข้าใจความรู้สึกนี้ดีว่ามันเป็นยังไง เอวาเอาใจช่วยขอให้พี่ยุทธทำใจได้เร็วๆนะคะ”

ยุทธการมองเอวาอย่างรู้สึกผิด “ตอนที่พี่รู้ว่าเอวารู้สึกยังไงกับพี่ พี่เองก็นึกไม่ออกนะว่าเอวาจะรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้พี่เข้าใจทุกอย่างชัดเจนเลย พี่ขอโทษนะเอวา”

“โอ๊ย พี่ยุทธไม่ต้องขอโทษเอวาหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหน ถ้าไม่รักมันก็คือไม่รัก ต่อให้เอวาเอาปืนไปจ่อเอามีดไปจี้พี่ยุทธ คำตอบมันก็คงไม่เปลี่ยนหรอกจริงไหมคะ”

ยุทธการรีบบอกว่า แต่ตนก็เป็นห่วงและปรารถนาดีกับเธอ เอวาเข้าใจดีว่าความรักมีหลายรูปแบบ เมื่อไม่ได้แบบนี้ก็มีอีกแบบมาทดแทน บางทีความรักแบบพี่น้องหรือเพื่อนอาจจะยั่งยืนกว่า นิคถอนใจเฮือก

“แหม...ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันแห้วแห่งชาติ

ยังไงไม่รู้นะ คนอกหัก 3 คนถึงต้องมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้”

ยุทธการแปลกใจว่านิคอกหักด้วย นิคตอบยิ้มๆว่า ตนไม่ได้อกหักธรรมดา อกหักเพราะรักเพื่อนซี้ ดีที่ไหวตัวทันก่อนจะเสียเพื่อนไป เอวาโอบไหล่นิคบอกว่าเขาได้เพื่อนซี้กลับมาแล้ว ยุทธการมองสองคนอย่างเข้าใจทันที

“ขอบคุณที่เธอสองคนอยู่ตรงนี้กับพี่นะ อย่างน้อยพี่ก็ไม่ใช่คนเดียวบนโลกที่ผิดหวังในความรัก” ยุทธการโอบไหล่เอวาอีกต่อ ทั้งสามนั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่เมฆกำลังเล่นดนตรีกับนิคและเอวา เขาพูดออกไมค์ว่ามีเพลงใหม่มาเล่นให้ฟัง เขาส่งซิกเอวากับนิคแล้วเริ่มบรรเลง ทันใด ตะวันฉายเดินขึ้นมาคว้าไมค์และร้องเพลง ทั้งสามหน้าตาเหลอหลา แต่ก็บรร- เลงเพลงไปจนจบ จอมสยามเดินเข้ามายืนฟังอย่างงงๆ

เพลงจบ ตะวันฉายวางไมค์แล้วเดินลงจากเวทีทันที เมฆวางกีตาร์วิ่งตามลงไป มาทันกันที่หน้าผับ เมฆคว้ามือตะวันฉายหันมาถาม

“รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป อยู่ๆถือวิสาสะมาร้องเพลงผมแล้วก็วิ่งหนีไปดื้อๆเนี่ยนะ”

“ฉันก็แค่แวะมาทักทายแล้วก็จะไปแล้ว”

เมฆไม่ยอมให้ไป ตะวันฉายแกะมือเขาออก อ้างว่าใครเห็นจะไม่เหมาะ เมฆไม่สนใจดึงเธอเข้ามากอดแนบแน่น ตะวันฉายยืนอึ้ง

“อย่าไปไหนได้ไหมตะวันฉาย รู้ไหมว่าเมื่อกี้ที่ผมฟังเพลงของตัวเองที่คุณร้อง ผมรู้สึกยังไง...ผมคิดถึงคุณ จนผมไม่อยากกลั้นมันไว้อีกแล้ว”

ตะวันฉายกลั้นน้ำตา ทำร่าเริง “แค่ร้องเพลงให้นี่ถึงกับซาบซึ้งขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก เราได้ร้องเพลงด้วยกันอีกแน่ แต่ตอนนี้คุณกลับไปทำงานเถอะ”

เมฆชวนให้เข้าไปในผับด้วยกัน แต่ตะวันฉายขอตัวมีงานต้องทำอีกมาก โอกาสหน้าจะกลับมาอีก เมฆขอให้สัญญา เธอพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป จอมสยามเดินเข้ามาสะกิด

“เมฆ ไหนแกบอกฉันสิว่า เมื่อกี้เพลงแกใช่ไหม แล้วทำไมแกไม่เคยร้องให้ฉันฟังเลย”

เมฆไม่ตอบกลับชวนเขาเข้าไปข้างใน จอมสยามงุนงง อะไรมันจะซับซ้อนนักหนา...

คืนเดียวกัน นิคได้รับเอกสารสัญญาจากโปรดิวเซอร์ เขาขออ่านรายละเอียดสักวันก่อนจะเซ็น แต่แล้วนิคได้รับโทรศัพท์จากแม่ ทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆแต่งตัวให้หมอกแล้วพาลงมาเตรียมตัวจะไปโรงเรียน เห็นอาหารเช้าวางเต็มโต๊ะก็แปลกใจ ร้องเรียกเก่งมาต่อว่า บอกไม่ต้องทำอาหารเช้าทำไมไม่จำ ทันใด ซันปรากฏตัวขึ้น หมอกดีใจโผกอด เมฆตะลึงดีใจสุดๆ

“นายกลับมาจนได้นะ”

“ผมกลับมาเพราะคุณหมอกน่ะครับ”

เมฆไม่สนใจจะด้วยเหตุผลใด ตนก็ดีใจที่เธอกลับมา ตะวันฉายยิ้มรับ บอกเขาว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าอิงฟ้ากลับมา แล้วหยั่งเชิงถาม

“แล้วคุณอิงฟ้าเธอหายไปไหนล่ะครับ หรือว่าคุณสั่งเก็บคุณอิงฟ้าไปแล้ว”

“สั่งเก็บ...นายหมายความว่าไง”

“ก็คุณมัน...มาเฟีย”

เมฆยิ่งงงถามเอาความคิดนี้มาจากไหน ตะวันฉายไม่ตอบ เกรงกระทบงานของยุทธการ

“เอาเถอะครับ ผมอาจจะคิดมากไปเอง คุณเมฆทานข้าวเถอะครับ เดี๋ยวคุณหมอกไปโรงเรียนสาย”

เมฆมองตะวันฉายอย่างคลางแคลงใจ...หมอกรบเร้าให้ตะวันฉายไปส่งที่โรงเรียนด้วย กลับมาเก่งเพิ่งเห็นตะวันฉายก็ดีใจเข้ามากอดคอทักทาย เมฆเห็นแล้วหึง เอ็ดเก่งห้ามใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวซันอีก แล้วดึงเธอให้ไปช่วยนวด เก่งเกาหัวแกรกๆด้วยความงง

ตกเย็นหมอกกลับจากโรงเรียน เมฆ ตะวันฉาย และเก่ง ร่วมเตะบอลเล่นกับหมอกอย่างสนุกสนาน เก่งสังเกตเห็นเมฆ หยอกเย้าซันเลยชักจะมั่นใจว่า เจ้านายชอบผู้ชายด้วยกัน

วันต่อมา ขณะที่เมฆซ้อมดนตรีอยู่ที่ผับ ทางโรงเรียนติดต่อไม่ได้จึงโทร.มาที่บ้าน แจ้งว่าหมอกไม่สบายให้มารับกลับ ตะวันฉายตกใจรีบไปที่โรงเรียน ครูพยาบาลบอกว่าหมอกคงแพ้สร้อยคอที่ใส่ เป็นผื่นแดงดูคันมาก ครูส่งสร้อยที่ถอดออกให้ ตะวันฉายรับมาเก็บใส่กระเป๋า พาหมอกไปหาหมอแล้วกลับบ้าน ให้นั่งเล่นที่โซฟา

“คุณหมอกรอตรงนี้ก่อนนะครับ พี่ซันจะไปตามพี่เก่งมาเฝ้าบ้านก่อน แล้วเดี๋ยวพี่ซันจะพาคุณหมอกไปอาบน้ำนะครับ”

ตะวันฉายรู้ว่าเก่งต้องแอบหลับอยู่หลังบ้าน จึงเดินไปปลุก พอกลับมาที่ห้องรับแขกไม่พบหมอก เธอรีบมองที่หน้าบ้าน เห็นหมอกถูกอุ้มจึงร้องเอะอะวิ่งตามมาฉุดหมอกไว้ เก่งได้ยินเสียง วิ่งตามออกมา เห็นคนร้ายสามคนอุ้มหมอกและลากตะวันฉายไปที่รถ เก่งคว้าไม้วิ่งมา ด้วยความที่ร่างเตี้ย ไม่ทันจะฟาดคนร้าย กลับโดนถีบกระเด็น คนร้ายชักปืนมาขู่ แล้วเอาตัวตะวันฉายกับหมอกขึ้นรถไปได้ หมอกร้องไห้จ้า ตะวันฉายคอยปลอบทั้งที่ตัวเองก็กลัวจับใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.