ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท ตั้งอยู่บนเกาะกุลัน  เกริกไกรกับสายรุ้งสองสามีภรรยาช่วยกันบุกเบิกจนเป็นรีสอร์ทระดับแนวหน้า ทั้งสองอยากให้ลูกสาวคือตะวันฉายที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯกลับมาดำเนินกิจการต่อ แต่เธอกลับหลงใหลอยากเป็นนักเขียนมากกว่า

วันๆเอาแต่อ่านนวนิยายแล้ววาดจินตนาการเอาตัวเองเข้าไปเป็นนางเอกในเรื่อง ไม่ค่อยสนใจหน้าที่ การงานของตัว...พอดีวันนี้จะมีกรุ๊ปทัวร์วีไอพีเข้ามาพัก เกริกไกรกับสายรุ้งติดประชุมในเมืองจึงโทร.มาย้ำกับลูกสาว ตะวันฉายหงุดหงิดเพราะกำลังเคลิบเคลิ้มไป กับบทสารภาพรักของพระเอกในนวนิยาย รับสายด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ทำให้แม่สงสัย

“อารมณ์ไม่ดีเหรอลูก งานยุ่งหรือจ๊ะ”

“อุ๊ย...แม่ ขอโทษค่ะ พอดี...ซันกำลังวุ่นตรวจห้องอยู่ค่ะ”

“ห้องของกรุ๊ปแทรเวล ที หรือเปล่าลูก”

ตะวันฉายงงๆแต่เออออไปก่อน สายรุ้งย้ำกับลูกสาวว่า กรุ๊ปทัวร์นี้จะส่งกระเป๋ามาก่อนส่วนแขกจะไปดำน้ำกลับเข้ามาตอนเย็น แม่สั่งให้ล็อกห้องหน้าหาดทั้งหมดไว้ ตะวันฉายอึกอักพยายามนึกว่าแม่สั่งไว้ตอนไหน เกริกไกรดึงโทรศัพท์มาคุยกับลูกสาวเอง

“นี่ ยัยซัน ตกลงเราทำงานอยู่รึเปล่า หรือไปแอบอ่านนิยายเพ้อฝันอยู่ที่ไหนอีก”

“เปล่าเลยนะ พ่อล่ะก็ ชอบมองโลกในแง่ร้าย ระวังจะแก่เร็วนะคะ”

“ไม่ต้องมาถ่วงเวลาเลยนะ ตกลงห้องของแทรเวล ที เรียบร้อยไหม ถ้ารายนี้มีปัญหาพ่อไม่ยอมนะ เพราะเขาเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของเรา”

“เรียบร้อยแล้วค่า ท่านจีเอ็ม ซันลงมือดูแลเองทู้ก... อย่าง แทบจะทำเตียงทำห้องน้ำเองอยู่แล้ว รับรองเรียบร้อยค่ะ”

“ดีแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่ประชุมในเมืองเสร็จแล้วจะรีบกลับ” เกริกไกรวางสาย หันมาบอกภรรยาว่า ลูกสาวดูแลทุกอย่างหมด แต่สีหน้าเขายังดูเครียด

“ก็ดีสิคะ แล้วคุณจะห่วงอะไรอีก”

“ห่วงว่าเราเชื่อลูกได้เหรอ” เกริกไกรถอนใจ สายรุ้งขมวดคิ้ว ชักหวั่นใจเช่นกัน...

พอวางสายจากพ่อ ตะวันฉายรีบกดโทรศัพท์ภายในถามอ้อว่าเตรียมห้องพักกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เรียบร้อยแล้วใช่ไหม อ้อตอบรับ เธอจึงสั่งให้เพิ่ม พวงมาลัยไว้ต้อนรับแขกด้วย ทั้งที่ตัวเองเซ็ง ทำไมพ่อแม่จะต้องตื่นเต้นกับกรุ๊ปทัวร์นี้ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

ในขณะเดียวกัน นภทีป์หรือเมฆ ได้พาลูกทัวร์ฝรั่ง 5 คน ลงเรือออกไปดำน้ำกลางทะเลกลับขึ้นมาก็เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ลูกทัวร์ฟัง ทุกคนชอบอกชอบใจรับปากจะกลับมาเที่ยวอีกแน่ ระหว่างที่ขนของลงจากเรือ มีคนร้ายขโมยกล้องลูกทัวร์วิ่งหนีเข้าไปในโรงแรมของตะวันฉาย คนร้ายสองคนมีมีดเป็นอาวุธ แต่เมฆก็ ไม่หวั่น ร้องบอกให้ รปภ.ช่วยจับ ทั้งสองวิ่งเข้ามาในล็อบบี้ แขกเหรื่อตกใจร้องวี้ดว้าย ้ออและพนักงานวิ่งหน้าตื่นเข้ามา คนร้ายฉวยโอกาสหนีไป

“เกิดอะไรขึ้นคะ กลุ่มลูกค้ามาจากไหนคะ”

“ผมพาแขกแทรเวล ที มาเช็กอิน แล้วไอ้โจรสองคนนั่นมันวิ่งราวของแขกผม”

“ตายจริง วีไอพีกรุ๊ปนี่!” อ้อกุมอกอุทาน

“อย่าเพิ่งตายครับ ขอดูกล้องวงจรปิดได้ไหมครับ จะได้ใช้เป็นหลักฐานแจ้งตำรวจ”

“เอ่อ...พอดีว่า...Hard disc เสียค่ะ ผู้จัดการยังไม่เอาไปซ่อมน่ะค่ะ”

“หา! อะไรกัน ไม่มีกล้องวงจรปิด แล้วจะปล่อยให้โจรมันหนีไปอย่างนี้เหรอ ไปตามผู้จัดการคุณมาก่อนแล้วกัน”

แต่พออ้อไปรายงานตะวันฉาย เธอไม่ยอมมาเพราะกำลังติดนวนิยายงอมแงม อ้อกลับมาบอกเมฆว่าจะพาไปแจ้งความตำรวจ เมฆไม่พอใจตะคอกถามว่าผู้จัดการอยู่ไหน ้ออหน้าเจื่อน...

ขณะที่ตะวันฉายนอนอ่านหนังสือริมสระอย่างมีความสุข เมฆเข้ามาดึงหนังสือปาลงสระ หญิงสาวเห็นหน้าเมฆจินตนาการเป็นโจร ร้องลั่น...ช่วยด้วย โจรบุก รีสอร์ท แขกในสระแตกตื่น อ้อปรี่เข้ามาอธิบายว่านี่คือกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เมฆมองตะวันฉายหัวจดเท้า

“ฮึ...เนี่ยน่ะเหรอ ผู้จัดการเดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท...ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย”

ตะวันฉายปรี๊ดแตก โวยวายว่าเหตุเกิดที่ชายหาด ไม่ใช่ในโรงแรมของตน

“อ้าว พูดชุ่ยๆอย่างนี้ได้ยังไง เรื่องเกิดที่หาดแต่หน้าหาดรีสอร์ทของคุณนะ แล้วมันก็หนีเข้ามาในรีสอร์ทของคุณ คุณก็ควรจะช่วยเหลือในฐานะเจ้าของพื้นที่สิ”

“ได้ ถ้านายอยากให้เจ้าของพื้นที่ช่วย ก็ไปแจ้งกรมอุทยานแห่งชาติสิ จบป่ะ...แล้วก็เก็บหนังสือมาคืนฉันด้วย” ตะวันฉายพูดจบ สะบัดหน้าเดินไป

เมฆเข่นเขี้ยว นี่ตนอยู่เกาะกุลันหรือเกาะนรกกันแน่ อ้อหัวเราะแหะๆหน้าเจื่อน

ooooooo

เรื่องถึงหูเกริกไกรเมื่อเขากลับมา เมฆเอาหนังสือนิยายของตะวันฉายซึ่งเปียกยุ่ยมาวางลงตรงหน้า และบอกว่าตนรับผิดชอบเก็บหนังสือมาคืนให้แล้ว ทางรีสอร์ท ก็ควรจะรับผิดชอบอะไรบ้าง เกริกไกรหน้าเสีย ซักถามอ้อ พอรู้ว่าลูกสาวแค่ให้พาไปแจ้งความเท่านั้น ก็กุมขมับ

“นี่ถ้าผมไม่มาเอง ผมคงไม่เคยรู้ว่า บริษัทของผมไม่ควรส่งแขกมาที่นี่” เมฆบ่น

“บริษัทของคุณ เอ่อ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณไกด์ชื่ออะไร”

เมฆส่งนามบัตรให้ เกริกไกรหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่า เมฆคือนภทีป์ ประธานบริษัทแทรเวล ที ที่ส่งลูกค้าวีไอพีมาที่โรงแรมเป็นประจำ เขาสั่งอ้อตามตัวตะวันฉายมา เดี๋ยวนี้...ตะวันฉายมาถึงก็สนใจแต่หนังสือตัวเองบนโต๊ะ แถมยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือเต็มที่แล้ว เมฆฉุนโวยลั่น

“อ่านนิยายน้ำเน่าตอนที่แขกได้รับความเสียหาย แถมยังพูดจาหยาบคาย ไร้มนุษยธรรม แบบนี้เรียกช่วยเต็มที่เหรอ”

“แล้วจะให้ทำไง ให้ฉันขี่ม้าควงปืนไล่ยิงโจรหรือไง”

“คุณเกริกไกร ผมเสนอให้ไล่ผู้จัดการคนนี้ออก”

“ไล่ออก!” เกริกไกรและตะวันฉายอุทานพร้อมกัน ...เมฆยืนยันคำเดิม ไม่เช่นนั้น ตนจะยกเลิกสัญญาและอาจจะประจานทุกสื่อถึงบริการแย่ๆของที่นี่ ตะวันฉายยังปากเก่ง

“โห...กลัวมาก เพิ่งรู้ว่าบริษัทนี้เขาให้ไกด์มีอำนาจบริหารด้วย”

เกริกไกรเอ็ดลูกสาว ใครบอกว่าเมฆเป็นแค่ไกด์ คุณนภทีป์เป็นถึงประธานบริษัท...แล้วปาดเหงื่อ บอกลูกให้ขอโทษ แต่หญิงสาวกลับยิ้มเยาะ หาว่าเมฆเป็นไกด์เถื่อน จะฟ้องกลับเอาให้ปิดบริษัทไปเลย เมฆเจอไม้นี้ก็อึ้ง ชี้แจงว่าคนของตนป่วย และไกด์คนอื่นติดกรุ๊ปลูกทัวร์หมด จึงต้องมาแทน ตะวันฉายยืนกรานไม่ขอโทษแถมให้เขาเป็นคนขอโทษกลับ

“ผมจะส่งทนายมาคุยเรื่องการยกเลิกสัญญา พรุ่งนี้กรุ๊ปของผมจะเช็กเอาต์ก่อนกำหนด ส่วนกรุ๊ปที่จองไว้ก็ขอยกเลิกแล้วกัน” เมฆโมโหเดินออกไป

เกริกไกรหันมาเอ็ดตะโรใส่ลูก ที่ทำให้พนักงานในโรงแรมต้องเดือดร้อน ตกงาน ขาดรายได้ ตะวันฉายหน้าเสียขอโทษพ่อเสียงอ่อย ยอมทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ...เกริกไกรรีบตามมาขอโทษขอโพยเมฆ และลากตะวันฉายมาขอโทษด้วย พร้อมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกทัวร์ และให้พักฟรีในครั้งนี้ เมฆขอเพิ่มเติม

“ผมต้องการให้คุณตะวันฉายมาเป็น Butler ดูแลผมกับกรุ๊ปทัวร์ตลอด 24 ชั่วโมงที่เราพักที่นี่”

ตะวันฉายโวยวายไม่ยอมเพราะมันคือหน้าที่คนรับใช้ แต่เกริกไกรตอบตกลง...ตะวันฉายงอนตุปัดตุป่อง สายรุ้งต้องมาไกล่เกลี่ย ว่าตั้งแต่ตะวันฉายเข้ามาทำงาน ทะเลาะกับแขกไปสี่ราย แต่รายนี้จะสูญเสียรายได้เป็นล้านๆ พ่อกับแม่คงต้องปิดรีสอร์ทก่อนตาย

“ก็คนมันไม่อยากทำ จะทำให้มันได้ดีไงล่ะคะ คนอย่างซันถ้าจะทำอะไรได้ดี ก็ต้องทำสิ่งที่รักเท่านั้น”

“เป็นนักเขียนนิยายน่ะเหรอ โอ๊ย กว่าเราจะโด่งดังพ่อก็แก่ตายคาเกาะพอดี”

ตะวันฉายค้อนขวับ แล้วขอร้องพ่อ ขอโอกาสหนึ่งปีให้ตนได้พิสูจน์ตัวเอง ทั้งพ่อและแม่ไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวจะทำได้ ตะวันฉายน้อยใจ กระทืบเท้าวิ่งไป...สองสามีภรรยาคุยกัน สายรุ้งสงสารลูก เพราะเมื่อก่อนตนก็เคยอยากเป็นนักเขียน แต่ต้องทิ้งความฝันมาอยู่เกาะ เกริกไกรบอกว่า ที่ตนทำเป็นการให้กำลังใจลูกในแบบของตน สายรุ้งค้อนสามีที่แถไปเรื่อย

และแล้วตะวันฉายก็เห็นเว็บสำนักพิมพ์พราวฝัน มีการประกวดนักเขียนนิยายหน้าใหม่ หัวข้อเรื่องรักโดนใจ ผ่านรอบแรกจะได้เข้าอบรมกับนักเขียนมืออาชีพ ถ้าชนะจะได้เงินรางวัลสามแสน พร้อมได้ตีพิมพ์ เธอยิ้มย่องวาดฝันว่าตัวเองชนะเลิศถึงขั้นมีคนซื้อไปทำเป็นละคร

“ทีนี้พ่อกับแม่จะได้รู้สักทีว่าเรามันเจ๋งขนาดไหน ไม่ใช่สักแต่เกิดมาสวยและฉลาด” ตะวันฉายหยิบนิยายที่เขียนเอาไว้นานแล้วมาปัดฝุ่น ตั้งใจจะเขียนเพิ่มเติมอีกสักหน่อย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆเล่นกระดานโต้คลื่นในทะเลพอกลับเข้ามาในโรงแรม บอกอ้อให้ตามตะวันฉายมารับใช้ตน อ้ออึกอักว่า ตะวันฉายสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวน เมฆหน้าเครียดทันที

“ดี...งั้นบอกมาว่าผมจะรบกวนเขาได้ที่ไหน”

ไม่ทันไร เมฆมาเคาะประตูห้องทำงานตะวันฉายรัวยิบ เธอเปิดประตูอย่างหงุดหงิด พอเห็นว่าเป็นเมฆก็โวยวายที่กล้าบุกมาถึงนี่ เมฆบอกว่ามาตามให้ไปรับใช้ เธอปัดว่าไม่ว่าง เมฆเดินกระแทกเธอเข้าไปในห้อง เห็นคอมพ์ที่เปิดอยู่ แกล้งยั่ว

“แอบทำอะไรอยู่ กำลังยักยอกเงินบริษัทอยู่ใช่ ไหม...หรือว่าเป็นพวกแฮกเกอร์ ปั่นกระแสในเน็ต เรียกตำรวจจับดีกว่า”

ตะวันฉายคว้าโทรศัพท์ในมือเมฆวางลง โวยจะให้ตนทำอะไรว่ามา...เมฆให้เธอตามมาที่ห้อง เขาเข้าห้องน้ำถอดกางเกงที่เปียกยื่นออกมาให้เธอเอาไปซัก ตะวันฉายจะเรียกแม่บ้านมารับ

“นั่นเป็นปัญหาของเธอ แต่ตอนนี้รับไปก่อน”

ตะวันฉายนิ่วหน้ารับกางเกงมาอย่างรังเกียจ ไม่กี่อึดใจ เมฆยื่นกางเกงในตามออกมาอีกตัว เธอเห็นร้องกรี๊ด วิ่งออกจากห้อง เมฆนุ่งผ้าเช็ดตัวหัวเราะสะใจ... จากนั้นไม่นาน เขาก็โทร.ตามเธอให้หาไม้ถูหลังไปให้ ตะวันฉายยิ้มอย่างมีเลศนัย สักพักเธอมาเคาะเรียก เมฆนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตู ตะวันฉายเอาแปรงขัดส้วม ขัดที่ตัวเขายกใหญ่ เมฆร้องลั่นหลบเป็นพัลวัน

“โอ๊ย ยัยบ้า เจ็บนะ อย่ามาเล่นสกปรกอย่างนี้”

“คุณต่างหากที่เล่นสกปรกกับฉันก่อน เป็นไงล่ะ บริการขัดหลัง สะอาดถึงใจไหม”

เมฆตอบยียวนว่ายัง แล้วลากตะวันฉายเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน จับมือเธอที่กำไม้  ขัดที่ส้วม “ชอบขัดนักใช่ไหม ขัดส้วมให้สะอาดเลยนะ”

ตะวันฉายร้องลั่น ดิ้นรนจะหนี เขาคว้าฝักบัวมาฉีดน้ำใส่ เธอสู้ดึงสายชำระมาฉีดกลับ ยื้อยุดกันพัลวัน ทันใดผ้าขนหนูที่เมฆนุ่งหลุดร่วงลง เขาก้มมองหน้าเจื่อน

ตะวันฉายเห็นร้องกรี๊ดๆวิ่งหนีออกจากห้อง เมฆรีบดึงผ้ามาพันกายอย่างอับอาย

ooooooo

เวลาผ่านไป เมฆดูแลพาแขกของเขาทำกิจกรรม ต่างๆอย่างสนุกสนาน มีแขกคนหนึ่งเอาภาพการลอยโคมไฟมาบอกเขาว่าอยากทำแบบนี้ เมฆอธิบายว่า นี่เป็นประเพณีของทางเหนือ แต่ตนจะพยายามหามาให้พวกเขาได้ทำที่นี่ แล้วเมฆก็ไปสั่งตะวันฉายให้หาโคมไฟมาให้ได้

“ไม่เอา ฉันจะไม่ทำอะไรให้คุณอีกแล้ว ถ้าบังคับฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาทำอนาจาร”

“ผมก็จะบอกจีเอ็มของคุณว่า คุณเอาแปรงขัดส้วมมาขัดตัวผมซะถลอก แถมยังดึงผ้าผมออก เอ...หรือผมจะแจ้งตำรวจว่าผมโดนทำอนาจารดีน้า”

ตะวันฉายยืนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เมฆกำชับให้หามาให้ได้ คืนนี้เจอกันที่ริมหาด ตะวันฉายเคียดแค้น แต่แล้วนึกได้ว่าจะแก้แค้นอย่างไร ยิ้มกริ่มออกมา...

คืนนั้น ตะวันฉายนำโคมไฟมาสองชุด แบ่งเป็นสองกลุ่ม เธออธิบายความหมายของการลอยโคมไฟ

ให้แขกฝรั่งฟัง และให้เมฆช่วยกันจุดไฟกลุ่มหนึ่ง ของ

ตนกลุ่มหนึ่ง เธอเอากางเกงที่เมฆให้ไปซักมาเป็นเชื้อไฟ ทำให้โคมของเธอสว่างไสว เมฆเห็นร้องลั่นแต่ทำอะไรไม่ได้

“ยัยบ้า เอากางเกงฉันคืนมา ตัวนี้ฉันรักมากนะเว้ย ยายซาดิสต์”

ตะวันฉายสะใจ กลับมาหัวเราะคิกคักที่บ้าน พ่อกับแม่ได้ยิน แปลกใจคิดว่าลูกสาวเพี้ยนเพราะหมกมุ่นกับนวนิยายมากเกินไป

วันรุ่งขึ้น เมฆเอาคืนบ้าง แกล้งโทร.ให้ตะวันฉายออกมาวิ่งเป็นเพื่อนแต่เช้าตรู่ จู่ๆเขาเห็นความงามของเรือประมงในทะเล เกิดหยุดชะงักดู ตะวันฉายวิ่งตามมา ชนเขาอย่างจัง สองคนทะเลาะแขวะกันไปมา ตะวันฉายแช่งให้เขาล้มหน้ามุดทราย ขาดคำ เมฆสะดุดท่อนไม้ล้มหน้า คะมำ เธอหัวเราะก๊ากที่วาจาสิทธิ์ เมฆทั้งโกรธทั้งอาย...

วันต่อมา อ้อตามตะวันฉายให้ไปส่งคณะของเมฆที่ท่าเรือ พวกเขากำลังเช็กเอาต์ เธอดีใจร้องเย้...ลั่นห้อง ลูกทัวร์ของเมฆกล่าวชื่นชมความรับผิดชอบของเกริกไกร สัญญาจะกลับมาอีก

ตะวันฉายโล่งใจ จะได้ตั้งหน้าเขียนนิยายของตัวเอง ไม่ทันไร ยุทธการลูกชายเพื่อนพ่อลาพักร้อนมาพักผ่อนที่นี่ เธอจำต้องมาดูแลเพราะสมัยที่เรียนกรุงเทพฯ เขาเป็นคนคอยขับรถรับส่ง เกริกไกรกับสายรุ้งชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มาก เห็นว่าเป็นนายตำรวจมีอนาคตไกล จึงเปิดทางให้สองคนได้สนิทสนมกัน ยุทธการนัด

ตะวันฉายทานอาหารเย็น เธอให้ไปทานที่บ้าน แต่เขาขอทานที่ร้านริมหาดของรีสอร์ท ตะวันฉายไม่สงสัยอะไร เห็นเขาเป็นเพียงพี่ชายจึงตกลง

คืนนั้น ตะวันฉายวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ร้าน ขอโทษยุทธการที่มาสายโดยไม่ได้สังเกตว่าเขาแต่งตัวหล่อเหลาเข้ากับบรรยากาศในร้าน...พอได้นั่ง หยิบแก้วน้ำมาดื่ม จึงมองไปรอบๆ

“โห วันนี้จัดซะสวยเลย สงสัยจะมีแขกคู่รักมาที่ร้าน...พี่ยุทธรู้ไหมว่าปกติรีสอร์ทจะจัดตั้งโต๊ะตรงนี้ ตกแต่ง แบบนี้สำหรับคู่รักฮันนีมูน หรือมาฉลองครบรอบแต่งงาน”

“เท่าที่พี่รู้ ยังมีอีกอย่างนะ...”

ตะวันฉายรีบบอกว่าขอแต่งงาน ยุทธการยิ้มกริ่ม หยิบช่อดอกไม้มายื่นให้พร้อมขอดูแลเธอตลอดชีวิต ขอเป็นมากกว่าพี่ชายได้ไหม ดนตรีในร้านบรรเลงเพลงโรแมนติก ตะวันฉายหน้าถอดสี อึ้งพูดไม่ออก ชายหนุ่มถือโอกาสดึงมือเธอออกมาเต้นรำ หญิงสาวเงอะงะ เต้นผิดๆถูกๆ เหยียบเท้าเขาไปหลายหน ยุทธการสารภาพว่า ตลอดสองเดือนที่เธอกลับมา ตนคิดถึงเธอมาก

“เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พี่ก็ไม่รู้ว่า

ความรู้สึกของพี่มันเปลี่ยนไปตอนไหน รู้แต่ว่าสี่ปีที่ซันไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ พี่มีความสุขมากๆที่ได้ดูแลใกล้ชิดซัน และวันนี้พี่ก็มั่นใจแล้วว่า ชีวิตของพี่ที่เหลือขาดซันไม่ได้ เราอย่าจากกันอีกเลยนะ”

ตะวันฉายตกตะลึง เผลอเหยียบเท้าเขาอีก ยุทธการจึงพาเธอกลับมานั่งที่โต๊ะ...เกริกไกรกับสายรุ้งแอบดูลูกแล้วหนักใจ สงสารว่าที่ลูกเขยจะเท้าระบมเสียก่อน สองคนหลบกลับไป

แต่แล้วไม่นาน ตะวันฉายก็กลับมา สองคนแปลกใจเห็นเต้นรำกันอยู่ ทำไมทานข้าวเสร็จเร็ว ตะวันฉายหน้าตึงเมื่อรู้ว่าพ่อกับแม่ตามไปแอบดู เกริกไกรแก้ตัวว่าแค่อยากร่วมลุ้น

“ว่าแต่มีอะไรตกลงกันไม่ได้หรือเปล่า อย่างวันหมั้น วันแต่งงาน ถ้าเขาไม่สะดวกเราจัดให้ได้นะ หรือถ้ามีปัญหาสินสอดอะไรไม่ต้องห่วง ไอ้เกี๊ยงพ่อตายุทธน่ะ มันมีบุญคุณกับพ่อ ให้พ่อลอกข้อสอบแต่เด็ก บอกไปเลย พ่อไม่เรียก”

“พ่อคะ แม่คะ ซันยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่ซันยังไม่เป็นนักเขียนชื่อดังกระฉ่อนให้พ่อแม่ยอมรับ”

“โห...พ่อว่างั้นซันเปลี่ยนมาคิดเรื่องแต่งงานเถอะ เพราะกว่าลูกจะมีชื่อเสียงโด่งดัง พ่อกับแม่คงไปเกิดใหม่แล้วล่ะลูก”

ตะวันฉายโกรธร้องกรี๊ดๆที่พ่อดูถูก สะบัดหน้าเดินหนีเข้าห้อง...ด้านยุทธการนั่งเศร้าอยู่ริมทะเลเพราะโดนตะวันฉายปฏิเสธ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังปักใจรักเธอ
คืนนั้นทั้งคืน ตะวันฉายนั่งพิมพ์นวนิยายของเธอจนเสร็จ และฟุบหลับคาโต๊ะระหว่างรอเครื่องปรินต์งานออกมา สายรุ้งเข้ามาดู อมยิ้ม เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของลูก

ooooooo

บริษัทแทรเวล ที มีการประชุมพนักงาน เมฆประกาศผลกำไรประจำปีที่ดีขึ้น จากเดิมเป็นหนี้ 50 ล้าน 4 ปีที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีแรกที่มีกำไร และยิ่งไปกว่านั้น ทุกโปรแกรมของบริษัทเต็มถึงสิ้นปี มีพนักงานเข็นรถบรรจุถังใส่แชมเปญมากลางห้อง พร้อมรถอาหารนานาชนิดเข้ามา

“ถึงเวลาฉลองกันแล้วใช่ไหมครับ พี่วัฒน์ของพวกเราให้เกียรติเปิดงานหน่อยครับ”

วิวัฒน์เขย่าขวดแชมเปญก่อนเปิด แชมเปญพุ่งกระฉูด พนักงานต่างเฮ วิวัฒน์มองเมฆอย่างภาคภูมิใจและยกนิ้วยอมรับในตัวเขา...ไม่ทันไร เมฆก็หลบเข้าห้อง ทำงานต่อ วิวัฒน์ถือแก้วแชมเปญตามเข้ามา บอกให้สังสรรค์กันก่อน

“อย่าดีกว่าครับ เดี๋ยวผมต้องไปรับหมอก แล้วก็ต้องไปเล่นดนตรีแล้ว”

“เมฆ พี่ว่านายพักบ้างก็ได้นะ วันๆนายมีทั้งเรื่องงานที่บริษัท ทั้งเรื่องลูก แล้วยังจะเล่นดนตรีกลางคืนอีก พี่ว่านายน่าจะเลิกเล่นดนตรีนะ”

“สำหรับผม ดนตรีมันคือความสุข คือชีวิตของผมครับ ถ้าผมเลิกเล่นมันเมื่อไหร่ ก็คงไม่ต่างจากร่างกายที่ไม่มีลมหายใจ”

“ฮ่าๆๆ เอาละๆ พี่ยอมแล้วครับคุณศิลปิน ไอ้ธีคง ภูมิใจมากนะ ถ้ารู้ว่าน้องชายนักดนตรี แต่มาช่วยทำให้บริษัทเรามาได้ไกลขนาดนี้ ขอบใจนะเมฆ นายไม่ได้ทำให้ไอ้ธีคนเดียว แต่นายทำให้พวกเราทุกคนด้วย พี่ขอบใจจริงๆ”

“ผมทำเพื่อหมอก ลูกชายของผมด้วยครับ” เมฆพึมพำเมื่อวิวัฒน์กลับออกไป

ตกเย็น เมฆรับหมอก เด็กชายอายุสามขวบจากโรงเรียนกลับมาบ้าน เก่งคนรับใช้ จัดการล้างรถ ตัวเขาขึ้นห้อง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปเล่นดนตรีต่อ พลันได้ยินเสียงหมอกร้องไห้จ้า ก็ตกใจรีบวิ่งลงมาดู ปรากฏว่าเพ็ญพี่เลี้ยง ปล่อยให้หมอกอุ่นอาหารเอง หมอกทำชามหกราดตัว เมฆโกรธมาก เอ็ดเพ็ญที่ทิ้งน้องไปคุยกับผู้ชายนอกบ้าน เพ็ญไม่พอใจอยู่แล้ว อ้างว่าหมอกดื้อและซนมาก ตนขอลาออก เมฆหนักใจ ไม่มีพี่เลี้ยงคนไหนอยู่ได้นานสักคน

ooooooo

เมื่อต้องอกหัก ยุทธการจึงลากลับก่อนกำหนด แต่เขายังย้ำกับตะวันฉายว่า จะรอจนกว่าเธอพร้อมเปิดใจรับเขาเป็นมากกว่าพี่ชาย...หมดเรื่องยุทธการ ตะวันฉายก็หอบผลงานนวนิยายของตนมาให้เกริกไกรอ่าน แต่พ่อกลับทำไม่สนใจ นั่งกินถั่วต้มแกล้มไวน์ดูทีวี เธอโกรธจะโวย

สายรุ้งเข้ามาขัดจังหวะ “ก่อนจะตีกันนะ ทานเก็กฮวยอุ่นๆสักแก้วก่อนดีไหม” พูดจบเห็นนวนิยายของลูก จึงคว้ามาขออ่านก่อน ตะวันฉายดีใจ ค่อนขอดแม่ไปหลงรักพ่อที่จิตใจไร้จินตนาการได้อย่างไร แม่ตอบว่า ตอนนั้นไม่มีตัวเลือก เกริกไกรหน้าเหวอ

“อ้าวแม่...ไหนตอนนั้นบอกว่า มีคนมาจีบเยอะแต่เลือกพ่อไง”

“ทางการตลาดเขาเรียกว่า Value added ไงพ่อ ไม่งั้นจะคุมการตลาดจนรีสอร์ทเราขายดิบขายดีแบบนี้เหรอ”

“โธ่...นี่พ่อพลาดเสียตัวให้แม่ไปแล้วเหรอเนี่ย” เห็นตะวันฉายเผลอยิ้ม “ยิ้มอะไร สะใจใช่ไหม ดีล่ะ พ่อจะเอาไปชั่งกิโลจริงๆ” เกริกไกรแกล้งจะคว้านวนิยายของลูก

ตะวันฉายร้องลั่น “อ๊าย...ไม่ได้นะคะ นี่น่ะวรรณกรรมของโลกเลยนะ พ่อลองอ่านแล้วพ่อจะรู้ว่าเพราะอะไรเรื่องนี้จึงควรจะได้รางวัลจากการประกวด”

“งั้นผ่านรอบแรกก่อนดีกว่าไหม พ่อค่อยอ่าน กลัวอ่านเก้อแล้วมารู้ทีหลังว่าตกรอบแรก”

ตะวันฉายหน้างอเดินปึ่งๆขึ้นห้อง สายรุ้งหมั่นไส้ที่สามีแกล้งลูก จึงคว้านวนิยายเดินเชิดออกไป เกริกไกรร้องลั่นว่าตนแค่แหย่ลูกเล่นเท่านั้น...สายรุ้งตั้งหน้าอ่านนิยายของลูกรวดเดียวจบ แล้วนำกลับมาวางคืนให้ ตะวันฉายเห็นสายตาของแม่แล้วเชื่อว่า แม่ต้องชอบ เห็นว่ามันดีตนจะรีบส่งเข้าประกวด สายรุ้งยิ้มแหยๆไม่อยากทำลายความมั่นใจของลูก...

ooooooo

คืนเดียวกัน กลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรีกับเมฆ คือเอวาและนิค ไม่แปลกใจเลยที่เมฆมาทำงานช้า เมื่อเห็นเขาจูงเด็กชายหมอกเข้ามาด้วย ผู้จัดการร้านรับหน้าที่ เป็นเพื่อนเล่นหุ่นยนต์กับหมอก เพื่อให้เมฆได้ขึ้นเวที...

เมฆโซโล่กีต้าร์ทำนองซึ้ง เอวาประสานเสียงเปียโนเข้ามาพร้อมกับเสียงแซกโซโฟนของนิค เพลงเริ่มสนุกสนานขึ้น เป็นที่ชอบอกชอบใจของแขกในร้าน

เมื่อได้เวลาร้านปิด นิคถามเมฆว่าเพลงที่แต่งคนชอบเยอะมาก เมื่อไหร่จะใส่เนื้อร้องเสียที เมฆตอบว่ายังไม่มีเวลา นิคให้ขายเมโลดี้ให้จอมสยาม แต่เอวาไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเมฆมีศักยภาพพอที่จะทำให้ครบทุกด้าน เอวากับนิคเถียงกันไปมา จนเมฆบ่นว่า สองคนนี้ประสานกันได้แต่ดนตรีเท่านั้น เรื่องอื่นตีกันทุกวัน

เมฆอุ้มหมอกที่หลับคาร้านกลับบ้าน พาเข้าห้องนอน เขามองหน้าลูกด้วยความรัก นึกถึงอดีต ตอนที่หมอกอายุเพียงหนึ่งขวบ ตำรวจเข้ามาถามที่หน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมยื่นเอกสาร
“คุณนภทีป์ใช่ไหมครับ คุณรับอุปการะเด็กคนนี้แทนพี่ชายใช่ไหมครับ”

เมฆพยักหน้าและรับเอกสารมาอ่าน เด็กชายหมอก หรือธีรดล พิพัฒนพงษ์สกุล บิดาชื่อ ธีรภพ มารดาชื่ออิงฟ้า...

ด้วยเหตุนี้เมฆจึงเลี้ยงดูหมอกมาจนบัดนี้ เขาห่มผ้าให้หมอก ออกจากห้องไปหยิบกีต้าร์มานั่งแต่งเพลง ทันใด จอมสยามโทร.เข้ามา ทวงถามเดโมที่เขาว่าจะส่งมาให้ค่ายเพลงของตน

“ผมคงไม่ทำแล้วครับพี่”

“เฮ้ย...อะไรกันวะ หรือว่านายไปทำกับค่ายอื่นแล้วไม่กล้าบอกพี่”

“ไม่มีครับ นอกจากพี่จอมแล้ว ใครเขาจะมาให้โอกาสคนใหม่อย่างผม”

“จะไปรู้เหรอ อาจจะมีคนตาดีเหมือนพี่ มาดึงนายไปก็ได้”

เมฆรับรองว่า ถ้าตนทำเพลงขึ้นมา จะส่งให้เขาแน่ๆ จอมสยามย้อนถามจะทิ้งความฝันที่อยากเป็นนักแต่งเพลงแล้วหรือ เมฆตอบกลับว่า ตนต้องทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตก่อน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปส่งงานเขียนเข้าประกวดด้วยตัวเอง เกริกไกรแอบดีใจแต่อดแหย่ไม่ได้ว่า จะไปดูเขาโยนต้นฉบับลงถังกับตาตัวเองหรือ สายรุ้งถลึงตาปรามสามี ตะวันฉายงอนที่พ่อไม่ให้กำลังใจ ยังทับถมอีก

พอมาถึงสำนักพิมพ์ ตะวันฉายก็ยิ้มปลื้มที่ดูโอ่อ่าสมศักดิ์ศรีนักเขียนใหญ่ในอนาคต แต่พอขอเข้าพบ บก. เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า ให้ฝากต้นฉบับไว้ ถึงคิวเมื่อไหร่ บก.ก็จะอ่านเอง ตะวันฉายไม่พอใจ เจ้าหน้าที่จึงชี้ให้ดูกองต้นฉบับที่ส่งเข้ามาทุกวันว่ากองโตขนาดไหน ทุกคนต้องไปตามคิว ขอให้เธอเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับเอาไว้เป็นพอ ตะวันฉายจ๋อย ยอมวางต้นฉบับไว้ แล้วครุ่นคิดว่าตนควรทำอะไรต่อ จะกลับบ้านเดี๋ยวพ่อก็หัวเราะเยาะ จึงเอามือถือมากดหาเพื่อน

เอวาดีใจเมื่อตะวันฉายเพื่อนรักโทร.มา ตะวันฉายให้ชวนนิคออกมากินข้าวกัน แต่เอวากลับบอกว่า พวกตน มีงานเล่นดนตรี ให้เธอมาหาที่ท่าเรือริมน้ำตอนห้าโมงเย็น...

ในขณะที่เมฆให้เลขาช่วยหาพี่เลี้ยงคนใหม่ให้ เลขาเอาแฟ้มประวัติมาวางบนโต๊ะ เป็นหญิงสูงวัย ชื่อเชอรี่ จะได้ไม่หนีตามผู้ชายไปอีก เมฆพอใจให้นัดไปพบที่บ้าน ได้เลย

เมื่อเชอรี่ก้าวเข้ามาในบ้าน ท่าทางเธอดูสุขุมเป็นแม่บ้านที่ดี ยิ่งพอรู้ว่ามีคนอยู่กันไม่มากก็ยิ่งพอใจ ไม่ทันไรเธอก็ออกลาย ข่มหมอกไม่ให้ดื้อ ขู่ว่าตนเคยตีจนเด็กแขนหักมาแล้ว แถมเชอรี่ยังมองเมฆเหมือนหญ้าอ่อนน่าเคี้ยว

เย็นนั้น เอวาแวะรับนิคจึงทำให้ไปถึงที่นัดหมายช้า ตะวันฉายมาถึงก่อน เห็นเรือสุดหรูจอดอยู่ อ่านชื่อเรือแล้วใช่ที่เพื่อนจะมาเล่นดนตรี เห็นพนักงานจัดของ ขนของกันจ้าละหวั่น
“ป้ายบอกชื่องานอะไรก็ไม่เห็นจะมี ใช่หรือเปล่าหว่า แต่ก็น่าจะใช่นะ เรือชื่อนี้ก็มีอยู่ลำเดียวนี่” ตะวันฉายถือวิสาสะขึ้นไปบนเรือ

ไม่ทันไร พนักงานเอาป้ายมาติดข้างเรือ ว่าเป็นงานประหยัดไฟไม่ให้โลกร้อนของโฮสท์แทรเวล ที...อีกด้านหนึ่ง เมฆเดินขึ้นเรือมา พนักงานพากันยกมือไหว้ เขาเข้าไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกล้อง ให้จับภาพไปที่ประธานตอนกล่าวเปิดงาน ทันใด เขาได้เห็นด้านหลังหญิงสาวเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ ก็แปลกใจ เพราะการแต่งตัวไม่ใช่พนักงานบริษัท จึงผละออกไปดูเอง
ตะวันฉายขึ้นมาเห็นเวที ก็รู้ว่าเพื่อนตนคงเล่นดนตรีตรงนี้แน่ จึงยืนชมวิวอยู่แถวนั้น เมฆเดินขึ้นมาถาม “ขอโทษนะครับ...คุณ...”

ตะวันฉายหันหน้ามา ทั้งสองตกตะลึง ต่างชี้หน้ากันและกัน “นี่...คุณ...”

เมฆขึ้นเสียงทันที “เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”

“ฉันก็ใช้ขาเดินเข้ามาน่ะสิ”

“งั้นก็ใช้ขาเดินออกไปเดี๋ยวนี้เลย งานนี้ห้ามคนนอกเข้ามาวุ่นวาย”

“ฉันไม่ใช่คนนอกนะ มีคนเชิญฉันมา”

“คุณเนี่ยนะจะถูกเชิญมางานของนักวิทยาศาสตร์ ไหนล่ะบัตรเชิญ”

ตะวันฉายอึกอักจะบอกว่าตนเป็นเพื่อนกับใคร แต่เมฆไม่ฟังลากเธอให้กลับ ต่อว่าจะมาทำตัวกากๆในงานของเขาไม่ได้ ตะวันฉายโกรธจึงเตะหน้าแข้งเขา แล้วใช้กระเป๋าฟาดตามจนเขาทรุดก่อนวิ่งหนีลงจากดาดฟ้าเรือ ไปหลบหลังฉากห้องประชุม เมฆเดินเขยกตามหา พลันเสียงมือถือดังขึ้น เมฆมองไปที่ฉากกั้น ยิ้มอย่างสะใจ ตะวันฉายตกใจควานหาโทรศัพท์ตัดสายทิ้ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.