ข่าว

วิดีโอ



ตะวันฉายในม่านเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เมื่อโดนเมฆพูดรุนแรงให้เจ็บช้ำน้ำใจ ตะวันฉายร้องไห้ในห้องน้ำจนหนำใจ แล้วออกมาทำตัวร่าเริงหยอกล้อกับยุทธการเย้ย พอวงของเมฆเล่นจบ คนในร้านปรบมือกราว นิคประกาศขึ้นว่า ขอเชิญนายตำรวจหนุ่มหล่อ ขึ้นมาร้องเพลงแจมกับพวกตน แล้วผายมือไปทางยุทธการ

ยุทธการเดินขึ้นเวทีมา นิคส่งกีตาร์ให้ เขารับมาแล้วพูดออกไมค์ว่า ขอร้องเพลงนี้ให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ว่าแล้วก็เกากีตาร์และร้องอย่างไพเราะซาบซึ้งกินใจ เพลงจบลง เขากล่าว

“ที่จริงที่ผมร้องเพลงนี้ไม่ใช่เพื่อบอกความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอ แต่ผมอยากจะบอกเธอว่า...ซัน แต่งงานกับพี่นะ”

นิคกับเอวาสะกิดกันให้ดูเมฆตกตะลึง คนดูเป่าปากกรี๊ดกร๊าดแสดงความยินดี ยุทธการวางกีตาร์เดินลงมาคุกเข่าตรงหน้าตะวันฉาย แล้วยื่นแหวนให้ เธอชำเลืองมองเมฆ พอเขาเห็นเธอมองก็ทำเป็นไม่สนใจ หญิงสาว กล้ำกลืนความเจ็บช้ำ ถอดแหวนที่เมฆเคยให้ออกจากนิ้วนางซ้ายแล้วยื่นมือให้ยุทธการสวมแหวน...เมฆเจ็บปวดไม่แพ้กัน เดินเลี่ยงไปห้องพักนักดนตรี ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกในร้าน เอวากับนิคข้องใจ วันนี้ทำไมตะวันฉายทำอะไรผลีผลาม ทุกทีต้องตัดสินใจนาน ปรึกษาหารือ

กันก่อน ทั้งสองรีบลงจากเวทีไปถาม

ยุทธการตามไปหาเมฆในห้องพัก เพื่อขอโทษที่ไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า เมฆทำทีไม่สนใจ

“ผมจะโกรธทำไมล่ะครับ”

“แสดงว่าคุณไม่ได้รักซันอย่างที่ซันว่า...งั้นคุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมกับซันจะแต่งงานกัน”

“เอ่อ...ครับ มันไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว”

“อย่าพูดขนาดนั้นสิครับ ยังไงคุณเมฆก็ต้องเกี่ยว เพราะผมนับคุณเป็นเพื่อนคนหนึ่งแล้ว”

เมฆขอบคุณและแสดงความยินดี ยุทธการจึงขอร้องให้เขามาเล่นดนตรีวันแต่งงานของเขากับตะวันฉายด้วย เมฆอึดอัดใจพูดไม่ออก

เอวากับนิคซักไซ้ตะวันฉายยกใหญ่ ทำไมรับหมั้นง่ายๆทั้งที่ยังรักเมฆอยู่ ตะวันฉายโต้

“ใครบอกล่ะ ความรักของฉันที่มีต่อเขามันหมดไปแล้ว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า รักคนที่เขารักเราดีกว่า คนที่ฉันจะรักคือพี่ยุทธ ไม่ใช่นายเมฆอีกต่อไปแล้ว”

ตะวันฉายหันมาเห็นเมฆยืนฟังอยู่ก็ชะงัก แต่กลบเกลื่อนไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอคืนแหวนให้เขา เมฆรับมาด้วยมืออันสั่นเทา ปวดใจไม่แพ้กัน ตะวันฉายเดินจากไปทันที นิคกับเอวาทำตัวไม่ถูก ตัดสินใจเดินตามเพื่อนออกไป เมฆยืนเศร้าเสียใจอยู่ตรงนั้น...คืนนั้น ทั้งตะวันฉายและเมฆ ต่างนอนไม่หลับ ครุ่นคิดเสียใจกับการกระทำของตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม

ooooooo

วันต่อมา ในร้านกาแฟ ยุทธการเอารูปงานแต่งงานมาให้ตะวันฉายดูเพื่อเป็นไอเดียในการจัดงาน เอวากับนิคช่วยกันดูอย่างตื่นเต้น แล้วเขาก็บอกเอวากับนิคว่า อยากให้วงของพวกเขามาเล่นในงานด้วย ทั้งสองตกใจถามว่าเมฆตอบตกลงแล้วหรือ ทันใด เมฆเดินเข้ามา

“อ้าว...คุณเมฆมาพอดี สงสัยได้คำตอบแล้ว”

“นี่พี่ยุทธเรียกเขามาด้วยเหรอ” ตะวันฉายตกใจ

เมฆเข้ามานั่งไม่สบตาตะวันฉาย นิคกับเอวารู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศมึนตึงของทั้งสอง เอวาถามเมฆเรื่องเล่นดนตรี เมฆสวนขึ้น

“ที่ผมมาวันนี้ก็อยากจะบอกคุณยุทธการว่าผมคงไม่เล่นดนตรีให้นะครับ ยังไงผมก็ขอแสดงความยินดีตรงนี้เลยแล้วกัน”

“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ แต่ถ้าคุณเมฆอยากมาร่วมงาน ผมก็ยินดีนะครับ”

เมฆไม่ตอบลุกเดินออกไปไม่สนใจตะวันฉาย เธอมองตามด้วยความเจ็บปวดเสียใจ...เมื่อกลับมาบ้านสวน เอวาต่อว่ายุทธการ ที่แอบชวนเมฆเล่นดนตรีโดยไม่บอกพวกตนก่อน

“ใช่ครับ พี่ยุทธน่าจะให้พวกเราเป็นคนชวน พี่ทำเองมันทำร้ายจิตใจพี่เมฆมากเกินไป”

“ใจเย็นๆสิ ที่พี่ทำน่ะไม่ได้ทำร้ายใครหรอก พี่อยากจะช่วยมากกว่า”

“ช่วยเหรอ” ทั้งสองร้องพร้อมกัน แล้วครุ่นคิดสักพักก็ร้องอ๋อ...เอวารีบถามว่าเรื่องขอแต่งงานเป็นเรื่องโกหกใช่ไหม

“ใครบอก มันเป็นเรื่องจริง พี่แค่อยากให้ซันกับคุณเมฆเขาเลิกหลอกตัวเองซักที แต่ถ้าถึงที่สุด คุณเมฆเขายังไม่คิดจะทำอะไรเพื่อให้ได้ซันกลับมา พี่อาจจะแต่งงานกับซันจริงๆก็ได้”

“แต่ลองพี่เมฆออกตัวแรงแสดงความยินดีซะขนาดนี้ พี่ยุทธยังคิดว่า พี่เมฆจะทำอะไรอีกเหรอครับ”

“ความรักมันไม่ได้เกิดจากการครอบครองอย่างเดียวนะนิค เอาไว้นิคคอยดูก็จะรู้เอง”

“พี่ยุทธนี่เป็นตำรวจในสายเลือดเลยนะคะ ขนาดนอกราชการทำยังกะวางแผนล่อซื้อยา”

“ขอให้แผนของพี่ช่วยให้ซันกับคุณเมฆลงเอยกันได้ก็แล้วกัน แต่เราสองคนต้องช่วยพี่ด้วยนะ” ยุทธการยิ้มกับทั้งสองคนที่พยักหน้ายินยอม

ooooooo

ตามแผนของยุทธการ เอวากับนิคต้องรบเร้าให้ เมฆยอมเล่นดนตรีวันงานแต่งงาน เมฆโบ้ยให้จอมสยาม ไปเล่นแทน นิคอ้างว่ามันไม่เข้าขากันเหมือนเล่นกับ เมฆ เวลาซ้อมก็ไม่มี

“ทำไมล่ะ เขาจะแต่งวันนี้พรุ่งนี้เหรอ”

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ครับพี่ เพราะซันมันอยากแต่งให้เร็วที่สุดก่อนผมไปนอก”

สีหน้าเมฆเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาปัดขอไปคุยงานกับจอมสยามก่อน แล้วจะกลับมาคุยด้วยที่ผับ เอวากับนิครู้สึกได้ทันทีว่า เมฆหวั่นไหวที่งานแต่งของตะวันฉายเร็วขึ้น เอวาแกล้งเปรยๆว่า วันนี้ตะวันฉายไปเลือกชุดแต่งงานที่ร้าน แต่ยุทธการไม่ว่าง จึงต้องไปคนเดียว

หลังเสร็จงาน เมฆขับรถหน้าเครียดครุ่นคิดไปตลอดทาง ตัดสินใจไปดูตะวันฉายที่ร้านเวดดิ้ง เอวากับนิคนั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม พอเห็นรถเมฆเข้ามาจอด แล้วลงมาด้อมๆมองๆ เอวานึกขำที่เมฆมาแต่หัววัน นิครีบส่งข้อความบอกยุทธการที่อยู่ในร้านเวดดิ้งกับตะวันฉาย

ตะวันฉายกำลังเลือกชุดเจ้าสาว  เห็นยุทธการอ่านเมสเสจจึงถามว่ามีอะไร เขาโกหกว่าเพื่อนส่งเกมมา

ให้เล่น แล้วเขาก็ทำทีเดินมาทางหน้าร้าน พอเมฆเห็นยุทธการก็รีบหลบข้างรถ

“ไหนว่าไม่ว่างไง แล้วมาทำอะไรวะ” เมฆก้มคลานๆจะกลับออกไป

ยุทธการเข้ามาขวาง “คุณเมฆมาทำอะไรแถวนี้ครับ”

เมฆสะดุ้งลุกยืน อึกอักอ้างว่ามีธุระแถวนี้ ยุทธการแกล้งถามลงไปแอบใคร เมฆเหวอ

“แอบ...เปล่านี่ครับ เมื่อกี้ผมเดินผ่านตรงนี้แล้วเหรียญมันตกเลยมาดู เดี๋ยวผมไปก่อนนะครับ จะได้ไม่กวนคุณสองคน”

“คุณเมฆทราบด้วยเหรอครับว่าผมกับซันมาเลือกชุดแต่งงาน”

“เปล่าครับ! ผมเดาเอา ก็เจอคุณแถวนี้ก็คิดว่าต้องมาเรื่องแต่งงาน”

ยุทธการยิ้มๆแกล้งกระทบว่าเดาเก่งแล้วเชิญเข้าไปในร้านด้วยกัน เมฆไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะยุทธการต้อนให้เดิน ตะวันฉายเห็นเมฆก็ไม่พอใจ

“พี่ยุทธ เรียกนายนี่มาทำไม”

“เจอกันโดยบังเอิญ พี่เลยขอให้มาช่วยเลือกชุดกัน”

“แต่ซันว่าไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”

“ซัน...งานนี้สำคัญกับพี่มาก พี่ขอเถอะ พี่อยากตั้งใจทำงานแต่งงานของเราออกมาดีที่สุด”

ตะวันฉายอึ้ง ยุทธการหันมาขอร้องเมฆให้ช่วยเลือกชุด เมฆขัดไม่ได้จำต้องนิ่งเงียบ...เวลาผ่านไป ตะวันฉาย เลือกและลองชุดเจ้าสาวออกมาให้ดู เมฆจะแขวะตลอดจนเธอโมโห จนกระทั่งเธอออกมาในชุดเรียบหรู สองหนุ่มตะลึง แต่เธอยังหงุดหงิด

“ตกลงพี่ยุทธชอบชุดไหนคะ”

“คุณเมฆว่าไงครับ”

“พี่ยุทธอ่ะ ทำไมต้องถามคนอื่น นี่มันเรื่องของเราสองคนนะคะ”

เมฆเคืองขอตัวกลับ ยุทธการรีบขอร้องให้ช่วยตนก่อน ทั้งเมฆและตะวันฉายแปลกใจถามพร้อมกันว่า...ทำไม... ยุทธการไม่รู้จะอ้างอย่างไร พอดีมือถือเขาดังขึ้นเขารีบรับสาย

“ว่าไงจ่า...หา! เจอตัวพวกมันแล้วเหรอ ได้ เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้...ซัน เลือกชุดไปก่อนนะ พี่ต้องไปจับผู้ร้าย คุณเมฆครับ ฝากช่วยซันดูชุดแล้วพาไปส่งด้วยนะครับ” พูดจบยุทธการวิ่งไป

“เดี๋ยวสิพี่ยุทธ...” ตะวันฉายเรียกไม่ทัน หันมามองเมฆแล้วทำหน้าบึ้งใส่กัน...

ออกมาได้ ยุทธการตรงไปที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ขอบใจนิคที่โทร.เข้าไปได้จังหวะพอดี

“แสดงว่าแผนพี่ยุทธไม่ได้ผลใช่ไหมครับ”

“โธ่...อย่าเพิ่งสรุปสินิค เมื่อกี้มีพี่เป็นก้าง ตอนนี้พี่ออกจากร้านแล้ว สองคนนั่นอยู่ด้วยกันลำพัง เดี๋ยวก็ต้องคุยกันแล้วก็ดีกัน พี่มั่นใจ”

“แต่ที่เอวาเห็น เอวาว่ามันกำลังแย่กว่าตอนที่พี่ยุทธอยู่อีกนะคะ” เอวาส่องกล้องมอง

ยุทธการตกใจขอกล้องมาดูบ้าง แล้วได้เห็นสองคนนั้นชี้หน้า ถกเถียงกันยกใหญ่ พนักงานในร้านวิ่งวุ่นพัลวัน เพราะตะวันฉายคว้าหนังสือขว้างใส่เมฆ นิคมองผ่านกล้องตัวเองแล้วอุทาน...นี่มันสงครามชัดๆ

ภายในร้าน ตะวันฉายเงื้อนิตยสารในมือ ต่อว่าเมฆที่มาว่าตน เมฆหลบไปมาแต่ยังปากดี

“ก็จริงไหมล่ะ ชุดที่เธอเลือกน่ะมันไม่ใช่ชุดเจ้าสาว เปิดหน้าเปิดหลังซะขนาดนั้น มันเหมาะกับพวกนี้” เมฆฮัมเพลงที่พวกอาโกโก้ชอบเต้น

“กรี๊ด...ต่ำ ต่ำมาก”

“ไม่อยากให้คนคิดไม่ดี ก็เลือกชุดดีๆสิ”

“ได้...งั้นนายไปเลือกมา ฉันอยากจะดูรสนิยมนายเหมือนกัน” ตะวันฉายจ้องท้าทาย

เมฆเดินตรงไปเลือกชุดในตู้ แล้วเลือกออกมาชุดหนึ่งให้เธอไปลอง...สักพัก ตะวันฉายเดินออกมาในชุดที่ปิดตั้งแต่คอยันข้อมือ เธอไอแค่กๆและเกายิกๆ เมฆอมยิ้ม

“เนี่ยเหรอชุดที่ว่าของคุณ”

“ใช่...”

“ขอโทษนะ ฉันแต่งงานในปี 2012 นะ ไม่ใช่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม” ตะวันฉายหันไปขอโทษพนักงาน “ฉันตัดสินใจเลือกชุดเมื่อกี้ค่ะ หุ่นฉันดี ผิวฉันสวยฉันจะโชว์”

“งั้นช่วยระดมฟองน้ำใส่ไปเยอะๆนะครับ ผมกลัวแขกจะหาว่าเจ้าสาวหยิ่ง เดินถอยหลังตลอดงาน” เมฆแขวะตะวันฉายปรี๊ดแตก วิ่งไล่ตีเมฆทั่วร้าน...เอวารีบบอกยุทธการว่าสองคนอาจจะฆ่ากันได้ให้ไปช่วยห้าม แต่ยุทธการเห็นว่าทั้งสองกำลังปรับตัวเข้าหากัน ไม่ทันไร ตะวันฉายโทร.เข้ามา

“นี่ไง สงสัยเคลียร์กันได้แล้ว” ยุทธการยิ้มปลื้ม แต่ทันทีที่รับสายต้องผงะเอาหูออก

“พี่ยุทธกลับมารับซันด่วน ซันทนกับคนกักขฬะแบบนี้ไม่ไหวแล้ว”

“ผมก็เหมือนกัน อ้อ...แต่ผมนึกเพลงธีมงานที่เหมาะกับเจ้าสาวของคุณแล้วครับ ผมว่าเปิดเพลงพญาโศกตอนเดินเข้างาน วนซ้ายสามรอบก็ขึ้นเวทีได้เลย”เมฆตะโกนเสียงดัง

“ไอ้บ้า ไปไกลๆเลย พี่ยุทธอยู่ไหนคะ มารับซันเถอะ” ตะวันฉายตะเบ็งลั่นทั้งยุทธการ เอวาและนิค ต่างเพลียใจกันจริงๆ...

จากนั้น ตะวันฉายถอดชุดคืนให้พนักงาน

“ขอบคุณมากนะคะ ไว้ฤกษ์งามยามดีไม่มีผีร้ายมารังควาน ฉันจะกลับมาลองใหม่”

เมฆเห็นเธอจะเดินออกจากร้าน ก็เข้ามาขวาง “ฉันไปส่ง”

ตะวันฉายปฏิเสธเสียงแข็ง แถมขับไล่ไสส่งอย่าได้เจอะเจอกันอีก เมฆทั้งโกรธทั้งน้อยใจ เดินขึ้นรถขับออกไป หญิงสาวนึกได้ว่าไม่มีรถกลับ หน้าเสียรีบกดโทรศัพท์ตามคนมารับวุ่นวาย

ooooooo

ผลจากเรื่องตะวันฉายทำให้เมฆไม่มีแก่ใจจะแต่งเพลง พอเอาเดโมมาส่งให้จอมสยามฟัง เขาทำหน้าเซ็ง ทำนองน่ารักสดใสดี แต่เนื้อเพลงดูไม่เข้ากัน

“เป็นไงครับพี่ โอเคไหมครับ”

“ไม่ ยังไงก็ไม่โอเค สองเพลงที่นายส่งมาทำนองมันสนุก แต่เนื้อมันทุกข์ระทมไปหรือเปล่าวะ ตอนที่เราวางคอนเซปต์กัน นายบอกเองว่าจะนำเสนอมุมมองความสุขของความรัก สุขแม้ไม่ได้ครอบครอง แต่นี่มัน...”

“มันไม่มีจริงไงครับพี่จอม” เมฆสวน “จนถึงวันนี้ ผมมองว่าความสุขจากความรักมันไม่มี มันมีแต่ความหลอกลวง ถ้าไม่ใช่เราถูกหลอก เราก็กำลังหลอกตัวเอง หลอกว่าเขารักเรา”

“เฮ้ย เมฆ...ที่จริงไอ้ความคิดว่าความรักมันเป็นเรื่องหลอกตัวเอง หลอกกันไปมาอะไรกันก็ดีนะ แต่พี่ว่าเราไปทำชุดหน้าไหม”

“ไม่ครับ ผมไม่อยากทำงานที่ผมไม่รู้สึก”

“เอาไงดีวะเนี่ย”

“ผมขอโทษครับ แต่พี่จอมพักโปรเจกต์ผมไปก่อนก็ได้ครับ”

“ได้ไงอ่ะ มากันครึ่งทางแล้ว เฮ้ย...เอางี้สิ ซันไง นายให้เขาดูหรือยัง ฉันว่าซันเขาต้องช่วยนายแต่งให้ออกมาดีได้แน่ๆ”

“ไม่ล่ะครับ จะไม่มีการแต่งเพลงระหว่างผมกับเขาอีก” เมฆเดินปึ่งออกจากห้องทันที

จอมสยามงงเกาหัวแกรกๆ นึกได้ตะโกนไล่หลังว่าจะทิ้งงานอย่างนี้เลยหรือ...

เวลาผ่านไป เมฆไม่อาจทำงานได้ เหมือนหมดแรงบันดาลใจ อิงฟ้าเข้ามาบอกว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องออกไปใช้ชีวิตเองข้างนอกแล้ว แต่เธอจะกลับมาดูแลหมอกบ่อยๆ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนในทางที่ดี ขอให้เขากับตะวันฉายรักกัน เธอจะขอรักเขาในแบบของตัวเองต่อไป

เมฆยิ่งหงุดหงิด เข้าห้องทำงานหยิบกีตาร์มาลี้ดอย่างบ้าคลั่ง อิงฟ้าสะดุ้งแปลกใจว่าเมฆเป็นอะไร เธอย่องมา แอบดู เห็นเขาวางกีตาร์ท่าทางเหนื่อยหอบ จึงหยั่งเชิงถาม

“ฟ้าบอกแล้วไงว่าเมฆกำลังหลอกตัวเอง เมฆยังรักคุณซัน แล้วทำแบบนี้ทำไม”

“รักแล้วไง ในเมื่อเขากำลังจะแต่งงาน”

“แล้วเมฆจะยอมให้ผู้หญิงที่เมฆรัก แต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักเหรอ”

“ฟ้ารู้ได้ไงว่าซันเขาไม่ได้รักคุณยุทธการ”

“ไม่ใช่แค่ฟ้าที่รู้หรอกค่ะ ใครเขาก็รู้ทั้งนั้น มีแต่เมฆกับคุณซันนั่นแหละที่หลอกตัวเองกันอยู่ได้ ความรักไม่ใช่เกมนะเมฆ อย่าเล่นกับมัน เพราะสุดท้ายไม่ว่าเมฆหรือคุณซันก็ต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่”

“แต่มันสายไปแล้ว ซันกำลังจะมีความสุข คุณยุทธเองก็เป็นคนดีและก็รักซันมาตลอด บางทีเขาอาจจะดูแลซันได้ดีกว่าผู้ชายอย่างผมด้วยซ้ำ”

อิงฟ้าอ่อนใจ เมื่อเมฆคิดได้อย่างนั้นก็ขอให้ทำใจได้เร็วๆ อิงฟ้าเดินไป...เมฆลุกขึ้นหยิบโน้ตเพลงที่เคยแต่งร่วมกับตะวันฉายมาเล่น ภาพความสุขผ่านเข้ามา เขาถึงกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ยุทธการ เอวาและนิค นั่งปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด กลุ้มใจที่ทั้งเมฆและตะวันฉายต่างเก็บตัวไม่พูดจากับใคร แสดงว่าแผนที่วางกันไปไม่สำเร็จ

“พี่ยุทธคะ นี่เราจะต้องคิดอีกกี่แผนกว่าสองคนนี้จะดีกันได้”

“ผมว่าเลิกคิดเถอะครับ ยิ่งพวกเราทำให้เขาดีกัน ผมว่ามันยิ่งแย่ไปกันใหญ่ อีกหน่อยคงยิงกันเลือดสาด”

“ไม่...พี่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พี่เชื่อว่าคุณเมฆกับซันยังรักกัน เพียงแต่เขาสองคนไม่ยอมเปิดใจคุยกัน”

เอวารีบถามว่ามีแผนใหม่หรือ ยุทธการส่ายหน้า ไม่มีแผนใหม่ แต่เดินหน้าแผนเดิมต่อไป นิคสงสัย หมายความว่าเขาจะแต่งงานกับตะวันฉายจริงๆหรือ

“ใช่ พี่กับซันจะแต่งงานกันจริง ไม่ใช่แค่หลอกๆ ลองชุดลองใจกันแล้ว”

สองคนตกตะลึง ยุทธการยิ้มๆเอ่ยว่า งานนี้ต้องมีศิลปินรับเชิญ สองคนมองหน้ากันงงๆ...

วันต่อมา ขณะที่เมฆหงุดหงิดทำเพลงไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน พลันมีเสียงเคาะประตู สักครู่จอมสยามเปิดประตูเข้ามา เห็นสภาพของเมฆแล้วอ่อนใจ จอมสยามถามไม่คิดจะทำงานแล้วหรือ เมฆนิ่งเครียด

จอมสยามเตือนสติเพื่อนรุ่นน้องอย่างเมฆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป จะเลือกเดินทางไหน จะเอาแบบเดิมใช้ชีวิตกับหมอกต่อไปหรืออยากจะเสี่ยงเพื่อพบกับความสุข แม้ระหว่างทางจะต้องทุกข์บ้างก็ตาม...เมฆยังนั่งนิ่ง

“ฉันงง งงกับนายมากด้วย ใครๆเขาก็รู้ว่านายรักซันมาก ขนาดยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเขามาแล้ว แล้วทำไมฉันถึงได้รับเชิญไปงานแต่งงานของซันกับ เอ่อ...กับนายตำรวจคนนั้น”

“ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไป ที่จะทิ้งความสุขส่วนตัวเพื่อใครสักคน”

“ไอ้เมฆ พี่รู้จักนายมานานนะ นายไม่เคยเป็นคนที่คิดถึงตัวเองก่อน”

“แต่ตอนนี้ผมต้องคิดครับ ผมควรจะรักตัวเองให้มาก เพื่อที่จะได้ไม่เจ็บอีก”

“ตกลงนี่คือเหตุผลจริงๆ...” จอมสยามมองหน้าเมฆเห็นนั่งนิ่ง ก็ทนไม่ไหว “โอเค นายไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่พี่จะบอกอะไรสักอย่างนะ สีหน้านายไม่ได้บอกว่านายมีความสุขกับสิ่งที่นายเลือก และนายกำลังเสียใจที่เสียซันไป”

“ถ้าพี่จอมรู้ว่าคนที่พี่รักเขาอาจจะไม่ได้รักพี่ พี่จะทำไงกับเขา”

จอมสยามหันมาจ้องหน้าเมฆ ตอบชัดถ้อยชัดคำ “พี่ก็จะรักเขาและดีกับเขา”

เมฆไม่เชื่อว่าจะทำได้นาน จอมสยามย้ำตนทำได้นานตลอดไป ชายหนุ่มยังแย้งชีวิตไม่ใช่นิยาย จอมสยามเตือน ตนไม่ได้เอานิยายมาพูด ตนเอาความจริงมาพูด

“ฟังนะไอ้น้อง ถ้าความรักของพี่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ พี่ก็จะให้เขาทั้งร้อย แต่พี่จะไม่คาดหวังที่จะได้กลับคืนมาแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะพี่ได้ความสุขเต็มร้อยตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่รู้ว่าพี่รักเขาแล้ว”

“ผมคงเสียสละได้ไม่เท่าพี่”

“ก็ทำให้เท่าสิ ถ้านายรักเขาจริงและอยากจะอยู่กับคนที่นายรักตลอดชีวิต”

เมฆนิ่งอึ้ง จอมสยามตบไหล่เบาๆก่อนเดินจากไป

ooooooo

ด้านตะวันฉาย...เกริกไกรกับสายรุ้งพามาเลี้ยงฉลองที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว แต่สภาพเธอกลับซังกะตาย จนทั้งสองแปลกใจ

“เอ...พ่อว่าคนจะเป็นเจ้าสาวนี่ ปกติเขาต้องยิ้มแย้มไม่ใช่เหรอ”

ตะวันฉายเงยหน้ามายิ้มแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าเขี่ยอาหารต่อ เกริกไกรร้อง

“โอ้โห...นี่ถ้าเมื่อกี้พ่อกะพริบตาคงไม่เห็นรอยยิ้มลูกสาวคนสวยนะแม่”

ตะวันฉายเงยหน้ามาต่อว่าพ่อที่แซว แล้วยิ้มให้นานขึ้นอีกหน่อย เกริกไกรถามลูกสาวจะเป็นเจ้าสาวทำไมดูไม่มีความสุขเลย หญิงสาวแก้ตัวว่าคงตื่นเต้น

“ซัน การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญของผู้หญิงทุกคน ชีวิตลูกนับจากนี้ไปควรจะมีแต่ความสุข ถ้าลูกได้แต่งงานกับคนที่รักเขาจริงๆ”

“ทำไมแม่พูดแปลกๆ”

“แม่ก็พูดตามที่เห็นไง”

“ไม่ใช่แม่คนเดียวที่เห็นนะ พ่อก็เห็น”

ตะวันฉายทำหน้าสงสัยพ่อกับแม่รู้อะไร สุดท้ายยอมรับ “ค่ะ...เหตุผลเดียวที่ซันแต่งงานกับพี่ยุทธ ก็เพราะเขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ดีที่สุดในชีวิตซัน และเขาก็รักซันอย่างจริงใจ”

“สรุปลูกแม่แต่งงานกับยุทธไม่ใช่เพราะความรัก”

ตะวันฉายพยักหน้าเพราะคนที่ตนรักไม่ใช่คนที่จะอยู่ด้วยได้ สายรุ้งถอนใจ เตือนลูกสาวว่า การแต่งงานมันมีกฎอยู่ข้อเดียวคือ...ความสุข ไม่ว่าจะแต่งกับคนที่รักหรือคนที่ใช่ แม่อยากเห็นลูกมีความสุข ตะวันฉายสบตาแม่

“ตกลงคนที่จะทำให้ลูกสาวพ่อมีความสุขนี่ คือคนที่ใช่หรือคนที่รักน้า...”

“ซัน...เอ่อ...ซัน...”

“ไม่ต้องตอบพ่อกับแม่ตอนนี้ก็ได้ แต่ซันควรจะมีคำตอบให้ตัวเอง ก่อนที่มันจะสายเกินไปนะลูก”

ตะวันฉายโผกอดแม่น้ำตาคลอ เกริกไกรกับสายรุ้งสบตากันด้วยหวังว่าลูกสาวจะตัดสินใจได้

ooooooo

กลับมาบ้านสวน ตะวันฉายครุ่นคิดถึงคำเตือนของพ่อกับแม่ ยุทธการมาคอยดูแลและมักจะเปรยๆกับเธอว่า เขาพร้อมจะทำให้เธอมีความสุข ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเธอ

“ซันคิดอะไรอยู่เหรอ”

“เปล่าค่ะพี่ยุทธ” ตะวันฉายไม่อาจตอบได้

“ซันยังไม่มั่นใจว่า ซันตัดสินใจถูกหรือเปล่าใช่ไหม...พี่ไม่อยากบังคับใจซันนะ ชีวิตเป็นของซัน พี่อยากให้ซันเลือกแล้วก็ตัดสินใจเอง ว่าซันต้องการอะไร”

ตะวันฉายอึ้งตาเบิ่งโต ยุทธการย้ำ ขอแค่ตนได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเท่านั้นตนก็มีความสุขที่สุดแล้ว...

จากคำพูดของยุทธการ ทำให้ตะวันฉายเอาช่อดอกไม้ที่เมฆเคยให้ไว้มายืนมองริมน้ำ ตัดสินใจว่าควรจะทิ้งน้ำดีหรือไม่

ในขณะเดียวกัน เมฆเข้ามานั่งในตู้เสื้อผ้าห้องตะวันฉายด้วยความคิดถึงเธอ และแล้วเขาก็ได้เจอต้น ฉบับนิยายที่เธอพิมพ์เสร็จ เขาเปิดดูจนถึงหน้าสุดท้ายและได้อ่านท้ายเล่ม

...หนังสือนิยายเรื่องตะวันฉายในม่านเมฆ เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของซัน มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าขาดคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิต เขาคนนั้นคือธีรภพ หรือพี่ธี...

เมฆชะงักทันทีด้วยความแปลกใจ เขาก้มหน้าอ่านต่อ...เคยมีคนบอกว่า “รักครั้งแรกคือแบบพิมพ์ที่หล่อหลอมหัวใจของเราให้กับความรักครั้งต่อๆไป”

พี่ธีคือแบบพิมพ์ชิ้นนั้นของซัน แต่ทว่าแบบพิมพ์ความรักของซันได้หายไปจากชีวิตซันเมื่อหลายปีก่อน มันทำให้ซันไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวความรักผ่านตัวหนังสือได้อย่างลึกซึ้งและเป็นจริงได้ ซันจึงต้องกลับไปตามหาแรงบันดาลใจของซันคืนมา ด้วยการปลอมตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านของพี่ธี

เพราะพี่ธีทำให้ซันได้พบกับรักแท้ เพราะพี่ธีทำให้ซันเขียนหนังสือนี้ได้จนจบ และเพราะพี่ธีทำให้ซันได้รู้ความหมายของคำว่ารัก ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะบ้านหลังนี้ ขอบคุณพี่ธีที่ทำให้ซันมีวันนี้ ไม่ว่าตอนนี้พี่ธีจะอยู่ที่ไหน ถ้าพี่ธีสัมผัสได้อยากให้พี่ธีรู้ว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พี่ธีจะอยู่ในใจของซันเสมอ...

เมฆหน้าเสียไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาก้มหน้าอ่านนิยายตั้งแต่ต้นจนจบ บทสุดท้าย

...พยาบาลดึงม่านปิดเพื่อความสะดวกในการช่วยชีวิตเมฆ ตะวันฉายยอมที่จะนั่งทำแผลที่เตียงของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่มีความรู้สึกใดๆกับแผลนั้น เธอรู้ตัวดีว่าสิ่งเดียวที่เธอคิดในตอนนี้คือเธอต้องการให้เมฆปลอดภัย เพราะถ้าเขาเป็นอะไรไป ชีวิตเธอคงอยู่ต่อไปอย่างยากลำบากหรือว่านี่เป็นคำตอบให้ตัวเธอแล้วว่ามันคือความรักจริงๆ ความรักที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ความรักที่ต้องการการร่วมทุกข์ร่วมสุข หาใช่ความรักเพ้อฝันอย่างที่เธอเคยมีต่อธีรภพในสมัยเรียนหนังสือ ใช่แล้ว นี่คือความรักของตะวันฉายที่มีต่อเมฆนั่นเอง

และแล้วความรักที่ตะวันฉายวิ่งตามมาตลอดก็หยุดที่ผู้ชายที่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่เป็นผู้ชายที่เธอรักและรักเธออย่างจริงใจเหมือนที่เธอฝันไว้จริงๆ จบบริบูรณ์...

เมฆปิดหนังสือ “ฮึ...จบที่เรารักกันเหรอ จะหลอกลวงอะไรอีก ทำไมไม่พูดความจริงว่า เราจะไม่รักกัน”เมฆเคืองลุกพรวดขึ้น

พลันเห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายมีข้อความว่า...หนังสือตะวันฉายเป็นหนังสือเล่มที่สองของผู้เขียน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริง ชีวิตที่ผู้เขียนได้มีโอกาสพบผู้ชายที่ดีคนนั้น แม้ในชีวิตจริงความรักของผู้เขียนกับผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้สมหวังอย่างในนิยาย แต่ผู้เขียนก็จะรักเขาคนเดียวตลอดไป ขอบคุณนะคะคุณเมฆ...

เมฆทรุดนั่ง ครุ่นคิดสับสน หยิบการ์ดแต่งงานที่ได้รับจากยุทธการมาดู พึมพำว่ารักตนแต่ไปแต่งงานกับคนอื่น

ooooooo

และแล้ววันงาน ยุทธการซึ่งอยู่ในชุดเจ้าบ่าวยืนอยู่กับนิค อิงฟ้า และหมอก เอวาวิ่งสีหน้าตื่นเต้นมาบอกทุกคนว่า เมฆบุกขึ้นไปหาตะวันฉายบนห้องแต่งตัว ทุกคนดีใจกันใหญ่ อิงฟ้าชมว่าจอมสยามทำงานได้เยี่ยมมาก ไม่ทันไร จอมสยามเดินหน้าเครียดเข้ามา

“เมื่อกี้พี่โทร.หาเมฆ มันไม่รับสาย สงสัยจะปิดเครื่องหนี พี่ขอโทษทุกคนด้วยนะ”

“ลุงจอมไม่ต้องขอโทษหรอกครับ พ่ออยู่ข้างบนแล้ว” หมอกบอกตาแป๋ว จอมสยามเหวอ

ขณะที่ตะวันฉายสวมชุดเจ้าสาวยืนมองตัวเองในกระจก ตัดใจจะออกจากห้อง พอเปิดประตูต้องตะลึง เมื่อเห็นเมฆยืนผงาดอยู่ เมฆขอคุยด้วย เธอสะบัดหน้าจะเดินหนี จึงถูกเขาอุ้มพาตัวออกไป พร้อมกับบอกว่า เขามีเรื่องอยากคุยด้วย...เมฆอุ้มตะวันฉายเดินผ่านทุกคนที่ยืนลุ้นรวมถึงยุทธการที่ยิ้มอย่างยินดี ด้วยความหวังว่า สองคนจะตกลงกันได้

เมฆพาตะวันฉายมาที่คอนโดฯแห่งหนึ่ง เขาถามเธอรักยุทธการจริงหรือ

“ฉันจะรักพี่ยุทธหรือไม่ก็ช่าง นี่คุณพาฉันมาเพื่อจะพูดแค่นี้หรือ”

“ยกเลิกการแต่งงานเถอะซัน”

“อะไรนะ คุณจะบ้าเหรอ”

“บ้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่คุณแต่งงานไม่ได้”

“นี่มันชีวิตฉันนะ คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย ขอโทษนะคะ ฉันเสียเวลากับคุณมามากแล้ว คุณนภทีป์”

“ไม่...ในเมื่อผมบอกให้คุณยกเลิกการแต่งงานคุณก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องอยู่ที่นี่กับผมจนกว่าจะผ่านคืนนี้ไป”

“แล้วมันธุระกงการอะไรของคุณที่ต้องมายุ่ง ฉันจะแต่งงานกับใครมันก็เรื่องของฉัน”

“ซัน ที่ผมไม่อยากให้คุณแต่งงานน่ะ ไม่ใช่เพราะผมอยากจะแกล้งคุณอีกนะ แต่ผมไม่อยากให้คุณแต่งงานจริงๆ”

“ทำไม...”

“เพราะผมรักคุณ”

ตะวันฉายหาว่าเมฆเล่นมุก เมฆยืนยันว่าเขารักเธอจริงๆ ตะวันฉายแกล้งถามพูดอะไรไม่ได้ยิน เมฆจึงตะโกนลั่นว่า เขารักเธอ หญิงสาวไม่ยอมเชื่อจนกว่าเขาจะพิสูจน์ เมฆสารภาพว่าเขาไม่เคยมีความสุขเลยตั้งแต่ไม่มีเธอ

“ก็คุณไล่ฉัน ถามจริงๆมันคืออะไรคะ”

เมฆเข้ากุมมือ “ผมเคยเสียอิงฟ้าให้กับพี่ธี จะว่าเสียก็ไม่ถูก เพราะพี่ธีเป็นคนดีเป็นคนเก่ง มันก็ไม่แปลกที่ผู้หญิงทุกคนที่ได้รู้จักจะชอบเขา แม้แต่ผู้หญิงที่ผมรักมากอย่างอิงฟ้า พอคุณบอกว่าคุณเข้ามาในชีวิตผมเพราะคุณรักพี่ธี ผมเลยคิดว่าผมไม่ควรจะเดินหน้าต่อไปเพื่อพบกับความเจ็บปวด”

ตะวันฉายไม่เข้าใจว่าเขาจะเจ็บปวดกับอะไร เมฆคิดว่าตนเป็นตัวสำรองของธีรภพ ตะวันฉายฟังแล้วโกรธ ทั้งทุบทั้งหยิกเขายกใหญ่

“นี่แน่ะ คิดได้นะ...จริงๆคุณต้องขอบคุณพี่ธีด้วยซ้ำที่ทำให้เราเจอกัน รู้ไหมพี่ธีอาจจะทำให้ฉันหลงละเมอเพ้อหาชายในฝันจนต้องตามหา แต่คุณคือผู้ชายที่เป็นความจริงที่ฉันได้พบและคุณก็เป็นความสุขของฉัน”

“ผมคือความสุขงั้นเหรอ”

“ใช่สิ แม่ฉันบอกว่ากฎข้อเดียวของความรักคือความสุข และความสุขของฉันก็คือคุณ”

“ตะวันฉาย คุณก็คือความสุขของผมเหมือนกัน ผมขอโทษนะที่ผมเคยทำให้คุณเสียใจ ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำอีก ผมสัญญา” เมฆดึงเธอมากอด

ตะวันฉายกระซิบถามเขาจะพากลับได้หรือยัง เมฆให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่กลับไปแต่งงานกับยุทธการ หญิงสาวอมยิ้มสารภาพ ตนดีใจที่เขาพาหนี เมฆเหวอแล้วโวยวายทำไม ตะวันฉายบอกว่า ต้องมีฟอร์มกันหน่อย สองคนหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

หลังจากนั้น ทุกคนมารวมกันที่ผับ ชูแก้วไชโยที่เมฆกับตะวันฉายคืนดีกัน นิคโอดโอยกว่าจะเข้าใจกันได้ กุนซือของเราลุ้นแทบตาย เมฆกับตะวันฉายเห็นทุกคนมองไปที่ยุทธการ

“แผนพี่ยุทธเหรอ...อะไรอ่ะ” ตะวันฉายเขิน

“คุณยุทธการแทบจะแจกบทพูดให้พวกเราอยู่แล้วค่ะ” อิงฟ้าสารภาพ

“งั้นที่พี่จอมไปพูดที่บ้านก็...” เมฆเหล่มอง

“ฝีมือคุณยุทธนั่นแหละ”

เมฆจับมือขอบคุณยุทธการ ยุทธการขอแค่ให้สองคนรักกัน พวกเขาก็มีความสุข จอมสยามดีใจที่จะได้โปรโมตอัลบั้มของเมฆโดยไม่มีอุปสรรคอะไรเสียที ทุกคนยุให้เมฆกับตะวันฉายขึ้นไปร้องเพลงที่ทั้งสองแต่งร่วมกัน

เวลาผ่านไป เมฆถือหนังสือนิยายตะวันฉายในม่านเมฆ มีกระดาษคาดว่า เบสต์เซลเลอร์ มาให้ตะวันฉาย เธอยิ้มปลื้ม เมื่อความฝันเธอเป็นจริงแล้ว ชายหนุ่มจึงขอเธอแต่งงาน...ส่วนอิงฟ้าย้ายออกมาอยู่กับจ่าสมที่บ้านธีรภพ หมอกแวะเวียนมาค้างกับแม่และตาในวันหยุด ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุข ตะวันฉายและเมฆได้รู้ถึงความรักของนิคกับเอวา ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าความรักจะเกิดรูปแบบไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือความจริงใจ

ooooooo

–อวสาน–


ละครตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านตะวันฉายในม่านเมฆ ติดตามตะวันฉายในม่านเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 24 ม.ค. 2556 07:45 2013-01-26T01:50:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ