ข่าว

วิดีโอ



สารวัตรใหญ่

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภูเขา

กำกับการแสดงโดย: พลชย เมธา

ผลิตโดย: บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กันตพงศ์ บำรุงรักษ์,ทัศนียา การสมนุช

ปราการได้รับคำสั่งจากทรัพย์อนันต์ให้ไปเอาตัวอรไทจากโรงพยาบาล แต่เขาทำไม่สำเร็จเพราะดาบศรีโผล่มาขัดขวาง

อรไทกลัวมากเพราะเมื่อสักครู่ปราการใช้ปืนข่มขู่ แต่พอปราการผละไปแล้วดาบศรีถามเธอว่าจะแจ้งความหรือเปล่า เธอกลับส่ายหน้าบอกว่า

“ไม่ดีกว่า แค่นี้ก็มีเรื่องมากพอแล้ว”

“งั้นกลับเข้าห้องเถอะครับ ผมจะดูแลความปลอดภัยให้เอง”

อรไทกลับเข้าห้องผู้ป่วยอย่างเดิม ส่วนปราการซึ่งเดินลิ่วไปยังลานจอดรถที่ทรัพย์อนันต์รออยู่ พอเขาบอกว่าทำงานไม่สำเร็จ ก็โดนหัวหน้าตะคอกอย่างฉุนเฉียว “ให้มันได้อย่างงี้สิวะ” แล้วออกรถพรวดไปทันที

ทรัพย์อนันต์ไปหากำนันฉลองโชคที่บ้านด้วยความร้อนใจ คัคนานต์ก็อยู่ด้วย ทุกคนเคร่งเครียดมากเมื่อรู้ว่าปราการเอาตัวอรไทมาไม่ได้

“โธ่เว้ย! แค่นี้ทำไมทำไม่ได้”

“อย่าพูดมากกำนัน ถ้าคิดว่ามันง่ายก็ไปทำเอง”

“ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิด มาช่วยกันคิดก่อนว่าจะทำยังไงกันต่อ” คัคนานต์ไกล่เกลี่ยเพื่อให้ทรัพย์อนันต์กับกำนันคลายความโมโห แต่ทรัพย์อนันต์ไม่เอาด้วย บอกให้เตรียมหนี ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น

“บ้าหรือเปล่า ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ” กำนันโวย

“ใช่ ถ้าหนีแล้วใครจะคุมบ่อน รู้ไหมเงินทั้งนั้น” คัคนานต์พูดถึงเงิน ทำให้กำนันนึกขึ้นได้

“เงิน...จริงสิ เอาเงินไปปิดปากพวกมัน ต้องมีซักคนสิวะที่มันรับเงิน”

“พวกที่ทำข่าวด้วย ใส่เงินเข้าไป แล้วให้มันเขียนข่าวถึงเราดีๆหน่อย ก็น่าจะช่วยได้”

ทรัพย์อนันต์ใจเย็นลง พยักหน้าเห็นด้วย...หลัง จากนั้นไม่นานกำนันฉลองโชคกับคัคนานต์จึงเชิญมนัสกับปรีชามาคุยเป็นการส่วนตัวที่ร้านเผด็จโภชนา ช่วยกันโน้มน้าวสองนักข่าวให้ยอมช่วยเหลือ

“ตอนนี้มีแต่กระแสโจมตีกล่าวหาพวกผมสารพัด ผมจึงอยากจะมาขอร้องให้คุณสองคนช่วยผมหน่อย...นี่ครับ พวกนี้เป็นภาพถ่ายตอนที่พวกผมบริจาคการกุศล ปีปีนึงเราทำบุญกันเยอะ ใครๆก็รู้”

“คือผมไม่อยากให้สังคมมองกันแค่มุมเดียว ยังมีอีกหลายมุมที่สื่อมองไม่เห็น ถ้าไม่ได้สื่ออย่างคุณช่วย พวกผมคงโดนตียับจมธรณีแน่ๆ”

“พวกเราไม่ได้ขออะไรมาก ขอแค่ความเป็นกลาง อยากให้คุณนำเสนอข้อมูลทั้งสองด้าน อย่านำเสนอด้านเดียว”

“แต่หลายเรื่องที่เขาพูดถึงพระลานกัน มันก็จริงทั้งนั้นนะครับ ทั้งเรื่องบ่อน เรื่องซ่อง”

กำนันชะงักไปนิดก่อนจะยอมรับ “มันก็มีจริงๆ แต่ที่อื่นๆก็มีเหมือนกันนะคุณ ไม่ใช่ไม่มี”

 “เอาน่า ช่วยผมหน่อยเถอะ หามุมดีๆเขียนชื่นชมพวกผมบ้าง ยังไงคนในอำเภอนี้ก็ไม่ได้ชื่นชมสารวัตรใหญ่กันไปซะทุกคนหรอก แต่ที่มันเป็นข่าวดังก็เพราะสื่อเขียนตามกระแสกันไป ยังไงหามุมมองใหม่ๆเขียนถึงพวกผม ให้ข้อมูลมันครบถ้วนทั้งสองด้านไง” คัคนานต์ไม่พูดเปล่า แต่วางเงินสองแสนลงตรงหน้าปรีชากับมนัส

“ผมคงช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้” พูดแล้วมนัสจะลุกขึ้น คัคนานต์โกรธมากตบโต๊ะปังแล้วแผดเสียง

“อย่าบ้าอุดมการณ์มากนักเลย อุดมการณ์มันกินไม่ได้”

“กินไม่ได้ แต่มันก็คือความภาคภูมิใจในอาชีพของผม”

“ระวังไว้ แกจะตายอย่างหมา”

“ถึงผมเป็นหมา แต่ก็เป็นหมาเฝ้าบ้าน” มนัสท้าทายแล้วกลับออกไปโดยที่ปรีชายังนั่งมองเงินก้อนใหญ่ กำนันมีความหวังรีบหว่านล้อม

“เงินที่คุณมนัสเขาไม่รับ คุณก็รับไปคนเดียวนั่นแหละไม่ต้องแบ่งใคร”

“ไม่ดีกว่าครับ ผมทำแบบนั้นไม่ได้” ปรีชาลุกออกไปอีกคน ทิ้งให้กำนันกับคัคนานต์โกรธแทบเต้น

ปรีชาตามออกมาเรียกมนัสให้รอด้วย มนัสหันกลับไปมองเพื่อนร่วมอาชีพอย่างแปลกใจ

“นึกไม่ถึงว่านายจะเดินออกมากับฉัน”

“ถามจริงๆนะ ถ้าเรานำเสนอข้อมูลทั้งสองด้านมันจะผิดตรงไหน”

“มันไม่ผิด ถ้าเรานำเสนอด้วยเจตนาที่ดีและเพื่อประโยชน์ของสังคม”

“แต่เจ้าของบ่อนพวกนี้เขาก็ทำบุญ เอาเงินบ่อนมาบริจาคการกุศลกันบ่อยๆ รูปถ่ายก็มี”

“ใช่...แล้วมันต่างจากชาวบ้านคนอื่นยังไง ชาวบ้านคนอื่นก็ทำบุญ ทอดกฐินผ้าป่ากันทุกวัน แต่ก็ไม่เคยทำชั่ว การที่จะเอาเรื่องที่พวกคนร้ายบริจาคทำบุญมานำเสนอตอนนี้มันเป็นการบิดเบือนทำให้สังคมสับสน คนธรรมดาทำดีกันทุกวันแต่ไม่มีใครยกย่อง แต่พอคนร้ายเอาเงินบริจาคการกุศล ส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ สื่อมวลชนกลับเอามานำเสนอโดยอ้างว่าเป็นกลาง ต้องการนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน ถามจริงๆเถอะ มันเป็นการชี้นำสังคมเพื่อบอกว่าคนร้ายไม่ผิดใช่ไหม”

“รู้ไหม นายทำให้ฉันคิดถึงพวกนักข่าวรุ่นพี่”

“ยังไง”

“ตอนเราเข้ามาเป็นนักข่าวใหม่ๆ เราจะมีนักข่าวรุ่นพี่คอยเป็นแบบอย่างที่ดีให้เราเดินตาม จนตอนนี้เราสองคนก็กลายเป็นรุ่นพี่กันแล้ว ฉันจะไม่ยอมเป็นรุ่นพี่เลวๆให้พวกรุ่นน้องหลงทางเด็ดขาด”

“ขอบใจนะที่นายไม่ทรยศอาชีพของพวกเรา สื่อมวลชนถึงแม้จะเป็นกลาง แต่ก็ต้องอยู่ข้างเดียวกับความถูกต้องเสมอ” มนัสสรุปได้โดนใจปรีชาที่สุด

ooooooo

กำนันฉลองโชคกับคัคนานต์กลุ้มหนักเพราะกำลังอับจนหนทาง แต่แล้วจู่ๆลูกน้องคนหนึ่งก็เข้ามาบอกว่ามีรถสามคันจอดซุ่มอยู่ด้านนอก คนในรถมีปืนกันทุกคน

“จำได้ไหมว่าพวกไหน”

“นักเลงในบ่อนของเสี่ยน้อยครับ”

คัคนานต์ลุกพรวดไปยืนมองตรงหน้าต่างเห็นชัดเจนว่านวคุณอยู่ในรถคันหนึ่ง พอเขาอุทานชื่อนวคุณออกมา กำนันก็พูดโพล่งทันที

“ผมว่างานนี้มันมาเอาคืนคุณแล้วเสี่ยคัค”

 คัคนานต์หยิบปืนออกมาเตรียมพร้อม...เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน กำนันพยายามสร้างบรรยากาศให้เป็นปกติเหมือนไม่มีความบาดหมางใดๆต่อกัน

“อ้าว...เนี้ยว...ว่าไง”

“เรื่องนี้กำนันไม่เกี่ยว ถอยไป ผมจะมาเคลียร์กับมัน...ไอ้คัค”

“มึงข้องใจอะไรว่ามา” คัคนานต์พูดพร้อมกับชักปืนออกมา เช่นเดียวกับนวคุณและพวกลูกน้องที่ขนกันมา กำนันฉลองโชคหน้าเสียพยายามหาทางออก

“นี่กะจะฆ่ากันตรงนี้เลยหรือไง ใจเย็นๆสิ”

“มันหลอกผมไปฆ่า”

“คิดให้ดีนะ ถ้ายิงกันตรงนี้ ยังไงพวกตำรวจพระลานมันก็ไม่เอาพวกคุณไว้แน่ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่า”

 “กำนันนั่นแหละคิดให้ดี ถ้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บอกให้ลูกน้องกำนันวางปืนลงแล้วออกไป” นวคุณเล็งปืนไปที่กำนัน กำนันรีบยกมือทันที

“โอเคๆ ฉันขอถอนตัวไม่ยุ่งกับเรื่องนี้”

กำนันหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องลดปืน คัคนานต์ไม่พอใจที่กำนันหนีเอาตัวรอดกลับเข้าร้านพร้อมลูกน้อง นวคุณคนมากกว่าจึงเป็นต่อ เข้ามาปลดปืนจากมือคัคนานต์ที่จำใจยอมเพราะยืนอยู่ท่ามกลางปืนนับสิบกระบอก

“ถ้ามึงยังไม่อยากตาย ก็กราบตีนขอโทษกูซะ แล้วกูจะไม่เอาเรื่อง”

“มันจะมากไปแล้วไอ้ตี๋”

“แล้วอีกอย่างนะไอ้คัค ต่อไปถ้ามึงเรียกชื่อเตี่ยกูอีก กูจะตามไปยิงเตี่ยยิงลูกเมียมึงทั้งโคตร...ว่าไง มึงจะกราบตีนกูหรือมึงจะตายอย่างหมาข้างถนน... หนึ่ง...สอง...”

คัคนานต์เหงื่อตกร้องลั่น “ก็ได้ กูยอมแล้ว”

นวคุณส่งซิกให้ลูกน้องถ่ายคลิปที่คัคนานต์คุกเข่ากราบเท้าเขาไว้ เสร็จแล้วพูดด้วยความสะใจสุดๆ

“มึงจำไว้ไอ้คัค ทีหลังอย่าดูถูกคนที่ต่ำกว่ามึง อย่าคิดว่าเขาจะทำอะไรมึงไม่ได้ มึงเห็นแล้วใช่ไหมว่าวันนี้กูทำให้มึงกราบตีนกูมาแล้ว”

จากนั้นนวคุณกับลูกน้องก็ลอยนวลจากไป...คัคนานต์เจ็บแค้นใจแทบคลั่ง ครั้นเหลือบไปเห็นจาตุรนต์จ้องมองมาอย่างเย้ยหยันก็ยิ่งอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

ในเวลาต่อมา จาตุรนต์เปิดคลิปนั้นผ่านทีวีจอยักษ์ภายในบ่อน นักพนันทั้งหลายเห็นภาพคัคนานต์ก้มกราบนวคุณก็พากันวิจารณ์อย่างสนุกปาก สร้างความสะใจให้จาตุรนต์เป็นอย่างมากถึงกับโทร.ไปขอบอกขอบใจนวคุณ

“ขอบใจมากเนี้ยวที่ส่งช็อตเด็ดมาให้ ตอนนี้อั๊วเอามาฉายในบ่อนวนไปวนมาให้ทุกคนดูกันอยู่ สะใจจริงๆ”

“ดี ผมก็จะเอาคลิปไปอัปโหลดขึ้นอินเตอร์เน็ต คนมันจะได้ดูกันทั้งประเทศไปเลย”

“งานนี้มีอายยันลูกบวชแน่นอน ฮ่าๆๆ” จาตุรนต์หัวเราะร่าที่เอาคืนคัคนานต์ได้อย่างเจ็บแสบ

ooooooo

ก้องภพไปรับอรไทออกจากโรงพยาบาลแล้วพามาที่วัดป่าท้ายบ้านซึ่งพิทยาธรกับมัทนีมารออยู่ก่อน

“อยู่พระลานมาหลายปี แต่ฉันกลับไม่ค่อยได้มาที่นี่เลย”

“ตกลงคุณอรไทจะมาพักที่วัดก่อนใช่ไหมคะ”

“ค่ะ ฉันย้ายออกจากหอพัก แล้วก็ลาออกจากงานแล้ว ขออยู่วัดสักระยะให้สบายใจแล้วค่อยคิดหางานใหม่ทำ”

“ดีแล้วครับ ผมว่าที่วัดปลอดภัยที่สุดแล้ว คนที่มาปฏิบัติกรรมฐานก็เยอะแยะ มันคงไม่กล้ามาทำอะไรคุณแน่”

“เรื่องคดีไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะรบกวนคุณเท่าที่จำเป็น แต่คงต้องใช้เวลาอีกนิด”

“ได้ค่ะ ยังไงก็จับพวกมันให้ได้นะคะ ไม่งั้นฉันคงนอนไม่หลับ”

“งั้นคุณอรไทมาทางนี้เลยค่ะ ไปกราบพระแล้วไปเปลี่ยนชุดขาวกันค่ะ”

มัทนีพาอรไทหายไปไม่นานก็กลับมายังจุดเรียนกรรมฐาน แล้วได้เจอกอบเกียรติโดยบังเอิญ อรไททักถามเขาว่าวันนี้ไม่ทำงานเหรอ

“วันหยุดของผมครับ เลยพาแม่มาปฏิบัติธรรมกัน”

“เสียใจด้วยนะคะเรื่องพ่อคุณ”

“ครับ แต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณอรไทด้วยเช่นกัน”

“ขอบคุณฉันเรื่องอะไร”

“คุณให้ทางออกกับผม คุณทำให้ผมรู้ว่าความ

ยากจนไม่ใช่ข้อแก้ตัวในการทำผิด ปัญหาชีวิตยังมีอีกหลายวิธีที่จะแก้ไข”

“ใช่ค่ะ คนจนต้องอาศัยความอดทนมากกว่าคนอื่นกว่าจะผ่านอุปสรรคแต่ละด่านไปได้ แต่เมื่อผ่านแล้วสิ่งที่เราจะได้รับก็คือจิตใจที่เข้มแข็งไม่ยอมจำนนกับปัญหาง่ายๆ และภาคภูมิใจในตัวเองค่ะ”

กอบเกียรติเห็นด้วยทุกคำ สองคนยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

ooooooo

ไอ้ปืนคนของกำนันฉลองโชคโดนจับในเหตุการณ์ที่ตำรวจบุกไปช่วยอรไทที่เซฟเฮาส์แล้วขจรโดนยิงตายเมื่อหลายวันก่อน จนป่านนี้ยังไร้วี่แววว่ากำนันจะมาประกันตัวทำให้ไอ้ปืนกระวนกระวายบ่นกับหมู่ปราการทุกวัน

ปราการช่วยอะไรไม่ได้เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนก่อนที่ตำรวจพระลานเกรงใจและยำเกรงอิทธิพลของกำนันฉลองโชค แม้แต่ทรัพย์อนันต์ก็ยังไม่กล้าทำอะไร บ่นกับปราการว่าโชคดีที่ไอ้ปืนยังไม่ซัดทอดใคร

“แต่ปล่อยมันไว้แบบนั้นนานๆ ก็ไม่แน่เหมือนกันนะครับ”

“หมู่ก็คอยไปเตือนสติมันบ่อยๆ แล้วพวกข้างนอกล่ะว่าไง”

“ตอนนี้พวกมันยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยครับ มันเงียบๆชอบกล”

“มันย้ายอรไทไปที่ไหน”

“วัดครับ อรไทไปกินนอนอยู่ที่วัด ทำอะไรไม่ได้เลย คนที่วัดเยอะมาก”

“ต้องรู้ให้ได้ว่ามันวางแผนอะไรกัน” ทรัพย์อนันต์กลุ้มใจ ใช้ปราการซึ่งเป็นลูกน้องคนเดียวบนโรงพักพระลานที่ยังไม่แปรพักตร์ไปเหมือนคนอื่นๆ

ปราการพยายามสอดแนมจนวันหนึ่งก็ล่วงรู้ว่าพวกพิทยาธรวางแผนล้อมจับนวคุณหลังจากส่งหมายเรียกไปแล้วเขาไม่มาพบ เมื่อปราการส่งข่าวไปทางเสี่ยน้อยว่าพวกตำรวจจะลงมือวันนี้ เสี่ยน้อยจึงรีบเตือนนวคุณให้หาทางหนีเพราะตอนนี้ใครก็ช่วยเขาไม่ได้

นวคุณพยายามหนีแต่สุดท้ายก็ไม่รอดโดนตำรวจช่วยกันสกัดจับไว้ได้ ข่าวนี้ทำให้อเนกที่พอรู้จากเสี่ยน้อยถึงกับหนักใจ บอกตามตรงว่าตอนนี้กระแสกำลังแรง ตนไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน เสี่ยน้อยเสียงแข็งใส่ทันที

“นี่คิดจะทิ้งกันง่ายๆแบบนี้หรือไง”

“ผมเองยังเอาตัวไม่รอดเลยเสี่ย รู้ไหมตอนนี้ผมกำลังถูกผู้ใหญ่เพ่งเล็งอยู่”

“แล้วรองฯทรัพย์ล่ะ บอกให้เขาช่วยได้ไหม”

“ได้...แล้วจะบอกให้”

“อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงผมนะ ไม่งั้นจะเดือดร้อนกันไปหมด”

เสี่ยน้อยวางสายอย่างหงุดหงิด อเนกหันมาทางทรัพย์อนันต์ซึ่งนั่งอยู่ในห้องบอกให้รู้ว่านวคุณโดนจับแล้ว เมื่อกี้เสี่ยน้อยโทร.มาขอให้เขาช่วย

“จะให้ผมไปช่วยได้ไง เรื่องของผมยังลูกผีลูกคนอยู่เลย”

“แล้วนี่คุณจะทำไง”

“บางทีผมคงต้องหนี”

“งั้นคุณทำเรื่องลาพักร้อนแล้วหลบไปก่อน  เกิดเห็นท่าไม่ดีค่อยหนี”

ทรัพย์อนันต์เห็นด้วย รีบร้อนออกไปด้วยใจที่เป็นกังวล

ooooooo

ความจริงเสี่ยน้อยไม่ได้มีความคิดจะช่วยนวคุณสักนิดเดียว แต่ที่อยากให้ลูกน้องคนสนิทได้ประกันตัวออกมาเพราะต้องการฆ่าตัดตอนมันนั่นเอง

แล้วแผนของเขาก็ลุล่วงเมื่ออเนกช่วยให้นวคุณได้ประกันตัวออกมา เสี่ยน้อยหลอกนวคุณไปยิงทิ้งที่ไร่ร้างแต่ไม่รอดหูตาของตำรวจที่ส่งกอบเกียรติติดตามไปก่อน

กอบเกียรติมาช้าไปนิดเดียว เสี่ยน้อยยิงนวคุณสิ้นใจไปแล้วและกำลังจะฝังศพ เมื่อเห็นกอบเกียรติ

โผล่มา เสี่ยน้อยจะให้ช่วยขุดหลุมแต่เขาปฏิเสธ เลยเกิดการทุ่มเถียงกันขึ้น

“แต่แกต้องช่วย ฉันให้ทุนการศึกษา ฉันส่งแกเรียนตั้งแต่เด็กจนโต ที่แกเป็นตำรวจได้ทุกวันนี้ก็เพราะฉัน”

“ใช่ครับ เสี่ยช่วยให้ผมมีวันนี้ เสี่ยมีบุญคุณกับครอบครัวผม”

“ดี งั้นแกทำคดียังไงก็ได้ อย่าให้ฉันเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วฉันจะให้เงินแก แกอยากได้บ้านได้รถใช่ไหม ฉันจะจัดให้”

“มอบตัวเถอะครับเสี่ย เรื่องนี้ผมช่วยเสี่ยไม่ได้จริงๆ”

“ไอ้บ้า...นี่แกพูดอะไรออกมา แกจะเนรคุณฉันหรือไง”

“เรื่องบุญคุณของเสี่ยผมรำลึกถึงอยู่เสมอ แต่ถ้าจะให้ผมทำเรื่องผิดกฎหมาย ผมทำไม่ได้จริงๆ”

“ไอ้กอบเกียรติ ไอ้สารเลว”

เสี่ยน้อยชักปืนออกมา กอบเกียรติพุ่งไปแย่งปืนจนล้มกลิ้งด้วยกัน เสี่ยน้อยโกรธมากตะบันหน้ากอบเกียรติไม่ยั้งพร้อมกับก่นด่าโดยที่อีกฝ่ายไม่ตอบโต้

“เลี้ยงเสียข้าวสุก แกมันคนเนรคุณ”

“เสี่ยด่าผมเถอะครับ ด่าให้สมกับที่ทำให้เสี่ยผิดหวัง ถ้าด่าจบแล้วผมจะขอจับเสี่ยเข้าคุก”

“ไม่! กูจะไม่ยอมเข้าคุก กูไม่ยอม”

เสี่ยน้อยลุกขึ้นจะไปหยิบปืนที่หล่นบนพื้น แต่พิทยาธรเข้ามาเหยียบปืนไว้พร้อมเล็งปืนในมือมา

“เสี่ยหนีไปไหนไม่ได้แล้วครับ มอบตัวซะดีกว่า”

เสี่ยน้อยจะหันหนีไปอีกทางก็โดนกอบเกียรติยืนขวาง

“เสี่ยมีบุญคุณ แต่ผมมีหน้าที่ครับ”

กอบเกียรติทำความเคารพก่อนจะจับเสี่ยน้อย

ใส่กุญแจมือแล้วพาไปโรงพักท่ามกลางบรรดานักข่าวที่กรูมาถ่ายรูปและเกาะติดสถานการณ์ด้วยความสนใจ

ooooooo

จาตุรนต์ค่อนข้างตกใจกับข่าวเสี่ยน้อยที่เห็นทางจอทีวี สักครู่หมู่ปราการร้อนรนเข้ามาหน้าตาตื่น

“เสี่ยครับ...เสี่ยรู้ข่าวเสี่ยน้อยแล้วใช่ไหมครับ”

“นั่นไงกำลังออกข่าวเลย...ฉันฝากไปบอกเสี่ยน้อยให้ฉันทีได้ไหม”

“เสี่ยจะบอกว่าไง”

จาตุรนต์ฝากคำพูดไปกับหมู่ปราการ เมื่อเสี่ยน้อยที่โดนคุมขังบนโรงพักได้ฟังก็เดือดดาลเป็นที่สุด

“แกฝากมาบอกว่าไม่อยากให้เสี่ยพาดพิงมาถึงแกครับ เพราะแกไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แค่มีหุ้นในบ่อน แล้วตอนนี้ก็แยกหุ้นกันแล้ว ไม่เกี่ยวกันอีกครับ”

“ถุย! เอ็งกลับไปบอกมันเลยนะว่าฉันจะพูดถึงมันคนแรกเลย ไม่เชื่อก็คอยดู”

หมู่ปราการทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง นำคำพูดนั้นกลับมาบอกจาตุรนต์อย่างครบถ้วน เล่นเอาจาตุรนต์ของขึ้นแผดเสียงด่าลั่นไปทั้งบ่อน

ส่วนที่ร้านเจ๊จวบเวลานี้มีชาวบ้านจำนวนมากมารวมตัว ต่างพูดถึงอบายมุขต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างกับดอกเห็ดในอำเภอพระลาน

“กรุ๊ปไลน์ของพวกเราตอนนี้มีแต่รายงานข่าวเรื่องบ่อนเรื่องซ่องเต็มไปหมด ไม่ไหวๆ”

“ก็มันมีแบบนี้จริงๆนี่ จะให้รายงานอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนี้”

“ถามจริงๆเหอะ จะยอมให้บ้านเราเป็นแบบนี้ไปเรื่อยกันเหรอ”

“ถ้าไม่ยอมจะให้ทำไงล่ะยะพ่อบุญค้ำ”

“ประท้วงไง เขียนป้ายไปประท้วงขับไล่พวกมันบ่อยๆ”

“นี่พูดจริงหรือเปล่า”

“จริง ถ้าพวกเราไม่แสดงพลัง พวกมันก็จะได้ใจ”

“เจ๊เอาด้วย เป็นไงเป็นกัน”

“งั้นฉันก็เอาด้วย”

มนัสเห็นทุกคนยินยอมพร้อมใจทำสิ่งดีจึงเสนอตัวช่วยอีกทาง “งั้นผมกับเพื่อนจะช่วยทำข่าว แสดงให้คนเห็นกันทั้งประเทศไปเลยว่าคนพระลานไม่เอาอบายมุข”

“ถ้างั้นพวกเราก็ลุยกันเลยนะ”

ทุกคนส่งเสียงขานรับกันเซ็งแซ่ หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็พากันไปถือป้ายประท้วงหน้าบ่อนของจาตุรนต์เป็นที่แรก เมื่อเสียงพวกชาวบ้านดังแว่วเข้ามาในบ่อนสร้างความแตกตื่นให้กับทุกคน ทำให้นักพนันหวาดกลัวเริ่มทยอยกันกลับ จาตุรนต์ทนไม่ไหวออกไปตะโกนขับไล่

“พวกลื้อมาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้นะ อยากตายหรือไง ไปให้พ้น”

“เสี่ยนั่นแหละเอาบ่อนออกไป ออกไปๆๆ”

ชาวบ้านส่งเสียงดังกระหึ่มทำให้จาตุรนต์ผงะรีบถอยกลับข้างในแล้วโทร.ไปหาอเนกเพื่อให้มาเคลียร์ แต่อเนกกลับบอกว่าปิดบ่อนไปก่อน

“จะบ้าหรือไง ปิดบ่อนรายได้ก็หายหมดน่ะสิ”

“ปิดไปก่อน บ่อนอื่นชาวบ้านมันก็จะไปประท้วง ต้องปิดเหมือนกันทุกบ่อนนั่นแหละ”

จาตุรนต์ฮึดฮัดทำอะไรไม่ได้ วางสายด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

เหตุการณ์ชาวบ้านรวมตัวกันประท้วงแหล่งอบายมุขในพระลานทำให้บรรดาขาใหญ่อยู่ไม่เป็นสุข โดยเฉพาะอเนกกับกำนันฉลองโชคนั้นแค่เพียงข้ามวันก็แล่นไปพบผู้ว่าฯพิเชษฐ์ถึงบ้านด้วยความร้อนใจ

ทุกคนหารือกันเคร่งเครียด หนักใจกับม็อบชาวบ้าน อีกทั้งเรื่องเสี่ยน้อยที่โดนจับก็กลัวเขาจะซัดทอดมาถึง

“แล้วพวกคุณไม่คิดจะทำอะไรกันบ้างเหรอ ว่าไงคุณอเนก”

“ท่านจะให้ผมทำยังไง ไอ้พวกตำรวจพระลานผมสั่งมันได้ซะที่ไหน”

“แล้วรองฯทรัพย์ล่ะ หายไปไหน”

“ผมให้มันลาพักร้อน”

“ลาพักร้อนอะไร พอรู้ข่าวไอ้เสี่ยน้อย มันก็หนีออกชายแดนไปแล้วผู้การ”

ข้อมูลของกำนันฉลองโชคชัวร์มาก เวลานั้นทรัพย์อนันต์กำลังขับรถมุ่งหน้าสู่ชายแดนเพื่อออกนอกประเทศ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเพราะเจอด่านตรวจ แล้วพวกตำรวจพระลานที่ล่วงรู้ก่อนหน้านี้ก็ติดตามมาด้วย จึงยากที่ทรัพย์อนันต์จะหนีได้

เพราะไม่ยอมจำนนโดยดีทำให้ทรัพย์อนันต์ที่เปิดฉากยิงตำรวจก่อนโดนพิทยาธรยิงตายคารถ เมื่ออเนกทราบข่าวจากหมู่ปราการก็ตกใจมากแต่พยายามข่มความรู้สึก ทั้งที่รู้ว่าภัยกำลังใกล้จะมาถึงตัวแล้ว ด้านพิเชษฐ์ก็กลัดกลุ้มไม่แพ้กัน นั่งหน้าเครียดปรึกษาหารือกับลักษณาเพื่อหาทางออก

“อีกไม่นานเรื่องก็คงสาวมาถึงผม”

“คุณอย่าคิดมากสิคะ”

“ตอนนี้สารวัตรใหญ่กับเมียมาอยู่ที่พระลานรอให้การกับศาลวันจันทร์ ทางที่ดีคุณต้องไปหาพวกมัน”

“จะให้ฉันไปหาทำไม ฉันกับนังคำแพงไม่ถูกกัน คุณก็รู้”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเป็นศัตรู ยังไงคุณก็ต้องไปง้อมัน แล้วก็ช่วยผมเจรจา ไม่งั้นผมจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย”

“แต่ฉันว่าคุณน่ะไม่โดนหรอก เพราะคุณแค่สั่งย้าย ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรด้วย ถ้าโดนซัดทอดก็บอกไปสิว่าทำตามที่ผู้การเสนอมา”

“แต่เราจะไปรู้ได้ไงว่ามันจะพูดอะไรกับศาลบ้าง ทางที่ดีไปผูกมิตรกับมันดีกว่า ไปคนเดียวนะ อย่าเอาเมียผู้การไปเด็ดขาด”

“อ้าว...ทำไมล่ะ”

“นาทีนี้ต้องตัวใครตัวมัน ยังไงเราต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน คนอื่นเอาไว้ทีหลัง”

ลักษณาพยักหน้าเข้าใจ แต่พอจะออกจากบ้านก็เจอวิวเมียของผู้การอเนกขับรถมาจอดแล้วรีบร้อนลงมาถามว่าจะไปไหน ลักษณาอึกอักหาทางเลี่ยง

“คือว่า...ก็ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ออกไปตลาด”

“งั้นดีเลยค่ะ วิวกำลังจะไปหานังคำแพง คุณพี่ไปด้วยกันนะคะ”

“แล้วคุณน้องจะไปทำไม”

“ก็ท่านผู้การน่ะสิคะ บังคับให้วิวไปผูกมิตรกับมัน มันจะได้ช่วยล็อบบี้ผัวตอนให้การกับศาล”

“แต่เรื่องแบบนี้คุณน้องไปคนเดียวดีกว่านะคะ พี่ไม่สะดวกจริงๆ ขอตัวก่อนนะ” ลักษณาตัดบทรีบขึ้นรถออกจากบ้านเพื่อชิงตัดหน้าวิวไปพบคำแพงก่อน

ooooooo

คำแพงกับใหญ่พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพระลาน ลักษณาเจาะจงมาพบคำแพงเป็นการส่วนตัวโดยไม่มีใหญ่ร่วมโต๊ะสนทนา แต่ผ่านไปไม่นานวิวก็มาถึงและจำรถเมียผู้ว่าฯได้แม่นยำ

วิวไม่กระโตกกระตากแต่ย่องเงียบมาซุ่มฟังลักษณาปากหวานหว่านล้อมคำแพงอย่างหน้าไม่อาย

“ที่แล้วมาเราเข้าใจกันผิด ยังไงพี่ก็ต้องขอโทษน้องคำแพงด้วย น้องคำแพงอย่าถือสาพี่เลยนะคะ”

“ค่ะ ดิฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอกค่ะ อย่าเป็นห่วงไปเลย”

“แล้วนี่จะอยู่พระลานกี่วันคะเนี่ย”

“ถ้าคุณใหญ่ให้การกับศาลเสร็จ ก็จะเดินทางกลับกันเลย”

“แล้วนี่พอจะรู้ไหมว่าคุณใหญ่จะให้การว่ายังไงบ้าง”

“ก็คงให้การไปตามความจริงนั่นแหละค่ะ”

“นั่นสินะ สารวัตรใหญ่แกเป็นคนตรงไปตรงมา แล้วก็รักความถูกต้องอยู่แล้ว พี่กับสามีแอบชื่นชมคุณใหญ่กันบ่อยๆ แต่ยังไงก็ฝากบอกสารวัตรท่านด้วยนะคะว่าอย่าถือสาสามีพี่เลยนะคะ ที่ท่านต้องเซ็นสั่งย้ายก็เพราะโดนบังคับ”

“โดนบังคับเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ น้องคำแพงคงรู้นะคะว่าจังหวัดนี้เต็มไปด้วย ผู้มีอิทธิพล สามีพี่ก็เหมือนคุณใหญ่นั่นแหละค่ะ โดนข่มขู่สารพัด เรื่องย้ายสารวัตรใหญ่พวกมันก็เอาหนังสือมาบังคับให้เซ็นถึงบ้าน ท่านก็เลยต้องจำยอมทำตามที่พวกมันสั่ง ไม่งั้นอาจถึงตายได้”

“ใครกันคะที่บังคับข่มขู่ได้ขนาดนั้น”

“จะใครล่ะคะ ก็ผู้บังคับบัญชาของสารวัตรใหญ่นั่นแหละ ใครๆ ก็รู้ว่าในจังหวัดนี้ เขาเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดแล้ว”

วิวทนไม่ไหวที่สามีโดนพาดพิงจึงปรากฏตัวออกมา ตอบโต้ลักษณาจนคำแพงตกใจแทบฟังไม่ทัน

“โกหก! ไม่นึกเลยว่าคุณพี่จะพูดอย่างนี้ออกมาได้ หน้าด้านที่สุด พูดออกมาได้ไงว่าตัวเองถูกบังคับ จะหนีเอาตัวรอดคนเดียวงั้นเหรอ ทุเรศ!”

“ว้ายตายแล้ว! น้องคำแพงเห็นไหมคะว่าเขาบังคับข่มขู่พี่ยังไง...ยังไงน้องเรียนสารวัตรใหญ่ให้พี่ด้วยนะคะว่าเรื่องทั้งหมดสามีพี่ไม่เกี่ยว”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว นัดกินข้าวด้วยกัน ปรึกษากันทุกเรื่อง ใครจะเปิดบ่อน จะทำซ่อง ก็บอกกันหมด เงินส่วนแบ่งก็ส่งทุกเดือน แบบนี้จะบอกไม่เกี่ยวได้ไง”

“แล้วผัวเธอล่ะดีนักเหรอ จังหวัดนี้ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าผัวเธอน่ะชั่วชาติ รับเงินสกปรก ผิดกฎหมาย ไม่งั้นน้ำหน้าอย่างเธอคงไม่ร่ำรวยมีบ้านมีรถหรูขับแบบนี้หรอก”

“แล้วแกกับผัวไม่รับเงินหรือไง นังโบทอกซ์...จะบอกให้รู้นะว่าเมื่อก่อนมันเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ แล้วเรื่องที่มีคนมาทำร้ายเธอก็ฝีมือมันนี่แหละ ไม่มีใครหรอก”

“นังวิว!! เรื่องนั้นแกก็รู้ก็เห็น อย่าคิดจะเอาตัวรอดคนเดียวนะ”

“แต่แกเป็นคนสั่ง”

“ไม่จริง แกเป็นคนสั่ง แกเป็นคนวางแผนทั้งหมด”

“แกนั่นแหละสั่ง”

ลักษณากับวิวแผดเสียงเถียงกันไปมาไม่อายใคร โยนความผิดว่าอีกฝ่ายสั่งการ ใหญ่เข้ามาเห็นรีบพาภรรยาของตนไปจากตรงนั้นทันที

ooooooo

เมื่อใหญ่พาคำแพงแวะไปทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพระลาน แน่นอนว่าเขาสองคนโดนรุมล้อมด้วยความรักและศรัทธาไม่เสื่อมคลาย ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้สารวัตรใหญ่ย้ายกลับมาอยู่ที่พระลาน

“เรื่องนี้ต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่ครับ แต่ยังไงพระลานก็เป็นบ้านหลังที่สองของผมอยู่แล้ว”

“ตอนนี้พวกชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่ต่างคนต่างอยู่เหมือนเมื่อก่อนเลยครับ”

“ยินดีด้วยครับ ยังไงก็ต้องใช้พลังของมวลชนไปในทางที่ถูกต้องนะครับ อย่าให้ใครชักจูงไปง่ายๆ”

“คุณใหญ่คะ คำแพงขอไปดูตรงโน้นก่อนนะคะ”

คำแพงแยกตัวออกไปทางกลุ่มแม่บ้านตำรวจ ยินดีกับทุกคนที่ขายครีมแตงกวามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ บางคนโชคดีมีช่องทางนำไปขายภายในห้างสรรพสินค้า ถือว่ามั่นคงและอาจเติบโตเป็นรายได้หลักของครอบครัว

อรไทตัดสินใจกลับไปอยู่กรุงเทพฯกับพ่อแม่และหางานทำที่โน่นเลย เธอเจอใหญ่จึงมีโอกาสบอกลาเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ใหญ่อวยพรให้โชคดี ซึ่งเขาเชื่อว่าคนดีอย่างเธอตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้แน่นอน

ถึงวันที่ใหญ่ต้องไปให้การในศาล เป็นวันที่เสี่ยน้อยขึ้นศาลด้วยเช่นกัน สองคนเจอกันตรงหน้าห้องพิจารณาคดี เสี่ยน้อยในสภาพถูกใส่โซ่ตรวนจิกตามองใหญ่อย่างเคียดแค้น กล่าวโทษว่าเขาคือต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น

“ผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนร้ายถูกจับเข้าคุก แต่เสี่ยน้อยเป็นต้นเหตุของปัญหาสังคมครับ”

ผู้คุมพาเสี่ยน้อยเดินต่อไป ใหญ่บีบมือคำแพงที่มีท่าทีหวาดกลัวสายตาอาฆาตแค้นของเสี่ยน้อยก่อนจะพากันเดินเข้าห้องพิจารณาคดี

เมื่อขึ้นศาล เสี่ยน้อยได้รับการประกันตัว นักข่าวพากันรุมล้อมสัมภาษณ์เขาเป็นการใหญ่

“ทราบว่าตอนนี้เสี่ยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วใช่ไหมครับ”

 “ใช่ เพราะจริงๆแล้วหลายคดีที่ผมโดนฟ้อง ผมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย ผมเป็นเพียงแค่นายจ้างของนายนวคุณ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ลูกน้องผมมันดำเนินการไปโดยพลการ ไม่เกี่ยวกับผม”

“แต่ลูกน้องเสี่ยโดนยิงตาย แล้วเสี่ยก็เป็นผู้ต้องหาด้วยนี่ครับ”

“ผมแค่ป้องกันตัว ไอ้เนี้ยวมันจะฆ่าผม ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่ามัน”

“แต่ตำรวจให้การว่าเสี่ยเป็นคนยิง”

“พอๆ เรื่องนี้ผมจะไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น พอได้แล้ว”

เสี่ยน้อยตัดบท เดินหนีนักข่าวไปทันที แต่ไม่ทันได้ขึ้นรถ เสี่ยน้อยก็ถูกวางระเบิดตายคาที่ด้วยฝีมือของจาตุรนต์ที่จ้างคนจัดการ ทั้งที่ความจริงอเนกกับกำนันฉลองโชคก็จ้องจะเล่นงานเสี่ยน้อยเหมือนกันเพื่อเป็นการตัดตอนไม่ให้ซัดทอดมาถึงตน

พวกใหญ่และตำรวจพระลานอยู่ในเหตุการณ์ ทุกคนไหวตัวจึงไม่มีใครเป็นอะไรและตามจับคัคนานต์ที่ยิงจาตุรนต์ตายคารถขณะจอดซุ่มดูผลงาน

คัคนานต์ไม่ยอมจำนน พยายามขับรถหนีแต่โดนใหญ่และพวกพิทยาธรสกัดไว้ ที่สุดรถของคัคนานต์ก็โดนยิงยางแตกจนวิ่งต่อไม่ได้ เจ้าตัวโกรธหงุดหงิดและเริ่มประสาทเสียเปิดประตูรถกระหน่ำยิงออกไปไม่ยั้งจนกระทั่งเหลือกระสุนนัดสุดท้าย

“มอบตัวเถอะครับ ตอนนี้ยังไงเสี่ยก็หนีไม่รอดแล้ว” ใหญ่ร้องบอกจากที่กำบัง

จ่าบุญเชิด ดาบศรี จ่าประณต จ่าเฉยค่อยๆกระจายกำลังกันเข้ามาล้อมกรอบ คัคนานต์มองรอบตัวรู้สึกสิ้นหวัง จากนั้นก็หันไปมองศพจาตุรนต์ซึ่งตายอยู่ในรถห่างออกไป เขาคลี่ยิ้มสะใจก่อนจะหันกระบอกปืนเข้าหาตัวเองแล้วลั่นกระสุนเปรี้ยง!

ใหญ่และทุกคนตกใจ ไม่คาดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้...ร่างของคัคนานต์ทรุดลงกับพื้นขาดใจตายไปอีกคน

ภายในรถตู้ กำนันนั่งมองเหตุการณ์อยู่ด้วยความตกใจ รีบสั่งลูกน้อง

“เร็ว...ออกรถ รีบไปจากที่นี่”

แต่ก้องภพโผล่เข้ามาเสียก่อน “ขอโทษครับ กำนันจะยังไปไหนไม่ได้ ผมขอตรวจสอบก่อน ห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่เกิดเหตุครับ”

กำนันหน้าซีดเผือด กำโทรศัพท์ในมือแน่น

“กำลังโทร.คุยกับใครหรือเปล่าครับ”

“เปล่า...”

“งั้นส่งโทรศัพท์มาหน่อยครับ ผมขอตรวจสอบเลขหมายที่กำนันโทร.ออก”

กำนันฉลองโชคจำยอมส่งโทรศัพท์ให้ ก้องภพรับมากดหมายเลขที่โทร.ออกครั้งล่าสุดและพบว่าเป็นชื่อผู้การอเนก เมื่อสืบสาวราวเรื่องกำนันฉลองโชคจึงจนมุม

ด้านผู้การอเนกโดนสั่งย้ายไปช่วยราชการ วิวรู้ข่าวของสามีก็เข้ามาถามอย่างร้อนรน

“คุณคะ ฉันได้ยินข่าวลือว่าคุณโดนย้าย...จริงหรือเปล่า”

อเนกไม่ตอบแต่ส่งหนังสือคำสั่งให้ภรรยา...วิวรับมาอ่านแล้วหน้ามืดจะเป็นลม

“ย้ายไปช่วยราชการ”

“ไม่ใช่แค่ย้าย...แต่ผมโดนตั้งกรรมการสอบสวนแล้วถ้ามีใครพาดพิงถึงผมในศาลอีก ก็คงโดนฟ้องเป็นผู้ต้องหา”

“ไม่จริง มันไม่จริง กรี๊ดดดด...” วิวรับไม่ได้กรีดร้อง ราวคนบ้า ขณะที่อเนกนั่งคอตกน้ำตาคลอ

ooooooo

หลังเหตุการณ์วันนั้นใหญ่ได้กลับมาที่พระลานอย่างสง่าผ่าเผยและร่วมกับก้องภพทำการสอบสวนหมู่ปราการที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รู้แล้วว่าวาระสุดท้ายของตนกำลังคืบคลานเข้ามา

“คือเรื่องที่ผ่านมา...ผมตกกระไดพลอยโจน ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันเป็นแบบนี้ ผมก็แค่ตำรวจตัวเล็กๆ นายสั่งยังไงผมก็ต้องทำ”

“แต่คุณก็ควรทำในกรอบของการเป็นผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ ไม่ใช่ทำตัวเป็นลูกน้องมาเฟียอย่างที่ผ่านมา”

ก้องภพเสริมว่า “เรื่องวางเพลิงโรงพัก ผู้กองกอบเกียรติสารภาพกับผมหมดแล้ว หมู่จะว่ายังไง”

“ถ้าผมรับสารภาพแล้วพอจะมีทางลดหย่อนโทษอะไรได้บ้างครับ”

“เรื่องลดหย่อนโทษผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย หมู่กับผู้กองกอบเกียรติร่วมกันวางเพลิงเผาสถานที่ราชการ เข้ามาตรา 218 โทษสูงสุดคือประหาร”

“แล้วผมจะโดนประหารไหมครับ” ปราการถามเสียงสั่นเครือ

“ยุคนี้คงมีแต่โทษจำคุก ส่วนจะกี่ปีก็สุดแล้วแต่ศาลจะพิจารณา”

สิ้นเสียงตอบของใหญ่ ปราการถึงกับปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร

“ใจเย็นหมู่ คงไม่ใช่เร็วๆนี้หรอก กว่าจะทำสำนวน กว่าจะส่งฟ้อง กว่าศาลจะพิจารณา หมู่กับผู้กองยังมีเวลาอีกนาน”

ปราการส่ายหน้าไปมา เสียใจที่ตัวเองเลือกเดินทางผิดมาตั้งแต่ต้น...

เมื่อออกจากห้องสอบสวน ใหญ่เจอกอบเกียรติยืนรอ กอบเกียรติน้ำตาคลอรู้สึกผิด แต่กล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความจริง

“ขอบใจที่คุณให้ความร่วมมือ คำให้การของคุณเป็นประโยชน์มาก”

“ผมยินดีรับโทษในสิ่งที่ผมทำลงไปครับ”

“ระหว่างที่ยังสวมเครื่องแบบตำรวจ ผมหวังว่าคุณจะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างสมศักดิ์ศรีนะ”

“ครับ นี่เป็นเครื่องแบบที่ผมภูมิใจ แม้ว่าวันข้างหน้า ผมจะไม่ได้สวมเครื่องแบบนี้แล้ว...จิตวิญญาณของความเป็นตำรวจที่ดีก็ยังคงอยู่กับผมไปจนตายครับสารวัตร”

ใหญ่ยิ้มรับบางๆแล้วเดินไป

ooooooo

หลายวันผ่านไป ใหญ่ในชุดเครื่องแบบผู้กำกับพาคำแพงมาที่วัดป่าท้ายบ้าน ท่ามกลางฝูงชนที่มาแสดงความยินดีกันมากมาย

ใหญ่กับคำแพงก้มลงกราบหลวงพ่อพูน โดยมีชาวบ้านรุมล้อมถ่ายรูปกันอย่างคับคั่ง รวมทั้งนายอำเภอที่ยิ้มแย้มเป็นมิตรกับทุกคน

“กลับมาคราวนี้ท่านไม่ได้กลับมาในตำแหน่งสารวัตร แต่มาในตำแหน่งผู้กำกับจังหวัดเชียวรึคุณใหญ่”

“ตำแหน่งมันก็แค่หัวโขนครับหลวงพ่อ ตัวตนของผมไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนมันก็เป็นเหมือนเดิม”

“ต่อจากนี้ไปทั้งผู้กำกับกับคุณนายก็คงไม่ได้พัฒนาเฉพาะอำเภอพระลานเท่านั้น แต่จะพัฒนาจังหวัดของเราทั้งจังหวัดเลย”

“ท่านผู้ว่าฯคนเก่าก็โดนคำสั่งย้ายไปช่วยราชการแล้ว ตอนนี้มีผู้ว่าฯคนใหม่มาแทนที่ ได้ยินว่าท่านเป็นคนดีเหมือนกันครับหลวงพ่อ” นายอำเภอบอกกล่าว

“ดีจริงๆ จังหวัดเราจะได้มีแต่คนดีๆมาช่วยกันดูแลทุกข์สุขของประชาชน...มาพระลานครั้งนี้ท่านผู้กำกับกับคุณนายเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม”

“เห็นความเข้มแข็งของตำรวจพระลานครับหลวงพ่อ ตอนนี้แม้ไม่มีผมอยู่ พวกเขาก็ยังคงทำหน้าที่ตำรวจได้อย่างเข้มแข็ง น่าชื่นชมมากครับ”

“นอกจากตำรวจพระลานแล้วยังมีพี่น้องชาวพระลานอีกหลายคนค่ะ ที่รวมกลุ่มกันขึ้นมาต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลด้วยตัวเอง จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมค่ะ”

“การที่ผมได้รับการแต่งตั้งกลับมาในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะกระแสเรียกร้องของชาวบ้านครับ ที่ทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น”

“เขาเรียกกันว่าพลังมดค่ะ มดตัวน้อยๆหลายๆตัวมารวมกัน แม้แต่ก้อนหินก็ยังเขยื้อนได้เลยนะคะ”

“ดูเอาเถิด...ความดีที่สร้างเอาไว้แม้ในตอนแรกจะโดนพายุโถมกระหน่ำจนเสียขวัญ แต่เมื่อถึงวันฟ้าสว่าง ความดีก็ยังยืนหยัดฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง เมล็ดพันธุ์ที่โยมหว่านลงดินกำลังเติบโตขึ้นมาเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงแล้ว”

“สาธุ” ทุกคนเปล่งเสียงและก้มลงกราบ...หลวงพ่อมองทุกคนด้วยความเมตตา

นับจากนั้นมาพระลานมีแต่ความสงบสุข ซึ่งใหญ่ไม่หยุดอยู่แค่ที่นี่แห่งเดียว ทุกพื้นที่ในจังหวัดนี้ต้องเป็นอย่างพระลาน ถึงแม้จะยากลำบากสักแค่ไหน เขาไม่ย่อท้อถอดใจอย่างแน่นอน

ooooooo

-อวสาน-


ละครสารวัตรใหญ่ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านสารวัตรใหญ่ ติดตามสารวัตรใหญ่ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย กันตพงศ์ บำรุงรักษ์,ทัศนียา การสมนุช 11 ก.พ. 2562 08:22 2019-02-13T02:30:53+00:00 ไทยรัฐ