ข่าว

วิดีโอ



สารวัตรใหญ่

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภูเขา

กำกับการแสดงโดย: พลชย เมธา

ผลิตโดย: บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กันตพงศ์ บำรุงรักษ์,ทัศนียา การสมนุช

จ่าพจนารถกับหมู่ปราการจอดรถสายตรวจทิ้งไว้เด่นเป็นสง่าด้านหน้าพระลานคาเฟ่ของเสี่ยจาตุรนต์... สองนายตำรวจเข้ามานั่งคลอเคลียสาวสวยสองคนซึ่งเป็นพนักงานในร้าน ไม่นานนักหัวหน้าพนักงานต้อนรับก็มาทักถามหมู่กับจ่าว่าจะรับอะไรดี

“อาหารผมสั่งไปแล้ว”

“งั้นเครื่องดื่มก็เหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวสุให้เด็กยกมาให้”

“ไม่ๆ วันนี้ไม่เหมือนเดิมน้องสุ”

“หมู่อยากเปลี่ยนมิกเซอร์เหรอคะ”

“เปล่า วันนี้หมู่จะไม่ดื่มเหล้า แต่ขอเปลี่ยนเป็นไวน์ พอดีเห็นพวกเจ้านายชอบดื่มกัน หมู่เลยอยากลองดูบ้างว่ามันอร่อยตรงไหน”

“ดีๆ ฉันก็อยากลองมานานแล้วเหมือนกัน ได้ยินว่าไวน์แพงๆนี่ขวดนึงเป็นแสนเชียวนะเว้ย”

“น้องสุไปจัดไวน์ให้พี่หน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ ไวน์อะไรดีคะ”

“ไวน์อะไรหมู่ไม่รู้จักหรอก เอาแบบที่ราคาแพงๆ มาลองชิมหน่อยก็แล้วกันนะจ๊ะ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวสุจัดให้นะคะ”

สุผละไปทางเคาน์เตอร์ที่เสี่ยจาตุรนต์ยืนอยู่ เสี่ยเห็นหมู่กับจ่าตั้งแต่แรกเข้ามา ถามสุว่ามันสั่งอะไรกัน

“ไวน์ค่ะเสี่ย ขอแบบที่ราคาแพงๆ”

“ถุย!” เสี่ยหัวเสีย แต่พอสุจะไปบอกพวกเขาว่าไวน์หมด เสี่ยก็รีบห้าม “ไม่ต้อง เธอไปหยิบขวดไวน์แพงๆหลังร้านที่เป็นขวดเปล่านะ แล้วไปหาไวน์กระจอกๆ เทใส่ลงไป”

“แต่รสชาติมันไม่เหมือนกันนะคะ”

“ผีกระสือพวกนี้มันจะไปรู้อะไร”

สุรับคำแล้วเดินไปหลังร้าน จาตุรนต์มองหมู่กับจ่าด้วยความรำคาญ สักครู่กำนันฉลองโชคเข้ามาโดยมีเบี้ยวกับปืนตามหลังไม่ต่างจากบอดี้การ์ด

“ไงเสี่ย หน้าบูดเลย”

“รำคาญไอ้พวกกินฟรีโน่นแหละกำนัน มากินกันได้ทุกวัน สั่งอาหารแต่ละอย่างก็แพงๆทั้งนั้น คืนนึงเราต้องเสียให้พวกมันไปไม่ต่ำกว่า 3-4 พัน แถมคืนนี้มันยังจะกินไวน์”

“มันมีเครื่องแบบ ให้ๆมันไป อย่างน้อยมันก็ทำงานให้เรา อย่าคิดเล็กคิดน้อยสิ”

กำนันตบไหล่เสี่ยเพื่อเตือนให้ปรับอารมณ์

ลงหน่อย จากนั้นทั้งหมดเดินยิ้มแย้มแจ่มใสไปทักทายหมู่กับจ่าและแซวทันทีที่พนักงานนำไวน์มาเสิร์ฟ

“แหม...วันนี้เล่นไวน์กันเลยนะ ยี่ห้อแพงซะด้วย”

“อยากลองหน่อยน่ะครับกำนัน อยากรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง”

“กำนันกับเสี่ยคงไม่ว่ากันนะครับ พอดีพวกผมถือวิสาสะสั่งกันเอง ถ้ามันแพงไปจะเก็บเงินก็ได้ครับ”

“แต่ขวดนี้สี่หมื่นเลยนะ จะจ่ายเหรอ”

หมู่ปราการกับจ่าพจนารถสะดุ้งมองหน้ากันแล้วยิ้มแหยๆ กำนันฉลองโชคบอกว่า

“เสี่ยเขาไม่ใจร้ายกับคนกันเองหรอกน่ะ ไม่ต้องกลัว”

“เอาไปเหอะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะให้กันไม่ได้ มาๆ เดี๋ยวรินให้”

จาตุรนต์แสร้งทำใจดีจัดแจงรินไวน์ใส่แก้วให้หมู่กับจ่าคนละแก้ว สองคนจิบไวน์แล้วทำท่าซาบซ่าน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดีมาก พวกเจ้านายถึงชอบดื่มกัน

“วันหลังก็สั่งยี่ห้อนี้มาดื่มได้เลยไม่ต้องเกรงใจ... สุวันหลังถ้าหมู่กับจ่าแกมาก็เอาไวน์แบบนี้มาเสิร์ฟให้แกนะ”

“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวสุไปเอามาเพิ่มให้อีกนะคะ ขวดเดียวท่าจะไม่พอ”

หมู่ปราการกับจ่าพจนารถปลื้มปริ่มคิดว่าได้รับความกรุณาอย่างสูงจากเจ้าของร้าน จากนั้นหมู่ก็เล่าเรื่องคดีป้าสำอางให้กำนันฟังอย่างละเอียดยิบ โดยไม่รู้ว่าเวลานี้สารวัตรใหญ่ขับรถมาจอดหน้าคาเฟ่ใกล้ๆกับรถสายตรวจที่จอดเด่นเป็นสง่า

ใหญ่ถามหาตำรวจที่ขับรถสายตรวจจากเด็กโบกรถก่อนจะรู้ว่าสองคนอยู่ข้างในและมาที่นี่เกือบทุกวัน เมื่อใหญ่เข้ามาเห็นลูกน้องกำลังสำเริงสำราญก็ส่งสายตาดุดัน หมู่กับจ่าตกใจถึงกับหน้าถอดสี

“ผมไม่คิดว่าคุณสองคนจะทำหน้าที่สายตรวจได้ดีนัก เพราะคุณสองคนคงจะดื่มเข้าไปคนละไม่น้อยแล้ว ผมขอแนะนำให้พวกคุณรีบกินข้าวแล้วกลับไปพักผ่อนสักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยออกมาปฏิบัติหน้าที่”

“ครับผม”

“อย่าให้เกินครึ่งชั่วโมงนะ เพราะเมื่อครบกำหนดผมจะออกมาตรวจอีกที อ้อ...แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย อย่าลืมว่าคุณกำลังปฏิบัติหน้าที่สายตรวจอยู่”

หมู่กับจ่ารับคำพร้อมทำความเคารพ ส่วนใหญ่พอจะกลับออกไปก็เจอเสี่ยจาตุรนต์มาทักทายด้วยรอยยิ้มหลังจากหัวหน้าพนักงานไปบอกว่าสารวัตรคนใหม่มา

“ผมจาตุรนต์ครับ เป็นหุ้นส่วนของร้านนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับสารวัตร”

“สวัสดีครับคุณจาตุรนต์”

“เชิญนั่งก่อนสิครับ ลองทานอาหารของที่ร้านดู สารวัตรเพิ่งย้ายมา ถือว่าผมเลี้ยงต้อนรับแล้วกันนะครับ”

“คงไม่สะดวกครับ ผมแค่เข้ามาตามลูกน้องผมเท่านั้น ไม่ได้จะมาทานอาหาร”

“อย่าเกรงใจกันสิครับ เรื่องแค่นี้ไม่น่ามีอะไรเสียหาย”

“โอกาสหน้าเถอะครับ ผมไม่สะดวกจริงๆ ขอตัวก่อนนะครับ”

จาตุรนต์ไม่ชอบใจที่ใหญ่ไม่ยอมรับไมตรี หมู่ปราการกับจ่าพจนารถจะก้าวตามสารวัตรออกไปแต่จาตุรนต์เรียกไว้

“จะรีบไปไหนกัน นั่งก่อนสิ”

“คืนนี้คงไม่ได้แล้วครับเสี่ย สารวัตรแกให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่งั้นเดี๋ยวพวกผมโดนเล่นงาน”

 “กลัวอะไร ไม่มีใครทำอะไรหมู่ได้หรอกน่ะ”

 “แต่สารวัตรคนนี้แกไม่เหมือนใครหรอกครับเสี่ย พวกผมไปก่อนนะครับ”

 หมู่กับจ่าเดินลิ่วออกไป ท่าทางเกรงกลัวสารวัตรคนใหม่อย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

กำนันฉลองโชคกับลูกน้องสองคนกลับออกไปจากคาเฟ่ก่อนหน้านี้เพราะกำนันมีนัดกับเสี่ยน้อยที่ร้านเผด็จโภชนาการ ใหญ่ขับรถผ่านมาทางนี้ เห็นรถคันหนึ่งจอดซ้อนคันทำให้เสียช่องทางจราจรและรถติดขัดมากจนชาวบ้านพากันบ่นอุบ

ใหญ่มองเห็นต้นเหตุของรถติดจึงรีบขับรถตัวเองไปจอดแล้วเดินมาที่รถเจ้าปัญหา ขณะที่ชาวบ้านยังบ่นกันอย่างเอือมระอา ใหญ่เข้ามาถามหาเจ้าของรถคันนี้ก็ได้คำตอบว่า

“ก็ในร้านอาหารนั่นแหละ”

“มันจอดแบบนี้ประจำแหละ ไม่มีใครทำอะไรมันได้หรอก”

ใหญ่รับรู้แล้วเดินเข้าไปในร้านอาหาร ผู้จัดการสาวรีบต้อนรับอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ ดิฉันอรไท เป็นผู้จัดการของร้านนี้ค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมพันตำรวจตรีใหญ่ เวโรจน์ สารวัตรประจำสถานีตำรวจภูธรพระลาน พอดีผมอยากจะรบกวนขอให้เจ้าของรถที่จอดซ้อนคันอยู่ตรงหน้าร้านช่วยขยับรถหน่อยครับ ไม่ทราบเป็นรถของใครครับ”

ปืนอยู่แถวนั้นได้ยินจึงลุกเดินมาหา ใหญ่ถามอย่างสุภาพว่า

“รถของคุณหรือครับ”

“ถ้าใช่ แล้วจะทำไม” ปืนตอบเสียงแข็งและมีท่าทีคุกคามไม่เกรงกลัว อรไทไม่อยากให้มีเรื่องจึงขัดจังหวะ ถามสารวัตรว่า

“จอดรถซ้อนคันใช่ไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจัดการให้ค่ะ”

“จัดการอะไร มันไม่ใช่รถเธอ กุญแจอยู่ที่ฉัน”

“นี่...อย่าให้มีเรื่องกันได้มั้ย ฉันก็บอกแกแล้วว่าจอดแบบนั้นมันเกะกะคนอื่น ช่วยไปขยับรถหน่อยเถอะ... จะไปหรือไม่ไป ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องเจ้านายแก”

ปืนออกไปอย่างไม่พอใจ แถมยังถอยรถชนมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านล้มบาดเจ็บแต่ไม่ดูดำดูดี กลับห่วงรถเจ้านายตัวเองมีรอยถลอกจะรีบโทร.ตามบริษัทประกัน ใหญ่แทบทนไม่ไหวกับพฤติกรรมสุดกร่างนั้น เขาดูแลคนเจ็บก่อนจะหันมาเล่นงานผู้กระทำผิด

“คุณยังไปไหนไม่ได้ ขอเชิญที่โรงพัก ตอนนี้คุณเป็นผู้ต้องหาของผม”

“ผู้ต้องหา...อย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผมไม่ไปคุณจะทำไมผม”

“ผมขอจับกุมคุณ ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย”

กำนันฉลองโชคคุยธุระอยู่ข้างใน เมื่อมีคนเข้ามาบอกว่าคนของเขามีเรื่องที่หน้าร้าน กำนันรีบออกมาและทำสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงด้วยการต่อยหน้าปืนนับครั้งไม่ถ้วน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณจะมาทำร้ายใครที่นี่ไม่ได้”

“นี่สารวัตรคงยังไม่รู้สินะว่าผมเป็นใคร”

“ไม่ว่าจะเป็นใคร คุณก็ไม่มีสิทธิพิเศษที่จะทำเรื่องผิดกฎหมาย”

 “แน่ใจนะ”

ใหญ่ไม่ตอบแต่แววตาแข็งกร้าวไม่กลัวแม้แต่น้อย พิทยาธรมาถึงพร้อมรถพยาบาลที่จะรับคนบาดเจ็บ เขาเข้ามายืนข้างสารวัตร แต่ก้องภพกลับยืนห่างออกไป กำนันประเมินสถานการณ์แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“สารวัตรใหญ่....ผมยอมแพ้ ได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับสารวัตรมา ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี มีฝีมือ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเป็นศัตรูด้วย ผมขอชี้แจงหน่อยนะครับ คือว่าไอ้นี่น่ะมันเป็นลูกน้องผม มันทำตัวไม่ดี ผมก็เลยต้องลงโทษ ไม่งั้นเดี๋ยวจะปกครองกันไม่ได้”

“คุณจะปกครองคนของคุณยังไงเป็นเรื่องของคุณ แต่คุณจะทำร้ายร่างกายเขาอย่างเมื่อกี้ไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องระงับเหตุ”

“ครับ ผมเข้าใจ เอาเป็นว่าเรามาญาติดีกันดีกว่าครับ นี่นามบัตร...สารวัตรจะได้รู้ซะทีว่าผมเป็นใคร”

กำนันส่งนามบัตรให้แต่ใหญ่ไม่สนใจเดินเลี่ยงไปหาปืน กำนันฉุนแต่พยายามคุมอารมณ์ตัวเองไว้

“คุณต้องการดำเนินคดีกับคนที่ทำร้ายร่างกายของคุณไหม”

 กำนันกับลูกน้องอีกคนได้ยินสารวัตรถามไอ้ปืนอย่างนั้นก็พากันหัวเราะก๊ากราวกับฟังเรื่องตลก

“ฮ่าๆๆ มันไม่กล้าหรอกครับ ผมน่ะเป็นยิ่งกว่าพ่อของมันซะอีก สารวัตรนี่มีอารมณ์ขันจริงๆ”

“ไม่ว่าลูกน้องคุณจะกล้าหรือไม่กล้า แต่ถ้ามีหลักฐานว่าคุณกระทำความผิดอะไรก็ตาม ผมจับคุณแน่”

“เอาสิครับ สารวัตรลองถามชาวบ้านแถวนี้ดูสิครับ ใครมีเบาะแสว่าผมทำผิดอะไรหรืออยากจะมาเป็นพยานอะไรก็เชิญเลยครับ ว่าไงพวกเรา พูดซิ พูดเลย บอกสารวัตรแกไปเลย”

ชาวบ้านทุกคนนิ่งเงียบไม่มีใครกล้า กำนันยิ้มเยาะ ใหญ่สะกดอารมณ์พูดอย่างใจเย็นกับปืนว่า

“เอาละ ถ้าคุณไม่ดำเนินคดี...ผมก็ต้องดำเนินคดีกับคุณเรื่องขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ”

“เสียเวลาน่ะสารวัตร เรื่องนี้ผมยินดีรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกน้องผมทำ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถคู่กรณีและค่ารักษาพยาบาลจนกว่าจะหาย ว่าไง จะตกลงแบบนี้ไหมล่ะ”

กำนันตั้งคำถามพร้อมส่งสายตาอำมหิตทำให้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่บาดเจ็บตอบระรัวด้วยความกลัวว่า

“ครับๆ ได้ครับ ตกลงครับ ผมไม่ติดใจเอาความแล้วครับ”

กำนันมองสารวัตรอย่างมีชัย ถามประชดว่าพอใจไหม?

“ถ้าผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ผมก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ นอกจากออกใบสั่งให้ลูกน้องคุณ ฐานจอดรถผิดข้อบังคับการจราจร หมวดเขียนใบสั่งให้ที”

พิทยาธรหยิบใบสั่งออกมาเขียนแล้วส่งให้ปืน ใหญ่สำทับกำนันอีกว่า

“แล้วรีบให้คนของคุณเลื่อนรถออกไปให้เร็ว ไม่งั้นผมจะเขียนใบสั่งให้คุณอีกใบ” พูดจบใหญ่จะไปแต่กำนันก้าวไปดักหน้า

“เดี๋ยว สารวัตรไม่อยากรู้เลยเหรอว่าผมเป็นใคร”

“ชื่อนามสกุลและที่อยู่ของคุณ ผมสืบได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ผมรู้แล้วโดยไม่ต้องมีใครบอกก็คือ...เรื่องที่คุณเป็นคนชนิดไหน”

กำนันฉลองโชคไม่สบอารมณ์เอามากๆ แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่ามองตามสารวัตรคนใหม่ไปอย่างเจ็บแค้นอาฆาต

ใหญ่เดินมาที่รถยนต์ของตนโดยมีพิทยาธรก้าวตามมาขอติดรถไปด้วย ใหญ่รู้ว่าลูกน้องมีเรื่องจะคุยจึงไม่ปฏิเสธ...ขณะนั่งรถมาด้วยกัน พิทยาธรเปิดประเด็นว่า

“สารวัตรรู้หรือเปล่าครับว่าผู้ชายคนนั้นคือกำนันฉลองโชค หัวคะแนนของพรรคไทยประชา แล้วก็เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของที่นี่”

“ผมพอจะเดาออก”

“สารวัตรรู้ แต่สารวัตรก็ยัง...”

“กำนันฉลองโชคควรจะรู้ดีว่าอะไรถูกอะไรผิด และในฐานะกำนัน เขาควรจะเป็นตัวอย่างของความถูกต้องให้กับท้องถิ่น และถ้าเขายังจะทำผิดเสียเอง เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องยับยั้งการกระทำผิดของเขาไม่ใช่รึหมวด”

“แต่สารวัตรครับ กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้หรอกครับ เพราะคนที่นี่ไม่มีใครกล้าออกมาเป็นพยาน”

“คนเราอาจจะยอมให้คนอื่นกดขี่รังแกได้บ้าง ก็แค่บางครั้งบางคราว แต่ไม่มีใครจะยอมไปตลอดชีวิตแน่ และถ้ากำนันฉลองโชครังแกชาวบ้านอย่างงี้บ่อยๆ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะมีชาวบ้านบางคนลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอน”

“ตั้งแต่ผมมาประจำที่นี่ ก็ยังไม่เคยเห็นชาวบ้านคนไหนลุกขึ้นมาเลย ผมว่าเราคงต้องคอยวันนั้นไปอีกนานเลยนะครับ”

“เราจะไม่คอย แต่เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มความสามารถ ไม่หยุดและไม่ถอย แต่ที่สำคัญต้องทำให้ชาวบ้านเห็นและเชื่อว่าตำรวจคือเพื่อนแท้ คือลูกหลาน ญาติมิตร ไม่ใช่ศัตรู วันใดที่ชาวบ้านอยู่ข้างเรา วันนั้นเราจะได้ชัยชนะโดยไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว”

“ขอโทษนะครับสารวัตร ทุกวันนี้ภาพพจน์ของตำรวจในสายตาชาวบ้านเป็นยังไง สารวัตรก็น่าจะทราบดี”

“ผมทราบ และผมไปแก้ไขเรื่องของคนอื่นไม่ได้ แต่ผมจะแก้ที่ตัวเองและผู้ใต้บังคับบัญชาของผม ผมเชื่อว่ายังไงมันจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

พิทยาธรเงียบไป...เริ่มรู้สึกศรัทธาในตัวสารวัตรคนใหม่

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กำนันฉลองโชคอย่างมาก เขากลับเข้ามาในร้านอาหารแล้วขึ้นเสียงกับอรไทอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“สิ่งที่เธอทำมันคือการท้าทายฉัน”

“เปล่าค่ะ อย่าเข้าใจผิด”

“งั้นอธิบายมาหน่อยว่าทำไมเธอถึงต้องไปเข้าข้างไอ้สารวัตรคนนั้น รู้จักมันมาก่อนหรือไง”

“ไม่ค่ะ ไม่เคยรู้จัก และฉันก็ไม่ได้เข้าข้างใคร ฉันแค่ยืนอยู่ข้างความถูกต้อง เรื่องจอดรถมันเป็นหน้าที่ของผู้จัดการร้านอย่างฉันที่จะต้องตักเตือนถ้าลูกค้าทำผิด และหลายครั้งแล้วที่ลูกน้องกำนันไม่เคยเชื่อฟังฉันเลย นึกอยากจะจอดตรงไหนก็จอด ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ฉันจึงจำเป็นต้องสั่งสอนซะบ้าง”

แทนที่กำนันจะยิ่งเคือง เขากลับปรบมือชื่นชม “เฉียบ...สมแล้วที่ฉันให้เธอดูแลร้านให้ นึกไม่ถึงจริงๆว่าเธอจะกล้าใช้วิธีนี้สั่งสอนลูกน้องสารเลวของฉัน เอาเป็นว่าต่อไปฉันจะกำชับพวกมันอีกทีว่าให้รู้จักเกรงใจภรรยาในอนาคตของฉันให้มากกว่านี้”

“กำนันอย่ามาเสียเวลากับผู้หญิงอย่างฉันเลยค่ะ เด็กๆสาวๆอีกมากมายที่เขารอให้กำนันดูแล กำนันจะเปลี่ยนเดือนละคนก็ยังได้ ฉันไม่พร้อมที่จะเป็นนกน้อยในกรงทองหรอกค่ะ”

“ความรักมันแปลกนะอรไท คนที่เรารัก เขามักจะไม่รักเรา แต่ไม่เป็นไร ฉันจะรอวันที่เอาชนะใจเธอให้ได้นะที่รัก”

อรไทอึดอัดแต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรอีก...ลูกน้องสามคนของกำนันฉลองโชคจับตามองก่อนจะพากัน

ออกมาซุบซิบนินทาที่หน้าร้านอาหาร

“กำนันแกจะมามัวเสียเวลาทำไมวะ นังอรไทมันเล่นตัวมากก็จับตัวเข้าห้องเชือด แค่นี้ก็เรียบร้อย”

“อะไรที่ได้มาง่ายๆมันไม่ท้าทายเว้ย”

“แต่ข้าว่าแกคงจะรักของแกจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ใจดีกับนังนี่ขนาดนี้หรอก”

เมื่อเห็นกำนันโผล่ออกมา สามคนหุบปากทันที ทำตัวนอบน้อมเดินตามเจ้านายไปขึ้นรถ ทางด้านใหญ่กับพิทยาธรพอกลับมาถึงบ้านพัก ลูกน้องรีบขอบคุณหัวหน้าที่ยอมให้ติดรถมาด้วย

“ผมต้องขอบคุณคุณมากกว่าที่คอยให้ข้อมูลเรื่องต่างๆกับผม”

“มันเป็นหนึ่งในหน้าที่ของผมที่จะต้องทำให้ผู้บังคับบัญชาครับ”

“ขอบใจ”

คำแพงลงมาจากบ้าน พิทยาธรรู้สึกหวิวๆชอบกล อาการเหมือนตกหลุมรักเธอแต่ไม่อาจแสดงออกมาได้

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไร พอดีหมวดพิทยาธรขอติดรถมาลงที่บ้านด้วย”

“บ้านหมวดหลังไหนคะ”

“หลังโน้นครับ เดินไปนิดเดียว แล้วนี่คุณคำแพงยังไม่นอนเหรอครับ”

“ยังหรอกค่ะ อ่านหนังสือรอคุณใหญ่อยู่ค่ะ”

“คำแพงเขาไม่ยอมนอนก่อนผมหรอกครับ

ไม่ว่าดึกแค่ไหนก็จะรอให้ผมกลับมาก่อน”

“เข้าบ้านเถอะค่ะ หมวดพิทยาธรจะได้พักผ่อน”

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะหมวด”

“ครับสารวัตร”

พิทยาธรแอบมองคำแพงไม่วางตา ขนาดกลับไปบ้านตัวเองที่อยู่ไม่ไกลกันนักแล้วยังชะเง้อมองมาทางหน้าต่าง รู้สึกประทับใจและหลงใหลในความสวยของเธอ

ooooooo

คำแพงจัดแจงชงน้ำมะนาวอุ่นๆให้สามีดื่มเพื่อป้องกันโรคหวัดและพูดถึงหมวดพิทยาธรว่าท่าทางดูขยันขันแข็งดี


“ใช่ ดูจะเป็นคนเอาใจใส่เรื่องงานดี เพิ่งเรียนจบมาไม่นาน ย้ายมาที่นี่ก่อนผมจะมาไม่กี่เดือน”

“ตำรวจหนุ่มๆที่เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อย ถ้ารุ่นพี่ในโรงพักปลูกฝังทัศนคติดีๆ พวกเขาก็จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปของวงการตำรวจนะคะ”

“ตอนนี้พิทยาธรเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่กำลังถูก

บ่มเพาะ สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานจะเป็นตัวชี้ทิศทางว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นตำรวจยังไงต่อไป เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้คำแพงไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมคิดว่ากำนันคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามอีกแน่นอน”

“ค่ะ คำแพงเป็นเมียตำรวจ ก็คงต้องทำใจ แต่ยังไงก็อดห่วงไม่ได้หรอกค่ะ”

“เอาเป็นว่าต่อไปผมจะระวังตัวให้มากขึ้น”

สองสามีภรรยาคุยกันเพลินโดยไม่รู้ตัวว่าโดนพิทยาธรแอบมองนานสองนาน หมวดหนุ่มถูกใจคำแพงมากแต่พยายามบอกตัวเองว่าห้ามชอบเพราะเธอเป็นเมียเจ้านาย เขาถอยกลับไปล้มตัวลงนอนก่ายหน้าผากแล้วได้ยินเสียงไลน์ดัง เปิดดูต้องสะดุ้งกับภาพของมัทนีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยกระฝ้าที่เจ๊จวบช่วยแต่งแต้ม

มัทนีกำลังสอนเจ๊จวบเล่นไลน์ แต่ผิดพลาด

ดันส่งรูปนั้นไปให้หมวดพิทยาธร พอรู้ตัวก็ร้องลั่นจน

เจ๊จวบตกอกตกใจถามว่ามีอะไร

“ฉันส่งผิด รูปเมื่อกี้ส่งเข้าไลน์อีตาหมวดขี้เก๊กไปแล้ว”

“ตายๆ น่าสงสารหมวดแกจริงๆ กลางดึกกลางดื่นอย่างงี้คงตกใจขวัญหนีดีฝ่อแน่ๆ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ๊” มัทนีงอนหน้าง้ำ หยิบโทรศัพท์มาเปิดรูปดูเพื่อพิสูจน์คำพูดน้าสาว แต่แล้วทันทีที่เห็นรูปตัวเองก็ผงะตกใจไปเหมือนกัน

ooooooo

เช้าวันถัดมาที่ร้านน้ำเต้าหู้ของบุญค้ำมีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้นหน้าร้านเผด็จโภชนาซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้

ธำรง เจ้าของเต็นท์รถบอกว่าตนอยู่ในเหตุการณ์เห็นกับตาว่าสารวัตรคนใหม่ไม่ยอมลงให้กำนันฉลองโชค บุญค้ำเลยถามความเห็นว่า

“แล้วเถ้าแก่ว่าแกบ้าหรือเมา ถึงกล้ามีเรื่องกับกำนันฉลองโชค”

“ไม่ได้บ้าหรือเมาหรอก สารวัตรคนใหม่แกดูเป็นคนตรงๆ กฎหมายเป็นกฎหมาย บ้านเราท่าจะได้ตำรวจที่ดีมาดูแลแล้วบุญค้ำ”

“ตำรวจดียังเหลืออยู่อีกเหรอ ส่วนใหญ่ที่ฉันเห็นมีแต่ท่าดีทีเหลวทั้งนั้น”

“แต่คนนี้ท่าจะของจริงเลยนะ ขนาดฉันเอารถกระบะไปให้ถึงบ้านแกกับเมียก็ไม่ยอมรับ แล้วยิ่งเมื่อคืนถ้าเอ็งเห็นตอนแกพูดกับกำนันนะ เอ็งจะรู้เลยว่าคนนี้แหละที่พวกเราน่าจะพึ่งได้”

“ขนาดนั้นเชียว”

“ฉันว่าฉันมองคนไม่ผิดหรอก แกเป็นคนจริง

ไม่เคยเห็นใครกล้าบ้าบิ่นอย่างแกมาก่อนเลยจริงๆ”


จังหวะนี้ผู้ถูกกล่าวถึงเดินเข้ามานั่งพร้อมภรรยาในชุดวอร์มออกกำลังกาย ธำรงเห็นแล้วชะงักนิ่ง ขณะที่บุญค้ำเคยเห็นกันหลายครั้งแต่ยังไม่รู้ว่าใหญ่คือสารวัตรคนใหม่จึงพูดเรื่อยเจื้อยไป

“แต่ฉันว่าเถ้าแก่อย่าเพิ่งไปหวังแบบนั้นเลย

พวกนี้นะร้อยทั้งร้อยท่าดีทีเหลวทั้งนั้น”

ธำรงไม่พูดอะไรต่อ รับถุงน้ำเต้าหู้จากบุญค้ำและจ่ายเงินก่อนจะหันมายกมือไหว้ใหญ่แล้วเดินออกไป เด็กนักเรียนวัยรุ่นสองคนกินเสร็จก็ลุกมาไหว้ขอบคุณเจ้าของร้านที่ให้กินฟรี บุญค้ำพูดด้วยอย่างมีเมตตา

“หิวก็มากินได้เลยนะ ห้ามเกรงใจ เรื่องเงิน

ไม่ต้องพูดถึง มีเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน แล้วหมวกกันน็อกน่ะไปหามาใส่ซะ เดี๋ยวจะโดนปรับอีก”

เด็กสองคนรับคำแล้วพากันออกไป บุญค้ำหันมาหาลูกค้าสองคนที่นั่งรอ บ่นให้ฟังโดยไม่รู้ว่าเป็นสารวัตรคนใหม่กับคุณนาย

“เด็กมันโดนจับเรื่องหมวกกันน็อกน่ะคุณ ปรับตั้ง 500 เลยไม่มีเงินกินข้าวกัน”

“ตำรวจคงอยากให้เด็กระวังเรื่องความปลอดภัยนั่นแหละครับ เพราะถ้ารถล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมาจะเสียหายมากกว่านี้”

“อันนั้นก็เข้าใจแหละครับ แต่ก็ไม่น่าเอากันเต็ม อัตราแบบนี้ คนเรามันไม่ได้มีเงินกันทุกคน ตำรวจ

ที่นี่นะคุณเอ๊ย...พูดแล้วคันปากจริงๆ”

“เป็นยังไงเหรอครับ”

“ผมไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่คุณลองคิดดูเอาเองก็แล้วกันว่าคนที่นี่น่ะไม่จำเป็นไม่อยากเฉียดเข้าใกล้พวกตำรวจหรอก เจอแล้วมันรู้สึกไม่ปลอดภัย...แล้วนี่คุณจะสั่งอะไร โทษทีมัวแต่คุย”

“น้ำเต้าหู้ทรงเครื่องสองค่ะ แล้วขอปาท่องโก๋ด้วย”

ห่างออกมาไม่ไกล พิทยาธรในชุดออกกำลังกายกำลังสอดส่ายสายตามองหาใหญ่และคำแพง...

กอบเกียรติยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปทัก

“ไงหมวด มาตลาดแต่เช้าเลย หาอะไรอยู่”

“สารวัตรกับแฟนแกไง ผู้กองเห็นบ้างไหม”

“นัดกันไว้เหรอ”

“เปล่า ผมก็แค่มองหาเผื่อจะเจอ ได้ยินแกว่าจะมาที่นี่”

“อ้าว...โน่นไง อยู่ร้านน้ำเต้าหู้โน่น อื้อหือ นั่นแฟนแกเหรอหมวด”

พิทยาธรตอบรับและชื่นชมความสวยของคำแพง ซึ่งกอบเกียรติเห็นด้วยเพราะเธอสวยจริงๆ ขณะที่

สองหนุ่มจับตามองภรรยาของสารวัตร มัทนีเดินมายืนบังโดยไม่รู้ตัว พิทยาธรหงุดหงิด บ่นเบาๆ

“ยัยโล้นนี่มันขัดจังหวะจริงๆ”


ป้าเดือนแม่ของกอบเกียรติถือตะกร้าจ่ายตลาดเข้ามาชวนลูกกลับ พิทยาธรไหว้แม่ของเพื่อนแล้วจากนั้นก็แยกย้ายกัน

พิทยาธรเดินไปต่อว่ามัทนี แล้วเลยมีปากเสียงกันเล็กๆก่อนที่หมวดจะเดินไปทักสารวัตรกับภรรยาที่กำลังกินน้ำเต้าหู้ บุญค้ำเลยได้รู้ว่าลูกค้าสองคนนี้เป็นใคร

บุญค้ำยืนหน้าซีดกลัวโดนเล่นงานเพราะเมื่อสักครู่เผลอด่าตำรวจไปเยอะ ใหญ่ไม่ได้ใส่ใจควักเงินค่าน้ำเต้าหู้ให้หกสิบบาท แต่บุญค้ำไม่ยอมรับ

“พอดีผมไม่รู้มาก่อนว่าท่านเป็นสารวัตรคนใหม่... มื้อนี้ขอผมเลี้ยงเถอะครับ”

“ไม่ได้ครับ ผมตั้งใจมาอุดหนุน ไม่อยากเบียดเบียนใคร”

“แค่นี้ไม่เรียกเบียดเบียนหรอกครับ แค่ไม่กี่บาทเอง”

“แต่ของซื้อของขาย ถ้าเอาแต่เลี้ยงกันไปมา

คุณจะเอากำไรมาจากไหน กรุณารับเงินผมไว้เถอะครับ นี่ครับ” ใหญ่ยัดเงินใส่มือบุญค้ำ “ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูลที่ตรงไปตรงมา แต่นับจากนี้ไปผมจะพยายามปรับปรุงการทำงานของพวกตำรวจพระลานให้ดีขึ้น ผมสัญญา”

ใหญ่ยิ้มให้อย่างจริงใจแล้วเดินจากไปพร้อม

คำแพงโดยมีพิทยาธรตามหลัง ผ่านชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างสารวัตรกับกำนันฉลองโชค พอชาวบ้านเห็นสารวัตรตัวเป็นๆ

ก็ชี้ชวนกันดูและชื่นชมในความกล้าหาญของเขา พร้อมกับเตือนให้ระวังตัวด้วยความเป็นห่วง

ใหญ่ขอบคุณทุกคนและทักทายด้วยรอยยิ้ม

เช่นเดียวกับคำแพง หลังจากนั้นเดินเลยไปทางร้านข้าวแกงเจ๊พรซึ่งเจ๊จวบกับมัทนีแวะซื้อกับข้าว

เจ๊พรเพิ่งรู้ว่ามัทนีเป็นหลานเจ๊จวบและเพิ่งสึกจากบวชชีมาจากกรุงเทพฯ พอเจ๊พรเหลือบเห็นสารวัตรก็ปรี่ไปทักเพราะเมื่อคืนแกอยู่ในเหตุการณ์ระทึกใจนั้นด้วย

“ตอนสารวัตรทะเลาะกับกำนัน เจ๊ลุ้นแทบแย่เลยกลัวสารวัตรจะโดนยิง”

“เมื่อคืนผมไม่ได้ทะเลาะกับใครนะครับ แค่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ขอบคุณมากที่เป็นห่วง ต่อไปผมจะระวังตัวให้มากขึ้นครับ”

“คุณนายส๊วยสวยนะคะ เหมือนดาราเลย”

“ขอบคุณมากค่ะ”

สองผัวเมียเดินต่อไป มัทนียิ้มปลื้มสารวัตรรูปหล่อ แต่พอพิทยาธรเยี่ยมหน้าเข้ามาก็สะดุ้งโหยงร้องลั่นเหมือนเห็นผี คราวนี้เลยปะทะคารมกันอีกยก แต่ไม่ได้จริงจัง ออกแนวหมั่นไส้กันมากกว่า

ooooooo

พิทยาธรติดสอยห้อยตามใหญ่กับคำแพง

มากินข้าวเช้าที่บ้านตามคำชวน คำแพงทำอาหารง่ายๆสองสามอย่าง ออกตัวกับหมวดว่าไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่า แต่ติชมได้

“ผมกินง่ายอยู่ง่ายครับ ปกติตอนเช้าก็สั่งข้าวผัดที่ร้านมากินกันตายอยู่แล้ว มื้อนี้ถือว่าหรูสำหรับผมแล้วครับ”


“ทำไมไม่หาแฟนสักคนล่ะคะ หรือว่ายังไม่เจอคนที่ถูกใจ”

“คนที่ถูกใจผมเจอแล้วครับ เพียงแต่เขามีเจ้าของไปแล้ว ก็เลยหมดสิทธิ์”

“อย่างหมวดไม่นานก็คงจะมีคนใหม่ๆเข้ามาให้เลือกอีกนะคะ”

“ผมเป็นคนรักคนยากครับ แต่ถ้ารักแล้วก็ปักใจอยู่คนเดียว”

ใหญ่ยกหม้อข้าวออกตักใส่จาน พิทยาธรจึงหยุดพูดแต่ยังคงแอบมองคำแพงอยู่บ่อยๆโดยไม่ให้สองผัวเมียรู้ตัว...

ที่บ้านหลังเล็กของผู้กองกอบเกียรติซึ่งไม่ใช่บ้านพักตำรวจ กอบเกียรติเป็นคนพื้นเพของพระลานจึงอาศัยอยู่บ้านส่วนตัวกับพ่อแม่ แต่พ่อของเขาป่วยเป็นอัมพาตเดินไม่ได้โดยที่แม่ต้องคอยดูแลแทบตลอดเวลา

กอบเกียรติเรียนเก่งแต่ยากจน เขาได้รับทุนการศึกษาตั้งแต่เด็กประถมจนจบปริญญาตรีทางกฎหมายและสอบเข้าตำรวจภายหลัง ซึ่งผู้ให้ทุนมาตลอดคือ

เสี่ยน้อยผู้ทรงอิทธิพลของพระลาน เหตุนี้ทำให้แม่ของเขาเคารพและเกรงใจเสี่ยน้อยเป็นอย่างมาก

เช้านี้ขณะสองแม่ลูกคุยปรับทุกข์เรื่องเงินค่ารักษาพ่อที่ไม่เพียงพอ กอบเกียรติคิดจะเอารถมอเตอร์ไซค์ของตนไปจำนำ ก็พอดีเสี่ยน้อยนั่งรถคันโก้มาจอดโดยมีนวคุณสมุนมือขวาเป็นคนขับพามา จุดประสงค์ของเสี่ยคือมาขอร้องเรื่องคดีป้าสำอางที่กอบเกียรติกำลังทำอยู่ แต่ทำทีเอาความปรารถนาดีกับพ่อและครอบครัวของกอบเกียรติบังหน้า

เสี่ยน้อยมอบเงินก้อนหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากขอร้องเรื่องคดีความว่าอย่าลงลึกเพราะพรรคพวกของตนจะเดือดร้อน กอบเกียรติอึดอัดแต่ไม่กล้าขัดใจ โดยเฉพาะแม่ที่เกรงใจเสี่ยมาก ย้ำกับลูกตลอดว่าที่เขามีวันนี้ได้

ก็เพราะเสี่ย

ooooooo

เช้าวันแรกในการเริ่มปฏิบัติงานที่โรงพัก

พระลาน ใหญ่แนะนำตัวและทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนโดยเน้นย้ำให้เข้าใจตรงกันว่าเจ้านายที่แท้จริงของเราคือประชาชนผู้เสียภาษี และภาษีนั้นก็คือเงินเดือนของพวกเรา

นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาต่างๆในพระลาน

หลายอย่าง รวมทั้งภาพพจน์ของตำรวจในสายตาประชาชนที่ไม่ดีนัก ซึ่งเราต้องช่วยกันแก้ไขให้ดีขึ้น

ใหญ่พูดด้วยสีหน้าและแววตามุ่งมั่นมากและมองตำรวจทุกคนอย่างมีความหวัง พิทยาธรชื่นชมและศรัทธา ขณะที่ตำรวจหลายคนยังลังเล และอีกหลายคนนิ่งไม่แสดงออก...

ในวันเดียวกันนี้ ป้าพุดกับลุงเขียนโดนไอ้เบี้ยวกับไอ้ปืนไปข่มขู่ให้ขายที่ดินอีกครั้ง แต่คราวนี้มัน


เล่นหนักถึงขนาดฆ่าแขวนคอลูกจ้างสองคนที่มาถางหญ้า เมื่อป้ากับลุงพร้อมด้วยดาบนรินทร์ลูกชายและป้าสำอางพากันไปแจ้งความที่โรงพัก กอบเกียรติรับเรื่องด้วยความหนักใจเพราะเมื่อเช้าเสี่ยน้อยเพิ่งมาขอร้อง

“พ่อกับแม่ผมแกยืนยันว่าเป็นฝีมือของไอ้ปืนกับไอ้เบี้ยวลูกน้องกำนันฉลองโชคครับ”

“มีรูปถ่ายหรือวงจรปิดบ้างไหม”

“ไม่มีหรอกครับ บ้านเราทำไร่ทำนาไม่ได้ติดกล้องอะไรแบบนั้นหรอกครับ”

“งั้นก็ถือว่าเป็นแค่พยานบอกเล่า”

“แต่แค่นี้ก็น่าจะออกหมายเรียกมาได้แล้วนะครับผู้กอง”

“เอาไว้หลักฐานแน่นเมื่อไหร่ผมจัดการพวกมันแน่”

“ขอบคุณมากครับ”

ดาบนรินทร์ยกมือไหว้ฝากความหวัง ขณะที่

กอบเกียรติในใจรู้สึกขัดแย้ง แต่ที่สุดแล้วก็รู้ตัวดีว่ายังไงต้องช่วยผู้มีพระคุณวันยังค่ำ...เมื่อได้ยินพิทยาธรบอกว่าอีกสองสามวันจะออกหมายเรียกลูกน้องกำนันฉลองโชคมาสอบสวน กอบเกียรติท้วงว่า

“อย่าเพิ่งเลย หมวดก็รู้นี่ว่าถ้าหลักฐานเรา

ไม่แน่นพอ จับมาก็หลุด ดูอย่างคดีจับบ่อนที่หมวดจับพวกมันมาเมื่อหลายวันก่อน จู่ๆก็โดนปล่อยตัวเฉยเลย”

“นั่นสินะ แต่เอ๊ะ ตอนนี้เราเปลี่ยนสารวัตรแล้วนี่ครับ ยังไงผมว่าสารวัตรคนใหม่ก็ต้องไม่เหมือนคนเก่าแน่นอน”

“ถึงอย่างงั้นก็เหอะ รอรวบรวมหลักฐานอีกหน่อย อย่าใจร้อน”

“ก็ได้ครับผู้กอง ถ้ามีความคืบหน้าอะไร บอกผมได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

กอบเกียรติรับคำแล้วนั่งมองแฟ้มเอกสารในมือหลังจากพิทยาธรเดินจากไป...สักครู่หมู่ปราการที่คอยสอดแนมอยู่ตลอดเดินเข้ามาเลียบเคียงเพื่อขอเอกสารนั้นไปจนได้โดยอ้างชื่อกำนันฉลองโชค

“ไม่ต้องห่วงครับ แฟ้มนี้จะถูกเก็บเอาไว้แบบ

ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าถึงง่ายๆหรอกครับ” หมู่ปราการเดินถือแฟ้มออกไป กอบเกียรติรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo


ละครสารวัตรใหญ่ ตอนที่ 5 อ่านสารวัตรใหญ่ติดตามละครสารวัตรใหญ่ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย กันตพงศ์ บำรุงรักษ์,ทัศนียา การสมนุช 14 ม.ค. 2562 10:07 2019-01-16T02:33:48+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ