ข่าว

วิดีโอ



เสน่ห์รักนางซิน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย: สมจริง ศรีสุภาพ

ผลิตโดย: บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช เมธาวรายุทธ,รณิดา เตชสิทธิ์

ภควัตเห็นพริมเอาแต่นั่งใจลอย ไม่เป็นอันทำงาน ก็มองออกว่าเธอรู้สึกไม่ต่างจากภูรี พยายามจะเป็นกาวใจให้ทั้งคู่ได้กลับมารักกัน เล่าว่าเมื่อคืนภูรีไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดถึงเธออยู่ ถ้าเขาไม่ได้มาง้อเธอไม่ได้แปลว่าไม่แคร์ แต่เขาเป็นคนแบบนี้เองขนาดคิดถึงพ่อแทบตายยังไม่เคยคิดจะไปง้อ เธออย่าไปถือสาเขาเลย

“เขาไม่มาดีแล้วค่ะ เพราะถ้าฉันเห็นเขาฉันจะ ...จะทำใจไม่ได้” พูดจบพริมปล่อยโฮ ภควัตได้แต่มองด้วยความสงสารไม่รู้จะช่วยอย่างไร เมื่อได้อยู่ลำพังกับบุสกร ภควัตขอให้ช่วยกล่อมพริมให้ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับวิกกี้ เธอจะได้กลับมารักกับภูรีเหมือนเดิม บุสกรออกตัวถ้าทำได้คงทำไปนานแล้ว ตนก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นทุกข์เหมือนกัน ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันสังเกตเห็นบารมีแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ...

บารมีไม่รอช้าโทร.นัดให้ภูรีมาพบเพื่อบอกเหตุผลว่าทำไมพริมถึงต้องทำแบบนั้นเพราะเธอเหมือนพาพรแม่ของเธอ ที่เลือกจะให้ความทุกข์อยู่กับตัวเองดีกว่าให้ตัวเองมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น คำพูดของบารมีทำให้ภูรีคลายความขุ่นเคืองในตัวพริมลงไปได้มาก...

ทางด้านพัชรารู้เรื่องคำสัญญาของพริมที่ให้ไว้กับวิกกี้ จัดแจงโทร.ตามพริมให้มาพบที่หน้าห้องพักฟื้นของวิกกี้ ยื่นข้อเสนอว่าถ้าพริมทำให้วิกกี้กับภูรีได้แต่งงานกัน ท่านจะยอมรับวีรีเป็นสะใภ้ จะยอมรับลูกของวีรีเป็นหลานและยอมให้พงศกรทำในสิ่งที่อยากทำจะไม่บังคับใครให้เป็นอย่างที่ท่านต้องการอีก

“และฉันก็จะยอมให้เธอเป็นพี่สาวของลูกฉัน...ฉันพูดจริงๆนะ ที่ผ่านมาฉันอาจจะทำไม่ดีกับเธอ เพราะฉันกลัวว่าเธอจะมาแย่งความรักจากครอบครัวฉันไป แต่ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้ว ว่าเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ครอบครัวเรามีความสุข”

พริมยังไม่ทันจะตอบอะไรมีเสียงพยาบาลร้องเอะอะดังมาจากในห้อง พัชรากับพริมรีบเข้าไปในห้อง เห็นพยาบาลประคองวิกกี้ลุกขึ้นจากพื้น พัชราตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้นได้ความว่าฝึกเดินให้วิกกี้อยู่ดีๆก็ล้มไป

“วิกกี้ไม่อยากทำแล้วค่ะ วิกกี้เบื่อๆๆๆ วิกกี้ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น” วิกกี้ตีอกชกตัวล้มลงไปอีกครั้ง จังหวะนั้นภูรีเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ วิกกี้เห็นเขามาก็ตัดพ้อต่อว่าทำไมไม่มาหากันบ้าง เขาขอโทษนี่เพิ่งเคลียร์งานเสร็จก็รีบมาหาเธอเลย ต่อไปนี้เขาจะอยู่ข้างๆ คอยดูแลและให้กำลังใจเธอ เราสองคนจะสู้ไปด้วยกัน ยื่นช่อดอกไม้ให้แล้วดึงเธอมากอด พริมต้องก้มหน้าไม่อยากดูภาพบาดตา

พัชราเห็นลูกมีความสุขก็พลอยสุขใจไปด้วย เอื้อมมือไปจับมือพริมไว้ ขอบใจเธอด้วยเสียงเบาเกือบจะเป็นกระซิบ พริมยิ้มรับเศร้าๆมองไปยังภูรีที่ประคองวิกกี้ขึ้นจากพื้น ทนดูต่อไปไม่ไหว ขอตัวกลับก่อนแล้วเดินลิ่วออกไป ภูรีพาวิกกี้ขึ้นเตียงเรียบร้อยวิ่งตามพริมจนทัน บอกว่าตอนนี้เข้าใจเธอแจ่มแจ้งแล้ว และจะยอมทำตามที่เธอต้องการ จะดูแลวิกกี้จนกว่าจะหาย แต่หลังจากนั้นจะหยุด

“ผมจะทำให้วิกกี้เข้าใจว่าเรื่องของผมกับวิกกี้ไม่มีวันเป็นไปได้ และเมื่อถึงตอนนั้นถ้าคุณยังไม่มีใคร ผมจะไปจีบคุณใหม่ หรือถ้าคุณมี ผมก็จะไปแย่งคุณมา” พูดจบภูรีเดินกลับโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพริม...

เมื่อสามสาวเพื่อนรักโคจรมาพบกันตอนบ่าย ต่างเม้าท์ถึงชายคนรักของตัวเองให้ฟัง แต่ละคนมีปัญหาความรักแตกต่างกันออกไป ปริตาชวนเพื่อนๆถ้าความรักจากคนรักของพวกเราทำให้เราทุกข์ เราหนีไปไกลๆให้พวกเขาตามหาเราไม่เจอน่าจะดี บุสกรไปไม่ได้เพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว พริมเองก็ไม่ไป ถึงภูรีจะยอมดูแลวิกกี้ แต่เธอยังเป็นห่วงน้อง ขออยู่ดูจนแน่ใจก่อนว่าวิกกี้จะหายดี แผนหนีไปด้วยกันเป็นอันล้มเลิกไปโดยปริยาย

ooooooo

พัชราเห็นพริมทำตามที่ตกลงกันเอาไว้ จึง อนุญาตให้วีรีมานอนห้องเดียวกับพงศกรได้ แถมยังให้บัตรกดเงินสดกับเขาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการพาวีรีไปตรวจครรภ์ เธอดีใจมากรีบโทร.บอกพริมถึงข่าวดีนี้ และยังเล่าอีกว่าพัชราโทร.ไปขอโทษพ่อของเธออีกด้วย แถมบอกท่านว่าจะดูแลเธออย่างดี

“แต่วีกลัวยังไงก็ไม่รู้ค่ะ อยู่ๆคุณแม่ก็เปลี่ยนไป”

“อย่ากลัวเลยค่ะ คุณพัชราไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว...

พี่ฝากบอกพงศ์ด้วยนะว่าห้ามเอาเงินไปใช้เรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด อย่าทำให้คุณพัชราต้องผิดหวังที่อุตส่าห์ให้ความเมตตากับเราสองคน”

จังหวะนั้นบารมีเดินเข้ามาในบ้าน พริมจึงบอกวีรีว่าแค่นี้ก่อน วางสายแล้วถามบารมีว่ามีอะไรหรือเปล่า ท่านเห็นภูรีไปดูแลวิกกี้ที่โรงพยาบาลทุกวันก็เลยจะมาขอร้องให้เธอหยุดทำแบบนี้ เธอไม่จำเป็นต้องยกความสุขของตัวเองให้คนอื่น พริมยินดีถ้าความทุกข์ของเธอช่วยสร้างความสุขให้คนอื่นได้อีกหลายคน แต่ถ้าจะมีเรื่องที่ทำให้เธอลำบากใจก็คงจะเป็นเรื่องที่เธอต้องทำอย่างไรให้ภูรียอมหยุดรักเธอ

“ถ้าหยุดภูไม่ได้ คนอื่นก็ต้องเป็นฝ่ายหยุด” บารมีสีหน้ามุ่งมั่น ในเมื่อตั้งใจอย่างนั้น ท่านจึงไปหาวิกกี้

ที่โรงพยาบาลพร้อมกับพงศกร ช่วยกันกล่อมให้เธอเลิกสำออย เพราะท่านถามหมอมาแล้วว่าร่างกายเธอเป็นปกติดีเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ที่ยังไม่ยอมเดินเองเพราะอยากให้ภูรีมาคอยปรนนิบัติใกล้ชิด นี่คงถึงเวลาแล้วที่เธอต้องยอมรับความจริงว่าภูรีไม่ได้รักเธอแต่รักพริม พงศกรช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง

“ที่พี่ภูมาดูแลพี่วิกกี้ เขาทำเพื่อพี่พริม ต่อให้พี่ป่วยไปอีกกี่สิบปี พี่ภูเขาก็ยังรักพี่พริม”

วิกกี้ร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกตัวถ้าเธอสร้างปัญหาให้ทุกคนนักก็ให้ตัดขาเธอทิ้งไปเลยก็แล้วกัน พัชราได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู เห็นลูกทุบขาตัวเองปรี่เข้าไปกอดถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“คนอื่นหาว่าวิกกี้โกหก วิกกี้ไม่โกหก วิกกี้เจ็บจริงๆ” วิกกี้คร่ำครวญ บารมีกับพงศกรมองเธอไม่เชื่อนัก...

หลังจากปลอบวิกกี้จนหลับไปแล้ว พัชราออกมาคุยกับบารมีและพงศกรว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมอยู่ๆถึงพากันกล่าวหาว่าวิกกี้แกล้งป่วยอ้อนภูรี บารมีก็แค่สงสัยว่าทำไมลูกถึงไม่ดีขึ้นสักที จะได้คืนภูรีให้พริม

“คุณยังไม่รู้เหรอว่าพริมกับภูรีเลิกกันแล้ว และพริมก็เต็มใจยอมยกภูให้วิกกี้เองด้วย”

“ผมรู้และผมก็รู้ด้วยว่าทุกอย่างที่ภูทำภูต้องมีเหตุผล และไม่ใช่เหตุผลว่าภูรักวิกกี้แน่ๆ”

อีกมุมหนึ่ง ภควัตกับบุสกรยกกระเช้าของเยี่ยมที่พ่อแม่ของภควัตฝากมาให้วิกกี้เข้ามา เห็นสามคนกำลังคุยกันหน้าเครียดรีบหลบมุมแอบฟัง พัชราไม่สนใจว่าภูรีจะมาดูแลวิกกี้ด้วยเหตุผลอะไร ขอแค่ให้ลูกมีความสุขก็พอใจแล้ว บารมีเตือนว่าทำแบบนี้เท่ากับทำร้ายลูกมากกว่า ชีวิตของลูกจะเป็นอย่างไรถ้าต้องอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รัก พงศกรช่วยเสริม หรือแม่อยากให้พี่วิกกี้เป็นเหมือนท่าน พัชราปรี๊ดแตก สั่งให้เขาหยุดซ้ำเติมตนสักที

“คุณแม่ก็อย่าเอาความเห็นแก่ตัวไปทำร้ายใครอีกสิครับ ผมสงสารพี่พริม พี่พริมเดือดร้อนเพราะพวกเรามามากพอแล้ว ผมคิดว่าต่อไปนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องทำเพื่อพี่พริมกันบ้างแล้วนะครับ”

พัชราไม่สนใจที่พงศกรพูด เดินกลับเข้าห้องพักฟื้นของวิกกี้ ภควัตรีบเดินนำบุสกรเข้าไปหาสองพ่อลูก ยังไม่ทันจะพูดชื่นชมพงศกรที่ช่วยปกป้องพริม เขาขอตัวกลับก่อน ภควัตมอบกระเช้าของเยี่ยมให้บารมีแล้ววิ่งตามพงศกรไปโดยมีบุสกรตามไปด้วยจนทันกันที่โถงทางเดิน ภควัตขอบใจเขาที่ช่วยพูดปกป้องพริม

พงศกรอยากทำให้พี่สาวต่างมารดามากกว่านี้ ให้เหมือนที่พี่ทำให้เขา บุสกรเห็นสมร แองจี้กับนิดหน่อยและใบเตยหิ้วกระเช้าของเยี่ยมเข้ามา รีบหลบหลังภควัตซึ่งถามว่าเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นอริเก่าทำให้เธอกับเพื่อนต้องโดนไล่ออกจากห้างฯ ภควัตมีแผนร้ายผุดขึ้นในใจ

“พงศ์ นายอยากทำอะไรเพื่อคุณพริมไหมล่ะ” ภควัตยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะบอกแผนการให้พงศกรฟัง จากนั้นพงศกรแกล้งทำเป็นเดินผ่านสมรกับแก๊ง ร้องทักว่าจะมาเยี่ยมพี่วิกกี้หรือ เสียใจด้วยพี่เพิ่งหลับ คุณหมอไม่ให้รบกวนเวลาที่เธอพักผ่อน แองจี้บ่นอุบว่ามาเสียเที่ยว พงศกรแสร้งเห็นใจ ไหนๆพวกเธอก็มากันแล้ว จะได้ไม่ต้องกลับไปมือเปล่า เขามีเรื่องสนุกจะเล่าให้ฟังแต่ต้องเหยียบไว้เพราะเป็นความลับสุดๆ...

เมื่อรู้ข่าวว่าพริมเป็นลูกอีกคนหนึ่งของบารมี แทนที่สมรกับพวกจะเก็บไว้เป็นความลับ กลับเอาข่าวนี้ไปขายให้กับพี่เต่า มะเฟืองที่มีเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวเม้าท์ของดาราและเซเลบจากนั้นก็เอาเงินมาแบ่งกัน

ooooooo

พริมเห็นข่าวออนไลน์ของตัวเองที่ภูรีเอาให้ดูก็ตกใจมาก ข่าวนี้หลุดไปถึงหูนักข่าวได้อย่างไร ภูรีเอาแค่คลิปข่าวให้ดูเฉยๆโดยไม่ได้บอกรายละเอียดว่าที่แท้แล้วนี่เป็นแผนการของภควัตกับบุสกรและพงศกร

พัชราเห็นข่าวชิ้นนี้เช่นกัน ทีแรกยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนปล่อยแต่พอเรียกสมรกับพวกมาพบที่ห้องทำงาน เธอเอาตัวรอดด้วยการโยนความผิดให้แองจี้ว่าเป็นต้นคิดเอาข่าวนี้ไปให้นักข่าวออนไลน์ แองจี้โกรธที่สมรคิดจะเอาตัวรอดก็เลยแฉว่าสมรเองก็ได้รับส่วนแบ่งจากเรื่องนี้ ต่างฝ่ายต่างโยนความผิดให้กัน พัชรารำคาญสั่งให้หยุดได้แล้ว ไม่ต้องโยนความผิดให้กันเพราะถึงอย่างไรตนจะไล่ทั้งสี่คนออก

“ที่ฉันเรียกพวกเธอมา เพราะฉันอยากรู้ว่าพวกเธอรู้เรื่องฉันได้ยังไง”

สมรสารภาพว่ารู้จากพงศกรซึ่งเล่าหมดเปลือกว่าความจริงแล้วพัชรารู้อยู่แล้วว่าบารมีมีเมีย แต่ก็ยังไปแย่งมา และที่ผ่านมาบารมีก็ไม่เคยลืมแม่ของพริมเลย พัชราถึงได้อารมณ์ขึ้นๆลงๆเพราะกลัวบารมีจะไม่รัก พงศกรถึงไม่เคยมีความสุขเลย พัชราเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจไล่ตะเพิดสมรกับพวกออกไปให้พ้นหน้า ทันทีที่พวกนั้นลับสายตา พัชราร้องไห้ออกมาราวกับทำนบแตก

สักพัก เลขาฯเข้ามาแจ้งว่านักข่าวจะขอสัมภาษณ์ พัชราสั่งให้บอกทางนั้นไปว่าไม่สะดวกจะคุย แล้วหยิบมือถือโทร.ถามบารมีว่าให้สัมภาษณ์อะไรนักข่าวหรือยัง เขายังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เธอขอร้องอย่าให้สัมภาษณ์อะไรใคร เธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเราไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้รู้ว่าเขารักพาพรมากกว่าเธอ ถ้าไม่มีใครพูดอะไรเดี๋ยวข่าวก็จะเงียบไปเอง บารมีสงสัยว่าเธอเป็นอะไรนักหนา

“ฉัน...อาย คุณต้องช่วยฉันนะ ปิดทุกอย่างให้เป็นความลับ แล้วฉันจะยอมหย่าให้คุณ ช่วยฉันนะคุณบารมี คุณเคยสัญญาว่าจะทำให้ครอบครัวของเราดีขึ้น คุณก็ต้องไม่ให้คนอื่นรู้ว่าครอบครัวเราเป็นยังไง”

เขาเชื่อว่าครอบครัวของเราจะดีขึ้นถ้าทุกคนในครอบครัวของเรายอมรับความจริง เขาเองก็ต้องยอมรับว่าเป็นผู้ชายอ่อนแอไม่สามารถปกป้องลูกเมียให้อยู่กับตัวได้ ส่วนพัชราก็ต้องยอมรับว่าเคยทำอะไรไว้กับพาพร เธอขอเวลาทำใจก่อนได้ไหม เขาให้เวลาเธอมายี่สิบกว่าปีแล้ว จากนั้นก็วางสายใส่ ครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนจะโทร.กลับไปหานักข่าวที่ตัวเองเพิ่งวางสายว่ายังอยากจะสัมภาษณ์ตนอยู่อีกหรือเปล่า

บารมีไม่ได้จะให้สัมภาษณ์แค่คนเดียว แต่ครั้งนี้เปิดแถลงข่าวพร้อมกับพริมและภูรี โดยให้นักข่าวไปรอทำข่าวที่ศาลาริมน้ำบ้านพริม...

วิกกี้เห็นข่าวนี้ก็ประกาศลั่นจะไม่มีวันแพ้พริมไปมากกว่านี้ พัชราอดแปลกใจกับคำพูดของลูกไม่ได้...

ป้ารำไพเห็นข่าวนี้จากในทีวีเช่นกัน โทร.มาแสดงความยินดีกับหลานรักที่ได้เจอทั้งพ่อตัวกับพ่อของลูกในคราวเดียวกัน เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกับภูรี เพราะเขาเป็นคนรักของวิกกี้

ooooooo

ป้ารำไพนำเรื่องที่คุยกับพริมไปเล่าให้ปรีชาฟัง เขาแปลกใจมากทำไมลูกชายของเขาถึงจับพลัดจับผลูไปเป็นแฟนกับผู้หญิงที่ชื่อวิกกี้ได้ เขาเห็นสายตาที่ภูรีมองพริม มั่นใจว่าทั้งคู่รักกัน ดังนั้นต้องมีบางอย่างผิดปกติ

ครั้นจะโทร.ไปหาลูกก็กลัวจะไม่รับสาย ปรีชาจึงออกอุบายให้ลุงฟักโทร.ไปหลอกว่าตัวเองป่วย ลุงฟักกลัวภูรีจะไม่เชื่อ ใส่ไข่ว่าปรีชาป่วยหนักใกล้ตายให้เขารีบลงมาดูใจ ภูรีไม่รอช้าชวนแม่ลงมาภูเก็ตด้วยกัน แต่กลับพบว่าปรีชาไม่ได้เป็นอะไร นิสาต่อว่าปรีชาว่าทำไมต้องให้คนโทร.ไปโกหกลูกด้วย

“ผมมีธุระจะคุยกับภู ถ้าผมไม่โกหก ภูก็คงจะไม่ยอมมาหาผมที่นี่”

“แล้วพ่อไม่คิดบ้างเหรอครับว่าถ้าผมรู้ว่าพ่อโกหกผมจะยังอยากคุยกับพ่ออยู่หรือเปล่า”ภูรีเดินหนีไปเลย...

แม้การมาหาพ่อครั้งนี้ของภูรีตอนแรกๆจะดูไม่ดีนัก แต่สุดท้ายเขาปรับความเข้าใจกับพ่อได้ เนื่องจากนิสายอมรับว่าวันนั้นตอนที่ภูรียังเป็นแค่เด็กน้อยรอให้พ่อมาหา เธอเป็นคนไล่พ่อกลับไปเองไม่ยอมให้เจอลูก ทำให้ภูรีตระหนักว่าเขาเข้าใจพ่อผิดมาตลอดว่าพ่อไม่รัก ทั้งที่ท่านรักเขามาก...

ขณะที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของภูรีเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ความสัมพันธ์ของอินทัชกับแม่กลับตรงกันข้าม ท่านสั่งให้เขาเก็บเสื้อผ้าเตรียมเดินทางไปทำงานกับบริษัทของป้าที่เยอรมัน เพราะต้องการกันเขาให้อยู่ห่างจากปริตา เขาไม่เข้าใจทำไมแม่ต้องมีอคติกับเธอด้วย

“เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดีหวังจะเกาะผู้ชายรวยๆให้ตัวเองสบาย แม่ไม่อยากให้ทัชถูกหลอก”

“งั้นคุณแม่ต้องไปกับผม ไปหาคำตอบว่าทำไมผมถึงต้องรักคุณริตา”

ทีแรกคุณณีอิดออดไม่ยอมไป อินทัชต้องบังคับเพราะจะไม่ยอมให้ท่านมองใครในแง่ร้ายทั้งที่ยังไม่รู้จักคนคนนั้นดีพออีกแล้ว คุณณีเห็นท่าทางเอาจริงของลูกจำต้องทำตามที่ลูกต้องการโดยมีคุณอัทธ์ตามไปสังเกตการณ์ด้วย เขาพาพ่อกับแม่มาดูปริตา บุสกรและพริมช่วยกันขายเสื้อผ้าที่ปริตาตัดเย็บเอง

แม้แดดจะร้อน สามสาวก็ช่วยกันขายของอย่างตั้งอกตั้งใจไม่มีบ่น นอกจากนี้อินทัชยังพาท่านทั้งสองไปดูสภาพภายในบ้านของปริตา พบว่าพ่อของเธอนอนป่วยติดเตียง แม่ต้องอยู่ดูแลพ่อ ตั้งแต่นั้นมาปริตาก็รับหน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวพร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วย ตอนแรกที่เขารู้จักกับเธอ เขารู้แค่ว่าเธอเป็นผู้หญิงอ่อนหวานน่ารัก แต่ยิ่งรู้จักเธอเขายิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นคนเข้มแข็ง บางครั้งมากกว่าเขาด้วยซ้ำ

“โลกนี้มีผู้หญิงสวยกว่าคุณริตา รวยกว่าคุณริตาอีกมากมาย แต่ผู้หญิงอย่างคุณริตาผมจะไม่เจออีกแล้ว เพราะนับจากนี้ต่อไป ผมจะหยุดหัวใจไว้ที่คุณริตาคนเดียว”

ปริตาซึ่งแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรกออกจากที่ซ่อนโผกอดอินทัชร้องไห้ซาบซึ้งใจกับคำพูดของเขา จากนั้นอินทัชคุกเข่าลงตรงหน้าแม่ ปริตารีบทำตาม เขาขอร้องท่านอย่ากีดกันความรักของเราอีกเลย คุณณีวิ่งออกจากบ้านไปเลย คุณอัทธ์ต้องวิ่งตาม พริมกับบุสกรที่ชะเง้อมองเข้าไปในบ้านเห็นแม่กับพ่อของอินทัชวิ่งออกมา รีบหลบแถวแผงขายของ คุณอัทธ์ขอให้คุณณีปล่อยให้ลูกคบหากับปริตาต่อไปเพราะดูท่าแล้วเธอเป็นเด็กดี

“ฉันอยากจะใจอ่อนแต่คำพูดของพัชราที่เตือนฉันเรื่องเด็กคนนี้มันฝังใจฉัน ฉันกลัวลูกถูกหลอกแล้วลูกต้องเสียใจอย่างที่ผ่านมาอีก” พูดจบคุณณีวิ่งจากไปโดยมีคุณอัทธ์วิ่งตาม พริมได้ยินเต็มสองหู คิดหาทางช่วยเพื่อนให้ได้จึงไม่รอช้าโทร.ไปขอให้พัชราช่วยปรับความเข้าใจกับคุณณีเรื่องปริตาเสียใหม่

“ได้สิ ฉันจะจัดการให้เธอเอง เพื่อตอบแทนที่เธอเลิกกับภูรี ตอนนี้เธออยู่ไหน เข้ามาเยี่ยมวิกกี้บ้างสิ วิกกี้จะได้แน่ใจว่าเธอกับตาภูเลิกกันแล้วจริงๆ”

ooooooo

อาการเจ็บป่วยทางกายของวิกกี้เป็นปกติมานานแล้ว แต่ที่เธอไม่ยอมเดินเองก็เพราะต้องการให้ภูรีคอยดูแลใกล้ชิด พอถูกเขาขัดใจเธอจะลงไปชักหายใจไม่ออก หมอตรวจอย่างละเอียดแล้วไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย จึงสรุปว่าน่าจะเป็นการป่วยทางใจ ต้องให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดช่วยกันดูแลอาการจะดีขึ้นเอง

พัชราสบช่องขอร้องให้ภูรีแต่งงานกับวิกกี้เพื่อทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยไหนๆเขาก็เลิกกับพริมแล้ว แต่งงานกับน้องถือเป็นการช่วยน้องไปในตัว ภูรีเชื่อว่าน่าจะมีทางอื่นที่ช่วยเธอได้

“ไม่มีแล้ว ภูมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้น วิกกี้รักภูมากที่สุด พริมก็รู้ดีใช่ไหมพริม บอกภูสิว่าฉันพูดถูกไหม”

“ค่ะ คุณภูคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยวิกกี้ได้”

ทีแรกภูรีอิดออดพอพริมช่วยยืนยันอีกแรง เขาจึงตอบตกลงจะแต่งงานกับวิกกี้ อาการป่วยของเธอที่จะเป็นจะตายเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง พริมทนฟังต่อไปไม่ได้วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา บุสกรต้องตามมาปลอบ...

ในเมื่อภูรีตอบตกลงจะแต่งงานกับวิกกี้ จึงอยากให้พัชราช่วยเหลือเป็นการตอบแทน โดยที่ท่านจะต้องให้ชีวิตใหม่กับพริม ชีวิตที่เธอจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ถ้าเธอต้องการเรียนต่อ ท่านจะต้องเป็นธุระให้ และจะต้องแบ่งหุ้นส่วนในบริษัทให้เธอ 20% นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พัชราตัดพ้อจะไม่มากไปหรือ

“คุณน้าคิดว่ามันมากไปเหรอครับ ที่แลกกับความสุขของลูกสาวคุณน้า”

พัชรารับปากจะทำตามที่ภูรีขอ เขายิ้มรับแล้วขอตัวกลับก่อน ทันทีที่เขาลับสายตา วิกกี้ที่นอนตาปรือไร้เรี่ยวแรงก็ลุกขึ้นโผกอดพัชรา กระโดดโลดเต้นดีใจสุดๆที่ภูรีตกลงจะแต่งงานด้วย พัชรามองที่ขาลูกสงสัยว่าหายดีตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอบอกอย่างหน้าชื่นว่าหายดีหลายวันแล้ว พัชราอึ้งที่ผ่านมานี่ลูกโกหกหรือ

 “ต้องขอบคุณคุณพ่อกับพงศ์ค่ะ ที่วันนั้นมาหาวิกกี้โกหกเพื่อให้พี่ภูอยู่เอาใจวิกกี้นานๆ วิกกี้ก็เลยได้ไอเดียทำตามที่พ่อกล่าวหาวิกกี้ซะเลย คุณแม่ภูมิใจในตัววิกกี้ไหมคะ ในที่สุดวิกกี้ก็ทำอะไรสำเร็จได้ด้วย

ตัวเอง วิกกี้จะได้แต่งงานกับพี่ภู พี่ภูจะเป็นของวิกกี้คนเดียวตลอดไป วิกกี้มีความสุขจังเลยค่ะคุณแม่”

ooooooo

พัชราทำตามที่รับปากพริมไว้ โทร.บอกคุณณีว่าที่เคยพูดถึงปริตากับเพื่อนในทางไม่ดีเป็นการเข้าใจผิด ทำให้คุณณียอมให้อินทัชคบหากับปริตาต่อไปได้ ทั้งสองคนดีใจมาก...

ด้านภควัตเห็นวิกกี้โพสต์ลงใน IG เรื่องที่จะแต่งงานกับภูรี จึงโทร.ตามภูรีให้มาเจอกันที่ห้องพักของเขารวมทั้งอินทัชด้วยเพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไหนภูรีบอกว่ารักพริมแต่ทำไมถึงจะไปแต่งงานกับวิกกี้ เขาอ้างที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะรักพริม ภควัตไม่เข้าใจทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

“เดี๋ยวแกก็เข้าใจเองขอเวลาฉันอีกนิด ฉันรู้แล้วว่าวิกกี้แกล้งป่วย วันนั้นลูกค้ายกเลิกนัดกะทันหัน ฉันก็เลยจะไปหาวิกกี้ แต่ฉันไม่ได้บอกเธอก่อน พอไปถึงฉันเห็นวิกกี้ลุกจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้ บอกตรงๆนะตอนนั้นฉันตกใจกับภาพที่เห็น ฉันก็เลยเลือกที่จะเดินออกมาก่อน”

“แล้วแกคิดจะทำยังไงต่อ”

ภูรีจะรอให้วิกกี้กลับบ้านได้ก่อน แล้วค่อยไปคุยกันที่บ้านเพราะถ้าคุยที่โรงพยาบาล เขาไม่รู้เลยว่าเธอจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้นมาอีก เขาเองรู้จักนิสัยเธอดี ถ้าไม่มีหลักฐานมากพอเธอไม่มีวันยอมรับ ภควัตเสนอตัว ถ้ามีอะไรให้ช่วยขอให้บอกได้เลย...

บารมีไม่สบายใจเรื่องที่วิกกี้จะแต่งงานกับภูรีทั้งขู่ทั้งขอร้องให้เธอล้มเลิกความคิดนี้ เพราะภูรีไม่ได้อ่อนแอเหมือนท่าน ดังนั้นเขาจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก สุดท้ายคนที่จะต้องเสียใจก็คือเธอ แต่วิกกี้ไม่สนใจคำพูดของพ่อ ล้มตัวลงนอนบนเตียงหันหลังให้ อ้างต้องการพักผ่อน บารมีได้แต่ถอนใจเซ็ง...

ในที่สุดหมออนุญาตให้วิกกี้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เธอกลายเป็นจอมวางแผนตั้งแต่เข้ารักษาอาการบาดเจ็บ โดยเชิญนักข่าวให้มาสัมภาษณ์เธอถึงบ้าน ทันทีที่ภูรีพานั่งรถเข็นเข้ามา ก็เจอนักข่าวมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่ค่อยจะพอใจนักจึงไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ วิกกี้ให้สัมภาษณ์อยู่ฝ่ายเดียว ครั้นนักข่าวถามถึงฤกษ์แต่งงานหาได้หรือยัง เขาตอบว่ายัง แต่วิกกี้กลับบอกว่าได้แล้ว เราจะแต่งกันในอีกห้าวันข้างหน้า

ทุกคนพากันอึ้งไม่เว้นแม้กระทั่งนักข่าว ภูรีเองก็ดูจะอึดอัดใจมาก แต่วิกกี้กลับทำไม่รู้ไม่ชี้...

พัชราไม่เห็นด้วยกับวิกกี้ที่เร่งรัดงานแต่ง เตือนว่าทำแบบนี้ระวังภูรีจะเปลี่ยนใจไม่แต่งงานด้วย เธอมั่นใจว่าเขาไม่กล้าใจร้ายกับเธอ พัชราเริ่มเห็นว่าลูกออกจะเกินเลยจึงขอร้องให้หยุดทุกอย่างเพื่อท่านจะได้ไหม ให้ลืมคำสัญญาของพริม แล้วคืนภูรีให้เธอไป วิกกี้ยืนกรานจะแต่งกับภูรีให้ได้ พัชราไม่เข้าใจทำไมถึงดื้ออย่างนี้

“คุณแม่สอนวิกกี้เอง ว่าอยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ วิกกี้ผิดเหรอคะ” คำตอบที่ได้ทำเอาพัชราไปไม่เป็น...

ด้านบุสกรมีเรื่องเข้าใจผิดกับภควัตเพราะบังเอิญได้ยินเขาคุยกับพ่อแม่ของเขาว่าพริมเป็นคนที่ทำให้เขาอยากเป็นคนดี เธอจึงกลับไปพร้อมกับความน้อยใจ

ooooooo

พัชราทำตามที่ให้สัญญากับภูรี เอาเอกสารการโอนหุ้นของบริษัท 20% มามอบให้พริม และจะให้เงินเดือนเธออีกเดือนละสามหมื่นบาทไปจนกว่าเธอจะเรียนจบ หากเธออยากเรียนต่อตนยินดีส่งเสียให้ พริมไม่เข้าใจว่าพัชราจะให้สิ่งเหล่านี้กับเธอทำไม พัชราถือว่าเป็นการตอบแทนที่เธอช่วยเหลือทั้งวิกกี้และพงศกร

พริมไม่ยอมรับความหวังดีจากพัชรา อ้างว่าชีวิตที่สบายเกินไปจะทำให้เราอ่อนแอ กราบขอบคุณท่านที่เมตตา แต่ขอเธอส่งเสียตัวเองเรียนให้จบเหมือนที่ตั้งใจไว้ เธออยากให้แม่ภูมิใจในตัวเธอ

“ฉันบังคับวิกกี้กับพงศกรให้เป็นไปในทางที่ฉันคิดแล้วว่ามันดีที่สุด เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันอยากเอาชนะพาพร แต่โทษวิกกี้ไม่ได้หรอก ฉันผิดเองที่สั่งสอนให้วิกกี้เป็นคนแบบนั้น ฉันโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง วิกกี้กำลังจะทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิตเหมือนฉันก็เพราะฉัน...ฉันผิดเอง” พัชราถึงกับน้ำตาซึม...

ด้านภูรีวางแผนจะเปิดโปงวิกกี้โกหกเรื่องเดินไม่ได้ จึงส่งภควัตกับอินทัชทำทีมาเยี่ยมเธอที่บ้าน และพูดเป็นทำนองว่าตอนนี้ภูรีอยู่บ้านพริมไม่ได้ติดประชุมอย่างที่อ้างกับเธอ วิกกี้สั่งให้เด็กรับใช้มาเข็นรถเข็นพากลับไปที่ห้อง หยิบมือถือโทร.หาภูรีแต่ไม่มีใครรับสาย ลองโทร.หาพริมก็ปิดเครื่อง เธอร้อนรุ่มใจสุดๆเพราะคิดว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ตัดสินใจคว้ากระเป๋าถือจะออกจากห้อง เด็กรับใช้กำลังจะเอายามาให้ถึงกับตะลึง

“คุณวิกกี้เดินได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

พัชราเห็นลูกจะออกไปข้างนอกก็ร้องทักจะไปไหน เธอจะไปหาภูรี เมื่อครู่นี้ภควัตกับอินทัชมาเยี่ยมแต่เผลอหลุดปากว่า ภูรีไม่ได้ไปประชุมแต่ไปอยู่กับพริมที่บ้าน พัชราแปลกใจอยู่กับพริมได้อย่างไรในเมื่อตนเพิ่งแยกกับเธอเมื่อไม่นานนี้เองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร วิกกี้เดินออกจากบ้านจะไปขึ้นรถแต่ต้องชะงักที่เจอภูรียืนอยู่

เมื่อถูกจับโกหกได้ ภูรีจะให้โอกาสวิกกี้อีกครั้งเป็นคนตัดสินใจว่าจะยังต้องการแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักเธออยู่อีกไหม เธอยังจะแต่งกับเขาและจะทำให้เขารักเธอให้ได้ เขารับรองว่าเธอไม่มีวันทำอย่างนั้นได้เพราะเขารักพริมไม่สามารถรักใครได้อีก วิกกี้รับแรงกดดันไม่ไหวเป็นลมล้มพับ...

ระหว่างที่ความลับของวิกกี้ถูกเปิดโปง ภควัตตามมาง้อบุสกรถึงบ้านพริมและขอให้เธอเป็นแฟนกับเขา พริมกับปริตาเห็นเพื่อนสมหวังก็พลอยสุขใจไปด้วย คงเหลือเพียงพริมเท่านั้นที่ไม่สมหวังในความรัก...

พัชราไม่อยากให้วิกกี้ต้องเป็นเหมือนตัวเอง

จึงกล่อมให้ล้มเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเธอ เพราะจะทำให้เธอทรมานไปตลอดชีวิตเหมือนที่ท่านเป็น หลังจากตรองดูแล้ว วิกกี้ตัดสินใจไปหาพริมที่บ้าน ยกเลิกสัญญาที่ทำไว้ต่อกันและขอคืนภูรีให้ ส่วนเธอจะไปเรียนต่อเมืองนอกตามหาความฝันของตัวเอง

“ฉันยังยืนยันว่าอยากมีร้านรองเท้าเป็นของตัวเอง เธอระวังไว้ให้ดีเถอะ แบรนด์ของฉันจะดังกว่าของเธอ อ้อ ฉันมีอะไรจะบอก ตอนที่พี่ภูจะแต่งงานกับฉัน เขาขอให้คุณแม่ดูแลเธอให้ดีที่สุดเป็นการแลกเปลี่ยน พี่ภูไม่ยอมให้คุณแม่บอกเธอ...เธอเป็นคนดี ชีวิตเธอถึงเจอแต่สิ่งดีๆ” วิกกี้โผกอดพริมซึ่งกอดเธอตอบเช่นกัน...

ขณะที่วิกกี้เดินทางไปเรียนต่อเมืองนอก พัชราถูกตำรวจจับข้อหาจ้างวานฆ่าพริมเพราะคนร้ายที่ถูกตำรวจจับได้ซัดทอดเธอ พัชราเตรียมใจไว้แล้วยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ทำให้บารมีชื่นชมเธอมากให้สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหนจะสู้เคียงข้างไปด้วยกัน...

ภูรีกับพริมกลับมาคบหาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ครั้งนี้เขาจูงมือพริมมานั่งลงกับพื้นข้างๆบารมี

“คุณน้าครับ ผมรักลูกสาวคุณน้า ผมอยากจะขอ...” ภูรีพูดไม่ทันจบ บารมีตอบตกลงหน้าตาเฉย พงศกรทักท้วงพ่อควรจะเล่นตัวสักนิด บารมียิ้ม จับมือภูรีกับพริมมากุมไว้ด้วยกัน

“พริม พ่อขอให้หนูมีความสุขกับชีวิตใหม่ พ่อและแม่ภูมิใจในตัวหนูมากนะ...ฝากลูกสาวฉันด้วยนะ แต่น้าอยากจะขอให้แค่หมั้นกันไว้ก่อน รอให้พริมเรียนจบแล้วค่อยแต่งนะ”...

ในวันที่ทำพิธีหมั้น พริมสวมรองเท้าคู่สวยที่ภูรีตัดเย็บด้วยมือตัวเองจากแบบร่างที่บารมีวาดให้พาพร บารมียิ้มน้ำตาคลอ แม้พาพรจะไม่ได้ใส่รองเท้าจากแบบร่างของเขา แต่เป็นลูกสาวที่ได้สวมใส่แทน

เท่านี้เขาก็ดีใจสุดๆแล้ว ทั้งภควัตกับบุสกร อินทัชกับปริตาต่างดีใจไปกับภูรีและพริม...

สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก วิกกี้เรียนต่อด้านแฟชั่นอยู่ที่ฝรั่งเศสและได้พบรักกับหนุ่มฮอตสุดๆ

ฝ่ายพัชรา คดีของเธออยู่ในช่วงรอลงอาญา เธอจึงได้ออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและทำความดีเพื่อสาธารณประโยชน์

บริษัทออร์กาไนซ์ของบุสกรและภควัตกิจการดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนปริตาแต่งงานกับอินทัชหลังเรียนจบและมาช่วยเขาบริหารบริษัท พร้อมกับเปิดแผนกตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก

พริมได้ทำงานเป็นดีไซเนอร์ของ P.PAUL ตามที่ฝัน และยังพ่วงด้วยตำแหน่งใหญ่กว่าตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทที่ภูรีนั่งแท่น ตามที่เธอเคยประกาศเอาไว้ คือตำแหน่งภรรยาของเขานั่นเอง

ooooooo

-อวสาน-


ละครเสน่ห์รักนางซิน ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านเสน่ห์รักนางซิน ติดตามเสน่ห์รักนางซิน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธีรเดช เมธาวรายุทธ,รณิดา เตชสิทธิ์ 15 พ.ค. 2561 07:25 2018-05-18T01:53:44+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ