ข่าว

วิดีโอ



สกาวเดือน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กำไลทอง/ ดนยา ทรัพย์ยิ่ง

กำกับการแสดงโดย: บุญชู พิทักษ์เลิศกุล / ปรีดาภรณ์ บัวตูม

ผลิตโดย: บริษัท มีเดีย ซีน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วงศกร ปรมัตถากร,เมลดา สุศรี ,

แม้จะใจอ่อนกับทรงกลดแล้วแต่กระต่ายก็ยังไม่วายไว้ฟอร์ม บอกว่ายังไม่หายโกรธแต่ยอมให้โอกาสเขากลับมาเป็นเพื่อนได้อีกครั้ง แต่ถ้ามากกว่านั้นไม่ให้

“ต่ายไม่ได้รักพี่บ้างเลยเหรอ หรือว่าต่ายมีใครอยู่ในใจแล้ว...เลยรักพี่ไม่ได้”

“ใช่...เรามีใครบางคนอยู่ในใจแล้ว”

ทรงกลดหน้าเสีย ขอให้อีกฝ่ายบอกมาว่าเขาคนนั้นคือใคร แต่กระต่ายอมภูมิบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องรู้ ชายหนุ่มไม่กล้าเซ้าซี้เพราะรู้ดีว่าตัวเองกำลังโดนลงโทษ แต่ขออย่างเดียวให้เธอพูดกับเขาด้วยการแทนตัวเองว่าต่ายเหมือนเดิม

กระต่ายตกลงและยอมให้เขาขับรถไปส่ง แต่ยังไม่กลับบ้านเด็กกำพร้า ขอให้มาส่งที่บ้านราชไมตรีเพราะเธออยากมากราบกระดูกปู่และพ่อเพื่อบอกเล่าความสบายใจของตน ทรงกลดทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจแต่ไม่เข้าไปในบ้านด้วยเพราะดึกแล้ว  เขาเดินมาคุยกับทรงมณีที่บ้านติดกัน

กระต่ายทำธุระเสร็จกำลังจะกลับออกมา ได้ยินเสียงกัณหากับศักรินทร์ทะเลาะกันเอ็ดอึง ถามป้าเงินได้ความว่าศักรินทร์เพิ่งกลับมา เขากลับดึกทุกคืน

กัณหาระแวงว่าศักรินทร์จะนอกใจอย่างที่น้องๆ

มาบอกจึงคาดคั้นจนเป็นเรื่อง ศักรินทร์เพิ่งโดนเจ้าหนี้ในบ่อนทวงเงินเลยหงุดหงิดอารมณ์เสียหนักถึงกับลงมือกับกัณหาแล้วขู่บังคับจะเอาเงินทองของมีค่าในตู้เซฟ แถมบอกที่ผ่านมาไม่เคยรักเธอเลยสักนิด

กัณหาโกรธแทบคลั่ง ด่าทอและต่อสู้จนโดนเขาตบหลายที กระต่ายทุบประตูห้องระรัวเพื่อจะเข้าไปช่วย แต่ไร้ผลเพราะห้องล็อก จึงให้ป้าเงินไปตามเทิดมาช่วยพังประตู แต่เทิดไม่ทันจะมาประตูก็เปิดผาง ศักรินทร์ลากกัณหาออกมาจะให้ไปเปิดตู้เซฟในห้องทำงานและประกาศใส่หน้ากระต่ายว่าเรื่องของผัวเมียห้ามยุ่ง ใครเข้ามายุ่งจะฆ่าให้ตายทั้งหมด

กระต่ายไม่กลัวเพราะคิดแต่จะปกป้องกัณหา จึงโดนมันตบหน้าและอาจจะซ้ำอีกทีถ้าทรงกลดไม่เข้ามาขวางไว้เสียก่อน

ศักรินทร์กับทรงกลดวางมวยแลกหมัดกันไปมา แต่พอศักรินทร์ได้ยินว่าแจ้งตำรวจแล้วจึงฉวยโอกาสตอนทุกคนเผลอรีบวิ่งหนีออกจากบ้านไปได้

กัณหาเสียใจมากกับการกระทำที่ผ่านมาของตัวเอง ทั้งไม่เชื่อน้องๆที่คอยเตือนและชิงชังรังเกียจกระต่ายด้วยความอิจฉาริษยา แต่วันนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าไม่มีใครรักเธอเท่ากับคนในครอบครัว เธอรู้สึกผิดมากถึงกับเอ่ยปากขอโทษกระต่ายเป็นครั้งแรก

รุ่งขึ้นปัทมา สินี และเพ็ญลักษณ์พากันมาที่บ้านราชไมตรี ทุกคนปลอบและให้กำลังใจกัณหาโดยไม่มีคำตำหนิแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้กัณหารู้สึกผิดจนสารภาพเรื่องพินัยกรรม

“เรื่องพินัยกรรมของคุณพ่อ ฉันเป็นคนจ้างให้ทนายปลอมมันขึ้นมา คุณพ่อแบ่งทรัพย์สินให้พวกเราเท่าๆกัน หลานๆก็จะได้เรียนต่อตามสัญญา ต่ายก็จะได้รับมรดกในส่วนของคุณพี่วิสุทธิ์...ฉันขอโทษ”

“ไอ้ศักรินทร์มันยุยงให้พี่กัณทำใช่ไหม” สินีถาม

“ก็มีส่วน แต่เรื่องนี้ฉันไม่โทษมันไปซะทั้งหมดหรอกนะ ถ้าฉันไม่โลภเอง ใครก็ยุฉันไม่ได้ ยกโทษให้ฉันได้ไหม”

“เล็กให้อภัยพี่กัณได้เสมอ ทุกคนล่ะคะ”

ปัทมากับสินีพยักหน้า ปัทมาย้ำว่าพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน กัณหาซึ้งใจน้ำตาคลอ พูดเด็ดเดี่ยวว่า

“ถ้าอย่างนั้น...แจ้งความเถอะ”

“ถ้าเรื่องถึงตำรวจ พี่กัณก็ต้อง...” เพ็ญลักษณ์

ยังพูดไม่จบ กัณหาแทรกขึ้นว่า

“ฉันรู้ว่ามันเป็นความผิดทางอาญา ติดคุกเป็นสิบปี แต่คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ ถ้าฉันเงียบ ไอ้คนที่ร่วมมือกับฉันมันก็จะลอยนวล โดยเฉพาะไอ้ศักรินทร์”

ooooooo

เวลานั้นศักรินทร์กำลังจนแต้มเพราะโดนทวงหนี้อย่างหนัก เขาหลบพวกมันไปรีดไถเพริดพักตร์แต่เธอไม่ยอมให้ ตะเกียกตะกายวิ่งหนีออกไปเจอนักเลงทวงหนี้ ศักรินทร์ที่ไล่กวดมากลับลำไม่ทันจึงโดนพวกมันอุ้มไปต่อหน้าต่อตาเธอ

หลังจากแจ้งความกับตำรวจแล้ว น้องทุกคนบอกลากัณหา  ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ พวกเราเป็นกำลังใจให้พี่เสมอ กัณหาน้ำตาซึม มองหน้าทุกคนแล้วไปหยุดอยู่ที่กระต่าย

“กลับมาอยู่บ้านเรานะต่าย”

กระต่ายพนมมือไหว้ขอบคุณ กัณหาเข้ามากอดหลานสาวและพูดเสียงสั่นเครือว่า

“คุณพ่อกับพี่วิสุทธิ์คงดีใจถ้าต่ายกลับมา”

ทุกคนสะเทือนใจมากขณะมองกัณหาเดินออกไปกับตำรวจ...

เมื่ออยู่กันสองคน เพ็ญลักษณ์ถามกระต่ายว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ดี อาจะไปรับ

“ขอต่ายคุยกับมาแมร์ก่อนนะคะ แต่ต่ายจะอาสาทำงานให้ที่นั่นเหมือนเดิมได้ไหมคะ”

“แล้วแต่ต่ายเลยจ้ะ อาสนับสนุนให้ต่ายทำใน

สิ่งที่ดีและมีความสุขเสมอ”

“ขอบคุณค่ะอาเล็ก”

“แล้วเรื่องคุณทรงกลดล่ะจ๊ะ ไปถึงไหนแล้ว”

กระต่ายเลี่ยงไม่ตอบ ขอตัวกลับไปทำงานต่อ เพ็ญลักษณ์อมยิ้ม จับสังเกตได้ว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดี

 ooooooo

ทรงกลดยังคงตื๊อกระต่ายต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ โดยได้แรงใจจากทรงมณีที่บอกว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ...ความจริงกระต่ายใจอ่อนแล้ว แต่ยังวางฟอร์มอยู่ บอกตัวเองว่าไม่คืนดีง่ายๆ จะแกล้งทรงกลดให้ง้อซะให้เข็ด

วันนี้ทรงกลดเข้ามาที่โรงแรมแต่เช้า มองเห็น

เทวินากับชายคนหนึ่งกำลังขึ้นรถโดยมีกระเป๋าสัมภาระหลายใบ ชายหนุ่มจะเข้าไปหาแต่ไม่ทัน รถเคลื่อนตัวออกไปเสียก่อน พอสอบถามพนักงานยกกระเป๋าก็ได้ความว่าเทวินาเช็กเอาต์แล้ว

“แล้วผู้ชายที่นั่งรถไปกับคุณเทวินาน่ะใคร”

“สามีครับ”

คำตอบนั้นทำให้ทรงกลดอึ้งหลายอึดใจ ก่อนจะรำพึงออกมา “สุดท้ายคุณก็ก้าวข้ามความกลัวไม่ได้”

ทรงกลดนึกถึงกระต่ายด้วยความสงสาร...แม่ของเธอกำลังถอยห่างออกไปอีกแล้ว

เย็นนั้นทรงกลดตั้งใจมาหากระต่ายที่บ้านเด็กกำพร้า แต่เห็นเธอคุยอยู่กับสราวุธจึงไม่ได้เข้าไปทัก...

สองคนคุยกันเรื่องมิรันตีที่ไปอยู่ญี่ปุ่นได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เธอกับสราวุธยังติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอด้วยสัมพันธภาพที่ดี จนวันหนึ่งก่อนที่สราวุธจะมาพบกระต่ายในวันนี้ เขากับมิรันตีต่างรู้ใจตัวเองว่ารักกัน เขาขอเธอแต่งงานโดยจะสร้างหลักปักฐานให้มั่นคงด้วยการเปิดบริษัททำธุรกิจของตัวเอง

กระต่ายแสดงความยินดี ขณะที่สราวุธขอบใจแม่สื่อคนนี้ที่ทำให้เขารู้ตัวว่าควรจะวางหัวใจตัวเองกับคนที่ใช่ คนที่เกิดมาเพื่อเราและรักเราจริงๆ

“ต่ายดีใจกับพี่สราและพี่มิด้วยจริงๆนะคะ”

“แล้วเมื่อไหร่พี่จะได้ดีใจกับต่ายและพี่กลดบ้าง”

“จู่ๆก็วกมาเรื่องของต่ายได้ยังไง”

“เพราะพี่อยากเห็นน้องสาวของพี่มีความสุข”

ทรงกลดยืนอยู่ห่างๆ อยากรู้ว่าสองคนคุยอะไรกันนานสองนาน ขยับเข้าไปใกล้จนได้ยินการสนทนา

“ขอบคุณนะคะที่เมตตาต่ายและรักต่าย”

“พี่อยากเห็นงานแต่งงานของเราสองคนเร็วๆ”

ทรงกลดเข้าใจผิดอย่างแรง คิดว่ากระต่ายกับสราวุธกำลังจะแต่งงานกัน...เพิ่งรู้ว่าที่แท้ผู้ชายที่อยู่ในใจเธอคือสราวุธนี่เอง

ความผิดหวังและเสียใจทำให้ทรงกลดทุกข์ตรมหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ทรงมณีสงสารลูกชายคนเล็กมาก ชวนทรงกริชกับมุกดามาช่วยคิดว่าจะทำยังไงกันดีเพื่อช่วยทรงกลด

ทางด้านศักรินทร์ที่โดนนักเลงทวงหนี้อุ้มไป

เมื่อสองสามวันก่อน วันนี้มีคนพบเขานอนตายราวกับหมาข้างถนน ส่วนเพริดพักตร์ก็โดนดำเนินคดีหลังจากตำรวจสืบสาวราวเรื่องแล้วพบว่าเธอมีส่วนร่วมทำผิดหลายอย่างกับศักรินทร์

น้องๆ ของกัณหาอโหสิกรรมไม่ผูกเวรจองกรรมศักรินทร์ ส่วนกัณหาที่ได้รับการประกันตัวในคดีทำพินัยกรรมปลอมก็คิดเช่นเดียวกัน ที่สำคัญเธอเปลี่ยนแปลงตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมาชิกทุกคนในครอบครัวกลับมารักใคร่กลมเกลียว

ooooooo

ทรงกลดไปจากเมืองไทยกะทันหันจนแม่และพี่ชาย พี่สะใภ้ตกใจมาก เขาทิ้งจดหมายบอกไว้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ไม่ได้บอกสาเหตุของการจากไปในครั้งนี้

ทรงมณี ทรงกริช และมุกดาคาดเดาไปต่างๆนานา เพ็ญลักษณ์รู้จากทรงกริชก็ตกใจ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าทรงกลดทำแบบนี้ทำไม ส่วนกระต่ายพอรู้จากอาเล็กก็เอาแต่ร้องไห้ คิดว่าตัวเองผิดที่ใจแข็งกับทรงกลดเกินไป

ในขณะที่กระต่ายเศร้าหมอง เทวินาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ...เทวินาตัดขาดลูกสาวไม่ได้ เธอย้อนกลับมา บอกความจริงกับกระต่ายว่าเธอคือแม่แท้ๆ แม่ที่ให้กำเนิด กระต่ายนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะถามว่าทำไมถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้

“ฉันกลัว...กลัวเธอจะรังเกียจและไม่ยอมรับ เพราะฉันทำผิดไว้มากเหลือเกิน”

“คุณไม่รักพ่อ ไม่รักหนูเลยเหรอคะ ถึงได้ทิ้งพวกเราไป”

“ฉันเห็นแก่ตัวเอง เพื่อจะไปมีอนาคตอย่างที่ตัวเองต้องการ”

“อนาคตของคุณ...มีพวกเราไม่ได้เหรอคะ”

“ตอนนั้นฉันคิดได้เพียงแค่นั้น”

“แล้วตอนนี้ล่ะคะ”

“ฉันรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ฉันอยากแก้ตัวลบล้างความผิดในอดีตที่ฉันเคยทอดทิ้งเธอมา...ฉันจะรับดูแลเธอให้มีความสุข จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เธอต้องการ...ยอร์ช สามีของฉันเป็นคนใจดี เขายินดีต้อนรับเธอแน่นอน ถ้ารู้ว่าฉันจะรับเธอไปเป็นลูกบุญธรรม”

คำว่าลูกบุญธรรมของเทวินาสั่นสะเทือนหัวใจกระต่ายอย่างแรง “คุณจะเลี้ยงหนูในฐานะลูกบุญธรรม ไม่ใช่ลูกแท้ๆเหรอคะ”

“ฉันบอกยอร์ชไม่ได้...เขาจะต้องโกรธฉันจนอาจเลิกรักฉันที่ปกปิดเรื่องนี้”

“คุณเลือกที่จะรักษาความรักของสามีด้วยการปกปิดตัวตนที่แท้จริงของหนู...ถึงตอนนี้คุณก็ไม่ได้ต้องการหนูอยู่ดี คุณทำเพื่อจะไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดต่างหาก”

“ไม่จริงเลย...”

“คุณกลับไปเถอะค่ะ ไปอยู่กับสามีคุณ ใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการต่อไป แล้วลืมว่าเคยมีลูกแท้ๆคนนี้อยู่ในโลก...เหมือนอย่างที่เคยลืม”

เทวินาอึ้งช็อก กระต่ายหมุนตัวเดินจากไปด้วยความเสียใจ หลบเข้าห้องร้องไห้รำพึงรำพันว่าตัวเองเจ็บปวดมาก ภาวนาขอให้ทรงกลดกลับมาหาตนโดยเร็ว

แต่แล้ววันถัดมากระต่ายได้รับจดหมายจากท่านชายสดายุ เล่าว่าเขาได้พบทรงกลดที่ยุโรปกับท่านหญิงนัยเนตร ท่าทางเขาเดียวดายซึมเศร้าเหมือนคนอกหัก ตนถามว่าจะบุกบั่นดั้นด้นไปถึงไหนแต่เขา

ไม่ตอบ เอาแต่ดื่มหนักและฝากตนมาบอกกระต่ายว่า ถ้าเธอแต่งงานถึงจะกลับไปรดน้ำสังข์ให้ ตนจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทรงกลดตัดใจจากเธอแล้วหรือ

จดหมายฉบับนั้นทำให้กระต่ายเสียใจและเจ็บปวดหนักขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าทรงกลดเป็นอะไรกันแน่ถึงหนีเธอไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ...ความเสียใจ สับสนและว้าวุ่นจนทุกข์หนัก ทำให้กระต่ายตัดสินใจอุทิศทั้งชีวิตให้แก่พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการบวชชีหลังจากพูดคุยทำความเข้าใจกับมาแมร์และแม่ชีอธิการแล้ว

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เทวินาย้อนกลับมาหากระต่ายอีกครั้งหลังจากเปิดใจกับยอร์ชเรื่องอดีตที่เคยมีลูกก่อนมาแต่งงานกับเขา ปรากฏว่ายอร์ชรักเธอเกินกว่าจะโกรธและยอมให้เธอรับลูกมาอยู่ด้วย

แต่เมื่อมาเห็นลูกสาวในชุดนอฟวิสหรือแม่ชีฝึกหัด เทวินาตกใจมากถามกระต่ายว่าเกิดอะไรขึ้น

“หนูได้รับอนุญาตให้เริ่มฝึกเป็นนอฟวิสตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ และถ้ากุศลของหนูสร้างสมมาเพียงพอ หนูจะได้ทำพิธีแต่งตั้งเป็นแม่ชีคนใหม่”

“เพราะฉันหรือเปล่า”

“ที่หนูตัดสินใจบวชไม่ใช่เพราะคุณหรอกค่ะ

หนูให้อภัยคุณแล้วด้วยใจจริง”

“ต่าย...ลูกสาวของแม่ แม่มาด้วยความยินดีอย่างที่สุดที่จะบอกว่าแม่พร้อมแล้วที่จะประกาศกับโลกให้รู้ว่าแม่เป็นแม่ของลูก ลูกเป็นลูกแท้ๆของแม่ ไม่ใช่ลูกบุญธรรม แม่ไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ขอเพียงแค่ให้แม่ได้ทำหน้าที่แม่กับลูกเท่านั้น”

“ขอบคุณในความกรุณาและความเมตตา แต่มันสายเกินไปแล้วค่ะ ตอนนี้หนูได้เลือกทางเดินของหนูแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น...เรียกแม่ให้แม่ได้ยินสักครั้งได้ไหม”

“แม่ขา...” กระต่ายพูดคำนั้นทั้งน้ำตา เทวินาเต็มตื้น สวมกอดลูกสาวแนบแน่น

“ไม่มีทางที่เราจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆเหรอลูก”

“ถ้าแม่รักหนู อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อหนูจริงๆ แม่ต้องอนุญาตให้หนูได้รับใช้พระเจ้านะคะ อย่าขัดหนู หนูเลือกเส้นทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”

“ต่อไปนี้แม่จะไม่ทำให้ลูกต้องเสียใจหรือผิดหวังอีก ถ้าลูกแน่ใจว่าเป็นเส้นทางที่ถูกต้องและมีความสุขที่สุดแล้ว แม่ก็จะไม่ขวาง แม่ขออำนวยพรและอนุโมทนาด้วย มันเป็นกรรมเก่าของแม่ที่หมดโอกาสจะได้ชื่นชมลูกในทางโลกอีกแล้ว”

กระต่ายดีใจที่เทวินายินยอม เธอทรุดลงกราบเท้าแม่เป็นการคารวะอย่างสูงจากลูกครั้งแรก...

ooooooo

เพ็ญลักษณ์ตกใจไม่น้อยเรื่องกระต่ายตัดสินใจบวชชี เธอพยายามกล่อมให้เปลี่ยนใจแต่ไม่สำเร็จ...

แต่แล้วในวันทำพิธีภายในโบสถ์ คนที่มาหยุดพิธีได้คือทรงกลด!

เป็นความบังเอิญอย่างมากที่ทรงกลดกลับมาบ้านแล้วรู้จากแม่กับพี่ชายว่าวันนี้กระต่ายจะบวชชี จึงรีบขับรถมาที่โบสถ์เพื่อคัดค้าน จนบาทหลวงจำเป็นต้องประกาศล้มเลิกระงับพิธีนี้

กระต่ายทั้งโกรธและอายรีบเดินหนีออกไปด้านหลังโบสถ์ เทวินาและกลุ่มของเพ็ญลักษณ์โล่งอก อยากเห็นกระต่ายกับทรงกลดลงเอยกันได้สักที

เทวินาแนะนำตัวต่อเพ็ญลักษณ์และทุกคนในกลุ่มว่าตนเป็นแม่ของกระต่าย หลายคนคาดไม่ถึง แต่ปัทมากับสินีดีใจมาก

“มิน่า...คุณถึงได้เอ็นดูต่ายเป็นพิเศษ เพราะอย่างนี้นี่เอง”

“ฉันต้องขอโทษพวกคุณจริงๆ ตอนนั้นเพราะความจำเป็นหลายอย่างทำให้ฉันยังไม่กล้าบอกความจริง ฉันพร้อมที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พวกคุณฟัง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อดีตก็คืออดีต...ปัจจุบันเท่านั้นที่สำคัญ แค่ได้เห็นต่ายกับคุณเข้าใจกัน พวกเราก็พอใจแล้ว”

ทรงมณีอยู่บริเวณนั้น ได้ยินคำพูดเทวินาก็รีบเข้ามาแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อทรงมณี เป็นแม่ของตากลด...เรามาคุยเรื่องสินสอดกันเลยดีกว่านะ อย่าหาว่าฉันรีบเลย ...แค่ใจร้อน”

ทรงกริชกับมุกดาตามเข้ามา ทรงกริชสะกิดเตือนแม่อย่างหวั่นๆ

“แล้วถ้านายกลดมันง้อต่ายไม่สำเร็จล่ะครับคุณแม่”

“ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จค่ะ สองคนนั้นรักกัน มุกรู้”

“เล็กยืนยันด้วยอีกคนค่ะ”

ทรงมณียิ้มหน้าบาน ชวนเทวินายิกๆ “เราไปคุยกันทางโน้นกันดีกว่าค่ะคุณ เดี๋ยวจะมีใครมาขัดคอฉันอีก”

ooooooo

กระต่ายหนีออกมาขึ้นรถทรงกลดที่สตาร์ตทิ้งเอาไว้ขับหนีไป ทรงกลดเร่งรีบตามไปด้วยรถอีกคันของพี่ชายจนถึงไร่ที่ศรีราชาแต่หาตัวกระต่ายไม่พบ

กระต่ายหลบหลีกไม่ยอมเผชิญหน้า ทรงกลดร้อนใจมากจนนั่งไม่ติด กว่าจะนึกได้ว่ากระต่ายน่าจะอยู่ที่ไหนก็ปาเข้าไปมืดค่ำ

ทรงกลดรีบมาที่กระท่อมท้ายไร่ ได้ยินเสียงสะอื้นก็รีบก้าวเข้าไป กระต่ายตกใจลุกพรวดขึ้น ชายหนุ่มเห็นแล้วแต่แกล้งร้องถาม

“ต่ายอยู่ที่นี่มั้ย”

กระต่ายใจเต้นตึกตักพยายามซ่อนตัว ทรงกลดอมยิ้ม พูดออกไปอีก

“แล้วใครที่อยู่ข้างๆพี่เนี่ย...ใครเอ่ยขโมยวิทยานิพนธ์ของใครอีกคนหนึ่งไป แล้วบังคับให้เจ้าของวิทยานิพนธ์ทำงานให้”

เงียบสนิท! มีแต่รอยยิ้มของกระต่ายที่ผุดพรายอย่างจำได้

“ใครเอ่ย ทุกๆตอนเที่ยงจะต้องแบกปิ่นโตของอาเล็กมาให้ใครคนหนึ่งกินที่นี่...ใครเอ่ยเคยหนีอาเล็กมานอนหนาวสั่นแอบอยู่ในกระท่อมหลังนี้ จนกระทั่งใครอีกคนตามมาพบ หาผ้ามาห่มให้แล้วก็เช็ดน้ำตาให้”

ทรงกลดรื้อฟื้นวันคืนแห่งความสุขในอดีต กระต่ายจำทุกอย่างได้แม่น น้ำตาซึมด้วยความดีใจ

“ใครเอ่ย...ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเพราะเข้าใจผิดคิดว่าใครคนหนึ่งตายเพราะอุบัติเหตุรถชน”

กระต่ายทนเงียบต่อไปไม่ไหว ยิงคำถามออกไปด้วยความน้อยใจ

“ออกไปจากชีวิตต่ายแล้วกลับมาทำลายชีวิตต่ายอีกทำไม คนใจร้าย”

“พี่น่าจะตายไปจริงๆเลยนะ ให้สมกับความผิดที่ทำให้คนที่พี่รักเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่มันไม่ได้เรื่อง ถ้าต่ายจะโกรธจะเกลียดพี่และไม่ให้อภัยพี่อีกแล้วพี่ก็เข้าใจ...อย่าร้องไห้เลยนะ พี่ไม่อยากให้ต่ายเสียน้ำตาเพราะพี่อีกแล้ว...บอกมาคำเดียวว่าไม่อยากเห็นหน้าพี่อีก พี่จะไปทันที...”

ทรงกลดพูดไม่ทันขาดคำ กระต่ายเดินออกมาโผกอดและร้องไห้กับอกเขา ทรงกลดพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าขอโทษ...แล้วลูบผมเธออย่างทะนุถนอม

สองคนกอดกันนิ่งนาน กอดด้วยความรักและความโหยหาที่มีมาตลอดเวลา...

ooooooo

หลังจากเช็ดคราบน้ำตาเรียบร้อยแล้ว กระต่ายกับทรงกลดนั่งที่ระเบียงท่ามกลางแสงจันทร์นวลสวย

“ทำไมหนีมาที่นี่”

“ก็ไม่รู้จะไปที่ไหน...แล้วพี่กลดล่ะ ทำไมผิดคำพูด ไม่มาหาต่าย ต่ายคิดว่าพี่กลดไม่รอต่ายแล้ว”

“พี่เข้าใจผิด คิดว่าที่ต่ายไม่ยอมรับรักพี่สักทีเพราะกำลังปลูกต้นรักกับสราวุธและจะแต่งงานกัน พี่เลยหนีไปเมืองนอก เมาหัวราน้ำ เพราะทำใจให้ลืมไม่ได้”

“ต่ายคิดว่าพี่กลดกับพี่หญิงเนตรจะ...”

“ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาฟ้องล่ะสิ เจอกันอีกคราวหน้าจะให้เลี้ยงข้าวชดใช้ พี่กับหญิงเนตรเคยเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันมายังไงก็จะเป็นอย่างนั้น”

“แล้วทำไมถึงกลับมา”

“จะสืบข่าวว่าต่ายแต่งงานหรือยัง กลับพบว่าต่ายกำลังจะบวช...ทำไมถึงจะบวช”

“เพราะต่ายเหนื่อยและเสียใจ ต่ายไม่อยากเป็นทุกข์ ต่ายอยากพบหนทางที่จะทำให้ตัวเองใจสงบ”

“แล้วสงบมั้ย”

“ไม่เลย ต่ายเอาแต่คิดถึงพี่กลด รู้ไหมว่าแม่สารภาพความจริงกับต่ายแล้ว ตอนแรกเขาจะให้ต่ายอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมเพราะกลัวสามีเขาจะไม่ยอมรับ ต่ายทุกข์จนแทบบ้า อยากให้พี่กลดอยู่ข้างๆ แต่พี่กลดก็ไม่อยู่”

“แต่พี่เห็นแม่ของต่ายอยู่ในโบสถ์”

“เพราะแม่ยอมรับว่าต่ายมีตัวตน เราสองคนเข้าใจกันแล้วค่ะ”

“พี่ดีใจด้วยนะ พี่กลับมาอยู่ข้างๆต่ายแล้ว จะไม่ยอมปล่อยต่ายให้หลุดมือไปอีกจนกว่าพี่จะตาย”

“อย่าพูดเรื่องตาย”

“ไม่พูดก็ได้ งั้นต่ายพูดสิ”

“พูดอะไร”

“คำที่พี่อยากได้ยินจากปากของต่ายใจจะขาด”

หญิงสาวเขินอาย ทรงกลดขยับเข้าไปหา เอียงหน้ามาใกล้มาก

“จะพูดหรือไม่พูด”

กระต่ายเขินเกินกว่าจะพูดคำว่ารัก ทรงกลดเลยจะพูดก่อน แล้วให้เธอพูดตาม...แต่กลายเป็นเขาจูบก่อนพูด เล่นเอากระต่ายเหวอ

“แกล้งต่ายอีกแล้ว ไหนบอกว่าจะพูด แล้วทำไมทำแบบนี้”

“จะพูดทีหลังไง ฟังนะ...พี่รักต่าย”

“ต่ายรักพี่กลด...”

ทรงกลดยิ้มกว้างดีใจมาก บรรจงจูบเธออีกครั้งอย่างนุ่มนวล

ooooooo

เป็นอันว่าทรงกลดง้อกระต่ายสำเร็จลุล่วงทุกคนดีใจมาก โดยเฉพาะทรงมณีนั้นไม่รอช้าเจรจาสู่ขอกับเทวินาทันที

หลังจากนั้นไม่นานพิธีแต่งงานระหว่างนางสาวสกาวเดือน ราชไมตรี กับนายทรงกลด บริรักษ์นรากร ก็ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความยินดีของญาติและผู้คนใกล้ชิด

เพ็ญลักษณ์ควงคู่มากับอิสเรสในฐานะแฟนกัน ขณะที่ปัทมากับเจษฎาก็สานสัมพันธ์อยู่ในระหว่างดูใจ บรรยากาศงานแต่งงานชื่นมื่น อบอวลไปด้วยความรักและความสุข

เสียงเฮดังลั่นจากผู้ร่วมงานเมื่อเจ้าบ่าวประทับจูบเจ้าสาวท่ามกลางเสียงเพลงหวานซึ้ง...เขาและเธอพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ชีวิตใหม่ สร้างครอบครัวแสนอบอุ่น

หลังเสร็จพิธีการ ทรงกลดขับรถพาสกาวเดือนไปตามถนนที่ทอดยาว บ่าวสาวป้ายแดงมีความสุขมาก ยิ้มแย้มหยอกล้อกันและกัน

ช่วงหนึ่งที่สกาวเดือนแหงนมองท้องฟ้าแล้วพูดออกมา

“พ่อขา...พ่อปู่ขา...ต่ายกำลังมีความสุขกับชีวิตใหม่โดยมีอดีตเป็นบทเรียน...ตอนนี้ต่ายไม่รู้สึกว่าขาดอะไรอีกแล้ว และรู้สึกเป็นอิสระ เพราะต่ายปล่อยวางความโกรธและเรียนรู้ที่จะให้อภัยเพื่อที่ต่ายจะมีความสุขในทุกๆวันต่อจากนี้....อวยพรต่ายด้วยนะคะ”

สกาวเดือนยิ้มอิ่มอกอิ่มใจ หลับตาให้สายลมปะทะใบหน้า เสมือนได้รับพรจากคนที่รักซึ่งอยู่บนสวรรค์

ทรงกลดชะลอรถ มองสกาวเดือนด้วยความรักสุดหัวใจ หญิงสาวยิ้มละมุน เอนตัวซบไหล่เขา...ทรงกลดใช้มือข้างหนึ่งโอบเธอไว้ อีกมือขับรถไปตามเส้นทางของชีวิตใหม่ที่มีกันและกันตราบนิรันดร์

ooooooo

 - อวสาน -


ละครสกาวเดือน ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านสกาวเดือน ติดตามสกาวเดือน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วงศกร ปรมัตถากร,เมลดา สุศรี , 19 เม.ย. 2561 09:48 2018-04-20T02:34:30+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ