ข่าว

วิดีโอ



สายโลหิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศัลยา

กำกับการแสดงโดย: เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศรัณย์ ศิริลักษณ์ , ทิสานาฏ ศรศึก

ดาวเรืองสืบทอดความรู้ด้านโหราศาสตร์จากคุณย่า พยากรณ์และตรวจสอบดวงชะตาให้แก่คนคุ้นเคยและคนทั่วไป มีทั้งทหาร พลเรือน และหนุ่มสาว

พระยาไกรสีห์ราชภักดีซ้อมฟันดาบอยู่ที่ลานกว้างกับจันทร์ลูกชายคนโต พ่อสอนลูกหลายท่วงท่าต่างทะมัดทะแมงด้วยกันทั้งคู่ เยื้อนเหลือบมองขณะเดินขึ้นบันไดไปบนเรือนด้วยท่าทางไม่ค่อยแข็งแรงประสาคนสูงวัย แล้วนั่งคุยกับดาวเรืองที่เพิ่งว่างจากการตรวจดวงชะตาให้ผู้คน

“เจ้าคุณท่านซ้อมดาบทำไมเจ้าคะ”

“นั่นสิ พี่ไกรกลับมาจับดาบอีก ใจคอฉันไม่ดีเลยพี่เยื้อน”

“อุ้ย! กลัวอะไรไม่รู้ ข้าศึกไม่มีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้บ้านเมืองสงบดีแล้ว”

“ไม่รู้เพราะอะไร”

“ชื่นใจจริง พ่อจันทร์กับคุณพ่อทันซ้อมดาบเพลงอาวุธกันแล้ว แต่พ่อกลดกับพ่อกล้าเห็นจะเก้งก้างอยู่”

ขาดคำกล้าวิ่งจากฟากหนึ่งของเรือนพลางส่งเสียงก่อนเข้ามาถึงตัวดาวเรือง “แม่จ๋า...หิวจังแม่จ๋า” แล้วหอมที่แขนแม่แรงๆ ร้องชื่นใจ กลดตามเข้ามาบ่นน้องชาย

“เจ้ากล้าประจบแม่”

“ทำไมล่ะ พี่กลดไม่ทำเอง”

“พี่ไม่ขี้ประจบเหมือนเจ้านี่”

“พอที พ่อกลด พ่อกล้า ทั้งสองคน แม่ปวดหัวแล้วนะลูก”

บัวผันซึ่งอยู่กับดาวเรืองโดนพี่เบียดห่างออกไป พลับพลึงเล่นตุ๊กตาอยู่ด้วยแทบไม่สนใจใคร

“พี่กล้า พี่กลด แย่งที่ฉัน”

กลดหันมาทำหน้าล้อบัวผันที่หน้าตูม “แย่งอะไร แม่ผมจุก”

“พอแล้วทุกคน ไปอาบน้ำก่อนลูก แต่งตัวสวยๆนะ พี่เยื้อนช่วยหน่อย ช่วยแต่งตัวให้บัวผัน ฉันจะแต่งให้พลับพลึงเอง”

ตกเย็นทุกคนในครอบครัวนั่งล้อมวงกินข้าว เจ้าคุณถามเด็กหญิงบัวผันด้วยรอยยิ้มว่า

“แม่บัวลูกสาวพ่อ วันนี้เจ้าทำอะไรให้พ่อกิน”

“แม่ครัวให้ช่วยคั้นกะทิค่ะคุณพ่อ ทำแกงคั่วไก่ แล้วก็มีแกงจืดต้มกุ้งน้ำมะนาว ผัดพริกขิงเนื้ออ่อน ส่วนเครื่องเคียงแม่ครัวให้บัวเลือก”

“เลือกอะไรเล่าลูก”

“ของโปรดคุณพ่อไงคะ นกนอนรัง ส่วนเครื่องจิ้มน่ะเป็นน้ำพริกกุ้งแห้ง แล้วยังทำขนมกันด้วยค่ะ ของน้ำมีกล้วยบวชชี ของหวานแห้งมันสำปะหลังเชื่อม”

“เก่งจริง...แล้วพลับพลึงเล่าลูก ช่วยเขาในครัวหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ ก็ตุ๊กตาไม่สบาย วางมือไม่ได้เลยค่ะคุณพ่อขา” ลูกสาวคนสุดท้องตอบหน้าจ๋อย พาให้พ่อแม่และพี่อีกสี่คนหัวเราะกันครืน “ลูกไม่ได้พูดเล่นนะ ตุ๊กตาไม่สบายจริงๆ ถามยายเยื้อนดูก็ได้ค่ะ”

“เชื่อแล้วลูก”

“น้องเอาตุ๊กตาไปเล่นตากแดดขอรับคุณพ่อ เลยไม่สบาย” กลดฟ้อง ส่วนกล้าก็ผสมโรงว่า

“จริงขอรับ ก่อนตากแดดก็ตากฝนขอรับ”

“แหม...ตัวเปียกก็ตากแดดสิ พี่กลด พี่กล้า”

“น้องจ๋า น้องเล่นตุ๊กตาแล้วไม่เก็บให้เรียบร้อยฝนตกมันจึงเปียก ถ้าน้องเล่นเสร็จเก็บให้ดีมันก็ไม่เปียก น้องอย่าเอาแต่โทษผู้อื่น คุณพ่อสอนว่า...ลูกคุณพ่อต้องกล้าหาญและซื่อสัตย์ ทำผิดต้องยอมรับผิด น้องลืมแล้วหรือ”

“ไม่ลืมค่ะคุณพี่จันทร์” พลับพลึงตอบอุบอิบ หน้าจ๋อยไปอีก

เจ้าคุณมองหน้าเมียรักแล้วยิ้มให้กัน เยื้อนก็พยักพเยิดด้วย เอ็นดูพลับพลึงเหลือเกิน

ooooooo

พระยาไกรสีห์ราชภักดีกับคุณหญิงดาวเรืองมีความสุขกับลูกๆทั้งห้าคน มีเยื้อนพี่เลี้ยงเก่าแก่ของดาวเรืองคอยดูแลเป็นอย่างดี วันหนึ่งเจ้าคุณกับคุณหญิงพูดคุยกันเรื่องลูกๆ และรำลึกความหลังกันอย่างอารมณ์ดี

“ขอบใจนะที่ให้ลูกน่ารักถึงห้าคน พ่อกลด พ่อกล้ายังเด็กก็ซน พลับพลึงก็ตามเถอะ ดื้อประสาเด็ก แต่หน่วยก้านต่อไปข้างหน้าคงไม่แพ้พี่ชาย พ่อจันทร์เป็นตัวอย่างน้องได้ดี แม่บัวผันน่ะนะ ท่าจะถอดอาเยื้อนที่ตายมาหลายอย่าง แต่พี่เชื่อฝีมือดูแลอบรมลูกของเจ้า ส่วนพลับพลึง แม่ตัวจ้อยของเราจะว่าหลงมันก็ยอมละ ถอดแบบแม่ไม่ผิดเพี้ยน เห็นลูกทีไรพี่นึกถึงเจ้าเมื่อเล็กๆ ทุกครั้ง พูดจาซักถามอยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่าง”

ดาวเรืองหัวเราะเบาๆ เจ้าคุณสงสัยว่าคุณหญิงหัวเราะอะไร

“ถูกเด็กหลอกให้พาไปเที่ยวยังไม่รู้ตัวจนป่านนี้”

“เด็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกผู้ใหญ่หลอก”

“ฮื้อ...ไม่จริง”

“เพราะอยากพาไปเที่ยวจึงเอากรุงศรีทั้งกรุงมาล่อ”

ดาวเรืองฟังแล้วเกิดอาการสะท้อนสะท้านใจ น้ำตาเต็มตาด้วยความอาลัยอาวรณ์

“ไม่มีวันหวนกลับคืน ร้องไห้เสียน้ำตาไปไยมองไปข้างหน้าเถิดนะเจ้า”

“ฉันเห็นกรุงศรีสวยงามจับใจ รุ่งเรืองสงบสุขค่ะพี่ไกร คนจากเมืองอื่นหลายพวกเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารทำมาหากิน กรุงศรีของฉันคือแผ่นดินทองแผ่นดินธรรม ยามอื่นของกรุงศรีแผ่นดินจะทุกข์ยากร้าวฉานยังไร แต่ฉันไม่เห็น ฉันโตมากับความสงบสุขร่มเย็นของกรุงศรี แต่เดี๋ยวนี้...ไม่มีอะไรเหลือเลย หายไปหมดแล้ว”

ดาวเรืองพูดไปความรู้สึกกดดันหนักหน่วงในอก ร้องไห้อย่างหยุดไม่ได้ น้ำตาไหลพรูพราย

“อย่าร้องไห้คนดี พี่จะเช็ดน้ำตาให้นะเจ้า”

เจ้าคุณจูบซับน้ำตาให้คุณหญิงของตนอย่างนุ่มนวล แล้วกอดประทับกับอก กระซิบข้างหูว่าอยากได้ลูกอีกสักคนไหม

“ไม่ไหวแล้วค่ะ โธ่...พี่ไกร พูดเป็นเล่นไป ไม่มีอีกคนแล้วละ ท้องว่างมาหลายปีเต็มที ห้าคนก็เบื่อแล้ว”

“เจ้ายังสาวอยู่เลยบ่นไปได้นี่ พี่มีเมียคนเดียว ถ้ามีหลายคนอย่างบ้านอื่นคงเฉลี่ยไม่ให้เจ้าร้อนใจอย่างนี้หรอก”

“ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนะคะ”

“พูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง ตอบดีๆกว่านั้นอีกนิดเถอะ”

“ฉันหมายความว่า...แหม พี่ไกรนะ จะต้องให้ฉันอธิบายขยายความอะไรก็ไม่รู้ละ”

“ไม่ขยายความให้ฟัง พี่ก็ต้องแปลเอาเอง เจ้าหมายว่าไม่ให้พี่เฉลี่ยตัวให้คนอื่นว่างั้นเถอะ”

“พี่ไกรไม่ทำเองนี่คะ ฉันห้ามเสียเมื่อไหร่”

“เพราะรักเจ้าเหลือเกิน ไม่ทำให้เจ้าเสียใจหรอกหนา...ว่าแต่ขอพี่ชื่นใจก่อนได้ไหม จักได้ไว้คิดถึงยามอยู่ห่างเจ้า”

“พี่ไกรจะไปไหนคะ”

“ไปทัพเมืองพิษณุโลก...กับเจ้าพระยาจักรี”

ดาวเรืองตกใจมาก พระยาไกรสีห์ราชภักดีปลอบภรรยาว่าไปไม่นานก็จะกลับมา

“พี่เป็นทหาร เมื่อไหร่ก็ยังเป็น และคงจะเป็นจนลมหายใจสุดท้ายนั่นแหละ เจ้าพระยาจักรีเป็นผู้เลือกแม่ทัพนายกองเอง พี่ถือว่าเป็นเกียรติที่ท่านนึกถึงเรียกตัวไปหา ไม่ได้ออกคำสั่งกะเกณฑ์แต่อย่างไร แต่พูดกับพี่ ตรงๆเลย”

“พี่ไกรตอบว่าอย่างไรหรือคะ”

“พี่พร้อมทุกเมื่อที่จะรับใช้แผ่นดินตามหน้าที่ทหาร เท่าที่ได้รับราชการมียศถาบรรดาศักดิ์เลี้ยงลูกเมียให้เป็นสุข ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้า หน้าที่คือรับใช้บ้านเมืองยามคับขัน พี่เต็มใจไปศึกครั้งนี้”

“ตำแหน่งเจ้าพระยาจักรีนี่น่ะเห็นจะสูงอยู่ใช่ไหมคะพี่ไกร”

“อือ ตอนที่กรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานีต่อมาจนถึงกรุงธนบุรี ตำแหน่งเจ้าพระยาเสนาบดีก็มีสองตำแหน่ง เจ้าพระยาจักรีนั้นก็หนึ่งละ อีกคนก็เจ้าพระยาอัครมหาเสนา ที่สมุหพระกลาโหม”

“เครื่องยศมีอะไรบ้างหรือคะ”

“ได้พระราชทานพานหมาก ได้คนโททอง ขันทองสลักลาย เออ มีพานเงินรองด้วยนะ แล้วก็มีกระโถนเงิน ยังดาบฝักทองข้ออ้อย เสลี่ยงกลีบบัวลายทอง กั้นสัปทนแพรยอดทอง อ้อ ขี่เรือตราราชสีห์ มีตราราชสีห์ประจำ ตำแหน่ง ได้เบี้ยหวัดพระราชทานปีละห้าสิบชั่ง...ไปทัพคราวนี้ กลับมาจะได้ลูกอีกคนไหมเอ่ย”

“พี่ไกร...บอกแล้วไงคะว่า...”

“พี่หยอกเจ้าเล่นหรอกหนา อย่าขึ้งพี่เลยเจ้า ก่อนไปสงครามขอชื่นใจนิดเถอะนะแม่คุณ พี่รักเจ้าคนเดียวไม่เคยคิดเฉลี่ยกายให้คนอื่นหรอก มีเมียคนเดียวก็เหลือจะเอาใจให้ความสุข ยังลูกอีกตั้งห้า รึจะเป็นหกก็ไม่รู้ซี”

ดาวเรืองผลักไหล่ เจ้าคุณตามมาพันพัวพลางหัวเราะเสียงดัง

ooooooo

ถึงวันออกเดินทางไปทัพ เจ้าคุณบอกลาทุกคนว่าศึกครั้งนี้เห็นทีต้องทิ้งเรือนไปแรมเดือนหรืออาจจะแรมปี ฝากบ่าวดูแลเรือนและฝากลูกเมียของตน โดยเฉพาะเยื้อนที่อยู่กันมายาวนาน

“เจ้าค่ะ อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ”

“ห่วง...ยังเล็กๆกันหลายคน ดาวเรืองคนเดียวเห็นทีจะหนักมืออยู่ พี่เยื้อนกับบ่าวไพร่จงยื่นมือด้วยเถิดหนา”

“เจ้าค่ะ บ่าวเลี้ยงแม่หญิงดาวเรืองมายังไร บ่าวก็เลี้ยงลูกๆของแม่หญิงเหมือนกันเจ้าค่ะ”

“พี่ไกรขา...เป็นห่วงอะไรมากมายคะ ลูกโตๆ กันแล้วนะคะ”

แม้ดาวเรืองจะพูดอย่างนั้น แต่เจ้าคุณก็ยังกังวล ฝากจันทร์ลูกชายคนโตดูแลแม่แทนพ่อด้วย...หลังจากวันนั้นทุกคนก็เฝ้ารอการกลับมาของท่านเจ้าคุณ

และแล้ววันนั้นก็มาถึง มีแต่ดาบโบราณของบรรพบุรุษที่กลับมาพร้อมข่าวร้าย พระยาไกรสีห์ราชภักดีต่อสู้จนเสียชีวิตในการรบ เจ้าพระยาจักรีมาหาดาวเรืองถึงบ้าน มาปลอบโยนพร้อมรับพ่อจันทร์ลูกชายคนโตไปอยู่ด้วย เพื่อฝึกเป็นทหารสืบสายเลือดพ่อผู้กล้าหาญ ส่วนลูกชายอีกสองคนยังเด็ก ถึงเวลาอายุสมควรจึงจะรับตัวไป

หลังจากเจ้าพระยาจักรีกลับไปแล้ว เยื้อนเข้ามากระซิบดาวเรืองว่า “เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเจ้าพระยาจักรีก็วันนี้แหละเจ้าค่ะ”

“พี่เยื้อนจ๋า ฉันตกใจ ปลื้มใจจนบอกไม่ถูก”

“บ่าวกลัวจนตัวสั่นซีเจ้าคะ วุ้ย! ขนลุกยังไม่หาย เห็นท่านขึ้นเรือนมาก็สั่นเสียแล้ว แปลกจริงๆ แสงตะเกียงน่ะเหมือนจะสว่างขึ้นอีกสิบเท่า”

“คุณย่าเคยเล่า นานเต็มทีพี่เยื้อน ว่าคนที่มีบุญปรากฏผลกรรมดีหลายต่อหลายชาติ ดีอยู่มีวาสนาสูงจะมีรัศมีที่เปล่งปลั่งผุดผ่องอย่างนี้”

ดาวเรืองรีบเข้าห้องพระหยิบมหาทักษามาเปิดดูรวดเร็ว แล้วหยิบกระดานชนวน นึกถึงคำพูดของเจ้าคุณผู้เป็นสามี

“พี่มีดวงของเจ้าพระยาจักรี ถามจากทนายหน้าหอของท่าน อยากรู้ว่าท่านจะเป็น...”

ดาวเรืองขะมักเขม้นก้มลงผูกดวง สักครู่ยกมือทาบอกรู้สึกใจสั่นสะท้าน ก้าวออกจากห้องพระด้วยสีหน้าตื่นเต้นแกมประหลาดใจ ลูกทั้งห้าเห็นอาการแม่ก็แปลกใจ ถามว่าตัวสั่นกลัวอะไร

“ไม่ได้กลัวลูก...แม่ปลื้มเหลือเกิน เจ้าพระยาจักรีมาถึงบ้าน ได้ยินไหมลูก ท่านสรรเสริญคุณพ่อ”

ลูกทั้งห้าคนขานรับเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ยิน

“ปลื้มใจไหม...พลับพลึง บัวผัน พ่อจันทร์ พ่อกลด พ่อกล้า จำวันนี้ไว้นะลูก จำคำที่เจ้าพระยาจักรีเอ่ยถึงคุณพ่อไว้ให้ดี”

“ไม่ลืมหรอกแม่ เจ้าพระยาจักรีเมตตามาถามทุกข์สุขถึงเรือน ถ้าคุณพ่อรู้คงปีตินักขอรับ ไม่เสียแรงยอมตายในหน้าที่สงครามครั้งนี้”

“ท่านเป็นแม่ทัพที่สามารถ เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีเมตตากรุณา หาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ”

“โถ...ค่ำมืดก็อุตส่าห์มาเยี่ยม...เจ้าประคุณเอ๋ย” เยื้อนซาบซึ้งเป็นที่สุด ดาวเรืองเกือบหลุดปากที่ดูมหาทักษาเมื่อสักครู่ว่าดวงของพระยาจักรีเป็นเช่นไร แต่ยั้งปากไว้เมื่อเยื้อนถาม ได้แต่บอกว่าคอยดูกันต่อไป...

ooooooo

หลังจากสิ้นพระยาไกรสีห์ราชภักดี ดาวเรืองต้องเลี้ยงดูลูกทั้งห้าคนและบ่าวไพร่อีกจำนวนไม่น้อย แน่นอนว่าต้องใช้เงินเยอะ แต่เวลานี้ไม่ได้เบี้ยหวัดแต่อย่างใด จึงคิดพึ่งตัวเองด้วยการหารายได้ให้บ่าวเก็บผลหมากรากไม้ไปขาย ส่วนดาวเรืองเองก็รับจ้างเย็บที่นอน

เยื้อนเห็นนายของตนเหน็ดเหนื่อยก็สงสาร เลียบเคียงคุยกับดาวเรืองด้วยความหวังดีว่า

“พระยาเสนาพิพัฒน์ บ้านตรงข้ามเจ้าค่ะ บ่าวว่าเป็นคนดี”

“พี่เยื้อน...อย่าเอาเรื่องคนบ้านโน้นมาพูดกับฉันอีกเป็นอันขาด ฉันเกิดมามีผัวคนเดียวรักผัวคนเดียว ถึงเวลานี้จะเป็นม่าย ฉันก็ยังรักผัวฉันเหมือนเดิมนะพี่เยื้อน จากกันแต่กาย ใจยังผูกพันไม่เปลี่ยนแปลง ลูกทั้งห้าคนเป็นชีวิตจิตใจฉัน เวลานี้เทวดาหน้าไหนก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้ ทุกวันนี้มีความสุขเพราะลูก อย่ามาพูดอีกถ้ารักกันจริง”

“บ่าวขอโทษเจ้าค่ะ บ่าวเพียงแต่...”

“เห็นว่าฉันเหน็ดเหนื่อย เห็นว่าฉันทรุดโทรม เห็นว่าฉันแก่ตัวลง เห็นเช่นนั้นได้ แต่อย่าคิดว่าฉันจะทุกข์ร้อน ทุกวันฉันเป็นสุขดีอยู่ ฉันทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ไม่มีใครว่ากล่าวฉันได้ แต่ถ้าฉันมีผัวใหม่ ใครก็พูดได้ว่าผัวตายไม่ทันไรก็มีใหม่ พี่เยื้อนอยากให้ฉันถูกนินทารึ”

เยื้อนน้ำตาซึมเข้ามากอด ส่ายหน้าอยู่ไปมาแทนคำพูดแล้วทรุดลงจะกราบ ดาวเรืองรีบจับมือเยื้อนไว้ บอกว่าตนเป็นสุขที่เห็นลูกโตขึ้นทุกวัน...

วันหนึ่งจันทร์กลับมาที่บ้าน บอกแม่ว่าเปลี่ยนแผ่นดินแล้ว ดาวเรืองตะลึง แล้วเข้าใจทันที พึมพำชื่อเจ้าพระยาจักรีพร้อมพนมมือขึ้นสูงท่วมหัวแสดงความเคารพเทิดทูน...เจ้าพระยาจักรีขึ้นครองราชสมบัติหลังจากพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากประชวร ทรงพระนามว่าพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และย้ายราชธานีมาตั้งที่พระนคร ซึ่งจันทร์บอกกับแม่ว่า

“กรุงธนบุรีเห็นจะคับแคบไปแล้วละแม่”

“ทำไมว่าแคบ”

“ทรงมีพระราชดำริจะทรงสร้างพระนครใหม่ขอรับ”

“ที่ไหน”

“ไม่ไกลเลยแม่ ก็แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งข้างโน้น”

“แต่บ้านเราอยู่ที่นี่ แม่ไม่ไปไหนนะ คุณพ่อปลูกเรือนหลังนี้ให้แม่จำลองบ้านช่องจากกรุงเก่าไม่ผิดเพี้ยน บ้านหลังนี้พิเศษในใจแม่ ใจคนอื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่แม่น่ะไม่ย้าย หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ย้าย ลูกกี่คนๆก็เกิดที่นี่”

“แม่ไม่ต้องกลัวขอรับ ต่อไปเราจะอยู่ที่นี่ ลูกกลับมาเอาดาบเจ้าคุณพ่อ”

สองแม่ลูกตรงไปที่ดาบซึ่งวางอยู่บนพานต่ำลงมาจากโต๊ะหมู่บูชา

“บ้านหลังนี้จำลองเหมือนบ้านของแม่ที่กรุงศรีอยุธยาทุกอย่าง แม่รักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน พระราชวังที่กรุงเก่าเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยานะลูก ตั้งแต่สมเด็จพระรามาธิบดีที่หนึ่ง พระเจ้าอู่ทองผู้สร้างกรุง จนถึงพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์น่ะ นับพระเจ้าแผ่นดินได้ถึงสามสิบสามพระองค์เทียวลูก”

“แม่จำแม่นจริง”

“พ่อจันทร์ สิ่งใดที่เราสนใจก็มักจะจดจำติดหูติดใจ แม่เห็นกรุงครั้งนั้นสวยงามจับใจ ถึงจะยังเด็ก คุณพ่อก็จูงมือพาเที่ยว ท่านแก่กว่า เป็นญาติรุ่นพี่ แม่เมื่อเป็นสาวก็ยังติดใจปราสาทราชมณเฑียร จนมาเห็นกรุงแตก พม่าข้าศึกเผาผลาญวอดวายเหมือนคนตัดใจแม่ไปด้วยนะลูก”

ลูกชายมองหน้ามารดา เห็นแต่น้ำใสๆคลอหน่วย แล้วค่อยๆหยาดลงตามร่องแก้ม

“แม่อุ้มท้องเจ้าหนีกันมากับคุณพ่อ พ่อจันทร์เอ๋ย ความหลังเหล่านั้นยังแจ่มชัดอยู่เลย แม่รักกรุงเก่าเป็นชีวิตจิตใจ เคารพสักการะพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์เสมอกันหมด”

ดาวเรืองนิ่งไป สีหน้าจดจำรำลึกย้อนเวลาไป จันทร์สงสัยถามแม่ว่ากำลังคิดถึงคุณพ่อใช่หรือไม่

“คิดถึงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์

ชาวบ้านบางระจัน ไพร่พลที่รบสู้พม่าอยู่ที่ทุ่งภูเขาทอง พวกกองอาทมาตวิเศษไชยชาญ ทุกคนแหละพ่อจันทร์ ไม่มีท่านพวกนั้นก็คงไม่มีแม่ ลูก หลาน เหลน ไม่มีแผ่นดิน ราชธานีพระนครอย่างทุกวันนี้ ความกตัญญู กตเวทิตารู้คุณบิดามารดาแลบรรพบุรุษนั้นเป็นของประเสริฐ ผู้ใดละเลยไม่นึกถึง ไม่เคารพคารวะ ก็เสียทีเกิดเป็นคน บาปกรรมแก้ไขอย่างไรๆก็ไม่มีวันหลุดพ้น”

“สักวันหนึ่งลูกหลานเหลนโหลนอาจสำนึกในบุญคุณบรรพบุรุษช่วยกันรื้อฟื้นกรุงเก่าและเก็บหลักฐานไว้เตือนใจคนรุ่นต่อไป”

“แม่ก็หวังว่าจะมีวันนั้น...พ่อจันทร์ยังเล็ก รอให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ รู้จักควบคุมอารมณ์และจิตใจได้มั่นคง แม่จะให้ดาบนี้”

“ขอรับ”

ดาวเรืองยิ้มน้อยๆ มองดาบบรรพบุรุษในมือเอ่ยกับลูกอย่างมีความหวัง

“คำสัตย์สาบานของพี่น้องก่อนกรุงศรีอยุธยาจะถึงกาลพินาศจะสัมฤทธิผลเมื่อใดยังสงสัยนัก อีกนานเท่าไหร่ดาบคู่ของบรรพบุรุษจะมาอยู่รวมกัน แต่แม่เชื่อว่าจะมีวันนั้นอย่างแน่นอน”

ooooooo

–อวสาน–


ละครสายโลหิต ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านสายโลหิต ติดตามสายโลหิต ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศรัณย์ ศิริลักษณ์ , ทิสานาฏ ศรศึก 20 ต.ค. 2561 09:58 2018-10-20T03:02:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ