ข่าว

วิดีโอ



เรือมนุษย์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาคย์รพี

กำกับการแสดงโดย: ธีระศักดิ์ พรหมเงิน

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์,กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

เกียวนั่งดื่มกับชัยพรในผับลิลลี่ เกียวบอกเขาว่าอยากออกมาแบบนี้กับเขาทุกคืน ชัยพรถามออกมาแล้วใครจะเลี้ยงลูก เกียวหงุดหงิดทันที

“ทำไมต้องพูดเรื่องลูกด้วย คุณรักลูกมากเหรอ”

“ตอนพิมพ์ท้อง ผมก็เฉยๆนะ มีก็ได้ไม่มีก็ได้ เคยคิดจะเอาออกด้วย แต่พิมพ์เขาไม่...เด็ดขาด โชคดี

ของเด็กไป ไม่น่าเชื่อว่าพอเขาคลอดมาแล้ว ผมกลับรักและผูกพันกับลูก ตอนนี้นะแทบจะหายใจเป็นตาอุ้ยเลยล่ะ”

“ลูกคุณโชคดี ไม่เหมือนลูกเกียว...” เกียวสีหน้าหมองลง

ลิลลี่เดินเข้ามาโอบกอดชัยพรอย่างสนิทสนม แล้วทักทายเกียว “ว่าไงจ๊ะสาวน้อย วันนี้ได้เหยื่อแล้ว เหยื่อกุมารเศรษฐีซะด้วย คงไม่ต้องพึ่งพาเจ๊แล้วใช่ไหมจ๊ะ”

“คงไม่จำเป็นแล้วล่ะ” เกียวเม้มปากหน้าตึง ลิลลี่หัวเราะร่า

“ถ้าเมื่อไหร่จำเป็นก็บอกเจ๊นะ เจ๊จัดให้...สนุกให้เต็มที่นะ ฝากบอกคุณพ่อด้วยว่าพักนี้หายหน้าหายตาไปเลย ไม่คิดถึงเจ๊ลิลลี่บ้างเหรอ”

“ใครจะกล้าบอกล่ะครับ”

ลิลลี่นึกได้บอกเกียว “หนู เสี่ยคนคืนก่อนน่ะ เอ่ยปากชมหนูใหญ่เลย เจ๊ก็เลยพลอยได้หน้าไปด้วย แถมทิปเพิ่มให้เจ๊อีกตั้งหลายพัน”

ชัยพรยิ้มรู้ทัน เกียวบอกให้ลิลลี่เลิกพูด เธอเดินหัวเราะออกไปทักทายโต๊ะอื่น เกียวพึมพำ

“อีบ้า...ทำราคาฉันตกหมด ทำไมต้องเจอแบบนี้ด้วยวะ”

ในคืนนั้น ชัยพรเล่นมุกกลัวตำรวจจับเมาแล้วขับ จึงชวนเกียวแวะโรงแรมม่านรูดข้างทาง เธอทำทีไม่ขัดใจหวังจะพิชิตใจเขาให้ได้...ในขณะที่เพลาเดินเครียดอยู่หน้าบ้านจนดึกดื่น แน่ใจแล้วว่าเกียวไม่กลับมาดูแลลูกแน่ เขารู้สึกผิดรำพึงขอโทษมธุรสในใจ

รุ่งเช้า ทุกคนนั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะ เพลามีสีหน้าหมองหม่น ส่วนมธุรสพูดเจื้อยแจ้วว่าจะไปเยี่ยมเฟื่องทอง ถามเพลาจะไปด้วยไหม เขาตอบเนือยๆว่า เสร็จประชุมเมื่อไหร่จะตามไป

“แล้วยัยนิล่ะ จะไปเยี่ยมเขาบ้างหรือเปล่า”

“นิจะนัดกับคุณดัมพ์ก่อนค่ะ”

“แหม...หวานกันจริง ขอให้ลงเอยกันได้ซะทีเถอะ ฉันล่ะเบื่อลุ้น”

พจนากับมาลาทิพย์เห็นสีหน้าพ่อก็ถามอย่างห่วงใยว่าไม่ได้นอนทั้งคืนหรือ นิธิมาแทรก

“เกียวไม่กลับบ้านใช่ไหมคะพี่เพลา”

“อ้อ ถึงกับนอนไม่หลับเลยเหรอ คิดถึงกันมาก ผูกพันกันมาก” มธุรสแอบน้อยใจ

“อย่าประชดผมเลยคุณรส ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่า ผมอาจจะพลั้งเผลอไป ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน คุณคงไม่เข้าใจผู้ชายหรอก”

“ใช่ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมผู้หญิงถึงต้องยอมอดทนกับสามีเจ้าชู้ด้วย”

“ผมกับเกียวน่ะไม่ได้มีความรักความผูกพันอะไรเหลือแล้วล่ะ”


“อ้าว แล้วไอ้ที่นอนไม่ได้ กินไม่ได้อยู่นี่ล่ะ

ไม่เรียกว่าผูกพันเหรอ”

“เกียวมันก็แค่คนร่วมบ้านคนหนึ่งที่ไม่กลับบ้าน มันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ก็เท่านั้น คุณจะจริงจังอะไรนักหนา”

ไสยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง ไม่พอใจเข่นเขี้ยว “แค่คนร่วมบ้านเท่านั้นเหรอไอ้แก่ กูจะเอาให้แสบเลย ฮึ...” เสียงเด็กร้องดังขึ้น ไสรีบไปอุ้มด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “เงียบๆ เงียบโว้ย จะร้องหาอะไรวะ พ่อก็ไม่รัก แม่ก็ไม่อยู่ เอ็งร้องไปก็ไม่เกิดประโยชน์หรอก”

เสียงไสดังไปถึงโต๊ะอาหาร เพลาลุกพรวด นิธิมารีบตาม มธุรสไม่พอใจลุกตามไปด้วย พจนากับมาลาทิพย์หวั่นใจเห็นแม่ออกโรงเป็นเรื่องแน่...นิธิมาถามไสว่าเด็กหิวนมหรือเปล่า ไสหยิบกระป๋องนมโยนไปที่เท้ามธุรส เธอตกใจ

“ว้าย...นมหมดเหรอ แล้วนี่แกปล่อยให้เด็กหิว เอาอะไรมาทำใจหานังไส...”

ไสสวนว่าไม่มีเงิน เพลาไม่พอใจเพราะให้เงินไว้แล้วทำไมไม่เอาไปซื้อนม ไสแถ

“ไม่รู้นี่ เป็นพ่อทำไมไม่ดูแล ให้มันอดตายไปเลย ให้รู้กันไปว่าอีคนบ้านนี้มันใจร้าย มันฆ่าเด็ก”

“หยุดนะนังไส...ถ้าคนอย่างฉันใจร้าย ฉันคง

ไม่ปล่อยให้แกกับลูกเข้ามาในบ้านนี้หรอก”

พิมพ์รสเดินเข้ามาขอเด็กจากไส จะพาไป

ป้อนนมเอง มธุรสกับเพลาอึ้ง พิมพ์รสบอกว่าเห็นแก่เด็กตาดำๆเท่านั้น ไสคาดไม่ถึงแต่ก็ส่งเด็กให้ไป นิธิมาต่อว่าไส

“คราวหน้าอย่าให้เกิดเรื่องนมหมดอีกนะ เด็กก็หิวเป็นแถมยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีก”

เพลาหงุดหงิดเดินออกไป มธุรสเดินตาม ไส

หันมาใส่นิธิมา

“ถ้าเมตตาก็รับเลี้ยงมันด้วยสิคะคุณนิ นังเกียวมันก็เด็ก มันยังไม่รู้ประสีประสาก็ดันมามีผัวซะก่อน อะไรก็ยังทำไม่เป็นหรอกค่ะ”

“ถ้าเด็กคงไม่ออกไปเที่ยวนอกบ้าน มีผู้ชายมารับมาส่งหรอกมั้ง พูดผิดพูดใหม่ได้นะแม่ไส เลี้ยงลูกเสียแล้วอย่าเลี้ยงหลานให้เสียอีกคนเลย” นิธิมาตอกกลับทำเอาไสเถียงไม่ออก

เพลายืนหันหลังสะกดความเสียใจ มธุรสตามมาพูด “คุณคงต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้วนะ นังเกียวมันไม่ควรทำตัวอย่างนี้ ฉันบอกตรงๆว่าฉันเวทนาเด็ก”

เพลาหันมาน้ำตาคลอเบ้า “ขอบคุณที่คุณเมตตาเด็ก...”

“ฉันก็เป็นคนนะ เป็นแม่ด้วย ใจฉันยังไม่หนาแบบนังเกียวแล้วก็แม่ของมัน ถ้าคุณจะเลิกกับมันแล้วเอาเด็กไว้ ฉันก็ยินดี”

“รส...ผมดีใจที่ได้ยินจากปากคุณ” เพลายิ้มทั้งน้ำตา

“รีบจัดการซะ ฉันไม่ชอบให้บ้านมีเสียงดัง ฉันต้องการได้บ้านหลังเก่ากลับคืนมา”

ooooooo

เพลาขับรถออกสู่ถนนใหญ่ ชัยพรขับรถมาจอดส่งเกียวปากซอย เพราะถ้าเข้าไปหน้าบ้านเกรงพิมพ์รสเห็น เกียวไม่พอใจหาว่าเขาแคร์เมีย ทั้งที่ตนก็เป็นเมียเหมือนกัน


“ฮึ ทำยังกะเป็นเมียเราคนเดียว ทุเรศ” ชัยพรพึมพำเบาๆก่อนจะควักเงินให้เกียวสามพัน แล้วบอกว่า โอกาสหน้าค่อยเจอกัน เกียวยิ้มออกที่ได้เงิน โผเข้า

หอมแก้มเขาแล้วลงรถไป

ขณะที่ดัมพ์ยืนยิ้มรอนิธิมาหน้าประตูบ้าน เธอเดินมาเปิดประตู เกียวนั่งมอเตอร์ไซค์วินเข้ามาพอดี นิธิมาจึงเรียกเกียว

“มีอะไรหรือคะคุณนิ อยากถามว่าหนูไปไหนมาหรือคะ”

“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น แต่นมหมดทำไมไม่ซื้อ เอาเงินที่พี่เพลาให้ไปใช้อะไรหมด”

“หลายคำถามจัง มีปัญหาอะไรเหรอ”

“มีสิ ลูกเธอร้องลั่นบ้านเพราะหิวนม แต่ไม่มีนมผงให้ลูกกิน ตอนนี้ยัยพิมพ์เลี้ยงอยู่ อย่าลืมไปขอบคุณเขาด้วยล่ะ”

เกียวชักสีหน้าไม่พอใจ ดัมพ์ปลอบใจนิธิมาว่าเราไม่สามารถช่วยเขาได้ทุกเรื่อง หญิงสาวยิ้มรับ เดินไปขึ้นรถเขาออกไป

มธุรสยืนมองเกียวเดินเข้ามา เธอรีบบอกว่ารู้

ทุกอย่างจากนิธิมาแล้ว ขอขึ้นไปรับลูก มธุรสขยับให้เดินผ่าน...พิมพ์รสเห็นว่าเด็กเพิ่งกินนมหลับไปให้นอนอีกสักพักก็ได้ แต่เกียวไม่ยอมจะอุ้มเอาไป น้อยให้ล้างมือก่อน เกียวกระแทกกระทั้นอย่างรำคาญ พิมพ์รสอธิบาย

“ตะลอนมาทั้งคืนแล้ว มือไปหยิบจับอะไรสกปรกมาหรือเปล่า ระวังลูกจะติดเชื้อ”

“อ้อ ผู้ดีเขาเป็นยังงี้เอง” เกียวประชด

“ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะมาต่อปากต่อคำ ไปล้างมือก่อน” พิมพ์รสเอ็ด เกียวสะบัดหน้าไปล้างมือในห้องน้ำ แล้วมองหน้าตัวเองในกระจกแววตาสะใจพูดเสียงลอดไรฟัน

“ฉันก็ไปกอดกับผัวแกมา ฮึ สกปรกรึเปล่าล่ะ...”

พิมพ์รสให้น้อยจัดข้าวของเด็กใส่ตะกร้าแบ่งให้ลูกเกียว พอเกียวเดินออกมาจึงบอกว่า

“กำลังดูว่าจะเอาอะไรให้ลูกเธอได้บ้าง ชัยพรเขาเห่อลูก เขาซื้อข้าวของเยอะแยะ ตั้งแต่ลูกจะคลอดแล้ว แต่ละอย่างช่วยพัฒนาให้เด็กแข็งแรงแล้วก็ฉลาด อ้อ

ทุกอย่างที่ชัยพรเลือกจะไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อเด็กอ่อนเลยนะ”

“คุณชัยพรคงรักลูกมาก...”

“ใช่ เขาไม่รักฉัน ฉันยังไม่สนใจเลยนะเกียว

พอเราเป็นแม่แล้วก็ไม่มีอะไรสำคัญเท่าลูก ฉันก็ภาวนาขอให้ชัยพรรักลูกมากๆ ส่วนฉันไม่จำเป็น”

“คุณพูดเหมือนไม่รักคุณชัยพร”

“รักสิ ไม่รักฉันจะนอนกับเขาเหรอ จะยอมมีลูกกับเขาเหรอ”

“ถ้างั้นฉันก็เลือกแล้วเหมือนกัน” เกียวหน้าตึงอุ้มลูกขึ้นไม่สนใจว่าจะเพิ่งหลับ “ขอบคุณคุณพิมพ์มาก ส่วนที่คุณจะยกอะไรให้ลูกฉันน่ะ ช่วยบอกให้คุณพ่อคุณซื้อให้ลูกบ้างดีกว่า”

“แต่ของพวกนี้มันมากมายเกินความจำเป็น แบ่งไปบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร”

“แหม ลูกหนูเกิดมาก็อาภัพแล้ว คุณยังจะให้ลูกหนูรับของเหลือเดนจากคนอื่นตั้งแต่เด็กเลยเหรอคะ หนูไม่รับหรอกค่ะ” เกียวอุ้มลูกเดินไป พิมพ์รสอึ้งกับความคิดของเกียว

ไสฟังเกียวเล่าทุกอย่างให้ฟังแล้วเป็นห่วง ทำตัวแบบนี้เพลาอาจหาเหตุเลิก เกียวสวน


“ไหนแม่ว่าคุณเพลาเขารักลูก มีลูกแล้วเขาจะไม่เลิกกับฉันไง”

“เอาอะไรกับใจคนวะ กลัวแต่ว่ามันจะเอาลูกไว้แล้วหาทางเลิกกับเอ็ง ถ้าเป็นงั้นเอ็งว่าไง”

“ฉันก็จะหาผัวใหม่ เอาให้หล่อแล้วก็รวยไปเลย”

“เอาให้มันจริงเถอะวะ กลัวจะคว้าไอ้แก่ขี้ตืดมีแต่ตัวมาอีกน่ะสิ”

เกียวอมยิ้มไม่อยากบอกเรื่องชัยพร ซึ่งเป็นที่หมายใหม่ให้แม่ฟัง

ooooooo

บ่ายวันนั้น ชัยพรมาหาลูก ทั้งกอดทั้งหอมด้วยความคิดถึง เกียวแอบมองอยู่มุมหนึ่ง เห็นชัยพรหอมแก้มหยอกเย้าพิมพ์รสด้วยก็ยิ่งริษยา เดินกลับมาบ่นกับไสที่ห้อง ไสไม่เห็นแปลก

“ผัวเอ็งก็หอมไอ้หนูอยู่บ่อยๆนี่หว่า เอ็งจะคิดอะไรวะ”

“มันไม่เหมือนกัน”

“เอ๊ะนังนี่ มันก็ผัวหอมแก้มเมียเหมือนกัน มันต่างกันตรงไหนวะ”

“มันไม่เหมือนกัน!”

“นังเกียว นังนี่ แค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง”

“แม่จำได้ไหมที่ฉันหายไปตอนกลางคืนน่ะ

ฉันไปไหนไปกับใคร แม่อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”

“อีเกียว...มึง...มึงหมายถึง...” ไสเอะใจ ชี้หน้าลูกสาว

เกียวรีบปิดปากแม่แล้วเฉลยออกมา “ฉันก็เป็นเมียคุณชัยพร แม่จะไม่ให้ฉันหึงหรือไง”

“หา! นังเกียว! นี่ถ้าเอ็งได้จริงๆ เอ็งจะได้เป็นสะใภ้เศรษฐีเลยนะโว้ย แล้วยังได้แก้แค้นไอ้แก่ด้วย โอย...อีคุณนายมธุรสคงช็อกขาดใจตาย เกียวเอ๊ย...

เกลียวทองลูกแม่ ผู้หญิงเราวาสนาใดจะเท่าได้เป็นเมียเศรษฐีล่ะวะ”

ไสลูบหลังไหล่ลูกสาวอย่างปลาบปลื้ม เกียวพูดอย่างหมายมาดว่า

“แม่คอยดูฝีมือฉันก็แล้วกัน”

“แล้วลูกเอ็งล่ะ จะเอายังไง ผัวใหม่เขาจะยอมรับเหรอ หรือว่า...” ไสชะงักไปอย่างกังวลแล้วไสก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้านสลัม เห็นตำรวจไล่จับพวกนักพนัน ผ่องวิ่งเข้ามาขอให้ช่วยด้วยการบอกตำรวจว่าเรามาด้วยกัน จึงเป็นโอกาสที่ไสจะให้ผ่องช่วยเหลือบ้าง ไสพาผ่องมาคุยที่บ้านพร้อมไก๋

“ข้าจะเอาลูกนังเกียวมาเป็นตัวประกัน”

“ตะรางนะนังไส ขโมยเด็ก!” ผ่องตกใจ ไก๋เองก็ตาเหลือกกับความคิดของเมีย

“ก็ถ้าไม่มีลูกนังเกียว ข้าจะเอาเงินมาจากไหนล่ะ ไอ้แก่มันรักลูกมัน มันต้องประเคนให้เราทุกอย่างตามที่เราอยากได้”

ผ่องกลัวไม่ขอร่วมมือด้วย ไสด่าว่าและพูดทำนองจะจ้างเลี้ยงหลานสักหน่อย ผ่องหูผึ่งอยากได้เงินค่าจ้างรีบกลับลำ

“แหม...ก็บอกสิว่าจะให้ข้าทำอะไร ถ้าเงินถึง มีหรือที่ข้าจะไม่ร่วมมือ”

ไก๋แย็บว่าไม่กลัวตะรางแล้วหรือ ผ่องแถว่าถ้าเกิดเรื่อง ตนก็เป็นแค่คนรับจ้างเลี้ยงเด็กเท่านั้น ไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย ไสค้อนขวับกับความเห็นแก่ตัวของเพื่อนบ้าน

ooooooo

มธุรสมาหาสิรินทร์ที่โรงแรม เห็นเพื่อนนั่งร้องไห้ก็รีบเข้าไปปลอบ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นที่หน้าผากเพื่อนมีเลือดไหล ละล่ำละลัก

ถามว่าใครทำ สิรินทร์ตอบเจือสะอื้นว่านพคุณ

“หา! เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงทำรุนแรงกับเธอ”

สิรินทร์เล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เธอเห็นนพคุณเอาปืนมาพกไว้ที่เอวจึงเข้าไปเตือน

“คุณอย่าทำอะไรรุนแรงนะมันไม่คุ้มกัน อีอนงค์มันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแค่นางบำเรอ เป็นทางผ่านเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ นะคะ...เชื่อฉันนะ อย่าไป”

“หลีกไปรินทร์ ผมจะไปฆ่าไอ้องอาจ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันพาอนงค์ไปอยู่ที่ไหน”

“แล้วถ้าเขาตาย คุณติดคุก มันจะได้อะไรขึ้นมา”

“ได้ฆ่ามันไง”

“คุณคิดได้ไง คุณเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปแลกกับอนงค์ คุณได้อะไร ธุรกิจพันล้านหมื่นล้านของคุณจะต้องพินาศ ถ้าคุณถูกจับติดคุกแล้วคุณเอาฉันไปไว้ที่ไหน คุณไม่เคยเห็นใจฉันเหรอ คุณเห็นความรักที่ฉันมีต่อคุณไหม ฉันห่วงคุณยังไง คุณคิดบ้างไหม” สิรินทร์สะอื้นน้ำตาไหล

“พอเถอะ หลีกไป อย่าทำผมเสียเวลา”

นพคุณไม่เห็นความรักความหวังดีของภรรยา 

สิรินทร์กลัวสามีไปทำเรื่องร้ายจึงพยายามยื้อเขาไว้ แต่เขากลับผลักเธอล้มหัวกระแทกแง่โต๊ะเลือดไหลแล้วผละจากไปโดยไม่เหลียวแล

มธุรสฟังเรื่องราวแล้วสงสารเพื่อนจับใจจะพาไปหาหมอทำแผล แต่สิรินทร์ไม่ยอมไป เป็นกังวลกลัวนพคุณเป็นฆาตกร มธุรสไม่รู้จะปลอบอย่างไร ได้แต่เตือนสติว่า

“ผู้ชายน่ะเวลาถูกตัณหาเข้าครอบงำ อะไรก็หยุดไม่อยู่หรอก ทำใจเถอะรินทร์ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”

“ถึงเขาจะเป็นยังไง ฉันก็ห่วง ฉันรักเขา...”

“ไม่ต่างจากฉันหรอกรินทร์ ความรักทำให้เราเห็นซาตานเป็นเทวดา แม้รู้แล้วว่าเทวดาที่หลงบูชานั้น แท้จริงเป็นซาตาน ผู้หญิงส่วนมากก็ยังทนอยู่ร่วมบ้านกับซาตานไปจนตาย”

สิรินทร์พยักหน้ายอมรับ โผกอดเพื่อนพร้อมกับสะอื้นเบาๆ

ooooooo

ฟ้าทองนั่งมองเฟื่องทองที่มีผ้าพันศีรษะมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางนอนนิ่ง พัลลภเดินเข้ามาบอกอาการว่าเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่คงไม่กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

“ยัง...ยังไงคะ” ฟ้าทองน้ำตาร่วงพรู

“ผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง หมอเองก็ยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ตอนนี้ก็ต้องรักษาตามอาการไปก่อน หลังจากนั้นก็ต้องฟื้นฟูทำกายภาพบำบัด”

ในห้องพักของวีระ เขาแต่งตัวจะไปเยี่ยมเฟื่องทอง เห็นชุดานั่งอ้อยอิ่งไม่กล้าไปให้เฟื่องทองเห็นหน้า กลัวจะทำให้เธอตายไวขึ้น วีระไม่เข้าใจสิ่งที่เธอคิด

“ก็ที่น้าเฟื่องเจ็บปางตายนี่ก็เพราะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่เราสองคน”

“แต่ถ้าเธอไม่ไป เธอจะกลายเป็นคนเนรคุณในสายตาของคนทั้งสังคม”

“ตอนนี้เขาก็ด่าชุอยู่แล้ว คงไม่มีใครสรรเสริญหลานสาวที่แย่งสามีของน้าหรอก”

วีระให้ชุดาคิดว่าจะไปหรือไม่ เขาขอรอที่รถ ชุดาเข่นเขี้ยวอยากให้ไปเร่งให้ตายไวก็จะไป

มธุรสออกจากโรงแรมสิรินทร์มาเยี่ยมเฟื่องทองต่อ เห็นมือเพื่อนขยับก็รีบบอกฟ้าทอง เธอลุกพรวดมาดู พยายามเรียกข้างหูให้พี่สาวรู้สึกตัว มธุรสจับมือเฟื่องทองด้วยความดีใจ

“เฟื่อง ฉันมธุรสนะ ฉันมาเยี่ยม เธอต้องหายนะเฟื่อง อย่าท้อนะ เธอต้องสู้นะ”

เฟื่องทองเหมือนรับรู้ น้ำตารินไหล เดชเปิดประตูเข้ามา ฟ้าทองรีบบอกว่าพี่สาวเพิ่งรู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้ จังหวะนั้น วีระกับชุดาเข้ามา ทุกคนมองชุดาด้วยสายตาหมางเมิน วีระเข้ากุมมือเฟื่องทอง พร่ำขอโทษกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฟ้าทองทนไม่ได้ ดึงชุดาออกไปนอกห้อง มธุรสกลัวสองสาวมีเรื่องกันอีกรีบบอกว่า

“คุณเดช...คุณวีระ ดิฉันเกรงว่า...”

“ถ้าจะตบกันกลางโรงพยาบาลก็ช่างมัน”

วีระไม่อยากสนใจแล้ว เดชตบไหล่ให้กำลังใจ

“ว่างๆแวะไปกินเหล้ากันหน่อย ผมคงกลับก่อนนะ อยู่ไปคุณเฟื่องก็ยังคุยไม่ได้”

“ดิฉันว่าคุณวีระควรไปห้ามทัพข้างนอกดีกว่าค่ะ กลัวจะทะเลาะกันจนเป็นข่าวอีก แค่นี้ก็แพร่ไปทั่วโซเชียลแล้ว”

วีระถอนใจเดินตามเดชและมธุรสออกไป...

ฝ่ายฟ้าทองที่ดึงชุดาออกมาทางประตูหนีไฟ ชุดาโวยวายถ้าไม่กลัวว่าทุกคนจะอาย ตนร้องลั่นโรงพยาบาลไปแล้ว ฟ้าทองเยาะหยัน

“อ้อ ยังสะกดคำว่าอายเป็นเหรอ ไอ้ที่แย่งสามีน้าเนี่ย อายแล้วใช่ไหม”

“ดีกว่าบางคนที่คิดจะแอบกินขโมยกินก็แล้วกัน...อย่างน้อยฉันก็กล้าเปิดเผย มีอะไรก็พูดมาดีกว่า เสียเวลา”

“แกคิดจะลงเอยกับพี่วีเลยใช่ไหม”

“มันขึ้นอยู่กับน้าวีไม่ใช่ฉัน ถ้าน้าวีเขา

เลือกฉัน ฉันก็พร้อมจะอยู่กับเขา แต่ถ้าน้าวีบอกว่าไม่ ฉันก็ต้องเลิก ที่ถามเนี่ย อยากให้น้าวีลงเอยกับตัวเองใช่ไหมล่ะ ฮึ ทำตัวเป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ที่ชอบขโมยไก่ไปกินใต้น้ำ”

“นังชุ! แกว่าฉันเป็น...”

“กล้าบอกน้าวีไหมล่ะว่าแกอยากจะอยู่กับเขา กล้าๆหน่อย ถ้ากล้าจริง ฉันจะหลีกทางให้”

แล้วชุดาก็เดินเชิดหน้ากลับเข้าไปอย่างถือดี

ooooooo

บนถนนสายชนบท พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน รถนพคุณซึ่งมีสมุนมาด้วยสองคนแล่นมาบนทางลูกรัง สองข้างทางเป็นทุ่งนา นพคุณไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นทางเข้าบ้านที่อนงค์อยู่

“คืนนี้ท่านพักที่โรงแรมในเมืองก่อนนะครับ ผมจะดูให้แน่ใจว่าบ้านมันหลังไหน แล้วตอนเช้าผมจะไปรับท่าน”

นพคุณพยักหน้ามองไปรอบๆอย่างสังเวชใจ ...ในขณะเดียวกัน สิรินทร์นั่งไหว้พระน้ำตานองหน้า ภาวนาขออย่าให้นพคุณตัดสินใจทำอะไรรุนแรง

ด้วยเหตุที่อนงค์กับองอาจต้องมาอยู่ในที่ลำบากลำบนขนาดนี้ ก็เพราะต้องการหนีจากอิทธิพลของนพคุณ

ค่ำคืนนั้นลูกอนงค์ร้องไห้โยเยจนอนงค์ใจคอไม่ดี องอาจอุ้มลูกพาเดินกล่อมจนเงียบ อนงค์เปรยว่าตนใจคอไม่ดีฝันร้ายทุกคืน องอาจปลอบจะอยู่กับเธอตลอดเวลา

ค่ำคืนนั้น มธุรสนั่งจิบน้ำชากับเพลาและนิธิมา จากเรื่องของเฟื่องทองทำให้เธอเริ่มปลงกับชีวิต ยอมรับแล้วว่าถ้าเราขาดสติเพียงนิดเดียวชีวิตจะวิบัติ เพลาแย็บหลอกด่าตนหรือเปล่า

“อย่ากินปูนร้อนท้อง รู้ไว้เลยนะ ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเรื่องของคุณ”

“วันนี้เกียวกับแม่ไสเงียบเชียว ไม่เห็นตั้งแต่นิกลับจากทำงานแล้ว หรือว่าไม่อยู่”

เพลาฉุกคิดลุกพรวดออกไป มธุรสสังเวชใจว่าเขาจะพบความสุขบ้างไหม นิธิมาตอบเสียงเรียบว่า

“พี่เพลาไม่มีความสุขไปคนแล้ว พี่รสอย่าเป็นอีกคนนะคะ สงสารเด็กๆ”

“ถ้ามันไม่ระรานพี่ ต่างคนต่างอยู่ พี่ก็ไม่มีปัญหาอะไร”

เพลาเข้ามาในห้องเห็นเกียวนั่งมองลูกนอน เขาแปลกใจทำไมถึงอยู่เงียบๆ เกียวไม่ตอบคำถามแต่ยอกย้อนว่า

“หนูก็นึกว่าวันนี้คุณจะนอนข้างบนเสียอีก”

“ทำไมคิดยังงั้น”

“อ้าว ก็เห็นคุยกันกะหนุงกะหนิงกับเมียเก่า นึกว่าถ่านไฟเก่ามันคุขึ้นมาอีกน่ะสิ”

“ฉันไม่เคยหมดรักมธุรส เขาคือผู้หญิงคนแรกในชีวิตฉัน”

“งั้นก็ไปบอกมันสิ แล้วก็นอนกับมัน ไม่ต้องมายุ่งกับหนู” เกียวแหวใส่จนเพลาอ่อนใจ

ooooooo

 เช้าวันใหม่ นิธิมา มธุรส และมาลาทิพย์ ใส่บาตรที่หน้าบ้านเสร็จ  นิธิมาบอกว่าต้องรีบไปทำงาน ตนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว มธุรสแปลกใจที่วันนี้ดัมพ์ไม่มารับ นิธิมาคิดว่าเขาคงติดธุระ มาลาทิพย์เห็นรถดัมพ์แล่นมาก็เย้าว่าอาดัมพ์อาจอยากทำเซอร์ไพรส์ มธุรสพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“ตอนสาวๆพี่ชายเธอน่าจะทำกับพี่ยังงี้บ้าง...”

“แหม แต่คุณพ่อก็รักคุณแม่นะคะ” มาลาทิพย์กอดปลอบ

มธุรสเข่นเขี้ยวว่ามีแต่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมากกว่า พจนาถือโทรศัพท์วิ่งออกมายื่นให้ มธุรสรับสายแล้วตกใจกับน้ำเสียงเจือสะอื้นของสิรินทร์ รีบถามว่าเป็นอะไร

“รส...พนักงานโรงแรมสาขาของฉันที่ขอนแก่นโทร.มาบอกว่าคุณนพออกไปแต่เช้า มีปืนไปด้วย ฉันพยายามติดต่อเขาก็ติดต่อไม่ได้ ฉันกลัว ฉันไม่อยากเห็นเขาติดคุก”

“อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงก็ได้ เขาก็พกปืนประจำอยู่แล้วนี่”

 สิรินทร์กลัวจะไม่ใช่ มธุรสสงสารเพื่อนจะไปอยู่เป็นเพื่อน...

พจนาบอกแม่ว่าวันนี้ตนมีเรียนพิเศษ ส่วนมาลาทิพย์นัดไปห้องสมุดกับเพื่อน พิมพ์รสเองก็ไม่อยู่ ชัยพรจะมารับไปพบญาติๆ มธุรสดีใจ เป็นการยืนยันว่าพิมพ์รสเป็นสะใภ้ที่ทุกคนยอมรับ เพลาได้ยินแล้วยินดีที่เรื่องร้ายๆจะผ่านไปเสียที ฉะนั้นในวันนี้จึงมีเพียงน้อยที่อยู่เลี้ยงตาอุ้ย มาลาทิพย์มองไปหลังบ้าน

“คนเดียวที่ไหน โน่นอีก”

“เกลียดเขาจนไม่อยากออกชื่อเลยเหรอยัยทิพย์” พจนากระเซ้า

“ก็ดีกว่าพี่ละกัน ทิพย์น่ะแค่ยื่นหน้า แต่พี่พจน่ะจะยื่นอะไร” พจนาชี้ที่เท้า เพลาเอ็ดลูกชายทันที

“ไม่ดีเลยนะพจ ทำแบบนี้พ่อไม่ชอบ”

“ที่คุณทำมาทั้งหมด พวกเราก็ไม่ชอบเหมือนกัน” มธุรสแหวใส่สามี

เพลาอึ้ง บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง เกียวได้ยินคำพูดทั้งหมด ดีใจเมื่อรู้ว่าชัยพรจะมาบ้านเพื่อรับพิมพ์รส

 ooooooo

นพคุณมาหาอนงค์ที่บ้าน เธอตกใจมากอุ้มลูกวิ่งหนี แต่ก็เจอสมุนของเขาดักหน้า เธอรู้ว่าไม่รอดจึงหันมาเผชิญหน้าน้ำตาไหลพราก ขอให้ปล่อยตนกับลูกไป

“เธอกับลูก ฉันไม่ทำหรอก เด็กนั่นก็ลูกฉัน ขออุ้มลูกหน่อยได้ไหม”

“ไม่ อย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องลูกฉัน!”

“รักลูกมากก็เอาไปด้วย เฮ้ย...” นพคุณให้สมุนจับตัวอนงค์และอีกคนอุ้มลูก “ไปกับผมนงผมสัญญาว่าจะเลี้ยงคุณกับลูกให้ดีที่สุด”

ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นฟ้าหนึ่งนัด องอาจถือปืนขู่ “พวกมึงกลับไป กูอุตส่าห์หนีมาอยู่ที่นี่ ทำไมยังระรานกันอีกวะ ปล่อยนงกับลูกกูมา”

นพคุณโกรธชักปืนออกมา องอาจจึงยิงเฉียดเป็นการขู่ สมุนเข้ากันเจ้านาย นพคุณยังไม่ยอมปล่อยอนงค์ องอาจจะเข้าไปดึงกลับ นพคุณจึงยิงเข้าที่ขาล้มลง อนงค์ร้องลั่นไม่ให้ยิงกลัวโดนลูก แล้ววิ่งถลามากอดองอาจไว้ นพคุณยิ่งแค้น

“ไอ้องอาจ มึงขโมยเมียกูมา กูมาตามเมียกูกลับ...”

“ฉันไม่ไป! ฉันจะตายที่นี่ ฆ่าฉันสองคนเลยสิ ฆ่าเลย ส่วนเด็กนั่นก็ลูกคุณ ถ้าคุณจะฆ่าเขาได้ลงคอก็ตามใจ” อนงค์กอดองอาจร้องไห้

เสียงเด็กร้องไห้จ้า นพคุณมองภาพสองคนกอดกันด้วยความเจ็บปวดรันทดใจ...สุดท้ายเขาก็ยอมพาองอาจไปโรงพยาบาล อนงค์อุ้มลูกยืนขอร้อง

“คุณเคยเมตตานง ก็เมตตาให้ตลอดเถอะนะคะ เราสองคนขอใช้ชีวิตที่นี่ตามลำพัง อย่ารังแกเราอีกเลย”

“แต่ผมรักนง...”

“ถ้านงไปอยู่กับคุณ ทั้งคุณและนงก็ไม่มีความสุขหรอกค่ะ นงไม่ได้รักคุณ คุณก็ทราบ แต่ไม่ใช่นงคนเดียวหรอกนะที่ไม่มีความสุข คุณผู้หญิงอีก เธอเป็นคนดีมากนะคะ และเธอก็รักคุณมาก เชื่อนงเถอะนะคะ ส่วนคุณจะมาเยี่ยมลูกเมื่อไหร่ก็ได้ นงจะพูดกับพี่องอาจให้เข้าใจ”

“ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่าเงินฉันไม่มีความหมายอะไรเลย มันซื้อในสิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้”

“อาจจะซื้อคนอื่นได้ แต่ซื้อนงไม่ได้เท่านั้นค่ะ”

นพคุณเจ็บปวดใจแต่ก็มีสปิริต ฝากขอโทษองอาจ และยินดีจ่ายค่ารักษาพยาบาล พร้อมจะจ่ายค่าเลี้ยงดูค่านมลูกมาให้ทุกเดือน อนงค์จะปฏิเสธ เขาเสียงเข้มว่าให้ลูกไม่ได้ให้เธอ อนงค์โล่งใจมองนพคุณเดินจากไปก่อนจะก้มลงกอดจูบลูก

ฟ้าเริ่มสาง นพคุณนึกถึงคำพูดของอนงค์ตัดสินใจโทร.หาสิรินทร์ เธอดีใจละล่ำละลักถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ตนเป็นห่วงจนไม่ได้นอนทั้งคืน

“ผมกำลังกลับบ้าน รอผมนะ...”

นพคุณตื้นตันใจที่ภรรยามีแต่ความห่วงใยให้ ก็รู้สึกผิด...สิรินทร์หันมาบอกมธุรสด้วยความดีใจว่านพคุณกำลังจะกลับมาหา เพื่อนรักดีใจด้วย

ooooooo

เกียวแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อดักพบชัยพร ไสกำชับว่าไปไหนให้รีบกลับมาเลี้ยงลูก เธอจึงบอกว่าถ้าแม่ไปไหนให้เอาลูกไปเลี้ยงด้วย ไสให้เกียวบอกเพลาก่อน แต่เกียวสะบัดเสียงน้อยใจ

“เขาไม่ได้สนใจเราหรอกแม่ แม่อยากเอามันไปให้ป้าผ่องเลี้ยงก็เอาไปเลย เผื่อจะเรียกค่าเลี้ยงดูได้ไง”

“เออเข้าท่าว่ะ ว่าแต่เอ็งจะไปไหน”

“เปล่า แต่คุณชัยมา ฉันก็ต้องแต่งตัวรอรับเขาหน่อยสิ”

ไสตกใจเพราะพิมพ์รสอยู่กลัวเป็นเรื่อง อีกอย่างเกียวยังมัดใจเขาไม่ได้ แต่เกียวมั่นใจว่าอยู่เหนือกว่าพิมพ์รส

พิมพ์รสกับน้อยเห็นไสอุ้มเด็กออกจากบ้านรู้สึกแปลกใจแต่ไม่อยากไปถามไถ่ให้เสียอารมณ์...

ไสอุ้มหลานเข้ามาในสลัมมาจ้างผ่องเลี้ยง ผ่องตาวาวหวังได้เงิน แต่พอเห็นเด็กเต็มตาก็อุทานว่าเด็กไม่ปกติอย่างที่หมอบอกจริงๆ ชาวบ้านได้ยินพูดจาประชดประชัน ไสไม่พอใจชี้หน้าด่ากราด แถมขู่ว่าต่อไปเมื่อเกียวได้ดิบได้ดีจะเช็กบัญชีรายตัว

ชัยพรมาถึงเข้ามาหยอกล้อและหอมลูก บอกพิมพ์รสให้ไปแต่งตัว น้อยจะไปเอาน้ำมาให้แต่เขาบอกจะเข้าไปเอาเอง

ขณะที่ชัยพรรินน้ำดื่ม เกียวเข้าลูบไล้ยั่วยวนกระซิบว่าอยากอยู่กับเขาทั้งคืน เขาดันออก เกรงพิมพ์รสมาเห็น ไม่ทันไรพิมพ์รสเดินเข้ามาก็ชะงักถามเกียวเข้ามาทำอะไร เธอทำทีเปิดตู้เย็นหยิบจับโน่นนี่ ชัยพรตัดบท

“ไปเถอะพิมพ์ ต้องรีบเลย ผมจองโต๊ะไว้ที่ร้านอาหาร อร่อยนะร้านนี้ ถ้าไม่โทร.จองไม่มีวันได้กินหรอก” ชัยพรรุนหลังพิมพ์รสออกไป เกียวแอบยิ้มเหยียด น้อยเข้ามารับคุณหนูไป

วันเดียวกันนั้น ดัมพ์พานิธิมามาเลือกแหวนที่ร้านเพชร เธอดูแต่วงเล็กๆไม่อยากให้เขาเสียเงินมาก แม้ดัมพ์จะบอกว่ามันเป็นวงเดียวในชีวิตที่อยากให้เป็นแหวนหมั้น

“คุณดัมพ์ใช่ไหมคะ แหวนหมั้น คุณเดชให้ทางเราจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแต่วัดขนาดให้พอดีเท่านั้น” เจ้าของร้านเข้ามาทัก

ดัมพ์แปลกใจว่าเดชรู้ได้อย่างไรว่าตนจะมาร้านนี้ หญิงเจ้าของร้านพูดขำๆว่าคงให้คนสะกดรอยตาม แล้วหยิบแหวนที่เดชเลือกไว้ออกมาวางตรงหน้า

“คุณเดชจองไว้นานแล้ว บอกว่าจะให้ผู้หญิงคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้ใช้ นี่โทร.มาเองเลยนะคะว่าต้องให้คุณดัมพ์กับคุณผู้หญิงใช้วงนี้ค่ะ งามนะคะ...”


“พี่เดชคงตั้งใจไว้ให้คุณนิน่ะครับ”

“ถ้านิไม่ขอรับล่ะคะ” นิธิมาเลื่อนกลับคืน ดัมพ์ให้คิดดูก่อนดีกว่า แต่เธอลุกออกจากร้าน

ดัมพ์หันมายิ้มให้เจ้าของร้านแล้วบอกว่า

วันหลังจะมาดูใหม่ เจ้าของร้านแปลกใจที่แหวนวงนี้แพงมากแต่ทำไมไม่อยากได้

ooooooo

ในขณะที่ชัยพรกับพิมพ์รสนั่งในร้านอาหารหรู เกียวพยายามโทร.หาแต่ชัยพรไม่รับสายกดทิ้งจนพิมพ์รสแปลกใจ เข้าใจว่าเพื่อนมีเรื่องสำคัญให้เขารับสาย

“ช่างเถอะ ผมจะปิดโทรศัพท์แล้ว”

ทันใดเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก เขาโมโหกดรับทำทีพูดกับเพื่อน

“กูบอกแล้วว่าวันนี้กูอยู่กับพิมพ์ อย่าทำลายความสุขกูได้ป่ะวะ” พูดจบก็ปิดเครื่องแล้วบอกหญิงสาวว่าศักดิ์สง่าโทร.มา

“น่าจะให้พิมพ์พูดกับเขาบ้าง เพื่อนชัยก็เหมือนเพื่อนพิมพ์” พิมพ์รสสงสัยเล็กน้อย

ทางด้านเกียวโมโหมากที่ชัยพรตัดสายแล้วยังปิดเครื่อง คิดจะทำให้เขาเจ็บปวดบ้าง เธอเดินออกมาที่ห้องโถง เห็นตาอุ้ยนอนอยู่บนเบาะที่วางอยู่บนโซฟาก็เกิดความคิดร้าย

พอน้อยลุกไปหยิบของในครัวก็รีบเข้าไปดึงเบาะตกลงพื้น น้อยถือขวดน้ำออกมาเห็นหลังเกียวไวๆ พร้อมกับเสียงร้องของตาอุ้ยที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น

ก็ตกใจมาก รีบเข้าไปอุ้ม เด็กเริ่มชัก น้อยมือไม้สั่นกดโทรศัพท์หาพิมพ์รสทันที

ดัมพ์ขับรถพานิธิมากลับบ้าน สวนกับเกียวที่ดูรีบร้อนนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกไป นิธิมาแปลกใจว่าจะทะเลาะกับใครในเมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน นอกจากน้อยเลี้ยงตาอุ้ยอยู่...

ทันทีที่รถจอด น้อยวิ่งร้องไห้ออกมา “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คุณอุ้ยชักแน่นิ่งไปเลยค่ะ นังเกียวมัน มันทำน้องตกจากโซฟาค่ะ”

นิธิมาใจหายวาบถลาเข้าไปดูหลานในบ้านแล้วอุ้มพาส่งโรงพยาบาล...

พัลลภตรวจอาการทั้งหมดแล้วบอกว่า ไม่เป็นอะไรมาก ให้นอนพักดูอาการสักวัน ดัมพ์ถอนใจเฮือก โชคดีที่นิธิมาอยากกลับบ้านขึ้นมา ทั้งที่ยังไม่ได้

ซื้อของสักอย่าง เธอยอมรับว่าใจคอไม่ดีอยากกลับบ้าน

มธุรส พิมพ์รสกับชัยพรตามมาถึง พอรู้ว่าเกียวเป็นคนทำร้ายลูก มธุรสจะแจ้งความฐานเจตนาฆ่า ชัยพรกลัวเป็นเรื่องจึงขอจัดการเอง อ้างไม่อยากให้เป็นข่าวขึ้นมา ดัมพ์ไม่เห็นด้วย

“ถ้าตาอุ้ยเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ”

“ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีครับอาดัมพ์”

“ถ้างั้นเรากลับไปคิดกันที่บ้านว่าจะทำยังไงต่อไป พิมพ์อยู่ที่นี่กับลูกนะ” นิธิมาแจกแจง

กลับถึงบ้าน มธุรสเจ็บใจเมื่อรู้จากน้อยว่าไสอุ้มลูกเกียวออกไปจากบ้านแต่เช้า แสดงว่าต้อง

วางแผนไว้แล้ว พจนาให้บุกไปเอาตัวเกียวที่บ้านสลัม นิธิมาถามความเห็นเพลา


“ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ฉันกับเขาก็คงขาดกัน ขอแค่...”

“นี่คุณคิดจะเอาลูกเสือลูกจะเข้มาเลี้ยงอีกเหรอ ไม่เข็ดรึ เอาลูกมันมา แม่มันก็ต้องมาด้วย”

“แต่เด็กนั่นลูกผมนะคุณรส คุณก็เคยพูดว่าคุณยินดีเลี้ยง...”

“ก็นั่นก่อนเกิดเรื่อง ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว พจไปกับแม่ แม่จะลากคอมันเข้าตะราง”

พจนาจะโทร.เรียกเพื่อนๆมาช่วย มาลาทิพย์เตือนให้ใจเย็น ดัมพ์เสนอกับทุกคน

“ให้เป็นหน้าที่ของผมกับคุณนิดีกว่าครับ บางทีมันอาจจะเป็นอุบัติเหตุก็ได้”

“โอ๊ย นี่ยังมองมันในแง่ดีอีกเหรอ เด็กยังไม่คว่ำเลยจะหล่นลงมาเองได้ยังไง ฉันขอย้ำ มันไม่ใช่อุบัติเหตุ อีเกียว อีคนใจยักษ์ใจมาร ถ้าหลานฉันเป็นอะไรไป มันต้องตายในคุก”

ขณะที่เกียวหลบอยู่ในบ้านสลัม ชัยพรโทร.หา เธอรีบถามว่าคิดถึงหรือ เขาเสียงเข้มใส่

“เธอทำอะไรลงไป ลูกผมไม่ใช่เครื่องมือระบายอารมณ์ของใคร”

“ร่างกายหนูก็ไม่ใช่เครื่องระบายความใคร่ของใคร คุณจะนอนกับหนูแล้วไม่สนใจหนูไม่ได้”

ไส ไก๋ ผ่อง และก้องยืนฟังเกียวพูดอย่างอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“เธออ้างแบบนี้ไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่ได้นอนกับฉันคนเดียว”

“คุณชัย! พูดแบบนี้หนูไม่ยอมนะ หนูไม่ได้เกิดมาให้ใครข่มเหงได้ง่ายๆนะบอกซะก่อน”

เกียวกดปิดโทรศัพท์หน้าบึ้ง ทุกคนซักถาม เธอโวยอย่าเพิ่งถามกำลังกลุ้ม

ไก๋ถามขึ้นว่าเกียวหนีใครมา เธอชะงักทำทีถามกลับว่าจะมานอนบ้านบ้างไม่ได้หรือ ทันใดก้องบอกทุกคนว่ามีคนมา เกียวเห็นนิธิมากับดัมพ์ก็รีบหนีออกหลังบ้าน ทุกคนงง ไสรีบออกไปรับหน้าทั้งที่ไม่รู้ว่าลูกทำเรื่องเลวร้ายไว้

“แหม นึกไม่ถึงเลยจะบุกเข้ามาถึงที่นี่ มีธุระอะไรสำคัญคะ หรือว่ามาตามอิฉันให้รีบกลับไปทำอะไรที่บ้าน”

นิธิมากับดัมพ์ขอพบเกียว ไสปัดว่าไม่ได้กลับมา ทั้งสองเข้าไปมองหาทั่วบ้าน เมื่อไม่พบจึงฝากไสบอกเกียวด้วยว่าให้กลับไปหาเพลาด่วนก่อนที่จะติดคุก ไสตาเหลือกแต่ก็เถียงแทนลูก

หาว่าพวกนิธิมายัดเยียดข้อหาอะไรให้ นิธิมาบอกไสไปถามเกียวเองว่าทำอะไรเอาไว้

เกียววิ่งออกมาตามซอย ชาวบ้านเห็นก็ทักถามกลับโดนด่าสวน จนเกือบจะมีเรื่องตบตี พอดีนิธิมากับดัมพ์เดินมาเห็น เกียวจึงรีบวิ่งหนีออกถนนใหญ่ โบกเรียกรถแท็กซี่ ทันใดรถชัยพรปราดเข้ามาจอดขวาง แท็กซี่กดแตรด้วยความไม่พอใจ ดัมพ์และนิธิมาจึงเห็นชัยพรลงจากรถมาฉุดลากเกียวขึ้นรถแล้วขับออกไป ทั้งสองสงสัยว่าชัยพรกับเกียวต้อง

มีอะไรเกี่ยวพันกัน

“หรือคุณชัยโกรธที่เกียวทำตาอุ้ยตกลงมา”

“กลัวจะไม่แค่นั้นสิ...” ดัมพ์หวั่นใจ กดโทรศัพท์หาหลานชาย


ชัยพรตอบกลับมาว่า “อาอย่าเพิ่งยุ่ง ผมขอจัดการเรื่องนี้เอง”

ooooooo

ริมถนนสายเปลี่ยว ชัยพรผลักเกียวไป

ข้างทาง เค้นถามว่าทำอะไรลูกตน เกียวทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขาตวาดกร้าวว่าตอแหล น้อยบอกทุกคนหมดแล้ว เกียวตอบโต้อย่างไม่กลัว

“นังน้อยแหละตอแหล หนูเห็นตาอุ้ยนอนคว่ำอยู่ที่พื้น จะเข้าไปช่วย มันกลับไม่ยอมให้ช่วย

ไล่หนูออกมา หนูยังงงเลยว่ามันทำอะไร ไม่เชื่อ

ก็เอามันมายืนยันกับหนูสิ มีหลักฐานรึเปล่า ถ้าไม่มีอย่ามาปรักปรำกันยังงี้”

“เธอกล้าที่จะยืนยันหรือเปล่าล่ะ”

“ทำไมจะไม่กล้า แล้วนี่คุณอุ้ยอาการเป็นยังไงบ้างคะ หนูน่ะอยากอุ้ม อยากช่วยเลี้ยงตาอุ้ย แต่คุณพิมพ์กีดกัน เขาหึงหนูค่ะ...ก็เขารู้ว่าหนูกับคุณเป็นอะไรกัน”

“เธอบอกเขารึเกียว” ชัยพรร้อนรน

“โอ๊ย ผู้หญิงมองกันแป๊บเดียวก็เข้าใจกันแล้ว ไม่เห็นต้องบอกเลย คุณพิมพ์ก็เลยทำทุกอย่างให้หนูต้องออกจากบ้าน ต้องห่างจากคุณ เขากลัวจะไม่ได้สมบัติพ่อคุณ เขาไม่ได้รักคุณหรอก...เขายังแอบคุยกัน แต่หนูได้ยิน” เกียวเริ่มเป่าหู

“ได้ยินว่าอะไร”

“ก็ให้พ่อคุณจัดการจดทะเบียนสมรสไป

สักปีสองปี ก็หาเหตุหย่า ได้ส่วนแบ่งสมบัติมาก่อน อีนังมธุรสมันขายลูกสาวกิน คุณมองไม่ออกรึไง”

“พอ...ไม่ต้องพูด แล้วนี่เธอจะทำยังไงต่อไป” ชัยพรเริ่มสับสน

เกียวยิ้มกริ่มเย้ายวน ยอมไปกับเขาทุกแห่ง ทำทุกอย่างที่เขาอยากให้ทำ ชัยพรบอกตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ให้เธอไปอยู่กับเจ๊ลิลลี่ก่อนดีกว่า

ooooooo

เดชแวะมาหาพิมพ์รสที่บ้าน ทุกคนอยู่พร้อมหน้า เดชเล่าว่าชัยพรบอกว่าซักไซ้เกียวแล้ว เกียวไม่ยอมรับ มธุรสไม่เชื่อว่าเกียวไม่ได้ทำร้ายหลาน เดชเสนอทางออกให้

“เอาตาอุ้ยกลับไปเลี้ยงที่บ้าน ไอ้ชัยพรมันได้ช่วยเลี้ยงลูกด้วย ส่วนคุณนิ ไม่จำเป็นต้องไป ผมขอโทษในทุกเรื่องที่ผ่านๆมา”

“ขอบพระคุณค่ะ แต่นิลืมหมดแล้ว”

“แต่คุณนิก็ยังมีความผิดที่ผมไม่สามารถเคลียร์ใจได้...”

“อะไรหรือครับพี่เดช” ดัมพ์ถามแทรก

“แกไม่ต้องเสนอหน้าถามแทน เจ้าดัมพ์”

เพลาหัวเราะและบอกว่าเขารักของเขา เดชถอนใจรู้เต็มอกก่อนจะพูดว่า

“คือผมเลือกแหวนหมั้นน้ำดี ราคาแพงให้คุณนิไว้ที่ร้าน กะว่าเจ้าดัมพ์มันต้องไปร้านนี้ เพราะหมอนี่มันไม่สันทัดเรื่องเพชรเรื่องพลอยหรอก แต่มันคุ้นเคยกับเจ้าของร้านดี ฮึ ทั้งคุณนิทั้งเจ้าดัมพ์ปฏิเสธแหวนของผม”

“จริงเหรอยัยนิ! ทั้งแพงทั้งน้ำดี” มธุรสตื่นเต้น เพลาปรามด้วยสายตา เธอจึงลดเสียงลง “เอ้อ ดิฉันหมายถึงว่า เป็นของมีค่าที่คุณเดชเลือกน่ะค่ะ ทำไมล่ะยัยนิ”

“มันแพงไปค่ะ แล้วนิอยากเลือกของนิเอง”

“ใช่ครับ เราอยากเลือกแบบที่เราสองคนพอใจ”


“ถ้าฉันบังคับล่ะ แกก็รู้ดีนี่ดัมพ์ ว่าใครขัดใจฉันไม่ได้”

ดัมพ์ให้นิธิมาตัดสินใจ เธออ้ำอึ้งก่อนจะบอกว่า “ถ้าจำเป็น...นิก็ยินดีค่ะ...”

มธุรสถอนใจเฮือก หาว่าน้องสามีชอบทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต เดชพอใจมากสั่งน้อยเก็บของหลานกลับบ้าน เพลาติงว่าดึกมากแล้ว เดชเหน็บว่าคง

ไม่จำเป็นต้องหาฤกษ์ยาม แต่อยากให้หาฤกษ์ยามงานหมั้นและแต่งของดัมพ์กับนิธิมามากกว่า มธุรสหัวเราะชอบใจ เพลาสะกิดให้เก็บอาการบ้าง เธอค้อนใส่เขาทันที

ooooooo

น้อยกลับถึงบ้าน เล่าให้ถวิลกับเปรื่องฟังเรื่องเกียวทำร้ายคุณหนู ตนเห็นกับตาแต่ชัยพรไม่เอาเรื่อง เปรื่องคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ

ไม่รังแกผู้หญิง แต่น้อยไม่คิดอย่างนั้น ถวิลรู้ทันเอ็ดน้อยอย่าคิดสกปรก เจ้านายเราไม่เกลือกกลั้วกับผู้หญิงแบบนั้นแน่ พิมพ์รสแอบฟังอยู่หน้าซีด

ในเวลานั้น เกียวกำลังเอาอกเอาใจเสี่ยอยู่ที่ผับของลิลลี่ เขาดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง

“ถ้าเสี่ยเลี้ยงหนูได้ หนูก็จะอยู่กับเสี่ยไปตลอด” เกียวออดอ้อนหวังมีคนชุบเลี้ยง

“หนูคนเดียว ทำไมเสี่ยจะเลี้ยงไม่ได้”

“ยังมีพ่อมีแม่แล้วก็น้องอีกคนรวมหนูก็สี่คน แค่สี่ปากสี่ท้องเสี่ยไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ”

เสี่ยโอบกอดเกียวยิ้มอย่างมีเลศนัย...

ทางด้านพิมพ์รส ครุ่นคิดระแวงชัยพรกับเกียว พอเห็นชัยพรวางโทรศัพท์ไว้จึงหยิบมาเช็กดู และก็ได้เห็นเบอร์ล่าสุดโทร.หาเกียว ชัยพรเดินออกจากห้องน้ำเข้าแย่งโทรศัพท์ พิมพ์รสถามทันทีว่าติดต่อเกียวทำไม เขาแถหาเรื่องแก้ตัว

“ก็เรื่องตาอุ้ยไง อย่าเป็นผู้หญิงขี้หึงนะ ผมไม่ชอบ มีเหตุผลหน่อย”

“บอกมาตรงๆดีกว่า มีอะไรกับมันหรือเปล่า”

“บ้าน่า...ทุเรศ คนอย่างผมไม่ตะกละตะกลามยังงั้นหรอก”

“แต่พิมพ์ไม่เชื่อ...” พิมพ์รสโกรธเดินออกจากห้อง ชัยพรหงุดหงิดใจอย่างมาก

พิมพ์รสยืนร้องไห้อยู่ข้างล่าง ชัยพรแต่งตัวจะออกจากบ้าน เธอถามจะไปไหน เขาพาลใส่

“ถ้าผมทำตัวดีไม่ได้ก็ไม่อยากทำ เชิญคุณอยู่กับความดีงามของคุณต่อไปเถอะ ลืมไปว่าเป็นหลานพระยา แม่คุณชอบอวดศักดิ์ อวดตระกูลนี่ เลือดผู้ดีคุณน่ะมันเยอะเกิน”

“มันไม่เกี่ยวกันเลย มันเกี่ยวกับสำนึกของคุณเองต่างหาก เข้าใจไหม คำว่าสำนึกดี สำนึกชั่วน่ะ”

“อย่าด่า...สำนึกไม่ทัน ผมมันก็ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษวิโส ไม่ได้ทำให้ใครรวยขึ้นหรอก ถ้าคิดว่าจะอยู่กับผมเพราะหวังสมบัติก็เลิกคิดเสียเถอะ”

“พิมพ์ไม่เคยคิดยังงั้น” พิมพ์รสสะอื้นออกมาอย่างผิดหวังเสียใจ


ชัยพรตวาดใส่ว่าเธอไม่คิดแต่แม่เธอคิด แล้วเดินจ้ำออกไป ถวิลตกใจเสียงเอะอะรีบวิ่งมา พิมพ์รสโผกอดร้องไห้โฮ

ในคืนนั้น มธุรสเอาเครื่องเพชรออกจากเซฟธนาคารมานั่งเช็ดถูอยู่ มาลาทิพย์ชื่นชมว่าสวย

ไม่เคยเห็นมาก่อน มธุรสได้ทีแขวะเพลาว่า ขืนเก็บไว้บ้านคงโดนเกียวขโมยไปแล้ว

พจนาติงแม่ว่าไม่น่าพูดถึงไสกับเกียวอีก

ทั้งสองออกไปจากบ้านแล้ว มธุรสสวนว่าต้องทนมานาน

ขอระบายบ้าง ไม่มีความสุขแบบนี้มานาน ทุกอย่างกำลังลงตัว พิมพ์รสกลับไปอยู่กับสามี นิธิมาก็กำลังจะหมั้นจะแต่ง เฟื่องทองเพื่อนรักก็กำลังจะออกจากโรงพยาบาล นับเป็นข่าวดีทั้งนั้น เพลาซึ่งนั่งดูดวงอยู่บอกว่า

“แต่ที่ผมดูดวงเนี่ย ดวงยัยพิมพ์ยังไม่ดีขึ้น”

“ตำราผิดหรือว่าความรู้คุณด้อยลงกันคะ” มธุรสแดกดัน

มาลาทิพย์ดึงพจนาเข้าไปในครัว ถามเชื่อไหมว่าพ่อดูดวงผิด ทั้งที่พ่อไม่เคยดูพลาดมาก่อน แล้วเล่าว่า เมื่อตอนเย็นพิมพ์รสโทร.มาร้องไห้บอกว่าสงสัยชัยพรจะมีอะไรกับเกียว พจนาตกใจ แต่ก็ขอบใจน้องที่ไม่พูดให้แม่ฟัง ไม่อย่างนั้นบ้านแตกอีกแน่

ooooooo

วันต่อมา มธุรสกับเพลามาเยี่ยมเฟื่องทอง เธออาการดีขึ้นลุกนั่งอยู่บนเตียงได้ โดยมีฟ้าทองดูแลใกล้ชิด มธุรสเล่าเรื่องที่ไล่เกียวกับไสออกจากบ้านได้เสียที เหมือนยกภูเขาออกจากอก นิธิมากับดัมพ์ก็กำลังจะหมั้นกัน โดยที่เดชปลูกเรือนหอให้ เพลาแทรกขึ้นด้วยสีหน้าอึดอัดใจ

“คุณรส น่าเกลียด เกรงใจคุณเฟื่องบ้างสิ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณเพลา ถ้าฉันไม่เจ็บก็จะไม่มีวันเข้าใจว่าชีวิตคนเรามันมีขึ้นมีลง ตอนนี้ดวงฉันแย่ ไม่มีอะไรดีเลย ไว้ว่างๆคุณเพลาดูดวงให้ดิฉันบ้างนะคะ”

สิรินทร์กับนพคุณเปิดประตูเข้ามา ฟ้าทองสวัสดี ทั้งสองทักทายคนไข้และมธุรสกับเพลา นพคุณออกปากเป็นเจ้ามือเลี้ยงเมื่อเฟื่องทองออกจากโรงพยาบาล เฟื่องทองยินดีกับสิรินทร์ที่ครอบครัวกลับมามีความสุข เธอยิ้มแต่ก็ยอมรับว่าแทบแย่ นพคุณกระดากชวนเพลาออกไปคุยกันตามประสาผู้ชาย มธุรสเหน็บทันทีว่าพวกมีแผลเยอะกระทบไม่ได้

พอสองหนุ่มใหญ่ออกไป สิรินทร์ก็ถอนใจก่อนบ่นออกมา

“โอ๊ย เขาไปตามกัน ถ้านังอนงค์มันไม่เด็ดเดี่ยวที่จะอยู่กับผัวมัน ฉันคงช้ำอีกนาน ตอนนี้เขาน่ะเหมือนตกนรก เอาแต่เหม่อ คงคิดถึงมัน”

“แล้วเธอทำใจได้เหรอรินทร์” เฟื่องทองสงสัย

“แต่ก่อนคงไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันกลับสะใจที่เห็นเขาเป็นฝ่ายทุกข์”

มธุรสแย็บถามถ้าเขาหนีไปหาอนงค์อีก สิรินทร์บอกอย่างไม่ยี่หระ

“ก็ให้มันรู้ไป พอไม่ใส่ใจเขา ทำตัวทำใจให้เหนือกว่าเขา เรากลับรู้สึกว่ามีอิสระ ผู้หญิงที่ยึดสามีเป็นสรณะเนี่ยมันเจ็บปวดนะ”

“ของฉันสิยังตัดไม่ขาด นังเกียวมันมีลูก คุณเพลาก็เลยยังอยากได้ลูกมาเลี้ยง”

“แล้วเธอยอมหรือ”

“ตอนแรกก็ใจอ่อนนะ แต่ตอนนี้ไม่ดีกว่าเอาลูกมันมาเลี้ยงก็เท่ากับเป็นสะพานให้นังเกียวมันมาวอแวที่บ้านอีก ตัดปัญหาไปเลย ส่วนถ้าเขาจะไปอยู่ด้วยกันก็เชิญไปอยู่นอกบ้าน ฉันไม่เอาด้วย ฉันเคยยึดผัวเป็นที่พึ่งเป็นสรณะเหมือนรินทร์ มันเจ็บปวดอย่างที่รินทร์พูดเลยล่ะ”

เฟื่องทองสะเทือนใจน้ำตาคลอ ฟ้าทองถามพี่สาวเป็นอะไร มธุรสกับสิรินทร์รู้สึกตัวว่าพูดกระทบใจจึงเปลี่ยนมาถามทุกข์สุขของเพื่อนบ้าง แต่เฟื่องทองยิ่งเศร้าเพราะวีระไม่ติดต่อมา

ooooooo

วีระตัดสินใจให้ชุดาไปตามทาง เขาจะกลับไปขอโทษเฟื่องทองด้วยรู้สึกผิด ชุดากรีดร้องไม่ยอม คิดว่าเขาจะกลับไปหาฟ้าทองมากกว่า วีระบอกว่าตนควรรับผิดชอบชีวิตเฟื่องทอง ส่วนเธอเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว หญิงสาวแค้นใจ

คืนนั้นวีระกลับเข้าบ้าน วันดีใจที่เห็นเขากลับมาแถมเลิกกับชุดาแล้ว เธอบอกว่าเฟื่องทองคิดถึงเขาทุกวัน ตอนนี้พักฟื้นที่โรงพยาบาลโดยมีฟ้าทองดูแลอยู่ตลอด

รุ่งเช้าวีระมาที่โรงพยาบาล เจอฟ้าทองบอกว่าเฟื่องทองไปทำกายภาพบำบัด เขาจึงบอกเธอว่าเขากลับมาอยู่บ้านแล้ว แต่หญิงสาวเมินหน้าเพราะยังโกรธ พอดีพยาบาลเข็นเฟื่องทองกลับมา เธอเห็นสามีก็น้ำตารื้น วีระปราดเข้าไปคุกเข่าตรงหน้า

“คุณเฟื่อง ผมขอโทษ ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตกับคุณเหมือนเดิมอีก ผมรู้แล้วว่าผมมีชีวิตอยู่โดยไม่มีคุณไม่ได้”

เฟื่องทองสะอื้นออกมา วีระค่อยๆขยับเข้าสวมกอด ฟ้าทองต้องเมินหน้าซ่อนน้ำตา...

เฟื่องทองได้กลับบ้านวันนี้ ฟ้าทองจึงบอกวีระว่าจะขอไปซื้อของใช้ที่หมอให้เตรียม ให้วีระพาเฟื่องทองกลับบ้าน เฟื่องทองมองสามีด้วยหัวใจฟูฟ่องที่เขาเก็บข้าวของกลับบ้านให้ฟ้าทองไม่ได้ไปซื้อของอย่างที่บอก เธอมาหาชุดาที่ห้องเช่า ถามให้แน่ใจว่าเลิกกับวีระ ไม่มีคนเลี้ยงแล้วจะทำอย่างไร ชุดาตอกกลับให้ห่วงตัวเองดีกว่า ตนไม่มีวีระก็หาคนเลี้ยงใหม่ได้ไม่ยาก แล้วเหยียดว่าที่มาถามคงต้องการจะแย่งผัวพี่สาวอย่างไม่รู้สึกผิด ฟ้าทองถลึงตาใส่

ความวุ่นวายในบ้านมธุรสยังไม่หมด ไสมากดออดรัวที่หน้าบ้าน พอนิธิมามาเปิดประตูก็ด่าว่าไปถึงเพลา หาว่าไข่ทิ้งแล้วไม่รับผิดชอบไม่ไปดูดำดูดี มธุรสกับเพลาเดินออกมา ไสยิ่งด่าแรงขึ้นต้องการเงินค่าเลี้ยงดูหลาน เพลาสวนว่าตนไปหาหลายครั้งแต่ไสไม่ให้เจอลูก ไสจะเอาค่าเลี้ยงดู ค่าจ้างเลี้ยงและค่าจิปาถะมาก่อน เพลาพูดคำเดียวว่าไม่มี ไสเลยด่ากราด

“พูดหมาๆ นี่หมาหรือคนพูดวะ”

“หยุด อย่ามาหยาบคายแถวนี้ วันพรุ่งนี้ฉันจะไปรับลูกคุณเพลามาเลี้ยงเอง แล้วแกกับฉันก็จบกัน เลือดคุณเพลาครึ่งหนึ่งฉันเลี้ยงได้ แต่อีเกียวแม่มันอย่าได้มาเหยียบ ฉันไม่อยากให้ลูกคุณเพลารู้ว่าแม่มันระยำตำบอนยังไง”

มธุรสประกาศกร้าว เพลาอึ้งตื้นตันใจ แต่ไสพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“หยุดพูดเรื่องนังเกียวเถอะ ถ้าสัญญาว่าจะไปรับไอ้หนูพร้อมเงินค่าเลี้ยงดูที่อิฉันเสียไป พรุ่งนี้ก็เจอกัน แต่ถ้าไปเอาตัวไอ้หนูอย่างเดียว อย่าหวัง...”

ไสพูดจบสะบัดหน้ากลับไป มธุรสเหวี่ยงใส่เพลาทันทีว่าไม่พ้นมือตนจนได้ ไสคิดเอาเด็กเป็นตัวประกันรีดเงิน แต่อย่าหวังว่าจะได้...

ด้านไสกลับมาบ้านรีบเอาเด็กให้ผ่องพาไปเลี้ยงที่อื่น ได้เงินเมื่อไหร่ค่อยกลับมา ไก๋บอกผ่องอย่าไปไกลเพราะเชื่อว่าต้องได้เงินแน่ ก้องถามแม่จะเรียกเงินเท่าไหร่ ไสวาดหวังว่าหลักหมื่นหลักแสน ทันใดนั้นเองมธุรสเดินเข้ามาเสียงกร้าว

“บาทเดียวฉันก็ไม่ให้...”

ทุกคนหันมองตาเหลือก ผ่องอุ้มเด็กอยู่รีบวิ่งออกจากบ้าน เพลาขู่ไสกับไก๋ว่าเอาลูกตนหนีไปแบบนี้ระวังจะติดคุก ไสไม่กลัวจะเอาเงินค่าเลี้ยงดู จะจ่าย รายวันรายปีหรือรายเดือนตนก็จะไปรับ มธุรสสวนเสียงเข้มว่าไม่จ่าย ไสโมโหมากออกมาร้องบอกชาวบ้าน

“เฮ้ยพวกเรา ต่อไปนี้ไม่ต้องจ่ายค่าเช่ามัน ลองดูซิว่าถ้าพวกเราไม่จ่าย มันจะเอารายได้มาจากไหน พวกเราอยู่ฟรีโว้ย...”

“เสียใจ ฉันมีข่าวมาบอกทุกคน รัฐบาลออกกฎหมายเวนคืนที่ดินตรงนี้แล้ว ทางด่วนจะตัดผ่าน สัญญาเช่าที่ดินก็มีอยู่ไม่กี่หลัง มีเงินชดใช้ให้ ส่วนอีพวกบุกรุกต้องออกไปให้หมด ฉันขายที่ดินผืนนี้ไปแล้ว”

ชาวบ้านแตกฮือ ไก๋หาว่ารังแกคนจน เพลาเตือนไก๋อย่าเอาเด็กเป็นตัวประกัน ตนจะส่งทนายมาคุย ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วชวนมธุรสกลับ กลุ่มชาวบ้านหันมาโวยวายใส่ไก๋กับไสที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้

ดัมพ์กับนิธิมาคาดการณ์แล้วว่าไสต้องให้คนเอาเด็กหนีจึงมาดักรอ แล้วก็เห็นผ่องอุ้มเด็กวิ่งมาจึงเข้าไปขวางและขู่ว่าการกระทำแบบนี้จะถูกตำรวจจับข้อหาลักพาตัว ผ่องตาเหลือกรีบคืนเด็กให้แล้วขอร้องอย่าเอาผิดตน ดัมพ์จึงให้แลกกับการเป็นพยานว่าไสกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็กไว้

ไสไม่รู้จะทำอย่างไรรีบโทร.ไปฟ้องเกียว เกียวจึงขอร้องเสี่ยให้ช่วยจ่ายค่าข้าว ค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟให้ครอบครัวตน เสี่ยยิ้มกริ่มบอกว่าได้แต่เธอต้องทำงานแลกซึ่งเป็นงานไม่ยาก

แล้วในคืนนั้น เสี่ยก็ขับรถมาจอดข้างสวนลุมพินี ให้เกียวลงไปยืนรับลูกค้าที่สัญจรไปมาราวกับผู้หญิงหากินข้างถนน เกียวน้อยใจบอกเสี่ยว่าให้ตนทำงานสถานที่แบบนี้จะจับคนรวยๆได้อย่างไร เสี่ยยิ้มเยาะพูดหยันทันทีว่า

“เคยสำรวจตัวเองรึเปล่าว่าเราน่ะมันเน่าแล้ว ไม่ได้สดใหม่เหมือนแต่ก่อน มีคนโฉบมาคุยด้วยก็บุญแล้ว”

“หนูจะไม่อยู่กับเสี่ย หนูจะกลับบ้าน”

“ก็ลองดูสิ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก แต่จะลากแม่เธอมากระทืบให้ตายต่อหน้าเธอเลย...ไปได้แล้ว”

เสี่ยขึงขังไล่เกียวไปยืนริมถนน เกียวน้ำตาไหลพรากไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะตกต่ำขนาดนี้ แต่เพราะไม่มีทางเลือกก็จำต้องรับสภาพนี้ต่อไป

ooooooo

หลายวันผ่านไป เฟื่องทองเริ่มจับสิ่งของใกล้ตัวประคองเดิน แล้วให้เผอิญที่เธอเดินมาได้ยินวีระคุยกับฟ้าทอง ว่าเขากลับมาอยู่บ้านเพราะฟ้าทองไม่ใช่เฟื่องทอง

“อย่าเอาฟ้าไปเกี่ยวด้วย ฟ้าไม่อยากทำผิดอีกแล้ว”

“พี่รักฟ้า เรารักกัน เราเคยคุยกันไงว่าจะหนีไปด้วยกัน ไปอยู่เมืองนอกด้วยกัน”

“ไม่...ฟ้าจะไม่กลับไปทำอย่างนั้นอีกแล้ว พี่เฟื่องดีต่อฟ้ามาก มากเกินกว่าที่ฟ้าจะกล้าทรยศพี่เฟื่อง”

“ก็อยู่แบบนี้ เราก็หาความสุขได้ เฟื่องก็ให้เขาอยู่เหมือนเดิม หมอก็บอกแล้วไงว่าคงพิการไม่ปกติ ขาไม่มีแรง ต่อไปก็คงเดินไม่ได้ จะให้พี่ดูแลคนพิการไปตลอดชีวิตเหรอ”

เฟื่องทองได้ยินหัวใจสลาย สะอื้นแล้วล้มตึงไปทันที วีระกับฟ้าทองสะดุ้งตกใจ เห็นเฟื่องทองนอนปากเบี้ยวหน้าตาเหยเก น้ำตาไหลริน พยายามไล่ทั้งสองออกไปจากบ้าน วันวิ่งมาเห็นสภาพเจ้านายก็พุ่งเข้าไปประคองพร้อมกับขอร้องเสียงสั่นเครือ

“อย่าทำร้ายเธออีกเลย”

วีระตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากอย่างเห็นแก่ตัว “เฟื่อง อย่าโกรธผม ผมพูดความจริง คุณต้องรับให้ได้ว่าคุณไม่เหมือนเดิมแล้ว ผมไม่ทนอยู่กับคนพิการหรอก”

ฟ้าทองรับไม่ได้ปรี่ไปตบหน้าวีระฉาดใหญ่แล้วด่าซ้ำ “ขอบใจที่ทำให้ฟ้าตาสว่าง เลว...ออกไป ฟ้าไม่มีวันทำชั่วอีก ฟ้าจะอยู่ดูแลพี่เฟื่องเอง จะชดใช้ที่เคยทำเลวกับพี่เฟื่อง...พี่เฟื่องยกโทษให้ฟ้าด้วย ฟ้าผิดไปแล้ว”

ฟ้าทองร้องไห้กับพี่สาวอย่างสำนึกผิด เฟื่องทองน้ำตาไหลพรากปากเบี้ยวพูดไม่ออก วันเห็นท่าไม่ดีรีบตัดบทอย่างร้อนรน

“ใครจะอยู่ใครจะไปอิฉันไม่สนใจ รีบพาคุณเฟื่องไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”

วีระอุ้มเฟื่องทองเดินตามฟ้าทองที่วิ่งนำหน้าไปที่รถก่อนแล้ว...

หลายวันผ่านไป มธุรสกับสิรินทร์มาเยี่ยมเฟื่องทองที่บ้าน สองคนช่วยประคองคนป่วยให้เดินมากๆ โดยมีฟ้าทองยืนมองหน้าเศร้า

“ค่อยๆเดินนะ เดินบ่อยๆ ทำตามที่หมอบอก กล้ามเนื้อจะได้กลับมาแข็งแรง”

เฟื่องทองรับฟังที่สิรินทร์พูดโดยดี แต่พอมธุรสพูดประโยคต่อไป เธอก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

“ดีนะที่หมอช่วยไว้ได้ทัน ถ้าเส้นเลือดในสมองแตกวันนั้น เธอจะแย่ยิ่งกว่านี้”

มธุรสพูดไปแล้วเห็นน้ำตาเพื่อนเอ่อคลอ อีกทั้งสิรินทร์ก็ส่งสายตาปรามไม่ให้พูด จึงเสียงอ่อนลง

“ขอโทษนะเฟื่อง แต่ฉันอยากพูดให้เธอตัดใจได้ เราต้องอยู่ให้ได้โดยไม่ต้องมีเขา ไม่มีใครพยุงเราและอยู่กับเราไปตลอดชีวิตหรอก”

เฟื่องทองพยักหน้าเนิบช้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

วันเดียวกันที่บ้านเดช...ชัยพรกับพิมพ์รสนั่งฟังเดชพูดอย่างสงบเสงี่ยม

“ฉันให้แกไปเรียนต่อที่อเมริกา คุณเดวิดเพื่อนฉันเขาจะดูแลแกจนเรียนจบ จบแล้วกลับมาบริหารงานแทนฉัน ฉันเหนื่อยมามากแล้ว อยากพักผ่อน ส่วนหนูพิมพ์ พ่อจะให้เรียนในเมืองไทย จะได้ดูแลตาอุ้ยไปด้วย”

“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”

“ทำไมไม่ให้พิมพ์ไปกับผม”

“พิมพ์ไม่ไป พิมพ์จะรอชัยอยู่ที่นี่”

“ไม่กลัวผมพาเมียแหม่มกลับมาเหรอ”

คำพูดหยอกล้อของชัยพรเล่นเอาเดชอดขำไม่ได้ แต่พิมพ์รสไม่ขำด้วย ขู่ชัยพรว่า

“ก็คอยดูสิ ถ้าชัยเป็นอย่างงั้นพิมพ์จะเลี้ยงตาอุ้ยเอง แล้วก็ไม่อยู่ที่นี่”

“เฮ้ย! ไม่ได้นะหนูพิมพ์ อุ้ยมันติดปู่จะตายไป ปู่ก็ติดหลาน แบบนี้ไม่ได้นะไอ้ชัย สัญญานะโว้ย กลับมาให้เป็นผู้เป็นคนนะโว้ย สัญญานะ”

“ครับ...แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับพิมพ์เป็นการส่วนตัว”

“จะพูดอะไรก็พูดตรงนี้ ลับหลังคุณพ่อพิมพ์ไม่คุย”

“ก็ได้...คุณพ่อครับ พิมพ์ล็อกห้องไม่ให้ผมเข้าห้องมาเป็นเดือนแล้ว ผมอยากนอนกับเมียผม คุณพ่อบังคับได้หรือเปล่าครับ”

“ชัยพูดอะไรน่ะ จะบ้าเหรอ”

พิมพ์รสอาย ตีแขนปรามชัยพร เดชเห็นแล้วหัวเราะก่อนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่า

“ทำไมไม่ขอกุญแจไอ้เปรื่องล่ะ ทุกดอกอยู่ที่มัน เป็นลูกพ่อไม่น่าโง่เลย”

ชัยพรยิ้มกริ่มทันที มองเมียรักพลางส่งสายตาเหมือนจะบอกว่า...คืนนี้เธอเสร็จแน่!

ooooooo

คืนนั้นขณะเพลาอุ้มลูกน้อยหยอกล้อเล่นอยู่ มีข่าวในทีวีว่าตำรวจกวาดล้างหญิงค้าประเวณีริมถนน จับผู้กระทำผิดได้เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีเกียวรวมอยู่ด้วย ซึ่งเกียวก็ชี้เสี่ยตัวการที่เป็นผู้กักขังหน่วงเหนี่ยวหาผลประโยชน์จากหญิงบริการให้ตำรวจจับได้ด้วย

เพลาเห็นข่าวเกียวแล้วตกใจ น้ำตาเอ่อออกมาด้วยความสังเวชใจ มธุรสเข้ามาปิดทีวีก่อนจะปลอบประโลมสามีว่า

“มันจบแล้วค่ะ อย่าไปดูมันเลย เลี้ยงลูกคุณให้ดีที่สุดก็พอนะ พรุ่งนี้ไปงานแต่งยัยนิกัน เอาเรื่องแย่ๆออกไปจากใจให้หมดเถอะค่ะ”

มธุรสรับเด็กจากเพลาไปอุ้มเชยชมหอมแก้มอย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์ว่าเป็นลูกเกียว เพลามองภาพนั้นด้วยความซึ้งใจ...

วันถัดมาที่โรงพยาบาลสงฆ์ ดัมพ์กับนิธิมาจัดงานแต่งงานด้วยการเลี้ยงพระที่นี่ มีเพื่อนสนิทมาร่วมงานไม่กี่คน แต่มีทุกคนในครอบครัวทั้งสองฝ่ายพร้อมหน้า

เดชยืนคุยกับมธุรสอยู่มุมหนึ่ง “ไม่คิดเลยว่าน้องชายนักธุรกิจใหญ่จะแต่งงานกะทันหันแบบนี้ แถมยังแต่งงานในโรงพยาบาลสงฆ์อีกด้วย”

“ก็ฤกษ์ใกล้ที่สุดมันได้วันนี้นี่คะ คุณเพลาบอกว่าไม่งั้นต้องรออีกสองเดือน แหม...ดิฉันเห็นใจบ่าวสาวค่ะ คงอยากอยู่ด้วยกันเต็มแก่”

“แต่เรือนหอยังไม่เสร็จ”

“บ้านคุณเดชก็มีห้องเหลืออีกหลายห้องนี่คะ เรือนหลังเล็กก็ยังว่างอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

เดชยิ้มรับด้วยความยินดี เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในห้องพิธีการเห็นเฟื่องทองนั่งรถเข็นมีฟ้าทองประกบอยู่ไม่ห่าง ส่วนสิรินทร์นั่งอยู่ใกล้ๆ มธุรสเดินเข้ามาทัก

“รินทร์...ขอบใจมากเลยนะที่มาร่วมงานยัยนิ”

“ต้องมาสิจ๊ะ คุณนพติดแขกสำคัญเลยไม่ได้มา”

“ไม่เป็นไรจ้ะ...เฟื่องตามสบายนะจ๊ะ”

“ดีใจกับเธอด้วยนะรส” เฟื่องทองยิ้มจริงใจ

เดชขยับเข้ามาร่วมวง ทุกคนยกมือไหว้เขา โดยที่เพลาก็เดินยิ้มเข้ามาด้วย เดชสร้างบรรยากาศดีๆ ด้วยการออกตัวว่าตั้งแต่จัดงานมา งานนี้เรียบง่ายที่สุด

“เนี่ยเหรอครับ เรียบง่าย” เพลากระเซ้า

“คือเลขาผมเขาแจกข่าวตามปกติน่ะครับ...อ้อ ดัมพ์ คุณนิ ให้สัมภาษณ์สื่อหน่อยเร็ว เดี๋ยวจะได้เริ่มพิธี”

ดัมพ์ทำตามที่เดชบอก จูงมือนิธิมายืนคู่กันให้นักข่าวถ่ายรูป บ่าวสาวยิ้มแย้มกล่าวอย่างมีความสุข

“เราสองคนดีใจมากเลยครับ ได้เลี้ยงพระสงฆ์อาพาธในวันมงคลของเรา ความคิดนี้มาจากภรรยาของผม”

“นิคิดว่าในวันที่เรามีความสุขที่สุด เราต้องแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ยังไม่มี นิเลือกมาทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ หลังพิธีแล้วเราจะไปเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกค่ะ เรียนเชิญทุกท่านนะคะ”

ทุกคนปรบมือชื่นชม จากนั้นก็ร่วมกันถ่ายรูปอย่างชื่นมื่น เสร็จแล้วมานั่งฟังพระสวดให้ศีลให้พร

ช่วงเวลานี้เอง เกียวยืนมองหน้าเศร้าอยู่ด้านนอก พจนาหันไปเห็นจึงสะกิดมาลาทิพย์ให้ดู น้องสาวเห็นแล้วตกใจรีบบอกพี่ชายให้เงียบไว้ เดี๋ยวระเบิดลง

เกียวไม่กล้าปรากฏตัว หันหลังเดินจากไปอย่างรู้สึกผิด ปล่อยชีวิตล่องลอยไปตามยถากรรม

ooooooo

-อวสาน-


ละครเรือมนุษย์ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านเรือมนุษย์ ติดตามเรือมนุษย์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์,กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า 19 มิ.ย. 2562 09:45 2019-06-22T03:42:36+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ