ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ธีรธร นพรัช และนิ่มนวลยืนมองผ่านกระจกหน้าห้องไอซียู เห็นพยาบาลนำไศลาเข้าไปเยี่ยมวงทอง นพรัชต่อว่าธีรธรที่ไหนบอกว่าติดต่อไศลาไม่ได้ ธีรธรยืนยันไม่ได้โกหก เธอเป็นคนมาหาตนที่นี่ นิ่มนวลเคือง ติงไม่น่าปล่อยให้เธอเข้าไปหาวงทองแบบนี้

“พี่กล้ารับรองว่าไศลาไม่มีทางทำร้ายคุณแม่แน่ๆ นิ่มสบายใจได้” ธีรธรมั่นใจ

ไศลาขอให้พยาบาลช่วยปิดม่านรอบเตียงวงทอง ทำให้ทุกคนไม่เห็นการกระทำของเธอ ไศลาตั้งสมาธิสวดมนต์ เอามือวางบนหน้าผากวงทอง เกิดแสงสีขาวไหลจากมือเธอแผ่ลงที่ศีรษะวงทอง เธอไล่มือลงมาจนหยุดที่ท้อง เสียงเครื่องบอกความดัน และการเต้นของหัวใจวงทอง กระเตื้องขึ้นจนเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์

พักใหญ่ไศลาเดินออกมาจากห้องไอซียู ท่าทางเธออิดโรย ไม่ทันไรก็ล้มหมดสติ ธีรธรเข้าประคองอย่างตกใจ...ระหว่างที่ไศลาหลับ เธอรู้สึกว่า นักพรตเมฆขาวมายืนข้างเตียง

“เอมา...จิตของเจ้ายังไม่แข็งพอ เมื่อใช้พลังเกินตัวไป จึงเป็นเช่นนี้” นักพรตใช้ไม้เท้าแตะที่หน้าผากเธอเหมือนถ่ายพลังให้เธอผ่านดวงตาที่สาม

เช้าวันรุ่งขึ้น อาการวงทองดีขึ้นแทบหายเป็นปกติ จนสามารถย้ายมาอยู่ห้องพิเศษได้ตามเดิม ธีรธรดีใจขอบอกขอบใจเพื่อน แต่นพรัชกลับกระซิบว่า

“ฉันคิดว่าคุณไศลาน่าจะเป็นเจ้าของปาฏิหาริย์ตัวจริง”...ธีรธรครุ่นคิดตามที่นพรัชพูด

เช้าวันนั้น ชูชิตตื่นมาแปลกใจที่ไม่เห็นอรชรนอนอยู่ข้างๆ โทร.ถามสุทธิพงษ์ก็ไม่เห็น ลงมาดูข้างล่างเจออรชรนอนกองอยู่หน้าบ้าน เขาเข้าใจว่าคงไปเที่ยวแล้วเมากลับมา แต่พอเข้าไปปลุก เห็นคราบเลือดบนหัว จึงรีบอุ้มไปโรงพยาบาล...ทำแผลเสร็จ อรชรไม่ยอมนอนโรงพยาบาลจะกลับบ้าน ชูชิตจึงให้สุทธิพงษ์ขึ้นมานอนบนตึกเพื่อดูแลพี่สาว...

ดุลยศักดิ์กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน มีโน้ตบุ๊ก วางข้างหน้า “คราวนี้ช่วยไม่ได้เลยจริงเหรอครับ ผมแค่อยากได้ลูกน้องคืน...ให้รอผลสืบสวน ไม่รู้ชาตินี้จะได้หรือเปล่า” ที่จอคอมมีภาพธีรธรส่งเข้ามา “คนนี้เหรอครับ ที่ทำคดีเทพกับคง ยังหนุ่มอยู่เลยนะครับ” แววตาดุลยศักดิ์ เป็นประกายเหมือนคิดอะไรได้

กลับบ้านหวังจะพักผ่อน นาถสุดาก็ได้รับข้อความส่งมาว่า...เจอกันเย็นนี้ที่บ้าน...เธอเบ้หน้าอย่างเบื่อหน่ายไม่อยากไป มีเสียงเคาะประตูห้องจึงเอ่ยถามว่า...ใคร

“ฉันเอง เจ้าของบ้าน” ชูชิตจะเอาเรื่องที่เธอทำร้ายอรชร

นาถสุดาเปิดประตูรับอย่างเซ็งๆ ชูชิตเข้าจับไหล่โวยเธอไม่มีสิทธิทำร้ายคนในบ้าน นาถสุดากระชากตัวออกโต้ว่า อรชรแส่มาหาเรื่องก่อน ชูชิตสั่งเสียงเฉียบ ถ้ามีปัญหากับคนในบ้านอีกจะให้ขนของกลับไป ไม่มีเทพกับคงคอยช่วย ตนไม่กลัวใคร หญิงสาวปรี๊ดแตก

“นายคิดว่าฉันอยากอยู่ที่นี่นักเหรอ ก็ดีนะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าฉันไปบอกนายว่าขอย้ายออกเพราะนายไล่ ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน”

“แล้วถ้านายใหญ่รู้เรื่องของเธอกับไอ้เทพล่ะ

ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน” ชูชิตเยาะกลับ ทำเอานาถสุดาอึ้งพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

ด้วยความดีใจที่พบไศลา นพรัชหอบของกินมาเยี่ยมเธอที่ห้องพักในโรงพยาบาลของตัวเอง แต่พอเปิดประตูเข้ามา พบว่าเธอกำลังออกจากห้องน้ำก็ปรี่เข้าประคองด้วยความห่วงใย

“จะเข้าห้องน้ำทำไมไม่กดเรียกพยาบาลมาช่วยล่ะครับ คุณไศลา”

“ไศไม่เป็นไรแล้วค่ะคุณนพ แค่เพลียไปหน่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้เดินได้สบายมาก”

ไม่ทันที่นพรัชจะปล่อยมือ ธีรธรโผล่เข้ามาพอดี เขาเกิดอาการหึงหวงไม่พอใจ สะบัดเสียงขอโทษที่มาขัดจังหวะ นพรัชรีบบอกว่ากลัวเธอล้มแค่นั้น ธีรธรสีหน้าดีขึ้นวางฟอร์มว่า เอาก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่เธอชอบมาฝาก เกรงจะเบื่ออาหารโรงพยาบาล นพรัชเสริมทันที

“ดีเลยครับ ผมก็เตรียมมาเยอะแยะเลย มีทั้งไก่ดำตุ๋น โจ๊กเป๋าฮื้อ ซูชิ พอร์คช็อปสเต็ก”

“ไอ้หมอ แกไปขนอะไรมามากมาย นี่มันแค่มื้อเที่ยงนะ”

“ก็ฉันยังไม่รู้ว่าคุณไศลาชอบทานแบบไหน ไทย จีน ยุโรป ฉันก็เลยเอามาเผื่อให้เลือก”

ธีรธรส่ายหัวกับความพยายามทำคะแนนของเพื่อน จึงถามไศลาจะเลือกทานของใคร ไศลาถอนใจหันไปเลือกทานอาหารของทางโรงพยาบาล นพรัชโวยธีรธรไปกดดันเธอทำไม เขาเสนอให้ทานทุกอย่างด้วยกัน ธีรธรยิ้มออกเห็นด้วย ช่วยกันจัดใส่จานกับเพื่อน นพรัชแกล้งถามถึงนิ่มนวล ไม่ชวนมาทานด้วยกัน ธีรธรตอบตามจริงว่าชวนเธอแล้วไม่มา จึงพาไปทานก่อนถึงได้มาช้ากว่า ไศลามองสองหนุ่มยิ้มๆอย่างอ่อนใจ

ระหว่างทานอาหาร ไศลาถามอาการวงทอง นพรัชนึกได้ย้อนถามว่าเธอทำอย่างไรอาการวงทองถึงดีขึ้นได้

“ไม่ได้ทำอะไรนี่คะ ไศแค่สวดมนต์นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรคุณป้าเท่านั้นเอง”

นพรัชจะซักต่อ เผอิญมีเสียงประกาศตามให้ไปที่แผนกฉุกเฉินด่วน นพรัชจำต้องขอตัวออกไป พอเห็นเพื่อนออกไปแล้ว ธีรธรก็จ้องหน้าถามไศลาทันที

“ผมอยากให้คุณเล่าให้ฟังว่าคุณหายไปไหนมา เอาตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านผมไปเลยนะ”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันนะคะ ตอนนี้ที่คุณต้องรู้คือนายเทพอยู่ที่บ้านฉัน และยินดียอมเป็นพยานให้เรา คุณต้องรีบพานายเทพไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนที่พวกชูชิตจะรู้”

ธีรธรกดโทรศัพท์สั่งจ่านิดทันที...เย็นวันเดียวกัน นาถสุดามาพบดุลยศักดิ์ตามที่ถูกเรียกตัว เข้ามาเห็นโต๊ะอาหารจัดสวยงามมีไวน์พร้อม เขาชวนเธอทานอาหารก่อนคุยเรื่องงาน แต่เธอใจร้อนขอคุยงานเลย ดุลยศักดิ์จึงส่งรูปธีรธรเข้ามือถือเธอ

“นี่คือ ร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยาฉาย เป็นคนดูแลคดีที่เทพหายตัวไป เป็นไง หล่อไหม”

นาถสุดาพยักหน้ายิ้มๆ แต่แอบสะเทือนใจเมื่อได้ยินชื่อเทพ ดุลยศักดิ์สั่งว่า หน้าที่ของเธอคือหาทางเข้าหาธีรธรแล้วสืบเรื่องเทพ เธอรับคำยิ้มอย่างมีความหวัง

ooooooo

ระหว่างที่เทพพักอยู่บ้านไศลา ก็เก็บตัวเงียบ ค่ำวันนั้น เขาได้ยินข้างบ้านร้องขอความช่วยเหลือจึงคว้าปืนย่องออกไปดู เห็นนักเลง 2 คนทำร้ายลุงคนหนึ่ง ที่ลูกชายแกเป็นหนี้บอล ลุงพยายามบอกว่าลูกชายไม่ได้อยู่ที่บ้านนานแล้ว ก็ไม่เชื่อ รื้อค้นของมีค่า เค้นจะเอาเงินทอง

เทพสงสารเข้าช่วย จึงรู้ว่าปืนที่นักเลงทั้งสองคนใช้ขู่ลุงเป็นปืนปลอม จึงซัดทั้งสองหนีกระเจิง จังหวะนั้น จ่านิดมากับตำรวจอีก 2 นาย เข้าจับกุมเทพ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไหนว่ากลับตัวเป็นคนดี” จ่านิดโวย

“จับผมทำไมล่ะคุณตำรวจ ตามไอ้นั่นไปเร็ว

มันเป็นคนร้าย”

ตำรวจอีก 2 นายรีบตามไปรวบตัวสองนักเลงไว้ได้ ลุงที่โดนทำร้ายออกมาขอบคุณเทพและรับรองกับจ่านิดว่าเทพเป็นคนมาช่วย จ่านิดจึงปล่อยตัวเทพและตบไหล่ขอโทษขอโพย

คืนเดียวกัน ธีรธรถูกวัยรุ่นล้วงกระเป๋าขณะที่แวะซื้อของริมถนน เขารู้ตัวจึงตามไปเอาคืน แต่วัยรุ่นคนนั้นหนีเข้าไปในซอย เจอโยคีศิลาดำซัดด้วยพลังมาร แล้วถูกดูดวิญญาณ ร่างโยคีศิลาดำกลายเป็นวัยรุ่น ยืนรอรับมือกับธีรธร เมื่อธีรธรมาถึงจึงเกิดการต่อสู้กันดุเดือด ธีรธรงงกับท่าทีเหนือมนุษย์ของวัยรุ่นนักล้วง ไม่ทันไร ก็มีเสียงหัวเราะน่ากลัว

“เราต้องได้เจอกันอีกแน่...ฮ่ะๆๆๆ”

ธีรธรถามว่าเรื่องอะไร ร่างวัยรุ่นชักกระตุกๆ แล้วล้มแน่นิ่งลง เขาถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น...

ด้านนาถสุดาไม่ทันจะเริ่มงาน ดุลยศักดิ์ก็เรียกเข้าไปพบอีกครั้งเพื่อสั่งให้ไปรับคนคนหนึ่งที่จะมาช่วยงาน ความจริงเขามาเองก็ได้ แต่จะไม่เป็นการให้เกียรติ

“กายทิพย์ของเขามาถึงแล้ว เธอช่วยไปรับกายหยาบเขามาที”

นาถสุดาจะอ้าปากถาม ดุลยศักดิ์พยักหน้าทำนองว่าใช่ อาจารย์ของเธอ...โยคีศิลาดำ  ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวใครอีก แววตานาถสุดาหวาดหวั่น เหมือนกลัวอาจารย์ของตัวเอง

ภายในโรงพยาบาล ธีรธร จ่านิด และไศลาประชุมงานผ่านคอนเฟอเรนซ์กับผู้การเสริมพงษ์ เสนอให้เทพอยู่เซฟเฮ้าส์ในความดูแลของจ่านิด ส่วนไศลาให้อยู่กับตนตามเดิม ผู้การกับจ่านิดทำหน้าล้อๆ ธีรธรรีบแก้ตัว แค่อยากให้พยานแยกกันอยู่ เพื่อความปลอดภัยมากกว่า

“ผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับผู้กอง แต่ผมก็เห็นด้วย ต้องยอมรับว่าฝีมือคนร้ายครั้งนี้ ไม่น่าไว้ใจเลยจริงๆ” จ่านิดแซวเล็กๆ

ผู้การถามความเห็นไศลา เธอหลบตาตอบแล้วแต่เสียงข้างมาก ธีรธรยิ้มอย่างพอใจ ผู้การถามถึงอาการของวงทอง เขาตอบว่าหมอให้กลับบ้านได้พรุ่งนี้

“พอดีเลย มีจดหมายขอยืมตัวผู้กองไปสอนทักษะการป้องกันตัวชั้นสูงให้ละครเรื่องหนึ่งนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร ถ้าจะกลับมาเริ่มทำงานก็แจ้งวันมาที่หน้าห้องผมด้วย เขาจะได้ประสานงานเรื่องวันเวลาให้ทางนั้นได้”

ธีรธรรับคำ จ่านิดแย็บถามไม่เสนอตนเข้าไปบ้าง เผื่อฟลุกได้เข้าวงการบันเทิง ผู้การขำๆ

ooooooo

ความสัมพันธ์ของชูชิตกับอรชรดำเนินไปในทางที่ดี ชายหนุ่มเริ่มให้ความจริงใจแก่เธอ อรชรพยายามเรียนรู้งานเพื่อแบ่งเบาภาระของเขา ทั้งที่ชูชิตไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานผิดกฎหมายของเขาเท่าไหร่ แต่ดูแล้ว อรชรยินยอมพร้อมใจร่วมหัวจมท้ายกับเขาทุกอย่าง

ธีรธรกับนิ่มนวลประคองวงทองลงจากรถจะเข้าบ้าน นพรัชตามมาส่งด้วย เพราะใจจริงอยากพบไศลา พอนิ่มนวลเห็นไศลาเดินออกมาจากในบ้านก็ไม่พอใจ

“เอ๊ะ...นี่ไศลายังต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเราอีกเหรอคะพี่ธี”

ธีรธรรับว่าใช่แล้วขออนุญาตวงทอง เธอพยักหน้าไม่ว่าอะไร นิ่มนวลพาลพูดกระทบให้ไศลาไปช่วยขนของ แต่นพรัชกับธีรธรชิงขนลงจากรถ นิ่มนวลแกล้งว่าทำให้แขกอย่างนพรัชเหนื่อย จะไปหาน้ำเย็นมาให้ ธีรธรแย้ง

“ไม่เป็นไรหรอกนิ่ม ไอ้หมอเข้าออกบ้านนี้เหมือนบ้านตัวเอง มันดูแลตัวเองได้”

วงทองตัดบทชวนนพรัชทานข้าวเย็นด้วยกัน เขายินดีอย่างยิ่ง ธีรธรจึงให้ไศลาไปช่วยทำอาหารกับนิ่มนวล เพื่อไม่เปิดโอกาสให้นพรัชได้คุยด้วย...นิ่มนวลไม่ชอบใจ

อยู่แล้ว แกล้งทำเหมือนไศลาไม่มีตัวตนในครัว พูดคุยสั่งจันสาวใช้ทำทุกอย่าง นิ่มนวลยังอวดว่ารู้ใจคนในบ้าน

“วันนี้ฉันจะทำปลาช่อนนึ่ง ผักต้มจิ้มแจ่วให้คุณป้า แล้วก็ไก่ตุ๋นมะนาวดองให้พี่ธี ส่วนของพี่หมอก็ต้องเป็นผัดผักกาดจีนเห็ดหอม แล้วก็อะไรอีกดีนะจัน ฉันอยากได้อีกสักอย่าง”

ไศลาเสนอไข่เจียวปู นิ่มนวลยิ้มเหยียด “นี่เธอไม่รู้เลยจริงๆเหรอว่าพี่ธีแพ้อาหารทะเล”

“ถ้าอย่างงั้น คุณนิ่มให้ฉันช่วยอะไรได้บ้างคะ”

นิ่มนวลมองด้วยสายตาเย็นชา “ช่วยเลิกเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉันซะที เธอทำได้ไหม”

ไศลาตะลึง “คุณนิ่มคะ ฉันต้องขอโทษที่ต้องมาอยู่รบกวนให้ลำบากใจ แต่คุณนิ่มก็รู้ว่าฉันและคุณธีมีความจำเป็นจริงๆและฉันก็ได้พยายามแล้วที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นแต่ดูเหมือนมันจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเก่า คุณนิ่มช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณนิ่มถึงจงเกลียดจงชังฉันนักหนา”

นิ่มนวลหันมาสั่งจันให้ออกไปข้างนอกก่อน แล้วหันมาประจันหน้าไศลา “ฉันถามเธอจริงๆนะไศลา เธอดูไม่ออกเหรอว่า ฉันกับพี่ธีเป็นอะไรกัน ถ้าเธอไม่เฉลียวพอที่จะรู้ว่าใครเป็นใคร ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่า ฉัน...นิ่มนวลเป็นคนรักของพี่ธี และเรารักกันมากด้วย”

“คุณไม่ใช่น้องสาวของคุณธีหรอกเหรอ” ไศลาหน้าชาที่ได้ยิน

“ฉันนึกแล้วว่าเธอต้องโง่จริงๆด้วย ฉันกับพี่ธี  เรากำลังจะแต่งงานกัน รอเพียงให้คุณป้าแข็งแรงกว่านี้อีกหน่อยเท่านั้น...เธอรู้อย่างนี้แล้ว ก็คงเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันดีนะ หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ พี่ธีเปลี่ยนไปมาก ฉันรู้จักพี่ธีดี เขาเป็นผู้ชายอ่อนไหวใจอ่อน ขี้สงสารคนอื่นอย่าให้ความสงสารของเขาทำร้ายเธอเลยนะ...ฉันขอร้องล่ะไศลา ออกจากชีวิตเราไปซะ เพราะยังไงๆเธอก็คงเป็นได้แค่ส่วนเกิน”

ไศลามึนตึ๊บเหมือนโดนค้อนทุบหัว น้ำตาคลอ...

หลังจากที่ชูชิตสอนงานอรชรมาทั้งวัน จึงพากันออกมาทานอะไรนอกบ้าน แต่แล้วกลับถูกปาปารัสซี่ถ่ายภาพและคนในร้านซุบซิบกันว่า แฟนดาราสาวมากับกิ๊ก ชูชิตไม่พอใจ ตามแย่งมือถือจากปาปารัสซี่จนเกิดการต่อสู้กัน อรชรมาช่วยจนแย่งมือถือมาได้ ทั้งสองต้องกลับมาทานบะหมี่สำเร็จรูปที่บ้านแทน ชูชิตเริ่มสงสารอรชรมากขึ้น อรชรสัญญากับเขาว่าจะไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนไม่ว่าเขาจะทำร้ายใจตนเพียงไหน ทำเอาชูชิตซาบซึ้งใจ

บนโต๊ะอาหาร ธีรธรเอาใจตักอาหารให้แม่ พอจะตักให้ไศลา นพรัชชิงทำเสียก่อน เขาจึงเอาใส่จานนิ่มนวลแทน ไศลาสะท้อนใจนึกถึงคำพูดของนิ่มนวล...หลังอาหาร วงทองอ่อนเพลียขอให้นิ่มนวลพาขึ้นนอน ธีรธรดักคอนพรัช  ง่วงก็กลับไปนอน อยากคุยอะไรกับไศลา วันหลังค่อยมาใหม่ แล้วชวนไศลาออกไปส่งที่รถ นพรัชจำต้องล่ำลา

พอนพรัชไปแล้ว ธีรธรก็ชวนไศลาดูดาวด้วยกัน เขาดีใจที่ได้ดูดาวกับเธออีกครั้ง เขายอมรับว่า เขาใจหายตั้งแต่วันที่เธอหายไปกลัวจะไม่ได้พบกันอีก จู่ๆไศลาก็โพล่งขึ้น

“คุณธีคะ ฉันขอถอนตัวจากการเป็นพยานให้คุณค่ะ ฉันอยากกลับไปมีชีวิตสงบไม่อยากตกอยู่ในอันตรายแบบนี้แล้ว อีกอย่างคุณก็มีนายเทพอีกคน เขาน่าจะเป็นพยานให้คุณดีกว่าฉัน”

ธีรธรตกใจ “แต่การที่คุณจะถอนตัวตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณอันตรายน้อยลงเลยนะ ยังไงพวกนั้นมันก็ไม่ยอมปล่อยคุณไว้แน่”

“มันคงเป็นชะตากรรมของฉันที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ขอให้มันเป็นเรื่องของฉันก็แล้วกัน  ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมานะคะ”

“ไศลา คุณจะทำแบบเดิมอีกไม่ได้นะ คุณรู้ไหมว่าครั้งที่แล้วคุณทำผมเสียใจแค่ไหน ผมไม่มีวันยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น คุณต้องอยู่ที่นี่กับผม”

“ผู้กองธีรธร คุณก็รู้ว่าคุณสั่งฉันไม่ได้”

“ไศลา นี่ผมมันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยใช่ไหม คุณถึงได้ทำกับผมแบบนี้ หรือว่าจริงๆแล้วคุณยังไม่เคยลืมคนรักเก่าของคุณเลย”

“ฉันรู้แค่ว่าฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว เรื่องอื่นๆฉันขอไม่ตอบ”

ธีรธรน้อยใจจับแขนไศลาให้หันมาจ้องตา เค้นให้เธอยอมรับว่าที่เป็นแบบนี้เพราะยังไม่ลืมคนรักเก่า ไศลาโต้แล้วแต่เขาจะคิด ธีรธรปวดใจปล่อยแขนเธอ

“ถ้าอย่างนั้น หลังจากคุณออกจากบ้านนี้ไป ผมจะถือซะว่าเราสองคนไม่เคยรู้จักกัน” ธีรธรเดินเข้าบ้านน้ำตาคลอ งุ่นง่านระบายความคับแค้นใจปัดข้าวของกระจาย ลากกระสอบทรายออกมาแขวนใส่นวมชกอย่างหนักหน่วง ไศลาแอบมองน้ำตาปริ่ม พึมพำขอโทษ

ooooooo

ในห้องดับจิตของโรงพยาบาลพนักงานเข็นถุงใส่ศพเข้ามา คุยมือถือทำนองบอกให้รู้ว่าศพมาถึงแล้ว ให้ชิปปิ้งมารับได้เลย ไม่รู้เป็นใคร แถมบ่นถ้าไม่มีเงินทำแบบนี้ไม่ได้...ไม่ทันไรถุงศพเปิดออกร่างโยคีศิลาดำลุกขึ้นนั่งเปลือยเปล่า พนักงานคนนั้นหันมาเห็นตกตะลึง...

โยคีศิลาดำสวมชุดพนักงานเข็นศพเดินออกจากประตู มีวัยรุ่นวิ่งมาชนอย่างจัง เขาไม่สะเทือนแต่อย่างใด แต่กลับคว้ามือวัยรุ่นคนนั้นไว้แล้วบอกให้คืนของมา

“กระเป๋าอะไรของคุณ ผมไม่รู้เรื่อง” วัยรุ่น ทำหน้าซื่อ

“ฉันพูดว่าของ ยังไม่ได้บอกว่าเป็นกระเป๋าเลย”

วัยรุ่นหน้าเจื่อนแก้ตัวไม่ออก จึงเงื้อหมัดจะชก กลับถูกโยคีใช้พลังบีบคอจนดิ้นไปมาร้องไม่ออก ยอม คืนกระเป๋าสตางค์ให้ พอโยคีรับมาจะเดินไป วัยรุ่นไม่เข็ดกระโดดถีบ จึงโดนโยคีใช้เพียงนิ้วดีดกระเด็นไกลเหมือนถูกจับโยน จากนั้นโยคีศิลาดำก็เดินออกจากโรงพยาบาลมีรถตู้วีไอพีจอดรอ นาถสุดานั่งอยู่ในรถ เธอก้มกราบที่ตักเมื่อโยคีขึ้นมานั่ง

“นาถกราบขอโทษอาจารย์ ที่ไม่ได้ลงไปรับถึง ข้างใน”

โยคีศิลาดำไม่ติดใจ นาถสุดาจึงถามว่าอยากไปไหนก่อน โยคีให้ไปบ้านดุลยศักดิ์เลย...ชูชิตถูกเรียกตัวด่วนให้ไปที่บ้านดุลยศักดิ์ เขาต้องปล่อยให้อรชรควบคุมลูกน้องเช็กสต๊อกและขนยาเสพติดออกมาเตรียมส่งคืนนี้เพียงลำพัง ระหว่างที่อรชรทำงานอยู่นั้น ก็ได้รับข้อความจากไศลา ว่าให้ไปเจอกันที่บ้านพรุ่งนี้เย็น เธอตกใจเพราะคิดว่าพี่สาวตายไปแล้ว

เมื่อไศลาตัดสินใจว่าจะไปในวันนี้ จึงมาลาวงทอง แต่นิ่มนวลแกล้งบอกว่านอนหลับให้บอกเธอไว้ ไศลาจึงฝากกราบขอบพระคุณที่ให้ความเมตตาตนมาตลอด ตนจะกลับมาตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน และไศลาก็ขอบคุณนิ่มนวลด้วย ทำเอาเธออึ้ง...

ระหว่างรถตู้แล่นไป โยคีศิลาดำซึ่งอยู่ในชุดสูทเนี้ยบ สังเกตเห็นนาถสุดานั่งเหม่อลอยจึงทักถามคิดถึงคนรักหรือ หญิงสาวรู้ดีว่าปิดอาจารย์ไม่ได้ จึงยอมรับและอยากรู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร โยคีให้เธอเปิดความคิด ย้อนไปจุดเริ่มที่ได้พบกับคนรัก

นาถสุดานึกย้อนไปหลายปีก่อน ที่เธอโดนลุง แท้ๆขายให้กับดุลยศักดิ์ เธอร้องไห้คร่ำครวญขอร้องให้ปล่อยเธอไป ลูกน้องดุลยศักดิ์ที่อยู่ในรถตู้ด้วยกันมีคงและเทพ เทพเป็นคนเดียวที่ปลอบใจเธอ และชวนคุยให้เธอยิ้มได้ โดยใช้มือถือของตัวเองพิมพ์ข้อความยื่นให้เธออ่าน หลังจากนั้นเขาแอบดูแลปลอบใจเธอมาตลอด...เสียงโยคีศิลาดำโพล่งขัดความคิดขึ้นว่า

“ไอ้เทพยังไม่ตายหรอก ข้ายังจับได้ถึงพลังชีวิตมัน แต่แปลกที่พลังชีวิตดูเปลี่ยนไป”

นาถสุดาสะดุ้ง แอบดีใจแต่ก็กังวลใจระคนกัน...เมื่อมาพร้อมหน้า ชูชิตส่งสายตาเขม่นนาถสุดาตลอด ดุลยศักดิ์แนะนำให้รู้จักโยคีศิลาดำที่จะมาช่วยทำงาน ชูชิตเหล่มองการแต่งตัว

“อ้อ...อาจารย์ของนาถสุดา คุณเป็นโยคีที่เหมือนนักธุรกิจมากเลยนะครับ”

“คนเราเป็นอะไรอยู่ที่ใจกำหนด ใจที่หยาบช้าของบางคนไม่อาจมองผ่านเปลือกที่หุ้มไว้หลอกตาได้”

ชูชิตหน้าชาเมื่อโดนตอกกลับ แต่ยังปากดี “แล้วความเป็นโยคีนี่จะช่วยอะไรได้บ้างครับ เสกคาถาบังตาตำรวจ ห้ามฟ้า สั่งฝน หรือ...”

ไม่ทันพูดจบ ชูชิตรู้สึกเหมือนโดนบีบคอจนหน้าแดงเริ่มกระตุกหายใจไม่ออก ดุลยศักดิ์ต้องขอร้องให้พอ โยคีศิลาดำจึงคลายอำนาจลง ดุลยศักดิ์ถามชูชิต

“อาจารย์เชี่ยวชาญไสยศาสตร์ทุกแบบ ยังอยากพิสูจน์อะไรอีกไหม”

ชูชิตจับลำคอตัวเองส่ายหน้าแทนคำตอบ

ooooooo

กลางดึก นาถสุดากำลังเตรียมจะเข้านอน ดุลยศักดิ์โทร.เข้ามาสั่งงานด่วนหลังจากดูข่าวการจับกุมกำนันชื่อดัง เพราะกำนันคนนี้เป็นคนของตน เธอจึงถามทำไมถึงถูกจับ

“มันเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปยุ่งเลย...งานของเธอก็คือ กำจัดพยานที่จะชี้ว่ากำนันของเรามีส่วนพัวพันในคดีที่ดินบ่อบำบัดนํ้าเสีย”

“พยานคนที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน”

“พรุ่งนี้มันจะเข้าไปยังกองปราบฯ น่าจะมีตำรวจคุ้มกันแน่นหนา เพราะว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ ลูกกำนันก็เป็นถึงรัฐมนตรี สื่อน่าจะจับตามอง”

“ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ”

“ถ้าฆาตกรรมธรรมดาคงไม่ต้องเดือดร้อนเธอ...แต่ทางเราต้องการให้ดูว่าเป็นการตายแบบธรรมชาติ”

“ยังไงสื่อก็คงสงสัยว่าเป็นการสั่งเก็บอยู่ดี”

“เอาแค่สงสัย อย่าให้มีหลักฐานก็พอ”

นาถสุดารับคำไม่มีปัญหา เพราะตนเป็นคนที่ไวกว่าเงาของตัวเอง...นาถสุดาชักปืนเล็งไปทางกระจกเงา เห็นได้ชัดว่าไวกว่าเงาในกระจกจริงๆ

รุ่งเช้า นาถสุดานัดคุยเรื่องสอนทักษะการป้องกันตัวให้กองละครกับธีรธรที่กองปราบฯ เธอแอบดูตำรวจคุ้มกันพยาน สื่อมวลชนตามถ่ายภาพ พอดีพยานขอเข้าห้องนํ้าเพราะตื่นเต้นจนมวลท้อง เป็นโอกาสให้นาถสุดาจัดการพยานได้เสมือนหัวใจวายคาโถส้วม...

ธีรธรโทร.ตาม “คุณหายไปไหน คุณมาทำงานนะครับ ไม่ควรหายไปวุ่นวายที่ไหน วันนี้เขามีสอบพยานกันด้วย”

นาถสุดาอ้างว่ากำลังหาอะไรทาน ระหว่างนั้นนาถสุดาหลบออกจากห้องนํ้า...ตำรวจที่คุ้มกันเข้ามาตามพยาน จึงพบว่าพยานแน่นิ่งไปแล้ว...นาถสุดาเดินกรีดกราย สร้างความฮือฮาให้ตำรวจหนุ่มๆในกองปราบ จ่านิดรีบวิ่งเข้ามารายงานธีรธรให้เตรียมใจพบกับดาราดัง

“ผู้กองหายใจลึกๆนะครับ ช้าๆ ทำใจให้สบาย”

“เป็นอะไรมากไหมจ่า กะอีแค่ต้องเทรนนักแสดง ผมต้องเตรียมตัวขนาดนั้นเลยหรือ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น จ่านิดยํ้าให้เตรียมใจ ธีรธรเดินมาเปิดประตูด้วยท่าทีปกติ ทักทาย

“สวัสดีครับคุณนาถสุดา ผมร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยาฉาย ผู้ฝึกสอนทักษะป้องกันตัวชั้นสูง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

นาถสุดาตรงเข้าจับมือทักทาย ส่งตาหวานให้ ใช้นิ้วโป้งวนที่มือเขาอย่างสื่อความหมาย ธีรธรรู้ทันเลี่ยงหนี หญิงสาวไม่ลดละ อ้อนชวนเขาไปทานข้าว เขากลับขอแค่นั่งคุยร้านกาแฟ

“ผู้กองเป็นผู้ชายคนแรกเลยนะคะ ที่ปฏิเสธคำเชิญทานข้าวของนาถ”

“นี่คุณนาถต้องการจะด่าหรือพูดให้ผมภูมิใจกันแน่ครับ”

นาถสุดาหัวเราะ เผอิญพนักงานมาเสิร์ฟกาแฟร้อน สะดุดขาตัวเอง ถ้วยกาแฟลอยมาจะหกใส่ นาถสุดาหันไปเห็นระยะประชิด หลบแล้วเอามือจับถ้วยไว้ได้ตามสัญชาตญาณ ธีรธรตะลึงมอง หญิงสาวรู้สึกตัวรีบปล่อยถ้วยตกแตกลงพื้น พนักงานปรี่เข้าขอโทษขอโพย

“ไม่เป็นไรค่ะน้อง แค่เฉี่ยวๆเท่านั้นเอง ทำงานต่อเถอะค่ะ” นาถสุดายิ้มอย่างอ่อนโยน

พนักงานยกมือไหว้ แล้วรีบเก็บเศษแก้ว นาถสุดาหันมาเห็นสายตาธีรธรที่มองอย่างค้นหา รู้สึกทำตัวไม่ถูก...พอนัดวันเรียนกันได้ลงตัว ทั้งสองออกมาลํ่าลากันหน้าร้าน นาถสุดาเดินไปที่รถ ทันใด มีคนร้ายวิ่งมากระชากกระเป๋าเธอ ธีรธรเห็นรีบตามไปเอาคืนมาได้ แล้วจะตามจับคนร้าย แต่นาถสุดาห้ามไว้ อ้างได้ของคืนครบ

ooooooo

บ่ายคล้อย อรชรปลุกสุทธิพงษ์เพื่อบอกเรื่องไศลานัดไปพบที่บ้าน เขาไม่เชื่อหาว่ามีคนหลอก เกรงโดนจับ จะจ้างกี่หมื่นก็ไม่ไป...อรชรจำต้องไปคนเดียว

เมื่อมาประจันหน้ากับไศลาที่บ้าน อรชรตกตะลึง ไศลายืนยันว่าตนยังไม่ตาย แต่ถ้าชูชิตรู้คงจะเสียใจมาก อรชรปรี๊ดแตกทันที “ใครบอกล่ะ พี่ชิตเสียใจ...ช่างเหอะ แล้วที่พี่ไศเรียกอรมาเจอนี่ ต้องการอะไร หรือว่าจะมาทวงพี่ชิตคืน”

“อร พี่กับชิตเราจบกันแล้วจริงๆ แต่ที่พี่เรียกอรมาวันนี้เพราะพี่อยากให้อรเลิกยุ่งเกี่ยวกับอาชีพของชิต มันไม่ดีกับตัวอรเลยนะ”

อรชรไม่เชื่อหาว่าพี่สาวอยากได้แฟนคืน ไม่ว่าเธอจะบอกอย่างไร ย้ำคำสั่งพ่อที่ให้รักชาติ รักแผ่นดิน มิเช่นนั้นเราจะเป็นคนไม่มีค่า อรชรก็หาว่าเพ้อเจ้อ สมัยนี้คนดีวัดกันที่เงินทอง

ไศลาโกรธตบหน้าน้อง “อรจะไม่เห็นพี่เป็นพี่ จะด่าว่ายังไงก็ได้ แต่อรไม่ควรพูดถึงคุณพ่อแบบนั้น”

อรชรโต้ “ฟังให้ดีนะ ไศลา เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันให้ทำอะไรทั้งนั้น ฉันเป็นเมียของพี่ชิตมันก็ถูกแล้วที่ฉันต้องช่วยเหลืองานของเขา เราทำเพื่อครอบครัวของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว”

“ได้ นับจากนี้ไปเราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ไม่ต้องเป็นพี่น้องกันอีกต่อไป ฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเธออีก”

“จำคำพูดของเธอไว้ให้ดีแล้วกันไศลา แล้วอย่ากลับมากลืนน้ำลายตัวเองก็พอ” อรชรสะบัดหน้าหันเดินกลับออกไป ไศลาเข่าอ่อนทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก

กลับถึงบ้าน อรชรยังคุกรุ่นไปด้วยความเคียดแค้นพี่สาว ตัดสินใจแอบค้นเบอร์โทรศัพท์ในมือถือของชูชิต แต่ไม่รู้ว่าเขาเมมชื่อว่าอะไร จนเจอชื่อ มิสเตอร์ดี...โทร.มาตอนแปดโมงเช้าจึงเดาว่าน่าจะใช่เจ้านายใหญ่

ค่ำวันนั้น ธีรธรหน้าตาบอบช้ำจากที่ชกต่อยไล่จับคนร้ายกระชากกระเป๋า เขาต้องบอกแม่ว่าฝึกนักแสดงผิดคิว นิ่มนวลแกล้งถามหาไศลา ธีรธรแทรกว่าตนรู้เรื่องเธอแล้ว เธอบอกเมื่อคืน

“อ้าว...แต่เขาไม่ได้บอกคุณป้าหรอกนะคะ แปลกคน จะมาจะไปไม่เคยบอกกล่าวเจ้าของบ้าน ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”

ธีรธรสีหน้าไม่พอใจ วงทองรีบตัดบทชวนทานข้าว

ooooooo

เป็นแผนของนาถสุดาที่ให้คนมากระชากกระเป๋า เธอรายงานดุลยศักดิ์ เขาพอใจมาก ไม่ทันไร มีคนโทร.เข้ามาบอกที่อยู่ของไศลา ดุลยศักดิ์รีบสั่งคนไปจัดการเก็บเธอเสีย

ชูชิตเห็นว่าอรชรทำงานแทนตนได้ดี จึงพาไปทานข้าวนอกบ้านเป็นรางวัล ระหว่างที่เธอเข้าห้องน้ำ สุทธิพงษ์โทร.เข้ามือถือ

“พี่อร พงษ์โทร.บอกคนนั้นให้แล้วนะ ว่าพี่ไศลาอยู่ที่บ้านและยังไม่ตาย พี่รอโอนเงินมาให้พงษ์ด่วนเลยนะ พงษ์รออยู่”

“พงษ์ นี่พี่ชิตนะ เล่ามาให้หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ชูชิตรับสายแทนอรชร ละล่ำละลักถาม

ด้านไศลา นอนอยู่ต้องตกใจตื่น เมื่อได้ยินเสียง คนคุยกัน พอนั่งสมาธิดูก็รู้ว่ามีคนบุกเข้ามา จึงออกมารอที่หัวบันได  สมุนดุลยศักดิ์ที่ส่งมา 7 คน ต่างสู้ไศลาไม่ได้ พากันวิ่งหนีกระเจิง

อรชรออกมาจากห้องน้ำ ไม่พบชูชิตที่โต๊ะก็แปลกใจ เด็กเสิร์ฟบอกว่าเขาเช็กบิลกลับไปแล้ว...ชูชิตมาถึงบ้านไศลา เห็นสมุนของดุลยศักดิ์วิ่งเตลิดขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจเข้ามาดูในบ้าน ตะโกนเรียกให้เธอออกมา ไศลาหมดพลังแอบหอบอยู่หัวบันได ชูชิตก้าวขึ้นมา ทันใด มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น  เขาจึงรีบวิ่งกลับออกไป ไศลาโล่งออกที่ชูชิตไม่เห็นตน

คืนเดียวกัน ธีรธรดื่มเบียร์มองฟ้าอยู่สนามหน้าบ้าน ครุ่นคิดถึงไศลาแล้วก็รู้ว่า ที่ตัวเองบอกตัดเยื่อใยถ้าเธอออกไปจากบ้าน เขาไม่สามารถทำได้ พลันจ่านิด โทร.มารายงานเรื่องบ้านไศลาโดนบุก  เขาขับรถมาบ้าน เธอทันที มองเข้าไปในบ้านมีแต่ความมืด  เขาก้าวเข้าไปส่องไฟฉาย เห็นสภาพบ้านยับเยินจากการต่อสู้ เขาเดินค้น
หาไศลาทั่วบ้านอย่างกระวนกระวายใจ จนหมดหวังเดินออกมาจะขึ้นรถ ได้ยินเสียงครางฮือๆ...ธีรธรฉายไฟส่องไปเห็นไศลานั่งกอดเข่าอยู่ริมถังขยะ เขาปรี่เข้าไปถามเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“คุณธี...พาไศไปยังที่ที่นึง...” เสียงไศลาสั่นคล้ายคนเป็นไข้ ขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไร...

ด้านอรชร กลับมารอชูชิตที่บ้านอย่างกระวนกระวายใจ พอชูชิตมาถึงก็กราดเกรี้ยวใส่ ทำไมถึงทำให้ตนต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า อรชรโวยว่าเขายังแคร์ไศลาจนไม่เห็นความดีของตน ชูชิตยอมรับว่าเขาพยายามที่จะรักเธอ แต่มันก็ไม่มากกว่าที่เคยรักไศลา อรชรร้องไห้คร่ำครวญ

“อรจะมีความสุขกว่านี้ไหมถ้าเลิกเอาตัวไปเทียบ กับไศลา พี่อาจจะแก้ไขเมื่อวานให้อรไม่ได้ แต่อย่าลืมสิว่า พี่กับอรยังมีวันนี้กับพรุ่งนี้ด้วยกันอีกนะ”

อรชรสงบลง ชูชิตรับปากว่าจะไม่ทิ้งเธอ ขอให้เธอทำวันพรุ่งนี้ให้ดี เขาโอบกอดเธอ

ooooooo

เช้ามืด ธีรธรขับรถพาไศลามาถึงป่าใหญ่  เขาปลุกเธอซึ่งนอนอยู่เบาะข้างๆ ไศลาสะลึมสะลือบอกให้เขาช่วยกดกระจกลง เธอสูดหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้ง จนรู้สึกดีขึ้น แล้วขอให้เขาช่วยพาขึ้นไปบนยอดเขาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

ธีรธรให้ไศลาขี่หลังพาขึ้นไป เขาก้าวเดินไม่หยุดพัก ไศลาสงสารบอกให้เขาพักบ้าง แต่เขาไม่อยากหยุดเกรงเธอจะหนีไปอีก ไศลาซึ้งกับคำพูดของเขาแต่ต้องตัดใจ อ้างว่ายังรู้จักกันไม่นานตนจะมีความหมายอะไรกับเขา ชายหนุ่มยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน

“เราหยุดคุยกันซัก 15 นาทีนะ ผมจะทำเวลาพาคุณไปถึงยอดเขาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น”

ไศลายิ่งซาบซึ้งจนนํ้าตาคลอ ซบหน้าลงบนบ่าเขาอย่างอบอุ่นใจ ไม่นาน เขาก็พาเธอขึ้นมาถึงยอดเขา พร้อมกับแสงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ไศลาลงมายืนมอง บอกเขาว่าวันนี้พระอาทิตย์สวยมาก ธีรธรก็เห็นเช่นนั้น เธอจึงแขวะ

“ก็มัวแต่ดูดาวอยู่นั่นล่ะนะผู้กอง”

“ดาวก็เหมือนกัน ผมไม่เคยเห็นดาวคืนไหนสวยเท่าคืนที่ได้ดูอยู่กับคุณมาก่อนเลย”

ไศลาเขินหลบตา “เดี๋ยวไศลาสอนวิธีรับพลังธรรมชาติให้คุณดีกว่า เริ่มเลยนะ ปล่อยใจให้ว่าง สูดลมหายใจลึกๆ รับพลังธรรมชาติเข้าไปชำระกายและใจให้สะอาด”

ไศลากางแขนสูดหายใจเข้าสุดปอด ธีรธรทำตามรู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆ แต่อดเกี้ยวไม่ได้ เป็นเพราะอยู่ใกล้เธอมากกว่า ไศลาเอ็ดเบาๆ

“โอ๊ย...พอเถอะค่ะ หยอดตลอดทุกวินาทีแบบนี้ ไศจะไปมีสมาธิได้ยังไงกัน”

“แล้วคุณรู้วิธีพวกนี้มาจากไหน”

“ไศก็มีอาจารย์สอนสิคะ”

“เหรอ แล้วอาจารย์คุณสอนอะไรอีกบ้าง”

“อาจารย์สอนว่า ในร่างกายเรามีสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติซ่อนอยู่ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพลังธรรมชาติ จิตวิญญาณและพลังเหนือธรรมชาติเข้าด้วยกัน ซึ่งเราสามารถควบคุมทั้งหมดได้ด้วยสมาธิ”

ธีรธรทึ่งถามว่าเธอเรียนวิชาการต่อสู้จากอาจารย์คนเดียวกันหรือเปล่า ไศลาแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร ชายหนุ่มตอบยิ้มๆว่าเห็นเธอต่อสู้ที่สวนสาธารณะ เธอจึงยิ้มรับว่าใช่...หลังจากมีพละกำลัง ไศลาก็หาผลไม้มาให้ธีรธรกิน เขาทึ่งในความสามารถของเธอ และขอทดสอบฝีมือ ทั้งสองต่อสู้กัน หญิงสาวก็แพ้ใจตัวเองเมื่อถูกเขากอด แต่พอนึกถึงคำปฏิญาณห้ามประพฤติผิดในกาม เธอก็รีบผละตัวออก และขอให้เขากลับไป ธีรธรยอมเมื่อเธอสัญญาว่าจะพบกันอีก...

นาถสุดามาหาธีรธรที่กองปราบ จ่านิดจึงให้ไปรอในห้องทำงาน เป็นโอกาสให้เธอค้นแฟ้มอาชญากรรมของเทพ จึงรู้ว่าเขาอยู่เซฟเฮาส์ เธอรีบจดที่อยู่ไว้ จ่านิดเคาะประตูแปลกใจทำไมห้องล็อก หญิงสาวทำทีหลับจ่านิด เข้ามายืนมองยิ้มๆ คิดว่าเธอคงอยากนอนจึงล็อกห้อง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"
12 พ.ค. 2564

08:17 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:20 น.