ข่าว

วิดีโอ



ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

อ่านเรื่องย่อ

แนว: -

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ในภาวะที่สองฝ่ายกำลังต่อสู้กันนั้น ลินีกับสิริมารีบไปช่วยบรรดาหญิงสาวที่ถูกจับมาพาไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ตำรวจยิงลูกน้องพิภพตายหมด วายุยิงพิภพที่จะเข้ามาแย่งปืนที่กลางหลัง มันทำเหมือนตาย แต่พอวายุเผลอมันหยิบปืนที่ซ่อนอยู่พลิกตัวมายิง สิริมาเห็นพอดีเธอวิ่งเข้าไปเอาตัวรับกระสุนแทนวายุ สารวัตรยิงใส่พิภพอีกนัดจนมันตาย

วายุกอดสิริมาที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสเลือดทะลักแดงฉานไปทั้งตัว เขาบอกให้เธอทำใจดีๆ ถามอย่างเจ็บปวดว่าเธอทำแบบนี้ทำไม สิริมาถามเขาเสียงแผ่วว่า

“จำได้ไหม ฉันเคยบอกว่า ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่มีวัน ทรยศต่อคุณ ฉันทำตามที่พูดนะ...ฉันทำอย่างเต็มใจ เพื่อให้คนที่ฉันรักปลอดภัย...ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง คุณเป็นคนดี น่าเสียดายที่คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อฉัน แต่ฉันเกิดมาเพื่อคุณ...”

“ผมรู้...สิริมา ผมรู้ดีว่าคุณทำทุกอย่างเพื่อผม ผมรู้...ขอบคุณนะ” วายุกอดเธอกระชับแน่น สิริมายิ้มทั้งน้ำตา เธอหมดลมทั้งรอยยิ้มในอ้อมกอดของคนที่ตัวเองรัก...

ooooooo

ที่รีสอร์ต ทีมถ่ายแบบเริ่มงานกันอย่างคึกคักต่อไป เมเปิ้ลสั่งน้ำผึ้งให้ถ่ายทั้งที่หน้าเลอะเครื่องสำอางอย่างนั้น บอกว่าเพราะมันเปลือยความรู้สึกข้างในออกมาให้เห็นความจริงใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังสั่งให้เอาภาพนี้ขึ้นปกเพื่อให้คนเห็นว่า

“น้ำผึ้ง ปินัทธาผู้ไม่ขลาดกลัวที่จะบาดเจ็บแม้รู้ว่าจะต้องสูญเสียความรัก น้ำผึ้งผู้มีรักแท้ รักที่มีให้คุณพีศ”

พอน้ำผึ้งบอกว่าซึ้ง เมเปิ้ลก็เร่งให้รีบถ่ายเลยเดี๋ยวร้องไห้หน้าเลอะกว่านี้ก็ไม่งามแล้ว แล้วเมเปิ้ลก็อธิบายงานให้ทุกคนฟัง เจ๊ฟูบิ๊วอารมณ์ให้ทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้ พอได้ที่น้ำผึ้งก็เร่งให้ถ่ายเลย

จู่ๆ ดรณ์ก็วิ่งเข้ามาพร้อมมือถือบอกว่าจิลลาอยากคุยด้วย ด่วนที่สุด เมเปิ้ลรับมือถือเดินแยกไปคุย

จิลลาโทร.มาเล่าเรื่องที่ตรัยคุณโทร.คุยกับไทเกอร์ บอกเมเปิ้ลว่าตรัยคุณเป็นเกย์ชัวร์ เล่าคร่าวๆ แล้วบอกเมเปิ้ลว่าพรุ่งนี้กลับมาค่อยเม้าท์ต่อว่าจะจัดการยังไงดี วางสายจากจิลลาแล้ว เมเปิ้ลนึกถึงความสัมพันธ์ของตรัยคุณกับไทเกอร์ที่มาเจอกันที่เกาะตะวันแล้วพึมพำ

“มิน่า...ตอนมาที่นี่ มันทำท่าและพูดจาแปลกๆ”

ooooooo

หลังการถ่ายแบบเสร็จชาโนสั่งเลิกกอง เมเปิ้ลกับวลัยเดินมาหาน้ำผึ้งถามอย่างอดห่วงใยไม่ได้ว่าเป็นไงบ้าง?

“รู้สึกดีและก็คิดได้ระหว่างทำงานว่า การอยู่บนคานต่อไป มันก็สบายใจดีอยู่นะ”  พูดแล้วน้ำผึ้งเศร้าลง เมเปิ้ล บอกว่า

“อย่าเศร้าไปเลยแก ยังไงแกก็ยังมีฉันเป็นเพื่อนบนคานนะ”

ทุกคนมองเมเปิ้ลตกใจ แปลกใจ จี้ให้บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าหมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นพูดเหมือนจะเลิกกับแฟนที่เพิ่งเป็นแฟนกันได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เมเปิ้ลยืนยันว่าตนจะเลิกกับกฤษจริงๆ เพราะคิดและชั่งน้ำหนักดูแล้วมันไม่เวิร์ก

หลังจากเมเปิ้ลเทียบอายุที่ห่างกันถึงสิบปีให้ฟังแล้ว น้ำผึ้งติงว่าเธอเองเพิ่งบอกว่าความรักเป็นเรื่องของหัวใจของคนสองคนไม่เกี่ยวกับอายุไง?

“ก็คนเราพอตอนจะเอา มันก็ไม่สนเหตุผลอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ฉันไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ฉันต้องคิดเยอะ ความรักที่ใช้แต่หัวใจไม่ใช้สมอง สุดท้ายแล้วคืออะไรรู้ไหม ความเจ็บปวดไง ฉันไม่อยากเจ็บ เพราะฉะนั้นถอนตัวได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

“คุณกำลังกลัวอะไรครับ” กฤษเดินเข้ามาถามท่าทางอิดโรย วลัยกับน้ำผึ้งลุกไปเปิดโอกาสให้อย่างรู้หน้าที่

เมเปิ้ลอ้างเหตุผลสำคัญคือเวลาของเราเหลือไม่เท่ากัน เราต้องมีช่องว่างต่างๆ มากมายที่ทำให้เรามีปัญหา กฤษไม่ยอมเลิกยืนยันว่าตนรักเธอ คว้าตัวเมเปิ้ลไว้ พอเธอผลักเขาออกได้ก็ตบหน้าฉาด ถามว่า ได้สติหรือยัง พอกฤษอึ้งเธออบรม...

“นี่ไง ที่ฉันเบื่อเด็ก ไม่มีสมอง ใช้อารมณ์ เธอไม่เลิกแต่ฉันเลิก ได้ยินไหม อย่ามาทำให้ชีวิตฉันต้องวุ่นวายอีก!”

เมเปิ้ลวิ่งหนีไปท่ามกลางความเสียใจ งุนงงของ กฤษว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากพีศทรรตกับธัญรดาปรับตัวเข้าหากันได้แล้ว เขามาบอกน้ำผึ้งว่า

“ผมจะค้างที่นี่อีกคืนนึงนะ เพราะมีติดวันหยุดพอดี อยากให้ลูกได้สนุกเต็มที่...ส่วนเรื่องอนาคตของเรา ผมหมายถึง เรื่องงาน จะเอายังไงต่อเดี๋ยวค่อยไปคุยกันที่ออฟฟิศ ผมไปล่ะเดินทางกลับกันดีๆนะ” พีศทรรตพูดเหมือนคนไม่เคยมีอะไรในใจต่อกันเลย!

แม้ตัวน้ำผึ้งเองจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อได้ยินพีศทรรตบอกเช่นนั้นก็ปวดร้าว เจ็บลึกจนน้ำตาร่วง...

ฝ่ายลินี แสดงความเสียใจกับวายุเมื่อเขามาบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะรีบไปกรุงเทพฯพร้อมสิริมา แม้วายุจะบอกลินีว่าสำหรับเธอแล้ว ความรู้สึกของตนไม่ได้เป็นเพื่อนตน แต่เป็นคนที่ตนรักที่สุด และแอบหวังว่าเราจะไปได้ไกลที่สุด เราจะก้าวไปพร้อมๆกัน กระนั้นลินีก็ยังบอกเขาว่า

“ฉันก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี ตอนนี้ฉันมีคำตอบให้คุณได้แค่นี้จริงๆ ขอโทษด้วยนะ และก็ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง ฉันเป็นหนี้คุณโดยที่ชดใช้ไม่มีวันหมดเหมือนกัน” พูดแล้วเดินผละไปอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง

วายุมองลินีอย่างมีความหวัง มองออกไปในทะเลพึมพำ

“เอาใจช่วยผมด้วยนะสิริมา ผมรู้ว่าคุณอยากเห็นผมมีความสุข”

ooooooo

แม้จะเป็นฝ่ายเดินออกจากกฤษเอง แต่เมเปิ้ลกลับนั่งเศร้าซึมอยู่ที่บ้าน น้ำผึ้งก็อยู่ในอาการเดียวกันที่คอนโดของเธอ และลินีที่ไม่เคยคาดหวังกับความรักและไม่กล้าเปิดใจรับความรักก็สับสน...วลัยพูดถึงเพื่อนรักทั้งสามว่า...

“คนที่พกความมั่นใจ คาดหวังไปอย่างเต็มที่กลับต้องเจอกับความผิดหวัง...จนต้องถอดใจและยอมแพ้กลับมาอยู่ที่เดิม...แต่บางคนไม่เคยคาดหวัง  เพราะความกลัวยังติดอยู่ในใจ จึงไม่ต้องเจอกับความผิดหวัง...

กฤษซึมเศร้าอยู่ไม่นาน ในที่สุดเขาตัดสินใจขายธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ทุกแห่งของตนให้เกอร์ด้าคนที่เคยรักกัน ทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว กฤษขอตัว เกอร์ด้าติงว่านึกว่าจะได้กินข้าวกันสักมื้อ ทักว่าเขาเปลี่ยนไปเยอะ ถามว่าทำไมเขาจึงมาถึงจุดนี้ได้

“เพราะผมเจอคนคนหนึ่ง คนที่ทำให้ผมคิดว่า ผมต้องหยุด คนนั้น...ที่ทำให้ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เขาสบายใจและมีความสุข ผมยังมีวิธีหาเงินได้อีกเยอะแยะ”

เกอร์ด้าขอให้เขาโชคดี

เจตต์แก้แค้นแทนน้องสำเร็จแล้ว เขามีความรักกับกุ๊งกิ๊งที่ไปศาลด้วยกันบ่อยๆ วายุให้เจตต์มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของตนแทนสิริมา

วันนี้ กุ๊งกิ๊งนัดพบกับวายุบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับลินีจะเล่าให้ฟัง

“ฉันไม่อยากเห็นพี่ลินีทำผิดพลาด หากต้องเสียคุณไป อย่าเพิ่งท้อนะคะ พี่ลินีอาจจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดหัวใจ แต่ไม่ใช่ว่าพี่ลินีไม่ต้องการความรัก” กุ๊งกิ๊งเริ่มเรื่องอย่างจริงจัง

“เกิดอะไรขึ้นกับลินีครับ” วายุถามอย่างอยากรู้ปมของลินีที่กุ๊งกิ๊งเกริ่นไว้

ooooooo

น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลต่างหายหน้าไปจากเพื่อนเก็บตัวอยู่ในอารมณ์ของตัวเอง ลินีกับวลัยเป็นห่วงเพื่อนเลยแบ่งกันโทร.หา โดยวลัยโทร.หาน้ำผึ้งและลินีโทร.หาเมเปิ้ล

วลัยโทร.เข้าโทรศัพท์บ้านไปหาน้ำผึ้ง สายเรียกจนหลุดไปหลายครั้งก็ไม่มีคนรับเพราะ...น้ำผึ้งไม่อยู่ในห้อง

มือถือของเมเปิ้ลมีแสงไฟกะพริบที่หน้าจอแต่เมเปิ้ลไม่ได้สนใจเพราะกำลังฟังไทเกอร์คุยโวที่ไปเจรจาจนได้สปอนเซอร์หลักกลับมา

เมเปิ้ลบอกว่าบอสแฮปปี้มากเลย แต่ตนจะไล่เขาออก ไทเกอร์ชักสีหน้าด่าเมเปิ้ลว่าสับปลับ เชื่อไม่ได้ เมเปิ้ลขอให้ฟังเหตุผลก่อน ไทเกอร์ไม่ฟังเอาแต่ต่อว่ารุนแรงว่า ไหนว่าถ้าเอาสปอนเซอร์หลักกลับมาได้เราทุกคนรอดแต่กลับมาไล่ตนออก พูดอย่างผิดหวังว่า “เสียแรงที่สนับสนุนให้ได้กับผู้ชาย ทำคุณบูชาโทษ”

เมเปิ้ลแจกแจงให้ฟังอย่างรู้ทันว่า เขาพยายามผลักตนให้ได้กับกฤษเพื่อตัวเองจะได้ชิงตรัยคุณที่ไป “กิน” กันมาแล้ว เมเปิ้ลพูดจนไทเกอร์ยอมรับและบอกว่าตรัยคุณเป็นเกย์หมายให้เมเปิ้ลถอย

ในที่สุดไทเกอร์ก็วิ่งหนีไปโดยไม่ทันได้ฟังเหตุผลการไล่ออกของเมเปิ้ล ซึ่งเมเปิ้ลก็ไม่กังวลบอกหยาดทิพย์กับเจ๊ฟูว่า

“ช่างเถอะ อีกหน่อยเขาคงเข้าใจฉันเอง”

ขณะลินีกำลังง่วนอยู่กับการโทร.หาน้ำผึ้งนั้น จู่ๆ วายุก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามาชวน

“ไปกินข้าวมื้อเย็นกับผมได้ไหมครับ...ไม่เจอกันนาน คิดถึงจังเลยครับ” ลินีมองขวับแล้วลุกหนีเลย “เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณลินี...” วายุรีบตาม

วลัยเห็นอาการของลินีก็นึกหมั่นไส้ คิดหาทางทำอะไรสักอย่างแก้นิสัยปิดกั้นถือดีของเพื่อน

เห็นลินีเดินไปทางห้องเก็บอุปกรณ์เลยรวมหัวกับเป้ผลักทั้งสองคนเข้าไปแล้วปิดประตูขังไว้เพื่อให้ไปหาหัวใจของตัวเองให้เจอกันในนั้น

แผนการและวิธีของวลัยกับเป้สำเร็จ เมื่ออยู่ด้วยกันในห้องหาทางออกไม่ได้ ก็เริ่มเห็นคุณค่าของกัน อย่างน้อยก็มีคนอยู่เป็นเพื่อน ความขุ่นเคืองตั้งแง่งอนก็อ่อนข้อลง ยิ่งเมื่อวายุใช้ความอารมณ์ดีขี้เล่นหยอกล้อก็ทำให้บรรยากาศดีขึ้น จนวายุบอกลินีว่า ตนเจ็บเวลาที่เธอไม่ยอมฟัง เมื่อลินีฮึดฮัดขึ้นมาเขาล็อกแขนเธอไว้ ย้ำว่า

“ผมสัญญานะ ผมจะรักคุณ ทะนุถนอมคุณ จะดูแลคุณและแม่คุณอย่างดีที่สุด ประสบการณ์ที่เลวร้ายในอดีตมันจะไม่เกิดขึ้นอีก” ลินีชะงักถามว่าเขารู้อะไรมา

“กุ๊งกิ๊งเล่าให้ผมฟังหมดแล้วว่าแม่ของคุณต้องป่วยเพราะอะไร คุณเขียนจดหมายบอกผมเองว่าผมทำให้คุณรู้แล้วว่าผู้ชายไม่ได้เลวเหมือนกันทุกคน ผมยังพิสูจน์ตัวเองให้คุณเห็นไม่พออีกเหรอลินีว่าผมแตกต่าง หรือว่าผมยังไม่ดีพอ บอกผมสิว่าต้องทำยังไงอีก ผมทำได้ทุกอย่างและผมจะไม่มีวันถอดใจไปจากคุณ!!”

ความจริงใจ หนักแน่นของวายุ ทำให้ลินีใจอ่อนลงเรื่อยๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขา ยิ่งเมื่อรู้ว่าวายุทำทุกอย่างเพื่อเธอ แม้กระทั่งยอมขายธุรกิจที่เธอไม่ชอบเพื่อไปทำอย่างอื่นที่เธอรับได้ ลินีถามว่าแล้วจะไปทำอะไร

“ยังไม่รู้ คุณเป็นอนาคตภรรยาผมก็ต้องมาช่วยผมใช้เงิน” ลินีติงเขินๆ ว่าแฟนก็ยังไม่ใช่เลย ถูกวายุหยอกว่าไม่ใช่แฟนแล้วเป็นแม่หรือ เลยถูกลินีทุบแก้เขินไปหลายที

วลัยกับเป้ได้ยินเสียงตุ้บตั้บก็มองหน้ากันว่าฆ่ากันตายแล้วมั้ง พากันไปเปิดประตู เห็นวายุยืนยิ้มแฉ่งอยู่กับลินี วลัยถามว่ายังมีชีวิตอยู่ดีกันใช่ไหม วายุตอบยิ้มแย้มว่า “ดีที่สุดครับ ผมได้แม่มาเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว”

ลินีปรามเสียงเข้มแต่หน้าเขิน วลัยฟันธงกับเป้ด้วยสายตาว่า เรียบร้อยชัวร์!

ooooooo

หลังจากที่เมเปิ้ลขอเป็นฝ่ายไปจากกฤษเอง แล้วต่างก็อยู่ในความเศร้า เดโชถามกฤษที่นั่งเศร้าว่าคิดถึงเขาจนไม่เป็นอันทำงานเลยหรือ กฤษบอกว่าคิดถึงและไม่เข้าใจ

กฤษเชื่อว่าเมเปิ้ลต้องมีอะไรมากกว่าที่เธอบอกว่ากลัว ตอนนี้ปล่อยไปก่อนแล้วค่อยคิดบัญชีทีหลังว่ามีอะไรที่ทำให้เธอพูดอย่างนั้น เดโชชี้แนะว่ามีอะไรให้รีบเคลียร์ เพราะผู้หญิงเป็นคนชอบจินตนาการ ดีไม่ดีอาจตัดสินใจแต่งงานกับเกย์ประชดไปเลยก็ได้

ฝ่ายโสนถือข้างน้ำฟ้า ถามว่า รู้ไหมว่าทำไมเมเปิ้ลจึงยอมถอยจากกฤษ? ที่บอกว่ากลัวนั้นไม่น่าจะใช่ บอกน้ำฟ้าให้เร่งรัดใจกฤษให้ไวๆ ตนเอาใจช่วย

เมื่อไปเจอกฤษที่ทางเดินในรีสอร์ต น้ำฟ้าตรงไปดักถามว่าจะไปไหน กฤษบอกว่ามีอะไรค่อยคุยกันตอนนี้ตนรีบจะไปหาเมเปิ้ล ว่าแล้วแยกตัวไปเลย น้ำฟ้าทำตามที่โสนสอนรีบตามไปบอกว่าไม่ยอมให้เขาไป ถามว่าทำไมไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเองเลย เขาบอกเลิกแล้วก็ไม่ยอมเลิก จะตื๊อทำไมในเมื่อเขาหมดใจแล้ว

กฤษบอกว่าตนไม่หมดและเชื่อว่าเมเปิ้ลก็ยังไม่หมด น้ำฟ้ายืนยันว่าเมเปิ้ลไม่ยอมคืนดีกับเขาแน่เพราะตนบอก เมเปิ้ลไปแล้วว่าถ้าเขาทำอย่างนั้นตนจะฆ่าตัวตาย ตนยอมตายดีกว่าที่จะเสียกฤษให้เมเปิ้ล ขอร้องกฤษอย่าโกรธตนเลย ตนทำอย่างนี้เพราะรักเขามาก

กฤษบอกว่าตนเข้าใจแล้วว่าน้ำฟ้าไม่ได้รักตนเลย เธอรักตัวเองมากกว่า กลัวตัวเองจะผิดหวัง กลัวตัวเองจะเจ็บ แต่ไม่สนใจว่าตนจะเจ็บแค่ไหน บอกน้ำฟ้าว่า

“รักแท้คือการยอมเสียสละ ไม่ใช่เรียกร้องเอาแต่ได้อย่างที่ฟ้าทำ!” น้ำฟ้าเถียงว่าไม่จริง กฤษเลยลากไปยังสะพานที่น้ำฟ้าเคยกระโดดน้ำบอกให้กระโดดลงไปเลย แต่คราวนี้ตนจะไม่ลงไปช่วยเพราะตนจะไปหาเมเปิ้ลคนที่ตนรัก

โสนตามมาบอกกฤษให้เลิกทำร้ายจิตใจน้ำฟ้าได้แล้ว กฤษย้อนถามอย่างเจ็บปวดว่าแล้วจิตใจตนล่ะ ถามแม่ว่า

“ผมไม่มีสิทธิ์รักคนที่ผมรักและเขาก็รักผมเลยเหรอครับ” โสนยืนยันว่าเมเปิ้ลไม่เหมาะกับเขา

ขณะสองแม่ลูกโต้เถียงกัน เดโชก็เข้ามาบอกโสนว่า ปล่อยให้ลูกเลือกคนรักเองเถอะ จะดีหรือร้ายก็ให้เขาเรียนรู้เองรับผิดชอบเอง บอกน้ำฟ้าว่าเข้าใจความจริงเถิด ไม่มีประโยชน์อะไรกับความพยายามเพื่อสิ่งที่ไม่มีวันจะเป็นของเรา มันเหนื่อยและเสียเวลาเปล่า  ไม่มีใครมีความสุขมีแต่เจ็บกันทั้งหมด”

น้ำฟ้าอึ้ง กฤษกับโสนมองน้ำฟ้าลุ้นรอคำตอบจากเธอ

ooooooo

น้ำผึ้งยังทำใจไม่ได้ วันนี้ไปที่หน้าบ้านพีศทรรตแอบดูชีวิตครอบครัวที่มีความสุขของเขาแล้วก็เศร้า

พีศทรรตเห็นเข้าพอดี ออกมาลากเธอไปด้วยกัน น้ำผึ้งถามว่าจะลากตนไปไหน เขาบอกว่าเอาไปทิ้ง!

ที่แท้เขาเอาไปที่ออฟฟิศประชุมเคลียร์ปัญหาน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ พีศทรรตเอาข้อความที่เมอร์ดี้เขียนด่าน้ำผึ้งจะส่งให้แม่ แต่ส่งผิดส่งเข้ามือถือของน้ำผึ้งแทนพีศทรรตยังให้โอกาสเมอร์ดี้เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ แต่ถ้าเธอคิดไม่ได้ก็น่าเสียดาย

เมอร์ดี้กระฟัดกระเฟียดออกไป น้ำผึ้งตามไปเตือนสติด้วยความหวังดีว่า  ถ้าจะยืนอยู่ในวงการนี้ต่อไปควรปฏิบัติตนอย่างไร ยกตัวอย่างตัวเองให้ฟังว่า

“หยุดโทษคนอื่นเสียที เห็นฉันไหม ที่ฉันต้องมาจบลงด้วยการรับบทแม่ก่อนวัยอันควร ถูกแบนจากสื่อทุกสำนัก ถูกคนที่บอกว่ากำลังจะเริ่มรักทิ้ง ไปคืนดีกับเมียเก่า เพราะอะไร เพราะนิสัยชอบโทษคนอื่นแบบเธอ!”

น้ำผึ้งชี้ทางออกว่าถ้ามอร์ดี้จะยืนอยู่ในวงการต่อไป ก็ต้องเปลี่ยนความคิดเสีย เพราะเธอยังมีโอกาส เมอร์ดี้ฟังอึ้งแล้วหันหลังค่อยๆเดินออกไป น้ำผึ้ง

มองตามอย่างเหนื่อยใจ พลันก็ตะลึงอึ้งเมื่อพีศทรรตมาบอกเธอว่า

“ผมไม่ได้ทิ้งคุณไปคืนดีกับเมียเก่า และผมไม่ได้แค่เริ่มจะรัก แต่ตอนนี้...รักแล้ว”

บรรดาเพื่อนๆที่นั่งอยู่พากันร้องฮิ้วววววว...ด้วยความดีใจ น้ำผึ้งเขินทำอะไรไม่ถูก เพื่อนๆ ยุพีศทรรตว่าอุ้มไปเลย พีศทรรตอุ้มน้ำผึ้งไปอีกมุมหนึ่งวางเธอลงแล้วชี้แจงว่า การที่ตนบอกว่าตกลงกับธัญรดาว่าจะทำครอบครัวให้แฮปปี้นั้นหมายความว่า ถึงเราจะแยกทางกันแต่เราก็แฮปปี้กันได้ถ้าต่างคนต่างทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูกที่ดีที่สุด

ชี้แจงจนน้ำผึ้งยิ้มดีใจแล้ว พีศทรรตชวนไปบอกคุณแม่กันดีไหม

แม้คุณหญิงกานดาจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อทั้งพีศทรรตและธัญรดาต่างสมัครใจที่จะแยกทางกันและได้คุยกับญาดาเรียบร้อยแล้ว คุณหญิงก็ไม่อาจฝืนใจทั้งสองได้ ส่วนน้ำผึ้งก็ฝากเนื้อฝากตัวพร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับทุกคนให้ได้ ทั้งด้านโน้นด้านนี้ด้านนั้น เธอ “เยอะ” เสียจนคุณหญิงต้องบอกให้พอและขอไปพัก ก่อนที่จะฟังจนเป็นลม

ooooooo

เมื่อดรณ์ทำงานจนมีหลักฐานมั่นคงแล้วจึงขอคุณย่าแต่งงานกับจิลลา คุณย่ายอมรับทั้งสองที่พิสูจน์ความรักที่มั่นคงต่อกัน

เมเปิ้ลถือโอกาสนี้สารภาพกับคุณย่าว่า ที่แล้วมาตนโกหกคุณย่าเรื่องตนกับกฤษ แต่หลังจากแกล้งสัมพันธ์กันเพื่อตบตาคุณย่าแล้ว ตนเกิดรักกฤษขึ้นมาจริงๆ แต่...ตนก็จากกฤษมาด้วยหัวใจยับเยินเมื่อรู้ว่าน้ำฟ้ารักกฤษจนจะยอมตายถ้ากฤษถูกแย่งชิงไป เมเปิ้ลเล่าให้คุณย่าฟังอย่างเจ็บร้าว คุณย่าผิดหวังเสียใจลุกเดินเข้าห้องไป เมเปิ้ลร้องไห้กอดพ่อกับแม่บอกว่า

“และหนูก็อยากจะบอกคุณย่าว่า ยังไงหนูก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับพี่ตรัยคุณเด็ดขาด หนูขอโทษนะคะ”

คุณหญิงกานดาที่นั่งเครียดอยู่ในห้องได้ยิน เดินออกจากห้องบอกหน้าตาขึงขังว่า

“พรุ่งนี้ฉันจะเรียกตรัยคุณมาคุยเรื่องงานหมั้น และจะต้องหมั้นให้เร็วที่สุด” เมเปิ้ลอึ้ง คุณย่าถามว่า “หรืออยากให้ฉันเรียกเธอว่าหลานอกตัญญู!”

เมเปิ้ลกลับไปคิดเครียด เล่าเรื่องคุณย่าให้เพื่อนๆ ฟังแล้วถามว่าจะทำอย่างไรดี

“แกไม่ต้องทำอะไร ให้ผู้ชายทำ” ลินีบอกแล้วมองหน้าวลัยกับน้ำผึ้งอย่างมีเลศนัยกัน

รุ่งขึ้น เพื่อนๆ สามีและแฟนเพื่อนของเมเปิ้ลก็ยกโขยงกันไปนั่งหน้าสลอนเป็นฝูงอยู่ในห้องรับแขก จนคุณย่าถามว่ามาทำอะไรกัน

เพื่อนๆแอบโทร.นัดกฤษมาเคลียร์ตัวเองกับคุณย่าว่า ตนรักเมเปิ้ล ส่วนน้ำฟ้าเธอก็ยอมรับความจริงและจะไม่ทำอะไรอย่างนั้นอีก ส่วนคุณแม่ท่านก็ให้โอกาสตนขอยืนยันว่า “ท่านรักผม ผมรักใครท่านก็จะยอมเปิดใจ”

คุณย่าหันไปเร่งดรณ์ให้โทร.ถามตรัยคุณว่ามาถึงไหนแล้ว ตนอยากจบเรื่องนี้เต็มที

แต่ดรณ์ก็แอบโทร.นัดไทเกอร์มางานนี้ด้วยให้ช่วยแฉตรัยคุณต่อหน้าคุณย่าเพื่อช่วยเมเปิ้ล ไทเกอร์เต็มใจมา เพราะได้เคลียร์กับเมเปิ้ลที่ไล่เขาออกแล้วว่าที่แท้เมเปิ้ลให้เขาออกจากผู้ช่วยตนก็เพื่อให้ไปรับผิดชอบนิตยสารที่จะเปิดใหม่

ตรัยคุณมาถึงแล้ว คุณย่าเห็นเพื่อนๆ สามี และแฟน เพื่อนของเมเปิ้ลยุกยิกๆ น่ารำคาญ จึงไล่ให้ออกไปข้างนอกเสียเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไทเกอร์ไม่ยอมออกอ้างว่าตนยังไม่ได้แฉกับทุกคนเลยว่าตนกับตรัยคุณเป็นอะไรกัน

ตรัยคุณหน้าซีดเผือดแต่ก็ยังเก๊กหน้าบอกว่ารู้จักกับไทเกอร์แต่ไม่สนิทกัน หาว่าไทเกอร์ใส่ร้ายตน ไทเกอร์ฉุนขาดทั้งหึงทั้งโกรธ เลยเอาคลิปที่ถ่ายตรัยคุณนอนเปลือยออกมาแฉ ทำให้ตรัยคุณอายจนต้องหนีกลับไป ส่วนคุณย่าเป็นลมแล้วเป็นลมอีก เมื่อคุณย่าดีขึ้น ท่านพูดกับเมเปิ้ลว่า

“ในที่สุด เธอก็หาทางพิสูจน์ให้ฉันเห็นจนได้สินะว่าตาตรัยคุณเป็นอย่างที่เธอว่า เมเปิ้ล” แล้วคุณย่าก็ถามถึง “เด็กคนนั้น” อยู่ไหน เมื่อกฤษเข้ามาหา คุณย่าถามว่าวันนี้มีธุระไปไหนต่อหรือเปล่า

“ถ้าอกหักก็กลับบ้านเลยครับ แต่ถ้าไม่...จะเดินจูงมือคุณเมเปิ้ลคุยโน่นคุยนั่นไปถึงเช้าครับ”

“ฉันยังพูดไม่จบ ฟัง!” คุณย่าดุ แล้วสั่ง “พาแม่เมเปิ้ลไปนวดหน้าทำสวยก่อน แล้วจะเดินจับมือกันยันเช้าที่ไหนก็ไป ถึงจะรักกันจริง วัยไม่เกี่ยว มันก็ต้องดูแลตัวเอง เดี๋ยวคนจะทักว่าแม่ควงลูกชาย”

“คุณย่าขา...ขอบคุณมากนะคะ” เมเปิ้ลเข้าไปกอดคุณย่าด้วยความดีใจ

“ย่าเองที่มัวแต่กลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ตอนที่ย่าเป็นลมเมื่อกี๊ เหมือนจะขาดใจตาย ย่าเห็นเธอร้องไห้ ย่าก็คิดได้ว่า ย่าไม่อยากตายแบบนี้ ตายในขณะที่เห็นลูกหลานเป็นทุกข์ เราควรจะมีความสุขในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ อะไรที่ยังมาไม่ถึงก็ช่างมัน”

ทุกคนฟังคุณย่าแล้วนิ่งงันอย่างคาดไม่ถึง คุณย่ายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรักลูกหลานว่า

“ถ้าคิดว่าเลือกดีแล้ว และนี่คือความสุขของตัว

ก็ทำไป ย่าจะไม่ขัด ขอให้โชคดีทั้งสองคน ยัยจิลกับตาดรณ์ ด้วย”

“ขอบคุณครับคุณย่า...ผมสัญญา ผมจะ...” กฤษรีบเอ่ย

“ไม่ต้องมาสัญญากับย่า สัญญากับตัวเองเถอะ

ตาวุฒิ มารยาท แม่จะกลับเข้าห้อง พาไปที”

วุฒิกับมารยาทประคองคุณย่าเข้าห้อง พอพ้นสายตาคุณย่า กฤษกับเมเปิ้ลก็จับมือกันไว้แน่น ดรณ์ก็กุมมือจิลลาแน่น แต่ทั้งหมดก็ยังได้ยินเสียงคุณย่าบอกวุฒิและมารยาทขณะเดินเข้าห้องว่า

“คอยตอบคำถามชาวบ้านให้ดีเถอะ ตาวุฒิ แม่มารยาท ว่าลูกสาวบ้านนี้กินเด็กกันทั้งบ้าน”

“ช่วยไม่ได้ ก็ลูกสาวเราสวยทั้งกายและใจ ใครก็อดใจไม่ไหวค่ะ” มารยาทตอบแม่สามีแล้วหัวเราะคิกคัก คุณหญิงหันค้อนอย่างหมั่นไส้ ส่วนเมเปิ้ลกับกฤษและจิลลากับดรณ์ต่างมองหน้ากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาจนสมหวังในวันนี้

ooooooo

วลัยมีความสุขกับการกินและการดูแลอย่างดีจากเป้ พูดอย่างดีใจว่าในที่สุดเพื่อนทั้งสามก็ได้ลงจากคานเสียที

ทั้งเมเปิ้ล น้ำผึ้ง และลินี พูดพร้อมกันว่ายัง! ลินีเล่นแง่ว่าตนยังไม่ได้ตอบวายุเลยว่าจะเป็นแฟนเขา น้ำผึ้งก็ปรารภว่าตนยังไม่รู้เลยว่าจะฝ่าด่านแม่พีศทรรตได้สำเร็จหรือไม่ ส่วนเมเปิ้ลก็พูดกับกฤษว่า

“ฉันก็เหมือนกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น เราไม่มีทางรู้เลยว่า อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จะมีใครเปลี่ยนแปลงไปไหม หมดรักกันจนต้องเลิกลากันหรือเปล่า?” ฟังเมเปิ้ลแล้วทุกคนอึ้ง ลินีพูดอย่างตัดสินใจแล้วว่า

“ขอแค่...ทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันที่เรามีใครเข้ามาในชีวิต”

“ดูแลความรักของเราให้ดีที่สุด” น้ำผึ้งเสริม

“วันข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ช่างมัน คุณย่าฉันกล่าว” เมเปิ้ลอ้างคำพูดคุณย่า

ส่วนวลัยที่ลงจากคานก่อนเพื่อนและกำลังจะมีพยานรัก ปลื้มพวกเพื่อนๆ ตักขนมเข้าปากไม่หยุดจนเป้จับมือไว้ส่ายหน้าให้พอ เธอมองหน้าสามีสุดที่รัก เอ่ยอย่างซึ้งใจ “ขอบคุณนะคะพี่เป้ ที่ดูแลกัน”

ทุกคนต่างสุขสดชื่นกับชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้น พีศทรรตจับมือน้ำผึ้งชวนไปกันเถอะ เธอถามว่าไปไหน

“ไม่มีใครเลี้ยงญาดา แต้วลากลับบ้าน รดาติดประชุมตอนเย็น”

น้ำผึ้งทำท่าจะโวยก็ถูกพีศทรรตจับมือลากไปเลย

กฤษนึกขึ้นได้ว่าคุณย่าสั่งให้พาเมเปิ้ลไปนวดหน้าก่อนจะควงไปไหนมาไหน ใครๆ จะได้ไม่คิดว่าเป็นแม่ลูกกัน เมเปิ้ลจะจูงมือ กฤษไม่ให้จูงอ้างว่า “เดี๋ยวคนทักว่าแม่ควงลูกชาย” เลยโดนด่าประเดิมว่า “ไอ้เด็กบ้า!ปากเสีย!!”

ลินีถามวายุว่าจะพาตนไปไหน วายุบอกว่าคุณแม่รอกินข้าวฝีมือตนอยู่ เราต้องรีบไปซื้อของสดกัน

สามคู่จูงมือกันออกไป แล้วแยกไปคนละทางตาม เป้าหมายของตัวเอง เป็นความรักที่มีรสชาติต่างกันแต่ทุกคู่ก็มีความหวานเชื่อมและหล่อเลี้ยงชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้น...

ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครกังวล ขอแต่วันนี้มีฉันและเธอจูงมือเดินไปด้วยกันก็พอ...

ooooooo

 

–อวสาน–


ละครก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ติดตามก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 8 พ.ค. 2557 09:39 2014-05-09T04:14:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ