ข่าว

วิดีโอ



ริมฝั่งน้ำ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เป่ากุ้ย

กำกับการแสดงโดย: ภูธเนศ หงษ์มานพ

ผลิตโดย: บริษัท เป่าจินจง จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เพื่อน คณิน ชอบประดิถ,นาตาลี ปณาลี วรุณวงศ์

คืนนี้...อานัสแค้น ถือไม้บุกเข้าไปในเรือนกล้วยไม้บ้านร่มไม้ชายคา ฟาดกระถางแตกกระจายเหมือนคนคลั่ง โตมรแอบดูเห็นอารมณ์คลั่งของอานัสก็หลบไปเงียบๆ กลัวอานัสเห็นแล้วจะมาทำร้ายเอา

รุ่งเช้าวีนัสมาดูเรือนกล้วยไม้เก็บดอกกล้วยไม้ขึ้นมาถาม

“ใคร...ใครมันทำขนาดนี้”

“หมาอันธพาลนอกรั้ว มันคงลอบเข้ามา”

โตมรบอก เห็นวีนัสมองกล้วยไม้อย่างเสียดาย ถามว่า “หนูวีนัสพอจะไปหากล้วยไม้สวยๆมาใหม่ได้ไหม”

วีนัสมองดอกกล้วยไม้ในมือนิ่ง...

อานัสไม่เพียงอาละวาดที่บ้านร่มไม้ฯ หากยัง

ไปที่สวนกล้วยไม้ของพฤกษ์ พุ่งเข้าชกพฤกษ์ที่กำลังดูการมัดกล้วยไม้ไม่ทันรู้ตัวจนกระเด็น ลุงเพชรร้องบอกให้คนงานช่วยพฤกษ์ก็ถูกอานัสเหวี่ยงใส่จนแตกฮือ แล้วพุ่งไปบีบคอพฤกษ์ ชกซ้ำจนพฤกษ์ลุกไม่ไหว ตะโกนคลั่ง

“มึง...มึงยุ่งกับวีนัสของกู”

อานัสจับหัวพฤกษ์โขกพื้นอย่างแรงแล้วเตะซ้ำ พลันก็ถูกกระชากออกมา อานัสหันขวับเงื้อหมัดจะชกแต่แล้วก็ชะงักค้างเมื่อเห็นเป็นวีนัส วีนัสตบอย่างแรง

ด่าทันที

“ฉันนึกว่ามิตรภาพจะเปลี่ยนคุณได้ แต่สุดท้ายคุณมันก็เลวยิ่งกว่าเดิม” อานัสโทษว่าเพราะพฤกษ์ “ไม่ใช่อาจารย์ เพราะตัวคุณ คุณไม่เคยยับยั้งชั่งใจ ไม่เคยเห็นแก่คนอื่น คุณทำลายทุกอย่างเพราะเห็นแก่ตัว”

วีนัสคว้าไม้ที่พื้นฟาดอานัสอย่างแรง พฤกษ์ตกใจดึงไม้จากวีนัสแล้วไล่อานัสอย่างดุดัน

“ออกไป ถ้าแกแตะวีนัสอีก ฉันจะฆ่าแก”

อานัสเห็นคนงานที่ล้อมเข้ามาก็ถอย วีนัสช่วยปัดดินที่เลอะหน้าพฤกษ์ เขามองเธอด้วยความรักยิ่งขึ้น

อานัสกลับบ้านเจออินทิราถามเย้ยว่าไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีก ถูกอานัสด่าก็เย้ยว่าน้ำหน้าอย่างนี้ ผู้หญิงฉลาดๆมีแต่จะสูบเงินแล้วเหยียบหัวเป็นบันไดก้าวขึ้นที่สูงเท่านั้น

อานัสเลือดขึ้นหน้าพุ่งเข้าตบอินทิราจนหน้าหงาย ชาญชัยเข้ามาพอดีเอาไม้เท้าขวางก่อนที่อานัสจะพุ่งเข้าไปซ้ำ อานัสคำรามคลั่ง

“ผมจะฆ่ามัน!”

“ไอ้สารเลว เลือดชั่วๆของแกมันมาจากไหน ถึงคิดจะฆ่าญาติพี่น้องได้”

“หุบปากได้แล้วอินทิรา” ชาญชัยตวาด อินทิราถามว่าคุณพ่อยังจะเข้าข้างหลานชั่วหรือ “ฉันสั่งให้แกหุบปาก ถ้าแกไม่อยากโดนไอ้เอิร์ธมันฆ่า ไปซะไปให้พ้นจากตรงนี้ก่อน ไป๊!”

อินทิราเห็นอานัสคลั่งก็รีบวิ่งออกไป อานัสหันระเบิดอารมณ์กับชาญชัยว่าวีนัสไม่ได้รักตนเลย 

เธอกลับไปหาพฤกษ์ ทรุดสะอื้นถามว่า คนอย่างตนมันเลวจนไม่ควรได้รับความรักจากใครเลยหรือ

ชาญชัยมองอานัสที่สะอื้นฮัก สงสารจับใจ เตือนสติว่า

“รักอย่างมีสตินะเอิร์ธ อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายความตั้งใจเป็นคนดีของเรา” อานัสบอกว่าพอกันที ตนขอเป็นคนเลวและจะเลวให้สะใจ “แต่แกจะไม่ได้อะไรจากใครอีกเลย แม้กระทั่งความไว้ใจ แกจะเป็นคนที่ทุกคนเกลียดและไม่ให้อภัยอีก...อย่ายอมแพ้เอิร์ธ ชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน แล้วแกจะชนะใจคนอื่นได้”

อานัสไม่อาจฟังอะไรได้อีกแล้ว เขาพุ่งออกไปทันที ชาญชัยมองตามทั้งเป็นห่วงและสงสาร

อานัสไปที่มหาวิทยาลัย เนมเห็นรีบเข้าไปหา อานัสยั่วทันทีว่าใจกว้างเหลือเกินที่ปล่อยให้เหยื่ออย่างพฤกษ์กลับไปซบแฟนเก่า เนมเย้ยว่าพูดแบบนี้รู้เลยว่า ง้อวีนัสไม่สำเร็จ

อานัสบอกเนมว่าตนง้อวีนัสไม่ได้ เธอก็ไม่มีวันได้พฤกษ์เหมือนกัน เนมสวนไปว่าคนฉลาดอย่างตนมีวิธีที่ดีกว่าการเอาตัวไปขวาง อานัสเย้ยว่าทำให้ตายก็ไม่สำเร็จเพราะถ้าพฤกษ์สนใจเธอสักนิดวีนัสก็ไม่มีวันกลับมา เนมตวาดว่าไม่ต้องมาปั่นหัวตน

“ฉันเตือนต่างหาก ทำไมไม่ทำอะไรที่เราสองคนได้ประโยชน์ทั้งคู่ แทนที่จะมากัดกัน” อานัสหวังใช้เนมให้เป็นประโยชน์อีกครั้ง

ooooooo

วีนัสเฝ้าขอร้องให้พฤกษ์ไปหาหมอ แต่เขาบอกว่าตนไม่เป็นอะไรเพียงแต่ตนนอนน้อยเพราะกำลังปรับปรุงสวน

วีนัสตัดพ้อว่าอาจารย์เป็นห่วงทุกคนแต่ต้องห่วงตัวเองด้วย และต้องยอมรับความหวังดีจากตนด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ว่าวีนัสจะหว่านล้อมอย่างไรพฤกษ์ก็ยังเฉย

ส่วนโตมรอาการหนักขึ้นทุกวันแต่ก็ไม่ยอมรับว่าตนเป็นอะไร วีนัสจะให้ธนพัตมาอยู่ด้วยก็ไม่เอา

แต่แล้วโตมรอาการกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่ามะเร็งเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ถ้าทางเดินปัสสาวะขับของเสียออกไม่ได้คุณตาก็อาจไตวาย โตมรพูดอย่างหนักแน่นแม้จะเหนื่อยล้าเต็มทีว่า ตนยืนยันการตัดสินใจแรก ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามวาระ ตามธรรมชาติ ความตายสำหรับตนมันไม่น่ากลัวอีกแล้ว

วีนัสถามจากพฤกษ์จนรู้ว่าโตมรรักษาตัวที่ไหน ทั้งสองจึงไปรับโตมรที่โรงพยาบาล แต่ดูอาการเขาไม่ดีเลย จึงเสนอจะเปลี่ยนโรงพยาบาล

“ขอบใจความหวังดีของพวกเธอ แต่ฉันมีเหตุผล ยังไงฉันก็จะรักษาที่นี่”

เมื่อเดินมาถึงผนังด้านหนึ่งของตึก พฤกษ์กับวีนัสเห็นรูปโตมรติดที่ผนังมีป้ายว่าเป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงพยาบาลนี้ โตมรจึงเล่าให้ฟังว่า

โรงพยาบาลนี้สร้างบนที่ดินที่ตนบริจาค เล่ารายละเอียดว่าที่ดินผืนนี้ลูกชายคนเดียวของตนอยากได้ไปทำห้างสรรพสินค้า...

“แต่ฉันเลือกจะให้เป็นที่พักพิง ที่รักษาให้กับคนป่วยไม่เลือกว่ารวยหรือจน มันเป็นการทำบุญครั้งเดียวของฉัน แต่ทุกครั้งที่ฉันก้าวมาที่นี่ ฉันมีความปีติที่ไม่ต้องอวดอ้างบอกใคร ฉันได้ช่วยคนให้เขามีหมอ มีที่รักษาความเจ็บป่วยทั้งกายและใจ...ฉันอาจช่วยต่ออายุเด็ก

สักคนให้เขาได้อยู่กับพ่อแม่ ได้แข็งแรง ได้โตไปเป็นกำลังที่ดีของสังคม ถ้าต้องตาย ฉันก็ขอตายไปกับความภูมิใจตลอดชั่วชีวิต ที่ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้”

วันต่อมาเชาว์ก็ได้รับจดหมายที่โตมรฝากคนเอามาให้ เขารีบเปิดอ่านเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบสวยงาม

“เชาว์ผู้น่ารำคาญ สงสัยใช่ไหมว่าฉันเขียนจดหมายถึงนายทำไม นี่ไม่ใช่จดหมายรักแต่เป็นคำสั่งที่นายต้องทำ ข้อหนึ่ง เงินทองของฉัน ฉันยกให้มูลนิธิเพื่อคนยากไร้ในโรงพยาบาลที่ฉันรักษา ข้อสอง ไม่ต้องบอกลูกหลานฉัน ในเมื่อตัดพ่อตัดลูกตั้งแต่ฉันยกที่ดินให้โรงพยาบาลก็อย่าติดต่อให้รำคาญใจกันอีก ข้อสาม ฉันเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ปฏิเสธการรักษาทางเคมีทุกอย่าง ไม่เจาะ ไม่ใส่ท่อรุงรัง ขอให้ยึดถือข้อนี้ไว้เป็นเด็ดขาด ให้ฉันได้ไปอย่างธรรมชาติ ไม่ต้องจัดงานศพใหญ่โต อย่าสิ้นเปลือง ขอบใจมากนายเชาว์ผู้น่ารำคาญ”

เชาว์อ่านจดหมายจบถึงกับน้ำตาร่วง...

วันนี้โตมรอยู่กับพอเพียงตามลำพังที่เก้าอี้วงเวียนบ้านร่มไม้ฯ เขาลูบหัวพอเพียงขอบใจที่ไม่ทิ้งตน  บอกพอเพียงว่า “ฉันมีตาเชาว์จอมวุ่นวายกับแกเป็นเพื่อนแท้ เป็นความรักที่จริงใจยิ่งกว่าลูกหลานตัวเองเสียอีก”

เชาว์มาถึงพอดี เขาเร่งฝีเท้าเข้าหาโตมรร้องบอก “คุณโต เชาว์มาแล้ว” เห็นโตมรกำลังคอพับไปกับเก้าอี้ เอ่ยเสียงแผ่ว

“ขอบใจ ฉันไปล่ะนะเชาว์ พอเพียง”

“ไปสบายนะคุณโต ไม่เจ็บไม่ปวดไม่ต้องทรมานเพราะความคิดถึงลูกหลานอีกแล้ว” เชาว์แตะมือโตมรน้ำตาไหล

โตมรจากไปโดยมีเชาว์และพอเพียงเป็น เพื่อนแท้ในวาระสุดท้าย...

ooooooo

ยายพิกุล วีนัสและคณิตา วางพวงมาลัยที่หน้ารูปโตมรโดยมีพอเพียงหมอบอยู่ด้วย ยายพิกุลบอกล่าวโตมรว่า “ถือเสียว่าที่นี่เป็นบ้าน อยู่กับพวกเราที่นี่นะ”

วีนัสบอกคณิตาว่า ตนรู้ว่าโตมรป่วยจากพฤกษ์เพราะเขาเจอกันที่โรงพยาบาล หลังๆมานี่อาจารย์พฤกษ์ก็ท่าทางไม่ค่อยสบาย คณิตาถามว่า แล้วถามกันบ้างหรือเปล่า

“ถ้าถามแล้วตอบง่ายๆก็ไม่ใช่คนปากแข็งอย่างอาจารย์พฤกษ์สิ ณิตา...ยังไงเราก็ต้องรู้ให้ได้ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป”

แล้วไตรทศกับไอลดาเพื่อนสนิทที่เข้านอกออกในบ้านพฤกษ์ได้ก็วางแผนค้นหาความจริงกัน โดยไตรทศทำเป็นคุยดึงความสนใจจากพฤกษ์ที่สวนกล้วยไม้ ถ่วงเวลาให้ไอลดาไปค้นหาหลักฐานการรักษาตัวของพฤกษ์ และเจอใบนัดหมอในหนังสือภาพกล้วยไม้เก่าที่พฤกษ์เคยบอกว่าเป็นหนังสือที่พ่อให้แม่ตอนจีบกัน

เมื่อรู้ว่าพฤกษ์ป่วยจริงๆ ทั้งสองก็เอาใจใส่ดูแลให้เขาพักผ่อนบ้าง ส่วนไอลดาก็จะไปคุยกับหมอที่รักษาพฤกษ์ แล้วบอกไตรทศว่า

“ต่อไปนี้เราต้องผลัดกันมาอยู่เป็นเพื่อนพฤกษ์ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม อย่าปล่อยให้มันอยู่คนเดียว”

“ได้ ไม่มีปัญหา แกรีบไปคุยให้รู้เรื่อง แล้วโทร.มาเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังด้วย...” แต่พอไอลดาเดินออกไป มือถือของไตรทศก็ดังขึ้น เขารีบรับสาย “ครับๆ นาย...ว่างครับ ไปตอนนี้ได้เลยครับนาย”

แล้วไตรทศก็รีบไปอีกคน เป็นโอกาสให้เนมแทรกเข้ามาหาพฤกษ์อย่างมีแผนทันที

เนมเอาสตรอว์เบอร์รีน่ากินมาฝาก รบเร้าให้ พฤกษ์กินจะได้รู้ว่าหวานจริงๆ พอพฤกษ์หยิบกินก็เอานมอัลมอนด์ให้ดื่มบอกว่าดีกับสุขภาพ อ้อนให้ดื่มสักนิดตนจะได้ดีใจ

ฝ่ายอานัสก็ไปที่บ้านวีนัส ออดอ้อนว่าเกลียดตนจนไม่มองหน้าเพราะตนทำร้ายพฤกษ์ตัดพ้อว่าพฤกษ์น่าอิจฉาจริงๆ ทำเลวแค่ไหนเธอก็ยังหลงมัน วีนัสบอกว่าถ้าเขาเลิกใส่ร้ายคนอื่นก็คงจะพอมีความดีติดตัวบ้าง

“ผมยอมถูกด่า ที่มาเตือนเพราะอยากให้คุณตาสว่าง พฤกษ์มันไม่ได้วิเศษอย่างที่คุณเห็น”

วีนัสบอกว่าไม่จำเป็นที่ตนต้องเชื่อเขา อานัส ถามว่าแล้วเธอจะเชื่อใคร เชื่อพฤกษ์ที่ดีแต่เปลือก หลอกเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือ แล้วปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายพฤกษ์ว่า

“ถ้าพฤกษ์มีเธอคนเดียว เนมคงไม่ต้องปรึกษาเพื่อนเรื่องทำแท้ง!”

วีนัสฟังแล้วชาไปหมดทั้งตัว

เวลาเดียวกันเนมก็วางยาพฤกษ์ เอายานอนหลับใส่ในนมอัลมอนด์ให้พฤกษ์ดื่ม ครู่เดียวก็มึนหัวง่วงนอนบอกให้เนมกลับไปก่อน เนมรับปากทำท่าจะลุก พฤกษ์ก็ง่วงจนหลับผล็อยไปแล้ว เนมก็จัดฉากทันที

เนมถ่ายรูปให้เห็นว่านอนเปลือยไหล่แนบกับพฤกษ์ ถ่ายรูปจนสมใจแล้ว เนมออกไปที่ระเบียงติดกระดุมเสื้อให้เข้าที่ก็พอดีวีนัสวิ่งเข้ามา เนมทำเป็นตกใจบอกว่าไม่รู้ว่าเธอจะมา อาจารย์เพลียมากเพิ่งหลับไป

วีนัสหันหลังกลับทันที เนมตามไปอธิบายว่า ตนเคยบอกอาจารย์พฤกษ์ให้เลือกแต่อาจารย์เลือกไม่ได้เพราะกลัวเธอเสียใจ เห็นวีนัสอึ้งก็กระหน่ำซ้ำว่า

“อาจารย์เขาเห็นเธอไม่มีใคร บ้านร่มไม้ฯก็ต้องปิด จริงๆอาจารย์เขาไม่ลืมหรอกนะว่าใครทำให้แม่อาจารย์ตาย”

“พอแล้วหนึ่งธิดา ฉันจะถามเธอแค่คำเดียว...เธอกับอาจารย์พฤกษ์...” วีนัสจุกที่คอพูดไม่ออก

เนมทำหน้าตกใจถามวีนัสว่ารู้อะไรมา หรือว่าเธอรู้เรื่อง...พูดแล้วแกล้งเอามือแตะท้องตัวเอง ขอร้อง

“อย่าบอกใครนะ เธอก็รู้ ถ้าอาจารย์พฤกษ์ไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็ก ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฉันหมดอนาคต พ่อแม่ฉันต้องอายคนอื่น” วีนัสถามว่าทำไมไม่คิดก่อนทำ ทำไมไม่รักตัวเอง “เพราะฉันรักอาจารย์พฤกษ์ รักมาก อาจารย์ก็บอกว่า...รักฉัน”

วีนัสปัดมือเนมที่จับแขนตนออก บอกว่าไม่ต้องกลัวว่าตนจะทำลายชีวิตเธอ ไม่ต้องกลัวว่าตนจะแย่งอาจารย์พฤกษ์ไป พูดแล้วหันหลังเดินไปอย่างเด็ดเดี่ยว เนมทำเป็นเศร้า แต่พอวีนัสออกจากประตูรั้วไปก็ยิ้มสมใจ พึมพำ

“แค่ฉันสะกิดรอยร้าว เธอก็ยอมแพ้ง่ายๆ ไปให้พ้น...วีนัส ไปจากอาจารย์พฤกษ์แล้วอย่ากลับมาอีก”

ooooooo

เนมเฝ้าอยู่จนพฤกษ์ตื่นบอกว่าอาจารย์วูบอีกแล้ว พฤกษ์ถามว่าตนบอกให้กลับไปแล้วไม่ใช่หรือเนมบอกว่าตนเป็นห่วงไม่อยากทิ้งอาจารย์ไว้คนเดียว

“ฉันมาแล้ว ทีนี้อาจารย์ของหล่อนก็ไม่ต้องอยู่คนเดียว” เสียงไอลดาแทรกขึ้นแล้วเดินมาดึงเนมให้ลุกขึ้นบอกว่าตนดูแลเพื่อนเอง พฤกษ์บอกว่าตนไม่เป็นไร

“แกเลิกพูดว่าสบายดี ไม่ต้องทำเข้มแข็งต่อหน้า หมออย่างฉัน เพราะฉันรู้แล้วแกป่วยขนาดไหน ฉันไปคุยกับหมอที่รักษาแกแล้ว พฤกษ์...สมองส่วนหลังแกเคลื่อนมาที่ไขสันหลัง เซลล์สมองแกเสียหาย ระบบประสาทแกถึงผิดปกติ แกปวดหัว ปวดคอ ตาพร่า แต่โรคของแกมันยังไม่ถึงตาย”

พฤกษ์ยอมรับความจริง บอกว่าถึงไม่ตายตอนนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น ตนอยากหาย อยากผ่าตัด แต่หมอบอกว่ามันเสี่ยงเกินไป บอกไอลดาว่าห้ามบอกวีนัสเด็ดขาด ไอลดาบอกว่าเขาอยู่คนเดียวไม่ได้ เขาหนีงานหมั้นเพราะรู้ว่าตัวเองจะไม่หาย

พฤกษ์บอกว่าอนาคตผู้หญิงดีๆอย่างวีนัสไม่ควรจมอยู่กับคนป่วยเรื้อรังอย่างตน

“แกไม่ควรดูถูกความรักของวีนัส ถ้าเขาเต็มใจจะอยู่กับแก ดูแลแก” พฤกษ์ถามว่าจะให้ตนเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว ยิ่งวีนัสรัก ตนก็ยิ่งไม่ควรยื้อเขา ความรัก ตนควรทำให้วีนัสมีความสุข ไม่ใช่มีแต่ความเศร้า ไอลดาบอกว่า “แกต้องให้วีนัสเลือกเอง ถึงจะเหลือเวลาในชีวิตแค่วันเดียว ความรักก็มีค่ามากพอให้เราทำได้ทุกอย่าง”

แล้วไอลดาก็ออกมากดส่งข้อความให้วีนัสว่า “พฤกษ์ไม่สบายหนัก มาดูหน่อย” วีนัสที่เสียใจอยู่อ่านแล้วลังเล ก็มีข้อความจากอานัสส่งมาพร้อมรูปเนมนอนแนบหน้ากับพฤกษ์ว่า “เนมส่งมาอวดผม พฤกษ์กับเขารักกันมาก” ทำให้วีนัสยิ่งลังเลว่าจะไปดูพฤกษ์อย่างที่ไอลดาไลน์มาบอกไหม

ในที่สุดวีนัสก็ไป แต่พอไปถึงก็ตบหน้าพฤกษ์ด้วยความโมโห พูดหน้าถมึงทึง

 “คุณปิดบังฉันทุกเรื่อง ทิ้งงานหมั้น ทำกับฉันขนาดนี้...ไม่คิดจะบอกความจริงฉันสักครั้ง”

 พฤกษ์ตกใจที่วีนัสรู้เรื่องอาการป่วยของตนถามว่าใครบอก หรือว่าไอบอก วีนัสบอกว่าเพราะเขาไม่พูดตนจึงต้องรู้เรื่องจากผู้หญิงของเขา เขามีหนึ่งธิดาตลอดเวลาที่มีตน พฤกษ์ถามว่าหนึ่งธิดาบอกเธอหรือ

 “ใครบอกไม่สำคัญ สำคัญว่ามันจริง คุณทิ้งฉัน คุณคบซ้อน หลอกฉัน แต่ฉันก็ยังห่วงคุณ ฉันจะมาที่นี่ทำไมอีกในเมื่อคุณมีหนึ่งธิดาดูแลดีกว่าฉัน มาแล้วฉันก็ต้องเจ็บกลับไป”

วีนัสน้ำตาคลอเดินหนีไปทางศาลาท่าน้ำ พฤกษ์ตามไปรั้งแขนไว้ถาม

“คุณห่วงผม...คุณรักผม”

วีนัสบอกว่าถ้าเขาไม่สบายบอกหนึ่งธิดาเธอต้องดูแลเขาให้ดี ต้องมีชีวิตเพื่อความสุขเพื่อครอบครัวของเขาสองคน พฤกษ์สะดุดหูคำว่า “ครอบครัว” ยืนยันว่าตนมีผู้หญิงคนเดียวคือเธอ วีนัสบอกว่าหนึ่งธิดาบอกว่าท้องกับเขา

ความลับจึงเปิดเผยว่าเนมปั้นเรื่องโกหก พฤกษ์ยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับเนม ตนกำลังป่วยมันไม่มีทางหาย ตนอาจจะตายได้ทุกเมื่อ ยอมรับว่า

“ผมไม่กล้าบอกคุณ ไม่อยากรั้งคุณไว้อยู่กับคนป่วย”

วีนัสน้ำตาซึม จูบพฤกษ์กระซิบ “ฉันจะดูแลอาจารย์เอง ผู้หญิงของอาจารย์ต้องเป็นฉันคนเดียว”

ในที่สุด...รักก็เข้าใจในรัก อุปสรรคใดก็ไม่อาจขวางกั้นรักแท้ได้...

ooooooo

ในขณะที่พฤกษ์กับวีนัสเข้าใจและหยอกล้อกันอย่างมีความสุขอยู่ในบ้านนั้น อานัสก็ประคองช่อดอกไม้สวยจะมาให้วีนัสแต่ถูกพอเพียงออกมากันท่าจนไม่กล้าเข้าไป

พอดีคณิตาออกมา อานัสบอกว่าตนติดต่อวีนัสไม่ได้ คณิตาได้ทียั่วอานัสว่าวีนัสไม่อยากติดต่อใคร

เอาดอกไม้กลับไปเสีย เพราะวีนัสมีพฤกษ์อยู่ด้วยแล้วไม่อยากให้คนนอกไปรบกวน

อานัสตรงไปที่มหาวิทยาลัยตวาดใส่หน้าเนมว่าไหนว่าวีนัสกับพฤกษ์ต้องเกลียดกันด้วยแผนหลอกว่าท้อง ไล่ให้เนมไปแยกวีนัสออกจากพฤกษ์ให้ได้ เนมแหวคืนว่าคิดเองบ้างอย่ามาใช้ตนคนเดียว

“ตอนนี้ฉันคิดออกอย่างเดียว ถ้าไอ้พฤกษ์มันตาย วีนัสจะยังรักมันได้ยังไง”

เมื่อวีนัสกับพฤกษ์เข้าใจกันแล้ว วีนัสดูแลพฤกษ์อย่างใกล้ชิด จนพฤกษ์ถามว่าเธอจะทนอยู่กับคนที่ไร้ความสามารถอย่างตนได้อีกกี่วัน วีนัสตอบอย่างหนักแน่นว่าตนไม่ท้ออาจารย์ก็ต้องไม่ท้อ อาจารย์ต้องสู้

พฤกษ์บอกว่าถ้าเธอจะไปตนก็เข้าใจเหตุผล ไม่โกรธ เธอยังมีทางเลือกอย่ามาเสียเวลากับตนเลย วีนัสจับมือพฤกษ์แน่นบอกว่าตนจะจับเขาไว้อย่างนี้ไม่ปล่อย ชีวิตจะเหนื่อยอีกแค่ไหน เรายังมีค่าต่อกันและกัน วีนัสยิ้มให้โอบเอวพฤกษ์ไว้ พฤกษ์มองด้วยความตื้นตันใจ

ทันใดนั้นอานัสกับเนมก้าวเข้ามา อานัสชักปืนออกมาจะยิงพฤกษ์ เนมตกใจรีบดึงและลากอานัสออกไป ตวาดว่าไม่เคยเห็นใครสิ้นคิดอย่างเขาเลย กระสุนนัดเดียว เขาจะกลายเป็นฆาตกร ถูกจับ ติดคุก!!

พอได้ยินคำว่าติดคุก อานัสก็ได้สติรีบเก็บปืนเดินหัวเสียออกไป เนมเดินตามไปอย่างหงุดหงิดมาก

ooooooo

วันนี้นิ่มนวลเอาสร้อยทองเส้นน่ารักให้กิ๊ฟท์เป็นรางวัลที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ พาฝันอวยลูกว่ากิ๊ฟท์กะจะไปเรียนต่อเมืองนอกเลย นิ่มนวลบอกว่ายายจะส่งเอง

พาฝันทำเป็นนึกได้ว่าแม่เคยบอกว่ามีทองแท่งเก็บไว้ให้ลูกทุกคน นิ่มนวลจำไม่ได้ พาฝันปะเหลาะว่าแม่นึกดีๆเก็บไว้ที่ไหน จะได้เอาออกมาตนจะช่วยหาที่เก็บใหม่ให้ เดี๋ยวแม่ลืมแล้วจะหากันไม่เจอ

ที่ด้านนอกอุ้มที่มาได้ยินหมด วางแผนตอดสมบัติของแม่ทันที พอได้จังหวะก็เข้าไปไหว้อย่างสวยงามพร้อมบีบน้ำตาว่าตนคิดถึงแม่ แต่ลูกๆของแม่สั่งไม่ให้ตนมาเด็ดขาด นิ่มนวลบอกว่าอยากมาก็มาสิ

อุ้มบอกว่าคุณแม่อนุญาตแล้วนะ แล้วทำเป็นมือถือสั่นขอรับโทรศัพท์ก่อน พลางหยิบมือถือขึ้นมาคุยกับวีรกิจ ทำเป็นลดเสียงเหมือนไม่อยากให้นิ่มนวลได้ยินว่า

“อุ้มไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะพี่กิจ เอาเดี๋ยวนี้แล้วอุ้มจะเอาที่ไหนโอนให้ ค่ะ...ค่ะ...อุ้มจะหาให้ได้ค่ะ”

อุ้มทำเป็นลำบากใจแล้ววางสาย นิ่มนวลถามว่ากิจมีอะไร อุ้มดราม่าทันทีว่านายของวีรกิจชวนเปิดร้านอาหาร ขัดมาหลายรอบแล้วแต่คราวนี้ไม่รู้จะอ้างอะไร ทำเป็นขอตัวไปกู้เงินก่อนร้อยละสี่สิบก็ต้องยอม

“เดี๋ยวก่อน นั่งลงก่อน อะไร ยังไง พูดไปซิ” นิ่มนวลเอ่ย อุ้มรีบนั่งลงทันที มองนิ่มนวลแววตาอ้อน กิ๊ฟท์เดินมาเห็นอุ้มคุยกับยายที่ศาลาท่าทางออดอ้อนก็สงสัยรีบไปบอกพาฝันผู้เป็นแม่ครู่เดียว อุ้มไหว้นิ่มนวลอ่อนน้อมพร้อมแบงก์พันปึกใหญ่ บอกว่าถ้าไม่ได้แม่ช่วยคราวนี้ตนกับพี่กิจคงแย่แน่ แล้วกราบลาเลย แต่พอหันออกมาก็ถูกพาฝันพุ่งเข้าตบฉาดใหญ่ถึงกับกระเด็นไปกระแทกเสาศาลา

พาฝันตะคอกให้เอาเงินแม่คืนมา อุ้มอ้างว่าแม่ให้ตนแล้ว นิ่มนวลบอกว่าแม่เต็มใจให้เงินเขาเอง พาฝันบอกว่าอุ้มโกหก เอาพี่กิจมาอ้าง

“แต่นี่มันสะใภ้แม่ จะให้มันบากหน้าไปเที่ยวยืมเงินคนอื่นให้อายมาถึงครอบครัวเราทำไม เงินแค่นี้แม่ถือว่าช่วยกิจ แกไม่ต้องห่วง เงินทองสำหรับแม่มันไม่มีค่ากว่าความสุขในครอบครัวลูก ต่อให้แม่ต้องหมดตัวเพื่อลูก แม่ก็ยอม”

นิ่มนวลหดหู่ใจเมื่อนึกถึงความบาดหมางของสะใภ้กับคนในครอบครัว

อุ้มไปพบไตรทศที่ร้านอาหาร ใบหน้ายังมีรอยตบแดงเป็นปื้น อุ้มบอกว่าตนเกลียดครอบครัวผัวตัวเอง ไม่อยากทนแล้ว ตนจะหย่า ไตรทศเตือนว่า

“ถ้าจะไป คุณอุ้มต้องมีอะไรป้องกันตัวนะครับ อะไรที่จะทำให้คุณอุ้มปลอดภัย ต่อรองกับสามีคุณอุ้มได้ ไม่ให้เขามารบกวนคุณอุ้มอีก” ไตรทศแสดงตัวเป็นมิตรเต็มที่ อุ้มมองเขาอย่างชั่งใจ

แล้วก็มีเหตุให้อุ้มตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อนิ่มนวลหายไปจากบ้าน วีรกิจห่วงแม่ให้อุ้มช่วยตามหา อุ้มบอกว่าตนไม่อยากยุ่งเรื่องบ้านเขา แม่เขาก็ไม่ใจกว้างเหมือนแม่ตนพี่น้องก็คอยแต่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมตนตลอด ถามว่า

“ทำไมอุ้มต้องเข้าไปทนมือทนไม้พวกมันด้วย ครอบครัวโรคจิต”

อุ้มด่ากราดทั้งบ้าน วีรกิจโมโหที่อุ้มด่าแม่ ตบอุ้มจนล้ม ชี้หน้าปรามแล้วหันหลังเดินเข้าบ้านไป

“ไม่ทนแล้ว ฉันไม่ทนแล้ว” อุ้มโทรศัพท์ทันที “คุณทศ ฉันเอง รีบมาหาฉัน ฉันมีของสำคัญจะให้”

ooooooo

ที่แท้นิ่มนวลไปหาเชาว์ที่บ้านเช่า ปาร์ตี้ระลึกถึงโตมรคุยหัวเราะกันสนุกสนานกับม้วน อี๊ด วีนัสตามไปเจอจึงชวนกินข้าวด้วยกัน เชาว์บอกวีนัสว่า

“หนูวีนัส ตาว่าจะกลับปักษ์ใต้สักที บ้านร่มไม้ฯยังไม่เปิด คุณโตก็ไม่อยู่แล้ว มันเหงาจริงๆ”

วีนัสใจหายที่เชาว์จะหายไปจากกลุ่มอีกคนแล้ว...

ไตรทศรีบไปหาอุ้ม อุ้มเอาคลิปลับที่แอบเอามาจากมือถือของวีรกิจให้ไตรทศ เผื่อวีรกิจไม่ยอมหย่าจะได้เอาไปขู่ ไตรทศลุ้นใจระทึกว่าจะเป็นคลิปที่ตนตามหาหรือไม่

เป็นเวลาที่พฤกษ์เอากระถางกล้วยไม้แสนสวยและเงินที่ทำสวนกล้วยไม้บนที่ดินของชาญชัยมาคืน แต่พอไปถึงบ้านชาญชัย พฤกษ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากไตรทศถามตอนนี้อยู่ไหน ตนได้รับคลิปคดีพ่อที่เราตามหากันแล้ว พฤกษ์ที่กำลังนั่งรอชาญชัยอยู่ลุกพรวดบอกให้ส่งมาเลย

พอพฤกษ์ดูคลิปก็ถึงกับตะลึงเมื่อคนที่ขับชนรถพ่อพลิกคว่ำจนพ่อเสียชีวิตคืออานัส!

เมื่อชาญชัยออกมาพบพฤกษ์ เขาถามหาอานัส ชาญชัยบอกว่าไม่อยู่ เมื่อคืนคงค้างที่โรงแรม พฤกษ์ก็พุ่งออกไปทันที กลับไปเจอไตรทศที่สวนกล้วยไม้ พฤกษ์บอกว่าอานัสไม่ได้อยู่ที่โรงแรม ประกาศจะลากตัวมันมารับสารภาพ บอกไตรทศต้องเอาคลิปนี้ไปรื้อคดี ลากอานัสเข้าคุกให้ได้ มันคือฆาตกรฆ่าพ่อ

ไตรทศเตือนให้ตั้งสติก่อนถามว่าคุณตาชาญชัยรู้เรื่องนี้หรือยัง ยังใช่ไหม ถ้าเกิดคุณตารู้ว่าหลานชายต้องติดคุก คุณตาอาจเสียใจจนช็อก และไม่เพียงแค่คุณตาชาญชัยยังเกี่ยวกับวีรกิจลูกชายคุณนายนิ่มนวลด้วย เพราะวีรกิจเก็บคลิปนี้ไว้แบล็กเมล์รีดเงินจากอานัส

“ฉันไม่สนว่าใครจะเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ว่าหน้าไหนมันก็ต้องชดใช้สิ่งที่มันทำกับครอบครัวฉัน”

เมื่องานปาร์ตี้จบพร้อมกับการลากลับปักษ์ใต้ของเชาว์ วีนัสไปส่งนิ่มนวลที่บ้าน นิ่มนวลเร่งวีนัสให้รีบแต่งงานกับพฤกษ์แล้วเปิดบ้านร่มไม้ฯ ตนจะได้กลับไปเจอเพื่อนๆ วีนัสรับคำแต่ยิ้มเจื่อน

เมื่อส่งนิ่มนวลแล้ว วีรกิจถามว่าเมื่อไหร่จะเปิดบ้านร่มไม้ฯอีก วีนัสบอกว่าตนยังไม่คิด

“แต่ที่ทำบ้านร่มไม้ฯเพราะคิดว่าฉันจะให้ความรักความสบายใจทดแทนที่คุณตาคุณยายไม่ได้จากครอบครัว พ่อแม่เสียสละทุกอย่างเลี้ยงลูกๆมา คุณจะไม่ลองสละเวลา เต็มใจดูแลท่าน ให้ท่านไม่รู้สึกว่าเป็นภาระลูกหลานบ้างเหรอคะ...ลาค่ะ”

วีนัสไปแล้ว วีรกิจจะเดินไปหาแม่ พาฝันเรียกไว้ถามว่ารู้ไหมว่าอุ้มมาเอาเงินจากแม่ไปอีกแล้ว

พฤกษ์ไปที่บ้านวีนัสบอกว่าอยากเจออานัส ทันใดก็เห็นอานัสเดินตามวีนัสเข้ามา พฤกษ์พุ่งเข้าชกอานัสคว่ำไปทันที วีนัสพยายามห้าม คณิตาวิ่งออกมาดูและด้านหลังเนมเข้ามาเห็นตกใจที่พฤกษ์ชกอานัส

วีนัสเข้าห้ามพฤกษ์ถูกลูกหลงจนล้มหัวแตก อานัสถามพฤกษ์ว่าบ้าอะไรขึ้นมา หรือว่าหึงที่ตนมาหาวีนัส พฤกษ์ตะคอกว่าความเลวของเขามีมากกว่านั้น อานัส ถามว่าเลวอะไร ตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย พฤกษ์เกือบจะพูด แต่นึกถึงคำเตือนของไตรทศที่ว่าอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเพราะอานัสจะต้องหาคนมาช่วยจนรอดคดีจึงไม่พูด แต่ก็เข้าชกต่อยกระทืบอานัสจนอ่วม

เนมเห็นพฤกษ์โกรธจนเหมือนคลั่งก็รีบบอกว่าตนจะมาคุยกับวีนัส ถูกพฤกษ์ไล่ไปให้พ้นอย่ามาทำให้วีนัสไม่สบายใจอีกแล้วเดินออกไป เนมรีบรับปาก มองอานัสที่กำลังลุกขึ้นอย่างสะบักสะบอม เนมบอกตนไม่ยุ่งด้วยแล้วรีบออกไป

อานัสด่าเนมว่าพึ่งอะไรไม่เคยได้ สงสัยว่าพฤกษ์บ้าอะไรขึ้นมา ฉุกระแวงว่าหรือว่าเรื่องพ่อมัน อานัสหยิบโทรศัพท์โทร.นัดวีรกิจมาพบกัน ถามทันทีว่าลบคลิปที่ตนขับรถชนไปแล้วใช่ไหม วีรกิจบอกว่าลบแล้วตามข้อตกลง ลบจากมือถือแต่ไม่แน่ใจว่ามีเก็บไว้ที่ไหนอีกหรือเปล่า แต่ไม่ต้องกลัวเพราะคดีปิดไปแล้ว

วีรกิจยังกั๊กไว้ขู่เอาเงินจากอานัส แต่ถูกอานัสขู่กลับว่า

“แกไปรับเงินที่โรงแรมฉัน ฉันมีกล้องวงจรปิดเห็นหน้าแก ฉันบอกแกก่อนนะว่า...ชัด” แล้วสั่งวีรกิจให้จัดการเรื่องคลิปให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้มันไป ลบให้หมด ขู่ว่า “ถ้าฉันเดือดร้อน แกก็อยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน”

อานัสเสียงแข็งไม่ยอมลงให้วีรกิจเหมือนทุกครั้ง กลับถึงบ้านก็ตรงไปถามสิริมาว่าเรื่องตนขับรถชน แม่จัดการเรียบร้อยแน่นะ สิริมาบอกว่าเรียบร้อยแต่หากมีเรื่องอะไรแดงขึ้นมาก็เพราะเขานั่นแหละ

ชาญชัยเดินผ่านมาหยุดฟัง สงสัยว่าสองแม่ลูกมีอะไรปิดบังกันอยู่ นึกถึงพฤกษ์ที่มาถามหาอานัสก็สงสัยว่าจะมีเรื่องเกี่ยวกับพฤกษ์ด้วย

ชาญชัยเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆแล้วถามพฤกษ์ว่า กับอานัสนอกจากเรื่องวีนัสแล้วยังมีเรื่องอื่นไหม พฤกษ์นึกถึงคำเตือนของไตรทศที่ว่าถ้าชาญชัยรู้เรื่องอานัสอาจถึงกับช็อก จึงบอกชาญชัยว่า...ไม่มี

อุ้มยืนกระสับกระส่ายรอไตรทศอยู่หน้าร้านขายขนมเปี๊ยะของนิ่มนวล ได้ยินเสียงคนเดินมาข้างหลัง เธอทัก “คุณทศ...” แต่กลับกลายเป็นวีรกิจ เขาถามว่ามารอใคร ทศไหน คาดคั้นถามว่าไปเอาเงินแม่ตนไปเข้าบ่อนอีกใช่ไหมแล้วเงื้อมือจะตบ ถูกไตรทศจับมือค้างไว้ พอเห็นหน้ากันก็จำได้ว่าเป็นตำรวจทำงานที่เดียวกัน


อุ้มตกใจเมื่อรู้ว่าไตรทศเป็นตำรวจ ถามว่าแสดงว่าเป็นตำรวจแล้วมาหลอกตน

พฤกษ์เล่าเรื่องอานัสให้วีนัสฟัง บอกว่าตนตามหามาตลอดว่าใครขับรถตัดหน้าจนพ่อรถคว่ำแล้วคดีก็ถูกปิดลงง่ายๆ เพราะเงินมันเปลี่ยนดำเป็นขาวได้

ปรากฏว่าชาญชัยมาได้ยินสิ่งที่พฤกษ์พูดทั้งหมดถึงกับเข่าอ่อน ดีแต่วีนัสเห็นเข้าประคองไว้ทัน

“หลานผม ทำให้พ่อคุณตายหรือพฤกษ์...” ชาญชัยถามเสียงแผ่วโผย...อ่อนล้า แล้วช็อกไป

ฝ่ายวีรกิจซักไซ้อุ้มจนรู้ว่าเมียตัวเองเอาคลิปลับไปให้ไตรทศก็จะทำร้ายอุ้ม อุ้มถอยห่างบอกว่าตน

ไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยว วีรกิจก็ยืนยันกับไตรทศว่าคดีอานัส

ขับรถชนตนไม่เกี่ยว ท้าว่าหรือมีหลักฐานว่าตนเกี่ยว

“ถ้าผมไม่มีหลักฐานผมคงไม่กล้ามายืนเผชิญหน้าแล้วเตือนพี่ว่า พี่กำลังทำผิด พี่กำลังทำให้ศักดิ์ศรีตำรวจดีๆ ตั้งใจทำงาน ต้องมัวหมองเพราะคนที่เงินซื้อศักดิ์ศรีได้อย่างพี่”

ไตรทศจ้องวีรกิจจนเขาต้องหลบตา อุ้มเลิ่กลั่กรู้ตัวว่าซวยแล้ว

ฝ่ายบรรดาลูกๆก็โทษว่าพฤกษ์ทำให้พ่อล้มป่วย ถ้าเป็นอะไรจะให้ตำรวจจับ พฤกษ์บอกว่าตนก็อยากเจอตำรวจ สุจิตราด่าว่าตีฝีปาก ถามว่ารู้ไหมว่ากำลังพูดกับใคร

“ผมไม่สนหรอกครับว่าคุณเป็นใคร ผมสนใจ

แต่ว่าพวกคุณทำอะไรลงไป” พฤกษ์ไม่สะทกสะท้าน

ฝ่ายเอกภพกับเอกวิทย์ก็ไม่ได้สนใจอาการของพ่อเลย เถียงกันแต่เรื่องใครจะได้อะไรจากกองมรดก จนเอกยุทธถามว่าทำไมไม่ห่วงอาการของคุณพ่อ เถียงแต่เรื่องสมบัติกันอยู่ได้ เอกภพถามสิริมาว่าเอิร์ธไปไหน สิริมาบอกว่าพอคุณพ่อฟื้นขึ้นมาก็เรียกเอิร์ธเข้าไปหา เอกวิทย์ไม่พอใจที่พ่อเรียกเอิร์ธเข้าไปหาตัดหน้าทุกคน

ชาญชัยเรียกเอิร์ธเข้าไปหาบอกว่าวันนี้ตนต้องเสียใจที่สุด ตนควรสั่งสอนเขาให้มากกว่านี้ อานัสถามว่าพอปู่ฟื้นก็เรียกตนมาด่า ด่าตนทำไม

“เพราะแกกำลังหนีความจริง แกเป็นคนทำให้พ่อคุณพฤกษ์ตาย” อานัสตกใจถามว่าคุณปู่รู้ได้ยังไง “ถ้าแกเป็นลูกผู้ชายแกต้องรับผิดชอบความเลวที่แกทำลายครอบครัวคุณพฤกษ์...เอิร์ธ ถ้าแกเป็นหลานฉัน แกต้องเป็นลูกผู้ชาย ยอมรับความผิดที่ก่อไว้”

“คุณปู่จะยอมเห็นหลานชายตัวเองเข้าคุกใช่ไหม”

ชาญชัยสะเทือนใจจนน้ำตารื้นกับคำถามของอานัส และเมื่อออกมาเจอทั้งพ่อ แม่ วีนัสและพฤกษ์ที่ประกาศว่าจะต้องเอาอานัสเข้าคุกเพราะเป็นคนทำให้พ่อตนตาย ทีแรกสิริมาก็แข็งกร้าว  แต่พอพฤกษ์บอกว่าตนมีหลักฐาน ก็เสียงอ่อน ขอร้องค่อยๆคุยกันได้ไหม พฤกษ์ยืนยันว่ายังไงก็ต้องทำให้อานัสรับโทษในคุกให้ได้

พออานัสถูกกลุ่มญาติรุมถามว่าเป็นความจริงใช่ไหม ทำให้ชื่อเสียงตระกูลป่นปี้หมด ทำให้คุณพ่อตรอมใจด่า “ไอ้หลานทรพี เกิดมาทำไม”

“คนอย่างกู ใครก็ลากกูเข้าคุกไม่ได้ กูไม่มีวันไปอยู่ในคุก” อานัสตะโกนตวัดตามอง ทุกคนต่างตกใจ


พฤกษ์แค้นประกาศจะเอาอานัสมารับโทษให้ได้ วีนัสติงว่าเราอยู่กับความโกรธแค้น แต่คุณตาชาญชัยกำลังอยู่กับความทุกข์ ความทรมานใจในสิ่งที่ท่านไม่ได้รู้เห็นเลย บอกพฤกษ์ว่า ตนรู้ว่าเขาเสียใจแต่อย่าให้ความเสียใจทำลายอนาคตที่เราจะเดินต่อ คุณพ่อคุณแม่เขาคงไม่อยากเห็นเขาอยู่กับความแค้น เตือนว่า

“ถ้าอานัสจะต้องรับโทษเมื่อสำนึกผิดก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย สิ่งที่เราต้องทะนุถนอมคือจิตใจคุณตาชาญชัยกับคุณยายนิ่มนวล ไม่สมควรที่ท่านจะถูกกระทบ  กระเทือนจากเรื่องที่ลูกหลานทำ อย่าเอาความโกรธเกลียดไปทำร้ายท่านทางอ้อมเลยนะคะ” พฤกษ์ฟังแต่ยังทำใจไม่ได้

วีรกิจโมโหอุ้มมาก ตะคอกใส่ว่ารู้ไหมคลิปที่เธอให้ไตรทศไปมันกำลังจะทำให้ผัวตัวเองติดคุก อุ้มด่าว่าตนมีผัวโง่ ท้าให้หย่ากันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ด่าแล้วเดินหนี วีรกิจเดินตามไปบอกว่าไม่หย่า

“แม่เจอแล้ว...แม่เจอแล้ว” เสียงนิ่มนวลดีใจมากแทรกมาพร้อมกับกล่องใส่ทองแท่งหนัก 1 กิโลกรัม “นี่ไงทองที่แม่เตรียมไว้ให้ลูก” เปิดกล่องให้เห็นทองคำ 4  แท่งเหลืองอร่ามเรียงราย

วีรกิจและพาฝันรุมกันเข้าไปหยิบถามว่าอันนี้เป็นของตนใช่ไหม วีรกิจบอกว่าตนจะลาออกจากตำรวจไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศ อุ้มจะไปด้วยทันที วีรกิจบอกว่าไม่ เพราะเราแยกทางกันตรงนี้แล้ว ได้ทองแล้วลาแม่เลยบอกว่าถ้าจะไปเมืองนอกเมื่อไหร่จะโทร.บอก

ลูกๆหยิบทองไปคนละแท่ง กอดจูบลูบคลำด้วยความดีใจแต่ไม่มีใครสนใจแม่ที่นั่งหงอยอยู่เลย

อานัสกลัวติดคุกไม่ยอมรับความผิดจนชาญชัยสั่งให้แต่งตัวแล้วพาไปขอโทษพฤกษ์ที่บ้านร่มไม้ฯ บอกพฤกษ์ว่าตนเสียใจอยากมากราบขอโทษด้วยตัวเองแต่ก็ไม่มีโอกาส ตนจึงต้องมาขอพบเขาเพื่อกราบขอโทษ และขออโหสิกรรม ยกโทษให้หลานตนด้วย อานัสก็สำนึกผิดบอกพฤกษ์ว่าไม่ยกโทษให้ตนก็ได้แต่อย่าโกรธเกลียดคุณปู่ เพราะตนผิดคนเดียว ตนขอโทษ แล้วก้มกราบพฤกษ์

พฤกษ์บอกว่าพ่อกับแม่คงไม่อยากให้ตนอาฆาตแค้นอานัสไปจนตาย เพื่อให้พ่อแม่ตนใจสงบ เพื่อความสุขของคุณตาชาญชัย บอกอานัสอย่าทำชั่วอีกใช้โอกาสนี้ทำเพื่อคนอื่นล้างบาปที่ทำกับครอบครัวตน บอกว่า “ฉันอโหสิให้” ทุกคนดีใจที่พฤกษ์ยกโทษให้อานัส ชาญชัยถึงกับน้ำตาไหล

แม้อานัสจะได้รับอโหสิจากพฤกษ์ แต่ก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย เขาก้มกราบปู่ทั้งกุญแจมือสัญญาว่า

“คุณปู่รอผมนะครับ คุณปู่รอผม ผมจะเป็นคนดีของคุณปู่ให้ได้”


ส่วนที่บ้านนิ่มนวล วีรกิจขายทองแล้วบินไปนอกเลย อุ้มแค้นประกาศว่าจะหาผัวใหม่ให้หล่อและรวยกว่าวีรกิจด้วย ประกาศจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลย

ในที่สุดที่บ้านก็เหลือแต่พาฝันกับนิ่มนวล นิ่มนวลเรียกพาฝันมาถักเปียให้ ระลึกความหลังว่าพาฝันเป็นลูกที่ดีที่สุดของแม่ ยอมเสียสละออกจากโรงเรียนมาช่วยแม่ขายขนมเพื่อให้พี่กับน้องได้เรียนสูงๆ พาฝันกอดแม่ไว้ด้วยความรัก นิ่มนวลก็กอดพาฝันไว้เหมือนสมัยเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดแม่

หนึ่งธิดาหรือเนมขอเดินไปตามความทะเยอ–ทะยานของตน อวยพรให้อาจารย์พฤกษ์โชคดี

ส่วนพฤกษ์ก็เสนอให้วีนัสเปิดบ้านร่มไม้ฯ เราสองแรงแข็งขันจะช่วยกันทำให้บ้านร่มไม้ฯกลับมาให้คุณตาคุณยายได้มีความสุขกันอีกครั้ง

เย็นนี้...ที่ศาลาสุขใจบางปู บรรดาผู้เกี่ยวข้องกับบ้านร่มไม้ชายคาจัดกินข้าวสังสรรค์ มีการจับคู่เต้นรำกัน

คณิตาเต้นกับไตรทศ ไอลดาเต้นกับธนพัตเป็นเสมือนการเปิดตัวกับทุกคน

วีนัสเต้นรำกับพฤกษ์เป็นคู่เด่นอยู่กลางฟลอร์ มองกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ชาญชัยเอ่ยอย่างมีความสุขว่า

“ชีวิตคนถ้ามีใครสักคนจับมือเราไว้ ไม่ว่าจะยากลำบาก ต้องข้ามน้ำข้ามทะเล ข้ามเขา เราก็พร้อมจะข้ามไปให้ถึงความฝันทั้งนั้นแหละครับ”

ooooooo

–อวสาน–


ละครริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านริมฝั่งน้ำ ติดตามริมฝั่งน้ำ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เพื่อน คณิน ชอบประดิถ,นาตาลี ปณาลี วรุณวงศ์ 11 ต.ค. 2561 09:27 2018-10-14T00:59:34+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ