วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ริมฝั่งน้ำ

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 2 ทั้งหมด

แนว: สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เป่ากุ้ย

กำกับการแสดงโดย: ภูธเนศ หงษ์มานพ

ผลิตโดย: บริษัท เป่าจินจง จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เพื่อน คณิน ชอบประดิถ,นาตาลี ปณาลี วรุณวงศ์

ออกจากร้านกาแฟแล้ว ไตรทศถามไอลดาว่าชอบกาแฟแบบนั้นจริงๆหรือ ไหนว่ารสชาติหมายังเมิน

ไอลดาย้อนถามว่า “แกว่าอร่อยไหมล่ะไอ้ทศ”

“กินแล้วนึกว่าตกนรก แต่คนที่ขึ้นสวรรค์คงมีแต่ไอ้พฤกษ์ ที่มันชวนมาเพราะลูกศิษย์น่ารักน่ะสิ”

“หยุดเลย ฉันไม่ได้เจ้าชู้อย่างแก” พฤกษ์เบรก ถามว่า “ตกลงว่ากาแฟร้านวีนัสอร่อยจริงๆ? ไอ...แกคงไม่ได้เป็นหมอห้องฉุกเฉิน รีบทุกอย่างจนร่างกายพังใช่ไหม”

ไอลดาบอกว่าถึงรีบยังไงลิ้นตนก็ยังไม่เสีย ไตรทศสวนทันทีว่าแล้วให้ผ่านทำไม

“ฉันอยากได้เพื่อนเขา ผู้ชายอะไร กลิ่นสะอาดมากกกก...” ไอลดาตอบแล้วเดินเคลิ้มไป

พฤกษ์กับไตรทศมองหน้ากัน พฤกษ์ถามว่า “ผีหลอกป่าววะไอ้ไออยากมี...”

“ผัว!!!” ไตรทศโพล่งทันที

ฝ่ายวีนัสกับคณิตา...พอกลับถึงบ้าน คณิตาบอกว่าที่ให้ผ่านเพราะพี่พัตมากกว่าเพราะเพื่อนอาจารย์มองพี่พัตตาเยิ้มเลย

“หยุดเลยณิตา หัดมีความมั่นใจในตัวเองซะมั่ง ของเราดีเราก็ต้องบอกว่าดี คอยดู...อีกไม่เกินสามเดือนร้านกาแฟของฉันจะต้องติดท็อปไฟว์ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ คอยดูกัน คอยดูผลงานวีนัสที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง”

ยายพิกุลกับคณิตายิ้มกันขำๆกับความมั่นใจฝันเฟื่องของวีนัส

วันต่อมาที่โรงแรม วีนัสวิ่งทะเล่อทะล่ามาชนพฤกษ์ที่หอบเอกสารมาเต็มมือจนเอกสารหล่นกระจาย เธอรีบขอโทษ ตำหนิตัวเองว่าซุ่มซ่ามทุกทีที่มาเจออาจารย์แล้วรีบช่วยเก็บเอกสาร พอดีอานัสเดินมาเจอทักพฤกษ์ว่าคงเป็นอาจารย์ที่มาเปิดห้องจัดสอนคอร์สธุรกิจ แนะนำตัวเองว่า

“ผมอานัส เจ้าของโรงแรมนี้ ต้องการอะไรเพิ่มแจ้งพนักงานได้เลยนะครับ”

วีนัสหูผึ่งรีบให้นามบัตรแนะนำตัวเองว่าชื่อพิมพ์วีนัสเป็นเจ้าของร้านกาแฟออร์แกนิก ที่รสชาติกาแฟไม่เหมือนใคร รับออกร้าน จัดเลี้ยงด้วย อานัสบอกว่าจำเธอได้ ถามเป็นนัยว่าสนใจมากกว่ากาแฟได้ไหม วีนัสชะงักและพฤกษ์มองหน้าก็เฉไฉว่า ตนหมายถึงชาของว่าง อะไรแบบนี้ด้วยหรือเปล่า วีนัสบอกว่าเราจัดให้ได้

“เอาไว้ผมจะติดต่อไป ถ้าน่าสนใจจริงๆ” ว่าแล้วยิ้มหล่อให้ก่อนเดินออกไปเท่ๆ

ooooooo

วีนัสมองอานัสที่เดินเท่ไปแล้ว หันกลับมาเห็นพฤกษ์มองอย่างสังเกตอยู่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นกระฉับกระเฉงทันที พูดอย่างมีชีวิตชีวาว่า “นี่ไงคะ โอกาสที่อาจารย์สอนฉัน”

“ท่าทางคุณอานัสเขาดูสนใจคุณมากเลยนะ...เรื่องกาแฟคุณน่ะ”

วีนัสตัดพ้อว่าอาจารย์ไม่ควรประชดลูกศิษย์รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ร้านกาแฟตนคนแน่นทุกวัน พฤกษ์ก็ยัง ไม่วายประชดว่าถามตรงๆที่ร้านขายอะไรกันแน่... บรรยากาศร้านสวยๆให้คนนั่งเช็กอินถ่ายรูปหรือว่าขายกาแฟ วีนัสบอกว่าก็ขายรวมๆกัน

“แต่ขายของกิน ยังไงรสชาติก็ต้องมาก่อน กาแฟไม่อร่อย หมดโปร ร้านก็จะไม่มีลูกค้าประจำ” เสนอว่าเธอควรจะปรับสูตรกาแฟ

“ฉันมั่นใจค่ะว่าลูกค้าเลือกร้านฉันเพราะรสชาติกาแฟที่ไม่เหมือนใคร!!” วีนัสตอบอย่างถือดีมั่นใจจนพฤกษ์พูดไม่ออก

แต่ความจริงในหลายวันต่อมาคือ ในช่วงโปรโมชันเปิดร้านซื้อสองแถมหนึ่งนั้นลูกค้ามายืนเข้าแถวยาว แต่พอหมดช่วงโปรโมชันลูกค้าก็ลดลงฮวบฮาบ จากแถวยาวกลายเป็นไม่มีแถว วันต่อมาก็มีลูกค้ามานั่งแค่สองคน ต่อมากลายเป็นไม่มีคนเข้าเลย ธนพัตนั่งเล่นไอแพด คณิตานั่งหาว มีเพียงวีนัสที่ไปยืนชะเง้อคอยลูกค้าที่หน้าร้าน แต่ที่รถเข็นขายกาแฟกลับมีคนยืนรอคิวกันตรึม!

ทั้งสามนั่งมองหน้ากันหงอยๆ ธุรกิจไม่ง่ายอย่างที่หวังเลย...

คณิตาปลอบวีนัสว่าร้านกาแฟเจ๊ง แต่วีไม่ใช่คนตกงาน ไปดูแลบริหาร...คณิตาพูดไม่ทันจบวีนัสก็ขัดขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่าตนบอกเป็นร้อยหนแล้วว่าไม่ ถ้าบ้านร่มไม้อยู่ไม่ได้ก็ให้มันปิดไปเลย

สิ้นเสียงวีนัสก็มีเสียงล้มตึงที่ห้องยายพิกุล คณิตากับวีนัสหันมองเห็นยายล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว!

“ยายคงเสียใจที่วีไม่อยากดูแลสมบัติพ่อแม่”ธนพัตเอ่ยขณะดูแลยายที่นอนอยู่บนเตียง วีนัสฟังแล้วตาวาว โกรธจนธนพัตไม่กล้าพูดต่อ วีนัสเดินหน้าตึงออกมาเจอเจ้าพอเพียงก็บ่นระบายอารมณ์กับมันว่า

“นี่เหรอมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉัน เห็นไหมพอเพียง มีอะไรน่าสนใจ น่าสนุกท้าทาย...ไม่มี!! มีแต่ความเหี่ยวเฉา แห้งแล้ง หดหู่”

พอกลับเข้ามาในบ้าน ยายลุกกึ่งนั่งกึ่งนอนที่เตียงมีคณิตากับธนพัตคอยดูแล ยายจับมือวีนัสขอร้อง

“ยายขอนะลูก พ่อแม่หนูสร้างบ้านร่มไม้ด้วยความรัก หนูอย่าทำลายมันด้วยความเกลียด”

วีนัสฟังแล้วไม่สบายใจรู้สึกว่ากำลังถูกกดดัน

ooooooo

คืนนี้จู่ๆพฤกษ์ก็เห็นเหมือนพ่อมายืนอยู่กลางสวนกล้วยไม้ เมื่อเขาเพ่งมองพ่อบอกว่าให้ดูแลแม่ด้วย  พฤกษ์เดินเข้าไปหาแต่กลับไม่เห็นใคร เขาเศร้าจนน้ำตาไหล พูดเหมือนพ่อยืนอยู่ตรงนั้นว่า

“ครับพ่อ...ผมจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด ให้เท่ากับความรักที่พ่อมีให้แม่ครับ”

เวลาเดียวกัน อานัสที่วิ่งบนลู่วิ่งที่บ้านจนเหงื่อท่วม เขามองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเครียด ตกอยู่ในภวังค์ หูแว่วเสียงรถเบรกอย่างแรงตามด้วยเสียงชนโครม!

เห็นภาพหลอนวันที่เขาเมาแล้วขับรถชนรถของเดชาจนพลิกคว่ำที่ริมทาง เขาเปิดประตูรถเดินไปชะโงกดูเห็นเดชาติดอยู่ในรถเลือดอาบมองเขาด้วยแววตาขอร้องและเสียงแผ่ว...“ช่วย...ผมด้วย...”

อานัสผวากับภาพหลอนทนไม่ได้วิ่งออกจากห้องไปทรุดกุมหน้าเหงื่อแตกพลั่ก พึมพำเสียงสั่น

“ไม่...ฉันไม่ได้ฆ่าใคร...ตาแก่นั่นมันประมาทเอง”

ส่วนพฤกษ์แม้จะเห็นน้ำหวานไปคบกับเก็ทแล้ว แต่ความรักความผูกพันทำให้เขาไม่อาจตัดใจได้ วันนี้จึงนัดน้ำหวานมาพบกันที่มุมสวยในช็อปปิ้งมอลล์

น้ำหวานมาอย่างกระฟัดกระเฟียดบอกว่าเราไม่มีอะไรจะคุยกันแล้ว พฤกษ์บอกว่าเราเคยคิดจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ส่วนเรื่องแม่ตนจัดการได้

“จัดการอะไร จัดการให้หวานทิ้งทุกอย่างแล้วไปปรนนิบัติรับใช้คนป่วยเหรอ มันเสียเวลาชีวิตที่มีค่าของหวานมากเลยนะ” พฤกษ์เสียงอ่อยว่าแต่เรารักกันนะ “ความรักมันจบไปแล้ว จบตั้งแต่วันที่พ่ออาจารย์ตายแม่อาจารย์นอนพะงาบๆปากเบี้ยว อาจารย์ก็ดูแลแม่ไป เพราะหวานต้องการสามี ไม่ใช่ลูกกตัญญู”

น้ำหวานสะบัดหน้าเดินไปอย่างไม่แยแส ขณะที่พฤกษ์ยืนอึ้งอยู่นั่น วีนัสเดินออกจากร้านกาแฟมาเห็นพอดีรีบเดินเข้าไปหาทักด้วยความดีใจ ถามว่ามาทำอะไรที่นี่หรือ พฤกษ์ไม่มีอารมณ์ตอบ วีนัสถามอีกว่า

“มากินข้าวเหรอ...มากับใคร แฟนใช่ไหม”

 พฤกษ์ถูกถามจี้ใจดำก็เดินหนีไปอย่างหงุดหงิด วีนัสวิ่งตามไปถามว่าจะเดินหนีไปไหน พฤกษ์รำคาญบอกให้เลิกตามตนเสียที แต่วีนัสกำลังสนุกถามว่าเดินหนีทำไมหรือกลัวตนเห็นหน้าแฟน เลยถูกพฤกษ์ดุว่าไม่มีมารยาท วีนัสบอกว่าตนก็แค่แซวเล่นเท่านั้น

“ชีวิตนี้มีอะไรที่คุณจริงจังบ้าง” วีนัสทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนจริงจัง งานก็จริงจัง “จริงจังจนร้านเจ๊ง”

“ประสบการณ์บอกฉันว่า ล้มแล้วลุกใหม่ได้ค่ะ”

“แล้วประสบการณ์บอกคุณหรือเปล่าว่าเอาแต่ความคิดตัวเอง หัวแข็งไม่ฟังใครมันก็จะล้มแล้วล้มอีกล้มทุกครั้ง จนลุกไม่ขึ้น”

“ไม่ต้องมาดูถูกกันหรอก ฉันมีดีหลายอย่างที่อาจารย์มองไม่เห็น”

“งั้นผมก็จะรอดูวันที่คุณหาตัวเองเจอ แล้วประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง” พฤกษ์ปรามาสแล้วเดินไปเลย วีนัสมองตามพฤกษ์พึมพำเหมือนบอกกับตัวเองว่า...

“คนอย่างพิมพ์วีนัส ไม่เคยยอมแพ้คำดูถูก  ชีวิตฉัน ความฝันฉัน ต้องไม่จบที่บ้านร่มไม้!”

ooooooo

วันนี้วีนัสเดินเข้ามาที่บ้านร่มไม้ทำให้ยิ่งคิดถึงภาพร่างพ่อกับแม่ที่ถูกงมขึ้นจากน้ำ ขณะนั้นเองเหลือบเห็นยายนิ่มนวลเอื้อมมือจะเด็ดดอกบัวในบึง เท้าเหยียบโคลนที่ตลิ่งจมลง ยายนิ่มนวลร้องลั่น

วีนัสวิ่งไปดึงยายนิ่มนวลขึ้นมาจนเกือบลื่นไถลลงบึงไปด้วยกัน แต่ก็ยั้งตัวได้ดึงยายนิ่มนวลขึ้นมา ยายนิ่มนวลขอบอกขอบใจวีนัสที่ช่วยชีวิตตนไว้ ชมว่าน่ารัก มีน้ำใจจริงๆ วีนัสยิ้มเซ็งๆติงว่าวันก่อนยายยังว่าตนจองหอง ยายนิ่มนวลทำหน้างง ถามว่ายายเคยว่าหนูเหรอ บอกว่าตนเพิ่งเจอหนูครั้งแรกนี่แหละ ถามว่าพาใครมาอยู่ที่นี่เหรอ

“คุณยายจำหนูไม่ได้เลยเหรอ”

“จำได้สิ หนูช่วยฉันไว้เมื่อกี้ไง หนูชื่ออะไรนะ”

“วีนัสค่ะ”

“ขอบใจมากนะหนูวีนัส ลูกเต้าเหล่าใครนะ น่ารักจริงๆ” ยายนิ่มนวลกอดวีนัสไว้ แต่วีนัสไม่กอดตอบ มองยายนิ่มนวลที่เป็นคนละคนกับวันก่อนงงๆ

วีนัสเดินดูบริเวณบ้านร่มไม้คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงคำเตือนสติของยายพิกุลที่บอกว่าพ่อแม่สร้างบ้านร่มไม้มาด้วยความรัก หนูอย่าทำลายมันด้วยความเกลียด และคิดถึงคำปรามาสของพฤกษ์ที่ว่า จะคอยดูวันที่เธอหาตัวเองเจอและประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง วีนัสคิดแล้วบอกกับตัวเองว่า

“ฉันก็อยากรู้ว่า บ้านร่มไม้ชายคามีดีอะไร ถึงทำให้พ่อกับแม่ยอมสละชีวิตปกป้องคนที่นี่”

ในที่สุดวีนัสตัดสินใจรีโนเวตบ้านร่มไม้ชายคาทุกส่วนให้ดูสวยงามร่มรื่นขึ้น สั่งอ้อยผู้ช่วยสาวจอมถึกให้ติดประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ สั่งธงชัย รปภ.หนุ่มจอมทะเล้นให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ไม่กี่วันผ่านไป บ้านร่มไม้ชายคาก็สวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง...

ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้บุษกรกลับบ้านได้แล้ว ลุงเพชรคนเก่าแก่จึงพาน้อยให้มาช่วยดูแลบุษกร พฤกษ์บอกน้อยว่าให้ดูแลแม่ตั้งแต่เช้าถึงเย็นส่วนเรื่องอาหารให้ลุงเพชรไปซื้อให้ ซึ่งน้อยก็ดูแลบุษกรอย่างดีจนพฤกษ์พอใจและวางใจ

ooooooo


เมื่อวีนัสตัดสินใจมาบริหารบ้านร่มไม้ชายคาแล้ว เธอเข้มงวดกวดขันทุกอย่าง เห็นอ้อยกับพิกุลทำอาหารหลายอย่างก็บ่นว่าทำอย่างกับโต๊ะจีน ทำไมไม่ทำอย่างเดียวไปเลยจะได้ประหยัด

อ้อยบอกว่าไม่ได้หรอกเพราะคุณตาคุณยายชอบกินไม่เหมือนกัน วีนัสแย้งว่าทำตามใจทุกคนเราก็ขาดทุนสิ

“ไม่หรอกค่ะ คละๆกันไป กำไรไม่สำคัญเท่าความสุขของทุกคนนะลูก” ยายพิกุลพูดไปทำกับข้าวไปอย่างมีความสุข ในขณะที่วีนัสมองอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย

พอถึงเวลาอาหาร ยายนิ่มนวลที่เป็นอัลไซเมอร์ก็ก่อความปั่นป่วนขึ้น บอกว่าตนจะกินแกงป่า วีนัสบอกว่านี่แกงป่าหมู ยายนิ่มนวลเสียงเขียวว่าไม่ใช่นี่มันพะแนง ดุวีนัสว่าพูดไม่รู้เรื่องเด็กมาทำงานใหม่ใช่ไหม สั่งให้เรียกอ้อยมา วีนัสพยายามใจเย็นถามว่าคุณยายอยากกินอะไรเดี๋ยวตนจะไปทำให้

“ไข่เจียว”

พอวีนัสไปเจียวไข่มาให้ก็ถามประชดว่าทำน้ำปลาหกทั้งขวดหรือ วีนัสจึงไปทำให้ใหม่ พอตักเข้าปาก

ก็ถามว่าจะใส่น้ำตาลทำไม ทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า วีนัสเริ่มทนไม่ไหวก็พอดียายพิกุลถือจานเข้ามาบอกว่า 

“ไข่ดาวสุกๆค่ะคุณนิ่มนวล”

ยายนิ่มนวลเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที ขอบคุณยายพิกุล บอกว่าไม่มีใครรู้ใจตนเท่านี้อีกแล้ว ชมว่าไข่ดาวน่ากินเชียว ยายพิกุลถามว่าจะเอาอีกฟองไหม

“ไม่ล่ะค่ะ หมอสั่งให้คุมคอเลสเทอรอลต้องกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดง” แล้วเหล่ไปทางวีนัส “คนงานใหม่นี่แย่นะพูดไม่รู้เรื่อง”

วีนัสหงุดหงิดมาก เข้าครัวไปบ่นว่าคนพูดไม่รู้เรื่องไม่ใช่ตน แกงป่าบอกพะแนงสั่งไข่เจียวแต่กินไข่ดาว บอกว่าตนไม่อดทนแล้ว ทำไมต้องมาทำงานรับใช้คนเป็นอัลไซเมอร์แบบนี้ด้วย

“ถ้าคิดว่ารับใช้ เราก็จะเหนื่อย คิดว่าเรากำลังสร้างความสุขให้คุณตาคุณยายสิคะ” อ้อยติง

“สุขของเขา นรกของเรา...อดทน อดทนเพื่อเงิน อดทนเพื่อธุรกิจใหม่” วีนัสสูดลมหายใจลึกๆภาวนา 

“ยังไงก็ขอเจอแค่ยายนิ่มนวลคนเดียวเทิ้ดดดดด”

ooooooo

ดวงใจอดีตนักร้องคาเฟ่ผู้มีความซาบซ่า

ในสายเลือดหนึ่งในสมาชิกของบ้านร่มไม้ชายคา วันนี้ดีใจจนเนื้อหย่อนๆหนังยานๆกระเพื่อม เมื่อได้ไปถ่ายแบบย้อนยุคโดยมีเฟรดริกศิลปินนักเดินทางชาวอังกฤษที่เดินทางมาตามหาเมียที่ทิ้งไปตั้งแต่วัยหนุ่มเป็น

ช่างภาพให้

ดวงใจเปลี่ยนชุดถ่ายแบบจนสุดท้ายถ่ายชุดเซ็กซี่ถูกไฟที่จัดไว้ด้านหลังหล่นทับจนเกือบเดี้ยง กลับมาถึงร่มไม้ชายคาอารมณ์ค้างยังคว้าท่อนไม้แทนไมค์ทั้งร้องทั้งเต้นจนท่อนไม้หลุดมือกระเด็นไปโดนหัววีนัสที่กำลังหอบผ้าจะเอาไปซักล้มตึงหัวโน

นอกจากยายนิ่มนวลกับดวงใจที่ทำให้วีนัสปวดหัวแล้ว วีนัสยังต้องสู้รบตบมือกับโตมรอดีตอธิบดีกรมการปกครองที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์การเมือง พอวีนัสเตือนว่าระวังจะถูกฟ้องก็โต้ว่าตนรู้กฎหมายเคยเป็นอธิบดีตั้งแต่เธอยังไม่เกิด

วีนัสเจอความซ่าบรรดาสมาชิกในบ้านร่มไม้ชายคาจนปวดหัวแล้ว ยังถูกยายม้วนแอบเข้ามาชวนโตมรกับดวงใจไปเล่นไพ่อีกก็ยิ่งเซ็งจนท้อ คณิตาต้องให้กำลังใจจนตัดสินใจสู้อีกครั้ง

ฝ่ายหนึ่งธิดาหรือเนมเรียนไม่ดีจนต้องมาอ้อนให้พฤกษ์ปล่อยเกรดให้ พฤกษ์บอกว่าเรียนไม่ไหวก็ดร็อปไว้ก่อน เนมออดอ้อนให้ช่วยตนสักครั้ง พฤกษ์บอกว่าเธอไม่ต้องสอบซ่อมแล้ว ตนจะให้เธอสอบตก

“มีสติตั้งใจเรียนด้วยหนึ่งธิดา ถ้าคุณมีติดตัวแค่ความสวยแต่ไม่มีความรู้ ไม่มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ชีวิตคุณจะเรียกหาคนช่วยอยู่ตลอด แล้ววันหนึ่งคุณจะไม่เหลือคุณค่าอะไรในตัวเองเลย” พฤกษ์อบรมเตือนสติแล้วเดินออกไปเลย หนึ่งธิดาผิดหวังมองตามไปอย่างไม่พอใจ

อานัสหนุ่มเพลย์บอยก็หันมาจีบเนมที่น่ารักสดใสจนถูกวิวพริตตี้สาวสวยที่คั่วกันอยู่ตามมาอาละวาด

จนต้องให้ รปภ.ช่วยลากออกไป

อานัสเป็นหลานปู่ในครอบครัวใหญ่ของชาญชัยที่เป็นเจ้าของโรงแรมหรูแต่ความเสเพลทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย จึงถูกทั้งลูกตัวและเขยสะใภ้เกือบโหลของชาญชัยที่ต่างก็พยายามดันให้ลูกเป็นหลานรัก

ของปู่แย่งสมบัติกันจนชาญชัยที่กลับจากบ้านร่มไม้ชายคาไล่ให้ไปเอามีดมาแทงกันให้ตายไปจะได้หมดเรื่อง

สิริมาแม่ของอานัสเข้มงวดกวดขันช่วงนี้สั่งห้ามอานัสออกไปไหนเพราะกว่าตนจะวิ่งเต้นคดีได้ก็เสียเงินไปเป็นล้าน อานัสรำคาญบอกแม่ให้เลิกพูดเรื่องนี้เสียที สิริมาฉุนขาดสวนไปทันทีว่า

“ฉันก็อยากเลิกพูดแต่ต้องเตือนให้แกจำก่อน ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าแกเป็นฆาตกรขับรถชนคนตายก็ห้ามหาเรื่องใส่ตัวอีก” อานัสโมโหแต่พูดไม่ออกเพราะมีความผิดค้ำคออยู่

ooooooo

พฤกษ์ไว้ใจน้อยที่ดูแลแม่อย่างดี แต่วันนี้เขาจับได้ว่าน้อยไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นตอนมาใหม่ๆ เพราะเห็นรอยแดงที่รอบข้อมือแม่ เซ้าซี้ถามจน

รู้ว่าถูกน้อยทำร้ายเพราะแม่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

พฤกษ์โกรธมากไล่น้อยออกไปทันทีและดูแล

แม่เองพาแม่เข้านอนแล้วจึงเฟซไทม์เล่าให้ไอลดาฟัง ไอบอกให้เขารีบหาเนิร์สซิ่งโฮมคนแก่ให้แม่อยู่ พฤกษ์ถามว่าจะหาที่ไหนตนไม่รู้จัก

“ไม่รู้ก็เสิร์ชหา ในเน็ตมีเพียบ...แกจะมัวเรื่องเยอะอะไรอีก ถ้าแกรักแม่แกต้องทำเพื่อความสุขของแม่ คิดซิ วันนึงถ้าไม่มีแกแม่จะอยู่ยังไง รีบหาที่อยู่ดีๆ คนดูแลดีๆให้แม่ได้แล้ว”

พฤกษ์เสิร์ชหาและเลือกจนพอใจจึงไปที่ศูนย์ร่มไม้ชายคาเพื่อดูสถานที่ ไปเจอนิ่มนวลกำลังอาละวาดว่าสร้อยคอราคาเรือนแสนของตนหาย ต้องมีคนขโมยไปแน่ๆ จะให้ลูกชายที่เป็นตำรวจมาจัดการ

พฤกษ์ช่วยแก้ไขสถานการณ์ขอให้ยายนิ่มนวลใจเย็นๆ ช่วยกันหาให้ดีเผื่อคุณยายลืม ยายนิ่มนวลมองขวับบอกว่าตนไม่ใช่คนแก่ขี้ลืม พนักงานจึงช่วยกันค้นหาอีก อ้อยไปเจอสร้อยทองเส้นสองสลึงอยู่ในตู้เย็น ยายนิ่มนวลก็ยังหาว่าขโมยเอาไปซ่อนไว้ในตู้เย็น

อ้อยเดินคุยมากับพฤกษ์เล่าว่ายายนิ่มนวลแกเป็นอัลไซเมอร์ของหายทุกวันบางวันก็เจอในตู้กับข้าว ถามพฤกษ์ว่าตกลงเขาจะพาใครมาอยู่ที่นี่

“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ ไว้ผมจะมาใหม่ วันที่เจ้าของอยู่นะครับ”

พฤกษ์เดินออกไป คลาดกับวีนัสที่ไปซื้อของกลับมานิดเดียว...

ooooooo

วีนัสมาเห็นยายพิกุลทำขนมลูกชุบอยู่ก็ฉุกคิดที่จะทำให้ขนมไทยชาววังสูตรยายพิกุลนี้ติดตลาดทำเงินได้เป็นล้าน จึงไลน์ไปหาพฤกษ์ขอให้พาไปหาเจ้าของพื้นที่ขายขนมราคาถูก

วีนัสคุยว่าตนมีสูตรเด็ดขนมชาววังทำกำไรได้แน่ๆ จะพาอาจารย์ไปดูโรงงานเล็กๆในบ้าน มีกำลังผลิตเยอะสั่งเท่าไหร่ก็ทำส่งได้ รับรองไม่ทำให้อาจารย์ขายหน้าแน่

เห็นวีนัสรับรองแข็งขันพฤกษ์จึงโทรศัพท์คุยให้ ครู่เดียวก็บอกว่าเจ้าของพื้นที่นัดให้ไปพบพรุ่งนี้ ย้ำว่าอย่าสาย บอกแล้วพฤกษ์เดินไปเลย

“ขอบคุณมากนะคะอาจารย์พฤกษ์ โรบอทใจดี”

พฤกษ์แอบอมยิ้มเขินๆ ไม่ยอมให้วีนัสเห็นให้เสียฟอร์ม

กลับถึงบ้าน วีนัสเล่าให้คณิตาฟังฝันเฟื่องว่าถ้าปีนี้ขายได้กำไรเกินเป้าปีหน้าก็จะขายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ ทำเล็กๆ ขายออนไลน์ ทำตลาดเมืองนอก ส่งขายทั่วโลก ฝันเฟื่องจนคณิตาตบหน้าเบาๆ ปลุกให้ตื่น

“เราไม่ได้ฝันนะณิตา เขาเรียกว่าแรงบันดาลใจไปได้ทุกที่”

วีนัสพูดจริงจังราวกับมันเกิดขึ้นแล้ว จนคณิตากับยายพิกุลหัวเราะ

ooooooo

ชาญชัยกลับมาถึงบ้านร่มไม้ชายคาโดยมีอานัสกับสิริมามาส่ง มีต้นหลานชายวัย 17 ลูกเอกยุทธลูกชายคนที่สี่กับสุจิตราประคองมา ตามด้วยอินทิราลูกสาวคนที่สาม พอวีนัสเห็นขบวนที่มาก็กลืนน้ำลาย เอื๊อกถามอ้อยว่าเขาอยู่ที่นี่หรือ

“คุณตาชาญชัยเจ้าของโรงแรมค่ะ ลูกๆมารับกลับไปเดือนนึง”

ต้นกับอานัสชิงกันดูแลชาญชัยเพื่อเอาใจทำคะแนน อินทิรากับสิริมาก็แย่งกันประคับประคองเอาใจแต่ชาญชัยไม่สนใจ เห็นวีนัสก็ถามอ้อยว่ารับพนักงานใหม่มาหรือ อินทิราแจ๋ว่าลูกจ้างใหม่เลยไม่รู้งานไม่รู้จักเอาใจลูกค้า อ้อยจะบอกความจริง วีนัสก็ชิงพูดแทรกว่า ตนเป็นลูกจ้างอยากใช้อะไรว่ามาเลย

อินทิรายังวอแวถามเรื่องงานวันเกิดพ่อ ชาญชัยมองเบื่อๆ วีนัสเลยตัดบทว่า

“เชิญกลับค่า คุณตาชาญชัยอยู่ในความดูแลของบ้านร่มไม้ชายคาแล้ว” สิริมาถามว่าไล่พวกตนหรือ “ฉันต้องไล่ค่ะ เพื่อความสบายใจของคุณตา”

อานัสเห็นวีนัส ถามว่าทำงานที่นี่หรือเธอ 

เขาหลีตามเคยว่า “คงได้เจอกันบ่อย”

อ้อยถามว่าคุณน้องแอบไปรู้จักหลานคุณตาตอนไหน วีนัสบอกว่าที่โรงแรมโดยบังเอิญ ชาญชัย มองวีนัสอย่างพิจารณาอีกทีแล้วเอ่ย

“ขอโทษด้วย ถ้าฉันทักหนูผิดไป หนูคงไม่ใช่คนงานใหม่”

วีนัสมองชาญชัยยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง พอเข้าไปในห้องนั่งเล่นดวงใจบอกชาญชัยว่า เขาชื่อหนูวีนัสเป็นหลานคุณพิกุล นิ่มนวลถามว่าทำไมทำตัวซอมซ่อไม่สมฐานะ วีนัสบอกว่าตนไม่ใช่เจ้าของแต่มาทำคั่นเวลา 

เฟรดริกชมว่าน่ารัก...ถ่อมตัว ฝ่ายโตมรปรามาสว่าดูปั๊บก็รู้แล้วว่าเป็นโรคเหม็นคนแก่ สบประมาทอีกว่า


“เด็กรุ่นใหม่ เพ้อๆ คลิกอากู๋ก็คิดว่ารู้จักทั้งโลกแล้ว จะทนของจริงเหนื่อยจริงลำบากจริงได้สักกี่น้ำ”

วีนัสชักสีหน้าเดินออกไปทันที ชาญชัยมองตามอย่างสังเกต เดินตามไปเห็นวีนัสเตะต้นไม้ระบายอารมณ์ก็พูดอย่างเข้าใจว่า

“หนุ่มๆสาวๆต้องมาอยู่กับคนแก่ก็น่าอึดอัดนะ...อายุอย่างหนูฉันไม่ค่อยเห็นมาทำงานดูแลคนแก่”

“หนูตอบตรงๆก็ได้ค่ะ หนูทำงานหาเงินเอาไปสร้างธุรกิจของตัวเอง” ชาญชัยชมว่าดี วีนัสได้แรงสนับสนุนถามอย่างกระตือรือร้นว่า “คุณตาว่าดีจริงๆใช่ไหมคะ”

“ฉันชอบคนหนุ่มสาวที่มีความคิดแล้วก็ลงมือทำ เพราะนาฬิกาของฉันเดินถอยหลัง ไม่เหมือนนาฬิกาของหนูที่กำลังเดินหน้า”

ชาญชัยยิ้มให้อย่างชื่นชม ทำให้วีนัสฮึดขึ้นมาอย่างมีกำลังใจมาก

ooooooo

วันนี้พฤกษ์ไปหาไตรทศที่สถานีตำรวจถามว่าเจอคนขับรถแล้วใช่ไหม ไตรทศบอกว่าไม่ใช่แต่ปิดคดีแล้วพลางเอาแฟ้มให้ดู

ในแฟ้มมีรูปรถของอานัสจอดอยู่ที่ทาวน์โฮม

หลังหนึ่งมีรูปนายดนตร์ ตรัยสืบศิลป์ เป็นพนักงานบริษัท ในแฟ้มระบุว่านายดนตร์เป็นเจ้าของรถ สาเหตุการตายคือหัวใจวายเฉียบพลัน พฤกษ์ถามว่าตายวันเดียวกับพ่อ

“ใช่ ตำรวจเจ้าของคดีสรุปว่านายดนตร์เสียชีวิตหลังจากขับรถชนพ่อ”

“ฉันไม่ยอมจบแค่คำว่าปิดคดี ทุกอย่างมันง่ายลงตัวไปหมด แกช่วยฉันต่อได้ไหมไตรทศ หาฆาตกรตัวจริงให้ได้”

ไตรทศรับปาก บอกว่าตนก็ไม่ยอมให้พ่อตายฟรีเหมือนกัน พฤกษ์ดูนาฬิกาบอกว่าไว้ค่อยคุยกันต่อ

วันนี้ตนต้องไปก่อน

วีนัสไปรอพฤกษ์ตามนัดถือกล่องขนมไปด้วย เห็นคนมายืนตรงหน้าก็ร้องทัก “อาจารย์” แต่กลายเป็นอานัส เขาหาว่าเธออู้งานไม่ดูแลปู่ของตน วีนัสฉุนกึกอธิบายยาวก่อนบอกว่ามีคนอื่นดูแลอยู่แล้ว

ที่แท้อานัสมารอหนึ่งธิดา พอหนึ่งธิดามาเห็น

ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันก็ด่าวีนัสว่าไม่มีมารยาทแต่ตนไม่ถือเพราะคนเราต้นทุนไม่เท่ากัน แล้วเร่งอานัสให้

พาไปสปาที่เขาคุยว่าดีที่สุดในเอเชีย แล้วควงกันไป

พฤกษ์เพิ่งมาถึงเขาขอโทษที่มาสาย วีนัสถามว่าที่นี่หรือที่จะให้ตนเอาขนมมาขาย พฤกษ์บอกว่าใช่

เพราะตนรู้จักกับผู้จัดการที่นี่ วีนัสโพล่งทันทีว่า “ฉันจะกลับ ไม่ขายแล้ว”

พฤกษ์โมโหว่าอย่ามาเล่นเกมตนมีธุระ วีนัสขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลาแต่ตนจะไม่ง้อคนที่ดูถูกตน ว่าแล้วเดินอ้าวไปที่ลานจอดรถ พฤกษ์ตามไปดึงแขนถามว่าใครดูถูกเธอทำให้กล่องขนมตก ขนมกระจายเลยรีบจะช่วยเก็บ วีนัสบอกไม่ต้องเก็บ

พฤกษ์เตือนสติว่ามีเหตุผลหน่อย วีนัสสวนทันทีว่า “เหตุผลฉันคือ ฉันจะไม่ทำธุรกิจกับคนใจแคบ”

“คุณมันเด็ก ความคิดเด็กๆ พอเจอปัญหาก็เอาแต่วิ่งหนี ผมไม่น่าคิดเลยว่าคุณจะเป็นลูกศิษย์ที่สู้ที่สุด...เสียเวลา” พฤกษ์เดินหัวเสียออกไปเลย

วีนัสมองตามพฤกษ์ไปด้วยความรู้สึกเสียใจแล้วก้มเก็บขนมที่หล่นกระจาย อานัสกลับมาเห็นจะช่วยเก็บ วีนัสเสียงเขียวใส่ว่า “อย่ายุ่งของของฉัน”

อานัสเห็นกล่องขนมมีรูปวีนัสยิ้มเป็นโลโก้ก็ประชดอีกว่าเอาเวลาไปทำขนมไม่ดูแลปู่ของตนที่จะได้เงินมากกว่า วีนัสสวนทันควันว่า

“งานสุจริตไม่ว่าจะได้เงินแค่ไหน ฉันก็ทำ” 

อานัสเย้ยว่าจนแล้วยังหยิ่ง “ทำไมคะหรือมีแต่คนรวยที่จะหยิ่งได้ มีศักดิ์ศรีได้ มีแต่คนรวยอย่างคุณเหรอคะที่จะทำอะไรก็ไม่ผิด เงินคุณไม่ได้มีค่ากับฉันเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่มันคงมีค่ากับคุณมาก เพราะมันต้องเอาไว้ซื้อเปลือกปลอมๆหรูๆ ไว้ปิดไว้ห่อจิตใจหยาบๆของคุณ”

อานัสว่าด่าแรงขนาดนี้เดี๋ยวจะเรียก รปภ.มาจับ โยนออกไป วีนัสโต้เถียงอย่างไม่หวั่นเกรงว่าเขาจะเป็นใคร บอกว่าที่ด่าเพราะเขาไม่มีมารยาทกับตนก่อน ว่าแล้วสะบัดไปเลย

อานัสมองอย่างไม่พอใจที่ลูกจ้างอย่างเธอบังอาจมาโต้เถียงกับตน มองตามอึ้งๆ บ่น

“ผู้หญิงอะไร...เถียงได้ทุกคำ” แต่บ่นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

ฝ่ายวีนัสเมื่อนึกถึงคำตำหนิของพฤกษ์แล้วก็เสียใจ

ooooooo

เมื่อวีนัสเอาขนมกลับมา ยายนิ่มนวลเห็นก็หยิบกินจำได้ว่าเป็นขนมของคุณพิกุล อดคุยไม่ได้ว่าขนมเปี๊ยะของตนขายดีขนาดคนต่อแถวซื้อเลย

แต่ลูกบอกให้เลิกไม่อยากให้เหนื่อย ตนเลยเลิก

วีนัสสนใจถามว่าลูกหลานคุณยายทำขนม

ขายต่อหรือเปล่า

“จะขายให้เหนื่อยทำไมเดี๋ยวเขามาเยี่ยมฉัน เธอจะเห็นแต่ละคนเป็นใหญ่เป็นโตทั้งนั้น ดีกว่าหลานชาย คุณชาญชัยเทียบกันไม่เห็นฝุ่น...ชื่ออะไรนะ...ที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์บ่อยๆ”

“อานัส”

“ใช่ๆ มีแต่เรื่อง มีข่าวตลอด คุณชาญชัยเขาถึงไม่อยากกลับบ้าน”

วีนัสเซ็งขึ้นมาอีกเมื่อได้ยินชื่ออานัส

วันนี้พฤกษ์กลับถึงบ้านก็ถามหญิงที่ดูแลว่าแม่ถามอะไรบ้างไหม หญิงนั้นบอกว่าท่านยังไม่พูดอะไรเลย พฤกษ์จึงเข้าไปหาแม่ เห็นแม่นั่งซึมเศร้าสายตาว่างเปล่า พฤกษ์จึงปรึกษากับไอลดาและไตรทศ ไอลดาบอกว่าเตือนแล้วว่าต่อไปแม่จะต้องเป็นโรคซึมเศร้าถามว่าเรื่องเนิร์สซิ่งโฮมไปดูมาบ้างแล้วใช่ไหม

ไตรทศเห็นว่าให้แม่อยู่ที่บ้านดีที่สุดเพราะมีทุกอย่างแม่อยากได้อะไรพฤกษ์ก็หาให้ได้

“ใช่ หาได้ทุกอย่าง ยกเว้นเวลากับเพื่อน หรือแกจะให้พฤกษ์มันลาออกมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ตลอด 24 ชั่วโมง...แกคิดว่าอะไรจะเยียวยาใจคนได้...เวลาที่เราเศร้าที่สุด”

ในที่สุดพฤกษ์ตัดสินใจไปที่บ้านร่มไม้ชายคาอีกครั้ง บอกธงชัยที่มาต้อนรับว่าอยากเจอเจ้าของบ้านร่มไม้ชายคา

วีนัสรีบออกมาหาถามว่าอาจารย์มาที่นี่ทำไมจะพาใครมาอยู่หรือเปล่า พฤกษ์บอกว่าตนอยากเจอเจ้าของ วีนัสบอกว่าเดี๋ยวจะบอกให้ พฤกษ์ย้ำว่าตนต้องการเจอเดี๋ยวนี้

“ถามฉันก็ได้ อาจารย์จะพาใครมาอยู่คะ”

“แม่ผม ท่านไม่ได้ป่วยอะไรมาก ผมไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียว อยากให้มีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อยากให้ท่านเปลี่ยนสถานที่บ้างไม่อยากให้อยู่แต่ที่บ้าน”

“บ้านร่มไม้ชายคายินดีต้อนรับค่ะ”

ขณะนั้นเอง เนมที่ตามหาอานัสมาถึงที่นี่ก็ควงอานัสเข้ามาแนะนำว่า

“คุณเอิร์ธคะ อาจารย์พฤกษ์ อาจารย์เนมเอง”

วีนัสไม่สนใจทั้งสองเลย บอกพฤกษ์ก่อนเดินเร็วๆเข้าบ้านไปว่า

“ถ้าอาจารย์สงสัยอยากรู้เรื่องอะไร โทร.หาฉันได้ตลอดนะคะ”

อานัสยิ้มแย้มกับเนมกลบเกลื่อนที่ตนแอบมาที่นี่เพราะกำลังสนใจวีนัสอีกคน

วีนัสเดินมาหาชาญชัยที่กำลังนั่งอ่านหนังสือสามก๊กอยู่ เขาปิดหนังสือบอกว่า

“หนูวีนัสเอาขนมไปวางที่โรงแรมตาได้เลย ไปบอกอินทิราผู้จัดการว่าตาสั่ง” วีนัสถามว่าอานัสมาบอกหรือ “ตาเอิร์ธมันอาจจะหัวดื้อไปบ้าง แต่จริงๆแล้วมันเป็นคนมีน้ำใจ”

วีนัสบอกว่าไม่ดีกว่าตนไม่ชอบใช้เส้น ตนยังไม่ได้เจรจาทางธุรกิจเลย ชาญชัยหัวเราะชมว่า

“คุณพิกุลนี่เลี้ยงหลานดี พึ่งตัวเองก่อนหวังพึ่งคนอื่น...เอาขนมไปขายที่โรงแรมเถอะถือว่าวันนี้หนูเจรจาธุรกิจเจ้าของโรงแรมแล้ว”

วีนัสมองหน้าชาญชัยอย่างชั่งใจ ชาญชัยยิ้มเปิดเผยเอ่ยหนักแน่น

“ดีล”

ชาญชัยยื่นมือออกไป วีนัสยื่นมือตัวเองออกไปอย่างเกรงๆ แล้วแตะมือชาญชัยเบาๆ เอ่ยปลื้มตื้นตัน

“ดีลค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะคุณตา”

ชาญชัยมองวีนัสอย่างถูกชะตาที่มีความสดใสและมุ่งมั่น

ooooooo


ละครริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 2 อ่านริมฝั่งน้ำติดตามละครริมฝั่งน้ำ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เพื่อน คณิน ชอบประดิถ,นาตาลี ปณาลี วรุณวงศ์ 21 ก.ย. 2561 06:22 2018-09-18T00:09:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ