ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้กาหลงขัดพื้นล้างครัวแต่เช้า ไม้เดินเข้ามาถามว่าทำอะไร เปรอะอะไรนักหนาเชียว

กาหลงบอกว่าตนทำน้ำแกงเลอะเปรอะพื้น ไม้จะช่วย กาหลงบอกไม่ต้อง ไม้สังเกตเห็นหน้ากาหลงซีดเซียวถามว่า ไม่สบายหรือเปล่า กาหลงตอบโดยไม่สบตาว่า เมื่อวานไปวางเบ็ดได้ปลามาหลายตัว แล้วหยิบปลาขึ้นมาขอดเกล็ด

“วานนี้พี่แวะไปสวดมนต์ที่วัดให้คลายใจ กาหลงน่าจะเข้าวัดไปสวดมนต์กับพี่บ้าง พี่ไม่อยากให้กาหลงฆ่าสัตว์ตัดชีวิต” ไม้เอ่ย กาหลงชะงัก ถามไม้ว่า

“เลี่ยงยังไงได้ล่ะจ๊ะ ปากกัดตีนถีบขนาดเราไม่มีทางให้เลือก ถ้ามีทางให้เลือกถมเถ ฉันก็ไม่อยากใจชั่วทำร้ายสัตว์ ไม่มีใครอยากสร้างเวรกรรมหรอกจ้ะ...เพลาหน้าฉันจะไปสวดมนต์กับพี่” กาหลงพูดให้ไม้สบายใจ

เวลาเดียวกันนั้น เผื่อนกับงามไปตลาด สุมหัวกันเล่าเรื่องผีกาหลงให้ยายมาฟัง แล้วบอกยายมาให้เก็บเงียบไว้ไม่อย่างนั้นผีกาหลงจะมาหักคอ! ยายมากลัวแต่ถามปลอบใจตัวเองว่า “เอ็งทำพูดไป”

“จริงๆ จ้ะน้า เมื่อวันก่อนมันเล่นงานคุณอบเชย นอนเพ้อมาสี่ซ้าห้าวันยังลุกไม่ขึ้นเลย” เผื่อนยืนยัน งามสอดขึ้นว่า

“แล้วก็ยังเล่นงานคุณโชติอีก” แล้วทั้งสองคนก็พูดพร้อมกันจนยายมาตาเหลือกว่า “นังกาหลงเป็นผี!”

ตาสรทำกรุ้มกริ่มเข้ามาถามเผื่อนกับงามว่าคุยอะไรกัน วานกระซิบข้างหูตน ยายมาหมั่นไส้ตาสรขี้หลีเลยยื่นหน้าเข้าไปตะโกนใส่หู “พวกมันบอกว่า นังกาหลงเป็นผี!!”

“ข้าไม่เชื่อ ผีเผอที่ไหนจะไปทำนา เก็บผักตกปลาได้ล่ะวะ” ตาสรโต้เสียงดัง งามเลยขู่ว่า

“พวกน้าระวังให้สนิทแล้วกัน ฉันมาเตือนด้วยความหวังดี เทียวออกไปทงปลาแทงกบดึกๆ ดื่นๆ ระวังเทอะ! จะโดนผีนังกาหลงหักคอเสียให้คร็อก!”

เรื่องกาหลงเป็นผีเลยกลายเป็นที่ซุบซิบกันในหมู่ชาวตลาดที่ได้ยินทั้งสี่โต้เถียงกันโขมงโฉงเฉง

ooooooo

กาเหว่าวิ่งโร่ไปหาเพชรที่เรือ ถามว่าเมื่อคืนเจอผีไหม เพชรย้อนถามกาเหว่าว่าเชื่อคำคนพวกนั้นรึ?

“ไม่...เขารู้ออกแซ่ว่ามันเกลียดพี่กาหลง พูดจาใส่ถ้อยใส่ความพี่ข้า หวังยุให้คนชังพี่ข้า สุดท้ายมันได้สมรักกับพี่ไม้!” กาเหว่าเล่าฉอดๆ เป็นฉากๆ แล้วพูดอย่างเจ็บใจว่า “คอยดูเถอะ หากฉันได้ยินใครพูดว่าพี่กาหลงเป็นผี ฉันจะต่อยให้ปากแตกไม่ว่าหน้าไหน ข้ารักพี่สาวข้า ข้าไม่ยอมให้ใครมาลบหน้าพี่สาวข้า!!”

เพชรลงเรือไปเก็บของ กาเหว่าถามว่าจะไปไหนหรือว่ากลัวผี?

“หนักเกินไปสิเอ็ง คนอย่างข้าไม่เคยกลัวผี ผีเป็นสิ่งที่คนอุปโลกน์ขึ้นมา” กาเหว่าถามว่าแล้วพี่จะไปไหน

เพชรบอกว่าอยู่นี่ไม่สบายใจ อยู่ไปก็ไม่มีใครรัก กาเหว่าดักคอว่าพูดเหมือนคนอกหัก แอบรักใครรึ? เลยถูกเพชรเอ็ดเบาๆว่า เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดมาก แล้วอดไม่ได้ถามกาเหว่าว่า

“ว่าแต่พี่สาวเอ็งไปไหน ข้าไม่เคยเห็นออกมานอกเรือน”

“จะไปไหนได้ล่ะ แม่คุมพี่ชบาแจ พี่ชบาจะไปเก็บผักบุ้งมาผัดกินแม่ยังสั่งให้ฉันเก็บแทน ว่าแต่พี่ถามถึงพี่ชบาทำไม?”

เพชรบอกว่าตนกำลังจะไปก็แค่อยากกล่าวลา คนเราต้องรู้จักไปลามาไหว้ กาเหว่าถามหยั่งท่าทีว่ามีอะไรฝากตนไปบอกพี่ชบาไหม

ที่แท้เพชรอยากให้ชบารู้ แอบหวังจะได้เจอกันอีกสักครั้ง แต่ฟอร์มจัด ทำเป็นเสียงแข็งไม่แยแส ห้ามกาเหว่าบอกชบาว่าตนจะไปจากที่นี่ พูดทิ้งท้ายอย่างแอบน้อยใจว่า “เขาเองไม่สนใจไยดีอยากรู้หรอก” แต่พอกาเหว่าบอกว่าไม่ให้บอกก็ไม่บอก เพชรแอบผิดหวัง สุดท้ายทนใจตัวเองไม่ได้ ทำเป็นพูดอย่าเสียไม่ได้ว่า

“บอกก็ได้ แต่บอกเฉยๆ ไม่ต้องพร่ำให้เขามาส่งหรอกข้าไม่อยากเจอหน้า ประเดี๋ยวมาคร่ำครวญลากันน้ำตาร่วงเผาะ ข้าล่ะหวั่นใจกับน้ำตาผู้หญิง พานจะไม่ได้ไปเสีย”

กาเหว่ามองหน้าเพชรแล้วส่ายหน้า พึมพำอย่างอ่อนใจ...

“ผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากแท้เชียว ไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่สิเออ...เฮ้ย...” พูดแล้วเดินออกไป เพชรมองตาม รู้สึกผิดหวังที่จะต้องไปจากบ้านบัวสี บ่นตัวเอง...

“ตามจับขุนหวาดก็ไม่คืบหน้า ยังมีหนักอกเรื่องรัก เห็นทีต้องเคล่ือนขบวนเสียแล้วกระมัง”

ooooooo

กาเหว่ากลับไปกระซิบกระซาบบอกชบาเรื่องเพชรต้องเดินทางไปจากบ้านบัวสี ชบาได้ยินไม่ถนัดถามเสียงดัง

“ไอ้กาเหว่า เอ็งว่าอะไรนะ” กาเหว่าตกใจรีบจุ๊ปากให้เบา แล้วเล่าให้ฟัง พอรู้เรื่องชบาอดใจหายไม่ได้ แต่ทำปากแข็งบอกว่า “ไปก็ดี แล้วเอ็งมาบอกข้าทำไม”

“อ้าว...ก็พี่อยากรู้” กาเหว่าทำหน้างง ชบาทำหน้าตายถามว่ารู้ได้ไงว่าตนอยากรู้ “ก็หน้าพี่มันฟ้อง แค่ได้ยินฉันพูดไม่ทันขาดคำ พี่ก็ใจหายใจคว่ำ อย่างนี้เขาเรียกว่าห่วงหาอาวรณ์” แล้วยุ “พี่ไปส่งเถอะ รอน้ำขึ้นคืนนี้พี่เพชรก็ไปแล้ว”

“ญาติโกโหติกาก็หาใช่ ข้าไม่ไป” ชบาทำปึ่ง

“พี่คงกลัวแม่จับเฆี่ยน งั้นมีอะไรฝากบอกฉัน ฉันจะนำสารไปบอกพี่เพชรเอง”

“ใช่เรื่องเสียเมื่อไหร่ ข้าไม่สนใจไยดี” ชบายังทำปากแข็งทั้งที่ใจหาย

แม่กลอยอยู่มุมหนึ่งได้ยินทั้งหมด ก็คลายกังวลเบาใจที่ชบาไม่สนใจเพชร

เพชรยังคงเก็บของเตรียมเดินทาง หยิบปืนจากกล่องมาดู พูดกับปืนที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ชีวิตว่า

“ถึงเวลาเดินทางอีกแล้วไอ้เกลอ เอ็งยังไม่ได้ปราบขุนโจรเลย ข้าหวังใจว่าอีกไม่นานเอ็งจะได้สยบมัน” พลันเพชรก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนลงเรือมา พอหันมองก็ตกใจอุทาน “พุดจีบ!”

พุดจีบให้เพชรบอกมาเสียดีๆว่านั่นปืนอะไร เห็นเพชรอ้ำอึ้ง ก็รุกอย่างมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาดีว่า

“เอ็งไม่ใช่พ่อค้าเร่ รูปพรรณสัณฐานก็หาใช่ชาวนา บอกความจริงกับพี่ ไม่เช่นนั้นพี่จำต้องบอกคนทั้งบางว่าเอ็งเป็นสมุนโจรปลอมตัวมา”

ในที่สุดเพชรจำต้องยอมรับกับพุดจีบว่าตนไม่ใช่พ่อค้าเร่ แต่เป็นตำรวจ พุดจีบถามว่าแล้วปืนนั่นเป็นปืนประจำตำแหน่งใช่หรือไม่ เพชรพยักหน้า เล่าอย่างหมดเปลือกว่า

“พ่อฉันเป็นข้าราชการรับใช้เจ้านายอยู่ที่วิเศษ–ไชยชาญ ฉันหมายจับขุนหวาด ฉันอยากพิสูจน์ให้พ่อฉันเห็นว่า แม้ฉันอายุยังน้อย ฉันก็เป็นมือปราบได้ ฉันจึงปลอมตัวลุยเดี่ยวมาที่นี่”

“พ่อเอ็งรู้ในข้อนี้ คงภูมิใจในตัวเอ็งมาก”

“แต่ฉันอาจทำให้พ่อผิดหวังแล้ว ฉันอยู่บ้านบัวสีนานโข ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ฉันจะล่องเรือไปที่อื่นอาจได้เบาะแสขุนหวาดมากกว่านี้ ฉันขอร้องให้พี่พุดจีบปิดเรื่องฉันไว้ พี่ยอมให้ฉันได้ไหม”

“พี่ยินดีช่วยเหลือราชการ ยอมตามเอ็ง” เพชรยิ้มดีใจ แต่แล้วก็ยิ้มเจื่อนสงสัย เมื่อพุดจีบเอ่ยว่า “ก็ต่อเมื่อเอ็งร่วมสืบหาความจริงเรื่องกาหลง!”

ทั้งพุดจีบและเพชรต่างพูดถึงเหตุที่แคลงใจในตัวกาหลง เพชรติงว่าหากพุดจีบตามหาความจริงข้อนี้อาจผิดใจกับกาหลงและไม้ พุดจีบยืนยันต้องหาความจริงให้ได้ เพื่อลบคำพูดของชาวตลาดที่นินทาว่ากาหลงเป็นผี ถามว่าเพชรช่วยได้ไหม เพชรตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน

“งั้นเอ็งกับพี่ ไปคอยเฝ้าดูกาหลงที่เรือน ให้รู้แน่ชัดว่ากาหลงเป็นอย่างไร”

ooooooo

โชติยังนอนไม่ได้สติ แม่น้อยเข้ามาลูบหัวลูบหน้าลูกคร่ำครวญ...

“ลูกแม่...คนนึงก็คลั่งสติไม่สมประดี อีกคนก็ไม่ฟื้นตื่นมา...ชะรอยกรรมหนใดกัน...ถึงได้เล่นงานหนักเพียงนี้...”

ผู้ใหญ่ช่วงเดินเข้ามาพร้อมสิง มั่น และขาบ แม่น้อยขอให้พาลูกไปรักษาในเมือง ผู้ใหญ่บอกว่าพาไปก็ป่วยการ เพราะโชติโดนผีเล่นงาน แม่น้อยตกใจถามว่าผู้ใหญ่ยังปักใจว่ากาหลงเป็นผีอีกรึ?!

“เอ็งก็ได้ยินอบเชยมันละเมอไม่เว้นวัน ไอ้มั่น ไอ้ขาบก็แจ้งว่าบุกไปเรือนกาหลง ฆ่านังกาหลง!! ผีนังกาหลงเล่นงานลูกข้า ชะรอยมันตายตั้งแต่ครั้งจับถ่วงน้ำ”

แม่น้อยไม่เชื่อเพราะทุกคนก็เห็นอยู่ว่ากาหลงมีตัวตน จะเป็นผีได้อย่างไร ถูกผู้ใหญ่ตบ ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

“อย่ามาเถียงข้า” หันมองโชติพึมพำแค้น “มันเล่นงานลูกข้า ต่อให้เป็นผี ข้าก็จะเอาคืนให้สาสม!!”

ผู้ใหญ่บ่ายหน้าไปยังกระท่อมของหมอผี เห็น หมอผีกำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่ พอผู้ใหญ่เข้ามาหมอผีลืมตา บอกทั้งที่ไม่ได้หันมอง...

“รอให้ตะวันตกดิน แล้วข้าจะจัดการให้สมใจเอ็ง!!”

ผู้ใหญ่ทึ่ง แปลกใจ และยิ่งศรัทธา ที่หมอผีรู้ความคิด ตนทั้งที่ยังไม่ได้พูด ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าหมอผีต้องจัดการกาหลงได้

หมอผีมาดูโชติที่เรือนผู้ใหญ่อีกครั้ง ผู้ใหญ่ถามหมอผีว่าขาดเหลืออะไรให้ช่วยไหม หมอผีบอกว่าตนเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ผู้ใหญ่จึงสั่งให้พวกสิงไปกับหมอผีด้วย

“พวกเอ็งไปก็ป่วยการ เกะกะข้าเสียเปล่า รึพวกเอ็งจะสู้กับผีได้?” มั่นกับขาบส่ายหน้าดิก “คนสู้กับคน ผีก็ต้องสู้กับข้าถึงจะเป็นมวยถูกคู่” หมอผีหัวเราะชอบใจแล้วสะพายย่ามกลับไป

ผู้ใหญ่มองตามหมอผีไปด้วยความหวัง ในขณะที่แม่น้อยที่ยืนฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ได้แต่นึกเป็นห่วงเงียบๆ

ooooooo

กาหลงกับไม้อยู่กันด้วยความรักอย่างมีความสุข วันนี้พากันไปนั่งที่ท่าน้ำ กาหลงตัดเล็บให้ไม้ เมื่อไม้จะตัดให้กาหลงบ้าง จับมือขึ้นมองบอกว่าเล็บกาหลงไม่ยาวเลย กาหลงบอกว่าตนเพิ่งตัดไปเมื่อเช้านี้เอง

ไม้ช้อนเรือนผมกาหลงขึ้นหอม บอกว่า “เส้นผมกาหลงก็ไม่ยาวขึ้น มันน่าแปลกแท้”

“ฉันเพิ่งตัดมื้อเช้านี้จ้ะ” พูดแล้วหัวเราะ ไม้มองฟันถามหยอกว่าฟันก็ไม่ยาวขึ้น กาหลงตอบเพลินว่า “ฉันเพิ่ง...” ไม้สวนขึ้นทันทีว่า “ตัดมื้อเช้านี้” แล้วหัวเราะกันอย่างร่าเริง กาหลงมองหน้าไม้อย่างแสนรัก ถามว่า

“พี่ไม่ถามฉันเพิ่มล่ะ ว่าฉันรักพี่มากขึ้นไหม”

“พี่ไม่ถาม เพราะใจพี่รู้ดี ว่ากาหลงรักพี่มากแค่ไหน” กาหลงถามว่า แค่ไหนหรือ “เท่าที่ชีวิตกาหลงจะให้พี่ได้”

“ปากหวานนักเชียว” กาหลงยิ้มดีใจ ไม้กอดและหอมกาหลง ทั้งสองกอดกันด้วยความรักที่ท่าน้ำ...

ตกกลางคืน กาหลงร้องเพลงกล่อมไม้จนหลับ แต่พอจะนอนเคียงข้างไม้ กาหลงก็เบิกตาโพลงเมื่อรับรู้ว่าหมอผีกำลังจะทำพิธีปราบผี!!

ที่ใต้ต้นไทร...หมอผีที่มีสายสิญจน์ล้อมรอบ กำลังบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณกาหลงเอาจริงเอาจัง...

เพชรกับพุดจีบย่องมาแอบดูกาหลงที่เรือน เพชรกระซิบบอก “ดอดเข้าไปใต้ถุนเรือนเถอะ จะได้เห็นให้ชัด”

ทั้งสองย่องไปที่ใต้ถุนเรือน เห็นกาหลงเดินลงจากเรือนสีหน้าโกรธแค้น จึงรีบตามไป!

แต่เมื่อตามไปถึงทุ่งนา ปรากฏว่ากาหลงหายไปแล้ว! เพชรฉุกคิดได้ว่าเหมือนคราวก่อนที่ตนตามแล้วกาหลงก็หายไป เอะใจว่าหรือกาหลงจะเป็น...

“อย่ามัวเสียเวลา รีบออกตามหากาหลง” พุดจีบตัดบทแล้วเร่งเดินตามหากาหลง เพชรจึงสาวเท้าตามไป

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น...กาเหว่าถือตะเกียงมาเจอชบาเพิ่งกลับ บอกให้รีบไปส่งเพชรที่ท่าน้ำเถิด ชบาเดินผ่านไปไม่สนใจ

“พี่เพชรเขาดีกับพี่มาก เขาคงสุขใจที่พี่ไปส่ง พี่ไม่รักเขาก็ไม่เป็นไร แต่ควรมีน้ำใจแสดงไมตรีไปส่งเขา อย่างน้อยเขาก็เคยเสี่ยงตายช่วยพี่”

ชบายังคงปึ่งเฉย แม่กลอยที่แอบดูแอบฟังอยู่ยิ้มเบาใจว่าชบาไม่มีใจให้เพชร แต่พอนั่งคิดก็ระแวงกลัวชบาเปลี่ยนใจ ย่องไปดูที่ห้องเห็นชบายังนอนอยู่ก็เฉไฉทำเป็นถามว่า กาเหว่าหายหัวไปไหน

ชบาบอกว่าได้ยินว่าปวดท้องคงไปข้างล่าง แล้วนอนต่อ แม่กลอยตายใจเดินออกจากห้อง หารู้ไม่ว่าชบานอนคิดอะไรอยู่

แม่กลอยลงมาเจอกาเหว่าถือตะเกียงเดินมา  กาเหว่า บอกว่าเมื่อเย็นกินมากไปหน่อยเลยปวดท้อง พลันตาเหลือบเห็นชบาหลบอยู่หลังเสา กาเหว่ารู้ว่าชบาจะไปไหน ออกอุบายบอกแม่ว่า ตนปวดท้องอีกแล้วอ้อนแม่กลอยให้ไปเป็นเพื่อน เพื่อหลีกทางให้ชบาหลบลงจากเรือนไปได้

พุดจีบกับเพชรเร่งฝีเท้าเดินตามหากาหลง พุดจีบ เดินสะดุดล้มเพชรรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชบาเดินมาเห็นพอดี พึมพำอย่างผิดหวังเสียใจ...“เอ็งมันก็ไม่ต่างจากคนอื่น สัญชาติชายเจ้าชู้!!”

พุดจีบบอกเพชรว่าตนไม่เป็นอะไร เร่งให้รีบไปตามหากาหลงกัน

เวลาเดียวกัน...ไม้สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย หันมองข้างตัวไม่เห็นกาหลง ลุกไปร้องเรียกก็ไม่เจอ จึงลงจากเรือนเดินตามหา

ooooooo

กาหลงเดินเข้าไปหาหมอผีท่ามกลางหมอกควันจากการบริกรรมคาถา

“เอ็งมาแล้วรึ! เอ็งมันเป็นหญิง ฤาจะมีฤทธิ์เดชกำแหง ข้าจะสั่งสอนให้รู้สำนึก!”

หมอผีกำข้าวสารเสกบริกรรมแล้วซัดใส่ กาหลงเพียงสะดุ้งเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ไม่กระไร

“เอ็งมันแกร่งกล้ากว่าที่ข้าคิดไว้นังกาหลง ข้าจะจัดการเอ็งให้สิ้นซาก!!”

“พอเถอะ...” กาหลงเดินเข้าหา หมอผีนึกว่ากาหลงจะสู้ แต่กาหลงกลับนั่งลงเอ่ยอย่างอ่อนน้อม “เราสองต่างไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ข้าไม่เคยก่อกรรมทำเวรกับเอ็ง อย่ามาระรานกัน กลับไปเถอะ”

หมอผีโต้ว่า ผีอย่างกาหลงไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะเป็นผีเที่ยวหลอกหลอนคิดฆ่าคน กาหลงชี้แจงว่า ตนไม่เคยคิดร้ายต่อพวกมัน พวกมันต่างหากที่ฆ่าตน ซ้ำยังล้างผลาญความสุขตนไม่เลิกรา หากรู้ความจริงแล้วก็จงกลับไปเสียเถิด

“ผิดเสียแล้วนังผี!! ข้าไม่ได้เป็นพระมาโปรดสัตว์วิญญาณชั้นต่ำ ข้าจะจับเอ็งถ่วงน้ำ คนทั้งบางจะได้เกรงกลัวข้า แล้วข้าก็ได้สินเงินรางวัลสุขสบายไปทั้งชาติ เอ็งจะเป็นตัวนำโชคให้ข้า นังกาหลง!!”

กาหลงไม่พอใจ ตาเบิกโพลง เกิดลมพัดรอบบริเวณนั้น ผมกาหลงสยายน่ากลัว...

ooooooo

กาหลงเดินหน้าเข้าหาหมอผี แม้จะเจ็บปวดเพราะถูกซัดข้าวสารเสกใส่แต่กาหลงก็ไม่ถอย เดินมาจับสาย สิญจน์ร้อนมือจนร้องก็ไม่หยุดกระชากสายสิญจน์ออกไปได้ หมอผีตกใจตวาด

“คิดจะลองดีกับข้า!!” หมอผีหยิบเชือกมนต์ขึ้นมาบริกรรมคาถาแล้วโยนใส่กาหลง เชือกเลื้อยรัดตัวจนกาหลงร้องด้วยความเจ็บปวดทรุดลงกับพื้น พุดจีบกับเพชรวิ่งมาถึงพอดี เห็นกาหลงถูกเชือกมนต์รัดก็ตกใจ เพชรอุทานแทบช็อก

“พี่กาหลงเป็นผี!”

กาหลงดิ้นรนร้องให้ปล่อยตน ในขณะที่หมอผีพูดอย่างสะใจ “เอ็งเสร็จข้าแล้ว!!”

เพชรเร่งพุดจีบให้รีบไปบอกไม้ แต่พุดจีบเร่งให้รีบไปช่วยกาหลง เพราะไม่อย่างนั้นกาหลงตายแน่

ระหว่างนั้น ไม้ก็ยังเดินร้องเรียกกาหลงมาตามทาง

หมอผีหยิบมีดหมอออกมาจะสะกดวิญญาณกาหลงลงหม้อแล้วถ่วงน้ำในบึง ถือมีดหมอเดินตรงมาหากาหลง  พริบตานั้น เพชรที่เอาผ้าโพกหน้าวิ่งเข้ามาเอาไม้ฟาดหม้อแตก หมอผีหันด่า “เอ็งเป็นใคร ไอ้ชาติชั่ว!” แล้วโถมเข้าโจมตีเพชร กาหลงดีใจที่เห็นพุดจีบ ร้องขอให้พุดจีบช่วยตนด้วย พุดจีบวิ่งเข้าไปใช้มีดตัดเชือกแล้วลากกาหลงออกมา

“เอ็งเป็นใคร อยากลองดีรึไง!” หมอผีจะแทงเพชร เพชรหลบใช้ไม้ฟาดจนมีดหลุดมือตามฟาดหมอผีจนสลบแล้วหันหาพุดจีบ ปรากฏว่าทั้งพุดจีบและกาหลงหายไปแล้ว เพชรเป็นห่วงพุดจีบรีบวิ่งออกตามหา

พุดจีบกับกาหลงมาคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่ง กาหลงยอมรับความจริงว่าตนเป็นผี บอกพุดจีบว่าอย่ากลัวตน และอ้อนวอนอย่าทิ้งตนไป ขอร้องอย่าบอกเรื่องนี้แก่ใครเด็ดขาด พุดจีบบอกว่าอย่างไรเสียตนก็ต้องบอกไม้

กาหลงกลัวมากอ้อนวอนอย่าพรากไม้ไปจากตนเลย

“แต่คนกับผีอยู่ด้วยกันไม่ได้” พุดจีบยืนยัน

เพชรเดินหาพุดจีบแต่ไปเจอชบา ถูกชบาตบหน้าด่าว่าหลอกลวงปากอย่างใจอย่าง เพชรงงที่ถูกตบแต่ใจพะวงอยู่กับเรื่องกาหลง  เพชรบอกชบาว่ากาหลงเป็นผี เลยถูกชบาตบอีกครั้งปรามก่อนวิ่งหนีไปว่า

“หยุดใส่ความพี่สาวข้า ข้าเกลียดเอ็ง!”

ไม้มาได้ยินเพชรบอกชบาว่ากาหลงเป็นผี พอชบาวิ่งไปไม้เดินเข้ามาถามเพชรอย่างไม่พอใจว่าเมื่อกี๊พูดว่ากาหลงเป็นอะไร! เพชรโพล่งออกไปอย่างต้องการบอกให้ไม้รู้ความจริงว่า “พี่กาหลงตายแล้ว พี่กาหลงเป็นผี” เลยถูก ไม้ต่อยหน้า กระนั้นเพชรก็ยังยืนยันว่า “พี่กาหลงเป็นผี!”

ไม้ต่อยหน้าอีกเปรี้ยง ปรามว่าเลิกพูดซ้ำซากได้แล้ว เพชรยังยืนยันว่าถึงต่อยให้ตายตนก็ยังจะบอกว่าเมียพี่ เป็นผี! ถูกไม้ต่อยไม่ยั้งเพชรก็ยังยืนยันคำเดิม จนไม้ถามว่า “เอ็งยอมเจ็บตัวเพื่ออะไร”

“ฉันอยากให้พี่รับความจริง” ไม้ตวาดว่าโกหก “งั้นพี่ไปกับฉัน ไปเผชิญความจริงให้เห็นกับตา” ไม้รับคำท้าไปกับเพชร

ooooooo

กาหลงยังวิงวอนพุดจีบอย่าบอกเรื่องตนกับไม้ เมื่อพุดจีบไม่รับปาก กาหลงเคืองหาว่าพุดจีบต้องการให้ไม้รู้ว่าตนเป็นผีจะได้หนีไปแล้วพุดจีบก็จะเข้าแทรกสมปรารถนาตัวเอง ด่าพุดจีบว่า

“เอ็งรอเพลาจะแย่งพี่ไม้มานานแล้ว เอ็งมันคิดทรยศหักหลังเพื่อนรักมานานเหลือหลายแล้ว!!”

ทันใดนั้น เสียงไม้ร้องเรียกกาหลงใกล้เข้ามา พุดจีบตะโกนบอกว่า “พี่ไม้...กาหลงอยู่ทางนี้!” ทำให้กาหลงตกใจกลัวพุดจีบจะบอกไม้ ไม้วิ่งไปหากาหลง เพชรรีบตาม พอถึง ก็บอกไม้ว่า “ดูเสียให้เต็มตาพี่กาหลงเป็นผี!” แต่ไม้ไม่สนใจ ถลาเข้าหากาหลงถามว่า มาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงหน้าซีด?

“หมอผีร่ายมนต์เรียกวิญญาณพี่กาหลงออกมา พี่กาหลงโดนหมอผีเล่นงานจะจับลงหม้อ ฉันกับพี่พุดจีบมาช่วยไว้!!” เพชรชิงตอบแทนกาหลง ถูกไม้ตวาดให้หยุดกุเรื่องผีสางได้แล้ว เพชรก็ยังยืนยันว่า “ฉันพูดความจริง พี่ไม่เชื่อฉันก็ให้พี่พุดจีบยืนยัน”

“พุดจีบ จริงอย่างที่ไอ้เพชรพูดไว้หรือ?”

ไม้หันไปคาดคั้นพุดจีบ พุดจีบอึกอัก เพชรเร่งให้พูดคำขาดออกไปเลยว่ากาหลงตายแล้ว เลยถูกพุดจีบตำหนิและตอบไม้ในคราวเดียวว่า

“เอ็งพูดจายอกย้อนให้เจ็บใจ กาหลงเป็นผีที่ไหนกัน กาหลงออกมาทงเบ็ด แล้วหน้ามืดไม่สบาย ฉันผ่านมาเห็นก็เข้ามาดูแลกาหลงนี่แหละจ้ะ”

เพชรตกใจถามว่าพุดจีบเป็นอะไรหรือว่ากาหลงดลใจให้พูดปด ไม้ฉุนชี้หน้าเพชรปรามให้หยุดพูดใส่ร้ายกาหลงได้แล้ว กาหลงรีบห้ามไม้ว่าอย่าถือสาหาความเลย เพชรก็พูดไปตามคำชาวบ้านเพราะเผื่อนกับงามเที่ยวโพนทะนาว่าตนเป็นผีเล่นงานอบเชยกับโชติ

ไม้โมโหจะไปเอาเรื่องเผื่อนกับงามให้เลิกใส่ร้ายกาหลง พุดจีบรีบห้ามและเร่งไม้ให้พากาหลงกลับเรือนเสีย ไม้ขอบใจพุดจีบและพากาหลงออกไป กระนั้นเพชรก็ยังตะโกนบอกไม้ให้ระวังตัวด้วย ย้ำว่ากาหลงเป็นผีจริงๆ

“ไอ้เพชร เห็นแก่ความดีที่เอ็งเคยมีน้ำใจ ข้าจะไม่เอาความ หากเอ็งไม่เลิกพูดข้าจะไล่เอ็งไปจากบ้านบัวสี!” ไม้หันปรามอีกครั้งแล้วพากาหลงไป

เพชรถามพุดจีบอย่างคิดไม่ตกว่าทำไมไม่บอกความจริงแก่ไม้ เสียสติไปแล้วหรือถึงได้แก้ต่างให้ผี พุดจีบย้อนถามว่าหากตนพูดความจริง เพชรคิดว่าไม้จะยอมรับได้หรือ เพชรก็ยังรั้นว่าไม่ได้ก็ต้องได้

“หากเอ็งมีความรักเอ็งจะเข้าใจ” พุดจีบบอก เพชรบอกทันทีว่าตนมีความรัก “มันคงไม่ใช่รักแท้ เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่กับคนรักมานานนม แล้วเอ็งจะเชื่อคำคนได้อย่างไร ว่าคนที่เราครองคู่อยู่เรือน ตายไปแล้ว”

“แต่พี่กาหลงตายไปแล้วจริงๆ” เพชรยังย้ำคำเดิม จนพุดจีบต้องเล่าความผูกพันของไม้กับกาหลงให้ฟังว่า

“พี่ไม้เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีเพียงกาหลงที่คอยดูแลเอาใจใส่พี่ไม้ จวบทั้งสองโตมาด้วยกัน ความรัก...ความสุข...ความหวังของพี่ไม้เหลือเพียงกาหลง แล้วเอ็งยังคิดจะทำลายความรักนั้นอีกหรือ?”

เพชรบอกว่าเรื่องนั้นตนเข้าใจ แต่ผีกับคนจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไรมันน่ากลัว พุดจีบพูดอย่างเชื่อมั่นว่ากาหลงไม่มีวันทำร้ายคนที่ตัวเองรัก เพชรรับไม่ได้ปฏิเสธว่าคงไม่ใช่ตนแน่ และตนคงไม่อยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พูดแล้วเดินออกไปเลย

“เอ็งมันก็ขี้ขลาดดังคำเขาสบประมาทไว้” พุดจีบพูดตามหลัง เพชรย้อนเอาว่าตนมาจับโจรไม่ได้มาจับผี “แล้วเอ็งไม่คิดจะจับโจรที่ฆ่ากาหลงรึ ขุนหวาดก็ยังลอยนวล เอ็งย่อมรู้สัญชาติโจร มื้อก่อนมันปล้นไม่สำเร็จถูกกวาดไล่ปางตาย มันต้องหมายกลับมาล้างแค้นเอาคืน หากเอ็งไปก็เท่ากับเอ็งยอมแพ้”

เพชรหยุดคิด พุดจีบหว่านล้อมว่า

“พี่อยากให้เอ็งอยู่ที่นี่ ใช้วิชาความรู้ที่เอ็งมีหาทางจับคนที่ฆ่ากาหลง พี่ก็เห็นตรงใจเอ็ง คนกับผีย่อมอยู่ด้วยกันไม่ได้ พี่จะหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริง พี่อยากให้เอ็งอยู่ช่วยพี่ ช่วยกันปลดปล่อยวิญญาณกาหลงไปสู่สุคติ...”

พุดจีบผิดหวังเมื่อเพชรยืนยันคำเดิมว่าตนอยู่ไม่ได้ เอ่ยลาแล้วเดินไปเลย

ooooooo

ชบาตบหน้าเพชรที่บอกว่ากาหลงเป็นผีแล้วเดินอ้าวกลับเรือน กาเหว่าถามว่ารั้งเพชรไว้ได้ไหม ตนไม่อยากให้เพชรไปจากที่นี่

“แต่ฉันอยากให้มันไปจากที่นี่ ไปให้พ้นเสียโดยไว ไอ้คนหลายใจ” พูดแล้วชบาร้องไห้ออกมา กาเหว่าตกใจถามว่า พี่ร้องไห้ทำไม หรือไปส่งเพชรไม่ทัน “ช่างหัวมันปะไร หลังจากนี้อย่าพูดชื่อนั้นให้ข้าให้ยินอีก ข้าไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้ใดๆ”

ชบาพูดแล้วเดินขึ้นเรือน กาเหว่าแปลกใจว่าเพชรทำอะไรชบา ส่วนแม่กลอยที่ยืนอยู่มุมหนึ่งได้ฟังก็ยิ้มพอใจที่ชบามีปัญหากับเพชร

ฝ่ายไม้ เมื่อประคองกาหลงกลับถึงเรือน บอกกาหลงว่า ประเดี๋ยวจะเช็ดตัวให้หายไข้ บ่นอย่างเป็นห่วงว่า เตือนแล้วว่าอย่าออกไปลงเบ็ดอีกก็ไม่เชื่อ

“ฉันอยากให้พี่ได้กับข้าวกับปลาถูกปาก”

“พอเถอะ ทำอะไรเกินตัว ต่อไปให้นิ่งเสียบ้าง พี่จะทำให้เอ็ง” ไม้เช็ดตัวให้กาหลงบอกว่า “พี่รักและเป็นห่วงกาหลงมากนะ” กาหลงถามว่าไม่ติดใจคำของเพชรหรือ? ไม้ส่ายหน้าตอบทันที “พี่ไม่มีวันเชื่อคำใครนอกจากเมียพี่”

กาหลงยิ้มอย่างมีความสุขกับความรักของไม้ที่หนักแน่นมั่นคง...แต่ระหว่างที่ไม้เช็ดตัวให้กาหลงนั้น ที่เท้ากาหลงมีน้ำไหลจากตัวหยดลงใต้ถุนเรือนอย่างต่อเนื่อง...

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจที่หมอผีปราบกาหลงไม่สำเร็จ สั่งพวกสิงเตรียมอาวุธให้พร้อมไปกับตนหมายออกโรงเอง

เวลาเดียวกัน ที่ตลาดลือกันให้แซ่ว่า กาหลงเป็นผี ผู้ใหญ่ช่วงกำลังจะไปจับผี มียายมากับตาสรเป็นตัวการ จันไม่พอใจที่มาลือกันว่ากาหลงเป็นผี ขู่ว่าใครพูดอีกจะตบให้ฟันร่วง แล้วจูงมือเฟื้องรีบไปเรือนกาหลงกัน นวลได้ยินกลับไปบอกพุดจีบ
สิงไปยืนตะโกนเรียกกาหลงให้ลงเรือนมา มิเช่นนั้นจะเผาเรือน ไม้เดินออกมาไล่สิงออกไปจากเรือน ผู้ใหญ่ออกหน้ามาประกาศว่า

“ข้าจะออกไปก็ต่อเมื่อได้จับตัวผีร้ายเมียเอ็ง”

ไม้บอกว่ากาหลงไม่สบายนอนพักอยู่บนเรือน ผู้ใหญ่หาว่ากาหลงรู้ตัวเลยไม่กล้ามาสู้หน้า สั่งสิงให้ขึ้นเรือนไปลากตัวกาหลงลงมา

“ข้าไม่ยอมให้ใครมาลบหน้าบุกเรือน หากจะขึ้นไปทำร้ายเมียข้า ก็ข้ามศพข้าไปก่อน!!” ไม้ถือขวานยืนขวางกลางเรือน ในขณะที่พวกสิงชักดาบเข้าลุย

ไม้ถูกรุมจนเสียหลักขวานหลุดมือ ช่วงเข้าเตะซ้ำจนไม้ลุกไม่ขึ้น ผู้ใหญ่ช่วงสั่งลูกน้องไปลากตัวกาหลงออกมา

“พวกเอ็งลงมา อย่ายุ่งกับเมียข้า...” ไม้ได้แต่ตะโกนเป็นห่วงกาหลง ถูกผู้ใหญ่เดินมาเตะหน้าจนทรุดลงไปอีก

ooooooo

พุดจีบฟังนวลเล่าเรื่องผู้ใหญ่ไปจับผีกาหลงแล้วบอกนวลให้ไปเรือนกาหลงด้วยกัน ระหว่างทางเจอเพชร ที่ยังไม่อาจไปจากบ้านบัวสีได้ เพราะเมื่อรู้ว่ากาหลงเป็นเช่นนี้ก็เป็นห่วงชบา จึงอยู่ด้วย

พุดจีบบอกนวลให้เร่งไปช่วยปรามผู้ใหญ่อย่าทำร้ายกาหลง ส่วนตัวเองพาเพชรเดินผ่านต้นไทรงามไป เพชรถามว่า จะพาไปไหน พุดจีบเร่งแต่ให้รีบตามมาเร็วๆ

พวกยายมา ตาสรเร่งไปที่เรือนกาหลงเพื่อดูเขาจับผีกัน จันกับเฟื้องรีบไปเพื่อช่วยกาหลง นวลมาเจอจึงขอตามไปด้วยคน

ที่เรือนกาหลง ไม้เจ็บจนลุกขวางพวกลูกน้องผู้ใหญ่ไม่ได้ สิงขึ้นไปลากกาหลงลงมามัดไว้กับเสากลางลานหน้าเรือนกาหลงร้องขอความช่วยเหลือจากไม้ แต่ไม้เจ็บเกินกว่าจะลุกไปช่วย ได้แต่ตะโกน “ปล่อยเมียข้า! ปล่อยเมียข้า!!”

พวกสิงจับกาหลงมัดกับเสากลางลานขนฟางมากองรอบตัวกาหลง เอาน้ำมันราดลงบนฟาง ไม้ตกใจถามว่าจะทำอะไร

“ข้าจะเผามันซะจะได้ไปผุดไปเกิด” ผู้ใหญ่ตะโกนเหี้ยม

ไม้กัดฟันจะไปช่วยกาหลงแต่ถูกลูกน้องผู้ใหญ่ล็อกตัวไว้ กาหลงโกรธแค้นจะกลายร่างเป็นผี เล่นงานพวกผู้ใหญ่แต่ไม่กล้าเกรงไม้จะรู้ว่าตนเป็นผี จึงได้แต่ร้องตะโกนบอกว่าผู้ใหญ่เข้าใจผิด ปล่อยตนเสีย

“หยุดก่อน!!” จันมาถึงตะโกนลั่น เฟื้องก็ประกาศกับผู้ใหญ่ว่าจะทำร้ายสะใภ้ตนไม่ได้ ผู้ใหญ่บอกว่าตนจะจุดไฟเผาให้กาหลงคายความจริง เพราะผีกาหลงเล่นงานลูกสาวลูกชายตน มั่นกับขาบก็เคยเจอฤทธิ์เดชผีกาหลงมาแล้ว

จันกับนวลโต้ผู้ใหญ่ว่าน่าจะจับสองคนนั้นมาคั้นเอาความจริงต่อหน้า ผู้ใหญ่หาว่ามีอคติกับลูกตนเลยเข้าข้างกาหลงกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ฉันก็พูดไปตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากมันไม่ได้ก่อกรรมไว้ จะมีเหตุให้เจ็บป่วย ได้อย่างไร” มัคนายกเฟื้องยกหลักธรรมมาโต้

“ไอ้โชติอาจเคยฆ่าคนแล้วโดนผีเล่นงานก็ได้” โขงแทรกขึ้น ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วผีตัวไหนเล่นงานลูกตน “ผีจำปาไง ไอ้โชตินี่แหละที่มันข่มขืนจำปาแล้วจับจำปา แขวนไว้ใต้ต้นไทร จำปาอยู่ไม่เป็นสุขถึงต้องมาแก้แค้น เล่นงานคนชั่วอย่างพวกมัน”

ผู้ใหญ่ตวาดโขงให้หยุดใส่ร้ายลูกตนไม่อย่างนั้นจะจับเผาไปพร้อมกาหลง

“แต่พอการเถอะ” กาหลงเอ่ยขึ้น แล้วพูดกับผู้ใหญ่ช่วง “หยุดรังควานฉันมากเกินเถอะ พ่อผู้ใหญ่กุเรื่องหวังจะหาเหตุฆ่าฉัน พ่อเกลียดชังที่ฉันยุไม่ให้พุดจีบร่วมหอกับไอ้โชติ พ่อผู้ใหญ่เอาความเจ็บแค้นของลูกมาลงที่ฉัน”

สิ้นเสียงกาหลง ทั้งจัน ยายมา ตาสรและนวลรวมทั้งเฟื้องก็พูดกันขรม ตำหนิผู้ใหญ่ว่าปกครองลูกบ้านไม่เป็นสุขไม่ยุติธรรม ใครรู้ก็ไม่อยากยกมือไหว้ เฟื้องตะโกนส่งท้ายว่า

“ถ้าไม่อยากให้พวกฉันหมดศรัทธาในตัวผู้ใหญ่ ปล่อยกาหลงเสีย”

ผู้ใหญ่มองทุกคนอย่างไม่พอใจ ในที่สุดโยนคบไฟไปที่กองฟางราดน้ำมันรอบตัวกาหลง เฟื้องตะโกนบอกทุกคนให้เร่งไปขนน้ำมาดับไฟ กาหลงตะโกนผ่านเปลวไฟ “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...”

ไม้ฮึดรวมแรงลุกวิ่งฝ่าเข้าไปในกองไฟหมายช่วยกาหลง แต่แก้เชือกไม่ออกจึงกอดกาหลงเอาตัวกั้นไฟไว้ กาหลงจ้องหน้าผู้ใหญ่ผ่านเปลวไฟอย่างแค้นใจหมายจัดการ

พวกเฟื้องขนน้ำมาดับไฟได้ทัน ทำให้กาหลงกับไม้รอดตาย ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจมากแต่หยุดยั้งชาวบ้านไม่ได้

ooooooo

เมื่อพากาหลงขึ้นเรือน จันถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กาหลงบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

เฟื้องเข้าไปจะต่อยผู้ใหญ่ ถูกสิงถือดาบกันไว้ เฟื้องชี้หน้าผู้ใหญ่พูดอย่างแค้นใจ

“ผู้ใหญ่เห็นไหมว่ากาหลงมันจะโดนไฟคลอกตาย หากมันเป็นผีมันก็ต้องหายตัวหรือแสดงอิทธิฤทธิ์เอาตัวรอดไปแล้ว แต่นี่มันเป็นคน คนที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ พ่อช่วงใจดำอำมหิตผิดมนุษย์ ความศรัทธาที่ฉันมีต่อผู้ใหญ่ มันดับไปพร้อมกับไฟกองนี้!!”

ไม้ไล่พวกผู้ใหญ่ให้ออกไปจากเรือนตน ผู้ใหญ่ยังพูดอาฆาตว่าจะไม่ไปจากที่นี่จนกว่าความจริงจะปรากฏ ไม้ถามว่าผู้ใหญ่เกือบเอาชีวิตเมียตนไปแล้วยังจะเอาโทษอะไรอีก

“นังกาหลงมันตายตั้งแต่คราถูกจับถ่วงน้ำ เอ็งกล้ารับคำท้าหรือไม่ ไปกับข้าที่บึงบัว ดำไปดูให้เห็นซากศพมันให้รู้แจ้งว่า มันเป็นผี!!”

ไม้รับคำท้าทันที! ประกาศว่าจะดำน้ำไปกับผู้ใหญ่ให้เห็นกับตา หากไม่มีซากศพก็ขอให้ทุกคนเลิกกล่าวหากาหลง แล้วเดินมาโอบกาหลง ประกาศกับทุกคนว่า “แล้วมากราบขอขมาเมียข้า!!”

กาหลงซึ้งใจในความรักของไม้ แต่ก็กังวลกลัวไม้จะรู้ความจริงหากพบซากศพ...

เมื่อไม้กับผู้ใหญ่ไปถึงริมบึงบัว มีบรรดายายมาตาสร รวมทั้งชาวบ้านที่อยากรู้ความจริงติดตามไปดูการงมซากกาหลงกัน ไปถึงทั้งไม้และผู้ใหญ่ต่างกระโดดลงบึงกันอย่างท้าทายที่จะพิสูจน์ความจริง

กาหลงรับรู้ว่าไม้กับผู้ใหญ่กระโดดลงบึงไปแล้ว กังวลกลัวไม้จะเจอศพ ทำอุบายบอกจันว่าจะลุกไปขอผลัดผ้า จันก็เอาผ้ามาให้ผลัดเพราะเป็นห่วงว่ากาหลงยังล้าอยู่ กาหลงจึงสะกดจิตให้จันหยุดกับที่แล้วลุกลงจากเรือนไป ทิ้งจันให้นั่งยิ้มเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

แต่พอกาหลงลงจากเรือนก็ก้าวขาไม่ออกเพราะถูกหมอผีบริกรรมคาถาทำกำแพงมนต์กั้นไว้ กาหลงตัดสินใจชนกำแพงมนต์จนตัวเองทรุดล้มลง หมอผีเดินมาเย้ยว่า

“เอ็งถอดจิตไปบังตาไม่ได้อีกแล้ว ครานี้ล่ะ ผัวเอ็งและชาวบ้านจะได้รู้ว่าเอ็งมันเป็นผี!”

ปรากฏว่า ทั้งไม้และผู้ใหญ่ดำลงไปไม่เจอซากกาหลง!

หมอผีรู้ด้วยญาณสงสัยว่าทำไมไม่มีซาก ในเมื่อกาหลงตายที่นั่น ศพก็ต้องอยู่ตรงนั้น กาหลงถามด้วยความแค้นว่า

“แล้วถ้าเอ็งตายที่นี่ ศพเอ็งจะอยู่ที่ไหน!”

“เอ็งสู้ข้าไม่ได้หรอก” หมอผีไม่พอใจ บริกรรมคาถาจะซัดมนต์ใส่กาหลง แต่กาหลงหายไปแล้ว มาโผล่ที่ข้างหลังหมอผีบีบคอคำราม

“เอ็งตายซะ!!” หมอผีดิ้นตาเหลือก “ข้าเตือนเอ็งแล้ว ต่างคนต่างอยู่ เอ็งยังไม่รามือ เท่ากับเอ็งเป็นศัตรูกับข้า!”

หมอผีเสียท่า ดิ้นทุรนทุรายในอุ้งมือกาหลง

ooooooo

จันถูกสะกดจิตนั่งยิ้มค้างอยู่ จนนวลต้มยาเสร็จผ่านมาเห็น สงสัยจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตเลยยกตีนถีบโครม!

ได้ผล! จันรู้สึกตัวถามว่ามาถีบตนทำไม นวลบอกว่าเห็นจันนั่งนิ่งเหมือนโดนเสกโดนสาป ถามว่าแล้วกาหลงหายไปไหน จันนึกได้มองหาไม่เห็น เร่งนวล “รีบออกไปตามหากันเถอะ”

แต่พอลงมาหน้าเรือนไม่ทันไร ก็เห็นหมอผียืนบีบคอตัวเองอยู่ นวลสงสัยว่าหมอผีเป็นอะไรมายืนบีบคอตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง จันสงสัยจะโดนของเข้าตัว แต่นวลสงสัยว่ากาหลงหายไปไหน?

“ฉันอยู่นี่จ้ะ” กาหลงเดินออกจากเรือนส่งเสียงบอก

จันกับนวลมองหน้ากันสงสัยว่า เมื่อครู่นี้ช่วยกันตามหากาหลงทั่วเรือนแต่ไม่เจอ!

ooooooo

พวกยายมา ตาสร จัก เฟื้อง และชาวบ้านที่มาออกันอยู่ริมบึง ต่างตื่นเต้นเมื่อเห็นไม้กับผู้ใหญ่โผล่ขึ้นจากน้ำ ถามกันให้แซ่ว่าเจออะไรไหม?

ไม้ชูเชือกที่เคยมัดเท้ากาหลงให้ดู ตาสรปาก พล่อยโพล่งทันทีว่า “เชือกที่รัดกาหลง กาหลงตายแล้ว!”

“มีแต่เชือก กาหลงแก้เชือกได้ ไม่มีศพกาหลง กาหลงยังไม่ตาย!” ไม้ตะโกนบอกทุกคนอย่างดีใจ เฟื้องเฮลั่นว่า

“สะใภ้ข้ายังไม่ตายเว้ย!!!”

ผู้ใหญ่ไม่พอใจหาว่าพวกไม้ไหวตัวทันเอาศพกาหลงไปซ่อน เลยถูกทั้งเฟื้อง ยายมาตาสรเถียงกันลั่นว่า พวกตนก็เพิ่งรู้จากปากผู้ใหญ่นี่แหละ เรามาด้วยกันแล้ว ใครจะไปดำน้ำเอาไปซ่อนได้

“ผู้ใหญ่ท้าทายพี่ไม้ เมื่อแพ้สะบั้น ก็ต้องรับผิดตามคำวอนของพี่ไม้” โขงโพล่งขึ้นอย่างได้ใจ

“ผู้ใหญ่ต้องไปกราบขอขมากาหลง!” ไม้ย้ำคำวอน

ผู้ใหญ่ชักสีหน้าใส่ด่าไม้ว่าลบหน้าตนมากไปแล้ว ตนเป็นถึงผู้ใหญ่จะให้ก้มกราบเมียไม้ได้ยังไง! โขงโต้ว่า ผู้ใหญ่ไม่มีสัตย์แล้วจะให้ลูกบ้านนับถือได้ยังไง? เฟื้องย้ำว่า “พ่อช่วงต้องไปขอขมากาหลง!”

“ข้าไม่ไป!”

“ไม่ได้!!” เฟื้องเสียงดังกว่า

“ไม่ต้องหรอกพ่อ” ไม้ขัดขึ้น “ฉันแม่นใจว่าคนอย่างผู้ใหญ่คงไม่ลดหัวกราบเมียฉัน เอาเป็นว่าในเมื่อ ผู้ใหญ่ทำตามคำพูดไม่ได้ฉันก็ถือว่าผู้ใหญ่ไม่มีเกียรติพอให้ฉันนับถือและขอให้เลิกวุ่นวายกับเมียฉัน ฉันจะไม่เกรงเรื่องเกรงราวอีกต่อไป”

ผู้ใหญ่ช่วงถูกถอนหงอกไม่พอใจเดินหนีออกไป พวกลูกน้องพากันเดินตามไปเป็นพรวน ตาสรกับยายมา รีบเข้าไปแสดงความดีใจกับไม้ ชมไม้ว่าเป็นคนดี กาหลงก็เป็นคนดีผีคุ้ม พูดแล้วยายมาเป็นลมไปเลย เดือดร้อนถึงตาสรต้องมาดูแล

ไม้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีใจกว่าใครเพื่อน ที่กาหลงจะได้พ้นคำติฉินนินทาเสียที

ooooooo

กาหลงนั่งกินยาหม้อที่นวลต้มให้อยู่ที่เรือน นวลถามว่าเมื่อกี๊กาหลงหายไปไหนมา กาหลงบอกว่าตนเข้าครัวไปหาน้ำกิน นวลบ่นงึมงำงงๆ ว่าทำไมตนไม่เห็น

“เอ็งมันตาถั่ว ข้านั่งฝันหวาน เอ็งก็หาว่าข้าง่อยกิน ถีบเข้าโครมเบ้อเริ่ม มันน่าถีบคืน เสียให้คร่อกลงลำกระโดงนัก!!” จันขยับเท้าจนนวลต้องรีบหลบให้พ้นรัศมี พลันนวลชี้ไปหน้าเรือนร้องอย่างตื่นเต้น

“มากันแล้ว...”

นวลกับจันมองไปหน้าเรือนอย่างแปลกใจที่เห็นโขงกับตาสรอุ้มเสื่อม้วนๆเหมือนห่อศพใครมา พากันวิ่ง ลงเรือนไปถามว่าใคร? ถูกเฟื้อง โขง กับตาสรอำว่า “ศพ” จันตกใจจะวิ่งหนีหันไปชนเสื่อที่พวกเฟื้องวางลง เสื่อเปิดออกเห็นเป็นยายมา เลยกลายเป็นเรื่องขำหัวเราะกันครืน

กาหลงวิ่งเข้าไปกอดไม้ด้วยความซาบซึ้ง ไม้ถือโอกาสบอกกาหลงต่อหน้าทุกคนตรงนั้นว่า

“หลังจากนี้ พี่จะไม่ฟังความใครอีก ต่อให้หน้าอินทร์หน้าพรหมมากล่าวหากาหลง พี่จะไม่มีวันเชื่อ พี่จะปกป้องกาหลงด้วยชีวิต”

กาหลงยิ้มแย้มกับทุกคนที่แสดงความยินดีกับตน แต่แอบแปลกใจไม่หายว่า...ทำไมไม่มีใครเจอศพ?

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงถูกลบเหลี่ยมเสียเชิง กลับมาเจอหมอผีที่เรือน รี่เข้าไปถามว่ากาหลงกำบังพรางศพใช่ไหม?!

หมอผีบอกว่ากาหลงคิดจะทำแต่ตนสกัดไว้แล้ว ผู้ใหญ่ไม่พอใจถามว่าแล้วเหตุใดตนจึงไม่เจอซากศพทั้งที่ขาบก็เคยเห็นอยู่ใต้บึง หมอผีคาดว่าคงมีใครเอาศพไปก่อนหน้าพวกเรา ทำให้ผู้ใหญ่กังวล ปรารภว่า

“มันรอดไปได้ครานี้ มันต้องอาฆาตแค้นข้า เอ็งเร่งปราบมัน ก่อนที่มันจะเล่นงานข้า”

“ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่ มันเล่นข้าถึงตาย ข้าจะเอาคืนให้สิ้นซาก!!” หมอผีอาฆาต

เย็นนี้เอง กาหลงไปยืนอยู่ริมบึงบัว เพ่งทะลวงไปใต้น้ำ เห็นปลาแหวกว่ายไปมา แต่ไม่มีซากศพ กาหลงแปลกใจว่าศพหายไปไหน? ขณะนั้นเอง พุดจีบเดินมาหยุดยืนข้างกาหลงบอกว่า “ฉันกับเพชรช่วยไว้แล้ว”

กาหลงแปลกใจว่าพุดจีบทำอย่างไร จนเมื่อพุดจีบพากาหลงไปที่ชายป่า กาหลงจึงเห็นศพนอนอยู่ที่พื้นมีใบตองปิดท่อนบน เหลือแต่ท่อนล่าง พุดจีบจึงเล่าว่า
“ฉันเอะใจว่ากาหลงคงสิ้นใจตั้งแต่ครั้งถูกจับถ่วงน้ำ ศพของกาหลงยังอยู่ใต้บึงบัว ฉันไม่อยากให้ใครรู้เห็นเรื่องนี้ เพชรจึงช่วยเอาร่างกาหลงขึ้นมา”

กาหลงโผกอดพุดจีบด้วยความซาบซึ้งน้ำใจเพื่อนรัก...ขอบใจแล้วจะก้มกราบ พุดจีบรีบประคองกาหลงไว้บอกว่า อย่าทำถึงขนาดนั้นเลย เราเป็นเพื่อนรักกันมีอะไรต้องช่วยเหลือกัน

กาหลงบอกพุดจีบว่า หากมีอะไรที่ตนทำเพื่อเพื่อนได้ก็ยินดีช่วยโดยไม่ร้องขอสิ่งใด พุดจีบจึงพูดให้คิดว่า

“กาหลง...ฉันช่วยได้วันนี้ แล้ววันพรุ่งนี้...มะรืน...มะเรื่องล่ะ ความลับไม่มีในโลกหรอก จะอยู่อย่างนี้ได้นานแค่ไหน” กาหลงบอกว่าตนต้องอยู่จนกว่าแม่กับน้องจะสุขสบาย จนกว่าไม้จะตายจากกันไป พุดจีบถามว่า “แล้วพี่ไม้จะไม่สงสัยในตัวกาหลงหรือ?”

“ไม่จ้ะ พี่ไม้ปักใจเชื่อฉันสนิท”

ขณะนั้นเอง เพชรที่ไปเก็บใบตองเพิ่ม ถือใบตองเข้ามาเจอกาหลงถึงกับผงะใบตองหลุดมือ ถอยห่างพลางเอ่ย

“พี่กาหลง...อย่าเคืองฉันเลยจ้ะ เมื่อคืนฉันพูดไปอย่างที่เห็นสิเล่า”

“ข้าไม่เคืองเอ็งหรอก เอ็งคอยช่วยข้าไว้มาก ข้าคงต้องพึ่งเอ็ง ให้เอ็งคอยดูแลชบา กาเหว่า”

“ได้จ้ะ ฉันยินดีช่วยเหลือจ้ะ” เพชรรับคำ ดีใจที่กาหลงไม่เคืองและไม่ทำร้ายตน ส่วนพุดจีบก็ยังเป็นห่วงกาหลง

ooooooo

เพชรบอกพุดจีบขณะมาส่งที่เรือนว่าตนจะไม่ไปจากที่นี่แล้ว จะอยู่ช่วยดูแลชบาและรอจัดการขุนหวาดจับตัวส่งทางการให้ได้

“ฝีมือขุนหวาดฉกาจนัก มันเอาถึงตายเชียวนา” พุดจีบเตือน

เพชรพูดอย่างมั่นใจว่า แต่ก่อนก็หวั่นใจ แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว เพราะเชื่อว่าทำดีต้องได้ดี ที่สำคัญคือคนดีผีคุ้ม พุดจีบหัวเราะขำความคิดของเพชรบอกว่า

ผีก็เป็นแค่ดวงวิญญาณ แต่เพชรเชื่อมั่นว่าดวงวิญญาณของกาหลงแก่กล้ามาก ถึงได้อยู่อย่างคนปกติได้

“ผู้ใหญ่กับหมอผีคงไม่รามือ จ้องเอาคืนกาหลง” พุดจีบติงอีก

“ฉันจะคอยช่วยอีกแรง คนมันต้องสู้กับคน” พูดแล้วฉุกคิดได้ “ฉันขอตัวไปก่อน จะเร่งขุดหลุมฝังศพกาหลงก่อนใครจะมาเห็น” พูดแล้วเพชรรีบออกไป

แต่เมื่อเพชรไปถึงชายป่าที่วางศพกาหลงไว้ เขาตกใจเมื่อศพกาหลงหายไปแล้ว! มองหาแปลกใจว่า

“ศพหายไปไหน?!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:02 น.