ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กาหลงไม่ยอมกลับจนกว่าพุดจีบจะตอบคำถามของตน  ไม้ขอให้พอ เร่งให้กลับ กาหลงกลับคาดคั้น พุดจีบหนักขึ้นว่า

“พุดจีบ เอ็งพูดความจริงมาให้หมดใจในเดี๋ยวนี้...ว่าเอ็งหวังได้พี่ไม้ทำผัว!” กาหลงเข้าไปจับพุดจีบเขย่าอย่างแรง

ไม้ตกใจ เมื่อกาหลงไม่ยอมกลับ ไม้ดึงตัวกาหลงออกมาสั่งให้กลับเรือน กาหลงดิ้นรน จนพุดจีบบอกไม้ให้ปล่อยกาหลง แล้วบอกกาหลงว่า

“กาหลงฟังฉัน...ฉันจะรักพี่ไม้ได้อย่างไรกัน ในเมื่อฉันกำลังจะร่วมหอกับพี่โชติ!”

กาหลงกับไม้ตกใจหันมองโชติ โชติยิ้มพอใจรีบไปหาพุดจีบ ถูกไม้ดึงตัวออกพูดขึงขัง

“ไม่ได้...พี่ไม่ยอมเห็นงามให้พุดจีบแต่งงานกับมัน!” ยายมากับตาสรสาระแนขึ้นว่า  เห็นไม้เทียวไปเทียวมาหาพุดจีบหลายคราหรือว่าทั้งสองจะเคย? “พวกน้าอย่าคิดอกุศล ฉันไม่เคยคิดอย่างว่าสิเล่า ฉันกันท่าเพราะฉันไม่วางใจคนชั่วอย่างมัน”

โชติตวาดให้ไม้หุบปาก บอกพุดจีบว่าที่ผ่านมารู้ตัวว่าตัวเองขาดสติพลั้งเสียการก็มากโข  บอกพุดจีบเหมือนเป็นคำมั่นว่า “แต่เพื่อพุดจีบ เพื่อชีวิตใหม่ของเรา พี่จะบวชสักพรรษา ให้พุดจีบยอมรับในตัวพี่”

“ฉันจะรอพี่ แล้วเราจะร่วมหอร่วมใจกัน” พุดจีบตอบทั้งที่แปลกใจในคำมั่นของโชติ

ไม้เข้าไปบอกพุดจีบว่าอย่าไปฟังคำโชติ ทำให้กาหลงพูดอย่างสุดทนก่อนวิ่งหนีไปว่า

“พี่ไม้...ฉันเพิ่งแจ้งใจในครานี้ นอกจากพุดจีบจะคิดการให้ท่าพี่ พี่เองก็มีใจให้พุดจีบไม่ผิดกัน!”

“ไอ้ไม้! หากเอ็งยังนับถือข้าเป็นแม่ยาย เอ็งลงเรือนไปดูแลลูกสาวข้า!” แม่กลอยสั่ง โชติได้ทีถามไม้ว่าไม่ได้ยินที่แม่ยายสั่งรึไง พุดจีบก็ขอร้องไม้ให้กลับเรือนเสีย ไม้จึงจำตัดใจไหว้ลาแม่อิ่ม

โชติดีใจมากเดินเข้าหาพุดจีบ ถูกพุดจีบตัดบทว่า “ฉันไม่ค่อยจะสบาย ขอตัวไปพักประเดี๋ยว” กอปรกับแม่อิ่มบอกให้โชติกลับไปก่อน โชติจึงกลับไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจที่พุดจีบรับปากจะร่วมหอกับตน

เมื่อพุดจีบกลับห้อง แม่อิ่มตามมาถามว่าตรึกตรองดีแล้วใช่ไหม พุดจีบตอบทั้งน้ำตาว่า

“ลูกจะก้มหน้าตามเวรของลูก มันคงเป็นคำตอบที่สาหัสสุดแล้ว” แม่อิ่มถามว่าลูกรักโชติหรือไม่ “บางครั้งความรักก็หาใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการได้ทำเพื่อหน้าที่...เพื่อใครบางคน...หรือทำเพื่อคนที่เรารัก” พูดแล้วยิ้มให้แมทั้งน้ำตา

“แม่ดีใจที่ลูกคิดได้ พ่อโชติอาจไม่ใช่คนดีโดย สมบูรณ์...แต่คนเราเปลี่ยนแปลงได้ แม่เชื่อว่าความผูกพันจะทำให้ลูกรักพ่อโชติได้ไม่ยาก”

แม่อิ่มกอดพุดจีบทั้งรักทั้งปลื้ม ในขณะที่พุดจีบร้องไห้น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

กาหลงมานั่งกอดเข่าร้องไห้ที่ท่าน้ำเรือนตัวเอง ไม้เดินมามองทั้งสงสารทั้งเคือง เดินมาหากาหลง กาหลงคิดว่าไม้จะมาขอโทษ แต่กลับได้ยินไม้ตำหนิว่า

“พี่ไม่ชอบใจที่กาหลงก้าวร้าว และทำร้ายพุดจีบ มันสมควรแล้วรึที่กาหลงกล่าวหาพุดจีบ ตบตีพุดจีบ?”

“แล้วมันผิดคำที่ฉันพูดเสียเมื่อไหร่...ฉันรักและเชื่อใจพี่...แต่พี่ทำให้ฉันหวั่นใจ”

“กาหลงคิดอย่างนั้นเท่ากับกาหลงไม่ไว้ใจพี่ กาหลงเชื่อคำอบเชย แทนที่จะเชื่อในคนรักของตัวเอง กาหลงรู้เห็นมาตลอดว่า อบเชยคอยใส่ไฟทำลายความรักของเรา”

“ฉันไม่ได้เชื่อคำใคร ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น!...หญิงกับชายใกล้กัน ฤาจะให้คิดเป็นอื่น??”

ไม้ชี้แจงว่าเพราะพุดจีบเดือดร้อนตนจึงเข้าช่วย กาหลงประชดว่า งั้นก็ช่วยดูแลไปทั้งชีวิต!

“พุดจีบควรมีใครสักคนดูแลเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่พี่ แล้วฉันจะไม่น้อยใจได้อย่างไร พุดจีบจะแต่งงานกับโชติ พี่ก็ออกโรงขวาง แท้จริงแล้วพี่หึงพุดจีบ!พี่รักพุดจีบ!!”

กาหลงระบายความในใจออกมาคิดว่าไม้คงเข้าใจความรู้สึกของตน แต่ไม้กลับเสียใจน้อยใจที่กาหลงคิดเยี่ยงนั้น เดินหนีไป

“พี่ไม้...” กาหลงสะเทือนใจ เดินตามถามว่า“พี่ไม้จะหนีหน้าไปไหน พี่อย่าหนีความจริง!”

“พี่ไม่ได้หนีหน้า ไม่คิดหนีความจริง แต่พี่ไม่อยากคุยกับคนเห็นแก่ตัว!” กาหลงถามว่าตนทำอะไรผิด? “กาหลงก็รู้ว่าไอ้โชติเลวทรามยังไง กาหลงยังผลักไสให้เพื่อนรักไปร่วมหอกับคนพรรค์นั้น กาหลงเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นไม่ห่วงใยเพื่อน ...กาหลงเห็นแก่ตัว!”

กาหลงยิ่งเสียใจ ยอมรับว่าตนเห็นแก่ตัวถามว่าแล้วไม้เคยถามสักคำไหมว่าทำไม เพราะอะไร เมื่อไม้หันมอง กาหลงระบายความอัดอั้นว่า

“ฉันรักพี่มากเท่าไร ฉันก็ยิ่งห่วงและหวงพี่มากเท่านั้น ฉันไม่อยากเห็นผู้หญิงอื่นเข้าใกล้พี่” ถูกไม้เอ็ดว่าหึงจนไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมจะให้ตนทนได้อย่างไร บอกกาหลงว่าคืนนี้จะไปนอนวัดกับโขง แล้วเดินดุ่มไปเลย

“พี่ไม้กลับมา...พี่ไม้...” กาหลงตะโกนเรียก ความโกรธทำให้หน้ากาหลงเปลี่ยนเป็นซีด ลมพัดด้านหน้าทำให้ผมสยาย “พี่ไม้...อย่าทิ้งฉันไป...” เสียงกาหลง ก้องน่ากลัว...แล้วลมก็ค่อยๆสงบลง...กาหลงในสภาพปกติร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด ทรุดนั่งกับพื้น...

บริเวณที่กาหลงนั่ง...รอบตัวเจิ่งนองไปด้วยน้ำ!

ooooooo

ฝ่ายแม่กลอย เคืองแค้นอารมณ์ค้างจากเมื่อคืน เช้านี้ลุกมาสับหมากจนชบาแปลกใจถามแม่ว่า หนักอกหนักใจเรื่องไรตนจะช่วยแบ่งเบาให้แม่เอง

“พ่อโชติจะบวชแล้วแต่งงานกับพุดจีบ!” แม่กลอยโพล่งความอัดอั้นออกมา ชบาเห็นว่าดีพุดจีบจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา

“ไม่ดี! เอ็งต่างหากคู่ควรกับพ่อโชติ!!” ชบาผงะตกใจ “พี่สาวเอ็งริใฝ่ต่ำเลือกไอ้ไม้ ข้าหนักใจมากโข ข้าเหลือเอ็งคนเดียว...ชบา เอ็งก็โตเป็นสาวเป็นนางแล้ว ข้าจะยกเอ็งให้พ่อโชติ!”

“ไม่นะ! ฉันไม่เอาอะไรพรรค์นั้นหรอก ฉันไม่ได้รักพี่โชติ หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่ยอม!!”

ชบาก้าวพรวดๆจะลงจากเรือน แม่กลอยถามว่าจะไปไหน ชบาบอกว่าไปทุ่งแล้วชิงขู่ว่า

“ถ้าแม่จับฉันให้พี่โชติ ฉันจะหนีไป!” พูดแล้ววิ่งลงเรือนไปเลย

“นังชบา กลับมา!” แม่กลอยร้องเรียก ชบาวิ่งเตลิดไปไม่สนใจ แม่กลอยพึมพำ “ข้าไม่มีวันปล่อยให้นังบุญอิ่มได้เป็นแม่ยายพ่อโชติหรอก!!”

ชบาวิ่งเตลิดไปที่สวนกล้วย เงื้อดาบฟันต้นกล้วยฉับขาดกลางต้น จึงเห็นเพชรยืนฉี่อยู่หลังต้นกล้วย เพชรหันหลบไปต้นอื่น ชบาด่า “ไอ้ลามกจกเปรต” แล้ววิ่งไป เพชรฉี่เสร็จวิ่งตามร้องเรียกให้รอด้วย...รอด้วย...พอวิ่งทันก็คว้ามือขู่

“เอ็งต้องรับผิดชอบข้า” ชบาถามว่าตนทำอะไรให้ “เอ็งเห็นปลิง...เอ็งต้องแต่งงานกับปลิง”

“เชอะ! ของพรรค์นั้นบ้านฉันเรียกไส้เดือน!” เบ้หน้าใส่แล้วเดินหนี พอเพชรตามก็หันมาขู่ “หยุดตรงนั้นไม่ต้องตาม!” ถูกเพชรยั่วว่า ถ้าเป็นเมียตนจะเชื่อทุกอย่าง เลยถูกชบาปลิดกล้วยปา เพชรคว้าไปปอกกินยั่ว เลยถูกปากล้วยใส่หน้า

“โอ๊ย...ตาข้า!!” ไม้กุมหน้าโอดโอย ชบาชะงักแต่ยังระแวง ไม่เชื่อนัก

ooooooo

ไม้ไปนั่งกลุ้มใจอยู่ที่วัด โขงปลอบใจว่าให้เลิกคับใจได้แล้ว เพราะผู้หญิงก็เป็นเยี่ยงนี้แหละรักมาก พิษหึงก็มาก ไม้บอกว่ากาหลงไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน

“มื้อนั้นเป็นแค่คู่รักแต่มื้อนี้เป็นผัว” ไม้ถามว่าผิดกันด้วยหรือ “ผิดสิพี่ ฉันเคยได้ยินสัปเหร่อขาวกับตาสรนินทาเมียว่า ยามคบหาดูใจอะไรก็ได้ เราชี้นกบอกว่าไม้ก็ใช่หมด แต่พอแปรเปลี่ยนเป็นเมียละพี่เอ๊ยยย...ชี้ไม้บอกว่านกมันด่าเปิง ยังจะตามคุมแจไม่ให้ชี้ชมใครอื่นนอกจากเมีย”

“ฉันเองเคยพบพานแต่เรื่องหวาน ไม่คาดคิดว่า

กาหลงจะหึงได้หนักเช่นนี้”

“โบราณว่าไว้ให้จำท่อง...เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร” จอกร้องเพลงเดินเข้ามา ไม้ดีใจมากคิดว่าจอกหายดีแล้ว แต่พอจอกเห็นไม้ก็เข้ากอดแถมจะหอมแก้มอีก! ไม้ตกใจดันตัวจอกออก จอกยังพร่ำเพ้อราวกับสาวหลงหนุ่ม จนโขงต้องดึงตัวออกมาบอกว่า มันเป็นอย่างนี้แหละ สามวันดีสี่วันเพี้ยน

แม้จะรู้ว่าจอกยังไม่หายดี แต่ไม้ก็ดีใจที่เห็นจอกร่าเริงมีความสุข ไม้ถามโขงว่ารู้จักคนต่างถิ่นที่ชื่อเพชรไหม บอกว่าคืนก่อนเพชรช่วยตนไล่จับขุนหวาด โขงบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อนี้และไม่เคยเห็นคนต่างถิ่นด้วย

“ข้ารู้...ข้าเห็น...” จอกโผล่หน้ามาบอก ไม้กับโขงมองจอกอย่างสนใจอยากรู้  ไม้ถามว่าจอกรู้หรือว่าเป็นใคร จอกร้องเป็นเพลงออกมา พรรณนาความงามและคุณค่าราคาเพชรเสียหยดย้อย

“เอาอีกแล้วนะไอ้จอก ถ้าเองไม่ฟั่นเฟือน ข้ากระทืบติดดินไปแล้ว” ไม้บอกว่าถ้าโขงไม่รู้ ไว้ตนปะหน้าจะถามเพชรเองจะได้รู้หัวนอนปลายตีน “พี่ไม้....อย่าว่าฉันจุ้นจ้านเรื่องพี่เลย พี่กลับเรือนเถอะ ป่านนี้กาหลงคอยพี่ทั้งคืนแล้ว กลับไปพูดคุย ให้หายยุ่งใจเถอะ”

ไม้จึงตัดสินใจกลับเรือน...เป็นเวลาที่กาหลงจะมาหาไม้ที่วัดยืนลังเลว่าจะเข้าดีหรือไม่ แต่พอตัดสินใจจะเข้าก็เห็นไม้เดินออกไปที่อีกประตูหนึ่งจึงรีบเดินตาม

ooooooo

ที่สวนกล้วย เพชรโอดครวญว่าตาตนบอดแล้ว มองอะไรไม่เห็นเลย จนชบาสงสารเดินกลับไปดู เพชรจับหน้าคลำทำเป็นเพ้อว่าไม่ใช่ชบาแต่เป็นนางฟ้า เลยถูกชบาตะบันเข้าเต็มตา ด่าไอ้กะล่อน แล้วเดินหนีไป

“โอ๊ย...ตาบอดจริงๆเสียแล้ว” เพชรร้องโวยวาย แอบมองชบาที่เดินหนีไปจากดงกล้วยด้วยสีหน้าเศร้า เพชรแปลกใจตามไปแกล้งหยอกว่า “ทำหน้าอย่างกับถูกข่มเหงให้ออกเรือน!”

“เอ็งรู้!” ชบาแปลกใจ เพชรตีขลุมว่าตนรู้ตนเห็น ชบาเลยให้เฉลยมาว่าคู่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร “เอ็งจะได้ร่วมใจกับลูกชายเศรษฐี ฐานะมั่งคั่ง มีเกียรติมีศรีเป็นที่นับหน้าถือตา ชายคนนั้นก็คือ...”

เพชรจะบอกว่าคือตนเอง แต่เพราะชบาจินตนาการว่าเป็นโชติ ตะโกนขัดขึ้นก่อนว่า “ข้าไม่แต่งกับพี่โชติ!”

“ข้าไม่ได้หมายถึงไอ้โชตินั่นเสียหน่อย ข้าหมายถึงตัวข้า”

พอเพชรเฉลย ก็ถูกชบาผลักตกปลักควายข้างคันนาแล้วเดินหนี เพชรจะตามแต่ตกใจถูกปลิงเกาะถึง 6-7 ตัว ร้องเสียงหลง

“ปลิง...ช่วยด้วย...” ตะกายขึ้นจากปลัก

ควายดึงปลิงออกทีละตัว...ทีละตัวอย่างแขยง

ชบานึกได้ว่าปลักควายที่ผลักเพชรตกไปนั้นปลิงชุม เป็นห่วงว่าป่านนี้มิโดนปลิงดูดเลือดตายไปแล้วหรือ ตัดสินใจวิ่งกลับไปหาเพชร

ที่ริมปลักควายนั่นเอง พุดจีบเดินมาเจอเพชรถูกปลิงกัดเลือดไหลไม่หยุด บอกว่าท่าทางน้องชายจะแพ้

ปลิงเสียแล้ว ลุกไปหาใบสาบเสือเอาหินทุบปิดปากแผลห้ามเลือดให้ บอกว่าประเดี๋ยวเลือดก็หยุดไหล เพชรยกมือไหว้ขอบคุณ

“ฉันชื่อพุดจีบ ฉันสิที่ต้องขอบใจน้องชายที่ช่วยฉันไว้”

“ฉันชื่อเพชร ไม่ต้องขอบอกขอบใจฉันหรอก ฉันช่วยพี่สาว...มันเป็นหน้าที่ฉัน” เพชรพลั้งปากไปแล้วหยุดทันทีรีบแก้ตัว “ฉันหมายถึงหน้าที่คนดีต้องจับโจรจ้ะ...” แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “เลือดหยุดไหลจริงเสียด้วย ชาติหน้าชาติไหนอย่าได้พบพานปลิงอีกเลยเจ้าประคู๊ณณณ”

พุดจีบเห็นปลิงเกาะที่ใต้ท้องแขนของเพชร พอเพชรรู้ก็ตกใจรีบดึงปลิงออก แต่เสียหลักเซมาชนพุดจีบจนล้มลงไปกับพื้นทั้งสองคน ชบาย้อนกลับมาเห็นพอดี เลยด่า “สันดานชาย!”แล้วเดินออกไปทันที

เพชรรีบลุกขึ้นถามพุดจีบว่า “พี่สาวเป็นยังไงบ้างจ๊ะ” พุดจีบบอกว่าไม่เป็นไรให้ลุกขึ้นเถิด

ไม้กำลังเดินกลับเรือนกาหลง มาเห็นเพชรกับพุดจีบล้มทับกันพอดีก็ไม่พอใจ พรวดเข้าไปตวาดถามเพชรว่าทำอะไร  พุดจีบลุกขึ้นบอกไม้ว่าตนไม่เป็นอะไร บอกเพชรให้กลับเรือนเสีย แล้วรีบเดินออกไปอย่างไม่อยากอยู่ใกล้ไม้ให้เป็นปัญหา

เพชรดูอาการของทั้งสองอย่างแปลกใจ

ไม้เดินตามพุดจีบบอกว่าจะไปส่งที่เรือน พุดจีบไม่อยากให้กาหลงต้องขุ่นเคืองใจอีก ไม้จึงขอโทษแทนกาหลง

กาหลงที่เดินตามไม้มาหยุดฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ...

“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก กาหลงทำถูกแล้ว พี่อย่าได้ตำหนิกาหลงเลย หากฉันเป็นกาหลง ฉันจะไม่ยอมให้คนรักของฉันใกล้ชิดกับหญิงอื่น ผู้หญิงเรามีผัวได้เพียงครั้งเดียว และพี่ก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของกาหลง ฉันอยากให้พี่ดูแลกาหลงอย่าห่างกาย ฉันไม่ถือโทษโกรธกาหลงแม้แต่น้อย ขอให้พี่อุ่นใจ...หลังจากฉันออกเรือนกับพี่โชติ ทุกอย่างคงจะดีขึ้น”

พุดจีบเดินผละไปแล้ว ไม้ยังยืนมองตามพุดจีบไปด้วยความสงสาร กาหลงตัดสินใจเดินออกไป ก็พอดีเพชรเดินเข้ามา เพชรคิดว่าไม้กับพุดจีบเป็นคู่รักกัน เอ่ยขึ้นว่า

“พี่ชายผิดใจกับคู่รัก ไปง้อเสียเถอะ ปล่อยไว้นานเกินรอแล้วต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“เอ็งเป็นใคร” ไม้มองเพชรอย่างไม่ไว้ใจ

ooooooo

พุดจีบเดินมาเจอกาหลงยืนอยู่ริมบึง กาหลง ขอโทษพุดจีบบอกให้ตีตนเสียให้รู้สำนึกว่าเพื่อนรักตนมากแค่ไหน

“เราเคยสัญญาจะเป็นเพื่อนรักเพื่อนตาย ฉันจะทำร้ายกาหลงได้อย่างไร”

ทั้งสองกลับมาเข้าใจและรักกันดังเดิมอีกครั้ง กาหลงขอให้พุดจีบยกเลิกการแต่งงานกับโชติเสีย ให้หยุดเสียสละความสุขตัวเองเพื่อคนอื่น ให้พูดความจริงกับตน บอกมาว่าพุดจีบรักใคร

“ฉันรักพี่ไม้” พุดจีบตอบทันที “ฉันรักพี่ไม้ รักมานานพอๆกับกาหลง ชีวิตฉันไม่ผิดกาหลง กาหลงกำพร้าพ่อได้ไม่นาน พ่อฉันก็จากไป เราต่างดิ้นรนตามประสา  มีเพียงพี่ไม้เป็นชายเดียวที่คอยช่วยคุ้มครองดูแลฉัน...ฉันไม่อาจห้ามใจหยุดรักพี่ไม้ได้เลย จวบจนฉันแจ้งแก่ใจว่า พี่ไม้มีใจกับกาหลง...”

พุดจีบเล่าถึงอดีตที่ตนกับกาหลงพายเรือเด็ดดอกบัว กาหลงนึกสนุกแกล้งโคลงเรือจนตกน้ำไปทั้งสองคน  ไม้เห็นดังนั้นรีบกระโดดลงไปช่วยกาหลงก่อน ทั้งที่กาหลงว่ายน้ำเป็นแต่พุดจีบว่ายน้ำไม่เป็น พุดจีบตระหนักแต่นั้นว่า...

“พี่ไม้เลือกที่จะช่วยกาหลง ทั้งที่กาหลงว่ายน้ำเป็น ฉันกลายเป็นคนที่สอง รองจากกาหลง”

พุดจีบเล่าเรื่องในอดีตแล้วบอกกาหลงว่า แต่นั้นมาตนก็รู้ดีว่าทำได้แค่แอบรัก แต่ก็ยินดีกับกาหลงด้วยใจจริง กาหลงเช็ดน้ำตาให้พุดจีบ บอกว่าพุดจีบควรได้คู่ครองที่สมควรไม่ใช่โชติ พุดจีบบอกว่าตนอยากให้โอกาสโชติสักครั้ง

“คนใจหยาบช้าอย่างมันไม่มีวันเปลี่ยนได้หรอก” กาหลงโพล่งออกไป พุดจีบถามว่ามีเรื่องอะไรจะบอกตนหรือมีความในใจอะไรจะบอกตนหรือไม่?

พอดีนวลมาตามพุดจีบบอกว่าแม่อิ่มให้มาตามกลับไปคุยเรื่องช่วยงานโชติที่จะเลี้ยงฉลองก่อนบวชพุดจีบจึงขอตัวกลับเรือน

กาหลงมองตามพุดจีบไป  ลังเลใจว่าจะบอกพุดจีบเรื่องโชติจะข่มขืนและจับตนถ่วงน้ำดีหรือไม่...แต่ใจยังไม่กล้า

ขณะนั้นเอง กาหลงอุทานตกใจ “ไอ้ขาบ ไอ้มั่น!” เมื่อเห็นทั้งสองเดินตรงมาอย่างมาดร้าย!

ooooooo

ที่ลำคลอง เพชรเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ไม้ฟังแล้วบอกว่า

“อย่างที่ฉันเล่าให้พี่ชายฟังล่ะจ้ะ ฉันมันก็แค่พ่อค้าเร่พเนจร...ค่ำไหนนอนนั่น” ไม้มองเพชรอย่างไม่เชื่อนัก แล้วก้าวลงเรือ “พี่จะลงไปทำอะไร” เพชรถาม ไม่ขวางแต่เดินตามลงไป

ไม้ลงเรือไปเปิดหีบต่างๆดูล้วนเป็นดินประสิว ดินสอพอง และเครื่องยาธาตุ เพชรปล่อยให้ไม้เปิดดูตามใจชอบแล้วจึงบอกว่า นั่นล้วนแต่เป็นของที่ตนเอามาเร่ขาย แต่พอไม้จะเปิดกล่องที่เพชรเคยเก็บปืน เพชรก็รีบเข้าแย่ง ไม้ชิงไปถือไว้ได้ถามว่า กล่องอะไรถึงได้หวงนักหนา

“กล่องใส่เงินจ้ะ” เพชรยื่นมือจะขอคืน ไม้ไม่ให้ บอกว่าอยากรู้ว่าเพชรขายของได้เงินกี่มากน้อย แล้วเปิดกล่องทันที เพชรร้องห้ามเสียงดัง แต่พอไม้เปิดกล่อง ปรากฏว่าข้างในไม่มีอะไรเลย!

“ไม่มีเงินสักบาท”

“ฉันยังขายไม่ได้เลย หรือพี่ไม้จะช่วยฉันประเดิมสักสี่ซ้าห้าบาท?” ไม้ไม่พูดจะเดินออกไป เพชรพยายามญาติดีด้วยว่า “ฉันเป็นคนต่างถิ่น ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะพี่”

“หน่วยก้านเอ็งไม่เลว เอ็งมีน้ำใจช่วยกาเหว่าช่วยพุดจีบ ข้าก็จะลองคบหาเป็นพวกดู”

“ขอบใจมากจ้ะพี่” เพชรยกมือไหว้ดีใจ พอไม้พยักหน้ารับแล้วเดินไป เพชรก็รีบย้อนกลับไปในเรือ หยิบปืนในห่อผ้าที่ซ่อนไว้ออกมาดูยิ้มโล่งใจ เพราะมันคือปืนที่มีสัญลักษณ์ปืนตำรวจ เป็นปืนประจำตำแหน่งของเพชรนั่นเอง

ooooooo
กาหลงวิ่งหนีขาบกับมั่นถึงชายป่า พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ ไม้ที่กำลังเดินกลับเรือนได้ยินเสียงกาหลงหันวิ่งไปตามเสียง
ขาบกับมั่นวิ่งไล่ดักหน้าจนกาหลงจนมุม มันเดินเข้าหาอย่างคุกคาม ขาบหัวเราะเยาะว่า

“ถ้าไม่เห็นกับตา ข้าไม่มีวันปลงใจว่าเอ็งรอดตาย!” มันตรงเข้าจับแขนกาหลง กาหลงสะบัดหลุดปรามมันว่า

“อย่ามายุ่งกับข้า ปล่อย! ไม่งั้นพวกเอ็งจะเดือดร้อน”

แต่มันทั้งสองลำพองใจถามว่าแรงกาหลงเพียงน้อยนิดจะสู้พวกตนได้อย่างไร หรืออยากจะลงไปนอนแช่น้ำเล่นอีก!

กาหลงโกรธจัดกลายเป็นผี เส้นผมสยายยาวเลื้อยไปตามพื้นหมายเล่นงานขาบกับมั่น เส้นผมกำลังเลื้อยจะถึงมันทั้งสองอยู่แล้ว พลันก็ชะงักเมื่อเสียงไม้ตะคอกขึ้น

“พวกเอ็งทำอะไรเมียข้า!”

พริบตานั้นร่างกาหลงกลับมาเป็นปกติ ไม้พุ่งเข้าจัดการมั่นกับขาบ มันร้องบอกว่าพวกตนมาดี จะมาขอขมากาหลง

“ไอ้พวกมารศาสนา คิดขุดกรุพระไปขาย พอเมียข้ารู้แผนก็จับเมียข้าถ่วงน้ำ พวกเอ็งมันสมควรตาย!” ไม้ด่าตามที่ฟังกาหลงเล่า ตรงเข้าชกต่อยทั้งสองคน ถูกโชติมาห้ามไว้ ไม้บอกโชติว่า “เอ็งมาก็ดี ข้าจะได้แจ้งใจว่า เพียงพวกมันสองคนทำร้ายกาหลง หรือมีนายมันให้ท่าสั่งการ!”

โชติยืนยันว่าตนไม่เคยสั่งสอนให้ลูกน้องทำชั่ว กาหลงสวนไปทันทีว่า แล้วพวกมันตามไล่ตนมาทำไม!

“ไอ้มั่นไอ้ขาบสารภาพผิดกับข้า พวกมันมัดมือมัดเท้าหวังขู่เอ็งให้กลัวไม่กล้าบอกใครแต่พลั้งทำตกน้ำ พวกมันจะลงไปงมช่วย กาเหว่าก็เอะอะโวยวายกลาย เป็นเรื่องใหญ่ พวกมันกลัวผิดคิดสั้นหนีไปอย่างที่รู้กัน...เอ็ง...ให้อภัยพวกมันเถอะ”

“เอ็งออกโรงปกป้องลูกน้อง ข้าจะจับมันส่งทางการ!”

“ความชั่วมันมี ความดีก็ใช่น้อย มันสองคนช่วยต่อสู้ขุนหวาด ไล่ฟันจนลูกน้องขุนหวาดต้องล่าถอย หากไม่ได้พวกมันช่วยเสริมแรง เอ็งก็อาจพลั้งท่าเสียทีให้ขุนหวาดได้เช่นกัน เลิกแล้วต่อกันเถอะ...กาหลง เอ็งยกโทษให้พวกมันได้รึไม่?”

กาหลงบอกว่าการให้อภัยเป็นทานอันยิ่งใหญ่แต่ควรให้กับคนดี หากทั้งสองกลับใจสำนึกผิดจริงก็ให้สาบานต่อหน้าองค์พระจะเลิกทำชั่ว แม้นผิดคำสาบานเพียงครั้งเดียวขอให้พวกมันตายโหงตายห่า ไม้ถามว่าพวกมันจะกล้าสาบานหรือไม่?

มั่นกับขาบเข้าไปสาบานต่อหน้าพระประธานในโบสถ์ โดยมีไม้เข้าไปฟังคำสาบาน แต่กาหลงยืนอยู่หน้าวัด เมื่อพวกมันสาบานแล้วจึงกลับ โชติเข้าหาไม้พนมมือบอกว่าตนจะบวชเรียนดังที่ให้สัญญากับพุดจีบไว้ หากทำสิ่งใดล่วงเกินไม้ทั้งทางกาย วาจา ใจ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน อโหสิกรรมให้ตนด้วย

ไม้นิ่งฟังแต่ไม่ตอบหันหลังเดินไป โชติผิดหวังที่ไม้ไม่อโหสิกรรมให้ แต่เมื่อไม้มาหยุดยืนที่ประตูโบสถ์มองตรงไปยังพระประธานแล้วเดินกลับเข้าไปอย่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ไม้เข้าไปนั่งคุกเข่าพนมมือ เอ่ยด้วยสีหน้าคลายความโกรธแค้นว่า

“ขอให้เรื่องเลวร้ายกลายเป็นสายลมที่พัดผ่านไป หลังจากนี้ ขอให้ชีวิตลูก พบพานแต่ความสุข ความสมหวังด้วยเถิด”

ไม้กราบพระประธาน โดยไม่รู้ว่า ข้างหลังเขานั้น ผู้ใหญ่ช่วงยืนมองอยู่ด้วยสายตามาดร้าย!

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงรู้จากลูกน้องว่าโชติพามั่นกับขาบไปพบไม้ก็ไม่พอใจด่าว่าโง่ดักดาน ว่าไม้คิดเล่นงานมั่นกับขาบอยู่แล้วยังพาพวกมันไปอีก ว่าแล้วลงจากเรือนทันที จนไปเห็นไม้เข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ ผู้ใหญ่ช่วงจึงกลับเรือน

เมื่อโชติกลับมาผู้ใหญ่ด่าว่าลูกไม่รักดียอมอ่อนข้อก้มหัวให้ไม้ โชติชี้แจงอุบายของตนว่า ทำไปเพื่อให้ไม้ตายใจ เมื่อไม้วางใจตนก็จะหาโอกาสเอาคืนให้สาแก่ใจ พูดอย่างเชื้อไม่ทิ้งแถวว่า

“ฉันจำคำพ่อสอนไว้มั่น...หลอกให้ศัตรูเป็นมิตรจนตายใจ เราย่อมมีชัยเหนือมัน!!”

ผู้ใหญ่ยิ้มพอใจ แล้วถามว่าพาขาบกับมั่นไปพบไม้ทำไม โชติแจงแผนของตนว่า ยอมให้ทั้งสองคนไปขอขมาไม้เพื่อให้โทษพ้นตัวต่อไปจะได้ไม่ต้องกบดานตนก็จะได้ใช้งานได้คล่องตัว ผู้ใหญ่ยังสงสัยอีกว่าคิดดีแล้วหรือที่จะบวช?

“ฉันยอมทำทุกอย่างเพียงขอให้พุดจีบยอมรับในตัวฉัน...แต่ฉันไม่ทนห่มผ้าเหลืองให้เกินเดือน ฉันจะแสร้งเจ็บป่วยขอลาสึก ถึงเวลานั้นพุดจีบคงเห็นใจฉัน”

“หากพุดจีบยังแข็งใจ ไม่ต้องชักช้าเสียที ก็ฉุดทำเมียซะ!!” ผู้ใหญ่ช่วงชี้โพรงให้กระรอกแล้วหัวเราะชอบใจ

แม่น้อยได้ยินไม่พอใจที่ผู้ใหญ่สอนลูกในทางที่ผิด เข้าไปติงว่าให้เลิกสอนลูกในทางผิดได้แล้ว ผู้ใหญ่ยิ้มหยันบอกว่าตนไม่เคยทำสิ่งใดผิดมันถูกมาเสมอ ครั้นแม่น้อยแย้งว่า “ถูกใจพี่แต่มันผิดศีลธรรม” ก็ถูกผู้ใหญ่ตวาดหาว่าขัดคอขัดใจตน

“ฉันขอร้องล่ะ...หยุดก่อกรรมทำเวรเถอะ ที่ผ่านมาพี่ทำ...” แม่น้อยยั้งปากไว้เปลี่ยนเป็นพูดว่า “พี่หยุดต่อยอดส่งบาปให้ลูก พี่เองก็รู้ดี ใครทำกรรมใดไว้ย่อมรับกรรมนั้นตอบสนอง”

“ทำชั่วตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ทำบาปมามากโข แต่เงินทองไหลมาเทมากองตรงหน้า ส่วนไอ้พวกคิดดีทำดีมันกลายเป็นผีไปหมดแล้ว ข้าว่าเอ็งเลิกเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมให้เสียเวลา สู้มาสอนสั่งให้ลูกๆ เจริญรอยตามข้าจะได้ประโยชน์นัก”

แม่น้อยถามว่าไม่กลัวตกนรกรึไง? ผู้ใหญ่หัวเราะ เยาะว่า

“นรกเป็นนิทานที่แต่งไว้หลอกคนโง่ คนหัวแหลมย่อมรู้ดีว่าชีวิตนี้มีแต่สวรรค์ เหมือนที่ข้าเสวยสุขอยู่ทุกวันนี้” พูดแล้วหัวเราะร่าหยิบยาขึ้นสูบสบายอกสบายใจแม่น้อยได้แต่ผิดหวังที่ยั้งความคิดผิดชั่วของผู้ใหญ่ไม่ได้

ooooooo

กาหลงกลับมานั่งรอไม้อยู่หน้าเรือน ไม้กลับ มาถึงก็ถามว่าทำไมกาหลงไม่เข้าไปฟังมันสาบานในโบสถ์ กาหลงตอบเลี่ยงว่า

“ฉันถือว่ามันกับฉัน สิ้นเวรหมดกรรมกันแล้ว ฉันไม่อยากไปขวางไปยุ่งอีก”

ไม้เล่าว่าโชติมาไหว้ขอขมาแต่ความเลวร้ายของโชติเกินกว่าที่ตนจะให้อภัย กาหลงถามว่าแล้วให้อภัยตนได้ไหม

“กาหลงเป็นเมียพี่ ไม่ว่ากาหลงทำผิดพลาดหนักหนาแค่ไหน พี่ให้อภัยเมียได้เสมอ”

กาหลงกอดไม้ไว้แน่นน้ำตาไหลด้วยความรักที่มีต่อไม้ แต่...นอกจากน้ำตาที่เปียกหน้าแล้ว ร่างกาหลงก็เปียกจนตัวชุ่ม จนไม้ที่กอดกาหลงอยู่ถามว่ากาหลงไปทำอะไรมาเนื้อตัวถึงได้เปียกชุ่มน้ำ พลางก้มมอง

“ฉันเพิ่งล้างขัดเรือมาจ้ะ ไม่ทันได้ผลัดผ้า ดูสิ พี่ไม้พลอยเปียกไปกับฉัน พี่ไปอาบน้ำผลัดผ้าเถอะ”

ไม้ประคองกาหลงขึ้นเรือน โดยมิได้สงสัยแม้ แต่น้อยตามขั้นบันไดที่กาหลงก้าวขึ้น มีรอยเท้าเปียกน้ำของกาหลงขึ้นไปทุกขั้น...จนถึงในเรือน...

ooooooo

เมื่อคืน...เผื่อนกับงามไปซุ่มที่ใต้ถุนเรือนกาหลง เช้านี้ก็สาระแนไปรายงานอบเชยหวังเอาหน้าว่า เมื่อคืนตนทั้งสองเห็นมาเต็มสองตาได้ยินเต็มสองหู เสียงพื้นเรือนลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด...เอี๊ยดอ๊าด...

อบเชยแค้นพลุ่งพล่านหยิบฉวยของขว้างปาทั้งสองตวาดว่า ไม่เชื่อ! ไม่อยากฟัง!! แล้วถามทั้งสองว่าทำอย่างไรตนจึงจะลบหน้ากาหลงออกไปจากชีวิตได้เสียที สาวใช้จอมแสบทั้งสองแนะให้ไปหาหมอผีทำเสน่ห์ อบเชยสนใจรีบพากันไป

“อยากได้ผัวจนตัวสั่นสิเอ็ง!!” หมอผีทักทันทีที่เห็นหน้า ทำให้อบเชยยิ่งศรัทธาว่าหมอผีนี้แม่นฉมังนัก

หลังจากหมอผีบริกรรมคาถาแล้วเป่าเพี้ยง พอคลายมือออก ปรากฏขวดน้ำมันพรายอยู่ในมือหมอผีแล้ว

“น้ำมันพรายมหาเสน่ห์...เอ็งดีด เอ็งป้ายให้ชายคนรัก เมื่อนั่นแหละมันจะขี้คร้านอยู่ไม่ติดเรือนเร่งมาหาเอ็งทันที!”

พูดแล้วหมอผีหัวเราะชอบใจ อบเชยรับขวดน้ำมันพรายด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า งานนี้ตนต้องได้ไม้เป็นผัวแน่ๆ

ขากลับเดินผ่านเรือนกาหลง เผื่อนกับงามระริกระรี้ชี้ชวนให้ดูไม้ถอดเสื้อตำข้าวอยู่ เผื่อนยุให้เอาน้ำมันพรายใส่น้ำให้ไม้กินเลย เพราะขนาดแค่ป้ายแค่ดีดใส่ยังโดดมาหา หากได้กินลงท้องคงเหาะล่องย่องเข้าหอเลยแน่ๆ

“รอให้ถึงคืนนี้เสียก่อน” อบเชยหมายมั่น งามติงว่าช้าไปไม่ทันกาล “จะเร่งไปไย ในเมื่อของดีอยู่กับตัว” อบเชยมองขวดน้ำมันพรายในมืออย่างเชื่อมั่นแล้วหันมองไม้อย่างหมายมาด

ooooooo

แม่กลอยมุ่งมั่นที่จะยกชบาให้โชติ เมื่อถูกชบาปฏิเสธจึงเคี่ยวเข็ญเอากับกาหลง ช่วยหว่านล้อมให้ชบายอมปลงใจกับโชติ

กาหลงขอร้องแม่อย่าข่มเหงน้ำใจชบาเลย ถูกแม่กลอยตวาดใส่ว่า

“เอ็งไม่ต้องสอนข้า!! เอ็งยังไม่สำเหนียกอีกรึไง ความดื้อรั้นของเอ็งทำให้ข้าต้องกลายเป็นคนเคราะห์ หลังขดหลังแข็งทำไร่ทำนา แลหนนี้ข้ายังมีนังชบาเหลืออีกคน ข้าไม่ยอมพลั้งท่าอีก!” กาหลงมองแม่งงๆว่าจะให้ตนทำอย่างไร แม่กลอยก็ยังระบายความคับแค้นใจว่า “ข้าต้องได้อยู่สุขเป็นแม่ยายเศรษฐี เอ็งจงเร่งไปขวางทางให้เพื่อนเอ็งแปรใจจากพ่อโชติ”

กาหลงบอกว่าตนไม่หวังใจให้พุดจีบลงเอยกับโชติ แม่กลอยดีใจชี้ช่องให้เร่งไปบอกพุดจีบให้ถอดใจแล้วกล่อมให้ชบายอมปลงใจ กาหลงไม่เห็นด้วยที่จะให้ชบาร่วมหอกับโชติ แม่กลอยชักสีหน้าเอ็ด...

“นังกาหลง อย่าขวางข้า หากเอ็งขัดใจหนนี้ ข้าจะถือว่าเอ็งเห็นแก่ตัว ไม่ต้องมาเหยียบเรือนข้าอีก!!” ประกาศแล้วแม่กลอยลุกหนีไป กาหลงได้แต่นั่งกลุ้มเพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้ชบาลงเอยกับโชติ

เมื่อแม่กลอยยื่นคำขาด กาหลงจึงต้องไปคุยกับชบา ถูกชบาตัดพ้อว่าตนต้องมารับเคราะห์แทนพี่ เพราะหากพี่ยอมออกเรือนกับโชติครั้งโน้นแม่ก็คงไม่ขืนใจตนเยี่ยงนี้

“ชบาเคืองใจพี่ที่ไม่ร่วมหอกับโชติหรือเคืองโกรธพี่ที่รักพี่ไม้”

“พี่รู้ว่าฉันเสน่หาพี่ไม้?” ชบาอึ้งที่กาหลงถามจี้ใจดำ

“เอ็งเป็นน้องพี่มีหรือพี่จะไม่รู้ใจเอ็ง ฟังพี่นะชบา หากพี่ไม้มีใจให้เอ็งสักนิด พี่จะถอดใจเสียนานแล้ว แต่พี่ไม้เห็นเอ็งเป็นน้องสาว และพี่ไม้ก็รักพี่”

“ฉันรู้ข้อนี้ดีว่าพี่ไม้ไม่มีใจให้ฉัน ฉันถึงยอมอ้อนวอนแม่ ให้พี่ได้สมใจกับพี่ไม้” กาหลงฟังแล้วขอบใจ ชบา ชบาจึงขอให้กาหลงช่วยตนด้วยว่า “พี่ต้องพูดให้พี่พุดจีบออกเรือนกับพี่โชติเสียให้ไว ฉันจะได้หมดทุกข์”

เป็นปัญหาที่กาหลงทุกข์ใจอย่างสาหัส ว่าจะทำเพื่อแม่ หรือช่วยน้อง แต่ใจก็ไม่อยากให้พุดจีบลงเอยกับโชติ

กลับถึงเรือน กาหลงเห็นไม้กำลังฝัดข้าวก็รีบเข้าไปฝัดเอง ไม้ถามกาหลงว่าไปไหนมา กาหลงตอบหน้าเศร้าว่าไปเยี่ยมแม่มา ไม้ถามว่าถูกแม่ต่อว่าอะไร หรือคับใจเรื่องใดมา กาหลงบอกไม้อย่างอัดอั้นว่า

“แม่จะยกชบาให้โชติ”

ไม้หงุดหงิดที่แม่กลอยจะยกชบาให้โชติทั้งที่รู้ว่าโชติปลงใจพุดจีบแล้ว กาหลงบอกว่าตนก็ไม่เห็นงามแต่ทัดทานแม่ไม่ได้

“นี่ล่ะหนอ...เงินมันทำให้คนตาบอดตามัว อยากสุขสำราญพานทำร้ายความสุขลูก” ไม้ฟันฟืนระบายอารมณ์

“พี่อย่าชังแม่เลยจ้ะ ฉันรู้ใจแม่ดี ชีวิตคนจน บางทีมันลำบากจนต้องหาทางปรับทุกข์ปรับร้อนหวังพลิกชีวิตเงยหน้าอ้าปากได้ คงคิดการว่าถ้าแต่งงานกับเศรษฐีชีวิตก็แปรไปได้ในพริบตา”

ไม้เดินเข้าหาอย่างเข้าใจความคิดของกาหลง เอ่ยอย่างหมายให้กาหลงเห็นพ้องว่า

“เมื่อไหร่หนอ...คนเราถึงจะพอใจในสิ่งที่เป็น...ภูมิใจกับสิ่งที่มี...ความสุขมิได้เกิดขึ้นจากเรือนหลังใหญ่ ทรัพย์สินเงินทองมากมายก่ายกอง ขอเพียงเรามีอยู่มีกิน ใช้ชีวิตกับคนที่เรารัก ชีวิตของเราก็ค้นพบความสุขแล้ว”

ไม้โอบกอดกาหลง มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตกับกาหลง...กาหลงเองก็กอดไม้ไว้อย่างมีความสุข แต่ลึกๆ ในใจแล้วก็ยังกังวลเรื่องของชบา...บอกไม้ว่า

“ฉันเองก็มีส่วนก่อบาปให้ชบา” ไม้ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร? “ฉันคงต้องทำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเพื่อนรักและน้องฉัน”

ooooooo

อบเชยกลับเรือนอย่างเบิกบานใจจนโชติถามว่าอิ่มอกอิ่มใจอะไรมาถึงได้ยิ้มพิมพ์ใจ หยิบมาลัยในพานที่อบเชยร้อยไว้หยอกเอินว่า ร้อยดอกไม้ก็ใช่เคยทำเป็น

อบเชยเฉไฉว่าพี่ชายจะบวชน้องสาวก็ขออนุโมทนาสาธุ โชติไม่เชื่อ ถามว่ากำลังคิดทำการใด?

“อย่าสนใจฉันเลย ว่าแต่พี่เถอะ พี่ไม้ไม่ยอมอโหสิกรรมให้พี่ โบราณเขาถือผิดบาดหมางใจแล้วไม่อโหสิก็เท่ากับแบกกรรมแบกทุกข์ติดตัว”

“เอ็งอย่าได้ห่วง ข้าใช่จะอ่อนโลก ต่อให้มันแค้นหนักสาปแช่งส่งมันก็ต้องยอมอ่อนใจให้ข้า”

อบเชยสงสัยว่าพี่ชายคิดจะทำอย่างไรให้ไม้อโหสิกรรมให้

คืนนี้ ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วงมีการจัดตบแต่งสถานที่เตรียมงานบวชของโชติพรุ่งนี้

กาหลงออกจากเรือนมาที่เรือนพุดจีบ เจอนวลบอกว่าพุดจีบไปช่วยงานที่เรือนโชติ กาหลงนิ่งคิดและตัดสินใจตามไปที่เรือนโชติ

ส่วนอบเชยก็ให้เผื่อนกับงามไปหลอกไม้ให้มาที่เรือน ตัวเองยืนชะเง้อคอยาวคอยไม้ จนแม่น้อยถามว่าลูกคิดจะทำอะไร อบเชยอ้างว่าเตรียมต้อนรับไม้เพราะตนเป็นเจ้าบ้านเจ้างาน

“ลูกหยุดคิดทำบาป อย่าหนักข้อเอาการเหมือนพ่อกับพี่ชาย” แม่น้อยเตือนสติ กลับถูกอบเชยแว้ดใส่ว่าเบื่อฟังคำสอนแล้ว ตนโตพอจะรู้ว่าควรทำสิ่งใด พูดอย่างกระสันว่า “คืนนี้ไม้อาจจะเป็นผัวลูก”

แม่น้อยตกใจเตือนลูกอย่าชิงรักหักสวาทพรากผัวเขาจะตกนรกปีนต้นงิ้ว อบเชยหัวเราะพูดอย่างคะนองปากว่า

“ปีนต้นงิ้วคงไม่ยากเท่าปีนสอยมะม่วง ถ้าทำชั่วแล้วได้ผัวฉันก็ยอม!” พูดแล้วเดินลอยชายไป

แม่น้อยได้แต่ระอาและกังวลกับความคิดของอบเชย

ooooooo

แม่อิ่มพาพุดจีบไปไหว้ผู้ใหญ่ช่วง ผู้ใหญ่ขอบใจทั้งแม่อิ่มและพุดจีบที่ช่วยจัดหาของคาวหวานมาให้ แม่อิ่มตีขลุมทันทีว่าไม่ต้องขอบใจเพราะอีกหน่อยเราก็ดองเป็นเครือญาติและพุดจีบก็เต็มใจมาช่วยงานบุญของโชติ

ทั้งแม่อิ่มและผู้ใหญ่ช่วงต่างเปิดโอกาสให้โชติกับพุดจีบได้เปิดตัวเคียงคู่กันไปแจกขนมหวาน ผู้ใหญ่ถึงกับบอกแม่อิ่มว่า

“เห็นท่าฉันต้องรีบหาฤกษ์ไว้รอเสียแล้วกระมัง”

ฝ่ายแม่กลอยก็ลากชบามาที่เรือนโชติ ชบาสะบัดมือจะกลับ ถูกแม่กลอยขู่ว่าถ้าย่างออกไปไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่อีกแล้วหว่านล้อมชบาว่าตนมิได้พามาเพื่อยกให้โชติ แต่เพราะผู้ใหญ่ช่วงได้ช่วยเหลือเกื้อกูลจุนเจือเรามา จึงพามาเพื่อช่วยงานทดแทนบุญคุณ ประชดว่า “รึอยากเป็นคนเนรคุณก็ไสหัวกลับเรือนไป” พูดแล้วสะบัดไป

“แม่รอฉันด้วย” ชบาร้องเรียกแม่กลอย เต็มใจที่จะช่วยงานเพื่อทดแทนบุญคุณผู้ใหญ่ช่วง

ไม้ถูกหลอกว่าแม่น้อยมีธุระจะคุยด้วย มาถึงเรือนผู้ใหญ่แล้วจึงรู้ว่าถูกอบเชยหลอกจึงจะกลับ

“พี่ไม้ให้อภัยคนหลงผิดกลับใจได้ไหมจ้ะ?” อบเชยอ้อนตีหน้าเศร้า จนไม้ชะงักแต่ก็ยังไม่ไว้ใจนัก

อบเชยตรงมากราบไม้เงยหน้ามองอย่างสำนึกผิดที่กุเรื่องให้ไม้เข้าใจผิดกับกาหลง บอกไม้ว่าทำไปเพราะรักไม้มากอยากได้ไม้มาเป็นผัว แต่สิ่งที่ตนทำผิดบาปต้องตกนรกหมกไหม้ ตนละอายใจ แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น จนไม้ใจอ่อนบอกให้หยุดร้องไห้เสียแล้วต่อไปอย่าทำอีก พลางจะกลับ

“หากพี่ให้อภัยฉันจริง ขอให้พี่ยอมรับไมตรีจากฉัน”

แล้วอบเชยก็ถือขันน้ำมาคะยั้นคะยอให้ไม้ดื่มจนไม้รับขันยกจะดื่มท่ามกลางสายตาอบเชยที่มองลุ้นใจระทึก

ooooooo

ในงานนี้ แม่กลอยกับแม่อิ่มปะทะคารมกันอย่างเผ็ดร้อน ต่างเสียดสีกันว่าเอาลูกสาวมาประเคนให้โชติ แม่อิ่มเจ็บใจลบหน้าแม่กลอยต่อหน้าผู้ใหญ่ช่วงว่า ผู้ใหญ่ไม่ต้องหาฤกษ์แต่งพุดจีบแล้ว ตนจะเป็นธุระจัดหาเอง ประกาศว่า

“พ่อโชติสึกมา ฉันอยากให้พ่อโชติร่วมหอกับ พุดจีบโดยไว ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากพวกอิจฉาตาร้อน” แม่กลอยร้อนตัวหาว่าแม่อิ่มด่าตน ถูกแม่อิ่มพูดใส่หน้าก่อนเดินหนีไปว่า “กินปูนร้อนท้องก็รับไปเสีย”

“เอ็งด่าใคร กลับมาคุยให้รู้เรื่อง อย่าดีแต่ปากมาตบให้รู้ดีรู้ชั่ว!” แม่กลอยท่าเหยงๆ

แม่น้อยไม่อยากให้มีเรื่องอัปมงคลในงาน ขอร้องแม่กลอยให้พอเถิด แม่กลอยเห็นแก่แม่น้อยและไม่อยากแสดงกิริยาไม่งามต่อหน้าผู้ใหญ่และโชติจึงยอมหยุด

แต่พอหยุดมีเรื่องกับแม่อิ่ม แม่กลอยก็จัดแจงให้ชบาไปช่วยโชติแจกหมากพลูให้พี่ป้าน้าอาที่มางาน

“เอ็งไปดูแลพุดจีบ ตกลงปลงใจจะเป็นคู่ชีวิตแล้ว ก็ต้องอยู่เคียงกัน” ผู้ใหญ่สั่งโชติขัดแม่กลอย

“จ้ะพ่อ” โชติรีบไปทันที แม่น้อยจึงให้ชบาไปช่วยตนจัดหมากพลูแทน แม่กลอยได้แต่เจ็บใจแต่ไม่ยอมแพ้คิดจะทำอะไรสักอย่างต่อไป

ส่วนแม่อิ่มก็ให้พุดจีบไปจัดเตรียมต้นกัลปพฤกษ์ พุดจีบเดินไปเจอกาหลงพอดี พุดจีบดีใจที่กาหลงมาจึงชวนไปจัดต้นกัลปพฤกษ์ด้วยกัน บอกกาหลงว่า

“ก่อนพี่โชติเข้าโบสถ์ไปบวชพระ พี่โชติจะได้โยนผลกัลปพฤกษ์เป็นทานให้ชาวบ้าน ต้นกัลปพฤกษ์นี้คอยเตือนใจให้เราละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...ละทิ้งกิเลสทั้งปวง และที่สำคัญไม่ให้เรายึดติดกับสิ่งใด ปล่อยทิ้ง ปล่อยวาง...การบวชถือว่าเราได้ตายจาก แล้วไปเกิดใหม่ในเส้นทางธรรม”

กาหลงฟังพุดจีบใจคิดถึงเรื่องของตัวเองนับแต่ถูกมั่นกับขาบจับมัดถ่วงน้ำจนกระทั่งรู้ตัวว่าตายแล้ว... กาหลงตกอยู่ในภวังค์ จนพุดจีบเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว พุดจีบถามว่าคิดอะไรอยู่

“ฉันคิดว่าจะเริ่มต้นบอกพุดจีบยังไงดี”

“กาหลงกับฉันก็รักกันหาใช่คนอื่น มีอะไรบอกมาเถอะ”

“ฉันจะแจ้งเรื่องของพี่โชติ...ฉันอยากให้พุดจีบ...” พูดได้แค่นั้น ชบาก็เข้ามาขัดจังหวะ กาหลงชะงัก ชบาบอกให้กาหลงพูดมาเถิด ตนเองก็อยากรู้ว่าพี่จะพูดอะไร กาหลงเปลี่ยนใจไม่อยากให้ชบารู้เรื่องนี้ ตัดบทบอกพุดจีบว่า “เอาไว้คราวหน้าเราค่อยคุยกัน ฉันขอตัวกลับเรือน”

ชบารบเร้าให้กาหลงพูดเสียตรงนี้ตนอยากรู้ว่ากาหลงรักหรือเกลียดตน พุดจีบถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชบาด้วยหรือ ชบาชิงตอบว่า “มันเป็นเรื่องของฉันกับพี่กาหลงโดยตรง!”

“พูดมาเสียเถอะ มันคงเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ฉันต้องรู้เสียตอนนี้” พุดจีบพูดเสียจนกาหลงอึดอัดใจ เมื่อถูกทั้งพุดจีบและชบารุกเร้า กาหลงตัดสินใจบอกพุดจีบว่า

“แปรใจจากพี่โชติเถอะ”

ชบาโกรธที่กาหลงพูดเช่นนั้นเพราะเท่ากับตนต้องแต่งงานกับโชติ ตัดพ้ออย่างเสียใจว่ากาหลงไม่รักตน ประกาศ “พี่ไม่ใช่พี่สาวฉันอีกต่อไป!”

พุดจีบมองสองพี่น้องงงๆ กาหลงขอให้พุดจีบสัญญากับตนว่าจะยกเลิกแต่งงานกับโชติ พุดจีบไม่สัญญาจนกว่ากาหลงจะบอกความจริงว่าเหตุใดจึงต้องให้ตนถอยจากโชติ! ชบาโวยวายว่ากาหลงอยากให้ตนเป็นเมียโชติ ต้องการแก้แค้นที่ตนเคยยุให้แม่จับกาหลงแต่งงานกับโชติ พอรู้ว่าแม่จะยกตนให้โชติเลยยุส่งเพื่อตนจะต้องอยู่กินกับคนพรรค์นั้น!

ชบาตะโกนใส่กาหลงว่าเราไม่ใช่พี่น้องกันอีกต่อไป แล้ววิ่งหนี พุดจีบถามกาหลงว่ายังมีเรื่องอะไรปิดบังตน?

“ฉันไม่เคยคิดให้ชบาร่วมหอกับพี่โชติ ฉันไม่หมายให้พุดจีบหรือใครทั้งนั้นตกเป็นเมียมัน!”

พุดจีบรบเร้ากาหลงว่าให้บอกตนมาเดี๋ยวนี้ว่าโชติทำอะไรไม่ดี กาหลงมองหน้าพุดจีบ แล้วจึงตัดสินใจ...

ooooooo

โชติเดินตามหาพุดจีบ พอรู้ว่าคุยอยู่กับกาหลงก็เอะใจ มั่นกับขาบก็เข้ามากระซิบว่าไม้มาที่เรือน โชติสั่งให้มันไปเตรียมของ

ระหว่างนั้น แม่กลอยเข้ามาขอร้องโชติให้รับลูกสาวตนไว้ดูแลด้วยเถิด โชติมองหน้าแม่กลอยหัวเราะเยาะถามว่าแม่กลอยยังสติดีอยู่หรือ เพราะหัวคุ้งท้ายคุ้งรู้กันแซ่ว่าตนจะร่วมหอกับพุดจีบ แม่กลอยหน้ามืดถึงขั้นยินดีให้ชบาเป็นรองจากพุดจีบ

“ฉันสึกออกมาแล้วค่อยว่ากัน” โชติตัดบทแล้วผลุนผลันผละไป แม่กลอยมองตามพึมพำพอใจว่า

“แม้เป็นสองก็ใช่เบี้ยรองบ่อน” แล้วเดินยิ้มกริ่มเข้าไปล้อมวงกับชาวบ้านอย่างมีความสุข

เพชรอยู่ในวงชาวบ้าน ได้ยินแม่กลอยก็เจ็บปวดผิดหวัง คว้าไหเหล้าที่ชาวบ้านอุ้มผ่านมายกดื่มรวดเดียวหมดไห!

อบเชยยังรบเร้าให้ไม้ดื่มน้ำในขัน พอดีขาวตีระนาดจนคอแห้งเดินมาขอดื่มก่อน รับขันจากไม้ไปดื่มอั้กๆ เฟื้องตามมาด่าขาวว่าเห็นแก่ตัวเหลือให้ตนดื่มบ้าง แล้วแย่งไปดื่มจนหมด อบเชย เผื่อนและงามอ้าปากค้างห้ามไม่ทัน

“พ่อกินก็ถือว่าฉันกิน เรื่องบาดหมางจบกัน ฉันกลับล่ะ” ไม้บอกอบเชยแล้วเดินออกไป

ขาวกับเฟื้องดื่มน้ำผสมน้ำมันพรายเข้าไปก็คึก เพ้อหาอบเชยแย่งอบเชยจนทะเลาะกันเอง จันเห็นขาวก็ด่าว่าเฒ่าตัณหากลับ อบเชยถามจันว่าทำอย่างไรจึงจะแก้มนต์ได้

จันมีทีเด็ดแก้มนต์คือไม้หน้าสาม  ฟาดหลังขาวทีเดียวก็เดี้ยงลงไปนอนกองดิ้นกระแด่วกับพื้น แต่เฟื้องอาการหนักกว่า เลยถูกทั้งจันและเผื่อนกับงามรุมฟาดด้วยไม้หน้าสามหลายทีจึงหมดฤทธิ์

ooooooo

เพชรดื่มเหล้าเข้าไปหมดไหจนเมามาย พอเจอหน้าชบาก็เข้าไปด่าว่าไม่รักศักดิ์ศรียอมเป็นเมียสองเมียสามรองเขา ชบาจึงรู้จากเพชรว่าแม่กลอยยัดเยียดยกตกให้โชติ เดินอ้าวไปอย่างคับแค้นใจ

ส่วนกาหลงตัดสินใจจะเล่าความจริงที่ตนถูกโชติข่มเหงให้พุดจีบฟัง แต่ไม้เดินมาเจอ ไม้ถามว่ากาหลงมาทำอะไรตรงนี้ กาหลงบอกว่ามาช่วยงาน ไม้จึงชวนกลับเรือนกันเพราะไม่อยากอยู่เจอหน้าโชติให้เคืองใจ กาหลงจึงขอตัวกลับ

ระหว่างทาง ไม้ถูกโชติถือพานมาดักขอขมา มีแม่กลอย ผู้ใหญ่ช่วงและแม่น้อยตามมาช่วยขอให้ไม้ อโหสิกรรมให้โชติเพื่อให้โชติได้บวชอย่างไม่มีเรื่องติดขัดติดใจกัน ได้เข้าสู่พระธรรมอย่างสงบด้วยเถิด

กาหลงอโหสิ เพราะแม่กลอยให้คิดถึงบุญคุณที่ผู้ใหญ่ช่วงเคยช่วยเหลือ ไม้จำต้องให้อภัยเพราะคำขอของผู้ใหญ่กับแม่น้อย แม้ใจจะยังไม่ยอมก็ตาม จากนั้นชวนกาหลงกลับเรือน โขงเดินมากับจอกขอกลับไปด้วย

แต่พอจอกเห็นกาหลงเท่านั้น จากที่ยังร้องรำทำเพลงติดพันก็กลายเป็นหน้าถอดสี ตกใจ ตะโกนลั่น

“ผี!!”

กาหลงตกใจ ไม้เดินไปหาจอกบอกให้ดูดีๆ นั่นกาหลงเมียตน จอกก็ยังตะโกน “ผี!ผี!!ผี!!!”

ทุกสายตาจ้องมาที่กาหลง กาหลงถึงกับตัวสั่นกลัวถูกทุกคนจับได้ ไม้ยังพยายามบอกจอกให้ตั้งสติดีๆ มีผีที่ไหน จอกชี้หน้ากาหลงร้องว่า “ผี!!”

เพชรเดินมามองกาหลงอย่างผิดสังเกตที่สีหน้าตกใจกลัวมาก ส่วนแม่กลอยด่าจอกที่หาว่าลูกสาวตนเป็นผี จอกก็ยังชี้ไปที่กาหลงว่าเป็นผี โชติปรามให้หยุดเพราะนี่เป็นงานมงคลของตน จอกหันชี้หน้าโชติด่า “ผีห่า!”

ผู้ใหญ่ช่วงด่าจอกสั่งให้หยุดพูดไม่งั้นจะเล่นงาน คราวนี้จอกชี้หน้าผู้ใหญ่ตะโกนลั่น “ผีตายโหง!!” ถูกผู้ใหญ่ด่าไอ้ปากหมา ไม้บอกจอกให้กลับได้แล้ว พลางหันบอกกาหลงให้กลับไปก่อนตนจะช่วยโขงพาจอกกลับวัดก่อน

“จ้ะ...ฉันจะแวะไปหาชบาด้วย” กาหลงบอกแล้วมองไปที่เรือนผู้ใหญ่ช่วงแต่ไม่เห็นชบาอยู่ที่นั่นจึงเดินออกไป

เพชรมองตามกาหลงอย่างสงสัย ส่วนผู้ใหญ่บอกชาวบ้านให้กินให้อิ่มหนำพรุ่งนี้เช้าให้ไปช่วยกันแห่นาคเข้าโบสถ์  ชาวบ้านยิ้มแย้มยินดี วงดนตรีก็เริ่มบรรเลงต่อ แต่พุดจีบมองตามกาหลง เริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง

ที่มุมหนึ่งบนเรือน อบเชยส่งถุงเงินให้มั่นกับขาบสั่ง “เร่งไปจัดการให้ข้า!” ทั้งสองรับถุงเงินรับคำแล้วรีบไปอบเชยมองตามไปยิ้มอย่างพอใจในแผนการของตน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 03:37 น.