ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพชรกลับมาที่เรือ ตรงไปรื้อของในหีบ มีห่อกำมะถัน ห่อดินประสิว และดินสอพอง เพชรหยิบกล่องหนึ่งขึ้นมาเปิดดู เขายิ้มพอใจที่ของยังอยู่

“พี่เพชร” กาเหว่าร้องเรียก แล้วเดินเข้ามาชะโงกดูถามว่า “มีอะไรในกล่องหรือ”

เพชรทำไขสือถามว่ากล่องอะไร กาเหว่ามือไวคว้าไปจะเปิด เพชรพูดขึงขังว่า “กงการอะไรเล่า!”

กาเหว่าบอกว่าอยากรู้ เพชรขู่ว่าดินประสิว เดี๋ยวติดเชื้อไฟได้ระเบิดทั้งลำเรือ กาเหว่าขวัญอ่อนรีบวางแล้วถอยห่างออกไป เพชรเห็นแล้วยิ้มขำๆ ถามกาเหว่าว่ามีธุระปะปังอะไรหรือถึงมาหาแต่เช้า

“ฉันเป็นห่วงว่าพี่จะอยู่ยังไง”

“ปะโถ...นึกว่าจะมาง้อให้ไปนอนเรือน” เพชรทำเสียงผิดหวัง กาเหว่าบอกว่าไม่ได้เดี๋ยวมือไวฉวยพี่สาวตนทำเมีย “ข้าไม่งามพอจะเป็นพี่เขยเอ็งรึ” เพชรถามแล้วเก๊กหล่อให้ดู กาเหว่าเหล่แล้วบอกว่า นับถือเป็นพี่ชายน่ะดีแล้ว เอะใจย้อนถามว่า

“รึพี่ชอบพอพี่ชบา?”

“คนรูปงามอย่างข้า ไม่เอาผู้หญิงร้ายกาจปากไวมือหนักมาเป็นเมียหรอกยุ่งใจตาย” กาเหว่าบอกว่าดีแล้วเพราะเขยของแม่ต้องเป็นลูกเศรษฐีอย่างพี่โชติ แม่ไม่สนใจพ่อค้าเร่ยากจนหรอก เพชรย้อนถามว่า “แล้วถ้าข้าไม่ใช่พ่อค้าเร่ เป็นลูกเจ้าใหญ่นายโต แม่เอ็งจะรับข้าเป็นเขยไหม”

“น้ำหน้าอย่างพี่เป็นลูกเจ้านาย...ฉันยอมให้เตะก้นสามที!” กาเหว่าหัวเราะเยาะ เพชรแอบนึกขำว่าได้เตะก้นกาเหว่าแน่ แล้วหัวเราะผสมโรงเบาใจที่กาเหว่าไม่ ได้สงสัยอะไรตนเลย

ระหว่างนั้น ชบาจะลงเรือน แม่กลอยถามว่าจะไปไหน ชบาทะเล้นบอกแม่ว่าจะไปหาผู้ชาย ทำเอาแม่กลอยสะดุ้งเฮือก ด่า “พูดจาบัดสีปาก! เป็นสาวเป็นนางรู้จักสงวนเนื้อสงวนตัวบ้าง”

“ฉันไม่ได้แล่นไปหาผู้ชาย ฉันไปตามหากาเหว่า จะเรียกไปถอนหญ้าในนา” ชบาพูดขำๆ แม่กลอยเร่งให้ไปตามมาไวๆมองตามชบาแล้วยิ้มพอใจ พูดกับตัวเองว่า

“ชบา...เอ็งโตเป็นสาวเต็มตัว ตรึกตรองดูแล้ว จะปล่อยให้ลอยไปลอยมาเสียไม่ได้ เห็นท่าต้องหาผัวให้จะดีกว่า”

ooooooo

พุดจีบยังติดใจคำพูดของโชติ รุ่งขึ้นถามแม่อิ่มว่าเมื่อวานโชติมาเรือนมีเรื่องอะไรหรือ

แม่อิ่มหันไปหยิบผ้าแพรสีสวยมาส่งให้ บอกว่าโชติเอามากำนัลลูก พุดจีบรับแพรแล้วส่งคืน บอกแม่ว่าตนมีหลายผืนแล้วส่งคืนโชติไปเถิด

“ได้อย่างไรกัน พ่อโชติเสียน้ำใจแท้เทียว ผ้าแพรจากเมืองจีนใช่จะหาซื้อได้ง่ายดาย”

พุดจีบไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก ถามแม่ว่าสายแล้วนวลยังไม่ยกสำรับมาอีกพลางจะลุกไปเร่ง

“อย่าริหนีหน้าแม่ แม่มีความสำคัญจะคุยด้วย” แล้วแม่อิ่มก็บอกว่า เมื่อวานโชติมาบอกว่าชอบพอลูก พุดจีบตกใจ  แม่อิ่มแจ้งอีกว่า “พ่อโชติจะให้ผู้ใหญ่ช่วงมา ทาบทามสู่ขอตามประเพณี ลูกคิดเห็นอย่างไร”

“ลูกไม่พร้อมจะออกเรือนจ้ะ”

“พุดจีบบบ...แม่เองนับวันจะแก่เฒ่า แม่อยากอุ้มหลาน แล้วที่สำคัญลูกควรมีชายคนรักคอยดูแลได้แล้ว”

พุดจีบบอกว่าตนไม่ได้รักใคร่ชอบพอโชติ แม่เองก็รู้ชื่อเสียงของโชติดี แม่อิ่มแก้ต่างว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้

“ก่อนหน้าพี่โชติรักกาหลง เห็นยุ่งใจทำทุกอย่างเพื่อแย่งกาหลง แล้วเหตุใดมื้อนี้แปรใจมารักลูก?”

“พ่อโชติยอมรับว่า กาลเวลาผ่านมา หลงผิดจิตเสน่ห์กาหลงหาใช่ความรัก พ่อโชติหลงใจได้ปลื้มลูกมานานแล้ว ในบ้านบัวสีก็หามีใครฐานะเทียบเท่าพ่อโชติ ลูกทั้งสองเหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก”

“ลูกไม่อยากร่วมหอกับพี่โชติ!”

“ลูกยังรักปักใจกับไอ้ไม้งั้นรึ?”

พุดจีบไม่อยากตอบเรื่องนี้ เปลี่ยนเรื่อง บ่นว่าทำไมนวลยังไม่ยกสำรับมาเสียที แล้วลุกไปเร่ง

แม่อิ่มมองตามพุดจีบ นึกไม่พอใจ แต่ไม่ละความพยายาม คิดหาทางที่จะหว่านล้อมให้พุดจีบยอมแต่งกับโชติต่อไป

พุดจีบไม่ได้ไปเร่งนวล แต่ไปยืนร้องไห้เสียใจที่แม่อิ่มจะบังคับให้แต่งงานกับโชติ พอนวลมาตามบอกว่ากับข้าวพร้อมแล้ว พุดจีบรีบปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปเลย

พุดจีบไปยืนร้องไห้ที่บริเวณทุ่งนา พึมพำอย่างปวดร้าวใจ...

“แม้ใจฉันรักพี่ไม้ ฉันก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้... ฉันขอครองโสด สุขใจกว่าร่วมหอกับชายที่ฉันไม่รัก”

พอตัดสินใจแล้ว พุดจีบปาดน้ำตาจะเดินกลับ พลันก็ชะงัก เมื่อเห็นเหมือนมีใครอยู่ที่ต้นไทร...

ooooooo

ไม้เข้าไปหยอกกาหลงในครัวประสาข้าวใหม่ปลามัน กาหลงบอกไม้ให้ไปรอก่อนเดี๋ยวตำน้ำพริกเสร็จจะได้กินกัน

“พี่จะแวะไปเยี่ยมไอ้จอกมันก่อน ไม่ได้เจอะหน้านานวันแล้ว”

กาหลงเองก็เป็นห่วงอยากไปเยี่ยมจอกด้วย บอกไม้ให้ล่วงหน้าไปก่อน ทำกับข้าวเสร็จจะได้แบ่งไปฝากจอกด้วย

ไม้เดินผิวปากสบายใจจะไปหาจอกที่วัด แต่เหลือบเห็นพุดจีบกำลังเดินมุ่งหน้าไปทางต้นไทรงาม นึกสนุกอยากหยอกพุดจีบจึงค่อยๆย่องไปหา

พุดจีบเดินไปใกล้ต้นไทร พอเงยหน้ามอง เธอช็อกยืนตัวสั่นก้าวขาไม่ออก พอดีไม้มาถึง ทักหยอก...

“ผีสางนางใดมาสถิตอยู่ ณ ที่นี้หนอ?” แล้วไม้ก็ตกใจเมื่อเห็นพุดจีบยืนตัวสั่นงั่กๆ ไม้เรียก “พุดจีบ!”

“พี่ไม้ช่วยฉันด้วย...ช่วยด้วย!” พุดจีบโผเข้าหาไม้ไม่ทันถึงตัวก็เป็นลม ไม้ช้อนร่างไว้ทัน นั่งประคองถาม

“พุดจีบเป็นอะไร?” ไม้มองขึ้นไปที่ต้นไทร ตกใจตาค้าง เมื่อเห็นร่างปองถูกรากไทรมัดข้อเท้าห้อยหัวลงมา!

ไม้อุ้มพุดจีบไปที่เถียงนา กาหลงถือห่อข้าวจะไปฝากจอกที่วัด เห็นเข้าพอดี กาหลงชะงักเขม้นมองอย่างแปลกใจ อดหวั่นใจไม่ได้กับภาพที่เห็น

ไม้อุ้มพุดจีบวางบนเถียงนา หาใบไม้มาพัดวีให้สบายตัว ครู่หนึ่ง พุดจีบรู้สึกตัวพอลืมตาเห็นไม้นั่งพัดวีอยู่ เธอผวากอดไม้ไว้แน่นร้องไห้อย่างหวาดกลัว

“พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...ช่วยฉันด้วย...”

“พุดจีบไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่เคียงเอ็ง...” ไม้ลูบหัวปลอบใจ พุดจีบซบหน้ากับอกไม้กอดไว้แน่น ซุกหน้าพูดอย่างขวัญเสียถึงสิ่งที่ได้เห็น จนไม้ต้องบอกว่า “หลับตาแล้วลืมมันเสีย” เมื่อพุดจีบทำตาม ไม้บอก “ครานี้ค่อยๆลืมตามองพี่...” เมื่อพุดจีบทำตาม ไม้ยิ้มให้บอกว่า “ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด”

กาหลงมายืนอยู่ข้างหลังไม้ ถามว่าพุดจีบเป็นอะไรหรือ ไม้ตอบแทนว่า

“พุดจีบเห็นศพปองถูกแขวนที่ต้นไทร ตกใจเป็นลมล้มพับ...”

“เหรอจ๊ะ ปองเป็นอะไรตาย” กาหลงข่มเสียงให้เป็นปกติ ไม่มีใครตอบได้ ไม้บอกกาหลงให้พาพุดจีบกลับเรือนเสีย ตนจะเร่งไปจัดการเรื่องศพ ปลอบพุดจีบว่า...

“หายสะดุ้งใจได้แล้วนะ กาหลงอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

กาหลงมองตามไม้อย่างไม่สบายใจที่ห่วงใยพุดจีบมาก พอหันมาก็เห็นพุดจีบยิ้มให้อย่างอุ่นใจที่มีเพื่อน

ooooooo

ไม่นาน เมื่อชาวบ้านมาเห็นศพปองก็ตะโกนบอกกันโหวกเหวก ครู่เดียวชาวบ้านก็มาออกันเต็ม รวมทั้งมั่นกับขาบด้วย แต่ทั้งสองไม่กล้าเข้าไปเพราะตัวเองมีคดีอยู่กลัวถูกจับส่งตำรวจ

ที่วัด จอกอาการดีขึ้นแล้ว ถูกโขงกับขาวและจัน จับให้มาตีระนาดทดสอบ จอกก็ตีได้ตามทำนองอย่างแม่นยำ

จู่ๆเฟื้องก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่าไอ้ปองตายเป็นผีแล้ว จอกตกใจผวาเฮือกร้องลั่น “ผี!!”

เวลาเดียวกัน มั่นกับขาบก็วิ่งกระหืดกระหอบไปหาโชติที่กระท่อมของสิง ไปถึงก็ร้องไห้คร่ำครวญ

“พี่โชติช่วยพวกฉันด้วย ฉันไม่อยากตาย!!” โชติฉุนผลักมั่นออกถามว่าอะไรกัน ขาบโผเข้าหาบอกว่า ปองถูกฆ่าตายแล้ว

“ใครฆ่ามัน?” โชติถามแล้วโพล่งออกมาเอง “ไอ้ไม้!!”

ooooooo

ศพของปองถูกนำมาที่วัดมีผ้าคลุมถึงคอ ไม้มาถึงเดินตรงไปที่ศพของปอง สัปเหร่อขาววิ่งเข้ามาขอร้อง...

“ไม้...โกรธเกลียดกันก็อย่าทำร้ายผี วิญญาณมันไม่สงบสุข!”

มือของไม้ที่กำหมัดแน่นค่อยคลายออก ยกมือลูบปิดตาปองให้หลับลง พวกขาวพากันโล่งใจ

“มันได้รับกรรมที่ทำไว้แล้ว ฉันอโหสิกรรมให้” ไม้พูดแล้วชักผ้าคลุมหน้าศพปอง

เฟื้องพึมพำอย่างทำใจไม่ได้ว่าใครมันช่างโหด เหี้ยมแรงนักหนาฆ่ากันผิดมนุษย์มนา ขาวบอกว่ามันไม่ใช่คน ทุกคนตกใจร้อง “ผี!!”

พอดียายมากับตาสรเดินแหวกชาวบ้านเข้ามา  ตาสรบอกทุกคนว่า “ข้ารู้ข้าเห็นว่าใครฆ่ามัน” ยายมาผสมโรงถามว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกกัน “เรื่องราวมันน่าสยองพองขน จนข้ากระดากไม่กล้าเล่าให้เอ็งฟัง”

“ตาสร...เรื่องราวเป็นมาอย่างไร” ไม้ถาม

ตาสรนั่งตัวตรงหน้าเชิดเป็นไข่แดงอยู่กลางวง อย่างพร้อมจะไขปัญหาที่ทุกคนอยากรู้มาก

“เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...ข้าออกไปแทงกบ ข้ายกฉมวกแทงลงไป! เสียงกบมันร้องซะลั่น ตัวใหญ่แท้เชียว”

ทุกคนจ้องหน้าตาสรเขม็ง ตาสรเล่าต่อว่า พอดึงฉมวกขึ้นมาไม่มีกบติดปลายฉมวกแต่มีเสียงร้อง “อย่า... ช่วยด้วย!!” ตาสรเล่าอย่างตื่นเต้นว่า ตนเลยทิ้งทุกอย่างวิ่งไปดูว่าเสียงใครร้อง วิ่งๆๆแล้วก็ล้ม ลุกขึ้นวิ่งต่อ ล้มอีก ลุกขึ้นวิ่งต่ออีก!

“เอ็งล้มอีกครั้งเดียว พวกข้ากระทืบซ้ำ” ขาวพูดแทรกขึ้นเมื่อตาสรทำท่าจะล้มอีก

“ไม่ล้มจ้ะ...แล้วข้าก็วิ่งไปถึงต้นไทรงาม...ข้าแทบไม่เชื่อสนิท สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าข้า...มีหญิงนางหนึ่งยืนหันหลังเส้นผมของนางสยายยาว...ยาวๆๆ แล้วรัดคอไอ้ปอง!! แล้วกระชากร่างไอ้ปองแขวนไว้บนต้นไทร ข้าตกใจร้องเสียงหลง ผู้หญิงนางนั้นมันก็หันหน้ามาหาข้า!!”

“มันเป็นใคร?” ทุกคนถามพร้อมกัน

“ข้าตกใจตื่น” ตาสรพูดหน้าตาเฉย โดนเฟื้องยันเข้าเต็มเท้าแทบหงายหลัง ถามว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นความฝัน? ตาสรตอบ “จ้ะ” เลยถูกขาวด่าว่าหลอกให้ฟังอยู่ตั้งนาน ไอ้เสียชาติเกิด ตาสรยังยืนยันว่า “ถึงเป็นความฝัน แต่มันก็เป็นจริง  ข้าฝันว่าไอ้ปองตาย ไอ้ปองก็ตาย มันต้องเป็นเรื่องจริง”

ไม้ถามว่าแล้วผู้หญิงในความฝันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ตาสรบอกว่าไม้รู้จักดี แล้วเฉลย

“จำปา!! มันต้องเป็นผีนังจำปา”

โขงฉุนบอกตาสรให้หยุดใส่ความคนรักของตน เมื่อจำปาตายไปแล้วก็ขอให้อยู่อย่างสงบสุขเถอะ แต่ขาวเชื่อว่าคราวก่อนจำปาสิงตนมาเตือนบางอย่าง  แต่พวกโขงไม่ฟังมันก็เลยเล่นงานปองแทน

“ข้าเชื่อผัวข้า คนที่ฆ่าไอ้ปองคือผีจำปา!” จันยืนยัน

ขณะนั้นเอง โชติกับสิงแหวกชาวบ้านเข้ามาด่าขาวว่าอย่าโยนความผิดให้ผี ชี้หน้าไม้ประกาศว่า คนที่ฆ่าปองคือไม้ ทั้งยังอ้างว่า “ชาวบ้านรู้ให้แซ่กันทั้งบาง ว่าเอ็งหมายเอาหัวไอ้ปอง”

“ใช่ ข้ายอมรับว่าอยากฆ่ามันและน่าเสียดายที่มันตายก่อนถึงมือข้า หากได้ปะหน้าไอ้คนทำ ข้าอยากขอบน้ำใจมันนัก”

โชติชี้หน้าไม้ว่าเลิกเล่นลิ้นทำไขสือ ตนไม่ยอมให้ลูกน้องตายเปล่า แล้วเข้าต่อยไม้ทันที สิงเข้ารุม โขงเลยเข้าช่วยไม้

แต่ขณะกำลังตะลุมบอนกันนั่นเอง ผู้ใหญ่ช่วงก็เข้ามาพร้อมลูกน้องสองคน ตวาดลั่น

“หยุดได้แล้ว!!” พอทุกคนหยุด ผู้ใหญ่ประกาศแก่ทุกคนว่า “คนที่ฆ่าไอ้ปองคือขุนหวาด!!”

ทุกคนแปลกใจ มองหน้าผู้ใหญ่ช่วงเป็นตาเดียว

ooooooo

กาหลงดูแลพุดจีบอยู่ที่เถียงนา พุดจีบอาการดีขึ้น กาหลงจะไปต้มยาให้กิน พุดจีบห้ามไว้ บอก กาหลงว่า

“เหตุครั้งนี้พานให้ฉันคิดถึงคราวที่จำปาถูกแขวน คอ...จะเป็นไปได้ไหมที่ผีจำปาจะเล่นงาน?” เห็นกาหลงนิ่งอึ้ง พุดจีบถาม “กาหลงคิดเห็นอย่างไร ฉันคิดว่าผีจำปาอาฆาตแค้นปอง”

กาหลงติงว่าพุดจีบฟังขาวเล่าเรื่องผีมากเกินไปถึงได้คิดเป็นตุเป็นตะ เพราะหากผีมีอยู่จริง เหตุใดตนไม่เคยพบเห็นพ่อเลย หรือพุดจีบเคยเห็นพ่อตัวเอง พุดจีบส่ายหน้า กาหลงรวบรัดตัดความว่า

“นั่นปะไร คนตายก็ต้องไปผุดไปเกิด วิญญาณไม่สามารถอยู่ได้หรอก” พุดจีบถามว่าแล้วกาหลงคิดว่าใครฆ่าปอง? “ฉันไม่รู้ คงเป็นกรรมเวรเข้าแทรก ใครที่ทำชั่ว ก็ต้องได้รับผลกรรม ไม่มีใครหนีพ้นความผิดที่ก่อไว้ได้”

พุดจีบพยักหน้าอย่างคล้อยตาม...เมื่อกาหลงพา

พุดจีบไปส่งเรือน พุดจีบบอกเพื่อนรักว่า

“กาหลงหายเคืองใจฉันเถอะ ฉันบริสุทธิ์ใจ มิคิดอะไรกับพี่ไม้” กาหลงยอมรับว่าตนคับใจทุกครั้งที่เห็นพุดจีบอยู่กับไม้ พุดจีบถามว่า “แล้วจะมีหนทางใดที่ฉันจะทำให้กาหลงอุ่นใจ?”

“พุดจีบออกเรือนเสียเถิด”

เป็นคำตอบที่ทำให้พุดจีบอึ้ง...พูดไม่ออก

ooooooo

ที่ป่าช้า...ผู้ใหญ่ช่วงเร่งให้ขุดหลุมฝังศพปองให้เสร็จก่อนมืดค่ำ ไม้กับโขงเดินตามไปบอกผู้ใหญ่ว่าตนไม่เชื่อว่าขุนหวาดจะเป็นคนฆ่าปอง

“ข้าบอกแล้วไง พวกมันบุกเข้ามาในหมู่บ้านหวังจะปล้นทรัพย์ แต่ปองมันเข้าไปขวาง ขุนหวาดจึงจับมันฆ่าทารุณ”

ไม้ดักคอว่าผู้ใหญ่พูดอย่างกับตาเห็น โขงก็บอกว่าตนไม่ได้ยินชาวบ้านโวยวายว่าโดนปล้น เห็นท่าจะกุเรื่อง

“พวกเอ็งหาว่าพ่อข้าพูดปดงั้นรึ!” โชติชี้หน้าตะคอก

“เอ็งรู้เห็นยังไง ในเมื่อมันบุกเรือนข้า ข้าไล่จับมันออกไปนอกหมู่บ้าน แต่พลาดท่ามันหนีไปได้ ข้าเพิ่งกลับมาก็เห็นพวกเอ็งท้าตีท้าต่อย เข้าใจผิดเรื่อง หยุดใส่ความผีกันเถอะ!” ผู้ใหญ่ปราม

“มันคงจริงอย่างพ่อผู้ใหญ่อ้าง...คนน่ากลัวกว่าผี!” ไม้พูดประชดในทีแล้วจะเดินออกไป ได้ยินช่วงพูดไล่หลังว่า “หวังว่าเอ็งไม่ลืมเรื่องที่ขุนหวาดมันฆ่ายกครัวเอ็ง!” แล้วสั่งลูกน้องให้เร่งขุดหลุมฝังศพปองก่อนเดินออกไปกับโชติและสิง

หารู้ไม่! ขุนหวาดมาซุ่มฟังอยู่ ได้ยินที่ผู้ใหญ่พูดทั้งหมด!

แต่พอกลับถึงเรือน โชติติงพ่อว่า ขุนหวาดไม่ได้บุกเรือน มันไม่ได้ฆ่าไอ้ปอง ก็ถูกผู้ใหญ่ตบหน้าถามว่าเมื่อไรจะมีสมองเอาตัวรอดได้เสียที สักแต่ใช้กำลัง โชติถามว่าแล้วใครฆ่าปอง?

“ข้าไม่สนว่ามันตายด้วยเหตุใด มันเองก็เป็นหนามตำตีนเอ็ง ไอ้ปองช่างตายได้จังหวะปะเหมาะ” โชติถามว่าพ่อกุเรื่องเสือหวาดเพื่ออะไร? “ข้าเข้าเมืองไปรับฟังข่าวทางการปกครองวิเศษไชยชาญตั้งรางวัลค่าหัวขุนหวาดมากโข ข้าจะใช้โอกาสนี้ใส่ไฟใส่ความ มันยุให้ไอ้ไม้จัดการกับไอ้มหาโจรที่ฆ่าพ่อแม่มัน แล้วข้าจะเอาหัวมันไปขึ้นรางวัล”

“ฉันจะช่วยพ่ออีกแรง ฉันจะจับไอ้ขุนหวาดมาให้พ่อ!” โชติฮึกเหิมขึ้นมา

“อย่าดีแต่ปาก...ทำให้ข้าเห็น!” ช่วงพูดแล้วลุก

เดินไป โชติมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จให้พ่อได้ภูมิใจ

ฝ่ายขุนหวาดแอบฟังผู้ใหญ่ช่วงแล้วกลับไปใน ป่า ประกาศกับลูกน้องว่า

“พวกเอ็งเตรียมอาวุธให้พร้อม คืนนี้ข้าจะบุกปล้นบ้านบัวสี” ลูกน้องถามว่าตั้งใจจะปล้นบ้านอื่นทำไมเปลี่ยน ใจ “ไอ้ช่วงมันโยนความผิดให้ข้า ข้าจะเล่นงานมันให้สำนึก! ข้าจะบุกปล้นเรือนมัน!!” ขุนหวาดประกาศจะเอาคืนช่วง

ooooooo

พุดจีบยังครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้คุยกับกาหลงก่อนแยกจากกัน กาหลงขอให้พุดจีบอยู่ห่างจากไม้ พูดดักคอว่า คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่พุดจีบจะให้ตนได้

“สิ่งใดที่ทำให้เพื่อนฉันสุขใจ ฉันยอมทำได้เสมอ” พุดจีบตอบยิ้มๆ

เช่นเดียวกัน กาหลงกลับมานั่งเศร้าที่ท่าน้ำเรือนตัวเอง รู้สึกผิดที่พูดกับพุดจีบอย่างนั้น แต่ก็พึมพำว่า

“คะเนว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุด...ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม” แล้วก็คิดถึงไม้ว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับจากวัด?

ไม้คิดไม่ตกว่าทำไมจอกจึงไม่หาย เพราะรดน้ำมนต์ก็แล้ว กินยาหม้อก็แล้ว ตัดสินใจจะต้องหาความจริงให้ได้ ลุกพาจอกออกจากวัด โขงถามว่าจะพาจอกไปไหน ไม้บอกว่า “ข้าอยากรู้ความจริง” โขงจึงตามไปด้วย

ไม้พาจอกไปที่บึงบัว บอกโขงว่า อยากรู้ว่าก่อนจอกจะสติฟั่นเฟือน จอกเห็นอะไรถึงได้เป็นอย่างนี้ แต่พอหันมาอีกที ปรากฏว่าจอกหายไปแล้ว! ทั้งสองตามเจอ จอกเอาดอกไม้ทัดหู ร้องเพลงที่ร้องเมื่อวันก่อน โขงบอกไม้ว่า

“วันนั้นมันก็ร้องเพลงนี้แหละ ก่อนที่จะลงเรือไปเก็บบัว”

ไม้เริ่มได้ข้อมูลว่าจอกมาเก็บบัว รู้จากโขงอีกว่า

“ฉันกับมันลงเรือมาเก็บดอกบัวที่กลางบึง ฉันให้มันเก็บมันก็พิรี้พิไร ฉันหมั่นไส้ถีบมันตกน้ำ!”

“ตกน้ำ!” ไม้พึมพำ โขงถามว่าจะให้ถีบจอกลงน้ำไหมจะได้รู้ว่าจอกเห็นอะไร แล้วหันไปเรียกจอกให้ลุกขึ้น จอกกลัวอย่างเห็นได้ชัด ไม้ร้องห้าม “อย่า สติมันไม่สมประดี ประเดี๋ยวจะจมน้ำตาย...มันอาจจะมีอะไรใต้น้ำ ฉันจะลงไปดูเอง” จอกจับมือไม้ส่ายหน้าห้าม ไม้บอกว่า “เอ็งไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้า จะได้ช่วยเอ็งได้”
ไม้ถอดเสื้อกระโดดจากเรือดำลงในบึงบัวทันที

เวลาเดียวกัน กาหลงเห็นไม้ยังไม่กลับเรือนจึงไปตามที่วัด แต่เพราะตนไม่ใช่คนจึงไม่กล้าเข้าไป แต่พอตัดสินใจจะก้าวเข้าไป พลันก็ชะงักเมื่อรับรู้ได้ว่าไม้กระโดดลงบึงบัว! กาหลงตกใจมาก กลัวไม้จะรู้ความจริงของตน

ooooooo

ไม้ดำลงในบึงบัว แหวกว่ายมองหาไปรอบตัว เห็นเงาดำอยู่หลังกอบัว ไม้ว่ายเข้าไป เงาดำอยู่ใต้น้ำแต่มีกอบัวคั่นอยู่ ไม้ตัดสินใจแหวกกอบัว...

ทันใดนั้น มีมือหนึ่งเอื้อมมาจับมือไม้ไว้ กาหลงนั่นเอง! กาหลงดึงไม้ว่ายขึ้นผิวน้ำ เงาดำที่ยังลอยอยู่ใต้น้ำ...คือซากของกาหลงนั่นเอง!

ขึ้นจากบึงมาแล้ว ไม้ถามกาหลงว่าดำน้ำลงไปทำอะไร

“ฉันผ่านมาเจอโขงกับจอก ซักถามรู้ว่าพี่ดำน้ำลงไป” ไม้บอกว่าอยากรู้ว่าจอกไปเจอะอะไรถึงได้กลัวนักกลัวหนา “มันเป็นเช่นนั้นน่ะสิ ฉันถึงไม่อยากให้พี่มาที่นี่ จำปาตายไม่ไกลจากตรงนี้ พี่ปองก็เพิ่งตาย มีแต่เรื่องร้ายๆ ฉันหวั่นใจกลัวจะเกิดเหตุร้ายกับพี่”

ไม้ซึ้งใจความห่วงใยของกาหลง บอกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เพราะเป็นบึงที่เราสองคนเคยดำว่ายด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก

“ยังไงก็แล้วแต่...ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ฉันขอนะพี่อย่าได้แวะเวียนมาแถวนี้อีก คิดเสียว่าทำเพื่อฉัน”

“เมื่อเอ็งขอมีหรือพี่ให้เอ็งไม่ได้...แล้วนี่โขงกับจอกล่ะ”

“ฉันให้โขงพาจอกกลับวัดแล้วจ้ะ พี่เองก็กลับเรือนเถอะนะ”

ไม้พยักหน้า ประคองกาหลงพากันกลับเรือน

ooooooo

ที่ป่าช้า...สัปเหร่อขาวทำพิธีแล้วบอกลูกน้องผู้ใหญ่ช่วงให้ยกศพปองลงหลุม

“อย่าเพิ่งจ้ะ” เพชรเดินเข้ามาท่ามกลางความ แปลกใจของชาวบ้าน เพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้า จนกาเหว่าต้องแนะนำว่า

“เขาชื่อเพชร เป็นพ่อค้าขายเครื่องยา มาจากลพบุรี”

เพชรแย้งว่าจันทบูร ขาวถามว่าตกลงมาจากไหนกันแน่ เพชรจึงชี้แจงว่า

“ฉันเป็นพ่อค้าเร่ก็ล่องเรือไปทั่วล่ะจ้ะ...แล้วพี่เขาเป็นอะไรตาย” เพชรเปลี่ยนเรื่องเข้าเป้าหมายของตน ขาวบอกว่ามันไม่หายใจแล้วหัวเราะขำมุกตัวเอง แต่เพชรไม่ขำด้วย ติติงว่า “สัปเหร่อคงอยู่กับศพจนชาชินไม่เศร้าเสียใจก็น่าจะให้เกียรติคนตายบ้าง” ทำเอาขาวหัวเราะค้างไปเลย

เพชรมองศพอย่างพินิจพิจารณา ในขณะที่ขาวก็เล่าเรื่องปองให้ฟังว่า

“มันถูกขุนหวาดจับมัดเท้าแขวนไว้ใต้ต้นไทร เลือดตกหัวตาย น่าอนาถนัก ไอ้ขุนหวาดจัญไร ช่างโหดเหี้ยมนักแล”

“ถูกเชือกรัดคอตาย!” เพชรเข้าไปดูใกล้ๆชี้ให้ขาวดูว่า “ดูนี่สิ...คอมีรอยรัดเลือดคั่ง” ขาวพยักหน้าว่าจริง เพชรถามอีก “พี่เขาถูกรัดคอแล้วเอาไปแขวนไว้?” ขาวบ่นว่าซักได้ซักดีราวกับเป็นตำรวจหัวเมือง
เพชรพูดออกตัวว่า “ฉันก็พูดตามประสา เคยล่องเรือขายของในเมือง ได้ยินตำรวจคุยโวอยู่บ้าง”

ชบา กาเหว่า ฟังเพชรอย่างสนใจแกมสงสัย พอใกล้ค่ำกาเหว่าจับมือชบาชวนกลับดีกว่าตนกลัว ขาวจึงหันไปบอกลูกน้องผู้ใหญ่ว่าให้ยกลงหลุมได้แล้ว

เพชรเดินกลับมากับกาเหว่า ชบาเดินมาขวางอย่างนักเลงถามว่า

“บอกมานะ นายเป็นใคร” กาเหว่าตอบแทนว่าพ่อค้าไง ชบาเอ็ดน้องว่า “เอ็งไม่เกี่ยว บอกมาสิเออว่าเอ็งเป็นใครถึงได้รู้โน่นรู้นี่?”

“ฉันเป็น...” เพชรทำเป็นนึก “หมอดูไง ฉันถึงรู้ไปเสียทุกเรื่อง รู้ด้วยว่าเมื่อตะกี้มีใครบางคนแอบฟังฉัน”

ชบาตกใจโทษว่ากาเหว่าเป็นคนบอก เพชรพูดขำๆ ว่าก็ยืนโผล่มาเต็มตัวเสียขนาดนั้น มื้อหน้าจะแอบฟังก็ซ่อนตัวเสียให้มิดชิด ชบาถูกจับได้เสียหน้า หันชวนกาเหว่ากลับเอาดื้อๆ

พอกาเหว่ากับชบาแยกไปแล้ว เพชรพึมพำหน้าขรึม

“ขุนหวาดฆ่าอย่างนั้นรึ?”

ooooooo

ที่กระท่อมของสิง...ขาบเห็นมั่นหอบเสื้อผ้าจะออกไป ก็โดดขวางถามว่าจะไปไหน

“ข้าไม่อยู่แล้ว ข้าไม่อยากตายอย่างไอ้ปอง นังจำปาต้องฆ่ามัน” ขาบบอกว่าพ่อผู้ใหญ่บอกว่า ขุนหวาดเป็นคนฆ่า มั่นส่ายหน้าดิก “จะผีหรือคน ข้าไม่สน ข้ากลัวตาย!”
มั่นไม่ทันออกไป โชติกับสิงก็เดินเข้ามา โชติสั่งเหี้ยม

“พวกเอ็งต้องอยู่ที่นี่ ช่วยจับไอ้ขุนหวาดให้ได้ ข้าจะเอาความดีความชอบให้เอ็งพ้นผิดเรื่องกาหลง เอ็งจะได้อยู่อย่างสบายตัว ไม่ต้องหลบซ่อน ไอ้ไม้ก็ทำอะไรเอ็งไม่ได้อีก”

ทั้งมั่นและขาบคลายกังวล ขาบเสนอตัวทันที “พี่จะให้ฉันทำอะไร สั่งการมาได้เลย”

โชติยิ้มพอใจ หมายมาดว่าครั้งนี้จะพิสูจน์ฝีมือให้พ่อประทับใจ พูดกับตัวเองอย่างฮึกเหิม...

“พ่อต้องมั่นใจในตัวฉันเสียที!!”

ooooooo

ขุนหวาดนำกำลังไปซุ่มที่บ้านผู้ใหญ่ช่วงเห็น ลูกน้องผู้ใหญ่ 4–5 คน จึงคบไฟระแวดระวังอยู่หน้าเรือน

ขุนหวาดรู้ว่าเสียท่าแล้ว จุดส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย บอกลูกน้องว่า

“พลาดบุกเรือนมันก็ไปลวงบุกเรือนอื่น ลูกบ้านเสียทรัพย์ ตัวมันเป็นผู้ใหญ่บ้านก็เหมือนถูกลบหน้า!!” ขุนหวาดบอกลูกน้อง แต่ยังไม่บอกว่าจะไปบุกเรือนใด

ขุนหวาดพาลูกน้องควบม้าผ่านเรือนกาหลง ไม้อาบน้ำอยู่แอบดูอุทาน “ไอ้ขุนหวาด!!”

ปรากฏว่า ขุนหวาดบุกปล้นบ้านแม่อิ่ม!

พวกขุนหวาดบุกขึ้นเรือน สั่ง “ขนเงินทองมาให้สิ้น!” แล้วต่างถือดาบตะลุยเข้าไปค้นทรัพย์สินในเรือน

แม่อิ่มเปิดประตูออกมาเจอโจรบุกปล้น ตะโกนบอกพุดจีบให้รีบหนีไป ลูกน้องขุนหวาดดึงตัวแม่อิ่มผลักล้มและจับมัดไว้รวมกับพวกบ่าว

นวลตกใจวิ่งไปหาพุดจีบด้วยความเป็นห่วง ถูกกระชากล้มลงตรงหน้าห้อง พุดจีบจะเข้าไปช่วย ถูกขุนหวาดจับตัวไว้ พอเห็นหน้าก็แสยะยิ้ม

“งามแท้แม่เอ๊ย..เห็นท่าจะได้เมียเสียแล้ว” หันตะโกนสั่งลูกน้อง “พวกเอ็งเร่งขนเงินขนทองไปให้สิ้น!”

พุดจีบตะโกนให้ปล่อยตน นวลลุกขึ้นมาคว้าไม้จะเข้าไปช่วยพุดจีบ แต่ถูกขุนหวาดจับไม้ไว้กระชากไม้ไปฟาดนวลจนทรุดกองกับพื้น นวลแกล้งทำเป็นหมดสติ ขุนหวาดจะลากพุดจีบออกไป พุดจีบดิ้น ถูกมันตบจนสลบแล้วจับแบกออกไป

นวลที่แกล้งสลบ ลุกขึ้นวิ่งหนีลงเรือนทันที

เมื่อกวาดทรัพย์สินได้แล้ว ขุนหวาดสั่งถอยเจอไม้ถือดาบมาขวาง ยืนผงาดประกาศกร้าว

“ไอ้ขุนหวาด! กล้านักเทียว วางเงินทองลง แล้วคืนพุดจีบมา!”

ขุนหวาดส่งสัญญาณลูกน้องให้จัดการไม้ ลูกน้องกรูกันเข้ารุม ไม้ต่อสู้เต็มกำลัง

นวลวิ่งไปที่เรือนผู้ใหญ่ เจอโชติก็ละล่ำละลักบอกโชติว่าขุนหวาดบุกปล้นและจับตัวพุดจีบไป บอกโชติให้เร่งแจ้งผู้ใหญ่ด้วย

“ไม่ต้อง...ข้าจัดการเอง” โชติสั่งสิง มั่น และขาบ “พวกเอ็งตามข้ามา!”

โชติและลูกน้องวิ่งออกไป ผู้ใหญ่ช่วงยืนมองอยู่บนเรือน สีหน้าไม่พอใจที่โชติจัดการไม่บอกตน

ไปถึงเรือนพุดจีบ โชติสั่งพวกขุนหวาด “หยุดนะไอ้มหาโจร!! ปล่อยตัวคนรักของข้า!”

“อยากได้ก็ต้องแลกด้วยหัวเอ็ง!!” ขุนหวาดท้าทาย โชติกระโจนเข้าสู้กับขุนหวาด ลูกน้องโชติกับไม้ต่อสู้กับลูกน้องของขุนหวาด

กาหลงอยู่ที่เรือน จิตรับรู้ว่าไม้กำลังต่อสู้กับขุนหวาด ลุกลงจากเรือนไปทันที

ไม้ต่อสู้เอาชนะลูกน้องขุนหวาดได้ก็หันไปเล่นงานขุนหวาด ขุนหวาดสู้ไม่ได้สั่งลูกน้องถอย ส่วนตัวเองขี่ม้าหนีมีร่างพุดจีบพาดหลังม้าไปด้วย ส่วนพวกลูกน้องถูกพวกโชติเข้าสกัดจนต้องทิ้งหีบสมบัติหนีเอาตัวรอดกันกระเจิง พวกลูกน้องจะตาม โชติสั่ง...

“พวกเอ็งไม่ต้องตาม!!”

ooooooo

ขุนหวาดหนีไปเจอเพชรที่ริมคลอง เพชรถามว่าจะไปไหนกันดึกดื่น เห็นพุดจีบอยู่บนหลังม้าถามว่านั่นแบกใครมา

“เมียข้าเจ็บหนัก ข้าจะพาไปรักษา”

“ช่วยด้วย...ขุนหวาดลักพาตัวฉันมา” พุดจีบรู้สึกตัวขึ้นมาตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ขุนหวาด...ปล่อยผู้หญิงแล้วลงมาให้ข้าจับเสีย!!” เพชรสั่งถือดาบขวางทางจังก้า ขุนหวาดเจ็บใจโดดลงจากหลังม้าเข้าต่อสู้กับเพชร พุดจีบฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป ขุนหวาดจะตามถูกเพชรโดดขวางไว้

พุดจีบวิ่งหนีสุดชีวิต ไปชนเข้ากับไม้อย่างจัง พอเห็นว่าเป็นไม้พุดจีบ โผกอดร้องไห้โฮเหมือนรอดตาย

“พี่มาช่วย...เอ็งปลอดภัยเดี๋ยวนี้แล้ว” ไม้กอดพุด– จีบปลอบใจ กาหลงตามมาเจอพอดี ไม้บอกกาหลงว่า “กาหลงพาพุดจีบกลับเรือน พี่จะตามไปจับตัวไอ้ขุนหวาด”

กาหลงรับคำ พอไม้วิ่งออกไป พุดจีบตะโกนตามหลัง “พี่ไม้ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ” กาหลงเห็นภาพและเห็นความห่วงใยของพุดจีบที่มีต่อไม้ก็ยิ่ง
หวั่นใจ

โชติสั่งลูกน้องไม่ให้ตามขุนหวาด แล้วพากันกลับไปที่เรือนพุดจีบพร้อมทรัพย์สินที่ยึดคืนได้

“ฉันขอบน้ำใจพ่อโชติมาก พ่อโชติ...แล้วพุดจีบล่ะ”

แม่อิ่มถาม นวลชิงตอบว่าถูกขุนหวาดจับตัวไป “พ่อโชติ...ช่วยลูกสาวน้าทีเถิด พาพุดจีบกลับมา พ่อโชติอยากได้อะไร ให้น้าทำอะไร น้ายอมพ่อทุกสิ่งเทียว”

“น้าเลิกคับใจได้เลย ฉันไม่ให้พุดจีบตกเป็นเมียโจร ฉันจะพาพุดจีบกลับมา!” โชติพาลูกน้องออกไปทันที สั่งสิงให้เร่งไปเอาม้า สั่งมั่นกับขาบให้ซุ่มสะกดรอยลูกน้องขุนหวาดที่หนีไป ส่วนตัวเองมุ่งมั่นที่จะไปชิงตัวพุดจีบมาให้ได้

ooooooo

ขุนหวาดสู้เพชรไม่ได้ขึ้นหลังม้าควบหนีไป พอดีโชติขี่ม้ามาถึง ไม้จะขอไปด้วยแต่โชติขี่ม้าผ่านไปไม่สนใจ สิงขี่ม้าตามมาอีกคน ไม้กระโดดออกไปขวางเพชรเข้าขู่อีกคนว่า

“ข้ามิได้ปล้นเอ็ง อย่าสะดุ้งใจไป ให้คิดเสียว่าขอหยิบยืม”

สิงเห็นไม้กับเพชรถือดาบขู่จึงลงจากหลังม้า ไม้กระโดดขึ้นขี่ม้าควบไปทันที เพชรตะโกนให้พาตนไปด้วยแต่ไม่ทัน เพชรฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...

ขุนหวาดควบม้าหนี เจอผู้ใหญ่ช่วงควบม้ามาขวางสั่ง “ยอมให้ข้าจับเสียโดยดี เอ็งสิ้นท่าแล้ว!!”

“ค่าหัวข้าคงมากโข เอ็งถึงกับลงมือตามจับด้วยตัวเอง”

“จะเป็นไรมี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งเงินรางวัลนำจับเอ็ง และชื่อเสียงปราบขุนหวาดกระฉ่อนไกลข้ามิผิดได้เป็นใหญ่เป็นโตในหัวเมือง”

“มันน่าหัวร่อ เอ็งเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่สันดานชั่วยิ่งกว่าโจร โยนความผิดให้ข้า! กุเรื่องว่าข้าฆ่าไอ้ปอง ทั้งๆที่ข้าไม่เคยรู้จักมัน!!”

“หยุดพล่ามได้แล้ว ลงมาให้ข้าจับตัว!” ผู้ใหญ่ช่วงสั่ง ชักปืนออกมาขู่ ขุนหวาดจ้องหน้าแล้วกระโดดลงจากหลังม้าถือดาบมั่นพร้อมสู้ ผู้ใหญ่ช่วงสั่ง “ทิ้งดาบซะ!”

“เอ็งเข้ามาใกล้มือ ขุนโจรจะตายก็ขอตายอย่างไว้ชื่อ!”

“จับเป็นไม่ได้ ก็ต้องจับตาย!” ผู้ใหญ่เล็งปืนจะยิงขุนหวาด โชติควบม้าเข้ามา ไม้ตามมาติดๆ โชติกระโดดลงจากหลังม้าเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่

“พ่อไม่ต้อง...ฉันจับมันให้เอง”

“เอ็งไม่ต้องยุ่ง หลบไป!” ผู้ใหญ่หันปืนใส่ จนโชติต้องโดดหลบ แล้วผู้ใหญ่ก็หันปืนไปทางขุนหวาด

“หยุดก่อน!!” ไม้กระโดดลงจากหลังม้ามาขวางทางปืน!

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจสั่งไม้ให้หลบไป ไม้ไม่ยอมหลบ บอกผู้ใหญ่ว่ายังฆ่าขุนหวาดไม่ได้ จนกว่าตนจะเอาไปขอขมาต่อหน้ากระดูกพ่อกระดูกแม่ให้มันสำนึกผิดบาปที่ทำลงไปเสียก่อน

“เอ็งยอมรับผิดมาว่าเอ็งฆ่าพ่อแม่ข้า” ไม้ยืนขวางกลางถามขุนหวาด

ขุนหวาดหัวเราะร่า ผู้ใหญ่ขัดขึ้นว่าโจรใจบาปอย่างมันจะหาสำนึกเป็นไม่มี ประกาศจะฆ่าให้ตกนรกไปชดใช้กรรม

“อยู่กันพร้อมหน้าเสียก็ดี เอ็งจะได้แจ้งความจริงเสียทีว่า คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็ง ไม่ใช่ข้า!” ขุนหวาดมองหน้าไม้กับผู้ใหญ่ ครั้นไม้ถามว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ตน ขุนหวาดบอกว่า “คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือ...”

“เปรี้ยง!” ผู้ใหญ่ยิงถูกไหล่ขุนหวาดจนทรุด โชติพุ่งเข้ามาจะจับเลยถูกขุนหวาดจับเป็นตัวประกัน สั่งผู้ใหญ่ให้ทิ้งปืนเสีย ผู้ใหญ่จึงจำต้องทิ้งปืน ขุนหวาดคุมตัวโชติเดินไปที่ม้าผลักโชติออกแล้วฟันที่แขนจนโชติทรุด แล้วขุนหวาดก็กระโดดขึ้นหลังม้าควบหนีไป

ไม้ควบม้าไล่ตามขุนหวาด ผู้ใหญ่ไปหยิบปืนกระโดดขึ้นหลังม้า โชติร้องบอกให้พ่อช่วยด้วย แต่ผู้ใหญ่ไม่สนใจควบม้าไล่ตามขุนหวาดไป

แต่ทั้งไม้และผู้ใหญ่ตามไม่ทันขุนหวาด ขณะขี่ม้ากลับ ไม้ถามผู้ใหญ่ช่วงว่าทำไมต้องยิงขุนหวาด?

“เอ็งจะให้ข้าไว้ชีวิตไอ้มหาโจรรึ มันออกปล้นชาวบ้านนับครั้งไม่ถ้วน ทางการตามตัวมัน แล้วที่สำคัญหนัก มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่เอ็ง!!”

ไม้นึกในใจว่าเหตุใดครั้งนั้นขุนหวาดโพกผ้าปิดหน้า ถามผู้ใหญ่ว่า ตนจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันคือขุนหวาดผู้ใหญ่ย้อนถามอย่างไม่พอใจว่า

“หากไม่ใช่มันแล้วจะเป็นผู้ใด!” ถามแล้วผู้ใหญ่ควบม้าไปเลย

เพชรวิ่งมาถามไม้ว่าจับโจรได้ไหม ไม้มองหน้าเพชรแล้วชักม้าควบไปไม่สนใจ เพชรหันกลับมองเส้นทางนอกหมู่บ้าน พึมพำ “ขุนหวาด เอ็งมันดวงแข็งนัก!”

ooooooo

กาหลงคอยไม้อยู่ที่เรือนจนดึก พอเห็นไม้กลับมากาหลงดีใจวิ่งไปกอด

“พี่ไม้ฉันเป็นห่วงพี่มากนะ”

“พุดจีบเป็นอย่างไร?”

กาหลงสะท้อนใจที่ไม้กลับถามถึงพุดจีบ ติงว่าดูๆไม้เป็นห่วงพุดจีบมาก ไม้ชี้แจงว่าพุดจีบตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากไปเห็นศพปองแล้วยังถูกขุนหวาดบุกปล้นฉุดจะเอาไปทำเมียอีก ถามว่ากาหลงไม่ห่วงเพื่อนรักรึ

กาหลงบอกว่าตนส่งพุดจีบกลับเรือนและนอนพักแล้ว บอกว่าไม้เองก็บอบช้ำมากให้ไปอาบน้ำเสียเดี๋ยวตนจะทานวดประคบตัวให้ แล้วประคองไม้ขึ้นเรือน

กาหลงประคบให้ไม้พลางร้องเพลงกล่อมจนไม้หลับไปอย่างมีความสุข กาหลงกลัวจะเสียไม้ไปหวั่นไหวจนร้องไห้ น้ำตาหยดลงพื้น...แต่มองจากข้างหลังหลังกาหลงนั้น เห็นน้ำไหลจากตัวกาหลงจนนองพื้นและ...

ไหลลงใต้ถุนเรือน!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น โชติประคองมือที่ถูกขุนหวาดฟันพันแผลอยู่ เดินขึ้นเรือนไปขอโทษพ่อที่ตนพลั้งทำให้ขุนหวาดหนีไปได้

ผู้ใหญ่ตำหนิว่าโชติทำพลั้งทุกครั้ง ถามว่าขุนหวาดบุกทำไมไม่บอกตน โชติบอกว่าไม่อยากให้พ่อต้องเสียแรง

“แล้วเป็นไง? ฝีมือเอ็งมันปลายแถว เอ็งเอาขุนหวาดไม่อยู่ ท้ายสุดไอ้ไม้ก็ออกโรงชิงเอาหน้า แล้วมันก็เกือบรู้...” ผู้ใหญ่เกือบพลั้งปาก โชติถามว่ารู้เรื่องอะไร ผู้ใหญ่ไม่พูดแต่ปรามว่า “จำใส่กะโหลกไว้ ฝีมือเท่าหางอึ่งอย่าอวดดีอวดเก่งเสียแรงที่เกิดเป็นลูกข้า!” ด่าแล้วเดินหนี ทิ้งโชติให้ยืนผิดหวังที่พ่อไม่พอใจ

แม่น้อยแม่ของโชติสงสารลูกเดินมาปลอบใจและจะทำแผลให้ ถูกโชติสะบัดหนีพูดใส่หน้าแม่ว่าคอยประคบ ประหงมอย่างนี้ตนถึงได้อ่อนแอพ่อพาลไม่รักตนด้วย

“แม่ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนพ่อ!” แต่พอโชติถามว่าหมายถึงอะไร แม่น้อยก็เดินหนีไม่อยากพูดถึงความเลวร้ายของช่วง ก็พอดีอบเชยเดินเข้ามาพูดเย้ยว่าน่าขันนักหวังทำดีเอาหน้าแต่ถูกตบหน้าเป็นรางวัล

อบเชยยุยงเป่าหูโชติว่า เวลานี้กาหลงกำลังหวั่นใจกลัวเสียไม้ให้พุดจีบ ให้โชติเร่งสร้างวีรกรรมให้แม่อิ่มพอใจและฉวยโอกาสไปสู่ขอพุดจีบเสีย รับปากว่า “ฉันจะช่วยพี่อีกแรง ขอเพียงพี่ทำตามคำฉัน”

หลังจากนั้น อบเชยไปหลอกไม้ว่าพุดจีบกำลังร้องไห้ขวัญเสียเกรงจะไม่สมประดีอย่างจอก เห็นมีแต่ไม้ที่จะเป็นหลักเป็นกำลังใจให้พุดจีบได้ เห็นไม้ลังเล อบเชยเลยตัดบทว่า

“หากพี่คิดว่าฉันโป้ปดมดเท็จ พี่กลับเรือนเถิด”

ไม้ตัดสินใจเดินไปเรือนพุดจีบด้วยความเป็นห่วง อบเชยแอบมองยิ้มสมใจที่เป็นไปตามแผน

เวลาเดียวกัน พุดจีบกำลังจะลงเรือน แม่อิ่มถามว่าจะไปไหน พุดจีบบอกว่าจะไปเยี่ยมและขอบน้ำใจไม้ แม่อิ่มติงทันทีว่าคนที่ต้องไปขอบใจคือโชติ โชติช่วยชีวิตลูกและยังมีน้ำใจมาเยี่ยมลูกด้วยความห่วงใย ก็พอดีโชติเดินยิ้มเข้ามา

หลังจากอบเชยหลอกไม้แล้ว ก็ไปพูดเป็นนัยกับกาหลงที่กำลังเรียกหาไม้ว่า

“ใครหนอที่อ่อนแอหนัก หวังคนคอยดูแล...ใครหนอน่าทะนุถนอมคุ้มครองคุ้มภัย ใครหนอ...” อบเชยพูดค้างแค่นั้นเห็นกาหลงเดินลิ่วไปที่เรือนพุดจีบ ก็ยิ้มสมใจพูดเย้ย “ใครหนอ...ช่างโง่งม...รักหลงจนติดกับ!”

ooooooo

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของอบเชย โชติไปเรือนพุดจีบมีแม่อิ่มถือข้างยิ่งผยอง อ้างคุณงามความดีของตนที่ช่วยเอาทรัพย์สินที่ถูกขุนหวาดปล้นไปคืนมาได้ และยังเป็นกำลังที่ช่วยให้พุดจีบปลอดภัยด้วย ย้ำกับแม่อิ่มว่าอย่าลืมที่รับปากตนไว้

พุดจีบตัดพ้อแม่อิ่มว่าไม่รักตนแล้วหรือถึงได้หักหาญน้ำใจ แม่อิ่มหว่านล้อมว่าถ้าไม่อยากให้แม่เสียสัตย์ขอให้ลูกเปิดใจรักโชติด้วยเถิด

ไม้ไปเยี่ยมพุดจีบด้วยความเป็นห่วง เจอโชติอยู่บนเรือนไม้ถามว่ามาทำอะไร โชติย้อนหยามหน้าว่า

“ข้าต่างหากที่ต้องถามเอ็ง นี่มันเรือนคนรักของข้า...อีกไม่นานเกินรอ ข้าจะให้พ่อมาสู่ขอพุดจีบต่อหน้าทุกคน”

“ข้าไม่มีวันยอมให้พุดจีบร่วมหอกับคนชั่วอย่างเอ็ง!”

พุดจีบเดินออกมา ไม้รีบเข้าไปจับมือเรียกขวัญ เป็นจังหวะที่กาหลงมาถึงพอดี กาหลงที่หวั่นไหวระแวงพุดจีบอยู่แล้วตรงเข้าตบหน้าและทุบตีพุดจีบพัลวัน ไม้ห้ามไม่ฟังจึงผลักกาหลงล้มลงแล้วหันไปดูแลพุดจีบอย่างเป็นห่วง ถามกาหลงว่าพุดจีบทำผิดอะไรถึงต้องตบตี

“พุดจีบกำลังแย่งพี่ไปจากฉัน” กาหลงโพล่งความอัดอั้นออกมาทั้งพุดจีบและไม้พยายามชี้แจง ไม้บอกว่าตนมาเพราะอบเชยบอกว่าพุดจีบอาการแย่หนัก ถ้าไม่เชื่อให้ถามอบเชยดู ปรากฏว่าอบเชยหาว่าไม้กุเรื่องเพื่อเอาตัวรอด ซ้ำยังย้ำกับกาหลงว่า

“กาหลง เอ็งก็เห็นอยู่แก่ใจ หลายครั้งหลายคราที่พี่ไม้ใกล้ชิดสนิทชิดเชื้อกับพุดจีบ ข้าไม่เคยโกหกแม้แต่น้อย”

แม่กลอยทนไม่ได้บอกพุดจีบให้ยอมรับเสียโดยดีว่าอ่อยลูกเขยตน ทำให้แม่อิ่มสะอึกออกมาโต้ว่าพุดจีบไม่มีวันคิดเยี่ยงนั้น เลยทะเลาะกับแม่กลอย ถูกแม่กลอยรื้อฟื้นอดีตว่าแม่อิ่มเองก็ถนัดเรื่องแย่งชิงผู้ชายและคงสอนลูกสาวมาเต็มกระบวนหรือไม่ก็เชื้อแม่มันแรงทำไปโดยตัณหา! เลยถูกแม่อิ่มไล่ลงจากเรือน ประกาศต่อไปนี้ไม่ใช่เพื่อนกันตายก็ไม่ต้องมาเผาผี!

“กาหลงกลับเรือน!” แม่กลอยสั่ง กาหลงยังยืนจ้องไม้อยู่ แม่กลอยปราม “กาหลง! ข้าสั่งให้เอ็งกลับเรือนเสีย!”

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าฉันจะได้แจ้งใจว่าเพื่อนฉัน หักหลังฉัน!!!” กาหลงจ้องหน้าพุดจีบกดดันให้ตอบ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:04 น.