ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มัคนายกเฟื้องเดินออกจากวัดท่าทางฮึกห้าวเหิมหาญราวกับจอมทัพ มีขาว โขง และดำตามมา

“ไปล้อมจับไอ้ชั่วขุนหวาด สร้างชื่อสู่ลูกหลานบ้านบัวสี ให้รู้แซ่ไปทั้งบาง” เฟื้องประกาศกร้าว

“ตัดหัวมันแลไปแลกค่าหัวจากทางการมาซ่อมวัดให้เป็นวัดแห่งวีรชน” ขาวเสริมอย่างฮึกเหิม

เฟื้องไม่พอใจด่าขาวว่าถนัดนักเรื่องทำบาป หากินกับของไม่ดี หากินกับผี ขาวโต้ว่าตนผิดตรงไหน ตนมีใจกุศลเอาเงินมาช่วยวัด เฟื้องชี้ว่านั่นเป็นเงินบาปรังแต่จะทำให้ศาสนามัวหมอง เตือนขาวว่า

“ไอ้ขาว หมองูตายเพราะงูฉันใด ระวังเถอะ หมอผีหน้าเงินอย่างเอ็งจะตายเพราะผี!”

ขาวโมโหว่าเฟื้องปากเสียเลยเดินแยกไปอีกทางบอกโขงกับดำว่าใครจะไปตัดหัวขุนหวาดกับตนให้ก้าวออกมา โขงกับดำเดินตามขาว แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะกลัวผี ขาวฉุนขาดด่า

“ไอ้พวกขี้ขลาด ข้ามีผ้ายันต์กันผี! ข้าไม่กลัวผีเว้ย หมอผีรึจะกลัวผี” พูดไม่ทันขาดคำเสียงหมาหอนก็แว่วมา ขาวรีบควักผ้ายันต์มาถือไว้เดินออกไปล่าขุนหวาดคนเดียว

ooooooo

ไม้วิ่งไล่ตามขุนหวาดไป ถูกขุนหวาดยิงปืนสกัด ไม้หลบแล้ววิ่งไปอีกทางหมายไปดักขุนหวาด

เพชรวิ่งตามไม้มา แต่เพราะไม้วิ่งฉีกไปอีกทางเพื่อดักขุนหวาดจึงคลาดกัน

ไม้ไปดักบนต้นไม้ พอเห็นขุนหวาดมาก็กระโดดลงมาฟัน ขุนหวาดหลบทำให้ปืนตก ไม้พุ่งเข้าหาแต่ขุนหวาดกลิ้งไปหยิบปืนเล็งไปที่ไม้

“เอ็งมันหาที่ตาย!”

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นก่อน ปืนในมือขุนหวาดถูกยิงร่วง ไม้หันมองเห็นเพชรที่พุ่งเข้าไปเตะขุนหวาดแล้วล็อกตัวกดลงกับพื้น

“เอ็งหมดทางแล้ว คอยวันที่จะได้จับตัวขุนหวาดเข้าตรุไปรับโทษทัณฑ์ ความผิดที่เอ็งก่อมันมากโขที่ทางการจะประหารชีวิตเอ็ง!!”

“เอ็งเป็นตำรวจ?” ไม้อึ้ง

“ฉันขอโทษเถิดที่พลั้งไม่ได้บอกพี่ ไว้ฉันลากมันเข้าตรุที่วิเศษไชยชาญเสร็จ ฉันจะกลับมาเล่าที่มาที่ไปของฉันให้สิ้นสงสัย ฉันขอตัวไปก่อน” เพชรลากตัวขุนหวาดจะพาไป

“เอ็งพามันไปไม่ได้! มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่ข้าตาย!!” ไม้ขวางไว้ เพชรบอกว่าตนรู้จึงต้องพาไปให้ทางการคาดโทษ “คนเลวอย่างมันไม่ควรมีลมหายใจเป็นแน่แล้ว มันต้องโดนชี้หน้าคาดตาแล้วฆ่าให้ตายด้วยคมดาบลูกชายของคนที่มันฆ่า”

ไม้เงื้อดาบจะฟันขุนหวาด ถูกเพชรขวางไว้เตือนสติว่า ทำเยี่ยงนั้นไม้จะต้องโทษฐานฆ่าคนตายเอง

“ข้ายอมตาย ขอได้แก้แค้นให้พ่อแม่ข้า!”

“พี่ตายแล้วพี่กาหลงจะอยู่กับใคร” เพชรตะโกนเตือนสติ ทำให้ไม้ชะงักมือ เปลี่ยนเป็นถีบขุนหวาดล้ม เอาดาบชี้หน้าสั่ง

“เอ็งพูดมา พูดความมาให้แจ้งใจว่าเอ็งเป็นคนฆ่าพ่อแม่ข้า กราบไหว้วิญญาณพ่อแม่ข้า...ขอโทษพ่อแม่ข้า!!!”

ขุนหวาดบอกว่าตนไม่เคยทำบาดหมางให้พ่อแม่ไม้กระเทือน ไม้ด่าว่าปากแข็ง ขุนหวาดย้อนถามว่าตนจะตายอยู่แล้วจะโกหกทำไม ไม้ถามว่าถ้าขุนหวาดไม่ใช่มหาโจรในคืนนั้นแล้วใครกันที่ฆ่าพ่อแม่ตน?

“ใช่ว่ามีเพียงโจรที่ชั่วช้า แต่โจรในคราบนักบุญต่างหากที่เลวทรามกว่าข้านัก” ไม้สั่งให้บอกมาว่าหมายถึงใคร “คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือ...ไอ้ช่วง!!”

“เอ็งเอาความป้ายคนอื่นหวังเอาตัวรอด”

“รู้กันสิ้นว่าความผิดข้ามันมากโข ยังไงข้าก็ต้องสิ้นแต้มตาย แต่ข้าขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี ไร้มลทินติดตัว ข้าต้องลบความชั่วที่ข้าไม่ได้ก่อ...คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือไอ้ช่วง มันมีเรื่องหมางใจกับพ่อแม่เอ็ง!”

ไม้คิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เขาวิ่งเข้าไปดูในเรือนเห็นพ่อโกรธมาก ถามพ่อว่าแม่เป็นอะไร พ่อบอกว่าไม่ต้องยุ่ง ไม่ใช่เรื่องของเด็ก วันนั้นไม้กอดแม่ร้องไห้ในขณะที่ใจก็แค้นช่วงที่วิ่งหนีไป

“เอ็งไม่เชื่อข้า ก็ไปถามมันหรือคนใกล้ตัวมัน” ขุนหวาดบอกเมื่อเห็นไม้มองตนอย่างไม่เชื่อ แต่พอไม้ถามว่าหมายถึงใคร ขุนหวาดกำลังจะตอบ ก็ถูกยิงทรุดลงตรงหน้าไม้ ไม้กับเพชรต่างมองไปทางเสียงปืน

ไม้ตะโกนถามว่าใคร ให้ออกมา!

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ไม้ทรุดลง เพชรวิ่งเข้ามาดูพลางยิงปืนป้องกันตัวเอง แต่ปืนเพชรก็ถูกยิงตก

สิงโพกผ้าปิดหน้าเข้ามาเงื้อดาบจะฟันเพชร เพชรคว้าดาบไว้แต่สู้แรงไม่ได้ จึงวิ่งหนีไป สิงไล่ตามไป

ไม้ถูกยิงเลือดทะลักนอนร้องครวญคราง ทันใดนั้น เท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามาที่มุมหนึ่ง จ้องไปทางไม้ที่นอนเลือดท่วม มันยิ้มเหี้ยมหมายฆ่าไม้ให้ได้!

ooooooo

กาหลงคอยไม้อยู่ที่เรือน ไม่เห็นกลับจึงเดินลง เรือนไปตามหา

ส่วนพุดจีบนั่งปักผ้าอยู่ที่เรือน ถูกเข็มแทงนิ้วเลือดออก พุดจีบตกใจว่าเป็นลางสังหรณ์ไม่ดี

“คุณพุดจีบเจ็บมากไหมเจ้าคะ” นวลรีบเข้ามาดูพุดจีบ บอกว่าตนไม่เป็นอะไรแต่ใจคอไม่สู้ดี “ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไปไหว้พระสวดมนต์ เรียกขวัญให้มาอยู่กับตัวเถอะเจ้าค่ะ”

พุดจีบนิ่งคิดตามที่นวลแนะ

เวลาเดียวกัน ที่ชายป่า ไม้ลืมตามองเท้าที่ก้าวเข้ามายืนข้างตัว สายตาที่พร่าเลือนเห็นว่าเป็นโชติ!

“เอ็งมันดวงแข็งมาหลายมื้อ แต่คราวนี้แล้วที่จะได้สะสางแค้น คงหวนมาเป็นวันข้าบ้างสิเล่า” โชติเอาเท้าเหยียบขยี้ที่รอยกระสุนบนร่างไม้จนไม้ร้องลั่น “อย่าคิดว่าข้าใจคอชั่วกับเอ็ง ข้ากำลังสงเคราะห์ให้เอ็งลาทุ่งไปอยู่กับพ่อแม่เอ็ง...ก่อนลมหายใจจะสิ้น เอ็งมีสิ่งใดจะสั่งเสียคนข้างหลังก็วานบอก”

“ข้าขอสาปแช่งให้คนชั่วอย่างเอ็งถูกธรณีสูบ ไม่ได้ผุดเกิดชั่วกัปชั่วกัลป์!” ไม้สาปแช่งทั้งที่เจ็บเจียนตาย ถูกโชติจ่อปืนใส่ พริบตานั้นมีมือหนึ่งมาจับมือโชติไว้ โชติหันมอง มันอุทานช็อก!

“นังกาหลง!!”

“เอ็งฆ่าผัวข้า เอ็งต้องตาย!!” กาหลงบิดมือโชติจนปืนร่วง ผลักโชติกระเด็น โชติกระชากสร้อยพระออกมากันกาหลง ทำให้กาหลงต้องถอยแล้วหายวับไป กาหลงมาด้านหลังโชติตบมันอย่างแรงจนล้มสร้อยพระหลุดจากมือ มันพยายามจะเอื้อมไปหยิบ ถูกกาหลงเหยียบเท้าไว้

“โอย...” เสียงไม้ครางกาหลงหันมอง ปล่อยมือจากโชติ โชติฉวยโอกาสคว้าสร้อยพระถือกันผีกาหลงวิ่งหนีไป

ooooooo

เพชรวิ่งหนีสะดุดล้ม สิงพุ่งเข้ามาจะฟันแต่ขาวเข้ามาช่วยเพชรทำให้เพชรตั้งหลักได้ลุกขึ้นมาช่วยขาว สิงเห็นท่าไม่ดีใส่ตีนหมาโกยอ้าวไป

“จะเผ่นไปไหนวะ กลับมาก่อนสิเว้ยไอ้โจรกระจอก” ขาวตะโกนด่าแล้วจะตาม เพชรห้ามไว้บอกว่าให้รีบไปช่วยไม้กันเถอะ

กาหลงเฝ้าไม้อยู่ด้วยความเป็นห่วง ร้องไห้กลัวไม้จะตาย เสียงร้องไห้ของกาหลงโหยหวนน่าเวทนา ขาววิ่งมาเห็นกาหลงกอดไม้ร้องไห้ก็ถึงกับช็อก หันถามเพชรที่วิ่งตามมาว่า “เอ็งเห็นอย่างที่ข้าเห็นไหม”

เพชรพยักหน้าบอกว่าเห็นมานานแล้ว ขาวถอยจะหนี แต่ถูกกาหลงเรียกทั้งที่ไม่ได้หันมอง

“พ่อ...เพชร...ช่วยพี่ไม้ด้วย...ช่วยผัวฉันด้วย...”

ทั้งสองรับคำกลัวๆทั้งที่ใจเป็นห่วงและอยากช่วยไม้

ขาวจัดแจงเอามีดลนไฟผ่าเอากระสุนออกโดยมีเพชรคอยเป็นผู้ช่วย เสร็จแล้วกาหลงถามว่าไม้เป็นอย่างไรบ้าง

“พ่อเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะรอดไหม มันหนักเอาการอยู่ จะเป็นจะตายก็รู้ในคืนนี้” ตอบแล้วถามเพชรเบาๆอย่างรู้ใจกันดีว่าจะเอาอย่างไรต่อ จะอยู่หรือไป กาหลงบอกว่าตนอยู่เฝ้าไม้เอง ขาวจึงกลับ เพชรขอกลับด้วยอ้างว่าจะไปส่งขาว

พอขาวกับเพชรไปแล้ว กาหลงร้องไห้คร่ำครวญกลัวไม้จะทิ้งตนไป

แต่พอเดินพ้นมาแล้ว ขาวต่อว่าเพชรที่รู้ว่ากาหลงเป็นผีแล้วไม่บอกตน เพชรย้อนถามว่าถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหมล่ะ? ปรากฏว่าขาวก็เคยเห็นผีกาหลงแต่ไม่บอกเพชรเลยหายกัน เพชรถามว่าเมื่อรู้อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

“ก็บอกให้รู้ทั้งหัวคุ้งท้ายคุ้งสิวะ ปล่อยให้ไอ้ไม้อยู่ไปตามเวรกับผีไม่ได้ หรือจะให้ข้ายอมรับสะใภ้ผี?”

“ลุงใจดำแท้นัก ไม่คิดสงสารพี่กาหลงหรือ อย่างน้อยพี่กาหลงก็ไม่เคยทำผิดประหลาดใส่ลุง พี่กาหลงมีบุญคุณช่วยชีวิตฉัน ฉันไหว้ล่ะอย่าเพิ่งบอกความตอนนี้เลย”

ขณะนั้นเอง เฟื้อง โขง กับดำ วิ่งเข้ามา เฟื้องด่าขาวว่านึกว่าจะไปจับโจรที่แท้มาสุมหัวคุยเล่นกัน

“ฉันไปเรือนป้ากลอย ไอ้ลูกน้องขุนหวาดตายไปสอง” โขงบอก

“ส่วนข้าไปที่ชายป่าเจอ...” ดำพูดไม่ทันจบ เพชรก็แทรกขึ้นว่า “ศพขุนหวาดโดนยิงตาย!” ทำเอาพวกเฟื้องงงว่ารู้ได้ยังไง ขาวคุยโวว่าตนรู้อีกตั้งหลายเรื่องที่พวกเฟื้องไม่รู้ ดำถามว่าเรื่องอะไรบ้าง ทุกคนลุ้นว่าขาวรู้อะไร เพชรใจไม่ดีไม่รู้ว่าขาวจะพูดเรื่องอะไร ขาวโพล่งว่า เรื่องเก็บศพพวกมันทำพิธี เพชรโล่งใจที่ขาวไม่พูดเรื่องกาหลงที่เพิ่งคุยกันอยู่เมื่อครู่นี้

กาหลงเฝ้าไม้อยู่ที่เรือน ร้องไห้พร่ำเรียกให้ไม้ฟื้น แต่พอนึกได้ว่าไม้ไม่ชอบเห็นน้ำตา กาหลงก็ปาดน้ำตาทิ้งพยายามยิ้มทั้งที่น้ำตายังไหลไม่หยุด

เสียงร้องไห้ของกาหลง โหยหวนไปทั่วบ้านบัวสี พุดจีบสวดมนต์อยู่ที่ห้องนอนได้ยินเสียงกาหลงร้องไห้ ก็พอดีนวลเข้ามาบอกว่าไม้ถูกยิงเจ็บหนักรักษาตัวอยู่ที่เรือน แล้วถามกลัวๆว่าพุดจีบได้ยินเสียงสะอื้นไหม ใครมาสะอื้นร่ำไห้แถวนี้ พุดจีบตอบเลี่ยงไปว่าเสียงไผ่เสียงลม บอกให้นวลไปนอนเสีย

พุดจีบรู้ว่านั่นคือเสียงร้องไห้ของกาหลง จึงกลับไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระอธิษฐานจิตให้ไม้...

ครู่เดียวเสียงร้องไห้ของกาหลงก็ค่อยเงียบหายไป...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกขาวกับเฟื้องช่วยกันฝังศพลูกน้องขุนหวาด โขงถามขึ้นว่าใครฆ่าลูกน้องขุนหวาดที่เรือนแม่กลอย?

เฟื้องบอกว่า ตนถามคนทั้งหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่แม่กลอยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันตายยังไง โขงเลยบรรยายให้ฟังว่า คนหนึ่งมีรอยถูกบีบคอ คนหนึ่งปากฉีก และอีกคนท้องแตกตายเหมือนโดนกระทืบ

เฟื้องสงสัยว่าใครฆ่า จันโพล่งออกไปว่า ผี! ขาวถามว่าเคยเห็นหรือ จันบอกว่าไม่เคยเห็นแต่เชื่อว่าคนดีผีคุ้ม

“ไม่ใช่ผีบ้านผีเรือนหรอก มันคือผี...” ขาวหยุดแค่นั้น ทุกคนถามว่าผีอะไร ขาวไม่อยากบอกเรื่องกาหลงเลยทำขึงขังบอกว่า “ก็ผีสิวะ!!” แต่ในใจอดคิดกังวลไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้นอีก...

วันต่อมา ขาวก็เก็บของใส่ย่ามเตรียมเดินทางไกล บอกจัน โขง และเฟื้องว่า บ้านเรานับวันวิปริต ตายกันหลายศพ มันไม่เป็นมงคล ตนต้องไปหาของดีมาช่วย แล้วหยิบพระคล้องคอให้จันกำชับจันว่าให้ใส่ติดตัวไว้ ดึกดื่นก็อย่าออกจากเรือน

“ไอ้โขงไป...ได้ข่าวว่าไอ้ไม้มันรอดตายแล้ว แวะไปเยี่ยมมันสักหน่อย” เฟื้องชวน

“ห่างๆ เรือนกาหลงไว้” ขาวเตือน แต่พอนึกได้ก็กลบเกลื่อนว่า “ปล่อยให้มันได้อยู่ตามประสาผัวเมีย” ถูกเฟื้องพูดประชดว่ากันท่ากลัวสะใภ้จะรักตนมากกว่า ตนจะไปหาไม้ที่เรือนกาหลงเช้าถึงเย็นถึงเลย “เอ่อ...ดึกดื่นก็ไปอย่าให้เว้น แล้วเอ็งจะเห็นดี” ขาวประชด

เฟื้องไม่คิดอะไร แต่โขงแปลกใจคำเตือนของขาว พอขาวไปโขงถามเฟื้องว่า “ลุงขาวพูดเป็นนัยๆ เหมือนไม่อยากให้เราไปเรือนกาหลง มีอะไรรึ?” ทั้งเฟื้องและจันต่างส่ายหน้าว่าไม่รู้...

ooooooo

ระหว่างที่ไม้เจ็บนั้น พุดจีบเอายามาให้ที่เรือนถูกกาหลงไล่ตะเพิดไม่ยอมให้ขึ้นเรือน แม้ห่อยาที่พุดจีบเอามาให้ก็ไม่รับ จนพุดจีบต่อว่ากาหลงด้วยความสงสารไม้ว่า

“ฉันหลงคิดว่ากาหลงรักพี่ไม้ แต่ที่แท้แล้ว กาหลงรักตัวเอง กาหลงเห็นแก่ตัวสิ้นดี พี่ไม้กำลังจะตาย ฉันเอายาหวังมาช่วยรักษา แต่กาหลงคิดการแต่แค้นแต่ริษยาพาลทำลายชีวิตพี่ไม้ รึกาหลงอยากให้พี่ไม้ถึงคราวเคราะห์ตาย กาหลงจะได้อยู่กับพี่ไม้”

พูดแล้วเห็นกาหลงอึ้ง พุดจีบทิ้งห่อยาบอกว่า

“งั้นก็ไม่ต้องรับยานี่หรอก ปล่อยให้พี่ไม้ยืนไปตามกรรมให้ตายสมใจกาหลง” ทิ้งห่อยาแล้วพุดจีบวิ่งกลับไป

เมื่อพุดจีบกลับไปแล้ว กาหลงคิดคำพูดของพุดจีบ หยิบมีดเข้าไปหมายจะแทงไม้ให้ตาย  เพื่อไปอยู่กับตน แต่แล้วก็ทำไม่ลง วางมีดร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าไม้ ทำให้ไม้รู้สึกตัวลืมตาขึ้น กาหลงดีใจกอดไม้ไว้แน่น

แม้พุดจีบจะกลับไปแล้ว แต่ใจอดห่วงไม้ไม่ได้ย้อนกลับมาดู พอรู้ว่าไม้รู้สึกตัวแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หยิบห่อยาวางไว้ที่หน้าเรือนแล้วเดินกลับไป

ooooooo

ขาวไม่บอกเฟื้องกับโขงและจันว่าจะไปไหน แต่พอเพชรรู้ว่าขาวจะออกเดินทางไกล ก็มาดักพบบอกว่าไม่ยอมให้ขาวไปพาหมอผีมาทำร้ายกาหลง

“ข้าไม่ได้ตามหมอผี ข้าจะหาคนมาช่วย ช่วยให้ลูกสะใภ้ข้าพบหนทางสว่าง” เพชรถามว่าหมายถึงใคร ขาวตอบเป็นปริศนาว่า “อีกไม่นานเอ็งก็จะเห็นเอง” แล้วฝากฝังเพชรว่าให้ช่วยดูแลทุกคนด้วย

ขาวฝากให้ช่วยดูแลทุกคน แต่เพชรไพล่คิดถึงแต่ชบา ลิ่วไปที่เรือนแม่กลอยทันที ถูกแม่กลอยถือไม้ฟืน ไล่ตะเพิดจนถอยแทบไม่ทัน รีบบอกว่าตนมาดี กลัวพวกโจรมาบุกเรือนอีกจึงอาสามาเฝ้าเรือนให้

“ไม่ต้อง!” แม่กลอยตวาด

กาเหว่ากับชบาช่วยกันอ้อนวอนแม่ ให้เพชรมาอยู่ด้วยเถิด ไม่เช่นนั้นพวกเราตายแน่ และถ้าพวกโจรมาบุกอีกเราจะทำอย่างไร เรือนเราก็มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก

เหตุผลของกาเหว่ากับชบาทำให้แม่กลอยชะงัก แต่ไม่วายพูดประชดว่า “มันน่ากลัวกว่าพวกโจรอีก!”

เพชรได้ยินกาเหว่ากับชบาสนับสนุนตนเช่นนั้นก็ดีใจ รีบอาสาจนพูดผิดพูดถูกว่า

“ฉันจะเฝ้าเรือนเสมือนหมา ใครมาฉันจะเห่า เอ๊ย...ฉันจะไล่ ฉันจะไม่ย่างกรายขึ้นบันไดแม้แต่ขั้นเดียว” แม่กลอยเกี่ยงว่าไม่มีเงินให้ “ไม่ต้องเสียเงินให้ฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว ฉันขอข้าวกินให้อิ่มท้องก็พอจ้ะ”

แม่กลอยใจอ่อน แต่ไม่วายปรามว่า “ห้ามเอ็งเหยียบเรือน หากเอ็งเฉียดใกล้ลูกสาวข้าแม้เพียงคืบ หัวเอ็งหลุดจากบ่า”

แม้ฟังแล้วหวาดเสียว แต่เพชรก็ดีใจที่แม่กลอยให้โอกาส แอบยิ้ม ยักคิ้วแผล็บให้ชบา แต่พอแม่กลอยหันมาก็เปลี่ยนเป็นตีหน้าขรึมในพริบตา

แต่ความรักไม่อาจห้ามใจเพชรได้ จึงหาโอกาสใกล้ชิดชบา เมื่อเห็นชบาไปหาบน้ำก็อาสาช่วย

“อย่าเลย ประเดี๋ยวแม่มาเห็นเอ็งจะหัวหลุดจากบ่า” ชบาเตือน เพชรดีใจที่ชบาห่วงตน บอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะแม่กลอยมัวแต่วุ่นกับผีอยู่ ไม่เห็นหรอก เหลือบมองไปเห็นแม่กลอยที่กำลังมาเซ่นไหว้บริเวณที่ศพของสินกับคงตาย

“ข้าดีใจที่เอ็งไม่เป็นอะไร” เพชรเอ่ยกรุ้มกริ่ม

“ข้าก็ดีใจที่เอ็งรอดจากขุนหวาดมาได้ ฝีมือเอ็งเก่งนัก”

“ไม่เก่งได้ยังไงล่ะ ก็ข้าเป็นถึง...” เพชรเกือบพลั้งปากบอกว่าตนเป็นตำรวจ ดีที่ยั้งปากทันเปลี่ยนเป็นว่า “ก็ข้าเป็นถึงลูกศิษย์พี่ไม้ มวยมือหนึ่งของบ้านบัวสี”

“ใครกันรอบยิงพี่ไม้? รึจะเป็นลูกน้องขุนหวาด มันล้างแค้นพี่ไม้”

“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ข้าต้องจับมันมาลงโทษให้ได้” เพชรหนักแน่นจริงจังเสียจนชบาแปลกใจ

บรรยากาศถูกขัดจังหวะเมื่อแม่กลอยร้องเรียกชบา ทั้งสองผละจากกันแทบไม่ทัน ชบารีบเทน้ำใส่ตุ่ม ส่วนเพชรทำเป็นเดินลอยชายผิวปากไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

ที่ห้องนอนผู้ใหญ่ช่วง ผู้ใหญ่นอนซมอาการหนัก ลืมตาขึ้นช้าๆอย่างอ่อนเพลียมาก “พ่อ...ฉันทำตามที่พ่อสั่งแล้ว...ฉันฆ่าไอ้ขุนหวาดตายด้วยคมกระสุนฉัน” โชติรีบคุยอวด เห็นพ่อยิ้มก็ดีใจ “แต่มันบอกไอ้ไม้ว่าพ่อเป็นคนฆ่าพ่อแม่ไอ้ไม้ พ่อเป็นคนทำรึ ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน...”

ช่วงไม่พอใจที่โชติปล่อยให้ขุนหวาดพูดเรื่องนี้ เอามือปัดของใกล้ๆตกแตก โชติตกใจรีบบอกพ่อ...

“พ่อไม่ต้องคับใจไป ต่อให้ไอ้ไม้รู้ว่าเป็นพ่อ มันก็เอาผิดไม่ได้ ไม่มีใครเอาความพ่อได้ แล้วฉันก็ยิงมัน!มันน่าเจ็บใจนัก ไอ้ไม้จะตายอยู่แล้วเทียว ผีนังกาหลงมาช่วย รอให้ฉันประจวบเหมาะอีกสักครั้ง ฉันจะฆ่ามันทั้งผัวทั้งเมีย!”

ช่วงฟังแล้วยิ้มแต่ก็แปลกใจที่โชติคิดจะฆ่าไม้ ส่วนโชติดีใจที่ผลงานตนทำให้พ่อยิ้มได้ แต่พอออกไปเจออบเชยโชติก็ถูกอบเชยทุบตีบอกว่าเกลียดพี่...เกลียดพี่! ถูกโชติผลักออกอย่างไม่พอใจถามว่าอะไรกัน!

“ก็พี่จะฆ่าพี่ไม้ผัวฉัน” ถูกโชติด่าว่าบ้าไปแล้วมีกาหลงอยู่ทั้งคนยังเสน่หามันอีก “ก็ข้ารักของข้า มันห้ามกันได้ที่ไหน ยิ่งพี่ไม้ต้องทนอยู่กับผี ฉันยิ่งสงสาร ฉันจะต้องดูแลใจพี่ไม้”

ไม่ว่าโชติจะด่าอย่างไรอบเชยก็ยืนยันความรักที่มีต่อไม้ ซ้ำยังบอกว่ายิ่งห้ามตนก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งรั้งก็ยิ่งรัก ยุว่า

“ฉันรักพี่ไม้...พี่ต้องหยุดทำร้ายคนรักของฉันแล้วหันไปเล่นงานนังผีกาหลงซะ”

โชติคิดตามอบเชย เอามือคลำคอที่ถูกกาหลงบีบก็ยิ่งแค้นใจ คิดจะฆ่ากาหลงตามคำยุของอบเชย

แม่น้อยที่กำลังจะเอายามาให้ช่วง ได้ยินลูกทั้งสองคุยกันก็ไม่สบายใจ...

ooooooo

แม่น้อยเอายาเข้าไปให้ช่วง ติงช่วงว่าตนไม่สบายใจที่ส่งเสริมลูก ซ้ำอบเชยก็เป็นเอาหนัก เพ้อถึงแต่คนมีเจ้าของบอกว่า “คงเป็นกรรมที่พี่คิดพรากเมียเขา...”

ช่วงไม่พอใจที่แม่น้อยติติง ปัดถาดใส่น้ำหกตกพื้น ถูกแม่น้อยเสียงแข็งใส่ว่า

“พอการเถอะ! เอะอะก็อารมณ์ ฉันอยากให้พี่รู้จักยั้งคิดบ้าง ที่พี่ต้องมานอนปางตายไม่ใช่เพราะใคร เป็นผลกรรมจากตัวพี่!” แม่น้อยเอาถ้วยยาวาง แล้วร้องเรียก “ใครอยู่ข้างนอก...มาช่วยทายา!” แล้วแม่น้อยก็เดินออกไปอย่างไม่ไยดี ช่วงยิ่งไม่พอใจที่แม่น้อยแข็งข้อ ปัดถ้วยยาทิ้งอย่างโกรธจัด

ooooooo

ที่เรือนกาหลง ไม้ดีวันดีคืน จนถามกาหลงว่าได้ยาจากไหน กินแล้วรู้สึกมีกำลังวังชา

“ฉัน...ไปซื้อยาจากร้านหมอยาจ้ะ พี่ต้องกินให้เรี่ยมนะจ๊ะ แล้วนอนพักมากๆ พี่จะได้หลับสบายหายดี” กาหลงดูแลไม้ด้วยความรักหมดหัวใจ ป้อนยาทาแผลให้อย่างเบามือ

ทั้งยาหม้อและยาใจ ทำให้ไม้ฟื้นตัวอย่างเร็ว

ไม้มองกาหลงพูดอย่างมีความสุขว่า

“ชาติที่แล้ว พี่คงมีบุญมาบ้าง แม้นต้องกำพร้าพ่อกำพร้าแม่ แต่พี่ก็มีเมียที่รักพี่ ไม่รู้ว่าชาติหน้าพี่จะเป็นยังไง”

“พี่ก็ต้องมีความสุขอย่างวันนี้...เพราะฉันจะอยู่กับพี่ทุกชาติไป”

ไม้ถามหยั่งว่า ถ้าตนตายไปกาหลงจะทำอย่างไร กาหลงมองหน้าไม้ตอบมิพักต้องคิดว่า...

“ฉันก็คงขาดใจ...ตรอมใจตาย...ฉันอยู่ไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีพี่” แล้วย้อนถามไม้ว่า “ถ้าฉันตายล่ะ? พี่จะตายตามฉันไหม”

“พี่จะอยู่” กาหลงสีหน้าผิดหวัง “พี่จะอยู่ทำศพให้กาหลง พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กาหลงไปสู่สุคติ...แต่มันคงอยู่ได้เพียงกาย เพราะวิญญาณและหัวใจพี่มันได้ตายไปพร้อมกาหลงแล้ว...”

กาหลงน้ำตาไหลเป็นสาย กอดไม้ไว้ด้วยความรัก ไม้กอดกาหลงไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ...

ooooooo

วันนี้ จู่ๆอบเชยก็มาที่เรือนกาหลง พูดดีอย่างห่วงใยว่า

“ฉันฟังความมาว่า โจรชั่วมันยิงพี่ไม้จนสาหัส ต้องซมอยู่นาน ฉันเป็นห่วงเสียเหลือเกิน เลยเอาผลไม้ เอาสมุนไพรมาฝากจ้ะ”

กาหลงขอบใจเดินลงมารับ อบเชยโล่งใจที่กาหลงไม่ปฏิเสธ ได้ใจขอขึ้นไปเยี่ยมไม้บนเรือน แต่พอเห็นแววตาดุดันของกาหลง ก็รีบเปลี่ยนเป็นว่าไม่รบกวนดีกว่า ไม้จะได้นอนพักเอาแรง แล้วขอลากลับ

“เดี๋ยวก่อน” กาหลงเอ่ยแล้วเดินมาบอกว่า “ฉันจะไปส่งกลับเรือน!”

อบเชยกับเผื่อนและงามใจคอไม่ดี แต่อบเชยก็เดินนำไป กาหลงเดินตามรั้งท้าย แต่พอทั้งสามหันมองอย่างระแวง  ปรากฏว่ากาหลงหายไปแล้ว ต่างตกใจมาก พลันก็ได้ยินเสียงกาหลงเรียกและมองอบเชยอย่างไม่พอใจ

เดินมาถึงต้นไทรงาม อบเชยถามใจคอไม่ดีว่าตนทำอะไรให้กาหลงขุ่นข้องหมองใจหรือ

“เอ็งไม่ต้องตีหน้าเซ่อ เอ็งรับปากจะปรามพี่ชายเอ็งไม่ให้รังควานข้า แต่พี่ชายเอ็งยังรั้นคิดฆ่าผัวข้า!!”

อบเชยยกมือท่วมหัวสาบานให้เจ้าแม่หักคอว่าตนไม่รู้ความด้วยจนนิดเดียว กาหลงตวาดว่าโกหก อบเชยร้องไห้คร่ำครวญว่า

“ฉันพูดความสัตย์ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเคราะห์เล่า ฉันรักพี่ไม้ แม้นไม่ได้ครองใจ ฉันก็ไม่ยอมให้พี่ชายทำร้ายคนที่ฉันรักได้ลงคอหรอก” กาหลงขัดขึ้นว่าอบเชยไม่ได้ทำก็ดี แต่คนที่ทำกับไม้มันต้องตาย อบเชยอ้อนวอนว่า “ฉันขอเถอะจ้ะ พ่อฉัน พี่ฉันรับกรรมหนักพอแล้ว” อบเชยวิงวอนน่าเวทนา กาหลงฟังแล้วแปลกใจ อบเชยยังคงร้องขอกาหลงอีกว่า

“ฉันขอเถอะจ้ะ พ่อฉันพี่ฉันรับกรรมหนักพอแล้ว...

พ่อเจ็บหนักปางตาย ไม่รู้จะอยู่เป็นร่มโพธิ์คุ้มหัวฉันได้นานเท่าใด ส่วนพี่โชติก็จับไข้ไม่สมประดีเยี่ยงเดียวกัน กาหลงคิดถึงหัวอกฉันสิจ๊ะ เสาหลักมาล้มครืน แล้วพวกฉันจะอยู่กันยังไง...”

กาหลงนิ่งคิดตาม อบเชยยังคงรำพันว่า...

“พวกฉันสำนึกบาปรับเคราะห์หนักสาหัสนักแล้ว คิดเสียว่าให้อภัยเป็นทาน เสริมบุญให้กาหลงอยู่เคียงพี่ไม้ชั่วตาปี”

กาหลงเดินเข้าไปหาอบเชย เผื่อนกับงามใจหายใจคว่ำกลัวกาหลงจะฆ่าอบเชย แต่กาหลงกลับพูดว่า

“หากเป็นมื้อก่อน ข้าไม่ปล่อยเอ็งแน่ แต่เดี๋ยวนี้

ข้ารู้ซึ้งถึงความสูญเสีย ข้าไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียเหมือนอย่างข้าอีก...จงกลับใจทำดี คิดดี เสียก่อนสาย” พูดแล้วกาหลงเดินออกไป

อบเชยซึ้งใจถึงกับร้องไห้ เมื่อออกมางามพูดว่า “ให้ฟ้าผ่าตายเถอะ งามไม่คิดว่าคุณอบเชยจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”

“ฟ้าผ่าเอ็งตายสิ!!” อบเชยปาดน้ำตาเหยียดยิ้มพูดอย่างสะใจว่า “น้ำตาเป็นยาพิษชั้นดี ผีที่ว่าร้ายฤๅจะสู้มารยาคน”

ooooooo

พอไม้แข็งแรงขึ้น ก็คว้าดาบลงเรือนจะไปเรือนผู้ใหญ่ช่วง เพชรขวางไว้ขอร้องอย่าไปเลย

“เอ็งอย่ามาใกล้มือ ข้าต้องไปเอาเลือดหัวไอ้โชติออก!” เพชรเตือนสติว่าไม้ไปก็มีแต่เสียกับเสีย “เอ็งเป็นตำรวจ เอ็งริเข้าข้างโจรรึ? ไอ้โชติเป็นคนยิงปืนใส่ข้ามันหวังจะฆ่าข้า เอ็งเป็นตำรวจก็ไปจับมัน!”

 

“แล้วพี่คิดว่ามันจะยอมโง่รับผิดดื้อๆอย่างนั้นเทียว มันยิงพี่ ฉันก็ไม่อยู่รู้เห็น สู้เรารอเวลาแก้สงสัย แล้วจับมันให้ได้คาหนังคาเขาไม่ดีกว่าหรือ”ไม้หงุดหงิดใจ มองหน้าเพชรถามว่า “ทำไมเอ็งต้องปิดข้า?”

“ฉันขอโทษทีเถอะจ้ะพี่ ฉันจำต้องปิด มันเป็นเรื่องของหน้าที่”

“เอาเถอะ...ข้าเข้าใจ แล้วเอ็งจะเอาศพขุนหวาดกลับไปเมื่อใด”

“ฉันให้ขุนเพชรอินทรา ผู้ช่วยฉันที่แฝงตัวเข้ามาในหมู่บ้าน เอาศพกลับไปวิเศษไชยชาญเพื่อปิดคดีความแล้ว”

ไม้ถามว่าทำไมเพชรไม่กลับไปด้วย จะทนอยู่บ้านป่าทำไม “ฉันจะอยู่ช่วยพี่จับโชติ และล้างบางคนชั่วที่บ้านบัวสี แล้วก็...อยู่ดูแลชบา พี่กาหลงฝากฉันไว้”

ไม้บอกว่าชบาคงดีใจถ้ารู้ว่าเพชรเป็นถึงตำรวจจากเมือง เพชรรีบขอร้องอย่าอึงไปรวมทั้งชบาด้วย บอกไม้ว่า

“ฉันไม่อยากเอายศถาบรรดาศักดิ์มาเรียกหาความรัก หากชบาจะรักฉันก็ขอให้รักในตัวไอ้เพชรพ่อค้าเร่”

“ชบามันหาใช่หญิงเห็นแก่ได้ อย่าลองใจนานนัก ขืนมันรู้ว่าเอ็งโกหก พาลจะเกลียดเสีย”

“ฉันจะหาจังหวะปะเหมาะบอกชบาเอง...เมื่อฉันแม่นใจว่าชบารักฉัน...” เพชรบอกอย่างมั่นใจ แววตาวิบวับ

ooooooo

โชติหมายจับผีกาหลงให้ได้ พาอาจารย์สักไปชี้เรือนกาหลง อาจารย์สักไปยืนจ้องเข้าไปในเรือนเห็นกาหลงกำลังปอกมะม่วงป้อนไม้

กาหลงรู้ว่ามีคนจ้องอยู่ หันมองไปยังจุดที่อาจารย์สักยืน แต่ไม่เห็นอะไรจึงหันป้อนมะม่วงให้ไม้ต่อไม่ติดใจ

อาจารย์สักเดินอ้าวออกมา โชติตามมาถามอย่างไม่พอใจว่า “อาจารย์หนีออกมาทำไม รึอาจารย์กลัวมัน?”

“ข้าหาเคยกลัวผีตนไหนไม่? ข้ามานี่หมายจะเอาคืนเสียให้มันสาสม แต่วิญญาณมันมีพลังเก่งกล้ามาก ใช้วิชาอาคมเล่นงานก็เสียแรง หากคิดกำจัดให้สิ้นฤทธิ์ ต้องเอาศพมันมาลงอาคม! ศพมันอยู่ที่ไหน”

โชติบอกว่าไม่มีใครเห็นศพกาหลง มั่นอยากได้หน้าบอกว่า ศพผีต้องอยู่ในป่าช้า โชติสั่งให้มั่นกับขาบไปขุดหาศพมา มั่นกับขาบสะดุ้งหน้าเผือด ตกใจที่ต้องไปขุดหาศพกาหลง แต่จำต้องทำตามคำสั่งโชติ

ที่วัด...จอกยังคงลอยหน้าลอยตาร้องลิเกไปตามประสา จนโขงปรารภกับจันว่าสงสารจอกอยากให้กลับมาเป็นไอ้จอกคนเดิม

จันบอกว่าตนก็ช่วยสุดกำลังแล้ว ทั้งยาต้มนวดน้ำมันเหลืองก็ยังไม่หายเพี้ยน จู่ๆดำก็โพล่งขึ้นว่า ตนรู้ว่าต้องทำอย่างไร พอจันกับโขงสนใจ ดำบอกว่า โบราณว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง เมื่อจอกเจอผีเสียสติ ก็ต้องพาไปหาผีให้สติกลับคืนมา จันกับโขงฟังแล้วมองจอกอย่างมีความหวังขึ้นมา

ทั้งดำกับโขงพาจอกไปที่ป่าช้าในค่ำคืนนั้นเลย หลอกให้จอกร้องลิเกเพลินใจอยู่ในป่าช้าแล้วพากันหลบออกไป

ฝ่ายขาบกับมั่นถือจอบเข้าไปขุดหลุมหาศพกาหลงจนเหนื่อยหอบก็ไม่เจอ จนตะวันจะลับทุ่ง มั่นบอกว่าได้เวลาผีออกหากินแล้ว พลันก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนแว่วมา ทั้งสองมองหน้ากันทิ้งจอบวิ่งหนีตัวใครตัวมัน

แต่พอกลับถึงเรือนช่วง โชติโยนจอบใส่ทั้งสองคนตวาดด่า

“ไอ้ตาขาว รนหาเคราะห์ กลับไปขุดหาซากกาหลงจนกว่าจะเจอ!”

มั่นกับขาบบอกว่าขุดหาทุกหลุมแล้ว และนี่ก็ดึกโขแล้วด้วย ถูกโชติตวาด “ข้าสั่งให้ไปก็ไปสิวะ!”

“ไม่ต้อง! เสียเพลามากนักแล้ว เห็นทีข้าจำต้องเรียกมันออกมาถามเอง” โชติรีบถามว่าจะให้พวกตนช่วยยังไงบ้าง “พวกเอ็งอยู่บนเรือน ไม่ต้องยุ่งกับพิธีของข้า ข้ากับไอ้ยาวปราบมันได้”

แล้วอาจารย์สักกับยาวก็ไปที่ศาลาร้าง จุดเทียนไว้รอบศาลา อาจารย์สักเข้าไปยืนในวงล้อมแสงเทียนพร้อมทำพิธีกรรมเรียกผีกาหลง

ooooooo

จันรับหน้าที่ทำผีหลอกจอก โขงบอกให้ถอดพระออกก่อน จันไม่ยอมถอดอ้างว่าเป็นพระแทนใจขาวสั่งให้ใส่ติดตัวไว้

“ผีที่ไหนใส่พระล่ะ” ดำทำเสียงรำคาญ จันจึงจำต้องถอดสร้อยพระออก แล้วร้องลิเกเดินไปในป่าช้า

แต่เดินหาจอกไม่เจอ มีลมพัดวูบใหญ่พร้อมเสียงหมาหอน จันรีบร้องเรียกจอกพลางเดินตามหาใจคอไม่ดี

ขณะอาจารย์สักบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณกาหลงนั้น เกิดลมพัดแรงจนประตูเรือนกาหลงเปิดผาง!

ไม่นาน  ผีกาหลงก็มาหา  อาจารย์สักจ้องผีกาหลงเขม็ง

“ข้าไม่มีเรื่องหมางใจเอ็ง กลับไปซะ!” ผีกาหลงเอ่ย อาจารย์สักอ้างว่าเรามีแค้นหนักต้องสะสางเพราะผีกาหลงฆ่าน้องชายตนตาย ผีกาหลงโต้ว่า “มันทำร้ายข้า มันต้องเป็นไปตามเวร!”

“เอ็งอ้างเวรกรรม สิ่งที่เอ็งทำมันก็เป็นกรรมเวร...ข้านี่แหละจะเป็นพญายมมาเด็ดดวงวิญญาณเอ็ง!!”

อาจารย์สักหยิบหุ่นดินเหนียวสีดำขึ้นมาบริกรรมคาถา แล้วเป่ามนต์ออกไป ลมพัดวูบใหญ่ ผีกาหลงมองไปรอบๆไม่เจออะไร พริบตาเดียวก็ปรากฏร่างผีพรายสองตัว พุ่งเข้ามาจับผีกาหลงไว้

“ปล่อย...ปล่อยข้า!”

ผีพรายสองตัวบีบคอกาหลง ในขณะที่อาจารย์สักเร่งบริกรรมคาถา ผีพรายยิ่งบีบคอผีกาหลงแน่นขึ้น... แน่นขึ้นจนผีกาหลงทรุดตัวลง...

ooooooo

เมื่อดำกับโขงหลอกพาจอกมาทิ้งไว้ที่ป่าช้าหมายให้จันแต่งเป็นผีมาหลอก แต่พอดำกับโขงไปเจอจันแล้วพากันกลับมาที่ป่าช้าปรากฏว่าจอกหายไปแล้ว

ที่ศาลาร้าง อาจารย์สักเร่งทำพิธีปลุกผีพรายมาเล่นงานกาหลง ถูกกาหลงใช้มือแทงเข้าไปในดวงตาผีพรายแล้วกระชากร่างผีพรายที่บีบคอตัวเองออก พริบตานั้น หุ่นดินเหนียวในมืออาจารย์สักก็แตกกระจาย อาจารย์สักตระหนักว่ากาหลงมีฤทธิ์มาก

กาหลงสยายผมไปยังปะรำพิธี อาจารย์สักหยิบดาบบริกรรมคาถาแล้วส่งให้ยาวไปจัดการ ยาวใช้ดาบฟันเส้นผมของกาหลงที่สยายมาที่ปะรำ เส้นผมขาดร่วง ยาวลำพองใจว่าตนกำราบกาหลงได้ แต่พอกาหลงจ้องยาวเท่านั้น เส้นผมที่ขาดก็เลื้อยไปพันขา พันตัวรัดคอกระทั่งไหลเข้าไปในปาก สุดท้ายยาวก็แน่นิ่งไป

พอยาวตาย เส้นผมก็สลายหายไปทันที อาจารย์สักหยิบสายสิญจน์บริกรรมคาถาปาใส่ร่างกาหลง สายสิญจน์พันร่างกาหลงทันที อาจารย์สักหยิบดาบยาวลงอาคมตรงไปยังร่างกาหลงที่ฟุบอยู่กับพื้น

“เอ็งต้องตายซ้ำซากด้วยดาบอาคมข้า!!”

จอกที่หนีจากป่าช้าร้องลิเกตามหานางฟ้ามาถึงศาลาร้าง เห็นอาจารย์สักกำลังจะฟันกาหลงก็ร้องห้าม

“หยุดนะไอ้โจรป่า ชิชะมาทำร้ายนางฟ้า!”

อาจารย์สักชะงักไล่ตะเพิดจอก แต่จอกที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพบุตรเข้าปกป้องนางฟ้า ไล่อาจารย์สักให้ออกจากวิมานของตนไปลงนรกเสีย

ขณะอาจารย์สักกำลังโต้เถียงกับเทพบุตรจอกนั่นเอง เสียงโขงกับดำที่เดินหาและร้องเรียกจอกก็แว่วมา

“ไอ้จอก...เอ็งอยู่ไหน??”

อาจารย์สักรู้ว่ามีคนมาจึงตัดสินใจถอยออกไป เทพบุตรจอกดีใจหันไปหานางฟ้า  แต่พอเห็นหน้านางฟ้าคือกาหลงเท่านั้น อาการบ้าก็กำเริบทันที วิ่งเตลิดร้องลั่น “อย่า! ข้ากลัวแล้วววว...”

ดำกับโขงได้ยินเสียงจอกจึงวิ่งมา เห็นคนนอนคว่ำอยู่นึกว่าจอก พอจับพลิกขึ้นมาก็ผงะเมื่อกลายเป็นยาวที่มีเลือดทะลักออกจากจมูกกับปาก ดำกับโขงตกใจไม่รู้ว่าจอกหายไปไหน

กาหลงพยายามวิ่งตามจอก บอกว่าไม่ต้องกลัวตนมาดี มาขอบใจที่จอกช่วยตนไว้ แต่จอกตกใจกลัววิ่งหนีจนเป็นลมไปแล้ว

จันร้องเรียกจอกมาตามทาง เห็นกาหลงจากด้านหลังจึงวิ่งเข้าไปหา แต่พอกาหลงรู้ว่าจันมาก็หายไปทันที จันมาถึงเจอแต่จอกนอนเป็นลมอยู่ จับเขย่าถาม “ไอ้จอก...เอ็งเป็นอะไร??”

กาหลงกลับไปเรือน ร้องไห้ดีใจที่รอด ได้กลับมาอยู่กับไม้อีกครั้ง ไม้รู้สึกตัวถามว่าร้องไห้ทำไม กาหลงปดว่าตนฝันร้าย ไม้ผู้ไม่เฉลียวใจเลยสักนิด ปลอบใจกาหลงว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีไม่ต้องกลัว ตนอยู่ด้วยจะปกป้องกาหลงเอง แล้วกอดกาหลงหลับไป

ooooooo

เช้านี้พุดจีบเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตจะไปถวาย พระที่วัด บอกแม่อิ่มว่าอยากไปทำบุญกรวดน้ำให้บรรพบุรุษและดวงวิญญาณที่เรายังมีห่วง หวังใจให้เขาไปสู่สุคติ

ในใจพุดจีบนั้น ตั้งใจทำให้กาหลงแต่ไม่กล้าบอก แม่อิ่ม

เช้าวันเดียวกัน ไม้ชวนกาหลงไปวัด บอกว่ากาหลงฝันร้าย ไปทำบุญจะได้ช่วยให้ใจสงบลงบ้าง กาหลงไม่กล้าปฏิเสธ จำต้องไปกับไม้

พอไปถึงเขตวัด กาหลงใจไม่อยู่กับตัวกลัวเข้าวัดไม่ได้ แต่แล้วกาหลงก็ก้าวเข้าวัดได้ ไม้จึงชวนเข้าไปถวายเพลกัน

ภายในโบสถ์ พุดจีบยกมือไหว้หลวงพ่อเอาน้ำในถ้วยกรวดน้ำออกไปเพื่อรดต้นไม้ สวนกับจันที่เดินเข้ามากราบหลวงพ่อ นิมนต์ท่านไปช่วยรดน้ำมนต์ไล่ผีให้จอกด้วย พวกตนเหลือจะช่วยแล้ว ตอนนี้จอกยังนอนสิ้นสติสมประดีอยู่ ทั้งโขงทั้งดำต่างบอกว่าบ้านเรามีผี พักนี้มีคนตายไม่เว้นวัน เมื่อคืนก็เห็นใครไม่รู้นอนตายที่ป่าช้า

“หลวงพ่อต้องสวดบุญกลางบ้าน สะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคลนะเจ้าคะ” จันกราบหลวงพ่อ

แม้หลวงพ่อจะบอกว่าท่านไม่ใช่หมอผี แต่เมื่อท่านมองไปที่ประตูโบสถ์รับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ บอกให้ทุกคนตามท่านออกไปที่หน้าโบสถ์...ไม้เร่งกาหลงให้รีบเข้าโบสถ์เพราะหลวงพ่ออยู่ในนั้น กาหลงหาทางเลี่ยงขอไปเยี่ยมจอกก่อนแล้วจะรีบตามเข้าไป พอดีหลวงพ่อพาชาวบ้านเดินมาถึงหน้าโบสถ์ ถามไม้ว่ากาหลงไปไหนเสียเล่า? ไม้บอกว่ากาหลงไปเยี่ยมจอก

“หลวงพ่อออกมาทำไมเจ้าคะ ไอ้ดำบอกว่าหลวงพ่อเห็นผี” จันถาม ไม้ติงว่ากลางวันแสกๆจะมีผีได้อย่างไร “มันก็ไม่แน่นะเออ ผัวข้ามันเคยบอก ผีตนใดมีพลังแรงกล้าไปไหนมาไหนได้เหมือนอย่างคน”

“เรื่องเล่าทั้งเพ ฉันโตมากับวัด เห็นศพมานับร้อย ไม่เคยพบผีสักตัว” ไม้ไม่เชื่อ

“บุญของคนเราไม่เท่ากัน” หลวงพ่อแทรกขึ้น แล้วบอกให้ทุกคนตามท่านไป

ooooooo

กาหลงเดินมาเห็นพุดจีบกำลังนั่งเอาน้ำในถ้วยกรวดน้ำรดต้นไม้ หยุดมองอย่างแปลกใจ พุดจีบหันมาทัก เห็นกาหลงทำหน้านิ่งคิดว่าคงยังไม่หายเคืองตน จึงเดินผ่านไป แต่กาหลงกลับเอ่ยขึ้นว่า

“ขอบใจเอ็งมากที่ช่วยข้า”

พุดจีบบอกว่าสิ่งที่ตนทำไปแล้วก็คงได้เพียงต่อลมหายใจนิดเดียว แต่ท้ายสุดกาหลงยื้อธรรมชาติไม่ได้หรอก กาหลงชักสีหน้าถามว่าพุดจีบหวังดีหรือหวังให้ตนจากไปกันแน่

“หากฉันเลือกได้ ฉันอยากให้กาหลงจากไป...ไปในที่ต้องไป อยู่ในที่ควรอยู่” กาหลงสวนเสียงแข็งว่า ตนไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่ที่นี่! “ฉันคงห้ามอะไรไม่ได้แน่แท้ นอกจากฉันส่งบุญสืบไป ตัวกาหลงเองก็ต้องหมั่นสร้างบุญ ลดละบาปเสียเถิด เมื่อใดที่บุญหมด...เมื่อนั้นทุกอย่างก็จะยืนไปตามกรรมของมัน” พูดแล้วพุดจีบเดินจากไป

คำพูดของพุดจีบที่ว่า “ไม่มีอะไรฝืนธรรมชาติได้” ทำให้กาหลงกังวลใจ เพราะรู้ดีว่าร่างกายตนอ่อนแอลงทุกวัน ตัดใจเดินไปตามหาไม้เพื่อชวนกลับเรือน เดินผ่านร่างจอกไปไม่เห็น แต่พอกาหลงเดินผ่านไป จอกก็ผวาเฮือกดีดตัวขึ้น หายจากบ้าเป็นปลิดทิ้งร้องหาโขงกับดำทันที

ooooooo

หลวงพ่อพาบรรดาญาติโยมไปที่พระพุทธรูปปางปรินิพพาน หยุดตรงพระพุทธรูป ถามชาวบ้านว่า

“พวกโยมกลัวตายไหม” ทุกคนตอบว่ากลัว

หลวงพ่อถามอีกว่าแล้วหนีความตายได้ไหม ทุกคนตอบว่าไม่ได้ ท่านถามอีกว่า เมื่อหนีไม่ได้แล้วกลัวทำไมเพราะ

“สรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป การแตกดับเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อไม่ยอมรับความธรรมดาก็ต้องฝืน จึงเป็นทุกข์ โศก เศร้า”

กาหลงเดินตามหาไม้มายืนฟังอยู่ รู้ซึ้งในคำสอนของหลวงพ่อ กับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ขณะนี้ จนน้ำตาไหล...

“ในเมื่อเรารู้ว่าเราฝืนไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับและปล่อยวาง ปล่อยกาย ปล่อยใจ ไม่มีอะไรที่เป็นของกู ตัวกู มันคือสัจธรรมชีวิต” หลวงพ่อเทศน์ต่อ

“สาธุ สาธุ สาธุ” ชาวบ้านยกมือท่วมหัว กาหลงก็ยกมือท่วมหัวแล้วเดินร้องไห้ออกไป

ไม้เห็นกาหลงเดินไปจึงรีบตาม หลวงพ่อมองตามไปด้วยความหวังว่า กาหลงจะเข้าใจและปล่อยวาง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:11 น.