ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผู้ใหญ่ช่วงขวัญหนีดีฝ่อกลับถึงเรือนก็สั่งให้เอาสายสิญจน์ล้อมเรือนไว้ ประกาศห้ามใครลงเรือนไปไหน

เช้านี้ อบเชยเห็นโชติกำลังจะลงจากเรือน ถามว่าจะไปไหน พ่อสั่งห้ามลงเรือน ไม่กลัวผีกาหลงหักคอรึ?

“มันไม่ได้กินเสียล่ะ กล้าลองดีก็เอาสิ  หากตะวันกลาง กบาลเท่านี้มันยังกล้ามาเล่นงาน ข้าจะตะโกนให้ชาวบ้าน มาล้อมจับมัน”

อบเชยคิดอะไรบางอย่าง บอกเผื่อนกับงามว่าจะไป ผลัดผ้า ให้ทั้งสองลงเรือนไปกับตน

กาหลงนั่งเด็ดกลีบบัวลอยน้ำไปเหมือนทำใจ ยอมรับความจริงได้แล้วว่าทุกอย่างล้วนผ่านไปไม่หวนคืนมา...

ไม้เดินมามองกลีบบัวที่ลอยน้ำไป เอ่ยอย่างมีความสุขในความรักของตนที่มีต่อกาหลงว่า

“สายน้ำย่อมไหลผ่านไปดังกาลเวลาไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ มีแต่ใจพี่คนนี้เท่านั้น ที่จะกลับมาหากาหลงทุกเช้า...เย็น”

ไม้ก้มจูบกาหลงอย่างแสนรัก เลื่อนลงมาเอาหูแนบท้องกาหลง บอกว่าอยากฟังเสียงลูก กาหลงฟังแล้วสะเทือนใจ  บอกไม้ว่าตนยังไม่ได้ตั้งท้อง กระนั้นไม้ก็มีความหวังว่าวันนี้ยัง แต่ใช่ว่าวันหน้าจะไม่ พูดอย่างมี ความสุขว่า

“ถ้าเป็นลูกชาย พี่จะตั้งชื่อว่ามิ่ง หากเป็นลูกหญิง พี่จะตั้งชื่อว่า...ขวัญ ลูกของเราจะเป็นมิ่งขวัญของพ่อแม่ จะดูแลพวกเรายามแก่เฒ่า” กาหลงถามว่าถ้าตนไม่มีลูก ไม้จะยังรักไหม “กาหลงก็ต้องมีลูกสิ มัวคุยอยู่อย่างนี้จะมีลูกได้ยังไง”

กาหลงย้ำอย่างหวาดหวั่นว่าตนพูดจริงๆ แต่ไม้ก็ยืนยันขันแข็งว่า

“พี่ก็รอได้”กาหลงถามว่าจะรอทั้งชีวิตเชียวหรือ?“มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของพี่กับกาหลง แต่ขอให้กาหลงอุ่นใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็รักกาหลงไม่เสื่อมคลาย”

กาหลงสวมกอดไม้ด้วยความรักและซาบซึ้ง ไม้กอดกาหลงไว้แนบแน่น

โชติเดินมาเห็น หยุดจ้องภาพนั้นอย่างเกลียดชังไม้เข้ากระดูกดำ!

ooooooo

ที่เรือนพุดจีบ แม่อิ่มยังเคืองพุดจีบที่ขัดใจเรื่องโชติ วันนี้ก็ออกจากบ้านไปแต่เช้า นวลบอกว่าแม่อิ่มไปเยี่ยมญาติที่วิเศษไชยชาญตั้งแต่ก่อนตะวันขึ้นแล้ว

“แม่ไปไม่บอกฉันสักคำ...แม่คงน้อยใจที่ฉันไม่ยอมร่วมหอกับพี่โชติ” พุดจีบไม่สบายใจ

“นวลเคยได้ยินท่านเปรยไว้ ว่าชีวิตท่านมีแต่แก่เฒ่า อยากอุ้มหลาน หากมีโชคได้หลานชาย ขอเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์เจ้าค่ะ” นวลยกคำแม่อิ่มมาเอ่ย พุดจีบฟังแล้วเศร้า นวลคลานเข้ามาใกล้ทำใจกล้าพูดต่อ “พ่อโชติก็เลวร้ายเกินกำลัง เว้นเสียแต่คุณพุดจีบจะยอมเป็นสองรองจากแม่กาหลง แม่นายถึงจะจนใจร้องขอ”

“พี่นวล!” พุดจีบหน้าตึงเสียงแข็ง จนนวลหน้าเจื่อน พูดออกตัวอย่างรู้สึกผิดว่า...

“นวลขอโทษเจ้าค่ะ อย่าเอาไปคิดให้หนักขมอง คิดเสียว่าเป็นเสียงนกเสียงกาเจ้าค่ะ”

พุดจีบนิ่งคิดอะไรบางอย่าง แม้จะขัดใจแต่ก็สับสนในข้อสะกิดของนวล...

ที่บริเวณริมบึง...กาหลงกอดไม้ถามสิ่งที่หวาดหวั่นว่า ไม้คิดจะเลื่อนฐานะตนเป็นเมียเอกแล้วปันใจให้หญิงใดหรือไม่? ไม้มองกาหลงอึ้ง ในขณะที่กาหลงมองไม้เต็มตารอฟังคำตอบ จนไม้บอกว่าตนไม่เคยมีใจให้ใคร

“แล้วพี่เคยเผลอใจให้พุดจีบสักครั้งไหม” กาหลงถามสิ่งที่ค้างคาใจ โดยไม่รู้ว่าพุดจีบมายืนฟังอยู่เงียบๆ

“พี่ยอมรับว่าพุดจีบเป็นผู้หญิงสวย กิริยาสมกุลสตรี เป็นที่หมายปองของชาย แต่พี่กลับรักและเอ็นดูเสมือนน้อง...พี่รักและสงสารที่พุดจีบต้องกำพร้าพ่อ ไม่มีใครคอยปกป้องดูแล พี่ไม่เคยคิดเป็นอื่น” ชี้แจงแล้วเอะใจถาม “กาหลงหึงพี่?”

กาหลงยอมรับว่าหึงผู้หญิงทุกคนที่ใกล้ไม้เพราะกลัวเสียเขาไป  ไม้ถามว่ากาหลงมีอะไรด้อยกว่าหญิงอื่นหรือ?

“แม้นได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกัน ฉันก็อดหวั่นใจ กลัวพี่พาใครเข้ามาอยู่เรือนอีก” กาหลงเลี่ยงที่จะพูดสภาพความจริงของตน  ไม้ฟังแล้วมองหน้ากาหลงตำหนิอย่างผิดหวังเสียใจว่า

“เอ็งดูถูกใจพี่มากไปแล้วกาหลง พี่เคยพูดคำไหนก็ยังมั่นในคำ...พี่รักเอ็งและจะรักตราบลมหายใจสุดท้ายของพี่”

กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ไม้จูบกาหลง ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอย่างซาบซึ้ง

พุดจีบเดินหนีไปอย่างสะเทือนใจ โชติเห็นพุดจีบมาฟังไม้กับกาหลง ก็รีบเดินตามไปอย่างกระหยิ่มใจ

ooooooo

โชติเร่งเดินไปดักพุดจีบที่ชายป่า หว่านล้อมให้พุดจีบตัดใจจากไม้เสีย หันมาชายตาแลตนที่เป็นโสดดีกว่าไม้ทุกข้อ แล้วถามว่า

“รึชอบช่วงชิงแย่งรักถึงจะอิ่มใจ อย่างกะสัญชาติจระเข้วิมาลา” พุดจีบปรามว่าอย่าดูถูกน้ำใจ ตนไม่เคยคิดแย่งใคร “งั้นก็ปลงใจกับพี่” พูดแล้วจู่โจมเข้าจับมือพุดจีบทันที

“หากต้องร่วมหอลงโรงกับพี่ ฉันขอเป็นเมียสองรองคนอื่นดีกว่าเป็นเมียเดียวในใจพี่” พุดจีบสะบัดมืออย่างแรง โชติตวาดถามว่าตนเลวนักรึ! “คนดีเขาไม่ทะยานใจคิดร้ายไม่เลิกรา แม้นได้ชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณ!!”

“พุดจีบพูดถึงใคร? พุดจีบแจ้งใจใช่ไหมว่ากาหลงตายแล้ว” โชติตกใจที่พุดจีบรู้ว่าตนอาฆาตผีกาหลง

พุดจีบรีบเดินหนีไปเพราะไม่อยากให้โชติรู้ว่าตนรู้เรื่องกาหลง แต่โชติไม่ยอมเลิก ตามไปจับมือไว้จะให้พุดจีบตอบให้ได้ว่ากาหลงตายแล้ว เมื่อพุดจีบไม่ยอมพูด โชติใช้กำลังเข้าปล้ำทันที พุดจีบตกใจดิ้นสุดแรง ตะโกนขอความช่วยเหลือ

อบเชยเดินผ่านมาได้ยินเสียงพุดจีบร้องขอความช่วยเหลือจึงเร่งบ่ายหน้าไปทางนั้น เผื่อนกับงามตาม ไปกลัวๆ

อบเชยตามเสียงไปเห็นโชติกำลังอุ้มพุดจีบเข้าไปในป่า พุดจีบเห็นอบเชยยืนมองอยู่ก็พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่อบเชยยืนเฉย ส่วนโชติเหลือบเห็นอบเชยก็ชะงักไปนิดหนึ่งที่มารู้ว่าตนจะปล้ำขืนใจพุดจีบ

เผื่อนกับงามตามมาถึงถามว่าเสียงใครร้อง อบเชยบอกว่าเผื่อนกับงามหูฝาดไปเองไม่มีใครร้องทั้งนั้น บอกให้กลับกันได้แล้ว พูดแล้วเดินนำไปเลย เผื่อนกับงามจ้ำอ้าวตามแทบไม่ทัน

โชติพอใจที่อบเชยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ยิ่งเหิมเกริม อุ้มพุดจีบเดินไปหลังต้นไม้ในป่าทันที

พุดจีบต่อสู้สุดชีวิต ขณะกำลังจะเข้าตาจน  ไม้ก็มากระชากโชติออกมา โชติต่อสู้ไม่ถึงยกก็วิ่งหนี ไม้จะตาม พุดจีบร้องบอกอย่างตระหนก

“พี่ไม้ช่วยฉันด้วย”

ไม้รู้ว่าเสื้อผ้าและสไบของพุดจีบถูกโชติกระชากฉีกขาดหมด จึงหันกลับมาถอดเสื้อให้พุดจีบใส่

แต่โชคร้าย! ยายมากับตาสรมาเห็นเข้า ยายมาพูดอย่างไม่พอใจว่าพุดจีบเล่นชู้กับไม้ลบหน้ากาหลงเกินไป ตนยอมไม่ได้ เร่งให้ไปบอกกาหลง ตาสรติงว่า เรื่องผัวๆเมียๆชู้ๆ มันจะดีรึ แต่กลับเป็นฝ่ายลากยายมาหัวทิ่มหัวตำออกไป

ooooooo

อบเชยวิ่งมาเจอกาหลงยืนรอไม้อยู่ ตกใจวิ่งหนีไปอีกทาง กาหลงเอะใจว่าอบเชยคิดก่อเรื่องอะไรอีก

พอกาหลงไล่ทัน อบเชยก็รีบก้มกราบกาหลงสารภาพเสียงสั่น

“ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดี ทำอัปรีย์บัดสี สารพัดจะพรรณนา ฉันถึงต้องมากราบขอโทษที่พลั้ง  ให้อภัยฉันด้วยเถอะ” กาหลงถามว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าอบเชยจะไม่ตลบตะแลงแกล้งทำดี “หากฉันไม่จริงใจ เจตนาร้าย ขอให้ฉันตายเป็นแน่แท้ทีเดียว...ให้ตายโหงตายห่าไปเสีย!!”

“แล้วพ่อกับพี่ชายเอ็งจะยอมรามือกับข้าหรือไม่?”

“ฉันรับปากได้ไม่เต็มคำ แต่ฉันจะหว่านล้อมให้พ่อกับพี่โชติเลิกแล้วต่อกัน เชื่อฉันเถอะ ฉันตรึกตรองคิดแล้วพวกฉันหมดหนทางจะสู้เอาชนะ...” อบเชยจะพูดว่าเอาชนะผีแต่ยั้งปากไว้ทันเปลี่ยนเป็น “เอาชนะแม่กาหลง ฉันแม่นใจแล้วว่า กาหลงรักและหวงพี่ไม้มากเพียงใด ฉันจะขอเป็นหูเป็นตา ไม่ให้ใครกล้ำกรายช่วงชิงพี่ไม้”

“ข้าลงใจยอมอ่อนข้อให้อภัยเอ็ง แต่จะให้ไว้เนื้อเชื่อ ใจอย่าได้หวัง!” พูดแล้วกาหลงผละไป อบเชยตะโกนตามว่า

“แล้วฉันจะใช้ความดีพิสูจน์ให้กาหลงเห็นความจริงใจของฉัน”

ขณะอบเชยกับเผื่อนและงามจ้ำผ่านทุ่งนานั่นเอง เจอกับยายมาตาสรที่กำลังเดินอ้าวจะไปบอกกาหลงเรื่องไม้กับพุดจีบ ก็พูดกันว่า พวกนี้วิ่งอย่างกับหนีผีมา ยายมาเห็นกาหลงกะเข้าไปบอกเรื่องไม้กับพุดจีบ ถูกตาสรสะกิดเลยชะงักอ้ำอึ้ง

“ถ้าน้าไม่มีอะไรจะพูดก็หลีกทาง ฉันจะกลับเรือนไปหาพี่ไม้” กาหลงบอก

“ไอ้ไม้ไม่อยู่เรือนหรอก มันกกกอดพุดจีบที่ชายป่าโน่น” ยายมากับตาสรโพล่งออกไปพร้อมกัน กาหลงปรามให้หยุดปรักปรำไม้กับพุดจีบเสียที ยายมากับตาสรเลยเล่ากันอย่างออกรสว่า

“ข้าพูดความจริง ข้าเห็นกับตา ไอ้ไม้ขยี้ขยำจนสไบพุดจีบขาดกระจุยกระจายผมเผ้ากระเจิง”

“ไอ้ไม้ก็เลยถอดเสื้อของตัวให้พุดจีบใส่”

กาหลงติงว่ามันอาจจะเป็นเหตุอื่นก็ได้ ทั้งยายมากับตาสรยิ่งย้ำยืนยัน ยายมาเตือนกาหลงว่า

“เอ็งก็พูดไป เอ็งจะทำนิ่งเฉยให้พุดจีบแย่งผัวไปได้รึ ข้าล่ะสังหรณ์ใจมานานแท้ที่เห็นพุดจีบสนิทชิดเชื้อกับไอ้ไม้ว่าสักวันนึงจะต้อง...หรือนี่อาจมิใช่มื้อแรกด้วย”

ooooooo

ฟังยายมากับตาสรแล้ว กาหลงลิ่วไปที่ชายป่าราวกับพายุ!

ที่ชายป่า ไม้ถอดเสื้อตัวเองให้พุดจีบใส่ กอดปลอบพุดจีบที่ร้องไห้อย่างตระหนก บอกให้รีบกลับเรือนเสีย พุดจีบถามว่าแล้วไม้จะไปไหน

“พี่จะไปสะสางคดีให้เอ็ง หากปล่อยไว้มันจะเฉไฉไม่รับผิด พี่จะต้องเอามันมาลงโทษประจานให้รู้กันทั้งบาง!!” พูดแล้วไม้วิ่งไปดึงมีดที่โชติปาใส่ไม้แต่พลาดไปปักที่ต้นไม้ ถือมีดวิ่งออกไปทันที

“กาหลง...” พุดจีบร้องเรียกดีใจที่เห็นกาหลงมา แต่กาหลงปราดเข้าไปตบฉาดใหญ่ตวาดด่า

“เอ็งแย่งผัวข้า!! ทำไมถึงหักหลังข้า ข้าไว้ใจเชื่อใจแต่เพื่อนรักก็มาทำกันได้!” พุดจีบบอกว่ากาหลงเข้าใจผิด “ไม่ต้องแก้ตัว ข้าไม่ได้โง่ แล้วนี่มันคืออะไร” กาหลงหยิบสไบของพุดจีบขึ้นมาถาม “ถอดสไบล่อใจพี่ไม้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันถึงพริกถึงขิง สไบขาดก็เอาเสื้อพี่ไม้มาใส่”

กาหลงกระชากเสื้อของไม้ที่พุดจีบใส่อยู่จนพุดจีบล้ม กระนั้นพุดจีบก็ยังพยายามชี้แจงว่า

“พาลไปกันใหญ่แล้ว ฉันกับพี่ไม้ไม่ได้ทำอะไรบัดสี ฉันถูกพี่โชติจะขืนใจ พี่ไม้มาช่วยไว้”

“หึๆ  อีกแล้วเหรอ!  มื้อก่อนก็อ้างว่ากลัวขุนหวาด ตกใจวิ่งหนีซบอกพี่ไม้ มื้อนี้ก็พาลว่าไอ้โชติเล่นงาน แล้วมื้อหน้าจะเป็นใครอีกข้าอยากรู้นัก ทำไมต้องเป็นพี่ไม้ เป็นอ้อมอกของชายอื่นไม่ได้รึไง! แล้วถ้าเรื่องไอ้โชติขืนใจ ก็น่าจะให้มันได้สมหวัง ยอมตกเป็นเมียมันจะได้เลิกยุ่งกับผัวข้าสักที!!”

พุดจีบถูกต่อว่าอย่างรุนแรงทั้งที่ไม่เป็นความจริง ทั้งน้อยใจ เสียใจและโกรธจนโพล่งออกไปว่า

“กาหลงนั่นสิที่ต้องเลิกยุ่งกับพี่ไม้ รู้ตัวว่าเป็นผีก็อยู่ส่วนผี!” กาหลงผงะตบหน้าพุดจีบเต็มแรง พุดจีบโกรธจนระเบิดความอัดอั้นว่า “นี่คงเป็นสันดานผี รังแต่ใช้กำลังทำร้ายคน ไม่มีจิตคิดไตร่ตรองแยกแยะดีชั่ว มัวเมาในอารมณ์!”

กาหลงไม่พอใจตบหน้าพุดจีบอีกฉาด แต่คราวนี้ถูกพุดจีบตบกลับ พูดอย่างหมดความอดทนว่า

“อย่าคิดว่าฉันไม่สู้ ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีของฉัน พี่ไม้เป็นคน ฉันเป็นคน ฉันต่างหากที่คู่ควรจะใช้ชีวิตอยู่กินกับพี่ไม้ ได้ยินไหม! กาหลงเป็นผี ตายไปแล้วก็ไปเกิดใหม่ซะ!!”

พุดจีบตบกาหลงอีกฉาดใหญ่จนกาหลงทรุด กาหลงจ้องจิก เกิดลมพัดวูบใหญ่ พุดจีบผงะถอยหลัง เมื่อเห็นกาหลงลุกขึ้นผมสยายน่ากลัว คำรามแค้น

“ใครก็ตามที่คิดแย่งพี่ไม้จากข้า มันต้องตาย!”

ooooooo

ไม้เห็นโชติกำลังจะหนีไปจึงไล่ตามบอกให้ต้องไปสารภาพความชั่วกับทุกคน หากขัดขืนก็สู้กันให้รู้เป็นรู้ตาย จะใช้มีดของโชติเอาชีวิตเจ้าของ

ขณะไม้เดินเข้าหาโชตินั่นเอง สิงออกจากที่ซ่อนใช่ท่อนไม้หวดใส่จนไม้สลบ โชติด่าไม้ว่า

“เอ็งมันแส่หาที่ตาย” แล้วหยิบมีดที่ตกอยู่ข้างตัวไม้ พูดผยอง “มีดของข้ามีไว้ปลิดชีพศัตรูเท่านั้น” เงื้อมีดจะแทงไม้ พอดีเพชรเห็นตะโกนขึ้น

“ทำอะไรกันวะ!”

โชติเห็นมีคนมาจึงรีบเดินหนี สิงรีบตามไป เพชรเขม้นมองแต่เห็นไม่ชัด หันกลับมาพลิกร่างที่สลบขึ้นดูตกใจเมื่อเห็นเป็นไม้ เพชรรีบพาไม้กลับเรือน

แม่กลอยเรียกกาหลงให้เอากล้วยมากินไม่ทันจึงเอากล้วยมาให้ที่เรือน เห็นพื้นเรือนเปียกจึงช่วยเช็ด บ่นว่าปล่อยให้พื้นกระดานเปียกเดี๋ยวไม้ผุเรือนก็พัง

พอดีเพชรแบกไม้กลับมา บอกแม่กลอยว่าไม้โดนซุ่มทำร้าย แม่กลอยถามว่าแล้วกาหลงหายไปไหน เพชรบอกว่าไม่เห็น แม่กลอยบอกให้เพชรรีบพาไม้ไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสีย ตนจะไปหายาและตามกาหลงมาดูแลไม้ด้วย

ooooooo

กาหลงบีบคอพุดจีบหาว่าจะมาแย่งไม้ไปจากตน พุดจีบจะวิ่งหนีแต่ถูกกาหลงสยายเส้นผมรัดเท้าไว้ พอดีพุดจีบเห็นแม่กลอยจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ

แม่กลอยจำได้ว่าเป็นเสียงพุดจีบ แต่พอเดินมาก็เห็นแต่หลังกาหลงที่ยืนบังพุดจีบอยู่ รู้ว่าเป็นผู้หญิงผมยาวแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตะโกนถาม “ใครกัน?” กาหลงได้ยินเสียงแม่กลอยก็ตกใจผลักพุดจีบออกไปทางแม่กลอย

“พุดจีบ เอ็งเป็นอะไร? ใครทำร้ายเอ็ง” แม่กลอยรับร่างพุดจีบไว้ มองไปรอบตัวเห็นแต่พุดจีบเพียงคนเดียว ถามว่า “ใครกันจะฆ่าเอ็ง?”

“น้าจะสนใจทำไม น้าเองก็เคืองโกรธฉันที่ฉันเป็นลูกแม่...และฉันเป็นตัวปัญหาขวางเส้นทางรักชบา น้าก็อยากให้ฉันตายไม่ใช่หรือ?” พุดจีบไม่อยากบอกความจริง

“ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้น ต่อให้น้าไม่ถือญาติดีกับแม่เอ็ง ไม่ชอบหน้าเอ็ง น้าก็มีความเป็นคน พอที่จะเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน บอกน้ามา ผู้หญิงที่ทำร้ายพุดจีบเป็นใคร”

“หากฉันบอกน้าไป น้าจะเชื่อใจฉันไหม” แม่กลอยย้ำว่าให้พูดมาว่ามันเป็นใคร พุดจีบตัดสินใจบอกว่า “กาหลงทำร้ายฉัน!”

แม่กลอยไม่เชื่อ เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันจะทำร้ายกันได้อย่างไร พุดจีบชี้แจงว่ากาหลงเข้าใจผิดว่าตนเป็นชู้กับไม้ กาหลงบีบคอหมายฆ่าตน

“ข้าไม่เชื่อ กาหลงไม่เคยใจดำอำมหิต หากกาหลงทำอย่างนั้นก็ผิดวิสัยใจคน!” แม่กลอยฉุน

“กาหลงไม่ใช่คน กาหลงเป็นผี น้าไม่เห็นตัวกาหลงเพราะกาหลงหายตัวหนีไปแล้ว”

แม่กลอยตบหน้าพุดจีบฉาดใหญ่หาว่าพุดจีบใส่ความกาหลง

“ฉันพูดแต่ความจริงจ้ะ ฉันไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ แต่มันเหมือนตกนรก ถึงคราวแล้วที่น้าจะต้องแจ้งใจ...น้าจะได้ช่วยหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริงทุกข้อ ยอมละร่างไปเกิดใหม่”

ระหว่างโต้เถียงกันนั้น นวลที่จะมาตามพุดจีบไปกินอาหารเพราะตั้งสำรับไว้แล้วมาเห็นแม่กลอยตบตี

พุดจีบจึงเข้าปกป้องนาย ระหว่างนั้นพุดจีบยังพยายามบอกแม่กลอยว่ากาหลงเป็นผี ทำให้นวลรับรู้ด้วยความตกใจ แม่กลอยพาลเคืองนวลพุ่งเข้าตบอีกคน เลยกลายเป็นนวลตบตีกับแม่กลอยพัลวัน

พุดจีบพยายามห้ามไม่สำเร็จ เลยร้องบอกนวลว่าอยากกลับเรือน นวลจึงละจากแม่กลอยแต่ยังฝากไว้ว่ามื้อหน้าจะได้รู้ดำรู้แดงกันไป แม่กลอยก็ยังท้าเหยงๆ ไปตามประสา

แต่พอแม่กลอยสงบใจก็ให้คิดสงสัยสับสน ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครที่ทำร้ายพุดจีบ และกาหลงเป็นผีจริงหรือ!

ooooooo

กาหลงรับรู้ว่าไม้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบกลับเรือน เจอเพชรดูแลไม้อยู่ เพชรตกใจผงะ กาหลงถามเพชรว่าใครทำร้ายไม้ เพชรถอยห่างตอบหวาดๆว่า

“ฉันไม่รู้จ้ะ ฉันเข้าไปพวกมันก็หนีแล้ว พี่ไม้แค่สลบไป ฉันให้กินยาแล้ว” เล่าแล้ว เพชรรีบลากลับ

“เดี๋ยวก่อน” เพชรผงะ กาหลงชวนว่า “ข้าขอบใจเอ็งมาก เอ็งอยู่กินข้าวด้วยกัน ข้าจะหุงข้าวทำแกงให้กิน”

“ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีฉันหุงข้าวทำแกงไว้เต็มหม้อไว้มื้อหน้าน่ะจ้ะ ฉันลาล่ะจ้ะ” พูดแล้วรีบย่องลงเรือนไป

แต่พอหันกลับมองเข้าไปในเรือนอีกที เพชรเห็นกาหลงดูแลไม้อย่างห่วงใย บอกไม้ทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัวว่า

“พี่ไม้ต้องฟื้นขึ้นมานะจ๊ะ ฉันจะไม่ห่างกายจากพี่อีกแล้ว ฉันจะไม่ให้ใครทำร้ายพี่ไม้” กาหลงลูบไล้ไม้ด้วยความรัก

เพชรน้ำตาซึมด้วยความเห็นใจในความรักของกาหลงที่ต้องกลายเป็นผีมาดูแลชายคนรัก...

แต่พอไม้รู้สึกตัวก็เพ้อ “พุดจีบ...พี่อยู่กับเอ็งแล้ว... หยุดร้องเถอะ”

กาหลงดึงมือตัวเองออกมาด้วยความโกรธพุดจีบ ลงเรือนตรงไปเรือนพุดจีบ ต่อว่าด่าทอพุดจีบว่าปรนเปรอจนไม้ติดใจรสสวาทนอนสิ้นสติก็ยังเพ้อพกเรียกหา

พุดจีบตกใจบอกกาหลงว่า “กาหลงจะฆ่าแกงยังไงฉันก็ยอม หากคิดว่าฉันทรยศต่อกาหลง”

กาหลงจะบีบคอ พุดจีบหลับตาอย่างพร้อมรับสภาพ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอลืมตามองไปเห็นกาหลงในสภาพปกติ พุดจีบแปลกใจที่กาหลงไม่ทำร้ายตน

“เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราที่ผ่านมา ฉันจะลืมไปว่าเคยเกิดอะไรขึ้น”

“กาหลงฟังความฉันเถิด ผิดร้ายอะไรฉันก็ไม่มี”

“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว!! สิ่งที่ฉันเห็นตำตา พี่ไม้เองคงติดใจในรสสวาท นอนสิ้นสติก็ยังเพ้อพกเรียกชื่อเอ็ง!”

“กาหลงอย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ควรวางตัวให้ใจหนัก ระลึกถึงความรักที่เราเคยมีแต่หนหลัง กาหลงควรจะเชื่อใจในเพื่อนรักคนนี้”

“มันสิ้นความหมายกับฉันแล้ว ฉันมานี่เพื่อจะบอกให้แจ้งว่า หลังจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตของฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร อย่ามาระรานชีวิตฉันอีก หากเอ็งไม่ฟังคำห้าม เรือนนี้คงต้องเป็นที่ตายของเอ็ง!”

มาปรามตัดความเป็นเพื่อนกับพุดจีบแล้วกาหลงลงเรือนไปทันที พุดจีบได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้กาหลงเข้าใจตน...เดินตามไป ถูกกาหลงตวาดอย่ามายุ่งกับตน!

พุดจีบเจ็บช้ำน้ำใจว่าตนต้องเสียเพื่อนไปคราวนี้เพราะคนใจโฉด ลงเรือนไปหาโชติ นวลรีบตามไป

ผู้ใหญ่ช่วงถามว่าพุดจีบมาเอาดึกดื่นมีอะไรให้ช่วยเหลือ แต่พอพุดจีบเล่าให้ฟังและขอให้ผู้ใหญ่ลงโทษโชติ ก็ถูกโชติพรวดออกมาโพล่งว่า

“พุดจีบใส่ความฉันหนักไปแล้ว!”

“ไอ้โชติ เอ็งทำอะไร ยอมรับความจริงมาให้สิ้น” ผู้ใหญ่ทำเป็นปราม

“ฉันเป็นลูกผู้ชายที่กล้ารับความผิด แต่ฉันไม่สิ้นแต้มยอมรับในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ”

“แล้วเนื้อตัวเขียวคุณหนูช้ำมันเกิดจากน้ำมือใคร กัน” นวลทนไม่ได้ถามแทนพุดจีบ ถูกโชติโทษว่านวลทำร้ายนายตัวเองแล้วใส่ความตน พุดจีบถามว่าตนจะยอม เจ็บตัวไปเพื่ออะไรกัน “เพื่อหลีกหนีการร่วมหอกับฉัน จงใจให้น้าบุญอิ่มเกลียดฉัน จะได้สมอ้างไม่ต้องถูกจับแต่งอีก!”

โชติโทษไปทั่วแล้วทำเป็นตัดพ้อว่า

“พุดจีบไม่น่าเลย...ไม่รักไม่ชอบฉันก็พูดกันด้วยดี ใช่จะพาลให้ฉันเป็นผู้ร้าย”

แม่น้อยแอบฟังอยู่ทนไม่ได้ออกมาบอกให้โชติยอมรับความจริงเสีย โชติปากแข็ง แม่น้อยจึงให้ไปสาบานต่อหน้าองค์พระกัน ผู้ใหญ่รีบออกมาขวาง ยอมรับผิดแทนโชติ บอกพุดจีบว่า

“ฉันจะจัดพานธูปเทียนไปขอขมาให้เป็นเรื่อง แล้วแห่ขันหมากไปสู่ขอให้สมเกียรติ หนูพุดจีบคงไม่ขัด”

“ฉันไม่ได้หมายเรียกร้องความเห็นใจ เพียงมาแจ้งให้รู้ว่าฉันสิ้นศรัทธากับสันดานคนเลวทราม ฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรือเหยียบเรือนนี้อีกแม้แต่นิดเดียวให้ถือว่าความสัมพันธ์ที่ฉันและแม่เคยมีแต่หนหลัง เป็นอันจบสิ้นในคืนนี้!”

พุดจีบลงจากเรือนไปแล้ว อบเชยออกมามองพุดจีบแล้วหันมองไปทางพ่อกับพี่ชายอยากรู้ว่าพ่อจะทำอย่างไรกับโชติต่อไป

ooooooo

วันนี้ แม่กลอยไปเจอกาหลงที่ตลาดถามว่ามาหาซื้ออะไร กาหลงบอกว่าหาซื้อสมุนไพรเอาไปต้มยาหม้อให้ไม้

แม่กลอยถามว่าไม้ยังไม่ดีขึ้นหรือ กาหลงบอกว่าดีขึ้นแล้ว และรีบขอตัวไป แม่กลอยแอบเดินตามไปอย่างจับสังเกต กาหลงรู้ตัวหันถามว่าแม่ค้างคาใจอะไรจะคุยกับตนหรือ แม่กลอยบอกว่าไม่มี แต่แอบดู พอเห็นกาหลงมีเงาที่พื้นก็เบาใจ แต่พอแม่กลอยหันเดินไปเท่านั้น กาหลงก็ไม่มีเงาแล้ว

ที่ตลาดเดียวกันนี้ พุดจีบเจอกาหลงที่ซื้อสมุนไพรเสร็จและกำลังจะกลับ พุดจีบตรงไปทักทาย แต่กาหลงทำเป็นหูทวนลมเดินผ่านไปราวกับพุดจีบไม่มีตัวตน

อบเชยกับเผื่อนและงามเห็นเหตุการณ์นี้ อบเชยสะใจที่เพื่อนรักผิดใจกัน เร่งให้เผื่อนกับงามรีบซื้อของตนจะไปวัด

“คุณพระ!! คุณอบเชยเข้าวัด ฝนท่าจะตกห่าใหญ่” งามทำหน้าเหลือเชื่อ

ในโบสถ์ แม่น้อยมานั่งไหว้พระภาวนาอธิษฐานต่อหน้าพระประธาน...

“สิ่งใดที่ผัวและลูกของอิฉันได้ทำผิดพลาดไป ขอจงอโหสิกรรมด้วยเถอะเจ้าค่ะ ช่วยผ่อนคลายกรรมหนักให้เป็นเบาทุเลาลง...”

อบเชยเข้ามาถามว่า “แม่ขอพรพระ ลดกรรมให้พี่โชติงั้นรึ?”

แม่น้อยหันมองอบเชย คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน...ที่พุดจีบกับนวลมาหาผู้ใหญ่กลางดึก เมื่อพุดจีบกับนวลกลับไปแล้ว โชติก็โพล่งขึ้นว่า “ตัดขาดไปได้เลย ใช่ว่าบ้านนี้จะมีหญิงเดียวเสียเมื่อไหร่”

ผู้ใหญ่ช่วงเข้าไปต่อยจนโชติล้ม แม่น้อยรีบเข้าห้าม

“ไม่ต้องมาห้าม” ผู้ใหญ่ผลักแม่น้อยออกไป “มันหาเรื่องให้ฉันเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน พุดจีบมีทรัพย์สมบัติมากโข หากเอ็งได้มาเป็นเมีย เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน เอ็งมันไม่มีขมองคิด”

“หากพ่ออยากได้พุดจีบเป็นสะใภ้ ฉันจะไปดักฉุดมาทำเมีย พ่อเองก็เคยฉุดคร่าขืนใจแม่เหมือนกัน” โชติพูดหมายให้พ่อพอใจ กลับถูกต่อยล้มลงด่าว่าคิดได้แค่นี้หรือ! โชติไม่พอใจเถียงว่า

“ฉันทำนั่นไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ ฉันเคยมีอะไรดีในสายตาพ่อบ้าง?”

“แล้วที่เอ็งทำมันดีนักแล้วใช่ไหม นังกาหลงตายเป็นผีก็เพราะเอ็ง ข้าเกือบโดนมันหักคอตายก็เพราะเอ็ง เอ็งมันรังแต่เอาปัญหามาสุมหัวข้า!!”

“งั้นพ่อก็คอยดู ฉันนี่แหละจะเป็นคนฆ่านังกาหลงเอาศพนังกาหลงมาเผาผี!!” โชติประกาศแล้วเดินงุดๆ ไป

แม่น้อยคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ยกมือไหว้พระบอกอบเชยว่า......

“แม่ไหว้ขอพร ขอให้พ่อ ให้พี่และให้ลูก ลดการสร้างกรรมชั่ว ความทุกข์ที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน มันก็เป็นเวรกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต” อบเชยถามว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ? “ไม่ต้องสนใจรู้หรอก ปล่อยให้มันผ่านไป อบเชยลูกต้องหมั่นสะสมบุญ ละทิ้งความชั่วเถอะ”

แม่น้อยได้แต่ไหว้พระสวดมนต์หวังสะสมบุญช่วยลูกผัว ในขณะที่อบเชยก็ยังติดใจไม่หายว่ามีเรื่องอะไรกัน?

ooooooo

ไม้รู้สึกตัวเองดีขึ้นจึงลงจากเรือน มาเจอแม่กลอยเข้าพอดี แม่กลอยยื่นขวดน้ำมันให้ไปนวดคลายเส้น ถามว่า

“ไปเกะกะระรานใครเข้าถึงได้โดนฟาดสลบไสล” ไม้บอกว่าตนไปช่วยพุดจีบ พุดจีบโดน.... แม่กลอยได้ยินชื่อพุดจีบก็ทนฟังไม่ได้ขัดขึ้นว่า “ไม่ต้องสาธยาย ข้าไม่อยากฟังความหรือเชื่อคำนังพุดจีบ มาหาเอ็งก็เรื่องนี้ หากเอ็งนับถือข้าเป็นแม่ยายก็เลิกยุ่งกับนังพุดจีบ”

ไม้งง ถามว่าแม่กลอยไม่ชอบหน้าแม่อิ่ม แต่พุดจีบ ดีกับกาหลง ถูกแม่กลอยสวนทันควันว่า

“คนดีต่อกันไม่ว่าร้ายเมียเอ็งเป็นผี!”

ไม้ติงว่าแม่กลอยเข้าใจผิด พุดจีบไม่มีวันพูดอย่างนั้น ไม่เคยคิดร้ายกับกาหลง

“เอ็งมันก็เป็นเสียอย่างนี้ ไม่รู้ทันใจหญิง มันน่ะ มารยา เอ็งหลงกลหลงเล่ห์มัน รึเอ็งมีใจให้มัน?”

“แม่เอาอะไรมาพูด ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด ฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลย ฉันเห็นพุดจีบเป็นเพื่อนกาหลงเสมือนน้องสาวฉัน”

“แต่มันคิดไกลอยากได้เอ็งเป็นผัว!!”

“พอการเถอะแม่” กาหลงแทรกขึ้น เลยถูกแม่กลอย หาว่าดีแต่แก้ตัวให้เพื่อน ถามว่า

“รู้ตัวไหมว่ามันยุยงว่าเอ็งเป็นผี! มันยังมีหน้ามาพูดดีเอาบุญคุณ มาบอกความจริงข้า หวังให้ข้าเตือนเอ็ง เอ็งจะได้ถอดจิตถอดใจไปเกิดใหม่”

ไม้ตกใจถามว่าพุดจีบพูดอย่างนั้นจริงหรือ

“เอ็งจะเชื่อมันหรือเชื่อข้า จำคำข้าไว้ หากเอ็งยังไปคบหามัน ก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่” ซ้ำพอจะกลับ แม่กลอยยังกระชากขวดน้ำมันที่เพิ่งให้ไม้บอกว่า “น้ำมงน้ำมันก็ไม่ต้องเอาของข้าไปใช้!”

แม่กลอยลงเรือนไปแล้ว กาหลงยืนร้องไห้ พึมพำน้ำตานอง “ทำไมพุดจีบต้องใจร้ายกับฉัน....”

เมื่อพากันไปนั่งที่ท่าน้ำ กาหลงปรารภว่าไม่รู้อะไรดลใจให้พุดจีบพูดอย่างนั้น หรืออาจจะเป็นอย่างที่ชาวบ้านพูดกันว่า พุดจีบต้องการแย่งไม้ไปจากตน แล้วตั้งข้อสังเกตกับไม้ว่า ไม่ว่าไม้กับตนจะไปไหนทำอะไร พุดจีบก็จะขอไปด้วย ขอทำด้วย?

ooooooo

ไม้หุนหันไปหาพุดจีบ เจอพุดจีบกำลังเด็ดดอกบัว ไม้คว้าดอกบัวโยนทิ้งบอกว่า ไม่ว่าพุดจีบจะพยายามทำแบบกาหลงมากแค่ไหน ตนก็รักกาหลงไม่มีวันรักพุดจีบ แล้วคาดคั้นถามว่าหรือที่ตนพูดไม่เป็นความจริง! พุดจีบโพล่งออกไปว่า

“ฉันรักพี่” พุดจีบบอกว่าตนรักไม้มานานจนไม่อาจตัดใจได้ ย้อนถามเอาบ้างว่า “พี่มาคาดคั้นถามความในใจ พี่ไม่เคยรับรู้รึไงว่าฉันเทใจให้พี่” แต่พุดจีบก็ยืนยันว่า แม้ตนจะรักไม้ แต่ตนยอมเก็บทุกข์ไว้เพียงคนเดียว ขอเพียงได้เฝ้ามองและห่วงใยคนที่ตนรัก ไม่ว่าจะเป็นไม้หรือกาหลงตนก็สุขใจแล้ว

พุดจีบตัดสินใจบอกไม้เรื่องกาหลงเป็นผี ไม้โกรธมากผลักพุดจีบออกไปสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ แต่พุดจีบยืนยันว่าแม้ไม้จะฆ่า ตนก็จะพูดว่า กาหลงเป็นผี ตะโกนใส่หน้าว่า “ได้ยินไหมว่ากาหลงตายไปแล้ว!!” ถูกไม้ตบหน้าอย่างแรงจนล้ม กาหลงตกใจที่ไม้ตบพุดจีบ พุดจีบร้องไห้เสียใจการกระทำของไม้

ไม่เพียงไม้ไม่เชื่อคำพุดจีบและตบหน้า ไม้ยังตัดความสัมพันธ์ ตัดความรู้สึกที่ดีต่อกัน บอกว่าต่อไปนี้เราเป็นเพียงผู้พักอาศัยในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น พุดจีบเสียใจเดินร้องไห้ออกไป กาหลงเดินตามไปพูดว่า

“นี่คงเป็นผลที่พุดจีบผิดคำสัญญากับฉัน สุดท้ายพุดจีบก็ไม่เหลือใคร” กระชากดอกบัวจากมือพุดจีบดึงออกจากก้านแล้วขว้างใส่พุดจีบจนกลีบบัวลอยเต็มอากาศ พุดจีบมองกาหลงเห็นกาหลงกลายเป็นผี ท่ามกลางกลีบบัวที่เกลื่อนพื้น!

ooooooo

ขุนหวาดเสือร้ายที่มีความแค้นกับผู้ใหญ่ช่วงที่โยนความผิดให้ตน ซ้ำยังยิงตนได้รับบาดเจ็บ ระดมสมุนมาสั่งบุกปล้นบ้านบัวสี ลูกน้องถามว่าจะปล้นเรือนใด?

“เงินทองเป็นแค่ผลพลอยได้” ขุนหวาดตอบแล้วสั่ง “พวกเอ็งบุกไปปล้นตามใจพวกเอ็ง” แล้วสั่งลูกน้องคนสนิทซ้ายขวา “เอ็งไปกับข้า!!”

เพชรนั่งเช็ดปืนอยู่ที่เรือ ได้ยินเสียงม้าควบผ่านมา เพชรรีบเป่าตะเกียงดับ แอบมองพึมพำ

“ไอ้ขุนหวาด!!”

เพชรรีบไปหาไม้ที่เรือน ส่งสัญญาณให้ลงมาพบบอกว่าขุนหวาดบุกเข้าหมู่บ้าน ไม้ตกใจถามว่ามันบุกไปเรือนใคร!

ขุนหวาดนำลูกน้องซ้ายขวาบุกไปเรือนผู้ใหญ่ช่วงประกาศ “บุกไปฆ่าให้หมดเรือน!!”

คงกับสินลูกน้องเสือหวาดบุกไปเรือนแม่กลอย ส่วนลูกน้องอีกสองคนบุกไปปล้นเอาควายของยายมากับตาสร

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง เป็นการบุกล้างแค้นของขุนหวาด ผู้ใหญ่ช่วงกับโชติและลูกน้องต่อสู้ต่อต้านขุนหวาด ส่วนแม่น้อยกับอบเชยวิ่งหนีออกจากเรือนบ่ายหน้าไปหวังพึ่งวัด!

ระหว่างทางหนีไปวัด แม่น้อยกับอบเชยเจอกับไม้และเพชร อบเชยถลาเข้าหาไม้ขอให้ช่วยด้วย แม่น้อยก็ยกมือไหว้

“น้าไหว้ล่ะ พ่อไม้ไปช่วยผัวช่วยลูกน้าด้วยเถอะ ไม่รู้ป่านนี้พ่อช่วงพ่อโชติ เป็นตายร้ายดียังไง”

ไม้กับเพชรวิ่งไปทางเรือนผู้ใหญ่ทันที

ooooooo

คงกับสินที่บุกขึ้นเรือนแม่กลอย นอกจากกวาดทรัพย์สินแล้ว มันยังทำร้ายแม่กลอยที่เข้าขัดขวางชบาอ้อนวอนอย่าทำอะไรแม่เลย

เพราะปล้นได้ทรัพย์สินไม่มาก ไอ้คงกลัดมันจะเอาชบาเป็นเมีย มันลากชบาไป ทั้งแม่กลอยและกาเหว่าพยายามช่วย แต่มันก็ลากชบาเข้าห้องจนได้ กาเหว่ากระโจนเข้าช่วยชบา ถูกมันจับเหวี่ยงหัวกระแทกพื้นหมดสติไป แม่กลอยได้ยินเสียงชบาร้องขอความช่วยเหลือ จะพุ่งเข้าไปช่วยก็ถูกสินกระทืบจนสลบ

กาหลงตื่นขึ้นมารู้ว่าไม้ยังไม่ขึ้นนอน ลุกออกมาเดินหา เจอยายมากับตาสรบอกว่าเรือนแม่กลอยถูกปล้น ให้รีบไปดู

กาหลงมาเห็นสภาพของแม่กับน้องถูกทำร้าย ยืนจ้องจิกอย่างแค้นใจ

ที่วัด อบเชยกับแม่น้อยหนีมาพึ่งวัด แม่น้อยอ้อนวอนหลวงพี่กบให้ช่วยด้วย ขุนหวาดบุกปล้นเรือนตน อบเชยบอกว่าไม้กับเพชรไปช่วยอยู่ที่เรือนแล้ว โขงได้ยินโพล่งออกมาอย่างรับไม่ได้ว่า

“พี่ไม้ไม่น่าไปช่วยคนพรรค์นั้นเลย ปล่อยให้ขุนหวาดฆ่าเสียให้สิ้น!!”

ส่วนมัคนายกเฟื้องได้ข่าวก็ลุกขึ้นขึงขัง “ไอ้หวาดมันกล้าย้อนกลับมา เอาสิเออ...มันต้องเจอข้าสักตั้ง” แล้วปลุกระดม “ใครเป็นไทยใจกล้า บุกไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกัน”

เฟื้องเดินนำไปราวกับจอมทัพ แต่พอรู้ตัวว่าเดินไปคนเดียวก็หันมาด่า “ใครที่มันกบดาน เขาเรียกไอ้หน้าตัวเมีย”

“ชาติเสือต้องไว้ลาย ชาติชายต้องไว้ชื่อ เอาสิวะ!!” สัปเหร่อขาวฮึดขึ้นมา โขงกับดำลุกเดินตามเฟื้องไปอย่างพร้อมลุยไปจับขุนหวาด

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงพลาดท่าเสียที ถูกขุนหวาดเอาปืนจ่อ ประกาศกร้าว

“ข้าบุกปล้นพวกเจ้าขุนมูลนาย ได้ปืนมา...ข้าอยากรู้ว่ามันจะใช้งานได้ดีแค่ไหน” ผู้ใหญ่ช่วงร้องห้ามเสียงหลง “คนชั่วอย่างเอ็งกลัวตายด้วยหรือ” ผู้ใหญ่บอกว่าอยากได้อะไรให้เอาไปเลย ตนยกให้หมดเรือน ขุนหวาดหัวเราะเยาะว่า “เอ็งไม่ต้องมาต่อรองข้า สมบัติทุกชิ้นในเรือนเอ็ง ยังไงมันก็ต้องตกเป็นของข้า...รวมทั้งชีวิตเอ็งด้วย!!”

“อย่าทำอะไรพ่อข้า” โชติตะโกน คว้าดาบฟันขุนหวาด แต่ขุนหวาดหลบทันถีบโชติจนดาบหลุดจากมือ พูดเย้ย “ลูกกตัญญู!! เอ็งไม่ต้องห่วง ความชั่วของเอ็งก็ใช่จะน้อยกว่าพ่อเอ็ง ข้าจะส่งให้เอ็งสองคนไปเสวยสุขในนรก!!” พูดแล้วเล็งปืนใส่ช่วง

“หยุดนะ ขุนหวาด!!” ไม้ถือดาบพรวดเข้ามา ช่วงกับโชติยิ้มให้กันดีใจที่ไม้มาช่วย

พอขุนหวาดรู้ว่าเป็นไม้ ก็คิดจะบอกความจริงที่ถูกใส่ร้ายมานาน เอ่ยทักไม้

“ไอ้หนุ่ม เอ็งมาก็ดีแล้ว อยู่กันพร้อมหน้า ข้าจะบอกความจริงที่เอ็งอยากรู้”

“ข้าก็อยากฟังจากปากเอ็ง ให้เอ็งยอมรับผิด ขออโหสิกรรมที่ได้ฆ่าพ่อแม่ข้า ก่อนที่เอ็งจะตายด้วยคมดาบข้า!”

“เอ็งคิดว่าข้าเป็นคนฆ่าพ่อแม่เอ็ง?”

“ไม่ใช่เอ็งแล้วจะเป็นใคร?!” ไม้ถามอย่างแค้นใจ นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตราวกับเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ!! เวลานั้นผู้ใหญ่ช่วงบอกว่า ขุนหวาดฆ่าพ่อแม่เขา ทั้งยังพูดเอาความดีว่า ตนจะเอาตัวมันมาลงโทษให้ได้!

ขุนหวาดบอกว่าไม้ช่างเป็นเด็กที่เชื่องเสียจริงๆ ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด ไม้ถามว่าหมายถึงอะไร

“ไอ้ช่วงมันกรอกหูเอ็งว่า ข้าเป็นคนฆ่าพ่อแม่เอ็ง เพราะแท้จริงแล้ว...”

ช่วงกลัวขุนหวาดพูดความจริง ฉวยโอกาสควานมือไปคว้าดาบพุ่งเข้าใส่ขุนหวาด ขุนหวาดหลบแล้วยิงใส่ช่วงทันที ช่วงโดนยิงที่ท้องทรุดลง ขุนหวาดจะยิงซ้ำ ถูกไม้เข้าไปฟันเลยหันยิงไม้แต่ถูกเพชรถีบปืนตกและพุ่งเข้าฟันขุนหวาด

ขุนหวาดคว้าปืนจะยิงใส่ทุกคน พอดีสิง มั่นกับขาบขึ้นมา ขุนหวาดเห็นท่าไม่ดีถือปืนกระโดดเรือนหนีไป

“เอ็งรีบไปฆ่ามันก่อนที่มันจะบอกไอ้ไม้” ช่วงร้องบอกโชติทั้งที่เจ็บหนัก โชติถามว่าเรื่องอะไรกัน “ข้าสั่งให้ไปฆ่ามัน!!” ช่วงตะคอกอย่างโกรธจัด

“พวกเอ็งไปตามหมอยามารักษาพ่อข้า” โชติสั่งมั่นกับขาบ แล้วบอกสิง “ไอ้สิง เอ็งไปกับข้า”

โชติวิ่งไปแล้ว ช่วงมองตามด้วยความกังวลว่าขุนหวาดจะบอกความจริงกับไม้

ooooooo

ที่ห้องนอนชบา คงผลักชบาล้มลงกับพื้น ชบาตะโกนให้มันปล่อยตน คงจะเข้าปล้ำ แต่แล้วลมพัดเข้ามาวูบใหญ่หน้าต่างเปิดปึง

“อะไรวะ” คงสงสัย แต่กำลังกลัดมันหน้ามืดเลยหันไปปล้ำชบาต่อ ชบาดิ้นหลุด คงคว้าตัวไว้ แล้วต่อยจนชบาจุกทรุดกับพื้น มันยิ้มสะใจ!

กาหลงเข้าไปหากาเหว่า ประคองน้องขึ้นมาด้วยความสงสารจับใจ หันไปมองแม่กลอยแล้วประคองแม่กลอยขึ้นเช็ดเลือดที่ปากให้แม่ ร้องไห้สงสารแม่ เรียกเสียงสะอื้น “แม่จ๋า...”

สินที่นอนทรุดอยู่กับพื้นรู้สึกตัวหันมองกาหลง เห็นกาหลงกอดแม่กลอยอยู่ก็ฉวยโอกาสจะคลานหนี กาหลงรู้ยกเท้าขวาง พอมันหันมอง น้ำจากตัวกาหลงก็หยดลงมาใส่หน้ามัน มันลุกพรวดจะวิ่งหนี ถูกกาหลงบีบคอ มันร้องเสียงหลง

“ผี!! ช่วยด้วย!!”

กาหลงยกตัวสินลอยจากพื้น คงเดินออกจากห้องมาถามว่า “มีอะไรวะ” ถามไม่ทันขาดคำ ร่างของสินก็ลอยมาตกตรงหน้า หัวกระแทกพื้นตายคาที่

คงตกใจหันมอง แต่ไม่เห็นใคร! มันตกใจคว้าดาบขึ้นด้วยความหวาดกลัวตะโกนถาม “ใครวะ ออกมา ออกมาสิวะ” แต่ไม่มีใครเลย มันค่อยๆถอยไปทางหัวบันไดด้วยความหวาดกลัว มันเหยียบพื้นน้ำบนเรือนลื่นตกบันไดลงไปข้างล่าง พอโงหัวมองไปข้างหน้า ก็ตกใจร้องลั่น “ผี!!”

กาหลงเดินลงบันไดมาทีละก้าว...ทีละก้าวอย่างช้าๆ คงกระถดหนีร้องเสียงหลง “อย่า...”

กาหลงตบปากคงไปมาจนเลือดกบปาก  มันร้องลั่น เป็นเวลาที่แม่กลอยรู้สึกตัวขึ้นมา มองไปเห็นคงหน้าสะบัดไปมาเหมือนถูกตบ ก็มองอย่างแปลกใจ

เสียงชบาร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากในห้อง แม่กลอยวิ่งไปทันที

กาหลงรู้ว่าแม่กลอยฟื้นแล้ว ลุกขึ้นยืน เห็นแม่กลอยวิ่งเข้าไปในห้องชบา  ก็ยิ้มพอใจ  หันมองคงที่กำลังจะหนี กาหลงยกเท้ากระทืบใส่ร่างมันเต็มตีน! กระทืบ!! กระทืบ!!!จนมันกระอักเลือดตายคาตีน!!

กาเหว่ารู้สึกตัว ได้ยินเสียงร้องค่อยๆ เดินลงบันไดมาเพื่อจะดู  พอลงถึงพื้นก็รีบเดินไปหากาหลงที่ยืนหันหลังให้อยู่ แม้จะเห็นแต่เพียงข้างหลังกาเหว่าก็ดูออกว่าเป็นใคร เรียกเบาๆ “พี่กาหลง...นั่นพี่ใช่ไหม...”

กาหลงตกใจที่กาเหว่ามาเห็น กำลังจะหันมอง ก็พอดีเสียงแม่กลอยร้องเรียกกาเหว่า กาเหว่าหันไปเห็นทั้งแม่และชบาก็ดีใจจนร้องไห้ โผเข้าหาแม่และพี่พูดไปร้องไห้ไป

“แม่...พี่ชบา...พี่กาหลงเขามาช่วยฉัน พี่กาหลงมาช่วยพวกเราแท้ๆ” แม่กลอยถามว่าพูดอะไรท่าจะเพ้อหนัก “จริงแท้จ้ะแม่...พี่กาหลงกระทืบพวกมันตายคาตีน”

ชบาลุกเดินไปดูที่หน้าเรือน เห็นศพสินกับคงนอนตายที่พื้นดินหน้าเรือน ชบาตกใจ แม่กลอยลุกมายืนมองด้วย ชบาบอกแม่เสียงตระหนกว่า “พวกมัน...ตายแล้ว...”

“เอาเถิด เวรกรรมเอ็งไม่มีอีก ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่อยู่กับพวกเอ็งเดี๋ยวนี้แล้ว” แม่กลอยกอดลูกทั้งสองไว้แนบอก สามแม่ลูกกอดกันร้องไห้ที่รอดตายมาได้

กาหลงยืนมองอยู่ใกล้ๆ ร้องไห้ดีใจที่แม่กับน้องปลอดภัย มองแม่กับน้องอีกทีแล้วจึงเดินออกไป...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า" เล่นคู่ใครก็ปัง จับตาประกบน้องใหม่ "กองทัพ พีค" ใน "ให้รักพิพากษา"

"เบลล่า" เล่นคู่ใครก็ปัง จับตาประกบน้องใหม่ "กองทัพ พีค" ใน "ให้รักพิพากษา"
24 มิ.ย 2564

12:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 21:46 น.