ข่าว

วิดีโอ



ลีลาวดีเพลิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: เมโลดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย: ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย: บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

เพราะอยากได้เงินก้อนใหญ่จากครอบครัว ทรงพล นพกรเขียนข้อความถึงสองสามีภรรยาในนามเจี๊ยบสาวใช้ที่ล่วงรู้ความลับที่ทั้งคู่ต้องการปกปิด

ศุภารมย์ได้รับจดหมายนั้นแล้วนำมาส่งต่อให้ทรงพลโดยที่ไม่เห็นว่าลิลินจับจ้องมองอยู่ด้วยความสงสัย

“เงินห้าล้าน...แลกกับหลักฐานที่จะทำให้พวกแกติดคุก”

ลิลินหูผึ่ง ได้ยินทรงพลอ่านข้อความนั้น แถมยังพูดถึงคนชื่อเจี๊ยบอย่างจำไม่ได้ แต่ศุภารมย์จำแม่นอย่างแน่นอน บอกทรงพลว่าเจี๊ยบคือสาวใช้ที่เราไล่ออกไปหลังจากเกิดเรื่องศุภิสรา ทรงพลนึกไม่นานก็ร้องอ๋อ แต่ไม่เชื่อว่าเด็กคนนั้นจะทำแบบนี้ได้

“ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

“แต่เด็กนั่นหายไปนานแล้วนะ ทำไมจู่ๆ ถึงขู่จะเอาความลับจากผู้กำกับมาแลกกับเงินตอนนี้นะ”

“หรือเธอจะรู้ว่ารองฯ ศัลย์ตายแล้ว...เลยไม่ต้องกังวลเรื่องตำรวจที่จะคอยจับตาเธอเป็นพิเศษ”

“อาจจะเป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นผมว่าเธอคงไม่กล้าทำแบบนี้...แล้วคุณจะทำยังไง”

“ในเมื่อมันต้องการเงิน เราก็จะให้เงินมัน เท่าไหร่ก็ต้องยอมแลก”

ลิลินได้ยินทุกคำ แล้วลุกลี้ลุกลนไปบอกทิวัตถ์ว่าเธอเห็นกับตานพกรเอาจดหมายของเจี๊ยบเข้ามาส่งถึงมือศุภารมย์

“แล้วฉันก็ได้ยินพ่อกับแม่คุณคุยกันว่าเจี๊ยบถูกพ่อแม่คุณไล่ออกหลังจากเกิดเรื่องจริงๆ แล้วก็หายไปนาน เพิ่งจะติดต่อมาหลังจากที่รองฯ ศัลย์ตาย”

“แล้วคุณรู้ไหมว่าเธอส่งจดหมายมาทำไม”

“เธอต้องการเงินห้าล้าน เพื่อแลกกับหลักฐานที่จะทำลายครอบครัวคุณ”

ทิวัตถ์ฟังแล้วอึ้ง...จากนั้นลิลินโทร.หาปรมัตถ์

ที่กำลังพยายามตามตัวเจี๊ยบอยู่ที่บ้านหวาย บอกให้รู้ว่าเมื่อเช้าเจี๊ยบส่งจดหมายถึงศุภารมย์ เธอต้องการให้เขาเร่งมือเพราะหลักฐานชิ้นเดียวตอนนี้อยู่ในมือเจี๊ยบ เราต้องได้ก่อนที่เจี๊ยบจะมอบให้ศุภารมย์ ปรมัตถ์จึงรับปากจะหาเจี๊ยบให้เจอโดยเร็ว

วันเดียวกัน วาสนามาที่บ้านทรงพลและทำท่าจะบอกเรื่องวรรณิตท้องกับอนันยช แต่วรรณิตคอยขัดเพราะเธอยังตั้งใจจะหย่ากับเขาให้ได้...วาสนาเปลี่ยนความสนใจมาเรื่องสร้อยเพชรที่ล่วงรู้ว่าวรรณิตขายเปลี่ยนเป็นเงินไปแล้ว ซึ่งเธอต้องการส่วนแบ่งแต่วรรณิตมีข้อแม้จะให้ก็ต่อเมื่อยายต้องยอมให้เธอหย่ากับอนันยช

เท่านั้นเอง! วาสนาอารมณ์เสียกระแทกเสียงด่าวรรณิต “นังโง่...แกยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอ”

“ที่ผ่านมาณิตยอมแต่งกับคุณวันเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่...แต่ตอนนี้ณิตคงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว”

“แกคิดอะไรของแก แต่งแล้วก็แต่งเลยสิ ทำอย่างนี้แล้วแกจะได้อะไร”

“อิสรภาพไงคะ ทั้งทางกายแล้วก็ทางใจ”

“ยังไงฉันไม่เห็นด้วยหรอก อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นบ่อเงินบ่อทองขนาดย่อมของแก”

“ของณิตหรือของยายกันแน่คะ”

“ยัยณิต...แกอย่าทำอะไรโง่ๆนะ”

“งั้นแสดงว่ายายไม่ต้องการเงินก้อนนี้ เอาเถอะค่ะ ถึงยายไม่รับมัน ณิตก็ต้องหาทางหย่าอยู่ดี”

วรรณิตกล่าวจริงจัง วาสนาเห็นท่าไม่ดีรีบฉกเงินจำนวนหนึ่งจากมือเธอ คันปากอยากด่าอีกแต่ยั้งไว้ ถามน้ำเสียงเคืองๆว่า “แล้วนี่แกจะบอกแม่ต่ายเมื่อไหร่”

“ยายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวณิตหาทางบอกเอง”

วาสนาฟังแล้วหน้าตูม เซ็งในอารมณ์เพราะไม่ได้ด่ังใจ

ooooooo

ศุภารมย์เบิกเงินที่ธนาคารเพื่อจะนำไปให้เจี๊ยบตามข้อเรียกร้องในจดหมายที่ส่งมา แต่ไม่นึกว่าจะเจอรุ่งทิพย์คนคุ้นเคยที่ชอบเพชรนิลจินดาประสาคนมีสตางค์เหมือนกัน

วันนี้รุ่งทิพย์ใส่สร้อยเพชรสะดุดตาจนศุภารมย์ต้องเพ่งมองและอยากรู้ว่าได้มายังไง?

เมื่อได้คำตอบแล้วศุภารมย์กลับมาที่บ้าน เจอวรรณิตกำลังวิงเวียนหน้ามืดโดยมีลิลินช่วยประคองลงบันได ศุภารมย์ไม่ได้สนใจอาการลูกสะใภ้แต่อยากรู้ว่าสร้อยเพชรที่เป็นของขวัญวันแต่งงานไปอยู่ที่รุ่งทิพย์เจ้าของร้านจิวเวลรี่ในเมืองได้ยังไง

วรรณิตใจหายวาบแต่พยายามปั้นหน้าเรียบนิ่งไม่ส่อพิรุธ แต่พอศุภารมย์ขอดูสร้อยก็หน้าเจื่อนเดินเลี่ยงขึ้นข้างบนไปทั้งที่ใจหวาดหวั่น ก่อนจะกลับลงมาหน้าตาตื่นบอกว่าสร้อยหายไป

ศุภารมย์กำลังสงสัยลิลินอยู่พอดี ได้ยินอย่างนั้นก็คาดคั้นเธอเป็นการใหญ่ต่อหน้าทิวัตถ์ อ้างรุ่งทิพย์บอกว่าคนที่เป็นนักร้องเอาสร้อยเส้นนี้มาขายให้

“แต่ผมว่าไม่ใช่ลินแน่นอนครับแม่ต่าย”

“แล้วสร้อยจะหายไปได้ยังไง เมื่อก่อนบ้านเราไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ จนวันที่เธอเข้าอยู่ในบ้านเรา”

วรรณิตหน้าเสีย ทุกอย่างเกินความคาดหมาย...เธอสงสารลิลินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ท้วงศุภารมย์ว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยดีกว่า

“ฉันเห็นเธอชอบเดินเข้าออกห้องโน้นห้องนี้อยู่เรื่อย วันนึงเธออาจเข้าไปในห้องหนูณิตแล้วเห็นมันวางอยู่...เธอเลยอดใจไม่ไหวใช่ไหมลิลิน”

“ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆค่ะ”

“แต่เธอคือคนที่น่าสงสัยที่สุด”

“คุณแม่ครับ ผมว่าไม่ใช่คุณลินแน่นอนครับ...คุณลินเธอเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านเรา แล้วอีกอย่างผมว่ามันผิดวิสัยของขโมย เพราะถ้าคุณลินขโมยไปจริงๆ เธอคงไม่บอกว่าตัวเองเป็นใครเพื่อให้คนอื่นจับได้หรอกครับ”

“วินกำลังเข้าข้างเธอเหรอ”

“ผมไม่ได้เข้าข้างใครครับ ผมแค่พูดไปตามเหตุผล... ไปเถอะคุณลิน”

“ฉันไม่ชอบพวกขี้ขโมย...ถ้าฉันรู้ว่าเป็นใครก็ย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย” ศุภารมย์ประกาศเสียงดังฟังชัด ทิวัตถ์ไม่สนใจลากลิลินออกไปตำหนิว่าไม่น่าเถียงแม่ต่ายอย่างนั้นเลย

“แล้วคุณจะให้ยอมรับว่าเป็นฉัน ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำเหรอ ฉันรู้ว่าคุณต่ายคอยจับผิดฉันอยู่ แต่มาใส่ร้ายกันแบบนี้มันเกินไป”

“ลิลิน...ที่ผมไม่อยากให้คุณเถียงแม่ต่ายเพราะผมกลัวว่าท่านจะจับได้เรื่องคุณแกล้งโกหกว่าความจำเสื่อม”

“ฉันขอโทษ...จริงสิ คุณต่ายบอกว่าไปธนาคารมา คุณคิดว่าแม่คุณไปธนาคารทำไม”

“เรื่องจดหมายจากเจี๊ยบน่ะเหรอ”

ลิลินยอมรับว่าเธอคิดเรื่องนั้น ทิวัตถ์บ่นหนักใจไม่รู้ว่าเขานัดกันเมื่อไหร่ ลิลินเชื่อว่าเร็วๆนี้แน่

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น”

“ถ้าเจี๊ยบกลับมาเพราะไม่มีรองฯ ศัลย์แล้ว ฉันว่าเธอคงจะรีบใช้โอกาสนี้เอาเงินให้เร็วที่สุด”

ทิวัตถ์หมดคำถาม พยักหน้าเห็นด้วยกับลิลินแล้วเช้าวันถัดมาลิลินก็บังเอิญได้ยินศุภารมย์คุยกับอนันยชเรื่องข่าวของศัลย์

“ทุกคนเห็นข่าวรึยังครับ รองฯ ศัลย์ตายเพราะไล่จับพวกค้ายา...แหม...แกเลยกลายเป็นวีรบุรุษไปเลยนะครับ”

“แบบนี้มันก็ดีต่อทุกฝ่ายนี่”

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ออกไปเที่ยวได้แล้วสิ”

“ยัง...ยังไม่ถึงเวลา”

“แล้วเมื่อไหร่ครับ”

“แม่บอกว่ายังก็ยังสิ”

“นี่เราต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเหมือนตอนที่น้าต้อยตายอีกแล้วเหรอครับ”

“วัน!” ศุภารมย์ตวาดลูกชายพร้อมจิกตาปราม อนันยชเลยไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่เดินหงุดหงิดออกไป

ศุภารมย์มองตามตาขุ่นก่อนจะเหลือบเห็นลิลินยืนอยู่ไม่ไกล สองคนสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่ลิลินจะตัดสินใจเดินเข้ามาหา

“คุณวันคงจะเครียดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านน่ะค่ะ”

“ฉันชักจะสงสัยในการอยู่ถูกที่ถูกเวลาของเธอแล้วนะ”

“ฉันแค่อยากจะอธิบายเรื่องสร้อย”

“ก็ดี...ฉันเองก็นึกอะไรออกเหมือนกัน ใครจะไปรู้...เธออาจบอกความจริงว่าเธอเป็นนักร้องให้คนอื่นรู้เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าไม่ใช่ฝีมือเธอ”

“หมายความว่าไงคะ”

“ก็หมายความว่าที่เธอบอกเรื่องว่าตัวเองเป็นนักร้อง เพื่อจะบอกว่าขโมยที่ไหนจะบอกว่าตัวเองเป็นใคร อย่างที่เธอแก้ตัวเมื่อวานไง”

ลิลินนึกถึงคำพูดทิวัตถ์ที่ไม่อยากให้เธอเถียงแม่ของเขา เพราะกลัวท่านจะจับได้ว่าเธอโกหกเรื่องความจำเสื่อม จึงเลือกที่จะเงียบและทำเหมือนเสียใจดีกว่า แต่แล้วศุภารมย์กลับจี้จุดจนเธอชะงัก

“แล้วฉันเองก็ชักจะสงสัยว่าเธออาจจะไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่เธอพยายามเล่นละครอยู่ตอนนี้”

ทันใดนั้นเสียงมือถือของศุภารมย์ดังขึ้นช่วยขัด

จังหวะให้ลิลินได้ทัน ศุภารมย์หยิบมันขึ้นมาเห็นหน้าจอไม่ระบุชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์ มีข้อความประโยคเดียวว่า “เอาเงินไปให้ที่ตึกร้างตอนนี้ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!”

ศุภารมย์หน้าเปลี่ยนสี ลิลินสังเกตเห็นแกล้งถามว่า “เป็นอะไรรึเปล่าคะ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

“ไม่สำคัญหรอก” ศุภารมย์ตัดบทแล้วเดินหน้าเรียบนิ่งออกไป ลิลินไม่เชื่อ คาดว่าต้องมีอะไรอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นไม่นานลิลินก็ได้รับการติดต่อจากปรมัตถ์ว่าเขาพบเจี๊ยบแล้ว แต่เธอบอกว่าไม่ได้ส่งจดหมายขู่ขอเงินอะไรทั้งนั้น ลิลินตกใจเพราะเมื่อสักครู่ศุภารมย์เพิ่งหิ้วกระเป๋าเงินออกจากบ้าน เธอแน่ใจว่ามีคนแอบอ้างจึงรีบโทร.บอกทิวัตถ์ทันที

ทิวัตถ์ร้อนใจโทร.หาศุภารมย์ก่อนจะบึ่งรถตามไปที่โกดังเก่านอกเมือง...ปรากฏว่าเป็นนพกรที่มารอรับเงิน ศุภารมย์ต่อสู้สุดฤทธิ์ก่อนจะโดนนพกรทำร้ายจนสลบแล้วเอากระเป๋าเงินหนี ทิวัตถ์รีบพาศุภารมย์ส่งโรงพยาบาล ในขณะที่ลิลินรออย่างกระวนกระวายอยู่ที่บ้าน เชื่อคำพูดนพกรที่ย้อนมาบอกว่าแม่ของเจี๊ยบอยากเจอเธอ

นพกรหว่านล้อมจนลิลินเชื่อสนิทยอมนั่งรถไปด้วย พอทิวัตถ์พาศุภารมย์กลับบ้านทราบจากอนันยชว่านพกรพาลิลินออกไปเมื่อสักครู่ก็ตกใจ ออกรถไปอีกด้วยใจที่เป็นห่วงลิลิน

ระหว่างทางนพกรพยายามจะลวนลามลิลิน พอดีปรมัตถ์โทร.มา ลิลินรับสายจึงทราบว่าเธอโดนหมอนี่หลอกเสียแล้ว เพราะปรมัตถ์ได้คุยกับเจี๊ยบตัวเป็นๆ เธอบอกไม่มีพ่อแม่...ลิลินฉลาดพอตัว พยายามให้รายละเอียดเรื่องเส้นทางเพื่อให้ปรมัตถ์ตามมาช่วย

แต่เมื่อเจอกัน นพกรที่เหมือนโรคจิตเข้าไปทุกทีก็แทงปรมัตถ์แล้ววิ่งหนีไปเมื่อเห็นรถทิวัตถ์แล่นเข้ามาจอด ลิลินร้องไห้เสียใจที่ปรมัตถ์จากไปอย่างกะทันหันเพราะเธอแท้ๆ ปรมัตถ์ฝากฝังทิวัตถ์ดูแลลิลินก่อนจะสิ้นใจในอ้อมกอดของคนที่เขารักมากที่สุด

ตำรวจกระจายกำลังเพื่อกดดันนพกรให้มอบตัว แต่ก็ไร้วี่แววว่าเขาจะยินยอม...ลิลินยังคงเสียใจเรื่องปรมัตถ์ เธอโทษตัวเองผิดตั้งแต่แรก เขาไม่น่ามาตายเพราะเธอเลย เขาน่าจะนั่งทำงานใช้ชีวิตปกติอยู่ที่กรุงเทพฯ

ทิวัตถ์ปลอบโยนด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ศุภารมย์กลับต้องการคำอธิบายของเรื่องทั้งหมดจากลิลิน

“แม่ครับ ผมว่าตอนนี้คุณลินยังไม่พร้อม”

“ใช่...ฉันโกหกเรื่องความจำเสื่อม แต่ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้น คุณคิดว่ารองฯ ศัลย์จะปล่อยฉันไว้เหรอ”

ศุภารมย์ชะงัก ทิวัตถ์รีบเสริมคำพูดลิลินว่า

“รถของคุณวิทยาประสบอุบัติเหตุก็เพราะรองฯ ศัลย์ ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อเห็นรองฯ ศัลย์ที่โรงพยาบาลทำให้ผมรู้ว่ารองฯ ศัลย์พยายามจะฆ่าคุณลินครับ”

“ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจ...ฉันจะย้ายออกจากที่นี่”

ทิวัตถ์ไม่ยอม เช่นเดียวกับศุภารมย์ที่ตัดสินใจว่า “เธออยู่ที่นี่แหละ อย่างน้อยเธอก็ช่วยฉันเอาไว้จากไอ้โรคจิตนพกรนั่น”

ด้านอนันยชพอทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจากศุภารมย์ก็หัวเสียสุดๆ ด่านพกรว่าชั่วช้า เสียดายถ้าตนรู้เรื่องเร็วกว่านี้ไอ้บ้านั่นไม่มีโอกาสได้หายใจอีกแน่

“วัน...เรื่องบางเรื่องปล่อยให้เป็นเรื่องของแม่กับคุณน้าเถอะ แค่มันไม่ได้อยู่ด้วยใกล้ๆ แม่ก็สบายใจแล้ว”

“แล้วคุณลินล่ะครับ แม่จะจัดการเรื่องที่เธอไม่ได้ความจำเสื่อมยังไง จะให้เธอออกไปจากบ้านหรือเปล่า”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้...แม่ยังไม่อยากมีปัญหากับวินอีกคน”

อนันยชหน้าตึงไม่ค่อยพอใจ ทันใดเสียงวาสนาดังแหลมเข้ามาถามศุภารมย์ราวกับเป็นห่วงนักหนา

“แม่ต่าย...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“มาทำเป็นห่วง...ไม่ใช่เพราะยายเหรอที่ส่งงูพิษเข้ามา จนมันไล่ฉกคนไปทั่ว”

“ยายขอโทษจริงๆนะพ่อวัน ฉันขอโทษนะแม่ต่าย ใครจะไปรู้ว่าไอ้นพกรมันจะใจคอเหี้ยมโหดอำมหิตขนาดนั้น...ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ”

“จะไม่รู้ได้ไง แค่ผมมองหน้ามันก็รู้แล้วว่าไอ้นี่มันแปลกๆ แล้วนี่ยายรู้จักแทบจะคลุกคลีอยู่กับมันแบบนี้เนี่ยนะเรียกว่าไม่รู้”

“พอเถอะวัน” ศุภารมย์ปรามลูกชาย

อนันยชหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ก็เลยเดินออกไป วาสนาสบโอกาสร้องขอทรงพลกับศุภารมย์ว่าตนขอมาอยู่ที่นี่ด้วยได้ไหม ตนกลัวนพกรไปหาที่บ้าน สองสามีภรรยาถึงกับมองหน้ากันอย่างหนักใจ

ศักดิ์สิทธิ์ล้มเลิกความคิดจะขายโรงแรมให้สุชาติเพราะเห็นแก่พนักงานตาดำๆ ที่สำคัญเขารับไม่ได้เมื่อได้ยินสุชาติวิจารณ์วิชนีอย่างเสียๆหายๆหลังรู้ว่าเธอเป็นเชฟอยู่ที่นี่

ขณะเดียวกัน อาม่าก็ตัดสินใจให้เงินศักดิ์สิทธิ์ฟื้นฟูกิจการโรงแรมต่อไปอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะอาม่าต้องการให้หลานชายสืบทอดกิจการของบรรพบุรุษตราบนานเท่านาน โดยมีวิชนีว่าที่หลานสะใภ้ช่วยกันดูแล

วิชนีกับศักดิ์สิทธิ์กำหนดวันแต่งงานที่แน่นอน ทิวัตถ์ทราบข่าวแวะไปแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก ส่วนลิลินให้พักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่นึกไม่ถึงว่าในระหว่างทิวัตถ์ไม่อยู่ อนันยชหักห้ามอารมณ์ใคร่ไม่ไหวกล้าบุกเข้าห้องลิลินหมายขืนใจเธอ

โชคดีทิวัตถ์กลับมาทันเวลา อนันยชถูกเขาชกปากแตกก่อนที่ศุภารมย์จะขึ้นมาห้ามและพาทั้งหมดลงมาชำระความข้างล่าง ทรงพลไม่พอใจการกระทำของอนันยช แต่วาสนาที่กลายเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านกลับเข้าข้างหลานชาย หาว่าลิลินให้ท่าเขาก่อน ทิวัตถ์เถียงแทนลิลิน มั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น

เมื่อศุภารมย์ถามทิวัตถ์ว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ ชายหนุ่มบอกว่าตนจะทำเป็นลืมมันไป เพราะเข้าใจว่าเหล้าทำให้อนันยชขาดสติ

“แกไม่ต้องมาพูดดี อยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร จะให้ตำรวจมาจับฉันมั้ย หรือจะให้คุณน้าเฉดหัวฉันออกจากบ้านดีล่ะ”

“วัน! วันเป็นฝ่ายผิดยังจะหาเรื่องน้องอีกเหรอ”

“ใช่สิ...ตั้งแต่เล็กจนโตผมก็เป็นฝ่ายผิดตลอด ทำอะไรผมก็ผิดตลอดอยู่แล้ว” อนันยชพ่นความน้อยใจใส่แม่แล้วผลุนผลันออกไป

ศุภารมย์เศร้าใจ บ่นกับทรงพลว่าเพราะตนเลี้ยงลูกตามใจเกินไป ทรงพลปลอบเธออย่าคิดมาก แต่เธอกลับเอ่ยปากอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงวันก็ลูกฉัน แต่ถ้าเขาทำให้ครอบครัวต้องเสียชื่อเสียงเมื่อไหร่ ฉันก็พร้อมจะตัดเขาได้”

วาสนาฟังแปร่งหู ถามศุภารมย์ว่าพูดอย่างนี้จะตัดอนันยชออกจากกองมรดกหรือเปล่า

“มากกว่านี้ต่ายก็จะทำค่ะ”

คำตอบของศุภารมณ์เล่นเอาวาสนาหน้าเสีย แอบบ่นอนันยชไม่น่าทำเรื่องตอนนี้เลย...ฝ่ายทิวัตถ์กับลิลิน

อยู่กันอีกมุม สองคนแสดงความจริงใจ เธอขอบคุณเขาที่คอยช่วยเหลือและปกป้องเธอเสมอ เหตุการณ์วันนี้ถ้าไม่ได้เขา เธอคงแย่...

เย็นวันรุ่งขึ้น วรรณิตตัดสินใจบอกทรงพลกับศุภารมย์ว่าเธอจะขอหย่ากับอนันยช แต่วาสนาเข้ามาท้วงว่าจะหย่าได้ยังไง หย่าไปแล้วใครจะเลี้ยงลูก

ความแตกจนได้! แม่ผัวกับพ่อผัวเพิ่งทราบว่าลูกสะใภ้ท้อง ศุภารมย์ยอมให้หย่าไม่ได้ วรรณิตผิดหวังและเคืองวาสนา ต่อว่าเธอทันทีที่อยู่กันตามลำพัง

“ทำไมยายไม่ทำตามสัญญา”

“เรื่องอะไรล่ะ มีแต่โอกาสนี้แหละที่จะเอาทุกอย่างมาเป็นของตาวัน แล้วถ้าลูกแกออกมา พ่อพลกับแม่ต่ายต้องหลงมันมากแน่ๆ”

“แต่ฉันก็จะไม่มีความสุขเนี่ยนะยาย”

“แล้วถ้าแกต้องออกจากที่นี่ จนแกไม่มีเงิน แล้วลูกแกต้องกินแกลบกินดิน นั่นแกเรียกมันว่าความสุขใช่มั้ย...จริงอยู่ แกออกจากบ้านนี้ไปอาจจะทำให้แกมีความสุข แต่แกไม่คิดบ้างเหรอว่าเด็กมันจะอยู่ยังไง เด็กมันผิดอะไรถึงต้องให้ออกไปใช้ชีวิตลำบากกับแก”

วรรณิตเงียบไป เพราะจริงอย่างที่วาสนาพูดมา

“แกอยู่เฉยๆไปเหอะ เดี๋ยวฉันจัดการให้แกได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองเอง” วาสนายิ้มเจ้าเล่ห์ ความคิดร้ายๆผุดพรายในสมอง

ooooooo

ขณะเดินทางออกจากโรงแรมของศักดิ์สิทธิ์เพื่อกลับบ้าน ทิวัตถ์กับลิลินถูกนพกรดักทำร้ายกลางถนน ทิวัตถ์ถูกแทงบาดเจ็บ ลิลินก็เกือบไปเหมือนกัน ถ้าไม่มีรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงชนนพกรตายคาที่!

พวกทรงพลทราบข่าวรุดมาเยี่ยมทิวัตถ์ที่โรงพยาบาล ศักดิ์สิทธิ์กับวิชนีก็มาด้วยความเป็นห่วง แต่วาสนาที่ตามมากลับแสดงความหมั่นไส้ที่ทิวัตถ์ได้รับความรักและห่วงใยจากทรงพลกับศุภารมย์มากกว่าอนันยชซึ่งเป็นหลานเขยของตน

ในระหว่างรักษาตัว ทิวัตถ์ฝันร้ายเห็นเหตุการณ์วันที่ศุภิสราตกระเบียงตาย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครฆ่า แล้วเขานึกอะไรได้ ถามลิลินจำต้นฉบับนิยายที่ปรมัตถ์ขโมยมาจากทรงเผ่าได้ไหม ถ้าเราเปิดดูหน้าสุดท้ายก็น่าจะรู้ว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริง

“จริงด้วย ทำไมฉันลืมไปเลย” ลิลินแววตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง

ด้านอนันยชที่โดนทิวัตถ์ชกต่อยวันก่อนยังมีท่าทีเคืองเขาไม่หาย พอเห็นทั้งทรงพลและแม่ของตนแห่กันไปเยี่ยมทิวัตถ์ไม่เว้นวันก็ยิ่งอิจฉา แทบเก็บซ่อนอารมณ์และความรู้สึกไม่มิดจนบางวันก็มีปากเสียงกับศุภารมย์บ้างเหมือนกัน

ลิลินกลับมาที่บ้านค้นหาต้นฉบับนิยายที่ปรมัตถ์ได้จากทรงเผ่า...แล้วในหน้าสุดท้าย เธอได้เห็นชื่อฆาตกรตัวจริง เธอตกใจสุดขีด แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้!

ขณะลิลินกลับมาที่บ้าน ทิวัตถ์อยู่โรงพยาบาลคนเดียว วาสนาฉวยโอกาสนี้ทำเรื่องชั่วช้าอย่างเลือดเย็น ตั้งใจให้ทิวัตถ์ตายเพื่อที่อนันยชจะได้มรดกทั้งหมดของทรงพลและศุภารมย์เพียงคนเดียว แล้วตัวเองกับวรรณิตก็จะสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทองไปด้วย

แต่แผนร้ายของวาสนาไม่สัมฤทธิผล เพราะลิลินรีบกลับมาโรงพยาบาลหลังจากวรรณิตบอกเธอว่าทิวัตถ์กำลังตกอยู่ในอันตราย

ทิวัตถ์ถูกให้ยาทางสายน้ำเกลือเกินขนาดทั้งที่พยาบาลปิดเอาไว้ ลิลินกลับมาถึงพบว่าทิวัตถ์ตัวเย็นเฉียบจึงรีบตามหมอและพยาบาล แล้วไม่นานทรงพลกับศุภารมย์ก็ตามมา พร้อมๆกับวาสนาที่เข้ามาโยนความผิดให้ลิลินหน้าตาเฉย

วาสนาโวยวายกล่าวหาลิลินพยายามฆ่าทิวัตถ์ จะจับส่งตำรวจ แต่ศุภารมย์ไม่เชื่อ ซ้ำยังยกเหตุผลมาค้านจนวาสนาสะอึกอึ้ง

“ลิลินเป็นนักร้องคงไม่ถนัดเรื่องต่อสายน้ำเกลือมั้งคะ”

“อะไรกันแม่ต่าย...ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเป็นฝีมือแม่นี่”

“ไม่ใช่ป้าเหรอคะที่พยายามจะฆ่าวิน!!”

“เพ้อเจ้อ!! แม่ต่ายพูดอะไรเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”

“มันจบแล้วยาย” เสียงวรรณิตดังขึ้น วาสนาอึ้งที่เห็นเธอเดินนำตำรวจเข้ามา

ที่แท้ วรรณิตเป็นคนโทร.บอกทรงพลกับศุภารมย์ว่าวาสนากำลังจะไปฆ่าทิวัตถ์...เมื่อเธอยืนยันต่อหน้าทุกคน วาสนาก็ยังไม่ยอมรับ

“แกพูดอะไรของแกยัยณิต คุณตำรวจคะ จับมันเลยค่ะ นังนักร้องนี่ต้องการจะฆ่าหลานฉัน”

“เลิกเล่นละครได้แล้วยาย ณิตรู้แล้วยายเป็นคนที่ฆ่าแม่สา แล้วตอนนี้ยายก็กำลังจะฆ่าคุณวินอีกคน”

“เหลวไหล...เอาอะไรมาพูดฮะ!! แม่ต่ายอย่าไปเชื่อนะ นี่แม่ณิต ฉันสอนกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกโกหกกุเรื่องขึ้นมาเสียที”

“ป้าเลิกเล่นละครซะทีเถอะค่ะ ฉันเองไม่อยากให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้” ศุภารมย์ดักหมดทุกทาง วาสนาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี พยายามหว่านล้อมศุภารมย์กับทรงพล

“อะไรกันตาวินก็หลานฉันนะแม่ต่าย ฉันจะฆ่าตาวินไปให้ได้ประโยชน์อะไรล่ะ”

“เยอะเลยค่ะ...ถ้าไม่มีวิน วันก็จะขึ้นมาได้ทุกอย่างแทน ป้าคุมหนูณิตอยู่มือก็เท่ากับคุมวันได้ด้วย ที่จริงฉันก็อยากรู้จริงๆว่าถ้าวินพ้นทางไปแล้วใครจะเป็นคนต่อไป คงเป็นคุณพล จากนั้นก็คงเป็นคิวต่ายใช่ไหมคะ แล้วป้าก็จะสบายนั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทองของคุณพล”

“อะไร...นี่ใครใส่ความคิดพวกนี้ให้แม่ต่าย อ๋อ แม่ต่ายกำลังใส่ร้ายฉันเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดล่ะสิ”

“พ้นผิดอะไรกัน” ทรงพลไม่เข้าใจ

“พ่อพลก็คิดดูดีๆสิ ถ้าพ่อวินเป็นอะไรไปสักคน คนที่จะได้มรดกมากที่สุดก็คือพ่อวัน ลูกชายแท้ๆคนเดียวของแม่ตาย คุณตำรวจจับเลยค่ะ นั่นแหละคนร้ายที่จะฆ่าหลานฉัน”

“ไร้สาระ!! คุณต่ายไม่มีวันทำร้ายวินแน่” ทรงพลสวนทันควัน

“พ่อพลแน่ใจเหรอ วางตัวเป็นแม่พระ เมตตาสงสารหลานกำพร้า แต่จริงๆแล้วคงทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์แฝงทั้งนั้น จริงไหมจ๊ะแม่ต่าย”

ศุภารมย์นิ่งเงียบไม่ตอบโต้ แต่แล้วตกใจที่เห็นทรงพลสวนกลับวาสนา

“ผมเชื่อใจคุณต่ายและรู้ว่าคุณต่ายรักวินจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำอย่างที่ป้าคิด เพราะคุณต่ายไม่ได้เป็นแค่ป้าหรือแม่เลี้ยงของวินเท่านั้น”

ศุภารมย์คว้าแขนทรงพลห้ามไว้อย่างร้อนรน

แต่ไม่เป็นผล ทรงพลพูดความจริงว่าศุภารมย์เป็นแม่อุ้มบุญ ของทิวัตถ์...ทุกคนได้ฟังถึงกับชะงักไปอย่างคาดไม่ถึง

“ว่าไงนะ พ่อพลล้อป้าเล่นใช่ไหม”

“ป้าคิดว่าคนที่รักสวยรักงามอย่างต้อยจะยอมท้องเหรอ เฮอะ! ผู้หญิงเห็นแก่ตัวอย่างนั้นไม่มีวันตั้งท้องเองได้หรอก แต่เธอกลัวว่าถ้าไม่มีลูกผูกมัดผม ผมอาจจะขอหย่าได้ เลยมาขอให้คุณต่ายพี่สาวตัวเองเป็นแม่อุ้มบุญให้”

“ต๊าย...มิน่า ถึงต้องไปคลอดไกลตั้งเมืองนอกเมืองนา ถึงว่าทำไมแม่เลี้ยงบ้านนี้เขารักลูกเลี้ยงซะเหลือเกิน”

“ผมว่าป้าเลิกกล่าวหาคนอื่นแล้วยอมรับสิ่งที่ป้าทำเถอะ”

“ฉันบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำสิ...ไหนล่ะหลักฐาน”

“เรื่องมันขนาดนี้แล้วยายยอมมอบตัวซะดีกว่า เพราะกำไลข้อมือของยายมันคือหลักฐานว่ายายคือคนที่เข้าไปหาแม่สาคนสุดท้าย”

วาสนาตกใจจับข้อมือตัวเองที่ว่างเปล่า...ศุภารมย์เสริมขึ้นอย่างรู้จริง

“คนที่จะให้ยาเกินขนาดกับวินได้ต้องเป็นคนมีความรู้เรื่องการรักษาพยาบาลพอสมควร ถ้าไม่ได้เรียนมา ก็ต้องเคยพยาบาลคนเจ็บหรือคลุกคลีอยู่ในโรงพยาบาลมานาน...ที่ผ่านมาก็เห็นจะมีแค่ฉันที่ต้องเฝ้าวินกับป้าที่ต้องดูแลลุงสุธีเท่านั้นที่พอทำได้”

“จะให้ฉันยอมรับใช่มั้ย...ได้...ฉันนี่แหละเป็นคนทำเอง” วาสนาจนมุมหยิบเข็มฉีดยาในกระเป๋าออกมาจะแทงทิวัตถ์ ลิลินพุ่งเข้ามาขวางจึงถูกเข็มปักไหล่ แต่เธอยังฮึดสู้ผลักวาสนาเซไปสะดุดเสาน้ำเกลือก่อนจะล้มลงหัวกระแทกพื้นอย่างแรง

ตำรวจรีบเข้าจับกุมวาสนาที่นอนลืมตาแน่นิ่ง ทรงพลกับศุภารมย์รีบประคองลิลินที่ซวนเซ...แล้วในวันเดียวกันศุภารมย์ก็ตัดสินใจพาทิวัตถ์กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งเธอคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนวรรณิตก็ขอลากลับไปอยู่บ้านที่จันทบุรี แต่ก่อนไปเธอยอมสารภาพความจริงทั้งหมดว่าวาสนาพาเธอไปทำศัลยกรรมเพื่อให้เหมือนศุภิสราทั้งที่เธอมีสามีอยู่แล้ว ซึ่งก็คือยงยุทธที่มาตายในงานแต่งงานของเธอกับอนันยช

ตอนนั้นเธอต้องการเงินมารักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งจึงยอมทำตามแผนของวาสนาที่ต้องการความสุขสบาย หากเธอได้เป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ แต่เธอไม่คิดว่าวาสนาจะโลภมากและร้ายกาจถึงกับฆ่าคนตายได้อย่างเลือดเย็น

อนันยชทราบความจริงถึงกับโมโหฉุนเฉียวและบอกศุภารมย์ว่าเขาขยะแขยงวรรณิตเต็มที

“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะหนูณิต ป่านนี้วินอาจจะอาการหนักกว่านี้แล้วก็ได้”

“ที่แม่เห็นว่านังนั่นดีก็เพราะมันช่วยลูกแท้ๆของแม่ ไว้ใช่มั้ย...ผมไม่แปลกใจเลยว่าที่ผ่านมาทำไมแม่ถึงเข้าข้างไอ้วินมาตลอด...ที่แท้ก็เพราะมันเป็นลูกของแม่นี่เอง”

“วันไม่เข้าใจหรอก...น้องผ่านอะไรมาเยอะ”

“แม่ก็พูดอย่างนี้ทุกที แล้วตกลงแม่มีอะไรที่ปิดบังผมอยู่อีก หรือแม่กำลังจะบอกว่าผมไม่ใช่ลูกของแม่...ผมเป็นแค่เด็กเหลือขอที่แม่เก็บมาเลี้ยง”

ฉาด! ศุภารมย์ตบหน้าอนันยชแล้วอึ้งไปด้วยความเสียใจ ต่างจากอนันยชที่สีหน้าแววตาดุดัน สิ่งที่ศุภารมย์ ทำเป็นแรงผลักดันให้เขายิ่งเกลียดชังทิวัตถ์มากขึ้น

อนันยชเลือกคืนวันแต่งงานของศักดิ์สิทธิ์กับวิชนีที่ไม่มีใครอยู่บ้านจะลงมือฆ่าทิวัตถ์ แต่ลิลินที่ถูกคะยั้นคะยอต้องไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวปลีกตัวกลับมาก่อนทรงพลและศุภารมย์ เห็นการกระทำของอนันยชที่ถือปืนไล่ยิงทิวัตถ์พร้อมกับระบายความอัดอั้นที่ตัวเองเป็นรองมาตลอด

ทิวัตถ์หลบหลีกคมกระสุนได้ฉิวเฉียด ส่วนลิลินหาทางช่วยเหลือด้วยการคว้าโคมไฟฟาดหัวอนันยชจนเซ แต่เขาก็หันกลับมาตบหน้าเธอสุดแรง ทิวัตถ์เห็นดังนั้นโผนเข้าใส่อนันยชทั้งที่เจ็บแผลเก่าที่ถูกแทง

สุดท้ายทิวัตถ์ถูกอนันยชคว้าแจกันฟาดหัวล้มลง ทันใดนั้นเหมือนประตูห้องแห่งความทรงจำที่ปิดตายได้เปิดออก ทิวัตถ์จำวันเกิดเหตุร้ายในบ้านได้ชัดเจน...แม่กับพ่อทะเลาะกันเรื่องหึงหวง รวมทั้งเรื่องของทิวัตถ์ที่เกิดมาแต่ช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลย ศุภิสราแค้นใจศุภารมย์ที่อุ้มบุญให้ และคิดว่าเธอต้องเสียทรงพลไปแน่ จึงจะยิงศุภารมย์แต่ทิวัตถ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พุ่งเข้าห้าม เป็นเหตุให้ศุภิสราเสียหลักตกจากระเบียงลงมาตาย...

อนันยชถูกตำรวจวิสามัญเพราะไม่ยอมให้จับแถมยังจะฆ่าทิวัตถ์ให้ได้ ทุกคนเสียใจต่อการจากไปของเขา ส่วนทรงพลก็เฉลยความจริงที่ปิดบังมานานว่าเขาคือแม่ดาที่อุปการะเลี้ยงดูลิลินมาตลอด และทุกวันนี้กานดาซึ่งเป็นคนกลางระหว่างเขากับลิลินก็ยังมีชีวิตอยู่ เธอไม่ตายด้วยน้ำมือศัลย์ในคืนนั้นเพราะเขาไปช่วยไว้ทัน

ศุภารมย์เข้าใจทุกอย่างระหว่างทรงพลกับกานดาก็วันนี้ ส่วนลิลินก็บอกทรงพลว่าเธอรู้เรื่องนี้แล้ว ตอนแรกเธอคิดว่าแม่ดาคือกานดา แต่หลังจากที่เธอเห็นกล่องจดหมายในห้องทำงานของเขาก็รู้ว่าที่แท้เขาต่างหากที่เป็นแม่ดาตัวจริง

ทรงพลเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่วิงวอนขอร้องปองภพพ่อของลิลินให้ยอมรับว่าเป็นฆาตกรฆ่าศุภิสรา เพราะในคืนเกิดเหตุปองภพเข้ามารับจัดสวนอยู่พอดี ปองภพลังเลแต่พอได้ยินทรงพลสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวของเขาก็ไม่ปฏิเสธ เพราะปองภพป่วยหนักรู้ตัวดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน

“เรื่องนี้วินไม่ผิด...เขาไม่รู้เรื่องจริงๆ หนูก็เห็นว่าวินเพิ่งจะจำได้ เขาไม่ได้หลอกลวงอะไรหนูทั้งนั้น”

“แต่คุณพลก็รู้มาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องนอนคุณต้อย...คุณรู้...ถ้าไม่อย่างนั้นคุณคงไม่รู้สึกผิดจนต้องรับอุปการะหนู พยายามสอนให้หนูเป็นคนดี แล้วสั่งนักสั่งหนาว่าอย่ากลับมาที่นี่ เพราะสิ่งที่คุณทำมีจุดหมายเดียวคือกันไม่ให้หนูกลับมารื้อฟื้นเรื่องราวเพื่อปกป้องลูกชายของคุณเอง”

“ฉันขอโทษ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำเพื่อหนูมันไม่สามารถชดเชยความผิดที่ฉันได้ทำกับหนูหรือพ่อหนูได้”

“หนูให้อภัยค่ะ”

“อะไรนะ...หนูให้อภัยฉันเหรอ”

“ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนูมาตั้งแต่เด็ก แต่หนูขออย่างนึงได้ไหมคะ”

“ฉันให้ได้ทุกอย่าง”

“ถ้าหนูไม่สบายใจ หนูขอเขียนจดหมายหาแม่ดาได้ไหมคะ”

“ได้...ได้สิ...ขอบคุณนะ...ขอบคุณมาก” ทรงพลยิ้มกว้างดีใจ ก่อนจะผละออกไปให้ทิวัตถ์อยู่กับลิลินตามลำพัง

“ผมไม่คิดว่าคุณจะให้อภัยพ่อผมได้”

“ที่ผ่านมาทุกคนคอยเตือนฉันอยู่เสมอว่าการเริ่มต้นด้วยความแค้นไม่สามารถที่จะจบได้อย่างมีความสุข แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันได้พิสูจน์แล้วว่า การแก้แค้นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น พ่อป้องเองก็คงต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น”

“แล้วคุณจะอภัยให้ผมได้ไหม”

“ได้ แต่เราคงรักกันไม่ได้...ตอนแรกที่ฉันมาที่นี่ หัวใจของฉันเต็มไปด้วยไฟแค้น จนฉันได้พบคุณ...คุณทำให้ฉันรู้ว่าเวลาที่ฉันอยู่กับคุณ ฉันมีความสุขกับความรักที่คุณมีให้ฉัน”

“แล้วทำไมเราถึงรักกันไม่ได้”

“เพราะตอนนี้หัวใจของฉันมันแตกสลายไปพร้อมกับความจริงที่ฉันได้รู้ ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม”

“ได้สิ...ผมจะรอ...ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอ ผมจะรอวันที่หัวใจของคุณพร้อม แล้วผมจะทำให้คุณรักผมอีกครั้ง”

ลิลินมองหน้าทิวัตถ์เนิ่นนานก่อนจะหันหลังเดินจากมา...แล้วนับจากวันนั้นผ่านไปอีกสองปีทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน ทิวัตถ์ยังคงเพียรไปถามวิชนีที่กำลังเป็นคุณแม่ลูกอ่อนแทบทุกวันว่าลิลินติดต่อมาบ้างไหม แม้คำตอบที่ได้จะทำให้เขาห่อเหี่ยวแต่ก็ไม่หมดหวัง

ศุภารมย์สำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองทำไม่ดีหลายอย่าง เธอตัดสินใจบวชชีพราหมณ์และไม่มีทีท่าว่าจะสึก แถมยังฝากกานดาดูแลทรงพลแทน ฝ่ายวาสนาก็ได้รับกรรมเป็นอัมพาตเดินไม่ได้แต่ยังไงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันหนึ่ง ทิวัตถ์ไปไหว้โกศกระดูกปองภพที่วัด ขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ปองภพต้องรับบาปแทน...พูดจบทิวัตถ์สังเกตเห็นดอกลีลาวดีสดใหม่หน้าโกศ นึกถึงลิลินขึ้นมาทันที เขาวิ่งตามหาเธอทั่ววัดแต่ไม่เจอ

“ตามหาใครอยู่เหรอคะ” น้ำเสียงใสๆนั้นทำให้ทิวัตถ์หันขวับไปมอง แล้วยิ้มกว้างดีใจที่เห็นลิลินยืนอยู่...ความรักและความคิดถึงที่ยังคงอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจของทั้งคู่คงไม่ยากหากจะเริ่มต้นกันใหม่นับจากวันนี้เป็นต้นไป

ooooooo

–อวสาน–


ละครลีลาวดีเพลิง ตอนที่ 17(ตอนจบ) อ่านลีลาวดีเพลิง ติดตามลีลาวดีเพลิง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ 3 ก.พ. 2558 08:48 2015-02-04T00:58:33+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ