ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แหม่มแก้มแดง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

แหม่มแก้มแดง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ กรุงลอนดอน...

อนามิกา หรือ อะนา ถือถุงช็อปปิ้งแบรนด์เนมสุดหรูใบโตสองใบ เดินเฉิดฉายอยู่บนถนนย่านช็อปปิ้งหรูหรา เธอเยื้องย่างกรีดกรายอย่างมั่นใจราวกับนางแบบระดับซุปเปอร์โมเดลบนเวทีแฟชั่นแบรนด์เนมดังๆ เลยทีเดียว

“Hey! Baby!!” ฝรั่งวัย 30 สองคนที่เดินสวนกันทักทาย อนามิกาเชิดใส่ เดินแหวกผ่ากลางทั้งสองไปอย่างไม่สนใจ

“โทษนะ ฉันนิยมไทยย่ะ” อนามิกาเชิดใส่ผ่านไป

ooooooo

ที่ร้านอาหารไทยในลอนดอน อนามิกากรีดกรายมาหยุดที่หน้าร้าน มองเข้าไปราวกับคุณนายไฮโซกำลังชั่งใจว่าจะเข้าไปทานดีหรือไม่

ในร้าน พนิดา หรือที่เรียกอย่างกันเองว่า เจ๊แพนด้า เจ้าของร้านกำลังยื่นนามบัตรให้ลูกค้าฝรั่งอยู่ เงยหน้าเห็นอนามิกาก็กุลีกุจอออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม แต่พอเข้าใกล้เห็นว่าเป็นใคร ก็ชักสีหน้าตวาดใส่

“นี่! มาซะหรูเลยนะยะ แล้วนี่ทางบ้านถูกหวยหรือมีฝรั่งเลี้ยง ถึงได้มีตังค์ซื้อเสื้อผ้าแพงๆ พวกนี้”

“โธ่! เจ๊แพนด้า ฉันคงจะมีปัญญาซื้อหรอกนะ ถุงน่ะใช่...แบรนด์เนมเป๊ะ แต่ดูข้างในซะก่อน” พลางเปิดปากถุงให้ดู “นี่...ชุดฉันเอง เอามาเปลี่ยนทำงานให้เจ๊นี่แหละ”

“แล้วจะรออะไรยะยัยอะนา รีบไปเปลี่ยนสิ เร็ว”

อนามิการับคำรีบๆ ลนๆ เข้าไปหลังร้าน เหมือนเด็กในร้านที่มาทำงานสาย ไม่เหลือมาดไฮโซเมื่อครู่นี้เลย...

“เดี๋ยวปั๊ด...หักค่าแรงซะเลย” เจ๊แพนด้าค้อนตามหลังอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ครู่เดียว อนามิกา ในชุดไทยสวมชฎา ก็รำไทยออกมาจากหลังร้านอย่างแช่มช้อย สวยงาม พวกลูกค้าฝรั่งมองกันอย่างพอใจ ทานอาหารไปดูไปอย่างชื่นชมเพลินตาเพลินใจ

เมื่อรำจบ ลูกค้าต่างปรบมือกันอย่างสุภาพ อนามิกาย่อตัวไหว้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม ไหว้ไปทางซ้าย...

ทางขวา ยิ้มหวาน ตามองเหมือนหาเป้าหมาย เห็นฝรั่งผัวเมียหยิบธนบัตรก็ยิ้มหวานเดินไปรับเงินอย่างเร็วจนเกือบเป็นฉก กำไว้แน่น ไหว้อย่างอ่อนช้อยอีกที

ขณะเอ่ยขอบคุณฝรั่งที่ทิปให้ ตาก็กวาดมองไปทางโต๊ะอื่น เห็นอีกโต๊ะหยิบเงินทิปให้ก็ตั้งท่ารำขยับเข้าไปรับเงิน ในใจนึก “มากกว่าโต๊ะตะกี้อีกแฮะ”

ขณะที่อนามิกากำลังมองอย่างกดดันให้โต๊ะอื่นทิปอยู่นั่นเอง มีมือมาสะกิดที่ขาเบาๆ เธอก้มมองเห็นจ๊อดหรือจอร์จ ลูกชายวัยน่ารักของเจ๊แพนด้าที่เกิดกับผัวฝรั่งที่ทิ้งเจ๊ไปแล้วนั่นเอง

“พี่ๆ พี่อะนา...แม่ให้มาตามเข้าไปช่วยงานในครัว”

อนามิกาลังเลจ้องที่โต๊ะฝรั่งอย่างกดดันอีกครั้งเห็นยังนั่งเฉย เลยจำใจต้องผละไปอย่างแสนเสียดาย พอไปในครัว อนามิกาก็กลายเป็นแม่ครัวที่ง่วนอยู่หน้าเตาทั้งที่ยังอยู่ในชุดรำ แม้แต่ชฎาก็ยังไม่ได้ถอด เหงื่อแตกหน้ามันมือผัดเป็นระวิง เส้นผมตกลงมาก็ยังไม่มีมือปัด เหลือแต่ปากว่างอยู่เลยขอให้ใครที่มือว่างช่วยถอดชฎาให้หน่อย

“เฮ้อ...แทนที่จะจ้างแม่ครัวเพิ่ม ดูสิ! ใครลาใครขาดไปคน ก็ต้องมาลงที่ฉัน ไม่รู้ว่าเจ๊แกจะเค็มไปถึงไหน...”

แต่พอหันไปขอบใจคนถอดชฎาให้ เจอหน้าเจ๊เข้าเต็มตา ถูกเจ๊ถามเสียงเขียวว่าเมื่อกี้ว่าใครเค็ม อนามิกากลอกกลิ้งไปเนียนๆว่าผัดผักเค็มไปหน่อย เลยถูกเจ๊ด่าว่า

“ไม่ต้องมากะล่อน ผัดกับข้าวเสร็จก็รีบเปลี่ยนชุดออกไปเสิร์ฟข้างนอกไป๊”

อนามิกาถามประชดว่าจะให้เป็นแคชเชียร์ด้วยไหม เลยโดนจริงๆ เจ๊บอกว่า ดี ฝากดูแคชเชียร์ด้วยนะ พอเจ๊ออกไปอนามิกาก็บ่นอุบ

“อะไรก็เรา เฮ่อ...อุตส่าห์มาเรียนแฟชั่นดีไซน์ แต่กลับไปคงทำกับข้าวเก่งขึ้นละเรา...”

ooooooo

ที่วิทยาลัยศิลปะในลอนดอน เมธาวีหรือเม ซึ่งเป็นรูมเมตของอนามิกา ที่ต่างก็กำพร้าและทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนมาเหมือนกัน กำลังแอบสเกตช์รูปของณภัทรหรือภัทที่กำลังนั่งใจจดจ่ออยู่กับโน้ตบุ๊กที่ใต้ต้นไม้
พลันก็สะดุ้งเมื่ออัทธวุธหรืออาร์ท เพื่อนตุ๊ดสุดซ่า

ที่เรียนมาด้วยกันที่เมืองไทย และมีน้ำใจให้อนามิกากับเมธาวีได้อาศัยอยู่บ้านเช่าของตนด้วย ก็โผล่มาชะโงกดู ถามว่าแอบวาดรูปภัทอยู่หรือ

เมธาวีสะดุ้งรีบทำท่าห้ามเสียงดังกลัวณภัทรจะรู้ตัว พลางรีบปิดสมุด ถูกอาร์ทแย่งดู สมุดเลยเปิดพลิกไปอีกหลายหน้า ปรากฏว่าทุกหน้าวาดแต่รูปณภัทรทั้งนั้น เลยถามว่าชอบณภัทรหรือ แซวว่าแอ๊บเสียเนียนเลย คบกันมาเป็นปี ตนเพิ่งรู้ว่าชอบณภัทร

ฝ่ายณภัทรเช็กอีเมล์อยู่ พลันก็ร้องอย่างตกใจเมื่อเจออีเมล์ของ ณดล พี่ชายที่อยู่เมืองไทย อาร์ทถามว่าเกิดอะไรขึ้นร้องอย่างกับเจอผี ณภัทรบอกว่า เจอผียังดีกว่า เพราะเจอผียังไม่น่ากลัวเท่ากับเจอพี่ชาย

ooooooo

ณดลเป็นพี่ชายของณภัทร เขาเป็นคนจริงจัง เคร่งเครียด เข้มงวด เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่และเป็นที่ทั้งรักทั้งกลัวของณภัทร

เขาเป็นเจ้าของโครงการ เดอะซิตี้ อเวนิว เป็นอาคารพื้นที่ให้เช่าทำการค้า เขามีกฎเหล็กที่ห้ามตั้งป้ายขวางทาง วันนี้เจอเข้าจังๆก็สั่ง รปภ.ให้เอาออก จนเกือบมีเรื่องกับเจ้าของร้าน ดีแต่พายัพมาไกล่เกลี่ยแล้วชวนณดลไปนั่งเล่นที่ร้านตนให้ใจเย็นๆก่อนไหม หรือไม่ คืนนี้แวะมาก็ได้ ติงว่า

“พี่ว่าณดลซีเรียสเกินไปหน่อยรึเปล่า”

“ผมก็แค่ทนไม่ได้กับคนที่ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบในสัญญาเช่าน่ะครับ สำหรับผมนะพี่ สัญญามีไว้ให้ปฏิบัติตามไม่ได้มีไว้ให้ฝ่าฝืน” ณดลตอบหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

ณภัทรเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์โดยมีอาร์ทกับเมธาวีมามุงดูอย่างอยากรู้อยากเห็น ณภัทรบอกว่าณดลส่งอีเมล์บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากให้ดู

พอเปิดดู เห็นพ่อคือกอบชัย กับแม่คือพนารัตน์ นั่งอยู่ด้วยกัน หลังจากบอกรักและคิดถึงลูกแล้ว พ่อกับแม่ก็บอกข่าวสำคัญว่า

“ตั้งใจฟังให้ดีนะภัท เมื่อวานนี้ พ่อกับแม่คุยตกลงกับคุณเสรีไปแล้วว่า ทันทีที่ลูกภัทเรียนจบกลับมา เราจะจัดการให้ลูกภัทหมั้นกับหนูแพรวาเสีย” พนารัตน์เริ่มก่อน แล้วกอบชัยจึงพูดต่อว่า

“ลูกสาวคนเล็กคุณเสรีไง หนูแพรนี่ทั้งน่ารักทั้งเรียบร้อย พ่อดีใจด้วยนะ ที่แกจะได้แต่งงานกับผู้หญิงดีๆอย่างหนูแพรคนนี้”

ณภัทรแทบช็อกกับข่าวดีที่พ่อกับแม่บอก กล้องปิดลงพร้อมกับเสียงณดลปิดท้ายว่า

“แกอย่าทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ผิดหวังนะภัท”

อาร์ทถามณภัทรที่ยังอึ้งอยู่ว่าพ่อกับแม่พูดเล่นใช่ไหม เมธาวีบอกว่า ยุคนี้ไม่มีใครเขาคลุมถุงชนกันแล้วล่ะ

“มีสิ! บ้านฉันนี่ไง” ณภัทรโพล่งออกไป แล้วรำพึงรำพันว่า “ฉันถูกพูดกรอกหูมาแต่เด็กแล้วว่า วันนึงจะต้องแต่งงานกับลูกสาวคุณเสรี...เฮ้อ...แล้ววันนั้นก็มาถึงจนได้...”

เมธาวีช็อก น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว อาร์ทได้แต่มองดูเพื่อนด้วยความเห็นใจ

ooooooo

อนามิกาทำงานขั้นสุดท้ายคือถูพื้นร้าน เจ๊แพน-ด้าเอาอาหารใส่ถุงยื่นให้บอกว่าเอาไปแบ่งกันกินกับเมธาวี ฝากบอกเมธาวีด้วยว่า พรุ่งนี้ให้มาทำงานเร็วหน่อย ถามว่าอีกเดือนเดียวสองคนก็ต้องกลับเมืองไทยแล้วใช่ไหม

อนามิกาบอกว่าใช่ จบแล้วต้องรีบกลับเลย อยู่ไม่ไหวของแพงเหลือเกินเมืองไทยเราน่าอยู่กว่าเยอะ

“ใช่ บ้านเรายังไงก็อบอุ่นกว่า” เจ๊แพนด้าเห็นด้วย ลูบหัวลูกชายรำพึง “นี่ตั้งแต่เจ๊หย่ากับไอ้จอห์นพ่อของ

จ๊อดมันแล้วก็คิดอยากจะกลับเมืองไทยอยู่ทุกคืนเหมือนกัน”

ระหว่างนั้น จ๊อดก็วิ่งส่งเสียงบรื๋ออออไป บรื๋ออออมา เจ๊สอนลูกว่าให้ดูอย่างพี่อะนาเป็นผู้หญิงก็ยังรู้จักสู้ จ๊อดก็ยังวิ่งบรื๋อไปบรื๋อมา เจ๊ส่ายหัวบ่นว่า พูดภาษาฝรั่งมันก็ไม่ใส่ใจ พูดภาษาไทยมันก็ไม่ฟัง ครั้นด่ามันก็ไม่ค่อยจะทัน พอหันไปอีกทีจ๊อดก็บรื๋อ...ล่องหนไปแล้ว

ooooooo

อนามิกาหิ้วถุงอาหารจากร้านเจ๊แพนด้ากลับถึงบ้าน ร้องเรียกอาร์ทและเมธาวีมากินข้าวก็ไม่มี

เสียงตอบ วางถุงไว้บนโต๊ะแล้วเข้าห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง พลันก็ชะงักขนลุกซู่ เมื่อได้ยินเสียงคนร้องไห้กระซิก...กระซิกแว่วมา

เงี่ยหูฟังแล้วทำใจกล้าย่องไปตามเสียง ปรากฏว่าเสียงมาจากห้องนอนอาร์ท เธอพรวดเข้าไปถามว่าร้องไห้ทำไม เมธาวีเอาแต่ร้องไห้ เลยหันไปถามอาร์ทว่า สองคนอยู่บนเตียงหมายความว่าไง ทำอะไรรุ่นน้องตน

อาร์ทลุกขึ้นด่าว่าขืนตนทำแบบนี้ฟ้าผ่าพอดี ให้ถามเมธาวีเอาเองแล้วกันว่าเกิดอะไรขึ้น

“ก็นายภัทน่ะสิ...ฮือๆๆ” เมธาวีพูดได้แค่นั้น

ก็ร้องไห้จนพูดไม่ออก อาร์ทเลยเล่าให้ฟังว่า เมธาวีแอบหลงรักณภัทร แต่ณภัทรกำลังจะถูกพ่อแม่จับคลุมถุงชน ให้หมั้นกับผู้หญิงที่หาให้ อนามิกาถามว่าแล้วณภัทรรู้ไหมว่าเมธาวีชอบเขา

อาร์ทประชดว่าขนาดเราอยู่ด้วยกันยังไม่รู้เลยแล้วอาร์ทจะรู้เหรอ อนามิกาถามเมธาวีว่ารักแล้วทำไมไม่บอกเขา เดี๋ยวนี้หมดสมัยแล้วที่จะแอบรักใครแล้วเก็บไว้รู้คนเดียว เมธาวีไม่กล้า อาร์ทก็เถียงแทนว่าขืนบอกแล้วผู้ชายไม่ตอบรับก็หน้าแตกแย่สิ

อนามิกาแหวใส่อาร์ทว่าไม่ต้องมาทำเป็นรู้ใจผู้หญิงดีเลย แล้วกล่อมเมธาวีว่า บอกไป อย่างน้อยก็ยังพอมีหวังบ้าง แต่พอถูกอาร์ทติงก็ฉุกคิดได้ว่า พวกเราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ขืนบอกรักแล้วเขาไม่ตอบมันจะพานทำให้เสียเพื่อนมองหน้ากันไม่ติด แต่ก็ยังยืนยันว่า เมธาวีควรบอกณภัทรก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“แต่เมไม่กล้าบอกภัทเขาหรอก” เมธาวียังสะอื้นฮั่กอยู่

“แกไม่บอก...งั้นฉันบอกเอง” อนามิกาสีหน้าจริงจังมาก

ooooooo

อนามิกาไปหาณภัทรที่บ้านคืนนี้เลย ไปกดกริ่งหน้าบ้าน ไม่ทันใจก็ทุบประตูถี่ยิบ บ่นอย่างหงุดหงิดว่า จู่ๆก็จะหมั้นทำให้รุ่นน้องตนต้องร้องไห้ ตนจะต้องเปลี่ยนใจเขาให้มาสนใจรุ่นร้องตนให้ได้

ปรากฏว่าคนที่มาเปิดประตูให้กลายเป็นนลิณา หรือนีน่าสาวสวยรวยแสบเปรี้ยวจี๊ดที่เรียนห้องเดียวกับณภัทร อนามิกามองงงๆ ถูกนลิณาด่าว่าทำไมไม่พังประตูเข้ามาเลยล่ะ

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันมาหาเจ้าของบ้านเธอไม่เกี่ยวก็หลบไป” อนามิกาก้าวพรวดชนไหล่นลิณาเข้าไปอย่างไม่แยแส นลิณามองตามอย่างเจ็บใจ

อนามิกาเดินลิ่วเข้าไปหาณภัทร เห็นเขานั่งซังกะตายอยู่ที่โซฟา เธอถามโพล่งไปว่า

“นายภัท เรื่องจริงใช่ไหมที่นายจะหมั้น แล้วนายรู้ไหมว่านายทำให้...” อนามิกาชะงักเมื่อเห็นณภัทรซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยาก ถามว่า “เป็นอะไรของนาย จะได้กลับเมืองไทยไปหมั้นสาวแล้วไม่ดีใจเหรอ”

“ดูหน้าฉันสิ ฉันดูเหมือนคนกำลังดีใจอยู่ไหมล่ะ” ณภัทรย้อนถามเพื่อนเซ็งๆ

“พูดอะไรออกมาน่ะนายภัท อย่าพูดแบบนี้ให้ฉันได้ยินอีกนะ” นลิณาแทรกเข้ามาอย่างเอาเรื่อง

อนามิกาถามว่าเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย ตนกำลังคุยกับณภัทรต่างหาก เลยถูกนลิณาเย้ยว่า ตัวเธอเองนั่นแหละไม่เกี่ยว ส่วนตนเกี่ยวเต็มๆ เพราะเป็นพี่สาวแท้ๆของแพรวา ที่กำลังจะหมั้นกับณภัทรเมื่อเขาเรียนจบกลับเมืองไทย

ณภัทรโพล่งไปว่าไม่มีใครเป็นอะไรกับตนทั้งนั้น เพราะตนยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรทั้งนั้น ถูกนลิณาแว้ดใส่ว่าพูดอะไรให้เกียรติน้องสาวตนบ้าง

“ให้เกียรติเหรอ? แล้วมีใครให้เกียรติฉันบ้างไหม? ไม่เห็นมีใครถามฉันสักคำว่า  ฉันอยากหมั้น อยากแต่งงานหรือเปล่าฉันก็มีหัวใจ ฉันเป็นคนไม่ใช่ตัวอะไรที่ใครจะจับคู่ให้ยังไงก็ได้” ณภัทรสวนไปหน้าเครียด

นลิณาอ้างว่าน้องสาวตนจะหมั้นกับเขาเพราะผู้ใหญ่ตกลงกันแล้ว ถึงยังไงเขาก็ไม่ควรพูดจาแบบนี้

“ฉันก็จะพูดแบบนี้แหละ ยังไงฉันก็ไม่หมั้น ไม่แต่งอะไรทั้งนั้น”

“อย่ามาทำปากเก่งหน่อยเลย เราก็รู้กันดี ว่าพ่อแม่ของนายเป็นคนยังไง แล้วฉันจะคอยดูว่านายจะหาเหตุผล อะไรมาปฏิเสธท่านได้” นลิณาเยาะเย้ย มองหน้าณภัทรอย่างท้าทาย

ณภัทรได้แต่นั่งกุมหัว กลุ้มใจไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร เพราะรู้แก่ใจดีว่า พ่อ แม่ และพี่ชายตนเป็นยังไง

ooooooo

เกตนิการ์ หรือ เกด เพื่อนรักของนลิณาที่มีนิสัยใจคอเหมือนกันและเรียนในที่เดียวกัน หลังจากปะทะคารมกับอนามิกาที่บ้านณภัทรแล้ว ก็พากันกลับ เกตนิการ์ถามเพื่อนระหว่างเดินมาด้วยกันว่า แน่ใจหรือว่าพ่อแม่ของณภัทรจะบังคับให้เขาหมั้นกับแพรวาน้องสาวเธอได้ สมัยนี้ยังจะมีใครยอมให้จับคลุมถุงชนกันอีกหรือ

“ยัยเกด เธอไม่รู้อะไร ไอ้เรื่องคลุมถุงชนเนี่ย จะสมัยนี้หรือสมัยหน้า หรือว่าในอนาคต มันก็ยังจะมี ยิ่งกับพวกครอบครัวคนรวยๆ หรือตระกูลไฮโซนี่ก็ยิ่งมีเยอะ เพราะอะไรเธอรู้ไหม

เกตนิการ์ถามว่าเพราะอะไร นลิณาสาธยายอย่างผู้รู้ว่า

“ก็เพราะครอบครัวพวกนี้ เลี้ยงลูกด้วยเงิน จนลูกโตมาง่อยเปลี้ย ทำมาหากินเองไม่เป็น ไหนจะใช้เงินมือเติบ กินอยู่หรูหราสุขสบายจนชิน”

เกตนิการ์เสริมอย่างเข้าใจว่า พวกนี้เลยไม่กล้า

ขัดคำสั่งพ่อแม่เพราะกลัวโดนตัดท่อน้ำเลี้ยงใช่ไหม นลิณาเพิ่มเติมว่ายังกลัวถูกตัดจากกองมรดกด้วย บอกเพื่อนอย่างมั่นใจว่า

“เธอเชื่อฉันสิเกด ยังไงซะ นายภัทก็ต้องยอมหมั้นกับน้องสาวฉันแน่ๆ”

เกตนิการ์รำพึงว่าน้องสาวเธอโชคดี เพราะณภัทรทั้งหล่อ ทั้งรวย และนิสัยดี ตนยังเสียดายและอิจฉาน้องสาวเธอเลย ทำเอานลิณาสะดุ้งถามว่าพูดอะไรนะ ได้ยินเธอชมณภัทรบ่อยๆ คิดอะไรกับว่าที่คู่หมั้นน้องตนหรือเปล่า

“คิดมากน่า เธอจะบ้าเหรอนีน่า ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดอะไร” เกตนิการ์ ทำปากแข็งทั้งที่ใจอยากได้ณภัทรมาครอบครองมาก...

ooooooo

ณภัทรยังจมอยู่กับความกลัดกลุ้ม เขาคิดถึงวันหนึ่งก่อนที่จะมาเรียนที่ลอนดอน

เวลานั้น เขายังเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ พ่อ แม่ พาไปทานอาหารในร้านหรู โดยมีเสรีและแพรวาร่วมทานด้วย เขาทานอาหารอย่างไม่คิดอะไร แต่ถูกพ่อกับแม่บอกให้ดูแลแพรวาด้วย เขาจึงตักอาหารตรงหน้าใส่จานให้เธอ ตามมารยาท

แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคิดมากกว่านั้น โดยเฉพาะพนารัตน์ผู้เป็นแม่ เอ่ยกับเสรีพ่อของแพรวาว่า

“ดูซิคุณเสรี แว้บเดียว ลูกๆ เราก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว ฉันละอยากเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันที่เขาสองคนจะได้หมั้นหมายกัน” พอกอบชัยผู้เป็นสามีสะกิดเตือนว่าลูกๆ ยังเป็นนักศึกษาอยู่ กลับถูกปรามว่า “พ่ออยู่เฉยๆเหอะน่า” แล้วหันไปถามเสรีว่า “หรือคุณเสรีว่าไง”

“ก็แล้วแต่ทางคุณรัตน์กับคุณกอบชัยได้เลย ลูกแพรของผมเป็นเด็กว่าง่าย ก็คงไม่มีปัญหาอะไร” เสรีลูบศีรษะแพรวาเบาๆ อย่างเอ็นดู พลางพูด “แต่ถ้าถามความเห็นผม ส่วนตัวผม ก็อยากให้ว่ากันไปตามสัญญาน่ะ”

ณภัทรคิดถึงอดีตแล้วเครียด เขาไม่รู้ว่าผู้ใหญ่สัญญาอะไรกันไว้บ้าง พึมพำอย่างรับไม่ได้ว่า

“คำก็สัญญา สองคำก็สัญญา จะสัญญาอะไรกันน่ะเคยปรึกษาเราบ้างไหม...กลุ้มเว้ย!!!”

ooooooo

อนามิกากลับมาถึงบ้านก็พากันกินอาหารที่เอามาจากร้านเจ๊แพนด้า อาร์ทนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่เมธาวีเอาแต่นั่งซึมยังไม่ได้แกะข้าวในกล่องใส่จานด้วยซํ้า

พออาร์ททักก็ลุกพรวดเดินร้องไห้กลับเข้าห้องตัวเอง อนามิกากับอาร์ทเป็นห่วงเพื่อน อาร์ทเสนอว่า เราพูดให้เมธาวีตัดใจไปเสียดีไหม เพราะถึงยังไงก็หมดโอกาสแล้ว

แต่อนามิกาเชื่อว่าเมธาวียังมีโอกาส เพราะตนไปได้ยินมาว่าณภัทรยังไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่งงาน อาร์ทไม่มีความหวังพูดอย่างรู้ดีว่ายังไงเสีย ณภัทรก็ต้องทำตามพ่อแม่อยู่ดี เพราะ “บ้านเนี้ย...เขาเผด็จการทั้งบ้าน”

“งั้นเราต้องยุให้นายภัทกล้าลุกขึ้นมาต่อต้านบ้าง ไม่ใช่ทางบ้านบังคับอะไรก็ต้องยอมไปเสียทุกอย่าง ถ้าบ้านเขาเผด็จการนัก เราก็จะยุให้นายภัทปฏิวัติซะเลย!”

ooooooo

ฝ่ายณดล หลังจากประสบความสำเร็จในโครงการซิตี้ อเวนิว แล้วก็เล็งที่จะขึ้นอีกสักโครงการภายในสองปีนี้ พนารัตน์ติงว่าไม่อยากให้ลูกทำงานหนักอย่างนี้เลย ขืนทำแต่งานไม่มีเวลาสร้างครอบครัวแม่ไม่เอาด้วย ณดลบอกแม่ว่า ตนยังไม่อยากคิดเรื่องนี้

“ณดลไม่ต้องคิดเลย อยู่เฉยๆเดี๋ยวแม่จัดให้เอง” พนารัตน์รวบรัดตัดบททันที ถูกกอบชัยท้วงติงว่า เพิ่งจะจับคู่ให้ณภัทรไปหยกๆ จะจับคู่ให้ณดลอีกแล้วหรือ “ใช่...ก็หนูนีน่าไงพ่อ ลูกสาวคนโตคุณเสรีนี่แหละ เห็นกำลังจะเรียนจบกลับมา เขาเรียนที่เดียวกับเจ้าภัทนั่นแหละ”

ณดลบอกแม่ว่า ตนยังไม่อยากมีใครตอนนี้ พนารัตน์บอกว่า แม่ไม่ได้เร่งรัดแต่แนะว่าเมื่อนีน่ากลับมาก็พาไปทานข้าวดูหนังฟังเพลงหรือพามาที่โครงการของเราบ้างก็ได้ กอบชัยนึกขึ้นได้ถามณดลว่า ส่งคลิปนั่นไปให้ณภัทรดูแล้วหรือยัง ณดลบอกว่าส่งไปแล้วแต่ยังไม่เห็นติดต่อกลับมา พนารัตน์คาดว่าณภัทรคงดีใจจนพูดไม่ออกกระมัง

“ก็หวังว่านะครับ แต่ผมยังสังหรณ์ว่าเจ้าภัทอาจจะสร้างปัญหาทำให้คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องผิดสัญญากับคุณเสรีเขาน่ะสิครับ”

พนารัตน์เสียงดังว่า ไม่ได้ จะปล่อยให้น้องเป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด กอบชัยก็ย้ำว่าถ้าเราสัญญาอะไรกับใครไว้เราก็ต้องทำตามสัญญาให้ได้ จะผิดคำพูดไม่ได้ แล้วฝากณดลให้ช่วยดูแลน้องด้วยอย่าให้แตกแถว

“ครับ คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้ ถ้าผมแค่เอ่ยปาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เจ้าภัทไม่เคยปฏิเสธผม แล้วก็จะไม่มีวันกล้าปฏิเสธผมด้วย” ณดลบอกกับพ่อและแม่อย่างมั่นใจว่า น้องจะต้องอยู่ในโอวาทของตนแน่นอน

ooooooo

ณภัทรกลัดกลุ้มหาทางออกไม่ได้ ไปที่ร้านอาหารของเจ๊แพนด้า เจ๊กำลังหงุดหงิดเมธาวีที่เอาแต่เศร้าไม่มีแก่จิตแก่ใจทำงาน กระทั่งบางครั้งก็นั่งร้องไห้ เจ๊ขู่ว่าไม่ไปเทกแคร์ลูกค้าจะตัดค่าแรงแล้วไล่ให้รีบออกไปทำงาน

อนามิกาเห็นณภัทรมายืนอยู่หน้าร้านก็รีบออกไปทักทายพาเข้ามานั่งในร้านถามว่า เป็นอะไรทำไมทำหน้าซังกะตายแบบนั้น พอณภัทรเล่าเรื่องพ่อแม่บังคับให้หมั้น อนามิกาได้ช่องยุทันทีว่า ถ้าเป็นตน ตนจะไม่ยอม ตัวเองก็โตเป็นหนุ่มแล้วหล่อด้วย เรื่องอะไรจะยอมให้ทางบ้านบังคับ

พูดแล้วถามว่าอยากกินอะไรจะสั่งให้ ณภัทรขออะไรก็ได้ที่กินแล้วเมา จะได้ลืมเรื่องกลุ้มๆเสีย

อนามิกาจัดให้ ไม่เพียงจัดของเมาให้ หากยังไปกล่อมให้เมธาวีถือโอกาสนี้ใกล้ชิดณภัทรทำคะแนนให้ตัวเองด้วย แต่เมธาวีไม่กล้า

“แกนี่มันซื่อหรือมันบื้อเนี่ย นายภัทเขาไม่ได้อยากจะหมั้นแล้วตอนนี้เขาก็กำลังกลุ้ม ออกไปดูสิกินเบียร์เป็นน้ำเปล่าเลยแก ถ้าแกฉลาด แกก็ควรจะใช้โอกาสนี้ไปคอยดูแล เทกแคร์เขา เข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย”

เมธาวีพยักหน้าเดินออกไป กลัวๆ กล้าๆ ปรากฏว่าณภัทรเริ่มเมาแล้วเขาพร่ำแต่ความกลัดกลุ้มเรื่องถูกบังคับให้หมั้น ตนไม่อยากหมั้น แต่ก็ไม่รู้ขัดพ่อแม่กับพี่ชายได้อย่างไรเพราะพวกเขาไม่เคยฟังตนเลย

เมธาวีได้แต่คอยเตือนเขาไม่ให้เสียงดัง เจ๊แพนเค้กเดินหน้าเครียดออกมา หันไปขอโทษฝรั่งที่มองมาทางณภัทรอย่างตำหนิ แล้วเจ๊ก็มาสั่งเมธาวีให้พาเพื่อนออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้! พอเมธาวีชวนณภัทรออกไป เจ๊ย้ำปรามว่า ถ้าเพื่อนเบี้ยวค่าเบียร์เธอต้องจ่ายนะ

ณภัทรไม่ยอมออกจะดื่มต่อ จนเมธาวีต้องขอให้อนามิกามาช่วยกันหิ้วปีกออกไป

ooooooo

ระหว่างถูกหิ้วปีกไปนั้น ณภัทรพร่ำบอกแต่ว่าตนไม่อยากหมั้น ถามว่า หรือตนจะหายไปเลย ไม่กลับ เมืองไทยหนีจากบ้านไปเลย พล่ามอยู่อย่างนั้นจนอนามิกาบอกให้หยุดเสียทีตนอายฝรั่ง

ทั้งสองพาณภัทรไปฝากอาร์ทให้ช่วยดูแลที่บ้านพวกตนจะรีบกลับไปทำงานที่ร้านอีก อาร์ทเห็นสภาพณภัทรบอกว่าเชื่ออนามิกาแล้วว่าณภัทรไม่อยากหมั้นจริงๆ

“ก็แล้วใครบอกว่าฉันอยากล่ะ หยุดบังคับจิตใจกันเสียทีได้ไหม!” ณภัทรทะลึ่งพรวดขึ้นตะเบ็งถาม

อนามิกาบอกว่า ถ้าเขาไม่อยากให้ทางบ้านบังคับก็ต้องมีจุดยืนบ้าง ยุว่าให้โวยไปเลยว่าไม่หมั้น! ยังไงก็ไม่ยอมหมั้น!! ณภัทรเสียงอ่อยว่าตนไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรให้ทางบ้านเชื่อ

“นายก็บอกที่บ้านไปสิว่านายมีเมียฝรั่งอยู่ที่นี่แล้ว” อนามิกาเสนอ เชื่อว่าถ้าเขามีเมียฝรั่งแล้วคงไม่มีใครยอมหมั้นด้วย อาร์ทเห็นด้วยทันที ชี้ไปที่โทรศัพท์ ยุว่าโทร.เลย แล้วหัวเราะเหมือนเยาะว่าณภัทรไม่กล้า

แต่ณภัทรเกิดฮึดขึ้นมา ดูนาฬิกาแล้วบอกว่าประเทศไทยตอนนี้ประมาณเที่ยงวัน เขายกโทรศัพท์กดโทร.ออกทันที ทำเอาทุกคนมองอึ้งว่า เอาจริงแฮะ...

ณภัทรเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนช่วยกันฟัง

ณดลรับสายพอดี ณภัทรบอกทันทีว่าตนมีเรื่องสำคัญจะบอก ถูกพี่ชายทักว่าเสียงเหมือนเมากินเหล้ามาหรือ

“พี่ฟังผมก่อน ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่...ผมมีเมียแล้ว ผมกลับไปหมั้นไม่ได้แล้ว ผมมีเมียอยู่ที่ลอนดอนแล้วพี่” ณภัทรพูดอย่างกล้าหาญ จนพวกกองเชียร์พากันตะลึงอ้าปากค้าง

“ก...แกว่าไงนะ!” ณดลติดอ่างขึ้นฉับพลัน

ณภัทรบอกว่าตนมีเมียแล้ว และให้พี่ช่วยบอกพ่อกับแม่ด้วยว่า ตนกลับไปหมั้นกับแพรวาไม่ได้ อึดใจเดียวก็ถูกพี่ชายถามว่ากำลังโกหกกันใช่ไหม ณภัทรเริ่มใจเสียที่ถูกจับเท็จ ยิ่งเมื่อณดลถามว่าโกหกตนเพื่อจะยกเลิกงานหมั้นใช่ไหม เพราะไม่เคยเห็นเขาจีบใครเลย พูดปรามาส ว่า “คนอย่างแกเนี่ยนะจะมีเมียอยู่ที่นั่น”

พอถูกพี่ชายซัก ณภัทรก็ตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งมีพิรุธ โกหกมั่วไปหมด ณดลบอกว่ามีเมียแล้วก็เลิกได้ ณภัทรก็โกหกว่าเมียท้องแล้วเลิกไม่ได้ พอพี่ชายถามว่าท้องกี่เดือน เขาตอบทันทีว่า สิบเดือน พอถูกย้ำถามอีกทีก็บอกว่าสองสามเดือน

พวกกองเชียร์พากันหน้าตาตื่นกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด

ณดลถามว่าเมียเขาอยู่ไหน พอณภัทรบอกว่าอยู่แถวนี้แหละ เลยถูกพี่ชายสั่งให้เรียกมาคุยหน่อย ทุกคนเลยตึงเครียดหนัก ณดลยิ่งมั่นใจว่าน้องโกหก เร่งให้เรียกเมียมาคุยเร็วๆ

“ฉันอยู่นี่” อนามิกาเข้าไปแก้สถานการณ์ณดลเริ่มเชื่อ ถามว่าเธอชื่ออะไร “ฉันชื่ออนามิกา แต่เพื่อน เออะ...สามีเรียกฉันว่าอะนา”

หลังจากซักถามจับโกหกกันอยู่ครู่หนึ่ง ณดลก็ให้เรียกณภัทรมาพูด พอณภัทรมาเข้าสาย ณดลเสียงเข้มว่า

“เรายังมีอะไรอีกเยอะที่ต้องคุยกัน ฉันจะไม่บอกคุณพ่อคุณแม่ตอนนี้ แต่ฉันจะรีบบินด่วนไปเคลียร์กับแกที่นั่น...แล้วเจอกัน!” ณดลกระแทกหูโทรศัพท์จนณภัทรสะดุ้ง

ทุกคนมองหน้ากันจ๋อยสนิท!

ooooooo

ตอนที่ 2

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ณดลสั่งให้ศรีที่เป็นแม่บ้าน จัดเสื้อผ้าแพ็กใส่กระเป๋าเดินทาง ตนจะไปเยี่ยมณภัทรสักอาทิตย์หนึ่ง เมื่ออยู่ตามลำพัง เขาบ่นกลุ้มๆ...

“เฮ้อ...ไอ้ภัทนะไอ้ภัท ฉันจะทำให้แกเลิกกับเมียให้ได้ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะรู้เรื่องนี้...”

แต่คนที่กลุ้มและเครียดกว่าคือ ณภัทรกับบรรดากองเชียร์ทั้งหลาย ต่างหนาวๆ ร้อนๆ กับการจะมาของณดล ยิ่งฟังณภัทรบอกว่า ขอให้ทุกคนคูณสองจากที่คิดเอาไว้เลย ย้ำอย่างสยองว่า

“พี่ณดลเนี่ย ทั้งดุ ทั้งเฮี้ยบ แล้วก็ยังช่างจับผิดสุดๆ”

ทั้งสี่สุมหัวกันคิดว่าจะเตรียมรับมืออย่างไร ก่อนอื่นต้องหาคนมารับสมอ้างเป็นเมียท้องสองเดือนของณภัทรให้ได้ก่อน ถามกันว่าจะเอาใคร อนามิกาเสนอเมธาวีด้วยความหวังดีว่าจะได้มีโอกาสใกล้ชิดทำคะแนนให้ตัวเอง แต่เมธาวีไม่กล้า ณภัทรเสนอว่าต้องเป็นอนามิกาเท่านั้น เพราะว่า...

“พี่ณดลไม่ใช่คนที่เราจะหลอกได้ง่ายๆ ฉันกลัวว่าถ้าเป็นเม คงจะโดนพี่ฉันจับพิรุธได้เสียก่อน แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นรับรอง...ได้ตายหมู่กันแน่”

ทุกคนเห็นด้วยให้อนามิการับบทนี้ ทำเอาเธอเครียด คืนนี้นอนไม่หลับ เหตุผลที่ณภัทรเสนอให้เธอเป็นเมียอุปโลกน์ยังแว่วอยู่ในสมอง...

“อย่าลืมสิว่า เธอหลุดปากบอกพี่ณดลไปแล้วว่าเธอเป็นเมียฉัน ว่าเธอท้องสองเดือน แล้วเธอก็แนะนำตัวไปแล้วด้วยว่าเธอชื่ออะนา...และที่สำคัญที่สุด เธอคนเดียวเท่านั้นที่มีไหวพริบพอจะรับมือกับคนที่เฮี้ยบ เผด็จการ และช่างจับผิดอย่างพี่ชายฉัน”

ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจ กระทั่งผล็อยหลับไปยังฝันร้ายว่าถูกณดลสอบสวนกระทั่งจะผ่าท้องเอาเด็กออก เธอหวีดร้องสุดเสียง

ตกใจสะดุ้งตื่นแล้วก็ยังไม่หายกลัว...กลัวว่าฝันร้ายกำลังจะกลายเป็นจริง!

ooooooo

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่ออนามิกากับเมธาวีถูกนลิณากับเกตนิการ์ไปหาเรื่องแกล้งที่ร้านอาหาร จนเกิดตบตีกัน เมื่อเจ๊แพนด้ามาหย่าศึก เจ๊ไล่สองคนให้ไปหลังร้าน แล้วขอโทษขอโพยนลิณากับเกตนิการ์เพราะทั้งสองเป็นลูกค้า และเจ๊สอนสองสาวอยู่เสมอว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า”

นลิณาขู่ว่าจะไปแจ้งความตำรวจ เจ๊แพนด้ากลัวเสียชื่อเสียง ขอร้องว่าเป็นคนไทยด้วยกันอย่าให้ถึงกับมีเรื่องอย่างนี้เลย นลิณามีเงื่อนไขว่า ไม่แจ้งความก็ได้แต่เจ๊ต้องไล่อนามิกากับเมธาวีออก

เจ๊แพนด้าอึกอัก อึดอัด นลิณากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

ในที่สุดเจ๊ก็ต้องไล่ทั้งสองคนออกจากงานมิไยว่าทั้งสองจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่สำเร็จ อนามิการับผิดคนเดียว เสนอว่าตนเป็นคนมีเรื่องกับสองสาวคนเดียว เมธาวีไม่เกี่ยว ถ้าจะไล่ออกก็ไล่ตนออกคนเดียว เจ๊คิดๆแล้วก็ตกลง สั่งเมธาวีว่า

“พรุ่งนี้เธอมาทำงานตามปกติ ส่วนเธอ...พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว”

อนามิกายิ้มรับชะตากรรมตัวเอง ยังดีที่ช่วยให้เมธาวีมีงานทำ แต่สำหรับตัวเองแล้วยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เงินที่ไหนมากินมาใช้

ooooooo

เพราะยังไม่มั่นใจว่าอนามิกาจะช่วยตนจริง ไปเจอกันที่มหาวิทยาลัยวันนี้ ณภัทรจึงเดินตามตื๊อให้เธอรับปากจะช่วยตน อนามิกาถามว่า เรื่องอะไรตนต้องไปเป็นเมียเขา ณภัทรบอกว่าแค่แกล้งๆเท่านั้นเอง ขอให้สงสารตนเถอะ

“ไม่! ทำไมต้องสงสารนาย ในเมื่อตัวฉันเองก็เพิ่งถูกไล่ออกจากงาน ยังเอาตัวไม่รอดอยู่เนี่ย” อนามิกาอารมณ์เสีย

ณภัทรยังตามตื๊อไม่เลิก อนามิกาบอกว่าตอนนี้แม้แต่ตั๋วเครื่องบินกลับบ้านตนก็ยังไม่มีเลย ณภัทรเสนอทันทีว่า จะซื้อให้ อนามิกาลังเล ณภัทรเสนออีกว่า จะจ่ายค่าแรงเธอเท่ากับที่ได้จากร้านอาหารตามจำนวนวันที่ต้องเล่นละครตบตาพี่ชายตน

เห็นเธอยังลังเล เขาเสนอทันทีว่าจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เมธาวีอีกใบ ทั้งยังขอร้องให้ช่วยด้วยเถอะ ถึงกับยกมือไหว้อ้อนวอน

“โอเคๆฉันตกลงแล้วก็ได้” อนามิการีบรับปาก แต่ยังไว้ฟอร์มว่า “นี่เพราะคิดว่าช่วยยัยเมหรอกนะ แต่อย่าลืมล่ะตั๋วสองใบกับค่าแรงรายวัน”

“ได้...เยส...ๆๆสู้ๆวู้...เธอยอมเป็นเมียฉันแล้ว” ณภัทรกระโดดโลดเต้นจนอนามิกาต้องบอกให้เบาๆ ตนอายฝรั่ง

ooooooo

คืนนี้ ณดลไปที่คลับของพายัพ แต่จะนั่งเพียงครู่เดียว เพราะเดี๋ยวต้องเดินทางไปลอนดอน เพื่อเยี่ยมน้องชายแล้ว ทั้งคู่คุยกันอย่างสนิทสนม พายัพชี้ให้ดูธัญญาที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวที บอกว่าเพิ่งย้ายมาจากที่อื่น ถามว่าใช้ได้ไหม ณดลบอกว่าก็สวยดี พายัพบอกว่าถ้าสนใจตนยกให้

ณดลติงว่าพูดราวกับธัญญาเป็นสิ่งของที่จะยกให้กันได้ง่ายๆ พายัพบอกว่าไม่อยากให้เขาเครียดกับชีวิต หยอกว่า ตนไม่เคยเห็นเขาอยู่กับสาวๆเลย ถ้าไม่สนิทกันก็คงคิดว่าเขาเป็นเกย์ด้วยซ้ำ แล้วตัดบทว่าถ้าอย่างนั้น คนนี้ตนเช็กบิลเอง พูดแล้วมองธัญญาตาเป็นประกายวาว...

เมื่อคลับเลิก ธัญญามาไหว้พายัพอย่างนอบน้อมสวยงาม ขอบคุณเขาที่รับตนเป็นนักร้องที่นี่ พายัพกะลิ้มกะเหรี่ยจะไปส่งที่บ้าน เธอขอบคุณแต่กลับเองได้ พายัพเลียบเคียงถามจนรู้ว่าเธออยู่คนเดียว แต่อีกไม่นานน้องสาวที่ไปเรียนเมืองนอกจะมาอยู่ด้วย เขาถามทันทีว่าน้องสาวสวยเซ็กซี่เหมือนเธอหรือเปล่า

“สวยกว่าฉันเยอะเลยแหละค่ะ เขาเพิ่งเรียนจบ กำลังจะกลับจากลอนดอน” เธอบอกว่าแล้วจะพามาไหว้ แล้วขอตัวกลับ

“พี่สาวยังขนาดนี้ แล้วน้องสาวจะขนาดไหนนะ” พายัพวาดหวังแววตากระหาย...

ooooooo

การเรียนคอร์ส 2 ปีจบทางด้านแฟชั่นดีไซน์ ของกลุ่มอนามิกา เมธาวี และอาร์ทจบแล้ว ทั้งหมดวางแผนไปฉลองกันที่บ้านณภัทร อาร์ทบอกว่าจะเอาชุดที่ตนดีไซน์มาให้เพื่อนๆ ใส่มางานคืนนี้ โดยเฉพาะชุดสวยที่เขาบอกว่าจะให้เมธาวีใส่ คาดว่าต้องสวยมาก

อาร์ทพูดอย่างมีความสุขว่า “ฉันจะเนรมิตให้บ้านนายภัทเป็นงานลอนดอนแฟชั่นวีกไปซะเลย พวกแกว่าน่าสนุกไหมล่ะ”

อนามิกากับเมธาวียิ้มให้กันอย่างนึกสนุกกับแผนการของอาร์ท

อนามิกามาถึงบ้านณภัทรก่อน พอเห็นโฉมใหม่ของเธอในชุดที่อาร์ทออกแบบ ณภัทรถึงกับมองอึ้ง แซวว่าแต่งตัวซะเต็มที่เลย พลางรับแชมเปญไปช่วยถือ ถามว่าอาร์ทกับเมธาวีล่ะ อนามิกาบอกว่าไปซื้อของกินอยู่

ระหว่างนั้น อนามิกาถามณภัทรว่า ตนต้องทำอย่างไรบ้างกับการเล่นละครตบตาพี่ชายเขา

ณภัทรบอกว่า ประการแรกต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านตน เพื่อไม่ให้ณดลจับได้ว่าเธอไม่ใช่เมียตนจริงๆ อนามิกาเริ่มอึดอัด เป็นกังวล ยิ่งเมื่อเขาพาไปดูห้องนอนที่ต้องอยู่ด้วยกัน อนามิกาก็ยิ่งหนักใจ จนณภัทรรับรองว่า ตนไม่คิดฉวยโอกาสหรอก ขอร้องให้ช่วยไว้ใจตนเถอะ

แม้จะลดความกังวลลง แต่อนามิกาก็ยังระแวงอยู่ดี

ooooooo

การเจรจาตกลงกันว่า ให้ณภัทรนอนที่โซฟา ส่วนอนามิกานอนเตียง

เมธาวีกับอาร์ทกลับมาพอดี ณภัทรไปเปิดประตูให้ เขาตะลึงอึ้งเมื่อเห็นเมธาวีในชุดสวยหวานมองเสียจนเธอเขินถามว่ามีอะไรหรือ ณภัทรตอบทั้งที่ยังตะลึงอยู่ว่า “เม...สวยจังวันนี้” ทำเอาเมธาวีทำตัวไม่ถูกมือไม้เกะกะไปหมด เลยเดินเบียดณภัทรเข้าไปจนเขาเซ

เมื่ออาหารมาแล้ว ก็ลงมือฉลองกันเต็มที่ อนามิกาเขินที่ถูกณภัทรและอาร์ทแซวว่าเป็นผัวเมียกัน เธอห้ามล้อเล่นแบบนี้เด็ดขาด แล้วก็ชนแก้วกันแบบดื่มรวดเดียวหมด ชนกันไม่กี่ครั้งแชมเปญก็หมดไปแล้วหนึ่งขวด น้องอาร์ทตัวดีบอกทุกคนว่าเหลืออีกสองขวด คืนนี้ไม่หมดไม่เลิก

ไม่นานนัก แชมเปญหมด อาหารหมดและคนก็หมดสภาพ นอนเมากันคนละทิศละทาง จานอาหารยังวางเขละอยู่ ขวดแชมเปญ กระดาษทิชชูเกลื่อนกลาด ทุกคนหลับกันอย่างหมดสภาพ...

ooooooo

รุ่งขึ้น ยังไม่ทันมีใครตื่น เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น เวลายิ่งผ่านออดก็ยิ่งดังและถี่ขึ้นอย่างบอกถึงอารมณ์ของผู้กด อนามิกาลุกโผเผไปหน้าบ้าน เสียงกริ่งดังย้ำถี่ๆ เหมือนคนกดกำลังอารมณ์เดือดขึ้นทุกที
อนามิกาเดินบ่นๆด่าๆไป พอเห็นหน้าผู้มาเยือนก็ทักว่าเป็นคนไทยนี่ เห็นกระเป๋าใบโตก็นึกว่าเป็นเซลส์แมน จนเขาแนะนำตัวเองว่า

“ฉันชื่อณดล เธอคือ...”

ณดลพูดไม่ทันจบ อนามิกาก็ปิดประตูโครมแล้วหันพิงประตูยืนช็อก

อนามิกาวิ่งกลับเข้าไปปลุกทุกคนราวกับเกิดศึกสงคราม พอทุกคนรู้ว่าณดลมา ก็โกลาหลไปทั้งบ้าน ช่วยกันเก็บกวาดข้าวของกันจ้าละหวั่น อนามิกาบอกณภัทรว่าเราต้องซ้อมเป็นผัวเมียกันให้เนียน ณภัทรบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว พลางจับมือเธอลากไปที่ประตู

พอณภัทรเปิดประตูก็เจอพี่ชายยืนตีหน้ายักษ์อยู่หน้าบ้าน เมื่อพากันเข้าบ้านแล้ว ณดลเปิดฉากเล่นงานทันที ถามอนามิกาว่าเมื่อกี้ทำไมต้องปิดประตูใส่หน้าตน

ณภัทรขอให้พี่ชายใจเย็นๆแล้วแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน อนามิกานั่งเกร็งจนหายใจฝืด ส่วนณดลหน้าเครียดจัดจนดูผิดมนุษย์

ณภัทรแนะนำณดลว่าเป็นพี่ชายตน อนามิกายกมือไหว้อย่างนอบน้อมเอ่ย “สวัสดีค่ะพี่ณดล” ฝ่ายนั้นตอบสั้นๆห้วนๆแค่ “หวัดดี” พอณภัทรแนะนำว่า

อนามิกาเป็นภรรยาตน ณดลก็จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด้วยสายตาที่ไม่ยอมรับ

ooooooo

ณดลเริ่มจับผิดจับโกหกณภัทรและอนามิกา เมื่ออนามิกาช่วยเข็นกระเป๋าใบโตของเขาเข้าบ้านก็ถูกดุว่าใครใช้ กำลังท้องไส้ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ห้ามอนามิกาเรียกตนว่าพี่เพราะยังไม่ได้รับเป็นน้องสะใภ้ ครู่หนึ่งถามว่าคนหายไปไหนหมด ทำเอาทั้งณภัทรและอนา-มิกาตกใจ ณภัทรถามว่า รู้ได้ไงว่ามีเพื่อนมาอยู่ที่นี่

“ฉันก็สังเกตเห็นจากตรงที่วางรองเท้าน่ะสิ มีรองเท้าวางอยู่ตั้งหลายคู่นะ”

ณภัทรกับอนามิกามองหน้ากันแหยงๆแล้วณภัทรก็ชมว่า พี่ช่างสังเกตจริงๆเพื่อนคงอยู่ในห้องกันกระมัง

เมธาวีกับอาร์ทอยู่ในห้องได้ยินแล้วอยากจะหมกตัวอยู่ในห้องหรือไม่ก็หายตัวไปเลย แต่เมื่อเป็นไปไม่ได้ก็เตรียมออกไปสวัสดี ต่างทำหน้าราวกับเดินไปสู่หลักประหาร เมธาวีกังวลมาก ถามอาร์ทว่าตนดูเรียบร้อยแล้วหรือยัง อาร์ทช่วยปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้ดูดี ส่วนเมธาวีก็ช่วยเสยๆ ผมของอาร์ทที่ยุ่งเหยิงให้ดูเรียบร้อยขึ้น

ooooooo

ณภัทรกับอนามิกาพยายามตบตาณดล แต่ก็ต้องหนาวๆร้อนๆเมื่อเจอคนช่างสังเกตจนเหมือนคอยจับผิดของณดล เขาเห็นอนามิกาหาวหวอดๆ ท่าทางยังแฮงก์ๆอยู่ก็ถามว่าเมื่อคืนคงกินเหล้าเมาโต้รุ่งกันเลยใช่ไหม

ณภัทรปฏิเสธ แต่ถูกณดลจับได้เมื่อเห็นขวดแชมเปญที่ซ่อนไว้ใต้โซฟาแล้วยังเจออีกขวดที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกลางวางของที่โซฟา สุดท้ายก็เจอทั้งสามขวด พอดีอาร์ทกับเมธาวีเดินหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเข้ามา ณดลชี้ว่า
อยู่กันสี่คนแชมเปญสามขวด!

ณดลตำหนิณภัทรว่าเมียท้องอยู่ยังให้ดื่ม ทำไมไม่ห้าม แล้วดุอนามิกาว่ารู้ไหมว่าคนท้องเขาห้ามดื่ม อนามิกาปฏิเสธว่าตนเปล่า ทั้งที่ท่าทางยังแฮงก์อยู่ ณดลโมโหลุกไปตะคอกใส่หน้าว่า

“เปล่าอะไรกัน ดูอาการก็รู้ว่าเธอน่ะหนักกว่าเพื่อน รู้ไหมว่ามีอีกชีวิตอยู่ในท้องของเธอ ทำอะไรก็รู้จักรับผิดชอบบ้าง รู้จักใช้สมองบ้าง...”

ทันใดนั้น อนามิกาก็โผเข้าหาณดลทำท่าพะอืดพะอมแล้วอาเจียนใส่ณดลเต็มหน้าอก ณภัทรหลับตาอย่างสยองนึกในใจว่า ทุกอย่างบรรลัยหมดแล้ว แต่อนามิกาก็แก้ตัวว่าตนอาเจียนเพราะแพ้ท้อง

ณดลยิ่งมองอนามิกาในทางลบ บ่นขณะเข้าไปล้างอาเจียนในห้องน้ำว่า ณภัทรไปคว้าเมียคนนี้มาจากไหน

เมื่อล้างอาเจียนและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนออกมา อาร์ทกับเมธาวีต่างหาทางหลบไปจากสถานการณ์ตึงเครียดนี้ อาร์ทอ้างว่าขอไปเข้าห้องน้ำ เมธาวีขอไปล้างจาน ส่วนณภัทรกับอนามิกาไม่มีทางเลี่ยงต้องนั่งรับหน้าณดลอยู่ตรงนั้น

ณดลยังตำหนิอนามิกาไม่หยุดว่าท้องแล้วยังเมาเละแบบนี้ไม่ต่างจากสาวใจแตกไม่รับผิดชอบต่อเด็กในท้อง พอถูกว่ามากเข้า อนามิกาก็ไม่ยอมเริ่มโต้เถียง ณภัทรเลยต้องรีบตัดบทแสดงความเป็นห่วงพี่ชายว่า

“พี่เพิ่งมาถึง นอนสักตื่นก่อนดีกว่า พี่นอนห้องนี้นะ พอตื่นมาค่อยออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”

ณดลเข้าห้องนอนแล้วก็ยังบ่นน้องชายว่าไปคว้าผู้หญิงคนนี้มาจากไหน รู้หัวนอนปลายเท้าหรือเปล่า ดูการทำตัวแล้วก็แค่เป็นผู้หญิงรักสนุกพอเหล้าเข้าปากก็ปล่อยตัวปล่อยใจจนท้องขึ้นมา บอกน้องชายหน้าเข้มๆว่า

“เชื่อฉัน แกควรจะเลิกกับผู้หญิงคนนี้เสีย” เมื่อเห็นณภัทรนิ่งเครียดก็ย้ำว่า “ฉันอยากให้แกลองคิดดูดีๆอนาคตแกยังอีกไกล น้องแพรน่ะดีกว่าเมียคนนี้ของแกเยอะ แล้วอีกอย่างนะ ฉันสังเกตเห็นอะไรอย่างนึงว่ะ แกกับเมียแกดูยังไงก็ไม่เหมือนคู่รักกันเลย ถามจริงๆ เหอะ แกกับเมียรักกันจริงหรือเปล่า หรือแค่ไม่อยากจะหมั้นกับน้องแพรเลยหายัยอะนามาเป็นเมียบังหน้า”

ณภัทรฝืนหัวเราะทั้งที่หน้าเหมือนจะร้องไห้ เพราะยังไม่ทันไร ก็ถูกพี่ชายอ่านเกมทะลุแล้ว!

ooooooo

ณภัทรกลัวถูกพี่ชายจับได้จริงๆ เสนอกับเพื่อนๆ ว่าเราต้องหาหลักฐานหลอกๆมาแสดงให้ณดลเชื่อเรื่องที่เรากุขึ้น อาร์ทเสนอให้ถ่ายรูปทั้งสองคนในที่ต่างๆ ที่แสดงว่ารักกันและคบหากันมานานแล้ว ทุกคนเห็นด้วย ปฏิบัติการสร้างหลักฐานเท็จจึงเริ่มขึ้น

ทั้งสี่ตระเวนถ่ายรูปคู่ระหว่างณภัทรกับอนามิกาในที่ต่างๆ และเพื่อให้แนบเนียนก็เปลี่ยนเสื้อผ้าหลายๆชุดด้วย ระหว่างถ่ายรูปอาร์ทต้องคอยจัดท่าและจับทั้งสองให้ยืนชิดๆกันด้วย เพราะอนามิกามักจะยืนห่างเป็นศอกไม่เหมือนคู่รักที่ไปเที่ยวด้วยกันเลย

นลิณาโทร.ไปแสดงความยินดีกับแพรวาที่ทางผู้ใหญ่เตรียมหมั้นและแต่งงานกับณภัทร จึงรู้จากน้องว่าณดลมาที่ลอนดอน เธอเองแอบรักและหมายตาหมายใจจะจับณดลอยู่แล้ว จึงรีบไปที่บ้านณภัทร เข้าไปหาณดลถึงห้องนอนขณะเขาหลับอยู่ พอตื่นขึ้นมาเขาตกใจมาก เมื่อเห็นนลิณานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง

นลิณาตัดพ้อณดลว่ามาก็ไม่ส่งข่าวกันเลย ณดลบอกว่าตนแค่มาเยี่ยมณภัทรกับเมียเท่านั้น

นลิณาตกใจแต่ไม่เชื่อว่าทั้งสองจะเป็นผัวเมียกันจริง ไม่เชื่อว่าจะเป็นผัวเมียกันได้ ตนคาดว่าณภัทรไม่อยากกลับไปหมั้นกับแพรวาน้องสาวตนเลยกุเรื่องนี้ขึ้น และอีกอย่างคงคิดหวังสมบัติด้วย

เพราะตัวเองก็มีข้อสังเกตจากการจับผิดน้องเมื่อคืนนี้อยู่แล้ว ถูกนลิณากับเกตนิการ์ตอกย้ำว่าเรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในแน่ ณดลก็ยิ่งคล้อยตาม

เพราะอยากใกล้ชิดและได้ใจจากณดล นลิณาจึงชวนออกไปข้างนอกกัน ณดลถ่ายวิวและสถาปัตยกรรมข้างทางอย่างสนใจ นลิณาเสนอตัวเป็นนางแบบให้ พาตระเวนถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ และในสวนสาธารณะ

แล้วก็มาเจอกับพวกณภัทรที่มาถ่ายรูปกันเข้าจนได้ ณดลจับผิดทันทีถามน้องชายว่าอยู่ที่ลอนดอนตั้งนานทำไมถึงเพิ่งจะมาถ่ายรูปกันตอนนี้ ณภัทรคิดไม่ทันโยนกลองให้อนามิกาตอบ เธอบอกว่า ณภัทรอยากให้ตนมาสูดอากาศบริสุทธิ์เพราะจะเป็นผลดีกับเด็กในท้อง

อนามิกาย้อนถามว่าแล้วเขามาทำอะไรแถวนี้ ณดลอึกอัก นลิณาตอบแทนว่ามาถ่ายรูปกันแล้วควงแขนณดลชวนไปต่อกัน ณดลอดไม่ได้ที่จะหันมองณภัทรกับอนามิกาอย่างจับผิดอีกครั้ง

“เกือบไป!” อนามิกาพึมพำ ทั้งสองมองหน้ากันแหยงๆกับสายตาคมกริบของณดล

ooooooo

เมธาวีนั่งดูอนามิกาเก็บเสื้อผ้าจะย้ายไปอยู่บ้านณภัทรแล้วก็เศร้าบ่นว่า ตนคงเหงาแย่ แต่ก็ขอบคุณอนามิกาที่ช่วยตนทั้งเรื่องยอมรับผิดคนเดียวที่มีเรื่องกับนลิณาที่ร้านอาหารจนถูกไล่ออกคนเดียว และพอรู้ว่าตนชอบณภัทรก็ยังเสียสละช่วยณภัทรให้ไม่ต้องกลับไปหมั้นด้วย เมธาวีเข้าไปกอดอนามิกาบอกว่า “เมรักพี่...”

“บอกตามตรงนะแก ฉันเองก็หวั่นๆกับการเป็นเมียกำมะลอของอีตาภัทนี่อยู่เหมือนกัน...เฮ้อ...”

เช้านี้ ณดลยังตามจิกณภัทรถึงห้องนอนถามน้องชายว่า “ฉันจะถามแกอีกครั้งเดียวนะ นี่แกกำลังแกล้งหลอกฉันอยู่ใช่ไหม” สั่งให้มองตาตนแล้วตอบ ณภัทรยืนยัน ปากกล้าใจสั่นว่าไม่ได้หลอก ณดลอ้างว่า แม้แต่นลิณายังบอกว่าไม่เคยเห็นวี่แววว่าสองคนนี้จะรักกันเลย แล้วเดินเข้าไปจ้องหน้าณภัทรพูดเสียงเข้มว่า

“ต่อไปนี้ ฉันจะคอยจับตามองแก ฉันจะคอยดูซิว่าแกจะเล่นละครตบตาฉันไปได้อีกสักกี่น้ำ!”

ณภัทรพยายามทำหน้ามั่นใจ แต่พอพี่ชายออกไปก็แทบจะร้องไห้บอกตัวเองว่า “ตายแน่กู...”

เมื่อต้องมาอยู่ห้องเดียวกับณภัทรเพื่อตบตาณดล อนามิกามีข้อแม้กับณภัทรว่า ข้อแรก ตนจะนอนเตียงส่วนเขาให้ไปนอนที่โซฟา ข้อสอง แบ่งเขตพื้นที่ในห้องห้ามเข้าเขตตนเด็ดขาด ข้อสาม ห้ามเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำอะไรประเจิดประเจ้อในห้อง และข้อสุดท้าย ตนมีสิทธิ์ที่จะเพิ่มกฎข้อใหม่ๆได้ไม่จำกัดจำนวนและไม่จำกัดเวลา

ณภัทรต้องยอมทุกข้อ เพราะไม่อย่างนั้นอนามิกาก็จะยกเลิกการช่วยเหลือเขาทั้งหมด

ooooooo

อาร์ทช่วยขนกระเป๋ามาส่งอนามิกาที่บ้านณภัทร เดินผ่านห้องนอนของณดลเห็นประตูแง้มๆอยู่มองเข้าไป เห็นณดลนอนไม่ได้ห่มผ้าอยู่บนเตียง แม้จะสยองกับความเฮี้ยบของณดล แต่ลึกๆแล้ว พอเห็นหน้าหล่อมาดเข้มของเขาทีไรก็อดสยิวไม่ได้ เลยย่องเข้าไปห่มผ้าให้

ขณะห่มผ้าให้จนตัวเกือบคร่อมณดลนั่นเอง เขาตื่นขึ้นมา ตกใจซัดทีเดียวอาร์ทก็กระเด็นไปหมดสภาพที่พื้นแล้ว

พอลงมาเล่าให้ณภัทรกับอนามิกาฟัง อนามิกาหัวเราะขำความซ่าของเพื่อน จู่ๆณดลก็มายืนตรงหน้า บรรยากาศเปลี่ยนไปในพริบตา ทุกคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ณภัทรรีบขอโทษพี่ชายแทนเพื่อน

“ช่างเหอะ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่จะลงมาบอกแกว่าฉันเบื่ออยู่บ้าน ใจคอแกจะไม่พาฉันออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างเลยรึ”

ณภัทรรีบรับปาก ณดลบอกให้ชวนเมียกับเพื่อนไปด้วย อาร์ทหาเหตุผลหลบเลี่ยง ส่วนอนามิกาบอกว่าตนอยากพักผ่อนอยู่บ้าน

“ถ้าเธออยากจะมาเป็นน้องสะใภ้ฉัน เมื่อฉันออกปากชวน เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนะ” พูดแล้วเห็นอนามิกา เขารวบรัดว่า “งั้นฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึงนะ” ว่าแล้วเดินเข้าห้องไป

ณภัทรกับอนามิกามองตามไปอย่างไม่ชอบใจความเป็นเผด็จการของณดล แต่พอณดลหันมองก็นั่งสงบเสงี่ยม ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เมื่อพากันเดินมาหน้าบ้าน อนามิกาบ่นว่าทนอยู่กับพี่ชายจอมเผด็จการน่าหมั่นไส้อย่างนี้ได้ยังไง ณภัทรบอกว่า “พี่ณดลเขาก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ลึกๆแล้วเขาก็เป็นคนดีนะ”

แล้วอนามิกาก็รู้สึกดีกับณดล เมื่อนลิณามาหาเรื่องอนามิกาว่าแย่งคู่หมั้นน้องตนจนตบตีกัน ณดลมาห้ามและตำหนินลิณาว่าทำกับอนามิกาที่กำลังท้องอย่างนี้ได้ยังไง นลิณาหาว่าเขาเข้าข้างอนามิกา ณดลสวนไปทันทีว่า

“ผมไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่ว่าในท้องอะนามีลูกของเจ้าภัทอยู่ ถ้าใครทำร้ายอะนา ก็เท่ากับทำร้ายหลานในไส้ของผม เข้าใจไหม”

เมื่อนลิณางอนกลับไปแล้ว ณดลถามอนามิกาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทั้งยังดุณภัทรว่าเป็นผู้ชายประสาอะไรไม่มาประคองเมียตัวเอง...

อนามิกามองณดลด้วยสายตาที่รู้สึกดีขึ้น...

ณดลบอกว่าเธออยู่กับณภัทรต้องอดทนหน่อย เพราะน้องชายตนทำอะไรไม่ค่อยเป็นตามประสาน้องคนเล็ก เวลาไปวิ่งเล่นหกล้มอะไรมาก็ได้ตนนี่แหละคอยทำแผลให้อนามิกาแสบรอยเล็บที่ณดลทายาให้ จับมือ

เขาดึงออกตามสัญชาตญาณ มือกุมมือแล้วต่างก็มองกันอึ้ง พอรู้สึกตัวก็ทำหน้าไม่ถูกกันทั้งสองคน ณดลทำเป็นบ่นแก้เกี้ยวว่า ใช้ให้ณภัทรไปเอาปลาสเตอร์ก็หายหัวไปเลย เตือนเธอว่าระหว่างนี้ให้ระวังเรื่องความสะอาดหน่อยก็แล้วกัน

อนามิกาขอบคุณเขาที่ปกป้องตนจากนลิณา แต่แล้วก็ต้องเสียความรู้สึก เมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ปกป้องเธอแต่ตนแคร์เด็กในท้องเธอที่เป็นหลานตนต่างหาก พูดแล้วเก็บของลุกเดินไปเลย

“ไอ้บ้า!!” อนามิกาทำปากด่าตามหลังไปเคืองๆ

ooooooo

นลิณากับเกตนิการ์กลับไปอย่างเจ็บใจที่ณดลปกป้องอนามิกา ซ้ำยังเค้นเอาความจริงจากอนามิกาไม่ได้ด้วย พลันทั้งสองก็ฉุกคิดได้ว่าจะไปเค้นเอาจากใครได้ แล้วก็พากันมุ่งหน้าไปที่บ้านอาร์ท

เมธาวีถูกคาดคั้นจากสองสาวว่า อนามิกาท้องกับณภัทรจริงหรือเปล่า เมธาวียืนยันว่าจริง สองสาวไม่เชื่อ เกตนิการ์ใช้ไม้อ่อนหว่านล้อมให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษ ถ้าพวกเธอโกหกแล้วทำให้แพรวาว่าที่คู่หมั้นของณภัทรต้องเสียใจ เมธาวีฟังแล้วเกือบจะใจอ่อนอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจยืนยันว่าจริง

นลิณาทนไม่ได้จะเข้าไปตบ ก็พอดีอาร์ทเข้ามาสั่งให้หยุด โวยวายใส่สองสาวว่ามาทำอะไรในบ้านตน เกตนิการ์บอกว่า พวกตนอยากรู้ว่าอนามิกาท้องกับณภัทร จริงหรือเปล่า

อาร์ทอึ้งไปไม่ยืนยัน แต่ยกคำโบราณมาพูดกลบเกลื่อนว่า “ฟ้าจะผ่า หมาจะหอน คนจะท้องใครจะไปห้ามได้” ถูกนลิณาหาว่าโกหกท้าให้สาบาน อาร์ทไม่กล้า แต่พูดเฉไฉไปว่า ยุคนี้แล้วและมีการศึกษาขนาดมาเรียนเมืองนอกกันแล้วยังจะมาสาบงสาบานอะไรกันอีก เพ้อเจ้อ!

อาร์ทเชิญทั้งสองให้ออกไปก่อนที่จะถูกไล่ตะเพิด สองสาวเลยจำต้องกลับไป แต่ก็ยังติดใจสงสัย เกตนิการ์หันมาพูดกับนลิณาว่า “เธอก็คงจะเห็นเหมือนฉันนะ ว่าสองคนนี้พยายามปิดบังความจริงบางอย่างกับเราแน่ๆ”

พอสองสาวไปแล้ว อาร์ทกับเมธาวีมองหน้ากันอย่างกังวล เมธาวีถามอย่างหนักใจว่า

“นี่พวกเราจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับได้อีกนานสักแค่ไหนกันนะ”

ooooooo

แม้ว่าดูเหมือนณดลจะยอมรับอนามิกามากขึ้น แต่ก็แสดงชัดเจนว่า เขาแคร์หลานในท้องเท่านั้นไม่ได้แคร์เธอ อนามิกาเองแม้จะมีความรู้สึกต่อเขาดีขึ้นที่ปกป้องตนจากนลิณา แต่มันก็เสียไปหมดแล้วเมื่อเขาบอกว่าปกป้องหลานตนต่างหาก

เมื่ออนามิกาถูกจ้องจับผิดตลอดเวลาก็ทนไม่ได้ ตอบโต้กระทั่งโต้เถียงกันบ่อยขึ้น จนณภัทรที่เป็นคนกลางลำบากใจกับสงครามเย็นของทั้งคู่

ณภัทรพาพี่ชายไปที่หน้าพระราชวังบักกิ้งแฮม อนามิกาบรรยายประวัติความเป็นมาของพระราชวังจนถึงปัจจุบัน ณดลฟังแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ถามณภัทรว่าเชื่อได้หรือเปล่า ณภัทรบอกว่าตนก็ไม่รู้ คงเป็นอย่างที่อนามิกาบอกนั่นแหละ

ณดลชวนไปดูที่อื่นต่อ อนามิกาบอกให้คอยดูพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ ก่อนถามเยาะๆว่า เขายังไม่เริ่มเปลี่ยนเลยจะรีบไปไหน พอณดลร้องอ้าว...เหรอ...อนามิกาก็กระซิบกับณภัทรว่า

“พี่ชายนายนี่เขามาเที่ยวโดยที่ไม่เคยอ่านไกด์บุ๊กหรือรู้อะไรเกี่ยวกับลอนดอนมาก่อนเลยใช่ไหม ไม่ได้รู้เรื่องเล้ย...”

ณดลถามเสียงเขียวว่า ว่าอะไรนะ อนามิกาทำหน้าตาเฉยบอกว่า เปล่า...ไม่มีอะไร ณภัทรเหนื่อยใจยกมือปรามอนามิกาให้เพลาๆลงบ้าง...

ooooooo

ตอนที่ 3

ระหว่างดูพิธีเปลี่ยนเวรยามที่หน้าพระราชวังบักกิ้งแฮมนั้น ณดลนอกจากคอยถ่ายรูปแล้วยังคอยสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างณภัทรกับอนามิกาด้วย ครู่หนึ่งเขาถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

“แกทะเลาะกันอยู่เหรอ” ถามว่า สองคนเป็นผัวเมียประสาอะไรกันไม่เห็นแตะเนื้อต้องตัวกันเลย เวลาเดินหรือยืนก็ห่างกันเป็นวา

ณภัทรบอกว่าไม่ได้ทะเลาะกัน แล้วพยายามแสดงความใกล้ชิดกันให้เห็น ณภัทรโอบไหล่อนามิกา เธอทำตัวห่อๆอย่างหวงตัว ณภัทรบอกให้เธอโอบตอบตนบ้าง พออนามิกาอึกอักก็ถูกขู่ว่า “พี่ณดลมองอยู่” เท่านั้นเอง อนามิกาก็จำใจโอบตอบ

ณดลมองทั้งสองจากข้างทางเห็นโอบกันอยู่ก็ยิ้มพึมพำ “แบบนี้ค่อยสมเป็นคู่รักกันหน่อย”

แต่พอเดินไปที่สวนสาธารณะ ทั้งสองเผลอก็เดินห่างกันอีก ณดลมองแล้วบ่นว่า ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนรักกัน

ครู่หนึ่ง ณภัทรถามพี่ชายว่าหิวหรือยัง ชวนไปหาอะไรกินกันดีไหม ณดลบอกว่าตนยังเสียดายบรรยากาศที่นี่อยากนั่งพักอีกสักครู่ อนามิการีบเสนอว่างั้นตนสองคนจะไปหาซื้ออะไรมานั่งกินกันแบบปิกนิกเล็กๆ ดีไหม แล้วหันไปชวนณภัทรไปกัน

“เธออยู่ที่นี่กับฉันดีกว่า” ณดลขัดขึ้น พลางควักเงินออกมา “ไอ้ภัทแกไปจัดการซื้อมา ฉันกับอะนาจะรออยู่ตรงโน้นนะ” เขาชี้ไปทางเก้าอี้ผ้าใบ

อนามิกาหน้าเสียบอกว่าตนอยากไป เลยถูกดุว่าท้องไส้อยู่จะเดินไปทำไม แล้วไล่ณภัทรให้รีบไป ทำเอาอนามิกาเซ็ง ที่ต้องอยู่กับณดลตามลำพัง

ooooooo

ที่บริเวณเก้าอี้ผ้าใบ ฝรั่งหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งอยู่ ณดลยกกล้องถ่ายรูปไว้ เห็นอนามิกาเดินมาก็มองเธอผ่านกล้องแล้วถ่ายรูปเธอไว้ เขามองเธอจากหลังกล้องอย่างพินิจพิจารณาชมว่า

“เวลานิ่งๆเผลอๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ” อนามิกา ได้ยินแว่วๆ ถามว่าพูดกับตนหรือ เขารีบเก๊กบอกว่าเปล่าไม่มีอะไร แล้วถามว่าเธอมาที่นี่บ่อยไหม

อนามิกาตอบตามตรงว่าไม่เลย เพราะตนต้องทำงานที่ร้านอาหารด้วยและเรียนไปด้วย แทนที่จะรู้สึกเห็นใจ ณดลกลับพูดว่าเพราะเธอไม่ค่อยมีเงินอย่างนี้นี่เองเธอถึงตั้งใจมาจับณภัทร

“เออ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คุณกำลังเข้าใจผิด” อนามิกาพยายามทำเสียงให้เป็นปกติทั้งที่โกรธมาก ถูกณดลถามว่าถ้าอย่างนั้นก็บอกว่าเธอมาอยู่กับน้องชายตนเพราะอะไร

อนามิกาอึกอักพูดไม่ออก พอถูกณดลเร่งเลยโพล่งออกไปว่า

“เรารักกันค่ะ ที่ฉันมาอยู่กับภัทก็เพราะว่าเรารักกัน” ตอบแล้วก็ทำหน้าเลี่ยนตัวเองไม่รู้ว่าตอบออกไปแบบนั้นได้ยังไง...

ooooooo

เรื่องไม่จบแค่นั้น ณดลยังซักต่ออีกว่า แน่ใจหรือว่าความรู้สึกที่เกิดกับณภัทรเป็นความรักจริงๆ ไม่ใช่แค่ความใคร่หรือความลุ่มหลง

อนามิกาโกรธมากขึ้นทุกทีแต่ก็ยังพยายามอดทน ตอบว่า แน่ใจเพราะเรารักกัน แล้วก็เจอคำถามที่ทำให้เธอแทบทนไม่ได้ว่า

“แล้วเธอไปทำอีท่าไหนถึงได้ท้องน่ะ”

“อ๊าววว! ถามมาได้ว่าคนเราทำยังไงถึงได้ท้อง คุณณดลโตป่านนี้แล้วยังต้องให้บอกอีกหรือ” ทำเอาณดลรีบบอกว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ตนหมายถึงทำไมไม่รู้จักป้องกันทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เป็นหลักแหล่งหรือว่าต้องการจับน้องตนให้อยู่หมัด

บรรยากาศตึงเครียดทันที อนามิกาสวนไปทันทีว่าพูดแบบนี้ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว เรื่องแบบนี้มาด่าตนฝ่ายเดียวได้ยังไงทำไมไม่ด่าน้องชายตัวเองที่ทำจนตนท้อง จ้องหน้าด่าเขาว่า

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวยอย่างคุณนี่มันก็ดีแต่โยนบาปให้ผู้หญิง”

พอโดนด่าณดลก็เลือดขึ้นหน้า เลยโต้เถียงกระทั่งด่าว่า เธอเป็นผู้หญิงปากคอเราะร้าย ส่วนอนามิกาก็ด่าเขาว่าเป็นคนปากคอจัดจ้านเป็นผู้ชายเต็มตัวจริงหรือเปล่า

ขณะเรื่องทำท่าจะบานปลายนั่นเอง ณภัทรก็ถือข้าวของพะรุงพะรังมา ร้องบอกอย่างร่าเริงว่า “มาแล้วคร้าบ” แต่พอเห็นสองคนกำลังมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันก็หน้าเหวอยิ้มไม่ออก...

ooooooo

ณภัทรพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ วางของแล้วพูด ออกตัวว่าปล่อยให้รอกันเสียนาน แล้วถามว่าคุยอะไรกันอยู่หรือ อนามิกาเล่าแบบแอบด่าในทีว่าไม่มีอะไร พี่ชายเขาก็ช่างซักช่างถามช่างสงสัยอยากรู้ไปหมดทุกเรื่องเท่านั้นเอง

เลยได้เรื่อง ณดลเปิดฉากเล่นยาว บอกทั้งสองคนว่าตนก็ยังสงสัยอยู่ว่าสองคนเจอกันได้ยังไงให้ตอบทั้งสองคนเลย สองคนตอบได้เหมือนกันเพราะเป็นความจริงว่า “เพราะเรียนที่เดียวกัน”

แต่พอคำถามต่อไปที่ว่า เป็นแฟนกันมากี่เดือนแล้ว? เริ่มต้นอย่างไร ใครจีบใครก่อน? และวันที่ขอคบเป็นแฟนนั้นเกิดอะไรขึ้น?

เป็นคำถามที่ตอบพร้อมกันแต่ไม่ตรงกันเลย แต่อนามิกาก็แก้สถานการณ์ได้แบบข้างๆคูๆ ณดลไม่อยากฟังขอให้ณภัทรเป็นคนตอบบ้าง ณภัทรตอบแบบทื่อๆว่า

“ผมก็เดินไปหาอะนาแล้วก็ถามว่า อะนาฉันขอคบเธอแบบแฟนได้ไหม เราเป็นแฟนกันนะ”

ณดลทำหน้าเซ็งถามว่า ทำไมทื่อมะลื่ออย่างนี้ ซักต่ออย่างจะจับโกหกให้ได้ว่าทั้งสองคนกำลังแต่งเรื่องโกหกตนอยู่ใช่ไหม สองคนยังเตี๊ยมกันมาไม่เนียน เลยถูกณดลรุกหนักถามจี้ใจดำณภัทรว่า

“ฉันรู้ว่าแกไม่อยากกลับไปหมั้นกับน้องแพร แกก็เลยต้องแต่งเรื่องรักๆใคร่ๆของแกมาหลอกฉัน” แล้วหันขวับมาจ้องอนามิกา “เธอก็สมรู้ร่วมคิดกัน ฉันให้โอกาสเธอสารภาพความจริงออกมา แล้วฉันจะไม่โกรธเธอ เธอกับไอ้ภัทไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้รักกันเลยด้วยซ้ำใช่ไหม”

เจอท่าทีดุดันและยันกันอย่างจะให้จนแต้มให้ได้ของณดล อนามิกาหมดประตูสู้เลยร้องไห้โวยวายว่ามาพูดกับตนอย่างนี้ได้ยังไง ดูถูกตน หาว่าตนง่ายขนาดจะท้องกับคนที่ไม่รักกันเลยอย่างนั้นหรือ ร้องไห้ฮือๆอย่างจงใจจะพลิกสถานการณ์ให้ตัวเองเป็นต่อ หรืออย่างน้อยก็ให้ณดลลดท่าทีบีบคั้นลง

ได้ผล! ณดลเสียงอ่อนลง บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอ ถามแค่อยากรู้ความจริงเท่านั้น ฝ่ายณภัทรเห็นพี่ชายเสียงอ่อนลงก็ทำแข็งกร้าวใส่ให้ขอโทษภรรยาตนเดี๋ยวนี้เลย ณดลจำต้องขอโทษ ถูกอนามิกากระหนาบว่า

“รู้ไว้เสียด้วยว่าเราสองคนรักกัน และฉันก็กำลังมีเจ้าตัวน้อยของเราอยู่ในท้อง ฮือๆๆ” ณดลบอกอย่าร้องไห้อีกเลย อนามิกาทำเหมือนพยายามหยุดร้อง พูดสะอื้นฮั่กๆว่า “ฮือๆๆ ต่อไปนี้กรุณาอย่าทำร้ายจิตใจฉันด้วยการถามแบบนี้อีกเลย”

“ก็ได้ๆ... ฉันจะพยายามไม่ถามอีก” ณดลตอบอย่างรู้สึกผิด อนามิกากับณภัทรแอบสบตากันอย่างสมใจ แต่พอณดลหันมา อนามิกาก็ทำเป็นสะอื้นฮั่กๆต่อ

ooooooo

พลิกสถานการณ์มาเป็นต่อได้สำเร็จแล้ว อาหารที่ซื้อมาก็จัดวางเรียบร้อยบนพื้นหญ้า ณภัทรกินเอ๊ากินเอาอย่างเอร็ดอร่อย ณดลหยิบอาหารจะกินก็ชะงักมอง อนามิกาที่ยังสะอื้นอยู่ก็หยิบทิชชูส่งให้พูดเสียงอ่อนว่า

“เธอโอเคหรือเปล่าอะนา หยุดร้องไห้แล้วกินกันดีกว่า”

อนามิกาทำเป็นพยักหน้าเศร้าๆ ยังสะอื้นเป็นระยะ พอเธอหยิบขนมปังที่ชุ่มเนยน่าทานจะกิน ก็ถูกณดลร้องห้าม บอกว่า ขนมปังอย่างนี้คนท้องไม่ควรกินเพราะมีแต่แป้งขัดขาว เนย แถมยังมีสารกันบูดอีก
อนามิกาวางลงอย่างแสนเสียดาย หันไปหยิบฟิชแอนด์ชิพขึ้นมา ณดลร้องห้ามดังกว่าเก่า ว่าอันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ พวกของทอดของมันๆ ไม่ดีกับเด็กในท้อง

“ก็...ก็ได้ค่ะ” อนามิกาวางลงอย่างแสนเสียดาย หันไปหยิบนํ้าอัดลม ถูกห้ามอีก! บอกว่าคนท้องคนไส้ ไม่ควรกินนํ้าอัดลม คราวนี้เธอโวยถาม “โอ๊ย...ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้แล้วเหลืออะไรให้ฉันกินบ้างเนี่ย”

“ก็นี่ไง...นํ้าเปล่า กะองุ่น” พูดแล้วก็หยิบยื่นให้ อนามิการับองุ่นไปปลิดลูกหนึ่งใส่ปากอย่างสุดเซ็ง!

พอกลับถึงบ้านเข้าห้องไม่ทันปิดประตู เธอก็บ่นกับณภัทรว่าไม่รู้จะทนเป็นเมียกำมะลอของเขาไปได้อีกนานแค่ไหน ณภัทรรีบไปปิดประตูขอให้อดทนอีกนิดหนึ่ง พอตนกลับเมืองไทยเธอก็แกล้งหลบหน้าหายตัวไปเลย แค่นี้ภารกิจก็เสร็จสิ้น

อนามิกาถามว่ามันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ ณภัทรพูดอย่างมั่นใจว่าถึงตอนนั้นตนจะอ้างอะไรก็ได้ อาจจะบอกว่าเธอจมนํ้าหายไป หรือหนีตามฝรั่งไปแล้ว ถูกอนามิกาประชดว่าแต่ละอย่างดีๆทั้งนั้นเลยนะ

“แหม...ก็ต้องให้แรงนิดนึง ฉันจะได้อ้างว่าฉันเศร้ามากเสียจนสภาพจิตใจไม่ปกติที่ต้องเสียทั้งเมียทั้งลูกในท้องไปก็เลยไม่พร้อมที่จะหมั้นกับใคร”

อนามิกามองพูดขำๆว่า เห็นติ๋มๆแบบนี้ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ณภัทรบอกว่าไม่อย่างนั้นเป็นสามีเธอได้หรือ เลยถูกอนามิกาทุบ บ่นว่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้ พูดเล่นแบบนี้ เลยเหมือนหยอกแหย่กันหัวเราะเสียงดังไปข้างนอก

ณดลเดินผ่านมาพอดี ได้ยินเสียงหัวเราะจากในห้องก็จะหยุดฟัง แต่พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือของเขา พอดูเห็นว่าแม่โทร.มาเขาเครียดทันที

พนารัตน์โทร.มายํ้าให้หว่านล้อมน้องให้สำเร็จและรีบกลับมาหมั้นแพรวาตามที่ตกลงกันไว้ พูดดักว่าเขาไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังใช่ไหม

พอวางสายจากแม่ ณดลก็ถามตัวเองหน้าเครียด “แล้วเราจะทำยังไงให้ไอ้ภัทกับยัยอะนาเลิกกันได้เนี่ย... โอ๊ยกลุ้ม!”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้าวันรุ่งขึ้น มีแต่ณดลกับอนามิกา นั่งอยู่ ณดลถามว่าณภัทรไปไหน พอรู้ว่าไปทำธุระเรื่อง เรียนเดี๋ยวก็กลับ เขาทำเป็นชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่พอเห็นอนามิกาจะดื่มกาแฟ เขาบอกว่าคนท้องห้ามดื่มกาแฟ

อนามิกาเซ็งมาก บอกว่าขอดื่มสักอึกสองอึกให้ตาสว่างเท่านั้น ณดลก็ไม่อนุญาตอ้างว่าคาเฟอีนไม่ดีกับเด็กในท้อง จนเธอบ่นว่าห่วงแต่เด็กไม่เห็นห่วงแม่บ้างเลย พลางลุกขึ้นจะเดินหนี ถูกเรียกไว้อีก เลยถามเสียงประชดแกมรำคาญว่า “มีอะไรอีกหรือคะคุณณดล”

“มานั่งตรงนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ” ณดลพูดเป็นการเป็นงาน แล้วบอกว่า “ฉันพยายามจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้เธอ”

ณดลบอกอนามิกาว่า คุณพ่อคุณแม่เขาเตรียมงานหมั้นให้ณภัทรไว้แล้ว ในเมื่อน้องชายพลาดกับเธอแล้วตนก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ ยินดีออกค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเธอทุกบาททุกสตางค์

อนามิกาถามว่าพูดอะไรตนงงไปหมดแล้ว ณดลจึงพูดตรงๆว่า ตนยินดีออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เธอและส่งเสียงลูกเธอจนจบปริญญา ถามว่าคิดว่าต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร อนามิกาอุทานว่า ไม่คิดว่าเขาจะใจดีอย่างนี้

“เปล่า...ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิด เพราะข้อแม้ของฉันก็คือ...ฉันขอให้เธอเลิกกับนายภัทซะ!” เห็นอนามิกาตะลึงอึ้ง เขาหว่านล้อมว่า “ถ้าเธอปล่อยนายภัทให้กลับไปหมั้นกับแพรวา ฉันสัญญาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเด็กคนนี้ให้หรือพูดอย่างชาวบ้าน ก็คือ ถ้าฉันจะจ้างให้เธอเลิกกับไอ้ภัทแล้วหอบลูกหนีไปเสีย เธอจะคิดค่าจ้างเท่าไหร่”

อนามิกาจ้องหน้าเขาแล้วหันหลังจ้ำอ้าวกลับเข้าห้องไป ณดลรีบตามไปขอคุยด้วย เรียกให้เปิดประตูออกมาคุยกันก่อน

เมื่อเข้าห้องแล้ว อนามิกายิ้มอย่างสะใจ บ่นเสียดายว่า ถ้าตนเป็นแฟนกับณภัทรจริงๆจะรีบรับค่าจ้างเลย ได้ยินเสียงณดลเคาะประตูเรียกอย่างร้อนใจ ก็คิดแกล้งให้หนำใจ ทำเป็นเก็บข้าวของจะหนีออกจากบ้านเสียเลย

ooooooo

เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพอเป็นพิธีแล้ว อนามิกาเอาน้ำในเหยือกมาหยอดใต้ตาแทนน้ำตาก่อนเปิดประตูออกไป พอณดลเห็นเธอร้องไห้และลากกระเป๋าออกมาด้วยก็ตกใจ ถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าในเมื่อตนถูกพี่ชายสามีหมิ่นศักดิ์ศรีขนาดนี้แล้วจะอยู่ไปทำไม

ณดลตกใจบอกว่าตนไม่มีเจตนาขนาดนั้น เพียงแต่ตนเป็นห่วงแม่ว่า ถ้ารู้เรื่องนี้แล้วท่านจะเป็นอย่างไร ขอโทษและอ้อนวอนอย่าโกรธตนเลย อนามิกาได้ทียื่นคำขาดว่าเขาต้องคุกเข่าขอโทษตนก่อน แต่พอเขาคุกเข่าขอโทษเธอกลับบอกว่า “ฉันไม่ให้อภัย” แล้วยื่นเงื่อนไขว่า

“ฟังให้ดีนะ ต่อไปนี้ถ้าฉันอยากจะทำอะไร อยากจะกินอะไร คุณไม่มีสิทธิ์มาห้าม มาบงการฉัน” ณดลรับปาก ถามว่าเธอจะไม่ฟ้องณภัทรและไม่หนีไปอีกแล้วใช่ไหม

“ยังหรอก ตลอดเวลาที่เราอยู่กันที่นี่ไม่ว่าจะไปเที่ยวไหนจะกินอะไร คุณจะต้องเป็นคนออกตังค์ให้ฉันหมด” พอณดลไม่ยอม เธอบอกทันทีว่า “งั้นฉันไป” เขาเลยจำต้องรับปาก อยากจะขย้ำเธอนักแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ฮึดฮัดอยู่ตรงนั้น

อนามิกาเข็นกระเป๋ากลับห้องไปอย่างสะใจที่เอาชนะณดลได้อีกครั้ง!

ooooooo

ณภัทรไปที่วิทยาลัยเจออาร์ทกับเมธาวี อาร์ทถามอย่างเป็นห่วงว่าคิดดีแล้วหรือที่ทิ้งให้ณดลอยู่กับอนามิกาสองคน ป่านนี้มิตีกันตายแล้วหรือ

ณภัทรบอกว่าไม่ต้องห่วง อย่างพี่ชายตนมีแต่อนามิกาเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ เมธาวีบอกว่าวันนี้ตนไม่ต้องทำงานที่ร้านอาหารชวนไปหาอะไรกินกันดีกว่า ณภัทรเสนอว่าตนต้องพาณดลเที่ยวอยู่แล้ว นัดมาเที่ยวด้วยกันเลย

อาร์ททำท่าสยองกับความเฮี้ยบของณดล แต่ก็ยอมไปบอกว่า “เห็นแก่ความหล่อของพี่ชายนายหรอกนะ”

อาร์ทเป็นคนโทร.นัดมาเจอกันที่ทราฟัลการ์สแคว ตรงรูปสิงโต เมธาวีถามว่าสิงโตมีหลายตัวแล้วจะเจอกันที่ตัวไหน อาร์ทถึงได้นึกได้ แต่สุดท้ายก็มองหากันเจอ ณภัทรบอกพี่ชายว่า

“เดี๋ยววันนี้ พวกเราจะพาพี่ไปเดินเล่นบนมิลเลนเนียมบริดจ์ เป็นสะพานคนเดินน่ะ วิวสวยน่าถ่ายรูปรับรองว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ”

“งั้น...มา ฉันถ่ายรูปให้แกกับเพื่อนที่นี่ก่อนดีกว่า ใกล้จะต้องแยกย้ายกันกลับเมืองไทยอยู่แล้วนี่ มา...ถ่ายรูปหมู่กัน”

ทุกคนดีใจกรูกันเข้าไปแอ็กท่าถ่ายรูปหมู่กับน้ำพุ รูปสุดท้าย มีณภัทร เมธาวี อนามิกา และอาร์ทกอดคอกันถ่ายรูป ประสาเพื่อนรักที่เกาะกลุ่มกันมาแน่นเหนียวตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ ทุกคนยิ้มแย้ม คึกคักมาก

นลิณากับเกตนิการ์ที่วางแผนกันว่าทางเดียวที่จะทำให้แยกณภัทรออกจากอนามิกาได้คือต้องทำให้อนามิกาแท้งลูกที่อาจจะมีจริงหรือไม่มีก็ได้ เมื่อรู้ว่าวันนี้พวกเขาไปเที่ยวที่สะพานมิลเลนเนียมกันก็วางแผนไปประทุษร้ายที่นั่น

ทั้งคู่ซักซ้อมกันอย่างดีแบบพลาดไม่ได้เพราะอาจไม่มีโอกาสอย่างนี้อีกก็ได้ โดยเกตนิการ์บอกว่าตนจะยืนตรงบันไดวางกระเป๋าขวางไว้ให้อนามิกาเดินมาสะดุด หรือไม่ก็ใช้ไม้ตายขัดขาเลย ทุกอย่างทำเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย

สองสาววางแผนซักซ้อมจนถึงตอนวิ่งตามลงไปทำทีตกใจขอโทษขอโพย แค่นี้ก็สมประสงค์แล้ว เกตนิการ์ร่วมมือเต็มที่แอบหวังจะฉกณภัทรมาเสียเอง แต่เอาเรื่องแพรวามาบังหน้า

“ถ้ายัยอะนาแท้งซะ ทีนี้แหละ...นายภัทก็จะกลับมาโสดอีกครั้ง” เกตนิการ์ยิ้มกริ่มกับความหวังที่ซ่อนเร้นของตน

ooooooo

แล้วสองสาวก็ทำทีไปเจอพวกณดลที่สะพานมิลเลนเนียม เป็นจังหวะที่อาร์ทกับอนามิกาวางแผนให้ณภัทรกับเมธาวีได้อยู่ใกล้ชิดกัน โดยให้ทั้งสองแยกไปเดินเล่นอีกทางหนึ่ง โดยมีอาร์ทเจ้ากี้เจ้าการจัดแจง
ณดลถามถึงณภัทร เมธาวีกับอาร์ทว่าหายไปไหน อนามิกาปดหน้าตาเฉยว่าพวกเขามาที่นี่บ่อยแล้วขอแยกไปทางอื่นแทน เลยทิ้งให้ตนอยู่กับเขาสองคน

นลิณาชวนเดินไปยังจุดที่วางแผนกันไว้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ผิดแต่ตอนที่อนามิกาพลัดตกบันไดไปได้ 4-5 ขั้นก็ปะทะกับณดลที่หันกลับมามองพอดี เธอกอดรัดเขาไว้โดยสัญชาตญาณแล้วพากันกลิ้งลงไปหยุดที่ชานพักบันได ในท่าที่อนามิกาทับอยู่บนร่างของณดล!

เพราะไม่เป็นอะไรมาก ทั้งคู่จึงยังรู้สึกเขินและบอกอีกฝ่ายให้รีบลุกไปเร็วๆ

นลิณากับเกตนิการ์ผิดหวังมาก แต่ทั้งคู่ก็ทำเนียนรีบลงไปขอโทษอนามิกาที่กำลังต่อว่านลิณาอย่างรุนแรง เกตนิการ์ออกรับแทนเพื่อนว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง แต่ไม่อาจตบตาอนามิกาได้ เธอยืนยันว่าตัวเองถูกนลิณาผลักตกลงมา

แต่ครั้งนี้ ณดลเข้าข้างนลิณาแก้ต่างให้ว่าเธอไม่มีเจตนา นลิณาแสร้งทำเป็นคนดียอมรับผิดถึงกับจะไหว้ขอโทษอนามิกา ถูกณดลห้ามไว้ว่า

“ไม่ต้อง! คนเรา กะอีเรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต นีน่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แล้วเขาก็ขอโทษแล้ว เธอยังจะเอายังไงอีก เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ก็ให้มันจบๆไปไม่ได้หรือ”

อนามิกาไม่ยอม บอกว่าไม่เห็นแก่ตนก็ควรเห็นแก่ลูกในท้องตนบ้าง ถ้าเกิดแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง

“พอเถอะค่ะ หยุดเถียงกันเถอะ” นลิณาบีบน้ำตาขอร้อง “ทั้งหมดเป็นความผิดของนีน่าเองฮือๆ...นีน่าขอโทษ...นีน่าผิดไปแล้ว ฮือๆ” ร้องไห้แล้วฉวยโอกาสโผเข้ากอดณดล เขาปลอบเธอว่าไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นอุบัติเหตุ

อนามิกามองอย่างรู้ทันมารยาของนลิณา ถามว่า คิดว่าตนรู้ไม่ทันหรือ เลยถูกณดลเอ็ดว่าหยุดเสียที วันนี้เป็นวันดีๆที่เราออกมาเที่ยวกัน อย่ามาทำลายบรรยากาศ ได้ไหม ทำให้อนามิกาเจ็บใจมากที่ถูกกระทำแล้วยังกลายเป็นคนผิดอีก เดินส่ายหน้าไปแบบ “เชื่อเขาเลย” นลิณาทำเป็นร้องไห้แต่แอบมองอนามิกาที่เดินหนีไปอย่างสะใจ

ooooooo

ระหว่างที่อาร์ท ณภัทร และเมธาวีแยกไปนั้น อาร์ทวางแผนทำกาแฟหกใส่เมธาวีแล้วให้ณภัทรพาไปล้างในห้องน้ำ ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น และเมื่อออกมาแล้ว อาร์ทยังเปิดโอกาสต่อด้วยการขอตัวไปห้องน้ำเพื่อให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน

ณภัทรถามเมธาวีว่ากลับไปแล้วจะทำอะไร เธอ บอกว่าก็คงทำงานด้านแฟชั่นตามที่เรียนมาแต่กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างก็คงต้องระยะหนึ่งเพราะต้องก่อร่างสร้างขึ้นมาเอง ถามณภัทรบ้างว่าจะไปทำอะไร เขาบอกว่าคงไปทำงานของครอบครัวตามที่คุณพ่อคุณแม่เตรียมไว้ให้แล้ว

ทั้งคู่ยังถามถึงปัญหาหัวใจกันว่าชอบคนแบบไหน ณภัทรบอกมา 3 ข้อ คือหนึ่งตนชอบคนไทย สองชอบผู้หญิงที่เรียบร้อย และสามผู้หญิงคนนั้นต้องรักตน จริงใจกับตน เมธาวีฟังแล้วแทบจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่แล้วก็จ๋อย เมื่อณภัทรต่อท้ายว่า “แต่ฉันยังไม่เจอผู้หญิงคนนั้นเลย”

ครั้นณภัทรถามเธอบ้าง เมธาวีเขินเกือบพลั้งปากไปแล้วแต่ยั้งไว้ทัน ณภัทรมองเธออย่างสงสัย

ooooooo

ฝ่ายนลิณาเมื่อณดลปกป้องตนก็ได้ใจ ชวนไปที่ลอนดอนอาย เห็นเขาถ่ายรูปก็เสนอตัวจะเป็นนางแบบให้ แต่ณดลบอกว่าอยากถ่ายรูปวิวเปล่าๆเก็บไว้

ระหว่างเที่ยวด้วยกัน นลิณาออดอ้อนฉอเลาะเกาะแขนเขาแน่นบอกว่ากลัวที่สูง ครั้นณดลบอกว่า

กลัวที่สูงก็ให้รออยู่ข้างล่างเธอก็ไม่เอาบอกว่าอยากไปกับเขา

อนามิกาหมั่นไส้มากถามว่าเธอเป็นโรคกลัวความสูงหรือเป็นโรคกลัวความเหงาเพราะขาดผู้ชายกันแน่ จนเกือบทะเลาะกับเกตนิการ์ที่หาว่าเธอหึงหวงณดล

“จะบ้าเหรอ ฉันเนี่ยนะจะหึงอีตานี่”

“ไม่รู้ ก็มันดูเหมือนอย่างนั้นนี่ ฉันเห็นเธอไม่พอใจทุกทีเวลานีน่าเข้าใกล้คุณณดล ถามจริงๆ ลึกๆเธอชอบพี่เขยตัวเองแต่ไม่รู้ตัวรึเปล่า”

“บ้า! ไม่มีทางหรอก หยุดพูดเพ้อเจ้อเถอะน่า” อนามิกาเสียงไม่เข้มนัก และเมื่ออยู่กับตัวเองก็ทบทวน ความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองว่าเป็นอย่างที่เกตนิการ์ดักคอหรือเปล่า...

ooooooo

ที่ริมแม่น้ำเทมส์ในยามค่ำคืน ณดลถ่ายรูป สุดท้ายพูดกับอนามิกาอย่างมีความสุขว่าวันนี้ได้รูป สวยๆทั้งนั้นเลย เฉพาะวันนี้ก็ถ่ายไปหลายร้อยรูป นลิณาขอไปดูบ้าง รับกล้องแล้วเดินเลี่ยงไปกดดูที่อีกมุมหนึ่ง
ระหว่างนั้น ณดลถามอนามิกาว่าวางแผนชีวิตกับณภัทรไว้อย่างไร ณภัทรต้องกลับไปช่วยงานตนที่เมืองไทย แล้วเธอจะทำมาหากินอะไร ถามแล้วตัดบทเองว่า

“ไม่ต้องบอกฉันก็พอรู้ ถ้าเป็นคนคิดการณ์ไกล รู้จักวางแผนอนาคตเธอก็คงไม่ปล่อยให้ป่องแบบนี้”

อนามิกาหยุดกึก ด่าณดลที่เดินทิ้งตนไปอย่างไม่สนใจ “ไอ้บ้า!”

ฝ่ายนลิณาไปกดดูรูปที่ถ่ายไว้แล้วไม่พอใจเรียกเกตนิการ์ไปดู เกตนิการ์ถามว่าทำไมรูปของอนามิกามากมายจัง

“ก็นั่นสิยะ คุณณดลไม่ยอมถ่ายรูปฉัน แต่ทีกับมันล่ะกดไม่ยั้ง!”

“คนอย่างคุณณดลเขาคงไม่ทำอะไรเมียของน้องชายตัวเองหรอกมั้งเธอ”

“ฉันรู้ย่ะ แต่ฉันหมั่นไส้มัน ยังไงมันก็คือคนที่แย่งว่าที่คู่หมั้นของน้องสาวฉันไป วันนี้มันรอดไปได้ แต่อย่าคิดว่าฉันจะหยุดแค่นี้” นลิณาแววตาร้ายกาจ

ooooooo

ธัญญาร้องเพลงที่คลับของพายัพ แต่คืนนี้เธอถูกคนเมาลวนลาม เมื่อพายัพเข้าไปห้ามก็ถูกท้าตีท้าต่อย พายัพจึงพาออกไปข้างนอกจะเรียกแท็กซี่ให้กลับ คนเมาไม่ยอมกลับ แล้วจะโผเข้าไปกอดธัญญา

“พี่จะเดินออกไปดีๆ หรือให้ผมพาออกไป นี่เป็นคลับมีระดับไม่ใช่ซ่อง”

คนเมาท้าชกกันตัวต่อตัว พายัพรับท้าชวนออกไปชกกันที่หน้าร้าน แต่พอเจอคนจริง คนเมาก็แหย กลับไปพร้อมคำอาฆาตตามฟอร์มว่า “ฝากไว้ก่อนเหอะมึง!”

พายัพกลับมาหาธัญญาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ธัญญาทั้งซาบซึ้งที่เขาปกป้องตนอย่างกล้าหาญและพยายามแก้ปัญหาโดยไม่ให้เกิดความรุนแรงชมว่า “คุณพายัพนี่ ฮีโร่สุดๆไปเลยนะคะ”

“แหม ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...เมื่อกี้ผมบอกคุณไปรึยังว่าคืนนี้คุณดูสวย...แล้วก็เซ็กซี่เป็นพิเศษเลย”

คำชมและสายตาที่กะลิ้มกะเหลี่ยของพายัพ ทำเอาธัญญาเขิน เมื่อเขาขอไปส่งพูดดักคอว่าคืนนี้ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอีกแล้ว แล้วเธอก็ปฏิเสธเขาไม่ได้จริงๆ ได้แต่พูดว่า “เกรงใจคุณพายัพน่ะค่ะ”

“แหม...จะเกรงใจทำไม ที่นี่เราดูแลกันแบบพี่น้อง ไม่มีเจ้านาย ไม่มีเจ้าของร้าน ไม่มีลูกน้อง ทุกคนเป็นกันเอง น่า...ให้ผมไปส่งในฐานะพี่ชายก็ได้นะ...โอเคไหม” พายัพ โอบไหล่ธัญญาอย่างนุ่มนวลเยี่ยงเสือผู้หญิงที่มีชั้นเชิง

เมื่อไปส่งถึงหน้าคอนโดฯ เขาอ้อนขอไปส่งที่ห้อง เมื่อธัญญาหาทางเลี่ยงเขาเปลี่ยนเป็นขอไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงต้องพาไป

พายัพทำเป็นสะดุดอะไรบางอย่างจนเซ เขาคว้าแขนเธอไว้แน่นและมองลึกเข้าไปในดวงตาจนเธอหวั่นไหว แต่ไม่ทันที่เขาจะสัมผัสริมฝีปากเธอ เสียงโทรศัพท์ก็ขัด จังหวะขึ้น ธัญญาเห็นเป็นเบอร์ของน้องจึงขอตัวไปรับสาย

ที่แท้น้องของเธอคืออนามิกานั่นเอง โทร.มาบอกพี่สาวว่า อีกไม่นานก็จะกลับแล้ว ให้เตรียมตัวต้อนรับ น้องสาวคนสวยคนนี้ได้เลย ถามพี่สาวแซวๆว่าเลิกเล่นไพ่กับกินเหล้าแล้วรึยัง

พอธัญญาวางสายจากอนามิกา พายัพบอกว่าน้องสาวของเขาก็ไปเรียนที่ลอนดอนเหมือนกันชื่อเกด ธัญญาคาดว่าเขาอาจรู้จักกันแล้วก็ได้ เร่งเขาให้รีบกลับเสียเพราะดึกมาแล้ว

พายัพยอมกลับโดยดีด้วยความมั่นใจว่า ตนจะพิชิตเธอเมื่อไหร่ก็ได้...

หลังจากประสบความล้มเหลวในการทำร้ายอนามิกาให้แท้งครั้งก่อนแล้ว นลิณาและเกตนิการ์ยังหาทางทำร้ายเธอต่อไป คราวนี้ไปจ้างฝรั่งโฮมเลสให้จัดการ แต่พอฝรั่งคนนั้นรู้ว่าเป้าหมายกำลังท้องก็ปฏิเสธ

“ไอ้พวกโฮมเลสจรจัดพวกนี้ มันก็แค่อยากได้เงินเพิ่มเท่านั้นแหละ แต่เธอไม่ต้องห่วงนะนีน่า คนที่ฉันรู้จักการันตีว่า ไอ้พวกนี้ทำงานคุ้มค่าเงินทุกปอนด์” เกตนิการ์รับรอง พูดอย่างย่ามใจ “ถ้ามันแท้ง มันก็จะไม่มีอะไรไปต่อรองที่จะผูกมัดนายภัทไว้ได้อีกแล้ว”

ทั้งสองยิ้มให้กันประกายตาเหี้ยม อาฆาตมาดร้าย!

ooooooo

ตอนที่ 4

เพราะณดลอยากกินอาหารไทย เช้านี้ อนามิกาจึงเข้าครัวผัดกะเพราหมู กลิ่นโชยมาจากในครัวหอมฉุย

สลับกับเสียงจามของอนามิกาและเมธาวีจากหน้าเตา

ทำอาหารเสร็จยกมาตั้งโต๊ะ ทุกคนมานั่งโต๊ะกันหมดแล้ว ณดลดูกะเพราหมูในจานแล้วพูดอย่างดูเบา

ว่า กะอีแค่ผัดกะเพรา อนามิกาเสียงเข้มใส่ทันทีว่า “หมายความว่าไงนะคะ”

“ก็เนี่ย แค่ผัดกะเพรา ไข่เจียวแกงจืด ตอนที่เธอบอกจะทำอาหารไทยให้ฉันกิน ฉันนึกว่าจะมีกับข้าวเด็ดๆที่ไหนได้...ก็แค่อาหารตามสั่งทั่วไป”

อนามิกาวางช้อนกึกหน้าตึงจนเมธาวีต้องจับมือทำนองให้ใจเย็นๆแล้วพูดกับณดลอย่างใจเย็นว่า

“แต่คุณณดลขา ที่นี่ลอนดอนนะคะ ได้ทานขนาดนี้ต้องเรียกว่าหรูแล้ว”

“ใจเย็นๆก่อนนะอะนา” ณภัทรปลอบแล้วหันไปทางพี่ชาย “ผมว่าพี่ลองชิมก่อนดีกว่าไหม”

ณดลก็ยังเย้ยว่าจะต้องชิมอะไร กับข้าวพวกนี้ใครทำก็เหมือนกันไม่ต้องชิมก็นึกรสชาติออกแล้ว พูดพลางตักผัดกะเพรากินกับข้าว เพียงป้อนเข้าปากเคี้ยวคำแรก เขาก็ชะงัก ทุกคนมองลุ้น ณดลไม่พูดอะไรแต่ตักผัดกะเพรากินกับข้าวอีกคำ คราวนี้เอ่ยอย่างยอมรับว่า “เฮ้ย...ไม่เลวนะ รสชาติก็แตกต่าง เธอใส่อะไรลงไปน่ะ”

เมธาวีเป็นคนตอบแทนว่าใส่ใบโหระพาผสมลงไปด้วย ณดลพูดเสียงคับปากว่าเข้าท่า อนามิกาเลยขอบคุณเขาที่ชม กระนั้นณดลก็ยังบอกว่าจะเรียกว่าชมก็ไม่เชิง เพราะกับข้าวพวกนี้มันง่ายๆใครก็ทำอร่อยได้ทั้งนั้น

เมธาวีรับรองว่าอนามิกาทำกับข้าวอร่อยจริง

ณภัทรเลยช่วยเสริมว่าแบบนี้เขาเรียกว่าเสน่ห์ปลายจวักสามีรักจนตาย ณดลหมั่นไส้บอกว่าเดี๋ยวนี้อาหารเขาโทร.สั่งหรือออกไปกินข้างนอกง่ายจะตาย

อนามิกาหมั่นไส้มากเลยเลื่อนจานกับข้าวทั้งหมดมาตรงหน้าตน บอกว่างั้นก็ให้เขาออกไปกินที่ร้านก็แล้วกัน แล้วชวนพรรคพวกกินกันพูดประชดว่า “คุณณดลเขาสละสิทธิ์แล้ว”

เจอไม้นี้เข้า ณดลก็โวยว่าตนจะกินด้วยคราวนี้เลยชมฝีมือแม่ครัวยกใหญ่แล้วขอกินด้วย อนามิกาเลยเลื่อนจานกับข้าวไปให้ เขารีบจ้วงตักกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ

อนามิกามองกิริยาของณดล อมยิ้มอย่างรู้สึกเอ็นดูกับท่าทางใสๆเป็นธรรมชาติของเขา

ooooooo

ด้วยความอยากรู้เรื่องน้องสาวของธัญญาที่อยู่ลอนดอน วันนี้พายัพโทร.ไปหาเกตนิการ์ เธอดีใจมาก คาดว่าร้อยวันพันปีไม่เคยโทร.มา นี่แสดงว่าต้องมีธุระสำคัญแน่ เดาว่าหรือพี่ชายจะแต่งงาน

“โอ๊ย...ไปกันใหญ่แล้ว พี่แค่จะโทร.มาทักทาย เอ้อ! มีนักร้องที่คลับของพี่คนนึงเขาบอกว่ามีน้องสาวอยู่ที่ลอนดอนชื่ออะนาพี่ก็เลยสะดุดหูเหมือนคุ้นๆว่าเกดเคยพูดถึงชื่อนี้”

“จริงเหรอคะ ชื่อยัยอะนาก็ไม่น่ามีคนซ้ำหรอกนะ ตายแล้ว...ในคลับของพี่ก็มีแต่พวกเพลย์บอยรุ่นใหญ่ทั้งนั้น อย่างนี้พี่สาวมันก็ไม่ต่างจากพวกนักร้องล่อตะเข้สิเนี่ย” เกตนิการ์น้ำเสียงเยาะเย้ย หันไปยิ้มอย่างเหยียดหยามดูถูกกับนลิณาที่ฟังอยู่ด้วย

ooooooo

วันนี้ณดล อนามิกา ณภัทร และเมธาวี พากันไปเดินดูของบริเวณที่มีการขายของแบบตลาดนัดและมีลานแสดงโชว์ของศิลปินเปิดหมวก

เพื่อเปิดโอกาสให้ณภัทรได้ใกล้ชิดกับเมธาวี อนามิกาเสนอว่าให้ณภัทรพาเมธาวีไปเดินเล่นกันสองคนดีกว่า กระซิบลุ้นว่า ตนกลัวเมธาวีเบื่อ ณภัทรถามว่าแล้วเธออยู่กับพี่ชายตนไหวหรือ เมื่ออนามิการับรองเขาจึงไปกับเมธาวี

เมธาวีรู้เจตนาของอนามิกา เธอซึ้งใจมากที่เพื่อนรุ่นพี่คนนี้ยอมเสียสละ ยอมอดทนเพื่อเปิดโอกาสให้ตนกับณภัทร อนามิกาพูดอย่างมั่นใจว่า “โอ๊ย...ไม่ต้องห่วง อีตาเนี่ยฉันเอาอยู่ แกรีบไปเหอะไป๊...”

แต่พอณภัทรแยกไป ณดลก็ตำหนิน้องว่าทำอย่างนี้ได้ยังไงเมียกำลังท้องอ่อนๆ แทนที่จะคอยดูแล แล้วตั้งข้อสังเกตแบบหาเรื่องจับผิดอีกว่า “หรือว่า...ตาภัทไม่ได้รักเธอ”

อนามิการะอาใจมาก เลยเดินแซงไป ณดลรีบเรียกแล้วถามกวนประสาทอีกว่า “เดี๋ยวสิ จริงๆแล้วเธอกับไอ้ภัท ไม่ได้รักกันจริงๆใช่ไหม เธอจะเดินหนีไปไหน” ว่าแล้วรีบเดินตามไปราวกับกลัวจะถูกทิ้ง

ooooooo

เร่งฝีเท้าจนทันอนามิกา เห็นว่าแถวนั้นมีหมอดูลายมือท่าทางขรึมขลัง ระหว่างนั้นอนามิกาบ่นเขาว่าดีแต่คอยจับผิดและชอบตอกย้ำเหลือเกินว่าน้องเขาไม่ได้รักตน ถามว่าตนแย่มากรึไง ไม่คู่ควรจะได้รับ

ความรักจากใครเลยใช่ไหม
อนามิกาบ่นๆๆจนณดลบอกว่า ตนแค่เป็นห่วงน้องชายตนเท่านั้น เธอถามว่าเป็นห่วงประสาอะไรถึงต้องมาลงที่ตน

“ก็เพราะอนาคตของผู้ชายคนนึง จะสุขหรือทุกข์ก็ขึ้นกับว่าได้คู่ชีวิตแบบไหน ไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาว่ามีเมียผิดคิดจนเมียตายน่ะ ฉันก็เลยห่วงว่า ถ้ามันได้เมียแย่ๆ อนาคตของมันจะมืดมนไปด้วย”

“โห...อนาคตมืดมนเลยนะ ฉันมันดูแย่ขนาดจะทำให้น้องคุณหมดอนาคตเลยเหรอ” อนามิกาเดือดปุด

“อยากรู้อนาคตไหมล่ะ” หมอดูถามโพล่งขึ้นพอทั้งคู่หันมองก็ทักสวัสดีเป็นภาษาไทย ทำเอาทั้งสองทึ่ง หมอดูบอกว่า “ไอเคยอยู่เมืองไทยสิบกว่าปี ไอเป็น Palm Reader น่ะ ถ้าอยากรู้อนาคต ให้ไอดูลายมือสิ”

“ฉันก็อยากจะรู้ว่าหมอดูจะทำนายอนาคตเธอกับน้องฉันว่ายังไง ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นะ”แล้วหันไปทางหมอดู “งั้น...ช่วยดูลายมือให้ผู้หญิงคนนี้ที”

อนามิกามองเขางงๆ ที่อยู่ดีๆก็มายัดเยียดให้หมอดูมาทำนายตนเสียงั้น!

ooooooo

ณภัทรกับเมธาวีเดินดูเครื่องประดับมากมาย มีทั้งที่สวยเก๋ น่ารัก หรูหราดูดี เมธาวีหยิบขึ้นมาทาบกับตัวเอง ในขณะที่ณภัทรเดินดูของที่ตัวเองสนใจไปเรื่อยๆ

เมธาวีชอบสร้อยเส้นหนึ่งแต่พอรู้ราคาคิดเป็นเงินไทยสองพันกว่าบาท เธอก็วางลงยิ้มแห้งๆ ขอบคุณแล้วเดินไป บอกตัวเองว่าเก็บเงินเอาไว้ใช้ในสิ่งจำเป็นดีกว่า แต่พอหันมาก็หาณภัทรไม่เจอแล้ว อึดใจเดียวเขาก็เดินกลับมา ขอโทษที่เดินดูของเพลินไปหน่อย ถามว่าเธอซื้อสร้อยเส้นนั้นแล้วหรือ เมธาวีส่ายหน้าบอกว่า
“มันแพง นึกถึงว่าเดี๋ยวกลับเมืองไทยไปก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหางานทำได้ ช่วงที่ไม่มีรายได้ก็ต้องเซฟๆไว้ก่อนน่ะ”

ณภัทรชมว่าเธอรอบคอบเรื่องการใช้เงินดี เมธาวียังคุยไปเรื่อยๆ แต่พอหันมาอีกทีณภัทรหายไปแล้ว เขากลับมาพร้อมกับสร้อยเส้นนั้น เธอเกรงใจ เขาบอกว่าคิดเสียว่าเป็นของที่ระลึก อ้างไม่ให้เธอปฏิเสธได้ว่าของตลาดนัดซื้อแล้วคืนไม่ได้ เมธาวีเลยต้องรับไว้ด้วยความปลื้มปีติ แอบคิดว่าเขาคงรักตน ยิ่งเมื่อเขาสวมสร้อยแล้วมองอย่างชื่นชม เมธาวีก็ปลื้มสุดๆยิ้มอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

แม้อนามิกาจะยอมให้หมอดูดูลายมือ แต่เธอก็ถามณดลว่าเชื่อเรื่องนี้ด้วยหรือ เขาส่ายหน้าทำเสียง “ฮึ!” พอเธอถามว่าแล้วให้ตนดูทำไม เขาตอบหน้าตาเฉยว่า เผื่อหมอทักว่าดวงเธอไม่สมพงษ์กับณภัทรจะได้ห้ามน้องทัน

แล้วทั้งสองก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อหมอดูทักว่า เขาและเธอเป็นคู่แท้ เป็นเนื้อคู่กัน ณดลรีบบอกหมอดูว่าเธอคนนี้ เป็นน้องสะใภ้ แต่ถึงไม่ใช่ ตนก็ไม่หลวมตัวเอามาเป็นเนื้อคู่หรอก

ได้เรื่องทันที อนามิการ้องเสียงสูง “อ๊าววว! คุณพูดแบบนี้เหรอ” แล้วเธอก็บอกหมอดูว่าตนก็จะบอกเหมือนกันว่า ถ้าดวงตนต้องเป็นเนื้อคู่กับผู้ชายคนนี้ ตนขอชะตาขาดดีกว่า

ลูกค้าสองคนโต้เถียงกันแล้วเดินหนีไปเลย หมอดูร้องทวงค่าดูหมอ แต่ทั้งสองก็เดินหายไปแล้ว!

ผิดใจกันเรื่องหมอดูเลยเดินตึงกันมา ณดลเอาแต่ถ่ายรูป จนอนามิการำคาญบอกว่า ถ่ายทุกอย่างเว้นแต่เท้าตัวเองเท่านั้นที่ยังไม่ได้ถ่าย เขาเลยก้มถ่ายประชด

ณดลบ่นว่ามัวแต่ถ่ายรูปวิวยังไม่มีรูปตัวเองเลย ให้อนามิกาถ่ายให้ เธอถอยไปเล็งถ่ายให้เขา โดยไม่รู้ว่า นลิณากับเกตนิการ์พาจอห์นที่พวกเธอจ้างมาทำร้าย

อนามิกากำลังคอยจังหวะอยู่

จอห์นได้จังหวะอนามิกาถอยมาถ่ายรูปให้

ณดล มันพุ่งเข้าจ้วงแทง แต่เธอหลบทันใช้กล้องถ่ายรูปทุ่มใส่มันป้องกันตัว มันพุ่งตามถูกณดลกระโจนเข้าปกป้องอนามิกาไว้ จึงกลายเป็นณดลต่อสู้กับจอห์น

นลิณากับเกตนิการ์กลัวณดลจะได้รับอันตรายตะโกนให้เขาใช้แม่ไม้มวยไทยสู้กับมัน ณดลขึ้นเข่าจนมันจุกตามไปสับศอกเข้าที่หน้ามันอีก แต่ณดลก็ถูกมันซัดหมัดเข้าเต็มปาก เขาเซไปทางอนามิกา เธอประคองเขาไว้แล้วพากันวิ่งหนีสุดฝีเท้า

“มันยังวิ่งปร๋อออกอย่างนั้น ฉันว่ามันคงไม่แท้งแล้วล่ะ” เกตนิการ์จ้องจิกตามไป

“ฉันรู้ ไม่ต้องบอกก็ได้ ดูก็รู้แล้ว” นลิณาตวาดเพื่อนอย่างอารมณ์เสีย จนเกตนิการ์จ๋อย...เงียบสนิท

ooooooo

อนามิกาไปซื้อชุดปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ เธอเอาน้ำให้เขาล้างแผลที่ปาก เขากลับเอาไปดื่ม เธอเลยเอาสำลีเช็ดแผลให้ ฝ่ายณดลก็สำออยแรงนิดแรงหน่อยก็ร้องเจ็บ ดึงมือเธอออก

นลิณากับเกตนิการ์ตามมาแอบดู เห็นทั้งคู่จับมือกันก็ตาลุก นลิณามองอย่างแค้นใจ พึมพำลอดไรฟัน...

“มันทำบุญด้วยอะไรนะ ผลักมันตกบันไดมันก็ล้มไปจุ๊บคุณณดล พอจ้างคนมาทำให้มันแท้ง ก็ดั๊น...ได้กุมมือคุณณดลอีก โอ๊ย...อยากจะออกไปตบมันให้หายแค้น!”

“นีน่า มีสติหน่อยสิจ๊ะ เราอย่าออกไปจะปลอดภัยกว่า นะ...ไปจากที่นี่ดีกว่า ไปเดินเล่นแก้เครียดที่อื่นกันคิดซะว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเรา”

นลิณามีสติขึ้น แต่ยังจ้องจิกอนามิกาอย่างแค้นใจ

ooooooo

ณภัทรดูนาฬิกาข้อมือแล้วตกใจเล็กน้อย หันไปเร่งเมธาวีบอกว่า เราเลตมากแล้ว ขืนให้ณดลรอนานมีหวังเป็นเรื่องแน่ ท่าทางเขากังวลมากจนเมธาวีถาม ว่าทำไมเขาต้องกลัวพี่ชายมากขนาดนี้

“ยังจะต้องถามอีกเหรอ เธอก็เห็นแล้วนี่ว่า พี่ณดลเป็นคนยังไง” ณภัทรเสียงเครียด เมธาวีเร่งฝีเท้า ทำให้ สะดุดเอียงถลา ณภัทรรีบประคองไว้ พาเดินไปทั้งที่ยังประคองกันอยู่

นลิณาเห็นเข้าสะกิดให้เกตนิการ์ดู พอเห็นภาพณภัทรตระกองกอดเมธาวีและผละจากกันเขินๆ เมื่อสบตากัน เกตนิการ์มองงงๆพูดอย่างไม่พอใจว่า

“อะไรเนี่ย เมื่อกี้เพิ่งเห็นยัยอะนาจับมือคุณณดล แล้วนี่ยังมาเจอยายเมกอดกับนายภัทอีก ยัยสองคนนี้มันไวไฟด้วยกันทั้งคู่เลยนะ”

“นั่นสิ ตกลงเราจะไว้ใจนังพวกนี้ไม่ได้เลยสักคนใช่ไหมเนี่ย”

ooooooo

ณดลเริ่มหงุดหงิดแล้วจริงๆ ถามอนามิกาว่านัดไว้ที่นี่แน่นะ เธอเลยบอกเขาว่าถ้ารีบจะกลับไปก่อนก็ได้ ณดลไม่กลับเพราะกลัวหลง ก็พอดีณภัทรกับเมธาวีมาถึง บรรยากาศเลยผ่อนคลายลง

แต่พอณภัทรเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าพี่ชาย เขา ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ณดลพูดเหมือนไม่มีอะไร แต่อนามิกาเล่าอย่างออกรสราวกับฉากในหนังว่า

“คือ...ฉันกำลังถ่ายรูปให้คุณดล แล้วก็มีโจรวิ่งเข้ามาแย่งกล้องไป ฉันเลยวิ่งไล่ตาม แล้วสุดท้าย ฉันก็แย่งกล้องกลับคืนมาได้”

“เฮ้ย...จริงดิ...แล้วพี่อะนาเป็นอะไรรึเปล่า” เมธาวีรีบเข้าไปจับเนื้อตัวอนามิกาอย่างเป็นห่วง

“เปล๊า...ถึงมันจะเป็นฝรั่งตัวใหญ่ๆแล้วถือมีดด้วยนะ แต่ก็ไม่ระคายผิวฉัน เอ่อ...แต่สำหรับรายนั้น” เธอบุ้ยหน้าไปทางณดลย้ำเสียง “โดนเต็มๆ”

ณภัทรชมอย่างตื่นเต้นว่า เสี่ยงตายเอากล้องคืนมาได้สุดยอด...ขอบคุณมากๆเลย พลันณภัทรก็หยุดกึกเมื่อณดลเสียงเข้มแทรกเข้ามาอย่างหงุดหงิดว่า “ขอบคุณทำไม มีอะไรต้องขอบคุณ”

กลายเป็นประเด็นร้อนโต้เถียงกันขึ้นมาอย่างตึงเครียด เมื่อณดลถามอนามิกาว่าใครใช้ให้เธอวิ่งตามไป กล้องแค่นี้ตนมีปัญญาซื้อใหม่ได้ ตำหนิอย่างรุนแรงว่า

“แต่เธอกลับคิดสั้น เอาชีวิตของเธอกับลูกในท้องไปเสี่ยงโง่ๆแบบนั้น เธอคิดว่ามันคุ้มงั้นเหรอ”

อนามิการับไม่ได้บ่นว่า ทำคุณบูชาโทษ รู้งี้อยู่เฉยๆดีกว่า เลยถูกด่าอีกว่า “หัดอยู่เฉยๆเสียบ้าง กำลังท้องดันไปวิ่งไล่จับโจรแบบนั้นได้ยังไง รู้จักใช้สมองคิดซะบ้าง!”

อนามิกาฉุนขาดถามว่าจะเอายังไง ไม่ขอบคุณแล้วยังมาด่ากันอีก ณภัทรรีบขอร้องให้ใจเย็นๆ เธอแว้ดใส่ว่า “ไม่ต้องมาห้าม ฉันยอมมาเยอะแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว”

ณภัทรเลยให้เมธาวีพาณดลกลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวตนกับอนามิกาจะตามไป เมธาวีรีบเข้าไปจับแขนณดลพาออกไป กระนั้นณดลก็ยังไม่วายหันไปจิกตาใส่อนามิกาอย่างไม่พอใจ

ooooooo

ค่ำแล้ว...แสงไฟของลอนดอนพร่างพราวหลากสีสัน เกตนิการ์กับนลิณาเห็นณดลกับเมธาวีเดินมาด้วยกันก็พากันจิกตามอง เกตนิการ์พึมพำว่านี่ณดลมาสลับคู่กับเมธาวีอีกแล้วหรือ นลิณาสบถอย่างหัวเสียว่า

“วันนี้มันวันบ้าอะไรนะ แล้วจะสลับคู่กันอีกกี่ตลบเนี่ย ขืนฉันมัวอยู่นิ่งๆมีหวังโดนยัยพวกนี้คว้าคุณณดลไปกินแน่”

“งั้นเธอก็รีบหาทางรวบรัดคุณณดลเร็วๆเข้าสิ จะรอให้เขากลับเมืองไทยเสียก่อนรึไง” เกตนิการ์ยุ แล้วสองสาวก็วางแผนทำทีเดินเข้าไปทัก ชวนณดลออกไปเที่ยวนอกลอนดอนกัน นลิณาอาสาจะเป็นไกด์พาเขาไปเปลี่ยนบรรยากาศ

ณดลตื่นเต้นที่จะได้ไปเห็นบรรยากาศนอกเมือง ชวนเมธาวีไปด้วย บอกเธอว่าอย่าลืมชวนเพื่อนๆไปด้วย ทำให้ทั้งนลิณาและเกตนิการ์เซ็งจนบอกไม่ถูก

นลิณายังอ่อยกับณดลว่า เกตนิการ์มีเรื่องสำคัญจะบอกเขา พอเขาถามเกตนิการ์กลับงง นลิณาบอกว่าก็เรื่องที่พี่พายัพโทร.มาไง เกตนิการ์เลยนึกได้บอกว่า

“อ๋อ...ใช่ๆ ก็เรื่องเกี่ยวกับอะนาน่ะค่ะพี่”

พอรู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับอนามิกา ณดลก็สนใจจี๋ขึ้นมาทันที

ooooooo

ระหว่างที่ณภัทรกับอนามิกาเดินคุยกันนั้นเธอบอกเขาว่าตนจะขอถอนตัวจากการเป็นเมียท้องกำมะลอของเขาได้ไหมเพราะสุดจะทนกับพี่ชายเขาแล้ว

ณภัทรขอร้องให้อดทนอีกนิดเชื่อว่าไม่เกินอาทิตย์นี้พี่ชายก็ต้องกลับแล้ว ส่วนเรื่องค่าจ้างเธอไม่ต้องห่วงตนจ่ายแน่นอน และถ้ายังต้องการให้ช่วยอะไรเป็นการตอบแทนก็ขอให้บอกมา

“ฉัน...ฉันอยากให้นายช่วย...ช่วยดูแลเมน่ะ”

อนามิกาพูดไม่เต็มเสียง อ้างว่าเวลานี้ตนต้องแกล้งมาอยู่กับเขาเลยเป็นห่วงเมธาวีว่าไม่มีใครดูแล

“อ๋อ...เข้าใจแล้ว ได้สิ ฉันจะคอยดูแลเทกแคร์เมอย่างดีเลย แต่เธอก็อดทนกับพี่ชายฉันอีกนิดนะ”

“ก็ได้...งั้นตามนี้นะ นายดูแลเม ส่วนฉันดูแลพี่ชายนายเอง”

“ได้เลย”

ทั้งสองยกมือขึ้นจับกันเป็นสัญญาระหว่างเพื่อน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น การเดินทางไปนอกลอนดอนโดยรถไฟเริ่มแล้ว ทุกคนมีกระเป๋าค้างสองคืนติดตัว พอเริ่มเดินทางแต่ละคนก็สดชื่นกันดีแต่การเดินทางค่อนข้างไกลทำให้ทุกคนเริ่มเพลียและง่วง

อนามิกานั่งติดกับณภัทร พอหลับก็อิงหน้ากับไหล่เขา ณดลมองภาพนั้นอย่างสบายใจคิดว่าทั้งสองรักกันดี ส่วนนลิณาก็แกล้งหลับซบไหล่ณดลจนเขานั่งเกร็ง เมธาวีนั่งสัปหงก นังอาร์ทสุดซ่านอนอย่างหมดสภาพ

เมื่อไปถึงโรงแรมที่นลิณาเป็นคนจอง เธออวดความหรูหราสวยงามของโรงแรม ยิ่งเมื่อเธอเปิดห้องพักให้ดูทั้งอนามิกา เมธาวี และนังอาร์ทก็พากันกระโดดขึ้นเตียงอย่างตื่นเต้นดีใจในความอลังการของห้องพัก
แต่บันเทิงเริงใจกันได้ไม่นาน เกตนิการ์ก็มาบอกให้ทุกคนลุกขึ้นก่อน

“มีอะไรเหรอ” เมธาวีถามงงๆ

“พวกเธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่ายะ นี่ห้องคุณณดลย่ะ เธอสามคนไม่ได้พักห้องนี้หรอกนะยะ”

“อ้าว...ถ้าไม่ใช่ห้องนี้...แล้วห้องไหนเหรอ?” อนามิกา เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล

กลายเป็นว่า ห้องที่จัดให้ทั้งสามนอนนั้น เป็นห้องพักของพนักงานทำความสะอาด นลิณาที่เป็นคนจัดการอ้างว่าห้องพักเต็ม พอทั้งสามโวยวายก็พูดลำเลิกว่าตั๋วรถไฟตนก็จองให้ห้องพักก็จองให้ ถ้าไม่พอใจก็ไปหาที่นอนข้างนอกกันเอาเอง

ไม่เพียงเท่านั้น รถที่เช่ามาเพื่อขับไปชมวิว ก็เป็นรถปุโรทั่ง จนอนามิกาถามว่าจะให้พวกตนไปเที่ยวหรือให้ไปเสี่ยงตายกันแน่ ครั้นถามว่าแล้วพวกเธอจะไปอย่างไร นลิณาก็ชี้ไปยังรถหรูใหม่เอี่ยมที่จอดอยู่

“โห...ยังกะเพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูม” เมธาวีมองรถคันหรู

“ใช่...แต่คันของเรายังกะเพิ่งถอยออกมาจากเชียงกง” อนามิกายิ้มประชด

เกตนิการ์ออกมารับหน้าชี้แจงตามเคยว่า รถเช่าหมดเหลือคันนี้คันเดียวจะเอาไหม ถ้าไม่เอาก็เดินไปกันเอง อนามิกาบอกว่ายังไงตนก็ไม่ขับ

“งั้นฉันขับเอง” เสียงณดลอาสา ถามว่าใครจะไปกับตนบ้าง

“ผมต้องขับคันนี้นะพี่ งั้นใครไปคันนี้ก็รีบขึ้นรถเลย” ณภัทรร้องบอกทุกคน

นังอาร์ท เมธาวี เกตนิการ์ และนลิณาพากันแย่งขึ้นรถคันหรู เหลืออนามิกายืนงงอยู่ พอจะไปขึ้นรถบ้างก็ถูกนลิณาปิดประตูใส่หน้าบอกว่าเต็มแล้ว อนามิกาเลยต้องไปขึ้นรถคันที่ณดลขับ นั่งอึดอัดไปกันสองคน!

ooooooo

ณดลได้โอกาสถามอนามิกาว่า เธอมีพี่สาวร้องเพลงอยู่ในคลับสำหรับผู้ชายใช่ไหม เธอถามว่ารู้ได้ไง

“ก็เพราะคลับที่ว่านั่น มันอยู่ในโครงการของฉันน่ะสิ คลับนี้เป็นของพี่พายัพพี่ชายของเกด” เธอถามว่าเป็นนักร้องแล้วมันผิดตรงไหน ณดลตอบท่าทียียวนว่า “ก็เปล่า...ไม่มีอะไร แต่อย่างน้อยมันก็บอกได้ว่า พื้นฐานครอบครัวของเธอเป็นยังไง”

“อ้าว!! ไหงพูดแบบนี้ล่ะ”

“คนพี่...เป็นนักร้องกลางคืน ร้องเพลงยั่วยวนผู้ชาย ส่วนเธอ...คนน้อง ก็เป็นประเภทที่ยอมปล่อยให้ตัวเองท้อง เพื่อจะจับผู้ชาย!”

อนามิกาหันมองขวับ แววตาราวกับจะเผาเขาให้ไหม้เป็นจุณไปเลย! เธอบอกให้เขาพูดใหม่อีกทีซิ ณดลพูดประโยคเดิมอีกที เลยถูกตบฉาดใหญ่ ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนหินก้อนใหญ่ข้างทาง รถจอดสนิทห้องเครื่องมีควันสีขาวฟุ้งออกมา...

พอตั้งสติได้ ณดลก็โวยวายใส่อนามิกาว่าอยากตายหรือถึงตบหน้าตนตอนกำลังขับรถ

บริเวณนั้นไม่มีบ้านคน ไม่มีรถผ่านไปมา ณดลตัดสินใจเดินออกไปเผื่อเจอชาวบ้าน ทีแรกอนามิกาไม่ไปด้วย แต่พอเห็นเขาเดินไปจริงๆก็รีบวิ่งตาม

ooooooo

ณภัทรขับรถไปถึงปราสาทเก่าแล้ว เมื่อยังไม่เห็นณดลกับอนามิกาตามมา จึงพากันเดินชมปราสาท ไปพลางก่อน ระหว่างเขาเดินอยู่กับเมธาวีนั้น เกตนิการ์มาบอกเมธาวีว่า นลิณาบอกให้ไปหา อาร์ทก็อยู่ที่นั่นด้วย
เมื่อเมธาวีแยกไป เกตนิการ์ก็แกล้งทำเป็นเซจะหกล้มแล้วโผเข้ากอดณภัทร ไม่เพียงเท่านั้นยังจูบเขาเอาดื้อๆ

“เกด...นี่เธอทำอะไรของเธอน่ะ”

“เอ่อ...คือ...ฉันขอโทษ...อย่าโกรธฉันเลยนะ” แล้วเกตนิการ์ก็สารภาพว่าตนรู้สึกดีกับเขา

“เฮ้ย! นี่ฉันเข้าใจมาตลอดว่าเธอคอยกีดกันฉันกับอะนา เพราะอยากจะช่วยน้องสาวของนีน่า”

“เปล่า ฉันทำเพื่อตัวเองต่างหาก”

ณภัทรปวดหัวกับเรื่องวุ่นๆนี้ ถามว่าถ้านลิณารู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับตนจะไม่เป็นเรื่องหรือ เกตนิการ์ บอกว่าก็ให้เรารู้กันแค่สองคนพอ ณภัทรติงว่า เราคบกันแบบเพื่อนมันก็ดีอยู่แล้ว

“ก็ไม่เป็นไรนี่ ถ้านายจะคิดกับฉันแค่เพื่อน แต่ตัวฉันเองชอบนายไปแล้วและคงกลับไปรู้สึกแบบเพื่อนอีกไม่ได้แล้วละ”

ณภัทรอึ้ง รู้สึกอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก

ฝ่ายเมธาวีขึ้นไปหานลิณา ปรากฏว่าเธอไม่ได้เรียก เลยมองหน้ากับนังอาร์ทแบบว่าถูกเกตนิการ์หลอกแน่ๆ

ooooooo

ณดลกับอนามิกาเดินกันจนล้า พอพ้นหัวโค้งก็ดีใจเมื่อเห็นโบสถ์เก่าอยู่ข้างหน้า ต่างหันยิ้มให้กันอย่างลืมความไม่พอใจที่มีต่อกัน

แต่พอเปิดประตูโบสถ์เข้าไป พบแต่ความว่างเปล่า ขณะที่ทั้งสองยืนเคว้งคว้างอยู่นั่นเอง ก็มีบาทหลวงเดินออกมาจากด้านหลังแท่นพิธี ทั้งสองตาเป็นประกายด้วยความดีใจ อนามิกาให้ณดลนั่งรอตนจะไปคุยกับหลวงพ่อเอง

อนามิกาไปคุยกับบาทหลวงด้วยท่าทีนอบน้อม ครู่ใหญ่จึงกลับมาบอกณดลว่า

“ท่านบอกว่าอู่รถที่นี่มีที่เดียว แต่นี่ใกล้จะค่ำ เขาปิดไปแล้วถึงจะโทร.ตามเขาก็ไม่มาแน่ๆ ถามท่านว่าไม่มีที่อื่นเลยหรือ ท่านบอกว่าไม่มี ก็ต้องรอไปจนเช้านั่นแหละ”

เพราะแถวนี้ไม่มีโรงแรม บาทหลวงเมตตาให้พักที่บ้านท่านก่อนและจะได้ใช้โทรศัพท์ด้วย ณดลโล่งอก แต่อนามิกาหนักใจ บอกเขาว่า

“ท่านเป็นบาทหลวง ไอ้การที่จะให้ผู้ชายผู้หญิงที่ไม่ใช่สามีภรรยากันไปค้างอ้างแรมที่บ้าน ท่านบอกว่าคงดูไม่ดี แล้วท่านถามว่าเราสองคนเป็นสามีภรรยากันหรือเปล่า”

“แล้วเธอตอบว่า???”

“ฉันก็ดันปากไวพลั้งปากไปว่า ใช่” ณดลตำหนิว่าโกหกกระทั่งบาทหลวงนะเนี่ย “ก็บอกแล้วไงว่าพลั้งปากไป ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกท่านนะ ก็ใจมันคิดแต่ว่าอยากจะเข้าไปใช้โทรศัพท์ที่บ้านท่าน”

ณดลถามว่าไม่กลัวบาปบ้างรึไง ก็พอดีบาทหลวงมาทักว่าเขาเป็นสามีเธอหรือ ณดลตกใจตอบไปทันทีว่าใช่...ใช่...อนามิกาติงว่าเขาโกหกท่าน ณดลพูดเสียงอ่อยๆ

ว่า “เปล่านะ...ฉันแค่พลั้งปากไปไม่ทันคิด”

พอบาทหลวงบอกให้คอยที่นี่อีกสักครู่ท่านจะกลับมา ณดลรีบคุกเข่าที่หน้าแท่นพิธี อนามิกาถามว่าทำอะไรน่ะ

“ก็รีบขอขมา สารภาพบาปที่โกหกบาทหลวงท่านเมื่อกี้น่ะสิ คนเราบางทีมันก็พลั้งปากโกหกไป ไม่ได้เจตนา”

“ชิ! พอตัวเองละพลั้งปากได้”

ณดลสีหน้ารู้สึกผิด เขาหลับตาน้อมศีรษะขอขมา อนามิกาเห็นดังนั้นคุกเข่าลงข้างๆ ขอขมาที่แท่นพิธีด้วย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แม็กกี้ อาภา” รับบทคุณแม่ครั้งแรก และต้องเจอเรื่องลึกลับ ใน “ตุ๊กตา”
20 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 04:37 น.